3 สิ่งที่อาจทำให้ปวดประจำเดือน - Chen X. Chen: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
701 คำ 139 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าว่าการทดลองที่บกพร่องในปี 1920 ทำให้ความเชื่อผิด ๆ เรื่องประจำเดือนยิ่งฝังแน่น แต่กลับกระตุ้นการศึกษาของเหลวจากประจำเดือนและอาการปวดประจำเดือนโดยอ้อม เนื้อหาแยกภาวะปวดประจำเดือนปฐมภูมิกับทุติยภูมิ อธิบายว่าพรอสตาแกลนดินอาจทำให้มดลูกหดตัวรุนแรงขึ้นอย่างไร และสรุปว่าอาการปวดรุนแรงเป็นปัญหาจริงที่พบได้บ่อยและยังต้องการงานวิจัยกับการรักษาที่ดีกว่า ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. without proper controls — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: คุณจะเข้าใจว่า controls ในงานวิจัยหมายถึงกลุ่มเปรียบเทียบหรือเงื่อนไขที่ควบคุมไว้ ไม่ใช่การกำกับดูแลทั่วไป จึงใช้วลีนี้อธิบายได้อย่างเจาะจงว่าเหตุใดการออกแบบการทดลองจึงไม่อาจให้หลักฐานที่น่าเชื่อถือ 2. work by targeting prostaglandins, — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: คุณจะเรียนรู้โครงสร้าง work by + คำกริยาเติม -ing สำหรับอธิบายกลไก ในที่นี้ใช้บอกว่ายาแก้ปวดบางชนิดออกฤทธิ์ต่อพรอสตาแกลนดินอย่างไร และยังนำไปใช้อธิบายการทำงานของยา อุปกรณ์ หรือวิธีการอื่นได้ 3. That's why more research is needed to — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: คุณจะมองออกว่านี่คือถ้อยคำสรุปที่เชื่อมความไม่แน่นอนและข้อจำกัดของการรักษาที่กล่าวมาก่อนหน้าเข้ากับเหตุผลที่ต้องศึกษาต่อ ช่วยให้เชื่อมหลักฐานไปสู่ขั้นตอนถัดไปอย่างชัดเจนโดยไม่กล่าวเกินกว่าข้อมูลรองรับ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In 1920, Hungarian physician Bela Schick ran a highly questionable experiment. การใช้คำ

0:06

ในปี 1920 นายแพทย์ชาวฮังการีชื่อ Bela Schick ได้ทำการทดลองที่น่ากังขาอย่างยิ่ง

การใช้คำ

a highly questionable experiment: การทดลองที่น่ากังขาอย่างยิ่ง

questionable ในที่นี้หมายความว่ามีเหตุผลสำคัญให้สงสัยการทดลองนี้ วิธีการ จริยธรรม หรือความน่าเชื่อถือของการทดลองอาจมีปัญหาหรือไม่เหมาะสม ไม่ได้หมายความว่าเราสามารถถามคำถามกับการทดลองได้ highly ทำให้การประเมินเชิงลบนี้รุนแรงขึ้น วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดวิจารณ์การทดลองอย่างหนักได้โดยไม่ต้องระบุข้อบกพร่องข้อใดข้อหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

questionable หมายถึงอะไรในประโยคนี้? The committee used questionable methods to reach its decision.

  1. วิธีการเหล่านั้นทำให้ตั้งคำถามได้ง่าย
  2. วิธีการเหล่านั้นเป็นวิธีใหม่แต่ถูกต้องอย่างแน่นอน
  3. วิธีการเหล่านั้นอาจไม่น่าเชื่อถือหรือไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

วิธีการเหล่านั้นอาจไม่น่าเชื่อถือหรือไม่เหมาะสม

He asked several women, some on their periods, การใช้คำ

0:13

เขาขอให้ผู้หญิงหลายคน ซึ่งบางคนกำลังมีประจำเดือน

to briefly hold flowers.

0:15

ถือดอกไม้ไว้ครู่หนึ่ง

การใช้คำ

on their periods: กำลังมีประจำเดือน

be on one's period เป็นสำนวนทั่วไปในชีวิตประจำวันที่หมายถึง “กำลังมีประจำเดือน” คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น she is on her period; they are on their periods. ในคำบรรยาย some on their periods เป็นวลีบรรยายแบบย่อ หมายถึง some of the women were on their periods และใช้เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับผู้หญิงบางคนในกลุ่มโดยไม่ต้องกล่าวอนุประโยคเต็มซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ถูกต้องเพื่อให้เป็นสำนวนในชีวิตประจำวัน: Lena is ____ her period today.

ดูคำตอบ

on

Then, without proper controls and relying solely on his own observations, โน้ต

0:18

จากนั้น โดยปราศจากการควบคุมที่เหมาะสม และอาศัยเพียงการสังเกตของเขาเอง

การใช้คำ

without proper controls: โดยไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม

ในการวิจัยเชิงทดลอง controls หมายถึงเงื่อนไขหรือขั้นตอนสำหรับการเปรียบเทียบ ซึ่งช่วยแยกผลที่กำลังทดสอบออกจากปัจจัยอื่น proper หมายความว่าการควบคุมเหล่านี้เหมาะสมกับคำถามวิจัยและได้รับการออกแบบมาอย่างดี without proper controls เป็นการวิจารณ์การออกแบบงานวิจัย เพราะไม่อาจสรุปได้อย่างมั่นใจว่าผลที่สังเกตเห็นเกิดจากปัจจัยที่กำลังทดสอบ ไม่ได้หมายความว่านักวิจัยใช้อุปกรณ์ไม่เป็นหรือควบคุมตนเองไม่ได้

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า The trial had no proper controls. ข้อความนี้ชี้ถึงปัญหาใด

  1. งานวิจัยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ
  2. งานวิจัยไม่มีเงื่อนไขเปรียบเทียบหรือเงื่อนไขควบคุมที่เหมาะสม
  3. นักวิจัยใช้อุปกรณ์ไม่เป็น
ดูคำตอบ

งานวิจัยไม่มีเงื่อนไขเปรียบเทียบหรือเงื่อนไขควบคุมที่เหมาะสม

วลี

relying solely on: อาศัยเพียงอย่างเดียว

rely on หมายถึงใช้บางสิ่งเป็นพื้นฐานในการตัดสิน การตัดสินใจ หรือผลลัพธ์ ใน relying solely on his own observations คำว่า solely เพิ่มข้อจำกัดแบบเด็ดขาด นั่นคือข้อสังเกตของเขาเป็นแหล่งหลักฐานเพียงแหล่งเดียวที่กล่าวถึง วลีนี้ใช้บรรยายวิธีการหรือการตัดสินใจที่มีฐานหลักฐานแคบเกินไป ไม่ได้เพียงหมายความว่าข้อสังเกตของเขาสำคัญ แต่หมายความว่าไม่มีการใช้แหล่งข้อมูลอื่นเลย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุอย่างชัดเจนว่าแบบสำรวจเป็นพื้นฐานเพียงอย่างเดียวสำหรับขั้นตอนถัดไป

  1. We are relying on the survey to guide the next step.
  2. We are comparing the survey with the interview notes.
  3. We are relying solely on the survey to guide the next step.
ดูคำตอบ

We are relying solely on the survey to guide the next step.

he claimed that the blooms held by the menstruating women wilted more quickly. ไวยากรณ์

0:23

เขาอ้างว่าดอกไม้ที่ผู้หญิงที่มีประจำเดือนถืออยู่นั้นเหี่ยวเฉาเร็วกว่า

ไวยากรณ์

the blooms held by the menstruating women:อนุประโยคสัมพัทธ์แบบถูกกระทำที่ย่อรูป

ในวลี the blooms held by the menstruating women ส่วน held by the menstruating women เป็นวลีรูปกริยาช่องที่สามที่วางไว้หลัง blooms เพื่อบอกว่าหมายถึงดอกไม้ดอกไหน: the blooms that were held by the menstruating women นี่คืออนุประโยคสัมพัทธ์แบบถูกกระทำที่ย่อรูป held ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค กริยาที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับดอกไม้คือ wilted โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ย่อข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ใครบางคนเก็บ เขียน หรือทำไว้หลังคำนามได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The samples collected in the morning were tested first." คำว่า "collected in the morning" ทำหน้าที่อะไร

  1. เป็นกริยาหลักของประโยค
  2. บอกว่าเกิดการตรวจเมื่อใด
  3. ขยายความ samples และบอกว่าเป็นตัวอย่างใด
ดูคำตอบ

ขยายความ samples และบอกว่าเป็นตัวอย่างใด

Schick's explanation for this was not only unscientific, ไวยากรณ์

0:29

คำอธิบายของ Schick ในเรื่องนี้ไม่เพียงแต่ไร้หลักวิชาการ

but also played into age-old myths about periods. กริยาวลี

0:32

แต่ยังตอกย้ำความเชื่อโบราณเกี่ยวกับประจำเดือนด้วย

ไวยากรณ์

was not only unscientific, but also played into:เพิ่มคำวิจารณ์อีกประการหนึ่ง

โครงสร้าง not only ... but also ... เชื่อมสองประเด็นที่เกี่ยวกับประธานเดียวกัน และนำเสนอประเด็นที่สองในฐานะคำวิจารณ์เพิ่มเติม ในที่นี้ การบอกว่าคำอธิบายนั้น was not only unscientific คือการวิจารณ์ว่าคำอธิบายนั้นขาดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ส่วน played into age-old myths หมายความว่า คำอธิบายนั้นช่วยตอกย้ำความเชื่อเก่าแก่เกี่ยวกับประจำเดือน สองส่วนในประโยคนี้ไม่ได้มีรูปแบบเหมือนกันทั้งหมด unscientific เป็นคำคุณศัพท์ ส่วน played into เป็นวลีกริยา เนื่องจากใช้ประธานร่วมกัน ความหมายจึงยังชัดเจน แต่ในประโยคใหม่ ๆ การทำให้ทั้งสองส่วนมีรูปแบบขนานกันจะช่วยให้อ่านตามได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่ใช้เป็นคู่ให้สมบูรณ์: The policy ____ reduced costs ____ improved safety.

ดูคำตอบ

not only · but also

กริยาวลี

played into age-old myths about periods: ส่งเสริมความเชื่อผิด ๆ ที่มีมานานเกี่ยวกับประจำเดือน

ในที่นี้ played into หมายถึงช่วยสนับสนุนหรือทำให้ความเชื่อที่มีอยู่แล้วแข็งแรงขึ้น คำอธิบายของชิกทำให้แนวคิดเก่าและผิดเกี่ยวกับประจำเดือนยังคงอยู่หรือดูน่าเชื่อมากขึ้น ไม่ว่านั่นจะเป็นเจตนาของเขาหรือไม่ กริยาวลี play into มักใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งส่งผลไปสนับสนุนความกลัว ภาพเหมารวม เรื่องเล่า หรือแผนการบางอย่าง ส่วน age-old หมายถึงมีมานานมาก ไม่ได้หมายความว่าเป็นความจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The rumor played into public fears” ข่าวลือส่งผลอย่างไร

  1. มันอธิบายว่าเหตุใดความกลัวเหล่านั้นจึงไม่เป็นความจริง
  2. มันทำให้ความกลัวเหล่านั้นหายไป
  3. มันเพิ่มความกลัวที่มีอยู่แล้ว
ดูคำตอบ

มันเพิ่มความกลัวที่มีอยู่แล้ว

He concluded that menstruating women's bodies released toxins,

0:36

เขาสรุปว่าร่างกายของผู้หญิงที่มีประจำเดือนจะหลั่งสารพิษ

excreted in sweat and blood, that can kill plants. การใช้คำ

0:40

ขับออกมาทางเหงื่อและเลือด ซึ่งสามารถฆ่าพืชได้

การใช้คำ

excreted in sweat and blood: ถูกขับออกมากับเหงื่อและเลือด

Excreted หมายถึงสารถูกขับออกจากร่างกายผ่านกระบวนการทางชีวภาพ ใน excreted in sweat and blood คำว่า excreted เป็นคำกริยาช่องที่สามที่มีความสัมพันธ์แบบถูกกระทำกับ toxins กล่าวคือ สารพิษถูกอธิบายว่าออกจากร่างกายมากับของเหลวเหล่านั้น Excrete เป็นคำกริยาในทางการแพทย์และชีววิทยาที่เน้นการขับสารออกจากร่างกาย ประโยคนี้รายงานกลไกที่มีผู้กล่าวอ้าง การใช้คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าคำกล่าวอ้างนั้นเป็นจริง

แบบฝึกหัด

คำกริยาใดแม่นยำที่สุดสำหรับการกระทำในคำอธิบายทางชีววิทยานี้: The kidneys help remove waste from the body?

  1. excrete
  2. release
  3. produce
ดูคำตอบ

excrete

While it unfortunately took decades ไวยากรณ์

0:45

น่าเสียดายที่แม้จะต้องใช้เวลาหลายสิบปี

to debunk Schick's so-called menstrual toxin hypothesis, การใช้คำ

0:47

ในการหักล้างสิ่งที่เรียกว่าข้อสันนิษฐานเรื่องสารพิษประจำเดือนของ Schick

some good did come from this work.

0:51

แต่ก็มีสิ่งดีๆ บางอย่างเกิดจากงานนี้

ไวยากรณ์

While ...: การเกริ่นด้วยใจความยอมรับข้อด้อย

ในที่นี้ while ใช้นำใจความยอมรับข้อเท็จจริงก่อนแสดงความขัดแย้ง และมีความหมายว่า “แม้ว่า” อนุประโยคเปิดยอมรับข้อเท็จจริงที่น่าเสียดายว่า การหักล้างสมมติฐานนี้ใช้เวลาหลายสิบปี จากนั้นประโยคหลักจึงเสนอประเด็นที่ต้องการเน้นว่า งานนี้ยังคงให้ผลดีบางอย่าง โครงสร้างนี้ใช้ยอมรับข้อด้อยก่อนเปลี่ยนไปสู่ข้อสรุปที่ต่างออกไป โดยปกติอนุประโยค while ที่อยู่ต้นประโยคจะแยกจากประโยคหลักด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

ใน “While the plan was expensive, it solved the problem,” while แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. การยอมรับข้อด้อย: แผนนี้มีราคาแพง แต่ก็ยังแก้ปัญหาได้
  2. เวลา: แผนนี้แก้ปัญหาในช่วงเวลาที่มีราคาแพง
  3. สาเหตุ: แผนนี้แก้ปัญหาได้เพราะมีราคาแพง
ดูคำตอบ

การยอมรับข้อด้อย: แผนนี้มีราคาแพง แต่ก็ยังแก้ปัญหาได้

การใช้คำ

debunk ... hypothesis: แสดงด้วยหลักฐานว่าข้ออ้างเป็นเท็จ

debunk หมายถึงการใช้ข้อเท็จจริงหรือหลักฐานแสดงว่าความเชื่อ ข้ออ้าง หรือสมมติฐานนั้นเป็นเท็จ ในที่นี้ debunk ... hypothesis หมายความว่า งานวิจัยในภายหลังยืนยันว่าสมมติฐานของชิกไม่ถูกต้อง คำกริยานี้นำเสนอแนวคิดนั้นว่าเป็นสิ่งที่ได้รับการแก้ไขหรือเปิดโปงความผิดพลาดแล้ว จึงมีน้ำหนักมากกว่าการตั้งคำถามหรือไม่เห็นด้วยเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ความหมายที่ถูกต้องที่สุดของ “Researchers debunked the myth” คือข้อใด

  1. พวกเขาสร้างความเชื่อใหม่ให้ผู้อื่นนำไปทดสอบ
  2. พวกเขาใช้หลักฐานแสดงว่าความเชื่อนั้นเป็นเท็จ
  3. พวกเขาตัดสินใจเลื่อนการพูดถึงความเชื่อนั้นออกไป
ดูคำตอบ

พวกเขาใช้หลักฐานแสดงว่าความเชื่อนั้นเป็นเท็จ

การใช้คำ

สมมติฐานที่เรียกกันว่า “สารพิษจากประจำเดือน”

ในที่นี้ so-called วางไว้หน้ากลุ่มคำนาม menstrual toxin hypothesis ทั้งหมด คำนี้บอกว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่คนอื่นใช้เรียก พร้อมทั้งสื่อว่าผู้เขียนไม่ได้ยอมรับชื่อนี้ว่าเป็นคำอธิบายที่น่าเชื่อถือหรือเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว ดังนั้น สำนวนนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แนะนำชื่ออย่างเป็นกลางเท่านั้น แต่ยังสร้างระยะห่างแบบเคลือบแคลงด้วย ในงานเขียนเชิงวิจารณ์ สำนวนนี้ช่วยสื่อความสงสัยหรือการประชดของผู้เขียนได้โดยไม่ต้องบอกตรง ๆ แยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

ตัดสินความหมาย: ใน The so-called expert gave dangerous advice. คำว่า so-called โดยปกติแสดงว่าผู้เขียนยอมรับอย่างเต็มที่ว่าบุคคลนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญ

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

The idea prompted investigations วลี

0:54

แนวคิดดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดการสืบสวน

into the composition of menstrual fluid,

0:57

เกี่ยวกับองค์ประกอบของของเหลวประจำเดือน

วลี

idea prompted investigations into: แนวคิดนั้นกระตุ้นให้มีการตรวจสอบ

Prompted เป็นรูปอดีตของคำกริยา prompt ซึ่งหมายถึงทำให้หรือกระตุ้นให้การกระทำเริ่มต้นขึ้น ในโครงสร้าง idea prompted investigations into... idea คือสาเหตุที่เป็นตัวกระตุ้น investigations คือกิจกรรมการวิจัยที่เกิดขึ้นตามมา และ into ใช้นำเข้าสู่หัวข้อที่กำลังตรวจสอบ โครงสร้าง X prompted an investigation หรือ investigations into Y ใช้บอกว่าสาเหตุหนึ่งนำไปสู่การตรวจสอบอย่างเป็นระบบ แนวคิดนั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้การวิจัยเริ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าแนวคิดเป็นผู้ดำเนินการวิจัยเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ prompted an investigation into ได้ถูกต้อง เพื่อแสดงว่าเหตุการณ์หนึ่งทำให้เกิดการสอบสวน

  1. The unusual result prompted an investigation into the equipment.
  2. The unusual result investigated the equipment to prompt.
  3. The unusual result prompted into the equipment an investigation.
ดูคำตอบ

The unusual result prompted an investigation into the equipment.

eventually leading to a discovery that helped explain a very real problem, ลำดับความ

0:59

ซึ่งในที่สุดก็นำไปสู่การค้นพบที่ช่วยอธิบายปัญหาที่เกิดขึ้นจริงได้

period cramps.

1:05

นั่นคืออาการปวดประจำเดือน

ลำดับความ

eventually leading to ... that helped explain ...: ลำดับเหตุและผล

eventually leading to a discovery นำเสนอกระบวนการที่กล่าวมาก่อนว่าเป็นสาเหตุหรือเส้นทางซึ่งมีผลลัพธ์ในภายหลังเป็นการค้นพบ eventually บอกว่าผลนั้นเกิดขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปหรือผ่านขั้นตอนระหว่างทาง ส่วนอนุประโยค -ing ใช้เติมผลลัพธ์นี้ต่อจากข้อความก่อนหน้าโดยไม่เริ่มอนุประโยคหลักใหม่ that helped explain ขยาย a discovery และบอกหน้าที่ของการค้นพบนั้น ข้อมูลจึงเดินจากงานก่อนหน้าไปสู่ผลลัพธ์สุดท้าย แล้วไปยังเหตุผลว่าทำไมผลนั้นจึงสำคัญ ซึ่งเป็นวิธีทั่วไปในการสร้างลำดับเหตุและผลที่ชัดเจนในงานเขียนวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับลำดับข้อมูลใน eventually leading to a discovery that helped explain ... มากที่สุด

  1. มีการเรียงข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้องกันสามอย่างโดยไม่มีความเชื่อมโยง
  2. กระบวนการก่อนหน้าทำให้เกิดการค้นพบในภายหลัง และอนุประโยคขยายบอกว่าการค้นพบนั้นช่วยทำอะไร
  3. การค้นพบเกิดขึ้นก่อน แล้วจึงทำให้เกิดกระบวนการก่อนหน้า
ดูคำตอบ

กระบวนการก่อนหน้าทำให้เกิดการค้นพบในภายหลัง และอนุประโยคขยายบอกว่าการค้นพบนั้นช่วยทำอะไร

Anywhere from 50 to 90% of people who menstruate โน้ต

1:07

มีผู้ที่มีประจำเดือนประมาณ 50 ถึง 90%

วลี

Anywhere from 50 to 90%: ช่วงโดยประมาณ

anywhere from A to B หมายความว่าปริมาณหนึ่งอาจอยู่ที่จุดใดก็ได้ระหว่างขีดจำกัดล่างและบนที่ระบุ ใน Anywhere from 50 to 90% เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวเป็นช่วงโดยประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขที่แน่นอนเพียงค่าเดียว โดย anywhere เน้นว่าค่าที่รายงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ โครงสร้างนี้ใช้กับเปอร์เซ็นต์ ปริมาณ ราคา อายุ ระยะทาง และช่วงเวลาได้ ในที่นี้ anywhere ไม่ได้หมายถึงสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง anywhere from A to B: The repair could take ____ two to five days.

ดูคำตอบ

anywhere from

deal with painful abdominal or pelvic cramps during their period, วลี

1:10

ที่ต้องรับมือกับอาการปวดเกร็งบริเวณหน้าท้องหรืออุ้งเชิงกรานระหว่างมีประจำเดือน

วลี

deal with painful abdominal or pelvic cramps: ประสบและรับมือกับอาการปวดเกร็งบริเวณท้องหรืออุ้งเชิงกราน

ในที่นี้ deal with หมายถึง “ประสบและรับมือกับ” ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “แก้ให้หมดไป” วลีนี้บอกว่าผู้คนเผชิญอาการปวดเกร็งและอาจต้องหาวิธีจัดการอาการนั้น เมื่อใช้ deal with กับปัญหาหรืออาการ คำนี้อาจบรรยายภาระที่ดำเนินต่อเนื่องหรือความพยายามที่จะจัดการกับมัน ไม่ได้บอกว่าปัญหานั้นหายไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ประสบและจัดการกับอาการ”: Many patients ____ fatigue for weeks after treatment.

ดูคำตอบ

deal with

a condition known as dysmenorrhea. วลี

1:14

ซึ่งเป็นภาวะที่เรียกว่าภาวะปวดประจำเดือน (dysmenorrhea)

การใช้คำ

people who menstruate: ผู้ที่มีประจำเดือน

people who menstruate ระบุกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องตามประสบการณ์การมีประจำเดือน แทนที่จะใช้คำระบุเพศ ในประโยคนี้หมายถึง “ผู้ที่มีประจำเดือน” สำนวนนี้พบได้บ่อยในการสื่อสารทางการแพทย์และสาธารณสุข เมื่อการมีประจำเดือนคือเหตุผลที่ข้อมูลนั้นเกี่ยวข้องกับคนกลุ่มนี้ สำนวนนี้อาจครอบคลุมผู้หญิง ผู้ชายข้ามเพศ และคนนอนไบนารีที่มีประจำเดือน โดยไม่ได้สื่อว่าผู้หญิงทุกคนมีประจำเดือน

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในข้อมูลสุขภาพที่กล่าวถึงประจำเดือนโดยเฉพาะ people who menstruate ระบุกลุ่มคนตามประสบการณ์การมีประจำเดือนที่เกี่ยวข้อง แทนที่จะเหมารวมว่าคำระบุเพศเพียงคำเดียวใช้ได้กับทุกคน

  1. ไม่ถูกต้อง
  2. ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ถูกต้อง

วลี

a condition known as dysmenorrhea: การแนะนำชื่อทางการแพทย์

รูปแบบ a condition known as X หมายถึง “ภาวะที่เรียกว่า X” ในที่นี้ known as dysmenorrhea เป็นวลีรูปกริยาช่องสามที่ขยาย condition และเป็นรูปย่อของ that is known as dysmenorrhea รูปแบบนี้เริ่มจากการบอกประเภททั่วไป แล้วจึงแนะนำชื่อทางการแพทย์หรือชื่อเฉพาะทาง X คือชื่อของภาวะนั้น ไม่ใช่คำอธิบายลักษณะของภาวะ

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบการให้คำนิยามด้วยวลีที่หมายถึง “เรียกว่า”: A fear of enclosed spaces is a condition ____ claustrophobia.

ดูคำตอบ

known as

Individual experiences can vary from mild discomfort to throbbing aches ไวยากรณ์

1:17

ประสบการณ์ของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปตั้งแต่ความรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อยไปจนถึงอาการปวดตุบๆ

to contraction-like cramps that rival the pain of labor. การใช้คำ

1:23

ไปจนถึงการหดเกร็งซึ่งเทียบได้กับความเจ็บปวดตอนคลอดลูก

ไวยากรณ์

can vary from ... to ... to ...: การแสดงช่วงระดับ

can vary from A to B หมายความว่าแต่ละกรณีอาจอยู่คนละจุดในช่วงหนึ่ง เมื่อเพิ่มวลี to อีกหนึ่งวลีจะเป็น from A to B to C ดังนั้นประโยคนี้จึงเรียง mild discomfort, throbbing aches และ contraction-like cramps ไว้บนระดับที่เพิ่มขึ้น ทั้งสามจุดเป็นตัวอย่างตามช่วงระดับ ไม่ใช่ขั้นตอนที่ทุกคนต้องประสบตามลำดับ โครงสร้างนี้ช่วยจัดความแตกต่างตามระดับ

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบช่วง from A to B to C ให้สมบูรณ์: The course assignments vary ____ short quizzes ____ research reports ____ final presentations.

ดูคำตอบ

from · to · to

การใช้คำ

rival the pain of labor: รุนแรงพอ ๆ กับความเจ็บปวดจากการคลอด

ในที่นี้ rival เป็นสกรรมกริยา หมายถึงมีระดับพอ ๆ กับหรือทัดเทียบบางสิ่งในด้านความรุนแรง วลีนี้บอกว่าความเจ็บปวดอาจรุนแรงพอ ๆ กับความเจ็บปวดจากการคลอด ไม่ได้หมายความว่าความเจ็บปวดสองอย่างกำลังแข่งขันกันจริง ๆ โครงสร้างคือ A rivals B โดย rival ตามด้วยสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบโดยตรง ไม่ต้องมี with โครงสร้างนี้ใช้เปรียบเทียบความรุนแรง คุณภาพ ขนาด หรือความสำเร็จได้

แบบฝึกหัด

rivaled หมายถึงอะไรในประโยค Her performance rivaled that of the champion?

  1. เธอปฏิเสธไม่ให้ตัดสินการแสดงของตนโดยเปรียบเทียบกับแชมป์
  2. การแสดงของเธอทัดเทียมกับการแสดงของแชมป์
  3. สิ่งนั้นทำให้เธอกลายเป็นคู่แข่งของแชมป์
ดูคำตอบ

การแสดงของเธอทัดเทียมกับการแสดงของแชมป์

Cramping can extend into the back and thighs วลี

1:27

การปวดเกร็งอาจลามไปถึงแผ่นหลังและต้นขา

วลี

extend into the back and thighs: ลามไปถึงหลังและต้นขา

extend into หมายถึงขอบเขตของบางสิ่งต่อเนื่องและไปถึงอีกบริเวณหนึ่ง ในประโยคนี้ อาการปวดเกร็งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงจุดเดียว แต่อาจรู้สึกได้ที่หลังและต้นขาด้วย โครงสร้าง extend into + พื้นที่ ใช้อธิบายได้ทั้งอาการและพื้นที่ทางกายภาพ into เน้นว่าขอบเขตเข้าไปในบริเวณที่ระบุ ไม่ใช่เพียงคงอยู่นานขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่หายไปจากโครงสร้าง extend into: The numbness can extend ____ the fingers.

ดูคำตอบ

into

and be accompanied by bloating, nausea, and even vomiting. วลี

1:30

และอาจมีอาการท้องอืด คลื่นไส้ หรือแม้แต่อาเจียนร่วมด้วย

วลี

be accompanied by: บอกว่าสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นพร้อมกัน

be accompanied by หมายถึง “เกิดขึ้นหรือปรากฏพร้อมกับอีกสิ่งหนึ่ง” โครงสร้างกรรมวาจกคือ A is accompanied by B โดย A เป็นอาการหรือเหตุการณ์หลัก และ B เป็นสิ่งเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเพิ่มอาการท้องอืด คลื่นไส้ และอาเจียนเป็นอาการร่วม วลีนี้บอกว่าอาการเกิดร่วมกัน แต่ไม่ได้หมายความว่ามีความสัมพันธ์แบบเหตุและผลเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: The fever may ____ a rash.

ดูคำตอบ

be accompanied by

And for at least 10% of people who menstruate,

1:34

และสำหรับผู้ที่มีประจำเดือนอย่างน้อย 10%

these symptoms are so severe that they disrupt their day-to-day activities. โน้ต

1:36

อาการเหล่านี้รุนแรงมากจนขัดขวางกิจกรรมในชีวิตประจำวันของพวกเธอ

ไวยากรณ์

so severe that they disrupt: เชื่อมระดับความรุนแรงกับผลลัพธ์

โครงสร้าง so + adjective + that + clause เชื่อมระดับที่สูงเข้ากับผลลัพธ์ so severe บอกระดับความรุนแรง ส่วน that they disrupt their day-to-day activities บอกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่ออาการรุนแรงถึงระดับนั้น ส่วนที่บอกผลลัพธ์ในที่นี้ต้องเป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ โดย they เป็นประธานและ disrupt เป็นกริยา สามารถนำโครงสร้างไปใช้ในรูป so + adjective + that + subject + verb ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย so ... that โดยใช้ icy: The road was ____ the buses stopped running.

ดูคำตอบ

so icy that

วลี

disrupt their day-to-day activities: รบกวนกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

ในประโยคนี้ disrupt their day-to-day activities หมายถึง อาการรบกวนการใช้ชีวิตตามปกติมากจนกิจกรรมประจำวันดำเนินต่อไปตามเดิมไม่ได้ disrupt สื่อถึงการหยุดชะงักหรือการรบกวนอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่ความไม่สบายเล็กน้อย day-to-day เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้า activities หมายถึง “ในชีวิตประจำวัน” “เป็นกิจวัตร” หรือ “เกิดขึ้นทุกวัน”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ disrupt เพื่อแสดงว่าบางสิ่งทำให้กิจวัตรตามปกติไม่สามารถดำเนินต่อไปได้เหมือนเดิม

  1. The neighbors discussed the residents' daily routines.
  2. The guide described the residents' daily routines.
  3. The construction noise disrupted the residents' daily routines.
ดูคำตอบ

The construction noise disrupted the residents' daily routines.

Healthcare experts classify dysmenorrhea into two main types, วลี

1:42

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแบ่งภาวะปวดประจำเดือนออกเป็น 2 ประเภทหลัก

primary and secondary dysmenorrhea.

1:46

คือแบบปฐมภูมิและทุติยภูมิ

วลี

classify dysmenorrhea into two main types: แบ่งภาวะปวดประจำเดือนเป็นสองประเภทหลัก

classify A into B หมายถึง แบ่ง A ออกเป็นกลุ่มหรือประเภทที่ B ระบุตามระบบหรือลักษณะร่วมบางอย่าง ในประโยคนี้ A คือ dysmenorrhea และ B คือ two main types ส่วนชื่อที่ตามมาระบุว่าสองประเภทนั้นคืออะไร โครงสร้างนี้ใช้เกริ่นการจำแนกประเภทอย่างชัดเจนในงานวิชาการ การแพทย์ และงานเขียนเชิงอธิบาย โดยเรียงเป็น classify + กรรม + into + จำนวนหรือชุดของประเภท

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้เมื่อแบ่งสิ่งหนึ่งชุดออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ: Biologists classify living things ____ broad categories.

ดูคำตอบ

into

For some, menstrual cramps can be traced back to underlying conditions, กริยาวลี

1:49

สำหรับบางคน อาการปวดประจำเดือนอาจมีสาเหตุมาจากโรคประจำตัว

กริยาวลี

can be traced back to underlying conditions: สืบย้อนถึงภาวะผิดปกติที่ซ่อนอยู่

can be traced back to หมายถึงสามารถระบุแหล่งที่มาหรือสาเหตุของสิ่งหนึ่งได้ด้วยการติดตามหลักฐานหรือประวัติความเป็นมา ในประโยคนี้หมายความว่าอาการปวดประจำเดือนของบางคนอาจมาจาก underlying conditions ซึ่งก็คือโรคหรือปัญหาสุขภาพที่อยู่เบื้องหลังอาการนั้น โครงสร้างคือ can + be + traced back to + แหล่งที่มาหรือสาเหตุ เป็นรูปถูกกระทำ โดยเน้นอาการปวดและสาเหตุที่ค้นพบได้ ไม่ได้เน้นผู้ที่ทำการตรวจสอบ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัว can be traced back to ให้สมบูรณ์: The sudden drop in sales can be traced ____ a change in the website.

ดูคำตอบ

back to

including endometriosis, where tissue similar to the uterine lining วัฒนธรรม

1:53

เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่คล้ายกับเยื่อบุโพรงมดลูก

grows outside the uterus, or uterine fibroids, วัฒนธรรม

1:58

ไปเจริญเติบโตอยู่นอกมดลูก หรือเนื้องอกในมดลูก

วัฒนธรรม

endometriosis, where...: การอธิบายศัพท์ทางการแพทย์ด้วยภาษาง่าย ๆ

Endometriosis คือภาวะที่เนื้อเยื่อซึ่งคล้ายเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญอยู่นอกมดลูก นี่คือข้อมูลพื้นฐานขั้นต่ำที่ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมภาวะนี้จึงอาจเป็นสาเหตุเบื้องหลังอาการปวดประจำเดือนได้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where ให้คำอธิบายแบบเข้าใจง่ายต่อจากศัพท์ทางการแพทย์ทันที ในที่นี้ where หมายถึง “ในภาวะนี้” หรือ “ซึ่งในภาวะนั้น” ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

จากคำอธิบายในประโยค endometriosis คืออะไร

  1. ภาวะที่มดลูกไม่มีเยื่อบุ
  2. การติดเชื้อระยะสั้นที่ผิวหนังชั้นนอก
  3. ภาวะที่เนื้อเยื่อคล้ายเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญอยู่นอกมดลูก
ดูคำตอบ

ภาวะที่เนื้อเยื่อคล้ายเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญอยู่นอกมดลูก

which are non-cancerous growths.

2:02

ซึ่งเป็นการเติบโตที่ไม่ใช่มะเร็ง

วัฒนธรรม

uterine fibroids, which are non-cancerous growths: การเพิ่มคำนิยามด้วย which

Uterine fibroids หมายถึงก้อนเนื้อที่เกิดในมดลูก ในประโยคนี้ non-cancerous ให้ข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต่อการเข้าใจคำศัพท์นี้ นั่นคือก้อนเหล่านี้ไม่ใช่มะเร็ง อนุประโยค which ที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคเพิ่มคำนิยามสั้น ๆ สำหรับผู้อ่านทั่วไป โดยอธิบายเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูกทั้งหมด ไม่ได้เลือกเฉพาะชนิดย่อยใดชนิดหนึ่ง ประโยคจึงเสนอคำศัพท์ก่อนแล้วจึงตามด้วยคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

อนุประโยคที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค which are non-cancerous growths ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. เลือกเฉพาะเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูกที่ไม่ใช่มะเร็ง
  2. กล่าวว่าเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูกไม่สามารถก่อปัญหาสุขภาพใด ๆ ได้
  3. เพิ่มคำนิยามของ uterine fibroids ให้ผู้อ่าน
ดูคำตอบ

เพิ่มคำนิยามของ uterine fibroids ให้ผู้อ่าน

This type of pain is called secondary dysmenorrhea.

2:05

ความเจ็บปวดประเภทนี้เรียกว่าภาวะปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิ

While these cases can be linked to specific conditions,

2:09

แม้ว่ากรณีเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงกับสภาวะเฉพาะได้

the origins of pain are often not well understood. วลี

2:12

แต่ต้นตอของความเจ็บปวดมักยังไม่เป็นที่เข้าใจดีนัก

วลี

not well understood: การสื่อความไม่แน่นอนทางวิทยาศาสตร์อย่างระมัดระวัง

Not well understood หมายความว่าความรู้ในปัจจุบันยังอธิบายบางสิ่งได้ไม่ครบถ้วน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกอย่างระมัดระวังว่าสาเหตุหรือกลไกเบื้องหลังความเจ็บปวดมักยังไม่ชัดเจน ไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีใครรู้อะไรเลย รูปถูกกระทำ are ... understood ทำให้จุดสนใจอยู่ที่ต้นกำเนิดของความเจ็บปวด ไม่ใช่ผู้ที่ขาดความรู้ คำว่า often และ well จำกัดขอบเขตของข้อกล่าวอ้าง ทำให้มีความระมัดระวังเหมาะกับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนแสดงความระมัดระวังจากบทเรียนนี้: Researchers agree that some details are known, but the exact mechanism is still ____.

ดูคำตอบ

not well understood

For example, endometriosis can lead to scarring and inflammation, วลี

2:16

ตัวอย่างเช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อาจทำให้เกิดแผลเป็นและการอักเสบ

วลี

can lead to scarring and inflammation: สาเหตุ + lead to + ผลลัพธ์

โครงสร้าง สาเหตุ + lead to + ผลลัพธ์ ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดหรือมีส่วนทำให้เกิดผลลัพธ์ คำว่า to เป็นส่วนหนึ่งของ lead to และผลลัพธ์จะตามหลัง ในประโยคนี้ endometriosis คือสาเหตุที่เป็นไปได้ ส่วน scarring and inflammation คือผลลัพธ์ can lead to แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน หมายความว่าผลเหล่านี้อาจเกิดขึ้น ไม่ได้บอกว่าผู้ที่เป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ทุกคนจะต้องพบผลเหล่านี้

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ lead + คำบุพบทให้สมบูรณ์: Too much stress can lead ____ sleep problems.

ดูคำตอบ

to

and uterine fibroids can push against other organs,

2:21

และเนื้องอกในมดลูกสามารถไปกดทับอวัยวะอื่นได้

both of which can cause discomfort.

2:24

ซึ่งทั้งสองอย่างสามารถทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายตัว

Yet the intensity of cramp pain doesn't always match the severity of these factors. วลี

2:27

ทว่าระดับความรุนแรงของอาการปวดเกร็งก็ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความรุนแรงของปัจจัยเหล่านี้เสมอไป

วลี

doesn't always match: การปฏิเสธบางส่วน ไม่ได้แปลว่า “ไม่ตรงกันเลย”

รูปแบบ A doesn't always match B หมายความว่าความสอดคล้องระหว่าง A กับ B ไม่ได้คงที่ในทุกกรณี นี่เป็นการปฏิเสธบางส่วน โดยยังเปิดโอกาสให้ A กับ B ตรงกันในบางกรณี ต่างจาก never matches ซึ่งตัดความเป็นไปได้ที่จะตรงกันทั้งหมด ในประโยคนี้ intensity บอกว่าอาการปวดเกร็งรู้สึกรุนแรงเพียงใด ส่วน severity บอกว่าปัจจัยต่าง ๆ ร้ายแรงเพียงใด ประโยคนี้เตือนว่าไม่ควรใช้ค่าหนึ่งเป็นตัวชี้วัดอีกค่าหนึ่งแบบหนึ่งต่อหนึ่งอย่างน่าเชื่อถือ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าตัวชี้วัดทั้งสองอาจตรงกันในบางครั้ง แต่ไม่ได้ตรงกันทุกกรณี

  1. The app's sleep score never matches how rested I feel.
  2. The app's sleep score does not always match how rested I feel.
  3. The app's sleep score always matches how rested I feel.
ดูคำตอบ

The app's sleep score does not always match how rested I feel.

And because the conditions are so variable, so is the treatment. ไวยากรณ์

2:32

และเนื่องจากสภาวะนั้นแตกต่างกันไป การรักษาก็เช่นกัน

ไวยากรณ์

because ... so is the treatment: นำคุณสมบัติเดียวกันไปใช้กับประธานใหม่

ในโครงสร้าง A is X, and so is B คำว่า so แทนคุณสมบัติหรือสภาพที่เพิ่งกล่าวถึง และวางกริยาไว้หน้าประธานใหม่ ในที่นี้ so is the treatment หมายความว่า การรักษาก็มีความหลากหลายเช่นกัน อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because บอกเหตุผลว่า ภาวะต่าง ๆ มีความแตกต่างกันมาก และความหลากหลายนั้นก็ส่งต่อไปถึงการรักษา กริยาหรือกริยาช่วยต้องสอดคล้องกับอนุประโยคก่อนหน้า: is ใช้คู่กับ so is, was กับ so was และ can กับ so can

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกลับคำที่หมายความว่าห้องที่สองก็มีเสียงดังเช่นกัน: The first room was noisy, and ____ the second room.

ดูคำตอบ

so was

Primary dysmenorrhea, on the other hand, is much more common, ลำดับความ

2:36

ในทางกลับกัน ภาวะปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมินั้นพบได้บ่อยกว่ามาก

ลำดับความ

on the other hand: เปลี่ยนไปกล่าวถึงประเด็นที่ตัดกัน

on the other hand เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนไปยังอีกด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบ ในที่นี้หัวข้อเปลี่ยนจากภาวะปวดประจำเดือนทุติยภูมิไปเป็นชนิดปฐมภูมิ และชี้ให้เห็นความแตกต่างด้านความพบบ่อยของทั้งสองภาวะ สองประเด็นนี้ไม่จำเป็นต้องตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง วลีนี้บอกผู้ฟังให้เปรียบเทียบข้อมูลใหม่กับประเด็นก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ข้อใดใช้ on the other hand เพื่อนำเสนอประเด็นที่ตัดกันได้อย่างชัดเจน

  1. The apartment is small. On the other hand, small means not large.
  2. The apartment is small. On the other hand, it is close to the station.
  3. The apartment is small. On the other hand, it has a small kitchen.
ดูคำตอบ

The apartment is small. On the other hand, it is close to the station.

and it refers to painful menstrual cramps วลี

2:40

และหมายถึงอาการปวดประจำเดือน

that can't be linked to an underlying condition.

2:43

ที่ไม่สามารถเชื่อมโยงกับโรคประจำตัวใดๆ ได้

วลี

refers to ... that can't be linked to ...: ใช้นิยามและจำกัดขอบเขต

ในประโยคนี้ refers to ใช้เกริ่นคำนิยาม โดยเชื่อมคำศัพท์ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ซึ่งแทนด้วย it เข้ากับ painful menstrual cramps อนุประโยคขยายคำนาม that can't be linked to an underlying condition จำกัดว่า cramps แบบใดอยู่ในคำนิยามนี้ ในที่นี้ be linked to หมายถึงอธิบายได้ด้วยหรือเชื่อมโยงกับ ดังนั้นจึงกล่าวถึงอาการปวดเกร็งที่ไม่พบภาวะโรคพื้นเดิมมาอธิบายว่าเป็นสาเหตุ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ refers to เพื่อนิยามคำศัพท์ได้ถูกต้อง แล้วจำกัดขอบเขตของนิยามด้วยอนุประโยคขยายคำนาม

  1. Heat exhaustion is refers to an illness that can occur after too much heat exposure.
  2. Heat exhaustion refers an illness that can occur after too much heat exposure.
  3. Heat exhaustion refers to an illness that can occur after too much heat exposure.
ดูคำตอบ

Heat exhaustion refers to an illness that can occur after too much heat exposure.

Despite how misguided Schick's experiments were, ไวยากรณ์

2:46

แม้ว่าการทดลองของ Schick จะชี้นำไปในทางที่ผิดเพียงใด

ไวยากรณ์

Despite how misguided ... were: แสดงการยอมรับข้อขัดแย้งด้วยอนุประโยคบอกระดับ

Despite ใช้นำใจความยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์ โดยยอมรับก่อนว่าการทดลองของ Schick ผิดทิศทางอย่างมาก แล้วปูทางไปสู่ผลในประโยคหลักที่ยังคงเป็นจริงหรือน่าสนใจแม้จะมีข้อเท็จจริงนั้น โครงสร้างคือ despite how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + be ส่วน how misguided Schick's experiments were เป็นอนุประโยคบอกระดับที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม หมายถึงระดับที่การทดลองนั้นผิดทิศทาง ใช้ลำดับแบบประโยคบอกเล่า คือ คำคุณศัพท์ + ประธาน + be ไม่ใช่ลำดับแบบคำถาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง despite how ได้ถูกต้อง

  1. Despite how demanding the hike was, everyone reached the cabin.
  2. Despite the hike was demanding, everyone reached the cabin.
  3. Despite of how demanding the hike was, everyone reached the cabin.
ดูคำตอบ

Despite how demanding the hike was, everyone reached the cabin.

they set a path toward better understanding this pain. วลี

2:49

แต่มันก็ได้ปูทางไปสู่ความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับความเจ็บปวดนี้

วลี

set a path toward better understanding: เปิดเส้นทางไปสู่ความเข้าใจที่ดีขึ้น

ในที่นี้ set a path toward ใช้ path เป็นภาพเปรียบเทียบถึงความก้าวหน้าในภายหลัง หมายความว่างานก่อนหน้านี้สร้างทิศทางหรือเงื่อนไขให้เข้าใจอาการปวดได้ดีขึ้น ไม่ได้หมายความว่าในตอนนั้นมีความเข้าใจอาการปวดอย่างสมบูรณ์แล้ว โครงสร้างคือ set a path toward + เป้าหมาย โดยเป้าหมายหลัง toward อาจเป็นวลีนามหรือโครงสร้าง -ing เช่น better understanding this pain

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “กำหนดทิศทางไปสู่”: The pilot study ____ more reliable testing methods.

ดูคำตอบ

set a path toward

While early researchers obviously never found a menstrual toxin

2:53

แม้ว่านักวิจัยในยุคแรกๆ จะไม่เคยพบสารพิษประจำเดือนอย่างชัดเจน

in the 1960s and 70s,

2:57

ในช่วงทศวรรษ 1960 และ 70

scientists studying menstrual fluid did discover ไวยากรณ์

2:59

นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาของเหลวประจำเดือนได้ค้นพบ

the presence of compounds called prostaglandins. วลี

3:02

การมีอยู่ของสารประกอบที่เรียกว่า พรอสตาแกลนดิน (prostaglandins)

ไวยากรณ์

did discover: การเน้นข้อความบอกเล่าในอดีต

ในประโยคบอกเล่าอดีตทั่วไป ใช้เพียง discovered ก็พอแล้ว แต่ในที่นี้เพิ่ม did หน้า verb รูปพื้นฐาน discover เพื่อเน้นว่าการค้นพบนั้นเกิดขึ้นจริง การเน้นนี้ช่วยให้เห็นความขัดแย้งชัดเจนขึ้น กล่าวคือ นักวิจัยไม่เคยพบสารพิษที่เคยตั้งสมมติฐานไว้ แต่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบพรอสตาแกลนดินจริง ๆ โครงสร้างคือ did + verb รูปพื้นฐาน ไม่ใช่ did + verb รูปอดีต

แบบฝึกหัด

ใช้ did เพื่อเน้นและ verb find เพื่อเติมความขัดแย้งให้สมบูรณ์: We did not find the missing key, but we ____ your wallet.

ดูคำตอบ

did find

วลี

compounds called prostaglandins: การแนะนำชื่อทางวิทยาศาสตร์

Compounds called prostaglandins หมายถึง สารประกอบที่เรียกว่า prostaglandins โดย called prostaglandins เป็นวลีรูปถูกกระทำที่ย่อมาจาก compounds that are called prostaglandins และวางไว้หลัง compounds เพื่อบอกชื่อของสารประกอบประเภทนี้ ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ โครงสร้างนี้จะบอกหมวดหมู่ทั่วไปก่อน แล้วจึงเติมชื่อทางเทคนิค ในที่นี้ called หมายถึง “ถูกเรียกว่า” ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ called + คำนาม เพื่อแนะนำชื่อทางเทคนิคได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The report describes particles calling microplastics.
  2. The report describes called particles microplastics.
  3. The report describes particles called microplastics.
ดูคำตอบ

The report describes particles called microplastics.

And further research showed that many people with painful period cramps

3:05

และการวิจัยเพิ่มเติมก็แสดงให้เห็นว่าหลายคนที่มีอาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง

often had higher levels of prostaglandins in their menstrual fluid. วลี

3:09

มักจะมีระดับพรอสตาแกลนดินในเลือดประจำเดือนที่สูงกว่า

วลี

ระดับโพรสตาแกลนดินที่สูงกว่าในของเหลวประจำเดือน: การแสดงการเปรียบเทียบจากการวัด

Often had higher levels of prostaglandins in their menstrual fluid หมายความว่า ระดับโพรสตาแกลนดินที่วัดได้ในของเหลวประจำเดือนของพวกเขาสูงกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มตัวอย่าง ตัวอย่างอ้างอิง หรือค่ามาตรฐาน รูปแบบ higher levels of A in B ใช้ระบุว่าสารที่วัดคือ A อยู่ภายในตัวอย่างหรือสภาพแวดล้อม B Often แสดงว่าเป็นแนวโน้มที่พบซ้ำ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แน่นอนในทุกกรณี ส่วน had ใช้บอกสิ่งที่ผลการวัดแสดง โครงสร้างนี้รายงานความแตกต่างหรือความสัมพันธ์ แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าเหตุใดระดับจึงสูงกว่า

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ใช้เปรียบเทียบลงในประโยค: The water sample had ____ lead than the control sample.

ดูคำตอบ

higher levels of

One important role of prostaglandins is to stimulate the muscles of the uterus to contract, โน้ต

3:14

บทบาทสำคัญอย่างหนึ่งของพรอสตาแกลนดินคือการกระตุ้นกล้ามเนื้อมดลูกให้หดตัว

ไวยากรณ์

One important role of A is to B: บอกหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของ A

ใช้โครงสร้าง One important role of A is to B เพื่อบอกหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของ A โดย A อยู่หลัง of และการกระทำที่บอกหน้าที่อยู่หลัง is to ในรูปกริยาพื้นฐาน คำว่า one แสดงว่า A อาจมีบทบาทอื่นอีก ไม่ได้หมายความว่านี่เป็นหน้าที่เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง One important role of A is to B ให้สมบูรณ์: One important role of insulation ____ keep buildings warm.

ดูคำตอบ

is to

วลี

stimulate A to do B: กระตุ้น A ให้ทำ B

โครงสร้าง stimulate A to do B หมายถึงบางสิ่งกระตุ้น A และทำให้ A เกิดการกระทำหนึ่ง ในที่นี้ A คือ the muscles of the uterus และการกระทำคือ contract ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อเกร็งและหดตัว โครงสร้างนี้พบบ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ เพราะเชื่อมโยงสิ่งกระตุ้นกับปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง stimulate + กรรม + to + กริยา ให้สมบูรณ์: The hormone stimulates the cells ____ grow.

ดูคำตอบ

to

an essential step in shedding the uterine lining during a period. การใช้คำ

3:19

ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการผลัดเยื่อบุโพรงมดลูกระหว่างมีประจำเดือน

การใช้คำ

shedding the uterine lining: ขั้นตอนสำคัญในการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก

ในที่นี้ shedding the uterine lining หมายถึงเยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกจากร่างกายตามธรรมชาติระหว่างมีประจำเดือน Shed เป็นคำกริยาที่ใช้กับผิวหนัง เส้นผม ขน หรือชั้นอื่น ๆ ของร่างกายที่หลุดออก ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงโรงเก็บของเล็ก ๆ โครงสร้าง an essential step in + คำกริยาเติม -ing ใช้เรียกส่วนที่จำเป็นของกระบวนการ ดังนั้นวลีที่เน้นนี้จึงนำเสนอการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกว่าเป็นขั้นตอนทางชีววิทยาที่สำคัญ ไม่ใช่การกระทำที่ใครจงใจทำโดยใช้เครื่องมือ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ shedding the uterine lining อธิบายถึงอะไร

  1. การหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกตามธรรมชาติ
  2. การสร้างโรงเก็บของเล็ก ๆ
  3. การเย็บเยื่อบุโพรงมดลูกโดยตั้งใจ
ดูคำตอบ

การหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกตามธรรมชาติ

So it's thought that an excess of prostaglandins may intensify these contractions, โน้ต

3:23

ดังนั้นจึงเชื่อกันว่าพรอสตาแกลนดินที่มากเกินไปอาจทำให้การหดตัวเหล่านี้รุนแรงขึ้น

causing pain.

3:28

จนทำให้เกิดอาการปวด

ไวยากรณ์

So it's thought that: ดังนั้นจึงเชื่อกันว่า

ในที่นี้ So it's thought that ใช้เกริ่นนำข้อสรุปหรือคำอธิบายโดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้มีความเห็นนั้นโดยเฉพาะ So เชื่อมประโยคนี้กับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า ส่วน it's เป็นประธานรูปแบบ thought เป็นรูปกริยาช่องสามในโครงสร้างถูกกระทำ และ that-clause บอกแนวคิดที่กำลังรายงาน วลีนี้หมายถึงคนทั่วไปเชื่อว่าสิ่งหนึ่งเป็นจริง หรือปัจจุบันมีการเชื่อเช่นนั้น โครงสร้างถูกกระทำแบบไม่ระบุผู้กระทำนี้ทำให้ข้อกล่าวอ้างฟังดูระมัดระวัง แทนที่จะนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ โครงสร้างนี้เหมาะเมื่อมีหลักฐานสนับสนุนคำอธิบาย แต่ยังไม่ควรกล่าวว่าข้อสรุปนั้นแน่นอนเต็มที่

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างแบบไม่ระบุผู้กระทำและระมัดระวังจากบทเรียนเติมประโยคที่สองให้สมบูรณ์: The early results are encouraging. ____ the new material can reduce heat loss.

ดูคำตอบ

So it's thought that

วลี

an excess of + คำนาม: ปริมาณที่เกินระดับที่ยอมรับได้

an excess of + คำนาม หมายถึงปริมาณหรือจำนวนที่มากกว่าระดับปกติ จำเป็น ปลอดภัย หรือที่อนุญาต ในที่นี้สื่อว่าระดับ prostaglandins สูงเกินไป ไม่ใช่แค่สูง ในโครงสร้างนี้ excess เป็นคำนามนับได้เอกพจน์ จึงต้องมีคำนำหน้านาม และใช้ an เพราะคำนี้ขึ้นต้นด้วยเสียงสระ วลี an excess of prostaglandins ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ may intensify

แบบฝึกหัด

เติมวลีทางการสามคำที่ขึ้นต้นด้วย an และหมายถึง “มากกว่าปริมาณที่ยอมรับได้”: The report warns that ____ nitrogen can harm the lake.

ดูคำตอบ

an excess of

This process can also cause blood vessels to constrict, วลี

3:29

กระบวนการนี้ยังทำให้หลอดเลือดหดตัว

วลี

blood vessels to constrict ในโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive

ใน cause blood vessels to constrict คำว่า constrict หมายถึงแคบลงหรือรัดแน่นขึ้น ในคำอธิบายทางการแพทย์ คำนี้บอกว่าพื้นที่ภายในหลอดเลือดลดลง ซึ่งอาจจำกัดการไหลเวียนของเลือด โครงสร้างคือ cause + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ blood vessels เป็นกรรม และ to constrict เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำกริยาทางการแพทย์ constrict ได้ถูกต้องในโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive

  1. Cold can cause blood vessels to constriction.
  2. Cold can cause blood vessels constrict.
  3. Cold can cause blood vessels to constrict.
ดูคำตอบ

Cold can cause blood vessels to constrict.

reducing the flow of oxygen, วลี

3:33

ลดการไหลเวียนของออกซิเจน

วลี

reducing the flow of oxygen: วลี -ing ที่บอกผลลัพธ์

ในที่นี้ reducing the flow of oxygen เป็นอนุประโยค -ing ที่บอกผลของการกระทำหรือกระบวนการที่กล่าวไว้ก่อนหน้า เข้าใจได้ว่า “จึงทำให้...ลดลง” ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวหนึ่งที่แยกออกมา reduce the flow of + คำนาม หมายถึงทำให้ปริมาณของสิ่งนั้นที่ไหลหรือถูกส่งไปลดลง ในประโยคนี้หมายถึงมีออกซิเจนไปถึงบริเวณที่เกี่ยวข้องน้อยลง ไม่ได้หมายความว่าออกซิเจนถูกทำลาย

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ reduce เพื่อบอกผลลัพธ์: The blockage narrowed the pipe, ____ the flow of water.

ดูคำตอบ

reducing

and releasing chemicals that activate pain receptors. วลี

3:35

และปล่อยสารเคมีที่กระตุ้นตัวรับความรู้สึกเจ็บปวดออกมา

วลี

chemicals that activate pain receptors: สารเคมีที่กระตุ้นตัวรับความเจ็บปวด

Releasing chemicals... เป็นอนุประโยค -ing ที่บอกผลอีกอย่างหนึ่งจากกระบวนการก่อนหน้า ภายในอนุประโยคนี้ that activate pain receptors ขยาย chemicals และบอกว่าสารเคมีเหล่านั้นทำอะไร ในภาษาอังกฤษเชิงชีวการแพทย์ activate a receptor หมายถึงทำให้ตัวรับตอบสนองหรือเริ่มส่งสัญญาณ ตัวรับความเจ็บปวดตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่อาจเป็นอันตราย ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงสารเคมีที่กระตุ้นสัญญาณเกี่ยวกับความเจ็บปวด

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษเชิงชีวการแพทย์ วลีใดเป็นธรรมชาติที่สุดเมื่อกล่าวว่าสารเคมีทำให้ตัวรับความเจ็บปวดเริ่มตอบสนอง

  1. chemicals that launch pain receptors
  2. chemicals that activate pain receptors
  3. chemicals that operate pain receptors
ดูคำตอบ

chemicals that activate pain receptors

Since many over-the-counter pain medications, like naproxen and ibuprofen, การใช้คำ

3:39

เนื่องจากยาแก้ปวดที่หาซื้อได้ทั่วไปหลายชนิด เช่น นาพรอกเซนและไอบูโพรเฟน

work by targeting prostaglandins, วลี

3:44

ออกฤทธิ์โดยมุ่งเป้าไปที่พรอสตาแกลนดิน

วลี

work by + -ing: อธิบายกลไกการทำงาน

Work by + -ing ใช้อธิบายกลไกหรือวิธีที่ทำให้บางสิ่งทำงานหรือเกิดผล ในที่นี้ work หมายถึงออกฤทธิ์ และ by targeting prostaglandins อธิบายว่ายาออกฤทธิ์อย่างไร เนื่องจาก by เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามมาจึงต้องใช้รูป -ing โดยใช้ by targeting ไม่ใช่ by target

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย by และรูปที่ถูกต้องของ detect เพื่ออธิบายกลไก: The sensor works ____ changes in heat.

ดูคำตอบ

by detecting

they can provide relief for some people with period pain. วลี

3:46

จึงสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนให้บางคนได้

การใช้คำ

over-the-counter pain medications: ยาแก้ปวดที่ซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์

Over-the-counter pain medications หมายถึงยาแก้ปวดที่โดยทั่วไปซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ Over-the-counter มักย่อว่า OTC เมื่อวางไว้หน้าคำนาม over-the-counter เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่เชื่อมด้วยขีดกลาง คำนี้บอกประเภทการจำหน่ายยา ไม่ได้บอกว่ายาปลอดภัย ยา OTC ยังอาจมีผลข้างเคียง ปฏิกิริยาระหว่างยา และข้อจำกัดด้านขนาดยาได้

แบบฝึกหัด

ในบริบทร้านขายยา over-the-counter pain medication หมายถึงอะไร

  1. ยาแก้ปวดที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนไม่ว่าจะใช้ในขนาดใด
  2. ยาแก้ปวดที่ต้องมีใบสั่งแพทย์เสมอ
  3. ยาแก้ปวดที่โดยทั่วไปซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์
ดูคำตอบ

ยาแก้ปวดที่โดยทั่วไปซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์

วลี

provide relief for: ช่วยบรรเทาให้...

provide relief for หมายถึงทำให้ความเจ็บปวด ความไม่สบาย หรือปัญหาอื่นเบาลงสำหรับคนหนึ่งคนหรือกลุ่มคน ในประโยคนี้กล่าวว่าวิธีการดังกล่าวช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนให้คนบางคนได้ ไม่ได้สัญญาว่าจะรักษาให้หายขาด โครงสร้างคือ provide + relief + for + คนหรือปัญหาที่ได้รับประโยชน์ relief เป็นคำนาม ดังนั้นสำนวนนี้จึงเจาะจงและมักเป็นทางการกว่า help เฉย ๆ

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้โครงสร้าง provide relief for ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The medicine may provide relief people with back pain.
  2. The medicine may provide relieve for people with back pain.
  3. The medicine may provide relief for people with back pain.
ดูคำตอบ

The medicine may provide relief for people with back pain.

Others find hormone-based contraceptives การใช้คำ

3:50

ขณะที่บางคนก็พบว่ายาคุมกำเนิดที่มีส่วนผสมของฮอร์โมน

that thin the uterine lining วลี

3:53

ซึ่งทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง

วลี

thin the uterine lining: thin ที่ใช้เป็นคำกริยา

ในวลี thin the uterine lining คำว่า thin เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่แปลว่า “บาง” แต่หมายถึง “ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง” โดย the uterine lining เป็นกรรมตรงของคำกริยา วลีนี้อธิบายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเยื่อบุโพรงมดลูก คือมีบางสิ่งทำให้ความหนาของเยื่อบุลดลง ในคำอธิบายทางการแพทย์ thin สามารถใช้ในลักษณะนี้กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ชั้น หรือวัสดุได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The treatment can thin the lining” thin ทำหน้าที่และมีความหมายอย่างไร

  1. คำคุณศัพท์ที่แปลว่า “บาง”
  2. คำกริยาที่แปลว่า “ทำให้เยื่อบุบางลง”
  3. คำนามที่แปลว่า “ชั้นบาง ๆ”
ดูคำตอบ

คำกริยาที่แปลว่า “ทำให้เยื่อบุบางลง”

and in turn reduce prostaglandin production to be helpful. ลำดับความ

3:54

และช่วยลดการผลิตพรอสตาแกลนดินนั้นเป็นประโยชน์

การใช้คำ

hormone-based contraceptives: วิธีคุมกำเนิดที่ใช้ฮอร์โมน

hormone-based contraceptives หมายถึงวิธีหรือผลิตภัณฑ์คุมกำเนิดที่ออกฤทธิ์ผ่านฮอร์โมน hormone-based เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีขีดคั่นและวางไว้หน้าคำนามพหูพจน์ contraceptives โดย hormone + based บอกพื้นฐานการออกฤทธิ์ของวิธีนั้น contraceptives เป็นรูปพหูพจน์และมีความหมายกว้าง จึงอาจหมายถึงผลิตภัณฑ์หรือวิธีมากกว่าหนึ่งชนิด สำนวนนี้ใช้จัดกลุ่มตัวเลือก ไม่ได้หมายความว่าวิธีใดวิธีหนึ่งเหมาะกับทุกคน

แบบฝึกหัด

ในสำนวนนี้ hormone-based contraceptives หมายถึงอะไร

  1. วิธีคุมกำเนิดที่ไม่มีฮอร์โมน
  2. วิธีหรือผลิตภัณฑ์คุมกำเนิดที่ใช้ฮอร์โมนเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์
  3. การตรวจวัดระดับฮอร์โมน
ดูคำตอบ

วิธีหรือผลิตภัณฑ์คุมกำเนิดที่ใช้ฮอร์โมนเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์

ลำดับความ

in turn reduce prostaglandin production: ขั้นถัดไปของห่วงโซ่เหตุและผล

in turn ใช้แสดงขั้นถัดไปของห่วงโซ่เหตุและผล ในประโยคนี้ ขั้นตอนก่อนหน้านำไปสู่การสร้างโพรสตาแกลนดินที่ลดลง ดังนั้น in turn จึงหมายถึง “ด้วยเหตุนี้” หรือ “และสิ่งนี้ก็ทำให้เกิดผลต่อไปว่า” คำนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายเป็น “A ทำให้เกิด B และ B นำไปสู่ C” ในที่นี้ in turn วางอยู่หน้าคำกริยาถัดไปคือ reduce ไม่ได้ใช้เพื่อเพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อเท่านั้น และไม่ได้หมายถึงผู้คนทำสิ่งต่าง ๆ สลับกัน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่มีความหมายว่า “ด้วยเหตุนี้” เพื่อทำให้ห่วงโซ่เหตุและผลสมบูรณ์:Better lighting improves visibility and ____ reduces accidents.

ดูคำตอบ

in turn

But while prostaglandin research was foundational วลี

3:59

แต่ในขณะที่งานวิจัยเกี่ยวกับพรอสตาแกลนดินเป็นระดับพื้นฐาน

and shaped the way we understand menstrual pain,

4:01

และกำหนดแนวทางที่เราเข้าใจอาการปวดประจำเดือน

วลี

was foundational และ shaped the way we understand...

Foundational หมายถึงการเป็นฐานที่สามารถต่อยอดเป็นความรู้หรืองานในภายหลังได้ ในประโยคนี้ใช้ประเมินว่างานวิจัยดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญของความก้าวหน้าต่อมา ไม่ได้เพียงบอกว่าเกิดขึ้นก่อนเท่านั้น Shape the way we understand X หมายถึงการมีอิทธิพลอย่างมากต่อกรอบความคิดที่ผู้คนใช้ตีความ X คำอธิบายทั้งสองเชื่อมด้วย and เพื่อบอกว่างานวิจัยนี้ทั้งวางรากฐานและเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนเข้าใจอาการปวดประจำเดือน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อชัดเจนที่สุดว่างานวิจัยหนึ่งทั้งเป็นรากฐานของงานในภายหลังและมีอิทธิพลต่อกรอบที่ใช้ทำความเข้าใจหัวข้อหนึ่ง

  1. The study was recent and summarized what we understand about memory.
  2. The study was controversial but did not change how we understand memory.
  3. The study was foundational and shaped the way we understand memory.
ดูคำตอบ

The study was foundational and shaped the way we understand memory.

in recent years it's become evident that prostaglandins are just part of the story. สำนวน

4:04

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พรอสตาแกลนดินเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมด

สำนวน

just part of the story: เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำอธิบายทั้งหมด

Just part of the story เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ ในที่นี้ story หมายถึงคำอธิบายทั้งหมดหรือภาพรวม ไม่ใช่เรื่องเล่าตามความหมายตรง ประโยคนี้บอกว่าพรอสตาแกลนดินอธิบายอาการปวดประจำเดือนได้เพียงส่วนหนึ่ง และยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่นด้วย Just จำกัดขอบเขตของข้อสรุป สำนวนนี้มักใช้แก้คำอธิบายที่ง่ายเกินไป กล่าวคือปัจจัยที่พูดถึงมีความสำคัญ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำอธิบายทั้งหมด”: Price matters, but it is ____; reliability matters too.

ดูคำตอบ

just part of the story

Many other factors likely contribute to painful cramping, วลี

4:10

ปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายอย่างก็มีแนวโน้มว่าจะมีส่วนทำให้เกิดอาการปวดเกร็ง

including hormones, inflammation,

4:14

ซึ่งรวมถึงฮอร์โมน การอักเสบ

brain pathways, and perhaps even the microbiome.

4:16

เส้นทางประสาทในสมอง และอาจรวมถึงไมโครไบโอมด้วย

วลี

factors likely contribute to: การกล่าวถึงสาเหตุบางส่วนอย่างระมัดระวัง

ในประโยคนี้ factors likely contribute to painful cramping หมายความว่า หลายสิ่งน่าจะมีส่วนทำให้เกิดอาการดังกล่าว Contribute to นำเสนอแต่ละปัจจัยว่าเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ซับซ้อน ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเดียวหรือสาเหตุโดยตรง Likely เพิ่มความไม่แน่นอน โดยหลักฐานชี้ว่าอาจมีความเชื่อมโยง แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าแน่นอน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ factor(s) + may/likely + contribute to + คำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสองคำที่สร้างจาก contribute: Stress may ____ sleep problems.

ดูคำตอบ

contribute to

And because period pain is not fully understood, วลี

4:21

และด้วยเหตุที่ยังไม่เข้าใจอาการปวดประจำเดือนอย่างถ่องแท้

existing treatments don't always work for everyone. วลี

4:24

การรักษาที่มีอยู่จึงไม่ได้ผลกับทุกคนเสมอไป

วลี

period pain is not fully understood: การบอกว่าความรู้ยังไม่สมบูรณ์

ในประโยคนี้ is not fully understood หมายความว่า นักวิจัยรู้บางอย่างเกี่ยวกับอาการปวดประจำเดือนแล้ว แต่ส่วนสำคัญของสาเหตุหรือกลไกยังไม่ชัดเจน รูปประโยคแบบถูกกระทำช่วยเน้นหัวข้อและสถานะของความรู้ในปัจจุบัน แทนที่จะเน้นว่าใครเป็นผู้ที่ยังไม่เข้าใจ Not fully จำกัดความหมายของ understood โดยหมายถึง “เข้าใจเพียงบางส่วน” ไม่ใช่ “ไม่เข้าใจเลย” ถ้อยคำที่ระมัดระวังเช่นนี้พบได้บ่อยเมื่อหลักฐานยังไม่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

“The condition is not fully understood” มีความหมายที่ถูกต้องที่สุดว่าอย่างไร

  1. ทุกแง่มุมได้รับการอธิบายอย่างสมบูรณ์แล้ว
  2. ไม่มีใครรู้อะไรเกี่ยวกับภาวะนี้เลย
  3. มีบางแง่มุมที่เข้าใจแล้ว แต่ยังมีช่องว่างสำคัญในความรู้
ดูคำตอบ

มีบางแง่มุมที่เข้าใจแล้ว แต่ยังมีช่องว่างสำคัญในความรู้

วลี

existing treatments don't always work for everyone: ไม่ได้ผลกับทุกคนเสมอไป

existing treatments หมายถึงวิธีการรักษาที่มีอยู่แล้ว มีให้ใช้ หรือใช้กันทั่วไป ในประโยคนี้ work for someone หมายถึงได้ผลหรือเหมาะกับคนนั้น ไม่ได้หมายถึงแค่ทำงานหรือทำงานได้ don't always เป็นการปฏิเสธบางส่วน วิธีการรักษาอาจช่วยคนบางคนได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะได้ผลกับทุกคน ประโยคนี้ชี้ให้เห็นข้อจำกัดของทางเลือกที่มีอยู่ โดยไม่ได้บอกว่าการรักษาทั้งหมดล้มเหลว

แบบฝึกหัด

Existing treatments don't always work for everyone สื่อความหมายว่าอย่างไร

  1. การรักษาในปัจจุบันรับประกันว่าจะช่วยได้ทุกคน
  2. การรักษาในปัจจุบันอาจช่วยคนบางคนได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะช่วยได้ทุกคน
  3. การรักษาในปัจจุบันไม่ได้ผลกับทุกคน
ดูคำตอบ

การรักษาในปัจจุบันอาจช่วยคนบางคนได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะช่วยได้ทุกคน

On top of that, talking about menstrual cramps can feel awkward or even taboo, โน้ต

4:27

ยิ่งไปกว่านั้น การพูดคุยเกี่ยวกับอาการปวดประจำเดือนอาจรู้สึกน่าอึดอัดหรือถึงขั้นเป็นเรื่องต้องห้าม

ลำดับความ

On top of that: การเพิ่มอีกหนึ่งประเด็น

On top of that เป็นวลีเชื่อมความที่ใช้เพิ่มข้อเท็จจริง เหตุผล ปัญหา หรือข้อดีอีกอย่างจากข้อมูลที่เพิ่งพูดถึง มักสื่อว่าประเด็นถัดไปทำให้สถานการณ์หรือเหตุผลก่อนหน้าเด่นชัดขึ้น หน้าที่หลักในที่นี้คือช่วยจัดลำดับข้อมูล กล่าวประเด็นหนึ่งก่อนแล้วเพิ่มอีกชั้นหนึ่งตามมา ไม่ได้ใช้บรรยายความสูงหรือ ตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ On top of that เพื่อเพิ่มปัญหาที่สองได้ถูกต้อง

  1. The room was small. On top of the room, it had no windows.
  2. The room was small. In contrast, it had no windows.
  3. The room was small. On top of that, it had no windows.
ดูคำตอบ

The room was small. On top of that, it had no windows.

การใช้คำ

can feel awkward or even taboo: อาจรู้สึกกระอักกระอ่วนหรือถึงขั้นเป็นเรื่องต้องห้าม

Can feel บอกว่านี่เป็นความรู้สึกที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดกับทุกคน Awkward หมายถึงความไม่สบายใจส่วนบุคคลหรือความรู้สึกว่าพูดอย่างเปิดเผยได้ยาก Or even taboo เพิ่มระดับให้แรงขึ้น คือกลุ่มหนึ่งอาจมองว่าหัวข้อนั้นไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมหรือไม่ควรพูดถึง Taboo ชี้ถึงขอบเขตทางสังคมหรือวัฒนธรรม ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับกฎหมาย ดังนั้นวลีนี้จึงอธิบายว่าทำไมผู้คนอาจเลือกเงียบ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ or even taboo เพิ่มความหมายอะไรต่อจาก awkward?

  1. สื่อว่าคนบางกลุ่มอาจมองว่าการพูดถึงหัวข้อนี้ไม่เหมาะสมในทางสังคม
  2. หมายความว่าผู้พูดนึกคำที่เหมาะสมไม่ออก
  3. หมายความว่าการเอ่ยถึงหัวข้อนี้ผิดกฎหมายทุกแห่ง
ดูคำตอบ

สื่อว่าคนบางกลุ่มอาจมองว่าการพูดถึงหัวข้อนี้ไม่เหมาะสมในทางสังคม

leading many people to feel that they have to simply put up with the pain. กริยาวลี

4:31

ส่งผลให้หลายคนรู้สึกว่าพวกเธอต้องทนกับความเจ็บปวดนั้นไปตามยถากรรม

กริยาวลี

have to simply put up with the pain: ต้องทนกับความเจ็บปวดไปเฉย ๆ

Put up with เป็นกริยาหลายคำ หมายถึงการทนต่อสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ โดยทั่วไปด้วยความไม่เต็มใจ ในที่นี้กรรมของสำนวนคือ the pain Have to ทำให้การทนนั้นดูเป็นสิ่งจำเป็น ส่วน simply หมายถึง just และสื่อว่าดูเหมือนไม่มีทางเลือกอื่น ประโยคนี้รายงานว่าผู้คนรู้สึกว่าถูกกดดันให้ทนกับความเจ็บปวด ไม่ได้แนะนำให้พวกเขาเพิกเฉยต่อความเจ็บปวด

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำที่หมายถึง “ทนอย่างไม่เต็มใจ” ลงในประโยค: The tenants shouldn't have to ____ a broken heater all winter.

ดูคำตอบ

put up with

But regularly suffering from severe cramping is far from benign. สำนวน

4:36

แต่การทนทุกข์ทรมานจากอาการปวดเกร็งอย่างรุนแรงเป็นประจำนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย

สำนวน

is far from benign: ไม่ได้ไม่เป็นอันตรายเลย

far from + คำคุณศัพท์เป็นวิธีปฏิเสธความหมายของคำคุณศัพท์ที่ตามมาอย่างหนักแน่น ไม่ได้พูดถึงระยะห่างทางกายภาพ ใน is far from benign คำว่า benign หมายถึงไม่เป็นอันตรายหรือไม่น่าจะก่อให้เกิดอันตราย ดังนั้นประโยคนี้จึงย้ำว่าอาการดังกล่าวไม่ได้ไม่เป็นอันตรายอย่างแน่นอน โครงสร้างนี้ให้คำเตือนที่แรงกว่า not benign ธรรมดา และบอกว่าไม่ควรมองอาการนี้ว่าปลอดภัยหรือเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ far from + คำคุณศัพท์เพื่อเตือนอย่างหนักแน่นว่าทางลัดนั้นไม่ปลอดภัย

  1. The shortcut is not completely safe.
  2. The shortcut is safe enough.
  3. The shortcut is far from safe.
ดูคำตอบ

The shortcut is far from safe.

Some experts believe that repeated exposure to pain วลี

4:41

ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าการเผชิญกับความเจ็บปวดซ้ำๆ

วลี

repeated exposure to pain: การสัมผัสความเจ็บปวดซ้ำ ๆ

exposure to + คำนามหมายถึงการสัมผัสกับบางสิ่ง การประสบกับบางสิ่ง หรือการได้รับผลกระทบจากบางสิ่ง repeated exposure to pain จึงหมายถึงการต้องเผชิญกับความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดย repeated ขยายคำว่า exposure ไม่ได้ขยาย pain ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอความเจ็บปวดในฐานะสิ่งกระตุ้นที่เกิดขึ้นซ้ำและอาจส่งผลเมื่อเวลาผ่านไป exposure to ไม่ได้ใช้เฉพาะกับแสงแดด สารเคมี หรืออันตรายเท่านั้น แต่ยังใช้กับเสียง ความเครียด หรือความเจ็บปวดได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมคำในกลุ่มคำที่ใช้คู่กัน: Repeated ____ loud noise can damage your hearing.

ดูคำตอบ

exposure to

can cause the nervous system to become more sensitive,

4:44

อาจทำให้ระบบประสาทมีความอ่อนไหวมากขึ้น

leaving a person vulnerable to developing chronic pain conditions. ไวยากรณ์

4:47

ทำให้บุคคลนั้นเสี่ยงต่อการเกิดภาวะปวดเรื้อรัง

ไวยากรณ์

leaving a person vulnerable to developing ...: การใช้อนุประโยค -ing เพื่อบอกผลลัพธ์

leaving ... ในที่นี้เป็นอนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์ โดยย้อนกลับไปยังสถานการณ์ก่อนหน้าแล้วบอกผลที่ตามมา นั่นคือสถานการณ์นั้นทำให้บุคคลอยู่ในภาวะที่มีโอกาสเกิดอาการปวดเรื้อรังมากขึ้น คำว่า leave ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการออกจากสถานที่ โครงสร้างคือ leave + กรรม + คำคุณศัพท์ ดังใน leave a person vulnerable ส่วน to ใน vulnerable to developing เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยรูป -ing คือ developing โครงสร้างนี้พบบ่อยในการอธิบายความเสี่ยงและผลที่ตามมาอย่างค่อนข้างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์และโครงสร้าง vulnerable to + -ing ได้ถูกต้อง

  1. Heavy stress can disrupt sleep, leaving a person vulnerability to develop health problems.
  2. Heavy stress can disrupt sleep, leave a person vulnerable to developing health problems.
  3. Heavy stress can disrupt sleep, leaving a person vulnerable to developing health problems.
ดูคำตอบ

Heavy stress can disrupt sleep, leaving a person vulnerable to developing health problems.

That's why more research is needed to untangle the complex drivers โน้ต

4:51

นั่นคือเหตุผลที่จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อคลี่คลายกลไกที่ซับซ้อน

of this surprisingly common experience and to develop better treatments.

4:55

ของประสบการณ์ที่พบได้บ่อยจนน่าตกใจนี้ และเพื่อพัฒนาวิธีการรักษาที่ดีกว่า

ลำดับความ

That's why more research is needed to ...: การเชื่อมเหตุผลไปยังขั้นตอนต่อไป

That's why ย้อนกลับไปยังหลักฐานหรือปัญหาที่เพิ่งกล่าวถึง และนำเสนอ more research is needed เป็นข้อสรุป ส่วน infinitive สองส่วนคือ to untangle ... และ to develop ... ระบุเป้าหมายสองข้อของการวิจัยนั้น โครงสร้างนี้จัดข้อมูลให้เป็นเส้นทางจากเหตุผลไปสู่ข้อสรุป หรือจากเหตุผลไปสู่การลงมือทำ ในคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ โครงสร้างนี้เปลี่ยนความไม่แน่นอนก่อนหน้าให้เป็นขั้นตอนถัดไปที่ชัดเจน แทนที่จะเพิ่มข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

งานวิจัยก่อนหน้าให้ผลที่ขัดแย้งกัน ประโยคใดเชื่อมเหตุผลนี้เข้ากับความจำเป็นของขั้นตอนต่อไปได้ชัดเจนที่สุด

  1. For example, the results came from three different laboratories.
  2. That's why more research is needed to reach a reliable conclusion.
  3. Meanwhile, one study reached a reliable conclusion.
ดูคำตอบ

That's why more research is needed to reach a reliable conclusion.

สำนวน

untangle the complex drivers: คลี่คลายสาเหตุซับซ้อนที่เชื่อมโยงกัน

untangle แปลตรงตัวว่าแยกสิ่งที่พันกันออกจากกัน ในที่นี้ใช้เป็นอุปลักษณ์ หมายถึงการทำให้ชุดสาเหตุและความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนเข้าใจได้ง่ายขึ้น drivers หมายถึงแรงหรือปัจจัยที่ช่วยให้เกิดผลลัพธ์ ไม่ได้หมายถึงคนขับรถ เมื่อรวมกัน untangle the complex drivers สื่อถึงการตรวจสอบอิทธิพลหลายอย่างที่เชื่อมโยงกันและดูว่ามันมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร แทนที่จะมองหาสาเหตุง่าย ๆ เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ untangle ในความหมายว่าทำให้สาเหตุหลายอย่างที่เชื่อมโยงกันชัดเจนขึ้น

  1. The investigators are trying to untangle the complex drivers of the housing shortage.
  2. The investigators are trying to identify the driver of a parked car.
  3. The investigators are trying to untangle a rope with several tight knots.
ดูคำตอบ

The investigators are trying to untangle the complex drivers of the housing shortage.

That work can start with recognizing that period pain is real, ลำดับความ

5:00

งานดังกล่าวสามารถเริ่มต้นได้จากการตระหนักว่าอาการปวดประจำเดือนนั้นมีอยู่จริง

and it affects hundreds of millions of people.

5:05

และมันส่งผลกระทบต่อคนนับร้อยล้านคน

ลำดับความ

That work can start with recognizing that ...: นำเสนอขั้นตอนแรก

That work ย้อนกลับไปอ้างถึงงานวิจัยและความพยายามในการปรับปรุงที่กล่าวถึงแล้ว ผู้พูดจึงเชื่อมบทสรุปเข้ากับข้อโต้แย้งก่อนหน้าได้โดยไม่ต้องพูดรายการทั้งหมดซ้ำ can start with นำเสนอการยอมรับข้อเท็จจริงนั้นว่าเป็นขั้นตอนแรกที่ทำได้จริง หลัง with ภาษาอังกฤษใช้คำนามหรือรูป -ing ดังนั้นตรงนี้จึงต้องใช้ recognizing ส่วน recognizing that ... หมายถึงการยอมรับอย่างชัดเจนว่าบางสิ่งเป็นจริง ไม่ใช่การจำแนกคนหรือสิ่งของจากรูปลักษณ์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่นำเสนอการยอมรับปัญหาว่าเป็นขั้นตอนแรกให้สมบูรณ์: Real change can ____ that the problem exists.

ดูคำตอบ

start with recognizing

Do you ever feel like you don't know enough about your own body?

5:09

คุณเคยรู้สึกว่าตัวเองรู้จักร่างกายของตัวเองไม่ดีพอหรือเปล่า?

Subscribe to this channel to learn about everything

5:12

กดติดตามช่องนี้เพื่อเรียนรู้เรื่องราวทุกอย่าง

from baldness to muscle growth

5:15

ตั้งแต่หัวล้านไปจนถึงการเติบโตของกล้ามเนื้อ

to why we have hair in such random places.

5:16

ไปจนถึงสาเหตุที่เรามีขนขึ้นในที่ที่ไม่ควรมี

Stay tuned and stay curious.

5:20

รอติดตามและคงความอยากรู้อยากเห็นไว้เสมอ