Lisa Holst คือใคร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
536 คำ 262 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: ผู้เล่าตามรอยคำกล่าวอ้างเรื่องแมงมุมแปดตัวจากฝา Snapple ไปถึง Snopes แต่แทบไม่พบหลักฐานอิสระของผู้เขียนหรือนิตยสารที่ถูกอ้าง การสืบค้นจึงถามว่าจะตรวจสอบแหล่งตรวจข้อเท็จจริงเองอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. explained away, - กริยาวลี: เข้าใจว่าคำอธิบายใช้ขจัดข้อสงสัยหรือโต้แย้งได้ แล้วนำไปใช้กับข่าวลือหรือหลักฐานที่น่ากังขา 2. went so far as to contact - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: มองเห็นขั้นที่ไกลเกินคาด และบอกว่าความพยายามหรือปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นเพียงใด 3. gone through the looking glass - สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ: อ่านภาพจาก Alice ว่าความจริง บทบาท และตรรกะดูเหมือนกลับด้าน พร้อมจับน้ำเสียงสงสัยและอารมณ์ขันมืด

คำอธิบายในบทเรียนนี้

At the end of my video on misconceptions,

0:00

ตอนท้ายของวิดีโอเกี่ยวกับความเข้าใจผิดของผม

I mentioned the supposed fact that people swallow eight spiders a year while sleeping. การใช้คำ

0:02

ผมได้พูดถึงเรื่องที่เชื่อกันว่าเป็นความจริงที่ว่าคนเรากลืนแมงมุมแปดตัวต่อปีขณะนอนหลับ

การใช้คำ

supposed fact: แสดงความสงสัยและเว้นระยะจากคำกล่าว

ในที่นี้ supposed ขยายคำว่า fact และหมายถึง “ถูกกล่าวอ้างหรือเชื่อว่าเป็นจริง” ไม่ใช่ “ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง” เมื่อพูดว่า supposed fact ผู้พูดกำลังเว้นระยะจากคำกล่าวนั้นและแสดงความสงสัย รูปแบบนี้ช่วยให้สังเกตได้ว่าผู้เขียนกำลังรายงานคำกล่าวหนึ่งโดยไม่ได้รับรองว่าจริง

แบบฝึกหัด

supposed ใน “a supposed fact” สื่อความหมายใด?

  1. ได้รับการพิสูจน์อย่างรอบคอบแล้วว่าเป็นข้อเท็จจริง
  2. มีการกล่าวอ้างว่าเป็นข้อเท็จจริง แต่ผู้พูดไม่ได้ยอมรับอย่างเต็มที่
  3. เป็นข้อเท็จจริงที่ทุกคนจำเป็นต้องเชื่อ
ดูคำตอบ

มีการกล่าวอ้างว่าเป็นข้อเท็จจริง แต่ผู้พูดไม่ได้ยอมรับอย่างเต็มที่

But unlike the other misconceptions in that video,

0:05

แต่ต่างจากความเข้าใจผิดเรื่องอื่น ๆ ในวิดีโอนั้น

which I explained away, กริยาวลี

0:07

ที่ผมได้อธิบายหักล้างไปแล้ว

กริยาวลี

explain away: ทำให้ปัญหาหมดน้ำหนักด้วยคำอธิบาย

Explain away เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ หมายถึงการให้คำอธิบายที่ทำให้ปัญหา ข้อสงสัย หรือข้อเท็จจริงที่น่าอึดอัดดูเหมือนไม่สำคัญหรือไม่ก่อผลเสียอีกต่อไป ในที่นี้ไม่ได้เพียงอธิบายความเข้าใจผิด แต่คำอธิบายยังทำให้ความเข้าใจผิดเหล่านั้นหมดน้ำหนักด้วย รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ explain something away และ explain away something หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น explain it away

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาวลีที่หมายถึง “ทำให้ปัญหาดูไม่น่ากังวลอีกต่อไปด้วยคำอธิบาย”: The manager tried to ____ the missing figures as a simple typing error.

ดูคำตอบ

explain away

I turned this one into a cheap joke and left it at that. สำนวน

0:08

ผมเปลี่ยนเรื่องนี้ให้กลายเป็นมุกตลกฝืด ๆ แล้วก็ปล่อยผ่านไป

สำนวน

leave it at that: หยุดไว้แค่นั้นโดยไม่ทำต่อ

ใน left it at that คำว่า it หมายถึงเรื่องทั้งหมดหรือวิธีที่จัดการเรื่องนั้น ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ถูกทิ้งไว้ในสถานที่หนึ่ง วลีนี้หมายความว่าผู้พูดหยุดอยู่ที่จุดนั้น และไม่พูดคุย ตรวจสอบ หรือทำอะไรต่อไปอีก รูปแบบนี้ใช้บอกการตัดสินใจของตนเองได้ เช่น I left it at that หรือใช้เสนอให้จบเรื่องได้ เช่น Let's leave it at that

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงหยุดไว้ตรงนี้และไม่ทำอะไรต่อ: We have both said sorry, so let's ____.

ดูคำตอบ

leave it at that

This wasn't because it's true, ไวยากรณ์

0:10

นี่ไม่ใช่เพราะมันเป็นเรื่องจริงนะ

but because the story behind that myth turns out to be a bit of a mystery. วลี

0:11

แต่เป็นเพราะเรื่องราวเบื้องหลังความเชื่อนั้นกลับกลายเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลึกลับ

ไวยากรณ์

not because ... but because ...: แก้ไขเหตุผลให้ถูกต้อง

โครงสร้างคู่ not because X, but because Y ใช้แก้ไขคำอธิบายเรื่องเหตุผล อนุประโยค not because ปฏิเสธว่า X เป็นเหตุผล ส่วนอนุประโยค but because ให้ Y เป็นเหตุผลที่ผู้พูดยอมรับว่าเป็นเหตุผลจริง หากทำได้ ควรทำให้อนุประโยค because ทั้งสองส่วนมีรูปแบบขนานกัน ในตัวอย่างนี้ ข้ออ้างว่าความเชื่อนั้นเป็นเรื่องจริงถูกปฏิเสธว่าไม่ใช่เหตุผล ส่วนความลึกลับของที่มาถูกเสนอเป็นเหตุผลจริง

แบบฝึกหัด

ค่าโดยสารรถบัสไม่แพง และ Lena อยากสูดอากาศบริสุทธิ์ ใช้โครงสร้างคู่สำหรับแก้ไขเหตุผลจากบทเรียนนี้เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: Lena walked home ____ the bus was expensive, ____ she wanted some fresh air.

ดูคำตอบ

not because · but because

วลี

turns out to be = ภายหลังพบว่าเป็น

ในที่นี้ turns out to be หมายถึง “ภายหลังพบหรือเปิดเผยว่าเป็น” หลังจากได้รับข้อมูลเพิ่มเติม มักใช้บอกผลลัพธ์ที่ตอนแรกยังไม่ชัดเจน โครงสร้างคือ ประธาน + turn out to be + กลุ่มคำนามหรือคำคุณศัพท์ โดย turn เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี turn out จึงไม่ได้หมายถึงการหมุนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนเป้าหมาย: The "antique" watch ____ a recent copy.

ดูคำตอบ

turned out to be

The first place I remember coming across the eight spiders fact กริยาวลี

0:14

ที่แรกที่ผมจำได้ว่าเจอข้อเท็จจริงเรื่องแมงมุมแปดตัว

was years ago on the lid of a Snapple can.

0:16

คือเมื่อหลายปีก่อนบนฝาขวดของเครื่องดื่ม Snapple

กริยาวลี

coming across = พบโดยบังเอิญ

ในที่นี้ coming across หมายถึงการพบหรือเห็นคำกล่าวเรื่อง “แมงมุมแปดตัว” โดยบังเอิญ ไม่ได้วางแผนจะค้นพบไว้ก่อน Come across เป็นกริยาวลีที่ตามด้วยคน สิ่งของ หรือข้อมูลที่พบ ใน remember coming across ส่วนที่อยู่ในรูป -ing บอกเหตุการณ์ในอดีตที่ผู้พูดจำได้ ส่วน across ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come across: While cleaning my desk, I ____ an old concert ticket.

ดูคำตอบ

came across

Snapple used to print facts of dubious value on their drinks โน้ต

0:18

Snapple เคยพิมพ์ข้อเท็จจริงที่ความน่าเชื่อถือคลุมเครือไว้บนเครื่องดื่มของพวกเขา

ไวยากรณ์

used to print: นิสัยในอดีตที่ปัจจุบันไม่ทำแล้ว

Used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการกระทำที่เกิดซ้ำหรือสภาวะในอดีตซึ่งปัจจุบันไม่เป็นจริงแล้ว ในที่นี้ used to print หมายความว่าเมื่อก่อน Snapple พิมพ์ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นประจำ แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้ว หลัง used to ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น used to print, used to live, used to be โครงสร้างนี้เน้นความแตกต่างระหว่างอดีตกับปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองคำที่บอกนิสัยในอดีตซึ่งปัจจุบันไม่เป็นจริงแล้ว: Maya ____ watch cartoons every Saturday, but now she reads comics.

ดูคำตอบ

used to

การใช้คำ

dubious value: การตั้งคำถามต่อประโยชน์หรือความน่าเชื่อถืออย่างยับยั้งชั่งใจ

Dubious หมายถึงน่าสงสัยหรือไม่น่าเชื่อถืออย่างเต็มที่ ใน facts of dubious value วลีนี้เป็นการประเมินเชิงลบอย่างยับยั้งชั่งใจว่า ข้อเท็จจริงเหล่านั้นอาจไม่น่าเชื่อถือหรือไม่มีประโยชน์ ในที่นี้ value หมายถึงคุณค่าของข้อมูล ไม่ใช่ราคา Of dubious value เป็นรูปแบบสั้นและเป็นทางการที่หมายถึง “ซึ่งคุณค่าน่าสงสัย”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดประเมินอย่างยับยั้งชั่งใจว่าคำแนะนำนี้อาจไม่มีประโยชน์หรือไม่น่าเชื่อถือ?

  1. The advice is expensive.
  2. The advice has no value at all.
  3. The advice is of dubious value.
ดูคำตอบ

The advice is of dubious value.

and though they've tried to hide it,

0:21

และถึงแม้พวกเขาจะพยายามปิดบังมัน

the Wayback Machine reveals that eight spiders was one of them. วัฒนธรรม

0:22

แต่ Wayback Machine ก็เผยให้เห็นว่าเรื่องแมงมุมแปดตัวเป็นหนึ่งในนั้น

วัฒนธรรม

Wayback Machine ในฐานะแหล่งหลักฐานจากเว็บที่เก็บถาวร

Wayback Machine เป็นชื่อเฉพาะของบริการจัดเก็บเว็บที่บันทึกภาพหน้าเว็บเอาไว้ ในประโยคนี้ reveals หมายถึง หน้าเว็บที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้เป็นหลักฐานว่าในอดีตมีการเผยแพร่อะไร ให้เข้าใจคำนี้ว่าเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับตรวจสอบประวัติของหน้าเว็บ ไม่ใช่เครื่องจักรจริงหรือเครื่องมือค้นหาทั่วไป แม้ว่าหน้าเว็บจะถูกแก้ไขหรือลบภายหลัง ภาพที่เก็บถาวรไว้อาจยังแสดงข้อความเดิมได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Wayback Machine ใช้ทำอะไร

  1. เดินทางไปหาเครื่องจักรที่ใช้สร้างสิ่งของ
  2. ค้นหาเฉพาะผลการค้นหาล่าสุดบนเว็บ
  3. ตรวจสอบหน้าเว็บเวอร์ชันที่บันทึกไว้
ดูคำตอบ

ตรวจสอบหน้าเว็บเวอร์ชันที่บันทึกไว้

Take a trip to snopes.com,

0:25

ลองแวะไปที่ snopes.com

the go-to site for debunking urban legends of all kinds, โน้ต

0:26

เว็บไซต์ยอดฮิตสำหรับการเปิดโปงตำนานเมืองทุกชนิด

การใช้คำ

go-to site ในฐานะเว็บไซต์ตัวเลือกแรกที่เชื่อถือได้

ใน the go-to site คำว่า go-to เป็นคำคุณศัพท์ประสมแบบไม่เป็นทางการที่วางไว้หน้า site หมายถึงเว็บไซต์ที่ผู้คนเลือกใช้เป็นอันดับแรก เพราะเชื่อถือได้ มีประโยชน์ หรือไว้ใจได้สำหรับความต้องการบางอย่าง คำนี้ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปยังเว็บไซต์ แต่หมายถึงตัวเลือกหลักที่ผู้คนมักพึ่งพา ในที่นี้ วลีนี้นำเสนอ Snopes ว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่ผู้คนมักใช้เป็นอันดับแรกเมื่อต้องการตรวจสอบตำนานเมือง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียน: For checking health information, this is my ____.

ดูคำตอบ

go-to site

วลี

debunking urban legends: การหักล้างตำนานเมือง

การ debunk ข้อกล่าวหาคือการใช้หลักฐานหรือการตรวจสอบอย่างรอบคอบเพื่อแสดงว่าข้อกล่าวหานั้นไม่จริงหรือชวนให้เข้าใจผิด ในประโยคนี้ debunking อธิบายสิ่งที่เว็บไซต์ทำ ส่วน urban legends คือเรื่องเล่าสมัยใหม่ที่แพร่หลายแต่มักไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ ดังนั้น debunking urban legends จึงหมายถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรื่องเหล่านั้นและเปิดเผยคำกล่าวอ้างเท็จที่อยู่เบื้องหลัง ในวลีนี้ legend หมายถึงเรื่องเล่าที่แพร่ต่อกัน ไม่ได้หมายถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่ชื่นชมอย่างมาก

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายให้ตรงตามความหมายว่า “ตรวจสอบเรื่องเล่าสมัยใหม่ที่แพร่หลายและแสดงว่าไม่จริง” ลงในประโยค: The website is known for ____.

ดูคำตอบ

debunking urban legends

and sure enough the eight spiders a year thing is listed. ลำดับความ

0:28

และแน่นอนว่าเรื่องแมงมุมแปดตัวต่อปีถูกระบุไว้บนนั้น

ลำดับความ

sure enough: เป็นไปตามที่คาด

Sure enough เป็นเครื่องหมายเชื่อมโยงข้อความที่ใช้เกริ่นผลลัพธ์ซึ่งตรงกับความคาดหมาย เบาะแส คำเตือน หรือคำทำนายที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้ ผู้เล่าเข้าไปตรวจสอบเว็บไซต์แล้วรายงานว่าข่าวลือนั้นอยู่ในรายการจริงตามที่คาดไว้ วลีนี้ช่วยจัดลำดับเรื่องเป็น “คาดไว้ก่อน แล้วจึงยืนยันผล” ให้มอง sure enough เป็นวลีตายตัวหนึ่งชุดที่หมายถึง “เป็นไปตามที่คาด” หรือ “ตรงตามที่เบาะแสบอก” ไม่ใช่ sure ที่ถูกขยายด้วย enough

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The forecast warned of snow, and sure enough, white flakes began to fall. sure enough ทำหน้าที่อะไรในที่นี้?

  1. ถามว่าพยากรณ์อากาศเชื่อถือได้หรือไม่
  2. บอกว่าปริมาณหิมะมีเพียงพอ
  3. แสดงว่าหิมะที่ตกตรงกับคำทำนายก่อนหน้า
ดูคำตอบ

แสดงว่าหิมะที่ตกตรงกับคำทำนายก่อนหน้า

Scroll down and Snopes says the story comes from Lisa Holst in 1993,

0:31

เลื่อนลงมาแล้ว Snopes บอกว่าเรื่องนี้มาจาก ลิซ่า โฮลส์ต ในปี 1993

when email was still fairly new for most people

0:34

ตอนที่อีเมลยังค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนส่วนใหญ่

and messages with subjects like RE: RE: FWD: RE: RE: FWD: amazing facts วัฒนธรรม

0:36

และข้อความที่มีหัวข้อประมาณว่า RE: RE: FWD: RE: RE: FWD: ข้อเท็จจริงน่าทึ่ง

were a higher proportion of network traffic.

0:40

มีสัดส่วนค่อนข้างสูงในการใช้งานอินเทอร์เน็ต

วัฒนธรรม

RE: ... FWD: ในหัวเรื่องอีเมล

RE: ใช้บอกว่าเป็นการตอบกลับ ส่วน FWD: ใช้บอกว่าเป็นข้อความที่ถูกส่งต่อ เมื่อข้อความถูกตอบกลับและส่งต่อซ้ำ ๆ คำนำหน้าเหล่านี้อาจสะสมอยู่ที่ต้นหัวเรื่อง ในที่นี้ คำนำหน้าที่ยาวต่อกันแสดงถึงอีเมลลูกโซ่แบบเก่าที่ผ่านกล่องจดหมายของคนจำนวนมาก จึงช่วยอธิบายว่า “ข้อเท็จจริงน่าทึ่ง” ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบแพร่กระจายไปได้อย่างไร คำนำหน้าเหล่านี้ไม่ใช่เนื้อหาของข้อความหรือการพูดซ้ำเพื่อเน้นย้ำ

แบบฝึกหัด

หัวเรื่องที่สะสมเป็น RE: RE: FWD: RE: RE: FWD: amazing facts ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร

  1. ผู้เขียนกำลังพูดคำว่า amazing facts ซ้ำเพื่อเน้นย้ำ
  2. ข้อความนี้ถูกตอบกลับและส่งต่อหลายครั้ง
  3. ข้อความนี้มีรายการข้อเท็จจริงแยกกันหกรายการ
ดูคำตอบ

ข้อความนี้ถูกตอบกลับและส่งต่อหลายครั้ง

Lisa Holst says Snopes, wrote an article called Reading is Believing in PC Professional

0:42

Snopes ระบุว่า ลิซ่า โฮลส์ต เขียนบทความชื่อ Reading is Believing ในนิตยสาร PC Professional

listing all kinds of made up facts that people would believe การใช้คำ

0:46

โดยรวบรวมข้อเท็จจริงแต่งเติมสารพัดที่คนจะหลงเชื่อ

การใช้คำ

made up facts: ข้อมูลที่แต่งขึ้น

ใน made up facts คำว่า made up หมายถึง “แต่งขึ้น” หรือ “กุขึ้น” ไม่ใช่เรื่องจริง วลีนี้อธิบายข้อเท็จจริงที่มีคนสร้างขึ้นมา ไม่ได้หมายถึงการประกอบสิ่งหนึ่ง การคืนดีกัน หรือการแต่งหน้า made กับ up ทำงานร่วมกันเป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หน้า facts ในงานเขียนที่เรียบเรียงอย่างรอบคอบ คำคุณศัพท์ประสมในตำแหน่งนี้มักเขียนด้วยยัติภังค์เป็น made-up facts ยัติภังค์เป็นเพียงหลักการเขียนและไม่เปลี่ยนความหมายเมื่อพูด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ make up ที่ใช้เป็นคำคุณศัพท์ประสมซึ่งหมายถึง “แต่งขึ้น”: The website published several ____ facts.

ดูคำตอบ

made-up

and eight spiders a year was one of them.

0:49

และเรื่องแมงมุมแปดตัวต่อปีก็เป็นหนึ่งในนั้น

This, I thought, was the perfect misconception to finish the video, ไวยากรณ์

0:51

ผมคิดว่านี่คือความเข้าใจผิดที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่จะใช้จบวิดีโอ

ไวยากรณ์

This, I thought, was: I thought ในฐานะข้อคิดเห็นแทรก

ประโยคหลักคือ “This was the perfect misconception ...” ส่วน “I thought” เป็นข้อคิดเห็นที่แทรกระหว่างประธาน This กับกริยา was โดยบอกว่าคำบรรยายนี้เป็นความเห็นของผู้พูดในตอนนั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง เมื่อตัดข้อคิดเห็นที่แทรกออก ประโยคยังคงมีโครงสร้างไวยากรณ์ที่สมบูรณ์คือ “This was ...” ในภาษาเขียน เครื่องหมายจุลภาคช่วยแสดงส่วนแทรก และช่วยให้เราติดตามประโยคหลักได้ขณะฟังหรืออ่าน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดคง “This was the best solution” ไว้เป็นประโยคหลัก และใช้ “I thought” เป็นข้อคิดเห็นแทรก?

  1. This, I thought, was the best solution.
  2. I thought this was the best solution.
ดูคำตอบ

This, I thought, was the best solution.

like a little moral on why you should be less credulous. การใช้คำ

0:53

เหมือนเป็นคติสอนใจเล็ก ๆ ว่าทำไมคุณจึงไม่ควรหูเบา

การใช้คำ

less credulous: ระมัดระวังมากขึ้นก่อนเชื่อ

ในประโยคนี้ credulous ใช้อธิบายคนที่พร้อมจะเชื่อคำกล่าวอ้างง่ายเกินไปทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ Less credulous หมายถึงระมัดระวังมากขึ้นก่อนเชื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้หมายถึงไม่ไว้ใจอะไรเลย รูปแบบคือ less + คำคุณศัพท์ ผู้พูดแนะนำให้ลดระดับของลักษณะนี้ลง จึงเป็นคำแนะนำเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำสั่งเด็ดขาดว่าอย่าเชื่ออะไรทั้งนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้คำคุณศัพท์แบบเป็นทางการที่หมายถึง “พร้อมจะเชื่อง่ายเกินไป” เติมประโยคให้สมบูรณ์: Before sharing an unsupported rumor, try to be less ____.

ดูคำตอบ

credulous

Out of interest, วลี

0:56

ด้วยความสนใจ

I went looking for the article to see what other fake facts she mentioned.

0:56

ผมจึงไปหาบทความนั้นเพื่อดูว่าเธอได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงปลอม ๆ อะไรอีกบ้าง

วลี

Out of interest เพื่อบอกเหตุผลของการกระทำ

Out of interest หมายถึง “เพราะรู้สึกอยากรู้หรือสนใจ” วลีนี้บอกเหตุผลของการกระทำที่ตามมา นั่นคือความอยากรู้ทำให้ผู้พูดไปค้นหาบทความนั้น วลีนี้มักอยู่ต้นประโยคและทำหน้าที่บอกแรงจูงใจของผู้พูดสั้น ๆ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดหมดความสนใจแล้ว

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นใดแสดงได้ดีที่สุดว่าความอยากรู้เป็นเหตุผลที่ตรวจสอบ?

  1. After losing interest, I checked the original source.
  2. With no interest, I checked the original source.
  3. Out of interest, I checked the original source.
ดูคำตอบ

Out of interest, I checked the original source.

But googling for her brought up nothing. กริยาวลี

0:59

แต่การค้นหาชื่อเธอในกูเกิลกลับไม่พบอะไรเลย

กริยาวลี

brought up nothing ในบริบทการค้นหา

ในที่นี้ brought up หมายถึง “ส่งกลับมา ค้นพบ หรือแสดงเป็นผลการค้นหา” ประธานของประโยคคือ googling for her ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายความว่าการค้นหาไม่พบข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับเธอ Bring up เป็นกริยาวลีที่มีหลายความหมาย กรรมและสถานการณ์จะช่วยบอกว่าหมายถึงอะไร ในบริบทของการค้นหาหรือซอฟต์แวร์ มักหมายถึงทำให้ข้อมูลปรากฏบนหน้าจอ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The database search brought up three old records,” brought up หมายถึงอะไร?

  1. เลี้ยงดูและดูแลระเบียนเหล่านั้นขณะที่เติบโต
  2. ยกเรื่องระเบียนเหล่านั้นขึ้นมาเป็นหัวข้อสนทนา
  3. ทำให้ระเบียนปรากฏเป็นผลการค้นหา
ดูคำตอบ

ทำให้ระเบียนปรากฏเป็นผลการค้นหา

Well, not literally nothing, น้ำเสียง/เจตนา

1:00

ก็ไม่ใช่ว่าไม่เจออะไรเลยซะทีเดียว

but nothing helpful.

1:02

แต่ไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์เลย

น้ำเสียง/เจตนา

not literally nothing, but nothing helpful เพื่อแก้คำพูดให้แม่นยำ

nothing คำแรกฟังดูเป็นคำกล่าวแบบเด็ดขาด ซึ่งอาจหมายถึงว่าไม่มีผลลัพธ์ปรากฏเลย เมื่อเติม not literally ผู้พูดก็ถอนคำกล่าวที่ตรงตามตัวอักษรนั้น อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย but แทนที่ด้วยความหมายที่ตั้งใจจะสื่อ คือมีผลลัพธ์อยู่ แต่ไม่มีผลลัพธ์ใดเป็นประโยชน์ การแก้คำพูดของตนเองแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดพูดเกินจริงสั้น ๆ ก่อน แล้วจึงปรับให้แม่นยำ โดยมักให้ความรู้สึกขบขันเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ not literally nothing, but nothing helpful ได้ตรงที่สุด

  1. ผู้พูดพบหลักฐานที่ต้องการพอดี
  2. การค้นหาไม่พบผลลัพธ์เลย
  3. การค้นหาพบผลลัพธ์ แต่ไม่มีผลลัพธ์ใดเป็นประโยชน์
ดูคำตอบ

การค้นหาพบผลลัพธ์ แต่ไม่มีผลลัพธ์ใดเป็นประโยชน์

Mostly it's other articles debunking the eight spiders myth using the exact same language as the Snopes article,

1:03

ส่วนใหญ่จะเป็นบทความอื่นที่เปิดโปงความเชื่อเรื่องแมงมุมแปดตัวโดยใช้ภาษาที่เหมือนกับบทความของ Snopes เป๊ะ

which looks suspicious.

1:07

ซึ่งดูน่าสงสัย

Intrigued, I contacted Snopes myself about their source, ไวยากรณ์

1:09

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผมจึงติดต่อไปยัง Snopes ด้วยตัวเองเพื่อถามถึงแหล่งที่มา

ไวยากรณ์

Intrigued, กับประธานของประโยคหลักที่ตรงกัน

Intrigued เป็นรูปกริยาช่องสามที่ใช้เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง 'รู้สึกสนใจและอยากรู้มากขึ้น' เมื่ออยู่ต้นประโยค Intrigued, เป็นวลีบอกเหตุผลแบบย่อจาก 'Because I was intrigued, ...' บุคคลที่เข้าใจว่าเป็นผู้รู้สึกสนใจต้องเป็นประธานของประโยคหลัก ที่นี่ประธานคือ I ดังนั้นโครงสร้างนี้จึงหมายความว่าความอยากรู้ทำให้ฉันติดต่อ Snopes

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นใดสื่อได้ถูกต้องว่า Maya รู้สึกสงสัยใคร่รู้จึงเปิดกล่อง

  1. Intrigue, Maya opened the box.
  2. Intriguing, Maya opened the box.
  3. Intrigued, Maya opened the box.
ดูคำตอบ

Intrigued, Maya opened the box.

but got back a form reply. การใช้คำ

1:11

แต่ได้กลับมาเป็นข้อความตอบกลับอัตโนมัติ

การใช้คำ

form reply: คำตอบแบบมาตรฐาน

ในวลี form reply คำว่า form ทำหน้าที่ขยาย reply โดย form ในที่นี้หมายถึงเป็นแบบมาตรฐานหรือสร้างจากแม่แบบที่กำหนดไว้ ดังนั้น form reply จึงเป็นข้อความที่เขียนเตรียมไว้และส่งซ้ำให้หลายคนได้ วลีนี้มักสื่อว่าคำตอบไม่ได้เขียนให้ตรงกับคำถามเฉพาะของผู้ส่ง และไม่ได้หมายถึงแบบฟอร์มที่ผู้ส่งต้องกรอก

แบบฝึกหัด

ในบริบทงานบริการลูกค้า form reply หมายถึงอะไร

  1. คำตอบมาตรฐานที่เขียนเตรียมไว้และใช้กับคนจำนวนมาก
  2. แบบฟอร์มที่ลูกค้าต้องกรอกก่อนจะได้รับคำตอบ
  3. คำตอบส่วนบุคคลที่เขียนขึ้นสำหรับคำถามเฉพาะหนึ่งคำถาม
ดูคำตอบ

คำตอบมาตรฐานที่เขียนเตรียมไว้และใช้กับคนจำนวนมาก

I don't know if ignoring their contact form is their usual way of doing business วลี

1:12

ผมไม่รู้ว่าการเพิกเฉยต่อแบบฟอร์มการติดต่อเป็นวิถีการทำงานปกติของพวกเขาหรือเปล่า

วลี

usual way of doing business: วิธีดำเนินงานตามปกติ

โครงสร้าง usual way of + -ing ใช้เรียกวิธีหรือนิสัยที่บุคคลหรือองค์กรทำเป็นปกติ ในที่นี้ their usual way of doing business หมายถึงวิธีที่องค์กรดำเนินงานหรือจัดการเรื่องต่าง ๆ ตามปกติ ในวลีนี้ doing business มีความหมายกว้าง ครอบคลุมการสื่อสารและการบริการลูกค้า ไม่ได้หมายถึงการซื้อขายเท่านั้น เนื่องจากพฤติกรรมที่กล่าวถึงคือการเพิกเฉยต่อแบบฟอร์มติดต่อ ผู้พูดจึงใช้วลีนี้ในเชิงสงสัยเพื่อถามว่านี่เป็นแนวปฏิบัติปกติขององค์กรหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงวิธีดำเนินงานตามปกติขององค์กร: Ignoring customer complaints should not be our ____.

ดูคำตอบ

usual way of doing business

along with copy-paste blocking and pop-under-ads,

1:15

รวมถึงการบล็อกไม่ให้คัดลอกและวาง และมีโฆษณาเด้งซ่อนอยู่ข้างหลัง

but it seemed odd for a site dedicated to exposing the truth.

1:17

แต่มันดูแปลกสำหรับเว็บไซต์ที่อุทิศตนเพื่อเปิดเผยความจริง

Further digging yielded other articles about people like myself สำนวน

1:20

การขุดคุ้ยเพิ่มเติมทำให้เจอบทความอื่น ๆ เกี่ยวกับคนที่มีความคิดแบบเดียวกับผม

สำนวน

Further digging: การค้นหาข้อมูลให้ลึกขึ้น

ใน Further digging คำว่า digging ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการค้นหาและตรวจสอบข้อมูลต่อไปให้ลึกขึ้น ไม่ใช่การขุดหลุมในดิน Further แสดงว่าการค้นหาดำเนินต่อจากขั้นก่อนหน้า รูปแบบนี้ใช้บรรยายการสืบสวน การวิจัย หรือการแก้ปัญหาเมื่อมีคนยังคงมองหาหลักฐานหรือสาเหตุ

แบบฝึกหัด

digging หมายถึงอะไรในประโยคนี้: "Further digging uncovered two useful reports."

  1. ค้นหาและตรวจสอบข้อมูลต่อไป
  2. ซ่อนรายงานไม่ให้คนอื่นเห็น
  3. ขุดหลุมในดินให้ลึกขึ้น
ดูคำตอบ

ค้นหาและตรวจสอบข้อมูลต่อไป

trying to find Lisa Holst and verify Snopes's version of the story.

1:23

ที่พยายามตามหา ลิซ่า โฮลส์ต และตรวจสอบเรื่องราวเวอร์ชันของ Snopes

There's a page on MetaFilter and Stack Exchange

1:26

มีหน้าเว็บใน MetaFilter และ Stack Exchange

and even a website called eightspiders.com that went looking for her.

1:28

และแม้กระทั่งเว็บไซต์ชื่อ eightspiders.com ที่ออกตามหาเธอ

The guy who runs that last one even went so far as to contact the Library of Congress, โน้ต

1:31

คนที่บริหารเว็บหลังสุดถึงขั้นติดต่อไปยังหอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ

ไวยากรณ์

went so far as to contact: เน้นขั้นตอนเพิ่มเติมที่น่าประหลาดใจ

โครงสร้าง go so far as to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีคนทำสิ่งที่ดูสุดโต่ง น่าประหลาดใจ หรือเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก ในคำบรรยายนี้ contact คือกริยารูปพื้นฐานที่ตามหลัง to far ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงระยะทางจริง วลีนี้นำเสนอว่าการกระทำนั้นยกระดับขึ้น การติดต่อหอสมุดรัฐสภาเป็นขั้นที่มากกว่าการตรวจสอบตามปกติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่แสดงว่าการกระทำนั้นเป็นขั้นตอนเพิ่มเติมที่น่าประหลาดใจ: To check the story, Leo ____ call the museum.

ดูคำตอบ

went so far as to

who said they didn't know of any magazine called PC Professional, วลี

1:34

ซึ่งตอบกลับมาว่าพวกเขาไม่รู้จักนิตยสารที่ชื่อ PC Professional แต่อย่างใด

วัฒนธรรม

หอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ: การตรวจสอบว่าสิ่งพิมพ์มีอยู่จริงหรือไม่

หอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ เป็นหอสมุดแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา มีคอลเล็กชันขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและมีบันทึกรายการสิ่งพิมพ์จำนวนมาก ในประโยคนี้ การติดต่อสถาบันดังกล่าวแสดงถึงการตรวจสอบอย่างละเอียดเป็นพิเศษว่านิตยสารนั้นเคยมีอยู่จริงหรือไม่ การที่ไม่พบบันทึกใดเป็นหลักฐานหนักแน่นที่ค้านคำกล่าวอ้างนั้น แต่ไม่ใช่ข้อพิสูจน์โดยเด็ดขาด ชื่อนี้หมายถึงสถาบันระดับชาติที่สำคัญ ไม่ใช่เพียงห้องธรรมดาที่สมาชิกรัฐสภาใช้ยืมหนังสือ

วลี

didn't know of: ไม่รู้ว่ามีสิ่งนั้นอยู่

Know of หมายถึง ‘รู้ว่าคนหรือสิ่งใดมีอยู่’ ดังนั้น didn't know of any magazine called PC Professional จึงหมายถึงพวกเขาไม่เคยรับรู้หรือไม่มีบันทึกว่ามีนิตยสารชื่อนี้อยู่ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจำนิตยสารนี้ได้แต่ไม่รู้รายละเอียด โครงสร้างคือ know of + คนหรือสิ่งของ และมีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อประเด็นคือคนหรือสิ่งนั้นมีอยู่จริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึง ‘ฉันรู้ว่าร้านอาหารนั้นมีอยู่ แต่อาจไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับร้าน’

  1. I know that restaurant.
  2. I know of that restaurant.
  3. I know about that restaurant.
ดูคำตอบ

I know of that restaurant.

which leaves us in an odd xkcd kind of mood about Snopes. วัฒนธรรม

1:37

ซึ่งนั่นทำให้เราตกอยู่ในอารมณ์แปลก ๆ ฟีลลิ่งแบบการ์ตูน xkcd เมื่อนึกถึง Snopes

วัฒนธรรม

xkcd kind of mood ในฐานะการอ้างอิงทางวัฒนธรรม

xkcd เป็นเว็บคอมมิกที่ขึ้นชื่อเรื่องมุกหน้าตายเกี่ยวกับเทคโนโลยี ตรรกะ วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต การเรียกความรู้สึกนี้ว่า xkcd kind of mood เป็นการอ้างถึงสไตล์ของการ์ตูน คือทั้งรู้สึกขำ ระแวงสงสัย และไม่สบายใจเล็กน้อยเมื่อเผชิญสถานการณ์ที่ตรรกะกลายเป็นเรื่องเหลวไหล ในที่นี้ ยิ่งตรวจสอบข้อเท็จจริงลึกลงไป แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเองก็ยิ่งดูเหมือนต้องถูกตรวจสอบเสียเอง วลีนี้ปูทางไปสู่จุดพลิกผันที่ทำให้สงสัยว่าอะไรคือความจริง เป็นการอ้างอิงทางวัฒนธรรมที่สร้างขึ้นตามบริบท ไม่ใช่ชื่ออารมณ์ที่มีนิยามอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ an xkcd kind of mood สื่อถึงอะไร

  1. ความรู้สึกร่าเริงที่อยากอ่านการ์ตูนหลังเลิกงาน
  2. อารมณ์ที่องค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริงให้นิยามไว้อย่างเป็นทางการ
  3. ความรู้สึกทั้งขำ สงสัย และไม่สบายใจต่อสถานการณ์ออนไลน์ที่ตรรกะกลายเป็นเรื่องเหลวไหล
ดูคำตอบ

ความรู้สึกทั้งขำ สงสัย และไม่สบายใจต่อสถานการณ์ออนไลน์ที่ตรรกะกลายเป็นเรื่องเหลวไหล

If the Lisa Holst version of the story is real, ไวยากรณ์

1:40

ถ้าเรื่องราวเวอร์ชันของ ลิซ่า โฮลส์ต เป็นเรื่องจริง

then why can't anyone find any record of her or her article?

1:42

แล้วทำไมถึงไม่มีใครพบบันทึกข้อมูลของเธอหรือบทความของเธอเลยล่ะ?

ไวยากรณ์

ใช้ If ... is real, then why can't anyone find ...? ตั้งคำถามเรื่องหลักฐาน

โครงสร้าง If X is real, then why can't anyone find Y? เริ่มจากตั้งข้อกล่าวอ้าง แล้วชี้ให้เห็นว่าหลักฐานที่ควรมีหากข้อกล่าวอ้างนั้นเป็นจริงกลับหาไม่พบ คำว่า then เชื่อมเงื่อนไขเข้ากับผลที่ควรจะเกิดขึ้น แม้จะอยู่ในรูปคำถาม แต่จุดประสงค์หลักในที่นี้ไม่ใช่การขอคำแนะนำเรื่องการค้นหา แต่เป็นคำถามเชิงโต้แย้ง ผู้พูดใช้ช่องว่างของหลักฐานเพื่อทำให้เรื่องราวฉบับ Lisa Holst ดูน่าสงสัย โครงสร้างนี้สามารถนำไปใช้ตรวจสอบข้อกล่าวอ้างอื่นกับหลักฐานที่ควรเปิดเผยต่อสาธารณะหรือควรตรวจสอบได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง If ..., then why can't ...? เพื่อตั้งข้อสงสัยต่อคำกล่าวอ้างเพราะไม่มีหลักฐานที่ควรพบ

  1. Why can't anyone help me find the concert hall?
  2. If the concert happens tonight, then we can write a review tomorrow.
  3. If the concert happened, then why can't anyone find a review or photo?
ดูคำตอบ

If the concert happened, then why can't anyone find a review or photo?

And if it's not real,

1:45

และถ้ามันไม่ใช่เรื่องจริง

is it just a mistake on Snopes's part? วลี

1:46

นี่เป็นแค่ความผิดพลาดจากทางฝั่ง Snopes งั้นหรือ?

วลี

mistake on Snopes's part?:ความผิดพลาดของ Snopes?

ใน “a mistake on Snopes's part” วลี on someone's part ใช้ระบุว่าความผิดพลาดนั้นเกิดจากบุคคลหรือองค์กรนั้น หมายถึงความผิดพลาดมาจาก Snopes หรือเป็นความรับผิดชอบของ Snopes ส่วน part ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนทางกายภาพของ Snopes วลีนี้ยังทำให้การกล่าวหาฟังดูค่อนข้างระมัดระวัง ผู้พูดเสนอว่าความผิดพลาดอาจเป็นคำอธิบายหนึ่ง แทนที่จะกล่าวหา Snopes โดยตรงว่าไม่ซื่อสัตย์ โครงสร้างนี้ใช้กับการกระทำ การตัดสินใจ ท่าที หรือความผิดพลาดที่ระบุว่าเกิดจากบุคคลหรือกลุ่มใดก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ใช้ระบุความรับผิดชอบให้สมบูรณ์: The clinic apologized for the scheduling error. It was a mistake on the ____.

ดูคำตอบ

clinic's part

If so, ลำดับความ

1:48

ถ้าเป็นอย่างนั้น

why haven't they replied to any of the people who brought it to their attention? วลี

1:48

ทำไมพวกเขาถึงไม่ตอบกลับคนที่แจ้งเรื่องนี้ให้พวกเขาทราบบ้างเลยล่ะ?

ลำดับความ

If so: ถ้าเป็นเช่นนั้น

ในที่นี้ so ใน If so ใช้แทนความเป็นไปได้ทั้งหมดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า หมายถึง ‘ถ้าสิ่งนั้นเป็นจริง’ หรือ ‘ถ้าเป็นเช่นนั้น’ ไม่ได้หมายถึง ‘ถึงระดับนั้น’ หรือ ‘ในลักษณะนั้น’ คำเชื่อมสั้น ๆ นี้ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากคำอธิบายที่เสนอไว้ไปสู่คำถามต่อเนื่องโดยไม่ต้องพูดแนวคิดเดิมซ้ำ คำถามนี้ถามว่าจะเกิดอะไรตามมาหากปัญหาจากแหล่งข้อมูลเป็นเพียงความผิดพลาดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เซิร์ฟเวอร์อาจล่ม ในประโยค ‘The server may be down. If so, what does the speaker mean?’ ผู้พูดหมายความว่าอย่างไร

  1. เซิร์ฟเวอร์ล่มอย่างแน่นอน
  2. ความเป็นไปได้ที่กล่าวไว้ก่อนหน้านั้นเป็นจริง และผู้พูดกำลังถามว่าจะเกิดอะไรตามมา
  3. ผู้พูดต้องการให้เซิร์ฟเวอร์ล่ม
ดูคำตอบ

ความเป็นไปได้ที่กล่าวไว้ก่อนหน้านั้นเป็นจริง และผู้พูดกำลังถามว่าจะเกิดอะไรตามมา

วลี

bring something to someone's attention: ทำให้ใครสักคนรับรู้เรื่องหนึ่ง

ในคำถามนี้ brought it to their attention หมายถึง ผู้คนทำให้องค์กรนั้นรับรู้ถึงปัญหา โดยเป็นการแจ้งว่าไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ไม่ได้หมายถึงการย้ายสิ่งของจริง ๆ ไปที่ใด โครงสร้างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ bring + something + to + someone's attention ในที่นี้ it หมายถึงปัญหา ส่วน their หมายถึงบุคคลหรือองค์กรที่ควรรับรู้ปัญหานั้น และ brought เป็นรูปอดีตของ bring

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง bring something to someone's attention ในรูปอดีต: I noticed the missing warning label and ____ the manager's ____.

ดูคำตอบ

brought it to · attention

Or perhaps we've gone through the looking glass and the Lisa Holst made up the eight spiders a year fact สำนวน

1:51

หรือบางทีเราอาจจะหลุดเข้าไปในโลกกระจก แล้วเรื่องที่ ลิซ่า โฮลส์ต แต่งเรื่องความจริงเรื่องแมงมุมแปดตัวต่อปี

is the myth promulgated by none other than Snopes themselves. โน้ต

1:55

คือความเชื่อที่ถูกเผยแพร่โดยใครที่ไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่ Snopes เอง

สำนวน

gone through the looking glass: เข้าสู่โลกที่กลับตาลปัตร

สำนวนนี้อ้างอิงถึง Through the Looking-Glass ของลูอิส แคร์รอล ซึ่งการเดินผ่านกระจกนำไปสู่โลกที่สิ่งต่าง ๆ กลับตาลปัตรอย่างประหลาด ในประโยคนี้ใช้เป็นอุปมา หมายถึงสถานการณ์ที่ไร้เหตุผลจนดูเหมือนความจริง ตรรกะ และบทบาทปกติถูกกลับด้าน ประเด็นที่กลับตาลปัตรโดยเฉพาะคือแหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอาจเป็นผู้เผยแพร่เรื่องเล่านั้นเสียเอง We've gone เป็นรูป present perfect ของ go สื่อว่าผู้พูดและผู้ฟังได้ข้ามเข้าสู่สภาพแปลกประหลาดนี้และยังอยู่ในสภาพนั้น พร้อมทั้งเสนอความเป็นไปได้ที่รุนแรงและมีน้ำเสียงประชด

แบบฝึกหัด

ในประโยคจากวิดีโอ we've gone through the looking glass สื่อถึงอะไร?

  1. ผู้พูดผ่านพ้นความยากลำบากธรรมดามาแล้ว
  2. ผู้พูดตรวจสอบหลักฐานทุกชิ้นแล้ว
  3. ผู้พูดเดินทะลุกระจกจริง ๆ
  4. ตอนนี้สถานการณ์ดูไร้เหตุผล โดยความจริงและบทบาทต่าง ๆ ถูกกลับด้าน
ดูคำตอบ

ตอนนี้สถานการณ์ดูไร้เหตุผล โดยความจริงและบทบาทต่าง ๆ ถูกกลับด้าน

การใช้คำ

promulgated: เผยแพร่ข้อกล่าวอ้างด้วยถ้อยคำเป็นทางการ

ในที่นี้ promulgated หมายถึงการเผยแพร่หรือส่งเสริมให้สาธารณชนรับรู้ กรรมของคำกริยาคือ myth จึงไม่ได้หมายความว่ามีกฎหมายฉบับหนึ่งถูกตราหรือประกาศใช้ตามกฎหมาย คำกริยาที่ฟังเป็นทางการผิดปกตินี้ทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องการเผยแพร่เรื่องเล่าดูเหมือนเป็นการดำเนินการอย่างเป็นทางการ จึงเกิดน้ำเสียงเชิงประชด ถ้อยคำนี้เสนอเพียงข้อกล่าวหาที่เป็นการคาดเดา ไม่ได้พิสูจน์ว่า Snopes สร้างหรือเผยแพร่เรื่องดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ promulgated มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด?

  1. หักล้างอย่างสมบูรณ์
  2. เผยแพร่หรือส่งเสริมให้สาธารณชนรับรู้
  3. พิสูจน์ตามกฎหมายแล้วว่าเป็นความจริง
  4. สืบสวนอย่างลับ ๆ
ดูคำตอบ

เผยแพร่หรือส่งเสริมให้สาธารณชนรับรู้

วลี

none other than Snopes themselves: การเปิดเผยตัวตนแบบเร้าอารมณ์

none other than X หมายถึง “ปรากฏว่าเป็น X ซึ่งเป็นบุคคลหรือองค์กรที่อาจทำให้ประหลาดใจ” ใช้เปิดเผยตัวตนด้วยการเน้นแบบเร้าอารมณ์ ไม่ใช่ความหมายเชิงยกเว้นตามปกติว่า “ไม่มีใครนอกจาก X” ในประโยคนี้ การเปิดเผยว่าเป็น Snopes เป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เพราะโดยปกติ Snopes เชื่อมโยงกับการตรวจสอบข้อกล่าวอ้าง ไม่ใช่การเผยแพร่เรื่องเล่า themselves ที่ใช้เน้นย้ำช่วยเน้น Snopes ในฐานะองค์กรหรือกลุ่มคนมากขึ้น ถ้อยคำที่เร้าอารมณ์นี้ไม่ได้พิสูจน์ข้อกล่าวหาในตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ none other than เพื่อเปิดเผยตัวตนที่น่าประหลาดใจอย่างเร้าอารมณ์?

  1. Nobody other than the coach may enter the office.
  2. The mystery guest was none other than our former coach.
  3. Any coach can enter the office.
  4. The coach spoke to no one after the game.
ดูคำตอบ

The mystery guest was none other than our former coach.

It wouldn't be the first time, วลี

1:58

นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกนะ

as Snopes does have a purposely fake article on the site ไวยากรณ์

1:59

เพราะ Snopes มีบทความที่ตั้งใจทำปลอมไว้บนเว็บไซต์จริง ๆ

วลี

It wouldn't be the first time: บอกเป็นนัยอย่างระมัดระวังว่ามีเหตุการณ์ก่อนหน้า

“It wouldn't be the first time” หมายความว่าเคยมีเรื่องคล้ายกันเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นความเป็นไปได้ในตอนนี้จึงมีเหตุการณ์ก่อนหน้าให้อ้างอิง ในประโยคนี้ แนวคิดที่ว่า Snopes อาจเคยสร้างเนื้อหาปลอมจึงฟังดูเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสงสัยที่ไม่มีมูล รูปเงื่อนไข wouldn't ทำให้คำกล่าวไม่ตรงและไม่ฟันธง ผู้พูดไม่ได้บอกว่ากรณีปัจจุบันเป็นเรื่องปลอมแน่นอน วลีนี้ชี้เป็นนัยถึงหลักฐานก่อนหน้า แต่ยังเปิดข้อสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันไว้

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานคิดว่าเครื่องพิมพ์ในสำนักงานอาจติดขัดอีกแล้ว คำตอบใดสื่ออย่างระมัดระวังว่าเรื่องนี้เคยเกิดขึ้น โดยไม่บอกว่าสาเหตุปัจจุบันแน่นอนแล้ว

  1. It will be the first time.
  2. It wasn't the first time.
  3. It wouldn't be the first time.
ดูคำตอบ

It wouldn't be the first time.

ไวยากรณ์

does have: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ในวลีบอกเล่า “does have” คำว่า does เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้น ประโยคปกติคือ “Snopes has ...” การเติม does เป็นการยืนยันหรือเน้นว่าบทความนั้นมีอยู่จริง มักใช้เพื่อตอบข้อสงสัยหรือยอมรับข้อเท็จจริงที่มีขอบเขตจำกัด หลัง does ที่ใช้เน้น กริยาหลักต้องคงรูปพื้นฐาน จึงใช้ does have ไม่ใช่ does has การเน้นนี้สนับสนุนเพียงข้อเท็จจริงว่าบทความมีอยู่ แต่ไม่ได้พิสูจน์ข้อกล่าวอ้างที่กว้างกว่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นและสอดคล้องกับประธานให้สมบูรณ์: Maya really owns the signed copy. Maya ____ own the signed copy.

ดูคำตอบ

does

claiming that Mr. Ed was actually a zebra. วัฒนธรรม

2:01

โดยอ้างว่า Mr. Ed ที่จริงแล้วเป็นม้าลาย

วัฒนธรรม

Mr. Ed ในคำกล่าวอ้างว่าแท้จริงแล้วเป็นม้าลาย

Mr. Ed คือม้าพูดได้ที่เป็นตัวละครสมมติจากละครตลกทางโทรทัศน์คลาสสิกของอเมริกา ในประโยคนี้ ชื่อนี้หมายถึงตัวละครที่คุ้นเคย ไม่ใช่คนจริงหรือสัตว์จริงที่เพิ่งค้นพบตัวตนภายหลัง การอ้างว่า Mr. Ed แท้จริงแล้วเป็นม้าลายเป็นความตั้งใจให้ดูเหลวไหล นี่คือตัวอย่างที่แต่งขึ้นเพื่อแสดงว่าเว็บไซต์สามารถเผยแพร่บทความเท็จโดยเจตนาได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ เหตุใดคำกล่าวอ้างว่า Mr. Ed เป็นม้าลายจึงจงใจทำให้ดูเหลวไหล

  1. Mr. Ed เป็นม้าสมติที่พูดได้ ดังนั้นการบอกว่าตัวละครที่คุ้นเคยนี้เป็นม้าลายจึงดูเหลวไหล
  2. Mr. Ed เป็นคนจริงที่เพิ่งค้นพบว่าแท้จริงแล้วมีตัวตนเป็นสัตว์
  3. Mr. Ed เป็นศัพท์วิทยาศาสตร์ที่หมายถึงม้าลายชนิดหนึ่ง
ดูคำตอบ

Mr. Ed เป็นม้าสมติที่พูดได้ ดังนั้นการบอกว่าตัวละครที่คุ้นเคยนี้เป็นม้าลายจึงดูเหลวไหล

I wasn't able to go any further than this,

2:03

ผมไม่สามารถหาข้อมูลไปได้ไกลกว่านี้แล้ว

but if you happen to know anything about Lisa Holst or the deal with Snopes, โน้ต

2:05

แต่ถ้าคุณบังเอิญรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับ ลิซ่า โฮลส์ต หรือเรื่องที่เกี่ยวกับ Snopes

น้ำเสียง/เจตนา

“happen to know” สำหรับการขอข้อมูลแบบนุ่มนวล

ใน “you happen to know anything about Lisa Holst or the deal with Snopes” คำว่า happen to know ช่วยทำให้คำขอข้อมูลฟังนุ่มนวลขึ้น คำนี้สื่อว่าอีกฝ่ายอาจมีข้อมูลนั้นอยู่ ไม่ได้สมมติว่าอีกฝ่ายควรจะรู้อยู่แล้ว happen to ไม่ได้หมายความว่าความรู้นั้นเกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นวิธีถามอย่างสุภาพและเป็นธรรมชาติในการสนทนา เมื่อผู้พูดไม่แน่ใจว่าใครจะช่วยให้ข้อมูลได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ช่วยทำให้น้ำเสียงนุ่มนวลเพื่อทำให้คำถามสุภาพสมบูรณ์: Do you ____ know where the nearest pharmacy is?

ดูคำตอบ

happen to

การใช้คำ

the deal with ... สำหรับถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ในคำถามนี้ the deal with Snopes หมายถึง “สถานการณ์จริงหรือเรื่องราวเบื้องหลัง Snopes” ผู้พูดต้องการเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีบางอย่างไม่ชัดเจน ตรงนี้ deal ไม่ได้หมายถึงข้อตกลงทางธุรกิจหรือของราคาพิเศษ What’s the deal with ...? เป็นรูปแบบไม่เป็นทางการที่นำไปใช้ได้เมื่อต้องการให้ใครอธิบายคน สิ่งของ หรือสถานการณ์ที่ชวนสงสัย

แบบฝึกหัด

ผู้พูดหมายถึงอะไรเมื่อถามถึง “the deal with Snopes”?

  1. ข้อตกลงทางธุรกิจที่ Snopes ลงนาม
  2. สถานการณ์จริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวกับ Snopes
  3. ส่วนลดที่ Snopes เสนอ
ดูคำตอบ

สถานการณ์จริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวกับ Snopes

please feel free to get in touch or leave a video response. โน้ต

2:08

ก็สามารถติดต่อมาหรือทิ้งวิดีโอตอบกลับไว้ได้เลยนะครับ

น้ำเสียง/เจตนา

please feel free to ... สำหรับคำเชิญที่ไม่กดดัน

Please feel free to บอกผู้ฟังว่าสามารถทำสิ่งที่ตามมาได้อย่างสบายใจ ใน please feel free to get in touch ผู้พูดเชิญให้อีกฝ่ายติดต่อมาอย่างเป็นมิตร และลดความกดดันหรือความกังวลว่าจะรบกวน โครงสร้างคือ please feel free to + คำกริยารูปพื้นฐาน ไม่ได้หมายความว่าสิ่งใดไม่มีค่าใช้จ่าย และเป็นการให้ทางเลือกแทนการออกคำสั่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย please feel free to: If you need help, ____ contact me.

ดูคำตอบ

please feel free to

วลี

get in touch: ติดต่อ

get in touch หมายถึง “ติดต่อ” หรือเริ่มสื่อสาร ในประโยคนี้เป็นคำเชิญอย่างเป็นกันเองให้ผู้ชมติดต่อผู้สร้างในภายหลัง ส่วนช่องทางการติดต่อนั้นเข้าใจได้จากบริบท จึงไม่จำเป็นต้องระบุ คำว่า touch ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “สัมผัส” จริง ๆ ทั้งวลีหมายถึงการสื่อสารกับใครสักคน

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่เป็นมิตรซึ่งหมายถึง “ติดต่อฉัน” ให้สมบูรณ์: If you have any questions, please ____.

ดูคำตอบ

get in touch

วัฒนธรรม

leave a video response: โพสต์วิดีโอตอบกลับ

ในที่นี้ video response คือฟีเจอร์เก่าของ YouTube ที่ให้ผู้ใช้โพสต์วิดีโอของตนเองเป็นการตอบกลับโดยตรงและเชื่อมโยงกับอีกวิดีโอหนึ่ง ใน leave a video response คำว่า leave หมายถึง “โพสต์” หรือ “ส่ง” ไม่ใช่ “ทิ้ง” คำเชิญนี้หมายถึงฟีเจอร์ดังกล่าวของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่เพียงการเขียนความคิดเห็นหรือวางลิงก์วิดีโอ ต่อมา YouTube ได้ยกเลิกฟีเจอร์นี้

แบบฝึกหัด

ในคำเชิญจาก YouTube ยุคก่อนนี้ leave a video response หมายถึงอะไร?

  1. ส่งข้อความส่วนตัวถึงผู้สร้างพร้อมลิงก์วิดีโอ
  2. โพสต์วิดีโอของคุณผ่านฟีเจอร์ที่เชื่อมวิดีโอนั้นเป็นการตอบกลับโดยตรง
  3. เขียนความคิดเห็นแบบข้อความว่าคุณชอบวิดีโอนี้หรือไม่
ดูคำตอบ

โพสต์วิดีโอของคุณผ่านฟีเจอร์ที่เชื่อมวิดีโอนั้นเป็นการตอบกลับโดยตรง