ชมรมหนังสือของบูลอี้ | เพื่อนบ้าน - ซีซั่น 1 | บูลอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
188 คำ 151 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ระหว่างที่ครอบครัวเล่นสร้างถนนมัลเบอร์รี เพื่อนบ้านในจินตนาการย้ายเข้ามา จัดชมรมหนังสือ และมีปัญหาเรื่องเสียง การบ่นถึงเพื่อนบ้านที่ไม่เกรงใจกันย้อนกลับมาสะท้อนตัวละครเอง เมื่อบิงโกยึดพื้นที่อ่านหนังสือของคนอื่น สุดท้ายจึงกลับมาที่คำแนะนำเดิม คือควรลองขอร้องกันดี ๆ ก่อน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. if you like. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้ว่าการวางวลีนี้ท้ายข้อเสนอทำให้สิ่งที่พูดฟังเป็นทางเลือกที่อีกฝ่ายตัดสินใจได้จริง ไม่ใช่คำสั่งแฝง จึงใช้เสนอทางเลือกโดยไม่กดดันให้อีกฝ่ายต้องเห็นด้วยได้ 2. There goes the neighborhood. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่านี่คือปฏิกิริยาเชิงขบขันและเกินจริงที่สื่อว่าคนมาใหม่จะทำให้บรรยากาศแถวนี้เสียไป ไม่ได้หมายถึงย่านนั้นเคลื่อนหายไปตามตัวอักษร ช่วยให้จับน้ำเสียงบ่นแบบหยอกล้อในบทสนทนากันเองได้ 3. have you tried asking — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจการใช้ present perfect ร่วมกับ try + -ing เพื่อถามว่าอีกฝ่ายได้ลองวิธีแก้ปัญหาบางอย่างแล้วหรือยัง รูปแบบที่นุ่มนวลนี้ใช้ตรวจสอบสิ่งที่เขาเคยทำก่อนเสนอแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Do you want to play? น้ำเสียง/เจตนา

0:00

อยากเล่นไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Do you want to play? — การชวนอีกคนมาเล่นด้วยกัน

ในที่นี้ Do you want to + คำกริยา? เป็นรูปประโยคภาษาพูดที่ใช้บ่อยเพื่อชวนอีกคนเข้าร่วมกิจกรรม ใน Do you want to play? คำว่า play หมายถึงการเล่นเกมหรือเล่นด้วยกัน ดังนั้นคำถามนี้จึงถามว่าอีกคนอยากเข้าร่วมไหม รูปประโยคนี้เปิดโอกาสให้อีกคนเป็นผู้เลือก ไม่ได้ถามว่าเขาอยากได้สิ่งของหรือไม่ เพราะในที่นี้ want ตามด้วย to + คำกริยา ไม่ใช่คำนาม

แบบฝึกหัด

เติมคำในประโยคชวน: Do you ____ to read this book with me?

ดูคำตอบ

want

You can move next to Bingo if you like. น้ำเสียง/เจตนา

0:01

ลูกย้ายไปอยู่ข้างบิงโกก็ได้นะถ้าอยากไป

น้ำเสียง/เจตนา

if you like. — ทำให้คำแนะนำเป็นทางเลือก

if you like ที่อยู่ท้ายประโยคหมายถึง ถ้าคุณต้องการหรือถ้าคุณเลือกทำแบบนั้น วลีนี้ทำให้คำแนะนำก่อนหน้าเป็นเพียงทางเลือก และปล่อยให้อีกคนเป็นผู้ตัดสินใจ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเงื่อนไขที่ต้องเป็นจริงอย่างเคร่งครัดก่อนจึงจะย้ายได้ หน้าที่ของวลีนี้คือทำให้คำแนะนำฟังดูนุ่มนวลขึ้น ไม่ใช่การบอกเงื่อนไขทางตรรกะที่จำเป็น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ if you like เพื่อทำให้คำแนะนำเป็นทางเลือก

  1. You can join us if the bus is late.
  2. You can join us because you like it.
  3. You can join us if you like.
ดูคำตอบ

You can join us if you like.

Um

0:03

อืม

yeah,

0:04

ใช่

okay.

0:05

ตกลง

Yay!

0:05

เย้!

There.

0:13

ตรงนั้น

Hi neighbor.

0:14

ไงเพื่อนบ้าน

Hi neighbor.

0:16

ไงเพื่อนบ้าน

Welcome to Mulberry Street.

0:17

ยินดีต้อนรับสู่ถนนมัลเบอร์รี่

Has anyone seen the couch cushions? วลี

0:20

มีใครเห็นหมอนอิงโซฟาบ้างไหม?

วลี

Has anyone seen ...?: ถามหาสิ่งของที่หาไม่เจอ

Has anyone seen ...? เป็นวิธีถามคนหลายคนอย่างเป็นธรรมชาติว่า มีใครเห็นคนหรือสิ่งของที่ตอนนี้หาไม่เจอบ้างไหม ในประโยคนี้ seen หมายถึง “เคยเห็น” หรือ “สังเกตเห็น” ไม่ได้หมายความว่ามีใครตั้งใจออกตามหาเบาะเหล่านั้น Present perfect เชื่อมเหตุการณ์ที่อาจเห็นในอดีตเข้ากับความต้องการหาสิ่งของนั้นในตอนนี้ โครงสร้างคือ Has anyone seen + คำนาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามได้อย่างเป็นธรรมชาติว่ามีใครเห็นหมวกที่หาไม่เจอหรือไม่

  1. Has anyone found my hat?
  2. Did anyone look for my hat?
  3. Has anyone seen my hat?
ดูคำตอบ

Has anyone seen my hat?

Dad, do you want to move into Mulberry Street? การใช้คำ

0:22

พ่อ พ่ออยากย้ายมาอยู่ถนนมัลเบอร์รี่ไหม?

การใช้คำ

move into: ย้ายเข้าไปอยู่ในสถานที่หนึ่ง

move into หมายถึงย้ายเข้าไปในบ้านหรือสถานที่สำหรับอยู่อาศัยแห่งใหม่ แล้วเริ่มอาศัยอยู่ที่นั่น ในประโยคนี้ เด็ก ๆ จินตนาการว่าถนน Mulberry Street เป็นย่านที่อยู่อาศัยได้ ดังนั้นวลีนี้จึงเน้นการเข้าไปเป็นผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่แค่เคลื่อนที่ไปทางถนนนั้น โครงสร้างคือ move into + บ้าน อาคาร หรือสถานที่อื่นที่เข้าใจว่าเป็นที่อยู่อาศัย into เน้นการเข้าไปยังสถานที่อยู่อาศัยแห่งใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดจะเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่และเริ่มอาศัยที่นั่น

  1. We are moving into a new house.
  2. We are moving to a new town.
  3. We are moving next to our friends.
ดูคำตอบ

We are moving into a new house.

Please say no. น้ำเสียง/เจตนา

0:24

ขอร้องล่ะ บอกว่าไม่เถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Please say no: ขอให้อีกฝ่ายปฏิเสธ

ในประโยคนี้ say no หมายถึง “ปฏิเสธ” หรือ “ให้คำตอบเชิงลบ” คำว่า Please ทำให้คำสั่ง say no เป็นคำขอที่สุภาพขึ้นแต่ยังตรงไปตรงมา ผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายปฏิเสธคำขอ ข้อเสนอ หรือคำแนะนำ ไม่ใช่เพียงออกเสียงคำว่า no

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ “Please say no.” มากที่สุด

  1. บอกให้อีกฝ่ายหยุดพูด
  2. ขอให้อีกฝ่ายออกเสียงคำว่า no
  3. ขอให้อีกฝ่ายปฏิเสธบางสิ่ง
ดูคำตอบ

ขอให้อีกฝ่ายปฏิเสธบางสิ่ง

Yeah, righto. การใช้คำ

0:25

เอาสิ ได้เลย

การใช้คำ

righto: คำตอบแบบไม่เป็นทางการในอังกฤษและออสเตรเลีย

righto เป็นคำตอบแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “โอเค” “ตกลง” หรือ “เข้าใจแล้ว” ใน Yeah, righto คำนี้ใช้ยอมรับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดอย่างสบาย ๆ หรือแสดงว่าพร้อมทำตาม ที่นี่คำนี้เป็นคำตอบ ไม่ใช่คำคุณศัพท์ right ที่หมายถึง “ถูกต้อง” หรือ “อยู่ทางขวา”

แบบฝึกหัด

righto ใน “Yeah, righto.” น่าจะหมายถึงอะไร

  1. โอเค ฉันเห็นด้วยหรือเข้าใจแล้ว
  2. เคลื่อนไปทางขวา
  3. ข้อความนั้นถูกต้อง
ดูคำตอบ

โอเค ฉันเห็นด้วยหรือเข้าใจแล้ว

Hooray!

0:26

เย่!

I'll move right next to Mum. การใช้คำ

0:29

พ่อจะย้ายไปอยู่ข้างแม่เลย

การใช้คำ

right next to: right ที่ใช้เน้นความหมาย

ใน right next to คำว่า right เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้เน้น ทำให้ตำแหน่งฟังดูชัดเจนว่าอยู่ติดกันพอดี ทั้งวลีหมายถึง “อยู่ข้าง ๆ แบบติดกันเลย” โครงสร้างคือ right next to + คน สถานที่ หรือสิ่งของ ในประโยคนี้ right ไม่ได้หมายถึงทิศขวาหรือ “ถูกต้อง”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ right เพื่อเน้นว่าร้านขายยาอยู่ติดกับธนาคารพอดี โดยไม่ได้ระบุว่าอยู่ทางขวา

  1. The pharmacy is to the right of the bank.
  2. The pharmacy is right next to the bank.
ดูคำตอบ

The pharmacy is right next to the bank.

There goes the neighborhood. สำนวน

0:32

หมดกันความสงบสุขของเพื่อนบ้าน

สำนวน

There goes the neighborhood: การแกล้งบ่นแบบประชดประชัน

There goes the neighborhood. เป็นสำนวนพูดแบบเกินจริงที่ใช้กันทั่วไป หมายถึงคนมาใหม่หรือความเปลี่ยนแปลงอาจทำให้บรรยากาศหรือคุณภาพเดิมของย่านแย่ลง โครงสร้าง There goes ... มองว่าสิ่งหนึ่งสูญเสียไป พังลง หรือไม่ดีเท่าเดิม ไม่ได้หมายความว่าย่านนั้นเคลื่อนที่ไปไหนจริง ๆ ในที่นี้ ผู้พูดแกล้งบ่นเพราะสมาชิกในครอบครัวกำลังจะย้ายมาเป็นเพื่อนบ้าน เจตนาจริงคือหยอกเล่น ไม่ใช่ตัดสินย่านนั้นอย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

Maya บอกเพื่อนว่า “My noisy brothers are moving into the apartment next door.” เพื่อนตอบว่า “There goes the neighborhood!” เพื่อนกำลังทำอะไร

  1. ถามว่าบ้านใหม่ของพวกพี่น้องอยู่ที่ไหน
  2. พูดเล่นว่าพวกพี่น้องจะทำให้บริเวณนั้นแย่ลง
  3. บอกว่าย่านนั้นกำลังเคลื่อนที่ออกไปจริง ๆ
ดูคำตอบ

พูดเล่นว่าพวกพี่น้องจะทำให้บริเวณนั้นแย่ลง

There.

0:37

ตรงนั้น

Hello neighbor.

0:40

สวัสดีเพื่อนบ้าน

Hello.

0:41

สวัสดี

Should I come over for book club now? โน้ต

0:42

ฉันควรไปชมรมหนังสือตอนนี้เลยไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Should I ...?:ใช้ถามว่าควรทำสิ่งหนึ่งหรือไม่

Should I + คำกริยารูปพื้นฐาน ...? ใช้ขอให้ผู้ฟังช่วยตัดสินว่าการกระทำนั้นเป็นความคิดที่ดี เหมาะสม หรือถูกจังหวะหรือไม่ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าการไปหาตอนนี้เหมาะกับแผนหรือไม่ คำถามนี้ไม่ได้เน้นถามถึงความสามารถทางกาย ใช้ Should I + คำกริยารูปพื้นฐาน ...? เมื่อต้องการคำแนะนำหรือการตัดสินใจว่าควรทำอะไร

แบบฝึกหัด

คุณกำลังตัดสินใจว่าจะโทรหรือไม่ ให้ถามเพื่อนร่วมทีมว่าการโทรตอนนี้เป็นความคิดที่ดีหรือไม่: ____ call now?

ดูคำตอบ

Should I

กริยาวลี

come over:ไปเยี่ยมแบบไม่เป็นทางการ

Come over เป็นกริยาวลีที่หมายถึงไปเยี่ยมหรือมายังสถานที่ที่ผู้ฟังหรือบุคคลอื่นอยู่ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังถามว่าควรไปยังสถานที่ของอีกฝ่ายเพื่อร่วมชมรมหนังสือหรือไม่ ในการสนทนาโดยตรง ภาษาอังกฤษสามารถใช้ come กับการเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งของผู้ฟังได้ แม้ว่าจากจุดที่ผู้พูดอยู่ ผู้พูดอาจมองการเดินทางเดียวกันว่าเป็นการ “ไป” ก็ตาม มักละจุดหมายไว้ได้เมื่อทั้งสองฝ่ายเข้าใจอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

คุณกำลังพูดโดยตรงกับเพื่อนที่อยู่บ้าน ประโยคใดใช้ถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณไปเยี่ยมบ้านเพื่อนช่วงบ่ายนี้ได้ไหม

  1. Can I move over this afternoon?
  2. Can I go over this afternoon?
  3. Can I come over this afternoon?
ดูคำตอบ

Can I come over this afternoon?

Oh yes.

0:44

โอ้ ได้สิ

Hop on over neighbor. วลี

0:45

โดดข้ามมาเลยเพื่อนบ้าน

วลี

Hop on over: คำชวนแบบขี้เล่นให้เข้ามาใกล้

“Hop on over” เป็นคำชวนที่เป็นกันเองและขี้เล่น หมายถึง “มาทางนี้” แม้ hop จะแปลตรงตัวว่า “กระโดดสั้น ๆ” แต่ผู้พูดไม่ได้บอกให้เพื่อนบ้านกระโดดมาตลอดทาง การใช้ hop แทน come ทำให้คำชวนฟังดูกระฉับกระเฉงและอบอุ่นขึ้น

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดกับเพื่อนบ้านว่า “Hop on over”?

  1. ชวนให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้แบบขี้เล่น
  2. ขอให้อีกฝ่ายออกไป
  3. บอกให้อีกฝ่ายกระโดดข้ามสิ่งของ
ดูคำตอบ

ชวนให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้แบบขี้เล่น

I'll have to build you a stable, Buckles. ไวยากรณ์

0:51

ฉันต้องสร้างคอกให้เธอนะ บัคเคิลส์

ไวยากรณ์

I'll have to + คำกริยา: ความจำเป็นในอนาคต

“I'll have to” เป็นรูปย่อของ “I will have to” และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน: I'll have to + build วลีนี้รวมการกระทำในอนาคตเข้ากับความจำเป็น ในที่นี้ ผู้พูดตัดสินจากสถานการณ์ว่าจะต้องสร้างคอกม้า ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ามีคนอื่นออกคำสั่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ I will have to: Because the last bus leaves at six, ____ leave work early tomorrow.

ดูคำตอบ

I'll have to

ไวยากรณ์

build you a stable: กริยา + คน + สิ่งของ

build you a stable ใช้โครงสร้าง กริยา + คน + สิ่งของ โดย you คือผู้ได้รับประโยชน์ ส่วน a stable คือสิ่งที่ถูกสร้าง ความหมายคือ “สร้างคอกม้าให้คุณ” ไม่ใช่ “สร้างตัวคุณ” โครงสร้างกรรมสองตัวนี้วางผู้รับหรือผู้ได้รับประโยชน์ไว้หน้าสิ่งของ และยังใช้กับกริยาอย่าง make, buy และ get ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง กริยา + คน + สิ่งของ เพื่อสื่อความหมายของ I made a sandwich for her ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I made a sandwich her.
  2. I made her for a sandwich.
  3. I made her a sandwich.
ดูคำตอบ

I made her a sandwich.

There you go, Buckles. น้ำเสียง/เจตนา

0:58

เอ้านี่ บัคเคิลส์

น้ำเสียง/เจตนา

There you go: ใช้ตอนส่งของให้หรือช่วยเสร็จแล้ว

There you go เป็นสำนวนพูดแบบตายตัวที่ใช้เมื่อส่งของให้ใคร วางของให้เข้าที่ หรือช่วยใครเสร็จแล้ว ความหมายตามสถานการณ์อาจเป็น “นี่จ้ะ” “เสร็จแล้ว” หรือ “เรียบร้อย” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกว่าการกระทำของผู้พูดเสร็จแล้ว ไม่ได้สั่งให้ Buckles ไปที่ไหน

แบบฝึกหัด

คุณยื่นดินสอให้เพื่อน ควรใช้สำนวนใดจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Go there.
  2. There you go.
  3. Off you go.
ดูคำตอบ

There you go.

Hello neighbor.

1:01

สวัสดีเพื่อนบ้าน

Let's start book club. น้ำเสียง/เจตนา

1:02

มาเริ่มชมรมหนังสือกันเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Let's start ... เพื่อชวนให้เริ่มบางอย่างด้วยกัน

Let's start + กิจกรรม ใช้เสนอให้ผู้พูดกับผู้ฟังหรือทั้งกลุ่มเริ่มกิจกรรมนั้นด้วยกัน ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังชวนทุกคนเริ่มชมรมหนังสือ Let's เป็นรูปย่อของ let us แต่รูปประโยคนี้แสดงว่าผู้พูดเสนอให้เริ่มด้วยกัน ตรงนี้ไม่ควรแปล let แยกคำว่า “อนุญาต”

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอให้สมบูรณ์ด้วยวลีสองคำจากบทเรียน: Everyone is ready. ____ the meeting.

ดูคำตอบ

Let's start

Yes, let's. ไวยากรณ์

1:04

ใช่ เริ่มกันเลย

ไวยากรณ์

Yes, let's. เพื่อแสดงความเห็นด้วยโดยไม่พูดการกระทำซ้ำ

Yes, let's. เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่ใช้รับข้อเสนอให้ทำบางอย่างร่วมกัน ในที่นี้เป็นการเห็นด้วยกับข้อเสนอก่อนหน้า Let's start book club. การกระทำที่ตามหลัง let's ถูกละไว้เพราะชัดเจนอยู่แล้ว ผู้ฟังเข้าใจว่าเป็น start book club ดังนั้นจึงจบคำตอบด้วย let's ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบรับสั้น ๆ ด้วยรูปย่อจากบทเรียน: 'Let's bake some bread.' — 'Yes, ____.'

ดูคำตอบ

let's

So, did you think the caterpillar needed to eat quite that much? โน้ต

1:05

สรุปว่า คุณคิดว่าหนอนผีเสื้อจำเป็นต้องกินเยอะขนาดนั้นไหม?

ลำดับความ

So, did you think ...? ในฐานะคำเปิดการสนทนา

ในประโยคนี้ So เป็นคำที่ช่วยจัดทิศทางบทสนทนา โดยส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเข้าสู่หัวข้อหลัก ความหมายตรงนี้ใกล้กับ “เอาละ ทีนี้มาคุยเรื่องนี้กัน” มากกว่า So ที่แปลว่า “ดังนั้น” เพื่อบอกเหตุและผล จากนั้น did you think ...? ใช้ชวนผู้ฟังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่อ่านหรือพบมาแล้ว เมื่อใช้ร่วมกัน วลีนี้จึงช่วยจัดลำดับบทสนทนาและเปิดคำถามเพื่อขอการประเมิน

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของ “So, did you think ...?” ในประโยคนี้คืออะไร?

  1. จบการสนทนาโดยไม่ขอคำตอบ
  2. บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งทำให้เกิดอีกเหตุการณ์หนึ่ง
  3. พาเข้าสู่การสนทนาและเชิญให้อีกฝ่ายแสดงความคิดเห็น
ดูคำตอบ

พาเข้าสู่การสนทนาและเชิญให้อีกฝ่ายแสดงความคิดเห็น

น้ำเสียง/เจตนา

quite that much: ปริมาณที่รู้อยู่แล้วและถูกตั้งข้อสงสัยเล็กน้อย

that much ชี้ไปที่ปริมาณที่มองเห็น มีการกล่าวถึง หรือเข้าใจได้จากบริบทอยู่แล้ว ส่วน quite เน้นว่าปริมาณนั้นสูงถึงระดับดังกล่าว ดังนั้น quite that much จึงมีความหมายใกล้เคียงกับ “มากขนาดนั้น” หรือ “ถึงระดับนั้น” ในคำถามนี้ วลีดังกล่าวแสดงความประหลาดใจหรือความสงสัยเล็กน้อย ผู้พูดสงสัยว่าปริมาณมากขนาดนั้นจำเป็นจริงหรือไม่ ความสงสัยมาจากรูปคำถามและบริบท ไม่ใช่เพราะวลีนี้มีความหมายตายตัวว่า “มากเกินไป”

แบบฝึกหัด

ใน “Did the repair really cost quite that much?” วลี “quite that much” สื่อถึงอะไร?

  1. ผู้พูดไม่รู้ว่าการซ่อมมีค่าใช้จ่ายหรือไม่
  2. จำนวนเงินน้อยและตรงตามที่คาดไว้ทุกอย่าง
  3. จำนวนเงินที่รู้อยู่แล้วดูสูงจนน่าประหลาดใจ
ดูคำตอบ

จำนวนเงินที่รู้อยู่แล้วดูสูงจนน่าประหลาดใจ

What is that noise?

1:10

เสียงอะไรน่ะ?

That's my neighbor.

1:12

นั่นเพื่อนบ้านของฉันเอง

He's rather noisy. การใช้คำ

1:16

เขาค่อนข้างเสียงดังน่ะ

การใช้คำ

rather noisy: การบอกระดับความดังแบบนุ่มนวล

ในประโยค “He's rather noisy.” rather เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่วางไว้หน้า noisy ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ มีความหมายว่า “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” จึงบอกว่าเขาส่งเสียงดังอย่างเห็นได้ชัด rather มักทำให้การประเมินฟังดูนุ่มนวลหรืออ้อมขึ้น โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบบริติช ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า “ไม่ค่อยดัง” และไม่ได้แสดงความชอบแบบใน would rather

แบบฝึกหัด

ใน “The hallway is rather dark.” rather ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่ามีคนชอบเลือกทางเดินนี้มากกว่า
  2. บอกว่าระดับความมืดค่อนข้างมาก
  3. ขอให้ใครสักคนเปิดไฟ
ดูคำตอบ

บอกว่าระดับความมืดค่อนข้างมาก

I'll try asking nicely. ไวยากรณ์

1:19

ฉันจะลองขอร้องเขาดีๆ ดู

ไวยากรณ์

try asking nicely: ลองใช้วิธีหนึ่งด้วยรูป -ing

ในประโยค “I'll try asking nicely.” try + -ing ใช้บอกว่า “การขออย่างสุภาพ” เป็นวิธีหนึ่งที่ผู้พูดจะลองใช้ ผู้พูดต้องการดูว่าการขออย่างเป็นมิตรและสุภาพจะได้ผลหรือไม่ ส่วน nicely บอกลักษณะการขอ รูปแบบนี้ต่างจาก try to ask nicely ซึ่งเน้นความพยายามที่จะขอให้สุภาพสำเร็จ รูป -ing ในที่นี้เน้นการลองใช้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่อาจได้ผล ไม่ใช่แค่พยายามทำการขอให้เสร็จ

แบบฝึกหัด

เครื่องพิมพ์ไม่ตอบสนอง ประโยคใดเสนอการรีสตาร์ตเครื่องพิมพ์เป็นวิธีที่ลองได้

  1. You should restart the printer.
  2. Try restarting the printer.
  3. Try to restart the printer.
ดูคำตอบ

Try restarting the printer.

Excuse me. น้ำเสียง/เจตนา

1:21

ขอโทษนะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

Excuse me.:เริ่มคำขออย่างสุภาพ

ในประโยคนี้ Excuse me. ใช้เรียกความสนใจอย่างสุภาพก่อนถาม ขอร้อง หรือขัดจังหวะสั้น ๆ มีความหมายใกล้กับ “ขอโทษครับ/ค่ะ” หรือ “ขออนุญาต” ในที่นี้ไม่ได้เน้นการขอโทษสำหรับความผิดที่เกิดขึ้นแล้ว แต่เป็นคำเกริ่นเพื่อเริ่มบทสนทนา

แบบฝึกหัด

คุณกำลังจะถามทางจากคนแปลกหน้า ประโยคใดเป็นคำเริ่มต้นที่สุภาพที่สุด

  1. I'm sorry.
  2. Never mind.
  3. Excuse me.
ดูคำตอบ

Excuse me.

Would you mind keeping the noise down? โน้ต

1:23

รบกวนช่วยลดเสียงลงหน่อยได้ไหมคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Would you mind keeping ...:คำขอสุภาพที่ใช้รูป -ing

Would you mind + คำกริยา-ing...? เป็นรูปประโยคสำหรับขอร้องอย่างสุภาพ โดยถามว่าอีกฝ่ายจะรังเกียจหรือไม่หากทำบางอย่าง ในประโยคนี้ keeping the noise down หมายถึงทำให้เสียงเบาลง ไม่ได้หมายถึงการกดเสียงไว้ข้างล่างตามตัวอักษร หลัง mind ต้องใช้คำกริยารูป -ing ดังนั้น keeping จึงเป็นรูปที่ถูกต้อง โครงสร้างนี้ช่วยให้คำขอฟังนุ่มนวลกว่าคำสั่ง

แบบฝึกหัด

ใช้ close ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมคำขอสุภาพให้สมบูรณ์: Would you mind ____ the window?

ดูคำตอบ

closing

วลี

keeping the noise down: รักษาระดับเสียงให้เบาลง

Keep the noise down หมายถึงทำให้คนหรือกิจกรรมต่าง ๆ ส่งเสียงเบาลงและรักษาระดับเสียงนั้นไว้ คำกริยา keep เน้นการคงระดับเสียงให้เบา ไม่ใช่แค่ลดเสียงครั้งเดียว ในที่นี้ down หมายถึง “อยู่ในระดับที่ต่ำลง” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนลงด้านล่าง ส่วน make the noise small ไม่ใช่สำนวนอังกฤษที่เป็นธรรมชาติสำหรับความหมายนี้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวน keep the noise down ลงในประโยค: The baby is asleep, so please ____.

ดูคำตอบ

keep the noise down

Let's try this again tomorrow.

1:29

พรุ่งนี้เราค่อยลองกันใหม่เถอะ

Well, I'm glad I don't have a neighbor like that. น้ำเสียง/เจตนา

1:32

แหม ฉันดีใจนะที่ไม่มีเพื่อนบ้านแบบนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

I'm glad + อนุประโยค: แสดงความดีใจหรือความโล่งใจ

I'm glad แสดงว่าผู้พูดรู้สึกดีใจ พอใจ หรือโล่งใจเกี่ยวกับข้อเท็จจริงบางอย่าง หลัง glad สามารถตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์เพื่อระบุข้อเท็จจริงนั้นได้ โดยมีโครงสร้าง I'm glad + ประธาน + กริยา ในประโยคนี้ ข้อเท็จจริงคือผู้พูดไม่มีเพื่อนบ้านแบบนั้น ดังนั้น glad จึงแสดงความโล่งใจกับสถานการณ์ ไม่ใช่คำทักทายหรือความคิดเห็นทั่วไปที่หมายถึง good

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณหากุญแจที่หายไปเจอแล้ว คำตอบใดแสดงความดีใจหรือความโล่งใจเกี่ยวกับข้อเท็จจริงนี้

  1. I'm glad you found them.
  2. You must find them.
  3. I hope you find them.
ดูคำตอบ

I'm glad you found them.

Bingo.

1:35

บิงโก

What?

1:36

อะไร?

You moved your house into my reading area.

1:36

เธอย้ายบ้านของเธอเข้ามาในพื้นที่อ่านหนังสือของฉันนะ

I needed that bit for my animals. การใช้คำ

1:39

ฉันต้องการพื้นที่ตรงนั้นให้สัตว์ของฉัน

การใช้คำ

that bit: ใช้เรียกส่วนหรือพื้นที่เล็ก ๆ แบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ that bit หมายถึง “ส่วนเล็ก ๆ ตรงนั้น” หรือ “พื้นที่เล็ก ๆ ตรงนั้น” ผู้พูดกำลังหมายถึงส่วนหนึ่งที่เจาะจงของพื้นที่อ่านหนังสือ โดย bit ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “การกัดหนึ่งคำ” หรือ “บิต” ทางคอมพิวเตอร์ ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในชีวิตประจำวัน bit เป็นคำนามไม่เป็นทางการที่ใช้ได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อหมายถึงส่วนที่เล็กหรือไม่ได้วัดอย่างแม่นยำ บริบทจะบอกว่าหมายถึงพื้นที่ สิ่งของ ข้อความ ช่วงเวลา หรืออย่างอื่น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Please leave that bit of the table clear,” คำว่า that bit น่าจะหมายถึงอะไร

  1. ส่วนเล็ก ๆ ของโต๊ะที่กำลังชี้ให้ดู
  2. เลขฐานสองหนึ่งหลัก
  3. ส่วนหนึ่งของโต๊ะที่ถูกกัดออกไป
ดูคำตอบ

ส่วนเล็ก ๆ ของโต๊ะที่กำลังชี้ให้ดู

Hello?

1:44

ฮัลโหล?

Bingo took my reading area and she's not giving it back. กริยาวลี

1:45

บิงโกเอาพื้นที่อ่านหนังสือของหนูไป และเธอไม่ยอมคืนให้ค่ะ

กริยาวลี

giving it back: ตำแหน่งคำสรรพนามใน give back

Give something back หมายถึง “คืนสิ่งของให้เจ้าของหรือคืนไปยังที่เดิม” ในที่นี้ it หมายถึง my reading area ดังนั้น Bingo จึงไม่ยอมให้ผู้พูดกลับมาใช้พื้นที่นั้นอีก Give back เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง give the book back และ give back the book แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it ต้องวางไว้ระหว่าง give กับ back โดยใช้ give it back ไม่ใช่ give back it

แบบฝึกหัด

เติมคำขอให้สมบูรณ์โดยใช้ give back และคำสรรพนาม it: This pen is mine. Please ____.

ดูคำตอบ

give it back

Well, have you tried asking her nicely? ไวยากรณ์

1:49

อืม ลูกลองขอร้องน้องดีๆ หรือยังล่ะ?

ไวยากรณ์

Have you tried asking...?: ถามอย่างนุ่มนวลว่าเคยลองวิธีนี้หรือยัง

Have you tried + กริยา-ing...? ใช้ถามว่าจนถึงตอนนี้อีกฝ่ายเคยลองวิธีหนึ่งหรือยัง ไม่ได้ถามว่าเหตุการณ์ในอดีตครั้งใดครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อไร ในประโยคนี้ asking her nicely คือวิธีที่กำลังตรวจสอบ คำถามนี้ยังทำหน้าที่เป็นคำแนะนำแบบนุ่มนวล โดยชวนให้อีกฝ่ายพิจารณาวิธีนั้น แทนการบอกตรง ๆ ว่าต้องทำอะไร

แบบฝึกหัด

เครื่องพิมพ์ของเพื่อนไม่ทำงาน ใช้ try ถามเพื่อนโดยตรงว่าจนถึงตอนนี้ได้ลองรีสตาร์ตหรือยัง: ____ restarting it?

ดูคำตอบ

Have you tried

Uh not yet. วลี

1:53

เอ่อ ยังค่ะ

วลี

Not yet: จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ทำ

Not yet เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่หมายความว่า การกระทำที่คาดไว้หรืออาจเกิดขึ้นยังไม่เกิดหรือยังไม่เสร็จจนถึงตอนนี้ yet เพิ่มความหมายด้านเวลา และมักเปิดโอกาสไว้ว่าการกระทำนั้นอาจเกิดขึ้นภายหลัง ในที่นี้ใช้แทนคำตอบเต็มอย่าง I haven't tried asking her nicely yet. จึงตอบคำถาม present perfect ได้โดยไม่ต้องพูดวลีกริยาซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบสั้น ๆ ที่หมายถึง “จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ทำ”: Have you sent the email? — ____. I'll send it after lunch.

ดูคำตอบ

Not yet

What's all that noise? น้ำเสียง/เจตนา

1:54

เสียงดังอะไรกันน่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

all that noise: แสดงความประหลาดใจหรือความรำคาญ

ในคำถามนี้ all that noise ไม่ได้เพียงชี้ว่าเป็นเสียงอะไร แต่ all that ทำให้ผู้พูดมองว่าเสียงนั้นเป็นสิ่งรบกวนที่ดังหรือมากเกินไป จึงสื่อความประหลาดใจ ความรำคาญ หรือทั้งสองอย่าง รูปแบบ What's all that + uncountable noun? ใช้แสดงปฏิกิริยาต่อปริมาณหรือระดับที่สังเกตได้ชัด พร้อมกับถามว่าเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

คุณได้ยินเสียงกระแทกดังจากชั้นบนและต้องการแสดงความประหลาดใจกับความรำคาญ คำถามใดเหมาะสมที่สุด?

  1. What's that noise upstairs?
  2. What level of noise is allowed upstairs?
  3. What's all that noise upstairs?
ดูคำตอบ

What's all that noise upstairs?

Oh, it's my neighbor.

1:56

โอ้ เพื่อนบ้านของฉันเอง