คุณสามารถแก้ปริศนาหมวกนักโทษได้หรือไม่? - Alex Gendler: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
648 คำ 171 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เชลยสิบคนต้องแก้ปริศนาสีหมวก โดยต้องมีผู้ตอบถูกอย่างน้อยเก้าคนจึงจะช่วยทั้งกลุ่มได้ คำอธิบายแสดงให้เห็นว่าการเข้ารหัสข้อมูลว่าจำนวนหมวกดำเป็นเลขคี่หรือเลขคู่ไว้ในคำตอบแรก ทำให้ทุกคนที่ตอบต่อมาสามารถอนุมานสีหมวกของตนเองได้อย่างแน่นอน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. a single-file line — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เข้าใจว่าวลีนี้หมายถึงแถวที่ผู้คนยืนเรียงกันทีละคน และนำไปใช้อธิบายคิวหรือรูปขบวนที่แต่ละคนมองเห็นเฉพาะผู้ที่อยู่ข้างหน้า 2. But what does have two possible values is that number's parity. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตอนุประโยค what ที่เปลี่ยนประเด็นจากจำนวนรวมซึ่งใช้ไม่ได้ไปสู่พาริตี พร้อมทั้ง does ที่เน้นความแตกต่าง แล้วใช้โครงสร้างนี้เพื่อชูคุณสมบัติเพียงอย่างเดียวที่ตรงตามเงื่อนไข 3. allows everyone else to guess theirs with absolute certainty. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้ allow + กรรม + to-infinitive เพื่ออธิบายว่าข้อมูลทำให้ใครทำอะไรได้ และใช้ with absolute certainty เพื่อบอกว่าข้อสรุปนั้นไม่มีข้อสงสัยหลงเหลืออยู่เลย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Uh.

0:08

เอ่อ

You and nine other individuals have been captured ไวยากรณ์

0:10

คุณและบุคคลอื่นอีกเก้าคนถูกจับกุม

by super intelligent alien overlords. การใช้คำ

0:13

โดยผู้ปกครองต่างดาวที่ฉลาดล้ำเลิศ

ไวยากรณ์

have been captured: ผลในปัจจุบันของเหตุการณ์รูปถูกกระทำที่เสร็จสิ้นแล้ว

Have been captured เป็น present perfect รูปถูกกระทำ มีโครงสร้าง have been + คำกริยาช่องที่ 3 แสดงว่าการจับเกิดขึ้นก่อนเวลาปัจจุบัน และตอนนี้คนเหล่านั้นยังอยู่ในสภาพที่เกิดจากเหตุการณ์นั้น คือถูกควบคุมตัวอยู่ เนื่องจากประธานหมายถึงคุณและคนอื่นอีกเก้าคน จึงต้องใช้กริยาช่วย have วลีนี้เน้นผลของเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นแล้ว ไม่ได้หมายถึงว่ากำลังถูกจับอยู่ในขณะนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้แสดงว่าการจัดส่งเสร็จแล้วและผลของมันยังสำคัญในตอนนี้: The package ____ delivered.

ดูคำตอบ

has been

การใช้คำ

super intelligent alien overlords: ผู้ปกครองในเรื่องแต่งที่ทรงอำนาจ

วลี super intelligent alien overlords นำเสนอมนุษย์ต่างดาวว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดอย่างยิ่งและมีอำนาจควบคุมผู้อื่น Overlord มีความหมายรุนแรงกว่า ruler ที่เป็นกลาง เพราะสื่อถึงการครอบงำ การขาดอิสรภาพ และมักสร้างภาพตัวร้ายที่น่ากลัว ในฉากเปิดเรื่องนี้ วลีดังกล่าวจงใจสร้างอารมณ์แบบละครและนิยายวิทยาศาสตร์ ทำให้คาดว่าจะพบผู้จับกุมที่ทรงอำนาจ ไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวธรรมดาหรือหัวหน้าในที่ทำงานทั่วไป

แบบฝึกหัด

super intelligent alien overlords ในประโยคนี้สื่อถึงสิ่งใดชัดเจนที่สุด

  1. ผู้ปกครองที่ทรงอำนาจและควบคุมผู้อื่น
  2. เจ้าหน้าที่รัฐบาลที่เป็นกลาง
  3. ผู้มาเยือนจากอวกาศที่เป็นมิตร
ดูคำตอบ

ผู้ปกครองที่ทรงอำนาจและควบคุมผู้อื่น

The aliens think humans look quite tasty, วลี

0:17

เอเลี่ยนคิดว่ามนุษย์ดูน่าอร่อยดี

วลี

look quite tasty: look + quite + คำคุณศัพท์

ใน look quite tasty คำว่า look เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง 'ดูเหมือนจากรูปลักษณ์' ไม่ใช่การใช้สายตามองสิ่งใด คำนี้เชื่อมประธาน humans เข้ากับคำคุณศัพท์ tasty quite ขยาย tasty และเพิ่มระดับของคำบรรยาย โดยในที่นี้หมายถึง 'ค่อนข้าง' หรือ 'ทีเดียว' รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + look/looks + quite + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกความรู้สึกที่ได้จากสิ่งที่มองเห็น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ look และคำว่า quite dangerous: The broken bridge ____.

ดูคำตอบ

looks quite dangerous

but their civilization forbids eating highly logical and cooperative beings. วลี

0:20

แต่อารยธรรมของพวกเขาสั่งห้ามไม่ให้กินสิ่งมีชีวิตที่มีเหตุผลและให้ความร่วมมือสูง

วลี

forbids eating: โครงสร้าง forbid + -ing

ใน forbids eating คำว่า forbid ตามด้วยรูป -ing คือ eating กิจกรรมทั้งหมดที่กล่าวใน eating highly logical and cooperative beings คือสิ่งที่กฎของอารยธรรมนั้นห้ามไว้ ใช้ forbid + -ing เมื่อต้องการห้ามกิจกรรมหนึ่งโดยทั่วไป หากต้องการระบุว่าใครถูกห้าม ให้ใช้ forbid + คน + from + -ing เช่น The guard forbids visitors from entering.

แบบฝึกหัด

เติมกฎโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ forbid และ take: The museum ____ photos inside.

ดูคำตอบ

forbids taking

Unfortunately,

0:25

น่าเสียดาย

they're not sure whether you qualify, ไวยากรณ์

0:27

พวกมันไม่แน่ใจว่าพวกคุณเข้าข่ายหรือไม่

ไวยากรณ์

whether you qualify: อนุประโยคคำถามแบบใช่หรือไม่ที่ซ้อนอยู่

whether you qualify เป็นอนุประโยคที่เติมเนื้อหาหลัง not sure โดยแสดงความไม่แน่ใจที่ตอบได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ กล่าวคือ พวกเขาไม่รู้ว่าคุณมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขหรือไม่ ในคำถามทางอ้อมที่ซ้อนอยู่ในประโยค ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: whether + ประธาน + กริยา ไม่สลับคำแบบคำถามโดยตรง qualify ในที่นี้หมายถึง “มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขหรือมีสิทธิ์ตามที่กำหนด” ไม่ได้หมายถึง “สอบผ่าน” เกณฑ์ที่แน่นอนไม่ได้ระบุไว้ เพราะเข้าใจได้จากบริบทแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้ whether และคำในวงเล็บเติมอนุประโยคทางอ้อมให้สมบูรณ์: They need to find out ____ for the program. (you / qualify)

ดูคำตอบ

whether you qualify

so they decide to give you all a test.

0:29

พวกมันจึงตัดสินใจทดสอบพวกคุณทุกคน

Through its universal translator, วัฒนธรรม

0:32

ผ่านเครื่องแปลภาษาสากล

the alien guarding you tells you the following: ลำดับความ

0:34

เอเลี่ยนที่คุมพวกคุณบอกดังต่อไปนี้:

วัฒนธรรม

Through its universal translator: อุปกรณ์ในนิยายวิทยาศาสตร์

universal translator คืออุปกรณ์สมมติในนิยายวิทยาศาสตร์ที่แปลภาษาต่าง ๆ ได้ทันที และบางครั้งยังช่วยให้สิ่งมีชีวิตต่างสายพันธุ์สื่อสารกันได้ด้วย ฉากหลังนี้อธิบายว่าเหตุใดเอเลี่ยนจึงสามารถบอกคำสั่งที่มนุษย์เข้าใจได้ Through its universal translator หมายถึง “โดยใช้เครื่องแปลภาษาสากลของมัน” through ในที่นี้บอกวิธีการหรือเครื่องมือ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านสถานที่จากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง

แบบฝึกหัด

Through its universal translator ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. โดยใช้อุปกรณ์สมมติที่แปลระหว่างภาษาต่าง ๆ
  2. โดยเดินผ่านห้องที่เก็บคำแปลไว้
  3. โดยพูดคุยกับล่ามมนุษย์ทั่วไป
ดูคำตอบ

โดยใช้อุปกรณ์สมมติที่แปลระหว่างภาษาต่าง ๆ

ลำดับความ

tells you the following: ใช้เกริ่นนำเนื้อหาที่กำลังจะตามมา

ใน tells you the following วลี the following ทำหน้าที่เหมือนคำนาม หมายถึง “ข้อมูลที่กำลังจะตามมา” โดยเป็นกรรมตรงของ tells ไม่ใช่คำกริยา follow วลีนี้เชื่อมคำเกริ่นเกี่ยวกับสถานการณ์เข้ากับกฎหรือข้อความที่จะตามมา เครื่องหมายทวิภาคช่วยแบ่งสองส่วนให้ชัด และบอกว่าเนื้อหาหลักจะเริ่มทันทีหลังจากนี้

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายเพื่อให้ประโยคเกริ่นนำคำสั่งแบบเป็นทางการสมบูรณ์: The coach told us ____: arrive by nine and bring water.

ดูคำตอบ

the following

"You will be placed in a single-file line โน้ต

0:37

"พวกเจ้าจะถูกจับเข้าแถวเรียงเดี่ยว

ไวยากรณ์

will be placed: รูปถูกกระทำสำหรับการจัดตำแหน่งในอนาคต

will be placed ใช้โครงสร้างอนาคตแบบถูกกระทำ will be + past participle โดย You เป็นผู้รับการกระทำ และ placed เป็นรูป past participle ของ place ประโยคนี้บอกว่าจะมีใครบางคนจัดตำแหน่งให้คุณในภายหลัง การใช้รูปถูกกระทำเน้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับคุณ จึงไม่จำเป็นต้องระบุว่าใครเป็นผู้จัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอนาคตแบบถูกกระทำของ place: At check-in, each guest ____ placed in a group of six.

ดูคำตอบ

will be

facing forward in size order, วลี

0:40

หันหน้าไปทางเดียวกันตามลำดับความสูง

การใช้คำ

a single-file line: แถวเดี่ยวเรียงหน้าหลัง

a single-file line หมายถึงแถวที่มีคนหนึ่งคนอยู่ด้านหลังอีกคนหนึ่ง ไม่ใช่การยืนเรียงเคียงข้างกันหลายคน ในประโยคนี้ใช้เรียกรูปแบบการจัดแถวที่ผู้พูดกำหนด ทุกคนหันไปทางเดียวกันและแถวกว้างเพียงหนึ่งคน วลีนี้อธิบายการจัดแถว ไม่ได้หมายถึงไฟล์คอมพิวเตอร์ ในฉากนี้การจัดแถวยังจำกัดการมองเห็นด้วย โดยปกติแต่ละคนจะมองเห็นคนที่อยู่ข้างหน้า แต่ไม่เห็นคนที่อยู่ข้างหลัง

แบบฝึกหัด

Please stand in a single-file line หมายความว่าอย่างไร

  1. ยืนแยกกันเป็นกลุ่มๆ
  2. ยืนเรียงเคียงข้างกันเป็นแถว
  3. ยืนต่อกันเป็นแถวเดียวจากหน้าไปหลัง
ดูคำตอบ

ยืนต่อกันเป็นแถวเดียวจากหน้าไปหลัง

so that each of you can see everyone lined up ahead of you. โน้ต

0:43

เพื่อที่พวกเจ้าแต่ละคนจะได้เห็นทุกคนที่เข้าแถวอยู่ข้างหน้า

วลี

in size order: เรียงตามขนาด

in size order บอกว่าขนาดเป็นเกณฑ์ที่ใช้จัดลำดับ ในประโยคนี้กำลังพูดถึงคน ดังนั้น size จึงหมายถึงส่วนสูงโดยเฉพาะ วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าเริ่มจากคนตัวเล็กที่สุดหรือตัวใหญ่ที่สุด ต้องดูคำสั่งหรือบริบทเพิ่มเติม โครงสร้าง in + เกณฑ์การจัดลำดับ + order ใช้บอกกฎที่ใช้จัดคนหรือสิ่งของ ในที่นี้ order หมายถึงลำดับหรือการจัดเรียง ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงสั่งซื้อ

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติและมีความหมายว่า “จัดรูปภาพเหล่านี้ตามวันที่”

  1. Arrange these photos in order date.
  2. Arrange these photos on date order.
  3. Arrange these photos in date order.
ดูคำตอบ

Arrange these photos in date order.

ไวยากรณ์

so that ... can see: การบอกจุดประสงค์

ในประโยคนี้ so that ใช้บอกจุดประสงค์ของการจัดตำแหน่ง ทุกคนถูกจัดให้อยู่ในลักษณะหนึ่งเพื่อให้แต่ละคนมองเห็นคนที่อยู่ข้างหน้าได้ คำนี้จึงเชื่อมโยงการจัดการกับผลที่ต้องการให้เกิดขึ้น ในที่นี้ so that ตามด้วยประโยคสมบูรณ์ คือ each of you can see everyone lined up ahead of you มีความหมายว่า “เพื่อให้” หรือ “จะได้” ไม่ใช่ so ที่หมายถึง “ดังนั้น” เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so that เพื่อบอกจุดประสงค์ของการกระทำ

  1. We left early, so we avoided traffic.
  2. We left early because traffic was heavy.
  3. We left early so that we could avoid traffic.
ดูคำตอบ

We left early so that we could avoid traffic.

กริยาวลี

lined up ahead of you: เรียงแถวอยู่ข้างหน้าคุณ

ใน everyone lined up ahead of you คำว่า lined up เป็นวลีที่ใช้ past participle ขยาย everyone หมายความว่าคนเหล่านั้นเข้าแถวเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ส่วน ahead of you ใช้กำหนดจุดอ้างอิงและหมายถึง “อยู่ข้างหน้าคุณ” วลีนี้ทำหน้าที่เหมือนอนุประโยค who are ที่ย่อแล้ว คือ everyone who is lined up ahead of you วลีนี้อธิบายสภาพของคนที่ถูกมองเห็น ส่วน can see เป็นกริยาหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่ามีคนสามคนเข้าแถวอยู่ข้างหน้าฉันแล้ว

  1. Three people are standing beside me.
  2. Three people are lining up ahead of me.
  3. Three people are lined up ahead of me.
ดูคำตอบ

Three people are lined up ahead of me.

You will not be able to look behind you

0:47

พวกเจ้าจะไม่สามารถหันกลับไปมองข้างหลังได้

or step out of line. วลี

0:49

หรือก้าวออกจากแถว

วลี

step out of line: ก้าวออกจากแถวจริง

ในประโยคนี้ step out of line ใช้ตามความหมายตรงตัว คือก้าวออกจากตำแหน่งของตนในแถวที่มีอยู่จริง กฎกำลังบอกให้ทุกคนอยู่ที่เดิม วลีเดียวกันนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย หมายถึง “ฝ่าฝืนกฎ” หรือ “ทำเกินขอบเขตที่ยอมรับได้” ให้ดูสถานการณ์รอบข้าง ถ้ามีการต่อแถวจริง ความหมายก็คือการเคลื่อนไหวทางกาย

แบบฝึกหัด

คนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนต่อแถวกันอยู่จริง ในที่นี้ “Don't step out of line” หมายความว่าอะไร

  1. อย่าออกจากตำแหน่งของตนในแถว
  2. อย่าวาดเส้นคด
  3. อย่าฝ่าฝืนกฎของห้องเรียน
ดูคำตอบ

อย่าออกจากตำแหน่งของตนในแถว

Each of you will have either a black or a white hat ไวยากรณ์

0:51

พวกเจ้าแต่ละคนจะมีหมวกสีดำหรือสีขาว

on your head,

0:54

สวมอยู่บนหัว

assigned randomly, ไวยากรณ์

0:55

ซึ่งถูกสุ่มแจก

ไวยากรณ์

either a black or a white hat: โครงสร้าง either ... or ...

โครงสร้าง either A or B เสนอตัวเลือกสองอย่างและบอกว่ามีหนึ่งอย่างที่ใช้ได้ ในประโยคนี้ A คือ a black hat และ B คือ a white hat ดังนั้นแต่ละคนจะได้รับหมวกหนึ่งสีจากสองสีนี้ ตรงนี้ either ใช้คู่กับ or และไม่ได้แปลว่า “ด้วย” ในโครงสร้างนี้ หากเป็นไปได้ A และ B ควรมีรูปไวยากรณ์ที่ขนานกัน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างตัวเลือกที่ใช้คู่กันด้วย either ... or: We can meet ____ Monday ____ Tuesday.

ดูคำตอบ

either · or

and I won't tell you how many of each color there are. ไวยากรณ์

0:57

และข้าจะไม่บอกพวกเจ้าว่าแต่ละสีมีจำนวนเท่าใด

ไวยากรณ์

assigned randomly: ส่วนขยายรูปถูกกระทำแบบย่อ

Assigned randomly เป็นวลีที่ขึ้นต้นด้วย past participle และมีความหมายเป็นรูปถูกกระทำ ในประโยคนี้วลีดังกล่าวเพิ่มข้อมูลว่าหมวกถูกจัดสรรอย่างไร คือถูกจัดสรรโดยไม่มีรูปแบบที่แน่นอน วลีนี้อยู่หลังเครื่องหมายจุลภาคและทำหน้าที่เป็นคำขยายแบบย่อ ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ ความหมายใกล้เคียงกับ which are assigned randomly หรือ the hats are assigned randomly โดยละประธานและ be ไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The seats were assigned randomly” assigned randomly หมายความว่าอย่างไร

  1. ที่นั่งถูกจัดสรรตามลำดับตัวอักษร
  2. ที่นั่งถูกจัดสรรโดยไม่มีรูปแบบที่แน่นอน
  3. นักเรียนเลือกที่นั่งของตัวเอง
ดูคำตอบ

ที่นั่งถูกจัดสรรโดยไม่มีรูปแบบที่แน่นอน

ไวยากรณ์

how many of each color there are: ลำดับคำของคำถามที่อยู่ภายในประโยค

How many of each color there are เป็น wh-clause ที่อยู่ภายในประโยคและทำหน้าที่บอกเนื้อหาของ tell ว่ามีของแต่ละกลุ่มสีจำนวนเท่าไร ไม่ได้ถามจำนวนรวมของทุกสี เนื่องจากวลีนี้อยู่ภายใน I won't tell you ... จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ there are ไม่ใช่ลำดับกลับแบบ are there หากเป็นคำถามโดยตรง จะใช้ How many of each color are there?

แบบฝึกหัด

เติมคำในคำถามที่อยู่ภายในประโยค: I need to check how many of each size ____ before I place the order.

ดูคำตอบ

there are

When I say to begin, ไวยากรณ์

1:01

เมื่อข้าบอกให้เริ่ม

each of you must guess the color of your hat,

1:02

พวกเจ้าแต่ละคนต้องทายสีหมวกของตัวเอง

starting with the person in the back and moving up the line. ลำดับความ

1:05

เริ่มจากคนที่อยู่หลังสุดและไล่ขึ้นมาตามแถว

ไวยากรณ์

When I say to begin, ...:กำหนดจังหวะเริ่มต้นของคำสั่ง

When I say to begin เป็นอนุประโยคบอกเวลา ใช้กำหนดจังหวะที่เป็นสัญญาณให้การกระทำถัดไปเริ่มขึ้น ผู้ฟังต้องรอให้ผู้พูดออกคำสั่งเริ่มก่อน แล้วจึงเริ่มทาย ที่นี่ to begin ระบุเนื้อหาของคำสั่งที่พูด ไม่ได้หมายถึง “เพื่อเริ่มต้น” เมื่อกฎกำลังพูดถึงการกระทำในอนาคต ภาษาอังกฤษใช้ say รูปปัจจุบันหลัง when ไม่ใช้ will say การพูดนั้นทำหน้าที่เป็นสัญญาณ และประโยคหลักบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น

แบบฝึกหัด

ในเกม ประโยคใดบอกให้ผู้เล่นรอคำสั่งเริ่มจากผู้พูดก่อนเปิดประตู

  1. When I say going, open the gate.
  2. When I say to go, open the gate.
  3. When I say for go, open the gate.
ดูคำตอบ

When I say to go, open the gate.

ลำดับความ

starting with the person in the back and moving up the line:จัดลำดับของกระบวนการ

starting with ... and moving up ... เป็นวลี -ing สองวลีที่วางขนานกันเพื่อจัดลำดับขั้นตอน starting with the person in the back ระบุคนแรก ส่วน moving up the line ระบุทิศทางและลำดับของคนที่ทำต่อไป ในที่นี้ moving up the line หมายถึงการค่อย ๆ เดินหน้าตามแถวไปทางด้านหน้า ทีละคน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นไปยังที่สูง รูปแบบนี้ช่วยให้กฎหนึ่งข้อบอกทั้งจุดเริ่มต้นและลำดับต่อไปได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้แสดงจุดเริ่มต้นและทิศทางของกระบวนการ: The teacher will collect the forms, ____ the last desk and ____.

ดูคำตอบ

starting with · moving up the row

And don't even try saying words other than black or white โน้ต

1:09

และอย่าแม้แต่จะพยายามพูดคำอื่นนอกจากคำว่าดำหรือขาว

น้ำเสียง/เจตนา

don't even try saying: คำเตือนที่หนักแน่น

don't even try saying เป็นคำเตือนที่หนักแน่น ไม่ใช่คำแนะนำทั่วไป ผู้พูดสั่งไม่ให้ผู้ฟังพูดคำต้องห้าม และห้ามแม้แต่จะลอง ในโครงสร้าง don't even try + คำกริยา -ing คำว่า even ทำให้ข้อห้ามแรงขึ้นจนรวมถึงขั้นที่เพียงแค่ลอง รูปแบบนี้บอกว่าผู้พูดกำลังป้องกันการกระทำนั้นไว้ล่วงหน้าอย่างเด็ดขาด

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้: เจ้าหน้าที่นำชมพิพิธภัณฑ์ขอร้องอย่างสุภาพเป็นครั้งแรกโดยพูดว่า “Don't even try touching the paintings.”

  1. เหมาะสม
  2. ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

or signaling some other way,

1:12

หรือส่งสัญญาณด้วยวิธีอื่น

วลี

words other than black or white: การตัดรายการออกจากกลุ่ม

ใน words other than black or white คำว่า other than หมายถึง “ยกเว้น” วลีนี้หมายถึงคำทุกชนิดนอกเหนือจากสองคำที่ระบุไว้ ดังนั้นกฎจึงอนุญาตให้ใช้เพียง black และ white รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ คำนาม + other than + ข้อยกเว้นที่ระบุ ซึ่งพบได้บ่อยในกฎและข้อจำกัด รูปแบบนี้ชี้ว่าสิ่งใดอยู่นอกกลุ่มที่อนุญาตหรือกำหนดไว้

แบบฝึกหัด

เติมกฎให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ยกเว้น”: No vehicles ____ bicycles are allowed.

ดูคำตอบ

other than

like intonation or volume. การใช้คำ

1:14

เช่น น้ำเสียง หรือระดับเสียง

การใช้คำ

like intonation or volume:สัญญาณเสียงอย่างน้ำเสียงหรือระดับความดัง

intonation คือการที่ระดับเสียงสูงขึ้นหรือต่ำลงขณะพูด ส่วน volume คือความดังหรือเบาของเสียง ทั้งสองอย่างสามารถสื่อสารข้อความได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนคำพูด ในประโยคนี้ like ใช้นำตัวอย่างของ “วิธีอื่น” ในการส่งสัญญาณ ดังนั้นกฎนี้จึงครอบคลุมสัญญาณที่ส่งผ่านเสียง ไม่ใช่แค่คำที่พูดออกมา

แบบฝึกหัด

ผู้พูดใช้คำเดิม แต่พูดด้วยเสียงที่ดังกว่ามาก สัญญาณจากเสียงชนิดใดเปลี่ยนไป

  1. intonation
  2. vocabulary
  3. volume
ดูคำตอบ

volume

You'll all be eaten immediately. น้ำเสียง/เจตนา

1:16

พวกเจ้าทั้งหมดจะถูกกินทันที

น้ำเสียง/เจตนา

You'll all be eaten immediately:ผลลัพธ์เชิงข่มขู่ในประโยคถูกกระทำอนาคต

You'll ย่อมาจาก you will ใน You'll all be eaten คำว่า you เป็นฝ่ายที่ได้รับการกระทำ และ will be + eaten เป็นโครงสร้างประโยคถูกกระทำในอนาคต โดยไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้กิน all หมายถึงคนทั้งกลุ่ม ส่วน immediately เน้นว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นทันที ในคำประกาศกฎนี้ ประโยคไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์อนาคตแบบเป็นกลาง แต่ประกาศผลลัพธ์ที่น่ากลัวหากฝ่าฝืนกฎ จึงทำหน้าที่เป็นคำข่มขู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างถูกกระทำในอนาคตได้ถูกต้อง เพื่อประกาศว่าสิ่งของกลุ่มหนึ่งจะได้รับการกระทำบางอย่าง

  1. The storm closed all the roads.
  2. The storm will close all the roads.
  3. All the roads will be closed by the storm.
ดูคำตอบ

All the roads will be closed by the storm.

If at least nine of you guess correctly, ไวยากรณ์

1:19

ถ้ามีอย่างน้อยเก้าคนทายถูก

you'll all be spared.

1:22

พวกเจ้าทุกคนจะได้รับการไว้ชีวิต"

ไวยากรณ์

If at least nine ... you'll all be spared: เงื่อนไขอนาคต จำนวนขั้นต่ำ และผลลัพธ์รูปถูกกระทำ

ประโยคนี้บอกเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นจริงในอนาคต อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ใช้ simple present คือ guess ส่วนอนุประโยคผลลัพธ์ใช้ will ใน you'll all be spared โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในกฎและคำสัญญา เพื่อบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไข at least nine กำหนดจำนวนขั้นต่ำไว้ที่เก้าคน ดังนั้นต้องมีเก้าคนขึ้นไปทายถูก be spared เป็นรูป passive ที่หมายถึง “ได้รับการละเว้นจากการลงโทษหรืออันตราย” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “มีเวลาว่าง”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าต้องมีคนอย่างน้อยห้าคนเห็นด้วย แผนจึงจะได้รับการอนุมัติ

  1. If at least five people agree, the plan will be approved.
  2. If at least five people will agree, the plan approves.
  3. If at most five people agree, the plan will be approved.
ดูคำตอบ

If at least five people agree, the plan will be approved.

You have 5 minutes to discuss

1:23

พวกคุณมีเวลา 5 นาทีในการปรึกษาหารือ

and come up with a plan. กริยาวลี

1:25

และคิดแผนการ

กริยาวลี

come up with a plan: คิดแผนขึ้นมาผ่านการพูดคุย

Come up with a plan หมายถึง “คิดหรือพัฒนาแผนขึ้นมา” ซึ่งมักเกิดจากการพูดคุย หลัง come up with จะตามด้วยสิ่งที่คิดขึ้น เช่น a plan, idea, answer หรือ solution ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นมาจริง ๆ ในประโยคนี้ and เชื่อม discuss กับ come up with โดย to เพียงตัวเดียวที่อยู่หน้า discuss ใช้ร่วมกับการกระทำทั้งสอง: to discuss and (to) come up with a plan

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย come up with a plan: The team needs to ____ before the game starts.

ดูคำตอบ

come up with a plan

And then I'll line you up, assign your hats กริยาวลี

1:27

แล้วข้าจะให้พวกเจ้าเข้าแถว แจกหมวก

and we'll begin.

1:30

และเราจะเริ่มกัน

กริยาวลี

I'll line you up: จัดคนให้ยืนเรียงเป็นแถว

ในที่นี้ line you up หมายถึงจัดให้พวกคุณยืนเรียงเป็นแถว คำว่า line เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงเส้นยาว เมื่อคนกลุ่มนั้นเข้าแถวกันเอง line up ใช้โดยไม่ต้องมีกรรมได้ แต่เมื่อคนหนึ่งจัดให้คนอื่นเข้าแถว ให้ใช้ line + กรรม + up ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น line you up หรือ line them up ไม่ใช้ line up them

แบบฝึกหัด

ใช้ line up กับคำสรรพนาม us เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The guide needs to ____ before we enter the museum.

ดูคำตอบ

line us up

Can you think of a strategy guaranteed to save everyone? ไวยากรณ์

1:31

คุณคิดแผนการที่รับประกันว่าจะช่วยทุกคนได้หรือไม่?

ไวยากรณ์

strategy guaranteed to save everyone: อนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ

Guaranteed to save everyone อยู่หลัง strategy และทำหน้าที่ขยายคำนามนี้ โดยมีความหมายเท่ากับ a strategy that is guaranteed to save everyone ในที่นี้ guaranteed เป็นคำกริยาช่องที่สาม ไม่ใช่คำนาม โครงสร้างนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ โดยละ that is จากรูปเต็มได้ จึงเกิดรูป คำนาม + คำกริยาช่องที่สาม + to-infinitive รูปย่อนี้วางคำอธิบายไว้หลังคำนามโดยยังคงความหมายพื้นฐานเดิม

แบบฝึกหัด

วลีใดวางวลีคำกริยาช่องที่สามไว้หลังคำนามเพื่อขยายคำนามนั้น

  1. a designed to reduce noise device
  2. a device designed to reduce noise
  3. a device designing to reduce noise
ดูคำตอบ

a device designed to reduce noise

The key is that the person at the back of the line, โน้ต

1:42

กุญแจสำคัญคือคนที่อยู่หลังสุดของแถว

วลี

at the back of the line: บอกตำแหน่งท้ายแถว

at the back of the line บอกตำแหน่งของคนว่าอยู่ส่วนท้ายสุดของแถว หรืออยู่ลำดับสุดท้าย ในประโยคนี้วลีดังกล่าวขยายความ person เพื่อบอกว่ากำลังพูดถึงคนไหน back หมายถึงด้านหลังของแถว ไม่ได้หมายถึงร่างกายหรือแผ่นหลังของคน คำบุพบท at ใช้ระบุตำแหน่งของคนที่อยู่ ณ จุดนั้นในแถว จึงใช้ at the back of the line เพื่อบอกตำแหน่งนี้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึงตำแหน่งสุดท้ายของแถวให้ประโยคสมบูรณ์:We waited ____ for the museum to open

ดูคำตอบ

at the back of the line

who can see everyone else's hats,

1:45

ซึ่งมองเห็นหมวกของคนอื่นๆ ทั้งหมด

can use the words black or white

1:48

สามารถใช้คำว่าดำหรือขาว

to communicate some coded information. วลี

1:50

เพื่อสื่อสารข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ได้

ลำดับความ

The key is that ...: ชี้ประเด็นสำคัญ

The key is that ... ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงหรือแนวคิดหลักในการอธิบาย ที่นี่บอกว่า that-clause ที่ตามมามีเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้วิธีแก้ปริศนาใช้ได้ key หมายถึงประเด็นสำคัญ ไม่ใช่กุญแจจริง ๆ โครงสร้างนี้ช่วยดึงความสนใจไปที่เหตุผล เงื่อนไข หรือกลยุทธ์หลักหนึ่งอย่าง หลัง that โดยทั่วไปต้องตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ ซึ่งมีประธานและกริยา เช่น “the person ... can use ...”

แบบฝึกหัด

เติมส่วนที่หายไปของโครงสร้าง The key is that ให้สมบูรณ์:The ____ the backup file stays in the cloud.

ดูคำตอบ

key is that

วลี

communicate some coded information: สื่อสารข้อมูลที่เข้ารหัสไว้

ในที่นี้ communicate หมายถึง “ส่งหรือถ่ายทอด” ส่วน coded information คือข้อมูลที่แทนด้วยระบบคำ เครื่องหมาย หรือสัญญาณที่ตกลงกันไว้ ข้อความที่เห็นหรือได้ยินอาจไม่ได้บอกข้อมูลที่ต้องการสื่อโดยตรง ดังนั้น black และ white จึงมีความหมายเพิ่มเติมที่ตกลงกันไว้ได้ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงชื่อสี ในที่นี้ coded ไม่ได้หมายถึง “เขียนเป็นโค้ดคอมพิวเตอร์” โดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ไฟกะพริบสั้นสองครั้งหมายถึง “ปลอดภัย” และกะพริบยาวหนึ่งครั้งหมายถึง “อันตราย” ในสถานการณ์นี้ communicate coded information หมายถึงอะไร

  1. ใช้สัญญาณที่ตกลงกันไว้เพื่อส่งข้อความ
  2. เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
  3. แสดงเพียงว่าแสงสว่างแค่ไหน
ดูคำตอบ

ใช้สัญญาณที่ตกลงกันไว้เพื่อส่งข้อความ

So what meaning can be assigned to those words ไวยากรณ์

1:53

ดังนั้น จะสามารถกำหนดความหมายอะไรให้กับคำเหล่านั้น

that will allow everyone else to deduce their hat colors? วลี

1:56

เพื่อให้คนอื่นๆ ทุกคนสามารถอนุมานสีหมวกของตนเองได้?

ไวยากรณ์

A meaning can be assigned to a word: สามารถกำหนดความหมายให้คำได้

can be assigned to ใช้โครงสร้าง can + be + กริยาช่องที่ 3 จึงเป็นรูปถูกกระทำ โครงสร้างแบบกระทำคือ assign A to B เช่น assign a meaning to a word เมื่อเปลี่ยนเป็นรูปถูกกระทำ A จะย้ายมาอยู่ตำแหน่งประธาน: a meaning can be assigned to a word ในที่นี้ assign หมายถึง “ให้หรือกำหนดตามกฎ” คำถามกำลังถามว่าคำเหล่านั้นจะได้รับความหมายที่ตกลงกันไว้แบบใด ไม่ได้ถามว่าสามารถสั่งการบ้านอะไรได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ assign: In this symbol system, a special meaning can ____ the blue light.

ดูคำตอบ

be assigned to

วลี

allow everyone else to deduce: allow + กรรม + to + คำกริยา

allow + object + to + verb หมายถึง บุคคล ข้อเท็จจริง เครื่องมือ หรือเงื่อนไขทำให้ใครบางคนสามารถทำบางสิ่งได้ ในประโยคนี้ ความหมายที่กำหนดให้คำเหล่านั้นจะให้ข้อมูลมากพอที่จะทำให้คนอื่น ๆ ทุกคนอนุมานสีหมวกของตนเองได้ จุดสำคัญไม่ใช่การอนุญาตเป็นหลัก แต่คือการทำให้การกระทำนั้นเป็นไปได้ deduce หมายถึงการหาคำตอบโดยใช้เบาะแสและการใช้เหตุผล จึงเน้นการอนุมานที่มีหลักฐานมากกว่าการ guess แบบธรรมดา

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ allow + กรรม + to + คำกริยาได้ถูกต้อง และสื่อถึงการอนุมานจากเบาะแส

  1. The clues allowed the team to deduce the answer.
  2. The clues allowed to the team deduce the answer.
  3. The clues allowed the team deduce the answer.
ดูคำตอบ

The clues allowed the team to deduce the answer.

It can't be the total number of black or white hats. ลำดับความ

2:00

มันไม่สามารถเป็นจำนวนรวมของหมวกสีดำหรือสีขาวได้

There are more than two possible values. การใช้คำ

2:04

เพราะมีค่าที่เป็นไปได้มากกว่าสองค่า

ลำดับความ

can't be the total number: ตัดความเป็นไปได้ทางตรรกะ

allow + object + to + verb หมายถึง บุคคล ข้อเท็จจริง เครื่องมือ หรือเงื่อนไขทำให้ใครบางคนสามารถทำบางสิ่งได้ ในประโยคนี้ ความหมายที่กำหนดให้คำเหล่านั้นจะให้ข้อมูลมากพอที่จะทำให้คนอื่น ๆ ทุกคนอนุมานสีหมวกของตนเองได้ จุดสำคัญไม่ใช่การอนุญาตเป็นหลัก แต่คือการทำให้การกระทำนั้นเป็นไปได้ deduce หมายถึงการหาคำตอบโดยใช้เบาะแสและการใช้เหตุผล จึงเน้นการอนุมานที่มีหลักฐานมากกว่าการ guess แบบธรรมดา

แบบฝึกหัด

ถูกหรือผิด: ในประโยค “The answer can't be 12 because 12 breaks the rule” can't be แสดงความเป็นไปไม่ได้ในทางตรรกะ ไม่ใช่การขาดความสามารถ

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ถูก

But what does have two possible values is that number's parity. โน้ต

2:06

แต่สิ่งที่มีค่าเป็นไปได้สองค่าคือความสมมูล (คู่/คี่) ของตัวเลขนั้น

การใช้คำ

more than two possible values: ค่าที่เป็นไปได้มากกว่าสองค่า

ในคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ possible value คือจำนวน สถานะ หรือผลลัพธ์หนึ่งอย่างที่สิ่งหนึ่งสามารถมีได้ ในที่นี้ values หมายถึงค่าหรือผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ความเชื่อหรือค่านิยมส่วนบุคคล more than two หมายถึงมากกว่าสองอย่างเคร่งครัด จึงต้องมีค่าที่เป็นไปได้อย่างน้อยสามค่า วลีนี้อธิบายว่าเหตุใดสัญญาณที่มีเพียงสองแบบจึงไม่สามารถใช้แทนผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดได้โดยตรง

แบบฝึกหัด

การตั้งค่าหนึ่งอาจเป็นระดับต่ำ ปานกลาง หรือสูง ประโยคใดอธิบายได้ถูกต้อง

  1. It has more than two possible values.
  2. It has exactly two possible values.
  3. It has fewer than two possible values.
ดูคำตอบ

It has more than two possible values.

ไวยากรณ์

what does have ... is ...: does ที่ใช้เน้นในอนุประโยค what

อนุประโยค what does have two possible values หมายถึงสิ่งที่มีค่าที่เป็นไปได้สองค่าจริง ๆ อนุประโยค what นี้ทำหน้าที่เป็นประธาน และส่วนหลัง is ระบุว่าสิ่งนั้นคือความเป็นเลขคู่หรือเลขคี่ของจำนวนนั้น Does ในที่นี้คือ do ที่ใช้เน้นภายในอนุประโยคบอกเล่า โดยช่วยเน้นการแก้ความเข้าใจเดิมและสร้างความแตกต่างว่า ตัวจำนวนเองมีค่าที่เป็นไปได้มากกว่าสองค่า แต่ความเป็นเลขคู่หรือเลขคี่ของมันมีสองค่าจริง ๆ does ตรงนี้ไม่ได้ใช้สร้างคำถาม

แบบฝึกหัด

วิธีแก้แรกใช้ไม่ได้ ประโยคใดเน้นได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าการเริ่มอุปกรณ์ใหม่ได้ผลจริง

  1. What does work is restarting the device.
  2. Does what work is restarting the device?
  3. What works is restarting the device.
ดูคำตอบ

What does work is restarting the device.

That is,

2:11

นั่นก็คือ

whether it's odd or even.

2:12

ว่ามันเป็นเลขคี่หรือเลขคู่

การใช้คำ

number's parity ... odd or even: ความเป็นคี่หรือคู่ของจำนวน

ในวลี “that number's parity” คำว่า parity หมายถึงคุณสมบัติของจำนวนว่าเป็นจำนวนคี่หรือจำนวนคู่ ค่าที่เป็นไปได้มีสองค่า คือ odd และ even จึงไม่ได้หมายความว่าตัวจำนวนนั้นเองมีได้เพียงสองค่า That is ใช้พูดอธิบายคำศัพท์ทางเทคนิคใหม่ให้ตรงไปตรงมาว่า whether it's odd or even ทำให้ผู้ฟังเชื่อมโยง parity กับตัวเลือกสองแบบได้

แบบฝึกหัด

parity ของจำนวนบอกอะไร?

  1. whether it is odd or even
  2. whether it is positive or negative
  3. whether it is equal to another number
ดูคำตอบ

whether it is odd or even

So the solution is to agree that whoever goes first will, โน้ต

2:14

ดังนั้นทางออกคือการตกลงกันว่าใครก็ตามที่เริ่มก่อน จะ...

for example,

2:18

ยกตัวอย่างเช่น

say black if he sees an odd number of black hats ไวยากรณ์

2:19

พูดว่าดำ ถ้าเขาเห็นหมวกสีดำเป็นจำนวนคี่

and white if he sees an even number of black hats.

2:23

และพูดว่าขาว ถ้าเขาเห็นหมวกสีดำเป็นจำนวนคู่

ลำดับความ

So the solution is to agree that ...: การเสนอแผนที่ตกลงร่วมกัน

“So the solution is to agree that ...” แสดงการเปลี่ยนจากการวิเคราะห์ปัญหาไปสู่การบอกวิธีแก้ปัญหา So ใช้นำไปสู่ข้อสรุป ส่วน the solution is to ... บอกการกระทำที่ต้องทำ Agree that ตามด้วยประโยคสมบูรณ์ เพื่อบอกกฎ ข้อเท็จจริง หรือแผนที่ทุกคนยอมรับร่วมกัน ในที่นี้ ประโยคหลัง that อธิบายรหัสที่ทุกคนตกลงจะใช้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หายไปเพื่อทำให้ประโยคสมบูรณ์: The class needs one person to collect the forms, so the solution is ____ Leo will collect them

ดูคำตอบ

to agree that

ไวยากรณ์

whoever goes first will: ใครไปก่อนก็จะ…

Whoever goes first เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม โดย whoever ใช้เรียกบุคคลใดก็ตามที่ตรงตามเงื่อนไข goes first อนุประโยคทั้งหมดเป็นประธานของ will say ดังนั้นกฎนี้ใช้กับคนที่พูดก่อนจริง ๆ ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร นี่ไม่ใช่คำถามเพื่อถามว่าเป็นใคร รูปแบบนี้ใช้ได้กับกฎที่ใช้กับคนซึ่งยังไม่รู้หรือยังไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร: whoever + คำกริยา + will หรือ should + การกระทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ whoever เพื่อหมายถึงบุคคลใดก็ตามที่ตรงตามเงื่อนไข แทนที่จะถามว่าบุคคลนั้นคือใคร

  1. Who finishes first?
  2. Who is finishing first?
  3. Whoever finishes first will check the answers.
ดูคำตอบ

Whoever finishes first will check the answers.

ไวยากรณ์

say black if ... and white if ...:กฎเงื่อนไขแบบขนาน

ประโยคนี้กำหนดรหัสสองส่วน: ให้พูดว่า black ถ้าเห็นหมวกสีดำเป็นจำนวนคี่ และพูดว่า white ถ้าเห็นเป็นจำนวนคู่ ผลลัพธ์แรกจับคู่กับเงื่อนไขของมัน และผลลัพธ์ที่สองจับคู่กับเงื่อนไขของมันโดยใช้ and ในภาษาอังกฤษ มักละคำกริยาที่ซ้ำกันในส่วนที่สอง Say black if A and white if B จึงมีความหมายว่า say black if A และ say white if B ในที่นี้ black และ white เป็นสัญญาณที่ตกลงกันไว้เพื่อแทนจำนวนคี่และจำนวนคู่ ไม่ใช่การบอกสีหมวกของผู้พูดเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกำหนดสัญญาณหนึ่งอย่างให้แต่ละเงื่อนไขที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยใช้รูปแบบ if ที่ขนานกัน

  1. Say black if the light is red, and say white if the light is red too.
  2. Say black or white if the light is red or green.
  3. Say black if the light is red and white if the light is green.
ดูคำตอบ

Say black if the light is red and white if the light is green.

Let's see how it would play out กริยาวลี

2:27

เรามาดูกันว่ามันจะเป็นอย่างไร

if the hats were distributed like this. ไวยากรณ์

2:29

ถ้าหมวกถูกแจกจ่ายในลักษณะนี้

กริยาวลี

play out: ดำเนินไปจนเกิดผลลัพธ์

ในประโยคนี้ play out หมายถึง “ดำเนินไปในลักษณะหนึ่งและสุดท้ายก่อให้เกิดผลลัพธ์” ผู้พูดกำลังจินตนาการว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนำกลยุทธ์มาใช้กับการแจกหมวกแบบนี้ ใน see how it would play out คำว่า it หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมด กริยาวลีนี้อธิบายว่าเหตุการณ์ดำเนินไปอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการเล่นอยู่ที่ใดที่หนึ่งตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งต้องการลองใช้กระบวนการใหม่และดูว่าในทางปฏิบัติจะดำเนินไปอย่างไร ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Let's carry out the new process next week.
  2. Let's see how the new process plays out.
  3. Let's ask the children to play outside.
ดูคำตอบ

Let's see how the new process plays out.

ไวยากรณ์

if ... were distributed like this: เงื่อนไขสมมติในรูปถูกกระทำ

อนุประโยค if สร้างกรณีสมมติขึ้นมา ไม่ได้รายงานรูปแบบการแจกที่ทราบอยู่แล้ว รูปอดีต were ทำให้การจัดวางนี้เป็นเรื่องสมมติ และสอดคล้องกับ would play out ในส่วนหลักของประโยคเต็ม were distributed เป็นรูปถูกกระทำ หมวกเป็นสิ่งที่ได้รับการแจก สามารถละผู้กระทำได้เพราะสิ่งสำคัญคือรูปแบบการแจก ไม่ใช่คนที่แจกหมวก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปถูกกระทำเชิงสมมติของ arrange: If the seats ____ differently, everyone would have a better view.

ดูคำตอบ

were arranged

The tallest captive sees three black hats in front of him,

2:32

เชลยที่สูงที่สุดเห็นหมวกสีดำสามใบอยู่ข้างหน้าเขา

so he says black,

2:35

เขาจึงพูดว่าดำ

telling everyone else he sees an odd number of black hats. ไวยากรณ์

2:36

เพื่อบอกทุกคนว่าเขาเห็นหมวกสีดำเป็นจำนวนคี่

ไวยากรณ์

telling everyone else...: ใช้วลี -ing อธิบายผลของการกระทำก่อนหน้า

วลี -ing telling everyone else... เชื่อมกับประโยคหลัก he says black โดยอธิบายว่าคำตอบของเขาสื่ออะไร เมื่อพูดว่า black เขาก็ทำให้คนอื่นทุกคนรู้ว่าเขาเห็นหมวกสีดำเป็นจำนวนคี่ วลีนี้ไม่ใช่การเริ่มการกระทำหลักใหม่ ในโครงสร้าง main clause, -ing... วลี -ing สามารถเพิ่มคำอธิบายที่เกิดควบคู่กันหรือบอกผลได้ และในที่นี้วลีดังกล่าวบอกผลด้านข้อมูลของการกระทำแรก

แบบฝึกหัด

ใน “Leo nodded, telling us he agreed.” วลี telling us he agreed ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่ามีคนออกคำสั่งให้ Leo
  2. บรรยายเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในภายหลังมาก
  3. อธิบายว่าการพยักหน้าของ Leo สื่ออะไร
ดูคำตอบ

อธิบายว่าการพยักหน้าของ Leo สื่ออะไร

He gets his own hat color wrong, วลี

2:40

เขาทายสีหมวกของตัวเองผิด

วลี

gets his own hat color wrong: ตัดสินหรือเข้าใจบางอย่างผิด

โครงสร้าง get + object + wrong หมายถึงตัดสิน ตอบ หรือเข้าใจสิ่งที่เป็นกรรมอย่างไม่ถูกต้อง ในที่นี้กรรมคือ his own hat color ดังนั้นเขาจึงทายสีหมวกของตัวเองผิด ในโครงสร้างนี้ get ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” หรือ “ได้มา” Wrong อยู่หลังกรรมและบอกว่าผลการตัดสินของคนนั้นไม่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้เป็นโครงสร้าง get + object + wrong: หลังตรวจคำตอบ Maya ก็ตระหนักว่า “I got the final answer ____.”

ดูคำตอบ

wrong

but that's okay,

2:42

แต่นั่นไม่เป็นไร

since you're collectively allowed to have one wrong answer. ไวยากรณ์

2:43

เพราะพวกคุณทั้งกลุ่มได้รับอนุญาตให้ตอบผิดได้หนึ่งข้อ

ไวยากรณ์

since you're collectively allowed to have one wrong answer: เหตุผลและสิทธิ์ที่ใช้กับทั้งกลุ่ม

ในที่นี้ since หมายถึง “เพราะว่า” และนำเหตุผลมาอธิบายว่าทำไมสถานการณ์ก่อนหน้าจึงยอมรับได้ นั่นคือกติกาอนุญาตให้มีคำตอบผิดได้หนึ่งคำตอบ collectively หมายถึง “ในฐานะกลุ่มเดียวกัน” สิทธิ์นี้ใช้กับผลรวมของทุกคน ดังนั้นทั้งกลุ่มจึงมีคำตอบผิดได้รวมหนึ่งคำตอบ ไม่ใช่คนละหนึ่งคำตอบ

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ “since you're collectively allowed to have one wrong answer” ได้ตรงที่สุด

  1. แม้ว่าทั้งกลุ่มจะต้องให้คำตอบผิดหนึ่งคำตอบ
  2. เพราะแต่ละคนมีคำตอบผิดได้คนละหนึ่งคำตอบ
  3. เพราะทั้งกลุ่มมีคำตอบผิดได้รวมหนึ่งคำตอบ
ดูคำตอบ

เพราะทั้งกลุ่มมีคำตอบผิดได้รวมหนึ่งคำตอบ

Prisoner two also sees an odd number of black hats,

2:48

นักโทษคนที่สองก็เห็นหมวกสีดำจำนวนคี่เช่นกัน

so she knows hers is white ไวยากรณ์

2:51

ดังนั้นเธอจึงรู้ว่าหมวกของเธอเป็นสีขาว

and answers correctly.

2:53

และตอบได้อย่างถูกต้อง

ไวยากรณ์

hers is white: hers ใช้แทน her hat

hers เป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ ในที่นี้ใช้แทน her hat ดังนั้น hers is white จึงหมายถึง her hat is white ละคำนามไว้ได้เพราะบริบททำให้รู้แล้วว่าหมายถึง hat

แบบฝึกหัด

แทน “her coat” ด้วยคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ: My coat is black, but ____ is white.

ดูคำตอบ

hers

Prisoner three sees an even number of black hats,

2:55

นักโทษคนที่สามเห็นหมวกสีดำจำนวนคู่

so he knows that his must be one of the black hats ไวยากรณ์

2:58

เขาจึงรู้ว่าหมวกของเขาต้องเป็นหนึ่งในหมวกสีดำ

the first two prisoners saw. ไวยากรณ์

3:01

ที่นักโทษสองคนแรกเห็น

ไวยากรณ์

must be one of the black hats: ข้อสรุปเชิงตรรกะ

ในที่นี้ must be แสดงข้อสรุปที่หนักแน่นจากหลักฐาน กล่าวคือ ตามเหตุผลแล้วหมวกของเขาย่อมอยู่ในกลุ่มหมวกสีดำนั้น ผู้พูดไม่ได้กำลังออกคำสั่ง ในโครงสร้าง must be one of + คำนามพหูพจน์ one of หมายถึงสมาชิกหนึ่งรายการในกลุ่มที่ระบุ ใช้รูปแบบนี้เมื่อเบาะแสทำให้ตัวตนหรือประเภทหนึ่งเป็นข้อสรุปที่จำเป็น

แบบฝึกหัด

เติมรูปสองคำที่มี must เพื่อแสดงการอนุมานอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับสถานะปัจจุบัน: The office lights are on, so someone ____ inside.

ดูคำตอบ

must be

ไวยากรณ์

the first two prisoners saw: อนุประโยคสัมพันธ์ที่ละ that ซึ่งเป็นกรรม

the first two prisoners saw เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย the black hats และบอกว่าหมายถึงหมวกสีดำใบใด รูปที่ครบกว่าคือ the black hats that the first two prisoners saw ภายในอนุประโยค the first two prisoners เป็นประธาน ส่วน that ที่ละไว้เป็นกรรมของ saw คำสรรพนามสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมสามารถละได้ ดังนั้น saw จึงเป็นส่วนหนึ่งของข้อความขยาย ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของประโยคใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมีอนุประโยคสัมพันธ์ที่ละคำสรรพนามสัมพันธ์ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมไว้?

  1. The movie that we watched last night was funny.
  2. The movie we watched last night was funny.
  3. We watched a funny movie last night.
ดูคำตอบ

The movie we watched last night was funny.

Prisoner four hears that

3:03

นักโทษคนที่สี่ได้ยินแบบนั้น

and knows that she should be looking for an even number of black hats, ไวยากรณ์

3:05

และรู้ว่าเธอควรมองหาหมวกสีดำในจำนวนคู่

since one was behind her.

3:08

เนื่องจากมีใบหนึ่งอยู่ข้างหลังเธอ

ไวยากรณ์

should be looking for: ความคาดหมายจากการใช้เหตุผล

ในประโยคนี้ should แสดงความคาดหมายจากการใช้เหตุผล ไม่ได้แสดงหน้าที่หรือข้อบังคับ จากข้อมูลที่เธอมี เธอคาดว่าหลักฐานที่เห็นควรเป็นหมวกสีดำจำนวนคู่ be looking for ในที่นี้หมายถึงการสังเกตหรือตรวจดูว่าผลลัพธ์เฉพาะอย่างปรากฏหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงการค้นหาสิ่งของที่หายไป รูปแบบ should be looking for + ผลลัพธ์หรือสัญญาณ ใช้ได้เมื่อหลักฐานบอกว่าเราควรคาดว่าจะสังเกตเห็นอะไร

แบบฝึกหัด

ใน “If the sensor is working, we should be looking for a green light.” should be looking for หมายถึงอะไร

  1. จากเงื่อนไขนั้น ไฟสีเขียวคือสัญญาณที่คาดว่าจะเห็น
  2. เราพบไฟสีเขียวแล้ว
  3. เราจำเป็นต้องค้นหาไฟสีเขียวที่หายไป
ดูคำตอบ

จากเงื่อนไขนั้น ไฟสีเขียวคือสัญญาณที่คาดว่าจะเห็น

But she only sees one, ลำดับความ

3:10

แต่เธอมองเห็นเพียงใบเดียว

so she deduces that her hat is also black.

3:12

เธอจึงอนุมานได้ว่าหมวกของเธอก็เป็นสีดำเช่นกัน

ลำดับความ

only sees one: เน้นว่าจำนวนจริงน้อยกว่าที่คาด

only อยู่หน้า sees แต่สิ่งที่ถูกเน้นในที่นี้คือจำนวน one กล่าวคือ เธอเห็นหมวกสีดำเพียงหนึ่งใบ one ใช้แทน one black hat จึงอ้างถึงหมวกที่กล่าวถึงอยู่แล้ว โครงสร้างนี้จัดลำดับการให้เหตุผลเป็น ความคาดหมาย → จำนวนจริง → ข้อสรุป But แสดงความไม่ตรงกันกับจำนวนคู่ที่คาดไว้ และ so นำไปสู่ข้อสรุปที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ใน “We expected six plates, but I only see five.” only ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าการมองเป็นการกระทำเดียวที่ฉันทำได้
  2. เน้นว่าจำนวนจริงคือห้า ซึ่งน้อยกว่าหกที่คาดไว้
  3. บอกว่าจานห้าใบเพียงพอแล้ว
ดูคำตอบ

เน้นว่าจำนวนจริงคือห้า ซึ่งน้อยกว่าหกที่คาดไว้

Prisoners five through nine are each looking for an odd number of black hats, การใช้คำ

3:16

นักโทษคนที่ห้าถึงเก้าต่างก็มองหาหมวกสีดำเป็นจำนวนคี่

การใช้คำ

five through nine: ช่วงหมายเลขที่รวมทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด

ในประโยคนี้ five through nine ระบุกลุ่มหมายเลขที่ต่อเนื่องกัน ได้แก่ นักโทษหมายเลข 5, 6, 7, 8 และ 9 โดยรวมทั้งหมายเลขต้นและหมายเลขปลาย ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน A through B มักใช้ระบุช่วงของตัวเลข หน้า วันที่ หรือเวลาที่รวมทั้งสองขอบเขต ในที่นี้ through ทำหน้าที่จัดกลุ่มหมายเลขนักโทษ ไม่ได้อธิบายการเคลื่อนที่ผ่านสถานที่

แบบฝึกหัด

ในคำสั่ง “Complete questions six through eight,” ต้องทำคำถามข้อใดบ้าง

  1. เฉพาะข้อ 6 และ 8
  2. ข้อ 6, 7 และ 8
  3. ข้อหลังจาก 6 แต่ก่อน 8
ดูคำตอบ

ข้อ 6, 7 และ 8

which they see,

3:20

ซึ่งพวกเขาก็มองเห็นมัน

so they figure out that their hats are white. กริยาวลี

3:21

พวกเขาจึงคิดได้ว่าหมวกของตนเองเป็นสีขาว

กริยาวลี

figure out that: การได้ข้อสรุปด้วยการใช้เหตุผล

figure out หมายถึงการหาคำตอบหรือเข้าใจบางสิ่งด้วยการคิด การสังเกต หรือการใช้เบาะแส ในประโยคนี้ นักโทษใช้ข้อมูลเพื่อหาข้อสรุป เมื่อ figure out ตามด้วย that อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จะบอกข้อสรุปทั้งหมด ซึ่งในที่นี้คือ that their hats are white รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ figure out that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ figure out that เติมประโยคให้สมบูรณ์: After reviewing the clues, Maya ____ the window had been opened from inside.

ดูคำตอบ

figured out that

Now it all comes down to you at the front of the line. สำนวน

3:25

ตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณที่อยู่หน้าสุดของแถวแล้ว

สำนวน

comes down to: ปัจจัยตัดสินสุดท้าย

ในที่นี้ comes down to หมายถึง หลังจากพิจารณาเรื่องอื่นทั้งหมดแล้ว ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับบุคคลหรือปัจจัยที่เป็นตัวตัดสิน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ลงด้านล่างจริง ๆ ในรูป it all comes down to you คำว่า you ชี้ถึงคนที่การกระทำจะเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์ สำนวนนี้ย่อสถานการณ์ที่ซับซ้อนให้เหลือจุดตัดสินสุดท้ายและเพิ่มความรู้สึกกดดัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค After weeks of training, the race comes down to the final lap คำว่า comes down to หมายความว่าอย่างไร

  1. รอบสุดท้ายจะเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์
  2. นักวิ่งเคลื่อนลงไปยังลู่วิ่งที่อยู่ต่ำกว่า
  3. การแข่งขันเริ่มขึ้นในรอบสุดท้าย
ดูคำตอบ

รอบสุดท้ายจะเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์

If the ninth prisoner saw an odd number of black hats,

3:29

ถ้านักโทษคนที่เก้าเห็นหมวกสีดำเป็นจำนวนคี่

that can only mean one thing. วลี

3:32

นั่นมีความหมายได้เพียงอย่างเดียว

วลี

can only mean one thing: มีข้อสรุปที่เป็นไปได้เพียงข้อเดียว

Can only mean one thing บอกว่าหลักฐานทำให้สรุปได้เพียงอย่างเดียว only จำกัดจำนวนความหมายหรือคำอธิบายที่เป็นไปได้ ดังนั้นผู้พูดจึงตัดข้อสรุปอื่นออก ในที่นี้ thing หมายถึงข้อสรุป ไม่ใช่วัตถุ สำนวนนี้มักยังไม่บอกคำตอบทันที เพื่อสร้างความลุ้นก่อนที่ผู้พูดจะเปิดเผยข้อสรุป

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่บอกว่าหลักฐานทำให้สรุปได้เพียงอย่างเดียว: The final score is 4–1, and the game is over. That ____: the Lions won.

ดูคำตอบ

can only mean one thing

You'll find that this strategy works วลี

3:34

คุณจะพบว่ากลยุทธ์นี้ใช้ได้ผล

for any possible arrangement of the hats.

3:36

สำหรับการจัดเรียงหมวกในทุกรูปแบบที่เป็นไปได้

วลี

works for any possible arrangement of the hats: ใช้ได้กับการจัดเรียงหมวกทุกรูปแบบที่เป็นไปได้

ในที่นี้ works for หมายถึง “ใช้ได้ผลใน” หรือ “รับมือกับสิ่งนั้นได้” ประโยคนี้บอกว่ากลยุทธ์ยังคงใช้ได้ผลเมื่อจัดหมวกด้วยวิธีต่าง ๆ any possible arrangement ครอบคลุมการจัดเรียงทุกรูปแบบที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ได้หมายถึงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่เลือกขึ้นมา แต่เป็นการกล่าวโดยทั่วไปว่ากลยุทธ์ใช้ได้ในทุกกรณี

แบบฝึกหัด

มีกฎหนึ่งกล่าวว่า A rule works for any possible arrangement of the cards. ข้อความนี้หมายความว่าอะไร

  1. กฎนี้ใช้ได้กับการจัดเรียงเพียงแบบเดียวที่สุ่มเลือกมา
  2. กฎนี้ใช้ได้เฉพาะเมื่อไพ่ยังอยู่ในลำดับปัจจุบัน
  3. กฎนี้ใช้ได้กับทุกวิธีที่อาจใช้จัดเรียงไพ่
ดูคำตอบ

กฎนี้ใช้ได้กับทุกวิธีที่อาจใช้จัดเรียงไพ่

The first prisoner has a 50% chance of giving a wrong answer about his own hat, วลี

3:39

นักโทษคนแรกมีโอกาส 50% ที่จะให้คำตอบที่ผิดเกี่ยวกับหมวกของตนเอง

วลี

has a 50% chance of giving: บอกความน่าจะเป็นด้วย chance of + รูป -ing

โครงสร้าง have/has a 50% chance of doing something ใช้บอกความน่าจะเป็นที่เหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้น โดยเปลี่ยน 50% เป็นเปอร์เซ็นต์อื่นได้ ในประโยคนี้ giving a wrong answer คือเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และมีความน่าจะเป็น 50% เมื่อ chance ตามด้วย of คำกริยาถัดไปต้องอยู่ในรูป -ing: chance of giving ห้ามใช้ chance of give หรือ chance of to giving

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเพื่อบอกว่าทีมมีความน่าจะเป็น 40% ที่จะชนะ: Our team has a 40% chance of ____ tonight's game.

ดูคำตอบ

winning

but the parity information he conveys

3:44

แต่ข้อมูลความสมมูล(คู่/คี่)ที่เขาสื่อสารออกมา

allows everyone else to guess theirs with absolute certainty. วลี

3:47

จะช่วยให้ทุกคนสามารถทายหมวกของตนเองได้อย่างมั่นใจเต็มร้อย

วลี

allows everyone else to guess ... with absolute certainty: ทำให้คนอื่นทุกคนตอบได้อย่างแน่นอนโดยไม่มีข้อสงสัย

โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive หมายถึง บางสิ่งทำให้บุคคลมีความสามารถ มีโอกาส หรือได้รับอนุญาตให้ลงมือทำ ในประโยคนี้ ข้อมูลทำให้การทายเป็นไปได้ ไม่ได้เป็นการให้อนุญาต Theirs เป็นสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่แทน their hats ส่วน with absolute certainty หมายถึง “โดยไม่มีข้อสงสัยที่สมเหตุสมผล” ดังนั้น guess ในที่นี้คือการให้คำตอบที่รู้ได้ว่าถูกต้อง ไม่ใช่การเดาสุ่ม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ allow + กรรม + to-infinitive ได้ถูกต้อง เพื่อแสดงว่าหลักฐานทำให้ระบุสิ่งหนึ่งได้อย่างแน่นอนเต็มที่

  1. The evidence allows the analysts to identify the source with absolute certainty.
  2. The evidence allows the analysts identify the source with absolute certainty.
  3. The evidence allows to the analysts identifying the source with absolute certainty.
ดูคำตอบ

The evidence allows the analysts to identify the source with absolute certainty.

Each begins by expecting to see an odd or even number of hats วลี

3:51

แต่ละคนเริ่มต้นด้วยการคาดหวังว่าจะได้เห็นหมวกจำนวนคี่หรือคู่

of the specified color.

3:56

ของสีที่ระบุไว้

วลี

Each begins by expecting to see: ใช้ begin by + -ing เพื่อบอกขั้นตอนแรก

Begin by + รูป -ing ใช้บอกการกระทำที่เป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการ ในที่นี้แต่ละคนเริ่มการใช้เหตุผลด้วยการตั้งความคาดหมายว่าจำนวนจะเป็นคี่หรือคู่ โดย by นำหน้าวิธีการ ไม่ได้บอกสถานที่ Each เป็นเอกพจน์ตามหลักไวยากรณ์ จึงใช้กริยา begins หลังบุพบท by คำว่า expect เปลี่ยนเป็นรูป -ing คือ expecting และ expecting ตามด้วย to-infinitive คือ to see

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ find เพื่อเติมคำสั่งที่บอกขั้นตอนแรกให้สมบูรณ์: To solve the puzzle, begin by ____ the corner pieces.

ดูคำตอบ

finding

If what they count doesn't match, ไวยากรณ์

3:57

ถ้าสิ่งที่พวกเขานับได้ไม่ตรงกัน

that means their own hat is that color,

3:59

นั่นหมายความว่าหมวกของพวกเขาเองเป็นสีนั้น

ไวยากรณ์

If what they count doesn't match: อนุประโยค what ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

ใน If what they count doesn't match นั้น what they count เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม และทั้งอนุประโยคทำหน้าที่เป็นประธานของ doesn't match ในที่นี้ what มีความหมายรวมว่า “สิ่งหรือผลที่...” จึงใช้กล่าวอย่างกระชับถึงจำนวนที่พวกเขานับได้ อนุประโยค if ตั้งเงื่อนไขว่าจำนวนที่นับได้ไม่ตรงกับจำนวนที่คาดไว้ ส่วน that means... ใช้นำเสนอข้อสรุปที่อนุมานจากเงื่อนไขนั้น ในที่นี้ match หมายถึง “ตรงกัน” หรือ “สอดคล้องกัน” ไม่ได้หมายถึง “แข่งขัน”

แบบฝึกหัด

ใน “If what you entered doesn't match the record, check the form,” วลี what you entered หมายถึงอะไร

  1. คนที่กรอกข้อมูลนั้น
  2. ข้อมูลที่คุณกรอก
  3. เหตุผลที่กรอกข้อมูลนั้น
ดูคำตอบ

ข้อมูลที่คุณกรอก

and everytime this happens,

4:02

และทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

the next person in line will switch the parity they expect to see. วลี

4:04

คนถัดไปในแถวจะสลับความสมมูลที่พวกเขาคาดหวังว่าจะได้เห็น

วลี

The next person in line will switch the parity: เปลี่ยนสถานะคี่หรือคู่ที่คาดไว้

The next person in line หมายถึงคนในแถวที่จะถึงคิวเป็นคนถัดไป ส่วน will switch the parity หมายถึงคนคนนั้นจะเปลี่ยนสถานะคี่หรือคู่ที่คาดไว้ Parity หมายถึงคุณสมบัติที่บอกว่าจำนวนหนึ่งเป็นเลขคี่หรือเลขคู่ ในที่นี้ switch หมายถึงเปลี่ยนไปเป็นสถานะตรงข้าม จากคี่เป็นคู่หรือจากคู่เป็นคี่ ไม่ได้หมายถึงการกดสวิตช์ที่เป็นอุปกรณ์จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยศัพท์คณิตศาสตร์ที่บอกว่าจำนวนหนึ่งเป็นเลขคี่หรือเลขคู่: The next person in line will switch the ____.

ดูคำตอบ

parity

So that's it.

4:08

แค่นี้เอง

You're free to go. น้ำเสียง/เจตนา

4:09

พวกคุณเป็นอิสระแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

You're free to go: การอนุญาตให้ออกไปได้

You're free to go เป็นสำนวนที่ใช้บอกว่าอีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อและสามารถออกไปได้ ในที่นี้ free หมายถึง “ไม่ถูกจำกัด” ไม่ได้หมายถึง “ฟรี” ถ้อยคำนี้มักสื่อว่าผู้พูดมีอำนาจหรือหน้าที่ตัดสินว่าอีกฝ่ายจะออกไปได้เมื่อใด

แบบฝึกหัด

หลังจากตรวจดูกระเป๋าของคุณ เจ้าหน้าที่พูดว่า “You're free to go.” เขาหมายความว่าอย่างไร

  1. เจ้าหน้าที่บอกว่าคุณไม่ต้องจ่ายเงิน
  2. เจ้าหน้าที่อนุญาตให้คุณออกไปได้แล้ว
  3. เจ้าหน้าที่กำหนดให้คุณอยู่ต่อ
ดูคำตอบ

เจ้าหน้าที่อนุญาตให้คุณออกไปได้แล้ว

It looks like these aliens will have to go hungry โน้ต

4:10

ดูเหมือนว่าเอเลี่ยนพวกนี้จะต้องทนหิว

น้ำเสียง/เจตนา

It looks like + อนุประโยค: การอนุมานจากหลักฐาน

It looks like + อนุประโยค ใช้นำเสนอข้อสรุปจากสิ่งที่ผู้พูดเห็นหรือรู้อยู่ ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้ผลการทดสอบเพื่ออนุมานว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป โดย look ไม่ได้หมายถึงการมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกัน โครงสร้างนี้ฟังดูไม่ฟันธงเท่าการบอกตรง ๆ เพราะนำเสนอข้อสรุปในฐานะการอนุมาน มักใช้ในบทสนทนาเมื่อต้องการสรุปหลักฐานหรือสถานการณ์ปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบการอนุมานสามคำที่ตรงกับความหมายว่า “หลักฐานบ่งชี้ว่า”: ____ our train is delayed.

ดูคำตอบ

It looks like

วลี

will have to go hungry: จะต้องอดอาหารอย่างเลี่ยงไม่ได้

will have to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าบางสิ่งจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นเพราะสถานการณ์ในอนาคต ในประโยคนี้ เอเลี่ยนไม่ได้เลือกผลลัพธ์นี้เอง แต่สถานการณ์ทำให้พวกเขาไม่มีทางได้กินอาหาร ใน go hungry คำว่า go ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อมหน้าคำคุณศัพท์ hungry วลีนี้หมายถึงไม่มีอาหารหรือมีอาหารไม่พอจนต้องอด ไม่ได้หมายถึงเดินทางไปที่ใด เมื่อรวมกัน will have to go hungry จึงหมายถึงการต้องอดอาหารจะเป็นผลลัพธ์ในอนาคตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ โดยใช้ have to และ go hungry: If the supply truck does not arrive, we will ____.

ดูคำตอบ

have to go hungry

or find some less logical organisms to abduct.

4:13

หรือไม่ก็ต้องหาสิ่งมีชีวิตที่ไร้เหตุผลมากกว่านี้เพื่อลักพาตัว