ทุกสิ่งเปลี่ยนไปเมื่อคริสตัลแห่งไฟถูกขโมย - Alex Gendler: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
633 คำ 161 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เด็กฝึกหัดสี่คนกลืนผลึกธาตุซึ่งบังคับให้ผู้ถือผลึกดินและน้ำพูดความจริง ส่วนผู้ถือผลึกไฟและลมต้องโกหก ผู้บรรยายทดสอบคำกล่าวหาของซูมิ แล้วปฏิเสธสมมติฐานเมื่อพบข้อขัดแย้ง จึงระบุผู้ถือผลึกแต่ละชิ้นได้ก่อนการแปลงร่างจะเริ่มขึ้น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. tripped the magical alarms — กลุ่มคำและคำที่ใช้ร่วมกันเป็นประจำ: เข้าใจว่า trip an alarm หมายถึงทำให้สัญญาณเตือนทำงานหรือดังขึ้น ไม่ได้หมายถึงสะดุดสัญญาณเตือน และนำกลุ่มคำด้านความปลอดภัยนี้ไปใช้เมื่อเล่าถึงการบุกรุก อุบัติเหตุ หรือการแจ้งเตือนกะทันหัน 2. technique known as proof by contradiction. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: สังเกตว่า known as เป็นวิธีธรรมชาติในการนำเสนอชื่อศัพท์ทางการ และเข้าใจว่า proof by contradiction คือการให้เหตุผลที่หักล้างสมมติฐานด้วยการแสดงว่าสมมติฐานนั้นนำไปสู่ข้อสรุปที่เข้ากันไม่ได้ 3. The only one left who could have it is Jonah. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้รูปแบบนี้เพื่อระบุความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่หลังตัดตัวเลือกอื่นออก เหมาะกับโจทย์ตรรกะ การสืบสวน การวิเคราะห์ปัญหา และการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Someone has tripped the magical alarms in the element temple. วลี

0:07

มีใครบางคนกระตุ้นสัญญาณเตือนภัยเวทมนตร์ในวิหารแห่งธาตุ

วลี

trip an alarm: ทำให้สัญญาณเตือนทำงาน

ในประโยคนี้ tripped รับ the magical alarms เป็นกรรม หมายถึงมีคนทำให้สัญญาณเตือนเริ่มทำงานหรือส่งเสียง ไม่ได้หมายความว่ามีคนสะดุด นี่เป็นการใช้ trip เพื่อบอกว่าใครหรืออะไรเป็นสาเหตุ คน การกระทำ หรือเหตุการณ์สามารถ trip an alarm หรือ trip a sensor และทำให้อุปกรณ์เริ่มทำงานได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “A bird flew through the beam and tripped the security alarm,” วลี “tripped the security alarm” หมายความว่าอะไร?

  1. ปิดสัญญาณเตือนภัย
  2. สะดุดสัญญาณเตือนภัย
  3. ทำให้สัญญาณเตือนภัยทำงาน
ดูคำตอบ

ทำให้สัญญาณเตือนภัยทำงาน

By the time you and the other monks arrive on the scene, โน้ต

0:10

เมื่อคุณและพระรูปอื่น ๆ มาถึงที่เกิดเหตุ

you know you have a disaster on your hands. สำนวน

0:14

คุณก็รู้ทันทีว่าหายนะกำลังมาเยือน

ไวยากรณ์

By the time: กำหนดจุดสิ้นสุดทางเวลา

By the time ใช้เกริ่นจุดสิ้นสุดทางเวลา ในประโยคนี้คือช่วงที่คุณกับนักบวชคนอื่น ๆ มาถึง ประโยคหลักบอกสิ่งที่เป็นจริงหรือชัดเจนอยู่แล้ว ณ จุดนั้น วลีนี้มักแสดงว่าสถานการณ์หนึ่งเสร็จสิ้นหรือเกิดขึ้นแน่นอนก่อนอีกสถานการณ์หนึ่ง หรืออย่างช้าที่สุดก็ภายในเวลาที่อีกสถานการณ์เกิดขึ้น เมื่อกล่าวถึงอนาคต อนุประโยคหลัง by the time มักใช้ present simple แทน will: By the time we arrive, the store will be closed.

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่ขึ้นต้นด้วย By และใช้บอกจุดสิ้นสุดทางเวลา: ____ the bus arrives, we will have finished packing.

ดูคำตอบ

By the time

วลี

arrive on the scene: ไปถึงสถานที่เกิดเหตุ

ในประโยคนี้ arrive on the scene หมายถึง “ไปถึงสถานที่ที่กำลังเกิดเหตุการณ์หรือปัญหาสำคัญ” โดย scene หมายถึงสถานที่เกิดเหตุ ไม่ใช่ฉากหนึ่งในละครหรือภาพยนตร์ วลีนี้ทำให้เห็นว่าคนเหล่านั้นกำลังเข้ามาอยู่ในสถานการณ์ที่ยังดำเนินอยู่ เหมาะอย่างยิ่งเมื่อการมาถึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุฉุกเฉิน การสืบสวน หรือเหตุการณ์สำคัญอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ไปถึงสถานที่ที่กำลังเกิดเหตุฉุกเฉิน”: The rescue team ____ before dark.

ดูคำตอบ

arrived on the scene

สำนวน

have a disaster on your hands: เผชิญปัญหาร้ายแรงที่ต้องจัดการ

ในที่นี้ have a disaster on your hands หมายถึง “กำลังเผชิญสถานการณ์เลวร้ายที่ต้องจัดการตั้งแต่ตอนนี้” ไม่ได้หมายความว่ามีใครถือสิ่งของไว้ในมือจริง ๆ โครงสร้าง have + a problem, crisis, mess หรือคำนามที่คล้ายกัน + on your hands เน้นทั้งความยากของสถานการณ์และความรับผิดชอบหรือแรงกดดันที่จะต้องรับมือ

แบบฝึกหัด

“We have a crisis on our hands” มีความหมายตรงที่สุดว่าอย่างไร?

  1. เราแก้ไขวิกฤตเรียบร้อยแล้ว
  2. เรากำลังถือสิ่งที่เรียกว่า “วิกฤต” อยู่จริง ๆ
  3. เรากำลังเผชิญวิกฤตที่ต้องจัดการ
ดูคำตอบ

เรากำลังเผชิญวิกฤตที่ต้องจัดการ

Overnight, four young apprentices broke into the temple's inner chamber กริยาวลี

0:17

เมื่อคืนนี้ ลูกศิษย์หนุ่มสี่คนแอบเข้าไปในห้องชั้นในของวิหาร

to steal the sacred element crystals.

0:22

เพื่อขโมยคริสตัลธาตุศักดิ์สิทธิ์

กริยาวลี

break into: เข้าไปในสถานที่อย่างผิดกฎหมาย

break into หมายถึงการเข้าไปในอาคาร ห้อง ยานพาหนะ หรือสถานที่ปิดอื่น ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต และมักมีความหมายว่าใช้กำลังเข้าไปด้วย ในประโยคนี้ เหล่าศิษย์ฝึกหัดเข้าไปในห้องชั้นในอย่างผิดกฎหมายเพื่อขโมยผลึก broke เป็นรูปอดีตของ break ดังนั้น broke into จึงบอกถึงการกระทำในอดีตที่เกิดขึ้นแล้ว ให้เข้าใจ break into เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาทำให้ตัวห้องแตกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “เข้าไปอย่างผิดกฎหมาย”: The thieves tried to ____ the locked store after midnight.

ดูคำตอบ

break into

But when the alarm went off, กริยาวลี

0:25

แต่เมื่อสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น

they panicked and each of them swallowed the crystal they held

0:26

พวกเขาตื่นตระหนกและแต่ละคนก็กลืนคริสตัลที่ถือไว้ลงไป

right before they were caught. วลี

0:30

ก่อนที่จะถูกจับได้

กริยาวลี

the alarm went off: สัญญาณเตือนดังขึ้น

เมื่อประธานเป็น alarm คำว่า go off หมายถึงสัญญาณเตือนเริ่มดังหรือเริ่มส่งเสียงเตือน ในที่นี้ the alarm went off หมายถึงสัญญาณเตือนทำงานขึ้นอย่างกะทันหันและเตือนผู้คน went เป็นรูปอดีตของ go ความหมายนี้มาจากกริยาวลีทั้งชุด go off และประธาน alarm ไม่ได้หมายความว่าสัญญาณเตือนไปที่ไหนสักแห่ง

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีรูปอดีตที่หมายถึง “เริ่มดัง”: The fire alarm ____ during lunch.

ดูคำตอบ

went off

วลี

right before: เหตุการณ์ที่แทบไม่มีช่วงเวลาคั่น

right before หมายถึง “ก่อนหน้าเพียงชั่วขณะ” หรือ “ทันทีก่อน” คำว่า right เน้นความหมายของ before ทำให้รู้สึกว่าช่วงเวลาระหว่างสองเหตุการณ์สั้นมาก ในประโยคเดิม การกลืนคริสตัลเกิดขึ้นก่อน แล้วพวกเขาก็ถูกจับแทบจะทันที ในการเล่าเรื่อง วลีนี้ช่วยให้เห็นชัดทั้งลำดับและความใกล้กันของสองเหตุการณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ทันทีก่อน”: The dog ran inside ____ the storm began.

ดูคำตอบ

right before

With no idea how to control the crystals' vast powers, ไวยากรณ์

0:32

ด้วยความที่ไม่รู้วิธีควบคุมพลังอันมหาศาลของคริสตัล

they'll soon transform into uncontrollable elemental spirits. วลี

0:36

พวกเขาจะกลายร่างเป็นวิญญาณแห่งธาตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ในไม่ช้า

ไวยากรณ์

With no idea how to control: บอกภูมิหลังก่อนผลลัพธ์

With no idea how to control... เป็นวลี with ที่วางไว้ต้นประโยค วลีนี้บอกสภาพของคนที่คำว่า they กล่าวถึง นั่นคือพวกเขาไม่รู้ว่าจะควบคุมพลังเหล่านั้นอย่างไร โครงสร้างคือ with + no idea + how to + กริยารูปพื้นฐาน การวางภูมิหลังนี้ไว้ก่อนอนุประโยคหลักช่วยอธิบายผลที่ตามมา และเชื่อมสถานการณ์ที่ยากกับผลของมันไว้ในประโยคสั้นกระชับประโยคเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างต้นประโยคเป้าหมายที่หมายถึง “ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร”: ____ solve the puzzle, Maya looked for a clue.

ดูคำตอบ

With no idea how to

วลี

transform into + รูปหรือสภาพหลังการเปลี่ยนแปลง

transform into หมายถึง “เปลี่ยนแปลงแล้วกลายเป็นรูปร่าง สภาพ หรือสถานะอีกแบบหนึ่ง” ในประโยคนี้ they คือผู้ที่เกิดการเปลี่ยนแปลง และ uncontrollable elemental spirits คือสิ่งที่พวกเขากลายเป็น โครงสร้างคือ ประธาน + transform into + ผลลัพธ์ นามวลีที่ตามหลัง into บอกผลสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจเป็นรูปร่างทางกายภาพ สภาพ หรือสถานะก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย transform into: During the show, the empty stage will ____ a colorful forest.

ดูคำตอบ

transform into

Improbably enough, the old monk next to you has seen something similar happen before. โน้ต

0:41

อย่างไม่น่าเชื่อ พระชราที่อยู่ข้าง ๆ คุณเคยเห็นเหตุการณ์คล้ายกันนี้มาก่อน

ลำดับความ

Improbably enough: บอกว่าเรื่องนั้นไม่น่าเกิดขึ้นแต่เป็นความจริง

Improbably enough เป็นความเห็นที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อประเมินข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ตามมา โดยบอกผู้ฟังว่าเรื่องนั้นดูมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยหรือน่าประหลาดใจ แต่เป็นเรื่องจริง เครื่องหมายจุลภาคแยกความเห็นของผู้เล่าออกจากข้อความหลัก ในที่นี้ วลีนี้ทำให้ประสบการณ์เดิมของพระชราดูเป็นความบังเอิญที่คาดไม่ถึง ไม่ใช่รายละเอียดธรรมดา

แบบฝึกหัด

Improbably enough ที่ต้นประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าข้อเท็จจริงต่อไปนี้ไม่อาจเป็นจริงได้
  2. บอกว่าข้อเท็จจริงต่อไปนี้มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยแต่เป็นเรื่องจริง
  3. บอกว่าข้อเท็จจริงต่อไปนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ
ดูคำตอบ

บอกว่าข้อเท็จจริงต่อไปนี้มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยแต่เป็นเรื่องจริง

ไวยากรณ์

see + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน: seen something similar happen

ใน has seen something similar happen คำว่า see เป็นกริยารับรู้ something similar เป็นกรรม และ happen เป็นกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to โครงสร้างนี้หมายความว่าพระชราได้เห็นเหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นด้วยตนเอง ใช้ see + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อต้องการเล่าการกระทำที่เห็นเป็นเหตุการณ์ครบถ้วน ห้ามเติม to ในโครงสร้างนี้ เพราะ see something to happen ไม่ใช่รูปมาตรฐานสำหรับความหมายนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ see ตามด้วยกรรมและกริยารูปพื้นฐาน: At the park, we ____ into the pond. (see / the dog / jump)

ดูคำตอบ

saw the dog jump

He explains, "You must determine who ate which crystal ไวยากรณ์

0:47

เขาอธิบายว่า “เจ้าต้องหาให้ได้ว่าใครกินคริสตัลอันไหนเข้าไป

and get each into the proper containment field วลี

0:51

และนำแต่ละคนไปไว้ในสนามพลังกักกันที่เหมาะสม

before they transform.

0:54

ก่อนที่พวกเขาจะกลายร่าง

ไวยากรณ์

determine + คำถามแฝง: who ate which crystal

ใน must determine อนุประโยค who ate which crystal ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ determine โดยระบุข้อมูลที่ต้องค้นหาให้ได้ว่าใครกินอะไร นี่คืออนุประโยคคำถามแฝงที่อยู่ภายในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่คำถามตรง ๆ คำว่า who เป็นประธานของ ate อยู่แล้ว ส่วน which crystal เป็นกรรม จึงใช้ who ate which crystal โดยไม่เติม did และไม่สลับลำดับแบบประโยคคำถาม

แบบฝึกหัด

เปลี่ยนคำถามตรงให้เป็นคำถามแฝงหลัง determine: Who chose which book? The librarian must determine ____.

ดูคำตอบ

who chose which book

วลี

get each into the proper containment field: get + กรรม + into + สถานที่

โครงสร้าง get + กรรม + into + สถานที่ หมายถึงทำให้ ช่วย หรือจัดการให้คนหรือสิ่งของเข้าไปในสถานที่นั้น โดยเน้นผลลัพธ์ว่าได้เข้าไปแล้ว ในที่นี้ get ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” ใน get each into the proper containment field คำว่า each เป็นคำสรรพนามที่หมายถึงแต่ละคนที่กำลังพูดถึง ส่วน proper หมายถึงสนามที่ถูกต้องสำหรับคนนั้น คำสั่งนี้ต้องการให้พาทุกคนไปอยู่ในสนามที่ถูกต้องก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง get + กรรม + into + สถานที่ ให้สมบูรณ์: Please ____ the dog ____ the house before the storm starts.

ดูคำตอบ

get · into

The elements compel their masters. การใช้คำ

0:56

ธาตุจะบังคับเจ้านายของมัน

การใช้คำ

compel their masters: การบังคับที่รุนแรงและเป็นทางการ

compel หมายถึงบังคับให้ใครบางคนกระทำสิ่งใดด้วยอำนาจ แรงกดดัน หรือพลังที่รุนแรง จนแทบไม่มีทางเลือกจริง ๆ คำนี้มักให้ความรู้สึกจริงจังและเป็นทางการ ใน The elements compel their masters. วลี their masters อยู่ต่อจาก compel โดยตรง และประโยคไม่ได้ระบุการกระทำที่เฉพาะเจาะจง ธาตุเหล่านี้ถูกนำเสนอว่าเป็นพลังที่ควบคุมหรือผลักดันผู้ที่ครอบครองมัน หากระบุการกระทำ มักใช้โครงสร้าง compel someone to do something

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงข้อกำหนดที่เป็นทางการและมีผลผูกพันได้ชัดเจนที่สุด

  1. The law asks factories to review the safety rule.
  2. The law compels factories to follow the safety rule.
  3. The law encourages factories to consider the safety rule.
ดูคำตอบ

The law compels factories to follow the safety rule.

Those who ate the Earth and Water crystals must speak the truth, ไวยากรณ์

0:59

ผู้ที่กินคริสตัลดินและน้ำจะต้องพูดความจริง

while those who consumed Fire and Air must lie." ลำดับความ

1:03

ในขณะที่ผู้ที่กลืนคริสตัลไฟและลมจะต้องพูดโกหก”

ไวยากรณ์

Those who...: ระบุกลุ่มคนตามเงื่อนไข

Those who... หมายถึง “คนที่...” Those ใช้ชี้ถึงกลุ่มคน และอนุประโยคขยายที่ขึ้นต้นด้วย who บอกว่าคนใดอยู่ในกลุ่มนั้น ในประโยคนี้ who ate the Earth and Water crystals ใช้กำหนดกลุ่มคน ส่วน must speak the truth บอกกฎสำหรับคนกลุ่มนั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Those who + อนุประโยคที่กำหนดกลุ่ม + ข้อความหลัก

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง Those who ในกฎนี้ให้สมบูรณ์: Those ____ finish the quiz early may read quietly.

ดูคำตอบ

who

ลำดับความ

while: เชื่อมข้อมูลที่เปรียบต่างกัน

while ในที่นี้เชื่อมอนุประโยคสองส่วนที่บอกกฎตรงข้ามกัน มีความหมายใกล้กับ whereas หรือ “ส่วน” ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” การวางข้อมูลของกลุ่มที่สองไว้หลัง while ทำให้สองกลุ่มถูกนำมาเปรียบต่างกัน กลุ่มหนึ่งต้องพูดความจริง แต่อีกกลุ่มต้องโกหก การใช้ while แบบนี้ช่วยจัดข้อมูลเปรียบเทียบให้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The red route is shorter, while the blue route is safer. while ทำหน้าที่อะไร?

  1. เปรียบเทียบข้อเท็จจริงสองอย่างเกี่ยวกับเส้นทาง
  2. บอกสาเหตุที่เส้นทางสีน้ำเงินปลอดภัยกว่า
  3. บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นระหว่างอีกเหตุการณ์หนึ่ง
ดูคำตอบ

เปรียบเทียบข้อเท็จจริงสองอย่างเกี่ยวกับเส้นทาง

The youths are too scared to confess their own transgressions. โน้ต

1:08

เหล่าวัยรุ่นหวาดกลัวเกินกว่าจะสารภาพความผิดของตัวเอง

ไวยากรณ์

too scared to confess: โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to

วลี are too scared to confess ใช้โครงสร้าง be + too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้บอกว่าคุณสมบัติหรือความรู้สึกมีระดับมากจนขัดขวางการกระทำ ในที่นี้ ความกลัวทำให้คนหนุ่มสาวไม่กล้าสารภาพ too ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียง “มาก” แต่ยังชี้ถึงผลว่าการสารภาพไม่เกิดขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be + too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยา

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยาให้สมบูรณ์: Leo was too nervous ____ speak in front of the class.

ดูคำตอบ

to

การใช้คำ

confess their own transgressions: การยอมรับความผิดอย่างเคร่งขรึม

Confess their own transgressions หมายถึงยอมรับอย่างเปิดเผยถึงการกระทำผิดที่พวกเขาทำเอง confess สื่อถึงการเปิดเผยความผิดที่เคยปิดบังหรือยอมรับได้ยาก ส่วน their own เน้นว่าพวกเขาต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง transgressions เป็นคำทางการที่หมายถึงการละเมิดกฎทางศีลธรรม ศาสนา หรือกฎประเภทอื่น เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้ให้ความรู้สึกเคร่งขรึมและจริงจังทางศีลธรรม ไม่ใช่ภาษาทั่วไปแบบ admit their mistakes

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความ: ในการสนทนาทั่วไปเกี่ยวกับการลืมดินสอ "I confess my transgressions" เป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติและเป็นกลาง

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Instead, they fall to accusing each other. การใช้คำ

1:12

พวกเขาจึงเริ่มกล่าวหาซึ่งกันและกันแทน

การใช้คำ

fall to accusing: เริ่มกล่าวโทษในภาษาบรรยาย

ในประโยคนี้ fall to + -ing หมายถึง “เริ่มทำบางอย่าง” โดยมักเป็นการตอบสนองที่เกิดขึ้นทันที they fall to accusing each other จึงหมายถึงพวกเขาหันมากล่าวโทษกันเอง Instead สร้างความขัดแย้งของข้อมูล คือแทนที่จะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กว่า การกระทำต่อไปของพวกเขากลับเป็นการกล่าวโทษกัน การใช้ fall to แบบนี้ทำให้การกระทำมีอารมณ์แบบการเล่าเรื่องและดูน่าตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The neighbors fell to arguing” คำว่า fell to arguing หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาหลีกเลี่ยงการโต้เถียง
  2. พวกเขาล้มลงระหว่างการโต้เถียง
  3. พวกเขาเริ่มโต้เถียงกัน
ดูคำตอบ

พวกเขาเริ่มโต้เถียงกัน

“Rikku took the Water crystal," Sumi blurts out. กริยาวลี

1:15

“ริคคุเอาคริสตัลน้ำไป” ซูมิโพล่งขึ้นมา

กริยาวลี

blurts out: พูดบางอย่างออกมาอย่างกะทันหัน

Blurt out หมายถึงพูดบางอย่างออกมาอย่างกะทันหัน ก่อนที่จะมีเวลาคิดหรือห้ามตัวเอง สำนวนนี้ไม่ได้บอกเพียงว่าพูดอะไร แต่ยังบอกว่าพูดอย่างไรด้วย คือพูดเร็วและควบคุมตัวเองได้ไม่มาก ไม่ใช่คำพูดที่เตรียมไว้อย่างรอบคอบ ในที่นี้ blurts out อยู่หลังคำพูดอ้างอิงเพื่อบอกลักษณะการพูด และแสดงว่า Sumi กล่าวข้อหานั้นออกมาอย่างกะทันหัน สิ่งที่พูดสามารถวางหลัง phrasal verb ได้เช่นกัน เช่น blurt out the answer

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ blurt out: Without thinking, Maya ____ the answer before the teacher called on her.

ดูคำตอบ

blurted out

Rikku interrupts angrily, "It was Bella.

1:18

ริคคุขัดจังหวะด้วยความโกรธ “เป็นเบลล่าต่างหาก

She stole the Fire crystal."

1:20

เธอขโมยคริสตัลไฟไป”

So Bella yells, "Jonah ate the Air crystal.

1:22

ดังนั้นเบลล่าจึงตะโกนว่า “โจนาห์กินคริสตัลลมเข้าไป

I saw him."

1:25

ฉันเห็นเขา”

Jonah looks up timidly and shakes his head. วลี

1:26

โจนาห์เงยหน้าขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ และส่ายหัว

วลี

shakes his head: สื่อว่าไม่โดยไม่พูด

To shake one's head หมายถึงการขยับศีรษะไปทางซ้ายและขวา ในประโยคนี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำหน้าที่เป็นคำตอบโดยไม่พูด: Jonah กำลังสื่อว่า “ไม่” ปฏิเสธ หรือไม่เห็นด้วย คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคล: I shake my head, she shakes her head และ they shake their heads เนื่องจาก Jonah เป็นประธานบุรุษที่สามเอกพจน์ คำกริยาจึงเป็น shakes และคำแสดงความเป็นเจ้าของเป็น his

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ shake one's head: When Leo silently answered no, he ____.

ดูคำตอบ

shook his head

"I I don't know what happened,

1:29

“ผ-ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

but Sumi doesn't have the Earth crystal."

1:31

แต่ซูมิไม่ได้มีคริสตัลดิน”

So, who ate which crystal?

1:34

แล้วใครกินคริสตัลอันไหนไปล่ะ?

There's no getting around it. สำนวน

1:42

ไม่มีทางหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ได้

สำนวน

There's no getting around it: เผชิญกับข้อเท็จจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

There's no getting around it หมายความว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงข้อเท็จจริง ปัญหา หรือขั้นตอนที่จำเป็นได้ และต้องเผชิญกับมัน ในที่นี้ get around หมายถึง “หลีกเลี่ยง” หรือ “หาทางอ้อม” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ สิ่งของ โครงสร้าง There's no + -ing แสดงว่าไม่มีทางทำการกระทำนั้นได้ it หมายถึงเรื่องที่เข้าใจกันชัดเจนแล้วจากบริบท และสามารถเปลี่ยนเป็นนามวลีที่ระบุชัดเจนได้ เช่น There's no getting around the deadline.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้

  1. I can't get around to it.
  2. There's no getting around it.
  3. I'll walk around it.
ดูคำตอบ

There's no getting around it.

This will take some trial and error, วลี

1:44

นี่จะต้องใช้การลองผิดลองถูกบ้าง

but that's not a bad thing. น้ำเสียง/เจตนา

1:46

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแย่

วลี

some trial and error: เรียนรู้ด้วยการลองซ้ำหลายครั้ง

trial and error หมายถึงการลองใช้วิธีหนึ่ง สังเกตว่าส่วนไหนไม่ได้ผล แล้วปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนพบวิธีแก้ เป็นกระบวนการเรียนรู้ซ้ำหลายรอบ ไม่ใช่ trial หนึ่งครั้งแล้วตามด้วย error หนึ่งครั้ง ในประโยคนี้ take some trial and error หมายความว่าการจะทำสำเร็จต้องผ่านกระบวนการนี้

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึงการเรียนรู้ด้วยการลองซ้ำและทำผิดพลาด: Getting the robot to turn correctly took some ____.

ดูคำตอบ

trial and error

น้ำเสียง/เจตนา

that's not a bad thing: ความเห็นเชิงบวกแบบนุ่มนวล

วลี that's not a bad thing ปฏิเสธการตัดสินเชิงลบเพื่อสื่อความเห็นเชิงบวกอย่างนุ่มนวล หมายถึงว่าสถานการณ์นั้นยอมรับได้ หรืออาจมีข้อดีอยู่ด้วย นี่เป็นการพูดให้เบากว่าความรู้สึกจริง จึงฟังดูสงบและกระตือรือร้นน้อยกว่า That's great และช่วยให้มองสิ่งที่ตอนแรกดูยากหรือน่ารำคาญในมุมใหม่

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกว่าตารางใหม่ทำให้ทุกคนมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น คำตอบใดแสดงความเห็นเชิงบวกอย่างสงบและนุ่มนวล?

  1. That's a bad thing.
  2. That's absolutely wonderful!
  3. That's not a bad thing.
ดูคำตอบ

That's not a bad thing.

If we make a wrong guess, ไวยากรณ์

1:48

หากเราเดาผิด

we'll eventually reach a point วลี

1:50

ในที่สุดเราก็จะไปถึงจุดที่

where our conclusions contradict each other. การใช้คำ

1:51

ข้อสรุปของเราขัดแย้งกันเอง

ไวยากรณ์

If we make..., we'll...: เงื่อนไขที่เป็นไปได้และผลลัพธ์

ประโยคนี้เชื่อมเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นกับผลในอนาคตที่คาดไว้ If we make a wrong guess บอกเงื่อนไข ส่วน we'll eventually reach... บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อการให้เหตุผลดำเนินต่อไป รูปแบบนี้ใช้ if + present simple ในอนุประโยคเงื่อนไข และใช้ will + คำกริยารูปพื้นฐานในอนุประโยคผลลัพธ์ แม้เงื่อนไขจะเกี่ยวกับอนาคต ปกติจะพูดว่า If we make ไม่ใช่ If we will make

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยาในวงเล็บเติมประโยคเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตให้สมบูรณ์: If we ____ (miss) the bus, we'll ____ (call) a taxi.

ดูคำตอบ

miss · call

วลี

reach a point where: พัฒนาไปจนถึงขั้นหนึ่งโดยเฉพาะ

reach a point where หมายถึง พัฒนาไปจนถึงขั้นหรือสถานการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ ในประโยคนี้ การให้เหตุผลดำเนินต่อไปจนข้อสรุปต่าง ๆ ขัดแย้งกัน point ในที่นี้เป็นนามธรรม ไม่ได้หมายถึงจุดหรือสถานที่จริง ส่วน where ใช้นำอนุประโยคที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้นหรือมีสภาพอย่างไรในขั้นนั้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ reach a point where: The project ____ everyone had to choose one plan.

ดูคำตอบ

reached a point where

การใช้คำ

conclusions contradict each other: ข้อสรุปที่ขัดแย้งกัน

ข้อสรุป contradict each other เมื่อมีข้อความที่ไม่อาจเป็นจริงพร้อมกันได้ คำกริยา contradict รับ each other เป็นกรรมโดยตรง ไม่ต้องใส่ with each other แสดงว่าข้อสรุปแต่ละข้อขัดแย้งกับอีกข้อหนึ่ง สำนวนนี้ใช้ได้เมื่อการให้เหตุผลเผยให้เห็นความไม่สอดคล้องกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าข้อสรุปไม่อาจเป็นจริงพร้อมกันได้

  1. The conclusions support each other.
  2. The conclusions repeat each other.
  3. The conclusions contradict each other.
ดูคำตอบ

The conclusions contradict each other.

That would allow us to confirm that our initial guess was wrong ไวยากรณ์

1:54

นั่นจะช่วยให้เรายืนยันได้ว่าการคาดเดาในตอนแรกของเรานั้นผิด

and work from there. สำนวน

1:57

และทำงานต่อจากจุดนั้น

ไวยากรณ์

would allow us to confirm that: ผลลัพธ์ภายใต้เงื่อนไขสมมติ

Would allow us to confirm that ใช้บอกประโยชน์หรือผลลัพธ์ที่อาจเกิดจากสถานการณ์สมมติ ในที่นี้ would อ้างกลับไปยังเงื่อนไขที่จินตนาการไว้ ไม่ได้หมายความว่าการยืนยันเกิดขึ้นแล้ว โครงสร้างคือ would allow + คน + to + คำกริยา จากนั้น confirm that จะนำข้อความที่ต้องตรวจสอบเข้ามา: our initial guess was wrong

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างผลลัพธ์จากสถานการณ์สมมติด้วยคำจากบทเรียน: A second test ____ the measurements are accurate.

ดูคำตอบ

would allow us to confirm that

สำนวน

work from there: ใช้ผลลัพธ์ปัจจุบันเป็นจุดเริ่มต้น

ใน work from there คำว่า there ย้อนกลับไปหมายถึงผลลัพธ์หรือขั้นที่เพิ่งไปถึง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่จริง วลีนี้หมายถึงการใช้จุดนั้นเป็นพื้นฐานสำหรับสิ่งที่จะทำต่อไป ในประโยคนี้ เมื่อพิสูจน์ได้ว่าการคาดเดาแรกผิด ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วนั้นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการให้เหตุผลในขั้นต่อไป

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: We'll confirm the facts and work from there. work from there หมายความว่าอย่างไร?

  1. ใช้ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนต่อไป
  2. ย้ายงานไปยังสถานที่ที่ไกลกว่า
  3. หยุดทันทีที่ยืนยันข้อเท็จจริงแล้ว
ดูคำตอบ

ใช้ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนต่อไป

This is a technique known as proof by contradiction. การใช้คำ

1:58

นี่คือเทคนิคที่เรียกว่าการพิสูจน์หาข้อขัดแย้ง

การใช้คำ

a technique known as proof by contradiction: การแนะนำชื่อของคำศัพท์

นามวลี a technique known as proof by contradiction หมายถึงเทคนิคที่เรียกว่า proof by contradiction ส่วน known as proof by contradiction เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบย่อที่ขยาย technique และสามารถเขียนเต็มได้ว่า that is known as proof by contradiction proof by contradiction เป็นวิธีทางตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ โดยเริ่มจากสมมติสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ต้องการพิสูจน์ แล้วแสดงว่าสมมติฐานนั้นนำไปสู่ข้อขัดแย้ง ในรูปแบบนี้ known as ใช้บอกชื่อที่เป็นที่ยอมรับของวิธีดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่ใช้บอกชื่อให้สมบูรณ์: The process of water turning into vapor is known ____ evaporation.

ดูคำตอบ

as

The trick is in being strategic วลี

2:02

เคล็ดลับคือการมีกลยุทธ์

about where we begin our guessing.

2:04

เกี่ยวกับจุดที่เราจะเริ่มคาดเดา

วลี

The trick is in being strategic: เคล็ดลับอยู่ที่การวางกลยุทธ์

The trick is in ... หมายถึง “กุญแจสำคัญที่จะทำให้สำเร็จอยู่ที่...” และใช้ชี้วิธีที่สำคัญที่สุด ในที่นี้หมายความว่า การเดาให้ได้ผลขึ้นอยู่กับการเลือกจุดเริ่มต้นอย่างชาญฉลาดและมีแผน เนื่องจาก in เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing: The trick is in being strategic สามารถนำโครงสร้าง The trick is in + คำนาม/รูป -ing ไปใช้ในบริบทอื่นได้

แบบฝึกหัด

ใช้ The trick is in และรูป -ing ของ plan: ____ your questions carefully.

ดูคำตอบ

The trick is in planning

Some assumptions might not lead to contradictions วลี

2:07

สมมติฐานบางอย่างอาจไม่นำไปสู่ข้อขัดแย้ง

without making further assumptions. ไวยากรณ์

2:10

หากไม่มีการตั้งสมมติฐานเพิ่มเติม

วลี

not lead to contradictions: ไม่นำไปสู่ข้อขัดแย้ง

Lead to หมายถึง “ก่อให้เกิด” หรือ “ทำให้เกิดเป็นผลลัพธ์” ใน lead to contradictions คำว่า to เป็นคำบุพบทและตามด้วยคำนามที่เป็นผลลัพธ์คือ contradictions รูปปฏิเสธ not lead to contradictions หมายความว่าสมมติฐานเหล่านั้นอาจไม่ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่สอดคล้องกันในทางตรรกะ Without making further assumptions เพิ่มเงื่อนไขว่า ข้อขัดแย้งอาจปรากฏขึ้นหลังจากเพิ่มสมมติฐานอื่นแล้วเท่านั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + lead to + ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ใช้ not lead และคำบุพบทที่จำเป็น: These assumptions might ____ contradictions on their own.

ดูคำตอบ

not lead to

ไวยากรณ์

without making further assumptions: การใช้ without + -ing

without + รูป -ing หมายถึงการที่การกระทำหนึ่งไม่เกิดขึ้นหรือถูกตัดออกไป ในที่นี้ without making further assumptions หมายถึง “ถ้าไม่มีการตั้งสมมติฐานเพิ่มเติม” เนื่องจากวลีนี้ตามหลัง might not lead to contradictions จึงทำหน้าที่กำหนดเงื่อนไขของผลลัพธ์เชิงปฏิเสธ กล่าวคือ สมมติฐานบางอย่างอาจไม่ก่อให้เกิดข้อขัดแย้งหากไม่เพิ่มสมมติฐานอื่น หลังคำบุพบท without ต้องใช้ making ไม่ใช่ make

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ ask: Mia finished the puzzle without ____ for a hint.

ดูคำตอบ

asking

We want to pick one

2:12

เราต้องการเลือกข้อหนึ่ง

that creates the most constraints on its own ลำดับความ

2:13

ที่สร้างข้อจำกัดให้กับตัวเองมากที่สุด

and thus gives us the most information ลำดับความ

2:16

และด้วยเหตุนี้จึงให้ข้อมูลกับเรามากที่สุด

when it turns out to be right or wrong. กริยาวลี

2:18

เมื่อมันกลายเป็นว่าถูกหรือผิด

ลำดับความ

that creates the most constraints on its own: การบอกเกณฑ์การเลือก

one แทนสมมติฐานหนึ่งข้อจากตัวเลือกที่มีอยู่ อนุประโยคขยายแบบเจาะจง that creates the most constraints on its own ระบุว่าควรเลือกข้อใด โดยวางเกณฑ์การเลือกไว้ต่อจากคำกว้าง ๆ อย่าง one โดยตรง ภายในเกณฑ์นี้ the most เปรียบเทียบตัวเลือกทั้งหมด ส่วน on its own หมายถึงโดยไม่ต้องอาศัยสมมติฐานเพิ่มเติม ดังนั้น อนุประโยคนี้จึงจำกัดความหมายของ one ให้เป็นตัวเลือกที่สร้างข้อจำกัดได้มากที่สุดด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคขยายได้ถูกต้องเพื่อระบุกฎที่ตรงตามเกณฑ์การเลือก?

  1. We need a rule that it removes the most possibilities on its own.
  2. We need a rule what removes the most possibilities on its own.
  3. We need a rule that removes the most possibilities on its own.
ดูคำตอบ

We need a rule that removes the most possibilities on its own.

ลำดับความ

thus gives us the most information: ใช้ thus เพื่อระบุผลลัพธ์

thus ในที่นี้หมายถึง “ดังนั้น” หรือ “ด้วยเหตุนี้” โดยย้อนกลับไปยังข้อเท็จจริงที่ว่าตัวเลือกหนึ่งสร้างข้อจำกัดได้มากที่สุด และระบุว่า “gives us the most information” เป็นผลที่เกิดจากข้อเท็จจริงนั้น ในโครงสร้าง A and thus B คำว่า and เชื่อมแนวคิดสองส่วนที่มีสถานะเท่ากัน ส่วน thus อธิบายความสัมพันธ์เชิงเหตุผลว่า A นำไปสู่ B วิธีนี้ช่วยให้ผู้ฟังติดตามกระบวนการให้เหตุผล แทนที่จะมองว่าเป็นข้อเท็จจริงสองข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ thus เพื่อแสดงว่าข้อเท็จจริงหนึ่งทำให้เกิดผลลัพธ์ถัดไป

  1. The new map shows every exit, but it was printed yesterday.
  2. The new map shows every exit and thus helps visitors find their way out.
  3. The new map shows every exit, and then the guide opened the door.
ดูคำตอบ

The new map shows every exit and thus helps visitors find their way out.

กริยาวลี

turns out to be right or wrong: ผลลัพธ์ถูกเปิดเผย

Turn out to be หมายถึง “ถูกค้นพบหรือได้รับการพิสูจน์ว่าเป็น...” หลังจากมีข้อมูลเพิ่มเติม ในที่นี้ ตัวเลือกนั้นจะถูกพิสูจน์ในภายหลังว่าถูกหรือผิด สำนวนนี้แสดงว่าผลถูกเปิดเผย ไม่ได้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลง ตัวเลือกไม่ได้เปลี่ยนเป็นถูกหรือผิดในขณะนั้น แต่การทดสอบทำให้เราค้นพบว่ามันเป็นแบบใดอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ turn out to be เติมประโยคให้สมบูรณ์: After we checked the records, the rumor ____ false.

ดูคำตอบ

turned out to be

Take, for example, Sumi's statement. ลำดับความ

2:21

ยกตัวอย่างเช่น คำพูดของซูมิ

ลำดับความ

Take, for example, ... เพื่อยกกรณีตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง

Take, for example, ใช้ยกกรณีเฉพาะหลังจากกล่าวถึงแนวคิดหรือวิธีการโดยรวม ในประโยคนี้ วลีนี้ชวนให้ผู้ฟังหันมาพิจารณาคำกล่าวของ Sumi เป็นกรณีถัดไป ในโครงสร้างนี้ take หมายถึงเลือกมาพิจารณา ไม่ใช่หยิบหรือถือไปจริง ๆ รูปแบบที่พบบ่อยคือ Take, for example, + นามวลี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปลี่ยนจากข้อกล่าวทั่วไปไปสู่กรณีตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. For take an example, a bicycle has square wheels.
  2. Take away, for example, a bicycle with square wheels.
  3. Take, for example, a bicycle with square wheels.
ดูคำตอบ

Take, for example, a bicycle with square wheels.

If we assume she's telling the truth, โน้ต

2:23

ถ้าเราสมมติว่าเธอพูดความจริง

วลี

she's telling the truth: กลุ่มคำ tell the truth

Tell the truth เป็นคำที่ใช้คู่กันตามธรรมชาติเพื่อสื่อว่าพูดอย่างซื่อสัตย์หรือเล่าข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง ในประโยคนี้ she's telling the truth หมายความว่าผู้พูดเชื่อว่าสิ่งที่เธอพูดตรงกับข้อเท็จจริง ในที่นี้ she's ย่อมาจาก she is และ telling ใช้สร้างรูป present continuous สำนวนที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ tell the truth โดย tell เปลี่ยนเป็น tells, told หรือ telling ได้ตามโครงสร้างประโยค

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงพูดอย่างซื่อสัตย์ให้สมบูรณ์: Please tell the ____ about what happened.

ดูคำตอบ

truth

we'd know the identity of both truth tellers.

2:26

เราก็จะรู้ตัวตนของคนที่พูดความจริงทั้งสองคน

ไวยากรณ์

If we assume ... เพื่อกำหนดข้อสมมติชั่วคราวในการให้เหตุผล

If we assume + อนุประโยค ใช้ถือว่าแนวคิดที่ยังไม่พิสูจน์เป็นจริงชั่วคราวเพื่อให้ดำเนินการให้เหตุผลต่อได้ ไม่ได้หมายความว่าแนวคิดนั้นได้รับการยืนยันแล้ว อนุประโยค if กำหนดเงื่อนไข ส่วน we'd know ซึ่งหมายถึง we would know บอกผลที่ตามมาภายใต้เงื่อนไขนั้น ในที่นี้ การที่เธอพูดความจริงคือข้อสมมติชั่วคราวที่ใช้ระบุตัวผู้พูดความจริงทั้งสองคน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถือว่าตำแหน่งของกุญแจเป็นข้อสมมติชั่วคราวสำหรับการให้เหตุผล

  1. The key was found in this room yesterday.
  2. We know for certain that the key is in this room, so we'll search here first.
  3. If we assume the key is in this room, we'd search here first.
ดูคำตอบ

If we assume the key is in this room, we'd search here first.

Rikku would have the Water crystal,

2:29

ริคคุจะมีคริสตัลน้ำ

and since she's not lying about him, ไวยากรณ์

2:31

และเนื่องจากเธอไม่ได้โกหกเกี่ยวกับเขา

Sumi would have Earth.

2:33

ซูมิก็จะมีคริสตัลดิน

ไวยากรณ์

and since she's not lying about him: since ที่บอกสาเหตุ

ในที่นี้ since หมายถึง because หรือ “เพราะว่า” อนุประโยค since she's not lying about him ให้เหตุผลสำหรับข้อสรุปว่า Sumi จะได้ธาตุดิน Since ที่บอกสาเหตุตามด้วยอนุประโยคที่อธิบายว่าเหตุใดข้อความอีกส่วนจึงเป็นจริง ใน not lying about him คำว่า about หมายถึง “เกี่ยวกับเขาหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเขา” ไม่ได้หมายถึงการวิจารณ์เขา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ since ในความหมายว่า because?

  1. She has been awake since sunrise.
  2. Since the door is locked, we'll use the back entrance.
  3. I have lived here since 2020.
ดูคำตอบ

Since the door is locked, we'll use the back entrance.

So Bella would have the Fire crystal, as Rikku says.

2:35

ดังนั้นเบลล่าก็จะมีคริสตัลไฟ อย่างที่ริคคุบอก

But then Bella would have to be lying ไวยากรณ์

2:38

แต่แล้วเบลล่าก็จะต้องโกหก

about Jonah having the Air crystal.

2:40

เรื่องที่โจนาห์มีคริสตัลลม

ไวยากรณ์

then Bella would have to be lying: ข้อสรุปที่จำเป็นภายใต้สมมติฐาน

ตรงนี้ then บอกขั้นถัดไปของการให้เหตุผล would have to be lying หมายความว่า ถ้าสมมติฐานก่อนหน้าเป็นจริง ข้อสรุปที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือเบลลากำลังโกหก would วางข้อสรุปไว้ในเงื่อนไขสมมติ ส่วน have to แสดงความจำเป็นทางตรรกะ ไม่ได้พูดถึงอนาคตแบบทั่วไป โครงสร้างคือ would have to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใน would have to be lying ส่วน be lying เป็นรูปต่อเนื่อง ซึ่งแสดงว่าภายใต้สมมติฐานนั้น สิ่งที่เบลลาต้องกำลังทำอยู่ก็คือการโกหก

แบบฝึกหัด

เติมข้อสรุปโดยใช้ would have to และรูป -ing ของ lie: Nina checked the security log, which shows 1:00, but she says she arrived at noon. If the log is accurate, Nina ____ about her arrival time.

ดูคำตอบ

would have to be lying

And yet, that's the only remaining option. ลำดับความ

2:43

ทว่า นั่นคือตัวเลือกเดียวที่เหลืออยู่

ลำดับความ

And yet: นำเสนอข้อสรุปที่ขัดกับความคาดหมาย

เมื่ออยู่ต้นประโยค And yet จะเชื่อมกลับไปยังแนวคิดก่อนหน้า แล้วนำเสนอข้อเท็จจริงหรือข้อสรุปที่ขัดกับสิ่งที่ปกติควรคาดไว้จากแนวคิดนั้น ตรงนี้ทางเลือกหนึ่งดูเหมือนยอมรับไม่ได้ แต่กลับเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ And ช่วยให้ความคิดยังเชื่อมต่อกัน ส่วน yet เพิ่มความขัดแย้งในความหมายใกล้กับ nevertheless วลีนี้เน้นความขัดแย้งที่น่าประหลาดใจ ไม่ได้บอกเหตุผลหรือเพียงเพิ่มเหตุการณ์ถัดไป

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ And yet เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์ที่คาดไว้

  1. The backpack looked empty. It was under the desk.
  2. The backpack looked empty. So I put it on the chair.
  3. The backpack looked empty. And yet, it was surprisingly heavy.
ดูคำตอบ

The backpack looked empty. And yet, it was surprisingly heavy.

This is a contradiction การใช้คำ

2:46

นี่คือข้อขัดแย้ง

and it tells us our initial assumption was wrong.

2:47

และมันบอกเราว่าสมมติฐานเริ่มต้นของเราผิด

การใช้คำ

This is a contradiction: การระบุข้อขัดแย้งทางตรรกะ

ในการให้เหตุผลเชิงตรรกะ a contradiction คือผลที่ข้อกล่าวอ้างสองข้อไม่สามารถเป็นจริงพร้อมกันได้ ในที่นี้ This ชี้กลับไปยังความขัดแย้งที่เพิ่งพบและระบุว่านั่นคือ contradiction ถ้าข้อเท็จจริงอื่น ๆ และขั้นตอนการให้เหตุผลถูกต้อง ก็ต้องปฏิเสธสมมติฐานที่นำไปสู่ข้อขัดแย้ง ดังนั้นผู้พูดจึงสรุปว่าสมมติฐานแรกผิด

แบบฝึกหัด

Mia พูดว่า “ฉันไม่เคยเห็นกุญแจดอกนี้” หนึ่งนาทีต่อมา เธอพูดว่า “ฉันใช้กุญแจดอกนี้เมื่อวาน” คำใดอธิบายคำกล่าวทั้งสองในทางตรรกะได้ดีที่สุด

  1. A prediction
  2. A request
  3. A contradiction
ดูคำตอบ

A contradiction

So now we can go back to the start, สำนวน

2:51

ดังนั้นตอนนี้เราสามารถกลับไปที่จุดเริ่มต้น

but with the added knowledge วลี

2:53

แต่พร้อมกับความรู้เพิ่มเติม

that Sumi is lying.

2:55

ว่าซูมิกำลังโกหก

สำนวน

can go back to the start: ย้อนกลับไปยังขั้นแรก

ในที่นี้ can go back to the start ไม่ได้หมายถึงการเดินกลับไปยังสถานที่จริง แต่หมายถึงการย้อนกลับไปยังขั้นแรกของการให้เหตุผล แล้วพิจารณาใหม่โดยใช้ข้อมูลใหม่ Can แสดงว่าตอนนี้สามารถทำขั้นตอนถัดไปนี้ได้แล้ว สำนวนนี้ยังใช้ได้เมื่อต้องนำวิธีแก้ปัญหา แผนงาน หรือการสนทนากลับไปเริ่มที่จุดแรก

แบบฝึกหัด

คุณพบเบาะแสที่หายไปแล้ว เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ตอนนี้สามารถย้อนกลับไปยังขั้นแรกได้”:We ____ and check every step again.

ดูคำตอบ

can go back to the start

วลี

with the added knowledge that...: พิจารณาใหม่โดยมีข้อมูลเพิ่ม

with the added knowledge that + อนุประโยค หมายถึงการทำบางอย่างอีกครั้งโดยใช้ข้อเท็จจริงใหม่ อนุประโยคหลัง that ระบุว่าข้อเท็จจริงใหม่นั้นคืออะไร ในที่นี้ การกลับไปยังจุดเริ่มต้นไม่ใช่การเริ่มใหม่โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผู้พูดจะพิจารณาสถานการณ์อีกครั้งโดยรู้ว่าซูมิกำลังโกหก

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายในประโยคเพื่อแสดงว่าข้อเท็จจริงที่เพิ่งรู้ทำให้การตรวจสอบครั้งที่สองเปลี่ยนไป: We reviewed the map again ____ the north gate was locked.

ดูคำตอบ

with the added knowledge that

As a liar, ไวยากรณ์

2:57

ในฐานะคนโกหก

Sumi must have either the Fire or Air crystal. ไวยากรณ์

2:58

ซูมิต้องมีคริสตัลไฟหรือลมอย่างใดอย่างหนึ่ง

ไวยากรณ์

As a liar: ใช้ As + ตัวตนเป็นเงื่อนไขตั้งต้น

As + นามวลีที่ต้นประโยคใช้ระบุตัวตนหรือบทบาทที่ข้อความต่อมาใช้เป็นพื้นฐาน As a liar กำหนดสถานะของซูมิว่าเป็นคนโกหกให้เป็นเงื่อนไขตั้งต้นของข้อสรุปเกี่ยวกับคริสตัล ในที่นี้ as หมายถึง “ในฐานะ” ไม่ได้หมายถึง “เหมือน” หรือ “ขณะที่” ประธานที่เข้าใจได้ของวลีต้นประโยคคือประธานของประโยคหลัก ซึ่งก็คือซูมิ

แบบฝึกหัด

เบนเป็นเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตจริง และประโยคต้องอธิบายหน้าที่ที่เกิดจากบทบาทนี้ ประโยคใดถูกต้อง?

  1. As a lifeguard, Ben must watch the pool.
  2. Like a lifeguard, Ben must watch the pool.
ดูคำตอบ

As a lifeguard, Ben must watch the pool.

ไวยากรณ์

either the Fire or Air: โครงสร้างเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง either A or B

either A or B ใช้เสนอทางเลือกสองอย่าง ในประโยคนี้ ความเป็นไปได้สองอย่างคือ the Fire crystal และ the Air crystal และเนื่องจากกล่าวถึงคริสตัลเพียงชิ้นเดียว จึงสรุปได้ว่าเป็นหนึ่งในสองอย่างนี้ เมื่อทางเลือกทั้งสองใช้คำนามท้ายร่วมกัน สามารถกล่าวคำนามนั้นเพียงครั้งเดียวได้: either the Fire or Air crystal ซึ่งยังคงหมายถึง either the Fire crystal or the Air crystal แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นอันไหน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่ที่บอกสถานที่ที่เป็นไปได้สองแห่ง: The keys are ____ in the kitchen ____ in the car.

ดูคำตอบ

either · or

That means Jonah was telling the truth about her. ลำดับความ

3:01

นั่นหมายความว่าโจนาห์พูดความจริงเกี่ยวกับเธอ

ลำดับความ

That means: เปลี่ยนข้อมูลก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุป

That ชี้กลับไปยังข้อเท็จจริงหรือข้อสรุปที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน means ใช้นำสิ่งที่ตามมาจากข้อมูลนั้น ดังนั้น That means จึงส่งสัญญาณว่า “ต่อไปนี้คือข้อสรุปที่ได้จากข้อมูลก่อนหน้า” วลีนี้ช่วยจัดลำดับการให้เหตุผลโดยเชื่อมข้อมูลเดิมกับขั้นต่อไป ไม่ใช่เริ่มหัวข้อใหม่ ในประโยคนี้ เบาะแสก่อนหน้านำไปสู่ข้อสรุปว่าโจนาห์พูดความจริงเกี่ยวกับเธอ

แบบฝึกหัด

อ่าน: “The roads are icy. That means the game may be canceled.” That means แสดงอะไร?

  1. ประโยคที่สองแก้ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ในประโยคแรก
  2. ประโยคที่สองเป็นข้อสรุปที่ได้จากประโยคแรก
  3. ประโยคที่สองเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

ประโยคที่สองเป็นข้อสรุปที่ได้จากประโยคแรก

So he can't have taken either of those. ไวยากรณ์

3:04

ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเอาคริสตัลสองอันนั้นไป

ไวยากรณ์

can't have taken: การสรุปเชิงปฏิเสธเกี่ยวกับอดีต

can't have + กริยาช่อง 3 ใช้สรุปเชิงปฏิเสธอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีต กล่าวคือ จากหลักฐาน ผู้พูดเชื่อว่าเหตุการณ์นั้นเป็นไปไม่ได้ ในที่นี้ taken เป็นกริยาช่อง 3 ของ take ในประโยคปฏิเสธ either of those หมายถึง “ไม่ว่าอันไหนในสองอันที่กล่าวถึงก็ไม่ใช่” ดังนั้นประโยคนี้จึงตัดความเป็นไปได้ของทั้งสองตัวเลือก ไม่ใช่แค่ตัวเลือกเดียว

แบบฝึกหัด

กล้องแสดงให้เห็นว่า Leo อยู่ในอีกห้องหนึ่งตอนที่พัสดุหายไป ประโยคใดเป็นข้อสรุปที่ถูกต้อง

  1. Leo can't have taken the package.
  2. Leo can't take the package.
  3. Leo doesn't have to take the package.
ดูคำตอบ

Leo can't have taken the package.

And that means Bella was lying about him.

3:07

และนั่นหมายความว่าเบลล่ากำลังโกหกเกี่ยวกับเขา

So she must also have either Fire or Air.

3:10

ดังนั้นเธอก็ต้องมีคริสตัลไฟหรือลมด้วย

Since Sumi was lying,

3:13

เนื่องจากซูมิกำลังโกหก

Rikku can't have taken the Water crystal.

3:15

ริคคุจึงไม่มีทางเอาคริสตัลน้ำไปได้

The only one left who could have it is Jonah. ไวยากรณ์

3:17

คนเดียวที่เหลืออยู่ที่จะมีมันได้คือโจนาห์

ไวยากรณ์

The only one left who could... is...: ระบุความเป็นไปได้เดียวที่เหลืออยู่

The only one left แสดงผลของการคัดตัวเลือกออก นั่นคือผู้สมัครคนอื่นถูกตัดออกหมดแล้ว อนุประโยคขยาย who could have it บอกเงื่อนไขที่คนที่เหลือต้องตรงตาม ส่วน is Jonah ระบุว่าคนนั้นคือ Jonah สามารถนำรูปแบบ The only one/person/option left who/that could... is... ไปใช้เมื่อพิจารณาผู้สมัครหลายคนแล้วต้องการบอกความเป็นไปได้เดียวที่เหลืออยู่ ใน could have it คำว่า have เป็นกริยารูปพื้นฐานที่หมายถึง “มีหรือครอบครอง” ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโครงสร้าง could have + กริยาช่อง 3

แบบฝึกหัด

ทีมได้ตัดช่างเทคนิคทุกคนออก เหลือเพียง Omar ประโยคใดบอกความเป็นไปได้เดียวที่เหลืออยู่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The only technician left who could repair the server is Omar.
  2. The technician only left who could repair the server is Omar.
  3. The only technician who left could repair the server is Omar.
ดูคำตอบ

The only technician left who could repair the server is Omar.

And because we've already identified the two liars,

3:20

และเนื่องจากเราได้ระบุตัวคนโกหกสองคนแล้ว

Rikku must have the Earth crystal.

3:23

ริคคุก็ต้องมีคริสตัลดิน

That means Bella has the Fire crystal and Sumi has Air.

3:26

นั่นหมายความว่าเบลล่ามีคริสตัลไฟ และซูมิมีคริสตัลลม

You manage to get them all in the proper containment fields วลี

3:30

คุณจัดการนำพวกเขาทั้งหมดเข้าไปในสนามพลังกักกันที่เหมาะสมได้สำเร็จ

just as the crystals' magic begins to manifest. โน้ต

3:33

ในตอนที่เวทมนตร์ของคริสตัลเริ่มแสดงผลพอดี

วลี

manage to get them all in the proper containment fields: พาพวกเขาทั้งหมดเข้าไปในสนามกักกันที่เหมาะสมได้สำเร็จ

โครงสร้าง manage to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงว่าการกระทำนั้นยากหรือต้องใช้ความพยายาม แต่สุดท้ายทำได้สำเร็จ ในที่นี้ manage to get เน้นผลลัพธ์ที่ทำสำเร็จ ไม่ใช่แค่การพยายาม โครงสร้าง get + กรรม + in + สถานที่ แสดงการทำให้กรรมเข้าไปอยู่ในสถานที่นั้น them คือผู้ที่ถูกพาเข้าไป all เน้นว่าไม่มีใครตกหล่น และ in the proper containment fields คือจุดหมาย ประโยคนี้จึงบอกว่าพวกเขาทุกคนเข้าไปอยู่ในสนามที่ถูกต้องในที่สุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการนำลูกแมวทุกตัวใส่กระเป๋าเป็นเรื่องยาก แต่สุดท้ายก็ทำสำเร็จ

  1. We planned to get every kitten into the carrier before the storm arrived.
  2. We tried to get every kitten into the carrier before the storm arrived.
  3. We managed to get every kitten into the carrier before the storm arrived.
ดูคำตอบ

We managed to get every kitten into the carrier before the storm arrived.

ไวยากรณ์

just as the crystals' magic begins to manifest: ในจังหวะที่เวทมนตร์ของคริสตัลเริ่มแสดงออกพอดี

just as + อนุประโยค ใช้บอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นเกือบพร้อมกัน ในที่นี้ การพาพวกเขาเข้าไปอยู่ในสนามสำเร็จตรงกับช่วงเวลาที่เวทมนตร์ของคริสตัลเริ่มแสดงออกพอดี ในเรื่องเล่า การจับจังหวะเวลาที่ใกล้กันเช่นนี้สร้างความเร่งด่วนและความลุ้นระทึก just as เชื่อมเหตุการณ์ในด้านเวลา ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์หนึ่งเป็นสาเหตุของอีกเหตุการณ์โดยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่านาฬิกาปลุกเริ่มดังเกือบพร้อมกับเวลาที่เราไปถึงประตูหน้าบ้าน

  1. The alarm began to ring just as we reached the front door.
  2. The alarm began to ring before we reached the front door.
  3. The alarm began to ring long after we reached the front door.
ดูคำตอบ

The alarm began to ring just as we reached the front door.

การใช้คำ

manifest: เริ่มสังเกตเห็นได้ผ่านสัญญาณ

ในที่นี้ manifest เป็นคำกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม หมายถึง “เริ่มสังเกตเห็นได้ผ่านสัญญาณหรือผลที่เกิดขึ้น” เวทมนตร์นั้นมีอยู่แล้วหรือกำลังก่อตัว และตอนนี้เริ่มเผยตัวออกมา การใช้แบบนี้มักกล่าวถึงพลัง ภาวะ อารมณ์ หรือคุณลักษณะที่ซ่อนอยู่แล้วเริ่มเห็นได้ชัด มีความหมายเฉพาะกว่าการบอกเพียงว่าคนหรือสิ่งของปรากฏขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ manifest อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าภาวะภายในเริ่มสังเกตเห็นได้

  1. The bus manifested at the station at noon.
  2. The stress began to manifest as sleeplessness.
  3. The meeting manifested at three o'clock.
ดูคำตอบ

The stress began to manifest as sleeplessness.

Compared with the difficult task of training these kids ไวยากรณ์

3:37

เมื่อเทียบกับงานยากในการฝึกเด็กพวกนี้

to control their new powers,

3:40

ให้ควบคุมพลังใหม่ของพวกเขา

figuring out who had which crystal was elementary. โน้ต

3:41

การหาว่าใครมีคริสตัลอันไหนนั้นถือเป็นเรื่องกล้วย ๆ ไปเลย

ไวยากรณ์

Compared with...: กำหนดเกณฑ์สำหรับการเปรียบเทียบ

Compared with + คำนามหรือวลี -ing ใช้เสนอเกณฑ์ที่นำมาเปรียบเทียบเพื่อตัดสินข้อความในประโยคหลัก ในที่นี้ การฝึกเด็กเป็นเกณฑ์ที่ยากกว่า ดังนั้นเมื่อเทียบกันแล้ว การระบุผลึกจึงดูง่ายมาก เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะให้จุดอ้างอิงก่อนบอกการประเมิน การตัดสินในประโยคหลักจึงเป็นแบบสัมพัทธ์ และไม่ได้หมายความว่างานอย่างที่สองง่ายในตัวมันเองเสมอไป

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง Compared with... เพื่อบอกว่าแบบทดสอบนี้ดูง่ายเมื่อเทียบกับการสอบปลายภาค: ____, this quiz felt easy.

ดูคำตอบ

Compared with the final exam

ไวยากรณ์

figuring out who had which crystal ในฐานะวลี gerund ที่เป็นประธาน

วลีทั้งหมด figuring out who had which crystal ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค figuring คือรูป -ing ของ figure และ figure out หมายถึงคิดจนเข้าใจหรือหาคำตอบได้ who had which crystal บอกข้อมูลที่ต้องค้นหา เมื่อเปลี่ยนการกระทำให้เป็นวลี gerund ผู้พูดจึงมองการสืบหาทั้งหมดเป็นงานหนึ่งอย่าง และใช้กริยาเอกพจน์ was

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี gerund เป็นประธานอย่างถูกต้องและมองงานทั้งหมดเป็นเอกพจน์?

  1. Figuring out who took the key was easy.
  2. Figuring out who took the key were easy.
  3. Figure out who took the key was easy.
ดูคำตอบ

Figuring out who took the key was easy.

สำนวน

was elementary: หมายถึง “ง่าย” พร้อมการเล่นคำกับ element

ใน was elementary คำว่า was เป็นกริยาเชื่อม และ elementary ใช้อธิบายงานทั้งหมดในการระบุคริสตัล ที่นี่ elementary หมายถึงงานนั้นเป็นเรื่องพื้นฐานและแก้ได้ง่าย ไม่ได้หมายถึงโรงเรียนประถม ถ้อยคำนี้ยังสร้างการเล่นคำด้วย เพราะ elementary ชวนให้นึกถึง element ซึ่งมีรากคำเดียวกัน และคริสตัลก็เกี่ยวข้องกับธาตุต่าง ๆ ประโยคนี้จึงทั้งบอกว่างานง่ายและย้อนกลับไปเล่นกับธีมเรื่องธาตุอย่างสนุกสนาน

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ was elementary ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด?

  1. หมายถึงงานนั้นต้องท่องจำธาตุเคมีทุกชนิด
  2. หมายถึงงานนั้นจัดไว้สำหรับนักเรียนประถมเท่านั้น
  3. หมายถึงงานนั้นเป็นเรื่องพื้นฐานและง่าย พร้อมทั้งชวนให้นึกถึงแนวคิดเรื่องธาตุ
ดูคำตอบ

หมายถึงงานนั้นเป็นเรื่องพื้นฐานและง่าย พร้อมทั้งชวนให้นึกถึงแนวคิดเรื่องธาตุ

If you'd like to continue to expand your logical toolkit, สำนวน

3:45

หากคุณต้องการขยายชุดเครื่องมือทางตรรกะของคุณต่อไป

สำนวน

your logical toolkit: อุปมาเปรียบทักษะด้านตรรกะเป็นกล่องเครื่องมือ

ในที่นี้ toolkit เป็นคำอุปมา กล่องเครื่องมือจริงใช้เก็บเครื่องมือ ส่วน your logical toolkit หมายถึงชุดวิธีให้เหตุผลและทักษะการแก้ปัญหาที่คุณสามารถเลือกใช้ได้ การขยายกล่องเครื่องมือนี้คือการเรียนรู้วิธีเพิ่มขึ้น เพื่อให้คุณมีแนวทางจัดการปัญหามากขึ้น รูปแบบนี้ใช้กับด้านอื่นได้ด้วย เช่น การเขียน การสื่อสาร และความเป็นผู้นำ

แบบฝึกหัด

ในวลี “build your writing toolkit” คำว่า toolkit น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด?

  1. กล่องจริงที่ใช้เก็บเครื่องมือ
  2. กฎเพียงข้อเดียวที่แก้ได้ทุกปัญหา
  3. ชุดวิธีและทักษะด้านตรรกะ
ดูคำตอบ

ชุดวิธีและทักษะด้านตรรกะ

look no further than brilliant.org. สำนวน

3:49

ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลนอกจาก brilliant.org

สำนวน

look no further than...: สำนวนแนะนำอย่างมั่นใจ

Look no further than X เป็นสำนวนตายตัวที่ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัวเพื่อแนะนำ X หมายความว่า X คือคำตอบสำหรับสิ่งที่ผู้ฟังกำลังมองหา จึงไม่ต้องไปค้นหาที่อื่นต่อ คำสั่ง look ใช้ขึ้นต้นการแนะนำ และหลัง than จะเป็นบุคคล สถานที่ สินค้า หรือบริการที่กำลังแนะนำ ในที่นี้ brilliant.org ถูกนำเสนอว่าเป็นคำตอบพร้อมใช้สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านตรรกะต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนแนะนำอย่างมั่นใจที่หมายถึง “คุณไม่จำเป็นต้องไปค้นหาที่อื่น”:For a quick science activity, ____ this experiment guide.

ดูคำตอบ

look no further than

Brilliant is a problem solving based platform ไวยากรณ์

3:51

Brilliant เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นการแก้ปัญหา

ไวยากรณ์

a problem solving based platform: ส่วนขยายประสมหนึ่งชุด

คำหลักในวลีนี้คือคำนาม platform ส่วน problem solving based ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นส่วนขยายชุดเดียวที่วางไว้ข้างหน้า วลีนี้จึงหมายถึงแพลตฟอร์มที่มีแนวทางตั้งอยู่บนการแก้ปัญหา ภาษาอังกฤษมักย่อแนวคิดที่ยาวกว่าให้เป็นส่วนขยายประสมหน้าคำนาม ในที่นี้ a platform based on problem solving จะเขียนเป็น a problem-solving-based platform ในงานเขียนที่ตรวจแก้อย่างรอบคอบ

แบบฝึกหัด

ในงานเขียนที่รอบคอบ รูปใดแสดงได้ชัดเจนที่สุดว่าแพลตฟอร์มนี้ใช้การแก้ปัญหาเป็นพื้นฐาน

  1. a problem solving-based platform
  2. a problem-solving-based platform
  3. a problem-solving based platform
ดูคำตอบ

a problem-solving-based platform

and it has over 60 courses in math, การใช้คำ

3:54

และมีหลักสูตรมากกว่า 60 หลักสูตรในด้านคณิตศาสตร์

science, and computer science.

3:57

วิทยาศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์

การใช้คำ

has over 60 courses: over หมายถึง “มากกว่า”

เมื่อ over อยู่หน้าตัวเลข จะหมายถึง “มากกว่า” ดังนั้น has over 60 courses จึงบอกว่าจำนวนหลักสูตรมากกว่า 60 และไม่รวมกรณีที่มีพอดี 60 หลักสูตร นี่คือความหมายด้านปริมาณของ over ซึ่งต่างจากความหมายด้านตำแหน่งในวลีอย่าง a lamp over the table

แบบฝึกหัด

ประโยคภาษาอังกฤษนี้หมายความว่าอย่างไร? The library has over 10,000 books.

  1. ห้องสมุดมีหนังสือมากกว่า 10,000 เล่ม
  2. ห้องสมุดมีหนังสือพอดี 10,000 เล่ม
  3. ห้องสมุดมีหนังสือประมาณ 10,000 เล่ม
ดูคำตอบ

ห้องสมุดมีหนังสือมากกว่า 10,000 เล่ม

You can brush up on your mathematical concepts กริยาวลี

3:59

คุณสามารถทบทวนแนวคิดทางคณิตศาสตร์ของคุณ

กริยาวลี

brush up on: ทบทวนสิ่งที่เคยเรียนมาแล้ว

Brush up on หมายถึงการทบทวนหรือฝึกสิ่งที่เคยเรียนมาก่อน เพื่อให้จำได้แม่นยำอีกครั้ง ในประโยคนี้หมายถึงการทบทวนแนวคิดทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่การเรียนเป็นครั้งแรก รูปแบบที่ใช้โดยทั่วไปคือ brush up on + วิชา หัวข้อ หรือทักษะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย brush up on: I need to ____ my multiplication facts before the quiz.

ดูคำตอบ

brush up on

at every level,

4:01

ได้ในทุกระดับ

play with interactive features, กริยาวลี

4:02

เล่นกับฟีเจอร์แบบอินเทอร์แอกทีฟ

กริยาวลี

play with interactive features: สำรวจด้วยการลองใช้

ใน play with interactive features คำว่า play with หมายถึงลองใช้ ปรับ และสำรวจฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อดูว่าสามารถทำอะไรได้ ไม่ได้หมายถึงเล่นเกมแบบเด็ก ๆ เมื่อกรรมเป็นเครื่องมือ การตั้งค่า หรือแนวคิด play with มักสื่อถึงการทดลองลงมือทำแบบสบาย ๆ แทนการทำตามขั้นตอนตายตัวเพียงแบบเดียว

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Play with the new drawing tools and see what they can do," คำว่า play with หมายถึงอะไร?

  1. ลองใช้และสำรวจเครื่องมือแบบสบาย ๆ
  2. แข่งขันกับเครื่องมือในเกม
  3. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือ
ดูคำตอบ

ลองใช้และสำรวจเครื่องมือแบบสบาย ๆ

and solve your way through ไวยากรณ์

4:04

และแก้ปัญหาเพื่อผ่าน

a virtually endless stockpile of riddles. สำนวน

4:05

คลังปริศนาที่มีอยู่อย่างแทบไม่สิ้นสุด

ไวยากรณ์

solve your way through: ค่อย ๆ ก้าวหน้าด้วยการแก้ทีละส่วน

Solve your way through หมายถึง “ค่อย ๆ ผ่านสิ่งหนึ่งไปด้วยการแก้แต่ละส่วนของสิ่งนั้น” solve บอกการกระทำที่ทำให้เกิดความคืบหน้า ส่วน through นำเข้าสู่ชุดความท้าทายที่ต้องทำให้เสร็จทีละขั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ verb + possessive + way through + noun ให้เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับประธาน: I work my way through the list; she reads her way through the chapter; they solve their way through the maze. รูปแบบนี้เน้นกระบวนการค่อย ๆ ก้าวหน้า ไม่ได้เน้นแค่ผลลัพธ์สุดท้าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ solve your way through: Maya ____ the entire puzzle book, one page at a time.

ดูคำตอบ

solved her way through

สำนวน

a virtually endless stockpile of riddles: ภาพที่ชัดเจนของความอุดมสมบูรณ์

stockpile คือสิ่งของจำนวนมากที่เก็บสำรองไว้ใช้ในอนาคต การเรียก riddles ว่า stockpile ทำให้ปริศนาดูเหมือนคลังขนาดใหญ่ที่รอให้หยิบมาใช้ จึงให้ภาพที่ชัดเจนและมีน้ำเสียงเชิงโฆษณามากกว่าการพูดเพียงว่า many riddles Virtually endless หมายถึง “ในทางปฏิบัติแล้วแทบไม่มีวันหมด” เป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ คือมีจำนวนมากจนรู้สึกว่าทำไม่หมด แต่ไม่ได้หมายความว่ามีจำนวนอนันต์จริง ๆ

แบบฝึกหัด

a virtually endless stockpile of riddles ในที่นี้สื่อถึงอะไร?

  1. วลีนี้บอกว่าปริศนาแก้ได้เฉพาะในโลกเสมือนเท่านั้น
  2. วลีนี้ทำให้ปริศนาดูเหมือนคลังขนาดใหญ่ที่เก็บไว้และแทบใช้ไม่หมด
  3. วลีนี้บอกว่ามีหลักฐานพิสูจน์แล้วว่าคลังนั้นมีจำนวนอนันต์จริง ๆ
ดูคำตอบ

วลีนี้ทำให้ปริศนาดูเหมือนคลังขนาดใหญ่ที่เก็บไว้และแทบใช้ไม่หมด

Visit brilliant.org/teded to check it out. กริยาวลี

4:09

เยี่ยมชม brilliant.org/teded เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

กริยาวลี

to check it ... out: “ไปดู” และลำดับคำ

ใน to check it out คำว่า to บอกจุดประสงค์ กล่าวคือ จุดประสงค์ของการเข้าเว็บไซต์คือเพื่อดูและทำความรู้จักเนื้อหานั้นให้มากขึ้น check it out หมายถึง “ไปดู สำรวจ หรือลองทำความรู้จักให้มากขึ้น” ในที่นี้จึงเป็นคำชวนแบบเป็นกันเองให้ไปดูแหล่งข้อมูลที่แนะนำ check out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม it ต้องวาง it ระหว่าง check กับ out จึงพูดว่า check it out ไม่ใช่ check out it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยวาง it ในตำแหน่งที่ถูกต้องใน check ... out: This new puzzle app looks fun. Let's ____.

ดูคำตอบ

check it out

Plus, the first 833 of you to visit using that link

4:12

นอกจากนี้ 833 ท่านแรกที่เข้าชมผ่านลิงก์นั้น

will receive 20% off the annual premium subscription fee. การใช้คำ

4:15

จะได้รับส่วนลด 20% สำหรับค่าธรรมเนียมการสมัครสมาชิกพรีเมียมรายปี

การใช้คำ

20% off the annual premium subscription fee: การคำนวณส่วนลด

ในสำนวนเกี่ยวกับราคา 20% off หมายถึงหัก 20% ออกจากราคาเดิม ดังนั้นลูกค้าจ่ายจริง 80% ของราคาเดิม ในประโยคนี้ ส่วนลดใช้กับค่าบริการสมาชิกพรีเมียมรายปีโดยเฉพาะ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “เปอร์เซ็นต์ + off + สินค้าหรือค่าบริการ” เช่น 15% off all notebooks คำว่า off บอกจำนวนที่หักออก ไม่ใช่จำนวนที่ต้องจ่ายสุดท้าย

แบบฝึกหัด

แผนรายปีราคา $100 และมีข้อเสนอ 20% off สำหรับค่าบริการ คุณต้องจ่ายเท่าไร?

  1. $120
  2. $20
  3. $80
ดูคำตอบ

$80