ธีมของคุณ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
1,126 คำ 197 คำ/นาที

คำอธิบาย: ธีมส่วนตัวที่ยืดหยุ่นใช้แทนปณิธานที่ตายตัวและนำทางการเลือกเล็ก ๆ ตลอดหนึ่งฤดูกาล ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. All that matters is the trend line. (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค): เข้าใจโครงสร้างเน้นจุดสำคัญ All that matters is ... เพื่อชูเกณฑ์ที่ตัดสินจริงแทนตัวเลขเฉพาะครั้ง 2. More on that in a moment. (วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์): สังเกตสัญญาณชี้ไปข้างหน้าที่พักรายละเอียดไว้ก่อนและบอกว่าจะกลับมาอธิบายในไม่ช้า 3. Not all tools need sharp edges. (สำนวนและภาษาภาพพจน์): อ่านอุปมาเรื่องเครื่องมือว่าเป็นการปกป้องแนวทางที่กว้างและอ่อนโยน ไม่ใช่คำกล่าวตามตัวอักษรเกี่ยวกับอุปกรณ์จริง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Did you set a New Year's resolution for yourself?

0:00

คุณได้ตั้งปณิธานปีใหม่ให้ตัวเองหรือเปล่า?

How's that going?

0:02

เป็นยังไงบ้าง?

I don't know when in the year you're watching,

0:03

ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังดูวิดีโอนี้ช่วงไหนของปี

but if I had to bet on the status of your resolution, ไวยากรณ์

0:05

แต่ถ้าให้พนันเกี่ยวกับสถานะปณิธานของคุณ

it's probably not flourishing,

0:08

มันอาจจะไม่ได้กำลังงอกงาม

but failed or foregone.

0:10

แต่อาจจะล้มเหลวหรือถูกลืมไปแล้ว

ไวยากรณ์

ใช้ “if I had to bet” เพื่อคาดการณ์อย่างระมัดระวัง

ในที่นี้ “if I had to bet” หมายถึง “ถ้าฉันจำเป็นต้องเลือกทำนาย” รูปอดีต had ใช้แสดงเงื่อนไขสมมุติ ไม่มีใครบังคับให้ผู้พูดเดิมพันจริง ๆ และไม่ได้หมายถึงหน้าที่ที่เกิดขึ้นในอดีต วลีนี้ช่วยลดความตรงของคำยืนยัน แต่ยังแสดงว่าผู้พูดค่อนข้างมั่นใจจากประสบการณ์ ใช้เกริ่นการคาดการณ์เมื่อผลลัพธ์หนึ่งดูมีแนวโน้ม แต่ยังไม่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ใน “If I had to bet, the blue team will win,” วลี “if I had to bet” สื่ออะไร?

  1. ผู้พูดกำลังคาดการณ์อย่างระมัดระวังแต่ค่อนข้างมั่นใจ
  2. ผู้พูดไม่มีความเห็นเลยว่าผลลัพธ์ใดน่าจะเกิดขึ้น
  3. ผู้พูดเคยถูกบังคับให้เล่นพนันในอดีต
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังคาดการณ์อย่างระมัดระวังแต่ค่อนข้างมั่นใจ

This is usually what the effort curve on resolutions looks like.

0:12

โดยปกติแล้วเส้นโค้งความพยายามในปณิธานต่างๆ จะหน้าตาแบบนี้

If New Year's is new to you,

0:16

ถ้าปณิธานปีใหม่เป็นเรื่องใหม่สำหรับคุณ

you are forgiven for not knowing,

0:17

คุณจะได้รับการให้อภัยที่ไม่รู้

but come on,

0:19

แต่ไม่เอาน่า

this isn't your first resolution rodeo. สำนวน

0:20

นี่ไม่ใช่การขี่โรดิโอปณิธานครั้งแรกของคุณซะหน่อย

สำนวน

“This isn't your first resolution rodeo” ในฐานะการดัดแปลงสำนวน

“This isn't your first rodeo” เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “คุณเคยรับมือกับสถานการณ์แบบนี้มาก่อน” ในที่นี้มีการเติม resolution ไว้หน้า rodeo เพื่อเชื่อมสำนวนเข้ากับความพยายามตั้งปณิธานซ้ำ ๆ ประโยคนี้ไม่ได้พูดถึงโรดิโอจริง ๆ การเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงยังทำให้จำสำนวนเดิมได้ และสื่ออย่างขบขันพร้อมแซวเล็กน้อยว่าผู้ฟังคุ้นเคยกับวงจรนี้แล้ว

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ “This isn't your first resolution rodeo” ได้ดีที่สุด?

  1. คุณเคยแข่งโรดิโอจริงที่เกี่ยวกับปณิธาน
  2. คุณเคยผ่านการตั้งปณิธานแล้วเลิกล้มมาก่อน
  3. นี่เป็นครั้งแรกที่คุณวางแผนเรื่องใดก็ตาม
ดูคำตอบ

คุณเคยผ่านการตั้งปณิธานแล้วเลิกล้มมาก่อน

You've been here before,

0:22

คุณเคยผ่านจุดนี้มาแล้ว

saddled up to a resolution,

0:23

ขึ้นคร่อมบนหลังปณิธาน

gotten thrown off in short order, วลี

0:25

แล้วก็ถูกเหวี่ยงตกลงมาในเวลาไม่นาน

only to come back next year to pick a buck of a different color, ไวยากรณ์

0:26

เพียงเพื่อจะกลับมาในปีหน้าเพื่อเลือกม้าพยศสีอื่น

วลี

in short order: ภายในเวลาสั้นมาก

in short order หมายถึง “ภายในเวลาสั้นมาก” หรือ “ในไม่ช้า” ในประโยคนี้แสดงว่าถูกเหวี่ยงตกลงมาไม่นานหลังจากเริ่มความพยายาม ให้เข้าใจคำทั้งสามเป็นสำนวนบอกเวลาเพียงชุดเดียว order ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “คำสั่ง” หรือ “คำสั่งซื้อ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่มี short และ order และหมายถึง “ภายในเวลาสั้นมาก”: The repair team fixed the broken gate ____, so the park reopened before noon.

ดูคำตอบ

in short order

ไวยากรณ์

only to come back: ผลลัพธ์ภายหลังที่ไม่คาดคิด

only to + กริยารูปพื้นฐานใช้เปิดเหตุการณ์ถัดไปว่าเป็นผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด ย้อนแย้ง หรือน่าผิดหวัง ในที่นี้ only to come back แสดงว่าการกลับมาอีกในปีถัดไปคือผลลัพธ์ชวนผิดหวังหลังจากถูกเหวี่ยงตกลงมา นี่เป็นโครงสร้างบอกผล ไม่ใช่โครงสร้างบอกจุดประสงค์ only ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เพียงหนึ่งเดียว” แต่เพิ่มความรู้สึกว่าการกระทำก่อนหน้านำไปสู่ตอนจบที่ไม่พึงประสงค์หรือเหนือความคาดหมาย

แบบฝึกหัด

ใช้ only to + รูปพื้นฐานของ find เพื่อเติมโครงสร้างบอกผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด: Leo hurried to the shop, ____ it already closed.

ดูคำตอบ

only to find

or worse,

0:30

หรือที่แย่กว่านั้นคือ

the same.

0:30

เลือกตัวเดิม

Riding, rolling, retreating, returning.

0:31

ขึ้นขี่ กลิ้งตก ถอยหนี และกลับมาใหม่

year after year after year of your unchanging life

0:34

ปีแล้วปีเล่ากับชีวิตที่ไม่เคยเปลี่ยนไปของคุณ

until a disappointed reaper calls time. สำนวน

0:38

จนกว่ายมทูตผู้ผิดหวังจะมาเรียกตัว

สำนวน

Calls time: ประกาศให้จบลง

Calls time หมายถึงมีคนประกาศว่าบางสิ่งต้องจบลง ในที่นี้ยมทูตถูกจินตนาการให้เหมือนเจ้าหน้าที่ที่สั่งยุติการแข่งขันหรือกิจกรรม ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงความตายที่ยุติชีวิตของคนคนหนึ่ง สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการโทรหาใครหรือบอกเวลา แต่เปรียบชีวิตเป็นกระบวนการที่ถูกสั่งให้หยุดอย่างเป็นทางการได้ จึงเกิดเป็นมุกตลกร้าย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The chair called time on the discussion.” คำว่า “called time” หมายถึงอะไร

  1. ถามว่าการอภิปรายเริ่มขึ้นกี่โมง
  2. ประกาศว่าการอภิปรายกำลังจะจบลง
  3. ทำให้การอภิปรายเริ่มเร็วขึ้น
ดูคำตอบ

ประกาศว่าการอภิปรายกำลังจะจบลง

New Year's resolutions suck.

0:41

ปณิธานปีใหม่เป็นเรื่องห่วยแตก

Human behavior change is really hard,

0:43

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมนุษย์เป็นเรื่องยากมาก

and the resolution rodeo,

0:45

และการขี่โรดิโอปณิธานนี้

this is not the way.

0:47

ก็ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง

Instead,

0:49

ดังนั้น

to accomplish what you want out of resolutions,

0:49

เพื่อที่จะบรรลุในสิ่งที่คุณต้องการจากปณิธาน

positive life change,

0:51

นั่นคือการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในชีวิต

but in a better way,

0:52

แต่ด้วยวิธีที่ดีกว่า

allow me to suggest a gentler idea. น้ำเสียง/เจตนา

0:54

ขอให้ฉันได้เสนอแนวคิดที่นุ่มนวลกว่านี้

น้ำเสียง/เจตนา

Allow me to suggest: คำเกริ่นที่เป็นทางการและสุขุม

Allow me to suggest เป็นวิธีเกริ่นเพื่อนำเสนอคำแนะนำหรือแนวคิดทางเลือกที่เป็นทางการและสุขุม โดยทั่วไป allow me to ในที่นี้ไม่ได้เป็นการขออนุญาตจริง ๆ แต่เป็นการเปิดพื้นที่อย่างสุภาพให้ผู้พูดเสนอความคิด เมื่อเทียบกับคำสั่งตรง ๆ คำเกริ่นนี้ทำให้การเปลี่ยนเข้าสู่ข้อเสนอฟังดูสุขุมกว่า โครงสร้างคือ allow me to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น allow me to explain, add หรือ clarify

แบบฝึกหัด

คำเกริ่นใดเหมาะที่สุดในการประชุมอย่างเป็นทางการ เมื่อคุณต้องการเสนอทางเลือกอื่นอย่างสุภาพ

  1. Do this a different way.
  2. You have to use my idea.
  3. Allow me to suggest a different approach.
ดูคำตอบ

Allow me to suggest a different approach.

Give yourself a theme.

0:56

ให้ 'ธีม' กับตัวคุณเอง

Instead of setting yourself up to fail with กริยาวลี

0:58

แทนที่จะตั้งเป้าเพื่อล้มเหลวด้วยคำว่า

I'm going to lose X pounds by next year

1:00

ฉันจะลดน้ำหนัก X ปอนด์ภายในปีหน้า

or I'm going to read one book a week at least,

1:03

หรือฉันจะอ่านหนังสือให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งเล่ม

กริยาวลี

setting yourself up to fail: สร้างเงื่อนไขที่ทำให้มีแนวโน้มล้มเหลว

set yourself up to fail หมายถึงการวางแผน ตั้งความคาดหวัง หรือจัดสถานการณ์ในแบบที่ทำให้ความล้มเหลวมีโอกาสเกิดขึ้นสูง โดยปกติบุคคลนั้นต้องการประสบความสำเร็จ ความเสี่ยงมาจากการวางเงื่อนไขตั้งแต่แรก ไม่ใช่จากความตั้งใจที่จะล้มเหลว ในประโยคนี้ เป้าหมายที่ยากมากและเจาะจงเกินไปถูกมองว่าเป็นการวางเงื่อนไขที่เสี่ยง โครงสร้างที่ใช้คือ set + สรรพนามสะท้อนกลับ + up to fail เช่น set myself, yourself หรือ herself up to fail

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงการสร้างเงื่อนไขที่ทำให้ตนเองมีแนวโน้มล้มเหลว: If you plan eight difficult tasks for the same hour, you are ____.

ดูคำตอบ

setting yourself up to fail

a theme would be something like

1:06

ธีมจะเป็นอะไรที่เหมือนกับ

year of reading or year of health.

1:08

ปีแห่งการอ่าน หรือปีแห่งสุขภาพ

Now, if that sounds a bit broad,

1:10

ทีนี้ ถ้ามันฟังดูค่อนข้างกว้างไปหน่อย

that's the point.

1:12

นั่นแหละคือประเด็น

For some things,

1:13

สำหรับบางสิ่ง

precision matters.

1:14

ความแม่นยำเป็นเรื่องสำคัญ

For others,

1:15

แต่สำหรับสิ่งอื่น

it doesn't.

1:15

มันไม่จำเป็น

And when trying to build yourself into a better version of yourself,

1:16

และเมื่อคุณพยายามสร้างตัวเองให้เป็นเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม

exact data points don't matter.

1:20

จุดข้อมูลที่แน่นอนนั้นไม่สำคัญเลย

All that matters is the trend line. ไวยากรณ์

1:22

สิ่งเดียวที่สำคัญคือเส้นแนวโน้ม

ไวยากรณ์

All that matters is ...: ระบุประเด็นเดียวที่สำคัญ

All that matters is X หมายความว่า X เป็นเพียงประเด็นเดียวที่ถูกมองว่าสำคัญ ในประโยคนี้ ค่าการวัดแต่ละค่าที่แม่นยำถูกวางไว้ด้านข้าง และแนวโน้มโดยรวมกลายเป็นเกณฑ์เพียงข้อเดียว ในทางไวยากรณ์ that matters เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย all สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่า “ทุกอย่างสำคัญ” แต่จำกัดความสนใจไปยังสิ่งที่ตามหลัง is ส่วนดังกล่าวอาจเป็นนามวลี รูป infinitive หรืออนุประโยค that

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าเกณฑ์เพียงข้อเดียวเท่านั้นที่สำคัญเมื่อเลือกกระเป๋าเป้?

  1. What also matters is that the backpack fits comfortably.
  2. All that matters is that the backpack fits comfortably.
  3. Everything about the backpack matters equally.
ดูคำตอบ

All that matters is that the backpack fits comfortably.

If the trend is going in the right direction,

1:24

ถ้าแนวโน้มกำลังไปในทิศทางที่ถูกต้อง

so are you. ไวยากรณ์

1:25

คุณก็เช่นกัน

ไวยากรณ์

so are you: โครงสร้างสลับลำดับเพื่อแสดงการเห็นด้วยเชิงบวก

ใน so are you คำว่า so หมายถึง “เช่นกัน” หรือ “สิ่งเดียวกันนี้ก็เป็นจริง” ไม่ได้หมายถึง “ดังนั้น” โดยใช้รับความคิดก่อนหน้าโดยไม่ต้องพูดภาคแสดงทั้งหมดซ้ำ โครงสร้างคือ so + รูปของ be หรือกริยาช่วยที่สอดคล้องกัน + ประธาน อนุประโยคก่อนหน้าใช้ is going แต่เมื่อประธานเป็น you ต้องใช้ are จึงเป็น so are you ประโยคนี้จึงนำแนวคิดเรื่องการไปในทิศทางที่ถูกต้องมาใช้กับบุคคลด้วย

แบบฝึกหัด

เติมคำพูดที่โค้ชพูดกับ Noah ให้มีความหมายว่า Noah ก็กำลังไปในทิศทางที่ถูกต้องเช่นกัน โดยใช้โครงสร้างแสดงการเห็นด้วยแบบสลับลำดับ: “Mia is moving in the right direction, and ____.”

ดูคำตอบ

so are you

Just moving a trend from negative to positive is hard enough

1:26

แค่การเปลี่ยนแนวโน้มจากลบเป็นบวกก็ยากพออยู่แล้ว

without defining falling short of a goal as failure. กริยาวลี

1:30

โดยไม่ต้องไปตีความว่าการไปไม่ถึงเป้าหมายคือความล้มเหลว

กริยาวลี

falling short of a goal: ไปไม่ถึงเป้าหมาย

Falling short of a goal หมายถึงการไปไม่ถึงเป้าหมายหรือระดับที่กำหนดไว้ คำว่า fall ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการล้มจริง ๆ ส่วน short บอกถึงช่องว่างระหว่างผลลัพธ์กับเป้าหมาย รูปแบบตายตัวคือ fall short of + เป้าหมาย มาตรฐาน หรือความคาดหวัง วลีนี้เน้นว่าผลลัพธ์ยังต่ำกว่าเป้าหมาย จึงสามารถยอมรับความคืบหน้าบางส่วนได้โดยไม่ต้องตัดสินว่าความพยายามทั้งหมดเป็นความล้มเหลวทันที

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ fall short of: “The campaign raised $9,000 but needed $10,000, so it ____ its goal.”

ดูคำตอบ

fell short of

Heck,

1:33

ให้ตายเถอะ

even just decelerating the negative is a positive. ลำดับความ

1:34

แค่การชะลอสิ่งที่เป็นลบก็ถือเป็นเรื่องบวกแล้ว

ลำดับความ

decelerating the negative is a positive: ปรับกรอบความหมายของความก้าวหน้า

ประโยคนี้นำ negative มาเทียบกับ positive เพื่อปรับกรอบการมองว่าอะไรนับเป็นความก้าวหน้า ในที่นี้ the negative หมายถึงแนวโน้มที่ก่อผลเสีย ส่วน a positive เป็นวลีคำนามที่หมายถึงผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์หรือสัญญาณที่ดี Decelerating หมายถึงทำให้แนวโน้มที่ไม่ดีนั้นดำเนินไปช้าลง แนวโน้มยังไม่ได้หยุดหรือกลับทิศ แต่การชะลอลงก็ยังนับเป็นความก้าวหน้าได้ even just เน้นว่าแม้จะดีขึ้นเพียงเล็กน้อยก็ยังควรได้รับการมองในแง่บวก

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ "even just decelerating the negative is a positive" หมายความว่าอย่างไร

  1. ต้องกลับทิศโดยสมบูรณ์เท่านั้นจึงจะเรียกว่าความก้าวหน้าได้
  2. การทำให้แนวโน้มที่ก่อผลเสียช้าลงอาจนับเป็นความก้าวหน้าได้
  3. จำนวนลบจะกลายเป็นจำนวนบวกเมื่อความเร็วเปลี่ยนไป
ดูคำตอบ

การทำให้แนวโน้มที่ก่อผลเสียช้าลงอาจนับเป็นความก้าวหน้าได้

Is there something you want more of in your life?

1:37

มีอะไรที่คุณต้องการมากขึ้นในชีวิตไหม?

Something you want less of?

1:39

อะไรที่คุณต้องการน้อยลง?

Well, life is a branching path, สำนวน

1:40

ชีวิตก็เหมือนเส้นทางที่แตกแขนงออกไป

สำนวน

life is a branching path: มองทางเลือกเป็นทิศทาง

ประโยคนี้ใช้คำเปรียบเทียบ โดยมองชีวิตเป็นเส้นทางที่แบ่งออกเป็นแขนงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ละแขนงแทนทางเลือกที่อาจนำไปสู่อนาคตคนละทิศทาง ภาพนี้สร้างกรอบของเส้นทางสำหรับพูดถึงการตัดสินใจ คนเราเลือกแขนงแล้วหาทางเดินต่อไป branching สื่อว่ามีจุดให้เลือกหลายครั้งตลอดเวลา ไม่ได้หมายถึงถนนจริงหรือการตัดสินใจเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ในคำเปรียบเทียบ "life is a branching path" แขนงต่าง ๆ แทนอะไร

  1. ทางเลือกต่าง ๆ และอนาคตที่ทางเลือกเหล่านั้นอาจนำไปสู่
  2. อุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไปข้างหน้าได้อีก
  3. ถนนจริงที่ทุกคนต้องเดินทางผ่านด้วยตนเอง
ดูคำตอบ

ทางเลือกต่าง ๆ และอนาคตที่ทางเลือกเหล่านั้นอาจนำไปสู่

and it's the trend of your decisions,

1:42

และแนวโน้มการตัดสินใจของคุณนั่นแหละ

some big, but mostly small,

1:44

ทั้งเรื่องใหญ่ และเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เป็นส่วนมาก

that will get you to more or less.

1:45

ที่จะพาคุณไปสู่การมีมากขึ้นหรือน้อยลง

Stuck in a queue?

1:47

ติดแหงกอยู่ในคิวเหรอ?

What to do?

1:48

ทำอะไรดีล่ะ?

Well, if it's the year of reading,

1:49

เอาล่ะ ถ้ามันเป็นปีแห่งการอ่าน

why not open the book น้ำเสียง/เจตนา

1:51

ทำไมไม่เปิดหนังสืออ่านล่ะ

instead of opening the anything else? ไวยากรณ์

1:52

แทนที่จะเปิดดูอย่างอื่น?

น้ำเสียง/เจตนา

why not open the book: การเสนอแนะอย่างเป็นกันเอง

Why not + คำกริยารูปพื้นฐาน ดูคล้ายคำถามปฏิเสธ แต่ในที่นี้ไม่ได้ถามหาเหตุผล ผู้พูดกำลังเสนอการเปิดหนังสือเป็นคำแนะนำสบาย ๆ และเป็นตัวเลือกที่น่าลอง ใช้ Why not + คำกริยารูปพื้นฐาน? เพื่อเสนอให้ทำบางอย่างโดยยังเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเลือก คำกริยาต้องเป็นรูปพื้นฐาน จึงใช้ open ไม่ใช่ opens, opening หรือ to open

แบบฝึกหัด

เติมคำขึ้นต้นสองคำเพื่อให้เป็นคำแนะนำแบบเป็นกันเอง: It is sunny. ____ play outside?

ดูคำตอบ

Why not

ไวยากรณ์

instead of opening: การเปรียบเทียบการกระทำทางเลือก

instead of ใช้นำตัวเลือกที่ถูกแทนที่หรือไม่ได้เลือก ในประโยคนี้ การเปิดหนังสือคือตัวเลือกที่ผู้พูดเสนอ ส่วนการเปิดอย่างอื่นคือทางเลือกที่ไม่ได้เลือก เมื่อหลัง instead of เป็นการกระทำ ให้ใช้รูป -ing: instead of opening รูปแบบนี้ใช้เปรียบเทียบตัวเลือกการกระทำสองอย่างโดยตรง คำว่า the anything else ตั้งใจพูดให้ขำและไม่ใช่รูปแบบมาตรฐาน ในการพูดทั่วไป anything else หรือ something else เป็นธรรมชาติกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ instead of เปรียบเทียบการกระทำสองอย่างได้ถูกต้อง?

  1. We walked home instead of to take the bus.
  2. We walked home instead of take the bus.
  3. We walked home instead of taking the bus.
ดูคำตอบ

We walked home instead of taking the bus.

That's it.

1:54

แค่นั้นเอง

You were at a branch and went one way

1:55

คุณอยู่ตรงทางแยกและเลือกไปทางหนึ่ง

instead of the other.

1:57

แทนที่จะไปอีกทางหนึ่ง

Having a theme is like creating a friendly bot to follow you on the path, ลำดับความ

1:58

การมีธีมก็เหมือนการสร้างบอทที่เป็นมิตรให้เดินตามคุณไปบนเส้นทาง

to help notice branches and consider choices with you,

2:02

เพื่อช่วยสังเกตทางแยกและพิจารณาทางเลือกร่วมกับคุณ

reminding you to be a little different in little moments sometimes.

2:05

คอยเตือนให้คุณทำตัวแตกต่างไปจากเดิมนิดหน่อยในจังหวะเล็กๆ บางครั้ง

ลำดับความ

การมีธีมก็เหมือนการสร้างบอตที่เป็นมิตร

โครงสร้าง “X is like Y” สร้างการเปรียบเทียบ โดยอธิบายแนวคิดที่เป็นนามธรรมหรือไม่คุ้นเคยอย่างการมีธีม ผ่านภาพที่คุ้นเคยอย่างบอตที่เป็นมิตร ผู้พูดไม่ได้หมายความว่าธีมเป็นซอฟต์แวร์จริง ๆ ภาพนี้ยังช่วยจัดระเบียบข้อมูลที่ตามมา “follow you on the path” นำเสนอธีมเป็นเครื่องนำทางภายในที่เดินทางไปกับคุณ มองเห็นความเป็นไปได้ และกระตุ้นให้ตัดสินใจเรื่องเล็ก ๆ ส่วน “the path” เป็นภาพเปรียบเทียบถึงชีวิตหรือประสบการณ์

แบบฝึกหัด

“is like” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าผู้พูดวางแผนจะสร้างหุ่นยนต์จริง ๆ
  2. แสดงว่าธีมกับเส้นทางเป็นสิ่งเดียวกันทุกประการ
  3. สร้างการเปรียบเทียบเพื่ออธิบายว่าธีมสามารถนำทางคนได้อย่างไร
ดูคำตอบ

สร้างการเปรียบเทียบเพื่ออธิบายว่าธีมสามารถนำทางคนได้อย่างไร

An example,

2:09

ขอยกตัวอย่าง

one year my theme was novelty.

2:09

มีอยู่ปีหนึ่งธีมของฉันคือความแปลกใหม่

I felt like things had become too same-y. การใช้คำ

2:11

ฉันรู้สึกว่าอะไรๆ มันดูจำเจเกินไป

การใช้คำ

Too same-y: เหมือนกันมากเกินไป

“Same-y” เป็นคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการที่ให้ความรู้สึกขี้เล่น สร้างขึ้นโดยเติม -y หลัง same ในที่นี้ “too same-y” หมายถึงสิ่งต่าง ๆ ให้ความรู้สึกคล้ายกันเกินไป ซ้ำซาก หรือขาดความหลากหลาย คำลงท้าย -y มักสร้างคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “มีลักษณะเช่นนั้น” และบางครั้งผู้พูดก็นำไปเติมคำที่ปกติไม่ได้ใช้เป็นคำตั้งอย่างสร้างสรรค์ ความสร้างสรรค์นี้ทำให้ same-y มีน้ำเสียงสบาย ๆ และขบขันเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ same-y ในความหมายสบาย ๆ และขบขันเล็กน้อยได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. After five nearly identical presentations, the whole afternoon felt too same-y.
  2. Section 4 declares the two legal entities too same-y.
  3. The formal audit concludes that the accounts are too same-y.
ดูคำตอบ

After five nearly identical presentations, the whole afternoon felt too same-y.

rather than resolve, ไวยากรณ์

2:13

แทนที่จะตั้งปณิธานว่า

I'm going to do N new things per t time,

2:14

ฉันจะทำสิ่งใหม่ๆ N อย่างในเวลา t

it was just year of novelty.

2:18

มันก็แค่เป็นปีแห่งความแปลกใหม่

ไวยากรณ์

rather than + คำกริยารูปพื้นฐาน

rather than สามารถตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐานได้โดยตรง เช่น rather than resolve โครงสร้างนี้ตัดการกระทำหนึ่งออกแล้วนำไปเปรียบต่างกับการกระทำในประโยคหลัก โดยเข้าใจว่าประธานของ resolve คือผู้พูดคนเดียวกับ I ในที่นี้ resolve หมายถึง “ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะทำอะไร” ไม่ใช่ “แก้ปัญหา” ผู้พูดเลือกทดลองทำสิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง แทนที่จะตั้งปณิธานตายตัวเพียงข้อเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย rather than ตามด้วยรูปพื้นฐานของ resolve: “____ to follow a rigid plan, Maya is going to try one small experiment each month.”

ดูคำตอบ

Rather than resolve

So, when it made sense,

2:20

ดังนั้น เมื่อมันมีเหตุผลสมควร

why not try the new instead of the known? ไวยากรณ์

2:21

ทำไมไม่ลองสิ่งใหม่ๆ แทนสิ่งที่รู้จักอยู่แล้วล่ะ?

ไวยากรณ์

the new ... the known

รูปแบบ the + คำคุณศัพท์ ทำให้คำคุณศัพท์ทำหน้าที่เป็นนามวลีที่กล่าวถึงประเภทโดยรวมได้ ในที่นี้ the new หมายถึงแนวคิด ประสบการณ์ หรือสิ่งใหม่ ๆ ส่วน the known หมายถึงสิ่งที่รู้อยู่แล้วหรือคุ้นเคย นามวลีที่มีรูปคู่ขนานกันนี้สร้างความเปรียบต่างแบบสั้นและสมดุลระหว่างตัวเลือกสองประเภท ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของเฉพาะสองชิ้น และ known ก็ไม่ใช่คำกริยาในรูป passive ในที่นี้

แบบฝึกหัด

the new และ the known ในประโยคนี้หมายถึงอะไร: “A good researcher must balance the new with the known.”

  1. การกระทำสองอย่างที่อยู่ในรูป passive
  2. สิ่งของเฉพาะสองชิ้นที่กล่าวถึงก่อนหน้า
  3. แนวคิดหรือสิ่งใหม่ และสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว
ดูคำตอบ

แนวคิดหรือสิ่งใหม่ และสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว

It's the year of novelty.

2:23

นี่คือปีแห่งความแปลกใหม่นะ

Now, I didn't go crazy,

2:25

แน่นอนว่าฉันไม่ได้ทำอะไรบ้าบอ

but that time was more novel than normal.

2:26

แต่ช่วงเวลานั้นก็มีความแปลกใหม่มากกว่าปกติ

Mission accomplished.

2:28

ภารกิจสำเร็จ

A good theme can't fail

2:29

ธีมที่ดีไม่มีวันล้มเหลว

because just having a theme-bot along will point out paths

2:31

เพราะแค่มีบอทธีมอยู่ด้วย มันก็จะชี้เส้นทาง

you wouldn't have noticed otherwise, ไวยากรณ์

2:35

ที่คุณคงไม่สังเกตเห็นหากไม่มีมัน

which will start to change you.

2:36

ซึ่งนั่นจะเริ่มเปลี่ยนแปลงคุณ

ไวยากรณ์

Wouldn't have noticed otherwise: ผลลัพธ์สมมติที่ขัดกับอดีต

wouldn't have noticed ใช้มองย้อนกลับไปยังผลลัพธ์ในอดีตที่เป็นเพียงสมมติฐานและไม่ได้เกิดขึ้นจริง ในความเป็นจริงคุณสังเกตเห็นเส้นทางเหล่านั้น แต่ถ้าไม่มีธีมบอต คุณก็คงไม่ได้สังเกตเห็น otherwise ในที่นี้หมายถึง “ถ้าสถานการณ์ไม่ได้เป็นแบบนั้น” ซึ่งในบริบทนี้คือถ้าคุณไม่มีธีมบอตอยู่ด้วย โครงสร้าง would not have + คำกริยาช่องที่ 3 ... otherwise ใช้อธิบายว่าเงื่อนไขหนึ่งในอดีตทำให้ผลลัพธ์อีกแบบเกิดขึ้นได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

Maya gave me the clue, so I found the hidden door. ประโยคใดที่ตามมาแล้วอธิบายทางเลือกในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงได้ถูกต้อง

  1. I wouldn't have found the hidden door otherwise.
  2. I didn't find the hidden door either.
  3. I wouldn't find the hidden door otherwise.
ดูคำตอบ

I wouldn't have found the hidden door otherwise.

More on that in a moment. ลำดับความ

2:38

เดี๋ยวจะพูดเรื่องนั้นต่อในอีกสักครู่

ลำดับความ

More on that in a moment: บอกว่าจะกลับมาที่หัวข้ออีกครั้ง

More on that เป็นรูปย่อของความหมายว่า “ข้อมูลหรือรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนั้น” ผู้พูดไม่ได้กำลังขอให้ผู้ฟังพูดเพิ่ม In a moment บอกว่าหัวข้อนี้ถูกพักไว้เพียงชั่วครู่ เมื่อรวมกัน ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางในการพูด คือทำให้ผู้ฟังคาดหวังว่าจะมีคำอธิบายที่ละเอียดขึ้น ขณะที่ผู้พูดดำเนินเรื่องอื่นต่อไปก่อน

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอพูดว่า More on that in a moment. เธอกำลังทำอะไร

  1. เธอกำลังพักรายละเอียดไว้ก่อนและรับปากว่าจะกลับมาที่หัวข้อนี้ในไม่ช้า
  2. เธอกำลังบอกว่าหัวข้อนี้จบแล้ว
  3. เธอกำลังขอให้ผู้ฟังอธิบายหัวข้อนี้ให้เธอฟัง
ดูคำตอบ

เธอกำลังพักรายละเอียดไว้ก่อนและรับปากว่าจะกลับมาที่หัวข้อนี้ในไม่ช้า

In picking a theme,

2:39

ในการเลือกธีม

go with something that has a nice broad name กริยาวลี

2:40

ให้เลือกอะไรที่มีชื่อกว้างๆ ฟังดูดี

for the general direction you want to navigate your life.

2:43

สำหรับทิศทางทั่วไปที่คุณต้องการจะนำทางชีวิตไป

กริยาวลี

go with ในความหมายว่า “เลือก”

ในที่นี้ go with หมายถึง “เลือก” หรือ “ตัดสินใจใช้” ผู้พูดกำลังแนะนำให้ผู้ฟังเลือกธีมที่มีชื่อครอบคลุมกว้าง ๆ โครงสร้างคือ go with + ตัวเลือกหรือแนวคิด ในความหมายนี้ go ไม่ได้สื่อถึงการเคลื่อนที่ ส่วน with ใช้นำหน้าสิ่งที่ถูกเลือก

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำโดยใช้ go with: For a calmer look, ____ the blue design.

ดูคำตอบ

go with

And it is navigation.

2:46

และมันคือการนำทางจริงๆ

The diverging paths of life are hidden under the fog of the future. สำนวน

2:47

เส้นทางชีวิตที่แยกย้ายกันไปถูกซ่อนอยู่ใต้หมอกแห่งอนาคต

สำนวน

the fog of the future ในฐานะอุปมา

ในที่นี้ the fog of the future เป็นอุปมาถึงความไม่แน่นอนว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เช่นเดียวกับหมอกจริงที่บดบังถนน ความรู้ที่มีจำกัดเกี่ยวกับอนาคตก็บดบังทางเลือกและปัญหาที่อยู่ข้างหน้า ภาพนี้เชื่อม fog กับ the future ด้วย of และชวนให้นึกถึงทัศนวิสัยที่ไม่ดี ไม่ใช่สภาพอากาศจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยค“The diverging paths of life are hidden under the fog of the future,”อุปมา the fog of the future หมายถึงอะไร

  1. ความไม่แน่นอนทำให้มองเห็นทางเลือกในอนาคตได้ยาก
  2. อนาคตมีเส้นทางที่เป็นไปได้เพียงเส้นเดียว
  3. สภาพอากาศเลวร้ายจะขัดขวางทุกการเดินทาง
ดูคำตอบ

ความไม่แน่นอนทำให้มองเห็นทางเลือกในอนาคตได้ยาก

You can't plan the route and then fail to follow it

2:51

คุณไม่สามารถวางแผนเส้นทางแล้วล้มเหลวในการทำตามนั้นได้

because there is no map,

2:54

เพราะมันไม่มีแผนที่

and unseen obstacles await.

2:55

และมีอุปสรรคที่มองไม่เห็นรออยู่

At any moment,

2:57

ในทุกช่วงเวลา

you are where you are สำนวน

2:58

คุณอยู่ในที่ที่คุณอยู่

and can only navigate from there.

3:00

และนำทางไปได้จากจุดนั้นเท่านั้น

สำนวน

you are where you are: ยอมรับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นจุดเริ่มต้น

อนุประโยคซ้ำ you are where you are เป็นการซ้ำโดยตั้งใจ ไม่ใช่คำพูดที่ไม่มีความหมาย ส่วน you are ชุดแรกใช้ตั้งข้อความ และ where you are ระบุตำแหน่งหรือสถานการณ์ปัจจุบันของคุณ เมื่อรวมกันจึงหมายความว่า สถานการณ์จริงของคุณคือจุดเริ่มต้นเดียวที่ตรงกับความเป็นจริง ในประโยคนี้ from there แสดงผลในทางปฏิบัติ คือให้ยอมรับจุดที่อยู่ในตอนนี้ก่อน แล้วจึงตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร วลีนี้อาจหมายถึงสถานที่จริง แต่ก็มักหมายกว้างถึงความคืบหน้า สภาพแวดล้อม หรือสภาวะของคุณ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนซ้ำที่หมายความว่าต้องยอมรับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นจุดเริ่มต้น: You are ____, so choose the next step from there.

ดูคำตอบ

where you are

Perhaps you started a year of health

3:02

บางทีคุณอาจเริ่มต้นปีแห่งสุขภาพ

focused on weight loss or gains

3:03

โดยเน้นไปที่การลดหรือเพิ่มน้ำหนัก

before realizing there's a more foundational problem. ไวยากรณ์

3:05

ก่อนที่จะตระหนักว่ามีปัญหาที่เป็นรากฐานยิ่งกว่านั้น

ไวยากรณ์

before realizing ...: การกระทำก่อนหน้าและการตระหนักรู้ภายหลัง

before realizing ... เป็นอนุประโยค -ing ที่วางการตระหนักรู้ไว้หลังการกระทำก่อนหน้า ประธานที่ละไว้ของ realizing คือ you ที่รับมาจาก you started ส่วน problem คือสิ่งที่ถูกรับรู้ ไม่ใช่ผู้ที่ตระหนักรู้ รูปแบบนี้มักบอกการกระทำแรกก่อน แล้วจึงเพิ่มความเข้าใจที่เกิดขึ้นภายหลัง จึงเหมาะสำหรับอธิบายว่าเหตุใดคนหนึ่งจึงเปลี่ยนแผนหลังจากได้รู้ข้อมูลใหม่

แบบฝึกหัด

ใช้รูปหนึ่งของ realize โดยไม่เพิ่มประธาน เพื่อแสดงว่า Maya เพิ่งเข้าใจในภายหลัง: Maya booked the outdoor event before ____ that rain was forecast.

ดูคำตอบ

realizing

You haven't failed.

3:08

คุณไม่ได้ล้มเหลว

It's still year of health.

3:09

มันก็ยังคงเป็นปีแห่งสุขภาพ

The broadness of a theme allows its meaning to change. ไวยากรณ์

3:10

ความกว้างขวางของธีมช่วยให้ความหมายของมันเปลี่ยนแปลงได้

ไวยากรณ์

allow + กรรม + to-infinitive ใน allows its meaning to change

วลีกริยานี้ใช้โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive: allows + its meaning + to change โดย its meaning เป็นกรรมของ allows และเป็นประธานโดยนัยของ to change กล่าวคือ สิ่งที่เปลี่ยนคือ meaning ไม่ใช่ broadness ที่ทำกริยา change เมื่อประธานเป็นคุณสมบัติหรือเงื่อนไข allow หมายถึง “ทำให้เป็นไปได้” หรือ “เปิดโอกาสให้” ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “ทำให้เกิดขึ้นโดยตรง” โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าการออกแบบ กฎ หรือสถานการณ์หนึ่งทำให้อะไรเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ allow ลงในประโยค: The adjustable strap ____ the bag to fit people of different heights.

ดูคำตอบ

allows

You started out wanting to read more books,

3:13

คุณเริ่มต้นด้วยความอยากอ่านหนังสือให้มากขึ้น

but maybe as you went on,

3:15

แต่บางทีเมื่อเวลาผ่านไป

you realized academic papers are where it's at, สำนวน

3:17

คุณอาจตระหนักว่าเอกสารทางวิชาการต่างหากคือคำตอบ

สำนวน

สำนวน where it's at

Where it's at เป็นสำนวนตายตัวแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “สิ่งหรือสถานที่ที่มีคุณค่า พลัง ความน่าสนใจ หรือเสน่ห์มากที่สุด” ในที่นี้ การพูดว่า academic papers are where it's at เป็นการประเมินว่าบทความวิชาการเป็นตัวเลือกการอ่านที่ดีที่สุดหรือคุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้พูด Where ไม่ได้ถามถึงสถานที่จริง และ it ก็ไม่ได้อ้างถึงพื้นที่ใดโดยเฉพาะ ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นการประเมิน ไม่ใช่สำนวนบอกสถานที่ที่แปลตรงตัวทีละคำ

แบบฝึกหัด

หลังจากลองวิธีเรียนหลายแบบ Mia พูดว่า “Short daily reviews are where it's at.” เธอหมายความว่าอย่างไร

  1. เป็นตัวเลือกที่มีประโยชน์หรือน่าสนใจที่สุด
  2. วิธีนี้มีประโยชน์เฉพาะเมื่อเรียนในสถานที่หนึ่งเท่านั้น
  3. เธอรู้สถานที่จริงที่มีการทบทวน
ดูคำตอบ

เป็นตัวเลือกที่มีประโยชน์หรือน่าสนใจที่สุด

or that reading reading just doesn't work for you,

3:19

หรือการอ่านด้วยสายตาอาจไม่เวิร์คสำหรับคุณ

and listening reading is the way to go. สำนวน

3:22

และการอ่านด้วยการฟังต่างหากคือทางออก

สำนวน

the way to go: ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

ในโครงสร้าง “X is the way to go” วลี the way to go เป็นสำนวนที่หมายถึง “ตัวเลือกที่ดีที่สุดหรือเหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์นั้น” วลีนี้ใช้ประเมินทางเลือก โดย go ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง ในที่นี้ การอ่านไปพร้อมกับการฟังถูกเสนอเป็นทางเลือกที่ใช้ได้จริงเมื่อการอ่านแบบปกติไม่เหมาะกับคุณ รูปแบบ X is the way to go ใช้เพื่อแนะนำสิ่งที่ควรเลือกได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด”: If you want a quiet place to study, the library is ____.

ดูคำตอบ

the way to go

You're still on theme. วลี

3:24

คุณก็ยังอยู่ในธีม

วลี

on theme: เข้ากับแนวคิดโดยรวม

On theme หมายถึง “สอดคล้องกับธีมที่เลือกหรือแนวคิดโดยรวม” คำบุพบท on ประกอบเป็นวลีตายตัวที่ทำหน้าที่คล้ายคำคุณศัพท์ในที่นี้ ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ still แสดงว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป แต่ตัวเลือกใหม่ยังคงเข้ากับธีมที่กว้างกว่า วลีนี้ใช้บรรยายกิจกรรม ของตกแต่ง เสื้อผ้า การออกแบบ หรือเนื้อหาได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “สอดคล้องกับแนวคิดโดยรวมของงาน”: The leaf-shaped name cards are ____ for our forest dinner.

ดูคำตอบ

on theme

The theme can change because so will you.

3:25

ธีมเปลี่ยนไปได้เพราะคุณเองก็จะเปลี่ยนไป

Having a theme,

3:27

เมื่อมีธีม

you will notice paths you didn't before.

3:28

คุณจะสังเกตเห็นเส้นทางที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน

This gets you to think about your thinking, ลำดับความ

3:30

สิ่งนี้ทำให้คุณคิดเกี่ยวกับวิธีคิดของคุณ

and thinking about your thinking changes your thinking,

3:33

และการคิดเกี่ยวกับวิธีคิดของคุณจะเปลี่ยนวิธีคิดของคุณ

which changes who you are.

3:35

ซึ่งจะเปลี่ยนตัวตนของคุณ

ลำดับความ

think/thinking ... which: สายโซ่เหตุและผลที่ดำเนินไปทีละขั้น

การใช้ think และ thinking ซ้ำกันสร้างสายโซ่คำศัพท์ โดยแต่ละครั้งทำหน้าที่ต่างกัน: gets you to think เป็นวลีกริยาแบบ infinitive, your thinking เป็นวลีนามที่หมายถึงวิธีคิดของคุณ และ thinking about your thinking เป็นอนุประโยค gerund ที่หมายถึงการสังเกตว่าตนเองคิดอย่างไร จากนั้นประโยคจะดำเนินไปเป็นขั้นตอนที่เชื่อมโยงกัน: การทบทวนความคิดทำให้ความคิดเปลี่ยน และ which เชื่อมผลนั้นไปสู่การเปลี่ยนแปลงตัวตนอีกขั้นหนึ่ง การซ้ำทำให้แนวคิดนามธรรมเดิมยังคงเป็นจุดสนใจ ขณะที่แต่ละอนุประโยคพาสายโซ่เหตุและผลเดินหน้าต่อไป

แบบฝึกหัด

การซ้ำ think/thinking และ which ตัวสุดท้ายทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ทั้งสองแจกแจงความหมายของ think หลายความหมายที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. ทั้งสองแสดงว่าผู้พูดลืมว่าควรใช้คำใด
  3. ทั้งสองสร้างสายโซ่เหตุและผลทีละขั้น พร้อมกับรักษาแนวคิดนามธรรมเดิมไว้เป็นจุดสนใจ
ดูคำตอบ

ทั้งสองสร้างสายโซ่เหตุและผลทีละขั้น พร้อมกับรักษาแนวคิดนามธรรมเดิมไว้เป็นจุดสนใจ

So, a broad theme allows its meaning to adapt with you

3:37

ดังนั้น ธีมที่กว้างจะช่วยให้ความหมายของมันปรับตัวไปพร้อมกับคุณ

without the guilt of having failed to meet the goals of a past you who doesn't exist anymore. การใช้คำ

3:40

โดยไม่ต้องรู้สึกผิดที่ล้มเหลวในการทำตามเป้าหมายของตัวคุณในอดีตที่ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว

การใช้คำ

a past you who doesn't exist anymore: ตัวคุณเวอร์ชันหนึ่งในอดีต

ในที่นี้ you ถูกใช้เหมือนคำนามนับได้ที่หมายถึงตัวตนเวอร์ชันหนึ่งของคนคนเดิม คำกำหนด a และคำขยาย past รวมกันเป็น a past you หมายถึงตัวคุณในเวอร์ชันก่อนหน้าซึ่งมีเป้าหมายหรือสถานการณ์ต่างจากปัจจุบัน อนุประโยคสัมพันธ์ who doesn't exist anymore ขยายวลีนามดังกล่าว หมายความว่าตัวตนเวอร์ชันนั้นไม่ใช่สิ่งที่อธิบายตัวคุณในปัจจุบันอีกต่อไป ไม่ได้หมายความว่ามีใครเสียชีวิตหรือหายไปจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้คำ a, past และ you ตามลำดับที่ถูกต้อง: You can choose new goals instead of following plans made by ____.

ดูคำตอบ

a past you

I did year of order for a while,

3:46

ฉันเคยใช้ปีแห่งความเป็นระเบียบอยู่พักหนึ่ง

but what order meant to me at the end was different from the start, ไวยากรณ์

3:48

แต่ความเป็นระเบียบในตอนจบมีความหมายต่างจากตอนเริ่มต้น

ไวยากรณ์

What order meant to me ... was different from the start: ความหมายส่วนตัวที่เปลี่ยนไป

ใน what order meant to me คำว่า what นำอนุประโยคที่หมายถึง “ความหมายที่ order มีต่อฉัน” โครงสร้างชนิดนี้เรียกว่าอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่มีคำนามนำหน้า ไม่ใช่คำถาม และอนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ was different โครงสร้าง What X meant to someone ... was different from ... ใช้เปรียบเทียบว่าความหมายส่วนตัวของแนวคิดเดิมเปลี่ยนไปตามเวลาอย่างไร ในที่นี้ order ยังคงเป็นหัวข้อเดิม แต่ความหมายที่มีต่อผู้พูดเปลี่ยนไประหว่างตอนเริ่มต้นกับตอนจบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค what เป็นประธานเพื่อเปรียบเทียบว่าความหมายส่วนตัวของแนวคิดหนึ่งเปลี่ยนไปอย่างไร

  1. Maya wondered what courage meant after the event.
  2. Did courage mean something different to Maya afterward?
  3. What courage meant to Maya afterward was different from what it had meant before.
ดูคำตอบ

What courage meant to Maya afterward was different from what it had meant before.

and that's fine.

3:51

และนั่นก็ไม่เป็นไรเลย

So, themes should be broad, ลำดับความ

3:52

ดังนั้น ธีมควรจะกว้าง

directional,

3:54

มีทิศทาง

but most importantly,

3:55

แต่ที่สำคัญที่สุด

resonant.

3:56

ต้องสอดคล้องกังวานในใจ

ลำดับความ

กว้าง ชี้ทิศทางได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องก่อให้เกิดความรู้สึกร่วม

รายการนี้เสนอ broad และ directional เป็นคุณสมบัติที่มีประโยชน์ แล้วใช้ but most importantly เพื่อจัดให้ resonant อยู่เหนือสองข้อแรก ในที่นี้ but ไม่ได้ลบล้างหรือคัดค้านสองคุณสมบัติแรก แต่เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากประเด็นสำคัญไปสู่สิ่งที่สำคัญที่สุด ในบริบทนี้ resonant หมายถึงสามารถกระตุ้นการตอบสนองภายในใจหรือทางอารมณ์อย่างชัดเจน การวางคำนี้ไว้ท้ายสุดหลังวลีจัดลำดับทำให้มันเป็นข้อสรุปหลักของประโยค

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจัดลำดับสามคำจากบทเรียนเพื่อทำให้ safe เป็นสิ่งสำคัญที่สุด: The new playground should be fun, colorful, ____, safe.

ดูคำตอบ

but most importantly

Resonance is a physics phenomenon where if you have a glass and tuning forks of different sizes,

3:57

การสั่นพ้อง (Resonance) เป็นปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ ที่หากคุณมีแก้วน้ำและส้อมเสียงขนาดต่างๆ

bringing the right sized humming tuning fork near the glass

4:01

การนำส้อมเสียงที่มีขนาดเหมาะสมและกำลังสั่นสะเทือนมาไว้ใกล้ๆ แก้ว

makes it hum the same note.

4:05

จะทำให้แก้วสั่นสะเทือนเป็นระดับเสียงเดียวกัน

Words are tuning forks for the brain. สำนวน

4:07

คำศัพท์ก็คือส้อมเสียงสำหรับสมอง

สำนวน

Words are tuning forks for the brain: อุปลักษณ์โดยตรง

ประโยคนี้ใช้อุปลักษณ์โดยตรง โดยบอกว่า words คือ tuning forks โดยไม่ใช้ like หรือ as ส้อมเสียงสามารถทำให้สิ่งที่มีความถี่เดียวกันเกิดการสั่นพ้องได้ ในทำนองเดียวกัน คำหนึ่งคำก็อาจกระตุ้นความคิด ความทรงจำ หรือความรู้สึกที่เชื่อมโยงกันในใจได้อย่างรวดเร็ว นี่เป็นภาพเปรียบเทียบเพื่อช่วยอธิบาย ไม่ใช่การกล่าวว่าสมองสั่นจริง ๆ โครงสร้าง X is/are Y ช่วยนำคุณสมบัติของสิ่งที่เป็นรูปธรรมมาอธิบายแนวคิดที่เป็นนามธรรม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบอุปลักษณ์โดยตรงแบบเดียวกัน โดยบอกว่าสิ่งหนึ่งคืออีกสิ่งหนึ่งโดยไม่ใช้ like หรือ as

  1. Books are windows to other worlds.
  2. Books are like windows to other worlds.
  3. Books are on the table.
ดูคำตอบ

Books are windows to other worlds.

When picking a theme,

4:09

เมื่อคุณเลือกธีม

you're looking for a word or words that cause your brain to vibrate in resonance.

4:10

คุณกำลังมองหาคำหรือกลุ่มคำที่ทำให้สมองของคุณสั่นสะเทือนและสอดคล้อง

I've been talking about themes for years and getting people to try them. ไวยากรณ์

4:14

ฉันพูดถึงเรื่องธีมมาหลายปีและชวนให้คนอื่นๆ ลองใช้

ไวยากรณ์

I've been talking about themes for years: กิจกรรมที่ยังดำเนินอยู่

I've been talking เป็นรูปย่อของ I have been talking และใช้โครงสร้าง have/has been + คำกริยา-ing ซึ่งเป็น present perfect continuous รูปนี้นำเสนอ talking ว่าเป็นกิจกรรมที่เริ่มในอดีตและดำเนินต่อหรือเกิดซ้ำมาจนถึงปัจจุบัน For years บอกระยะเวลา เมื่อใช้ร่วมกัน รูปกริยาและวลีบอกเวลาจะเน้นกระบวนการที่ยังดำเนินอยู่ ไม่ใช่ช่วงเวลาในอดีตที่จบไปแล้ว

แบบฝึกหัด

Leo เริ่มสอนหมากรุกเมื่อสามปีก่อนและตอนนี้ก็ยังสอนอยู่ จงเติมประโยคด้วย present perfect continuous: Leo ____ chess for three years.

ดูคำตอบ

has been teaching

Here are some of the words I've seen people use.

4:18

และนี่คือคำบางส่วนที่ฉันเคยเห็นผู้คนใช้

The details of what they mean to anyone don't matter.

4:20

รายละเอียดว่ามันมีความหมายต่อใครอย่างไรนั้นไม่สำคัญ

What matters is if there's something that strikes you, การใช้คำ

4:23

สิ่งที่สำคัญคือมีอะไรที่สะดุดใจคุณไหม

calls out to your brain. กริยาวลี

4:26

อะไรที่ร้องเรียกสมองของคุณ

การใช้คำ

strikes you: สร้างความประทับใจอย่างแรงกล้าในทันที

ในที่นี้ strikes you หมายถึง “ดึงดูดความสนใจของคุณทันที หรือทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ชัดเจนภายในใจ” Something เป็นประธาน ส่วน you คือคนที่รู้สึกถึงผลนั้น นี่เป็นการใช้ strike ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการตีจริง ๆ ปฏิกิริยาอาจเป็นความสนใจ ความรู้สึกคุ้นเคย ความประหลาดใจ หรืออารมณ์ โดยต้องดูบริบทว่าเป็นแบบใด

แบบฝึกหัด

ใน “The painting strikes Maya at once,” strikes Maya น่าจะหมายถึงอะไร หาก Maya กำลังเลือกผลงานศิลปะชิ้นโปรด?

  1. บอกให้ Maya หยุดทำงาน
  2. กระแทก Maya จริง ๆ
  3. ทำให้ Maya เกิดความประทับใจอย่างมากในทันที
ดูคำตอบ

ทำให้ Maya เกิดความประทับใจอย่างมากในทันที

กริยาวลี

calls out to your brain: แรงดึงดูดในเชิงเปรียบเทียบ

calls out to your brain ทำให้คำหรือแนวคิดหนึ่งมีลักษณะเหมือนบุคคล ราวกับว่ามันมีเสียง หมายถึงสิ่งนั้นดูเหมือนกำลังเรียกร้องความสนใจของคุณหรือดึงดูดความคิดของคุณอย่างแรง โครงสร้างคือ call out to + เป้าหมาย ในที่นี้ your brain คือเป้าหมายของเสียงเรียกที่จินตนาการขึ้น ดังนั้นวลีนี้จึงเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การตะโกนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ดูเหมือนดึงดูด”: Whenever I visit the bakery, the smell of warm bread ____ me.

ดูคำตอบ

calls out to

That is resonance.

4:27

นั่นแหละคือการสั่นพ้อง

So, pick a broad directional phrase that resonates with you and run with it. โน้ต

4:28

ดังนั้น จงเลือกวลีที่กว้าง มีทิศทาง ที่โดนใจคุณ แล้วลุยไปกับมันเลย

วลี

“resonates with you”: ความเชื่อมโยงส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง

“Resonates with you” หมายถึงแนวคิด วลี เรื่องราว หรือผลงานศิลปะที่สร้างความเชื่อมโยงส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง เพราะสอดคล้องกับความรู้สึก ค่านิยม หรือประสบการณ์ของคุณ ความหมายจึงลึกกว่าการบอกเพียงว่าคุณชอบสิ่งนั้น ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการสั่นสะเทือนจริงทางกายภาพ โครงสร้างคือ something resonates with someone โดย with ใช้นำหน้าคนที่รู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

“resonates with you” ในประโยคตัวอย่างหมายถึงอะไร?

  1. สิ่งนั้นบอกอย่างชัดเจนว่าคุณต้องทำอะไร
  2. สิ่งนั้นเชื่อมโยงอย่างมากกับความรู้สึก ค่านิยม หรือประสบการณ์ของคุณ
  3. สิ่งนั้นสร้างเสียงดังให้คุณได้ยิน
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นเชื่อมโยงอย่างมากกับความรู้สึก ค่านิยม หรือประสบการณ์ของคุณ

กริยาวลี

“run with it”: นำแนวคิดไปพัฒนาต่อ

“Run with it” หมายถึงการยอมรับแนวคิดหรือจุดเริ่มต้น แล้วนำไปพัฒนา สำรวจ หรือใช้งานอย่างจริงจัง สำนวนนี้สื่อว่าให้เดินหน้าต่อโดยไม่ต้องรอให้รายละเอียดทุกอย่างลงตัว ในประโยคนี้ it หมายถึงวลีกว้าง ๆ ที่บอกทิศทางซึ่งเพิ่งเลือกไป นี่เป็นสำนวน ไม่ได้บอกให้ใครวิ่งโดยถือสิ่งของอยู่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ยอมรับแนวคิดนี้แล้วพัฒนาต่อ”: “Your opening scene is strong—____.”

ดูคำตอบ

run with it

Your brain and the theme will make it work.

4:32

สมองของคุณและธีมนั้นจะทำให้มันทำงานเอง

Now, if this seems very hippy dippy, การใช้คำ

4:35

เอาล่ะ ถ้าฟังดูเหมือนพวกฮิปปี้

lovey dovey,

4:36

โลกสวยมุ้งมิ้ง

huggie wuggie, fuzzy wuggie, that's fine.

4:37

นุ่มนิ่ม ฟรุ้งฟริ้งลอยๆ ก็ไม่เป็นไร

การใช้คำ

คำคล้องจองเชิงหยอกล้อใน hippy dippy ... fuzzy wuggie

ชุดคำนี้เรียงคำเป็นคู่ที่สัมผัสและซ้ำรูปแบบกัน ทำให้ฟังดูขี้เล่นและเกินจริง hippy-dippy กับ lovey-dovey เป็นสำนวนกันเองที่พบได้อยู่แล้ว ส่วน huggie-wuggie กับ fuzzy-wuggie ฟังเหมือนคำที่แต่งขึ้นเล่น ๆ ในขณะพูด เมื่อรวมกัน จึงเป็นการเลียนเสียงของคนที่มองว่าแนวคิดหนึ่งอบอุ่น อ่อนโยน หรือคลุมเครือเกินไป ไม่ใช่การแบ่งเป็นสี่ประเภทอย่างแม่นยำ ใน if this seems ... that's fine ผู้พูดยกคำวิจารณ์ที่คนอาจคิดขึ้นมาก่อน แล้วบอกอย่างสงบว่ายอมรับได้ อารมณ์ขันช่วยลดความขัดแย้งและแสดงว่าผู้พูดไม่กังวลกับป้ายนี้

แบบฝึกหัด

ชุดคำขี้เล่น hippy dippy, lovey dovey, huggie wuggie, fuzzy wuggie แสดงท่าทีแบบใดในที่นี้?

  1. ชมแนวคิดนั้นด้วยภาษาที่เป็นทางการและให้เกียรติ
  2. เลียนความเห็นแบบขำ ๆ ว่าแนวคิดหนึ่งอบอุ่น อ่อนโยน หรือคลุมเครือเกินไป
  3. แจกแจงแนวคิดเชิงเทคนิคสี่ประเภทอย่างแม่นยำ
ดูคำตอบ

เลียนความเห็นแบบขำ ๆ ว่าแนวคิดหนึ่งอบอุ่น อ่อนโยน หรือคลุมเครือเกินไป

Not all tools need sharp edges. สำนวน

4:39

ไม่ใช่เครื่องมือทุกชิ้นจะต้องมีขอบที่แหลมคมเสมอไป

สำนวน

อุปมาใน Not all tools need sharp edges

ในที่นี้ tools หมายถึงวิธีคิดหรือวิธีลงมือทำ ไม่ใช่อุปกรณ์จริง ส่วน sharp edges สื่อถึงความแม่นยำ ขอบเขตที่แข็งตายตัว หรือความแรงแบบที่ตัดเฉือนได้ ประโยคนี้บอกว่าวิธีที่อ่อนโยนกว่าและไม่จำเป็นต้องเป๊ะมากก็ยังมีประโยชน์ได้ รูปแบบ Not all A need B เป็นการปฏิเสธแบบจำกัด หมายถึง A บางอย่างไม่ต้องมี B ไม่ได้หมายความว่าไม่มี A ใดต้องมี B เลย

แบบฝึกหัด

ในการพูดถึงวิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน Not all tools need sharp edges หมายความว่าอย่างไร?

  1. มีเพียงวิธีที่มีกฎเคร่งครัดเท่านั้นที่ใช้ได้ผล
  2. ควรทำให้เครื่องมือจริงทุกชิ้นทื่อเพื่อความปลอดภัย
  3. วิธีที่มีประโยชน์บางอย่างอาจอ่อนโยนหรือยืดหยุ่น แทนที่จะแม่นยำและแข็งกร้าว
ดูคำตอบ

วิธีที่มีประโยชน์บางอย่างอาจอ่อนโยนหรือยืดหยุ่น แทนที่จะแม่นยำและแข็งกร้าว

I think of it this way, ลำดับความ

4:41

ฉันคิดแบบนี้

you should be trying to build a life you want to live,

4:42

คุณควรพยายามสร้างชีวิตที่คุณอยากมีชีวิตอยู่

ลำดับความ

I think of it this way: การนำเสนอมุมมองใหม่

I think of it this way บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะเสนอกรอบความคิดส่วนตัวเพื่อทำความเข้าใจหัวข้อนั้น ในที่นี้ this way ชี้ไปยังแนวคิดที่จะตามมา ไม่ได้หมายถึงทิศทางทางกายภาพ สำนวนนี้ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากการพูดคุยก่อนหน้าไปสู่แบบจำลอง การเปรียบเทียบ หรือมุมมองที่ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ข้อความนั้นฟังเป็นวิธีหนึ่งในการมองปัญหา ไม่ใช่ความจริงเพียงแบบเดียว

แบบฝึกหัด

I think of it this way ทำหน้าที่หลักอะไร ก่อนที่คำอธิบายส่วนที่เหลือจะตามมา?

  1. บอกว่ามุมมองหรือกรอบความคิดส่วนตัวแบบใหม่กำลังจะตามมา
  2. พิสูจน์ว่ามุมมองของผู้พูดเป็นมุมมองเดียวที่ถูกต้อง
  3. บอกทิศทางทางกายภาพว่าคนหนึ่งควรเคลื่อนไปทางไหน
ดูคำตอบ

บอกว่ามุมมองหรือกรอบความคิดส่วนตัวแบบใหม่กำลังจะตามมา

and themes are a fuzzy, high level,

4:45

และธีมคือวิธีการในระยะยาว ระดับสูง และค่อนข้างกว้าง

longer term way to navigate your brain at a broad area of change.

4:47

ในการนำทางสมองของคุณในพื้นที่แห่งการเปลี่ยนแปลงอันกว้างใหญ่

Smaller and specific-er are the systems in life you might want to set up. การใช้คำ

4:52

สิ่งที่เล็กกว่าและเฉพาะเจาะจงกว่าคือระบบในชีวิตที่คุณอาจต้องการตั้งค่าไว้

การใช้คำ

specific-er: รูปขั้นกว่าแบบขี้เล่นที่ไม่เป็นมาตรฐาน

Specific-er เป็นรูปขั้นกว่าที่ผู้พูดตั้งใจสร้างขึ้นอย่างขี้เล่น โดยเติม -er ต่อท้าย specific ผู้พูดวางคำนี้คู่กับ smaller เพื่อให้มีจังหวะที่เข้ากัน หมายความว่าสิ่งต่าง ๆ เล็กลงและเฉพาะเจาะจงมากขึ้นด้วย ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน รูปขั้นกว่าคือ more specific เครื่องหมายยัติภังค์และคำลงท้ายที่ไม่ปกติแสดงว่าเป็นการสร้างคำอย่างสร้างสรรค์ในการพูด ไม่ใช่การสะกดมาตรฐานที่ควรนำไปใช้ในงานเขียนทั่วไป

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในเรียงความของโรงเรียนที่เป็นทางการ ประโยค The second example is specific-er than the first ใช้รูปขั้นกว่ามาตรฐานของ specific

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

Below that are the targets those systems might or might not generate, ไวยากรณ์

4:55

สิ่งที่อยู่ต่ำกว่านั้นคือเป้าหมายที่ระบบเหล่านั้นอาจจะสร้างหรือไม่สร้างขึ้นมา

ไวยากรณ์

Below that are the targets: การกลับลำดับแบบบอกตำแหน่ง

เมื่อวางวลีบอกสถานที่อย่าง 'Below that' ไว้ต้นประโยค ภาษาอังกฤษสามารถวางกริยาไว้หน้ากลุ่มคำนามได้ เช่น 'Below that are the targets.' ประธานที่แท้จริงคือ 'the targets' ดังนั้นกริยาพหูพจน์ 'are' จึงสอดคล้องกับ 'targets' ไม่ใช่ 'that' การกลับลำดับแบบบอกตำแหน่งนี้ใช้เสนอผังทีละระดับ โดยชี้ความสนใจไปยังตำแหน่งด้านล่างก่อน แล้วจึงบอกว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้น ลำดับคำปกติอย่าง 'The targets are below that' บอกตำแหน่งพื้นฐานเดียวกัน แต่ไม่ได้ช่วยจัดคำอธิบายจากบนลงล่างในแบบเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การกลับลำดับแบบบอกตำแหน่งได้ถูกต้อง เพื่อบอกว่ามีบันทึกสามรายการอยู่ใต้แผนภาพ

  1. Below the diagram are three notes.
  2. Below the diagram is three notes.
  3. Below are the diagram three notes.
ดูคำตอบ

Below the diagram are three notes.

and at the most concrete and sharp is the action or decision current you is currently taking.

4:59

และสิ่งที่จับต้องได้และเฉียบคมที่สุดคือการกระทำหรือการตัดสินใจที่ตัวคุณในปัจจุบันกำลังทำอยู่

This level of detail is perhaps a story for another time, วลี

5:05

รายละเอียดในระดับนี้อาจต้องไว้เล่าในโอกาสหน้า

วลี

a story for another time: การพักหัวข้อไว้อย่างสุภาพ

ใน 'a story for another time' คำว่า 'story' ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเรื่องเล่าเสมอไป วลีนี้หมายความว่า “หัวข้อนี้ต้องอธิบายเพิ่ม ดังนั้นตอนนี้ฉันจะยังไม่พูดถึง” นี่เป็นวิธีพักหัวข้อหนึ่งไว้อย่างเป็นมิตร เพื่อให้การสนทนาปัจจุบันยังคงเน้นประเด็นหลัก วลีนี้บอกเป็นนัยว่าอาจพูดถึงหัวข้อนั้นภายหลัง แต่ไม่ได้สัญญาว่าจะกลับมาคุยในโอกาสใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่ใช้พักหัวข้อไว้อย่างสุภาพเพื่อคุยภายหลัง: That's a story ____.

ดูคำตอบ

for another time

but creating a theme is the bigger and broader to guide the smaller and shorter. ไวยากรณ์

5:07

แต่การสร้างธีมคือสิ่งที่ใหญ่กว่าและกว้างกว่า เพื่อใช้ชี้นำสิ่งที่เล็กกว่าและสั้นกว่า

ไวยากรณ์

สิ่งที่ใหญ่กว่าและกว้างกว่า ... สิ่งที่เล็กกว่าและสั้นกว่า

คำนำหน้านาม the ทำให้กลุ่มคำคุณศัพท์ขั้นกว่าที่เชื่อมกันแต่ละกลุ่มทำหน้าที่คล้ายคำนาม โดย the bigger and broader หมายถึงสิ่งหรือระดับที่มีขนาดใหญ่กว่าและมีขอบเขตกว้างกว่า ส่วน the smaller and shorter หมายถึงสิ่งหรือระดับที่มีขนาดเล็กกว่าและมีระยะเวลาสั้นกว่า คำนามที่ถูกละไว้โดยตรงต้องเข้าใจจากบริบท รูปแบบที่วางคู่กันคือ the + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + and + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า ใช้เปรียบต่างสองระดับอย่างกระชับ ในประโยคนี้ ธีมที่กว้างและเป็นระยะยาวมีหน้าที่ชี้นำระบบ เป้าหมาย และการกระทำที่เฉพาะเจาะจงและเป็นระยะสั้นกว่า

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับโครงสร้าง “the bigger and broader ... the smaller and shorter” มากที่สุด

  1. กลุ่มคำที่มี the ทั้งสองกลุ่มสร้างรูปแบบ the more ..., the more ... ที่แสดงการเปลี่ยนแปลงตามสัดส่วน
  2. กลุ่มคำคุณศัพท์ขั้นกว่าสองกลุ่มที่ทำหน้าที่คล้ายคำนามเปรียบต่างเรื่องที่กว้างและเป็นระยะยาวกว่ากับเรื่องที่จำกัดและเป็นระยะสั้นกว่า
  3. ประโยคนี้บอกว่าการทำให้สิ่งหนึ่งใหญ่ขึ้นจะทำให้อีกสิ่งหนึ่งเล็กลงโดยอัตโนมัติ
ดูคำตอบ

กลุ่มคำคุณศัพท์ขั้นกว่าสองกลุ่มที่ทำหน้าที่คล้ายคำนามเปรียบต่างเรื่องที่กว้างและเป็นระยะยาวกว่ากับเรื่องที่จำกัดและเป็นระยะสั้นกว่า

Lastly,

5:12

สุดท้าย

you may have noticed the examples were all year of thing, น้ำเสียง/เจตนา

5:12

คุณอาจสังเกตเห็นว่าตัวอย่างทั้งหมดคือ 'ปีแห่ง...'

น้ำเสียง/เจตนา

คุณอาจสังเกตเห็นแล้ว

รูปแบบ may + have + กริยาช่องที่สาม ใช้มองย้อนจากปัจจุบันไปยังเหตุการณ์ก่อนหน้าที่อาจเกิดขึ้น ที่นี่ have noticed หมายความว่าผู้ฟังอาจมองเห็นรูปแบบในตัวอย่างก่อนหน้าแล้ว การใช้ you เพื่อพูดกับผู้ฟังโดยตรงช่วยนำความสนใจไปยังรูปแบบนั้นอย่างนุ่มนวล may เปิดโอกาสไว้สำหรับผู้ที่ไม่ได้สังเกตเห็น โดยสื่อถึงความไม่แน่ใจหรือความสุภาพ ไม่ใช่การขออนุญาต

แบบฝึกหัด

เรียง may, have และ noticed ให้ถูกต้องเพื่อเติมสำนวนที่กล่าวย้อนถึงการสังเกตก่อนหน้าอย่างนุ่มนวล: “You ____ that every example uses the same opening.”

ดูคำตอบ

may have noticed

but that's mainly because I've been trying to gently introduce you to the idea.

5:16

แต่นั่นเป็นเพราะฉันพยายามจะแนะนำแนวคิดนี้ให้คุณอย่างค่อยเป็นค่อยไป

Resolutions are a year,

5:20

ปณิธานใช้เวลาเป็นปี

why not swap them for a theme instead? วลี

5:21

ทำไมไม่ลองเปลี่ยนมาใช้เป็นธีมดูล่ะ?

วลี

swap them for a theme: โครงสร้าง swap A for B

ในโครงสร้าง swap A for B นั้น A คือสิ่งที่ถูกเอาออก ส่วน B คือสิ่งที่เลือกมาแทนที่ ที่นี่ them หมายถึง resolutions ดังนั้นผู้พูดจึงเสนอให้เลิกใช้ปณิธานรายปีแล้วใช้ธีมแทน ใช้โครงสร้างนี้เมื่อผลิตภัณฑ์ นิสัย แผน หรือวิธีการหนึ่งถูกแทนด้วยอีกสิ่งหนึ่ง จำลำดับง่าย ๆ ว่า “เอา A ออก แล้วใส่ B เข้าไป”

แบบฝึกหัด

Maya ต้องการเลิกใช้ขวดพลาสติกและเริ่มใช้ขวดที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ประโยคใดสื่อความหมายนี้?

  1. Maya swapped plastic bottles for a reusable bottle.
  2. Maya continued using plastic bottles instead of a reusable bottle.
  3. Maya swapped a reusable bottle for plastic bottles.
ดูคำตอบ

Maya swapped plastic bottles for a reusable bottle.

But if you're still here,

5:23

แต่ถ้าคุณยังฟังอยู่

a year is way long. การใช้คำ

5:25

หนึ่งปีมันยาวนานมากนะ

การใช้คำ

way long: way ที่ใช้เป็นคำเน้นระดับแบบไม่เป็นทางการ

ในภาษาพูดที่เป็นกันเองมาก way สามารถวางหน้าคำคุณศัพท์เพื่อหมายถึง “มาก” หรือ “ในระดับที่สูงมาก” ใน a year is way long นั้น way เน้นคำว่า long ให้แรงขึ้น โดยผู้พูดรู้สึกว่าหนึ่งปีนานเกินกว่าจะใช้ได้จริงมาก การใช้ way เพื่อเน้นระดับยังพบได้ตามธรรมชาติในสำนวนอย่าง way too long, way better และ way more useful ซึ่งต่างจาก way ที่เป็นคำนามและหมายถึงถนน ทิศทาง หรือวิธีการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ way เป็นคำเน้นระดับแบบไม่เป็นทางการ เพื่อบอกว่าต้องรอนานเกินไปมาก?

  1. The wait is way too long.
  2. We still have a long way to go.
  3. The wait is only slightly long.
ดูคำตอบ

The wait is way too long.

Again,

5:26

ขอย้ำอีกครั้ง

fog of the future.

5:27

หมอกแห่งอนาคต

A season is a nice human length of time.

5:28

หนึ่งฤดูกาลเป็นความยาวนานของเวลาที่พอเหมาะสำหรับมนุษย์

In a winter of learning,

5:31

ในฤดูหนาวแห่งการเรียนรู้

you can learn a lot,

5:32

คุณสามารถเรียนรู้ได้มากมาย

but you do need to get started

5:33

แต่คุณจำเป็นต้องลงมือเริ่มทำ

because it's also not so long as to feel forever. ไวยากรณ์

5:35

เพราะมันก็ไม่ได้นานเกินไปจนรู้สึกว่ายาวนานชั่วนิรันดร์

ไวยากรณ์

not so long as to feel forever: ระดับและผลลัพธ์

ใน not so long as to feel forever โครงสร้าง so + adjective + as to + verb เชื่อมระดับของคุณสมบัติเข้ากับผลที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งในที่นี้คือ “ยาวนานถึงขั้นทำให้รู้สึกว่าไม่มีวันจบ” คำว่า not บอกว่าความยาวไม่ได้ไปถึงระดับนั้น จึงไม่ทำให้เกิดความรู้สึกดังกล่าว ตรงนี้ as to ใช้นำผลของการที่บางสิ่งยาวนานถึงระดับหนึ่ง ไม่ได้แปลว่า “เกี่ยวกับ” และ so long as ในประโยคนี้ก็ไม่ได้แปลว่า “ตราบใดที่”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ long ในโครงสร้างปฏิเสธ so + adjective + as to + verb: The workshop was useful but ____ exhaust everyone.

ดูคำตอบ

not so long as to

Nature's clock ticks on, สำนวน

5:38

นาฬิกาของธรรมชาติติกต่อกไปเรื่อยๆ

สำนวน

Nature's clock ticks on: อุปมาของเวลาที่เดินหน้าต่อไป

Nature's clock เป็นอุปมา โดยเปรียบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดซ้ำในโลกธรรมชาติเป็นนาฬิกาที่วัดการผ่านไปของเวลา Ticks on หมายความว่าเวลาและการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลยังคงเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าผู้คนจะพร้อมหรือไม่ ภาพนี้สร้างความเร่งด่วนอย่างสงบ เพราะโอกาสที่มาพร้อมฤดูกาลจะไม่รอใคร on เพิ่มความหมายของการเดินหน้าต่อเนื่อง ไม่ได้หมายความว่ามีนาฬิกาจริงอยู่ในธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

Nature's clock ticks on ในบรรทัดนี้หมายความว่าอะไร

  1. ฤดูกาลจะรอจนกว่าทุกคนจะพร้อม
  2. ในธรรมชาติมีนาฬิกาจริงที่ส่งเสียงติ๊กต่อก
  3. เวลาของฤดูกาลยังคงเดินหน้าต่อไปแม้ผู้คนจะลังเล
ดูคำตอบ

เวลาของฤดูกาลยังคงเดินหน้าต่อไปแม้ผู้คนจะลังเล

reminding you that flowers bloom but briefly, ลำดับความ

5:40

คอยเตือนคุณว่าดอกไม้เบ่งบานเพียงชั่วคราว

the summer sun will wane,

5:43

ดวงอาทิตย์ในฤดูร้อนจะอ่อนแสงลง

leaves eventually drop,

5:45

ใบไม้จะร่วงหล่นในท้ายที่สุด

snow falls,

5:46

หิมะตก

and snow melts,

5:47

และหิมะก็ละลาย

and flowers bloom but briefly.

5:48

และดอกไม้เบ่งบานเพียงชั่วคราว

ลำดับความ

“flowers bloom but briefly” ในฐานะท่อนรับที่วางกรอบเนื้อหา

อนุประโยค “flowers bloom but briefly” ปรากฏทั้งก่อนและหลังลำดับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ครั้งแรกนำเสนอแนวคิดว่าความงามคงอยู่ไม่นาน ส่วนครั้งที่สองพากลับมายังแนวคิดเดิมหลังจากแสงอาทิตย์อ่อนลง ใบไม้ร่วง และหิมะตกแล้วละลาย การซ้ำนี้ทำหน้าที่เหมือนท่อนรับ โดยวางกรอบให้รายการตรงกลางและทำให้ตอนจบรู้สึกเหมือนกลับสู่จุดเริ่มต้น แทนที่จะเพิ่มข้อมูลใหม่ การซ้ำเปลี่ยนลำดับที่เดินไปข้างหน้าให้เป็นวงจร และเน้นย้ำว่าช่วงเวลาที่งดงามผ่านไปอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง การซ้ำ “flowers bloom but briefly” ที่ต้นและท้ายรายการฤดูกาลมีผลหลักอย่างไร

  1. นำเสนอการผลิบานครั้งที่สองเป็นเหตุการณ์ใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับครั้งแรก
  2. เปลี่ยนรายการฤดูกาลให้เป็นชุดคำสั่ง
  3. แก้ไขข้อความแรกด้วยข้อมูลที่ใหม่กว่า
  4. วางกรอบให้รายละเอียดและพาแนวคิดกลับไปยังจุดเริ่มต้น
ดูคำตอบ

วางกรอบให้รายละเอียดและพาแนวคิดกลับไปยังจุดเริ่มต้น

You can be unchanging through all that,

5:50

คุณสามารถเป็นคนที่ไม่เปลี่ยนแปลงท่ามกลางสิ่งเหล่านั้นได้

but whenever you are,

5:53

แต่ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่จุดไหน

if you've never had a theme,

5:54

หากคุณไม่เคยมีธีมมาก่อนเลย

give yourself time to find one that resonates with you

5:56

ให้เวลาตัวเองเพื่อค้นหาสิ่งที่สอดคล้องกังวานในใจคุณ

and try it out in the coming season. กริยาวลี

5:59

และลองใช้มันในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ดูนะ

กริยาวลี

try it out: ทดลองก่อนตัดสินใจ

ใน “try it out” คำว่า try out หมายถึงการนำบางสิ่งไปใช้หรือทดสอบจริง เพื่อจะได้ตัดสินใจว่าสิ่งนั้นได้ผลหรือเหมาะกับคุณหรือไม่ ในประโยคนี้ it หมายถึงหัวข้อส่วนตัว และฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงคือช่วงทดลอง Try out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ตรงกลาง คือ try it out ไม่ใช่ try out it คำว่า out เป็นส่วนหนึ่งของกริยา ไม่ได้หมายถึงการนำหัวข้อออกไปข้างนอก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย try out และคำสรรพนาม it ในลำดับที่ถูกต้อง: This keyboard feels unusual, but I'll ____ for a few days.

ดูคำตอบ

try it out