ราชินีชิลลี่ 👑 | ราชินี | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: ในการเล่นสมมติเป็นราชินีและพ่อบ้านของเด็ก ๆ บทบาทราชินีเปลี่ยนจากสิทธิพิเศษที่ดูน่าอิจฉาเป็นหน้าที่หนักซึ่งต้องรับผิดชอบหลายอย่าง ตอนท้ายทั้งสองคนคิดวิธีที่จะเป็นพ่อบ้านพร้อมกันได้ ต้อนรับราชินีองค์ใหม่ และจบการเล่นด้วยการนำประเด็นเรื่องไม่หวั่นงานหนักกลับมาใช้ในสถานการณ์ใหม่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. your majesty, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจว่านี่คือคำเรียกกษัตริย์หรือราชินีตามธรรมเนียม จึงช่วยให้แยกแยะบทบาทในราชสำนักและระดับภาษาที่เด็ก ๆ จงใจทำให้เป็นทางการเกินจริงได้ ไม่ใช่ตีความว่าเป็นคำเรียกทั่วไปที่คนในครอบครัวใช้กัน 2. you're always having to — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า always เมื่อใช้ร่วมกับ be having to ทำให้หน้าที่ถูกมองว่าเกิดซ้ำหรือดำเนินต่อเนื่อง พร้อมเน้นความรู้สึกเป็นภาระ จึงแยกได้ระหว่าง “ต้องทำอะไรอยู่เรื่อย ๆ” กับ have to แบบเป็นกลางที่กล่าวถึงเหตุการณ์ครั้งเดียว 3. because we are not afraid of a bit of hard work. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่า because ให้เหตุผลแก่คำสัญญาของเหล่าพ่อบ้าน ขณะที่ถ้อยคำซ้ำเชื่อมกลับไปยังคำกล่าวก่อนหน้าของราชินี รูปแบบนี้ช่วยให้เห็นว่าบทสนทนาสร้างตอนจบที่ขบขันด้วยการนำแนวคิดหลักกลับมาใช้ในบริบทใหม่อย่างไร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Your Majesty เมื่อใช้เรียกกษัตริย์หรือราชินีโดยตรง
Your Majesty เป็นคำเรียกแบบดั้งเดิมที่ใช้เมื่อพูดกับกษัตริย์หรือราชินีโดยตรง ในที่นี้ majesty เป็นส่วนหนึ่งของคำเรียกเต็ม ไม่ใช่คำนามทั่วไปที่หมายถึงความสง่างามหรือความยิ่งใหญ่ ในประโยคนี้ คำเรียกดังกล่าวทำให้รู้ทันทีว่ากำลังเล่นบทบาทราชสำนัก และสร้างน้ำเสียงที่เป็นทางการแบบในวัง
แบบฝึกหัด
เด็กคนหนึ่งกำลังพูดกับผู้ที่เล่นเป็นราชินีโดยตรง ประโยคใดใช้คำเรียกแบบราชสำนักได้ถูกต้อง
- Her Majesty, may I come in?
- Your Majesty, may I come in?
- My Majesty, may I come in?
ดูคำตอบ
Your Majesty, may I come in?
may I have that ginger beer if your grace isn't drinking it? โน้ต
0:02หม่อมฉันขอจินเจอร์เบียร์แก้วนั้นได้ไหมพะยะค่ะ หากพระองค์ไม่ทรงดื่ม
May I have ...? สำหรับการขอสิ่งของอย่างสุภาพ
May I have ...? เป็นรูปประโยคสุภาพสำหรับขอให้ใครบางคนให้หรือเสิร์ฟสิ่งของแก่คุณ หรืออนุญาตให้คุณหยิบสิ่งนั้น ในการใช้นี้ may ใช้ขออนุญาต ไม่ได้หมายถึง “อาจจะ” วางสิ่งที่ต้องการไว้หลัง have: May I have + นามวลี? รูปประโยคนี้สุภาพและไม่ฟังดูบังคับเท่ากับการพูดเพียงว่า I want ....
แบบฝึกหัด
ใช้รูปประโยคขออย่างสุภาพจากบทเรียนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ a menu, please?
ดูคำตอบ
May I have
if your grace isn't drinking it?: การขออย่างสุภาพโดยใช้เงื่อนไข
วลี if your grace isn't drinking it ทำให้คำขอขึ้นอยู่กับเงื่อนไขว่าอีกฝ่ายไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มนั้นอยู่ ในที่นี้ if ไม่ได้ใช้เพื่อวิเคราะห์เงื่อนไขที่ซับซ้อนเป็นหลัก แต่ใช้เพื่อเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเลือกได้ การวางเงื่อนไขไว้หลังคำขอแสดงถึงความเกรงใจและลดแรงกดดัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ [คำขอ] if [อีกฝ่ายไม่ต้องการหรือไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งนั้น]
แบบฝึกหัด
คุณต้องการยืมที่ชาร์จของเพื่อน แต่ยังอยากให้อีกฝ่ายเลือกได้ว่าจะใช้ต่อหรือไม่ ประโยคใดแสดงความเกรงใจที่สุด
- I'll take your charger because I need it.
- Can I use your charger if you're not using it?
- Your charger is mine now.
ดูคำตอบ
Can I use your charger if you're not using it?
your grace: คำเรียกแบบดั้งเดิมและบรรยากาศของการเล่นบทบาท
Your Grace เป็นคำเรียกแบบดั้งเดิมสำหรับดยุก ดัชเชส และในบริบทของอังกฤษบางแห่งใช้กับอาร์ชบิชอปด้วย คำนี้เป็นตำแหน่งที่ใช้เรียกบุคคลโดยตรง ดังนั้น grace ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความสง่างามหรือพระคุณทางศาสนา ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้คำเรียกดังกล่าวในฉากราชสำนักสมมติ ทำให้คำขอเครื่องดื่มธรรมดาฟังเหมือนบทสนทนาในราชสำนัก คำเรียกที่ยิ่งใหญ่เกินจริงนี้สร้างบรรยากาศของการเล่นบทบาท แต่ไม่ได้แปลว่าบุคคลนั้นเป็นดยุกหรือดัชเชสจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในละครประวัติศาสตร์ ตัวละครกำลังพูดกับดยุก คำเรียกใดตรงกับตำแหน่งนี้
- Your Honor, the horses are ready.
- Your Majesty, the horses are ready.
- Your Grace, the horses are ready.
ดูคำตอบ
Your Grace, the horses are ready.
bless you, your majesty: คำตอบสุภาพเชิงอวยพร ไม่ใช่คำตอบหลังจาม
Bless you มักใช้หลังจากมีคนจาม แต่ในที่นี้ไม่มีใครจาม หลังจากราชินีอนุญาตให้ผู้พูดหยิบเครื่องดื่มได้ bless you จึงเป็นคำตอบแสดงความขอบคุณในรูปแบบของคำอวยพร ไม่ใช่คำอวยพรให้มีสุขภาพดีตามตัวอักษร Your Majesty เป็นคำเรียกที่เป็นทางการมาก เมื่อนำมารวมกัน ทั้งประโยคจึงฟังดูอบอุ่น ให้ความเคารพ และจงใจใช้บรรยากาศแบบราชสำนัก ความหมายใกล้เคียงกับ “ขอบพระคุณมาก ฝ่าพระบาท” โดยเติมน้ำเสียงแบบอวยพรเข้าไป
แบบฝึกหัด
ไม่มีใครจาม และราชินีเพิ่งอนุญาตให้แขกหยิบเครื่องดื่มได้ Bless you, Your Majesty แสดงความหมายหลักว่าอย่างไร
- คำตอบตามธรรมเนียมหลังการจาม
- คำเตือนว่าแขกอาจไม่สบาย
- คำขอบคุณอย่างสุภาพในโทนแบบอวยพร
ดูคำตอบ
คำขอบคุณอย่างสุภาพในโทนแบบอวยพร
thank you for looking after: การขอบคุณด้วย for + -ing สำหรับการดูแล
Thank you for + คำนามหรือวลีที่มีคำกริยาเติม -ing ใช้บอกว่าเราขอบคุณเรื่องหรือการกระทำใด ในประโยคนี้ looking after เป็นรูป -ing ของ look after ซึ่งหมายถึงดูแลหรือปกป้อง ส่วน us all คือกลุ่มคนทั้งหมดที่ได้รับการดูแล ในที่นี้ for เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วย looking ไม่ใช่ look รูปประโยคนี้จึงเป็นการขอบคุณสำหรับการดูแลคนทั้งกลุ่ม
แบบฝึกหัด
ใช้ look after ในรูป -ing เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Thank you for ____ my plants while I was away.
ดูคำตอบ
looking after
look after: ดูแลใครหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
look after เป็น phrasal verb ที่หมายถึงดูแลคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และทำให้แน่ใจว่าคนนั้นหรือสิ่งนั้นปลอดภัยและได้รับสิ่งที่จำเป็น ใน looking after us all คำว่า looking อยู่ในรูป -ing เพราะตามหลังบุพบท for ในโครงสร้าง thank you for... ควรเข้าใจ look after เป็นหน่วยเดียว ในที่นี้ after ไม่ได้หมายถึง “หลังจาก” ในแง่เวลา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb สองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ดูแล”: Please ____ my little brother for an hour.
ดูคำตอบ
look after
It must be nice being ...: ใช้คาดเดาอย่างมั่นใจ
ในที่นี้ must be ใช้แสดงการคาดเดาอย่างมั่นใจ ผู้พูดคิดว่าการเป็นราชินีน่าจะเป็นเรื่องที่ดีมาก ในประโยคนี้ must ไม่ได้สื่อถึงกฎหรือหน้าที่ที่ต้องทำ being the queen ระบุบทบาทที่กำลังถูกประเมิน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ It must be + คำคุณศัพท์ + วลีคำกริยารูป -ing โดยวลี -ing จะบอกบทบาท กิจกรรม หรือสถานการณ์
แบบฝึกหัด
เรียง must, hard และ being ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: It ____ a doctor.
ดูคำตอบ
must be hard being
ใช้ Actually, it's not. เพื่อแก้ความเข้าใจอย่างนุ่มนวล
Actually ที่ต้นคำตอบเป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังแก้ข้อสันนิษฐานของอีกฝ่าย ในที่นี้ it's not หมายความว่าสถานการณ์ไม่ได้ดีอย่างที่ผู้พูดก่อนหน้าคิด Actually มีหน้าที่ในการสนทนาอย่างชัดเจน คือเตรียมให้ผู้ฟังรับข้อเท็จจริงหรือมุมมองที่ต่างออกไป จึงอาจฟังไม่ห้วนเท่าการพูดเพียง No แต่โทนเสียงก็ยังสำคัญ
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า 'The library is closed today.' คำตอบใดแก้ข้อสันนิษฐานนั้นได้ชัดเจนที่สุด
- Usually, it's open until eight.
- Maybe, it's open until eight.
- Actually, it's open until eight.
ดูคำตอบ
Actually, it's open until eight.
ใช้ I'd rather be เพื่อบอกตัวเลือกที่ชอบมากกว่า
I'd rather เป็นรูปย่อของ I would rather ใช้บอกว่าชอบตัวเลือกหนึ่งมากกว่าอีกตัวเลือกหนึ่ง ในที่นี้ be นำไปสู่บทบาทที่ผู้พูดอยากเป็นมากกว่า หลัง would rather ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน จึงพูดว่า would rather be ไม่ใช่ would rather to be หากอีกตัวเลือกหนึ่งชัดเจนอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ stay: I'd rather ____ home tonight.
ดูคำตอบ
stay
Guess you do have a lot of royal subjects to take care of. โน้ต
0:22หม่อมฉันเดาว่าพระองค์คงมีราษฎรมากมายต้องทรงดูแล
Guess you do have: ทำให้ข้อสรุปนุ่มนวลและเพิ่มการเน้น
Guess ที่ต้นประโยคเป็นรูปภาษาพูดที่ย่อมาจาก I guess โดยทำให้ข้อความฟังเหมือนข้อสรุปที่ผู้พูดเพิ่งเข้าใจ จึงไม่ห้วนเกินไปและแสดงความเข้าใจอีกฝ่ายมากขึ้น you do have ใช้ do เป็นกริยาช่วยเพื่อเน้นในประโยคบอกเล่า โดยเน้นว่าอีกฝ่ายมีคนจำนวนมากที่ต้องดูแลจริง ๆ ไม่ได้ใช้ do เพื่อสร้างคำถาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อแบบภาษาพูดที่ใช้คาดคะเนและ do ที่ใช้เน้น: หลังจากได้ยินว่า Maya มีหน้าที่มากมาย คุณพูดว่า "____ a lot to manage."
ดูคำตอบ
Guess you do have
royal subjects: พสกนิกรใต้การปกครองของพระมหากษัตริย์
ในที่นี้ royal subjects หมายถึงผู้คนที่อยู่ใต้การปกครองของกษัตริย์หรือราชินี หรือก็คือพสกนิกร ซึ่งเป็นผู้คนที่ราชินีมีหน้าที่รับผิดชอบและต้องดูแล คำขยาย royal ทำให้ subjects มีความหมายทางการเมืองนี้ ไม่ได้หมายถึงวิชาเรียนหรือประธานของประโยคตามหลักไวยากรณ์
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The queen listened to the concerns of her royal subjects," คำว่า royal subjects หมายถึงอะไร
- วิชาเรียนที่ราชินีศึกษา
- ผู้คนที่อยู่ใต้การปกครองของราชินี
- ประธานตามหลักไวยากรณ์ในประโยคของราชินี
ดูคำตอบ
ผู้คนที่อยู่ใต้การปกครองของราชินี
take care of: ระบุคนหรือสิ่งที่ได้รับการดูแล
take care of หมายถึงดูแลคนหรือสิ่งของ หรือรับผิดชอบสิ่งที่บุคคลหรือสิ่งนั้นต้องการ ในประโยคนี้ royal subjects คือเหล่าพสกนิกรที่พระราชินีมีหน้าที่ดูแล โครงสร้างปกติคือ take care of + กรรม ในประโยคนี้กรรม royal subjects อยู่ก่อน to take care of วลีจึงจบด้วย of แต่ยังต้องมีคำบุพบทนี้อยู่ กรรมอาจเป็นปัญหาหรืองานก็ได้ ซึ่งในกรณีนั้นวลีนี้หมายถึงจัดการเรื่องนั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่หายไปให้ประโยคสมบูรณ์: Nina will take care ____ the baby while we cook.
ดูคำตอบ
of
And you're always having to do things you don't want to. ไวยากรณ์
0:25และพระองค์ก็ต้องทรงทำในสิ่งที่ไม่อยากทำอยู่เสมอ
you're always having to ...: ภาระหน้าที่ที่หนักและเกิดซ้ำ
you're always having to ... ใช้โครงสร้าง be + always + having to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อแสดงหน้าที่ว่าเป็นรูปแบบที่เกิดซ้ำและดำเนินต่อเนื่อง ในที่นี้ผู้พูดหมายถึงงานที่ไม่อยากทำยังคงเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพียงมีหน้าที่หนึ่งอย่างในตอนนี้ เมื่อใช้ always กับรูปกำลังกระทำ มักเพิ่มท่าทีของผู้พูดด้วย โดยรูปแบบที่เกิดซ้ำอาจให้ความรู้สึกเป็นภาระ น่ารำคาญ หรือน่าเห็นใจ ส่วน You have to ... ที่เรียบง่ายกว่าสามารถบอกหน้าที่ได้โดยไม่เน้นอารมณ์จากการเกิดซ้ำนี้
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างที่เน้นไว้เพื่อแสดงหน้าที่ที่เกิดซ้ำและน่าหงุดหงิด: She's ____ work late because the schedule keeps changing.
ดูคำตอบ
always having to
things you don't want to: การละกริยาที่ซ้ำหลัง to
ใน things you don't want to รูปที่เต็มกว่าคือ things you don't want to do ภาษาอังกฤษคงคำบอก infinitive คือ to ไว้ แต่ละ do เพราะวลี do things ที่มาก่อนทำให้รู้ชัดว่าการกระทำที่หายไปคืออะไร ประโยคนี้สมบูรณ์ ไม่ได้หยุดกลางคัน การละ infinitive แบบนี้ช่วยเลี่ยงการพูดซ้ำ เมื่อผู้ฟังสามารถเติมกริยาหรือวลีกริยาที่ละไว้ได้ง่าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยละกริยาที่ซ้ำและเหลือไว้เพียง to: I don't want to apologize, but I know I have ____.
ดูคำตอบ
to
a big job: งานหนักหรือหน้าที่ที่มีความรับผิดชอบสูง
ในประโยคนี้ a big job หมายถึงงานหรือบทบาทที่ต้องใช้แรงมากหรือมีความรับผิดชอบสูง big บอกขนาดในเชิงขอบเขตหรือความหนักของงาน ไม่ใช่ขนาดทางกายภาพ ตรงนี้ job หมายถึงงานชิ้นหนึ่งหรือหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องเป็นอาชีพที่ได้รับค่าจ้าง big ใช้บอกความสำคัญหรือความหนักของสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ เช่น a big decision หรือ a big responsibility
แบบฝึกหัด
มีคนพูดว่า Organizing the school festival is a big job. a big job ในที่นี้หมายถึงอะไร
- การจัดงานนี้ต้องใช้แรงมากและมีความรับผิดชอบสูง
- เทศกาลนี้จะใช้พื้นที่ทางกายภาพขนาดใหญ่มาก
- การจัดงานนี้เป็นชื่อของอาชีพที่ได้รับค่าจ้าง
ดูคำตอบ
การจัดงานนี้ต้องใช้แรงมากและมีความรับผิดชอบสูง
Don't you ever feel like running off to play? โน้ต
0:32พระองค์ไม่เคยทรงรู้สึกอยากหนีไปเล่นบ้างหรือพะยะค่ะ?
Don't you ever ...?: คำถามปฏิเสธที่แสดงความประหลาดใจ
Don't you ever + คำกริยา ...? เป็นคำถามแบบปฏิเสธที่ใช้เมื่อผู้พูดคาดว่าอย่างน้อยบางครั้งอีกฝ่ายน่าจะทำสิ่งนั้น แต่รู้สึกแปลกใจหรือไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายไม่เคยทำเลย โครงสร้างนี้มีน้ำเสียงแรงกว่า Do you ever ...? ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่อยากเชื่อว่าราชินีไม่เคยรู้สึกอยากวิ่งออกไปเล่นเลย ดังนั้นจึงไม่ใช่แค่การถามความถี่แบบเป็นกลาง แต่ยังสื่อความประหลาดใจและการซักถามด้วยอารมณ์ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงความประหลาดใจที่ใครบางคนไม่เคยพักเลยได้ชัดเจนที่สุด
- You take a break every day.
- Don't you ever take a break?
- Do you ever take a break?
ดูคำตอบ
Don't you ever take a break?
feel like running off: feel like + คำกริยาเติม -ing
feel like + คำนามหรือคำกริยาเติม -ing หมายถึง อยากได้บางสิ่งหรือรู้สึกอยากทำบางอย่าง ใน feel like running off, running off คือการกระทำที่ผู้พูดอยากทำ ส่วน to play อธิบายจุดประสงค์ของการวิ่งออกไป เมื่อมีคำกริยาตามหลัง feel like ต้องใช้รูป -ing เช่น feel like running ไม่ใช่ feel like to run โครงสร้างนี้บอกความรู้สึกหรือแรงกระตุ้นในขณะนั้น ไม่ได้สัญญาว่าจะทำจริงแน่นอน
แบบฝึกหัด
ใช้ feel like + คำกริยาเติม -ing เพื่อบอกความต้องการในตอนนี้: I ____ a film tonight
ดูคำตอบ
feel like watching
A queen does not just ...: ปฏิเสธโดยอ้างหลักของบทบาท
ในที่นี้ A queen does not ... ทำให้การตัดสินใจดูเป็นกฎที่ผูกกับบทบาทของราชินี ไม่ใช่แค่ความชอบส่วนตัวหรือการบอกว่าร่างกายทำสิ่งนั้นไม่ได้ ผู้พูดใช้หลักที่ผูกกับบทบาทนี้เพื่อปฏิเสธความคิดที่จะออกไปเล่น คำว่า just ทำให้การจากไปดูสบาย ๆ ราวกับว่าเธอสามารถทิ้งหน้าที่แล้วไปได้เลย ดังนั้นประโยคนี้จึงช่วยรักษาภาพลักษณ์ของความรับผิดชอบและความสง่างามด้วย
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า A queen does not just run off to play?
- อ้างว่าราชินีไม่มีความสามารถทางร่างกายที่จะวิ่ง
- ใช้หน้าที่ของบทบาทตนเองอธิบายว่าทำไมเธอจึงออกไปเล่นตามใจไม่ได้
- ขออนุญาตเลิกเป็นราชินี
ดูคำตอบ
ใช้หน้าที่ของบทบาทตนเองอธิบายว่าทำไมเธอจึงออกไปเล่นตามใจไม่ได้
run off: ออกจากที่เดิมไปอย่างกะทันหัน
ในประโยคนี้ run off หมายถึงออกไปหรือเคลื่อนห่างไปอย่างกะทันหัน มักเป็นการออกจากคน สถานที่ หรือหน้าที่ที่คาดว่าคนนั้นควรอยู่ต่อ คำว่า off เพิ่มความหมายของการแยกออกจากตำแหน่งปัจจุบัน ส่วน run เพียงคำเดียวจะบอกแค่ลักษณะการเคลื่อนไหว รูป infinitive to play บอกจุดประสงค์ของการจากไป ดังนั้น run off to play จึงหมายถึงรีบออกไปเพื่อไปเล่น ในบริบทนี้วลีดังกล่าวทำให้การจากไปดูตามใจและอาจไม่รับผิดชอบ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ run off เติมประโยคให้สมบูรณ์: When Leo heard the bell, he ____ to join his friends.
ดูคำตอบ
ran off
I didn't mean ในฐานะคำขึ้นต้นเพื่อแก้ความเข้าใจ
ในประโยคนี้ I didn't mean เป็นคำขึ้นต้นเพื่อแก้สิ่งที่พูดไป ผู้พูดรู้ตัวว่าคำพูดก่อนหน้าอาจสื่อเรื่องที่เสียมารยาทหรือไม่ตรงกับเจตนา จึงเริ่มถอนความหมายที่อีกฝ่ายอาจเข้าใจไป คำว่า mean ตรงนี้หมายถึงข้อความหรือผลที่ผู้พูดตั้งใจให้เกิด ไม่ใช่ความหมายตามพจนานุกรมของคำศัพท์ ในการสนทนาตามธรรมชาติ วลีนี้อาจหยุดที่ mean ได้ การเว้นจังหวะ ความลังเล การหยุดคำพูดของตัวเอง หรือการถูกอีกฝ่ายพูดแทรก อาจทำให้ไม่พูดกรรมต่อ แต่บริบทช่วยให้เข้าใจว่าส่วนที่ละไว้คือ that หรือ it that way
แบบฝึกหัด
คุณรู้ตัวว่าความคิดเห็นของคุณฟังดูน่าขุ่นเคือง คำตอบใดเริ่มการชี้แจงได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- I don't have a meaning.
- I didn't mean it that way.
- I wasn't meaning it that way.
ดูคำตอบ
I didn't mean it that way.
not afraid of a bit of hard work: ไม่ย่อท้อต่องานหนัก
Not afraid of a bit of hard work หมายถึงพร้อมออกแรงและไม่ถอยเพียงเพราะงานนั้นเหนื่อยหรือยาก คำว่า afraid ตรงนี้บอกท่าทีของคนที่มีต่อความพยายาม ไม่ใช่ความกลัวจริง ๆ A bit of ทำให้งานหนักฟังดูเป็นเรื่องเล็กหรือพอรับมือได้ การพูดให้ดูเบาลงเช่นนี้ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงมั่นใจว่าความลำบากเพียงเท่านี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
แบบฝึกหัด
เพื่อนต้องการความช่วยเหลือเก็บกวาดสวน ประโยคใดแสดงอย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณเต็มใจทำงานที่เหนื่อยนี้
- I'm not afraid of a bit of hard work.
- I'm not afraid from a hard work.
- I'm not afraid to a little working.
ดูคำตอบ
I'm not afraid of a bit of hard work.
In fact, ...: การเน้นย้ำคำกล่าวก่อนหน้า
In fact เป็นคำเชื่อมในบทสนทนาที่ใช้เน้นย้ำสิ่งที่พูดไปก่อนหน้า ในที่นี้ผู้พูดเพิ่งบอกว่าไม่กลัวงานหนัก แล้วใช้ In fact เพื่อพาบทสนทนาไปสู่การกระทำทันทีที่สนับสนุนคำกล่าวนั้น ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อบอกว่าคำพูดถัดไปเป็นข้อเท็จจริงเท่านั้น ในรูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้ ให้ใช้ In fact, นำหน้าข้อมูลที่ทำให้คำกล่าวก่อนหน้าหนักแน่นขึ้น เฉพาะเจาะจงขึ้น หรือเชื่อได้มากขึ้น แม้สิ่งที่ตามมาจะเป็นการกระทำแทนที่จะเป็นประโยคเต็ม คำนี้ก็ยังบอกให้ผู้ฟังเชื่อมโยงการกระทำนั้นกับคำกล่าวก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่เหมาะที่สุดเพื่อเน้นย้ำคำกล่าวแรกด้วยการกระทำที่ตามมา: I can help with the move. ____, I'll start packing tonight.
- For example
- On the other hand
- In fact
ดูคำตอบ
In fact
Bring me that ginger beer: โครงสร้าง bring + คน + สิ่งของ
Bring me that ginger beer ใช้โครงสร้างกริยา + คนรับ + สิ่งของ หรือ bring + คน + สิ่งของ โดย me คือคนที่รับเครื่องดื่ม และ that ginger beer คือสิ่งของที่ถูกนำมา ประโยคนี้เป็นประโยคคำสั่งที่ขึ้นต้นด้วยกริยารูปพื้นฐาน Bring และละประธาน you ไว้โดยเข้าใจได้จากบริบท Bring โดยทั่วไปแสดงการเคลื่อนสิ่งของเข้าหาผู้พูดหรือจุดหมายที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์นั้น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งของอื่นได้ และอีกลำดับหนึ่งคือ bring + สิ่งของ + to + คน
แบบฝึกหัด
เติมคำขอให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้างกริยา + คนรับ + สิ่งของ: Please ____ the blue folder before the meeting.
ดูคำตอบ
bring me
one has: ใช้ one เรียกตนเองด้วยน้ำเสียงแบบราชวงศ์
ในประโยคนี้ one หมายถึงตัวผู้พูดเอง ดังนั้น one has จึงมีความหมายเท่ากับ I have ไม่ได้หมายถึงเลขหนึ่ง และไม่ใช่สรรพนามทั่วไปที่หมายถึง “ใคร ๆ ก็ได้” เด็กใช้การเรียกตนเองแบบเด่นชัดนี้เพื่อให้ฟังดูเหมือนราชินี ในการเล่นบทบาทราชวงศ์หรือฉากตลกที่คล้ายกัน one อาจหมายถึงตัวผู้พูด แต่บริบทต้องทำให้ความหมายพิเศษนี้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ในการเล่นบทบาทราชินีนี้ one ใน one has a new song หมายถึงอะไร?
- ตัวผู้พูดเอง โดยใช้น้ำเสียงแบบราชวงศ์อย่างขี้เล่น
- ผู้คนโดยทั่วไป
- บุคคลที่ไม่ระบุตัวตนจำนวนหนึ่งคนพอดี
ดูคำตอบ
ตัวผู้พูดเอง โดยใช้น้ำเสียงแบบราชวงศ์อย่างขี้เล่น
Ready?: คำถามสั้น ๆ ก่อนเริ่ม
Ready? เป็นรูปย่อในการสนทนาของ Are you ready? ใช้ตรวจสอบว่าผู้ฟังสามารถเริ่มหรือทำกิจกรรมต่อได้หรือไม่ ไม่ได้เป็นเพียงการบอกว่าบางสิ่งอยู่ในสภาพพร้อมแล้ว ภาษาอังกฤษมักละ Are you ในคำถามสั้น ๆ นี้เมื่อสถานการณ์ทำให้ชัดเจนว่ากำลังถามใคร ผลที่ได้เป็นคำถามพูดที่สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์
แบบฝึกหัด
เติมรูปย่อหนึ่งคำในการสนทนาของ Are you ready?: ____? Look at the camera.
ดูคำตอบ
Ready
But one does it anyway: ถึงอย่างนั้นก็ยังทำ
But ใช้แสดงการยอมรับว่าก่อนหน้านั้นมีเหตุผลที่ไม่อยากทำ มีอุปสรรค หรือมีการคัดค้าน ส่วน anyway หมายถึง “ถึงอย่างนั้น” หรือ “อยู่ดี” และบอกว่าสุดท้ายการกระทำนั้นก็ยังเกิดขึ้น ในประโยคนี้ one เป็นสรรพนามทั่วไปที่ฟังดูเป็นทางการหรือเหมือนกำลังสวมบทบาท โดยผู้พูดใช้เรียกตัวเอง และ it หมายถึงการเป็นราชินี โครงสร้าง but ... anyway ใช้ต่อยอดได้เมื่อต้องการบอกว่ามีอุปสรรคแต่ผลลัพธ์ยังเหมือนเดิม
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่หมายความว่าผู้พูดพบปัญหา แต่ก็ยังทำงานจนเสร็จ
- The printer was broken, but I sent the report anyway.
- The printer was broken, so I did not send the report.
- Is there any way to send the report?
ดูคำตอบ
The printer was broken, but I sent the report anyway.
had a good turn as butler: ได้เล่นบทพ่อบ้านอย่างเต็มที่
Have a turn as + บทบาท หมายถึง ได้รับช่วงเวลาหรือโอกาสหนึ่งครั้งในการเล่นหรือทำหน้าที่ในบทบาทนั้น ในประโยคนี้ had a good turn as butler ถามว่าบิงโกได้สัมผัสบทพ่อบ้านอย่างเต็มที่หรือเป็นเวลานานพอแล้วหรือยัง good บอกถึงคุณภาพหรือความเพียงพอของรอบนั้น ไม่ได้ตัดสินว่าคนนั้นเป็นคนดีทางศีลธรรม Had เป็นรูป past participle ที่ตามหลัง Have you และใช้สร้าง present perfect เพื่อถามว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วหรือยังจนถึงตอนนี้ ในการเล่นสมมติ as butler ระบุชื่อบทบาทโดยตรง จึงละ article ได้ แต่ถ้าพูดถึงอาชีพจริง as a butler มักฟังเป็นธรรมชาติมากกว่า
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายในประโยคใหม่นี้: Everyone should ____ referee during the game.
ดูคำตอบ
have a turn as
how we can ...: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในอนุประโยค how แบบแทรก
how we can both be butlers เป็นอนุประโยคแทรกที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ know โดยบอกวิธีหรือแผนที่ผู้พูดรู้ ไม่ใช่คำถามโดยตรง ในอนุประโยค how แบบแทรก ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how + ประธาน + กริยาช่วย จึงเป็น how we can ไม่ใช่ how can we ส่วน both หมายถึงแผนนั้นรวมคนทั้งสองคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอนุประโยค how แบบแทรกที่ใช้ we และ can: I know ____ fix the bike.
ดูคำตอบ
how we can
Please welcome + บุคคล: การแนะนำบุคคลต่อผู้ชม
Please welcome + บุคคล เป็นสำนวนที่พิธีกรใช้กันทั่วไปเพื่อแนะนำใครบางคนต่อผู้ชม และเชิญชวนให้ผู้ชมทักทายหรือปรบมือต้อนรับคนนั้น ในประโยคนี้เป็นการประกาศการมาถึงของราชินีองค์ใหม่ welcome เป็นคำกริยา จึงวางบุคคลที่ได้รับการต้อนรับต่อท้ายโดยตรง: welcome your new queen สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึง welcome back เท่านั้น และต่างจากคำตอบ You're welcome
แบบฝึกหัด
เติมประกาศด้วยสำนวนมาตรฐานของพิธีกร: Please ____ our next singer.
ดูคำตอบ
welcome
anything you want.: anything กับอนุประโยคขยาย
anything you want. เป็นวลีคำนามที่หมายถึง “อะไรก็ได้ที่คุณต้องการ” โดย anything เป็นสิ่งที่เสนอหรือเลือก และ you want ใช้จำกัดว่าหมายถึงสิ่งใด โครงสร้างนี้เทียบได้กับ anything (that) you want โดยละคำสรรพนามสัมพัทธ์ that ไว้ เนื่องจาก anything ทำหน้าที่เป็นกรรมของ want อยู่แล้ว จึงไม่เติม it หลัง want รูปแบบ anything + ประธาน + กริยาใช้เพื่อแสดงว่าผู้ฟังมีอิสระเลือกได้ทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าคนหนึ่งสามารถเลือกอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ
- You can choose anything you want it.
- You can choose anything what you want.
- You can choose anything you want.
ดูคำตอบ
You can choose anything you want.
You mean: การตรวจสอบความเข้าใจที่น่าประหลาดใจ
You mean ...? เป็นวิธีพูดในบทสนทนาที่ใช้พูดทวนสิ่งที่เราเข้าใจและขอให้อีกฝ่ายยืนยัน ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าสิทธิ์นั้นรวมถึงสิ่งที่ตนต้องการทุกอย่างจริงหรือไม่ จึงอาจมีความรู้สึกประหลาดใจหรือไม่อยากเชื่อรวมอยู่ด้วย mean ในที่นี้เป็นคำกริยาที่หมายถึง “หมายความว่า” ไม่ใช่ mean ที่เป็นคำคุณศัพท์แปลว่า “ใจร้าย” ข้อมูลที่ต้องการตรวจสอบจะตามหลัง You mean
แบบฝึกหัด
เพื่อนบอกว่าวันนี้เข้าพิพิธภัณฑ์ได้ฟรี คุณรู้สึกประหลาดใจและต้องการตรวจสอบว่าตนเข้าใจถูกต้อง ประโยคใดเป็นธรรมชาติ
- You are mean the museum is free today?
- You mean the museum free today?
- You mean the museum is free today?
ดูคำตอบ
You mean the museum is free today?
because we are not afraid of a bit of hard work. ลำดับความ
1:53เพราะพวกเราไม่กลัวความเหนื่อยยากแม้แต่น้อย
because ... hard work: ให้เหตุผลและสะท้อนถ้อยคำก่อนหน้า
Because นำเสนอเหตุผลของคำสัญญาก่อนหน้านี้ของผู้พูดว่าจะคอยรับใช้ พวกเขายินดีทำงานเพราะงานหนักไม่ทำให้พวกเขาหวั่น อนุประโยคทั้งหมดนี้ยังใช้ถ้อยคำซ้ำกับที่ปรากฏก่อนหน้าในเรื่อง การซ้ำดังกล่าวเชื่อมตอนจบกลับไปยังประเด็นก่อนหน้า ขณะที่การเปลี่ยนผู้พูดทำให้การสลับบทบาทชัดเจนขึ้น ในเรื่องเล่า การใช้ถ้อยคำเดิมซ้ำสามารถทั้งอธิบายเหตุผลของการกระทำในปัจจุบันและทำให้นึกถึงส่วนก่อนหน้าได้
แบบฝึกหัด
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- นำเสนอปัญหาใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
- ให้เหตุผลของคำสัญญาของผู้พูด และใช้ถ้อยคำก่อนหน้าซ้ำเพื่อเชื่อมตอนจบกลับไปยังเรื่องราวก่อนหน้านี้
- บอกว่าผู้พูดจะเริ่มทำงานเมื่อใด
ดูคำตอบ
ให้เหตุผลของคำสัญญาของผู้พูด และใช้ถ้อยคำก่อนหน้าซ้ำเพื่อเชื่อมตอนจบกลับไปยังเรื่องราวก่อนหน้านี้