กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทางจริยธรรม: คุณจะโกหกไหม? - Sarah Stroud: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: การนัดรับประทานอาหารทำให้เกิดคำถามทางจริยธรรมว่า ควรโกหกเรื่องเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้เพื่อนที่มาสายเป็นประจำมาถึงช้าอีกหรือไม่ เนื้อหาเปรียบเทียบข้อห้ามโกหกอย่างเด็ดขาดของคานท์กับแนวคิดของมิลล์ที่ให้ความสำคัญกับความสุขโดยรวม ก่อนพิจารณาเรื่องการแทรกแซงแบบผู้ปกครอง ความเป็นอิสระ และความเคารพ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. set up your friend Carey with your acquaintance Emerson — กริยาวลี: เรียนรู้ว่า set up ... with ... ในบริบทนี้หมายถึงการจัดให้คนสองคนรู้จักกันเพื่อสานสัมพันธ์ ไม่ใช่การประกอบหรือติดตั้งสิ่งของ และนำไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงการจับคู่หรือแผนทางสังคม 2. to be fair, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจว่าคำเชื่อมนี้ใช้ยอมรับส่วนที่สมเหตุสมผลของอีกฝ่ายก่อนจะให้ข้อจำกัดหรือโต้แย้ง และใช้เพื่อทำให้เหตุผลมีความสมดุลแทนที่จะฟันธงเกินไป 3. weigh potential happiness against guaranteed disrespect? — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ฝึกโครงสร้าง weigh X against Y สำหรับเปรียบเทียบผลลัพธ์หรือคุณค่าที่ขัดแย้งกัน และใช้วางกรอบทางเลือกที่ตัดสินใจยากในการถกเถียงด้านจริยธรรมหรือการตัดสินใจอื่น ๆ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Your plan to set up your friend Carey with your acquaintance Emerson is finally coming together. กริยาวลี
0:07แผนการของคุณที่จะจับคู่ Carey เพื่อนของคุณกับ Emerson คนรู้จักของคุณกำลังจะเป็นรูปเป็นร่างในที่สุด
set up A with B: จัดให้สองคนรู้จักกันหรือนัดเดต
ในที่นี้ set up A with B หมายถึงจัดให้ A กับ B ได้พบกัน โดยมักเป็นเพราะคิดว่าทั้งคู่อาจชอบกันหรือไปเดตกันได้ ไม่ได้หมายถึงการสร้างหรือติดตั้งสิ่งของ โครงสร้างคือ set up + คน A + with + คน B ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้กลางวลีกริยา เช่น set her up with Ben ไม่ใช่ set up her with Ben
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง set up A with B: Leo wants to ____ his sister ____ his friend Omar.
ดูคำตอบ
set up · with
coming together: ค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่าง
ในที่นี้ coming together หมายถึงส่วนต่าง ๆ ของแผนเริ่มทำงานร่วมกันเป็นภาพรวม ทำให้แผนเริ่มเป็นรูปเป็นร่างและคืบหน้า ไม่ได้หมายถึงผู้คนมารวมตัวกันจริง ๆ การใช้แบบนี้พบได้บ่อยกับแผน โครงการ กิจกรรม การแสดง งานออกแบบ และแนวคิด ส่วน finally สื่อว่าผู้พูดรอคอยความคืบหน้านี้มาระยะหนึ่งแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึงค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่าง: After weeks of planning, the community festival is finally ____.
ดูคำตอบ
coming together
Both individuals have heard all about each other and they're eager to meet for dinner. วลี
0:13ทั้งสองคนได้ฟังเรื่องราวของกันและกันมาแล้ว และพวกเขากระตือรือร้นที่จะพบกันเพื่อทานอาหารค่ำ
have heard all about each other: ต่างฝ่ายต่างรู้เรื่องของกันและกันมาก่อน
have heard all about each other หมายถึง ทั้งสองคนได้รับรู้ข้อมูลมากมายเกี่ยวกับอีกฝ่ายมาก่อนแล้ว โดยปกติจะได้ยินมาจากคนอื่น ส่วน each other ทำให้ความสัมพันธ์นี้เป็นแบบสองทาง คือแต่ละฝ่ายต่างก็รู้เรื่องของอีกฝ่าย รูป present perfect อย่าง have heard เชื่อมโยงข้อมูลที่ได้รับมาก่อนหน้านี้กับการนัดพบที่กำลังจะเกิดขึ้น ในที่นี้ all about เป็นการเน้นแบบภาษาสนทนา หมายถึงรู้เรื่องมากมาย ไม่ได้หมายความว่ารู้ทุกรายละเอียดอย่างครบถ้วน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าแต่ละคนได้รับรู้เรื่องราวมากมายเกี่ยวกับอีกฝ่ายจากคนอื่นมาก่อนแล้ว
- They have heard each other.
- They have heard all about each other.
- They have heard of each other.
ดูคำตอบ
They have heard all about each other.
eager to meet: ตั้งตารอพบกันอย่างมากในเชิงบวก
eager to meet หมายถึงอยากพบใครสักคนมากและรู้สึกตื่นเต้นกับการได้พบกัน ในโครงสร้าง be eager to + กริยารูปพื้นฐาน eager แสดงความคาดหวังที่แรงและเป็นบวก ส่วน to นำหน้าการกระทำ สำนวนนี้มีน้ำหนักและความกระตือรือร้นมากกว่าเพียงแค่ want to meet ในประโยคนี้ eager ไม่ได้หมายถึงรู้สึกกังวลหรือเป็นห่วง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ eager และ meet ในโครงสร้างที่ถูกต้อง: After months of online teamwork, Lina is ____ her project partner in person.
ดูคำตอบ
eager to meet
You've just made them a reservation for Friday night วลี
0:17คุณเพิ่งจองโต๊ะให้พวกเขาสำหรับคืนวันศุกร์
make someone a reservation: จองให้ใครสักคน
make someone a reservation หมายถึงจัดการจองให้บุคคลนั้น ใน You've just made them a reservation คำว่า them ระบุผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการจอง ส่วน a reservation คือสิ่งที่ถูกจัดเตรียม นี่คือโครงสร้างกรรมสองตัว make + person + a reservation และสามารถสื่อความหมายเดียวกันด้วย make a reservation for someone เช่น You've just made a reservation for them.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณจัดการจองร้านอาหารให้ Sam?
- I made a reservation Sam for Saturday night.
- I made Sam reserve a table for Saturday night.
- I made Sam a reservation for Saturday night.
ดูคำตอบ
I made Sam a reservation for Saturday night.
and you're about to text Carey the details ไวยากรณ์
0:20และคุณกำลังจะส่งข้อความบอกรายละเอียดให้ Carey ทราบ
be about to text: การกระทำถัดไปที่กำลังจะเกิดขึ้น
be about to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการกระทำจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน มักเป็นการกระทำถัดไป ใน you're about to text ข้อความยังไม่ได้ถูกส่ง แต่คาดว่าจะส่งทันที ในที่นี้ about เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตายตัว be about to ไม่ได้หมายถึง “ประมาณ” ส่วน text เป็นกริยารูปพื้นฐานที่หมายถึง “ส่งข้อความ”
แบบฝึกหัด
เติมด้วย be about to ซึ่งเป็นโครงสร้างสำหรับการกระทำที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในชั่วขณะถัดไป: My finger is on the send button, and I'm ____ send the message.
ดูคำตอบ
about to
when an unsettling thought crosses your mind. สำนวน
0:22ตอนนั้นเองที่มีความคิดที่น่ากังวลแวบเข้ามาในหัวคุณ
crosses your mind: ความคิดผุดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เมื่อ a thought crosses your mind ความคิดหนึ่งจะผุดขึ้นมาในการรับรู้ของคุณอย่างกะทันหัน และมักอยู่เพียงชั่วครู่ thought หรือ idea เป็นประธานของประโยค ส่วนคำแสดงความเป็นเจ้าของอย่าง my, her หรือ your บอกว่าความคิดนั้นเกิดขึ้นในใจของใคร คำว่า crosses ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ความคิดที่ชวนไม่สบายใจผุดขึ้นมาเองโดยไม่ได้เกิดจากการตั้งใจคิดเป็นเวลานาน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a thought, idea, question หรือ possibility + cross + someone's mind
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ cross someone's mind: A strange possibility ____ during the meeting.
ดูคำตอบ
crossed my mind
We're talking 20 or even 30 minutes late. ลำดับความ
0:29เรากำลังพูดถึงการมาสาย 20 หรือแม้แต่ 30 นาที
We're talking + จำนวนที่เจาะจง
We're talking ในที่นี้ไม่ได้หมายความเป็นหลักว่าหลายคนกำลังสนทนากัน แต่ทำหน้าที่ชี้ไปยังรายละเอียดที่ชัดเจนซึ่งตามมา คือ 20 or even 30 minutes late กรอบภาษาพูดนี้เปลี่ยนคำกล่าวกว้าง ๆ ให้เป็นระดับที่จับต้องได้ ใช้ We're talking + จำนวน ขนาด ผลลัพธ์ หรือตัวอย่าง เมื่อต้องการให้ผู้ฟังสังเกตว่าบางสิ่งใหญ่หรือร้ายแรงจริง ๆ เพียงใด
แบบฝึกหัด
ใน “The repair will not be quick. We're talking at least two weeks,” คำว่า We're talking ทำหน้าที่อะไร
- ถามว่าการสนทนาเรื่องการซ่อมเริ่มขึ้นเมื่อใด
- บอกว่าหลายคนกำลังพูดถึงความล่าช้าอยู่ในขณะนั้น
- ทำให้ระยะเวลาล่าช้าชัดเจนและเน้นว่านานเพียงใด
ดูคำตอบ
ทำให้ระยะเวลาล่าช้าชัดเจนและเน้นว่านานเพียงใด
Carey seems to view punctuality as an oppressive relic of an earlier era. โน้ต
0:32Carey ดูเหมือนจะมองว่าความตรงต่อเวลาเป็นเพียงสิ่งตกทอดที่น่าอึดอัดจากยุคก่อน
seems to view X as Y: ดูเหมือนจะมอง X ว่าเป็น Y
โครงสร้าง view X as Y หมายถึงมองหรือถือว่า X เป็น Y โดย X คือสิ่งที่ถูกประเมิน (punctuality) และ Y คือคำประเมินที่ใช้กับสิ่งนั้น (an oppressive relic) ในที่นี้ as ใช้เชื่อมไปยังคำตัดสิน ไม่ได้แปลว่า “ด้วยวิธีแบบใดแบบหนึ่ง” seems to ทำให้ข้อความไม่ฟันธง ผู้พูดกำลังบอกความรู้สึกที่สังเกตได้เกี่ยวกับท่าทีของ Carey ไม่ใช่ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงแน่นอน seems to view X as Y จึงใช้บอกมุมมองของผู้อื่นอย่างระมัดระวังได้
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้เชื่อมไปยังคำประเมินในโครงสร้าง view X as Y: The board views the rule ____ unfair.
ดูคำตอบ
as
a relic of an earlier era: สิ่งตกค้างจากยุคก่อน
ตามความหมายตรงตัว relic คือสิ่งที่ยังหลงเหลือมาจากอดีต ในที่นี้ relic of an earlier era เป็นคำเปรียบเทียบที่มองว่า punctuality เป็นแนวคิดหรือแนวปฏิบัติที่ล้าสมัยและไม่เหมาะกับปัจจุบันแล้ว คำคุณศัพท์ oppressive ทำให้คำวิจารณ์แรงขึ้น โดยสื่อว่าการตรงต่อเวลาทำให้รู้สึกถูกควบคุมหรือเป็นภาระ ถ้อยคำนี้นำเสนอท่าทีที่คาดว่า Carey มีแบบเกินจริงและดูแคลน ไม่ใช่คำบรรยายประวัติศาสตร์ที่เป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ถ้าผู้เขียนเรียกกฎในที่ทำงานว่า a relic of an earlier era ผู้เขียนน่าจะหมายความว่าอย่างไร
- กฎนั้นเพิ่งนำมาใช้เมื่อไม่นานมานี้
- กฎนั้นเขียนอยู่บนวัตถุโบราณ
- กฎนั้นล้าสมัยและเป็นของอดีต
ดูคำตอบ
กฎนั้นล้าสมัยและเป็นของอดีต
But what if you told them dinner was at 6:00 instead of 6:30? โน้ต
0:36แต่ถ้าคุณบอกพวกเขาว่าอาหารค่ำคือ 6:00 น. แทนที่จะเป็น 6:30 น. ล่ะ?
What if you told them ...?: เสนอเรื่องสมมติ
What if you told them ...? ใช้เสนอทางเลือกหรือสถานการณ์สมมติ และชวนให้อีกฝ่ายคิดว่าถ้าบอกพวกเขาแบบนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้ถามว่าคุณบอกอะไรกับพวกเขาไปจริง ๆ แม้ told จะเป็นรูปอดีต แต่ในที่นี้ใช้เพื่อเว้นระยะจากความเป็นจริงและแสดงว่าเป็นเรื่องสมมติ ไม่ได้แปลว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีตเสมอไป โครงสร้าง What if + ประธาน + กริยารูปอดีต ใช้พูดถึงทางเลือกหรือการกระทำที่อาจทำได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ What if + ประธาน + กริยารูปอดีต เพื่อเสนอความเป็นไปได้ให้พูดคุยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- What if we took the bus?
- What did we take the bus?
- What if took we the bus?
ดูคำตอบ
What if we took the bus?
instead of 6:30?: แสดงการแทนที่
ในประโยคนี้ instead of 6:30 บอกว่าเวลาหกโมงครึ่งเป็นเวลาที่ถูกแทนที่ ข้อความที่เสนอคือมื้อเย็นตอนหกโมง ไม่ใช่หกโมงครึ่ง Instead of เชื่อมตัวเลือกที่เลือกกับทางเลือกที่ไม่ได้ใช้ หลัง instead of สามารถตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม เวลา หรือรูป -ing ได้ เช่น instead of taking the bus สำนวนนี้แสดงการแทนที่ ไม่ใช่การเพิ่มตัวเลือกอีกอย่าง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ instead of ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าเลือกตัวเลือกแรกและไม่ได้เลือกตัวเลือกที่สอง
- I took the train instead of driving.
- I took instead of the train driving.
- I took the train in addition to driving.
ดูคำตอบ
I took the train instead of driving.
That way they would almost certainly arrive on time. ลำดับความ
0:40ด้วยวิธีนี้พวกเขาเกือบจะมาถึงตรงเวลาอย่างแน่นอน
That way: เชื่อมวิธีทำกับผลลัพธ์
That way ย้อนกลับไปอ้างถึงวิธีหรือการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้หมายถึงการบอกว่าอาหารเย็นเริ่มเวลา 6:00 แล้วตามด้วยผลที่คาดไว้ คือพวกเขาจะมาถึงตรงเวลา สำนวนนี้จัดข้อมูลในลำดับ “วิธีทำแล้วตามด้วยผลลัพธ์” และมักหมายถึง “ถ้าทำแบบนั้น” หรือ “ด้วยการทำแบบนั้น” ในประโยคนี้ way ไม่ได้หมายถึงถนนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดเติมความสัมพันธ์ระหว่างวิธีทำกับผลลัพธ์ได้เหมาะสมที่สุด? Save the address on your phone. ____, you can find it quickly later.
- Either way
- By the way
- That way
ดูคำตอบ
That way
relationship to work: work ที่หมายถึง “ไปได้ดี”
ใน relationship to work คำว่า work ไม่ได้หมายถึง “ทำงาน” เมื่อ work ใช้บอกความเป็นไปของความสัมพันธ์ แผน หรือการจัดการบางอย่าง จะหมายถึง “สำเร็จ” หรือ “ดำเนินไปตามที่หวัง” ผู้พูดต้องการให้ความสัมพันธ์นี้ไปได้ดี โครงสร้างคือ want + กรรม + to-infinitive: want this relationship to work โดย this relationship เป็นกรรมของ want และ to work บอกผลลัพธ์ที่ผู้พูดต้องการ
แบบฝึกหัด
work หมายถึงอะไรในประโยคนี้? We really want this friendship to work.
- ประสบความสำเร็จและดำเนินไปได้ดี
- ทำงานครบกะ
- ทำงานที่ได้รับค่าจ้าง
ดูคำตอบ
ประสบความสำเร็จและดำเนินไปได้ดี
You think this new relationship could be great for Carey
0:51คุณคิดว่าความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้อาจจะดีมากสำหรับ Carey
and you don't want them to ruin it before it's even begun. ไวยากรณ์
0:54และคุณไม่อยากให้พวกเขาพังมันก่อนที่มันจะเริ่มต้นเสียด้วยซ้ำ
before it's even begun: ก่อนจะเริ่มเสียอีก
before it's even begun หมายความว่าสิ่งหนึ่งอาจถูกทำลายหรือหยุดลงก่อนที่จะเริ่มต้นจริง ๆ ในประโยคนี้ it หมายถึงความสัมพันธ์ใหม่ที่กล่าวถึงในบริบท ในที่นี้ it's เป็นรูปย่อของ it has และ begun เป็น past participle ที่ใช้ใน has begun ส่วน even เพิ่มความหมายว่าเกิดขึ้น “เร็วถึงขนาดนั้น” อย่างน่าประหลาดใจ จึงเน้นว่าความสัมพันธ์อาจพังลงก่อนจะมีโอกาสเริ่มต้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ before it's even begun สื่อความหมายว่าอย่างไร They could ruin the new partnership before it's even begun.
- มันถูกทำลายไปแล้วหลังจากเวลาผ่านไปนาน
- มันจะไม่มีวันเริ่มต้นอย่างแน่นอน
- มันอาจถูกทำลายก่อนที่จะเริ่มต้นจริง ๆ และเรื่องนี้เกิดขึ้นเร็วอย่างน่าประหลาดใจ
ดูคำตอบ
มันอาจถูกทำลายก่อนที่จะเริ่มต้นจริง ๆ และเรื่องนี้เกิดขึ้นเร็วอย่างน่าประหลาดใจ
Sure, Emerson may eventually learn about their chronic lateness, การใช้คำ
0:57แน่นอน Emerson อาจจะรู้ถึงพฤติกรรมการมาสายเป็นประจำของพวกเขาในที่สุด
chronic lateness: การมาสายเรื้อรังและเกิดซ้ำ
chronic lateness หมายถึงรูปแบบการมาสายที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ในประโยคนี้ chronic แสดงว่าการมาสายเป็นปัญหาที่กลายเป็นแบบแผนแล้ว ไม่ใช่การมาสายเพียงครั้งเดียว chronic ใช้กับปัญหาที่คงอยู่นานและไม่ใช่ปัญหาทางการแพทย์ได้เช่นเดียวกับการใช้กับโรค ดังนั้นวลีนี้จึงนำเสนอการมาสายของพวกเขาว่าเป็นนิสัยหรือปัญหาที่ต่อเนื่อง และมีน้ำเสียงเชิงลบหรือวิจารณ์เล็กน้อย
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดตรงกับ chronic lateness มากที่สุด
- คนหนึ่งมาถึงก่อนเวลาทุกวัน
- คนหนึ่งมีรูปแบบการมาสายต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- คนหนึ่งมาสายครั้งเดียวเพราะเกิดปัญหาที่คาดไม่ถึง
ดูคำตอบ
คนหนึ่งมีรูปแบบการมาสายต่อเนื่องเป็นเวลานาน
but if Carey shows up on time just this once, โน้ต
1:00แต่ถ้า Carey ปรากฏตัวตรงเวลาแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว
shows up on time: มาถึงตามเวลาที่กำหนด
show up เป็นกริยาวลีที่ใช้ในบทสนทนา หมายถึง “ปรากฏตัว” หรือ “มาถึงสถานที่ที่มีคนคาดว่าจะมา” ในที่นี้ up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้สื่อถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน on time หมายถึง “ตรงตามเวลาที่กำหนด ไม่สาย” เมื่อรวมกัน shows up on time จึงหมายความว่า Carey มาถึงตามเวลาที่คาดไว้ เติม -s ที่ show เพราะ Carey เป็นบุคคลคนเดียวในรูปประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ show up on time ในรูปที่ถูกต้อง: Maya always ____ for soccer practice.
ดูคำตอบ
shows up on time
just this once: จำกัดให้เป็นข้อยกเว้นเพียงครั้งเดียว
just this once หมายถึง “เฉพาะในโอกาสนี้ครั้งเดียว” ในที่นี้ just จำกัดจำนวนครั้ง ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” วลีนี้นำเสนอการกระทำว่าเป็นข้อยกเว้นเพียงครั้งเดียว มักใช้เพื่อขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ให้คำสัญญาแบบจำกัด หรือบอกว่าทำเพียงครั้งเดียวก็พอ
แบบฝึกหัด
ใน “Can we stay up late just this once?” วลี just this once สื่อความหมายใด?
- คำขอนี้ใช้เฉพาะโอกาสนี้ครั้งเดียว
- คำขอนี้เพิ่งพูดเมื่อสักครู่
- คำขอนี้ใช้ได้ทุกครั้ง
ดูคำตอบ
คำขอนี้ใช้เฉพาะโอกาสนี้ครั้งเดียว
the relationship will at least have a chance to take root. สำนวน
1:04ความสัมพันธ์ก็อย่างน้อยจะมีโอกาสได้หยั่งรากฝังลึก
have a chance to take root: มีโอกาสหยั่งราก
ใน have a chance to take root ส่วน have a chance to บอกว่ามีความเป็นไปได้จริง แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน take root เป็นอุปมาจากการที่พืชหยั่งราก เมื่อใช้กับความสัมพันธ์ หมายถึงความสัมพันธ์เริ่มตั้งมั่นและพัฒนาบนพื้นฐานที่มั่นคง ภาพเปรียบเทียบเดียวกันนี้ใช้กับความคิด นิสัย หรือความเชื่อที่เริ่มฝังรากมั่นคงได้
แบบฝึกหัด
ประโยค "A new habit needs time to take root." หมายความว่าอย่างไร
- นิสัยนั้นจะหายไปในไม่ช้าอย่างแน่นอน
- ต้องนำนิสัยนั้นไปปลูกในดิน
- นิสัยนั้นต้องใช้เวลากว่าจะฝังแน่น
ดูคำตอบ
นิสัยนั้นต้องใช้เวลากว่าจะฝังแน่น
Your lie would pave the way for a potentially happy relationship. สำนวน
1:07คำโกหกของคุณจะปูทางไปสู่ความสัมพันธ์ที่มีแนวโน้มว่าจะมีความสุข
pave the way for: ปูทางไปสู่
pave the way for หมายถึงการสร้างเงื่อนไขที่ทำให้เหตุการณ์หรือผลลัพธ์ในภายหลังเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นหรือมีโอกาสมากขึ้น สำนวนนี้ใช้ภาพของการเตรียมถนน แต่ไม่ได้หมายถึงถนนจริง โครงสร้างคือ pave the way for + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ คำโกหกถูกมองว่าเป็นขั้นหนึ่งที่อาจทำให้ความสัมพันธ์ที่มีความสุขเกิดขึ้นได้ ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์นั้นมีความสุขแล้วหรือรับประกันผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัว pave the way for: The agreement could ____ closer cooperation.
ดูคำตอบ
pave the way for
if ... that's normally a pretty good reason to ...: ใช้เงื่อนไขเป็นเหตุผลในการลงมือทำ
อนุประโยค if นำเสนอผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นก่อน จากนั้นประโยคหลักจะประเมินผลลัพธ์ทั้งหมดนั้นว่าเป็นเหตุผลในการลงมือทำ โดย that's อ้างถึงอนุประโยค if ทั้งหมด ไม่ใช่คำนามเพียงคำเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ If X, that's a good reason to do Y. รูปแบบนี้เชื่อมผลที่น่าจะเกิดขึ้นเข้ากับการตัดสินใจ pretty หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ส่วน normally ทำให้ข้อความเป็นการตัดสินโดยทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัว
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบเงื่อนไขและเหตุผลให้สมบูรณ์โดยใช้ normally และ install: If this update protects users' data, ____ a pretty good reason ____ it. ให้ย่อ that is
ดูคำตอบ
that's normally · to install
morally wrong to lie: การโกหกเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม
morally wrong หมายถึงยอมรับไม่ได้ตามหลักศีลธรรม ใน morally wrong to lie คำว่า morally ทำให้ wrong เป็นการตัดสินด้านจริยธรรมโดยเฉพาะ และ to-infinitive อย่าง to lie ระบุพฤติกรรมที่ถูกตัดสิน ในที่นี้ wrong ไม่ได้หมายถึงไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดตัดสินอย่างชัดเจนว่าการกระทำหนึ่งยอมรับไม่ได้ในทางจริยธรรม
- The shoes are the wrong size.
- The answer is factually wrong.
- It is morally wrong to copy someone else's work.
ดูคำตอบ
It is morally wrong to copy someone else's work.
absolutist position on lying: จุดยืนต่อการโกหกที่ไม่ยอมรับข้อยกเว้น
ในวลีนี้ position หมายถึง “จุดยืน” หรือ “ความคิดเห็น” ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ รูปแบบ position on + หัวข้อ ใช้บอกว่าจุดยืนนั้นเกี่ยวกับเรื่องใด ดังนั้น position on lying จึงหมายถึง “จุดยืนต่อการโกหก” absolutist ขยาย position เพื่อบอกว่าจุดยืนนั้นถือว่ากฎต้องใช้กับทุกกรณีและไม่ยอมรับข้อยกเว้นตามสถานการณ์ ในที่นี้ทั้งวลีเป็นคำเรียกมุมมองทางจริยธรรมที่ไม่ยอมให้มีข้อยกเว้นสำหรับการโกหก
แบบฝึกหัด
ในวลี "an absolutist position on lying" คำว่า position หมายถึงอะไร
- สถานที่ทางกายภาพที่นักปรัชญาคนหนึ่งกำลังยืนอยู่
- จุดยืนที่ใช้กฎเรื่องการโกหกโดยไม่ยอมรับข้อยกเว้น
- งานที่ต้องตัดสินใจว่าควรโกหกเมื่อใด
ดูคำตอบ
จุดยืนที่ใช้กฎเรื่องการโกหกโดยไม่ยอมรับข้อยกเว้น
associated with German philosopher Immanuel Kant วัฒนธรรม
1:21ที่เชื่อมโยงกับนักปรัชญาชาวเยอรมัน อิมมานูเอล คานต์ (Immanuel Kant)
associated with German philosopher Immanuel Kant: เชื่อมโยงกับอิมมานูเอล คานต์ นักปรัชญาชาวเยอรมัน
อิมมานูเอล คานต์เป็นนักปรัชญาชาวเยอรมัน ในวลีนี้ associated with เชื่อมโยงแนวคิดที่กล่าวถึงก่อนหน้ากับนักคิดที่เป็นที่รู้จักจากแนวคิดนั้น ไม่ได้หมายความว่ากำลังอธิบายปรัชญาทั้งหมดของเขา สำหรับการอภิปรายนี้ คานต์เป็นตัวแทนของมุมมองที่เน้นหน้าที่และกฎ คือการโกหกผิดศีลธรรม แม้ว่าคำโกหกอาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกว่า การเอ่ยชื่อเขาช่วยชี้ว่าใครเป็นตัวแทนสำคัญของจุดยืนที่ไม่ยอมรับข้อยกเว้นนี้
แบบฝึกหัด
เหตุใดวลีนี้จึงกล่าวถึง Immanuel Kant
- เพื่อบอกว่ากฎหมายเยอรมันลงโทษการโกหกเสมอ
- เพื่ออธิบายทุกส่วนในระบบปรัชญาของคานต์
- เพื่อเชื่อมโยงมุมมองที่ไม่ยอมรับข้อยกเว้นเรื่องการโกหกกับนักปรัชญาผู้เป็นตัวแทนของแนวทางที่ยึดกฎ
ดูคำตอบ
เพื่อเชื่อมโยงมุมมองที่ไม่ยอมรับข้อยกเว้นเรื่องการโกหกกับนักปรัชญาผู้เป็นตัวแทนของแนวทางที่ยึดกฎ
holds that: การเสนอจุดยืนอย่างเป็นทางการ
ในประโยคนี้ holds that หมายถึง “ยืนยันหรือมีจุดยืนว่า” ใช้เกริ่นข้อความที่ตามมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็คือการโกหกเป็นสิ่งผิดศีลธรรมเสมอ โครงสร้างคือ ประธาน + holds that + อนุประโยค คำว่า hold ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึง “ถือสิ่งของไว้ในมือ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง hold that ในรูปที่ถูกต้อง: The theory ____ every person has equal worth.
ดูคำตอบ
holds that
regardless of the circumstances: ไม่มีข้อยกเว้น
Regardless of the circumstances หมายถึง “ไม่ว่าสถานการณ์เฉพาะจะเป็นอย่างไร” แสดงว่าคำตัดสินก่อนหน้านี้ไม่เปลี่ยน แม้เงื่อนไข เหตุผล หรือผลลัพธ์จะเปลี่ยนไป โครงสร้างคือ regardless of + คำนามหรือวลีคำนาม ในตัวอย่างนี้ the circumstances เป็นวลีคำนาม จึงต้องมี of
แบบฝึกหัด
ใช้ regardless พร้อมคำบุพบทที่จำเป็นเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The safety rule applies ____ the circumstances.
ดูคำตอบ
regardless of
In other words, ...:การกล่าวความคิดเดิมด้วยถ้อยคำอื่น
In other words เป็นคำแสดงการกล่าวซ้ำหรือการพูดใหม่ หมายความว่าส่วนถัดไปจะสื่อความคิดเดิมด้วยวิธีที่ต่างออกไป และมักจะชัดเจนหรือเป็นรูปธรรมมากขึ้น นอกจากนี้ยังใช้เปลี่ยนถ้อยคำที่เป็นนามธรรมให้เป็นคำอธิบายที่ตรงไปตรงมามากขึ้นได้ คำนี้ทำหน้าที่บอกความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลสองส่วน ไม่ได้ใช้เพื่อเพิ่มเหตุผล ตัวอย่าง หรือความเห็นที่ตรงข้ามกัน
แบบฝึกหัด
สำนวนใดเหมาะที่สุดสำหรับเกริ่นการพูดความคิดเดิมด้วยวิธีใหม่
- For example,
- By contrast,
- In other words,
ดูคำตอบ
In other words,
that rule is absolute. — การบอกว่ากฎไม่มีข้อยกเว้น
ในประโยคนี้ absolute เป็นคำคุณศัพท์ภาคแสดงที่ตามหลัง be วลี that rule is absolute หมายความว่ากฎนี้ใช้กับทุกกรณีที่เกี่ยวข้อง และไม่ยอมให้มีข้อยกเว้นหรือเงื่อนไขพิเศษ ประโยคนี้เป็นการกล่าวอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับขอบเขตการใช้กฎ ในที่นี้ absolute ไม่ได้หมายถึง “สมบูรณ์” “แน่นอน” หรือเพียงแค่ “เข้มงวด” แต่เน้นว่ากฎมีผลโดยไม่มีเงื่อนไข
แบบฝึกหัด
ถ้ากฎหนึ่งเป็น absolute หมายความว่าอย่างไร
- กฎนั้นไม่มีข้อยกเว้น
- กฎนั้นจำได้ยาก
- โดยปกติแล้วผู้คนทำตามกฎนั้น
ดูคำตอบ
กฎนั้นไม่มีข้อยกเว้น
that this stance overstates the moral importance of lying. การใช้คำ
1:36จุดยืนนี้กล่าวเกินจริงถึงความสำคัญทางศีลธรรมของการโกหก
You might think though: การเกริ่นข้อโต้แย้งอย่างนุ่มนวล
You might think นำเสนอมุมมองหนึ่งที่อาจเป็นไปได้ แทนที่จะระบุโดยตรงว่าผู้ฟังคิดเช่นนั้น คำกริยาช่วย might ทำให้น้ำเสียงไม่แข็งเกินไป ในที่นี้ though แสดงความขัดแย้งกับแนวคิดที่กล่าวมาก่อนหน้า เมื่อรวมเป็น You might think though that ... ผู้พูดจะเกริ่นถึงข้อโต้แย้งหรือข้อสงวนที่อาจมี พร้อมคงน้ำเสียงของการอภิปรายให้สุขุม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเกริ่นข้อโต้แย้งที่อาจมีต่อประเด็นก่อนหน้าได้อย่างนุ่มนวลที่สุด
- For example, the rule is printed on the door.
- The rule is clearly absurd.
- You might think, though, that the rule is too strict.
ดูคำตอบ
You might think, though, that the rule is too strict.
overstates the moral importance of lying: กล่าวว่าความสำคัญมากเกินจริง
ในวลี overstates the moral importance of lying คำว่า overstates หมายถึงการนำเสนอว่าความสำคัญนั้นมากกว่าระดับที่ถูกต้องหรือสมเหตุสมผล คำเติมหน้า over- เพิ่มความหมายว่าเกินพอดี คำวิจารณ์นี้มุ่งที่ระดับ กล่าวคือ จุดยืนนี้อาจให้น้ำหนักทางศีลธรรมแก่การโกหกมากเกินไป แต่ไม่ได้หมายความเสมอไปว่าการโกหกไม่มีความสำคัญทางศีลธรรมเลย หรือว่าจุดยืนทั้งหมดนั้นผิด
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ overstate เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The article ____ the importance of one minor event.
ดูคำตอบ
overstates
Suppose ... were ...: การตั้งสถานการณ์สมมติ
ในที่นี้ Suppose หมายถึง “ลองจินตนาการว่า” หรือ “ตั้งสมมติฐานเพื่อใช้ในการอภิปราย” คำนี้เปิดสถานการณ์ที่อาจไม่เป็นจริง เพื่อให้ผู้พูดนำแนวคิดไปทดสอบกับสถานการณ์นั้น ไม่ได้หมายถึง “ฉันคิดว่า” Were แสดงว่าสถานการณ์นั้นเป็นเพียงสมมติฐาน ในภาษาอังกฤษแบบพิถีพิถัน hypothetical were ใช้ได้กับประธานทุกแบบ รวมถึงประธานเอกพจน์ a murderer
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง Suppose ... were ...: ____ the main road ____ closed tomorrow. How would we get home?
ดูคำตอบ
Suppose · were
hunt someone down: ตามล่าจนพบ
ในที่นี้ hunt someone down หมายถึงค้นหาและไล่ตามใครบางคนจนกว่าจะพบหรือจับตัวได้ สำนวนนี้เน้นการไปถึงเป้าหมายในที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่ค้นหาหรือไล่ตาม ใน hunting Carey down คำว่า Carey เป็นกรรม ส่วน down เป็นคำประกอบที่ทำให้กริยาวลีสมบูรณ์ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ลงด้านล่าง
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “พบหรือจับได้หลังจากค้นหาอย่างมุ่งมั่น”: The police finally hunted the fugitive ____.
ดูคำตอบ
down
If the killer asked you about Carey's whereabouts, การใช้คำ
1:42ถ้าฆาตกรถามคุณเกี่ยวกับเบาะแสของ Carey
เบาะแสว่าแครี่อยู่ที่ไหน (Carey's whereabouts)
Carey's whereabouts เป็นวลีคำนามที่หมายถึงแครี่อยู่ที่ไหน หรือข้อมูลที่ทราบเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของแครี่ ในประโยคนี้หมายถึงข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งหรือเบาะแสของแครี่ที่ฆาตกรอาจถามหา Whereabouts เป็นคำเดียวและทำหน้าที่เป็นคำนามทั้งคำ แม้จะลงท้ายด้วย s ก็ตาม คำนี้พบได้บ่อยในภาษาแบบเป็นทางการ ข่าว หรือการสืบสวน จึงฟังดูเป็นทางการกว่าคำถามในชีวิตประจำวันอย่าง where Carey is
แบบฝึกหัด
วลีใดหมายถึงตำแหน่งหรือการเคลื่อนไหวของบุคคลในบริบทที่เป็นทางการหรือการสืบสวน
- the witness's whereabouts
- the witness's opinion
- the witness's schedule
ดูคำตอบ
the witness's whereabouts
it seems odd to say that you must tell the truth at the cost of your friend's life. โน้ต
1:45มันดูแปลกที่จะบอกว่าคุณต้องพูดความจริงโดยแลกกับชีวิตเพื่อนของคุณ
it seems odd to say that:การตั้งคำถามต่อข้ออ้างอย่างนุ่มนวล
ในประโยคนี้ it seems odd to say that วางการประเมินไว้ก่อนข้ออ้างที่กำลังจะถูกประเมิน that-clause นำเสนอข้ออ้างว่าคุณต้องพูดความจริงโดยแลกกับชีวิตของเพื่อน และโครงสร้างนี้บอกว่าผู้พูดเห็นว่าข้ออ้างนั้นไม่สมเหตุสมผล It seems odd เป็นวิธีแสดงความไม่เห็นด้วยแบบผ่อนน้ำเสียง คำว่า seems เปิดช่องให้เป็นการตัดสินของผู้พูด ส่วน odd ในที่นี้หมายถึงยอมรับได้ยากหรือน่าสงสัยในเชิงเหตุผล ไม่ได้หมายถึงเลขคี่ โครงสร้างนี้ใช้ตั้งคำถามต่อข้อสรุปโดยไม่พูดตรง ๆ ว่าอีกฝ่ายผิด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างเป้าหมายเพื่อตั้งคำถามต่อข้ออ้างอย่างนุ่มนวล
- The rule is completely wrong.
- The rule is fair to everyone.
- It seems odd to say that the rule is fair to everyone.
ดูคำตอบ
It seems odd to say that the rule is fair to everyone.
at the cost of: ได้ผลลัพธ์มาโดยต้องเสียสละบางสิ่ง
at the cost of หมายถึง การได้มาหรือรักษาไว้ซึ่งผลลัพธ์ ทางเลือก หรือหลักการหนึ่ง โดยต้องเสียสละอีกสิ่งหนึ่ง คำนามหรือรูป -ing ที่ตามหลัง of บอกว่าสิ่งใดสูญเสีย เสียหาย หรือตกอยู่ในความเสี่ยง ในที่นี้ cost ไม่ได้หมายถึงราคาเป็นเงิน วลีนี้มองว่าชีวิตของเพื่อนคือสิ่งที่ต้องเสียสละอย่างไม่อาจยอมรับได้ ซึ่งอาจเกิดจากการยืนกรานว่าจะต้องพูดความจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เรียนมาเพื่อสื่อว่า “โดยต้องเสียสละ”: The company increased speed ____ product safety.
ดูคำตอบ
at the cost of
From this perspective: กำหนดกรอบข้อสรุปด้วยมุมมอง
From this perspective เป็นคำเชื่อมที่กำหนดกรอบมุมมอง โดยอ้างกลับไปยังมุมมองหรือแนวการให้เหตุผลที่กล่าวไว้แล้ว และบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปเป็นผลที่ได้เมื่อมองเรื่องนั้นด้วยวิธีดังกล่าว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจัดระเบียบข้อโต้แย้งโดยพาจากมุมมองก่อนหน้าไปสู่ข้อประเมิน absolutism seems too rigid ข้อประเมินนี้จึงอยู่ภายใต้กรอบของมุมมองนั้น ไม่ได้ถูกเสนอเป็นข้อสรุปที่จริงโดยไม่มีเงื่อนไข
แบบฝึกหัด
ใน 'From this perspective, the rule seems too strict,' วลี From this perspective ทำหน้าที่อะไร
- บอกว่าผู้พูดย้ายไปยังตำแหน่งทางกายภาพอีกแห่งหนึ่ง
- ระบุสิ่งที่ถูกเสียสละเพื่อให้ได้ผลลัพธ์
- กำหนดกรอบให้ข้อประเมินที่ตามมาจากมุมมองหนึ่งโดยเฉพาะ
ดูคำตอบ
กำหนดกรอบให้ข้อประเมินที่ตามมาจากมุมมองหนึ่งโดยเฉพาะ
too rigid: ไม่ยืดหยุ่นมากเกินไป
ในที่นี้ rigid ใช้บรรยายจุดยืนที่ยึดกฎ ไม่ได้หมายถึงวัตถุที่แข็งทางกายภาพ แต่หมายถึง “ไม่ยืดหยุ่น” คือไม่เปิดโอกาสให้ปรับเปลี่ยนได้เพียงพอเมื่อเจอสถานการณ์ที่แตกต่างหรือซับซ้อน too + คำคุณศัพท์ หมายถึงเกินระดับที่ยอมรับได้หรือเป็นประโยชน์ ดังนั้น too rigid จึงเป็นคำวิจารณ์ ผู้พูดเห็นว่าการขาดความยืดหยุ่นของจุดยืนนั้นก่อให้เกิดปัญหา ไม่ได้กำลังชมว่าจุดยืนนั้นหนักแน่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนนี้ที่ใช้วิจารณ์การขาดความยืดหยุ่น: The timetable allows no changes, even in an emergency, so it is ____.
ดูคำตอบ
too rigid
utilitarian philosopher John Stuart Mill
1:54จอห์น สจวร์ต มิลล์ (John Stuart Mill) นักปรัชญาลัทธิประโยชน์นิยม
would say lying is wrong only when it leads to less happiness overall. วลี
1:57อาจจะบอกว่าการโกหกจะผิดก็ต่อเมื่อมันนำไปสู่ความสุขโดยรวมที่ลดลง
By contrast: การนำเสนอจุดยืนที่แตกต่าง
By contrast เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่บอกผู้ฟังให้เปรียบเทียบเนื้อหาที่ตามมากับแนวคิดก่อนหน้าและสังเกตความแตกต่างที่สำคัญ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเปลี่ยนประเด็นจากมุมมองแบบสัมบูรณนิยมเกี่ยวกับการโกหกไปสู่มุมมองแบบประโยชน์นิยมของมิลล์ โดยจัดข้อโต้แย้งให้มาตรฐานสองแบบอยู่เคียงกัน ไม่ได้หมายความว่าข้อความที่สองปฏิเสธทุกคำในข้อความแรกโดยตรง
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดเติมการเปรียบเทียบนี้ได้ดีที่สุด? The first apartment is close to downtown. ____ the second one offers much more space.
- For example,
- In addition,
- By contrast,
ดูคำตอบ
By contrast,
leads to less happiness overall: ทำให้ความสุขโดยรวมลดลง
lead to + ผลลัพธ์ หมายถึง “ทำให้เกิดผลลัพธ์อย่างหนึ่ง” ในประโยคนี้ it หมายถึง lying และเป็นสาเหตุ ส่วน leads อยู่ในรูปที่สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ it และ less happiness คือผลลัพธ์ overall หมายถึงการพิจารณาความสุขของทุกคนที่ได้รับผลกระทบร่วมกัน ข้อความนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงคนหนึ่งรู้สึกแย่ลง แต่หมายถึงปริมาณความสุขทั้งหมดลดลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ lead to: Regular exercise often ____ better sleep.
ดูคำตอบ
leads to
most lies do seem likely to create unhappiness. ไวยากรณ์
2:03การโกหกส่วนใหญ่มักมีแนวโน้มที่จะสร้างความทุกข์ใจ
to be fair ในฐานะคำเชื่อมเพื่อสร้างความสมดุล
to be fair เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่ใช้เกริ่นประเด็นซึ่งผู้พูดคิดว่าควรยอมรับ ช่วยให้การโต้แย้งสมดุลขึ้นด้วยการยอมรับเหตุผล ข้อจำกัด หรือข้อดีที่อาจทำให้ข้อความก่อนหน้าเบาลง ในที่นี้ผู้พูดยอมรับว่าคำโกหกส่วนใหญ่น่าจะก่อให้เกิดความทุกข์จริง ๆ วลีนี้ไม่ได้ถอนข้อโต้แย้งที่กว้างกว่า และไม่ได้หมายถึงการตัดสินการแข่งขันอย่างยุติธรรมตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทนี้ที่ใช้เกริ่นประเด็นอย่างเป็นธรรมและช่วยสร้างสมดุล: I was disappointed by the delay. ____, the staff kept us informed.
ดูคำตอบ
To be fair
do seem likely to: การเน้นการประเมินความเป็นไปได้
ในประโยคนี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นความหมายของ seem ในรูปปัจจุบัน do seem หมายถึง “ดูเหมือนจริง ๆ” ไม่ได้หมายถึงการกระทำอีกอย่างหนึ่ง seem likely to หมายถึง “ดูมีแนวโน้มมากว่าจะ...” ผู้พูดจึงเน้นการประเมินของตนเอง แต่ยังพูดถึงความเป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมรูปเน้นของ seem likely to ลงในประโยคให้สมบูรณ์: The new plan ____ reduce waste.
ดูคำตอบ
does seem likely to
Someone who accepts a lie believes something which is false การใช้คำ
2:06คนที่ยอมรับคำโกหกคือคนที่เชื่อในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง
accepts a lie:ถือว่าคำโกหกเป็นเรื่องจริง
ในประโยคนี้ accepts a lie หมายถึงการถือว่าเนื้อหาของคำโกหกเป็นเรื่องจริงและเชื่อเนื้อหานั้น สิ่งที่เป็นกรรมในที่นี้คือข้อมูลเชิงนามธรรม ไม่ใช่สิ่งของที่รับมาในทางกายภาพ โดยทั่วไป accept ใช้กับ claim, story หรือ explanation ได้เมื่อใครบางคนถือว่าเนื้อหานั้นเป็นจริงหรือใช้ได้ ในประโยคนี้ accepts เน้นปฏิกิริยาของบุคคลต่อข้อมูล คือการถือว่าข้อกล่าวอ้างที่ไม่จริงเป็นเรื่องจริง
แบบฝึกหัด
accepted ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?She accepted the false report as true.
- หมายความว่าเธอสร้างและเผยแพร่รายงานปลอมนั้น
- หมายความว่าเธอรับรายงานนั้นมาในทางกายภาพ
- หมายความว่าเธอเชื่อว่ารายงานปลอมนั้นเป็นเรื่องจริง
ดูคำตอบ
หมายความว่าเธอเชื่อว่ารายงานปลอมนั้นเป็นเรื่องจริง
conduct your life on the basis of false information: ดำเนินชีวิตโดยยึดข้อมูลที่ผิดเป็นหลัก
ในประโยคนี้ conduct your life หมายถึงจัดการวิถีชีวิตและการตัดสินใจของตนเอง ตรงนี้ conduct เป็นคำกริยา ไม่ได้หมายถึงอำนวยเพลงให้วงออร์เคสตรา กรรมจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น conduct my life, conduct your life, conduct her life หรือ conduct their lives on the basis of หมายถึงใช้บางสิ่งเป็นเหตุผลหรือหลักฐานในการตัดสินใจ วลีทั้งหมดสื่อว่าคนคนหนึ่งกำหนดทางเลือกในชีวิตตามข้อมูลที่ผิด
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างแบบเป็นทางการ conduct one's life on the basis of และเปลี่ยน one's ให้สอดคล้องกับประธาน: People should not ____ false assumptions.
ดูคำตอบ
conduct their lives on the basis of
doesn't usually go well: มักไม่ค่อยเป็นไปด้วยดี
go well เป็นสำนวนที่ใช้บอกว่าเหตุการณ์ แผน หรือความพยายามดำเนินไปอย่างราบรื่นหรือให้ผลลัพธ์ที่ดี ส่วน doesn't go well หมายถึงดำเนินไปไม่ดีหรือจบลงด้วยผลลัพธ์ที่ไม่ดี โดย go ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง usually ทำให้ข้อความไม่เด็ดขาดเกินไป doesn't usually go well หมายถึงโดยทั่วไปมักได้ผลลัพธ์ไม่ดี ไม่ได้หมายความว่าจะล้มเหลวทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าความพยายามแบบนี้โดยทั่วไปมักให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดี
- Trying to solve a problem without enough information usually goes well.
- Trying to solve a problem without enough information doesn't usually go well.
- Trying to solve the problem without enough information didn't go well this time.
ดูคำตอบ
Trying to solve a problem without enough information doesn't usually go well.
However, in some circumstances: เปลี่ยนจากกฎทั่วไปไปสู่ข้อยกเว้น
However แสดงความขัดแย้งกับประเด็นก่อนหน้า และบอกผู้ฟังว่าสิ่งที่จะตามมาจะจำกัดหรือปรับน้ำหนักแนวคิดทั่วไป ไม่ใช่ดำเนินต่อไปในทิศทางเดิม in some circumstances จำกัดข้อกล่าวอ้างใหม่ไว้เฉพาะบางกรณี เมื่อใช้ร่วมกัน คำเปิดนี้จะพาข้อโต้แย้งจากกฎทั่วไปไปสู่ข้อยกเว้นที่เป็นไปได้ ไม่ได้ปฏิเสธกฎนั้นในทุกกรณี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเปิดที่กำหนดคือ However, in some circumstances โดยแบ่งลงในช่องว่างสองช่อง: ____, ____, waiting is the safer choice.
ดูคำตอบ
However · in some circumstances
perhaps including your situation: นำกรณีหนึ่งเข้าไปอยู่ในกลุ่มอย่างระมัดระวัง
Perhaps หมายถึงเป็นไปได้ ดังนั้นผู้พูดจึงไม่ได้ยืนยันว่าสถานการณ์ของคุณอยู่ในกลุ่มสถานการณ์ยกเว้นเหล่านั้นอย่างแน่นอน วลี perhaps including your situation เป็นคำขยายที่แทรกเข้ามาเพื่อจำกัดความ ผู้พูดนำกรณีของผู้ฟังเข้าไปอยู่ในกลุ่มอย่างระมัดระวัง พร้อมเปิดพื้นที่ให้กับความไม่แน่ใจหรือการพูดคุยเพิ่มเติม
แบบฝึกหัด
พิจารณาข้อความเกี่ยวกับประโยค "Several neighborhoods, perhaps including ours, may lose power tonight.": ผู้พูดแน่ใจว่าย่านของเราจะไฟดับ
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
produce more happiness overall: ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงนามธรรม
ในที่นี้ produce หมายถึง “ก่อให้เกิด” หรือ “นำมาซึ่ง” ไม่ใช่ผลิตสิ่งของที่จับต้องได้ กรรมของคำนี้คือ more happiness ซึ่งเป็นผลลัพธ์เชิงนามธรรม overall หมายถึงการพิจารณาผลกระทบต่อทุกคนที่ได้รับผลร่วมกัน ข้อความนี้เปรียบเทียบปริมาณความสุขทั้งหมด ไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนจะมีความสุขมากขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ produce ในความหมายว่า “ก่อให้เกิด” ผลลัพธ์เชิงนามธรรม และใช้ overall เพื่อบอกผลกระทบโดยรวม?
- Overall, the change might help one person.
- The factory might produce more bicycles overall.
- The change might produce more benefits overall.
ดูคำตอบ
The change might produce more benefits overall.
utilitarians say it's not morally wrong to lie.
2:23นักประโยชน์นิยมบอกว่าการโกหกไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม
In those cases: จำกัดข้อสรุปไว้ที่เงื่อนไขก่อนหน้า
In those cases ย้อนกลับไปอ้างถึงกลุ่มสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวไว้ ในที่นี้หมายถึงสถานการณ์ที่การโกหกอาจก่อให้เกิดความสุขโดยรวมมากขึ้น ส่วน those ชี้ถึงกรณีที่กำหนดไว้แล้ว ไม่ใช่ทุกกรณีที่เป็นไปได้ เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดเงื่อนไขให้ข้อความทั้งหมดที่ตามมา และบอกผู้ฟังว่าข้อสรุปทางศีลธรรมใช้ได้เฉพาะภายใต้เงื่อนไขก่อนหน้านั้น ในที่นี้ cases หมายถึง “สถานการณ์” ไม่ใช่คดีความหรือภาชนะ
แบบฝึกหัด
หน้าจออาจค้างหรือกลายเป็นสีดำ ประโยคถัดไปข้อใดจำกัดคำแนะนำไว้เฉพาะสองสถานการณ์นี้?
- In all cases, restart the tablet.
- In those cases, restart the tablet.
- In other cases, restart the tablet.
ดูคำตอบ
In those cases, restart the tablet.
it might even be your moral duty to do so. การใช้คำ
2:27มันอาจเป็นหน้าที่ทางศีลธรรมของคุณที่ต้องทำเช่นนั้นด้วยซ้ำ
ใช้ In fact, เพื่อเสริมข้อสรุปให้หนักแน่นขึ้น
ในประโยคนี้ In fact บอกว่าข้อความถัดไปกำลังเสริมข้อความก่อนหน้าให้หนักแน่นขึ้น เหตุผลดำเนินจากการตัดสินที่อ่อนกว่าไปสู่ความเป็นไปได้ที่หนักแน่นกว่า คือการกระทำนั้นอาจเป็นหน้าที่ทางศีลธรรม เมื่อพบ In fact ในการให้เหตุผล ให้ดูว่าผู้เขียนกำลังเพิ่มข้ออ้างที่หนักแน่นหรือแม่นยำขึ้นหรือไม่ ไม่ใช่แค่บอกข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
รายงานฉบับหนึ่งบอกก่อนว่าแผนอาจช่วยได้ แล้วประโยคถัดไปบอกว่าแผนนั้นอาจแก้ปัญหาได้ทั้งหมด คำเชื่อมใดเหมาะที่สุดสำหรับบอกข้อสรุปที่หนักแน่นขึ้นนี้
- In fact,
- For example,
- However,
ดูคำตอบ
In fact,
might even be your moral duty to do so: อาจถึงขั้นเป็นหน้าที่ทางศีลธรรมของคุณ
A moral duty to do something หมายถึงหน้าที่ทางจริยธรรมในการทำบางสิ่ง คือสิ่งที่คุณอาจต้องทำเพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่เพราะเป็นส่วนหนึ่งของงาน ในที่นี้ do so อ้างกลับไปถึงการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ซึ่งก็คือการโกหก Might ทำให้ข้อความยังคงเป็นเพียงความเป็นไปได้ ส่วน even เน้นว่านี่เป็นการขยับไปสู่ข้ออ้างที่หนักแน่นกว่าเดิมอย่างน่าประหลาดใจ เมื่อรวมกัน วลีนี้บอกว่าการโกหกอาจไม่ใช่เพียงสิ่งที่ยอมรับได้ แต่อาจถึงขั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำตามหลักจริยธรรม
แบบฝึกหัด
อ่านข้อความนี้: We can report the unsafe bridge, and we may have a moral duty to do so. อนุประโยคที่สองหมายความว่าอย่างไร
- การรายงานเรื่องสะพานที่ไม่ปลอดภัยเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
- การรายงานเรื่องสะพานที่ไม่ปลอดภัยเป็นงานที่ได้รับค่าจ้าง
- การรายงานเรื่องสะพานที่ไม่ปลอดภัยอาจเป็นสิ่งที่ต้องทำตามหลักจริยธรรม
ดูคำตอบ
การรายงานเรื่องสะพานที่ไม่ปลอดภัยอาจเป็นสิ่งที่ต้องทำตามหลักจริยธรรม
if ... too extreme, ... too lax: เปรียบเทียบความเกินพอดีสองด้าน
อนุประโยค if เริ่มด้วยการเสนอความเห็นที่อาจเป็นไปได้ว่าแนวคิดสมบูรณนิยมอาจไปไกลเกินไปในทิศทางหนึ่ง จากนั้นประโยคหลักเสนอความเห็นที่อาจมีต่อจุดยืนอีกแบบหนึ่ง โดย this stance ในที่นี้ย้อนกลับไปหมายถึงจุดยืนนั้น การใช้ too ทั้งสองแห่งนำความเกินพอดีที่อยู่คนละด้านมาเปรียบเทียบกัน ด้านหนึ่งอาจสุดโต่งเกินไป ส่วนอีกด้านอาจไม่เข้มงวดพอ might feel แสดงว่าความเห็นส่วนหลังเป็นปฏิกิริยาที่ผู้อ่านอาจมี ไม่ใช่คำยืนยันอย่างแน่นอนของผู้พูด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างเดียวกันเพื่อเปรียบเทียบความเกินพอดีสองแบบ
- If one design seems complicated, the alternative must be perfect.
- The two designs are complicated because they look identical.
- If one design seems too complicated, the alternative may feel too simple.
ดูคำตอบ
If one design seems too complicated, the alternative may feel too simple.
too lax: หย่อนเกินไป ไม่เข้มงวดพอ
ในประโยคนี้ too lax หมายถึง “ไม่เข้มงวดพอ” เป็นการวิจารณ์ว่าจุดยืนนี้ยอมให้มากเกินไปหรือกำหนดข้อจำกัดไว้น้อยเกินไป ดังนั้นความหย่อนจึงถูกมองว่าเป็นปัญหา ไม่ใช่ความผ่อนคลายที่สบาย
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่จะบรรยายด้วย too lax มากที่สุด
- การตรวจสอบความปลอดภัยที่ปล่อยให้คนเข้าได้โดยไม่มีการตรวจอย่างเหมาะสม
- เด็กที่กำลังพักอย่างสบายหลังจากวันที่ยาวนาน
- เชือกที่ถูกดึงตึงจนขยับไม่ได้
ดูคำตอบ
การตรวจสอบความปลอดภัยที่ปล่อยให้คนเข้าได้โดยไม่มีการตรวจอย่างเหมาะสม
perhaps the utilitarian position understates the moral significance of lying. การใช้คำ
2:36บางทีจุดยืนของลัทธิประโยชน์นิยมอาจประเมินความสำคัญทางศีลธรรมของการโกหกต่ำเกินไป
understates the moral significance of lying: ทำให้ความสำคัญทางศีลธรรมของการโกหกดูน้อยเกินไป
Understates หมายถึงการนำเสนอสิ่งหนึ่งให้ดูสำคัญ ร้ายแรง หรือมีอิทธิพลน้อยกว่าที่เป็นจริง ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งของข้อความในเชิงพื้นที่ ในประโยคนี้ ผู้พูดเห็นว่าจุดยืนแบบอรรถประโยชน์นิยมอาจให้น้ำหนักต่อความสำคัญทางศีลธรรมของการโกหกน้อยเกินไป โครงสร้าง understate + significance, seriousness หรือ importance ใช้เมื่อต้องการวิจารณ์คำอธิบายที่ทำให้เรื่องหนึ่งดูเล็กเกินจริง
แบบฝึกหัด
บทวิจารณ์หนึ่งกล่าวถึงอันตรายร้ายแรงราวกับเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ประโยคใดวิจารณ์บทความนั้นได้เหมาะสมที่สุด
- The review simply repeats the description of the danger.
- The review overstates the seriousness of the danger.
- The review understates the seriousness of the danger.
ดูคำตอบ
The review understates the seriousness of the danger.
even when they believe it's the right thing to do. ไวยากรณ์
2:44แม้ในขณะที่พวกเขาเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่จะทำก็ตาม
feel some regret about lying: รู้สึกเสียใจอยู่บ้างเกี่ยวกับการโกหก
Feel some regret about + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงรู้สึกเศร้า ผิด หรือเสียใจในระดับหนึ่งเกี่ยวกับการกระทำหนึ่ง ในที่นี้ lying เป็นชื่อของการกระทำที่ตามหลังบุพบท about คำว่า some ทำให้ระดับความรู้สึกอยู่ในระดับปานกลางหรือไม่ได้ระบุชัด และไม่จำเป็นต้องหมายถึงความสำนึกเสียใจอย่างมาก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ feel regret about something หรือ feel regret about doing something
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย feel some regret about ในรูปอดีต และเปลี่ยน interrupt เป็นรูป -ing: After the meeting, Lena ____ her friend.
ดูคำตอบ
felt some regret about interrupting
even when ...: สถานการณ์จริงที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
ในที่นี้ even when ใช้แสดงความขัดแย้งเชิงยอมรับ ไม่ได้ใช้บอกเวลาเท่านั้น ผู้คนอาจเชื่อจริง ๆ ว่าในบางสถานการณ์การโกหกเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ความเชื่อนั้นก็ยังไม่ทำให้ความเสียใจหายไป รูปแบบ ผลลัพธ์หลัก + even when + สถานการณ์ หมายความว่า ผลลัพธ์หลักยังคงเป็นจริงในสถานการณ์ที่ตามปกติอาจทำให้ผลเปลี่ยนไป คำว่า even เน้นความขัดแย้งที่เกินความคาดหมายนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าวันที่อากาศหนาวเกิดขึ้นจริง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ Noah หยุดฝึก?
- Noah practices outside even if it is cold.
- Noah practices outside even when it is cold.
- Noah practices outside when it is cold.
ดูคำตอบ
Noah practices outside even when it is cold.
This suggests there's something inherently objectionable about lying โน้ต
2:47นี่ชี้ให้เห็นว่ามีบางอย่างที่น่ารังเกียจโดยธรรมชาติเกี่ยวกับการโกหก
This suggests: เชื่อมหลักฐานกับข้อสรุปเชิงอนุมานอย่างระมัดระวัง
This ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อสังเกตทั้งหมดในประโยคก่อนหน้า คือผู้คนยังคงเสียใจที่โกหกแม้จะเชื่อว่าการโกหกนั้นถูกต้อง แล้วนำข้อสังเกตนั้นมาใช้เป็นหลักฐานสำหรับแนวคิดถัดไป suggests ใช้นำเสนอข้อสรุปเชิงอนุมานอย่างระมัดระวัง หลักฐานทำให้ข้อสรุปดูสมเหตุสมผล แต่ไม่ได้ยืนยันว่าข้อสรุปนั้นแน่นอน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ หลักฐาน. This suggests (that) + ข้อสรุป โดยมักละ that ได้ เช่นในประโยคนี้ที่ละไว้หน้า there's
แบบฝึกหัด
นักเรียนในชั้นสังเกตว่าต้นถั่วใกล้หน้าต่างเติบโตสูงกว่า คำขึ้นต้นใดเหมาะที่สุดสำหรับนำเสนอข้อสรุปจากหลักฐานนี้ที่สมเหตุสมผลแต่ยังไม่แน่นอน?
- This suggests that the plants received more light.
- This describes how to move the plants.
- This proves that light was the only cause.
ดูคำตอบ
This suggests that the plants received more light.
inherently objectionable: ผิดหรือยอมรับไม่ได้ในตัวมันเอง
inherently หมายถึงคุณสมบัติที่อยู่ในตัวสิ่งนั้นเอง ไม่ได้เกิดจากผลลัพธ์หรือสถานการณ์ภายนอกเท่านั้น ส่วน objectionable หมายถึงยอมรับไม่ได้หรือสมควรถูกวิจารณ์ ในที่นี้ inherently objectionable ชี้ว่าการโกหกอาจผิดโดยธรรมชาติของมันเอง แม้ยังไม่ได้พิจารณาผลเสียใด ๆ objectionable ใช้บรรยายสิ่งที่ถูกคัดค้าน ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นกำลังแสดงการคัดค้านเอง
แบบฝึกหัด
inherently objectionable ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ไม่เป็นที่นิยมเพียงเพราะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดี
- กำลังยื่นข้อคัดค้านต่อใครบางคน
- ผิดหรือยอมรับไม่ได้ในตัวมันเอง
ดูคำตอบ
ผิดหรือยอมรับไม่ได้ในตัวมันเอง
lying to Carey would be an instance of paternalism. การใช้คำ
2:54การโกหก Carey จะเป็นตัวอย่างของการใช้อำนาจแบบผู้ปกครอง (paternalism)
an instance of paternalism: จัดการกระทำเป็นการแทรกแซงแบบ paternalism
an instance of หมายถึงตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงหนึ่งกรณีของหมวดหมู่ที่กว้างกว่า เป็นสำนวนค่อนข้างเป็นทางการสำหรับจัดประเภทการกระทำหรือเหตุการณ์หนึ่ง ๆ paternalism คือการแทรกแซงทางเลือกของผู้อื่นโดยให้เหตุผลว่าทำไปเพื่อประโยชน์ของคนนั้น ประโยคนี้จัดให้การโกหก Carey เป็นตัวอย่างของการแทรกแซงลักษณะดังกล่าว ไม่ได้ใช้ paternalism ในความหมายของความรักหรือการดูแลตามปกติจากพ่อ
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่จะเรียกว่า an instance of paternalism มากที่สุด
- เพื่อนสองคนพูดคุยถึงตัวเลือกและตัดสินใจร่วมกัน
- ทางเลือกที่ปลอดภัยของผู้ใหญ่คนหนึ่งถูกขัดขวาง เพราะมีคนอ้างว่าทำไปเพื่อประโยชน์ของผู้ใหญ่คนนั้นเอง
- เด็กคนหนึ่งมอบการ์ดขอบคุณให้พ่อหรือแม่
ดูคำตอบ
ทางเลือกที่ปลอดภัยของผู้ใหญ่คนหนึ่งถูกขัดขวาง เพราะมีคนอ้างว่าทำไปเพื่อประโยชน์ของผู้ใหญ่คนนั้นเอง
Paternalism is interfering with another person's choices for that person's benefit. การใช้คำ
2:57การใช้อำนาจแบบผู้ปกครองคือการเข้าไปแทรกแซงทางเลือกของบุคคลอื่นเพื่อผลประโยชน์ของบุคคลนั้น
Paternalism: การแทรกแซงทางเลือกเพื่อประโยชน์ของเจ้าตัว
paternalism หมายถึงการเข้าไปแทรกแซงทางเลือกของผู้อื่น เพราะเชื่อว่าการแทรกแซงนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อคนคนนั้นเอง ในคำนิยามนี้ that person ย้อนกลับไปหมายถึง another person ซึ่งก็คือผู้ที่ถูกแทรกแซงทางเลือก วลี for that person's benefit บอกจุดประสงค์ที่ผู้แทรกแซงกล่าวอ้าง ไม่ได้รับประกันว่าการกระทำนั้นถูกต้องหรือเป็นประโยชน์จริง ประเด็นขัดแย้งทางจริยธรรมอยู่ระหว่างการพยายามปกป้องใครสักคนกับการเคารพเสรีภาพในการเลือกของเขา
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดตรงกับคำนิยามของ paternalism มากที่สุด
- แพทย์ปิดบังตัวเลือกหนึ่งจากผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มีความสามารถตัดสินใจ โดยอ้างว่าทำเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยเอง
- แพทย์สวมถุงมือเพื่อปกป้องผู้ป่วยคนอื่น
- แพทย์อธิบายตัวเลือกทั้งหมดและให้ผู้ป่วยตัดสินใจเอง
ดูคำตอบ
แพทย์ปิดบังตัวเลือกหนึ่งจากผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มีความสามารถตัดสินใจ โดยอ้างว่าทำเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยเอง
This might be fine if that person is a literal child, การใช้คำ
3:03นี่อาจไม่เป็นไรหากบุคคลนั้นเป็นเด็กจริงๆ
literal child: เป็นเด็กจริง ๆ ไม่ใช่ความหมายเชิงเปรียบเทียบ
ใน literal child คำว่า literal แสดงว่า child ถูกใช้ตามความหมายทั่วไปที่ตรงและชัดเจน คนนั้นเป็นเด็กจริงตามอายุหรือสถานะ ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่ถูกนำไปเปรียบกับเด็ก literal ในที่นี้ตัดการตีความเชิงเปรียบเทียบออก และไม่ได้หมายถึง literary ซึ่งเกี่ยวข้องกับหนังสือและงานเขียน
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร: Maya is a literal child, not an adult acting immaturely?
- เธอเป็นผู้ใหญ่ที่ทำตัวเหมือนเด็ก
- เธอเป็นเด็กจริง ๆ
- เธอเขียนหนังสือสำหรับเด็ก
ดูคำตอบ
เธอเป็นเด็กจริง ๆ
but it seems disrespectful to treat a peer paternalistically. การใช้คำ
3:06แต่มันดูเป็นการไม่เคารพหากจะปฏิบัติกับเพื่อนวัยเดียวกันแบบผู้ปกครอง
ปฏิบัติต่อคนที่เท่าเทียมกันแบบผู้ปกครอง
ในวลี treat a peer paternalistically คำว่า peer หมายถึงคนที่มีสถานะเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน เช่น เพื่อนร่วมชั้นหรือเพื่อนร่วมงาน ส่วน paternalistically หมายถึงการทำเหมือนตนรู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับอีกฝ่าย และอาจตัดสินใจแทนอีกฝ่าย เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นคนที่เท่าเทียมกัน การปฏิบัติเช่นนี้จึงสร้างความต่างด้านอำนาจคล้ายความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับเด็กขึ้นระหว่างคนที่ควรเท่าเทียมกัน ในประโยคนี้ disrespectful แสดงการตำหนิว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่เคารพวิจารณญาณและเสรีภาพในการเลือกของอีกฝ่าย
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดงได้ดีที่สุดว่าคนหนึ่งปฏิบัติต่อคนที่เท่าเทียมกันแบบ paternalistically
- ลีโอถามเพื่อนร่วมชั้นว่าเธออยากทำอะไร
- ลีโอตัดสินใจแทนเพื่อนร่วมชั้นเพราะเชื่อว่าตนรู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับเธอ
- ลีโอทำตามคำแนะนำในฐานะผู้เชี่ยวชาญของเพื่อนร่วมชั้น
ดูคำตอบ
ลีโอตัดสินใจแทนเพื่อนร่วมชั้นเพราะเชื่อว่าตนรู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับเธอ
lying to Carey would mean taking away their opportunity to handle the situation กริยาวลี
3:10การโกหก Carey จะหมายถึงการพรากโอกาสของพวกเขาในการจัดการกับสถานการณ์
พรากโอกาสของใครบางคน
Taking away their opportunity หมายถึงการทำให้ใครบางคนสูญเสียโอกาสที่เดิมควรจะมี ในที่นี้ away แสดงถึงการเอาโอกาสออกไป ไม่ใช่การเคลื่อนที่ไปยังอีกสถานที่หนึ่ง กล่าวคือ การโกหกจะทำให้ Carey ไม่สามารถจัดการสถานการณ์ด้วยตนเองได้ โครงสร้างที่พบบ่อยคือ take away + someone's + opportunity, right หรือ choice ส่วน to + คำกริยาที่ตามมาสามารถบอกได้ว่าโอกาสนั้นมีไว้ทำอะไร เช่น their opportunity to handle the situation
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่ตรงกับบทเรียนนี้: Choosing for Ava would ____ her opportunity to decide for herself.
ดูคำตอบ
take away
as they see fit based on their own beliefs and values. โน้ต
3:14ตามที่พวกเขาเห็นสมควรตามความเชื่อและค่านิยมของตนเอง
as they see fit: ตัดสินใจตามวิจารณญาณของตนเอง
“as they see fit” หมายถึง “ในแบบที่พวกเขาคิดว่าเหมาะสม” ในที่นี้ fit หมายถึง “เหมาะสม” ไม่ได้หมายถึง “สุขภาพดี” หรือ “มีร่างกายแข็งแรง” ในโครงสร้าง do something as someone sees fit คำว่า as ใช้บอกลักษณะหรือวิธีที่ทำสิ่งนั้น วลีนี้เน้นว่าบุคคลหรือกลุ่มเป็นผู้ใช้วิจารณญาณของตนเองตัดสินใจ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ตามวิธีที่คุณเห็นว่าเหมาะสม” ให้สมบูรณ์: You may arrange the chairs as you ____.
ดูคำตอบ
see fit
based on their own beliefs and values: การบอกพื้นฐานของการเลือก
based on ใช้บอกพื้นฐานหรือเหตุผลของการตัดสินใจ การวินิจฉัย หรือการกระทำ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายว่าสิ่งใดเป็นแนวทางในการตัดสินใจของพวกเขา beliefs คือแนวคิดที่บุคคลยอมรับว่าเป็นความจริง ส่วน values คือหลักการเกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญหรือถูกต้อง คำว่า their own เน้นว่าหลักการเหล่านี้เป็นของผู้ที่กำลังตัดสินใจเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย based on + her own beliefs and values: She made the decision ____.
ดูคำตอบ
based on her own beliefs and values
Trying to protect Carey from what you consider to be a bad choice
3:18การพยายามปกป้อง Carey จากสิ่งที่คุณมองว่าเป็นทางเลือกที่แย่
would show a lack of respect for their autonomy. วลี
3:21จะแสดงให้เห็นถึงการขาดความเคารพต่อความเป็นอิสระของพวกเขา
a lack of respect for their autonomy: การขาดความเคารพต่อสิทธิในการตัดสินใจด้วยตนเอง
นามวลี a lack of respect for X หมายถึง X ไม่ได้รับการให้คุณค่าหรือความเคารพอย่างเหมาะสม ในที่นี้ X คือ their autonomy หรือสิทธิและความสามารถของ Carey ในการเลือกด้วยตนเอง สรรพนาม their ที่ใช้ในความหมายเอกพจน์หมายถึง Carey เมื่อใช้กับ show วลีนี้จะประเมินว่าการกระทำหนึ่งสะท้อนอะไร ประเด็นคือการตัดสินใจแทนผู้อื่น แม้จะทำเพื่อปกป้องเขา ก็อาจไม่เคารพเสรีภาพในการตัดสินใจของเขา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตรงจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่เคารพสิทธิของบุคคลในการตัดสินใจ”: Making every decision for an adult may show ____.
ดูคำตอบ
a lack of respect for their autonomy
By extension: ขยายเหตุผลเดียวกันไปยังกรณีที่เกี่ยวข้อง
By extension เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่นำข้อกล่าวอ้างหรือหลักการก่อนหน้าไปใช้กับบุคคล กลุ่ม หรือสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด คำนี้บอกว่าประเด็นถัดไปไม่ใช่ตัวอย่างแยกต่างหากหรือเหตุผลใหม่ทั้งหมด แต่สืบเนื่องจากแนวเหตุผลเดียวกัน ในประโยคนี้ การตัดสินว่า Carey ไม่ได้รับความเคารพถูกขยายไปถึง Emerson ด้วย การขยายนี้เป็นเชิงตรรกะ ไม่ใช่การยืดออกทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมทางความคิดตรงจากบทเรียนที่ใช้ขยายเหตุผลเดียวกัน: The rule protects staff email accounts. ____, it should protect private work messages too.
ดูคำตอบ
By extension
since you would be deliberately trying to give him a false impression of Carey's punctuality. วลี
3:28เนื่องจากคุณจงใจพยายามให้เขามีความประทับใจที่ผิดๆ เกี่ยวกับความตรงต่อเวลาของ Carey
give someone a false impression of something: ทำให้ใครบางคนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบางสิ่ง
Give someone a false impression of something หมายถึงทำให้อีกคนเชื่อสิ่งที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องหนึ่ง โครงสร้างคือ give + คน + a false impression of + เรื่อง โดย impression ในที่นี้หมายถึงความเชื่อหรือมุมมอง ไม่ใช่รูปถ่ายหรือภาพที่เป็นวัตถุ ในประโยคนี้ him หมายถึง Emerson และ Carey's punctuality หมายถึงนิสัยการตรงต่อเวลาของ Carey การใช้ deliberately แสดงว่าผู้พูดหมายถึง Emerson จะถูกทำให้เข้าใจผิดโดยเจตนาเกี่ยวกับว่า Carey ตรงต่อเวลาแค่ไหน
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายที่ใช้บอกว่าทำให้เกิดมุมมองที่ผิด: The edited chart may ____ the company's growth.
ดูคำตอบ
give investors a false impression of
weigh X against Y: ชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบ X กับ Y
Weigh X against Y หมายถึงเปรียบเทียบสองสิ่งที่ดึงการตัดสินใจไปคนละทาง เช่น ประโยชน์กับความเสี่ยง ก่อนจะเลือก ในที่นี้ weigh ไม่ได้หมายถึงใช้ตาชั่ง แต่หมายถึงคิดว่าแต่ละด้านสำคัญเพียงใด คำถามนี้เปรียบเทียบ potential happiness กับ guaranteed disrespect คำคุณศัพท์มีความสำคัญ เพราะความสุขเป็นเพียงสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ส่วนการไม่ให้เกียรติถูกนำเสนอว่าเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้นการตัดสินใจจึงต้องพิจารณาทั้งคุณค่าและโอกาสที่จะเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่จำเป็นในโครงสร้างเปรียบเทียบ: We need to weigh the benefits ____ the risks.
ดูคำตอบ
against
Followers of Kant would say treating others with respect
3:37ผู้ติดตามคานต์จะบอกว่าการปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพ
the heart of moral conduct: หัวใจของการประพฤติทางศีลธรรม
ในที่นี้ the heart of moral conduct หมายถึงส่วนที่เป็นศูนย์กลางหรือสำคัญที่สุดของการประพฤติทางศีลธรรม คำว่า heart เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงอวัยวะในร่างกาย โครงสร้าง the heart of + คำนาม ใช้นำเสนอว่าสิ่งหนึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ของแนวคิดหรือกิจกรรมที่ใหญ่กว่า ในประโยคนี้ การเคารพผู้อื่นถูกนำเสนอว่าเป็นหลักสำคัญของการประพฤติทางศีลธรรม
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Patience is the heart of good teaching.” คำว่า the heart of หมายถึงอะไร?
- ส่วนที่เป็นศูนย์กลางและสำคัญที่สุด
- อวัยวะในร่างกาย
- ส่วนที่ง่ายที่สุด
ดูคำตอบ
ส่วนที่เป็นศูนย์กลางและสำคัญที่สุด
while followers of Mill would say nothing is more important than happiness. ไวยากรณ์
3:42ในขณะที่ผู้ติดตามมิลล์จะบอกว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความสุข
nothing is more important than happiness: ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความสุข
โครงสร้าง nothing is more important than X หมายความว่า X มีความสำคัญสูงสุด ไม่มีสิ่งอื่นใดสำคัญกว่า ในประโยคนี้ ความสุขถูกจัดให้อยู่เหนือสิ่งอื่นทั้งหมด คำว่า nothing ทำให้การเปรียบเทียบครอบคลุมทุกสิ่งที่เป็นไปได้ หากตัด nothing ออกหรือเปลี่ยนเป็น something ประโยคจะไม่หมายความว่า X สำคัญที่สุดอีกต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ nothing + be + more important than: ____ your health.
ดูคำตอบ
Nothing is more important than
But other philosophers believe that such conflicts can only be resolved on a case-by-case basis, วลี
3:46แต่นักปรัชญาคนอื่นๆ เชื่อว่าความขัดแย้งดังกล่าวสามารถแก้ไขได้เป็นกรณีๆ ไปเท่านั้น
Be resolved on a case-by-case basis: ได้รับการแก้ไขเป็นรายกรณี
ในประโยคนี้ such conflicts can only be resolved on a case-by-case basis หมายความว่าไม่มีวิธีแก้แบบเดียวที่ใช้ได้กับความขัดแย้งทุกกรณี ต้องพิจารณาความขัดแย้งแต่ละกรณีแยกกันก่อนตัดสินใจ คำว่า such conflicts หมายถึงความขัดแย้งที่กำลังพูดถึง ซึ่งในที่นี้คือความขัดแย้งระหว่างความสุขกับความเคารพ โครงสร้างคือ be resolved on a ... basis โดย be resolved เป็นรูปถูกกระทำ และ on a case-by-case basis อธิบายวิธีแก้ไขความขัดแย้ง ในที่นี้ case หมายถึงสถานการณ์แต่ละกรณี ไม่ได้หมายถึงคดีทางกฎหมายเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “พิจารณาแต่ละสถานการณ์แยกกัน”: Each request will be reviewed on a ____ basis.
ดูคำตอบ
case-by-case
depending on various details and on the individuals involved. วลี
3:52ขึ้นอยู่กับรายละเอียดต่างๆ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Depending on ... and on the individuals involved: ขึ้นอยู่กับ…และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Depending on ใช้เกริ่นปัจจัยที่อาจทำให้การตัดสินใจหรือผลลัพธ์เปลี่ยนไป ส่วนนี้ต่อเนื่องจากข้อความก่อนหน้า โดยบอกว่าวิธีแก้ไขความขัดแย้งจะเปลี่ยนไปตามรายละเอียดต่าง ๆ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับแต่ละสถานการณ์ เงื่อนไขทั้งสองมีโครงสร้างขนานกัน คือ on various details และ on the individuals involved การใช้ on ซ้ำหน้าเงื่อนไขที่สองช่วยให้เห็นการเชื่อมกันชัดเจนขึ้น ใน the individuals involved คำว่า involved วางหลังคำนามและหมายถึง “เกี่ยวข้องกับหรือมีส่วนร่วมในสถานการณ์นั้น” ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “เข้าไปพัวพันกับปัญหา”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าทั้งสภาพอากาศและผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์อาจส่งผลต่อแผนสุดท้าย?
- The final plan may change depending on the weather and on the people involved.
- The final plan may change depending of the weather and on the people involving.
- The final plan may change depending on the weather and on the people who involve.
ดูคำตอบ
The final plan may change depending on the weather and on the people involved.
Keep testing your decision-making skills with another classic ethical dilemma. โน้ต
3:59มาทดสอบทักษะการตัดสินใจของคุณต่อไปกับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทางจริยธรรมสุดคลาสสิกอีกเรื่อง
decision-making skills: ทักษะการตัดสินใจ
decision-making skills หมายถึงความสามารถที่ใช้เปรียบเทียบตัวเลือก คิดถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น และเลือกว่าจะทำอะไร decision-making ทำหน้าที่เป็นคำขยายแบบประสมหนึ่งชุดที่อยู่หน้า skills เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อม decision กับ making ให้ทั้งสองคำบอกทักษะประเภทเดียวกัน ไม่ใช่แนวคิดสองอย่างที่แยกจากกัน
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึง “ทักษะที่ใช้เลือกจากหลายตัวเลือก” ลงในประโยค: Good leaders develop strong ____.
ดูคำตอบ
decision-making skills
classic ethical dilemma: ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทางจริยธรรมแบบคลาสสิก
ethical dilemma คือสถานการณ์ที่หน้าที่หรือคุณค่าทางศีลธรรมที่สำคัญดึงไปคนละทาง แต่ละตัวเลือกอาจมีต้นทุนทางศีลธรรมที่สำคัญ จึงเป็นมากกว่าปัญหายากทั่วไป ในที่นี้ classic หมายถึงตัวอย่างมาตรฐานของความขัดแย้งแบบนี้ที่มีการพูดถึงอย่างกว้างขวาง ไม่ได้หมายถึงเก่าเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของ classic ethical dilemma?
- นักเดินทางตัดสินใจว่าจะใส่เสื้อสีแดงหรือเสื้อสีน้ำเงินลงในกระเป๋า
- บรรณาธิการต้องเลือกระหว่างการบอกความจริงที่สำคัญแก่สาธารณชนกับการปกป้องความเป็นส่วนตัวของบุคคลที่เปราะบาง
- นักเรียนแก้โจทย์คำนวณที่มีคำตอบถูกเพียงคำตอบเดียว
ดูคำตอบ
บรรณาธิการต้องเลือกระหว่างการบอกความจริงที่สำคัญแก่สาธารณชนกับการปกป้องความเป็นส่วนตัวของบุคคลที่เปราะบาง
distress calls: การร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
distress call คือคำร้องขอหรือสัญญาณฉุกเฉินที่ส่งจากเรือ เครื่องบิน หรือบุคคลที่กำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง ในประโยคนี้ เรือทั้งสองลำกำลังขอให้หน่วยกู้ภัยช่วยทันที ในที่นี้ distress หมายถึงภาวะฉุกเฉิน ไม่ได้หมายถึงเพียงความเศร้าหรือความกังวลทางอารมณ์ เมื่อ distress ขยาย call หรือ signal ให้เข้าใจว่าเป็นการร้องขอให้มาช่วยเหลือ
แบบฝึกหัด
เติมคำศัพท์ตายตัวที่หมายถึงการร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินให้สมบูรณ์: After losing power at sea, the crew sent a ____.
ดูคำตอบ
distress call
only have enough time to save one: มีเวลาช่วยได้เพียงลำเดียว
have enough time to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงเวลาที่มีอยู่เพียงพอสำหรับการทำสิ่งนั้น ในที่นี้ save one หมายถึงช่วยเรือหนึ่งลำจากทั้งหมดสองลำ only ทำให้เกิดข้อจำกัด คือมีเวลาช่วยได้หนึ่งลำ แต่ไม่พอช่วยทั้งสองลำ โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ only have enough + คำนาม + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งใช้บอกข้อจำกัดด้านทรัพยากร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง only have enough time to + คำกริยา: We ____ one gallery before it closes.
ดูคำตอบ
only have enough time to visit