จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณดื่มแต่เครื่องดื่มชูกำลัง?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
629 คำ 180 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอเปรียบเทียบปริมาณน้ำตาลและคาเฟอีนในเครื่องดื่มชูกำลังกับเครื่องดื่มอื่น แล้วใช้ข้อมูลทางการแพทย์อธิบายความเสี่ยงของการดื่มเป็นประจำ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. สำนวนเปรียบเทียบ fuel your late night study session ใช้ fuel ในความหมายว่าเติมพลังหรือแรงขับให้กิจกรรม ช่วยให้บรรยายการเรียนหรืองานหนักได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. รูปแบบไวยากรณ์ it is estimated that นำเสนอค่าประมาณโดยไม่ระบุแหล่งที่มา ช่วยให้เข้าใจรายงานที่เป็นทางการและใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวัง 3. กลุ่มคำ attributed this to เชื่อมผลที่สังเกตได้กับสาเหตุที่เสนอ ช่วยให้ใช้ attribute A to B อย่างถูกต้องในการอธิบายที่อิงหลักฐาน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Whether it's to fuel your late night study session สำนวน

0:00

ไม่ว่าจะเพื่อเติมพลังให้การอ่านหนังสือดึก ๆ

สำนวน

fuel your late night study session: fuel ในฐานะคำกริยาเชิงเปรียบเทียบ

ในที่นี้ fuel เป็นคำกริยาที่ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการให้พลังงานที่จำเป็นเพื่อให้บางสิ่งดำเนินต่อไป ไม่ได้หมายถึงการเติมน้ำมันหรือเชื้อเพลิงชนิดอื่นลงในเครื่องจักร ใน fuel your late night study session คำว่า fuel ตามด้วยกิจกรรมที่มันช่วยสนับสนุนโดยตรง รูปแบบนี้สามารถนำไปใช้เป็น fuel + กิจกรรมหรือกระบวนการได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาที่ใช้ในบทเรียนซึ่งหมายถึงการให้พลังงานแก่กิจกรรม: A balanced snack can ____ your after-school practice.

ดูคำตอบ

fuel

or trying to stay alert on the job, วลี

0:02

หรือเพื่อพยายามตื่นตัวขณะทำงาน

วลี

stay alert: รักษาสภาวะตื่นตัวและระวังตัว

stay alert ใช้โครงสร้าง stay + คำคุณศัพท์ โดย stay หมายถึงการคงอยู่ในสภาวะหนึ่งต่อไป ส่วน alert หมายถึงตื่นอยู่ ระวังตัว และพร้อมที่จะสังเกตหรือตอบสนองต่อบางสิ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกถึงการรักษาสภาวะนั้นไว้ตลอดเวลาที่ทำงาน ไม่ใช่การสังเกตเห็นบางสิ่งเพียงชั่วขณะเดียว

แบบฝึกหัด

คนขับยังไม่ได้หลับ แต่ต้องระวังตัวและพร้อมตอบสนองอยู่เสมอ ประโยคใดให้คำแนะนำนี้ได้เหมาะสมที่สุด?

  1. You need to stay awake.
  2. You need to stay alert.
  3. You need to pay attention to the map.
ดูคำตอบ

You need to stay alert.

energy drinks are very popular

0:04

เครื่องดื่มชูกำลังก็ได้รับความนิยมอย่างมาก

with 76% of young adults consuming them. ไวยากรณ์

0:06

โดยคนหนุ่มสาวถึง 76% ดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้

ไวยากรณ์

with 76% of young adults consuming them: โครงสร้าง with + นามวลี + -ing

วลี “with 76% of young adults consuming them” ใช้โครงสร้าง with + นามวลี + คำกริยารูป -ing เพื่อเพิ่มสถานการณ์ประกอบให้ข้อความหลัก ในที่นี้ “76% of young adults” เป็นผู้ทำกริยา “consuming” และ “them” อ้างกลับไปที่ energy drinks แทนที่จะสร้างประโยคสมบูรณ์อีกประโยคหนึ่ง วลีนี้ให้หลักฐานเชิงสถิติเกี่ยวกับความนิยมของเครื่องดื่มอย่างกระชับ โครงสร้างนี้ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นพร้อมกันหรือเงื่อนไขเบื้องหลังหลังประโยคหลักได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้คำในวงเล็บและโครงสร้าง with + นาม + -ing: The library stayed busy, ____. (many students / study / there)

ดูคำตอบ

with many students studying there

But what would happen if you only drank energy drinks? ไวยากรณ์

0:10

แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณดื่มแต่เครื่องดื่มชูกำลัง?

ไวยากรณ์

what would happen if ... drank: การถามผลลัพธ์เชิงสมมติ

“What would happen if ...?” ใช้ถามผลลัพธ์ที่จินตนาการขึ้นจากเงื่อนไขหนึ่ง ส่วนที่บอกผลลัพธ์ใช้ would + กริยารูปพื้นฐาน ขณะที่อนุประโยค if ใช้ simple past เช่น “if you only drank energy drinks” ในที่นี้ “drank” ไม่ได้หมายความว่าการดื่มเกิดขึ้นในอดีต รูปอดีตสร้างระยะห่างเชิงสมมติและนำเสนอสถานการณ์ในปัจจุบันหรืออนาคตว่าไม่เป็นจริง เป็นเพียงจินตนาการ หรือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย

แบบฝึกหัด

เติมคำถามสมมติให้สมบูรณ์โดยใช้รูปที่ถูกต้องของ happen และ drink: What ____ if you ____ coffee all day?

ดูคำตอบ

would happen · drank

One sip and the feel-good effect is almost immediate. โน้ต

0:13

แค่จิบเดียวก็รู้สึกดีขึ้นแทบจะทันที

ไวยากรณ์

One sip and ...: ตัวกระตุ้นตามด้วยผลลัพธ์

รูปแบบ “นามวลีสั้น ๆ + and + ประโยคสมบูรณ์” สามารถย่อเงื่อนไขและผลลัพธ์ไว้ด้วยกัน ในที่นี้ “One sip” ใช้แทน “If you take one sip” และประโยคหลัง and บอกผลลัพธ์ ดังนั้น and จึงไม่ได้เพียงเชื่อมสองสิ่งที่มีฐานะเท่ากัน แต่ยังแสดงว่าเหตุการณ์ที่สองเกิดตามมาจากเหตุการณ์แรก ซึ่งมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหรือตามที่คาด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “การกระทำเล็ก ๆ หนึ่งอย่าง แล้วผลลัพธ์ก็เกิดขึ้น”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “One sip and the feel-good effect is almost immediate.” คำว่า and แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. การจิบกับผลที่เกิดขึ้นเป็นเพียงสองรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. ผลเกิดขึ้นก่อนและเป็นสาเหตุให้มีการจิบ
  3. การจิบหนึ่งครั้งถูกนำเสนอว่าเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดผลทันที
ดูคำตอบ

การจิบหนึ่งครั้งถูกนำเสนอว่าเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดผลทันที

การใช้คำ

feel-good: คำคุณศัพท์สำหรับสิ่งที่สร้างความรู้สึกเชิงบวก

feel-good เป็นคำคุณศัพท์ประสมแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ทำให้ผู้คนรู้สึกมีความสุข มีความหวัง หรือคิดในแง่บวก” ในประโยคนี้คำดังกล่าวขยาย effect และอธิบายความรู้สึกดีที่เกิดจากผลนั้น ไม่ได้หมายความว่าตัวผลลัพธ์เองมีความรู้สึก เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่า feel กับ good ทำงานร่วมกันเป็นคำขยายหนึ่งชุดที่วางหน้าคำนาม เช่น “a feel-good story”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ feel-good เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่หมายถึง “มีแนวโน้มจะสร้างความรู้สึกเชิงบวก”

  1. The blanket feels good against my skin.
  2. I feel good after a full night's sleep.
  3. The documentary ends with a feel-good reunion.
ดูคำตอบ

The documentary ends with a feel-good reunion.

When the sugar molecules hit your taste buds, การใช้คำ

0:16

เมื่อโมเลกุลน้ำตาลสัมผัสปุ่มรับรสของคุณ

it triggers your brain to release dopamine, ไวยากรณ์

0:18

มันจะกระตุ้นให้สมองหลั่งโดพามีน

การใช้คำ

hit your taste buds: hit หมายถึง ‘ไปถึงและสัมผัส’

hit ในที่นี้หมายถึงไปถึงและสัมผัส โมเลกุลน้ำตาลสัมผัสกับปุ่มรับรส ไม่ได้หมายถึงการตีอย่างแรง การใช้แบบนี้ทำให้ hit บรรยายช่วงที่บางสิ่งไปถึงส่วนหนึ่งของร่างกาย พื้นผิว หรืออวัยวะรับสัมผัสได้ เช่น แสงเข้าตาหรืออากาศเย็นปะทะใบหน้า

แบบฝึกหัด

ในประโยค A sudden beam of sunlight hit her eyes คำว่า hit หมายถึงอะไร

  1. แสงตีดวงตาของเธอด้วยแรงทางกายภาพ
  2. แสงไปถึงและสัมผัสดวงตาของเธอ
  3. แสงทำให้เธอนึกถึงบางอย่างขึ้นมาทันที
ดูคำตอบ

แสงไปถึงและสัมผัสดวงตาของเธอ

ไวยากรณ์

triggers your brain to release: trigger + กรรม + to-infinitive

trigger ในที่นี้เป็นคำกริยาที่หมายถึงทำให้การตอบสนองเริ่มขึ้น ประธาน it หมายถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า คือการที่โมเลกุลน้ำตาลสัมผัสปุ่มรับรส โครงสร้างคือ trigger + กรรม + to-infinitive โดย your brain เป็นกรรม และ to release dopamine บอกการกระทำที่เกิดขึ้นตามมา ใช้โครงสร้างนี้เพื่ออธิบายลำดับเหตุและผลอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present simple ของ trigger และเครื่องหมายของ infinitive: Smoke ____ the alarm ____ sound.

ดูคำตอบ

triggers · to

the hormone responsible for feelings of happiness and well-being. วลี

0:20

ฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความสุขและความรู้สึกดี

วลี

responsible for: บอกสาเหตุหรือหน้าที่

ในประโยคนี้ responsible for หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “สร้าง” ฮอร์โมนนี้เชื่อมโยงกับความรู้สึกมีความสุขและสุขภาวะที่ดี ไม่ได้เป็นการชมฮอร์โมนเหมือนชมคนว่า “มีความรับผิดชอบ” โครงสร้าง be responsible for + คำนามหรือรูป -ing ยังใช้บอกหน้าที่ได้ด้วย เช่น Maya is responsible for locking the door. ต้องดูบริบทว่าเป็นการบอกสาเหตุหรือหน้าที่

แบบฝึกหัด

ในประโยค “A faulty cable was responsible for the outage,” responsible for หมายความว่าอะไร

  1. มันทำให้ไฟฟ้าดับ
  2. มันแก้ไขเหตุไฟฟ้าดับ
  3. มันระมัดระวังในช่วงที่ไฟฟ้าดับ
ดูคำตอบ

มันทำให้ไฟฟ้าดับ

This makes sense considering the sugar content of one can ลำดับความ

0:24

ซึ่งก็สมเหตุสมผล เมื่อดูจากปริมาณน้ำตาลในหนึ่งกระป๋อง

ranges from 2 teaspoons to a whopping 14 teaspoons per serving, โน้ต

0:27

ที่มีตั้งแต่ 2 ช้อนชาจนถึงมากถึง 14 ช้อนชาต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

ไวยากรณ์

range from A to B สำหรับระบุจุดปลายทั้งสองของช่วง

กรอบ range from A to B ระบุจุดปลายสองด้านของช่วงตัวเลขหรือสถานการณ์ ในประโยคนี้ 2 teaspoons คือจุดเริ่มต้น และ 14 teaspoons คือจุดสิ้นสุด โดยค่าที่เป็นไปได้อาจอยู่ตรงไหนก็ได้ภายในช่วงนั้น from และ to เป็นคู่ที่ต้องใช้ร่วมกัน: from นำหน้า A และ to นำหน้า B การคงไว้ทั้งสองส่วนทำให้ทิศทางและขอบเขตของช่วงชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกช่วงแบบสองส่วนที่เน้นไว้: Delivery times ____ two days ____ three weeks, depending on the destination.

ดูคำตอบ

range from · to

การใช้คำ

a whopping + ตัวเลข สำหรับปริมาณที่มากจนน่าประหลาดใจ

ใน a whopping 14 teaspoons คำว่า a whopping เป็นคำเน้นแบบไม่เป็นทางการที่วางไว้หน้าตัวเลขทันที โดยบอกทั้งปริมาณและท่าทีของผู้พูดที่มองว่าตัวเลขนั้นมากจนน่าประหลาดใจ whopping ในการใช้นี้ไม่ได้หมายถึงการตี รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ a whopping + ตัวเลขหรือปริมาณ ซึ่งมักใช้ทำให้สถิติดูโดดเด่นหรือน่าประทับใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการที่เน้นไว้สำหรับตัวเลขที่มากจนน่าประหลาดใจ: The tiny leak caused a repair bill of ____ $8,000.

ดูคำตอบ

a whopping

depending on the brand. วลี

0:32

ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ

ลำดับความ

makes sense considering: เชื่อมข้อสรุปกับเหตุผลสนับสนุน

โครงสร้าง X makes sense considering Y บอกว่า X เข้าใจได้เมื่อพิจารณา Y ด้วย ในประโยคนี้ This ย้อนกลับไปถึงผลที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และปริมาณน้ำตาลเป็นข้อมูลสนับสนุนที่ทำให้ผลนั้นไม่น่าแปลกใจ considering ใช้นำข้อเท็จจริงที่สนับสนุนข้อสรุปก่อนหน้า ในโครงสร้างนี้หมายถึง “เมื่อพิจารณา” หรือ “เมื่อคำนึงถึง” ไม่ใช่ “กำลังคิดถึง” หลังคำนี้ใช้ได้ทั้งกลุ่มคำนามและอนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเชื่อมสามคำจากบทเรียน: The long wait ____ the road closure.

ดูคำตอบ

makes sense considering

วลี

Depending on: การเพิ่มปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป

Depending on ใช้บอกปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป ในที่นี้ ปริมาณที่กล่าวถึงไม่ได้เท่ากันในทุกยี่ห้อ แต่ยี่ห้อเป็นตัวกำหนดว่าปริมาณจะอยู่ตรงไหนในช่วงดังกล่าว เมื่ออยู่ท้ายข้อความ depending on the brand เป็นวลีเสริมที่เพิ่มเงื่อนไข ไม่ใช่อนุประโยคกริยาที่สมบูรณ์ หากเขียนเป็นอนุประโยคสมบูรณ์จะเป็น It depends on the brand

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่ใช้บอกปัจจัยซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป: The picnic will be indoors or outdoors, ____ the weather.

ดูคำตอบ

depending on

Within 10 minutes,

0:34

ภายใน 10 นาที

both your heart rate and blood pressure increase ไวยากรณ์

0:34

ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตจะสูงขึ้น

ไวยากรณ์

Both your heart rate and blood pressure: โครงสร้าง both A and B

Both A and B เชื่อมองค์ประกอบสองอย่างที่อยู่ในรูปแบบขนานกัน และบอกว่าข้อความเดียวกันเป็นจริงกับทั้งสองอย่าง ในประโยคนี้ increase ใช้กับทั้ง heart rate และ blood pressure ไม่ได้ใช้กับคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุดเพียงคำเดียว คำนามสองคำที่เชื่อมกันเป็นประธานร่วม จึงใช้กริยารูปพหูพจน์: both your heart rate and blood pressure increase และ A กับ B ควรอยู่ในรูปไวยากรณ์เดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคู่ที่แสดงว่ารวมสถานที่ทั้งสองแห่ง: ____ the museum ____ the garden are free today.

ดูคำตอบ

Both · and

in response to adrenaline release วลี

0:36

เพื่อตอบสนองต่อการหลั่งอะดรีนาลีน

วลี

in response to: แสดงการตอบสนอง

in response to ใช้ระบุสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือการกระทำ ในประโยคนี้ การหลั่งอะดรีนาลีนคือสิ่งกระตุ้น ส่วนการเพิ่มขึ้นของอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตคือการตอบสนองของร่างกาย สำนวนนี้แสดงความสัมพันธ์แบบการตอบสนอง ไม่ใช่แค่ลำดับเวลา โดย X happens in response to Y หมายความว่า Y กระตุ้นหรือทำให้ X เกิดขึ้น การตอบสนองนั้นอาจเกิดจากความตั้งใจ เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ หรือเป็นการตอบสนองขององค์กรก็ได้

แบบฝึกหัด

เลือกสำนวนที่แสดงว่าการเปลี่ยนนโยบายเป็นการตอบสนองต่อข้อร้องเรียน: The school changed its pickup policy ____ repeated parent complaints.

  1. after
  2. in response to
  3. during
ดูคำตอบ

in response to

caused by the introduction of caffeine into your body. ไวยากรณ์

0:38

ซึ่งเกิดจากคาเฟอีนที่เข้าสู่ร่างกาย

ไวยากรณ์

caused by: ส่วนขยายรูปถูกกระทำแบบย่อ

caused by เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำแบบย่อที่วางหลัง adrenaline release สามารถขยายเป็น adrenaline release that is caused by the introduction of caffeine into your body จึงใช้ระบุว่าอะไรทำให้เกิดการหลั่งอะดรีนาลีน เนื่องจากส่วนขยายนี้อยู่ต่อจากกลุ่มคำนาม adrenaline release จึงขยายกลุ่มคำนี้ ไม่ได้ขยาย blood pressure หรือรายการทั้งหมดด้านหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + กริยาช่องสาม + by + สาเหตุ โดยคำนามคือผลที่ได้รับอิทธิพล และวลีที่ขึ้นต้นด้วย by ระบุสาเหตุ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยส่วนขยายรูปถูกกระทำแบบย่อสองคำที่ระบุสาเหตุ: The flight delay ____ heavy fog lasted three hours.

ดูคำตอบ

caused by

How much caffeine?

0:41

แล้วมีคาเฟอีนมากแค่ไหน?

As high as 242 mg per serving. วลี

0:42

มากถึง 242 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

วลี

As high as + ตัวเลข

ในประโยคนี้ as high as ใช้นำเสนอค่าสูงสุดที่ผู้พูดเน้นว่าสูงมาก กล่าวคือ ปริมาณคาเฟอีนอาจสูงถึง 242 มก. ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ไม่ได้หมายความว่าทุกหน่วยบริโภคมีคาเฟอีน 242 มก. พอดี โครงสร้าง as high as + ตัวเลข มักใช้เน้นว่าระดับ ปริมาณ อัตรา ราคา หรือค่าที่วัดได้อาจสูงจนน่าประหลาดใจ high ในที่นี้หมายถึงระดับของตัวเลข ไม่ใช่ความสูงทางกายภาพ นี่ไม่ใช่โครงสร้างเปรียบเทียบความเท่ากันตามปกติ as + คำคุณศัพท์ + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ แต่ตัวเลขในที่นี้ระบุค่าสุดขั้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเน้นย้ำที่แสดงค่าสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นและสูงมาก: During peak season, a room can cost ____ $500 a night.

ดูคำตอบ

as high as

To compare,

0:45

หากจะเปรียบเทียบ

a serving of brewed coffee contains 95 to 165 mg of caffeine,

0:46

กาแฟชงหนึ่งหน่วยบริโภคมีคาเฟอีน 95 ถึง 165 มิลลิกรัม

brewed black tea contains 25 to 38 mg,

0:51

ชาดำชงมี 25 ถึง 38 มิลลิกรัม

and a bottle of Coke contains 34 mg of caffeine.

0:55

และโค้กหนึ่งขวดมีคาเฟอีน 34 มิลลิกรัม

But Unlike soda, coffee, and tea, ไวยากรณ์

0:58

แต่เครื่องดื่มชูกำลังต่างจากน้ำอัดลม กาแฟ และชา

energy drinks add in guarana extract. กริยาวลี

1:00

ตรงที่มีการเติมสารสกัดกัวรานาลงไปด้วย

ไวยากรณ์

Unlike + นามวลี

Unlike soda, coffee, and tea เป็นวลีบุพบทที่วางไว้ต้นประโยค โดยนำเครื่องดื่มเหล่านั้นมาเป็นกลุ่มเปรียบเทียบก่อน แล้วอนุประโยคหลักจึงบอกว่าเครื่องดื่มชูกำลังแตกต่างอย่างไร นั่นคือมีการเติมสารสกัดจากกัวรานา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Unlike + นามวลี, อนุประโยคหลัก unlike ในที่นี้หมายถึง “ต่างจาก” ไม่ใช่คำกริยา dislike วลีเปิดประโยคช่วยจัดระเบียบข้อมูลด้วยการประกาศความแตกต่างก่อน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Unlike เป็นคำบุพบทเพื่อนำการเปรียบเทียบได้ถูกต้อง?

  1. Unlike my old phone lasts only two hours, this one lasts all day.
  2. Unlike my old phone, this one lasts all day.
  3. I unlike my old phone because it is slow.
ดูคำตอบ

Unlike my old phone, this one lasts all day.

กริยาวลี

add in guarana extract: การใส่ส่วนผสมลงในสูตร

ในที่นี้ add in หมายถึง “ใส่ส่วนผสมลงในของผสมหรือสูตรที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนั้น” ประโยคนี้บอกว่า guarana extract เป็นส่วนผสมที่ใส่ในเครื่องดื่มชูกำลัง ไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มปริมาณ โครงสร้างคือ add in + ส่วนผสม เช่น add in the herbs กรรมสามารถอยู่หลังวลีกริยาทั้งชุดได้ ดังเช่น guarana extract ในประโยคนี้ เนื่องจาก add in เป็นวลีกริยาที่แยกได้ คำสรรพนามจึงมักอยู่ระหว่างกริยากับคำอนุภาค: add it in

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งด้วยวลีกริยาจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ใส่ผสมลงไป”: Once the soup is hot, ____ the cooked rice.

ดูคำตอบ

add in

The guarana plant, which is native to South America, วลี

1:03

ต้นกัวรานาซึ่งมีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้

วลี

native to: มีต้นกำเนิดตามธรรมชาติในสถานที่หนึ่ง

ในโครงสร้าง be native to + สถานที่ คำว่า native to หมายถึง “มีต้นกำเนิดตามธรรมชาติในสถานที่นั้น” ในที่นี้อนุประโยคขยายบอกว่าอเมริกาใต้เป็นภูมิภาคต้นกำเนิดตามธรรมชาติของต้นกัวรานา วลีนี้ใช้บรรยายพืช สัตว์ สายพันธุ์ ภาษา และธรรมเนียมได้ โดยระบุถึงต้นกำเนิด ไม่ใช่เพียงสถานที่ที่พบสิ่งนั้นในปัจจุบัน และบุพบทที่ใช้ตายตัวคือ to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “มีต้นกำเนิดตามธรรมชาติใน”: Kangaroos are ____ Australia.

ดูคำตอบ

native to

produces seeds which are about the same size as a coffee bean ไวยากรณ์

1:06

ให้เมล็ดที่มีขนาดพอ ๆ กับเมล็ดกาแฟ

ไวยากรณ์

the same size as: เปรียบเทียบคุณสมบัติที่เท่ากัน

โครงสร้าง the same + คำนาม + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ แสดงว่าสองสิ่งมีคุณสมบัติที่ระบุเท่ากัน ใน the same size as a coffee bean คำว่า size เป็นคำนามที่บอกคุณสมบัติ และ a coffee bean เป็นสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ส่วน about ที่อยู่ข้างหน้าทำให้หมายถึงใกล้เคียงกัน ไม่ใช่เท่ากันทุกประการ โครงสร้างนี้ใช้กับคำนามอย่าง age, price และ length ได้ หลัง the same + คำนาม ให้ใช้ as ไม่ใช่ than เพราะ than ใช้ในการเปรียบเทียบที่ไม่เท่ากัน เช่น larger than

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง the same + noun + as เพื่อสื่อว่ามีขนาดทางกายภาพเท่ากัน: This battery is ____ the one in my camera.

ดูคำตอบ

the same size as

but yield twice the caffeine content. ไวยากรณ์

1:09

แต่มีคาเฟอีนมากกว่าถึงสองเท่า

ไวยากรณ์

twice the caffeine content: แสดงปริมาณรวมที่เป็นสองเท่า

โครงสร้าง twice + นามวลี หมายความว่าปริมาณที่กล่าวถึงเป็นสองเท่าของปริมาณอ้างอิง ในที่นี้ twice the caffeine content หมายถึง 200% ของคาเฟอีนในเมล็ดกาแฟที่ใช้เป็นเกณฑ์ ซึ่งเข้าใจได้จากการเปรียบเทียบก่อนหน้า โครงสร้างนี้บอกปริมาณรวม ไม่ใช่ปริมาณที่เพิ่มเข้ามา หากปริมาณอ้างอิงคือ 80 mg then twice the caffeine content คือ 160 mg หรือเพิ่มขึ้น 100% ส่วนการเพิ่มขึ้น 200% จะเป็น 240 mg หรือสามเท่าของปริมาณเดิม

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความภาษาอังกฤษ: A regular drink contains 80 mg of caffeine. A new drink has twice the caffeine content. เครื่องดื่มใหม่มีคาเฟอีนเท่าใด?

  1. 80 mg
  2. 160 mg
  3. 240 mg
ดูคำตอบ

160 mg

Spread out over a day, ไวยากรณ์

1:11

หากกระจายปริมาณตลอดทั้งวัน

400 mg of caffeine appears to be safe. น้ำเสียง/เจตนา

1:12

คาเฟอีน 400 มิลลิกรัมก็ดูเหมือนจะปลอดภัย

ไวยากรณ์

Spread out over a day ในฐานะเงื่อนไขแบบย่อ

Spread out over a day เป็นรูปย่อของเงื่อนไข หมายถึง “หากบริโภคคาเฟอีน 400 มก. โดยแบ่งเป็นปริมาณน้อยลงในเวลาต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน” คำกริยาช่องสาม spread อธิบายว่าปริมาณรวมนั้นถูกแบ่งอย่างไร เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะจำกัดเงื่อนไขที่ทำให้ข้อสรุปหลังจากนั้นเป็นจริง ไม่ได้หมายถึงการนำคาเฟอีนไปแผ่บนพื้นผิวจริง ๆ และไม่ได้บอกว่าการรับคาเฟอีน 400 มก. ทั้งหมดในครั้งเดียวปลอดภัย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ spread out เพื่อเติมเงื่อนไขแบบย่อให้สมบูรณ์: ____ over three days, the homework feels more manageable.

ดูคำตอบ

Spread out

น้ำเสียง/เจตนา

appears to be สำหรับข้อสรุปที่ระมัดระวัง

ใน appears to be safe คำว่า appears to be ทำให้ข้อสรุปมีความระมัดระวัง หลักฐานที่มีอยู่ชี้ไปทางว่าปลอดภัย แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าปลอดภัยอย่างแน่นอนทั้งหมด appear ในที่นี้หมายถึง “ดูเหมือนเป็นเช่นนั้นจากสิ่งที่ทราบ” ไม่ใช่ “มองเห็นได้” รูปแบบ appears to be + คำคุณศัพท์หรือคำนามเหมาะกับข้อสรุปที่อาจเปลี่ยนเมื่อมีหลักฐานเพิ่ม หรือขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุไว้

แบบฝึกหัด

appears to be safe ในประโยคสื่อความหมายอย่างไร?

  1. ดูปลอดภัยเพราะรูปลักษณ์ภายนอก
  2. หลักฐานบ่งชี้ว่าปลอดภัย แต่ข้อสรุปยังไม่แน่นอน
  3. ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ

หลักฐานบ่งชี้ว่าปลอดภัย แต่ข้อสรุปยังไม่แน่นอน

But having more than 200 mg in a single sitting วลี

1:15

แต่หากรับคาเฟอีนมากกว่า 200 มิลลิกรัมในคราวเดียว

can lead to caffeine intoxication. วลี

1:18

ก็อาจเกิดภาวะพิษจากคาเฟอีนได้

วลี

in a single sitting: ภายในช่วงเดียวอย่างต่อเนื่อง

In a single sitting หมายถึงการทำสิ่งหนึ่งภายในช่วงเดียวอย่างต่อเนื่อง โดยไม่แบ่งไปทำคนละเวลา ในประโยคนี้หมายถึงการบริโภคมากกว่า 200 มก. ในครั้งเดียว ไม่ได้เน้นท่านั่งของบุคคล วลีนี้มักใช้กับการกิน ดื่ม อ่าน ดู หรือทำงานให้เสร็จ เมื่อปริมาณรวมที่ทำได้ภายในครั้งเดียวเป็นสิ่งสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึงภายในช่วงเดียวอย่างต่อเนื่อง: He finished the entire puzzle ____.

ดูคำตอบ

in a single sitting

วลี

lead to + คำนามหรือรูป -ing

Lead to นำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นสาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผล แล้วตามด้วยผลลัพธ์ ในประโยคนี้ การบริโภคมากกว่า 200 มก. ในครั้งเดียวเป็นสาเหตุ ส่วนภาวะพิษจากคาเฟอีนเป็นผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ใน lead to คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing: lead to problems; lead to feeling sick.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกเหตุและผลสองคำที่เรียนไปข้างต้น: The road closure could ____ longer travel times.

ดูคำตอบ

lead to

In 2011,

1:20

ในปี 2011

it is estimated that nearly 20,000 visits to the emergency room ไวยากรณ์

1:21

คาดว่ามีการเข้าห้องฉุกเฉินเกือบ 20,000 ครั้ง

in the United States were directly related วลี

1:25

ในสหรัฐอเมริกาที่เกี่ยวข้องโดยตรง

to the effects of energy drink consumption.

1:28

กับผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง

ไวยากรณ์

กรอบการรายงาน it is estimated that

ใน it is estimated that คำว่า it เป็นประธานที่ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์ ไม่ได้อ้างถึงบุคคล สิ่งของ หรือเหตุการณ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า โครงสร้างรายงานแบบกรรมวาจกนี้ใช้เกริ่นการประมาณโดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ประมาณ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บรรจุข้อความที่ถูกประมาณ โครงสร้างนี้นำเสนอข้อมูลว่ามีหลักฐานรองรับแต่เป็นค่าโดยประมาณ จึงสอดคล้องกับ nearly 20,000 ในประโยค

แบบฝึกหัด

เติมการประมาณแบบเป็นทางการด้วยกรอบรายงานสี่คำจากบทเรียน: ____ around 12% of the town's water is lost through leaks each year.

ดูคำตอบ

It is estimated that

วลี

วลีแสดงความเชื่อมโยง directly related to

ในที่นี้ were directly related to เชื่อมโยงการเข้าห้องฉุกเฉินเข้ากับผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มชูกำลัง related to แสดงว่ามีความเชื่อมโยง ส่วน directly นำเสนอว่าความเชื่อมโยงนั้นเป็นไปโดยตรง ไม่ใช่ห่างไกลหรือโดยอ้อม วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นสาเหตุเดียว ในงานเขียนที่อิงหลักฐาน directly related to สามารถกล่าวถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นได้ แต่ยังคงแตกต่างจาก caused by

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งพบความเชื่อมโยงที่ใกล้ชิด แต่ไม่ได้กล่าวอ้างว่าเหตุและผลได้รับการพิสูจน์แล้ว ประโยคใดตรงกับระดับความแน่นอนนี้มากที่สุด

  1. The increase was caused entirely by changes in the schedule.
  2. The increase was unrelated to changes in the schedule.
  3. The increase was directly related to changes in the schedule.
ดูคำตอบ

The increase was directly related to changes in the schedule.

Most of these visits involve those between the ages of 18 to 25,

1:30

ผู้ที่เข้าห้องฉุกเฉินส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 18 ถึง 25 ปี

and the second largest age group being 26 to 39 years old.

1:34

และกลุ่มอายุที่มากเป็นอันดับสองคือ 26 ถึง 39 ปี

So, if you started subbing your eight glasses of water

1:38

ดังนั้น หากคุณเริ่มเปลี่ยนน้ำแปดแก้วที่ดื่มในแต่ละวัน

for equivalent amounts of energy drinks,

1:40

เป็นเครื่องดื่มชูกำลังในปริมาณเท่ากัน

the constant increases in heart rate and blood pressure

1:42

การที่อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

might lead to an increased risk of developing วลี

1:45

อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็น

a bunch of cardiovascular conditions, การใช้คำ

1:47

โรคหัวใจและหลอดเลือดหลายชนิด

การใช้คำ

a bunch of: การบอกว่ามีจำนวนมากแบบไม่เป็นทางการ

a bunch of เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง many หรือ a large number of ในประโยคนี้ วลีนี้ทำให้หัวข้อทางเทคนิคฟังดูเป็นภาษาสนทนามากขึ้น โครงสร้างในที่นี้คือ a bunch of + คำนามพหูพจน์: a bunch of cardiovascular conditions คำว่า bunch ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่มัดรวมกันเป็นกำตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในรายงานทางการแพทย์ที่เป็นทางการ a bunch of cardiovascular conditions มักเป็นถ้อยคำที่เหมาะสมที่สุด

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

including hypertension or high blood pressure. การใช้คำ

1:50

รวมถึงภาวะความดันโลหิตสูง หรือที่เรียกกันว่าความดันสูง

วลี

increased risk of developing + ภาวะหรือโรค

an increased risk of developing a condition หมายถึง มีโอกาสสูงขึ้นที่จะเป็นหรือเริ่มมีภาวะนั้นในอนาคต ในที่นี้ develop หมายถึง “เป็นหรือเริ่มเกิดโรค” ไม่ใช่ “พัฒนาผลิตภัณฑ์” โครงสร้างคือ an increased risk of + คำกริยารูป -ing ทั้ง might lead to และ risk แสดงความไม่แน่นอน ประโยคนี้จึงพูดถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “มีโอกาสเป็นโรคสูงขึ้น”: Heavy smoking is associated with an ____ lung disease.

ดูคำตอบ

increased risk of developing

การใช้คำ

hypertension or high blood pressure: ศัพท์แพทย์และคำที่ใช้ทั่วไป

Hypertension เป็นศัพท์ทางการแพทย์แบบเป็นทางการของ high blood pressure ในประโยคนี้ or ใช้กล่าวซ้ำด้วยภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจ จึงหมายถึงภาวะเดียวกันทั้งสองสำนวน รูปแบบ “ศัพท์เฉพาะ + or + คำอธิบายที่คุ้นเคย” ช่วยให้ผู้พูดอธิบายคำศัพท์เฉพาะได้โดยไม่ขัดจังหวะประโยค

แบบฝึกหัด

ใน “The patient has hypertension, or high blood pressure.” คำว่า or ทำหน้าที่อะไร

  1. ใช้แนะนำชื่อแบบภาษาทั่วไปของภาวะเดียวกัน
  2. แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยมีภาวะใด
  3. ใช้ระบุภาวะที่สองซึ่งแตกต่างกัน
ดูคำตอบ

ใช้แนะนำชื่อแบบภาษาทั่วไปของภาวะเดียวกัน

An observational study reviewed 7 years of data

1:52

งานวิจัยเชิงสังเกตชิ้นหนึ่งทบทวนข้อมูลย้อนหลัง 7 ปี

from calls to the Australian Poison Information Center.

1:55

จากสายที่โทรเข้าศูนย์ข้อมูลสารพิษแห่งออสเตรเลีย

Of the 297 calls analyzed, ลำดับความ

1:57

จากสายโทรเข้า 297 สายที่นำมาวิเคราะห์

the most common symptoms of caffeine toxicity

2:00

อาการที่พบบ่อยที่สุดของภาวะพิษจากคาเฟอีน

included palpitations, agitation, tremor,

2:02

ได้แก่ ใจสั่น กระสับกระส่าย ตัวสั่น

and gastrointestinal upset. การใช้คำ

2:05

และอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร

ลำดับความ

Of the 297 calls analyzed: การกำหนดขอบเขตชุดข้อมูล

Of the 297 calls analyzed เป็นกรอบเปิดประโยคที่ระบุชุดข้อมูลทั้งหมดก่อนที่ประโยคจะรายงานข้อค้นพบ วลีนี้บอกผู้อ่านว่ารูปแบบที่จะกล่าวต่อไปพบภายในกลุ่มตัวอย่างที่วิเคราะห์แล้วนี้ Analyzed เป็นกริยาช่องที่สามที่วางหลัง calls และหมายถึง calls that were analyzed วลีนี้ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์ ส่วนอนุประโยคหลักจะเป็นส่วนที่บอกผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกำหนดผู้เดินทาง 100 คนเป็นชุดข้อมูลที่สำรวจได้ถูกต้อง โดยไม่เพิ่มเหตุผลหรือความขัดแย้ง

  1. Although 100 commuters were surveyed, 68 used public transport at least once a week.
  2. Because 100 commuters were surveyed, 68 used public transport at least once a week.
  3. Of the 100 commuters surveyed, 68 used public transport at least once a week.
ดูคำตอบ

Of the 100 commuters surveyed, 68 used public transport at least once a week.

การใช้คำ

gastrointestinal upset: ความไม่สบายทางร่างกายของระบบย่อยอาหาร

ในรายการอาการทางการแพทย์นี้ gastrointestinal upset หมายถึงความไม่สบายหรือความผิดปกติที่เกิดกับกระเพาะอาหารและลำไส้ คำนี้อาจครอบคลุมอาการต่าง ๆ เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง อาเจียน หรือท้องเสีย โดยไม่ได้ระบุปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ ในที่นี้ upset เป็นคำนามที่หมายถึงความผิดปกติหรือความไม่สบายทางร่างกาย ไม่ได้หมายถึงความรู้สึกไม่สบายใจ และไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “รบกวน” สำนวนกว้าง ๆ นี้ช่วยให้งานเขียนทางคลินิกหรือสุขภาพจัดกลุ่มอาการทางระบบย่อยอาหารหลายอาการไว้ด้วยกันได้

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนทางการแพทย์จากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: Several participants reported ____ after taking the medication.

ดูคำตอบ

gastrointestinal upset

21 cases had signs of serious cardiac

2:08

มี 21 กรณีที่พบสัญญาณพิษรุนแรงต่อหัวใจ

or neurological toxicity,

2:11

หรือระบบประสาท

including hallucinations, seizures, arrhythmias,

2:12

ซึ่งรวมถึงอาการประสาทหลอน อาการชัก ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

or cardiac ischemia.

2:15

หรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

And at least 128 subjects required hospitalization. การใช้คำ

2:17

และอย่างน้อย 128 รายต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล

การใช้คำ

required hospitalization: การเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่จำเป็นทางการแพทย์

ในรายงานนี้ required hospitalization หมายความว่าอาการของผู้เข้าร่วมทำให้การเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยในเป็นสิ่งจำเป็นทางการแพทย์ required อธิบายความจำเป็นที่เกิดจากความรุนแรงของอาการ ไม่ได้หมายความว่าผู้เข้าร่วมเป็นฝ่ายร้องขอ สำนวนนี้เน้นความจำเป็นในการรักษาแบบผู้ป่วยใน จึงมีความหมายหนักแน่นและแม่นยำกว่าการพูดเพียงว่าบุคคลหนึ่ง went to a hospital ซึ่งอาจหมายถึงแค่ไปตรวจโดยไม่ได้เข้ารักษาแบบผู้ป่วยใน

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนรายงานแบบเป็นทางการจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: The reaction was so severe that it ____.

ดูคำตอบ

required hospitalization

A cup of black coffee has fewer than 5 calories, ไวยากรณ์

2:21

กาแฟดำหนึ่งถ้วยให้พลังงานไม่ถึง 5 แคลอรี

ไวยากรณ์

fewer than กับจำนวนที่นับได้

“fewer than” หมายถึง “มีจำนวนต่ำกว่า” และในที่นี้ใช้หน้าตัวเลขที่นับหน่วยแต่ละหน่วยแยกกัน ประโยคนี้ถือว่า calories เป็นหน่วยที่นับได้ จึงหมายความว่าจำนวนแคลอรีต่ำกว่าห้า โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ fewer than + ตัวเลข + คำนามนับได้พหูพจน์ เช่น fewer than three attempts

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการและรอบคอบด้วยวลีเปรียบเทียบสองคำที่ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์: The box contains ____ ten cookies.

ดูคำตอบ

fewer than

but the high sugar content of energy drinks

2:24

แต่ปริมาณน้ำตาลสูงในเครื่องดื่มชูกำลัง

means a calorie count of about 850 calories

2:26

ทำให้ได้รับพลังงานประมาณ 850 แคลอรี

in 8 cups of Red Bull.

2:30

จาก Red Bull 8 ถ้วย

This increases your risk for obesity

2:31

สิ่งนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน

and developing type 2 diabetes.

2:33

และการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2

But some of the risks are unpredictable,

2:36

แต่ความเสี่ยงบางอย่างก็คาดเดาไม่ได้

such as a 26-year-old man who drank

2:38

เช่น ชายวัย 26 ปีคนหนึ่งที่ดื่ม

at least two cans of energy drinks daily for a decade

2:40

เครื่องดื่มชูกำลังอย่างน้อยวันละสองกระป๋องมานานสิบปี

with no prior significant health issues, การใช้คำ

2:43

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาสุขภาพสำคัญ

การใช้คำ

with no prior significant health issues: ก่อนหน้านั้นไม่มีปัญหาสุขภาพสำคัญ

“with no prior significant health issues” เป็นวิธีเติมข้อมูลประวัติสุขภาพอย่างกระชับและเป็นทางการ with เชื่อมข้อมูลพื้นหลังนี้เข้ากับบุคคลที่กำลังกล่าวถึง no ปฏิเสธนามวลี prior ระบุว่าปัญหาอยู่ก่อนเหตุการณ์ที่เกิดภายหลัง และ significant หมายถึงมีความสำคัญทางการแพทย์ วลีนี้ไม่ได้รับรองว่าบุคคลนั้นมีสุขภาพสมบูรณ์แบบ แต่หมายถึงไม่มีปัญหาสุขภาพร้ายแรงก่อนหน้านั้นที่เป็นที่ทราบหรือเกี่ยวข้องกับรายงาน

แบบฝึกหัด

ในรายงานผู้ป่วย 'with no prior significant health issues' มีความหมายที่ถูกต้องที่สุดว่าอย่างไร?

  1. บุคคลนั้นไม่เคยมีอาการหรือโรคใด ๆ เลย
  2. ไม่พบว่ามีปัญหาสุขภาพสำคัญก่อนเกิดเหตุการณ์นั้น
  3. ปัญหาสุขภาพกลายเป็นเรื่องไม่สำคัญหลังเหตุการณ์นั้น
ดูคำตอบ

ไม่พบว่ามีปัญหาสุขภาพสำคัญก่อนเกิดเหตุการณ์นั้น

he had a seizure and fell into a 3-day coma. วลี

2:45

กลับเกิดอาการชักและอยู่ในอาการโคม่านาน 3 วัน

วลี

fell into a 3-day coma: การเข้าสู่ภาวะโคม่า

ใน fall into a coma คำว่า fall into บอกการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะหนึ่ง หมายถึงบุคคลนั้นเข้าสู่ภาวะโคม่า ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นล้มลงจริง ๆ เสมอไป 3-day ที่มีขีดกลางทำหน้าที่ขยาย coma และบอกระยะเวลา กล่าวคือ ภาวะโคม่ากินเวลาสามวัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ fall into a coma และรูป simple past คือ fell into a coma

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ fall into a coma ในรูป simple past: After the crash, he ____.

ดูคำตอบ

fell into a coma

Doctors ultimately attributed this วลี

2:49

สุดท้าย แพทย์ลงความเห็นว่าสาเหตุมาจาก

to chronic sleep deprivation and overconsumption of caffeine. การใช้คำ

2:50

การอดนอนเรื้อรังและการบริโภคคาเฟอีนมากเกินไป

วลี

attribute A to B ใน attributed this to

Attribute A to B หมายถึงการอธิบายว่า A เป็นผลมาจาก B หรือมองว่า B เป็นสาเหตุของ A ใน attributed this to คำว่า this คือ A ซึ่งหมายถึงอาการชักและภาวะโคม่า ส่วน chronic sleep deprivation and overconsumption of caffeine คือ B ซึ่งเป็นสาเหตุที่เสนอไว้ ลำดับมีความสำคัญ กล่าวคือ ผู้วิเคราะห์ attribute ผลลัพธ์ A to สาเหตุ B ส่วนรูปถูกกระทำคือ A is attributed to B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ attribute A to B ในรูป simple past: The investigators ____ faulty wiring.

ดูคำตอบ

attributed the fire to

การใช้คำ

“chronic sleep deprivation”: การนอนหลับไม่เพียงพอเป็นเวลานาน

Sleep deprivation หมายถึงการนอนหลับไม่เพียงพอ เมื่อมี Chronic คำนี้จะสื่อว่าสภาวะดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำเป็นเวลานาน ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงรูปแบบที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่การนอนน้อยเพียงคืนเดียว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นนามวลีในภาษาทางการแพทย์ที่ใช้เรียกหนึ่งในภาวะที่แพทย์มองว่าเป็นสาเหตุ Chronic บอกถึงระยะเวลาและความต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึงเพียงว่า “รุนแรง”

แบบฝึกหัด

เติมรายงานด้วยคำที่ตรงความหมายสำหรับการนอนหลับไม่เพียงพอเป็นเวลานาน: Months of overnight shifts left many workers with ____.

ดูคำตอบ

chronic sleep deprivation

Overall, energy drinks are relatively safe น้ำเสียง/เจตนา

2:54

โดยรวมแล้ว เครื่องดื่มชูกำลังค่อนข้างปลอดภัย

for infrequent consumption.

2:56

หากดื่มนาน ๆ ครั้ง

น้ำเสียง/เจตนา

“relatively safe”: การประเมินความปลอดภัยแบบมีข้อจำกัด

Relatively safe เป็นการประเมินความปลอดภัยแบบมีข้อจำกัด Relatively เปรียบเทียบระดับความปลอดภัยกับทางเลือกหรือเกณฑ์อ้างอิงที่เกี่ยวข้อง และป้องกันไม่ให้ตีความ safe ว่าปลอดภัยโดยสมบูรณ์ กล่าวคือ สิ่งหนึ่งอาจ relatively safe แต่ยังคงมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ในที่นี้ ข้อสรุปยังถูกจำกัดด้วย for infrequent consumption ผู้พูดไม่ได้บอกว่าเครื่องดื่มชูกำลังปลอดภัยในทุกปริมาณหรือทุกรูปแบบการบริโภค โดยทั่วไป relatively + คำคุณศัพท์ ใช้เสนอการประเมินที่อาศัยการเปรียบเทียบและไม่ใช่ข้อสรุปแบบเด็ดขาด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ relatively safe สื่อความหมายอย่างไร? The medicine is relatively safe when used as directed.

  1. ยานี้ถือว่าค่อนข้างปลอดภัยภายใต้เงื่อนไขที่ระบุ แต่ยังอาจมีความเสี่ยงอยู่บ้าง
  2. ยานี้ไม่มีความเสี่ยงเลยในทุกสถานการณ์
  3. ยานี้ไม่ปลอดภัยแม้จะใช้ตามคำแนะนำ
ดูคำตอบ

ยานี้ถือว่าค่อนข้างปลอดภัยภายใต้เงื่อนไขที่ระบุ แต่ยังอาจมีความเสี่ยงอยู่บ้าง

But you may not want to drink them on a regular basis. วลี

2:58

แต่คุณอาจไม่ควรดื่มเป็นประจำ

วลี

on a regular basis: เป็นประจำ

on a regular basis เป็นวลีบอกความถี่ที่หมายถึง “เป็นประจำ” คือสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในฐานะส่วนหนึ่งของกิจวัตรหรือตามแบบแผนที่กำหนดไว้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกความถี่ของการดื่มเครื่องดื่มเหล่านั้น ดังนั้นคำแนะนำคือไม่ควรทำให้การดื่มเป็นนิสัยตามปกติ ในโครงสร้าง กริยา + กรรม + on a regular basis วลีนี้ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายบอกความถี่ คำว่า basis เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว ไม่ได้มีความหมายเดี่ยวตามปกติว่า “พื้นฐาน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกความถี่ที่เรียนมา: The clinic checks its emergency equipment ____.

ดูคำตอบ

on a regular basis

Hey, we want to send a huge shout out สำนวน

3:02

เฮ้ เราอยากขอชื่นชมเป็นพิเศษ

and thank you to Sara from Domestic Geek

3:03

และขอบคุณ Sara จาก Domestic Geek

for narrating this episode while we were away.

3:05

ที่ช่วยพากย์เสียงตอนนี้ให้เราในช่วงที่เราไม่อยู่

สำนวน

send a huge shout out: กล่าวชื่นชมต่อสาธารณะอย่างมาก

send a huge shout out หมายถึงการกล่าวถึงใครบางคนต่อสาธารณะด้วยคำขอบคุณ คำชม หรือการยอมรับอย่างกระตือรือร้น ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังให้เครดิตอย่างเด่นชัดแก่ Sara ที่บรรยายตอนดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการตะโกนจริง ๆ ในทางไวยากรณ์ a huge shout out เป็นนามวลีที่ตามหลัง send และ to Sara ระบุผู้ที่ได้รับการยอมรับ ในงานเขียนที่ผ่านการตรวจแก้ คำนามนับได้คำนี้มักเขียนว่า shout-out โดยมีเครื่องหมายยัติภังค์ แม้ว่า shout out แบบไม่มียัติภังค์จะพบได้บ่อยในคำบรรยายและงานเขียนออนไลน์แบบไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

send a huge shout out ในตัวอย่างหมายความว่าอะไร?

  1. ขอบคุณและยกย่อง Sara ต่อสาธารณะอย่างกระตือรือร้น
  2. ส่งข้อความส่วนตัวถึง Sara
  3. ขอให้ Sara บรรยายตอนอื่นอีกตอน
  4. ตะโกนชื่อ Sara ให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้
ดูคำตอบ

ขอบคุณและยกย่อง Sara ต่อสาธารณะอย่างกระตือรือร้น

We're going to put a link over to her channel,

3:08

เราจะใส่ลิงก์ช่องของเธอไว้ให้

which is awesome.

3:09

ซึ่งเป็นช่องที่ยอดเยี่ยมมาก

You should check it out over there. กริยาวลี

3:10

ลองตามไปดูกันนะ

กริยาวลี

check it out: ไปดูหรือสำรวจสิ่งนั้น

ในที่นี้ check it out หมายถึง “ไปดู ไปสำรวจ หรือลองฟังสิ่งที่กำลังได้รับการแนะนำ” คำสรรพนาม it หมายถึงช่องของ Sara ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังแนะนำให้ผู้ชมไปดูช่องนั้น check out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่าง check กับ out เช่น check it out หรือ check them out ไม่ใช่ check out it

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีภาษาอังกฤษที่หมายถึง “ไปดูหรือสำรวจสิ่งนั้น” ลงในประโยค: The library opened a new makerspace. You should ____ after school.

ดูคำตอบ

check it out

If you don't already know, ลำดับความ

3:12

ถ้าคุณยังไม่รู้

we started our podcast called Sidenote.

3:13

เราเริ่มทำพอดแคสต์ชื่อ Sidenote แล้ว

ลำดับความ

If you don't already know, ในฐานะวลีเกริ่นนำที่คำนึงถึงผู้ฟัง

ในประโยคนี้ If you don't already know เป็นวลีเกริ่นนำที่เตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข่าวที่บางคนอาจเคยได้ยินแล้ว วลีนี้ยอมรับว่าผู้ฟังแต่ละคนมีความรู้เดิมไม่เท่ากัน และช่วยให้ผู้พูดนำเสนอข่าวเรื่องพอดแคสต์โดยไม่ทำเหมือนว่าเป็นข้อมูลใหม่สำหรับทุกคน แม้จะมีรูปเป็นอนุประโยค if แต่ไม่ได้เป็นเงื่อนไขจริงที่ผู้ฟังต้องตอบหรือทำให้สำเร็จ ข้อความหลักยังคงเป็นจริงไม่ว่าผู้ฟังจะรู้อยู่แล้วหรือไม่ วลีนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูลและดึงความสนใจไปยังสิ่งที่จะกล่าวต่อไป

แบบฝึกหัด

วลีเกริ่นนำในประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร? “If you don't already know, the school concert starts at six.”

  1. ใช้แนะนำข้อมูลที่ผู้ฟังบางคนอาจรู้อยู่แล้ว
  2. ขอให้ผู้ฟังตอบว่ารู้เวลาหรือไม่
  3. ทำให้เวลาเริ่มคอนเสิร์ตขึ้นอยู่กับว่าผู้ฟังรู้หรือไม่
ดูคำตอบ

ใช้แนะนำข้อมูลที่ผู้ฟังบางคนอาจรู้อยู่แล้ว

Make sure you subscribe to it วลี

3:15

อย่าลืมกดติดตาม

wherever you get your podcasts. ไวยากรณ์

3:16

ไม่ว่าคุณจะฟังพอดแคสต์ผ่านช่องทางไหน

วลี

Make sure + อนุประโยคสำหรับการเตือนอย่างชัดเจน

Make sure นำหน้าการกระทำที่ผู้ฟังต้องไม่ลืม ซึ่งในที่นี้คือ you subscribe to it สำนวนนี้เพิ่มความหมายของการตรวจสอบหรือยืนยันให้กับคำสั่งทั่วไป โดยบอกให้ผู้ฟังทำให้แน่ใจว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ make sure + ประธาน + กริยา ในที่นี้ you เป็นประธานของ subscribe และ make sure ไม่ได้หมายถึงการสร้างความแน่นอนตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง Make sure + อนุประโยคที่เรียนมา: ____ you save your work before closing the app.

ดูคำตอบ

Make sure

ไวยากรณ์

wherever สำหรับสถานที่หรือแพลตฟอร์มใดก็ตาม

Wherever นำหน้าอนุประโยคที่เปิดให้เลือกสถานที่หรือแพลตฟอร์มได้อย่างอิสระ ในประโยคนี้ wherever you get your podcasts หมายถึงแอปหรือบริการใดก็ตามที่ผู้ฟังใช้ฟังพอดแคสต์ ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริงเพียงแห่งเดียว โครงสร้าง wherever + ประธาน + กริยา ทำให้คำแนะนำใช้ได้ไม่ว่าจะเลือกสถานที่หรือแพลตฟอร์มใด โดยไม่ต้องไล่ชื่อทุกตัวเลือก

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หมายถึง “ในแพลตฟอร์มใดก็ตาม” ให้สมบูรณ์: You can find the show ____ you get your podcasts.

ดูคำตอบ

wherever

We tell stories, we debate,

3:19

เราเล่าเรื่องและถกเถียงกัน

and then we splice in all the interesting information กริยาวลี

3:21

จากนั้นก็แทรกข้อมูลน่าสนใจต่าง ๆ

and science throughout.

3:23

และเรื่องวิทยาศาสตร์ไว้ตลอดรายการ

กริยาวลี

splice in: แทรกเนื้อหาเข้าไปในลำดับเดิม

ในประโยคนี้ splice in หมายถึงการแทรกข้อมูลและเนื้อหาวิทยาศาสตร์เข้าไปในลำดับการเล่าเรื่องและการถกเถียง เป็นภาพเปรียบเทียบจากงานตัดต่อ ซึ่งผู้ผลิตสามารถเชื่อมช่วงใหม่เข้ากับเนื้อหาที่มีอยู่แล้ว กรรมคือ all the interesting information and science ส่วน throughout แสดงว่าเนื้อหานี้กระจายอยู่ตลอดทั้งรายการ ไม่ได้แทรกเพียงครั้งเดียว แนวคิดที่นำไปใช้ต่อได้คือการเพิ่มเนื้อหาให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของลำดับหรือโครงสร้างเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “แทรกเข้าไปในลำดับเดิม”: The producer decided to ____ a short interview between the two reports.

ดูคำตอบ

splice in

We've almost broken up many times กริยาวลี

3:24

เราเกือบเลิกกันหลายครั้งแล้ว

because we choose subjects that we disagree on. วลี

3:26

เพราะเราเลือกหัวข้อที่เรามีความเห็นไม่ตรงกัน

กริยาวลี

broken up: เกือบยุติความสัมพันธ์ใกล้ชิดหรือความร่วมมือ

ในที่นี้ have almost broken up หมายถึงคนสองคนเกือบยุติความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดหรือความร่วมมือในการทำงาน เพราะมีความเห็นขัดแย้งกันซ้ำ ๆ ประโยคไม่ได้ระบุว่าความสัมพันธ์นั้นเป็นเชิงรัก เชิงอาชีพ หรือทั้งสองอย่าง จึงต้องพิจารณาจากบริบทที่กว้างขึ้น break up ในที่นี้เป็นกริยาอกรรม โดยประธาน we คือคนสองคนที่ความสัมพันธ์อาจสิ้นสุดลง broken เป็นรูป past participle ที่ต้องใช้หลัง have ส่วน almost แสดงว่าเหตุการณ์เกือบเกิดขึ้นแต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past participle ของกริยาวลีจากบทเรียนนี้: Because of creative disagreements, the band has almost ____ several times.

ดูคำตอบ

broken up

วลี

disagree on + หัวข้อ

ใน disagree on a subject คำว่า on ใช้นำหน้าประเด็นที่แต่ละคนมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ในที่นี้ subjects เป็นกรรมที่เข้าใจได้ของ on ภายในอนุประโยคขยาย that we disagree on ดังนั้น on ที่อยู่ท้ายจึงไม่ได้เกินมา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ people disagree on + หัวข้อ คำถาม หรือแผน ซึ่งหมายถึงทุกคนพูดถึงเรื่องเดียวกัน แต่มีมุมมองต่อเรื่องนั้นแตกต่างกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเพื่อนร่วมงานสองคนมีความคิดเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับนโยบายการทำงานทางไกล

  1. They disagree to the remote-work policy.
  2. They disagree with the remote-work policy.
  3. They disagree on the remote-work policy.
ดูคำตอบ

They disagree on the remote-work policy.

We disagree on a lot, though. น้ำเสียง/เจตนา

3:28

แต่จริง ๆ เราเห็นไม่ตรงกันหลายเรื่องเลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

though ที่อยู่ท้ายประโยค

though ที่อยู่ท้ายประโยคใช้เติมความขัดแย้งเล็กน้อยหลังใจความหลัก We disagree on a lot, though หมายความว่า แม้ก่อนหน้านี้จะพูดอะไรไว้ การที่ทั้งสองฝ่ายเห็นไม่ตรงกันในหลายเรื่องก็ยังเป็นข้อเท็จจริงที่ตัดกันอยู่ ในตำแหน่งนี้ though ทำหน้าที่เป็นคำแสดงความขัดแย้งที่เติมตามหลัง ไม่ใช่คำสันธานที่นำอนุประโยค การวางไว้ท้ายประโยคทำให้ความขัดแย้งฟังเป็นภาษาสนทนาและมักมีน้ำเสียงเบาลง

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ though ท้ายประโยคเพื่อเติมความขัดแย้งแบบภาษาสนทนา

  1. Though the café is expensive, the coffee is excellent.
  2. The café is expensive. The coffee is excellent, though.
  3. The café is though expensive, and the coffee is excellent.
ดูคำตอบ

The café is expensive. The coffee is excellent, though.

That's true.

3:29

จริง

To the core, we are very different people. สำนวน

3:30

โดยพื้นฐานแล้ว เราเป็นคนที่แตกต่างกันมาก

สำนวน

To the core: ความแตกต่างในธรรมชาติพื้นฐาน

ในที่นี้ To the core ทำหน้าที่เป็นวลีวิเศษณ์ที่ย้ายมาไว้ต้นประโยค หมายถึง “ในธรรมชาติพื้นฐานที่สุดของเรา” หรือ “โดยพื้นฐานแล้ว” วลีนี้เน้น very different ว่าความแตกต่างไม่ได้เป็นเพียงผิวเผินหรือจำกัดอยู่ที่ความชอบเรื่องใดเรื่องหนึ่ง วลีนี้เป็นสำนวน core ชวนให้นึกถึงส่วนที่ลึกที่สุดและเป็นตัวกำหนดคนหรือสิ่งหนึ่ง ไม่ใช่ศูนย์กลางทางกายภาพ โดยทั่วไปมักวางไว้หลังสิ่งที่ต้องการเน้น เช่น different to the core การย้ายมาไว้ต้นประโยคทำให้แนวคิดนี้เด่นขึ้น

แบบฝึกหัด

To the core ในประโยค “To the core, we are very different people.” หมายความว่าอะไร

  1. ที่ศูนย์กลางทางกายภาพของสถานที่
  2. เฉพาะในนิสัยเล็ก ๆ อย่างหนึ่ง
  3. หลังจากออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลาง
  4. ในธรรมชาติพื้นฐานของเรา
ดูคำตอบ

ในธรรมชาติพื้นฐานของเรา

But it's fun.

3:31

แต่มันก็สนุกดี

It is fun.

3:32

สนุกจริง ๆ

And if you want to find out about when we almost broke up,

3:33

และถ้าคุณอยากรู้เรื่องตอนที่เราเกือบเลิกกัน

listen to the podcast Sidenote.

3:35

ไปฟังพอดแคสต์ Sidenote กัน

Subscribe to our YouTube channel.

3:37

กดติดตามช่อง YouTube ของเราด้วย

And the podcast.

3:38

แล้วก็พอดแคสต์ด้วย

Oh, yeah.

3:39

อ๋อ ใช่

Right.

3:39

ถูกต้อง

Subscribe to two things.

3:40

กดติดตามทั้งสองอย่างเลย

Oh, lots of things.

3:41

โอ้ มีตั้งหลายอย่างแน่ะ

Um, and we will see you next Thursday

3:42

เอ่อ แล้วเจอกันวันพฤหัสบดีหน้า

for a new video.

3:43

กับวิดีโอใหม่

See you.

3:45

แล้วเจอกัน

Peace.

3:45

พีซ!