วิธีพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ (ด้วยตัวเอง) โดยใช้เทคนิคการเลียนแบบ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
PodEnglish
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้สอนเทคนิคการเลียนแบบสำหรับผู้เริ่มต้น โดยให้เลือกเสียงภาษาอังกฤษที่ชัดเจนและเหมาะกับระดับของตน ตั้งใจฟัง พูดซ้ำพร้อมดูข้อความ ฝึกช่วงสั้น ๆ แยกกัน แล้วนำไปใช้ในการสนทนา พร้อมแบบฝึกเลียนเสียงประโยคและคำศัพท์ที่มีผู้สอนนำฝึก ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. is the act of mimicking or copying — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้โครงสร้างที่ชัดเจนและค่อนข้างเป็นทางการสำหรับนิยามคำศัพท์ด้วยการระบุการกระทำที่คำนั้นหมายถึง คุณสามารถดัดแปลง “is the act of” เพื่ออธิบายทักษะ พฤติกรรม หรือกระบวนการได้แม่นยำกว่าการใช้เพียง “means” 2. The more you imitate, the more natural it will start to feel. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตและใช้โครงสร้างเปรียบเทียบสัมพันธ์ “The more ..., the more ...” เพื่อแสดงว่าเมื่อฝึกมากขึ้น ผลลัพธ์ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป โครงสร้างนี้ยังใช้เชื่อมโยงความพยายาม ประสบการณ์ ความมั่นใจ หรือความสามารถได้ 3. keep practicing, keep imitating, and most importantly, keep having fun. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้วลี keep + -ing แบบขนานเพื่อปิดการพูดด้วยคำแนะนำที่ต่อเนื่องและจดจำง่าย พร้อมใช้ “most importantly” เน้นว่าคำแนะนำสุดท้ายคือสิ่งที่ควรให้ความสำคัญที่สุด
คำอธิบายในบทเรียนนี้
I want to share with you an easy and enjoyable method for beginners to learn English. โน้ต
0:02ฉันต้องการแบ่งปันวิธีที่ง่ายและสนุกสนานสำหรับผู้เริ่มต้นในการเรียนภาษาอังกฤษ
share with you: นำเสนอสิ่งที่ต้องการแบ่งปันให้ผู้ฟัง
share with you เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบ share something with someone หมายถึงการนำเสนอหรือแบ่งปันความคิด ประสบการณ์ ข้อมูล หรือวิธีการให้คนอื่นหรือกลุ่มคน ในประโยคนี้ สิ่งที่แบ่งปันจะตามมาทีหลัง คือ share with you an easy and enjoyable method ในช่วงเริ่มต้นบทเรียนหรือการพูด I want to share with you... เป็นวิธีแนะนำเนื้อหาต่อไปอย่างเป็นมิตรและเป็นธรรมชาติ ในที่นี้ share ไม่ได้หมายถึง “มีสิ่งหนึ่งเป็นเจ้าของร่วมกัน” แต่หมายถึง “แบ่งปันหรือแนะนำให้ผู้อื่นรู้จัก”
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบที่เป็นธรรมชาติให้สมบูรณ์: I want to ____ this idea ____ you.
ดูคำตอบ
share · with
for beginners to learn English: โครงสร้างที่บอกว่าใครเป็นผู้ทำ
for beginners to learn English มีรูปแบบ for + คำนาม + to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย beginners เป็นประธานที่เข้าใจได้ของ learn หมายความว่าผู้เริ่มต้นเป็นคนที่จะเรียนภาษาอังกฤษ วลีทั้งหมดนี้บอกจุดประสงค์หรือผู้ใช้ที่ method ตั้งใจให้ใช้ หมายถึงวิธีการนี้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษได้ ในที่นี้ for beginners ยังไม่ใช่ความหมายที่สมบูรณ์ ต้องเชื่อมกับการกระทำ to learn English
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เติมประโยคให้สมบูรณ์และบอกได้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ทำ: This is a simple method ____.
- for beginners learn English
- for beginners to learns English
- for beginners to learn English
ดูคำตอบ
for beginners to learn English
Imitation is the act of mimicking or copying what you hear. วลี
0:11การเลียนแบบคือการทำท่าทางหรือคัดลอกสิ่งที่คุณได้ยิน
is the act of mimicking or copying: นิยามการกระทำด้วยรูป -ing
โครงสร้าง X is the act of doing Y ใช้ให้คำนิยามโดยตรงแก่การกระทำหรือพฤติกรรม ในที่นี้อธิบายว่า imitation คือการทำตามหรือคัดลอกสิ่งที่ได้ยิน Of เป็นคำบุพบท ดังนั้นกิจกรรมที่ตามหลังจึงใช้ gerund หรือรูป -ing เช่น mimicking และ copying ในประโยคนี้ act หมายถึงการกระทำหรือพฤติกรรม ไม่ใช่การแสดงบนเวที
แบบฝึกหัด
เติมคำนิยามด้วยรูป -ing ของ work: Teamwork is the act of ____ together to reach a goal.
ดูคำตอบ
working
and grammar structures without even realizing they are learning. ไวยากรณ์
0:21และโครงสร้างไวยากรณ์โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพวกเขากำลังเรียนรู้อยู่
a great way for kids and beginners to improve ...: ระบุกลุ่มคนและเป้าหมาย
โครงสร้าง a great way for someone to do something ใช้แนะนำวิธีหนึ่ง for kids and beginners ระบุว่าวิธีนั้นเหมาะกับใคร ส่วน to improve ระบุเป้าหมายที่คนกลุ่มนั้นสามารถทำได้ ในที่นี้ way หมายถึงวิธี ไม่ใช่ถนน สามารถเปลี่ยน great กลุ่มคน หรือเป้าหมายได้ โดยยังคงหน้าที่ของแต่ละส่วนไว้ดังนี้ คำคุณศัพท์ + way + for + คนหรือกลุ่มคน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a great way for someone to do something ได้ถูกต้อง
- Reading aloud is a great way to children build confidence.
- Reading aloud is a great way for children to build confidence.
- Reading aloud is a great way for children building confidence.
ดูคำตอบ
Reading aloud is a great way for children to build confidence.
without even realizing they are learning: โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเรียนอยู่
without even realizing they are learning หมายถึงการเรียนรู้กำลังเกิดขึ้น แต่ผู้เรียนไม่รู้ตัว even ใช้เน้นว่าพวกเขาไม่ได้สังเกตกระบวนการนี้เลย ในที่นี้ บุพบท without ตามด้วยรูป -ing คือ realizing ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน realize แล้ว realizing ตามด้วยอนุประโยค they are learning สามารถใช้ without even realizing + อนุประโยค เพื่อบอกการกระทำ การเปลี่ยนแปลง หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “โดยไม่รู้ตัว” ให้สมบูรณ์: Maya improved her English ____ she was learning.
ดูคำตอบ
without even realizing
The first step is to find listening material that is at your level. โน้ต
0:26ขั้นตอนแรกคือการหาสื่อการฟังที่อยู่ในระดับของคุณ
The first step is to find: ขั้นตอนแรกคือการค้นหา
The first step is to find ใช้เริ่มชุดคำแนะนำที่มีลำดับ The first step บอกว่าเป็นขั้นเริ่มต้น และ is to find บอกการกระทำที่ต้องทำก่อน โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้ฟังติดตามกระบวนการตามลำดับ แทนที่จะได้ยินเพียงรายการการกระทำที่ไม่เป็นระเบียบ ในที่นี้ step หมายถึงขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการ ไม่ใช่การก้าวเท้า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ The first step is to + กริยารูปพื้นฐาน และโดยทั่วไปทำให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีขั้นตอนอื่นตามมา
แบบฝึกหัด
เติมส่วนเริ่มต้นของกระบวนการด้วยโครงสร้างที่เรียนให้ถูกต้อง: ____ check the instructions.
ดูคำตอบ
The first step is to
สื่อสำหรับฝึกฟัง
listening material หมายถึงเนื้อหาที่ใช้ฝึกการฟัง เช่น วิดีโอ เพลง พอดแคสต์ หรือเสียงบันทึก ในที่นี้ material หมายถึงเนื้อหาหรือแหล่งเรียนรู้ ไม่ได้หมายถึงวัสดุที่เป็นสิ่งของ นี่เป็นกลุ่มคำนามที่เป็นธรรมชาติสำหรับพูดถึงสิ่งที่ใช้ฟังเพื่อเรียนหรือฝึกภาษา โดยทั่วไป material มักใช้เป็นคำนามนับไม่ได้เมื่อพูดถึงเนื้อหาในภาพรวม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ listening material ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- This podcast is a useful listening materials for beginners.
- This podcast is useful material to listen.
- This podcast is useful listening material for beginners.
ดูคำตอบ
This podcast is useful listening material for beginners.
at your level: เหมาะกับระดับของคุณ
at your level หมายถึงมีความยากที่ตรงกับความสามารถปัจจุบันของคุณ ในประโยคนี้วลีดังกล่าวใช้ขยาย listening material คือผู้เรียนควรเข้าใจเนื้อหาได้มากพอที่จะฝึก โดยเนื้อหาไม่ยากหรือง่ายเกินไป โครงสร้างคือ at + ระดับของบุคคล เช่น at my level, at her level หรือ at their level ใช้บอกว่าหลักสูตร หนังสือ แบบฝึกหัด หรืองานเหมาะกับความสามารถปัจจุบันของบุคคลนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้สำนวนมาตรฐานสำหรับหนังสือที่มีความยากเหมาะกับความสามารถของคุณ
- Choose a book that is at your level.
- Choose a book that is at your levels.
- Choose a book that is in your level.
ดูคำตอบ
Choose a book that is at your level.
This could include: การยกตัวอย่างแบบเปิดกว้าง
This could include เชื่อมโยงหัวข้อก่อนหน้ากับตัวอย่างที่อาจเป็นไปได้บางอย่าง ในที่นี้ could ไม่ได้กล่าวถึงอดีต แต่ทำให้คำกล่าวนุ่มลงและหมายถึง “อาจรวมถึง” หรือ “สามารถรวมถึง” รายการที่ตามมาเป็นรายการแบบเปิด ไม่ได้ครบทั้งหมดและไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องมี โครงสร้างนี้ช่วยจัดข้อมูลโดยพาจากหมวดหมู่กว้าง ๆ ไปสู่ตัวอย่างไม่กี่อย่าง
แบบฝึกหัด
คุณต้องการยกตัวอย่างที่อาจเป็นไปได้บางอย่างโดยไม่บอกว่ารายการนั้นครบถ้วนหรือเป็นสิ่งจำเป็น ประโยคใดเหมาะที่สุด
- This must include only games, songs, and short videos.
- This includes games, songs, and short videos.
- This could include games, songs, and short videos.
ดูคำตอบ
This could include games, songs, and short videos.
anything in which native English speakers speak clearly and at a slower pace. โน้ต
0:35อะไรก็ได้ที่เจ้าของภาษาอังกฤษพูดอย่างชัดเจนและในจังหวะที่ช้าลง
anything in which ... speak: การใช้ in which ในอนุประโยคขยายคำนาม
in which เริ่มอนุประโยคขยายคำนามที่ขยาย anything ในที่นี้ anything หมายถึงสื่อการฟังชนิดใดก็ได้ ส่วน in which หมายถึง “ในสื่อนั้น” กล่าวคือ ผู้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่พูดอยู่ในสื่อนั้น รูปแบบคือ บุพบท + which + ประธาน + กริยา บุพบทอยู่หน้า which และอนุประโยคขยายคำนามใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า native English speakers speak ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม do native English speakers speak
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย in และคำสรรพนามเชื่อมความที่ถูกต้อง: Choose a video ____ the presenter speaks clearly.
ดูคำตอบ
in which
at a slower pace: ด้วยจังหวะที่ช้าลง
At a slower pace หมายถึง ด้วยความเร็วหรือจังหวะที่ช้ากว่าปกติหรือช้ากว่าความเร็วในขณะนั้น ในประโยคนี้ใช้บอกความเร็วในการพูดของเจ้าของภาษาอังกฤษ จึงทำให้ผู้ฟังตามได้ง่ายขึ้น โครงสร้าง at a ... pace ใช้บอกความเร็วในฐานะจังหวะของกิจกรรมหนึ่ง ๆ คำว่า pace ใช้กับการพูด การเรียน การอ่าน การทำงาน หรือกิจกรรมต่อเนื่องอื่น ๆ ได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะการเดินเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดขอให้คนหนึ่งทำงานช้าลง
- Let's work at a slower pace today.
- Let's work at a faster pace today.
- Let's work at a steady pace today.
ดูคำตอบ
Let's work at a slower pace today.
Pay attention to how...: ใส่ใจกับวิธีที่...
Pay attention to how the sounds are pronounced เป็นคำสั่งโดยตรงให้ตั้งใจสังเกตว่าเสียงเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นอย่างไร ไม่ใช่เพียงรับรู้ว่ามีเสียงเหล่านี้อยู่ หลัง Pay attention to สามารถตามด้วยคำนามหรืออนุประโยคที่มีประธานและกริยาของตัวเองได้ ในที่นี้ how the sounds are pronounced เป็นอนุประโยค how และรูปประโยคถูกกระทำทำให้จุดสนใจอยู่ที่เสียงและกระบวนการออกเสียง ไม่ใช่คนที่เป็นผู้ออกเสียง โครงสร้างนี้ยังใช้บอกวิธีทำการกระทำใด ๆ ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมคำในคำสั่ง: Pay attention ____ how the word is spelled.
ดูคำตอบ
to
Replay the audio and this time follow along with the text or lyrics. กริยาวลี
0:51เล่นเสียงอีกครั้งและคราวนี้อ่านตามข้อความหรือเนื้อเพลง
follow along with: ทำตามสื่อไปพร้อมกัน
follow along with หมายถึงการตามเนื้อหาหรือตัวอย่างให้ทันไปพร้อมกับการฟัง อ่าน ดู หรือทำตามขั้นตอนเดียวกัน ในประโยคนี้ ผู้เรียนฟังเสียงพร้อมกับดูข้อความหรือเนื้อเพลงเพื่อให้ตามถึงจุดเดียวกัน คำว่า along ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปตามเส้นทาง วลีทั้งหมดมองข้อความหรือเนื้อเพลงเป็นสื่อที่ช่วยนำให้ผู้เรียนตามไปได้
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งด้วยวลีเป้าหมาย: As I read aloud, please ____ the printed story.
ดูคำตอบ
follow along with
Try to mimic exactly what you hear as closely as possible. วลี
0:56พยายามเลียนแบบสิ่งที่คุณได้ยินให้เหมือนที่สุดเท่าที่จะทำได้
as closely as possible: ให้เหมือนต้นแบบมากที่สุด
ในที่นี้ as closely as possible หมายถึงทำให้เหมือนต้นแบบมากที่สุดเท่าที่ทำได้ คำว่า closely บอกว่าการออกเสียงและทำนองเสียงของผู้เรียนควรเหมือนเสียงต้นฉบับมากเพียงใด ไม่ได้หมายถึงการอยู่ใกล้กันทางกายภาพ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ as + คำวิเศษณ์ + as possible ซึ่งบอกระดับสูงสุดที่ทำได้จริงของการกระทำ เช่น as clearly as possible หมายถึงอย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่ทำได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดขอให้ใครบางคนคัดลอกให้เหมือนต้นแบบมากที่สุด?
- Copy the pattern as closely as possible.
- Place the pattern card as close to the window as possible.
- Copy the pattern as quickly as possible.
ดูคำตอบ
Copy the pattern as closely as possible.
Don't worry too much about mistakes at this stage. น้ำเสียง/เจตนา
1:01ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อผิดพลาดมากเกินไปในขั้นตอนนี้
Don't worry too much about mistakes: การลดความกดดัน
Don't worry too much about mistakes เป็นคำแนะนำที่ช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ หมายถึงตอนนี้ไม่ควรให้ความสนใจหรือหวาดกลัวข้อผิดพลาดมากเกินความจำเป็น too much จำกัดระดับของความกังวล ผู้พูดไม่ได้บอกว่าข้อผิดพลาดไม่สำคัญเลย แต่กำลังลดความกดดันเพื่อให้อีกฝ่ายฝึกต่อได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนกำลังนำเสนอสั้น ๆ เป็นครั้งแรกและทำผิดเล็กน้อยหลายจุด การพูดว่า "Don't worry too much about small mistakes" เป็นธรรมชาติและช่วยให้กำลังใจหรือไม่
- ไม่เป็นธรรมชาติและไม่ช่วยให้กำลังใจ
- เป็นธรรมชาติและให้กำลังใจ
ดูคำตอบ
เป็นธรรมชาติและให้กำลังใจ
focus on imitating: โครงสร้าง focus on + -ing
ใน focus on imitating คำว่า focus on หมายถึง “มุ่งความสนใจไปที่บางสิ่ง” on เป็นคำบุพบท ดังนั้นเมื่อมีการกระทำตามหลังจึงใช้รูป -ing คือ imitating รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ focus on + คำนามหรือรูป -ing เช่น focus on the sounds และ focus on listening เมื่อใช้ในความหมายนี้ อย่าวางคำกริยารูปพื้นฐานต่อจาก focus on โดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำด้วยรูปที่ถูกต้องของ imitate: Focus on ____ the speaker's rhythm.
ดูคำตอบ
imitating
Repeat it out loud along with the audio several times. วลี
1:08ทำซ้ำออกมาดังๆ ไปพร้อมกับเสียงหลายๆ ครั้ง
out loud: พูดออกเสียง
out loud หมายถึงใช้เสียงพูดให้ได้ยิน แทนที่จะอ่านหรือพูดอยู่ในใจอย่างเงียบ ๆ ในประโยคนี้ Repeat it out loud คือการบอกให้ผู้เรียนพูดเนื้อหานั้นออกเสียง ไม่ใช่แค่อ่านในใจ วลีนี้เน้นว่าต้องมีเสียงให้ได้ยิน ไม่ได้หมายความว่าต้องพูดดังมาก ใช้ได้กับการอ่าน การพูด หรือการพูดซ้ำ
แบบฝึกหัด
ครูต้องการให้ Maya ใช้เสียงแทนการอ่านในใจ คำสั่งใดชัดเจนที่สุด
- Please read it out loud.
- Please read it in your head.
- Please read it silently.
ดูคำตอบ
Please read it out loud.
along with the audio: ทำไปพร้อมกับเสียงบันทึก
along with the audio หมายถึงทำสิ่งนั้นไปพร้อมกับเสียงบันทึก โดยทั่วไปคือทำขณะที่เสียงกำลังเล่นอยู่ ในที่นี้ repeat it along with the audio หมายถึงให้พูดตามเสียงอย่างสอดคล้องกัน ไม่ใช่รอไปพูดซ้ำในเวลาอื่น along with + คำนาม ยังหมายถึงการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งร่วมกับหรือไปพร้อมกับสิ่งนั้นในความหมายทั่วไปได้ ในประโยคนี้เสียงบันทึกเป็นสิ่งที่ทำร่วมกันและเป็นตัวอ้างอิงด้านเวลา ไม่ใช่รายการอีกอย่างที่นำมาเพิ่ม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่า Maya อ่านไปพร้อมกับเสียงบันทึก
- Maya read the poem along with the recording.
- Maya read the poem after the recording ended.
- Maya read the poem, and she also listened to the recording.
ดูคำตอบ
Maya read the poem along with the recording.
The third step is to start independently imitating smaller phrases or words.
1:12ขั้นตอนที่สามคือเริ่มเลียนแบบวลีหรือคำเล็กๆ ด้วยตัวเอง
isolate a line or two and practice saying it repeatedly until it sounds natural to you. โน้ต
1:21แยกเนื้อร้องออกมาหนึ่งหรือสองบรรทัดแล้วฝึกพูดซ้ำๆ จนกว่ามันจะฟังดูเป็นธรรมชาติสำหรับคุณ
if you are listening...: การตั้งเงื่อนไขที่กำลังเกิดขึ้น
อนุประโยค if ใช้ตั้งสถานการณ์ที่อาจกำลังเกิดขึ้นอยู่ นั่นคือผู้ฟังกำลังฟังเพลงอยู่ รูปปัจจุบันกำลังกระทำ are listening ทำให้สถานการณ์ที่สมมติขึ้นดูเป็นสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ แทนที่จะบอกนิสัยทั่วไป หลังเงื่อนไขนี้ คำกริยารูปคำสั่ง isolate และ practice ให้คำแนะนำสำหรับสถานการณ์ดังกล่าว คุณสามารถใช้ if + ประธาน + be + กริยา-ing เพื่อบอกกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ก่อนจะบอกว่าควรทำอะไร
แบบฝึกหัด
ใช้ listen ในรูปปัจจุบันกำลังกระทำเพื่อเติมเงื่อนไขให้สมบูรณ์: If you ____ a song, pause after each line.
ดูคำตอบ
are listening to
a line or two: ปริมาณเล็กน้อยแบบคร่าว ๆ
ใน a line or two คำว่า or two ทำให้จำนวนเป็นค่าคร่าว ๆ โดยหมายถึงประมาณหนึ่งหรือสองบรรทัด และใจความสำคัญคือมีจำนวนไม่มาก ไม่ได้หมายถึงการเลือกระหว่างสองตัวเลือก รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ a + คำนามนับได้เอกพจน์ + or two เช่น a minute or two, a day or two และ a question or two คำนามหลัง a ยังคงเป็นเอกพจน์ แม้จำนวนรวมอาจเป็นสองก็ตาม
แบบฝึกหัด
ใช้ a + คำนามเอกพจน์ + or two โดยใช้ minute เป็นคำนาม: Please wait ____ before calling again.
ดูคำตอบ
a minute or two
until it sounds natural to you: จนกว่าจะฟังดูเป็นธรรมชาติสำหรับคุณ
until ใช้บอกจุดสิ้นสุดของการฝึกซ้ำ ๆ หมายถึงให้ทำสิ่งที่อยู่ข้างหน้าต่อไปจนกว่าจะถึงสภาพที่บอกไว้ในประโยคหลัง until ในที่นี้ it หมายถึงบรรทัดหนึ่งหรือสองบรรทัดที่กำลังฝึก และ sounds natural to you หมายถึงคุณฟังแล้วรู้สึกว่าไม่ฝืนและเป็นธรรมชาติตามความรู้สึกของคุณเอง ในประโยคนี้ sounds เป็นกริยาเชื่อม จึงต้องตามด้วยคำคุณศัพท์ natural ไม่ใช่คำกริยาวิเศษณ์ naturally รูปแบบเดียวกันใช้กับเป้าหมายอื่นได้ เช่น ฝึกจนกว่าจะ sounds clear หรือ looks ready
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่เติมรูปแบบนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Read the sentence until it sounds natural to you.
- Read the sentence until it sounds naturally to you.
ดูคำตอบ
Read the sentence until it sounds natural to you.
You can also try imitating individual words that you noticed were pronounced differently than you expected. โน้ต
1:28คุณยังสามารถลองเลียนแบบคำแต่ละคำที่คุณสังเกตเห็นว่าออกเสียงต่างจากที่คุณคาดไว้
You can also try imitating: คุณลองเลียนแบบดูก็ได้
You can also try imitating ใช้เพิ่มคำแนะนำที่เป็นทางเลือกจากคำแนะนำที่ให้ไว้ก่อนหน้า You can บอกว่าสามารถทำสิ่งนั้นได้ ไม่ได้หมายความว่าต้องทำ ส่วน also บอกว่านี่เป็นอีกหนึ่งวิธีหนึ่ง try imitating หมายถึงลองใช้การเลียนแบบเป็นวิธีฝึก หลัง try ใช้รูป -ing คือ imitating เพื่อบอกกิจกรรมที่กำลังลองทำอยู่ สำนวนนี้ไม่ได้รับประกันว่าวิธีนี้จะได้ผล แต่เสนอว่าเป็นสิ่งที่น่าลอง
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้รูปแบบเป้าหมายและเสนอการเลียนแบบเป็นวิธีเพิ่มเติมที่ลองทำได้
- You can also try imitate the speaker's rhythm.
- You can also try imitating the speaker's rhythm.
- You can also try to imitate the speaker's rhythm.
ดูคำตอบ
You can also try imitating the speaker's rhythm.
pronounced differently than you expected: เปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับสิ่งที่คาดไว้
ใน pronounced differently than you expected คำว่า differently บอกว่าคำเหล่านั้นถูกออกเสียงอย่างไร ส่วน than นำสิ่งที่คาดไว้มาเปรียบเทียบกับการออกเสียงจริง ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่า การออกเสียงจริงไม่ตรงกับที่คุณคิดไว้ว่าจะเป็น ตรงนี้ expected หมายถึง “คิดไว้ว่าจะเกิดขึ้นหรือเป็นเช่นนั้น” ไม่ได้หมายถึง “ถูกกำหนดให้ทำ” โครงสร้าง differently than + ประธาน + expected ใช้ชี้ให้เห็นความต่างระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับสิ่งที่คนหนึ่งคาดไว้ก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าผลที่เกิดขึ้นจริงไม่ตรงกับสิ่งที่คาดไว้ก่อนหน้า
- The meeting went exactly as we expected.
- We were required to attend the meeting.
- The meeting went differently than we expected.
ดูคำตอบ
The meeting went differently than we expected.
start incorporating the words and phrases you have practiced into your own conversations. วลี
1:36เริ่มนำคำศัพท์และวลีที่คุณฝึกฝนมาใช้ในบทสนทนาของคุณเอง
incorporate A into B: นำสิ่งหนึ่งไปรวมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ใหญ่กว่า
Incorporate A into B หมายถึงการนำ A เข้าไปเพิ่มอย่างตั้งใจและทำให้เป็นส่วนหนึ่งของ B ที่ใหญ่กว่า ในประโยคนี้ A คือคำและวลีที่ฝึกแล้ว ส่วน B คือบทสนทนาของคุณเอง แนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงแค่รู้จักหรือเรียงรายการคำ แต่หมายถึงการเริ่มใช้คำเหล่านั้นอย่างเป็นธรรมชาติในบทสนทนาจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่ใช้ในโครงสร้าง incorporate A into B: The team will incorporate your suggestion ____ the new plan.
ดูคำตอบ
into
This will help solidify the new vocabulary and sounds in your active language usage. วลี
1:43สิ่งนี้จะช่วยให้คำศัพท์และเสียงใหม่ๆ มั่นคงในการใช้ภาษาเชิงรุกของคุณ
solidify ... in active language usage: ทำให้สิ่งที่เรียนรู้มั่นคงเพื่อนำไปใช้ได้จริง
solidify ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการเรียนรู้คำศัพท์และเสียงพูดใหม่ ๆ ให้มั่นคงขึ้น เพื่อให้จำและนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น active language usage หมายถึงการใช้ภาษาด้วยตนเองผ่านการพูดหรือเขียน ไม่ใช่เพียงจำได้เมื่อได้ยินหรืออ่าน วลีนี้อธิบายว่าการฝึกช่วยเปลี่ยนสิ่งที่เพิ่งเรียนให้เป็นภาษาที่นำไปใช้ได้จริง
แบบฝึกหัด
ในประโยคเดิม solidify the new vocabulary and sounds หมายความว่าอย่างไร
- ลืมคำและเสียงหลังจากฝึก
- เปลี่ยนคำและเสียงให้กลายเป็นวัสดุแข็ง
- ทำให้สิ่งที่เพิ่งเรียนมั่นคงและนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น
ดูคำตอบ
ทำให้สิ่งที่เพิ่งเรียนมั่นคงและนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น
Don't be afraid to ... และ make mistakes: ให้กำลังใจอีกฝ่ายให้ลองโดยไม่ต้องกลัว
Don't be afraid to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นวิธีให้กำลังใจอย่างเป็นมิตร เพื่อให้อีกฝ่ายลงมือทำแม้จะรู้สึกกังวล ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวช่วยลดความกดดันจากการลองทำและการทำผิด make mistakes เป็นกลุ่มคำมาตรฐานในภาษาอังกฤษที่หมายถึง “ทำผิดพลาด” โดยใช้ mistake กับ make ไม่ใช่ do
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้กำลังใจด้วยกลุ่มคำมาตรฐานที่หมายถึง “ทำบางอย่างผิด”: When you practice a new language, don't be afraid to ____.
ดูคำตอบ
make mistakes
That's how you learn: เชื่อมโยงการกระทำกับผลลัพธ์
ใน That's how you learn คำว่า that ใช้ชี้กลับไปยังการกระทำหรือสถานการณ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน how หมายถึง “ด้วยวิธีนี้” โดยรวมแล้ววลีนี้บอกว่าการกระทำนั้นเป็นวิธีที่นำไปสู่การเรียนรู้ ไม่ใช่คำถามว่ามีวิธีเรียนอย่างไร ในประโยคนี้ that หมายถึงการทำผิดพลาด จึงเป็นการมองความผิดพลาดใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ และยังใช้ปลอบใจคนที่ทำผิดได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์:Making mistakes is normal. ____ you learn.
ดูคำตอบ
That's how
The more you imitate, the more natural it will start to feel: แสดงการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กัน
The more you imitate, the more natural it will start to feel เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กัน คือ the more ..., the more ... ส่วนแรกบอกว่าระดับหนึ่งเพิ่มขึ้น และส่วนที่สองบอกการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกัน ในที่นี้หมายความว่า ยิ่งเลียนแบบมากขึ้น ก็จะเริ่มรู้สึกว่ากิจกรรมนั้นเป็นธรรมชาติมากขึ้น วลี the more ทั้งสองส่วนทำงานเป็นคู่ ไม่ใช่ the ที่เป็นคำนำหน้านามทั่วไป will start to feel แสดงว่าความรู้สึกเป็นธรรมชาติจะค่อย ๆ เกิดขึ้น โครงสร้างนี้แสดงความสัมพันธ์โดยทั่วไป ไม่ได้รับประกันว่าทุกครั้งจะได้ผลเหมือนกันอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กัน:____ you practice, ____ confident you feel.
ดูคำตอบ
The more · the more
Let's do ... together: ชวนให้ทำร่วมกัน
Let's + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ชวนผู้พูดกับผู้ฟังหรือคนในกลุ่มให้ทำบางอย่างร่วมกัน คำว่า together ย้ำว่าทุกคนจะมีส่วนร่วม ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากการอธิบายไปสู่กิจกรรมสั้น ๆ เป็นคำชวนที่เป็นมิตร ไม่ใช่การขออนุญาตหรือคำสั่งที่ให้ผู้ฟังทำเพียงคนเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดชวนทั้งผู้พูดและผู้ฟังให้ทำกิจกรรมร่วมกัน?
- Please solve the puzzle by yourself.
- Let's solve the puzzle together.
- I'll solve the puzzle while you watch.
ดูคำตอบ
Let's solve the puzzle together.
I'll say a simple sentence and then it's your turn to imitate me and practice it yourself. น้ำเสียง/เจตนา
2:01ฉันจะพูดประโยคง่ายๆ แล้วก็ถึงตาคุณที่จะเลียนแบบฉันและฝึกฝนด้วยตัวเอง
It's your turn to imitate: กำหนดว่าใครทำต่อ
It's your turn to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าผู้ฟังคือคนถัดไปที่ต้องทำสิ่งนั้น turn ในที่นี้หมายถึงคิวหรือโอกาสของคนหนึ่งตามลำดับ ไม่ได้หมายถึงการเลี้ยว ในประโยคนี้ ผู้พูดพูดประโยคก่อน แล้วผู้ฟังจึงเลียนแบบ รูปแบบนี้ช่วยส่งต่อกิจกรรมจากคนหนึ่งไปยังคนถัดไปอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ส่งต่อการกระทำถัดไปให้ผู้ฟัง: After I read the first line, ____ read the second line.
ดูคำตอบ
it's your turn to
Here we go: บอกว่ากำลังจะเริ่ม
Here we go. เป็นวลีพูดติดปากที่ใช้ก่อนเริ่มการกระทำหรือก้าวไปสู่ขั้นตอนถัดไป ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังจะสาธิตประโยคต่าง ๆ จึงใช้เพื่อให้ผู้ฟังเตรียมตัวและช่วยสร้างจังหวะให้สิ่งที่จะตามมา ไม่ควรแปลแยกคำว่า “เราไปที่นี่” แต่ควรเข้าใจทั้งวลี วลีนี้ยังใช้เริ่มการฝึก เกม การสาธิต หรือการลองทำบางอย่างได้
แบบฝึกหัด
ก่อนเริ่มการสาธิต ให้พูดว่า: ____
ดูคำตอบ
Here we go
Practice makes perfect: ฝึกฝนแล้วพัฒนาขึ้น
Practice makes perfect เป็นสุภาษิตที่รู้จักกันทั่วไป ใช้ให้กำลังใจว่าการฝึกซ้ำ ๆ จะช่วยให้ทักษะและผลงานดีขึ้น ในประโยคนี้ สุภาษิตดังกล่าวสนับสนุนคำแนะนำให้พูดตามต่อไป ยิ่งฝึกมาก ก็มีแนวโน้มว่าจะทำได้คล่องและมั่นคงขึ้น คำว่า perfect ในที่นี้เป็นการพูดแบบให้กำลังใจ ไม่ได้สัญญาว่าจะไม่ผิดเลย และไม่ได้หมายความว่าการฝึกซ้ำจะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ใจความสำคัญคือการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การกดดันให้ต้องสมบูรณ์แบบ
แบบฝึกหัด
เติมสุภาษิตให้สมบูรณ์: ____
ดูคำตอบ
Practice makes perfect
so keep repeating after me until you feel confident. โน้ต
2:21ดังนั้นจงทำซ้ำตามฉันไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะรู้สึกมั่นใจ
keep repeating after me: พูดตามฉันซ้ำ ๆ ต่อไป
repeat after me เป็นคำสั่งที่พบบ่อยในบทเรียนและการฝึกแบบมีผู้แนะนำ หมายถึงให้ฟังแบบอย่างจากผู้พูดแล้วพูดคำเดิมตาม ในที่นี้ after me หมายถึงตามแบบอย่างของผู้พูด ไม่ได้หมายถึงหลังจากนั้นนานมาก keep + คำกริยารูป -ing หมายถึงทำสิ่งนั้นต่อไป ดังนั้น keep repeating after me จึงเป็นการขอให้ผู้ฟังพูดเลียนแบบคำของผู้พูดต่อไป ไม่ใช่พูดซ้ำแค่ครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
ใช้ repeat after me กับ keep + คำกริยารูป -ing เพื่อเติมคำสั่งนี้ให้สมบูรณ์: Keep ____.
ดูคำตอบ
repeating after me
until you feel confident: จนกว่าคุณจะรู้สึกมั่นใจ
until + อนุประโยคใช้บอกจุดสิ้นสุดของการกระทำหรือสถานการณ์ การกระทำก่อนหน้าจะดำเนินต่อไปจนกว่าเงื่อนไขในอนุประโยคนั้นจะเกิดขึ้นจริง ในประโยคนี้ การพูดซ้ำจะดำเนินต่อไปจนกว่าผู้ฟังจะรู้สึกมั่นใจ ใน feel confident คำว่า feel เป็นคำกริยาเชื่อมที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ confident ส่วน confidence เป็นคำนาม จึงไม่สามารถใช้แทน confident ในประโยคนี้ได้โดยตรง
แบบฝึกหัด
เลือกคำที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Keep practicing …
- until you feel confidence
- until you will feel confident
- until you feel confident
ดูคำตอบ
until you feel confident
don't be afraid to exaggerate the sounds and intonation. การใช้คำ
2:25อย่ากลัวที่จะพูดเกินจริงทั้งเสียงและน้ำเสียง
exaggerate the sounds and intonation ในการฝึก
ในที่นี้ exaggerate หมายถึงการตั้งใจทำให้เสียงและการเปลี่ยนระดับเสียงเด่นชัดกว่าการพูดตามปกติ เป็นเทคนิคการฝึก ไม่ได้หมายถึงการโกหกหรือกล่าวสิ่งที่ไม่เป็นความจริง ความหมายที่เป็นกลางแบบเดียวกันนี้ใช้ได้ในการฝึกออกเสียง การแสดง หรือการสาธิต โดยทำให้ลักษณะบางอย่างเด่นหรือชัดขึ้นเพื่อให้สังเกตและเลียนแบบได้ง่าย
แบบฝึกหัด
exaggerate the sounds หมายถึงอะไรในบริบทการฝึกนี้
- ทำให้ลักษณะการออกเสียงเด่นชัดขึ้นเพื่อการฝึก
- ให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการออกเสียง
- ใช้ความดังและระดับเสียงเท่าเดิมตลอดเวลา
ดูคำตอบ
ทำให้ลักษณะการออกเสียงเด่นชัดขึ้นเพื่อการฝึก
let's enhance our vocabulary skills with some practice. วลี
2:34มาพัฒนาทักษะคำศัพท์ของเราด้วยการฝึกฝนกันเถอะ
enhance our vocabulary skills: พัฒนาทักษะด้านคำศัพท์
Enhance our vocabulary skills หมายถึงการเสริมความสามารถของเราในการเข้าใจและใช้คำ ในทางไวยากรณ์ enhance เป็นคำกริยา และ our vocabulary skills เป็นกรรมของคำกริยานั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ enhance + คำกำหนดแสดงความเป็นเจ้าของ + skills ซึ่งนำเสนอการพัฒนาความสามารถที่มีอยู่แล้วด้วยสำนวนที่ดูเป็นทางการและเรียบร้อย
แบบฝึกหัด
ใช้ enhance และวลี your communication skills เติมประโยคให้สมบูรณ์: This workshop can ____.
ดูคำตอบ
enhance your communication skills
a collection of flashcards: ชุดบัตรคำศัพท์
a collection of flashcards หมายถึงการนำบัตรคำศัพท์หลายใบมารวมกันและมองเป็นกลุ่มเดียว ที่นี่ collection หมายถึงสื่อการเรียนที่รวบรวมและจัดไว้ด้วยกัน ไม่ได้หมายความว่าบัตรเหล่านี้ต้องหายาก มีราคาแพง หรือเป็นของสะสมยามว่าง โครงสร้าง a collection of + คำนามพหูพจน์ ยังใช้กับกลุ่มรูปภาพ บทความ เครื่องมือ หรือแหล่งข้อมูลดิจิทัลได้ด้วย จุดสำคัญคือพูดถึงทั้งกลุ่ม ไม่ใช่บัตรใบใดใบหนึ่ง
แบบฝึกหัด
วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมในประโยคนี้ The teacher prepared ___ picture cards for the class.
- collecting a
- a collection of
- a collection
ดูคำตอบ
a collection of
each featuring a unique word or phrase: แต่ละใบมีคำศัพท์หรือวลีที่แตกต่างกัน
each featuring a unique word or phrase เป็นวลี分詞แบบย่อที่วางต่อท้ายประโยคที่สมบูรณ์แล้ว each หมายถึงบัตรคำศัพท์แต่ละใบที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วน featuring อธิบายว่าบัตรแต่ละใบมีหรือแสดงอะไรอยู่ ความหมายใกล้เคียงกับ each one featuring... และใช้เพิ่มข้อมูลอย่างกระชับ โดยไม่สร้างประโยคหลักใหม่ ในที่นี้ feature หมายถึง “มีหรือแสดงเนื้อหาสำคัญ” ไม่ได้หมายถึง “จัดงาน” ส่วน unique ในประโยคนี้หมายถึงคำศัพท์หรือวลีที่แตกต่างจากใบอื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ each featuring เพื่อเพิ่มข้อมูลหลังประโยคที่สมบูรณ์ได้ถูกต้อง
- Each featuring a different animal, the museum displays five posters.
- The museum displays five posters, each featuring a different animal.
- The museum displays five posters, each features a different animal.
ดูคำตอบ
The museum displays five posters, each featuring a different animal.
I'll say the word and you need to imitate my pronunciation.
2:45ฉันจะพูดคำนั้นและคุณต้องเลียนแบบการออกเสียงของฉัน
You're doing amazing: คำชมแบบไม่เป็นทางการและกระตือรือร้น
You're doing amazing. เป็นคำชมที่อบอุ่นและไม่เป็นทางการ ใช้บอกว่าตอนนี้อีกฝ่ายทำได้ดีมาก ในที่นี้ doing นำเสนอการทำหรือผลงานของอีกฝ่ายในขณะนั้น ส่วน amazing ใช้ประเมินโดยตรงว่าผลงานนั้นยอดเยี่ยม รูปแบบนี้เป็นธรรมชาติเมื่อใช้พูดให้กำลังใจในบทสนทนา แต่ในภาษาอังกฤษที่เป็นทางการหรือสอดคล้องกับการวิเคราะห์ไวยากรณ์แบบดั้งเดิมมากกว่า จะใช้ You're doing amazingly well. จุดที่นำไปใช้ต่อได้คือ ในภาษาอังกฤษแบบกันเอง เราสามารถวางคำคุณศัพท์หลัง doing โดยตรงเพื่อชมผลงานอย่างกระตือรือร้นได้
แบบฝึกหัด
ตัดสินประโยคนี้: You're doing amazing. เป็นคำพูดที่เป็นธรรมชาติสำหรับให้กำลังใจเพื่อนอย่างอบอุ่นระหว่างฝึกซ้อม
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ถูก
Just keep practicing and soon you'll be speaking English like a pro. โน้ต
3:02แค่ฝึกฝนต่อไปและในไม่ช้าคุณจะพูดภาษาอังกฤษได้เหมือนมืออาชีพ
you'll be speaking English: การพูดภาษาอังกฤษที่กำลังดำเนินอยู่ในอนาคต
you'll be speaking English ใช้โครงสร้าง will be + คำกริยาเติม -ing หรือ future continuous โครงสร้างนี้มองการพูดภาษาอังกฤษว่าเป็นกิจกรรมหรือสภาวะที่กำลังดำเนินอยู่ในอนาคต ในประโยคนี้ soon ชี้ไปยังผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดจากการฝึกต่อเนื่อง ผู้พูดจึงกำลังวาดภาพความสามารถในอนาคต ไม่ใช่การพูดเพียงครั้งเดียว รูปแบบนี้ทำให้ผลลัพธ์ในอนาคตเห็นภาพและฟังดูให้กำลังใจมากขึ้น: เมื่อถึงเวลานั้น ภาษาอังกฤษจะเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะพูดเพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่ากิจกรรมจะกำลังดำเนินอยู่ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต?
- This time tomorrow, you'll be speaking English with your new classmates.
- Yesterday, you spoke English with your new classmates.
- Tomorrow, you'll speak English with your new classmates.
ดูคำตอบ
This time tomorrow, you'll be speaking English with your new classmates.
like a pro.: ทำบางอย่างได้เก่งเหมือนมืออาชีพ
Like a pro หมายถึงการทำบางอย่างได้อย่างมีทักษะและมั่นใจเหมือนมืออาชีพ ในวลีนี้ like หมายถึง “เหมือน” หรือ “ในแบบที่” และ pro เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ professional ในประโยคนี้เป็นคำพูดให้กำลังใจที่เป็นกันเองและมีการพูดเกินจริงเล็กน้อย หมายถึงผู้เรียนจะพูดได้ดีมาก ไม่ได้หมายความว่าผู้เรียนจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษที่ทำเป็นอาชีพจริง ๆ
แบบฝึกหัด
มีคนทำเครื่องบินกระดาษได้เรียบร้อยมาก ประโยคไหนชมทักษะนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- You made that paper airplane into a pro.
- You made that paper airplane for a pro.
- You made that paper airplane like a pro.
ดูคำตอบ
You made that paper airplane like a pro.
the key is to have fun: บอกสิ่งที่สำคัญที่สุด
The key is to ... ใช้แนะนำการกระทำหรือหลักการที่สำคัญที่สุดเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าการสนุกกับการเรียนเป็นแนวคิดหลักที่ช่วยให้เรียนต่อไปได้ โครงสร้างคือ the key is to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น the key is to have fun คำว่า key ในที่นี้หมายถึง “สิ่งสำคัญที่สุด” หรือ “หัวใจสำคัญ” ไม่ใช่กุญแจสำหรับเปิดล็อก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างหลัก: The key ____ have fun while you learn.
ดูคำตอบ
is to
Laughter is the best fuel for language learning. สำนวน
3:10เสียงหัวเราะเป็นเชื้อเพลิงที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนรู้ภาษา
fuel: อุปมาเกี่ยวกับแรงจูงใจในการเรียนภาษา
ในประโยคนี้ fuel ไม่ได้หมายถึงเชื้อเพลิงจริงที่เครื่องจักรนำไปเผาไหม้ แต่เป็นคำอุปมาถึงพลังงานหรือแรงจูงใจที่ช่วยให้การเรียนภาษาดำเนินต่อไป โครงสร้าง X is the best fuel for Y มองว่า X เป็นแหล่งพลังสำคัญที่ช่วยให้ Y ดำเนินต่อ ประโยคนี้สื่อในแง่บวกว่าเสียงหัวเราะช่วยให้ผู้เรียนสนใจและเรียนต่อได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค "Patience is the fuel for steady progress" คำว่า fuel หมายถึงอะไร
- พลังงานหรือแรงจูงใจที่ทำให้ความก้าวหน้าดำเนินต่อไป
- เชื้อเพลิงจริงที่เผาไหม้ในเครื่องจักร
- เครื่องมือที่ใช้สอนกฎภาษาทุกข้อ
ดูคำตอบ
พลังงานหรือแรงจูงใจที่ทำให้ความก้าวหน้าดำเนินต่อไป
my language-learning superheroes: คำเรียกเชิงอุปมาที่สนุกสนาน
my language-learning superheroes เป็นคำเรียกผู้ที่กำลังเรียนภาษาแบบสนุกสนานและเป็นคำอุปมา ผู้พูดไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีพลังวิเศษจริง ๆ แต่ใช้ภาพที่เกินจริงเพื่อชื่นชมความพยายามของพวกเขา เมื่อใช้เรียกผู้ฟังโดยตรง วลีนี้ทำให้ช่วงท้ายฟังดูอบอุ่น เป็นกันเอง และให้กำลังใจ คำว่า my แสดงความผูกพันอย่างเป็นมิตร ส่วน language-learning บอกว่า “ซูเปอร์ฮีโร่” ในที่นี้เป็นคนประเภทใดในเชิงเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
ในการส่งอีเมลอย่างเป็นทางการถึงกรรมการบริษัทที่ไม่คุ้นเคย การเรียกพวกเขาว่า "Good afternoon, my budgeting superheroes" โดยทั่วไปเหมาะสมหรือไม่
- โดยทั่วไปไม่เหมาะสม
- โดยทั่วไปเหมาะสม
ดูคำตอบ
โดยทั่วไปไม่เหมาะสม
That's it for today's video: การปิดช่วงหนึ่ง
That's it for + ชื่อกิจกรรมหรือช่วง เป็นสำนวนปิดท้าย ใช้บอกผู้ฟังว่าวิดีโอ บทเรียน การประชุม หรือช่วงที่ระบุได้จบลงแล้ว ในประโยคนี้ it หมายถึงเนื้อหาที่วางแผนไว้สำหรับวันนี้โดยรวม ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับการพูดด้วยการบอกจุดสิ้นสุด และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับคำกล่าวลาหรือคำปิดท้ายสุดท้าย
แบบฝึกหัด
ผู้ดำเนินรายการทำรายการของวันนี้เสร็จแล้ว ประโยคใดใช้ปิดรายการได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- That's it inside today's show.
- That's it for today's show.
- That's the show over there.
ดูคำตอบ
That's it for today's show.
the imitation technique is a powerful tool for improving your English skills. วลี
3:20เทคนิคการเลียนแบบเป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของคุณ
a powerful tool for improving: การอธิบายวิธีที่มีประสิทธิภาพ
a powerful tool for improving ... ใช้อธิบายว่าบางสิ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการทำให้ทักษะ ผลลัพธ์ หรือสถานการณ์ดีขึ้น ในที่นี้ tool ไม่ใช่สิ่งของ แต่หมายถึงวิธีการหรือทรัพยากรที่ผู้คนใช้ได้ ในรูปแบบ a tool for + คำกริยารูป -ing ให้ใช้รูป -ing หลัง for ดังนั้น improve จึงเปลี่ยนเป็น improving ส่วน powerful เพิ่มการประเมินเชิงบวกอย่างชัดเจนว่าวิธีนั้นมีประสิทธิภาพมาก
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ improve หลัง for เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Reading aloud is a powerful tool for ____ pronunciation.
ดูคำตอบ
improving
keep practicing ... most importantly, keep having fun: การเชิญชวนให้ลงมือทำด้วยโครงสร้างขนาน
รูปแบบ keep + -ing ที่ซ้ำกันนำเสนอการกระทำต่อเนื่องสามอย่างเป็นรายการที่ชัดเจนและสมดุล การใช้ keep ซ้ำทำให้ช่วงสรุปมีจังหวะ และทำให้คำแนะนำแต่ละข้อฟังเป็นส่วนหนึ่งของคำเชิญชวนให้ลงมือทำที่ให้กำลังใจ most importantly นำหน้าข้อสุดท้ายเพื่อชี้ว่าเป็นคำแนะนำที่สำคัญที่สุด วลีนี้จัดลำดับตามความสำคัญ ไม่ได้หมายความเพียงว่าการสนุกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทีหลังสุด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบ keep + -ing ซ้ำกันเพื่อสรุปคำแนะนำ และระบุว่าการกระทำข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด
- First, check your work; next, ask for feedback; finally, learn from mistakes.
- Check your work, ask for feedback, and learn from your mistakes.
- Keep checking your work, keep asking for feedback, and most importantly, keep learning from your mistakes.
ดูคำตอบ
Keep checking your work, keep asking for feedback, and most importantly, keep learning from your mistakes.