วิธีเล่นเกมปลาหมึก! 🐙 | เกมที่ดีที่สุดของบลูกี้ 💙 | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
264 คำ 181 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: โคลอีขอให้พ่อเล่นเกมปลาหมึกแบบที่เธอเล่นกับบลูอีอีกครั้งที่บ้าน แต่การที่พ่อคอยแก้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ทะเลให้ถูกต้องกลับขัดกับกติกาแบบยืดหยุ่นและจินตนาการที่ทำให้เกมเดิมสนุก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. or something, — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สำนวนนี้บอกว่าผู้พูดจงใจอธิบายอย่างคร่าว ๆ เพราะชื่อหรือรายละเอียดที่แน่นอนไม่ได้สำคัญนัก ผู้เรียนสามารถใช้เมื่อต้องการพูดแบบสบาย ๆ ว่า “หรืออะไรทำนองนั้น” โดยไม่ทำให้ฟังเหมือนกำลังจัดประเภทอย่างเคร่งครัด 2. go bloolooloo. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: go ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ แต่ใช้เกริ่นเสียงที่คน สัตว์ หรือเครื่องจักรทำออกมา การเข้าใจความหมายนี้ช่วยให้ติดตามและเลียนเสียงต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติในบทสนทนาหรือการเล่าเรื่องแบบสนุกสนาน 3. Why would a robin be — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: โครงสร้าง Why would ... be ... ใช้ตั้งคำถามว่าสถานการณ์สมมตินั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ ไม่ใช่เพียงถามหาสาเหตุที่เป็นข้อเท็จจริง ผู้เรียนใช้รูปแบบนี้เพื่อทักท้วงรายละเอียดที่ไม่เข้ากันในเรื่องเล่า แผนการ หรือเกมสมมติได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Chloe, how do you play it?

0:00

โคลอี้ เล่นยังไงเหรอ?

Dad, can you explain it? น้ำเสียง/เจตนา

0:02

พ่อคะ ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Can you explain it? สำหรับขอให้ช่วยอธิบาย

ในประโยคนี้ Can you explain it? เป็นคำขอ ผู้พูดต้องการให้พ่ออธิบาย ไม่ได้ถามเป็นหลักว่าพ่อมีความสามารถอธิบายหรือไม่ โครงสร้าง Can you + กริยารูปพื้นฐาน...? ใช้ขอให้อีกฝ่ายทำอะไรแบบตรงไปตรงมาในชีวิตประจำวัน คำว่า it เป็นกรรมของ explain และแทนเรื่องหรือกติกาที่ทั้งคู่รู้อยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

คุณต้องการขอให้ใครสักคนอธิบายกติกา ประโยคใดเป็นคำขอที่เป็นธรรมชาติ

  1. Do you explain the rules?
  2. You can explain the rules.
  3. Can you explain the rules?
ดูคำตอบ

Can you explain the rules?

Okay, I'll explain it.

0:05

โอเค พ่อจะอธิบายให้ฟัง

Dad is the octopus.

0:07

พ่อเป็นปลาหมึกยักษ์

That's why he talks like that. ไวยากรณ์

0:08

เขาเลยพูดแบบนั้นไง

ไวยากรณ์

That's why + ผลลัพธ์

That's why ย้อนกลับไปยังสาเหตุที่กล่าวไว้แล้วและใช้ขึ้นต้นผลลัพธ์ ในประโยคนี้ สถานการณ์ก่อนหน้าอธิบายวิธีที่เขาพูด ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ด้วยเหตุนั้น” ใช้รูป สาเหตุ. That's why + อนุประโยคผลลัพธ์ วลีนี้ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นสาเหตุ ส่วนข้อความหลัง That's why บอกสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะสาเหตุนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคผลลัพธ์ด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนนี้: The road was icy. ____ the school bus was late.

ดูคำตอบ

That's why

And we're fish or something, น้ำเสียง/เจตนา

0:11

แล้วพวกเราก็เป็นปลาหรืออะไรสักอย่าง

น้ำเสียง/เจตนา

or something: ทำให้คำบรรยายเป็นเพียงการบอกคร่าว ๆ

วลี or something วางหลัง fish และทำให้การเรียกนั้นเป็นเพียงการบอกคร่าว ๆ ในที่นี้หมายถึง “ปลา หรืออะไรที่คล้ายกัน” ผู้พูดไม่ได้เสนอทางเลือกที่สองแบบเจาะจง สามารถวาง or something หลังความคิดหรือคำบรรยายได้เมื่อไม่รู้รายละเอียดที่แน่นอนหรือรายละเอียดนั้นไม่สำคัญ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ or something เพื่อแสดงว่ายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำกิจกรรมอะไรแน่?

  1. We have no activity at all.
  2. We completed exactly three puzzles.
  3. We could make a puzzle or something.
ดูคำตอบ

We could make a puzzle or something.

and we have to steal his treasure ไวยากรณ์

0:12

แล้วเราต้องไปขโมยสมบัติของเขา

ไวยากรณ์

have to steal: การกระทำที่จำเป็นต้องทำ

ใน have to steal โครงสร้าง have to + คำกริยารูปพื้นฐานแสดงถึงสิ่งที่จำเป็นต้องทำ กล่าวคือ เกมหรือภารกิจกำหนดให้ขโมยสมบัติ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเป็นเจ้าของบางสิ่ง หลัง have to ให้ใช้คำกริยาแสดงการกระทำในรูปพื้นฐาน เช่น have to steal, have to wait, have to finish

แบบฝึกหัด

เติมกฎของเกมให้สมบูรณ์โดยใช้ have to: To enter the castle, players ____ collect two keys.

ดูคำตอบ

have to

and get back to our fish home. กริยาวลี

0:14

แล้วกลับไปที่บ้านปลาของเรา

กริยาวลี

get back to + สถานที่: กลับไปที่นั่น

get back to + สถานที่ หมายถึงกลับไปยังสถานที่ที่เคยอยู่มาก่อน ในที่นี้ to นำหน้าจุดหมาย คือบ้านปลาของเรา ในประโยคนี้ให้เข้าใจ get back to เป็นสำนวนภาษาพูดหนึ่งชุด โดย get ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ”

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงการกลับไปยังสถานที่หนึ่งเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We need to ____ the hotel before dark.

ดูคำตอบ

get back to

Uh, is that all the rules, Dad?

0:16

เอ่อ นั่นคือกฎทั้งหมดเหรอคะพ่อ?

This episode of Bluey is called Octopus.

0:20

บลูอี้ตอนนี้มีชื่อว่า ปลาหมึกยักษ์

Come on, Chloe.

0:23

มาเถอะโคลอี้

How are we going to get past? กริยาวลี

0:25

เราจะผ่านไปได้ยังไง?

กริยาวลี

get past: ผ่านสิ่งกีดขวาง

get past หมายถึงหาทางผ่านคนหรือสิ่งของที่ขวางทางไปให้ได้ ถ้าระบุสิ่งกีดขวาง ให้ใช้ get past + สิ่งกีดขวาง เช่น get past the gate ในที่นี้เห็นได้ชัดจากฉากว่าสิ่งใดกำลังขวางทาง จึงไม่กล่าวซ้ำหลัง past โดย past บอกตำแหน่งหรือการเคลื่อนที่ไปอีกด้านของสิ่งกีดขวาง ไม่ได้หมายถึงเวลาในอดีต

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงการผ่านสิ่งกีดขวาง: How can we ____ the fallen tree?

ดูคำตอบ

get past

Don't worry, octopuses aren't very smart. น้ำเสียง/เจตนา

0:27

ไม่ต้องห่วง ปลาหมึกไม่ค่อยฉลาดหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

Don't worry, ...: ปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจก่อนบอกเหตุผล

Don't worry เป็นวลีเปิดแบบตายตัวที่ใช้เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ มีโครงสร้าง don't + กริยารูปพื้นฐาน และทำหน้าที่คล้ายประโยคคำสั่งปฏิเสธ ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ตามมาให้เหตุผลว่าเหตุใดจึงไม่จำเป็นต้องกังวล ในที่นี้ ผู้พูดกำลังปลอบอีกฝ่าย ไม่ได้ตำหนิที่อีกฝ่ายรู้สึกกังวล

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งกังวลเพราะหาห้องเรียนไม่เจอ ประโยคใดปลอบให้เพื่อนสบายใจและเสนอความช่วยเหลือได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. You worry about the way.
  2. Don't worried, I show you the way.
  3. Don't worry, I'll show you the way.
ดูคำตอบ

Don't worry, I'll show you the way.

Watch.

0:29

ดูสิ

look, a robin.

0:30

ดูสิ นกโรบิน

Come on.

0:31

มาเร็ว

Chloe, help.

0:35

โคลอี้ ช่วยด้วย

What do I do?

0:36

ฉันต้องทำยังไง?

Do that knee thing you do. วลี

0:37

ทำท่าเข่าแบบที่เธอชอบทำสิ

วลี

“that knee thing you do”: ใช้ thing เรียกท่าที่คุ้นเคยโดยไม่บอกชื่อ

That knee thing you do เป็นกรรมของ do โดย that ชี้ไปที่ท่าหรือการกระทำอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ knee บอกว่าเกี่ยวข้องกับเข่า thing เป็นคำนามที่จงใจใช้แบบกว้าง ๆ และ you do บอกว่าเป็นท่าที่อีกฝ่ายทำเป็นประจำและคุ้นเคย ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ thing ใช้แทนท่าทาง เทคนิค หรือนิสัยได้ เมื่อไม่รู้ชื่อที่แน่ชัดหรือไม่จำเป็นต้องพูดชื่อ ทั้งสองฝ่ายเข้าใจได้จากคำบรรยายและบริบทที่มีร่วมกัน จึงทำให้ประโยคนี้เป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

คุณกับเพื่อนรู้ว่าเป็นท่าไหน แต่ไม่ได้ใช้ชื่อที่แน่นอน ประโยคใดใช้ thing เพื่อทำให้ชื่อของท่านั้นคลุมเครืออย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Do that knee thing you do.
  2. Do the exact knee maneuver you do.
  3. Do that knee move you do.
ดูคำตอบ

Do that knee thing you do.

Okay.

0:38

โอเค

I'm free.

0:44

ฉันเป็นอิสระแล้ว

Hooray.

0:45

ไชโย

Now we have to get back.

0:48

ทีนี้เราต้องกลับกันแล้ว

Let me try. น้ำเสียง/เจตนา

0:50

ขอฉันลองบ้าง

น้ำเสียง/เจตนา

Let me try.: อาสาขอลองทำ

Let me try. ใช้โครงสร้าง Let me + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่ออาสาลองทำด้วยตัวเอง ในประโยคนี้ผู้พูดขอให้ถึงตาของตนหรือขอรับช่วงการกระทำนั้น ไม่ได้ออกคำสั่งอย่างเป็นทางการหรือกดดันอีกฝ่าย รูปสั้น ๆ นี้ใช้ได้เป็นธรรมชาติเมื่อเข้าใจกันอยู่แล้วว่าจะทำอะไร และสามารถเติมการกระทำได้ เช่น Let me try opening the door.

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมทีมปลดล็อกแท็บเล็ตไม่ได้ คุณอยากรับช่วงและลองทันที ประโยคใดแสดงการอาสาขอรับตาได้โดยตรงที่สุด

  1. I'll try.
  2. Let me try.
  3. Can I try?
ดูคำตอบ

Let me try.

Look, a cockatoo.

0:51

ดูสิ นกกระตั้ว

I told you they're not very smart. น้ำเสียง/เจตนา

0:56

บอกแล้วว่ามันไม่ค่อยฉลาด

น้ำเสียง/เจตนา

I told you ... น้ำเสียงแบบ ฉันบอกแล้วไง

I told you โดยทั่วไปหมายถึงผู้พูดเคยบอกข้อมูลบางอย่างแก่ผู้ฟังมาก่อน ในประโยคนี้วลีดังกล่าวย้อนกลับไปถึงความเห็นก่อนหน้าของผู้พูดที่ว่าพวกปลาหมึกยักษ์ไม่ค่อยฉลาด เมื่อแผนได้ผล I told you จึงมีน้ำเสียงแบบ ฉันพูดถูก หรือ ฉันบอกแล้วไง ประโยคนี้นำผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมายืนยันคำพูดก่อนหน้า จึงไม่ได้เป็นเพียงการเล่าเรื่องที่เคยพูดกันแบบเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ถูกหรือผิด: ในประโยค I told you they're not very smart. ผู้พูดเพียงรายงานบทสนทนาในอดีตโดยไม่มีน้ำเสียงหรือท่าทีใด ๆ

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

My dad's here.

0:59

พ่อฉันมาแล้ว

See you, Bluey.

1:00

เจอกันนะบลูอี้

Bye, Chloe.

1:01

บาย โคลอี้

Dad, can you play octopuses with me when we get home? โน้ต

1:07

พ่อคะ กลับถึงบ้านแล้วเล่นปลาหมึกยักษ์กับหนูได้ไหม?

วลี

play octopuses with me: เข้าร่วมเกมสมมติที่คิดขึ้นเอง

ในประโยคนี้ play octopuses with me หมายถึง “มาเล่นสมมติว่าเราเป็นปลาหมึกยักษ์ด้วยกัน” เด็กใช้ octopuses เป็นชื่อเกมที่คิดขึ้นเอง และ with me บอกว่ากำลังชวนอีกฝ่ายมาเล่นด้วย โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ play + ชื่อเกมหรือชื่อการเล่นสมมติ + with + คน ในที่นี้ play หมายถึงเข้าร่วมเล่นเกม ไม่ใช่เล่นดนตรีหรือจับต้องสัตว์จริง

แบบฝึกหัด

ในบริบทที่ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าเป็นการเล่นสมมติ “Can you play octopuses with me?” หมายความว่าอย่างไร

  1. มาแกล้งทำเป็นปลาหมึกยักษ์กับฉันได้ไหม
  2. ย้ายปลาหมึกยักษ์จริง ๆ บางตัวไปมาได้ไหม
  3. เล่นดนตรีให้ปลาหมึกยักษ์บางตัวฟังได้ไหม
ดูคำตอบ

มาแกล้งทำเป็นปลาหมึกยักษ์กับฉันได้ไหม

ไวยากรณ์

when we get home: อนุประโยคบอกเวลาในอนาคต

ในที่นี้ when we get home เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่เชื่อมกับคำขอ โดยบอกว่าจะเล่นกันเมื่อไร นั่นคือหลังจากครอบครัวกลับถึงบ้านแล้ว ไม่ใช่คำถามแยกต่างหากที่ถามว่าจะถึงบ้านกี่โมง เมื่ออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when กำหนดเวลาในอนาคตของอีกการกระทำหนึ่ง ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple ในอนุประโยคนั้น คือใช้ get ไม่ใช้ will get ส่วนคำขอในประโยคหลักให้ความหมายเกี่ยวกับอนาคตอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ when เป็นอนุประโยคบอกเวลาในอนาคต เพื่อสื่อว่าจะกินอาหารหลังจากกลับถึงบ้าน

  1. We'll eat while we are driving home.
  2. We don't know when we will get home.
  3. We'll eat when we get home.
ดูคำตอบ

We'll eat when we get home.

It's so much fun. วลี

1:10

มันสนุกมากเลยนะ

วลี

so much fun: สนุกมาก

ใน so much fun คำว่า fun เป็นคำนามนับไม่ได้ที่หมายถึง “ความสนุก” โครงสร้าง so much + คำนามนับไม่ได้ใช้เน้นว่ามีสิ่งนั้นอยู่มาก ในประโยคนี้ วลีทั้งหมดหมายความว่ากิจกรรมนั้นสนุกมาก ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมนั้นต้องทำให้คนหัวเราะเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่างานโรงเรียนสนุกมาก โดยไม่จำเป็นต้องหมายความว่างานนั้นตลกจนทำให้หัวเราะมาก?

  1. The school fair was so many fun.
  2. The school fair was so much fun.
  3. The school fair was so funny.
ดูคำตอบ

The school fair was so much fun.

Um, yes, okay.

1:11

อืม ได้สิ โอเค

That sounds like a good way to learn about sea creatures. วลี

1:13

ฟังดูเป็นวิธีที่ดีในการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ทะเลนะ

วลี

sounds like a good way to: ประเมินวิธีหนึ่งในเชิงบวก

That sounds like a good way to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นคำตอบที่เป็นธรรมชาติเมื่อได้ยินข้อเสนอแนะ หมายความว่า จากสิ่งที่เพิ่งได้ยิน แนวคิดนั้นดูเหมือนจะมีประโยชน์ต่อการบรรลุเป้าหมาย ในที่นี้ sounds like ใช้แสดงความรู้สึกหรือการประเมิน ไม่ได้หมายถึงเสียงจริง ๆ หลัง to ให้ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น to learn, to practise หรือ to save

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบเชิงบวกให้สมบูรณ์ด้วย sounds like a good way to: “I make a short plan before I start.” “That ____ stay focused.”

ดูคำตอบ

sounds like a good way to

There.

1:18

เอาล่ะ

Now, you have to be an octopus.

1:19

ทีนี้ พ่อต้องเป็นปลาหมึกนะ

Um, okay.

1:21

อืม โอเค

Hi, I'm an octopus.

1:23

สวัสดี ฉันคือปลาหมึกยักษ์

Octopuses don't talk like that. วลี

1:24

ปลาหมึกไม่ได้พูดแบบนี้นะ

วลี

talk like that: การอ้างถึงวิธีพูด

ใน talk like that คำว่า like หมายถึง “ในแบบเดียวกับ” ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” ส่วน that ย้อนอ้างถึงวิธีพูดที่เพิ่งได้ยิน เพิ่งสาธิต หรือเห็นได้ชัดจากสถานการณ์ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำกริยา + like that ใช้บอกว่าการกระทำเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกับวิธีที่อยู่ในบริบทแล้ว

แบบฝึกหัด

เพื่อนเพิ่งใช้เสียงตลก ๆ ประโยคใดขอให้เพื่อนไม่พูดด้วยวิธีนั้น

  1. Please don't talk like that.
  2. Please don't talk that like.
  3. Please don't like that talk.
ดูคำตอบ

Please don't talk like that.

Well, octopi don't talk at all. โน้ต

1:26

ก็ปลาหมึกมันพูดไม่ได้เลยต่างหาก

การใช้คำ

octopi: รูปพหูพจน์รูปหนึ่งของ octopus

Octopi เป็นรูปพหูพจน์รูปหนึ่งของ octopus จึงหมายถึงปลาหมึกยักษ์มากกว่าหนึ่งตัว รูปนี้สร้างตามแบบพหูพจน์ที่เลียนแบบภาษาละติน แต่ไม่ใช่รูปพหูพจน์ที่ถูกต้องเพียงรูปเดียว Octopuses เป็นรูปพหูพจน์ที่ใช้บ่อยกว่าและเป็นกลางกว่าในภาษาอังกฤษทั่วไป การเลือก octopi อาจฟังดูเหมือนผู้รู้ มีอารมณ์ขัน หรือจงใจแก้คำพูด ซึ่งเข้ากับการแก้คำของผู้พูดในที่นี้

แบบฝึกหัด

ข้อความใดเกี่ยวกับรูปพหูพจน์ของ octopus ถูกต้อง

  1. ทั้ง octopuses และ octopi ใช้เป็นรูปพหูพจน์
  2. octopi หมายถึงปลาหมึกยักษ์หนึ่งตัว
  3. มีเพียง octopi เท่านั้นที่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ทั้ง octopuses และ octopi ใช้เป็นรูปพหูพจน์

ไวยากรณ์

not ... at all เพื่อเน้นความปฏิเสธ

At all วางหลังคำหรือโครงสร้างปฏิเสธ เช่น don't, isn't หรือ can't เพื่อเน้นความปฏิเสธให้ชัดขึ้น โดย not ... at all หมายถึง “ไม่เลยแม้แต่น้อย” หรือ “ไม่ในทางใดเลย” ในประโยคนี้ don't talk at all เน้นมากกว่า don't talk ผู้พูดกำลังบอกว่าปลาหมึกยักษ์ไม่พูดเลยไม่ว่าในลักษณะใด

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายเพื่อเน้นความปฏิเสธในประโยค: I can't hear the radio ____.

ดูคำตอบ

at all

Yeah, they do.

1:28

พูดสิ

They go bloolooloo. การใช้คำ

1:29

พวกมันร้อง บลูลูลู

การใช้คำ

go + เสียง: go bloolooloo

Go สามารถใช้เกริ่นเสียงที่ยกมาหรือเสียงเลียนแบบได้ ในโครงสร้าง “คนหรือสิ่งของ + go + เสียง” คำว่า go หมายถึง “ส่งเสียงแบบนี้” ไม่ได้หมายถึง “ไปที่ใดที่หนึ่ง” Bloolooloo เป็นเสียงที่แต่งขึ้นอย่างสนุกสนานในประโยคนี้ They go bloolooloo หมายถึงผู้พูดกำลังเลียนเสียงนั้น และ bloolooloo ไม่ใช่คำภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ใช้เรียกเสียงของปลาหมึกยักษ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย go + sound โดยใช้ goes และ tick-tock: The clock ____ all day.

ดูคำตอบ

goes tick-tock

Blah blah

1:31

บลา บลา

Yeah, like that, but more. ลำดับความ

1:32

ใช่ แบบนั้นแหละ แต่ต้องเยอะกว่านี้

ลำดับความ

like that, but more (แบบนั้น แต่ให้มากกว่านี้)

Like that ชี้กลับไปยังการสาธิตก่อนหน้าและบอกว่าแนวทางพื้นฐานถูกต้องแล้ว ส่วน But more เพิ่มคำขอให้ปรับ โดยให้ทำสิ่งเดิมมากขึ้นหรือทำให้ผลชัดเจนขึ้น ผู้พูดไม่บอกเนื้อหาที่ชัดเจนหลัง more เพราะทั้งสองฝ่ายมีสิ่งอ้างอิงร่วมกัน รูปแบบสั้น ๆ นี้จัดลำดับคำติชมโดยยอมรับแบบเดิมก่อนแล้วจึงขอให้ปรับ จึงใช้ได้เมื่อผู้ฟังเข้าใจว่า that และ more หมายถึงอะไร

แบบฝึกหัด

ผู้ฝึกสอนชอบท่าทางพื้นฐาน แต่ต้องการให้ทำแรงหรือชัดเจนขึ้น like that, but more ทำหน้าที่อะไรในคำติชมนี้?

  1. ยอมรับแบบพื้นฐานและขอให้เพิ่มผลแบบเดิมให้มากขึ้น
  2. จบคำติชมโดยไม่ขอให้เปลี่ยนแปลงอะไร
  3. ปฏิเสธแบบเดิมและขอให้เปลี่ยนเป็นท่าทางที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

ยอมรับแบบพื้นฐานและขอให้เพิ่มผลแบบเดิมให้มากขึ้น

Blah blah blah

1:35

บลา บลา บลา

And you have to wave your arms about. วลี

1:36

แล้วก็ต้องแกว่งแขนไปมาด้วย

วลี

wave your arms about (แกว่งแขนไปมาหลายทิศทาง)

Wave your arms หมายถึงขยับแขนซ้ำ ๆ ในที่นี้ about เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่หมายถึงไปในหลายทิศทาง ดังนั้น wave your arms about จึงหมายถึงแกว่งแขนไปมาอย่างอิสระ ไม่ใช่ไปในทิศทางเดียวที่แน่นอน ในโครงสร้างนี้ about ไม่ได้หมายถึงเกี่ยวกับ แต่บอกว่าแกว่งแขนอย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Maya ขยับแขนทั้งสองข้างไปในหลายทิศทางเพื่อเรียกความสนใจ?

  1. She kept both arms still to get our attention.
  2. She waved her arms about to get our attention.
  3. She pointed one arm straight at the door to get our attention.
ดูคำตอบ

She waved her arms about to get our attention.

They're actually called tentacles. น้ำเสียง/เจตนา

1:38

จริงๆ แล้วมันเรียกว่าหนวดนะ

น้ำเสียง/เจตนา

actually called: แก้ชื่ออย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ actually บอกว่าผู้พูดกำลังแก้คำเรียก โดยชื่อที่ถูกต้องคือ tentacles โครงสร้าง be actually called + ชื่อ ใช้แทนคำเรียกก่อนหน้าที่ไม่แม่นยำด้วยคำที่ถูกต้อง actually ในที่นี้หมายถึง “พูดให้ถูกต้องก็คือ” หรือ “จริง ๆ แล้ว” ไม่ได้หมายถึง “อย่างน่าประหลาดใจ” จึงช่วยให้การแก้ไขฟังเหมือนการเสริมข้อมูลมากกว่าการกล่าวตรง ๆ ว่าอีกฝ่ายผิด

แบบฝึกหัด

ใช้ actually และรูป passive ของ call เพื่อเติมการแก้ไขอย่างนุ่มนวลให้สมบูรณ์: This tool is ____ a spirit level, not a ruler.

ดูคำตอบ

actually called

Okay, you have to wave your tentacles about.

1:39

โอเค พ่อต้องแกว่งหนวดไปมา

Uh, blah blah.

1:41

เอ่อ บลา บลา

Look, this all feels a bit silly. น้ำเสียง/เจตนา

1:43

นี่ มันดูตลกๆ ยังไงก็ไม่รู้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

feels a bit silly: ลดความแรงของความรู้สึกเชิงลบ

feels ในที่นี้บอกถึงความรู้สึกส่วนตัวของผู้พูดต่อสถานการณ์ทั้งหมด ไม่ใช่ความรู้สึกจากการสัมผัส ในบริบทนี้ silly อาจหมายถึงชวนให้กระอักกระอ่วน น่าอาย หรือดูไม่ค่อยสมเหตุสมผล คำว่า a bit ช่วยลดความแรงของคำคุณศัพท์เชิงลบ ส่วน feels ทำให้คำประเมินดูเป็นความรู้สึกส่วนตัว ดังนั้น This feels a bit silly จึงตรงและแรงน้อยกว่า This is silly

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความเห็นส่วนตัวแบบลดความแรง แทนที่จะตัดสินอย่างตรงไปตรงมา?

  1. Wearing matching hats is completely ridiculous.
  2. Wearing matching hats feels a bit silly to me.
  3. I can feel the hats with my hands.
ดูคำตอบ

Wearing matching hats feels a bit silly to me.

I think I'm just going to be a quiet octopus. ไวยากรณ์

1:45

พ่อว่าพ่อจะเป็นปลาหมึกที่เงียบๆ ดีกว่า

ไวยากรณ์

I'm just going to: พูดถึงการตัดสินใจแบบสบาย ๆ

be going to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกความตั้งใจหรือสิ่งที่เลือกว่าจะทำต่อไป ในที่นี้ going to ตามด้วย be จึงไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใด just ทำให้สิ่งที่เลือกฟังดูเป็นเรื่องเล็ก สบาย ๆ และไม่เกินจริง คล้ายกับว่า “ฉันก็จะทำแบบนี้แหละ” ในประโยคนี้ ผู้พูดเลือกอย่างใจเย็นว่าจะแสดงท่าทางให้เงียบลง

แบบฝึกหัด

เติมคำสามคำที่ใช้ just เพื่อทำให้การตัดสินใจด้วย be going to ฟังดูสบาย ๆ: I'm ____ take a short break.

ดูคำตอบ

just going to

Okay.

1:47

โอเค

This is your treasure.

1:48

นี่คือสมบัติของพ่อนะ

I don't think an octopus would have treasure. ไวยากรณ์

1:50

พ่อไม่คิดว่าปลาหมึกจะมีสมบัติหรอกนะ

ไวยากรณ์

would have treasure: สิ่งที่คาดหมายในสถานการณ์สมมติ

would + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหรือดูเป็นไปได้ในสถานการณ์สมมติหรือจินตนาการ ใน would have treasure คำว่า have ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐานหลัง would โครงสร้างปฏิเสธ I don't think... นำความคิดเห็นของผู้พูดไปตัดสินแนวคิดสมมตินั้น ผู้พูดมองว่าโดยปกติแล้วหมึกยักษ์ไม่น่าจะมีสมบัติ ในที่นี้ would ไม่ได้หมายถึงอนาคตที่มองจากอดีต

แบบฝึกหัด

คุณกำลังตัดสินว่าอะไรสมเหตุสมผลสำหรับมังกรในจินตนาการ ประโยคใดใช้ would เพื่อบอกผลที่คาดหมายในสถานการณ์สมมตินั้น

  1. A dragon will need a very large cave when it arrives tomorrow.
  2. A dragon needed a very large cave in the old story.
  3. A dragon would need a very large cave.
ดูคำตอบ

A dragon would need a very large cave.

That's more of a pirate thing. การใช้คำ

1:52

นั่นมันของโจรสลัดมากกว่านะ

การใช้คำ

more of a pirate thing: การจัดประเภทแบบไม่เป็นทางการ

ใน more of a pirate thing คำว่า more of a หมายถึง “อธิบายได้ตรงกว่าว่าเป็น...” หรือ “เชื่อมโยงกับ...มากกว่า” ผู้พูดจัดให้แนวคิดนั้นใกล้กับหมวดโจรสลัดมากกว่า แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นกฎตายตัว thing ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงวัตถุอีกชิ้นหนึ่ง แต่กล่าวกว้าง ๆ ถึงแนวคิด ลักษณะ นิสัย สไตล์ หรือกิจกรรมที่เป็นแบบฉบับ ดังนั้นโครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is more of a Y thing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง more of a ... thing: For me, fireworks are ____ New Year's Eve thing.

ดูคำตอบ

more of a

But he has to, ไวยากรณ์

1:53

แต่เขาต้องมีสิ

and I have to steal it.

1:54

และฉันก็ต้องขโมยมัน

ไวยากรณ์

he has to ... I have to steal it: การบอกความจำเป็นและการละคำ

have to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกความจำเป็นหรือข้อบังคับ เมื่อประธานเป็นบุรุษที่สามเอกพจน์ จะเปลี่ยนเป็น has to ดังนั้น he has to และ I have to จึงเป็นรูปที่ต่างกันของโครงสร้างเดียวกัน ใน he has to มีการละการกระทำที่เข้าใจได้จากบทสนทนาก่อนหน้า ความหมายเต็มคือ he has to have treasure ส่วน I have to steal it บอกการกระทำไว้ชัดเจน ในประโยคย่อเช่นนี้ต้องคง to ไว้ เพราะ he has ที่อยู่ลำพังมักบอกการครอบครองหรือทำหน้าที่ในโครงสร้าง perfect ไม่ได้บอกความจำเป็น

แบบฝึกหัด

Mia ถามว่า “Does Leo have to bring a ticket?” คำตอบใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่า Leo จำเป็นต้องนำตั๋วมา พร้อมทั้งละการกระทำที่ซ้ำออกไป?

  1. Yes, he has.
  2. Yes, he has to.
  3. Yes, he have to.
ดูคำตอบ

Yes, he has to.

Ready?

1:56

พร้อมไหม?

Uh, I guess. น้ำเสียง/เจตนา

1:56

เอ่อ คิดว่านะ

น้ำเสียง/เจตนา

I guess: การยอมรับแบบลังเล

ในคำตอบนี้ I guess หมายถึงผู้พูดยอมรับแนวคิดนั้น แม้จะยังไม่แน่ใจหรือไม่ได้เต็มใจนัก ไม่ได้หมายถึงกำลังเดาคำตอบจริง ๆ เมื่อใช้ I guess เป็นคำตอบสั้น ๆ น้ำเสียงเห็นด้วยจะอ่อนลงและยังมีความลังเลหรือไม่ค่อยเต็มใจอยู่ คำว่า Uh ที่ขึ้นต้นยิ่งทำให้ความไม่แน่ใจชัดขึ้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนเสนอให้เปลี่ยนไปกินร้านอาหารที่คุณไม่ค่อยชอบ คำตอบใดยอมรับแผนแต่ฟังดูลังเล?

  1. No, I definitely won't go.
  2. Okay, I guess.
  3. Absolutely! That's perfect!
ดูคำตอบ

Okay, I guess.

Look, a robin.

1:57

ดูสิ นกโรบิน

Why would a robin be under the sea? ไวยากรณ์

1:59

ทำไมถึงมีนกโรบินอยู่ใต้ทะเลได้ล่ะ?

ไวยากรณ์

Why would a robin be ...?: ตั้งข้อสงสัยต่อสถานการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้

Why would a robin be ...? ใช้ตั้งคำถามว่าสถานการณ์สมมตินั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ ผู้พูดไม่ได้เพียงถามเหตุผลตามข้อเท็จจริงว่านกโรบินอยู่ใต้ทะเลทำไม แต่กำลังสื่อว่าสถานการณ์นี้ดูไม่น่าเป็นไปได้หรือไม่สมเหตุสมผล โครงสร้างคือ Why would + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ would แสดงสถานการณ์สมมติหรือเรื่องที่น่าประหลาดใจ และ be ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน ไม่ได้ใช้ would ในความหมายอดีต

แบบฝึกหัด

คำถามใดใช้ตั้งข้อสงสัยอย่างเป็นธรรมชาติต่อสถานการณ์สมมตินี้: คนขับรถที่ระมัดระวังกลับเพิกเฉยต่อคำเตือนที่ชัดเจน?

  1. Why is a careful driver ignoring that warning?
  2. Why did a careful driver ignore that warning?
  3. Why would a careful driver ignore that warning?
ดูคำตอบ

Why would a careful driver ignore that warning?

Dad.

2:01

พ่อคะ