ปรากฏการณ์ยาหลอกมีแฝดปีศาจ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
CGP Grey
ภาพรวมวิดีโอ: คำเตือนปลอมเรื่องเสียงเปิดประเด็นผลโนซีโบ จากนั้นการทดลองยา อาการป่วยทางจิตในกลุ่ม และข่าว แสดงว่าความคาดหวังด้านลบทำให้เกิดอาการจริงได้โดยไม่มีต้นเหตุอันตราย ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “made up”: กริยาวลี หมายถึงงานศึกษาถูกแต่งขึ้น ไม่ใช่ถูกประกอบ ช่วยให้เห็นการแก้ข้อมูลหลังบทนำแบบวิทยาศาสตร์ 2. “it's the belief in harm that matters.”: ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค โครงสร้าง it-cleft เน้นสาเหตุสำคัญและช่วยแยกคำอธิบายหลายแบบ 3. “a kind of mind virus.”: สำนวนและภาษาเปรียบเทียบ virus เปรียบกับความเชื่อที่แพร่และกระตุ้นอาการ ไม่ใช่เชื้อโรคจริง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
this video is going to hurt ในฐานะคำทำนายที่สร้างความลุ้นระทึก
อนุประโยค this video is going to hurt นำเสนอความเจ็บปวดว่าเป็นผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงความเป็นไปได้ที่ไม่แน่นอน เมื่อวางไว้ตอนต้น คำทำนายที่หนักแน่นนี้ทำหน้าที่ดึงความสนใจ โดยสร้างความลุ้นระทึกและทำให้ผู้ชมคาดหวังผลลัพธ์ในแง่ลบก่อนเริ่มคำอธิบาย ในที่นี้ ประโยคดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปูทางไปสู่การสาธิตภายหลัง ไม่ใช่คำเตือนทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ ถ้อยคำนี้เองช่วยสร้างความคาดหวังที่วิดีโอจะนำมาตรวจสอบในภายหลัง
แบบฝึกหัด
ในประโยคเปิดนี้ หน้าที่หลักของ this video is going to hurt คืออะไร
- เป็นคำเตือนทางการแพทย์เกี่ยวกับวิดีโอที่ได้รับการยืนยันแล้ว
- อธิบายสาเหตุทางร่างกายของอาการปวดศีรษะ
- เป็นคำทำนายที่หนักแน่นซึ่งสร้างความลุ้นระทึกและช่วยปูทางไปสู่การสาธิตภายหลัง
ดูคำตอบ
เป็นคำทำนายที่หนักแน่นซึ่งสร้างความลุ้นระทึกและช่วยปูทางไปสู่การสาธิตภายหลัง
There's a study about hypersounds and how they cause headaches.
0:06มีงานวิจัยเกี่ยวกับคลื่นความถี่สูงและวิธีที่มันทำให้เกิดอาการปวดหัว
like the one added to this video playing right now,
0:11เหมือนกับเสียงที่ถูกเพิ่มเข้ามาในวิดีโอที่กำลังเล่นอยู่นี้
cause headaches they still do: การนำวลีกริยามาข้างหน้าโดยคง do ไว้
วลีกริยา cause headaches ถูกย้ายมาไว้ข้างหน้า ลำดับคำตามปกติคือ they still do cause headaches การนำส่วนนี้มาข้างหน้าอย่างเด่นชัดทำให้ผลที่กล่าวอ้างกลายเป็นจุดสนใจ และทำให้ประโยคมีจังหวะที่เป็นทางการและน่าตื่นเต้น คำว่า do ที่อยู่ท้ายประโยคย้อนกลับไปถึงการกระทำ cause headaches ที่ถูกนำมาข้างหน้า ไม่ได้เพิ่มการกระทำอีกอย่างหนึ่ง เมื่อใช้ร่วมกับ still คำนี้จะย้ำข้อกล่าวอ้างว่า แม้เนื้อหารอบข้างจะมีความขัดแย้งกัน พวกมันก็ยังคงทำให้ปวดศีรษะ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นรูปที่ใช้ลำดับคำเป็นกลางและมีความหมายใกล้เคียง cause headaches they still do มากที่สุด โดยยังคง do ที่ใช้เน้นไว้
- They still cause headaches.
- They still do cause headaches.
- Headaches still cause them.
ดูคำตอบ
They still do cause headaches.
The hypersound in your headphones is pressing on your inner ear,
0:16คลื่นความถี่สูงในหูฟังของคุณกำลังกดทับหูชั้นในของคุณ
stressing the nerves leading to your brain where,
0:19สร้างความเครียดให้กับเส้นประสาทที่เชื่อมไปยังสมอง ซึ่ง
it soon will as the exposure causes headaches after only 10 seconds.
0:23มันจะเริ่มในไม่ช้า เพราะการเปิดรับเสียงนี้จะทำให้ปวดหัวหลังจากผ่านไปเพียง 10 วินาที
That pressure in your ears spreading to your now throbbing brain?
0:30ความกดดันในหูของคุณที่ลามไปยังสมองที่ตอนนี้กำลังเต้นตุบๆ?
Because you shouldn't. ในฐานะส่วนของประโยคที่ตั้งใจแยกออกมา
Because you shouldn't. เป็นส่วนของประโยคที่ผู้พูดตั้งใจแยกออกมา ปกติ because จะนำอนุประโยคบอกเหตุผลที่เชื่อมกับใจความอื่น แต่ที่นี่เหตุผลถูกพูดแยกเป็นคำตอบสั้น ๆ คำที่ละไว้หลัง shouldn't แต่เข้าใจได้คือ feel that pressure or headache ซึ่งเติมความหมายได้จากคำถามก่อนหน้า การแยกเหตุผลออกมาทำให้เกิดจังหวะหยุดและเพิ่มน้ำหนัก ในการเล่าเรื่องด้วยคำพูด วิธีนี้สามารถพลิกสิ่งที่ผู้ฟังคาดไว้ก่อนหน้า และทำให้การเปิดเผยข้อเท็จจริงดูฉับพลัน
แบบฝึกหัด
Because you shouldn't. ที่แยกเดี่ยว ๆ ทำหน้าที่อะไรในบทสนทนานี้
- พูดเหตุผลแยกออกมาเป็นการเปิดเผยที่เน้นหนัก
- หมายความว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าผู้ฟังควรรู้สึกอะไรหรือไม่
- เริ่มบอกเหตุผลแต่ทำให้ไม่สามารถเข้าใจความหมายที่ต้องการสื่อได้เลย
ดูคำตอบ
พูดเหตุผลแยกออกมาเป็นการเปิดเผยที่เน้นหนัก
This study is made up and there's no hypersound in the audio, กริยาวลี
0:34งานวิจัยนี้ถูกแต่งขึ้นและไม่มีคลื่นความถี่สูงใดๆ ในเสียงนี้เลย
made up ในความหมายว่าแต่งขึ้นหรือเป็นเรื่องเท็จ
ในที่นี้ made up เป็นรูป past participle ของกริยาวลี make up และใช้ในโครงสร้างประธานถูกกระทำ be made up หมายถึง “ถูกแต่งขึ้น ไม่ใช่เรื่องจริง” คือมีคนสร้างงานวิจัยนี้ขึ้นมา แต่มันไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ ข้อความที่ตามมาคือ there's no hypersound in the audio สนับสนุนความหมายนี้ เพราะเปิดเผยว่าคำกล่าวอ้างนั้นเป็นเท็จ เมื่อ be made up ไม่มี of ตามหลังและใช้บรรยาย story, excuse, claim หรือ study มักหมายถึง “ถูกแต่งขึ้น”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปสองคำของ make up ที่หมายถึง “ถูกแต่งขึ้นและไม่เป็นความจริง”: The witness admitted that the whole story was ____.
ดูคำตอบ
made up
but some of you will still have begun to feel a headache. ไวยากรณ์
0:37แต่บางคนก็คงเริ่มรู้สึกปวดหัวแล้ว
will still have begun to feel: การเริ่มที่มองจากจุดหนึ่งในอนาคต
กลุ่มคำกริยา will have begun to feel มองไปยังจุดอ้างอิงในอนาคตก่อน แล้วจึงมองย้อนกลับจากจุดนั้น เมื่อถึงเวลานั้นในอนาคต การเริ่มมีความรู้สึกได้เกิดขึ้นแล้ว แม้ว่าความรู้สึกนั้นอาจยังพัฒนาต่อไปอยู่ รูปนี้ระบุความสัมพันธ์ด้านเวลาได้ชัดกว่า will feel ซึ่งเพียงคาดการณ์ว่าจะเกิดความรู้สึกนั้น still อยู่ระหว่าง will กับ have และแสดงว่าผลลัพธ์ยังเป็นจริงแม้จะมีความคาดหมายตรงกันข้าม ในที่นี้ แม้จะเปิดเผยแล้วว่าสาเหตุไม่เป็นอันตราย บางคนก็อาจเริ่มรู้สึกปวดหัวไปแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่า แม้จะได้รับคำปลอบใจ แต่เมื่อถึงเที่ยง การเริ่มปวดหัวจะเป็นสิ่งที่เกิดไปแล้ว?
- Despite the reassurance, Leo will still begin to feel a headache at noon.
- Despite the reassurance, Leo will still have begun to feel a headache by noon.
- Despite the reassurance, Leo will still be feeling a headache at noon.
ดูคำตอบ
Despite the reassurance, Leo will still have begun to feel a headache by noon.
nocebo effect: อาการจริงจากความคาดหมายเชิงลบ
ผลโนซีโบเกิดขึ้นเมื่อความคาดหมายเชิงลบทำให้เกิดอาการจริงหรือทำให้อาการแย่ลง สิ่งของหรือการรักษาอาจไม่เป็นอันตราย แต่การเชื่อว่าจะทำร้ายคุณอาจนำไปสู่ความเจ็บปวด คลื่นไส้ หรือปัญหาจริงอย่างอื่นได้ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นแกล้งทำ ในข้อความนี้ nocebo หมายถึงตัวกระตุ้นที่ไม่เป็นอันตราย ส่วน nocebo effect หมายถึงกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ความคาดหมายไปจนถึงอาการ เมื่อพบคำนี้ในที่อื่น ให้มองหาอันตรายที่กลัว ความเชื่อเชิงลบ และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของผลโนซีโบ?
- คนหนึ่งรับประทานยาที่มีฤทธิ์ซึ่งระคายเคืองกระเพาะโดยตรง
- คนหนึ่งคาดว่าเม็ดยาที่ไม่เป็นอันตรายจะทำให้คลื่นไส้ แล้วก็รู้สึกคลื่นไส้จริง ๆ
- คนหนึ่งบอกว่ารู้สึกป่วยเพื่อหลีกเลี่ยงการไปทำงาน
ดูคำตอบ
คนหนึ่งคาดว่าเม็ดยาที่ไม่เป็นอันตรายจะทำให้คลื่นไส้ แล้วก็รู้สึกคลื่นไส้จริง ๆ
but there's a real science behind the nocebo effect,
0:50แต่มีวิทยาศาสตร์ที่แท้จริงอยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์โนซีโบ
parlor trick ในฐานะคำเปรียบเทียบเชิงดูแคลน
parlor trick คือการแสดงหรือการสาธิตเล็ก ๆ ที่ฉลาด ซึ่งมีไว้เพื่อให้ความบันเทิงหรือสร้างความประทับใจเป็นหลัก ในที่นี้ใช้เป็นคำเปรียบเทียบว่า ปรากฏการณ์นี้อาจถูกมองข้ามว่าเป็นเพียงเรื่องแปลกใหม่ที่ดูหวือหวาแต่ไม่สำคัญ ไม่ได้หมายถึงการแสดงที่เกิดขึ้นจริงในห้องหนึ่ง คำว่า more than ปฏิเสธการมองแบบดูแคลนนั้น ผู้พูดกำลังบอกว่าผลกระทบนี้มีความสำคัญจริง ไม่ได้เพียงแต่น่ารำคาญหรือดึงดูดความสนใจเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรด้วยประโยคนี้: The effect is more than an irritating parlor trick?
- ผลกระทบนี้อาจดูเหมือนเรื่องแปลกเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วมีความสำคัญ
- ผลกระทบนี้ให้ความบันเทิงและไม่มีผลในทางปฏิบัติ
- ผลกระทบนี้คือการแสดงหลอกลวงที่จัดขึ้นในห้องนั่งเล่นของใครคนหนึ่ง
ดูคำตอบ
ผลกระทบนี้อาจดูเหมือนเรื่องแปลกเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วมีความสำคัญ
and give the other half a fake pill that does nothing,
1:02และให้อีกครึ่งหนึ่งรับยาหลอกที่ไม่มีฤทธิ์อะไรเลย
and sometimes patients drop out of the experiment because of them. กริยาวลี
1:12และบางครั้งผู้ป่วยก็ถอนตัวจากการทดลองเพราะผลข้างเคียงนั้น
โครงสร้าง drop out of + กิจกรรม
drop out of หมายถึงหยุดเข้าร่วมกิจกรรม หลักสูตร องค์กร หรืองานวิจัยก่อนสิ่งนั้นจะสิ้นสุด ในประโยคนี้ ผู้ป่วยหยุดเข้าร่วมการทดลอง ไม่ได้มีสิ่งใดตกลงมาจริง ๆ โครงสร้างคือ drop out of + นามวลี เช่น drop out of the experiment หากไม่ได้ระบุกิจกรรม ก็ใช้ drop out เดี่ยว ๆ ได้ เช่น Two patients dropped out.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงหยุดเข้าร่วมก่อนจบ: Because the training schedule conflicted with her work hours, Maya decided to ____ the program.
ดูคำตอบ
drop out of
But some people on the fake also drop out from the side effects.
1:16แต่คนบางคนที่ได้รับยาหลอกก็ถอนตัวจากผลข้างเคียงเช่นกัน
Side effects they've gotten from a drug they aren't taking,
1:20ผลข้างเคียงที่พวกเขาได้รับจากยาที่ไม่ได้กิน
but because they think they're on the real thing, สำนวน
1:23แต่เป็นเพราะพวกเขาคิดว่าตนเองกำลังกินยาจริงอยู่
the real thing: ของจริงหรือเวอร์ชันแท้
the real thing เป็นวลีตายตัวแบบไม่เป็นทางการที่ใช้กันทั่วไป หมายถึงของแท้หรือเวอร์ชันจริง ไม่ใช่ของปลอม ของเลียนแบบ หรือสิ่งทดแทน ในประโยคนี้หมายถึงยาจริงที่ผู้เข้าร่วมคิดว่าตัวเองกำลังกินอยู่ ไม่ใช่ยาเม็ดที่ไม่มีตัวยาซึ่งพวกเขาได้รับจริง คำว่า thing ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ไม่ชัดเจน วลีทั้งชุดชี้ไปยังของแท้หรือเวอร์ชันจริงที่รู้ได้อยู่แล้วจากบริบท
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่หมายถึงของแท้ ไม่ใช่ของเลียนแบบ: This watch is not a copy; it is ___.
- a real thing
- the real thing
- the same thing
ดูคำตอบ
the real thing
they've also thought themselves into the side effects. ไวยากรณ์
1:25จิตใจของพวกเขาจึงสร้างผลข้างเคียงนั้นขึ้นมาเอง
Think oneself into a state: ความคิดทำให้เข้าสู่สภาวะหนึ่ง
ในโครงสร้าง think + สรรพนามสะท้อนกลับ + into + ผลลัพธ์ สรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน และ into นำหน้าสภาวะที่เกิดจากการกระทำนั้น ในที่นี้ they've thought themselves into the side effects หมายความว่า ความคาดหวังของพวกเขามีส่วนทำให้พวกเขารู้สึกถึงอาการที่ระบุไว้ แม้ไม่ได้กินยาจริง วลีนี้นำเสนอความคิดหรือความคาดหวังว่าเป็นสาเหตุของสภาวะนั้น ไม่ได้หมายถึงเพียงคิดถึงสภาวะนั้นเป็นหัวข้อ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง think oneself into: After reading frightening stories online, he ____ a panic.
ดูคำตอบ
thought himself into
Now, maybe this is just a case of misattribution.
1:28เอาล่ะ บางทีนี่อาจเป็นแค่กรณีของการอ้างเหตุผลผิด
and if they've joined a drug trial that lists headaches in the side effects,
1:31และหากพวกเขาเข้าร่วมการทดลองยาที่ระบุอาการปวดหัวไว้ในผลข้างเคียง
to some extent: จำกัดความหนักแน่นของข้อความ
ในประโยคนี้ to some extent หมายถึง “บางส่วน” หรือ “ในระดับที่จำกัด” ผู้พูดยอมรับว่าข้อความนั้นจริง แต่ไม่ได้จริงทั้งหมด วลีนี้ลดความหนักแน่นของข้อความ มักใช้เมื่อยอมรับแนวคิดบางส่วน พร้อมกับเปิดทางไว้สำหรับการแก้ไข ข้อยกเว้น หรือประเด็นเพิ่มเติม
แบบฝึกหัด
to some extent หมายถึงอะไรในประโยคนี้? "The new schedule helped to some extent, but several problems remain."
- มันช่วยได้บางส่วน แต่ไม่ได้ช่วยทั้งหมด
- มันช่วยในสถานที่แห่งหนึ่งโดยเฉพาะ
- มันแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง
ดูคำตอบ
มันช่วยได้บางส่วน แต่ไม่ได้ช่วยทั้งหมด
But the nocebo effect is more than just misattribution.
1:38แต่ปรากฏการณ์โนซีโบเป็นมากกว่าแค่การอ้างเหตุผลผิด
And this is one of the reasons there's not an overabundance of research on nocebos.
1:45และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ว่าทำไมจึงไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับโนซีโบมากนัก
Approach your friendly neighborhood ethics board with an experiment designed to hurt people,
1:49ลองเข้าไปหาคณะกรรมการจริยธรรมในพื้นที่ของคุณพร้อมกับการทดลองที่ออกแบบมาเพื่อทำร้ายผู้คนดูสิ
frown on: แสดงความไม่เห็นด้วย
Frown on something หมายถึงไม่เห็นด้วยกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือมองว่าสิ่งนั้นยอมรับไม่ได้ ในประโยคนี้ คนที่ they กล่าวถึงจะมีมุมมองเชิงลบต่อการกระทำนั้น โดยไม่จำเป็นต้องทำหน้าขมวดคิ้วจริง ๆ ใช้โครงสร้าง frown on + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing วลีนี้มักบอกถึงการไม่เห็นด้วยของสังคมหรือสถาบัน ซึ่งไม่ได้หมายความด้วยตัวมันเองว่าการกระทำนั้นถูกห้ามอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย frown on: "The committee will ____ any attempt to hide the results."
ดูคำตอบ
frown on
to the benefit of ... if not the participants: ข้อจำกัดที่วางไว้ท้ายประโยค
ใจความหลักคือ งานนี้เป็นประโยชน์ต่อวิทยาศาสตร์และมนุษยชาติ วลีท้าย “if not the participants” จำกัดขอบเขตของคำกล่าวนี้ โดยหมายถึง “แต่อาจไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วม” คำว่า “to the benefit of” ถูกละไว้เพราะเติมความหมายได้จากส่วนก่อนหน้า การวางข้อสงวนไว้ท้ายประโยคทำให้ผู้พูดเปลี่ยนจากคำกล่าวจริงจังไปสู่ความขัดแย้งที่คมชัด ผู้เข้าร่วมเป็นฝ่ายรับผลเสีย จึงเกิดการประชดแบบเรียบ ๆ มากกว่าจะเป็นการตั้งเงื่อนไขทั่วไป
แบบฝึกหัด
ข้อใดถอดความหมายของ “if not the participants” ในประโยคนี้ได้ถูกต้อง
- วิทยาศาสตร์และมนุษยชาติจะได้รับประโยชน์ก็ต่อเมื่อไม่มีผู้เข้าร่วม
- ผู้เข้าร่วมอาจได้รับประโยชน์แทนวิทยาศาสตร์และมนุษยชาติ
- วิทยาศาสตร์และมนุษยชาติอาจได้รับประโยชน์ แต่ผู้เข้าร่วมอาจไม่ได้รับ
ดูคำตอบ
วิทยาศาสตร์และมนุษยชาติอาจได้รับประโยชน์ แต่ผู้เข้าร่วมอาจไม่ได้รับ
some people who expect a harmless injection will give them a rash
2:02บางคนที่คาดหวังว่าการฉีดยาที่ไม่เป็นอันตรายจะทำให้เกิดผื่น
Take test subjects off pills they believe are addictive,
2:11ลองให้ผู้ทดสอบหยุดยาที่พวกเขาเชื่อว่าทำให้เสพติดสิ
and some will experience nocebic withdrawal symptoms like pain and fatigue
2:14แล้วบางคนจะพบกับอาการถอนยาจากโนซีโบ เช่น ความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้า
from pills they could never have been addicted to in the first place. วลี
2:18จากยาที่พวกเขาไม่มีวันจะเสพติดได้ตั้งแต่แรก
in the first place: ย้อนกลับไปยังข้อสมมติแรก
ในที่นี้ “in the first place” พาย้อนกลับไปยังสถานการณ์ตั้งต้น กล่าวคือยาเหล่านั้นไม่มีทางทำให้เสพติดได้ตั้งแต่แรก วลีนี้เน้น “could never have been addicted” ด้วยการปฏิเสธข้อสมมติพื้นฐานว่าอาจเกิดการเสพติดได้ คำเชื่อมเชิงวาทกรรมนี้มักตามหลังข้อความปฏิเสธหรือสงสัย และพาผู้ฟังกลับไปดูเหตุผล การตัดสินใจ หรือเงื่อนไขเดิม ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดภายหลัง
แบบฝึกหัด
สำนวนใดเติมประโยคได้เหมาะที่สุดและแสดงว่าการกระทำนั้นไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก “You shouldn't have posted your home address online ___.”
- first of all
- at first
- in the first place
ดูคำตอบ
in the first place
and told the other half their pain would increase for the next 30 minutes,
2:25และบอกอีกครึ่งหนึ่งว่าความเจ็บปวดของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นในอีก 30 นาทีข้างหน้า
which it did: ใช้ did แทนวลีกริยาที่ซ้ำ
ในที่นี้ did ไม่ได้หมายถึง “ได้ทำบางสิ่ง” แต่ใช้แทนวลีกริยาก่อนหน้า increased กล่าวคือ มีการคาดว่าความเจ็บปวดจะเพิ่มขึ้น และมันก็เพิ่มขึ้นจริง อนุประโยค which it did ย้อนกลับไปยังผลที่คาดไว้และยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง การใช้กริยาช่วยแทนเช่นนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการพูดวลีกริยาเต็มซ้ำ และเชื่อมผลลัพธ์เข้ากับคำคาดการณ์อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ใช้อนุประโยคที่มี which เพื่อยืนยันคำคาดการณ์โดยไม่พูดวลีกริยาซ้ำ: The doctor said the swelling would go down by morning, ____.
ดูคำตอบ
which it did
and those who were told the injection would hurt,
2:33และคนเหล่านั้นที่ถูกบอกว่าการฉีดยาจะทำให้เจ็บ
showing that the nocebo effect is a real physical process.
2:41แสดงให้เห็นว่าปรากฏการณ์โนซีโบเป็นกระบวนการทางร่างกายที่เกิดขึ้นจริง
It's the belief in harm that matters: เน้นจุดสำคัญด้วยโครงสร้าง it-cleft
ในที่นี้ it ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ ประโยคใช้โครงสร้างเน้น It is X that matters โดยวาง the belief in harm ไว้ในตำแหน่ง X จึงทำให้ความเชื่อนั้นเป็นจุดเน้นในฐานะปัจจัยที่ชี้ขาด ใช้โครงสร้างนี้เมื่อกำลังพูดถึงสาเหตุหรือรายละเอียดที่เป็นไปได้หลายอย่าง และต้องการระบุว่าสิ่งใดสำคัญ ประโยคที่ง่ายกว่าอย่าง The belief in harm matters เป็นเพียงการบอกแนวคิด ส่วนประโยคเน้นตอบคำถาม What is it that matters? ได้ตรงกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเน้นแบบย่อ It's X that matters: Many tools are available, but ____ how you use them ____.
ดูคำตอบ
it's · that matters
If someone dressed as a voodoo witch doctor popped up and hexed you with a curse of great pain,
2:47หากมีใครบางคนแต่งตัวเป็นหมอผีวูดูโผล่มาและสาปแช่งคุณด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
and a big science machine and a needle in your arm,
2:55และเครื่องจักรทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ พร้อมเข็มที่แทงที่แขนของคุณ
take his words rather more seriously: มองคำพูดของเขาอย่างจริงจังมากขึ้น
To take someone's words seriously หมายถึงการมองว่าสิ่งที่คนนั้นพูดมีความสำคัญ น่าเชื่อถือ หรือควรนำไปพิจารณาเพื่อทำอะไรบางอย่าง ในที่นี้ take ไม่ได้หมายถึงการถือหรือเอาสิ่งของไป ส่วน his words หมายถึงสิ่งที่เขาพูด More ทำให้ seriously มีความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือผู้ฟังให้ความสำคัญกับคำพูดนั้นมากกว่าเดิมหรือมากกว่าในอีกสถานการณ์หนึ่ง ส่วน rather ช่วยเน้นการเปรียบเทียบแบบไม่รุนแรง ดังนั้น rather more seriously จึงหมายถึง “จริงจังมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” หรือ “จริงจังขึ้นค่อนข้างมาก”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าตอนนี้ผู้คนมองว่าสิ่งที่เขาพูดสำคัญกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
- They interpret every word he says literally.
- They would rather listen to more of his advice.
- They take his words rather more seriously.
ดูคำตอบ
They take his words rather more seriously.
“won't hurt a bit” หมายถึงไม่เจ็บเลย
ในประโยคนี้ won't hurt a bit หมายถึง “จะไม่เจ็บเลย” คำปฏิเสธ won't ครอบคลุมวลี hurt a bit ทั้งหมด ดังนั้น a bit จึงเสริมความหมายว่า “แม้แต่นิดเดียว” ไม่ได้หมายความว่าจะเจ็บเล็กน้อย วลีนี้ใช้ปลอบใจใครบางคนก่อนการกระทำหรือขั้นตอนบางอย่าง โดยบอกว่าประสบการณ์นั้นจะไม่เจ็บเลยเพื่อช่วยลดความกังวล
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The nurse smiled and said, ‘This won't hurt a bit,’” พยาบาลกำลังบอกว่าอย่างไร?
- ขั้นตอนนี้จะเจ็บ แต่ไม่มาก
- ขั้นตอนนี้จะไม่เจ็บเลย
- ขั้นตอนนี้จะเจ็บเล็กน้อย
ดูคำตอบ
ขั้นตอนนี้จะไม่เจ็บเลย
which is why ... rather than: เชื่อมผลลัพธ์และทางเลือกที่นำมาเปรียบเทียบ
Which is why เชื่อมความคิดทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้ากับผลที่ตามมา และมีความหมายว่า “และนั่นคือเหตุผลที่...” ในที่นี้ วลีนี้นำประเด็นก่อนหน้าเรื่องความน่าเชื่อถือมาอธิบายว่าทำไมแพทย์จึงเลือกใช้คำพูดแบบนั้น Rather than ใช้ระบุทางเลือกที่ถูกปฏิเสธหรือไม่ได้เลือก ประโยคนี้ให้คำพูดที่แพทย์ใช้เพื่อให้ผู้ป่วยสบายใจก่อน แล้วจึงนำไปเปรียบเทียบกับคำพูดที่น่ากลัวซึ่งแพทย์หลีกเลี่ยง เมื่อใช้ร่วมกัน ทั้งสองวลีจัดข้อมูลเป็น “เหตุ → ผล” และ “ตัวเลือกที่เลือก → ทางเลือกที่ปฏิเสธ”
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมเป้าหมายสองรายการ ช่องแรกต้องนำเข้าสู่ผลที่เกิดจากสาเหตุก่อนหน้า ส่วนช่องที่สองต้องระบุทางเลือกที่ถูกปฏิเสธ: The roads are icy, ____ the school chose to close ____ remain open.
ดูคำตอบ
which is why · rather than
was a real experiment done on women undergoing labor during spinal injections.
3:07นั่นเป็นการทดลองจริงๆ ที่ทำกับผู้หญิงที่กำลังคลอดบุตรระหว่างการฉีดยาเข้าไขสันหลัง
คำถามเชิงวาทศิลป์ “Guess how that turned out.”
ตามความหมายตรงตัว Guess how... อาจเป็นการชวนให้อีกฝ่ายตอบ แต่ในที่นี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดไม่ได้คาดหวังให้เดาจริง ๆ และกำลังบอกเป็นนัยว่าผลลัพธ์ชัดเจนจากสิ่งที่เพิ่งเล่าไป Turned out หมายถึง “ลงเอย” หรือ “เกิดผลเป็น” ในการใช้แบบประชดนี้ ผู้ฟังถูกชี้นำให้อนุมานว่าผลลัพธ์แย่อย่างที่คาดไว้
แบบฝึกหัด
Nico ซักเสื้อเชิ้ตสีขาวพร้อมกับผ้าขนหนูสีแดงผืนใหม่ พี่สาวของเขาพูดว่า “Guess how that turned out.” เธอกำลังบอกเป็นนัยว่าอะไร?
- เธอไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่
- ผลลัพธ์ที่แย่นั้นคาดเดาได้ง่าย
- เธอต้องการให้เดาอย่างจริงจังและละเอียด
ดูคำตอบ
ผลลัพธ์ที่แย่นั้นคาดเดาได้ง่าย
While illnesses like the flu spread from contact with disgusting germ-infected humans
3:15ในขณะที่โรคอย่างไข้หวัดใหญ่แพร่กระจายจากการสัมผัสกับมนุษย์ที่ติดเชื้อแบคทีเรียที่น่าขยะแขยง
and the things they touch with their disgusting germy hands,
3:19และสิ่งของที่พวกเขาสัมผัสด้วยมือที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค
spreads from mind to mind: แพร่จากความคิดหนึ่งสู่อีกความคิดหนึ่ง
คำว่า spreads ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยนำเสนอผลโนซีโบราวกับเป็นสิ่งที่ติดต่อกันได้ สิ่งที่แพร่ไปไม่ใช่วัตถุ แต่เป็นความคาดหวังว่าอาจเกิดอาการขึ้น From mind to mind หมายถึงความคิดหรือความกลัวของคนหนึ่งส่งผลต่ออีกคนผ่านข้อมูล การสังเกต หรือการชี้นำ ไม่ได้หมายถึงการสื่อสารทางจิต วลีนี้ทำให้ผลทางจิตใจดูเหมือนการติดเชื้อที่ส่งต่อระหว่างคนได้โดยไม่ต้องสัมผัสร่างกาย
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The frightening rumour spread from mind to mind even though nobody met in person,” วลี “spread from mind to mind” หมายความว่าอย่างไร
- ข่าวลือเดินทางผ่านการสื่อสารทางจิตโดยไม่มีใครได้รับข้อมูล
- ข่าวลือทำให้เกิดโรคทางกายผ่านการสัมผัสโดยตรงเท่านั้น
- ผู้คนส่งต่อข่าวลือผ่านการสื่อสาร การสังเกต หรือการชี้นำ
ดูคำตอบ
ผู้คนส่งต่อข่าวลือผ่านการสื่อสาร การสังเกต หรือการชี้นำ
A notable example happened in a Tennessee high school.
3:26ตัวอย่างที่โดดเด่นเกิดขึ้นในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเทนเนสซี
One teacher reported a strange smell in her classroom
3:28ครูคนหนึ่งรายงานว่าได้กลิ่นแปลกๆ ในห้องเรียนของเธอ
These symptoms spread to some of her students,
3:34อาการเหล่านี้แพร่กระจายไปยังนักเรียนของเธอหลายคน
Almost 200 people ended up at the local hospital, กริยาวลี
3:38คนเกือบ 200 คนต้องไปลงเอยที่โรงพยาบาลในพื้นที่
ended up: ลงเอยด้วยผลลัพธ์สุดท้าย
Ended up ใช้บอกผลลัพธ์สุดท้ายของเหตุการณ์หลายอย่าง โดยผลนั้นมักไม่ได้วางแผนไว้หรือไม่เป็นไปตามคาด ในที่นี้หมายถึงคนเกือบ 200 คนไปอยู่ที่โรงพยาบาลในพื้นที่ในที่สุด ใจความสำคัญคือผลลัพธ์ ไม่ใช่เพียงการเดินทางไปที่นั่น ด้วยเหตุนี้ ended up จึงให้ข้อมูลเชิงเรื่องราวมากกว่า went เพราะชี้ย้อนถึงเหตุการณ์ที่นำไปสู่ผลนั้น
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่แสดงผลลัพธ์สุดท้ายที่ไม่คาดคิดให้สมบูรณ์: After taking three wrong turns, we ____ at the same café where we started.
ดูคำตอบ
ended up
but all medical tests came back with nothing, กริยาวลี
3:41แต่ผลการตรวจทางการแพทย์ทั้งหมดกลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
came back with nothing เมื่อการตรวจไม่พบอะไร
ในประโยคนี้ came back ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่กลับมา แต่หมายถึงการที่ผลการตรวจทางการแพทย์ออกมาหรือได้รับการรายงาน ส่วน with nothing หมายความว่าการตรวจไม่พบความผิดปกติ สารอันตราย หรือสาเหตุที่เกี่ยวข้อง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ การตรวจหรือการสืบสวน + come back + ผลลัพธ์ ผลลัพธ์อาจเป็น clear, negative หรือ with nothing โดย with nothing มีความหมายกว้างและไม่เจาะจงเท่าคำบอกผลแบบเฉพาะ
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ the medical tests came back with nothing หมายความว่าอย่างไร
- ยังไม่ได้รับผลการตรวจกลับมา
- ไม่พบปัญหาหรือสาเหตุที่เกี่ยวข้อง
- พวกเขากลับมาโดยไม่ได้นำอุปกรณ์การแพทย์มาด้วย
ดูคำตอบ
ไม่พบปัญหาหรือสาเหตุที่เกี่ยวข้อง
nor was anything harmful found at the school. ไวยากรณ์
3:44และไม่พบสิ่งที่เป็นอันตรายที่โรงเรียนเลย
การกลับคำด้วย nor was ... ที่ต้นประโยค
nor ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงเชิงปฏิเสธอีกข้อจากข้อความปฏิเสธก่อนหน้า ในที่นี้หมายความว่าที่โรงเรียนก็ไม่พบสิ่งที่เป็นอันตรายเช่นกัน เมื่อ nor อยู่ต้นอนุประโยค ภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการจะสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย โดยมีรูป nor + กริยาช่วย/be/modal + ประธาน + ส่วนที่เหลือของอนุประโยค ลำดับปกติ anything harmful was found จึงเปลี่ยนเป็น was anything harmful found หลัง nor นี่คือการกลับคำ ไม่ใช่คำถาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่สองโดยใช้ nor ที่ต้นอนุประโยคเพื่อเพิ่มข้อเท็จจริงเชิงปฏิเสธอีกข้อ: The scan showed no fracture. ____ any internal bleeding detected.
ดูคำตอบ
Nor was
The belief that the air was making them sick spread from mind to mind.
3:48ความเชื่อที่ว่าอากาศกำลังทำให้พวกเขาป่วยแพร่กระจายจากจิตใจสู่จิตใจ
Everyone who got sick heard about the symptoms from someone else.
3:52ทุกคนที่ป่วยล้วนได้ยินเกี่ยวกับอาการเหล่านี้จากคนอื่น
คำว่า mass psychogenic illness
mass psychogenic illness เป็นคำศัพท์ทางการสำหรับสถานการณ์ที่คนในกลุ่มมีอาการทางกายคล้ายกัน ทั้งที่ผู้ตรวจสอบไม่พบสาเหตุจากการติดเชื้อ สารพิษ หรือสาเหตุทางกายอื่นที่สอดคล้องกัน psychogenic หมายถึงกระบวนการทางจิตใจและสังคมมีส่วนทำให้เกิดหรือแพร่กระจายอาการ ไม่ได้หมายความว่าอาการเป็นเพียงจินตนาการ หรือคนป่วยจงใจแกล้งป่วย
แบบฝึกหัด
ในรายงานสาธารณสุข mass psychogenic illness หมายถึงอะไร
- โรคติดเชื้อใด ๆ ที่ส่งผลต่อคนจำนวนมากพร้อมกัน
- คนกลุ่มหนึ่งจงใจแกล้งป่วย
- อาการจริงที่เกิดขึ้นในกลุ่มโดยไม่มีแหล่งจากการติดเชื้อ สารพิษ หรือแหล่งทางกายอื่นที่สอดคล้องกัน
ดูคำตอบ
อาการจริงที่เกิดขึ้นในกลุ่มโดยไม่มีแหล่งจากการติดเชื้อ สารพิษ หรือแหล่งทางกายอื่นที่สอดคล้องกัน
The treatment in these cases is to separate those with symptoms from the rest
3:59การรักษาในกรณีเหล่านี้คือการแยกผู้ที่มีอาการออกจากกลุ่ม
รูปแบบการปลอบใจ yes ... but no ... and yes
การกล่าวซ้ำ yes ... but no ... and yes จัดข้อมูลสามส่วนตามลำดับที่ตั้งใจไว้ คือ ยอมรับประสบการณ์ของอีกฝ่ายก่อน จากนั้นปฏิเสธคำอธิบายที่เขากลัว และสุดท้ายให้หลักฐานที่ช่วยให้สบายใจเกี่ยวกับการฟื้นตัว ในประโยคนี้ real ขยาย symptoms ส่วน no ปฏิเสธ toxic exposure รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดแก้ความเชื่อที่ผิดโดยไม่ปัดความรู้สึกของอีกฝ่ายทิ้ง คือยอมรับส่วนที่เป็นจริง แยกออกจากส่วนที่ไม่มีหลักฐานอย่างชัดเจน และจบด้วยข้อมูลเชิงบวกที่เป็นจริง
แบบฝึกหัด
บุคลากรทางการแพทย์มีหลักฐานว่าความเจ็บปวดของผู้ป่วยเกิดขึ้นจริง ไม่พบสารพิษ และผู้ป่วยมีแนวโน้มจะฟื้นตัว คำตอบใดใช้รูปแบบ yes ... but no ... and yes แบบเดียวกัน
- Yes, your pain is real, but no, the tests show no sign of toxic exposure, and yes, most people recover quickly.
- No, your pain is not real, but yes, something toxic must be causing it.
- Yes, your pain is real, and yes, that proves a toxin caused it.
ดูคำตอบ
Yes, your pain is real, but no, the tests show no sign of toxic exposure, and yes, most people recover quickly.
that separates a real poison gas leak or biological weapon
4:12ที่แยกความแตกต่างระหว่างการรั่วไหลของก๊าซพิษหรืออาวุธชีวภาพของจริง
number of cases increasing with greater media coverage,
4:18การที่จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นพร้อมกับการรายงานข่าวของสื่อที่มากขึ้น
can lead to this kind of thing spreading far and wide. สำนวน
4:20สามารถนำไปสู่การที่สิ่งเหล่านี้แพร่กระจายไปในวงกว้าง
far and wide สำนวนวิเศษณ์ที่บอกขอบเขตกว้าง
far and wide เป็นสำนวนวิเศษณ์แบบตายตัว หมายถึง “ทั่วพื้นที่ที่กว้างมาก” หรือ “ไปยังสถานที่ต่าง ๆ มากมาย” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกว่าเรื่องลักษณะนี้สามารถแพร่กระจายได้กว้างเพียงใด โดย far and wide ต้องเข้าใจเป็นหน่วยเดียว ไม่ใช่สองทิศทางที่แยกกัน สำนวนนี้มักใช้กับคำกริยาอย่าง spread, travel, search และ be known เพื่อทำให้ภาพของขอบเขตที่กว้างชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทนี้ที่หมายถึง “ไปยังสถานที่ต่าง ๆ มากมาย”: The news travelled ____ within a day.
ดูคำตอบ
far and wide
the density of which is increasing over time, ไวยากรณ์
4:31ซึ่งมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
the density of which ในโครงสร้างอนุประโยคสัมพันธ์แบบเป็นทางการ
the density of which เป็นโครงสร้างอนุประโยคสัมพันธ์แบบเป็นทางการ which ย้อนกลับไปอ้างถึงการสัมผัส Wi-Fi ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน of which แสดงว่า density เป็นสิ่งที่เป็นของหรือเป็นคุณสมบัติของสิ่งที่อ้างถึงนั้น วลีเต็ม the density of which เป็นประธานของ is increasing รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ the + noun + of which ซึ่งช่วยเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่กล่าวถึงแล้ว มีความหมายใกล้เคียงกับ whose + noun หรือ and its + noun และยังคงรวมความคิดไว้ในประโยคเดียว
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างอนุประโยคสัมพันธ์แบบเป็นทางการด้วยคำจากบทนี้: The company opened five new offices, the locations ____ were chosen carefully.
ดูคำตอบ
of which
forcing particularly bad sufferers to retreat to places
4:33บังคับให้ผู้ที่มีอาการรุนแรงมากต้องหลบไปพักในสถานที่
But put electrosensitives in a room with a Wi-Fi router,
4:41แต่หากนำผู้ที่ไวต่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปไว้ในห้องที่มีเราเตอร์ Wi-Fi
and they can't actually tell via their symptoms if it's on or off.
4:43พวกเขาจะไม่สามารถบอกได้ผ่านอาการของพวกเขาว่าเราเตอร์เปิดหรือปิดอยู่
their symptoms track with being told if it's on or off. การใช้คำ
4:48อาการของพวกเขาจะเป็นไปตามการบอกว่ามันเปิดหรือปิดอยู่
track with: เปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับอีกรูปแบบหนึ่ง
ในประโยคนี้ track with หมายถึง “เปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน” หรือ “สอดคล้องกับ” อาการต่าง ๆ สอดคล้องกับข้อมูลที่คนเหล่านั้นได้รับว่าอุปกรณ์เปิดหรือปิดอยู่ วลีนี้อธิบายความสัมพันธ์ที่สังเกตได้ระหว่างสองสิ่ง ตัววลีเองไม่ได้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของอีกสิ่งหนึ่ง การสรุปเช่นนั้นต้องอาศัยหลักฐานจากการทดลองทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ประโยค Customer complaints track with longer delivery times กล่าวถึงอะไร?
- รูปแบบทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน แต่ประโยคนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์เหตุและผล
- ข้อร้องเรียนเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางจัดส่งจริง ๆ
- มีหลักฐานพิสูจน์แล้วว่าระยะเวลาจัดส่งที่นานขึ้นทำให้เกิดข้อร้องเรียนของลูกค้าทุกกรณี
ดูคำตอบ
รูปแบบทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน แต่ประโยคนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์เหตุและผล
And if you make a group of people without electrosensitivity
4:52และถ้าคุณให้คนกลุ่มที่ไม่มีความไวต่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
watch a news report on how Wi-Fi makes you ill,
4:54ดูรายงานข่าวเกี่ยวกับวิธีที่ Wi-Fi ทำให้คุณป่วย
while another group watches something uninformative,
4:57ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งดูสิ่งที่ไม่ให้ข้อมูลอะไรเลย
and afterward expose both groups to a fake Wi-Fi signal,
4:59และหลังจากนั้นให้ทั้งสองกลุ่มเผชิญกับสัญญาณ Wi-Fi ปลอม
only those who watched the news report feel sick.
5:02เฉพาะผู้ที่ดูรายงานข่าวเท่านั้นที่จะรู้สึกป่วย
There's a similar phenomenon called wind farm disease,
5:05มีปรากฏการณ์ที่คล้ายกันเรียกว่า โรคทุ่งกังหันลม
which turns up where it's been talked about on the local news, กริยาวลี
5:09ที่ปรากฏในที่ที่มีการพูดถึงเรื่องนี้ในข่าวท้องถิ่น
turns up: ปรากฏขึ้นหรือถูกพบ
ในที่นี้ turns up หมายถึง “ปรากฏขึ้น” หรือ “ถูกพบ” ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ข่าวท้องถิ่นเคยพูดถึง โดยไม่ได้หมายถึงการหมุนจริง ๆ กริยาวลีแบบไม่ต้องมีกรรมนี้ใช้บอกว่าคนมาถึง หรือสิ่งของ เบาะแส ปัญหา หรือปรากฏการณ์ปรากฏขึ้น ซึ่งมักเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดหรือหลังจากหายไปช่วงหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn up ที่หมายถึง “ถูกพบ”: After a long search, the missing library book ____ behind a shelf.
ดูคำตอบ
turned up
where it isn't: การเติมวลีกรรมวาจกที่ละไว้
ใน where it isn't มีการละ talked about on the local news หลัง isn't โดยความหมายเต็มคือ where it isn't talked about on the local news คำว่า isn't ทำหน้าที่เป็น be + not ที่จำเป็นสำหรับโครงสร้างกรรมวาจกเชิงปฏิเสธ และผู้ฟังเติมส่วนที่ละไว้จากอนุประโยคก่อนหน้า รูปย่อนี้เปรียบเทียบอย่างกระชับระหว่างพื้นที่ที่ข่าวท้องถิ่นพูดถึงประเด็นนี้กับพื้นที่ที่ไม่ได้พูดถึง ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่เหล่านั้นไม่มีฟาร์มกังหันลม
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ where it isn't มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอะไร
- ฟาร์มกังหันลมไม่ได้ตั้งอยู่ที่นั่น
- ข่าวท้องถิ่นที่นั่นไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้
- ปรากฏการณ์นั้นไม่เกิดขึ้นที่นั่น
ดูคำตอบ
ข่าวท้องถิ่นที่นั่นไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้
All this makes it too easy to mock people ไวยากรณ์
5:16ทั้งหมดนี้ทำให้เป็นเรื่องง่ายเกินไปที่จะเยาะเย้ยผู้คน
make it too easy to mock: บทบาทของ it และ to-infinitive
ใน makes it too easy to mock คำว่า it เป็นกรรมสมมติ กิจกรรมที่ถูกประเมินจริง ๆ คือ to-infinitive ที่ตามมา คือ to mock people โครงสร้างคือ make + it + adjective + to-infinitive คำว่า too เพิ่มน้ำเสียงเชิงวิจารณ์ว่า สถานการณ์ทำให้การล้อเลียนผู้อื่นทำได้ง่ายเกินกว่าระดับที่สมเหตุสมผลหรือน่าพึงประสงค์ ไม่ได้เพียงบอกว่าการล้อเลียนเป็นเรื่องง่าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ make it too easy to และคำกริยา spread: One-click sharing can ____ false stories.
ดูคำตอบ
make it too easy to spread
for thinking they're getting sick from Wi-Fi or wind farms
5:18ที่คิดว่าตัวเองป่วยเพราะ Wi-Fi หรือกังหันลม
points to ... as the cause: หลักฐานชี้ว่า…เป็นสาเหตุ
ในประโยคนี้ points to หมายถึง “ให้หลักฐานสนับสนุน” หรือ “บ่งชี้” ไม่ใช่การใช้นิ้วชี้ รูปแบบคือ evidence points to X as the cause of Y ซึ่งหมายถึงหลักฐานชี้ว่า X น่าจะเป็นสาเหตุของ Y ตรงนี้ X คือความเชื่อเรื่องภาวะไวต่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ข้อความนี้กำลังอ้างว่าความเชื่อดังกล่าวทำให้เกิดอาการที่เรียกว่าภาวะไวต่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สำนวนนี้ใช้รายงานว่าหลักฐานมุ่งไปสู่ข้อสรุปใด แม้จะมี all evidence แต่ points to ก็ยังเป็นข้อสรุปจากหลักฐาน ไม่ได้หมายความว่า X ได้รับการพิสูจน์อย่างปราศจากข้อสงสัยแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบการรายงานหลักฐานที่ตรงกับบทเรียน: “The evidence ____ a wiring fault ____ of the outage.”
ดูคำตอบ
points to · as the cause
which means the news reports talking about these illnesses
5:34ซึ่งหมายความว่ารายงานข่าวที่พูดถึงอาการป่วยเหล่านี้
a kind of mind virus: สิ่งที่คล้ายกับไวรัสทางความคิด
Mind virus เป็นคำเปรียบเทียบถึงความคิด ความกลัว หรือความเชื่อที่แพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งและมีอิทธิพลต่อวิธีคิดของผู้คน ไม่ได้หมายถึงเชื้อโรคจริงหรือการติดเชื้อทางการแพทย์ ในประโยคนี้ มีการกล่าวว่ารายงานข่าวแพร่ความเชื่อว่าเทคโนโลยีบางอย่างทำให้เกิดการเจ็บป่วย คำว่า a kind of ช่วยลดความเด็ดขาดของคำเรียกนี้และแสดงว่าเป็นการเปรียบเทียบ กล่าวคือความเชื่อนั้นแพร่เหมือนไวรัส
แบบฝึกหัด
ในประโยค “That rumor spread like a mind virus through the school,” คำว่า mind virus หมายถึงอะไร
- ความคิดที่เป็นอันตรายซึ่งแพร่จากคนสู่คน
- การติดเชื้อจริงที่ทำลายสมอง
- โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำลายแฟ้มข้อมูลทางการแพทย์
ดูคำตอบ
ความคิดที่เป็นอันตรายซึ่งแพร่จากคนสู่คน
there's also evidence that some allergies and asthma cases are nocebic,
5:40ก็ยังมีหลักฐานที่แสดงว่าอาการแพ้และโรคหอบหืดบางกรณีเกิดจากโนซีโบ
while these are exotic examples: while ที่แสดงการยอมรับข้อจำกัด
ในที่นี้ while หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคเปิดยอมรับก่อนว่าตัวอย่างที่กล่าวมาก่อนหน้านี้เป็นกรณีที่พบไม่บ่อย การยอมรับข้อจำกัดนี้ปูทางไปสู่ประเด็นหลักที่กว้างขึ้นว่า หลักฐานดังกล่าวอาจใช้กับอาการแพ้และโรคหืดบางกรณีได้ด้วย เครื่องหมายจุลภาคบอกจุดจบของอนุประโยค while และประโยคหลักเริ่มที่ “there's also evidence”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “While the plan is expensive, it could save us money later,” while ทำหน้าที่อะไร?
- ยอมรับก่อนว่าแผนมีราคาแพง แล้วจึงให้ประเด็นหลัก
- บอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
- ถามว่าแผนจะใช้เวลานานเท่าใด
ดูคำตอบ
ยอมรับก่อนว่าแผนมีราคาแพง แล้วจึงให้ประเด็นหลัก
because you watched an internet video about the nocebo effect.
5:52เพียงเพราะคุณดูวิดีโอทางอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปรากฏการณ์โนซีโบ
To be clear ในฐานะคำบอกขอบเขตของจุดยืน
To be clear เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะระบุขอบเขตที่แน่นอนของข้อกล่าวอ้างหรือจุดยืน โดยบอกผู้ฟังให้ใช้ข้อความถัดไปเพื่อหลีกเลี่ยงการตีความสิ่งที่พูดก่อนหน้านี้กว้างเกินไป ในที่นี้วลีดังกล่าวจำกัดขอบเขตของการอภิปรายก่อนหน้า แม้ปรากฏการณ์โนซีโบอาจมีผลต่อโรคหืดบางกรณี แต่ก็ห้ามปัดว่าอาการหอบหืดกำเริบเป็นเพียงการเรียกร้องความสนใจ วลีนี้นำเสนอข้อควรระวังที่สำคัญ ไม่ใช่แค่การพูดซ้ำ
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกล่าวว่า “To be clear, I support the trip, but not during exam week.” To be clear ส่งสัญญาณอะไร?
- ผู้พูดกำลังกำหนดขอบเขตที่แน่นอนของการสนับสนุน
- ผู้พูดกำลังบอกว่าการเดินทางเข้าใจได้ง่าย
- ผู้พูดกำลังเริ่มหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังกำหนดขอบเขตที่แน่นอนของการสนับสนุน
that's not the time to tell: วางขอบเขตเรื่องจังหวะเวลา
“That's not the time to tell ...” หมายความว่าไม่เหมาะที่จะพูดความคิดเห็นนั้นในเวลานี้ ผู้พูดอาจเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาก็ได้ แต่ประเด็นหลักคือจังหวะเวลาและผลกระทบต่อผู้ฟัง ใช้โครงสร้าง that's not the time to + คำกริยารูปพื้นฐาน เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนกว่าที่ควรทำก่อน ในประโยคนี้ การช่วยคนที่กำลังมีอาการหอบหืดกำเริบสำคัญกว่าการตัดสินพฤติกรรมหรืออธิบายทฤษฎี
แบบฝึกหัด
เมื่อพูดว่า “That's not the time to tell him he is overreacting” ผู้พูดต้องการสื่ออะไรเป็นหลัก
- ผู้พูดต้องการให้พูดความคิดเห็นนั้นดังขึ้น
- ความคิดเห็นนั้นพูดผิดเวลาและไม่ควรพูดตอนนี้
- ความคิดเห็นนั้นไม่จริงอย่างแน่นอนในทุกสถานการณ์
ดูคำตอบ
ความคิดเห็นนั้นพูดผิดเวลาและไม่ควรพูดตอนนี้
a drama llama: คำเรียกเล่น ๆ แต่มีความดูแคลน
“A drama llama” เป็นคำเรียกแบบเล่น ๆ ที่คล้องจอง ใช้กับคนที่ผู้พูดคิดว่ากำลังแสดงอาการเกินจริง ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ หรือเรียกร้องความสนใจ ไม่ได้หมายถึงสัตว์ตามตัวอักษร คำคล้องจองทำให้ฟังดูตลกหรือเหมือนภาษาของเด็ก แต่ยังคงเป็นการตัดสินที่ดูแคลน ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเป็นตัวอย่างของสิ่งที่ไม่ควรเรียกคนที่กำลังมีอาการหอบหืดจริง ๆ ดังนั้นวิดีโอไม่ได้สนับสนุนคำดูถูกนี้
แบบฝึกหัด
เพื่อนกำลังมีเหตุฉุกเฉินด้านการหายใจจริง ๆ คุณเรียกเขาว่า “a drama llama” เพื่อแสดงว่าคุณคิดว่าเขากำลังทำเกินจริง การใช้แบบนี้เหมาะสมหรือไม่
- เหมาะสม
- ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
and that's really not you showing off your knowledge. กริยาวลี
5:59และนี่ไม่ใช่เวลาที่คุณจะมาโชว์ความรู้ของตัวเองจริงๆ
showing off: อวดความรู้เพื่อทำให้ผู้อื่นประทับใจ
Show off เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการตั้งใจแสดงความสามารถ สิ่งของ หรือความรู้ เพื่อให้คนอื่นสังเกตเห็นหรือชื่นชมตนเอง ในที่นี้ showing off your knowledge หมายถึงการใช้สิ่งที่ตนรู้เพื่อดึงความสนใจมาที่ตัวเอง ไม่ใช่เพียงการแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สำนวนนี้มักมีนัยเชิงตำหนิ ในประโยคปฏิเสธนี้ ผู้พูดเน้นว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่ใช่โอกาสสำหรับการทำตัวเด่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ show off ในความหมายว่าตั้งใจพยายามทำให้ผู้อื่นประทับใจ
- Leo switched off the screen.
- Leo kept naming difficult facts to show off his knowledge.
- Leo showed his notes to the teacher.
ดูคำตอบ
Leo kept naming difficult facts to show off his knowledge.
Harmful things aren't just harmful because we believe they are.
6:02สิ่งที่เป็นอันตราย ไม่ได้เป็นอันตรายแค่เพราะเราเชื่อว่ามันเป็น
The right dose of arsenic will kill you just as surely as an anvil to the head, ไวยากรณ์
6:06ปริมาณสารหนูที่เหมาะสมจะฆ่าคุณได้อย่างแน่นอนพอๆ กับทั่งเหล็กที่หล่นใส่หัว
just as surely as: เปรียบเทียบความแน่นอนที่เท่ากัน
Just as surely as ใช้เปรียบเทียบว่าผลลัพธ์สองอย่างมีความแน่นอนเพียงใด รูปแบบคือ A happens just as surely as B happens โดย surely เป็นคำวิเศษณ์ที่อธิบายความแน่นอนของการกระทำหรือผลลัพธ์ ส่วน just ช่วยเน้นว่าระดับเท่ากัน กล่าวคือ ผลลัพธ์ A แน่นอนไม่น้อยกว่าผลลัพธ์ B ในที่นี้ การเปรียบเทียบบอกว่าการเสียชีวิตจากสารหนูในปริมาณที่มากพอมีความแน่นอนเท่ากับการเสียชีวิตจากการถูกทั่งกระแทก สิ่งที่เปรียบเทียบคือความแน่นอนของผลลัพธ์ ไม่ใช่ความคล้ายกันระหว่างสารหนูกับทั่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปรียบเทียบความแน่นอนที่เท่ากันด้วยสำนวนที่เรียนมาให้ถูกต้อง: Without shelter, the seedlings will die ____ they would without water.
ดูคำตอบ
just as surely as
no matter + นามวลี ใน no matter your insistence otherwise
ใน no matter your insistence otherwise คำว่า no matter ใช้แสดงการยอมรับเงื่อนไขหนึ่งโดยที่ผลยังไม่เปลี่ยน กล่าวคือ การที่อีกฝ่ายยืนกรานในสิ่งตรงกันข้ามไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่กล่าวไว้ก่อนหน้า insistence หมายถึงการกล่าวย้ำหรือยืนยันอย่างหนักแน่นว่าสิ่งหนึ่งเป็นจริง ส่วน otherwise หมายถึง “ว่าสิ่งตรงกันข้ามเป็นจริง” ตรงนี้ no matter ตามด้วยนามวลี your insistence otherwise โดยตรง ไม่ได้ตามด้วย what, how หรืออนุประโยคที่มีคำแสดงคำถาม รูปแบบ no matter + นามวลี มีความหมายเหมือน regardless of + นามวลี เช่น no matter the cost
แบบฝึกหัด
ใช้ no matter + นามวลี เติมประโยคให้สมบูรณ์: The deadline will not move, ____ your objections.
ดูคำตอบ
no matter
But the nocebo effect does show that our beliefs about otherwise harmless things can make them harmful, โน้ต
6:11แต่ปรากฏการณ์โนซีโบก็แสดงให้เห็นว่าความเชื่อของเราเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่มีอันตรายสามารถทำให้มันเป็นอันตรายได้
does ที่ใช้เน้นใน does show
ในประโยคบอกเล่า does show คำว่า does เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้น ทำให้ข้อความมีความหมายว่า “แสดงให้เห็นจริง ๆ” หรือ “แสดงให้เห็นอย่างแน่นอน” ไม่ได้หมายถึงการกระทำอีกอย่างหนึ่งและไม่ได้เปลี่ยนประโยคให้เป็นคำถาม เนื่องจาก does ทำหน้าที่แสดงกาลปัจจุบันและสอดคล้องกับประธานเอกพจน์ the nocebo effect คำว่า show จึงคงอยู่ในรูปกริยาพื้นฐาน การเน้นแบบนี้มีประโยชน์หลังจากแก้ไขหรือจำกัดข้อสรุป โดยผู้พูดปฏิเสธข้อสรุปที่กว้างเกินไป แล้วจึงยืนยันข้อสรุปที่แคบกว่าและยังเป็นจริง
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกเวอร์ชันที่ออกเสียง does แยกและลงน้ำหนักก่อน show
- The new report shows that the plan can work.
- The new report does show that the plan can work.
- The new report did show that the plan can work.
ดูคำตอบ
The new report does show that the plan can work.
otherwise harmless: ไม่เป็นอันตรายหากไม่นับปัจจัยหนึ่ง
ในที่นี้ otherwise ขยาย harmless หมายถึง “ไม่เป็นอันตรายหากไม่นับปัจจัยที่กำลังกล่าวถึง” หรือ “ไม่เป็นอันตรายในด้านอื่น ๆ” โดยปกติสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นอันตราย แต่ความเชื่อคือปัจจัยที่อาจทำให้มันเป็นอันตรายได้ รูปแบบนี้คือ otherwise + คำคุณศัพท์ ใช้บอกสภาพที่เป็นจริงยกเว้นรายละเอียดหนึ่งอย่าง เช่น otherwise healthy หรือ otherwise ordinary
แบบฝึกหัด
ใน “The medicine caused a rash in an otherwise healthy child,” คำว่า “otherwise healthy” หมายความว่าอะไร
- เด็กมีสุขภาพดีหลังจากกินยาเท่านั้น
- ถ้าเด็กไม่แข็งแรง ยาจะทำให้เกิดผื่น
- เด็กมีสุขภาพดีในด้านอื่น ๆ ทุกด้าน
ดูคำตอบ
เด็กมีสุขภาพดีในด้านอื่น ๆ ทุกด้าน
which means that our voodoo doctor's hex from before really could work,
6:17ซึ่งหมายความว่าคำสาปของหมอผีวูดูจากก่อนหน้านี้อาจใช้ได้ผลจริงๆ
but only if you were foolish enough to believe him. ไวยากรณ์
6:20แต่ก็ต่อเมื่อคุณโง่พอที่จะเชื่อเขา
but only if: จำกัดข้อความให้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขจำเป็น
ในโครงสร้าง A, but only if B คำว่า but จำกัดขอบเขตของข้อความก่อนหน้าให้แคบลง และ only if ทำให้ B เป็นเงื่อนไขจำเป็นของ A ในที่นี้ คำสาปอาจดูเหมือนได้ผลก็ต่อเมื่อคนนั้นเชื่อหมอ เงื่อนไขจำเป็นต้องมีอยู่ แต่เงื่อนไขนั้นเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าการเชื่อจะรับประกันว่าเกิดผลเสมอ แต่บอกว่าหากไม่เชื่อ ผลที่กล่าวอ้างก็เกิดขึ้นไม่ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าต้องมีบัตรผ่านจึงจะเข้าได้ แต่บัตรผ่านอาจไม่ใช่ข้อกำหนดเพียงอย่างเดียว
- You may enter if you have a pass.
- You may enter, but only if you have a pass.
- If only you had a pass, you could enter.
ดูคำตอบ
You may enter, but only if you have a pass.