โรงเรียนที่ให้เด็กๆ เป็นผู้บริหาร ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
863 คำ 151 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้นำเสนอโรงเรียน Bamboo School ในประเทศไทย ซึ่งนักเรียนมีส่วนร่วมบริหารโรงเรียน รับผิดชอบงานที่ใช้ได้จริง และปลูกต้นไม้เป็นสิ่งตอบแทนสำหรับการเรียนฟรี ขณะที่ผู้ใหญ่ยังคงรับผิดชอบการสอนในห้องเรียน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. school run by students for students. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจอนุประโยคขยายแบบย่อที่ละ which is ไว้ ซึ่งช่วยบอกอย่างกระชับว่าใครเป็นผู้บริหารโรงเรียนและโรงเรียนดำเนินงานเพื่อใคร แล้วนำรูปแบบเดียวกันไปใช้อธิบายองค์กร โครงการ หรือบริการได้ 2. hands-on experience, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าวลีนี้หมายถึงประสบการณ์เชิงปฏิบัติที่ได้จากการลงมือมีส่วนร่วมโดยตรง ไม่ใช่เพียงสังเกตหรือพูดคุย และใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อกล่าวถึงการศึกษา การฝึกอบรม หรือการเรียนรู้ในที่ทำงาน 3. quite conventional in some ways and really innovative, or even radical, in others. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ว่า in some ways และ in others ช่วยจัดวางข้อเปรียบต่างอย่างสมดุล ส่วน or even ใช้เพิ่มน้ำหนักให้การประเมินช่วงหลัง และประยุกต์กรอบนี้เพื่อวิเคราะห์สิ่งที่มีทั้งด้านคุ้นเคยและด้านแหวกแนวโดยไม่สรุปแบบขาวดำ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:00

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:08

สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Phil.

0:12

ผม Phil

And I'm Georgie.

0:12

และฉัน Georgie

Some people remember their school days as the best time of their lives. วลี

0:14

บางคนจำช่วงเวลาในวัยเรียนได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต

วลี

remember A as B: จดจำ A ว่าเป็น B

remember A as B หมายถึง เมื่อนึกถึง A เราจำ A ในฐานะตัวตน ลักษณะ หรือภาพรวมแบบ B ในประโยคนี้ A คือ their school days และ B คือ the best time of their lives as เชื่อมคน สิ่งของ หรือช่วงเวลาที่เราจำได้เข้ากับภาพที่เรามีต่อสิ่งนั้น school days หมายถึงช่วงที่คนคนหนึ่งเรียนอยู่ที่โรงเรียน ไม่ใช่วันใดวันหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมคำที่เชื่อม A กับภาพ B ในโครงสร้าง remember A as B: Mia remembers her first teacher ____ a patient and encouraging person.

ดูคำตอบ

as

For others, it was the worst.

0:19

แต่สำหรับคนอื่นๆ มันแย่ที่สุด

Did you enjoy school, Georgie?

0:21

คุณสนุกกับโรงเรียนไหม Georgie?

Um most of the time, yes. วลี

0:23

อืม ส่วนใหญ่ก็ใช่ค่ะ

วลี

most of the time: ส่วนใหญ่แล้ว

most of the time หมายถึง “ในโอกาสส่วนใหญ่” หรือ “โดยปกติ แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง” เป็นการบอกความถี่ ไม่ใช่ปริมาณหรือระยะเวลาที่ใช้ ในประโยคนี้ วลีนี้จำกัดขอบเขตของ yes คำตอบโดยรวมเป็นการตอบรับ แต่ยังมีข้อยกเว้นได้ วลีนี้ทำให้คำตอบไม่เด็ดขาดเกินไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า “ปกติฉันเดินไปโรงเรียน แต่บางครั้งก็นั่งรถประจำทาง”

  1. I never walk to school.
  2. I walk to school most of the time.
  3. I walk to school all the time.
ดูคำตอบ

I walk to school most of the time.

But there was one thing I didn't like.

0:25

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่ชอบ

The school rules.

0:27

กฎของโรงเรียนค่ะ

Luckily, that's not a problem for pupils at the Bamboo School in Thailand, การใช้คำ

0:29

โชคดีที่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักเรียนที่โรงเรียน Bamboo School ในประเทศไทย

because there the children, ลำดับความ

0:34

เพราะที่นั่นเด็กๆ

not the teachers, make the rules. วลี

0:35

ไม่ใช่ครู เป็นคนตั้งกฎ

การใช้คำ

pupils: นักเรียนวัยเรียนในภาษาอังกฤษแบบบริติช

ในบริบทของโรงเรียนนี้ pupils หมายถึงเด็กที่เรียนอยู่ในโรงเรียนนั้น ในภาษาอังกฤษแบบบริติช มักใช้ pupil โดยเฉพาะกับเด็กระดับประถมหรือมัธยม Pupil ยังหมายถึงส่วนสีดำตรงกลางดวงตาหรือรูม่านตาได้ด้วย แต่คำว่า school, children และ teachers ทำให้ชัดเจนว่าที่นี่หมายถึงนักเรียน

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษแบบบริติชมาตรฐาน ประโยคใดใช้ pupils เรียกผู้เรียนได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. The university has 20,000 pupils.
  2. The adult evening class has 30 pupils.
  3. The primary school has 240 pupils.
ดูคำตอบ

The primary school has 240 pupils.

ลำดับความ

children, not the teachers: การเปรียบต่างแบบแทรก A, not B

เมื่อตัดส่วนเปรียบต่างที่แทรกอยู่ออก ใจความหลักคือ the children make the rules ส่วน not the teachers อยู่ภายในประธานและตัดความเป็นไปได้ที่ครูจะเป็นผู้ทำการกระทำนั้น โครงสร้าง A, not B นี้วาง A ก่อนในฐานะข้อมูลสำคัญ แล้วจึงแก้ความคาดหมายที่อาจเป็น B ในที่นี้เป็นการเน้นว่าเด็ก ๆ เป็นผู้ตั้งกฎ แม้ว่าปกติคนอาจคาดว่าครูจะเป็นผู้ทำ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง A, not B ให้สมบูรณ์ โดยเน้นว่า Leo เป็นคนทาสีป้าย ส่วน Mia ไม่ได้ทำ: Leo, ____, painted the sign.

ดูคำตอบ

not Mia

วลี

make the rules: ตั้งกฎ

make the rules หมายถึงตัดสินใจและตั้งกฎที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ในที่นี้ make ไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งของ ในประโยคนี้ เด็ก ๆ ไม่ใช่ครู เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจว่าอะไรทำได้ สำนวนนี้ใช้บอกได้ว่าใครมีอำนาจตัดสินใจเรื่องกฎในโรงเรียน กลุ่ม หรือเกม

แบบฝึกหัด

สมาชิกชมรมเป็นผู้ตัดสินใจว่าทุกคนต้องปฏิบัติตามอะไร ประโยคใดสื่อความหมายนี้

  1. The club members write the rules on the board.
  2. The club members make the rules.
  3. The club members follow the rules.
ดูคำตอบ

The club members make the rules.

Children at the Bamboo School are responsible for every part of running the school, วลี

0:38

เด็กๆ ที่ Bamboo School ต้องรับผิดชอบทุกส่วนของการบริหารโรงเรียน

วลี

be responsible for every part of running the school: รับผิดชอบทุกส่วนของการบริหารโรงเรียน

be responsible for หมายถึงมีหน้าที่ดูแลหรือทำบางสิ่ง หลัง for ใช้คำนามหรือคำกริยารูป -ing เช่น responsible for the budget; responsible for organizing the event. ในประโยคนี้ every part of แสดงว่าขอบเขตความรับผิดชอบครอบคลุมทั้งหมด ส่วน running the school หมายถึงการบริหารงานประจำวันของโรงเรียน ไม่ใช่การวิ่งด้วยเท้า

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายด้วยหนึ่งคำ: Mia is responsible ____ organizing the school concert.

ดูคำตอบ

for

from buying food for the kitchens ไวยากรณ์

0:43

ตั้งแต่การซื้ออาหารเข้าครัว

to disciplining fellow students and even hiring new staff.

0:45

ไปจนถึงการอบรมวินัยเพื่อนนักเรียนและแม้กระทั่งจ้างพนักงานใหม่

ไวยากรณ์

from buying ... to disciplining ...: การบอกขอบเขต

โครงสร้าง from ... to ... ใช้บอกขอบเขตของรายการหนึ่ง ๆ ในประโยคนี้ ขอบเขตเริ่มจาก buying food ไปจนถึง disciplining students ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง คำกริยาหลัง from และ to ใช้รูป -ing ที่ขนานกัน คือ from buying ... to disciplining ... ส่วน and even hiring new staff เพิ่มหน้าที่ที่น่าประหลาดใจกว่าเดิมเข้ามา ทำให้รายการกว้างขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำหนึ่งคำเพื่อให้โครงสร้างบอกขอบเขตสมบูรณ์: The club handles everything from planning events ____ welcoming new members.

ดูคำตอบ

to

It's a school run by students for students. ไวยากรณ์

0:50

เป็นโรงเรียนที่บริหารโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

ไวยากรณ์

a school run by students for students: ใครเป็นผู้บริหารและมีไว้เพื่อใคร

วลี run by students ขยายคำว่า school วลีนี้เป็นวลี past participle ที่ย่อมาจาก which is run by students ในที่นี้ run หมายถึงบริหารหรือจัดการ และ by students บอกว่าใครเป็นผู้บริหารโรงเรียน วลี for students บอกว่าโรงเรียนมีไว้ให้บริการใคร โครงสร้างสั้น ๆ a school run by X for Y จึงบอกได้ทั้งว่าใครเป็นผู้บริหารและสิ่งนั้นมีไว้เพื่อใคร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายร้านที่บริหารโดยครอบครัวเพื่อให้บริการลูกค้าในท้องถิ่นได้ถูกต้อง?

  1. It is a shop run for a family by local customers.
  2. It is a shop run by a family for local customers.
  3. It is a shop running by a family for local customers.
ดูคำตอบ

It is a shop run by a family for local customers.

Yes.

0:53

ใช่ครับ

In this program, we'll be hearing about the Bamboo School, ลำดับความ

0:54

ในรายการนี้ เราจะได้ฟังเรื่องราวของ Bamboo School

ลำดับความ

In this program, we'll be hearing about ...: เกริ่นหัวข้อของรายการ

In this program วางกรอบว่าเนื้อหาต่อไปอยู่ในรายการนี้ ส่วน we'll be hearing about ใช้บอกหัวข้อที่จะกล่าวถึงต่อไป ทั้งวลีเป็นคำเปิดรายการที่กำหนดหัวข้อและช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่ารายการจะพูดถึงอะไร hearing about ในที่นี้หมายถึงการได้รับหรือเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับบางสิ่ง ไม่ได้หมายถึงเพียงการได้ยินเสียง หัวข้อจะอยู่หลัง about เช่น about the Bamboo School หรือ about how birds migrate

แบบฝึกหัด

เติมคำเปิดของผู้ดำเนินรายการด้วยวลีที่ใช้เกริ่นหัวข้อให้ถูกต้อง: In today's program, ____ how bees make honey.

ดูคำตอบ

we'll be hearing about

a unique school where the children call the shots. สำนวน

0:58

โรงเรียนที่ไม่เหมือนใครซึ่งเด็กๆ เป็นผู้ตัดสินใจ

They have the power to make the decisions.

1:01

พวกเขามีอำนาจในการตัดสินใจ

สำนวน

call the shots: ควบคุมการตัดสินใจเรื่องสำคัญ

Call the shots เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงการควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการตัดสินใจเรื่องสำคัญหรือเรื่องสุดท้าย ประธานที่อยู่หน้า call คือผู้มีอำนาจตัดสินใจ และในที่นี้เด็ก ๆ เป็นผู้มีอำนาจนั้น ให้เข้าใจวลีนี้เป็นหน่วยเดียว ในประโยคนี้ shots ไม่ได้หมายถึงภาพถ่าย การลองทำบางอย่างในเกม หรือเสียงปืน ประโยคถัดไป They have the power to make the decisions อธิบายความหมายตรง ๆ ของสำนวนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ call the shots: At this club, Maya ____ because she makes the final decisions.

ดูคำตอบ

calls the shots

We'll also be learning some useful new vocabulary,

1:04

เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ด้วย

and before you ask, Phil, น้ำเสียง/เจตนา

1:06

และก่อนที่คุณจะถามนะ Phil

yes, the Bamboo School really is made of bamboo. ไวยากรณ์

1:08

ใช่ Bamboo School สร้างจากไม้ไผ่จริงๆ

น้ำเสียง/เจตนา

before you ask: ชิงตอบคำถามที่คาดไว้

before you ask เป็นการบอกอีกฝ่ายว่า “ฉันคิดว่ารู้ว่าคุณกำลังจะถามอะไร จึงจะตอบตอนนี้เลย” ในประโยคนี้ ผู้พูดคาดว่าฟิลจะสงสัยว่าโรงเรียนไม้ไผ่ทำจากไม้ไผ่จริงหรือไม่ และเริ่มคำตอบด้วย yes หน้าที่หลักของวลีนี้คือการชิงตอบในบทสนทนา ไม่ใช่การเน้นลำดับเวลาอย่างเคร่งครัด วลีนี้ทำให้บทสนทนาดูมีชีวิตชีวาและขบขันเล็กน้อย เพราะผู้พูดทำเหมือนว่าคำถามนั้นคาดเดาได้ง่าย

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ใช้ตอบคำถามที่คาดไว้ก่อนอีกฝ่ายจะพูด: And ____, yes, pets are allowed here.

ดูคำตอบ

before you ask

ไวยากรณ์

made of bamboo: บอกวัสดุที่ใช้ทำ

be made of + material ใช้บอกว่าสิ่งของหรือสิ่งก่อสร้างประกอบด้วยวัสดุอะไร ใน made of bamboo คำว่า bamboo คือวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง ใช้รูปของ be ให้ตรงกับประธานและกาล ส่วน made of จะอยู่ด้วยกัน รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่ออธิบายวัสดุของสิ่งของในชีวิตประจำวันและอาคาร

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ใช้กับวัสดุที่ยังมองออกได้: This shelf is ____ solid bamboo.

ดูคำตอบ

made of

Sounds good, Georgie.

1:13

ฟังดูดีนะ Georgie

But first, I have a question for you.

1:14

แต่ก่อนอื่น ผมมีคำถามให้คุณ

The Bamboo School is a private school for poorer children who can't afford school fees. วลี

1:18

Bamboo School เป็นโรงเรียนเอกชนสำหรับเด็กยากจนที่ไม่สามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้

วลี

who can't afford school fees: เด็กที่ไม่มีเงินพอจ่ายค่าเล่าเรียน

อนุประโยค who can't afford school fees บอกว่า poorer children หมายถึงเด็กกลุ่มใด นั่นคือเด็กที่มีเงินไม่พอจ่ายค่าใช้จ่ายในการไปโรงเรียน Afford สามารถตามด้วยค่าใช้จ่ายหรือสิ่งของได้โดยตรง ดังนั้น afford school fees จึงเป็นโครงสร้างที่สมบูรณ์แล้ว ส่วน school fees หมายถึงเงินที่โรงเรียนเรียกเก็บเป็นค่าเล่าเรียน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ can't afford แล้วตามด้วย the course fees โดยตรง: They want to enrol, but they ____.

ดูคำตอบ

can't afford the course fees

Bamboo school children get educated for free, วลี

1:24

เด็กๆ ที่โรงเรียน Bamboo School ได้รับการศึกษาฟรี

วลี

get educated for free: ได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Get educated หมายถึงได้รับการศึกษาหรือกลายเป็นผู้มีการศึกษา ส่วน for free หมายถึงโดยไม่ต้องจ่ายเงิน ดังนั้นทั้งวลีจึงบอกว่าเด็ก ๆ ได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย free ในที่นี้พูดถึงราคาของการศึกษา ไม่ได้หมายถึงอิสรภาพส่วนบุคคล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย get educated แล้วตามด้วย for free: The charity runs a school, so local children can ____.

ดูคำตอบ

get educated for free

but have to do something in return. วลี

1:28

แต่ต้องทำบางอย่างเพื่อตอบแทน

วลี

have to do something in return: ต้องทำบางอย่างเป็นการตอบแทน

have to do something in return หมายความว่าเด็ก ๆ มีหน้าที่ต้องทำงานบางอย่าง เพราะพวกเขาได้รับการศึกษาฟรี have to แสดงถึงหน้าที่หรือความจำเป็น ส่วน in return บอกว่างานนั้นเป็นการตอบแทนหรือเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยน in return เชื่อมสิ่งที่คนหนึ่งให้หรือทำเข้ากับประโยชน์ที่ได้รับจากอีกคนหนึ่งก่อนหน้านั้น ในที่นี้ return เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว in return ไม่ได้หมายถึงการกลับไปยังสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากส่วนที่ไฮไลต์ ซึ่งหมายถึง “เป็นการตอบแทน”: Mia helped me with my homework, so I helped her clean up ____.

ดูคำตอบ

in return

But what?

1:31

แต่ทำอะไรล่ะ?

Is it A, teach lessons,

1:32

A สอนหนังสือ

B, plant trees,

1:36

B ปลูกต้นไม้

or C, learn English?

1:38

หรือ C เรียนภาษาอังกฤษ?

Mm,

1:40

อืม

I guess they have to learn English.

1:41

ฉันเดาว่าพวกเขาต้องเรียนภาษาอังกฤษ

Okay, Georgie.

1:44

โอเค Georgie

I'll reveal the answer at the end of the program. ลำดับความ

1:45

ผมจะเฉลยคำตอบในตอนท้ายของรายการ

ลำดับความ

I'll reveal the answer at the end of the program: เฉลยคำตอบในตอนท้ายของรายการ

ผู้พูดเลื่อนการบอกคำตอบออกไป โดย I'll reveal the answer เป็นการบอกว่าจะเปิดเผยคำตอบภายหลัง ส่วน at the end of the program ระบุชัดว่าจะทำเช่นนั้นตรงช่วงใดของรายการ ประโยคนี้บอกล่วงหน้าว่ารายการจะจัดข้อมูลอย่างไร คำถามในเกมยังค้างอยู่ และทำให้ผู้ฟังมีเหตุผลที่จะติดตามจนถึงช่วงท้าย ในที่นี้ reveal หมายถึงการประกาศข้อมูลที่ยังเก็บไว้ ไม่ใช่การเปิดสิ่งของให้เห็นทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

พิธีกรต้องการเก็บคำตอบของคำถามไว้เป็นความลับจนถึงช่วงสุดท้ายของรายการ ประโยคใดบอกแผนนี้ล่วงหน้าได้ดีที่สุด

  1. I'll leave the answer out of the program.
  2. I'll reveal the answer before the program begins.
  3. I'll reveal the answer at the end of the program.
ดูคำตอบ

I'll reveal the answer at the end of the program.

The idea behind the Bamboo School is simple. วลี

1:48

แนวคิดเบื้องหลัง Bamboo School นั้นเรียบง่าย

Teaching children responsibility by letting them run their own school. ไวยากรณ์

1:52

คือการสอนความรับผิดชอบให้เด็กๆ โดยปล่อยให้พวกเขาบริหารโรงเรียนของตัวเอง

วลี

The idea behind the Bamboo School: จุดประสงค์และแนวคิดในการออกแบบ

รูปแบบ the idea behind X หมายถึงจุดประสงค์ เหตุผล หรือแนวคิดในการออกแบบหลักที่อธิบายว่าเหตุใด X จึงมีอยู่หรือทำงานในรูปแบบนั้น behind ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ ในตัวอย่างนี้ วลีดังกล่าวเกริ่นถึงแนวคิดหลักที่ชี้นำโรงเรียน แล้วประโยคถัดไปจึงอธิบายแนวคิดนั้นว่า เด็ก ๆ เรียนรู้ความรับผิดชอบผ่านการบริหารโรงเรียนด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

คำถามใดถามถึงจุดประสงค์หรือแนวคิดในการออกแบบของโครงการรีไซเคิลใหม่

  1. What do you think of the idea of starting a new recycling program?
  2. What is the idea behind the new recycling program?
  3. Who had the idea for the new recycling program?
ดูคำตอบ

What is the idea behind the new recycling program?

ไวยากรณ์

by letting them run their own school: การบอกวิธีการ

by + กริยาเติม -ing ใช้บอกวิธีที่นำไปสู่ผลลัพธ์ ในที่นี้ by letting ... อธิบายว่าสอนความรับผิดชอบให้เด็ก ๆ อย่างไร คืออนุญาตให้พวกเขาบริหารโรงเรียนด้วยตนเอง หลัง let ใช้โครงสร้าง กรรม + กริยารูปพื้นฐาน จึงเป็น letting them run ไม่ใช่ letting them to run ในประโยคนี้ run a school หมายถึงบริหารหรือดำเนินงานโรงเรียน ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

ใช้ by + let + them + choose ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We teach children to make decisions ____ their own projects.

ดูคำตอบ

by letting them choose

The school doesn't employ cooks, gardeners or cleaners.

1:56

โรงเรียนไม่ได้จ้างแม่ครัว คนสวน หรือคนทำความสะอาด

It's all done by the pupils. ไวยากรณ์

2:00

นักเรียนเป็นคนทำทั้งหมด

ไวยากรณ์

It's all done by the pupils: รูปถูกกระทำและผู้กระทำที่ระบุด้วย by

ในที่นี้ it หมายถึงงานทั้งหมดที่กล่าวถึงก่อนหน้า ได้แก่ การทำอาหาร การทำสวน และการทำความสะอาด is done ใช้โครงสร้างถูกกระทำ be + กริยาช่อง 3 ส่วน by the pupils บอกว่าผู้ที่ทำงานเหล่านั้นคือนักเรียน all หมายความว่าไม่มีงานใดถูกเว้นไว้ ลำดับคำแบบถูกกระทำนี้ยังคงให้งานเป็นหัวข้อ แล้ววางข้อมูลใหม่ที่สำคัญคือนักเรียนไว้ท้ายประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปถูกกระทำได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าทุกห้องเรียนได้รับการทำความสะอาดโดยนักเรียน

  1. The pupils are cleaned by all the classrooms.
  2. All the classrooms are cleaned by the pupils.
  3. All the classrooms clean by the pupils.
ดูคำตอบ

All the classrooms are cleaned by the pupils.

Twice a week,

2:03

สัปดาห์ละสองครั้ง

children go to the vegetable market with a school officer

2:04

เด็กๆ จะไปตลาดผักกับเจ้าหน้าที่โรงเรียน

and buy food for all 150 students.

2:07

และซื้ออาหารสำหรับนักเรียนทั้งหมด 150 คน

The prices are then carefully checked by other students like Nooneem

2:11

จากนั้นราคาก็จะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดโดยนักเรียนคนอื่นๆ เช่น Nooneem

who manages the food accounts. วลี

2:15

ซึ่งดูแลบัญชีค่าอาหาร

วลี

manages the food accounts: ดูแลบันทึกทางการเงินเกี่ยวกับอาหาร

ในประโยคนี้ manages หมายถึง “รับผิดชอบการจัดระเบียบและตรวจสอบ” ส่วน the food accounts หมายถึงบันทึกทางการเงินของเงินที่ใช้กับอาหาร เช่น ราคา การซื้อ และการชำระเงิน ในที่นี้ accounts ไม่ได้หมายถึงโปรไฟล์ออนไลน์ คำว่า prices และ food แสดงให้เห็นว่าวลีนี้เกี่ยวกับการติดตามเงินค่าอาหาร

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: “Maya manages the food accounts for the camp.” Maya ทำหน้าที่อะไร

  1. เธอทำอาหารทุกมื้อในค่าย
  2. เธอดูแลบันทึกทางการเงินเกี่ยวกับอาหาร
  3. เธอดูแลโปรไฟล์โซเชียลมีเดียเรื่องอาหารของค่าย
ดูคำตอบ

เธอดูแลบันทึกทางการเงินเกี่ยวกับอาหาร

Here's Nooneem speaking with William Kremer,

2:17

นี่คือเสียงของ Nooneem ที่กำลังพูดคุยกับ William Kremer

reporter for BBC World Service program People Fixing the World.

2:19

ผู้สื่อข่าวจากรายการ People Fixing the World ของ BBC World Service

I am interested in accounting to begin with, โน้ต

2:24

ฉันสนใจบัญชีตั้งแต่แรก

วลี

interested in accounting: be interested in + คำนามหรือรูป -ing

be interested in + คำนาม หมายความว่าหัวข้อหรือกิจกรรมนั้นดึงดูดความสนใจของเราและเราอยากรู้เพิ่มเติม ในที่นี้ accounting เป็นคำนามหลัง in ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าการบัญชีเป็นหนึ่งในเรื่องที่ตนสนใจ หลัง be interested in ใช้รูป -ing ได้ด้วย: I am interested in learning about money. บุพบท in เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างตายตัวให้สมบูรณ์: Mia is interested ____ learning about space.

ดูคำตอบ

in

ลำดับความ

to begin with: ใช้เกริ่นเหตุผลแรกหรือจุดเริ่มต้น

to begin with เป็นวลีตายตัวที่ใช้จัดลำดับคำพูด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเสนอว่าการสนใจเรื่องการบัญชีเป็นข้อเท็จจริงหรือเหตุผลพื้นฐานข้อแรก ก่อนที่ผู้พูดจะเพิ่มข้อมูลอื่น วลีนี้วางไว้ต้นประโยคได้ หรือวางหลังประเด็นที่ขยายความเหมือนในประโยคนี้ก็ได้ ในที่นี้อย่าเข้าใจ with ว่า “ร่วมกับ” เพราะ to begin with ทั้งวลีทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี to begin with: ____, this game is easy to learn.

ดูคำตอบ

To begin with

so I get excited by it. วลี

2:27

ฉันเลยตื่นเต้นกับมัน

วลี

get excited by it: รู้สึกตื่นเต้นเพราะบางสิ่ง

ใน get excited คำว่า get เป็นกริยาเชื่อม หมายถึง “กลายเป็น” หรือ “เริ่มรู้สึก” ไม่ใช่ “ได้รับ” คำว่า excited บอกความรู้สึกของผู้พูด ดังนั้น get excited จึงหมายถึงเริ่มรู้สึกตื่นเต้น by it ระบุสิ่งที่กระตุ้นความรู้สึกนั้น ในที่นี้ it หมายถึงงานบัญชีหรือการจัดการบัญชี โครงสร้าง get + คำคุณศัพท์บอกความรู้สึก + by something ใช้แสดงว่าบางสิ่งทำให้อารมณ์เปลี่ยนไปได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการทดลองทำให้ Maya รู้สึกตื่นเต้น

  1. Maya gets excited by the experiment.
  2. Maya gets excitement by the experiment.
  3. Maya gets exciting by the experiment.
ดูคำตอบ

Maya gets excited by the experiment.

When I actually get to do it, วลี

2:29

พอได้ลงมือทำจริงๆ

I enjoyed it a lot.

2:31

ฉันสนุกกับมันมาก

วลี

get to do it: มีโอกาสทำบางสิ่ง

get to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “มีโอกาสหรือได้รับอนุญาตให้ทำบางสิ่ง” มักสื่อว่าโอกาสนั้นน่ายินดี พิเศษ หรือไม่ได้มีอยู่เสมอ ใน get to do it คำว่า do เป็นกริยารูปพื้นฐาน และ it หมายถึงงานบัญชี ในที่นี้ get ไม่ได้แปลว่า “ไปถึง” แต่ทั้งวลีบอกว่าผู้พูดได้มีส่วนร่วมทำงานนั้นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “มีโอกาสได้ทำ”: Tomorrow, I ____ feed the penguins at the zoo.

ดูคำตอบ

get to

Since we are doing the actual job, ไวยากรณ์

2:32

เนื่องจากเราได้ทำงานจริงๆ

with this hands-on experience, การใช้คำ

2:34

ด้วยประสบการณ์ตรงนี้

we see the school's real spending and the things we purchased.

2:36

เราได้เห็นรายจ่ายจริงของโรงเรียนและของที่เราซื้อ

ไวยากรณ์

Since we are doing the actual job: since ที่หมายถึง “เพราะ”

ในที่นี้ since หมายถึง “เพราะ” Since we are doing the actual job เป็นอนุประโยคบอกเหตุผล ซึ่งอธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงมองเห็นค่าใช้จ่ายจริงและสิ่งของที่โรงเรียนซื้อ อนุประโยคบอกเหตุผลที่ใช้ since สามารถอยู่หน้าประโยคหลักที่บอกผลได้ ในประโยคนี้ since ไม่ได้บอกจุดเริ่มต้นของเวลา

แบบฝึกหัด

since หมายถึงอะไรในประโยคนี้? Since the bus is late, we'll walk.

  1. บอกว่าการเดินเกิดขึ้นก่อนรถบัสมาสาย
  2. บอกเหตุผลว่า รถบัสมาสาย
  3. บอกว่ารถบัสเริ่มมาสายเมื่อไร
ดูคำตอบ

บอกเหตุผลว่า รถบัสมาสาย

การใช้คำ

hands-on experience: ประสบการณ์ที่ได้จากการลงมือทำ

hands-on experience คือประสบการณ์ที่ได้จากการลงมือทำงานจริงด้วยตนเอง ไม่ใช่เพียงอ่านเรื่องนั้นหรือดูคนอื่นทำ ในประโยคนี้ การทำงานจริงทำให้ผู้พูดได้รับความรู้เชิงปฏิบัติโดยตรง hands-on เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย experience เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่าคำสองคำนี้ทำหน้าที่ร่วมกันหน้าคำนาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่คำแรกมีเครื่องหมายยัติภังค์ วลีนี้หมายถึงประสบการณ์ที่ได้จากการลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยตนเอง: The robotics workshop gives children valuable ____.

ดูคำตอบ

hands-on experience

So, you went to a local school before,

2:40

งั้นก่อนหน้านี้คุณเรียนโรงเรียนแถวนี้

just in this area?

2:43

ในละแวกนี้ใช่ไหม?

What are the differences between that school and this school and

2:44

ความแตกต่างระหว่างโรงเรียนนั้นกับโรงเรียนนี้คืออะไร และ...

My old school wasn't like this.

2:49

โรงเรียนเก่าของฉันไม่ได้เป็นแบบนี้

It was just classes and then home.

2:51

ก็แค่มาเรียนแล้วก็กลับบ้าน

Here, I get to try so many things,

2:54

ที่นี่ฉันได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่าง

gain real-world experience, and work on my leadership skills with my friends. โน้ต

2:56

ได้ประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริง และฝึกทักษะความเป็นผู้นำร่วมกับเพื่อนๆ

การใช้คำ

gain real-world experience: ได้รับประสบการณ์จากสถานการณ์จริง

Gain experience หมายถึงการสะสมความรู้และทักษะจากการลงมือทำบางอย่าง ในประโยคนี้ real-world บอกว่าประสบการณ์มาจากกิจกรรมและสถานการณ์จริง ไม่ใช่แค่บทเรียน แบบฝึกหัด หรือตัวอย่างที่จินตนาการขึ้น เมื่อรวมกัน gain real-world experience จึงหมายถึงการเรียนรู้ว่าสิ่งต่าง ๆ ทำงานอย่างไรจากการเข้าไปมีส่วนร่วมในสถานการณ์ที่ได้ลงมือทำจริง

แบบฝึกหัด

พิพิธภัณฑ์ให้เด็ก ๆ ช่วยจัดนิทรรศการจริงแทนที่จะเพียงอ่านเรื่องนิทรรศการ ประโยคใดอธิบายสิ่งที่พวกเขาได้รับได้ดีที่สุด

  1. They avoid doing any practical work.
  2. They gain experience only from a textbook.
  3. They gain real-world experience.
ดูคำตอบ

They gain real-world experience.

วลี

work on my leadership skills: พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำของฉัน

Work on something หมายถึงการใช้เวลาและความพยายามเพื่อปรับปรุง พัฒนา หรือจัดการบางสิ่ง ในประโยคนี้ work on my leadership skills หมายถึงการฝึกและเสริมความสามารถในการนำและช่วยเหลือกลุ่ม โครงสร้างคือ work on + ทักษะ ปัญหา งาน หรือโครงการ โดยเน้นความพยายามอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำให้เสร็จทันทีเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง work on + a skill ให้สมบูรณ์: I want to work ____ my drawing skills.

ดูคำตอบ

on

I never had these opportunities before,

3:01

ฉันไม่เคยมีโอกาสแบบนี้มาก่อนเลย

and the school has been amazing.

3:03

และโรงเรียนนี้ก็วิเศษมาก

Nooneem says shopping at the market is a hands-on experience.

3:05

Nooneem บอกว่าการซื้อของที่ตลาดเป็น 'hands-on experience' (ประสบการณ์ตรง)

She's actively involved in doing something practical,

3:09

เธอมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการทำสิ่งที่เป็นรูปธรรม

rather than getting someone else to do it. ไวยากรณ์

3:13

แทนที่จะให้คนอื่นทำให้

ไวยากรณ์

rather than getting someone else to do it: ตัดทางเลือกอีกแบบออก

rather than ใช้นำหน้าทางเลือกที่ไม่ได้ถูกเลือก ประโยคนี้บอกว่าเธอลงมือทำงานที่เป็นรูปธรรมด้วยตัวเอง ส่วน getting someone else to do it คือทางเลือกที่ถูกตัดออก doing และ getting ต่างก็เป็นรูป -ing จึงทำให้การกระทำทั้งสองอย่างวางเทียบกันได้อย่างชัดเจน get someone to do something หมายถึงขอ โน้มน้าว หรือจัดการให้คนนั้นทำบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าเอวาทำงานด้วยตัวเองและตัดทางเลือกที่จะให้คนอื่นทำออกไป

  1. Ava got someone else to do the task rather than doing it herself.
  2. Ava did the task herself after asking someone else for advice.
  3. Ava did the task herself rather than getting someone else to do it.
ดูคำตอบ

Ava did the task herself rather than getting someone else to do it.

She enjoys managing the food accounts

3:16

เธอสนุกกับการจัดการบัญชีค่าอาหาร

because it's real-world experience.

3:17

เพราะมันเป็นประสบการณ์ 'real-world' (โลกแห่งความเป็นจริง)

The phrase real-world describes how the world works in reality,

3:20

วลี 'real-world' อธิบายว่าโลกทำงานอย่างไรในความเป็นจริง

rather than someone's idea of it,

3:25

ไม่ใช่ตามที่ใครบางคนคิด

which might be unrealistic.

3:26

ซึ่งอาจจะไม่สมจริง

Children at the Bamboo School get opportunities วลี

3:29

เด็กๆ ที่ Bamboo School ได้รับโอกาส

to try something new and different outside the classroom,

3:31

ที่จะได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ และแตกต่างออกไปนอกห้องเรียน

วลี

get opportunities to try something: ได้รับโอกาสให้ลองทำ

get opportunities to try something หมายถึงมีโอกาสได้ลองทำบางสิ่ง ในประโยคนี้เด็ก ๆ ได้รับโอกาสให้สัมผัสกิจกรรมใหม่ ๆ นอกห้องเรียน หลัง opportunity หรือ opportunities ใช้ to + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกการกระทำที่สามารถทำได้ เช่น an opportunity to try และ opportunities to learn

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้เชื่อม opportunities กับคำกริยารูปพื้นฐานในรูปแบบเป้าหมาย: At camp, children get opportunities ____ try new sports.

ดูคำตอบ

to

increasing the chances they'll find something they're really good at. ไวยากรณ์

3:35

เพิ่มโอกาสที่จะค้นพบสิ่งที่ตัวเองถนัดจริงๆ

ไวยากรณ์

ใช้ increasing the chances they'll find ... เพื่อเสริมผลลัพธ์

ในที่นี้ increasing the chances ... เป็นวลี participle รูป -ing ที่ใช้เสริมผลจากการกระทำในอนุประโยคก่อนหน้า หมายความว่าการกระทำก่อนหน้านั้นทำให้การค้นพบสิ่งที่ถนัดมีโอกาสเกิดขึ้นมากขึ้น โดย increasing บอกผลกระทบ ไม่ใช่การกระทำใหม่ที่แยกออกมา ใน the chances they'll find ... มีการละ that หลัง chances ส่วนใน something they're really good at ก็ละคำเชื่อมสัมพันธ์ that เช่นกัน และ at ต้องคงอยู่เพราะเป็นส่วนหนึ่งของ be good at

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing ได้ถูกต้องเพื่อบอกผลจากการกระทำก่อนหน้า

  1. The town opened more sports clubs, increasing the chances children will find an activity they enjoy.
  2. The town opened more sports clubs, to increased the chances children will find an activity they enjoy.
  3. The town opened more sports clubs, increase the chances children will find an activity they enjoy.
ดูคำตอบ

The town opened more sports clubs, increasing the chances children will find an activity they enjoy.

Of course, there are some adults.

3:39

แน่นอนว่ามีผู้ใหญ่อยู่บ้าง

Every school needs teachers,

3:42

ทุกโรงเรียนจำเป็นต้องมีครู

but what's special is how children are trusted and respond positively to that trust. โน้ต

3:44

แต่สิ่งที่พิเศษคือเด็กๆ ได้รับความไว้วางใจอย่างไรและตอบสนองต่อความไว้วางใจนั้นในเชิงบวก

ไวยากรณ์

ใช้ what's special is how ... เพื่อเน้นจุดที่โดดเด่น

What's special is ... หมายถึง “สิ่งที่พิเศษคือ……” โดย What's special เป็นอนุประโยคคำนามที่ขึ้นต้นด้วย what และทำหน้าที่เป็นประธาน ไม่ใช่คำถาม อนุประโยค how หลัง is บอกวิธีหรือสถานการณ์ที่ทำให้สิ่งหนึ่งพิเศษ ในที่นี้เน้นวิธีที่เด็ก ๆ ได้รับความไว้วางใจและตอบสนองต่อความไว้วางใจนั้นในทางบวก ไม่ได้เพียงบอกว่ามีความไว้วางใจอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นวิธีที่เด็ก ๆ แก้ปัญหาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. What's special is how the children solve the problem together.
  2. What special is how the children solve the problem together.
  3. What's special is that the children solve the problem together.
ดูคำตอบ

What's special is how the children solve the problem together.

วลี

respond positively to that trust: ตอบรับความไว้วางใจนั้นในทางบวก

respond positively to something หมายถึง ตอบสนองต่อสิ่งนั้นในทางที่ดี เต็มใจ หรือสร้างสรรค์ คำว่า respond ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการตอบด้วยคำพูดเท่านั้น แต่ใช้บรรยายการกระทำหรือท่าทีได้ด้วย ในประโยคนี้ that trust หมายถึงความไว้วางใจที่ผู้ใหญ่มอบให้เด็ก ๆ วลีนี้นำเสนอการกระทำของเด็ก ๆ ว่าเป็นการตอบสนองอย่างสร้างสรรค์ต่อการได้รับความไว้วางใจ ไม่ใช่แค่การตอบคำพูด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ respond positively to เพื่อบอกว่ามีปฏิกิริยาเชิงบวกต่อแผนใหม่

  1. The team responded positively to the new schedule.
  2. The team responded positively the new schedule.
  3. The team responded positive to the new schedule.
ดูคำตอบ

The team responded positively to the new schedule.

Here's reporter William Kremer again,

3:50

กลับมาที่ผู้สื่อข่าว William Kremer อีกครั้ง

speaking with Myra Anubi for BBC World Service program People Fixing the World.

3:53

กำลังพูดคุยกับ Myra Anubi ในรายการ People Fixing the World ของ BBC World Service

So, just to be clear, น้ำเสียง/เจตนา

3:59

เพื่อความชัดเจน

น้ำเสียง/เจตนา

So, just to be clear: ใช้เพื่อยืนยันความเข้าใจอย่างสุภาพ

So, just to be clear เป็นวลีเชื่อมบทสนทนาที่สุภาพ ใช้ก่อนการพูดข้อมูลเดิมอีกครั้งหรือก่อนถามเพื่อยืนยันความเข้าใจ วลีนี้บอกว่าผู้พูดต้องการแน่ใจว่าตนเข้าใจข้อมูลอย่างถูกต้อง ในที่นี้ So เชื่อมการชี้แจงเข้ากับเรื่องที่เพิ่งพูดกัน ส่วน just ช่วยทำให้น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น วลีนี้ไม่ได้หมายความว่ากำลังตำหนิว่าอีกฝ่ายพูดไม่ชัดเจนเสมอไป แต่เป็นการนำเสนอข้อความถัดไปในฐานะการตรวจสอบอย่างรอบคอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ยืนยันอย่างสุภาพว่าผู้พูดเข้าใจเวลานัดหมายถูกต้อง

  1. So, just to be clear, are we meeting at the library at three?
  2. You were unclear. Are we meeting at the library at three?
  3. Be clear: are we meeting at the library at three?
ดูคำตอบ

So, just to be clear, are we meeting at the library at three?

it seems like the grown-ups are still in charge in the classrooms, โน้ต

4:00

ดูเหมือนว่าผู้ใหญ่จะยังคงเป็นผู้ดูแลในห้องเรียน

น้ำเสียง/เจตนา

it seems like: การอนุมานอย่างระมัดระวัง

it seems like ใช้นำเสนอข้อสรุปจากสิ่งที่ผู้พูดสังเกตเห็นหรือได้ยินมา ในประโยคนี้ ผู้พูดอนุมานว่าผู้ใหญ่ยังคงรับผิดชอบในห้องเรียน ไม่ได้ยืนยันว่าเรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์แล้ว วลีนี้ช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าว โดยลดระดับความแน่ใจและเปิดโอกาสให้แก้ไขข้อสรุปได้ โครงสร้างที่ใช้บ่อยคือ it seems like + อนุประโยค เช่น It seems like everyone is ready.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างระมัดระวังที่สุดว่าทุกคนดูเหมือนจะพร้อมแล้ว?

  1. Everyone is definitely ready.
  2. Everyone is ready, without a doubt.
  3. It seems like everyone is ready.
ดูคำตอบ

It seems like everyone is ready.

วลี

in charge: รับผิดชอบและเป็นผู้ควบคุม

be in charge หมายถึงรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นและมีอำนาจตัดสินใจ ในที่นี้ ผู้ใหญ่ยังคงดูแลห้องเรียนและเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญที่นั่น ในวลีตายตัวนี้ charge ไม่ได้หมายถึง “ค่าธรรมเนียม” หรือ “การชาร์จแบตเตอรี่”

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่แปลว่า “รับผิดชอบ” ให้สมบูรณ์: Ms Lee is ____ of the school play.

ดูคำตอบ

in charge

but outside it's the kids who run stuff. การใช้คำ

4:05

แต่ข้างนอกห้องเรียน เด็กๆ จะเป็นคนจัดการสิ่งต่างๆ

การใช้คำ

grown-ups และ kids: คำไม่เป็นทางการสำหรับกลุ่มอายุ

grown-ups หมายถึง adults และ kids หมายถึง children ทั้งสองคำเป็นคำนามไม่เป็นทางการที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อนำมาใช้คู่กันในประโยคนี้ จะทำให้การเปรียบเทียบมีน้ำเสียงสบาย ๆ และเป็นภาษาสนทนา ไม่ใช่ภาษาทางการ คำคู่ที่เป็นกลางกว่าคือ adults และ children กลุ่มคนที่กล่าวถึงไม่ได้เปลี่ยนไป เปลี่ยนเพียงระดับความเป็นทางการเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำที่เป็นกลางและเหมาะสมที่สุดสำหรับรายงานโรงเรียนที่เป็นทางการ?

  1. The report includes responses from grown-ups and kids.
  2. The report includes responses from adults and children.
  3. The report includes responses from adults and kids.
ดูคำตอบ

The report includes responses from adults and children.

การใช้คำ

run stuff: run ที่หมายถึง “จัดการ”

ใน run stuff คำว่า run หมายถึงจัดการหรือบริหาร ไม่ได้หมายถึงวิ่ง ส่วน stuff เป็นคำพูดทั่วไปแบบไม่เป็นทางการ ใช้เรียกสิ่งต่าง ๆ กิจกรรม หรืองานที่ไม่ได้บอกชื่อทีละอย่าง ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่าเด็ก ๆ เป็นผู้ดูแลและควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นนอกห้องเรียน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The kids run stuff at the festival,” คำว่า run stuff หมายถึงอะไร?

  1. พวกเขาวิ่งจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
  2. พวกเขาจัดการเรื่องต่าง ๆ
  3. พวกเขาใส่สิ่งของลงในกระเป๋า
ดูคำตอบ

พวกเขาจัดการเรื่องต่าง ๆ

Yeah, I think that's broadly right. น้ำเสียง/เจตนา

4:08

ใช่ ฉันคิดว่าโดยรวมเป็นแบบนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

broadly right: ถูกต้องในภาพรวม

ในประโยคนี้ broadly right หมายถึง “ถูกในใจความสำคัญ” หรือ “โดยรวมแล้วถูกต้อง” broadly บอกว่าคำตัดสินนี้ใช้ได้กับภาพรวมมากน้อยเพียงใด ไม่ได้หมายถึง “อย่างกว้าง” ในแง่พื้นที่ ผู้พูดยอมรับใจความหลัก แต่ยังเว้นที่ไว้สำหรับการเสริมหรือแก้รายละเอียด I think ทำให้การเห็นด้วยนี้ฟังดูไม่ฟันธงจนเกินไป

แบบฝึกหัด

เพื่อนเข้าใจใจความหลัก แต่มีรายละเอียดเล็ก ๆ ผิดหนึ่งจุด คำตอบใดเหมาะที่สุด

  1. That's completely wrong.
  2. That's broadly right.
  3. That's exactly right in every detail.
ดูคำตอบ

That's broadly right.

And I think one of the things that's interesting about this school ไวยากรณ์

4:10

และฉันคิดว่าสิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเกี่ยวกับโรงเรียนนี้

is it manages to be quite conventional in some ways โน้ต

4:12

ก็คือมันสามารถจัดการให้มีความเป็นแบบแผนดั้งเดิมในบางแง่มุม

and really innovative, or even radical, in others.

4:16

และมีนวัตกรรมที่ล้ำสมัย หรือถึงขั้นแหวกแนวในแง่มุมอื่นๆ

ไวยากรณ์

one of the things that's interesting about ... is ...: ยกจุดที่น่าสนใจหนึ่งอย่างขึ้นมาพูด

One of the things that's interesting about X is ... เป็นโครงสร้างสำหรับยกจุดเด่นอย่างหนึ่งของ X ขึ้นมาพูด โครงสร้างนี้บอกเป็นนัยว่ามีหลายจุดที่พูดถึงได้ แล้วจึงเน้นไปที่จุดหนึ่ง โดยใจความหลักจะอยู่หลัง is ตัวสุดท้าย หลัง one of ต้องใช้คำนามพหูพจน์ things ไม่ใช่ thing ในที่นี้ that's เป็นรูปย่อของ that is ส่วน is ตัวสุดท้ายอยู่ในโครงสร้างหลักและใช้เกริ่นข้อมูลของจุดที่เลือกไว้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสำหรับยกจุดที่น่าสนใจหนึ่งอย่างขึ้นมาพูด: ____ that's interesting about this museum is its garden on the roof.

ดูคำตอบ

One of the things

วลี

it manages to be: ทำให้คุณลักษณะที่คาดไม่ถึงอยู่ร่วมกันได้

manage to + คำกริยา หมายถึงทำบางอย่างได้สำเร็จ โดยมักใช้เมื่อสิ่งนั้นยากหรือผลลัพธ์น่าประหลาดใจ ในที่นี้ it manages to be หมายถึงโรงเรียนสามารถรวมคุณลักษณะที่ดูเหมือนไปคนละทิศทางไว้ด้วยกันได้ เมื่อเทียบกับการพูดเพียงว่า it is คำว่า manages to be ทำให้การรวมคุณลักษณะนั้นดูเป็นความสำเร็จหรือผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง ในโครงสร้างนี้ manage ไม่ได้หมายถึง “บริหาร” หรือ “ควบคุม”

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ manage to be ลงในประโยค: The tiny apartment ____ bright and spacious.

ดูคำตอบ

manages to be

ลำดับความ

in some ways ... in others: เปรียบเทียบด้านที่แตกต่างกัน

โครงสร้าง X in some ways and Y in others แบ่งเรื่องเดียวกันออกเป็นหลายด้าน ในที่นี้โรงเรียนมีความเป็นแบบแผนในบางด้าน แต่มีความสร้างสรรค์ในด้านอื่น โดย in others เป็นรูปย่อของ in other ways จากนั้นผู้พูดเพิ่มน้ำหนักให้ innovative ด้วย or even radical โครงสร้างนี้ช่วยอธิบายอย่างสมดุลแทนการตัดสินด้วยป้ายแบบสุดขั้วเพียงคำเดียว เพราะคำบรรยายที่ดูตรงข้ามกันอาจเป็นจริงทั้งคู่เมื่อกล่าวถึงคนละด้าน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย in some ways ... in others: The new library is traditional ____ and futuristic ____.

ดูคำตอบ

in some ways · in others

At the Bamboo School,

4:20

ที่ Bamboo School

the grown-ups, another word for adults,

4:21

พวก 'grown-ups' ซึ่งเป็นอีกคำหนึ่งสำหรับผู้ใหญ่

are still in charge in the classroom,

4:24

ยังคงเป็นผู้ดูแลในห้องเรียน

but it's the kids, or children, who run everything.

4:27

แต่พวก 'kids' หรือเด็กๆ เป็นคนจัดการทุกอย่าง

It's a radical idea and means that besides lessons, โน้ต

4:31

นี่เป็นแนวคิดที่แหวกแนวและหมายความว่านอกจากบทเรียนแล้ว

there's lots of work to be done. ไวยากรณ์

4:35

ยังมีงานอีกมากมายที่ต้องทำ

การใช้คำ

It's a radical idea: แนวคิดที่เปลี่ยนจากวิธีปกติอย่างมาก

ในวลี a radical idea คำว่า radical หมายถึงสิ่งที่แตกต่างจากวิธีปกติอย่างมากและมีแนวโน้มจะเปลี่ยนวิธีนั้นในระดับพื้นฐาน คำนี้ทำให้แนวคิดฟังดูกล้ากว่าแค่สิ่งที่ใหม่หรือไม่ธรรมดามาก สิ่งที่ไม่ธรรมดาในที่นี้คือเด็ก ๆ ช่วยบริหารโรงเรียนควบคู่กับการเรียน radical บอกว่าแนวคิดนี้ต่างจากวิธีดำเนินงานของโรงเรียนทั่วไปมากเพียงใด และในประโยคนี้ไม่ได้เป็นคำเรียกทางการเมือง

แบบฝึกหัด

แผนใดเหมาะที่สุดที่จะเรียกว่า radical?

  1. คงกฎทุกข้อไว้เหมือนเดิมทุกประการ
  2. ขยับเก้าอี้หนึ่งตัวไม่กี่เซนติเมตร
  3. ให้ผู้เข้าชมสัมผัสของจัดแสดงทุกชิ้นแทนที่จะเก็บไว้หลังกระจก
ดูคำตอบ

ให้ผู้เข้าชมสัมผัสของจัดแสดงทุกชิ้นแทนที่จะเก็บไว้หลังกระจก

วลี

that besides lessons: เพิ่มสิ่งอื่นนอกเหนือจากบทเรียน

ใน means that คำว่า that นำเข้าสู่เนื้อหาว่าแนวคิดนั้นหมายถึงอะไร ภายในอนุประโยคนี้ besides lessons หมายถึง “นอกจากบทเรียนแล้ว ยังมีสิ่งอื่นด้วย” besides ในที่นี้เป็นคำบุพบทและตามด้วยคำนาม lessons คำนี้เพิ่มหมวดอื่นโดยไม่ได้ตัดบทเรียนออก กล่าวคือยังมีบทเรียนอยู่และมีงานอื่นเพิ่มเติมด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย besides หรือ beside โดยใช้คำที่หมายถึง “นอกจาก…แล้วยัง…”: ____ science, the club offers art and music.

ดูคำตอบ

Besides

ไวยากรณ์

there's lots of work to be done: งานที่ยังต้องทำให้เสร็จ

ใน there's lots of work to be done คำว่า work คือสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จ ส่วน to be done เป็น infinitive รูป passive ซึ่งประกอบด้วย be และ past participle done วลีนี้กล่าวถึงงานที่ยังรอให้ใครบางคนลงมือทำ ไม่ได้หมายความว่างานนั้นเสร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย infinitive รูป passive ของ do เพื่อแสดงว่างานยังไม่เสร็จ: The room is not ready, and there's still a lot of work ____.

ดูคำตอบ

to be done

Children do 2 hours of community service. วัฒนธรรม

4:37

เด็กๆ จะทำ 'community service' (บริการชุมชน) เป็นเวลา 2 ชั่วโมง

That's work that is done without pay

4:40

นั่นคืองานที่ทำโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

to help people in a community every week.

4:42

เพื่อช่วยเหลือผู้คนในชุมชนทุกสัปดาห์

วัฒนธรรม

community service: งานไม่รับค่าจ้างเพื่อช่วยชุมชน

Community service คือกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อช่วยชุมชนหรือสาธารณชน โดยทั่วไปไม่รับค่าจ้าง ในตัวอย่างนี้ ประโยคถัดไปอธิบายความหมายสองส่วนโดยตรง คือไม่ได้รับค่าจ้างและช่วยเหลือผู้คนในชุมชน

แบบฝึกหัด

กิจกรรมใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ community service?

  1. ทำการบ้านของตนเองที่บ้าน
  2. เก็บขยะในสวนสาธารณะโดยไม่รับค่าจ้าง
  3. ให้บริการลูกค้าที่จ่ายเงินในร้านกาแฟ
ดูคำตอบ

เก็บขยะในสวนสาธารณะโดยไม่รับค่าจ้าง

Anyway, I think it's time to reveal the answer to your question.

4:45

เอาล่ะ ผมคิดว่าถึงเวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของคุณแล้ว

Yes, we just heard that kids go to the Bamboo School for free,

4:49

ใช่ เราเพิ่งได้ยินว่าเด็กๆ ไปเรียนที่ Bamboo School ฟรี

but do something in return.

4:53

แต่ต้องทำบางอย่างเป็นการตอบแทน

But what?

4:55

แต่ทำอะไรล่ะ?

Georgie guessed it was learning English,

4:56

Georgie เดาว่าเป็นการเรียนภาษาอังกฤษ

which was the wrong answer, I'm afraid. น้ำเสียง/เจตนา

4:59

ซึ่งเป็นคำตอบที่ผิดนะผมเกรงว่า

น้ำเสียง/เจตนา

I'm afraid ที่ใช้บอกข่าวร้ายให้นุ่มนวลและสุภาพ

ในที่นี้ I'm afraid ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดรู้สึกกลัว แต่ทำหน้าที่คล้าย unfortunately คือผู้พูดกำลังบอกอย่างสุภาพว่าสิ่งที่จอร์จีเดานั้นผิด เมื่อวางไว้ท้ายประโยคเหมือนในตัวอย่างนี้ วลีนี้จะช่วยให้น้ำเสียงของการแก้ไขนุ่มนวลลงหลังจากบอกข่าวที่น่าผิดหวังไปแล้ว และยังวางไว้ข้างหน้าได้ด้วย: I'm afraid the answer is wrong.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างสุภาพว่าไม่มีตั๋วเหลือแล้ว ซึ่งเป็นข่าวที่น่าผิดหวัง

  1. I'm afraid there are no tickets left.
  2. I'm afraid of the tickets.
  3. Luckily, there are no tickets left.
ดูคำตอบ

I'm afraid there are no tickets left.

In fact, pupils at the school have to plant trees, ลำดับความ

5:03

ในความเป็นจริง นักเรียนที่โรงเรียนต้องปลูกต้นไม้

400 of them every year.

5:07

ปีละ 400 ต้น

ลำดับความ

In fact สำหรับแก้ไขข้อมูลก่อนหน้า

In fact บอกผู้ฟังว่าข้อมูลต่อไปนี้จะแก้ไขหรือแทนที่ความคิดก่อนหน้า ในที่นี้ การเดาก่อนหน้านั้นผิด และ In fact นำเข้าสู่สิ่งที่นักเรียนต้องทำจริง ๆ วลีนี้ยังใช้เพื่อบอกข้อเท็จจริงที่เจาะจงหรือน่าประหลาดใจมากขึ้นได้ด้วย ไม่ใช่คำเปิดประโยคที่ไม่มีความหมาย แต่แสดงว่าข้อความใหม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่กล่าวมาก่อนอย่างไร

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกว่าร้านปิดหกโมง แต่คุณรู้ว่าร้านปิดหนึ่งทุ่ม คำตอบใดแก้ไขข้อมูลก่อนหน้าได้อย่างชัดเจน

  1. In fact, it closes at seven.
  2. Also, it closes at seven.
  3. For example, it closes at seven.
ดูคำตอบ

In fact, it closes at seven.

Right, let's recap the vocabulary we've learned from this program ลำดับความ

5:10

เอาล่ะ มาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้จากรายการนี้กัน

ลำดับความ

Right, let's recap: การเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงทบทวน

Right ที่อยู่ต้นประโยคเป็นคำบอกลำดับในการพูด มีความหมายใกล้เคียงกับ “เอาล่ะ” หรือ “ทีนี้” ไม่ได้หมายถึง “ถูกต้อง” หรือทิศขวาที่ตรงข้ามกับซ้าย คำนี้บอกว่าผู้พูดกำลังจบช่วงหนึ่งและนำผู้ฟังเข้าสู่ช่วงถัดไป Let's recap บอกว่าช่วงถัดไปจะเป็นการทบทวนประเด็นสำคัญอย่างสั้น ๆ เมื่อใช้รวมกัน Right, let's recap จะพาผู้ฟังจากเนื้อหาหลักเข้าสู่ช่วงสรุปอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ครูกำลังจะทบทวนแนวคิดหลักตอนจบชั้นเรียน ประโยคใดบอกการเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Right means the opposite of left.
  2. Right, let's recap what we learned today.
  3. Let's start a completely different lesson.
ดูคำตอบ

Right, let's recap what we learned today.

about a school where the kids, or children,

5:14

เกี่ยวกับโรงเรียนที่ 'kids' หรือเด็กๆ

call the shots.

5:17

« call the shots » (เป็นผู้ตัดสินใจ)

A phrase meaning have the power to make the important decisions.

5:18

วลีนี้หมายถึงการมีอำนาจในการตัดสินใจที่สำคัญ

Hands-on experience means being actively involved in doing something practical,

5:22

« Hands-on experience » หมายถึงการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการลงมือปฏิบัติจริง

rather than just talking about it or getting someone else to do it.

5:28

ไม่ใช่แค่พูดถึงมันหรือให้คนอื่นทำแทน

The phrase real-world is used to describe how the world really is,

5:32

วลี « real-world » ใช้เพื่ออธิบายว่าโลกที่แท้จริงเป็นอย่างไร

rather than someone's idea of it,

5:36

ไม่ใช่ความคิดของใครบางคนที่มีต่อมัน

which may be unrealistic or untypical.

5:38

ซึ่งอาจจะไม่สมจริงหรือผิดแปลกไป

A grown-up is an informal word for an adult,

5:41

« Grown-up » เป็นคำไม่เป็นทางการสำหรับผู้ใหญ่

and a kid is an informal word for a child.

5:45

และ « kid » เป็นคำไม่เป็นทางการสำหรับเด็ก

And finally,

5:48

และสุดท้าย

community service is work that is done without pay to help people in a community.

5:49

« community service » คืองานที่ทำโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนเพื่อช่วยเหลือคนในชุมชน

Once again, our 6 minutes are up. วลี

5:55

หมดเวลา 6 นาทีของเราอีกแล้ว

วลี

our 6 minutes are up: การบอกว่าเวลาที่กำหนดสิ้นสุดแล้ว

ในโครงสร้าง “ช่วงเวลา + be up” คำว่า up หมายถึง “สิ้นสุด” หรือ “ใช้หมดแล้ว” ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้างบน” Our 6 minutes are up บอกว่าช่วงเวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว และถึงเวลาหยุดหรือไปยังขั้นตอนต่อไป คำกริยาต้องสอดคล้องกับวลีบอกเวลา: one minute is up แต่ six minutes are up ส่วนคำประกาศทั่วไปที่ใช้บ่อยคือ Time is up หรือ Time's up

แบบฝึกหัด

เติมคำประกาศให้สมบูรณ์โดยใช้สำนวน be up: Your one minute ____.

ดูคำตอบ

is up

But remember to join us again next time

5:57

แต่อย่าลืมกลับมาพบกับเราอีกครั้งในคราวหน้า

for more trending topics and useful vocabulary

5:59

สำหรับหัวข้อยอดฮิตและคำศัพท์ที่มีประโยชน์เพิ่มเติม

here at 6 Minute English.

6:02

ที่ 6 Minute English

Goodbye for now.

6:04

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

Bye.

6:05

ลาก่อน

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

6:08

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com