คุ้นเคยกับ ... used to - บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

British Council | English

ความยากในการเรียน
465 คำ 197 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนสั้นนี้เปรียบเทียบการใช้ used to สามแบบที่มักสับสน โดยยกตัวอย่างการขับรถทางซ้าย เนื้อหาแยกให้เห็นวิธีพูดถึงนิสัยในอดีตที่สิ้นสุดแล้ว กิจกรรมที่ปัจจุบันรู้สึกเป็นเรื่องปกติ และการเปลี่ยนจากความยากในช่วงแรกไปสู่ความเคยชิน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. used to drive — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า used to ตามด้วยกริยารูป infinitive ใช้บอกนิสัยหรือสภาวะในอดีตที่ปัจจุบันไม่เป็นจริงแล้ว คุณจึงนำรูปแบบนี้ไปเล่ากิจกรรมที่เคยทำเป็นประจำ หรือสถานการณ์ที่เคยมีอยู่ในช่วงหนึ่ง พร้อมสื่ออย่างชัดเจนว่าสิ่งนั้นได้จบลงแล้ว 2. I'm used to driving — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: แยกแยะได้ว่า be used to ตามด้วยรูป -ing หมายถึงกิจกรรมนั้นกลายเป็นสิ่งคุ้นเคยหรือปกติแล้ว ไม่ได้หมายถึงนิสัยที่เคยทำในอดีต ช่วยให้บอกระดับความเคยชินในปัจจุบันและหลีกเลี่ยงรูปที่ผิดอย่าง I am used to drive 3. got used to / I am used to it. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เห็นความต่างระหว่าง get used to ซึ่งเน้นกระบวนการปรับตัว กับ be used to ซึ่งเน้นสภาวะหลังจากปรับตัวแล้ว ความต่างนี้ช่วยให้เล่าได้ว่าสิ่งหนึ่งเคยยากในตอนแรก ค่อย ๆ กลายเป็นเรื่องปกติ และตอนนี้คุ้นเคยแล้ว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Today's mini English lesson is about used to.

0:04

บทเรียนภาษาอังกฤษสั้นๆ วันนี้เกี่ยวกับ used to

What's the difference between these sentences? ลำดับความ

0:07

ประโยคเหล่านี้ต่างกันอย่างไร?

ลำดับความ

What's the difference between ...? สำหรับเริ่มการเปรียบเทียบ

คำถามนี้นำตัวอย่างที่คล้ายกันมาเทียบกันและขอให้ผู้ฟังหาว่าแตกต่างกันตรงไหน ในที่นี้ คำถามส่งสัญญาณว่าประโยคอาจดูคล้ายกันแต่ใช้กฎต่างกัน ใช้ What's the difference between A and B? เพื่อเริ่มการเปรียบเทียบได้ หากมองเห็นสิ่งที่จะเปรียบเทียบอยู่แล้วหรือเพิ่งกล่าวถึงไป ก็ใช้วลีอย่าง these sentences เพื่อเรียกรวมสิ่งเหล่านั้นได้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามมาตรฐานที่ใช้ถามความแตกต่างระหว่างสองสิ่งให้สมบูรณ์: What's the ____ between a pond and a lake?

ดูคำตอบ

difference

I used to drive on the left. ไวยากรณ์

0:09

ฉันเคยขับรถชิดซ้าย

ไวยากรณ์

used to drive: นิสัยในอดีตที่เปลี่ยนไปแล้ว

used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการกระทำที่ทำซ้ำหรือสภาวะในอดีต และมักสื่อว่าตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ใน used to drive คำว่า drive เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน และประโยคนี้กล่าวถึงการขับรถชิดซ้ายว่าเป็นนิสัยเดิมของผู้พูด ในที่นี้ไม่มีรูปของ be อยู่หน้า used จึงหมายถึง “เมื่อก่อนเคยทำแบบนี้” ไม่ใช่ “คุ้นเคยกับการทำแบบนี้”

แบบฝึกหัด

ใช้รูปของ play ที่บอกนิสัยในอดีตเติมประโยคให้สมบูรณ์: Leo ____ football after school, but now he goes swimming.

ดูคำตอบ

used to play

I'm used to driving on the left. ไวยากรณ์

0:11

ฉันชินกับการขับรถชิดซ้าย

ไวยากรณ์

I'm used to driving: โครงสร้าง be used to + -ing

I'm used to driving หมายถึง ตอนนี้การขับรถเป็นเรื่องที่คุ้นเคยสำหรับผู้พูดแล้ว I'm ย่อมาจาก I am และ am คือ be ในโครงสร้าง be used to ในโครงสร้าง be used to + คำนามหรือรูป -ing คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงใช้ driving ไม่ใช่ drive โครงสร้างนี้บอกสภาพที่คุ้นเคยในปัจจุบัน ไม่ใช่นิสัยในอดีต

แบบฝึกหัด

Ava ทำงานกะกลางคืนมาหลายปีแล้ว ใช้ is used to และรูปที่ถูกต้องของ work เติมประโยคให้สมบูรณ์: Ava ____ at night.

ดูคำตอบ

is used to working

They sound almost the same, ลำดับความ

0:12

มันฟังดูแทบจะเหมือนกัน

but in fact there's a very important difference.

0:14

แต่จริงๆ แล้วมีความแตกต่างที่สำคัญมาก

ลำดับความ

They sound almost the same, but in fact ...: เปลี่ยนไปเน้นความแตกต่างจริง

They sound almost the same ยอมรับก่อนว่าทำไมสองสำนวนนี้จึงอาจดูคล้ายกัน วิธีนี้ทำให้ผู้พูดกับผู้ฟังมีจุดเริ่มต้นร่วมกันก่อนจะแก้ความเข้าใจ จากนั้น but in fact พาผู้ฟังจากความคล้ายกันที่เห็นเพียงผิวเผินไปยังประเด็นหลักของผู้พูด คือความจริงแล้วสถานการณ์แตกต่างกัน รูปแบบนี้จัดการเปรียบเทียบโดยพูดถึงความคล้ายที่เห็นก่อน แล้วจึงบอกความจริงที่สำคัญ โดยเน้นเนื้อหาหลัง but in fact

แบบฝึกหัด

ประโยคใดยอมรับความคล้ายกันที่เห็นเพียงผิวเผินก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปพูดถึงความแตกต่างจริงที่สำคัญ

  1. The two keys look alike, and in fact they are identical.
  2. The two keys look alike, so they must open the same door.
  3. The two keys look alike, but in fact only one opens the door.
ดูคำตอบ

The two keys look alike, but in fact only one opens the door.

One of them is talking about a past habit that's finished now.

0:16

ประโยคหนึ่งพูดถึงนิสัยในอดีตที่จบลงไปแล้ว

And one of them is talking about something that is familiar or normal for you.

0:20

และอีกประโยคหนึ่งพูดถึงสิ่งที่คุณคุ้นเคยหรือเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณ

But which one is which? วลี

0:24

แต่อันไหนคืออันไหนล่ะ?

วลี

Which one is which?: จับคู่สิ่งของกับตัวตนหรือหน้าที่

Which one is which? ใช้ถามเพื่อจับคู่คน สิ่งของ ชื่อ หรือความหมายตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปที่พูดถึงแล้ว กับตัวตนหรือหน้าที่ที่ถูกต้อง ในประโยคนี้ ผู้พูดถามว่าตัวอย่างสองอันนั้นอันไหนมีความหมายใด which one ตัวแรกชี้ไปยังสิ่งที่ต้องระบุ ส่วน which ตัวสุดท้ายถามถึงตัวตนหรือประเภทของสิ่งนั้น But แสดงว่าแม้จะมีข้อมูลก่อนหน้าแล้ว ความสัมพันธ์ก็ยังไม่ชัดเจน which ทั้งสองคำจึงไม่ใช่การพูดซ้ำโดยไม่มีความหมาย

แบบฝึกหัด

สวิตช์สองอันที่ไม่มีป้ายควบคุมไฟในห้องครัวและทางเดิน คุณรู้ว่าสวิตช์แต่ละอันควบคุมไฟหนึ่งดวง แต่ไม่รู้ว่าอันไหนควบคุมดวงไหน ควรถามว่าอย่างไร?

  1. What does one look like?
  2. Which one do you prefer?
  3. Which one is which?
ดูคำตอบ

Which one is which?

When you have used to followed by a verb in the infinitive,

0:26

เมื่อคุณใช้ used to ตามด้วยคำกริยาช่องที่ 1 (infinitive)

you're talking about a past habit or state.

0:31

คุณกำลังพูดถึงนิสัยหรือสถานะในอดีต

I used to drive on the left

0:33

ฉันเคยขับรถชิดซ้าย

when I lived in England.

0:35

ตอนที่ฉันอาศัยอยู่ในอังกฤษ

Now I don't live in England,

0:36

ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ในอังกฤษแล้ว

so it's finished.

0:38

ดังนั้นมันจึงจบลงแล้ว

I don't drive on the left.

0:39

ฉันไม่ได้ขับรถชิดซ้าย

This is a past habit.

0:40

นี่คือนิสัยในอดีต

We can also use this for past states.

0:42

เรายังสามารถใช้วิธีนี้กับสถานะในอดีตได้ด้วย

I used to live in England. ไวยากรณ์

0:44

ฉันเคยอาศัยอยู่ในอังกฤษ

ไวยากรณ์

used to live: สภาพในอดีตที่สิ้นสุดแล้ว

used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกนิสัยหรือสภาพในอดีตที่ปัจจุบันไม่เป็นจริงแล้ว ใน used to live คำว่า live บอกสภาพต่อเนื่องของการมีบ้านอยู่ในสถานที่หนึ่ง ไม่ใช่การกระทำครั้งเดียวที่เกิดซ้ำ รูปที่ถูกต้องคือ used to + live ไม่ใช่ used to lived ในที่นี้หมายความว่าผู้พูดเคยอาศัยอยู่ในอังกฤษ แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย used to และคำกริยารูปพื้นฐาน live: We ____ near the sea, but now we live in the mountains.

ดูคำตอบ

used to live

It's finished now.

0:46

ตอนนี้มันจบลงแล้ว

In the other sentence,

0:47

ในอีกประโยคหนึ่ง

I'm used to driving on the left,

0:48

ฉันชินกับการขับรถชิดซ้าย

we're talking about something that becomes familiar or normal for you.

0:50

เรากำลังพูดถึงบางสิ่งที่กลายเป็นความคุ้นเคยหรือเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณ

We can see the difference because we don't just have used to.

0:54

เราสามารถเห็นความแตกต่างได้เพราะเราไม่ได้มีแค่ used to

Before it,

0:57

ก่อนหน้านั้น

we have a verb.

0:58

เรามีคำกริยา

In this case,

0:59

ในกรณีนี้

it's to be.

0:59

คือ to be

I am used to.

1:00

I am used to (ฉันชินกับ)

And after used to, ไวยากรณ์

1:02

และหลัง used to

we have a verb in the gerund or the -ing form.

1:03

เรามีคำกริยาที่เป็น gerund หรือรูปแบบ -ing

ไวยากรณ์

be used to + คำกริยารูป -ing

ในที่นี้ used to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง be used to ซึ่งหมายความว่าสิ่งหนึ่งกลายเป็นเรื่องคุ้นเคยหรือรู้สึกเป็นปกติ ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่เครื่องหมาย infinitive เมื่อสิ่งที่ตามมาเป็นการกระทำ ให้ใช้ gerund: be used to + คำกริยารูป -ing เช่น be used to driving คำกริยารูปพื้นฐานอย่าง drive วางต่อจาก to นี้โดยตรงไม่ได้

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน work เป็นรูปที่ต้องใช้หลัง be used to: Amir is used to ____ at night.

ดูคำตอบ

working

This means when you first arrived in England,

1:07

นี่หมายความว่าเมื่อคุณมาถึงอังกฤษครั้งแรก

it was very strange to drive on the left,

1:10

มันแปลกมากที่ต้องขับรถชิดซ้าย

but now it's completely normal.

1:12

แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

I'm used to driving on the left.

1:14

ฉันชินกับการขับรถชิดซ้าย

We can use the verb -ing

1:15

เราสามารถใช้คำกริยาเติม -ing

or we can replace it with a noun.

1:18

หรือเราสามารถแทนที่ด้วยคำนามได้

I'm used to the road system in England. ไวยากรณ์

1:19

ฉันชินกับระบบถนนในอังกฤษ

ไวยากรณ์

be used to + กลุ่มคำนาม

be used to สามารถตามด้วยคำนามหรือกลุ่มคำนามได้โดยตรงเช่นกัน ใน I'm used to the road system คำว่า the road system คือสิ่งที่ผู้พูดรู้สึกคุ้นเคยแล้ว ใช้รูป be used to + สิ่งของหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง รูป -ing จำเป็นเฉพาะเมื่อสิ่งที่ตามมาเป็นการกระทำที่เขียนเป็นคำกริยา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดคุ้นเคยกับตารางใหม่แล้ว?

  1. I use the new schedule every day.
  2. I am used to the new schedule.
  3. I used to follow the new schedule.
ดูคำตอบ

I am used to the new schedule.

When we use this structure to talk about developing a new habit,

1:22

เมื่อเราใช้โครงสร้างนี้เพื่อพูดถึงการสร้างนิสัยใหม่

you can use the verb to get.

1:26

คุณสามารถใช้คำกริยา to get ได้

And this talks about the moments that it happens,

1:28

และนี่พูดถึงช่วงเวลาที่มันเกิดขึ้น

the moment that you develop the habit

1:30

ช่วงเวลาที่คุณเริ่มสร้างนิสัย

and that this becomes normal for you.

1:32

และสิ่งนี้กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณ

When I moved to England,

1:34

ตอนที่ฉันย้ายไปอังกฤษ

at first it was difficult, ลำดับความ

1:35

ตอนแรกมันยากมาก

but after a few weeks,

1:36

แต่หลังจากผ่านไปสองสามสัปดาห์

I got used to driving on the left. ไวยากรณ์

1:38

ฉันก็เริ่มชินกับการขับรถชิดซ้าย

ลำดับความ

at first ... but after a few weeks ...: แสดงการเปลี่ยนแปลงตามเวลา

At first บอกสถานการณ์ในช่วงเริ่มต้นว่าเป็นเรื่องยาก ส่วน but after a few weeks เล่าเรื่องต่อไปยังเวลาที่ผ่านไปและส่งสัญญาณว่าสถานการณ์ภายหลังแตกต่างออกไป เมื่อใช้สองวลีบอกเวลานี้ร่วมกัน จะช่วยจัดลำดับการเปลี่ยนแปลงว่า ตอนแรกเป็นแบบหนึ่ง แต่ต่อมากลายเป็นอีกแบบ ใช้ได้กับการเล่าเรื่องการเรียนรู้ การปรับตัว หรือการพัฒนาขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบเวลาภาษาอังกฤษ at first ... but after ...: ____ the puppy was nervous, ____ a few days, it started playing.

ดูคำตอบ

At first · but after

ไวยากรณ์

got used to driving: ค่อย ๆ ชินกับการขับรถ

get used to + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงค่อย ๆ ชินกับบางสิ่ง ใน got used to driving คำว่า got เป็นรูปอดีต จึงหมายความว่าผู้พูดค่อย ๆ ชินกับการขับรถเมื่อเวลาผ่านไป ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่เครื่องหมายของ infinitive ดังนั้นเมื่อมีการกระทำตามหลังจึงต้องใช้รูป -ing คือ driving ไม่ใช่ drive

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ get used to ในรูปอดีตและ ride ในรูป -ing: After a few weeks, Noah ____ the school bus.

ดูคำตอบ

got used to riding

It became normal.

1:40

มันกลายเป็นเรื่องปกติ

I got used to it. ไวยากรณ์

1:41

ฉันเริ่มชินกับมันแล้ว

And now I am used to it.

1:43

และตอนนี้ฉันก็ชินกับมันแล้ว

ไวยากรณ์

got used to ... I am used to it: การเปลี่ยนแปลงเทียบกับสภาพในปัจจุบัน

Got used to แสดงการเปลี่ยนแปลง ตอนแรกผู้พูดยังไม่คุ้นกับการขับรถชิดซ้าย แต่ต่อมาก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ ส่วน I am used to it. บอกสภาพในตอนนี้ว่าการขับรถชิดซ้ายรู้สึกเป็นเรื่องปกติแล้ว ใช้ get used to เมื่อใครบางคนเปลี่ยนเข้าสู่สภาพที่คุ้นเคยหรือสบายใจ และใช้ be used to เมื่อสภาพนั้นมีอยู่แล้ว ในที่นี้ got บอกการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้านี้ ส่วน am บอกสภาพในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตธรรมดาของ get used to และรูปปัจจุบันธรรมดาของ be used to: The bus ride felt strange at first, but I ____ it. Now I ____ it.

ดูคำตอบ

got used to · am used to

When we use used to to talk about becoming familiar with something

1:44

เมื่อเราใช้ used to เพื่อพูดถึงการเริ่มคุ้นเคยกับบางสิ่ง

or something becoming normal,

1:48

หรือบางสิ่งที่กลายเป็นเรื่องปกติ

you could use it in any tense, ไวยากรณ์

1:50

คุณสามารถใช้ในกาล (tense) ใดก็ได้

the past, the present, or the future.

1:51

อดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต

ไวยากรณ์

be/get used to ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

used to ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ be/get used to ซึ่งหมายถึง “คุ้นเคยกับ” หรือ “เริ่มคุ้นเคยกับ” โครงสร้างนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่อดีต ให้เปลี่ยนรูป be หรือ get เพื่อบอกเวลา เช่น was used to สำหรับสภาพในอดีต am used to สำหรับสภาพในปัจจุบัน และ will get used to สำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โครงสร้างนี้ต่างจาก used to + กริยารูปพื้นฐาน ซึ่งบอกนิสัยหรือสภาพในอดีต ควรดูโครงสร้างทั้งหมดก่อนตัดสินว่าเป็นเวลาใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าเขาจะค่อย ๆ ชินกับการตื่นเช้าในอนาคต?

  1. He will get used to getting up early.
  2. He used to get up early.
  3. He is used to getting up early.
ดูคำตอบ

He will get used to getting up early.

If your friend has a difficult situation at work,

1:53

ถ้าเพื่อนของคุณเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากในที่ทำงาน

you could say,

1:56

คุณสามารถพูดได้ว่า

"I'm sure you will get used to it." น้ำเสียง/เจตนา

1:57

"ฉันแน่ใจว่าเดี๋ยวคุณก็จะชินกับมัน"

น้ำเสียง/เจตนา

I'm sure you will get used to it: การปลอบใจอย่างมั่นใจ

I'm sure แสดงความมั่นใจของผู้พูด ส่วน you will get used to it คาดว่าสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยหรือยากจะรู้สึกเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งประโยคใช้ปลอบใจและให้กำลังใจ ไม่ได้ใช้พิสูจน์ข้อเท็จจริง it แทนสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ I'm sure + บุคคล + will get used to + สิ่งของหรือสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า 'My new school feels strange.' คำตอบใดปลอบใจอย่างอบอุ่นและมั่นใจว่าเพื่อนจะปรับตัวได้?

  1. It was easy for everyone from the start.
  2. I'm sure you will get used to it.
  3. I hope you never have to go back.
ดูคำตอบ

I'm sure you will get used to it.

Talking in the past,

1:59

หากพูดถึงอดีต

you could say,

2:00

คุณสามารถพูดได้ว่า

"When I first moved to Manchester,

2:01

"ตอนที่ฉันย้ายไปแมนเชสเตอร์ครั้งแรก

it was difficult to take an umbrella all the time, วลี

2:04

มันยากมากที่ต้องพกร่มตลอดเวลา

วลี

take an umbrella all the time: พกร่มติดตัวบ่อย ๆ

ใน take an umbrella คำว่า take หมายถึงพกร่มไปด้วยเมื่อออกจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเอาร่มออกไปจากที่ที่ควรอยู่ all the time ในบริบทนี้หมายถึงซ้ำ ๆ หรือบ่อยมาก คือคนนั้นต้องใช้ร่มอยู่บ่อย ๆ ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าถือร่มอยู่ทุกวินาที

แบบฝึกหัด

ที่ที่ Ben อาศัยอยู่ฝนตกเกือบทุกวัน ประโยคใดบอกถึงความจำเป็นที่เกิดซ้ำของเขาได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. I have to open an umbrella indoors.
  2. I have to take an umbrella all the time.
  3. I have to leave every umbrella at home.
ดูคำตอบ

I have to take an umbrella all the time.

but I soon got used to the weather in the past."

2:06

แต่ไม่นานฉันก็ชินกับสภาพอากาศในตอนนั้น"

So here we have the same structure,

2:09

ดังนั้นที่นี่เรามีโครงสร้างเดียวกัน

used to,

2:11

คือ used to

in two very different situations.

2:12

ในสองสถานการณ์ที่แตกต่างกันมาก

Used to plus infinitive talks about a finished state or habit.

2:14

Used to บวกกริยาช่อง 1 (infinitive) พูดถึงสถานะหรือนิสัยที่จบไปแล้ว

Be or get used to plus verb -ing

2:18

Be หรือ get used to บวกคำกริยา -ing

talks about something that becomes familiar or normal.

2:22

พูดถึงบางสิ่งที่กลายเป็นความคุ้นเคยหรือเรื่องปกติ

So now that you know the rule, วลี

2:25

เอาล่ะ ตอนนี้คุณรู้กฎแล้ว

วลี

now that you know the rule: ใช้สถานการณ์ที่เป็นจริงแล้วเป็นเหตุผล

now that ใช้บอกสถานการณ์ที่เป็นจริงแล้ว และทำให้สถานการณ์นั้นเป็นเหตุผลหรือภูมิหลังของสิ่งที่จะตามมา ในที่นี้ you know the rule ถูกนำเสนอว่าเป็นข้อเท็จจริง ผู้พูดจึงเปลี่ยนจากการอธิบายกฎไปสู่การขอให้ผู้ฟังนำกฎไปใช้ได้ ให้เข้าใจ now that เป็นคำเชื่อมหนึ่งชุดที่มีความหมายโดยประมาณว่า เพราะตอนนี้สถานการณ์นั้นเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่คำว่า now ตามด้วย that ที่หมายถึงสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

สมาชิกทีมทุกคนมาถึงแล้วและคุณมองเห็นพวกเขาอยู่ในห้อง ประโยคใดนำเสนอเรื่องนี้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วและพาไปสู่ขั้นตอนถัดไป

  1. Now that everyone is here, we can start the meeting.
  2. If everyone is here, we can start the meeting.
  3. Everyone is now that here, we can start the meeting.
ดูคำตอบ

Now that everyone is here, we can start the meeting.

you need to go out there and get used to using used to ไวยากรณ์

2:27

คุณต้องออกไปลองใช้และทำความคุ้นเคยกับการใช้ used to

in these two very different contexts.

2:30

ในสองบริบทที่แตกต่างกันอย่างมากนี้

ไวยากรณ์

get used to using used to: สองโครงสร้างที่ซ้อนกัน

get used to ชุดแรกหมายถึงค่อย ๆ คุ้นเคยหรือชินกับบางสิ่ง ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท ดังนั้นถ้าตามด้วยการกระทำ ต้องใช้รูป -ing: get used to using used to ชุดที่สองคือชื่อสำนวนภาษาอังกฤษที่กำลังถูกใช้ และเป็นกรรมของ using ทั้งวลีจึงหมายถึงค่อย ๆ ชินกับการใช้สำนวน used to การซ้ำนี้ตั้งใจให้เกิดขึ้น และ used to ทั้งสองชุดทำหน้าที่ต่างกัน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ซ้อนกันนี้ด้วยรูปที่ถูกต้องของ use: With practice, you will get used to ____ used to in conversation.

ดูคำตอบ

using

Bye.

2:33

ลาก่อน