เรียนพูดภาษาอังกฤษ | ระดับ 1 | วันหิมะตกของฉัน | การฟังและฝึกฝน: บทเรียนภาษาอังกฤษ

PodEnglish

ความยากในการเรียน
462 คำ 162 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ในพื้นที่ที่หิมะตกไม่บ่อย ผู้เล่าตื่นขึ้นมาพบว่าหิมะตกตลอดคืน จากนั้นไปเล่นเลื่อนหิมะ ปั้นตุ๊กตาหิมะ เล่นปาหิมะกับเพื่อน และกลับเข้าบ้านเพื่ออบอุ่นร่างกาย ก่อนฝึกออกเสียงประโยคสำคัญจากเรื่อง ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. was blanketed in white snow — สำนวนและภาษาภาพพจน์ เข้าใจว่ารูปประโยคกรรมวาจกนี้เปรียบหิมะที่ปกคลุมพื้นกับผ้าห่ม จึงสร้างภาพฤดูหนาวได้ชัดเจนกว่าการบอกตรง ๆ ว่าหิมะคลุมพื้น คุณจะสังเกตวิธีบรรยายนี้และนำรูปแบบไปใช้กับทิวทัศน์ที่ปกคลุมด้วยหมอก ใบไม้ ดอกไม้ หรือแสงได้ 2. After sledding for a while, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เรียนรู้ว่า after ตามด้วยกิจกรรมรูป -ing ช่วยพาเรื่องไปยังเหตุการณ์ถัดไป ส่วน for a while เพิ่มความหมายว่าเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่ระบุแน่นอน คุณจึงเชื่อมเหตุการณ์ได้กระชับและบอกได้ว่ากิจกรรมแรกดำเนินอยู่ระยะหนึ่งก่อนอีกกิจกรรมเริ่ม โดยไม่ต้องกล่าวประธานซ้ำในอนุประโยคบอกเวลาแบบเต็ม 3. removed my damp clothing. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์ สังเกตว่า removed, damp และ clothing ทำให้ประโยคมีความเป็นทางการและเรียบเรียงมากกว่า took off my wet clothes ที่ใช้ในบทสนทนาทั่วไป คุณจะแยกระดับภาษาและเลือกถ้อยคำธรรมดาสำหรับการพูดสบาย ๆ หรือคำที่เป็นกลางและเป็นทางการกว่าสำหรับงานเขียนและการเล่าเรื่องได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hi everyone and welcome to my channel. ลำดับความ

0:00

สวัสดีทุกคน และยินดีต้อนรับสู่ช่องของฉัน

ลำดับความ

สวัสดีทุกคน และยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่องของฉัน

ประโยคเปิดนี้รวมหน้าที่สองอย่างไว้ด้วยกัน: “Hi everyone” ใช้ทักทายผู้ชมทุกคน และ “welcome to my channel” นำเสนอช่องว่าเป็นพื้นที่ของเนื้อหาที่กำลังจะเริ่ม ในที่นี้ “welcome to” เป็นคำกล่าวต้อนรับในการเปิดสื่อ ไม่ใช่การเชิญให้เดินเข้าไปในสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นประโยคเปิดที่เป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับการนำเสนอต่อเพื่อนทั้งชั้น?

  1. Goodbye everyone, my presentation is over.
  2. I watched a presentation yesterday.
  3. Hi everyone, and welcome to my presentation.
ดูคำตอบ

Hi everyone, and welcome to my presentation.

Today, ลำดับความ

0:03

วันนี้

I am going to tell you about my snowy day.

0:04

ฉันจะมาเล่าเรื่องราวในวันหิมะตกของฉันให้ฟัง

ลำดับความ

วันนี้ ฉันจะเล่าให้ทุกคนฟังเกี่ยวกับ...

“Today” บอกว่าหัวข้อของตอนนี้กำลังเริ่มต้น ส่วน “I am going to tell you about” ใช้เกริ่นว่าผู้พูดจะพูดเรื่องอะไรต่อไป เพื่อให้ผู้ฟังรู้หัวข้อก่อนฟังรายละเอียด รูปแบบคือ “be going to tell someone about something” ในประโยคนี้ “you” คือผู้ฟัง และ “my snowy day” คือหัวข้อ

แบบฝึกหัด

เติมคำเกริ่นหัวข้อให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบเดียวกัน: Today, I ____ our school trip.

ดูคำตอบ

am going to tell you about

I live in a region where snowfall is infrequent. ไวยากรณ์

0:07

ฉันอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่หิมะตกไม่บ่อยนัก

ไวยากรณ์

ใช้ where + อนุประโยคเพื่อบรรยายสถานที่

ใน where snowfall is infrequent คำว่า where นำอนุประโยคขยาย region โดย where ในที่นี้หมายถึง “ในภูมิภาคนั้น” ไม่ได้ใช้เพื่อตั้งคำถามว่าที่ไหน โครงสร้าง place + where + subject + verb ใช้บอกว่าเกิดอะไรขึ้นหรือมีอะไรเป็นจริงในสถานที่นั้น อนุประโยค snowfall is infrequent ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าปกติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ where เพื่อบรรยายสถานที่ได้ถูกต้อง

  1. This is a park where children can play safely.
  2. This is a park where is safe for children.
  3. This is a park where can children play safely.
ดูคำตอบ

This is a park where children can play safely.

So when it does happen, ไวยากรณ์

0:10

ดังนั้นเมื่อมันเกิดขึ้น

it becomes a truly special event. วลี

0:12

มันจึงกลายเป็นเหตุการณ์ที่พิเศษมากๆ

ไวยากรณ์

does + กริยารูปพื้นฐานเพื่อเน้นความหมายใน when it does happen

ใน when it does happen คำว่า it หมายถึงการตกของหิมะที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ does ใช้เน้นกริยาบอกเล่า happen และให้ความหมายว่า “เมื่อมันเกิดขึ้นจริง ๆ” โครงสร้างนี้เน้นว่าเหตุการณ์นั้นเกิดไม่บ่อยแต่เกิดขึ้นจริง และไม่ใช่ประโยคคำถาม เมื่อต้องการเน้นข้อความในปัจจุบัน ให้ใช้ do/does + กริยารูปพื้นฐาน: I do remember; she does remember หลัง does ต้องใช้ happen ไม่ใช่ happens

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย do/does แบบเน้น: Snow is rare here, but when it ____ happen, everyone goes outside.

ดูคำตอบ

does

วลี

a truly special event: เหตุการณ์ที่พิเศษอย่างแท้จริง

ในประโยคนี้ a truly special event หมายถึงเหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดา มีความหมาย และน่าจดจำ truly ช่วยเน้นความหมายของ special โดยในที่นี้หมายถึง “อย่างแท้จริง” หรือ “จริง ๆ” ลำดับคำคือ a + คำวิเศษณ์ + คำคุณศัพท์ + คำนาม: a truly special event คำว่า event อาจหมายถึงงานที่จัดขึ้น แต่ในที่นี้มีความหมายกว้างกว่า คือสิ่งที่เกิดขึ้นและน่าสนใจเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a truly special event ด้วยลำดับคำที่ถูกต้อง

  1. The class picnic became a true specially event.
  2. The class picnic became a truly special event.
  3. The class picnic became an event truly special.
ดูคำตอบ

The class picnic became a truly special event.

I woke up this morning and looked out my window. โน้ต

0:15

เช้าวันนี้ฉันตื่นขึ้นมาและมองออกไปนอกหน้าต่าง

กริยาวลี

woke up: รูปอดีตของ wake up

woke up เป็นรูปอดีตของ wake up หมายถึง “หยุดนอนและตื่นขึ้นมา” โดยในประโยคนี้ใช้บอกการกระทำที่เสร็จสิ้นแล้วในเช้าวันนี้ wake เป็นคำกริยาไม่ปกติ รูปอดีตคือ woke ไม่ใช่ waked และต้องคง up ไว้กับคำกริยา ดังนั้นวลีรูปอดีตที่สมบูรณ์คือ woke up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ wake up: Mia was asleep, but the alarm rang and she ____.

ดูคำตอบ

woke up

วลี

looked out my window: มองออกไปนอกหน้าต่าง

ในประโยคนี้ looked out my window หมายถึงหันสายตาผ่านหน้าต่างของตนไปด้านนอก หน้าต่างคือช่องที่มองผ่าน ส่วน out บอกทิศทางจากด้านในออกไปด้านนอก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ look out + วลีที่มี window เช่น look out my window หรือ look out the window ส่วน Look out of my window ก็เป็นธรรมชาติเช่นกัน รูปที่ไม่มี of พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบอเมริกาเหนือ ตรงนี้ look out หมายถึงการมองออกไปข้างนอก ไม่ใช่คำเตือน Look out!

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงเธอหันสายตาผ่านหน้าต่างไปด้านนอก

  1. She looked out the window and saw a rainbow.
  2. She looked at the window and noticed a crack.
  3. She shouted, “Look out!” when the ball came toward us.
ดูคำตอบ

She looked out the window and saw a rainbow.

I was so excited to see that it had snowed overnight. ไวยากรณ์

0:18

ฉันตื่นเต้นมากที่เห็นว่าหิมะตกตอนกลางคืน

ไวยากรณ์

so excited to see that: บอกสาเหตุของความรู้สึก

ใน so excited to see that คำว่า so เพิ่มระดับของ excited ส่วน to see that นำเข้าสู่ข้อเท็จจริงที่ทำให้เกิดความตื่นเต้น ในที่นี้ see หมายถึงสังเกตเห็นหรือค้นพบสถานการณ์หนึ่ง ไม่ได้หมายถึงใช้ตามองเท่านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be + คำคุณศัพท์บอกอารมณ์ + to see that + อนุประโยคสมบูรณ์ คำคุณศัพท์บอกความรู้สึก ส่วนวลี infinitive อธิบายว่าอะไรทำให้เกิดความรู้สึกนั้น เช่น I was happy to see that everyone was safe.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำคุณศัพท์บอกอารมณ์ + to see that + อนุประโยคสมบูรณ์ได้ถูกต้อง

  1. I happy to see that everyone was safe.
  2. I was happy to see that everyone safe.
  3. I was happy to see that everyone was safe.
ดูคำตอบ

I was happy to see that everyone was safe.

ไวยากรณ์

it had snowed overnight: หิมะตกเสร็จแล้วก่อนอีกช่วงเวลาในอดีต

ใน it had snowed overnight คำว่า had snowed เป็นรูป past perfect คือ had + กริยาช่องสาม snowed รูปนี้บอกว่าหิมะตกเสร็จแล้วก่อนช่วงเวลาอีกช่วงหนึ่งในอดีต ซึ่งก็คือก่อนที่ผู้พูดจะเห็นภูมิประเทศที่มีหิมะปกคลุม overnight หมายถึง “ตลอดคืน” หรือ “ในช่วงกลางคืน” วลีนี้นำเสนอว่าหิมะตกเป็นเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นแล้วและทิ้งผลลัพธ์ให้เห็นในภายหลัง ไม่ได้หมายความว่าในช่วงเวลาหลังจากนั้นหิมะยังคงตกอยู่

แบบฝึกหัด

เติมรูป past perfect ของ snow: By morning, it ____ overnight.

ดูคำตอบ

had snowed

The entire ground was blanketed in white snow สำนวน

0:22

พื้นดินทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว

สำนวน

was blanketed in white snow: พื้นดินถูกปกคลุมด้วยหิมะเหมือนมีผ้าห่มคลุม

Was blanketed in white snow เป็นคำบรรยายแบบ passive ที่ทำให้เห็นภาพ โดยนำเสนอว่าพื้นดินถูกปกคลุมด้วยหิมะหนา ๆ เหมือนมีผ้าห่มคลุมพื้นผิวไว้ คำว่า blanketed ในที่นี้ใช้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีใครนำผ้าห่มจริง ๆ มาวาง วลีนี้เน้นว่าหิมะปกคลุมพื้นที่กว้างเกือบทั้งหมดและทำให้เกิดภาพของฉากอย่างชัดเจน เป็นการบอกสภาพของพื้นดินที่ถูกปกคลุม ไม่ใช่การบอกว่ามีคนกำลังวางผ้าห่มลงบนพื้น

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนการปกคลุมที่ทำให้เห็นภาพเติมประโยคให้สมบูรณ์: The field ____ fresh snow.

ดูคำตอบ

was blanketed in

and the trees were glistening. การใช้คำ

0:25

และต้นไม้ก็ส่องประกายระยิบระยับ

การใช้คำ

were glistening: กำลังเป็นประกายจากแสงสะท้อนเล็ก ๆ

glisten หมายถึงส่องประกายเป็นจุดแสงสะท้อนเล็ก ๆ ซึ่งมักเกิดบนพื้นผิวที่เปียก มีน้ำแข็ง หรือเรียบ ในประโยคนี้ were glistening ทำให้ภาพความสว่างของต้นไม้ดูละเอียดและมีชีวิตชีวา were + glistening เป็นรูป past progressive แสดงว่าแสงระยิบระยับกำลังดำเนินอยู่และเป็นส่วนหนึ่งของฉากในช่วงเวลานั้นในอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำกริยาได้แม่นยำที่สุดเพื่อบรรยายแสงสะท้อนเล็ก ๆ จากหยดน้ำบนใยแมงมุม

  1. The raindrops glisten on the spiderweb.
  2. The raindrops shine on the spiderweb.
  3. The raindrops glow on the spiderweb.
ดูคำตอบ

The raindrops glisten on the spiderweb.

I quickly dressed and went outside.

0:27

ฉันรีบแต่งตัวและออกไปข้างนอก

I put on my hat, gloves, and boots, กริยาวลี

0:30

ฉันสวมหมวก ถุงมือ และรองเท้าบูท

กริยาวลี

put on: การสวมหรือใส่สิ่งของ

put on หมายถึงนำเสื้อผ้า รองเท้า หรือเครื่องประดับมาสวมบนร่างกาย เน้นการกระทำตอนสวมหรือใส่ ไม่ใช่สภาพหลังจากสิ่งของอยู่บนร่างกายแล้ว สามารถใช้วลีนี้เพียงครั้งเดียวหน้ารายการสิ่งของได้: I put on my hat, gloves, and boots คำว่า put ในที่นี้เป็นรูปอดีตและสะกดเหมือนรูปปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ put on: It was cold, so I ____ my coat.

ดูคำตอบ

put on

and then I grabbed my sled. การใช้คำ

0:33

จากนั้นก็หยิบเลื่อนของฉันไป

การใช้คำ

grabbed my sled: หยิบเลื่อนหิมะอย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมา

ในประโยคนี้ grabbed my sled หมายถึงหยิบหรือคว้าเลื่อนหิมะอย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมา คำว่า grab ทำให้การกระทำดูเร็วและมีพลังมากกว่าคำกลาง ๆ อย่าง take แต่ไม่ได้แปลว่าต้องทำอย่างรุนแรงเสมอไป การเลือกคำนี้ช่วยให้เรื่องดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เพราะผู้พูดหยิบของแล้วพร้อมทำสิ่งต่อไปทันที

แบบฝึกหัด

คำกริยาใดสื่อได้ดีที่สุดว่า Mia หยิบเสื้อโค้ตอย่างรวดเร็วก่อนวิ่งออกไป? Mia ___ her coat and ran outside.

  1. took
  2. carried
  3. grabbed
ดูคำตอบ

grabbed

I was so excited to go sledding. วลี

0:36

ฉันตื่นเต้นมากที่จะได้ไปเล่นเลื่อนหิมะ

วลี

to go sledding: โครงสร้าง go + กิจกรรมรูป -ing

go sledding หมายถึงการไปทำกิจกรรมเล่นเลื่อนหิมะ ภาษาอังกฤษมักใช้ go + คำกิจกรรมรูป -ing สำหรับกิจกรรมยามว่าง กีฬา หรือการออกไปทำกิจกรรม เช่น go swimming, go shopping และ go skiing ใน I was so excited to go sledding คำว่า to นำเข้าสิ่งที่ผู้พูดตื่นเต้นที่จะทำ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ excited to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดยในที่นี้คำกริยานั้นคือ go ซึ่งเริ่มวลี go sledding

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง go + กิจกรรมรูป -ing สำหรับการเล่นสกี: We are excited to ____ tomorrow.

ดูคำตอบ

go skiing

I walked down the street to the park, วลี

0:39

ฉันเดินไปตามถนนจนถึงสวนสาธารณะ

วลี

walked down the street to the park: เดินไปตามถนนจนถึงสวนสาธารณะ

walked down the street บอกว่าผู้พูดเดินไปตามถนน ส่วน to the park เติมจุดหมายปลายทาง ดังนั้นทั้งวลีจึงบอกทั้งเส้นทางและสถานที่ที่ไปถึง ในที่นี้ down ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “ลงไปข้างล่าง” หรือ “ลงเนิน” เสมอไป เมื่อใช้บรรยายเส้นทาง มักหมายถึงการเดินไปตามถนน เมื่ออยากบอกทั้งเส้นทางและจุดหมาย สามารถใช้รูปแบบ walked + down/along the street + to + สถานที่ ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผู้พูดเดินไปตามถนนและไปถึงสวนสาธารณะ

  1. I walked down the street to the park.
  2. I walked to the park.
  3. I drove down the street to the park.
ดูคำตอบ

I walked down the street to the park.

and there were already many people playing in the snow. ไวยากรณ์

0:41

และที่นั่นก็มีผู้คนมากมายกำลังเล่นหิมะกันอยู่แล้ว

ไวยากรณ์

there were already many people playing: การแนะนำผู้คนในฉากและกิจกรรมเบื้องหลัง

There were ใช้แนะนำผู้คนที่มีอยู่แล้วในฉาก ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ชี้ไปที่สถานที่แห่งหนึ่ง many people คือกลุ่มคนจำนวนมาก และ playing บอกว่าคนเหล่านั้นกำลังทำอะไรอยู่ Already แสดงว่าสถานการณ์นี้มีอยู่หรือกำลังดำเนินอยู่ก่อนเวลาที่ใช้อ้างอิง เช่น ก่อนที่ผู้พูดจะไปถึง ใช้รูปแบบ there were + คำนามพหูพจน์ + วลี -ing เพื่อวางฉากและเพิ่มกิจกรรมที่เกิดขึ้นอยู่เบื้องหลัง

แบบฝึกหัด

เติมคำในคำบรรยายฉาก: “เมื่อฉันไปถึง มีเด็กหลายคนกำลังรออยู่ข้างนอกแล้ว”: When I arrived, there ____ already several children waiting outside.

ดูคำตอบ

were

I saw children sledding, building snowmen, ไวยากรณ์

0:44

ฉันเห็นเด็กๆ เล่นเลื่อนหิมะ ปั้นตุ๊กตาหิมะ

and having snowball fights.

0:47

และเล่นปาหิมะกัน

ไวยากรณ์

children sledding, building snowmen, and having snowball fights: รายการกิจกรรมที่ใช้รูป -ing แบบขนาน

ในประโยค I saw children ... วลีที่ลงท้ายด้วย -ing สามวลีบอกกิจกรรมที่เด็ก ๆ กำลังทำอยู่ ได้แก่ การเล่นเลื่อนหิมะ การปั้นตุ๊กตาหิมะ และการเล่นปาหิมะ โครงสร้างคือ see หรือ saw + คน + คำกริยา-ing ใช้บอกว่าเห็นคนกำลังทำกิจกรรมอยู่ ทั้งสามรายการใช้รูป -ing เหมือนกัน จึงมีรูปแบบขนานกัน ใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นแต่ละรายการ และใช้ and ก่อนกิจกรรมสุดท้าย ทำให้รวมหลายกิจกรรมได้โดยไม่ต้องพูด saw children ซ้ำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูป -ing เดียวกันกับกิจกรรมทั้งสามอย่างหลัง saw + คนได้ถูกต้อง

  1. I saw children running, jumping, and laughing.
  2. I saw children to run, jumping, and laugh.
  3. I saw children running, jumped, and laughing.
ดูคำตอบ

I saw children running, jumping, and laughing.

I went to the top of the hill and sat down on my sled. กริยาวลี

0:50

ฉันเดินไปที่ยอดเนินและนั่งลงบนเลื่อน

กริยาวลี

sat down on my ...: การเปลี่ยนมาอยู่ในท่านั่ง

Sat down เป็นรูปอดีตของ sit down ใช้บอกการเปลี่ยนจากท่ายืนหรือท่าอื่นมาเป็นท่านั่ง ไม่ได้บอกเพียงว่านั่งอยู่แล้วเท่านั้น ใน sat down on my sled คำว่า on my มีคำนาม sled ตามหลัง เลื่อนหิมะเป็นสิ่งที่รองรับตัวผู้พูด ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงนั่งลงบนเลื่อนหิมะ ในที่นี้ on my ยังไม่จบความหมาย ต้องเข้าใจร่วมกับ sled ที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นการนั่งลงบนเลื่อนหิมะอย่างชัดเจน

  1. I stood on my sled before pushing off.
  2. I sat on my sled before pushing off.
  3. I sat down on my sled before pushing off.
ดูคำตอบ

I sat down on my sled before pushing off.

I took a deep breath and pushed myself off. โน้ต

0:54

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วดันตัวเองลงมา

วลี

took a deep breath: วลีตายตัว take a deep breath

take a deep breath เป็นวลีมาตรฐานที่ใช้บอกว่าสูดหายใจเข้าลึก ๆ ในประโยคนี้ใช้ took ซึ่งเป็นรูปอดีตของ take เพราะการกระทำนี้เกิดขึ้นก่อนการกระทำถัดไป วลีนี้มักแสดงว่าคนคนหนึ่งกำลังเตรียมตัว ทำใจให้สงบ หรือรวบรวมความกล้า ควรจำ take/took a deep breath เป็นวลีเดียว แทนการแปลคำกริยาทีละคำ

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึงการสูดหายใจช้า ๆ และลึก ๆ ก่อนการแข่งขัน: Before the race, Maya ____.

ดูคำตอบ

took a deep breath

กริยาวลี

pushed myself off: ออกแรงให้ตัวเองเคลื่อนออกจากจุดค้ำ

push oneself off หมายถึงการใช้มือ เท้า หรือร่างกายดันกับพื้นผิวที่ค้ำอยู่ เพื่อให้คนคนเดียวกันเคลื่อนออกจากพื้นผิวนั้น myself เป็นสรรพนามสะท้อนกลับ เพราะ I เป็นทั้งผู้ใช้แรงและผู้ที่เคลื่อนที่ ส่วน off แสดงการแยกออกจากจุดเริ่มต้น สามารถบอกจุดค้ำไว้หลัง off ได้ เช่น off the wall หรือ off the dock หรือไม่ต้องบอกหากเข้าใจได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

นักสเกตคนหนึ่งใช้กำแพงดันให้ร่างกายของตัวเองเคลื่อนออกมา ประโยคใดอธิบายการกระทำนี้

  1. She pushed her off the wall and started skating.
  2. She pushed herself the wall and started skating.
  3. She pushed herself off the wall and started skating.
ดูคำตอบ

She pushed herself off the wall and started skating.

I went down the hill so fast. วลี

0:58

ฉันไถลลงจากเนินเขาอย่างรวดเร็ว

วลี

went down the hill so fast: ลงเนินอย่างรวดเร็วมาก

went down the hill หมายถึงเคลื่อนจากส่วนที่สูงกว่าของเนินไปยังส่วนที่ต่ำกว่า ในที่นี้ down บอกทิศทางลงจริง ๆ so fast เน้นว่าการเคลื่อนที่เกิดขึ้นเร็วมาก เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้ทำให้การเคลื่อนไหวดูรวดเร็วและน่าตื่นเต้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าลีโอเคลื่อนจากส่วนบนของเนินลงไปยังส่วนล่างอย่างรวดเร็วมาก

  1. Leo ran down the hill so fast.
  2. Leo ran around the hill so fast.
  3. Leo walked up the hill slowly.
ดูคำตอบ

Leo ran down the hill so fast.

The wind was in my hair,

1:00

สายลมพัดผ่านเส้นผมของฉัน

and the snow was swirling all around me. การใช้คำ

1:02

และหิมะก็ปลิวว่อนอยู่รอบๆ ตัวฉัน

การใช้คำ

was swirling all around: กำลังหมุนวนอยู่รอบด้าน

was swirling บรรยายการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในอดีต ขณะนั้นหิมะกำลังหมุนและเคลื่อนเป็นแนวโค้ง all around บอกว่าการเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นทุกด้านรอบตัวผู้พูด วลีนี้ทำให้เห็นภาพหิมะหมุนวนอยู่ในอากาศใกล้ ๆ อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past continuous ของ swirl และวลี all around: During the windstorm, dry leaves ____ us.

ดูคำตอบ

were swirling all around

It was so much fun. วลี

1:05

มันสนุกมากๆ

วลี

so much fun: ประสบการณ์ที่สนุกมาก

so much fun หมายถึง “สนุกมาก” หรือ “ให้ความเพลิดเพลินอย่างมาก” ใน It was so much fun คำว่า fun ทำหน้าที่เป็นคำนามหลัง was และ so much ช่วยเน้นการประเมินเชิงบวก ใช้รูปแบบนี้เมื่อต้องการย้อนพูดถึงกิจกรรมหรือประสบการณ์ที่ชอบมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าทัศนศึกษาสนุกมาก ไม่ใช่ทำให้คนหัวเราะ

  1. The field trip was so much fun.
  2. We had no fun on the field trip.
  3. The field trip was very funny.
ดูคำตอบ

The field trip was so much fun.

After sledding for a while, ไวยากรณ์

1:07

หลังจากเล่นเลื่อนหิมะไปได้สักพัก

I decided to build a snowman. ไวยากรณ์

1:08

ฉันก็ตัดสินใจปั้นตุ๊กตาหิมะ

ไวยากรณ์

After sledding for a while: โครงสร้างบอกเวลา After + V-ing

After sledding for a while เป็นวลีบอกเวลาที่วางไว้ต้นประโยค หลัง After ใช้ sledding ซึ่งเป็นรูป -ing เพื่อบอกกิจกรรมที่เกิดก่อน ส่วน for a while บอกว่ากิจกรรมนั้นดำเนินอยู่ช่วงหนึ่ง จากนั้นประโยคหลักบอกสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป วลีนี้จึงช่วยเรียงเหตุการณ์ตามเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ play: After ____ for a while, Amir drank some water.

ดูคำตอบ

playing

ไวยากรณ์

decided to build: decide to + คำกริยารูปพื้นฐาน

Decided เป็นรูปอดีตของ decide ใน decided to build โครงสร้าง decide + to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการตัดสินใจว่าจะทำสิ่งหนึ่ง คำว่า build หลัง to ยังคงเป็นคำกริยารูปพื้นฐาน เราสามารถคง decided to ไว้แล้วเปลี่ยนการกระทำได้ เช่น decided to leave, decided to try หรือ decided to help

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ leave หลัง decided: We decided ____ before dark.

ดูคำตอบ

to leave

I found three large snowballs and stacked them on top of each other. วลี

1:11

ฉันปั้นก้อนหิมะขนาดใหญ่สามก้อนแล้วนำมาซ้อนกัน

วลี

stacked them on top of each other: วางพวกมันซ้อนกันทีละก้อน

Stacked เป็นรูปอดีตของ stack วลี stacked them หมายถึงผู้พูดนำก้อนหิมะสามก้อนมาวางซ้อนเป็นกอง โดยก้อนหนึ่งอยู่เหนืออีกก้อน คำว่า Them ย้อนกลับไปหมายถึง three large snowballs On top of each other บอกลักษณะการจัดวางก้อนหิมะ คือวางก้อนหนึ่งเหนืออีกก้อนในกองแนวตั้งเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ากล่องถูกวางซ้อนกันเป็นกองในแนวตั้งกองเดียว?

  1. They placed the boxes beside each other.
  2. They spread the boxes around the room.
  3. They stacked the boxes on top of each other.
ดูคำตอบ

They stacked the boxes on top of each other.

Then I found some sticks for the arms and a rock for the nose. ไวยากรณ์

1:16

จากนั้นก็หากิ่งไม้มาทำเป็นแขนและหินมาทำเป็นจมูก

ไวยากรณ์

for the arms ... for the nose: การบอกจุดประสงค์ด้วย for

ในที่นี้ for เชื่อมสิ่งของแต่ละอย่างกับส่วนที่จะนำสิ่งของนั้นไปทำ กิ่งไม้จะใช้เป็นแขนของตุ๊กตาหิมะ และก้อนหินจะใช้เป็นจมูก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ วัสดุหรือสิ่งของ + for + จุดประสงค์หรือส่วนประกอบ ใช้บอกว่าสิ่งของนั้นมีไว้ทำอะไรโดยไม่ต้องพูดวลียาวกว่าอย่าง to use as

แบบฝึกหัด

คุณกำลังทำตุ๊กตากระดาษและจะใช้กระดุมสองเม็ดเป็นตา ประโยคใดบอกจุดประสงค์นี้

  1. I found two buttons for the eyes.
  2. I found two buttons under the eyes.
  3. I found two buttons beside the eyes.
ดูคำตอบ

I found two buttons for the eyes.

I even found an old hat to put on his head.

1:20

ฉันยังหาหมวกเก่าๆ มาสวมบนหัวให้มันด้วย

My snowman was perfect.

1:24

ตุ๊กตาหิมะของฉันออกมาสมบูรณ์แบบมาก

After I finished building my snowman, ไวยากรณ์

1:26

หลังจากปั้นตุ๊กตาหิมะเสร็จ

ไวยากรณ์

After I finished building my snowman: อนุประโยค after และ finish + -ing

After ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคบอกเวลา และแสดงว่าการปั้นตุ๊กตาหิมะเสร็จเกิดก่อนเหตุการณ์ถัดไปในประโยคหลัก รูปแบบเต็มคือ After + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก เมื่อ finish ตามด้วยการกระทำ ให้ใช้กริยารูป -ing จึงเป็น finished building สำหรับความหมายว่าเสร็จสิ้นการกระทำ finish to build ไม่ใช่รูปแบบมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย After และรูปที่ถูกต้องของ pack: ____ Noah finished ____ his bag, he left for school.

ดูคำตอบ

After · packing

I had a snowball fight with some of my friends. วลี

1:29

ฉันก็เล่นปาหิมะกับเพื่อนๆ

วลี

had a snowball fight: เล่นปาหิมะกัน

had a snowball fight เป็นรูปอดีตของ have a snowball fight ซึ่งเป็นวลีคงที่หมายถึงการเข้าร่วมเล่นปาก้อนหิมะใส่กัน ในที่นี้ had หมายถึง “ทำหรือเข้าร่วมกิจกรรมนั้น” ไม่ได้หมายถึง “มีการต่อสู้ไว้ในครอบครอง” และ fight ในบริบทนี้หมายถึงการละเล่นสนุก ๆ ไม่ใช่การทะเลาะวิวาทอย่างจริงจัง โครงสร้าง have + คำนามที่เป็นกิจกรรมยังพบใน have a party และ have a game ด้วย เนื่องจากเหตุการณ์นี้จบไปแล้ว จึงใช้รูปอดีตผิดปกติของ have คือ had

แบบฝึกหัด

เติมวลีรูปอดีตที่หมายถึงการเข้าร่วมเล่นปาก้อนหิมะใส่กันให้สมบูรณ์: Yesterday, we ____ in the park.

ดูคำตอบ

had a snowball fight

We threw snowballs at each other and laughed until our sides hurt. โน้ต

1:32

เราปาหิมะใส่กันและหัวเราะจนปวดท้อง

วลี

threw snowballs at each other: ปาหิมะใส่กัน

threw snowballs at each other หมายถึงคนหลายคนปาก้อนหิมะใส่กัน โดยแต่ละคนมองอีกฝ่ายเป็นเป้าหมาย threw เป็นรูปอดีตของ throw ส่วน at ใช้บอกเป้าหมายของการปา และ each other หมายถึง “ซึ่งกันและกัน” จึงแสดงว่าการกระทำเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย ในประโยคนี้เป็นบริบทของการเล่นปาหิมะ จึงเป็นการเล่นสนุก ๆ ทุกคนปาก้อนหิมะเข้าหาคนอื่น ไม่ใช่การปาไปทางเดียวจากคนเพียงคนเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเด็ก ๆ ใช้กันและกันเป็นเป้าหมายของการปา

  1. The children passed paper balls to each other.
  2. The children threw paper balls to each other.
  3. The children threw paper balls at each other.
ดูคำตอบ

The children threw paper balls at each other.

สำนวน

laughed until our sides hurt: หัวเราะจนเจ็บสีข้าง

laughed until our sides hurt หมายถึงหัวเราะหนักมาก และมักสื่อว่าหัวเราะอยู่นาน เป็นการพูดเกินจริงที่เห็นภาพชัด กล้ามเนื้อบริเวณข้างท้องอาจปวดจากการหัวเราะ แต่โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงการบาดเจ็บ อนุประโยคที่มี until บอกผลหรือจุดสิ้นสุดของการหัวเราะ โดยทั่วไป do something until + result แสดงว่าการกระทำดำเนินต่อไปจนเกิดผลนั้น

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ 'We laughed until our sides hurt' หมายความว่าอย่างไร

  1. เราหัวเราะหนักมาก
  2. เราได้รับบาดเจ็บร้ายแรงขณะหัวเราะ
  3. เรารอให้อาการปวดหยุดก่อนแล้วจึงหัวเราะ
ดูคำตอบ

เราหัวเราะหนักมาก

After a while,

1:37

หลังจากนั้นสักพัก

I started to feel cold. ไวยากรณ์

1:38

ฉันก็เริ่มรู้สึกหนาว

ไวยากรณ์

started to feel cold: เริ่มรู้สึกหนาว

started to feel cold แสดงการเปลี่ยนแปลง ตอนแรกผู้พูดยังไม่รู้สึกหนาว แล้วความรู้สึกหนาวจึงเริ่มขึ้น โครงสร้างคือ started to + คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น feel จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน Feel cold บรรยายความรู้สึกหนาวของผู้พูด ไม่ได้บอกเพียงอุณหภูมิภายนอก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย started to feel เพื่อแสดงว่าความรู้สึกนั้นเริ่มขึ้น: After ten minutes outside, I ____ cold.

ดูคำตอบ

started to feel

I went back inside and took off my wet clothes. กริยาวลี

1:40

ฉันเดินกลับเข้าไปข้างในและถอดเสื้อผ้าที่เปียกออก

กริยาวลี

went back inside: กลับเข้าไปข้างใน

ใน went back inside คำว่า went เป็นรูปอดีตของ go ส่วน back แสดงการกลับไปยังสถานที่เดิมหรือย้อนกลับไปทางเดิม และ inside ระบุว่าจุดหมายคือพื้นที่ภายใน ทั้งวลีหมายความว่าผู้พูดอยู่ข้างนอกแล้วกลับเข้าไปข้างใน สามารถนำรูปแบบ go/went back + สถานที่หรือทิศทางไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

Noah กำลังเล่นอยู่ในสนาม ฝนเริ่มตก เขาจึงกลับเข้าไปในบ้าน ประโยคใดตรงกับสถานการณ์นี้

  1. He stayed inside.
  2. He went back inside.
  3. He went outside.
ดูคำตอบ

He went back inside.

กริยาวลี

took off my wet clothes: ถอดเสื้อผ้าเปียกที่สวมอยู่

ใน took off my wet clothes คำว่า took เป็นรูปอดีตของ take ส่วน take off หมายถึงถอดสิ่งที่กำลังสวมอยู่ และ my wet clothes ระบุสิ่งที่ผู้พูดถอดออก ถ้ากรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง took off my wet clothes และ took my wet clothes off แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง โดยใช้ took them off ไม่ใช่ took off them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ take off: After the hike, Mia ____ her muddy boots.

ดูคำตอบ

took off

I made myself a cup of hot chocolate ไวยากรณ์

1:44

ฉันชงช็อกโกแลตร้อนให้ตัวเองหนึ่งแก้ว

ไวยากรณ์

made myself a cup of hot chocolate: make + คน + สิ่งของ

ใน made myself a cup of hot chocolate คำว่า make ใช้โครงสร้าง make + คน + สิ่งของ โดยคนนั้นเป็นผู้ได้รับหรือได้ประโยชน์จากสิ่งที่เตรียมขึ้น Myself ย้อนกลับไปหาประธาน I ดังนั้นคนที่ทำเครื่องดื่มกับคนที่ได้รับเครื่องดื่มจึงเป็นคนเดียวกัน โครงสร้างเดียวกันใช้กับคำสรรพนามสะท้อนที่ตรงกับประธานคำอื่นได้ เช่น she made herself lunch

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ make + คำสรรพนามสะท้อนที่ตรงกับประธาน + a cup of tea: Emma ____ before bed.

ดูคำตอบ

made herself a cup of tea

and sat by the fire to warm up. โน้ต

1:47

และนั่งผิงไฟเพื่อสร้างความอบอุ่น

วลี

sat by the fire: by หมายถึงข้าง ๆ

Sat เป็นรูปอดีตของ sit ใน sat by the fire คำว่า by หมายถึงข้าง ๆ หรือใกล้ ๆ ดังนั้นคนจึงอยู่นอกกองไฟ แต่อยู่ใกล้พอที่จะรู้สึกถึงความอบอุ่น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ sit/sat by + สถานที่หรือสิ่งของ ในที่นี้ fire อาจหมายถึงเตาผิงหรือกองไฟที่ควบคุมไว้สำหรับให้ความอบอุ่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าพวกเรานั่งอยู่ข้างหน้าต่าง

  1. We sat by the window.
  2. We sat in the window.
  3. We sat through the window.
ดูคำตอบ

We sat by the window.

กริยาวลี

to warm up: เพื่อให้ร่างกายกลับมาอบอุ่น

ในประโยคนี้ warm up หมายถึง “ทำให้ร่างกายกลับมาอบอุ่น” หลังจากหนาว การนั่งข้างกองไฟช่วยให้รู้สึกอุ่นขึ้น วลี to warm up บอกจุดประสงค์ของการนั่งข้างกองไฟ กล่าวคือ คนคนนั้นนั่งตรงนั้นเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น”: After playing outside in the cold, Maya sat by the heater ____.

ดูคำตอบ

to warm up

I had such a great time playing in the snow today. วลี

1:49

วันนี้ฉันมีความสุขมากที่ได้เล่นหิมะ

วลี

had such a great time playing: สนุกมากกับกิจกรรมรูป -ing

had such a great time หมายถึง “สนุกมาก” โดย had เป็นรูปอดีตของ have และ such ช่วยเน้น a great time ให้แรงขึ้น เมื่อต้องการบอกว่ากิจกรรมอะไรทำให้สนุก ให้ใช้ have a great time + รูป -ing เช่น had such a great time playing รูป -ing บอกกิจกรรมที่ผู้พูดสนุกกับการทำ

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ dance เพื่อเติมโครงสร้างที่แสดงความสนุกให้สมบูรณ์: They had a great time ____ at the party.

ดูคำตอบ

dancing

It was a perfect winter day.

1:53

มันเป็นวันในฤดูหนาวที่สมบูรณ์แบบ

Sentences from the text to practice pronunciation.

1:55

ประโยคจากบทความเพื่อฝึกการออกเสียง

Repeat after me. น้ำเสียง/เจตนา

2:00

พูดตามฉันนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Repeat after me: คำสั่งให้พูดตามในชั้นเรียน

Repeat after me. เป็นคำสั่งโดยตรง หมายถึง “ฟังตัวอย่างจากฉันก่อน แล้วพูดคำเดิมตาม” เป็นประโยคคำสั่งจึงละประธาน you ไว้ ในที่นี้ after me หมายถึง “ตามแบบอย่างของฉัน” ไม่ใช่ “ภายหลัง” วลีนี้จัดกิจกรรมเป็นสองขั้น คือผู้พูดพูดก่อน แล้วผู้ฟังพูดตาม

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งที่ใช้ทั่วไปในชั้นเรียนด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้: ____: Good morning.

ดูคำตอบ

Repeat after me

I woke up this morning and looked out of my window.

2:01

เช้าวันนี้ฉันตื่นขึ้นมาและมองออกไปนอกหน้าต่าง

I woke up this morning and looked out of my window.

2:09

เช้าวันนี้ฉันตื่นขึ้นมาและมองออกไปนอกหน้าต่าง

The entire ground was covered in a blanket of white snow.

2:12

พื้นดินทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยผ้าห่มหิมะสีขาว

The entire ground was covered in a blanket of white snow.

2:21

พื้นดินทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยผ้าห่มหิมะสีขาว

I put on my hat, gloves, and boots.

2:25

ฉันสวมหมวก ถุงมือ และรองเท้าบูท

I put on my hat, gloves, and boots.

2:32

ฉันสวมหมวก ถุงมือ และรองเท้าบูท

I grabbed my sled.

2:36

ฉันหยิบเลื่อนของฉันไป

I grabbed my sled.

2:40

ฉันหยิบเลื่อนของฉันไป

I went down the hill so fast.

2:42

ฉันไถลลงจากเนินเขาอย่างรวดเร็ว

I went down the hill so fast.

2:47

ฉันไถลลงจากเนินเขาอย่างรวดเร็ว

I built a snowman.

2:49

ฉันปั้นตุ๊กตาหิมะ

I built a snowman.

2:54

ฉันปั้นตุ๊กตาหิมะ

I had a snowball fight with some of my friends.

2:56

ฉันเล่นปาหิมะกับเพื่อนๆ

I had a snowball fight with some of my friends.

3:03

ฉันเล่นปาหิมะกับเพื่อนๆ

I removed my damp clothing. การใช้คำ

3:07

ฉันถอดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นออก

การใช้คำ

removed my damp clothing: การพูดอย่างเป็นทางการว่าถอดเสื้อผ้าที่ชื้น

ใน removed my damp clothing คำว่า removed หมายถึงถอดเสื้อผ้าที่สวมอยู่ออกจากร่างกาย กริยารูปอดีตตามด้วยกรรม my damp clothing ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเพียงย้ายเสื้อผ้าไปที่อื่น damp หมายถึงเปียกเล็กน้อยหรือชื้น ส่วน clothing เป็นคำนามรวมที่นับไม่ได้สำหรับสิ่งที่คนสวมใส่ การใช้ removed คู่กับ clothing ทำให้วลีนี้ฟังเป็นทางการหรือเป็นภาษาเขียนมากกว่า took off my damp clothes

แบบฝึกหัด

ประโยคใดฟังเหมือนคำแนะนำด้านความปลอดภัยอย่างเป็นทางการมากที่สุด และหมายถึงให้ถอดเสื้อผ้าที่เปียกเล็กน้อย?

  1. Remove any damp clothing before you put on dry layers.
  2. Take off your wet clothes before you put on dry layers.
  3. Move the damp clothes aside before you put on dry layers.
ดูคำตอบ

Remove any damp clothing before you put on dry layers.

I removed my damp clothing.

3:12

ฉันถอดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นออก

I made myself a cup of hot chocolate.

3:14

ฉันชงช็อกโกแลตร้อนให้ตัวเองหนึ่งแก้ว

I made myself a cup of hot chocolate.

3:21

ฉันชงช็อกโกแลตร้อนให้ตัวเองหนึ่งแก้ว

I sat by the fire to warm up.

3:24

ฉันนั่งผิงไฟเพื่อสร้างความอบอุ่น

I sat by the fire to warm up.

3:29

ฉันนั่งผิงไฟเพื่อสร้างความอบอุ่น

I had such a great time playing in the snow.

3:32

ฉันมีความสุขมากที่ได้เล่นหิมะ

I had such a great time playing in the snow.

3:38

ฉันมีความสุขมากที่ได้เล่นหิมะ

It was a perfect winter day.

3:42

มันเป็นวันในฤดูหนาวที่สมบูรณ์แบบ

It was a perfect winter day.

3:46

มันเป็นวันในฤดูหนาวที่สมบูรณ์แบบ

I hope you enjoyed hearing about my snowy day. น้ำเสียง/เจตนา

3:49

หวังว่าทุกคนจะสนุกที่ได้ฟังเรื่องราวในวันหิมะตกของฉันนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I hope you enjoyed hearing about... สำหรับปิดท้ายอย่างเป็นมิตร

เมื่อจบเรื่องเล่า การนำเสนอ หรือวิดีโอ I hope you enjoyed hearing about... เป็นการพูดอย่างสุภาพว่าหวังว่าผู้ฟังจะชอบฟังหัวข้อที่เราเล่า ช่วยปิดท้ายการแบ่งปันอย่างเป็นมิตรและแสดงว่าเราใส่ใจความรู้สึกของผู้ฟัง โครงสร้างคือ I hope + อนุประโยค ในอนุประโยคนั้น enjoy ต้องตามด้วยรูป -ing ดังนั้น enjoyed hearing จึงถูกต้อง ส่วน hearing about ใช้นำเข้าสู่หัวข้อที่เล่าไป

แบบฝึกหัด

เติมคำปิดท้ายอย่างสุภาพด้วยรูปที่ถูกต้องของ hear: I hope you enjoyed ____ about our class garden.

ดูคำตอบ

hearing

If you live in a place where it snows, ไวยากรณ์

3:52

ถ้าคุณอาศัยอยู่ในที่ที่มีหิมะตก

ไวยากรณ์

If you live in a place where...: การรวมเงื่อนไขกับอนุประโยคบอกสถานที่

If you live... ใช้เริ่มต้นเงื่อนไข ส่วนประโยคหลักที่ตามมาจะบอกว่าอะไรเกิดขึ้นหรือควรทำอะไรเมื่อเงื่อนไขนั้นเป็นจริง เนื่องจากคำบรรยายนี้จบด้วยเครื่องหมายจุลภาค จึงเป็นเพียงส่วนต้นของประโยคที่สมบูรณ์ ภายในเงื่อนไข where it snows ใช้ขยาย a place โดย where ในที่นี้หมายถึง “ในสถานที่นั้น” และเชื่อม place กับอนุประโยคที่มีทั้งประธานและกริยาอย่าง it snows รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If you live in a place where + อนุประโยคสมบูรณ์, + ประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย If... a place where...: ____ you live in a place ____ it rains often, keep an umbrella nearby.

ดูคำตอบ

If · where

I hope you get to experience a snowy day soon as well. การใช้คำ

3:55

ฉันก็หวังว่าคุณจะได้สัมผัสกับวันหิมะตกในเร็วๆ นี้เช่นกัน

การใช้คำ

get to experience ... as well: โอกาสและความหมายว่า “ด้วย”

Get to experience a snowy day หมายถึงมีโอกาสได้สัมผัสวันที่หิมะตกด้วยตนเอง ในโครงสร้าง get to + คำกริยารูปพื้นฐาน get to เน้นว่ามีโอกาสทำสิ่งนั้น และมักทำให้เหตุการณ์ฟังดูน่ายินดีหรือพิเศษ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงไปถึงสถานที่แห่งหนึ่ง As well หมายถึงด้วยหรือเช่นกัน เมื่อวางท้ายประโยค จะเพิ่มความหวังหรือประสบการณ์นี้เข้าไปกับบุคคลหรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องซึ่งกล่าวถึงแล้วในการสนทนา

แบบฝึกหัด

เติมคำอวยพรโดยใช้ get to + visit และวาง as well ไว้ท้ายประโยค: I hope you ____ the planetarium soon ____.

ดูคำตอบ

get to visit · as well