ใครเป็นคนกำหนดว่า 1 วินาทียาวนานแค่ไหน? - John Kitching: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
696 คำ 136 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าพัฒนาการของวินาที จากการแบ่งวันตามหลักดาราศาสตร์ไปสู่มาตรฐานอะตอม พร้อมอธิบายว่าเหตุใดโลกจึงต้องมีการบอกเวลาที่แม่นยำตรงกัน เหตุใดจึงเลือกซีเซียม-133 และเหตุใดหนึ่งวินาทีจึงนิยามเท่ากับการสั่นของอะตอม 9,192,631,770 ครั้งพอดี ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Just how long is a second? — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ เรียนรู้ว่า just how เปลี่ยนคำถามที่ดูเหมือนตอบง่ายให้เป็นคำถามเปิดเรื่องเชิงวิทยาศาสตร์ที่ชวนติดตามได้อย่างไร รูปแบบนี้กระตุ้นให้ผู้ฟังทบทวนสิ่งคุ้นเคย และส่งสัญญาณว่าคำตอบจริงนั้นละเอียดและไม่ตรงไปตรงมาอย่างที่คิด 2. It wasn't until / that — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค สังเกตโครงสร้างเน้นช่วงเวลานี้จากเรื่องทางรถไฟและการทำเวลาให้ตรงกันระหว่างเมือง แล้วนำไปใช้เน้นเงื่อนไขหรือจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้นในที่สุด 3. second to none. — สำนวนและภาษาภาพพจน์ เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงยอดเยี่ยมจนไม่มีสิ่งใดเทียบได้ ไม่ได้หมายถึงการอยู่ลำดับที่สองตามตัวอักษร และมองเห็นการเล่นคำที่ทั้งยกย่องความแม่นยำของนาฬิกาอะตอมและเชื่อมกลับไปยัง second ซึ่งเป็นหน่วยเวลาหลักของวิดีโอ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In 1967, researchers from around the world gathered to answer a long-running scientific question. โน้ต

0:06

ในปี 1967 นักวิจัยจากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อตอบคำถามทางวิทยาศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน

วลี

from around the world: มาจากหลายพื้นที่ทั่วโลก

from around the world หมายถึงมาจากหลายพื้นที่ในส่วนต่าง ๆ ของโลก ในประโยคนี้วลีดังกล่าวอยู่หลัง researchers และบอกว่านักวิจัยมาจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย ไม่ได้หมายความว่ามีตัวแทนจากทุกประเทศอย่างแน่นอน ในโครงสร้าง people or things from around the world วลีนี้นำเสนอกลุ่มคนหรือสิ่งของว่าเป็นกลุ่มนานาชาติ เนื่องจากอยู่หลัง from คำว่า around the world ในที่นี้จึงบอกแหล่งที่มา ไม่ใช่การเดินทางรอบโลก

แบบฝึกหัด

เลือกตัวเลือกที่เติมประโยคให้สมบูรณ์และหมายความว่าทีมต่าง ๆ มาจากหลายพื้นที่ทั่วโลก: The science fair welcomed teams ___.

  1. for an online workshop
  2. from around the world
  3. from nearby schools
ดูคำตอบ

from around the world

วลี

gathered to answer: รวมตัวกันเพื่อจุดประสงค์หนึ่ง

gathered to answer ประกอบด้วยกริยาอดีต gathered และรูป to-infinitive ที่บอกจุดประสงค์ นักวิจัยมารวมตัวกันเพื่อจะตอบคำถาม ดังนั้นการตอบคำถามจึงเป็นเป้าหมายร่วมกัน ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อมา ใช้รูปแบบ people gather or gathered to + base verb เมื่อกลุ่มคนตั้งใจมารวมตัวกันเพื่อจุดประสงค์หนึ่ง หลัง to ให้ใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น to answer หรือ to discuss

แบบฝึกหัด

เลือกตัวเลือกที่บอกว่าจุดประสงค์ของการมารวมตัวกันคือการหารือปัญหา: The neighbors ___ the traffic problem.

  1. left before discussing
  2. gathered after discussing
  3. gathered to discuss
ดูคำตอบ

gathered to discuss

การใช้คำ

long-running scientific question: ประเด็นที่ดำเนินมาหลายปี

ในที่นี้ long-running เป็นคำคุณศัพท์ประสม หมายถึงสิ่งที่ดำเนินต่อเนื่องหรือมีอยู่มาเป็นเวลานาน คำถามทางวิทยาศาสตร์นี้อยู่ในความสนใจของนักวิจัยมาหลายปี ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดกำลัง “วิ่ง” จริง ๆ เมื่อวางหน้า scientific question คำว่า long-running บอกว่าคำถามนี้เป็นประเด็นที่มีมายาวนาน รูปแบบเดียวกันนี้มักใช้กับกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่ดำเนินต่อเนื่อง เช่น การถกเถียง รายการ การรณรงค์ หรือข้อพิพาท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความอย่างชัดเจนว่าละครโทรทัศน์เรื่องหนึ่งออกอากาศต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว

  1. It is a long television series.
  2. It is a television series about running.
  3. It is a long-running television series.
ดูคำตอบ

It is a long-running television series.

Just how long is a second? ลำดับความ

0:14

หนึ่งวินาทีนั้นยาวนานแค่ไหนกันแน่?

ลำดับความ

Just how long...?: คำถามเปิดเรื่องที่เน้นย้ำ

ใน Just how long...? คำว่า just ใช้เน้น how มีความหมายว่า “กันแน่ว่า...แค่ไหน” หรือ “จริง ๆ แล้ว...แค่ไหน” ไม่ได้แปลว่า “เพียงแค่” ผู้พูดเปลี่ยนแนวคิดที่คุ้นเคยให้กลายเป็นคำถามที่ควรคิดให้ลึกขึ้น เมื่อใช้เปิดเรื่อง คำถามแบบนี้จะสร้างความสงสัยใคร่รู้ก่อนเริ่มคำอธิบาย โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ just how + คำบอกระดับ + คำถาม เช่น Just how deep...? หรือ Just how quickly...?

แบบฝึกหัด

ในคำถาม 'Just how far can this bird fly?' คำว่า just how ทำหน้าที่อะไร

  1. เน้นระยะทางที่แน่นอนและแสดงความอยากรู้อย่างมาก
  2. เปลี่ยนคำถามให้เป็นคำสั่ง
  3. หมายความว่านกบินได้เพียงระยะสั้น ๆ เท่านั้น
ดูคำตอบ

เน้นระยะทางที่แน่นอนและแสดงความอยากรู้อย่างมาก

It might seem obvious at first, ลำดับความ

0:17

ในตอนแรกมันอาจดูเหมือนชัดเจน

ลำดับความ

It might seem obvious at first: วางกรอบให้เป็นความรู้สึกแรก

It might seem obvious at first นำเสนอคำว่า obvious ว่าเป็นเพียงความรู้สึกแรกจากสิ่งที่เห็นภายนอก might seem ไม่ได้ยืนยันว่ามันชัดเจนจริง ๆ ส่วน at first จำกัดการตัดสินนั้นไว้แค่ช่วงแรก คำเปิดนี้ยอมรับสิ่งที่ผู้ฟังหรือผู้อ่านน่าจะคิดในตอนแรก แล้วเว้นพื้นที่ไว้สำหรับการแก้ความเข้าใจ การเปรียบต่าง หรือคำอธิบายที่ซับซ้อนกว่าในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบาย It might seem obvious at first ทำหน้าที่อะไร

  1. ยืนยันว่าข้อสรุปนั้นถูกต้องแน่นอนและเป็นข้อสรุปสุดท้าย
  2. นำเสนอความรู้สึกแรกและเว้นโอกาสให้แก้ไขในภายหลัง
  3. บอกว่าความคิดนั้นเพิ่งชัดเจนหลังจากผ่านกระบวนการที่ยาวนาน
ดูคำตอบ

นำเสนอความรู้สึกแรกและเว้นโอกาสให้แก้ไขในภายหลัง

a second is the tick of a clock,

0:20

หนึ่งวินาทีคือเสียงติ๊กของนาฬิกา

the swing of a pendulum,

0:21

การแกว่งของลูกตุ้ม

the time it takes to count to one. ไวยากรณ์

0:23

เวลาที่ใช้ในการนับถึงหนึ่ง

ไวยากรณ์

the time it takes to...: บอกเวลาที่ต้องใช้

นามวลี the time it takes to count to one หมายถึงระยะเวลาที่จำเป็นในการนับถึงหนึ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ the time it takes to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ it เป็นประธานแทนที่ ส่วนวลีที่ขึ้นต้นด้วย to บอกการกระทำที่กำลังวัดระยะเวลา เปลี่ยนวลีกริยาหลัง to เพื่ออธิบายว่าการกระทำอื่นต้องใช้เวลามากเท่าใด

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ the time it takes to + verb ให้ถูกต้อง: The chart shows the time ____ to cross the bridge on foot.

ดูคำตอบ

it takes

But how precise are those measurements? ลำดับความ

0:25

แต่การวัดเหล่านั้นมีความแม่นยำแค่ไหน?

ลำดับความ

But how precise are those measurements?: เปลี่ยนจุดสนใจไปที่ความแม่นยำ

But ในที่นี้เปลี่ยนทิศทางของคำอธิบาย ไม่ได้หมายความเพียงว่าแนวคิดก่อนหน้านั้นผิด แต่ชี้ให้เห็นว่าการอภิปรายก่อนหน้านี้ยังมีคำถามสำคัญที่ไม่ได้รับคำตอบ คำถาม how precise are those measurements? ถามถึงระดับความแม่นยำ ผู้พูดใช้คำถามนี้เพื่อเปลี่ยนจากการรู้ว่ามีการวัด ไปสู่การตรวจสอบว่าการวัดนั้นแม่นยำเพียงใด

แบบฝึกหัด

But ทำหน้าที่อะไรในคำถามนี้

  1. เพิ่มผลการวัดอีกอย่างที่ทำหน้าที่เหมือนกัน
  2. บอกว่าการวัดก่อนหน้านี้ทั้งหมดผิด
  3. เปลี่ยนการอภิปรายไปสู่คำถามเกี่ยวกับความแม่นยำที่ยังไม่ได้รับคำตอบ
ดูคำตอบ

เปลี่ยนการอภิปรายไปสู่คำถามเกี่ยวกับความแม่นยำที่ยังไม่ได้รับคำตอบ

What is that length based on? วลี

0:28

ความยาวนั้นขึ้นอยู่กับอะไร?

วลี

be based on: ระบุพื้นฐานของสิ่งหนึ่ง

Be based on หมายถึงการมีบางสิ่งเป็นพื้นฐาน แหล่งที่มา หรือเหตุผลสนับสนุน ในที่นี้คำถามถามว่าความยาวนั้นใช้มาตรฐานหรือข้อเท็จจริงใดเป็นพื้นฐาน ใน What is that length based on? คำว่า what ถามถึงข้อมูลที่หายไปหลัง on จึงย้ายมาอยู่ต้นคำถาม ประโยคบอกเล่ามีรูปแบบ X is based on Y ส่วนคำถามที่ตรงกันคือ What is X based on?

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่มีความหมายว่า “ได้รับการสนับสนุนจาก”: The recommendation is ____ the latest safety data.

ดูคำตอบ

based on

And how can we scientifically define this fundamental unit of time? การใช้คำ

0:30

และเราจะให้คำจำกัดความหน่วยพื้นฐานของเวลานี้ในทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร?

การใช้คำ

this fundamental unit of time: หน่วยพื้นฐานของเวลานี้

ในคำถามนี้ this fundamental unit of time หมายถึง “หน่วยพื้นฐานที่ใช้วัดเวลา” fundamental บอกว่าหน่วยนี้เป็นส่วนหนึ่งของรากฐานของระบบการวัด ส่วน of time ระบุว่าปริมาณที่วัดคือเวลา และ this ชี้กลับไปยังหน่วยเฉพาะที่กล่าวถึงไปแล้ว รูปแบบ “คำคุณศัพท์ + unit of + ปริมาณที่วัด” พบได้บ่อยในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์ รูปแบบนี้รวมลักษณะของหน่วยและสิ่งที่หน่วยนั้นใช้วัดไว้ในนามวลีเดียว เช่น a standard unit of mass

แบบฝึกหัด

fundamental unit of time ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ช่วงเวลาที่สำคัญเป็นพิเศษในประวัติศาสตร์
  2. หน่วยพื้นฐานที่ใช้วัดเวลา
  3. ชิ้นส่วนภายในอุปกรณ์บอกเวลา
ดูคำตอบ

หน่วยพื้นฐานที่ใช้วัดเวลา

For most of human history, ลำดับความ

0:35

ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ของประวัติศาสตร์มนุษย์

ancient civilizations measured time with unique calendars

0:37

อารยธรรมโบราณวัดเวลาด้วยปฏิทินที่ตั้งขึ้นโดยเฉพาะ

that tracked the steady march of the night sky. สำนวน

0:41

ซึ่งติดตามการเคลื่อนที่อย่างสม่ำเสมอของท้องฟ้ายามค่ำคืน

ลำดับความ

For most of human history: ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ในประวัติศาสตร์มนุษย์

For most of human history วางกรอบเวลาขนาดใหญ่ไว้ก่อนใจความหลัก หมายถึง “ในช่วงเวลาส่วนใหญ่ที่มนุษย์ดำรงอยู่” ไม่ได้หมายถึงทุกขณะหรือยุคใดยุคหนึ่งอย่างเจาะจง เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้บอกให้ผู้อ่านเข้าใจข้อความที่ตามมาว่าเป็นรูปแบบทางประวัติศาสตร์ที่ดำเนินมายาวนาน งานเขียนด้านวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์มักใช้กรอบแบบนี้ก่อนกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงในภายหลังหรือเปรียบเทียบกับปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

For most of human history ที่ต้นประโยคมีหน้าที่หลักอะไร

  1. เพื่อวางกรอบเวลาทางประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ให้กับข้อความ
  2. เพื่อแสดงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
  3. เพื่อระบุปีที่แน่นอนว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด
ดูคำตอบ

เพื่อวางกรอบเวลาทางประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ให้กับข้อความ

สำนวน

the steady march of the night sky: การเคลื่อนไปอย่างเป็นระเบียบและต่อเนื่อง

วลีนี้ใช้ march เป็นอุปมาแทนการเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบและต่อเนื่องที่มองเห็นบนท้องฟ้ายามค่ำคืน การเดินแถวคือการเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ ภาพเปรียบนี้จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงดูเป็นขั้นเป็นตอนและมีแบบแผน ไม่ใช่เกิดขึ้นอย่างไร้ทิศทางหรือฉับพลัน steady เน้นย้ำแนวคิดเรื่องจังหวะที่คงที่ ท้องฟ้ายามค่ำคืนไม่ได้กำลังเดินแถวจริง ๆ แต่วลีนี้นำเสนอการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องของมันว่าเป็นการคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the steady march of the night sky สื่อถึงอะไร

  1. ท้องฟ้ายามค่ำคืนคือกลุ่มทหารที่กำลังเดินแถวจริง ๆ
  2. ท้องฟ้ายามค่ำคืนหยุดเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
  3. ท้องฟ้ายามค่ำคืนดูเหมือนเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
ดูคำตอบ

ท้องฟ้ายามค่ำคืนดูเหมือนเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

In fact,

0:45

อันที่จริง

the second as we know it wasn't introduced until the late 1500s, โน้ต

0:45

วินาทีอย่างที่เรารู้จักกันไม่ได้ถูกนำมาใช้จนกระทั่งช่วงปลายทศวรรษที่ 1500

วลี

as we know it: รูปแบบปัจจุบันที่เราคุ้นเคย

เมื่อวางไว้หลังคำนาม as we know it หมายถึง “ในรูปแบบที่ผู้คนคุ้นเคยในปัจจุบัน” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยาย the second และแยกหน่วยวินาทีที่เราคุ้นเคยออกจากวิธีแบ่งหรือวัดเวลาแบบก่อนหน้านี้ วลีนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าผู้คนรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวินาที แต่เน้นรูปแบบปัจจุบันของสิ่งหนึ่งที่ผู้คนคุ้นเคย และมักใช้เมื่ออธิบายว่าสิ่งนั้นพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาอย่างไร

แบบฝึกหัด

เรียงคำสี่คำ as, we, know และ it ให้ถูกต้อง: The school ____ began with a major rebuilding project.

ดูคำตอบ

as we know it

ไวยากรณ์

wasn't introduced until: เพิ่งถูกนำมาใช้ในช่วงเวลาที่ค่อนข้างช้า

โครงสร้าง wasn't introduced until + เวลา หมายความว่าสิ่งนั้นยังไม่ถูกนำมาใช้ก่อนเวลาที่ระบุ และเพิ่งถูกนำมาใช้เมื่อถึงเวลานั้นหรือช่วงใกล้เคียง จุดสำคัญคือเหตุการณ์เกิดขึ้นช้า ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นไม่เคยถูกนำมาใช้เลย introduced เป็นรูปประโยคกรรมวาจก เพราะประโยคเน้นว่าสิ่งนั้นเริ่มถูกใช้เมื่อใด ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้นำมาใช้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกรรมวาจกแบบย่อ not ... until: This safety rule ____ 2018.

ดูคำตอบ

wasn't introduced until

when the Gregorian calendar began to spread across the globe วลี

0:51

เมื่อปฏิทินเกรกอเรียนเริ่มแพร่หลายไปทั่วโลก

alongside British colonialism. วัฒนธรรม

0:55

ควบคู่ไปกับลัทธิล่าอาณานิคมของอังกฤษ

วลี

began to spread across the globe: เริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลก

Began to แสดงจุดเริ่มต้นของกระบวนการ ส่วน spread across the globe หมายถึงบางสิ่งแพร่จากพื้นที่เล็กกว่าไปยังหลายส่วนของโลก เมื่อรวมกันจึงหมายความว่าการขยายตัวทั่วโลกเริ่มขึ้นในเวลานั้น ไม่ได้หมายความว่าการแพร่กระจายเสร็จสมบูรณ์ทันที

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ begin to และวลีที่แสดงขอบเขตทั่วโลก across the globe: The music style ____ spread ____ in the 1990s.

ดูคำตอบ

began to · across the globe

วัฒนธรรม

alongside British colonialism: กระบวนการทางประวัติศาสตร์ที่ดำเนินควบคู่กัน

ในที่นี้ alongside หมายถึง “เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันและอยู่ในบริบทเดียวกัน” คำนี้วางการแพร่หลายของปฏิทินเกรกอเรียนไปทั่วโลกไว้ในกระบวนการทางประวัติศาสตร์เดียวกับการขยายอาณานิคมของอังกฤษ ถ้อยคำนี้ชี้ให้เห็นภูมิหลังสำคัญว่า สถาบันและมาตรฐานต่าง ๆ สามารถแพร่ไปพร้อมกับการขยายอำนาจของจักรวรรดิได้ อย่างไรก็ตาม alongside เองบอกเพียงความสัมพันธ์แบบเกิดควบคู่กันหรือพัฒนาไปพร้อมกัน ไม่ได้พิสูจน์ว่าลัทธิอาณานิคมเป็นสาเหตุเดียว

แบบฝึกหัด

ในประโยคเดิม alongside สื่อถึงความสัมพันธ์แบบใดเป็นหลัก

  1. กระบวนการทางประวัติศาสตร์ทั้งสองพัฒนาไปพร้อมกัน
  2. ปฏิทินเริ่มแพร่หลายหลังจากลัทธิอาณานิคมสิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น
  3. มีการพิสูจน์แล้วว่าลัทธิอาณานิคมเป็นสาเหตุเดียวของการแพร่หลายของปฏิทิน
ดูคำตอบ

กระบวนการทางประวัติศาสตร์ทั้งสองพัฒนาไปพร้อมกัน

The Gregorian calendar defined a day as a single revolution of the Earth about its axis. โน้ต

0:57

ปฏิทินเกรกอเรียนกำหนดให้หนึ่งวันคือการหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบของโลก

วลี

define X as Y ใน defined a day as

Defined a day as ใช้โครงสร้าง define X as Y โดย X คือคำหรือแนวคิดที่ถูกนิยาม ส่วน Y คือความหมาย วิธีวัด หรือกฎที่กำหนดให้กับ X ในประโยคนี้ a day คือ X และ a single revolution of the Earth about its axis คือ Y โครงสร้างนี้ใช้ให้คำนิยามอย่างเป็นทางการ จึงพบได้บ่อยในวิทยาศาสตร์ กฎหมาย นโยบาย และกฎต่าง ๆ รูปกาลของคำกริยาเปลี่ยนได้ แต่ as ยังคงใช้เพื่อนำเข้า Y เช่น defines X as Y หรือ defined X as Y

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปเพื่อให้เป็นคำนิยามอย่างเป็นทางการ: The glossary defines habitat ____ the natural home of a plant or animal.

ดูคำตอบ

as

การใช้คำ

about its axis: about ที่หมายถึง “รอบ”

ใน about its axis คำว่า about หมายถึง “รอบ” โดยชี้ว่า axis คือเส้นกึ่งกลางที่โลกหมุนรอบ และ its ย้อนกลับไปหมายถึง Earth ส่วน a single revolution คือการหมุนครบหนึ่งรอบ หลังคำที่แสดงการเคลื่อนที่เป็นวงกลม เช่น revolution, rotate หรือ turn โครงสร้าง about + แกนหรือจุด สามารถบอกศูนย์กลางของการเคลื่อนที่ได้ ในที่นี้ about ไม่ได้ใช้เพื่อเกริ่นหัวข้อ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The wheel turns about its axis,” คำว่า about ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าแกนเป็นศูนย์กลางของการหมุน
  2. เกริ่นหัวข้อของการสนทนา
  3. บอกว่าปริมาณการหมุนเป็นเพียงค่าโดยประมาณ
ดูคำตอบ

บอกว่าแกนเป็นศูนย์กลางของการหมุน

Each day could be divided into 24 hours, ไวยากรณ์

1:04

ในแต่ละวันสามารถแบ่งออกเป็น 24 ชั่วโมง

each hour into 60 minutes,

1:07

แต่ละชั่วโมงแบ่งเป็น 60 นาที

and each minute into 60 seconds.

1:09

และแต่ละนาทีแบ่งเป็น 60 วินาที

ไวยากรณ์

could be divided into: การแบ่งสิ่งที่เป็นทั้งหมดออกเป็นส่วนต่าง ๆ

could be divided into เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่มีคำกริยาช่วย: สิ่งที่เป็นทั้งหมด + could be divided into + ส่วนต่าง ๆ ประธานระบุสิ่งที่เป็นทั้งหมด ส่วน be divided แสดงว่าสิ่งนั้นเป็นฝ่ายรับการกระทำ และ into นำหน้าหน่วยที่เกิดจากการแบ่ง คำว่า could แสดงว่าการแบ่งนั้นเป็นไปได้ ในส่วนที่เหลือของประโยค มีการละ could be divided หลัง each hour และ each minute: each hour [could be divided] into 60 minutes การละแบบขนานนี้ช่วยไม่ให้ต้องพูดคำเดิมซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างกรรมวาจก สิ่งที่เป็นทั้งหมด + could + divide + ส่วนที่เกิดขึ้น โดยใช้รูปที่ถูกต้องของ divide และคำบุพบทที่จำเป็น: The field guide ____ five short chapters.

ดูคำตอบ

could be divided into

However,

1:12

อย่างไรก็ตาม

when it was first defined,

1:13

เมื่อมีการกำหนดขึ้นเป็นครั้งแรก

the second was more of a mathematical idea than a useful unit of time. ไวยากรณ์

1:15

วินาทีเป็นเหมือนแนวคิดทางคณิตศาสตร์มากกว่าจะเป็นหน่วยเวลาที่มีประโยชน์

ไวยากรณ์

more of a mathematical idea than a useful unit of time: เป็นแนวคิดทางคณิตศาสตร์มากกว่าหน่วยเวลาที่ใช้งานได้จริง

รูปแบบ more of A than B บอกว่าคำอธิบายหรือประเภท A เหมาะกว่า B ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบปริมาณ ในประโยคนี้ วินาทีถูกจัดว่าใกล้เคียงกับแนวคิดทางคณิตศาสตร์มากกว่าหน่วยเวลาที่ใช้งานได้จริง เมื่อ A และ B เป็นคำนามนับได้เอกพจน์ที่ใช้บอกประเภท มักใช้รูป more of a/an A than a/an B

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเปรียบเทียบประเภท more of A than B ให้สมบูรณ์: The meeting was more ____ an informal chat than a formal interview.

ดูคำตอบ

of

Measuring days and hours was sufficient for most tasks in pastoral communities. โน้ต

1:20

การวัดเป็นวันและชั่วโมงก็เพียงพอแล้วสำหรับงานส่วนใหญ่ในสังคมเกษตรกรรม

วลี

was sufficient for: เพียงพอสำหรับความต้องการหนึ่ง

be sufficient for หมายถึง “เพียงพอสำหรับความต้องการ จุดประสงค์ งาน หรือสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง” หลัง for จะตามด้วยนามวลี ในประโยคนี้ การวัดเป็นวันและชั่วโมงตอบสนองความต้องการของงานส่วนใหญ่ในชุมชนเลี้ยงสัตว์ได้ วลีนี้ใช้ประเมินว่าสิ่งหนึ่งถึงระดับที่จำเป็นหรือไม่ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นดีที่สุดหรือมีมากเกินพอ

แบบฝึกหัด

เติมคำในคำที่ใช้ร่วมกันแบบเป็นทางการ sufficient for: One bottle of water is sufficient ____ this short walk.

ดูคำตอบ

for

การใช้คำ

pastoral communities: ชุมชนที่มีการเลี้ยงปศุสัตว์เป็นศูนย์กลาง

ในประโยคนี้ pastoral communities หมายถึงชุมชนที่วิถีชีวิตและเศรษฐกิจมีการต้อนและเลี้ยงปศุสัตว์เป็นศูนย์กลาง คำว่า pastoral ในที่นี้อธิบายรูปแบบทางสังคมและเศรษฐกิจ ไม่ได้หมายถึงเพียงบรรยากาศชนบทที่สวยงาม ความหมายนี้ช่วยอธิบายประเด็นเรื่องการบอกเวลา งานที่จัดตามสัตว์ แสงแดด และฤดูกาลมักไม่จำเป็นต้องให้เมืองต่าง ๆ ประสานเวลาอย่างแม่นยำถึงระดับนาทีและวินาที

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง pastoral communities หมายถึงอะไร

  1. ชุมชนใด ๆ ที่ตั้งอยู่นอกเมืองใหญ่
  2. ชุมชนที่ชอบภาพวาดชนบทอันสงบ
  3. ชุมชนที่ดำรงชีพโดยมีการเลี้ยงและต้อนปศุสัตว์เป็นศูนย์กลาง
ดูคำตอบ

ชุมชนที่ดำรงชีพโดยมีการเลี้ยงและต้อนปศุสัตว์เป็นศูนย์กลาง

It wasn't until society became interconnected through fast-moving railways ไวยากรณ์

1:26

จนกระทั่งสังคมเชื่อมต่อถึงกันผ่านทางรถไฟความเร็วสูง

that cities needed to agree on exact timekeeping. วลี

1:31

เมืองต่างๆ จึงจำเป็นต้องตกลงเรื่องการรักษาเวลาที่แน่นอน

ไวยากรณ์

It wasn't until X that Y: เน้นจุดเปลี่ยนที่เกิดขึ้นในภายหลัง

It wasn't until X that Y หมายความว่า Y ยังไม่เกิดขึ้นหรือยังไม่เป็นจริงก่อน X โดย X คือจุดเปลี่ยน โครงสร้างเน้นย้ำนี้ให้ความสำคัญกับ X เป็นพิเศษ ในประโยคนี้ การที่สังคมเชื่อมโยงกันด้วยทางรถไฟความเร็วสูงถูกนำเสนอว่าเป็นจุดที่เมืองต่าง ๆ เริ่มต้องใช้การบอกเวลาที่เที่ยงตรงและตกลงร่วมกัน สร้างประโยคด้วย It wasn't until + เวลาหรือเหตุการณ์ + that + ผลลัพธ์ อนุประโยคผลลัพธ์ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าปกติ คือ that cities needed... ไม่ใช่ that did cities need....

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเน้นย้ำที่มีความหมายว่า “จนกระทั่ง...จึง...” ให้สมบูรณ์: It ____ until the power returned ____ we could finish the experiment.

ดูคำตอบ

wasn't · that

วลี

agree on exact timekeeping: ตกลงร่วมกันเรื่องการบอกเวลาที่เที่ยงตรง

ใน agree on exact timekeeping คำว่า agree on หมายถึง “ร่วมกันตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งหนึ่ง” กรรมที่ตามหลัง on ระบุประเด็นหรือมาตรฐานที่ทุกฝ่ายร่วมกันตัดสินใจ ซึ่งในที่นี้คือ exact timekeeping รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ บุคคลหรือกลุ่ม + agree on + หัวข้อ ตัวเลือก หรือมาตรฐาน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าเมืองต่าง ๆ ต้องเลือกวิธีบอกเวลาที่แม่นยำแบบเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย agree on: Before we print the posters, we need to ____ a date.

ดูคำตอบ

agree on

By the 1950s,

1:34

ในช่วงทศวรรษ 1950

numerous global systems required every second to be perfectly accounted for, กริยาวลี

1:36

ระบบต่างๆ ทั่วโลกจำนวนมากจำเป็นต้องให้ทุกวินาทีถูกนับอย่างสมบูรณ์แบบ

กริยาวลี

accounted for: ถูกรวมไว้หรือติดตามอย่างครบถ้วนโดยไม่มีสิ่งใดตกหล่น

ใน be accounted for รูปแบบถูกกระทำนี้หมายถึง “ถูกนำมารวม ถูกติดตาม หรือถูกจัดการจนไม่มีสิ่งใดตกหล่น” เมื่อใช้ร่วมกับ every second และ perfectly ประโยคนี้จึงหมายความว่าระบบไม่สามารถละเว้นหน่วยเวลาใดได้เลย ความหมายนี้กว้างกว่าการทำบัญชีการเงิน แนวคิดที่นำไปใช้ได้คือความครบถ้วน เมื่อบุคคล สิ่งของ ค่าใช้จ่าย หรือหน่วยเวลาทุกหน่วย is accounted for แต่ละรายการก็ได้รับการค้นหา บันทึก อธิบาย หรือนำมารวมตามที่บริบทกำหนด

แบบฝึกหัด

accounted for หมายถึงอะไรในประโยคนี้? After the inventory check, every laptop was accounted for.

  1. แล็ปท็อปทุกเครื่องได้รับการซ่อมฟรี
  2. แล็ปท็อปทุกเครื่องถูกค้นพบหรือบันทึกไว้แล้ว จึงไม่มีเครื่องใดหายไป
  3. แล็ปท็อปทุกเครื่องเป็นสาเหตุของปัญหาสินค้าคงคลัง
ดูคำตอบ

แล็ปท็อปทุกเครื่องถูกค้นพบหรือบันทึกไว้แล้ว จึงไม่มีเครื่องใดหายไป

with as much precision as possible. วลี

1:41

ด้วยความแม่นยำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

วลี

with as much precision as possible: ด้วยความแม่นยำมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในประโยคนี้ with บอกลักษณะที่ใช้ทำสิ่งหนึ่ง กล่าวคือ ทำด้วยความแม่นยำในระดับสูง โครงสร้าง as much + คำนามนับไม่ได้ + as possible หมายถึง “ปริมาณหรือระดับสูงสุดเท่าที่สถานการณ์เอื้ออำนวย” ในที่นี้ precision เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ much โครงสร้างนี้ใช้กับคำนามนับไม่ได้อื่น ๆ เช่น detail, care หรือ information ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง as much ... as possible ให้สมบูรณ์: Please describe the map with as ____ detail as ____.

ดูคำตอบ

much · possible

And what could be more precise than the atomic scale? ลำดับความ

1:44

และจะมีอะไรแม่นยำไปกว่าระดับอะตอมอีกล่ะ?

ลำดับความ

What could be more precise than...?: คำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อเน้นและเปลี่ยนหัวข้อ

นี่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดไม่ได้ขอให้ผู้ฟังบอกสิ่งที่แม่นยำกว่าจริง ๆ แต่ใช้คำถามเพื่อเน้นว่าระดับอะตอมเป็นตัวเลือกที่มีความแม่นยำอย่างมาก And ที่ต้นประโยคเชื่อมคำถามนี้กับแนวคิดก่อนหน้า แทนที่จะบอกหัวข้อถัดไปโดยตรง ผู้พูดตั้งคำถามที่มีคำตอบแฝงชี้ไปยังเนื้อหาข้างหน้า จึงเปลี่ยนเข้าสู่คำอธิบายต่อไปได้อย่างราบรื่น

แบบฝึกหัด

ในการนำเสนอ ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อถามว่า “What could be clearer than a simple diagram?”

  1. ผู้พูดขอให้ผู้ฟังระบุสื่อภาพทุกแบบที่เป็นไปได้
  2. ผู้พูดยอมรับว่าไม่รู้ว่าอะไรจะชัดเจน
  3. ผู้พูดนำเสนอแผนภาพง่าย ๆ ว่าเป็นตัวเลือกที่ชัดเจนเป็นพิเศษ แล้วเปลี่ยนไปกล่าวถึงมัน
ดูคำตอบ

ผู้พูดนำเสนอแผนภาพง่าย ๆ ว่าเป็นตัวเลือกที่ชัดเจนเป็นพิเศษ แล้วเปลี่ยนไปกล่าวถึงมัน

As early as 1955, วลี

1:49

ในช่วงต้นปี 1955

วลี

As early as 1955: ช่วงเวลาที่เร็วกว่าที่คาด

ในที่นี้ As early as 1955 หมายถึง “เกิดขึ้นแล้วในปี 1955” และเน้นว่าปีนั้นเร็วกว่าที่ผู้ฟังอาจคาดไว้ จึงไม่ใช่เพียงการบอกวันที่แบบเป็นกลาง โครงสร้าง as early as + เวลา สามารถตามด้วยปี วันที่ หรืออายุได้ ในข้อความประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงข้อเท็จจริงเช่นนี้ โครงสร้างนี้ระบุช่วงเวลาที่มีหลักฐานบันทึกไว้ว่าเกิดขึ้นเร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่า “ก่อนปี 1955”

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “เกิดขึ้นแล้วในปี 1905 ซึ่งเร็วกว่าที่คาด” ให้สมบูรณ์: The town had electric streetlights ____ 1905.

ดูคำตอบ

as early as

researchers began to develop atomic clocks,

1:51

นักวิจัยเริ่มพัฒนานาฬิกาอะตอม

which relied on the unchanging laws of physics to establish a new foundation for timekeeping. โน้ต

1:54

ซึ่งอาศัยกฎทางฟิสิกส์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างรากฐานใหม่ในการบอกเวลา

ไวยากรณ์

which relied on ... to establish: โครงสร้าง rely on X to do Y

อนุประโยคสัมพันธ์ที่ขึ้นต้นด้วย which ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ atomic clocks ในโครงสร้าง rely on X to do Y ส่วน X คือพื้นฐาน เครื่องมือ หรือทรัพยากรที่เชื่อถือได้ และ to do Y คือเป้าหมายหรือหน้าที่ที่สิ่งนั้นช่วยให้ทำได้ ในประโยคนี้ นาฬิกาอาศัยกฎทางฟิสิกส์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง (X) เพื่อสร้างรากฐานใหม่ให้แก่การวัดเวลา (Y) โครงสร้างนี้เชื่อมสิ่งที่บางอย่างพึ่งพาเข้ากับสิ่งที่พื้นฐานนั้นช่วยให้เกิดขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง rely on X to do Y ให้สมบูรณ์: The camera relies ____ infrared light ____ detect movement in the dark.

ดูคำตอบ

on · to

สำนวน

รากฐานใหม่สำหรับการวัดเวลา

foundation มีความหมายตามตัวอักษรว่า “ฐานราก” ที่รองรับอาคาร ในที่นี้ใช้เป็นอุปมา หมายถึงสิ่งรองรับพื้นฐานที่ระบบหนึ่งต้องพึ่งพา a new foundation for timekeeping จึงหมายถึงหลักพื้นฐานใหม่ที่เชื่อถือได้สำหรับการวัดเวลา โครงสร้าง a foundation for + คำนาม ระบุว่าพื้นฐานนั้นช่วยรองรับการสร้างหรือพัฒนากิจกรรมหรือระบบใด

แบบฝึกหัด

ใน “Reliable measurements provide a foundation for good science.” คำว่า “a foundation for good science” หมายถึงอะไร?

  1. ของตกแต่งชิ้นสุดท้ายที่เพิ่มเข้าไปในงานวิทยาศาสตร์
  2. พื้นคอนกรีตที่อยู่ใต้อาคารห้องทดลอง
  3. สิ่งรองรับพื้นฐานที่สามารถใช้ต่อยอดวิทยาศาสตร์ที่ดีได้
ดูคำตอบ

สิ่งรองรับพื้นฐานที่สามารถใช้ต่อยอดวิทยาศาสตร์ที่ดีได้

An atom consists of negatively charged electrons orbiting a positively charged nucleus วลี

2:01

อะตอมประกอบด้วยอิเล็กตรอนที่มีประจุลบโคจรรอบนิวเคลียสที่มีประจุบวก

วลี

consists of: ประกอบด้วย

Consists of หมายถึงสิ่งหนึ่งเกิดจากส่วนประกอบที่ระบุไว้หลัง of ประธานของประโยคคือสิ่งที่เป็นภาพรวม ส่วนข้อความหลัง of คือส่วนประกอบของสิ่งนั้น ในประโยคนี้ อะตอมคือภาพรวม ส่วนอิเล็กตรอนและนิวเคลียสคือองค์ประกอบ โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในคำจำกัดความและคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ เพราะบอกส่วนประกอบได้โดยตรง

แบบฝึกหัด

ใช้ consist of ในรูปที่ถูกต้อง: The science club ____ twelve members.

ดูคำตอบ

consists of

at a consistent frequency. วลี

2:07

ด้วยความถี่ที่สม่ำเสมอ

วลี

at a consistent frequency: ด้วยความถี่คงที่

at a ... frequency บอกอัตราที่สิ่งหนึ่งเกิดซ้ำ เมื่อระบุความถี่ในการทำงานหรือความถี่ของการเกิดซ้ำ ภาษาอังกฤษมักใช้คำบุพบท at หน้า frequency ในที่นี้ consistent หมายความว่าความถี่คงที่ แทนที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างคาดเดาไม่ได้ วลีนี้อธิบายการโคจรว่าเกิดซ้ำด้วยอัตราที่คงที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ at a consistent frequency: The beacon flashes ____, so its timing stays steady.

ดูคำตอบ

at a consistent frequency

The laws of quantum mechanics keep these electrons in place, วลี

2:10

กฎของกลศาสตร์ควอนตัมทำให้อิเล็กตรอนเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งเดิม

วลี

keep these electrons in place: ทำให้อิเล็กตรอนอยู่ในสภาวะที่เสถียร

keep + object + in place หมายถึงทำให้สิ่งหนึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ควรอยู่หรืออยู่ในสภาพที่จัดวางไว้อย่างมั่นคง ในโครงสร้างนี้ these electrons เป็นกรรม และ in place อธิบายสภาพที่ถูกทำให้คงอยู่ ในประโยคนี้ in place ไม่ได้หมายความว่าอิเล็กตรอนไม่เคลื่อนที่เลย แต่สื่อว่ากฎเหล่านี้ทำให้อิเล็กตรอนอยู่ในสภาวะหรือการจัดวางที่เสถียร

แบบฝึกหัด

The papers might slide off the stand. เติมประโยคถัดไปด้วย keep + object + in place: These clips ____ during the presentation.

ดูคำตอบ

keep the papers in place

but if you expose an atom to an electromagnetic field, วลี

2:14

แต่ถ้าคุณนำอะตอมไปสัมผัสกับสนามแม่เหล็กไฟฟ้า

such as light or radio waves, วลี

2:17

เช่น แสง หรือ คลื่นวิทยุ

วลี

such as light or radio waves: การยกตัวอย่าง

such as ใช้ยกตัวอย่างหนึ่งอย่างหรือหลายอย่างจากหมวดใหญ่ที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ light และ radio waves ช่วยทำให้แนวคิด electromagnetic field ที่กล่าวมาก่อนหน้าเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยปกติ such as ตามด้วยคำนามหรือกลุ่มคำนาม ตัวอย่างเหล่านี้มีไว้เพื่ออธิบายหมวดนั้น และโดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าเป็นรายการที่ครบทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Many insects, such as bees and butterflies, help pollinate plants,” such as ทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้ยกตัวอย่างแมลง
  2. เปรียบเทียบวิธีเคลื่อนที่ของแมลง
  3. แสดงว่าแมลงทุกชนิดเป็นผึ้งหรือผีเสื้อ
ดูคำตอบ

ใช้ยกตัวอย่างแมลง

you can slightly disturb an electron's orientation. การใช้คำ

2:20

คุณจะสามารถรบกวนทิศทางของอิเล็กตรอนได้เล็กน้อย

วลี

expose an atom to an electromagnetic field: รูปแบบ expose X to Y

รูปแบบ expose X to Y หมายถึงทำให้ X สัมผัสกับ Y เพื่อให้ Y ส่งผลต่อ X ได้ ในประโยคนี้ X คืออะตอมและ Y คือสนามแม่เหล็กไฟฟ้า การทำให้สัมผัสนี้เป็นขั้นตอนการทดลองที่ตั้งใจทำ X คือคนหรือสิ่งของที่ได้รับการสัมผัส ส่วน Y คือสาร สภาวะ หรืออิทธิพลที่ X พบเจอ รูปถูกกระทำ be exposed to Y แสดงว่า X เป็นฝ่ายได้รับการสัมผัสนั้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ expose X to Y ให้สมบูรณ์: In the lab, the technician exposed the sample ____ ultraviolet light.

ดูคำตอบ

to

การใช้คำ

disturb an electron's orientation: การเปลี่ยนสภาวะทางกายภาพ

ในภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์ disturb อาจหมายถึงการเปลี่ยนสภาวะทางกายภาพหรือทำให้เบี่ยงไปจากสภาวะเดิม ในที่นี้กรรมคือ an electron's orientation ดังนั้น disturb จึงหมายถึงการที่แนววางตัวของอิเล็กตรอนเปลี่ยนไป ไม่ใช่การรบกวนบุคคล ส่วน slightly แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นมีเพียงเล็กน้อย ความหมายนี้ใช้ได้เมื่อแรง การวัด หรืออิทธิพลภายนอกอื่น ๆ เปลี่ยนระบบ สมดุล สัญญาณ หรือสภาวะทางกายภาพอื่น

แบบฝึกหัด

ในประโยค A weak pulse disturbed the molecule's orientation. คำว่า disturbed หมายถึงอะไร

  1. มันเปลี่ยนแนววางตัวทางกายภาพของโมเลกุล
  2. มันทำให้พัลส์หยุดชั่วคราว
  3. มันทำให้โมเลกุลรู้สึกรำคาญ
ดูคำตอบ

มันเปลี่ยนแนววางตัวทางกายภาพของโมเลกุล

And if you briefly tweak an electron at just the right frequency, วลี

2:24

และถ้าคุณปรับจูนอิเล็กตรอนในช่วงสั้นๆ ด้วยความถี่ที่พอเหมาะ

you can create a vibration that resembles a ticking pendulum. วลี

2:28

คุณจะสามารถสร้างการสั่นสะเทือนที่คล้ายกับการติ๊กของลูกตุ้มนาฬิกา

วลี

at just the right frequency: ความถี่ที่เหมาะพอดี

At + frequency ใช้บอกว่าการกระทำเกิดขึ้นที่ความถี่ใด ในวลี just the right frequency คำว่า right หมายถึงเหมาะกับผลลัพธ์ที่ต้องการ ส่วน just เน้นว่าเหมาะอย่างแม่นยำ คือความถี่ไม่สูงเกินไปและไม่ต่ำเกินไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ just the right + คำนาม เช่น just the right temperature, just the right time หรือ just the right tone รูปแบบนี้บรรยายเงื่อนไขที่ตรงกับความต้องการเฉพาะอย่างพอดี

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมาย just the right + คำนาม ให้สมบูรณ์: The bathwater is at ____ temperature.

ดูคำตอบ

just the right

วลี

resembles a ticking pendulum: การเปรียบเทียบโดยตรงด้วย resemble

ในที่นี้ resembles a ticking pendulum หมายถึงการสั่นนั้นมีจังหวะสม่ำเสมอคล้ายเสียงติ๊กต็อกของลูกตุ้มนาฬิกา นี่เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าการสั่นนั้นเป็นลูกตุ้มจริง ๆ Resemble เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรมและใช้ตามโครงสร้าง A resembles B อนุประโยค that resembles a ticking pendulum ขยายคำว่า vibration และวางสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบไว้หลัง resemble โดยตรงโดยไม่ใช้ like

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ resemble: The new library ____ a glass cube.

ดูคำตอบ

resembles

Unlike regular pendulums that quickly lose energy, โน้ต

2:34

ไม่เหมือนลูกตุ้มปกติที่สูญเสียพลังงานอย่างรวดเร็ว

วลี

quickly lose energy: สูญเสียพลังงานอย่างรวดเร็ว

ในประโยคนี้ lose energy หมายถึงพลังงานกลของลูกตุ้มลดลงเมื่อเวลาผ่านไป โดยมักเกิดจากแรงเสียดทานและแรงต้านอากาศถ่ายเทพลังงานบางส่วนไปยังสิ่งแวดล้อม คำว่า quickly บอกว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดเร็วเพียงใด lose ใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับสิ่งของที่อาจทำหาย เช่น lose energy, lose speed, lose power หรือ lose momentum ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าลูกตุ้มทำสิ่งของบางอย่างหาย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The moving cart slowly lost energy because of friction.” คำว่า lost energy หมายถึงอะไร

  1. พลังงานกลของมันลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
  2. มันได้รับพลังงานมากพอที่จะเคลื่อนที่เร็วขึ้น
  3. มันทำแบตเตอรี่หาย
ดูคำตอบ

พลังงานกลของมันลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

electrons can tick for centuries.

2:37

อิเล็กตรอนสามารถติ๊กไปได้นานหลายศตวรรษ

ลำดับความ

Unlike regular pendulums...: วางกรอบการเปรียบต่างก่อน

Unlike regular pendulums that quickly lose energy เป็นกรอบการเปรียบต่างที่เปิดประโยค โดยเสนอสิ่งที่ใช้เป็นเกณฑ์และข้อจำกัดของสิ่งนั้นก่อน จากนั้นประโยคหลักจึงกล่าวถึงอิเล็กตรอนและเน้นความแตกต่างสำคัญว่าอิเล็กตรอนเดินเป็นจังหวะต่อไปได้นานหลายศตวรรษ ในที่นี้ Unlike เป็นคำบุพบท ตามด้วยนามวลี regular pendulums ซึ่งขยายความด้วย that quickly lose energy รูปแบบการเรียงข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้คือ Unlike + นามวลี, ประธาน + คำกริยา กล่าวคือวางเกณฑ์เปรียบเทียบก่อน แล้วจึงบอกใจความหลัก

แบบฝึกหัด

ใช้ Unlike เติมการเปรียบต่างให้สมบูรณ์: ____ desktop computers, tablets are easy to carry.

ดูคำตอบ

Unlike

To maintain consistency and make ticks easier to measure, ไวยากรณ์

2:40

เพื่อรักษาความสม่ำเสมอและทำให้การติ๊กนั้นวัดได้ง่ายขึ้น

ไวยากรณ์

To maintain ... and make ... easier to measure: บอกจุดประสงค์สองอย่างที่ขนานกัน

วลีต้นประโยค To + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำที่ตามมา หรือหมายถึงการทำบางสิ่งเพื่อจุดประสงค์หนึ่ง ในที่นี้มีจุดประสงค์สองอย่างที่ขนานกัน คือ maintain consistency และ make ticks easier to measure โดย To ที่อยู่ต้นวลีเพียงคำเดียวใช้ร่วมกับคำกริยารูปพื้นฐาน maintain และ make ใน make ticks easier to measure คำว่า make ตามด้วยกรรม ticks และส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์ easier ส่วน to measure บอกการกระทำที่ทำได้ง่ายขึ้น และ ticks คือสิ่งที่ถูกวัด

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกจุดประสงค์ที่ขนานกันด้วยรูปคำกริยาในวงเล็บที่ถูกต้อง: ____ time and ____ the instructions easier to follow, we added pictures. (save; make)

ดูคำตอบ

To save · make

researchers vaporize the atoms, การใช้คำ

2:44

นักวิจัยจึงทำให้อะตอมกลายเป็นไอ

การใช้คำ

vaporize the atoms: ทำให้อะตอมกลายเป็นแก๊ส

ใน vaporize the atoms คำว่า vaporize เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม หมายถึงทำให้อะตอมกลายเป็นไอหรือเข้าสู่สถานะแก๊ส โดย researchers เป็นผู้ทำกริยา และ the atoms เป็นกรรมตรง ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และเทคนิค vaporize เป็นกริยาบอกกระบวนการที่กระชับและเป็นทางการ โดยระบุขั้นตอนการจัดการได้ตรงกว่าวลียาวอย่าง make the atoms into a gas

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ vaporize ที่หมายถึงทำให้บางสิ่งกลายเป็นไอ: The laser ____ a thin layer of the sample.

ดูคำตอบ

vaporizes

converting them to a less interactive and volatile state. ไวยากรณ์

2:46

เปลี่ยนให้อยู่ในสถานะที่มีปฏิกิริยาน้อยลงและระเหยยากขึ้น

ไวยากรณ์

converting them to ...: ใช้ -ing บอกผลลัพธ์

converting them to ... เป็นอนุประโยคกริยารูป -ing ที่เพิ่มผลลัพธ์ของการกระทำก่อนหน้า ในที่นี้ them หมายถึง atoms กล่าวคือ การทำให้อะตอมกลายเป็นไอส่งผลให้สถานะของอะตอมเปลี่ยนไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประโยคหลัก, converting A to B โดย convert วางสิ่งที่ถูกเปลี่ยนไว้ในตำแหน่ง A และวางรูปแบบหรือสถานะใหม่ไว้ในตำแหน่ง B อนุประโยค -ing ช่วยเชื่อมการกระทำกับผลลัพธ์โดยตรงในการอธิบายกระบวนการ

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกผลลัพธ์ด้วยรูป -ing ของ convert A to B: The machine cools the gas, ____ a liquid.

ดูคำตอบ

converting it to

But this process doesn't slow down the atoms' remarkably fast ticking. กริยาวลี

2:51

แต่กระบวนการนี้ไม่ได้ทำให้อัตราการติ๊กที่เร็วอย่างน่าทึ่งของอะตอมช้าลง

กริยาวลี

doesn't slow down + กรรม: ไม่ได้ทำให้บางสิ่งช้าลง

slow down หมายถึงทำให้บางสิ่งเคลื่อนที่ เกิดขึ้น หรือทำงานช้าลง ในประโยคนี้มีกรรมคือ the atoms' remarkably fast ticking ดังนั้นกระบวนการนี้ไม่ได้ทำให้จังหวะดังกล่าวช้าลง ใช้รูป slow down + กรรม เมื่อสิ่งหนึ่งทำให้วัตถุหรือกระบวนการอื่นสูญเสียความเร็ว ถ้าไม่มีกรรม slow down ก็หมายถึงช้าลงเองได้ เช่น The car slowed down.

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึงทำให้รถไฟเคลื่อนที่ช้าลง: Ice on the tracks can ____ the train.

ดูคำตอบ

slow down

Some atoms can oscillate over 9 billion times per second, การใช้คำ

2:55

อะตอมบางตัวสามารถแกว่งได้มากกว่า 9 พันล้านครั้งต่อวินาที

การใช้คำ

over 9 billion times per second: มากกว่า 9 พันล้านครั้งต่อวินาที

ในที่นี้ over อยู่หน้าตัวเลขและหมายถึง “มากกว่า” over 9 billion times per second บอกว่าอัตราการสั่นของอะตอมมากกว่า 9 พันล้านครั้งต่อวินาที โดย over ไม่ได้หมายถึงตำแหน่ง “อยู่เหนือ” ในที่นี้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ over + ตัวเลข ในการวัด สถิติ และข่าว รูปแบบนี้กำหนดขอบเขตขั้นต่ำ นั่นคือจำนวนจริงมากกว่าตัวเลขที่ระบุ

แบบฝึกหัด

over ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? The engine spins over 5,000 times per minute.

  1. มากกว่า 5,000
  2. ไม่เกิน 5,000
  3. ประมาณ 5,000
ดูคำตอบ

มากกว่า 5,000

giving atomic clocks an unparalleled resolution for measuring time. ไวยากรณ์

3:00

ทำให้นาฬิกาอะตอมมีความละเอียดในการวัดเวลาที่ไม่มีใครเทียบได้

ไวยากรณ์

giving atomic clocks...: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์

giving atomic clocks... เป็นอนุประโยคภาษาอังกฤษรูป -ing ที่ตามหลังเครื่องหมายจุลภาค ใช้บอกผลที่เกิดจากข้อเท็จจริงก่อนหน้า กล่าวคือ การสั่นอย่างรวดเร็วมากของอะตอมทำให้นาฬิกาอะตอมวัดเวลาได้อย่างแม่นยำมาก ในโครงสร้าง give A B นั้น A เป็นผู้ได้รับ B ที่นี่ A คือ atomic clocks และ B คือ an unparalleled resolution รูปแบบ ประโยคหลัก, giving + ผู้รับ + ผลลัพธ์ ใช้เชื่อมข้อเท็จจริงกับผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing ได้ถูกต้องเพื่อบอกผลของอนุประโยคแรก

  1. The update reduces errors, gave users more reliable results.
  2. The update reduces errors, give users more reliable results.
  3. The update reduces errors, giving users more reliable results.
ดูคำตอบ

The update reduces errors, giving users more reliable results.

And since every atom of a given elemental isotope is identical, โน้ต

3:05

และเนื่องจากทุกอะตอมของไอโซโทปธาตุที่กำหนดนั้นเหมือนกันทุกประการ

การใช้คำ

a given elemental isotope: ไอโซโทปหนึ่งของธาตุที่กำหนดไว้

ใน a given elemental isotope คำว่า given หมายถึง “สิ่งหนึ่งที่ระบุและกำหนดไว้สำหรับการอธิบายนี้” วลีนี้จำกัดข้อความให้กล่าวถึงไอโซโทปหนึ่งชนิดที่กำลังพิจารณา แล้วประโยคจึงบอกว่าอะตอมทั้งหมดของไอโซโทปชนิดเดียวกันนั้นเหมือนกันทุกประการ ในที่นี้ given เป็นคำคุณศัพท์ที่วางหน้าคำนาม ไม่ได้สื่อว่ามีคน “มอบ” หรือ “จัดให้” สิ่งนั้น รูปแบบ a given + คำนามเอกพจน์ มักหมายถึง “กรณีหรือค่าหนึ่งที่ระบุไว้”

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายเชิงเทคนิค a given temperature หมายถึงอะไร?

  1. อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นอยู่เสมอ
  2. อุณหภูมิที่ถูกส่งมอบให้ใครบางคน
  3. อุณหภูมิหนึ่งที่กำหนดไว้สำหรับการอธิบาย
ดูคำตอบ

อุณหภูมิหนึ่งที่กำหนดไว้สำหรับการอธิบาย

two researchers using the same element and the same electromagnetic wave

3:10

นักวิจัยสองคนที่ใช้ธาตุเดียวกันและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเดียวกัน

should produce perfectly consistent clocks.

3:14

ก็ควรจะสร้างนาฬิกาที่สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ

ไวยากรณ์

since ... should produce ...: เหตุผลและผลที่คาดตามตรรกะ

Since ใช้นำเสนอเหตุผล ส่วน should produce แสดงผลที่คาดได้อย่างสมเหตุสมผลจากเงื่อนไขเหล่านั้น ตรรกะคือ เมื่ออะตอมเหมือนกัน นาฬิกาที่สร้างภายใต้เงื่อนไขเดียวกันก็ควรให้ผลตรงกัน should ในที่นี้ไม่ได้แสดงหน้าที่หรือคำสั่ง ในคำอธิบายและการคาดการณ์ should + กริยารูปพื้นฐาน อาจหมายถึง “คาดว่าจะ” หรือ “น่าจะ” หากเงื่อนไขที่กล่าวไว้เป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติม since และ should เพื่อเชื่อมเหตุผลเข้ากับผลที่คาดไว้: ____ both devices use the same settings, they ____ produce similar results.

ดูคำตอบ

Since · should

But before timekeeping could go fully atomic, การใช้คำ

3:18

แต่ก่อนที่การบอกเวลาจะก้าวเข้าสู่ระบบอะตอมอย่างเต็มรูปแบบ

การใช้คำ

go fully atomic: เปลี่ยนไปใช้ระบบอะตอมอย่างเต็มรูปแบบ

ใน go fully atomic คำว่า go ทำหน้าที่เชื่อมประธานกับสภาพใหม่ และหมายถึง “กลายเป็น” หรือ “เปลี่ยนไปสู่สภาพใหม่” วลีนี้บอกว่าการบอกเวลาสามารถเปลี่ยนไปใช้ระบบที่มีพื้นฐานจากอะตอมได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ใด Atomic ระบุประเภทของระบบใหม่ ส่วน fully เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ รูปแบบ go + คำคุณศัพท์ ที่นำไปใช้ต่อได้ยังพบในสำนวนที่ใช้เป็นปกติ เช่น go digital และ go public

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย go, fully และ digital เพื่อบอกถึงการเปลี่ยนระบบอย่างเต็มรูปแบบ: The clinic plans to ____ next year.

ดูคำตอบ

go fully digital

countries had to decide which atom would work best. การใช้คำ

3:21

ประเทศต่างๆ ต้องตัดสินใจก่อนว่าอะตอมใดจะทำงานได้ดีที่สุด

การใช้คำ

which atom would work best: work หมายถึงใช้ได้ผล

ใน which atom would work best คำว่า work หมายถึง “ใช้ได้ผลหรือเหมาะกับจุดประสงค์” ไม่ได้หมายถึง “ทำงาน” ส่วน best ใช้เปรียบเทียบอะตอมที่เป็นตัวเลือกและถามว่าตัวเลือกใดจะให้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด ในประโยคนี้ ส่วนทั้งหมดที่ขึ้นต้นด้วย which คือสิ่งที่ประเทศต่าง ๆ ต้องตัดสินใจ คุณนำรูปแบบนี้ไปใช้เปรียบเทียบวิธี เครื่องมือ วัสดุ หรือตัวเลือกอื่นได้: decide which ... would work best

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: We tested several filters to find which one would work best. work best หมายความว่าอย่างไร?

  1. ได้รับการจ้างงานนานที่สุด
  2. เป็นตัวเลือกที่ได้ผลดีที่สุด
  3. ใช้แรงงานมากที่สุด
ดูคำตอบ

เป็นตัวเลือกที่ได้ผลดีที่สุด

This was the discussion in 1967 at the 13th General Conference วัฒนธรรม

3:25

นี่คือประเด็นถกเถียงในปี 1967 ณ การประชุมใหญ่ครั้งที่ 13

of the International Committee for Weights and Measures.

3:31

ของคณะกรรมการชั่งตวงวัดระหว่างประเทศ

วัฒนธรรม

การประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 13 ของคณะกรรมการชั่งตวงวัดระหว่างประเทศ: บริบทของการกำหนดมาตรฐานสากล

ชื่อการประชุมที่ยาวบ่งบอกว่านี่คือเวทีระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการที่มีการตกลงมาตรฐานการวัด ในประโยคนี้ This was the discussion ย้อนกลับไปถึงการเลือกหลักอ้างอิงระดับอะตอมเพื่อกำหนดนิยามของวินาที ไม่ใช่การถกเถียงอย่างไม่เป็นทางการภายในห้องทดลองแห่งเดียว การกล่าวถึงปี 1967 อธิบายว่าทำไมประเทศต่าง ๆ จึงต้องตัดสินใจร่วมกัน หน่วยเวลาที่ใช้ร่วมกันต้องอาศัยข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อให้การวัดในแต่ละประเทศสอดคล้องกัน

แบบฝึกหัด

การกล่าวถึงการประชุมระหว่างประเทศในปี 1967 ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องใดเป็นหลัก?

  1. เหตุผลที่ตัวเลือกนี้ต้องกลายเป็นมาตรฐานการวัดที่นานาชาติเห็นพ้องกัน
  2. เหตุผลที่ห้องทดลองแห่งหนึ่งต้องการเก็บนาฬิกาส่วนตัวของตนไว้
  3. เหตุผลที่การอภิปรายเกี่ยวกับอาวุธปรมาณู
ดูคำตอบ

เหตุผลที่ตัวเลือกนี้ต้องกลายเป็นมาตรฐานการวัดที่นานาชาติเห็นพ้องกัน

There are 118 elements on the periodic table,

3:35

มีธาตุ 118 ชนิดในตารางธาตุ

each with their own unique properties. ไวยากรณ์

3:39

แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติเฉพาะตัว

ไวยากรณ์

each with their own unique properties: การเพิ่มลักษณะของสมาชิกแต่ละราย

วลีหลังเครื่องหมายจุลภาคเพิ่มลักษณะของธาตุแต่ละชนิด วลีนี้เป็นวลีเสริม ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์: each กล่าวถึงธาตุทีละชนิด และ with นำสิ่งที่ธาตุนั้นมีเข้ามา ส่วน their อ้างกลับไปที่ elements ขณะที่ each ให้ความหมายว่า “ทีละหนึ่ง” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประโยคสมบูรณ์เกี่ยวกับกลุ่ม ตามด้วย each with + นามวลี ในที่นี้ ถ้าเขียนเป็นอนุประโยคเต็มจะเป็น and they each have their own unique properties แต่รูปแบบสั้นช่วยให้คำบรรยายกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบเสริม each with ที่กระชับ: The club has five teams, ____ a different color.

ดูคำตอบ

each with

For this task,

3:41

สำหรับงานนี้

the researchers were looking for several things.

3:42

นักวิจัยกำลังมองหาปัจจัยหลายอย่าง

The element needed to have long-lived and high-frequency electron oscillation โน้ต

3:45

ธาตุนั้นจำเป็นต้องมีการสั่นของอิเล็กตรอนที่มีอายุการใช้งานยาวนานและมีความถี่สูง

การใช้คำ

long-lived and high-frequency electron oscillation: ส่วนขยายหลายชั้น

คำนามหลักคือ oscillation ส่วน electron บอกว่าสิ่งที่สั่นคืออะไร จึงรวมเป็น electron oscillation หรือ “การสั่นของอิเล็กตรอน” long-lived และ high-frequency เป็นคำคุณศัพท์ประสมสองคำที่วางขนานกันเพื่อขยายการสั่นนั้น เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่า long + lived และ high + frequency แต่ละคู่ทำหน้าที่เป็นหน่วยขยายหนึ่งหน่วย ดังนั้นคุณสมบัติที่ต้องการคือการสั่นของอิเล็กตรอนที่คงอยู่นานและเกิดด้วยความถี่สูง

แบบฝึกหัด

ข้อใดวิเคราะห์นามวลีที่เน้นไว้ได้ถูกต้อง?

  1. electron เป็นคำนามหลัก และ oscillation ขยาย electron
  2. oscillation เป็นคำนามหลัก electron ระบุว่าอะไรสั่น และ long-lived กับ high-frequency ขยายการสั่นนั้น
  3. long-lived ขยาย frequency ดังนั้นวลีนี้จึงบอกลักษณะเพียงอย่างเดียว
ดูคำตอบ

oscillation เป็นคำนามหลัก electron ระบุว่าอะไรสั่น และ long-lived กับ high-frequency ขยายการสั่นนั้น

for precise long-term timekeeping.

3:50

เพื่อการบอกเวลาที่แม่นยำในระยะยาว

ไวยากรณ์

needed to have X for Y: การระบุเงื่อนไขที่จำเป็นต่อจุดประสงค์

needed to have แสดงเงื่อนไขที่จำเป็น ไม่ใช่เพียงสิ่งที่มีแล้วเป็นประโยชน์ ลักษณะที่ต้องมีคือ long-lived and high-frequency electron oscillation ส่วน for precise long-term timekeeping ระบุจุดประสงค์ที่ทำให้ลักษณะนี้จำเป็น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + need(s)/needed to have + X + for + Y โดยเปลี่ยนรูป need ให้ตรงกับประธานและเวลา: needed เป็นรูปอดีต ส่วนประธานเอกพจน์ในปัจจุบันใช้ needs

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ need to have X for Y ในกาลปัจจุบันให้สมบูรณ์: A rain jacket ____ sealed seams ____ hiking in heavy storms.

ดูคำตอบ

needs to have · for

To easily track this oscillation, ไวยากรณ์

3:54

เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามการสั่นนี้

it also needed to have a reliably measurable quantum spin, การใช้คำ

3:56

ธาตุนั้นยังต้องมีการหมุนเชิงควอนตัมที่วัดได้อย่างน่าเชื่อถือ

ไวยากรณ์

To easily track this oscillation: infinitive ที่บอกจุดประสงค์

To easily track this oscillation เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ เมื่ออยู่ต้นประโยค โครงสร้าง To + กริยารูปพื้นฐานจะตอบคำถามว่า “เพื่อจุดประสงค์อะไร?” ในที่นี้ เงื่อนไขที่กล่าวต่อมาจำเป็นต่อการติดตามการสั่นได้อย่างง่ายดาย easily ขยาย track ไม่ได้ขยาย needed ส่วนเครื่องหมายจุลภาคบอกว่าวลีจุดประสงค์ต้นประโยคจบลงแล้ว และประโยคหลักเริ่มต้นต่อจากนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีจุดประสงค์ต้นประโยคโดยใช้ To + easily + กริยารูปพื้นฐาน measure: ____ the temperature, we installed a sensor.

ดูคำตอบ

To easily measure

การใช้คำ

reliably measurable quantum spin: คำขยายที่ซ้อนกัน

คำหลักของนามวลีนี้คือ quantum spin ซึ่งเป็นแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่กำลังกล่าวถึง measurable ขยาย spin ว่าเป็นสิ่งที่วัดได้ ส่วนคำวิเศษณ์ reliably ขยาย measurable โดยตรง หมายความว่าสามารถวัดได้อย่างสม่ำเสมอจนผลน่าเชื่อถือ ให้อ่านคำขยายที่ซ้อนกันจากคำหลักออกไปด้านนอก: quantum spin → measurable quantum spin → reliably measurable quantum spin วิธีนี้ช่วยแยกความหมายของนามวลีเชิงเทคนิคที่มีข้อมูลหนาแน่นได้

แบบฝึกหัด

ใน reliably measurable quantum spin คำว่า reliably ขยายคำใดโดยตรงที่สุด

  1. spin
  2. measurable
  3. quantum
ดูคำตอบ

measurable

meaning the orientation of the axis about which the electron rotates, ไวยากรณ์

4:00

ซึ่งหมายถึงทิศทางของแกนที่อิเล็กตรอนหมุน

ไวยากรณ์

the axis about which the electron rotates: การย้ายคำบุพบทมาไว้ข้างหน้า

คำนามหลักคือ axis อนุประโยคสัมพันธ์ about which the electron rotates ใช้ระบุแกนนั้น โดยอิเล็กตรอนหมุนรอบแกนดังกล่าว คำบุพบท about ถูกวางไว้หน้าสรรพนามสัมพันธ์ which จึงเกิดรูปแบบ คำนาม + คำบุพบท + which + ประธาน + กริยา ความสัมพันธ์เดียวกันสามารถเขียนเป็น the axis which the electron rotates about โดยวาง about ไว้ท้ายอนุประโยค การย้ายคำบุพบทมาไว้ข้างหน้าเปลี่ยนระดับความเป็นทางการ แต่ไม่เปลี่ยนความสัมพันธ์พื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคสัมพันธ์แบบเป็นทางการที่ย้ายคำบุพบทมาไว้ข้างหน้าได้ถูกต้อง

  1. This is the topic about which they spoke.
  2. This is the topic about which they spoke about.
  3. This is the topic which they spoke about.
ดูคำตอบ

This is the topic about which they spoke.

as well as a simple energy level structure, การใช้คำ

4:05

รวมถึงโครงสร้างระดับพลังงานที่เรียบง่าย

meaning the active electrons are few and their state is simple to identify. ไวยากรณ์

4:09

หมายความว่ามีอิเล็กตรอนที่แอคทีฟเพียงเล็กน้อยและระบุสถานะของมันได้ง่าย

การใช้คำ

simple energy level structure: โครงสร้างระดับพลังงานที่เรียบง่าย

energy level structure คือรูปแบบการจัดเรียงระดับพลังงานที่อะตอมสามารถมีได้ วลีนี้เป็นนามวลีทางฟิสิกส์ โดย energy level ทำหน้าที่เป็นหน่วยเดียว และ structure หมายถึงการจัดเรียง ส่วน simple ขยาย energy level structure ทั้งชุด ในที่นี้ simple หมายถึงการจัดเรียงนั้นไม่ซับซ้อน ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย meaning อธิบายผลตามมา คือมีอิเล็กตรอนที่ทำงานอยู่ไม่กี่ตัว จึงระบุสถานะของมันได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคฟิสิกส์นี้ energy level structure หมายถึงอะไร?

  1. ปริมาณพลังงานที่กำลังใช้อยู่
  2. โครงสร้างทางกายภาพที่เก็บพลังงาน
  3. การจัดเรียงระดับพลังงานที่อะตอมสามารถมีได้
ดูคำตอบ

การจัดเรียงระดับพลังงานที่อะตอมสามารถมีได้

ไวยากรณ์

simple to identify: คำคุณศัพท์ + to-infinitive

ใน their state is simple to identify คำว่า simple ตามด้วย to-infinitive คือ to identify เมื่อรวมกัน simple to identify จะบอกว่างานระบุสถานะนั้นทำได้ง่ายเพียงใด their state เป็นประธานตามหลักไวยากรณ์ แต่ในแง่ความหมายก็เป็นสิ่งที่คนระบุด้วย สามารถเรียบเรียงความหมายใหม่เป็น It is simple to identify their state. โครงสร้างเดียวกันนี้พบได้ใน easy to use และ hard to detect

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างคำคุณศัพท์ + to-infinitive ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าวัตถุหนึ่งจดจำได้ง่ายเพียงใด?

  1. The symbol is simple to identify.
  2. The symbol is simple for identify.
  3. The symbol is simply to identifying.
ดูคำตอบ

The symbol is simple to identify.

Finally,

4:14

ประการสุดท้าย

it needed to be easy to vaporize. ไวยากรณ์

4:15

มันต้องง่ายต่อการทำให้กลายเป็นไอ

ไวยากรณ์

be easy to vaporize: การประเมินความยากของการกระทำ

โครงสร้าง be + easy + to-infinitive ใช้ประเมินว่าการกระทำหนึ่งทำได้ยากเพียงใด ในที่นี้ be easy to vaporize หมายถึงการทำให้มันกลายเป็นไอต้องใช้ความพยายามน้อย ประธาน it คือสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำ vaporize แม้ infinitive จะอยู่ในรูป active ภาษาอังกฤษใช้ something is easy to do อย่างเป็นธรรมชาติในโครงสร้างนี้ และโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้รูป passive อย่าง easy to be vaporized

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ easy to + คำกริยา follow: These steps are ____, even for beginners.

ดูคำตอบ

easy to follow

The winning atom, ลำดับความ

4:18

อะตอมที่ชนะคือ

cesium-133.

4:19

ซีเซียม-133

ลำดับความ

The winning atom, cesium-133: การเปิดเผยคำตอบด้วยคำวางร่วม

นี่คือส่วนของประโยคที่เป็นนามวลี The winning atom ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกประเภทก่อน ส่วน cesium-133 เป็นคำวางร่วมที่ระบุว่าอะตอมใดตรงกับป้ายนั้น การวางป้ายไว้ก่อนแล้วตามด้วยชื่อทำให้คำตอบถูกเปิดเผยช้าลงชั่วขณะ ประโยคเต็มคือ The winning atom was cesium-133. การละคำกริยาทำให้การเปิดเผยคำตอบสั้นและมีพลังมากขึ้น โดยจุลภาคแสดงจังหวะหยุดก่อนคำตอบ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้นามวลีตามด้วยคำวางร่วม และละคำกริยาเพื่อเปิดเผยคำตอบอย่างกระชับและมีพลัง

  1. The winning design because Model C.
  2. The winning design was Model C.
  3. The winning design, Model C.
ดูคำตอบ

The winning design, Model C.

Cesium was already a popular element for atomic clock research, วลี

4:22

ซีเซียมเป็นธาตุที่ได้รับความนิยมอยู่แล้วสำหรับการวิจัยนาฬิกาอะตอม

วลี

a popular element for atomic clock research: ธาตุที่นิยมใช้ในการวิจัยนาฬิกาอะตอม

popular ในที่นี้หมายถึง “ได้รับเลือกหรือถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย” ไม่ใช่ “เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป” ซีเซียมเป็นตัวเลือกที่ใช้กันทั่วไปในการวิจัยนาฬิกาอะตอมอยู่แล้ว วลีที่ขึ้นต้นด้วย for บอกจุดประสงค์หรือสาขาที่สิ่งนั้นเป็นตัวเลือกยอดนิยม โดยอาจตามหลังนามวลี เช่น a popular element for research หรือใช้ในโครงสร้าง popular for + -ing

แบบฝึกหัด

เติม popular และคำบุพบทที่ถูกต้องเพื่อบอกจุดประสงค์: This material is ____ making lightweight batteries.

ดูคำตอบ

popular for

and by 1968,

4:26

และภายในปี 1968

some cesium clocks were even commercially available. การใช้คำ

4:28

นาฬิกาซีเซียมบางรุ่นถึงกับมีจำหน่ายในเชิงพาณิชย์

การใช้คำ

even commercially available: ถึงขั้นมีจำหน่ายในเชิงพาณิชย์

Commercially available หมายถึงมีการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางการค้า ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อหรือหาได้ ในประโยคนี้ นาฬิกาซีเซียมบางรุ่นได้ผ่านพ้นขั้นการวิจัยและหาได้ในตลาดแล้ว even เน้นว่าเมื่อถึงปี 1968 ความก้าวหน้านี้ไปไกลหรือน่าประหลาดใจกว่าที่ผู้ฟังอาจคาดไว้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “มีให้ซื้อผ่านช่องทางการค้า” ลงในประโยค: The home version became ____ in 2022.

ดูคำตอบ

commercially available

All that was left was to determine ไวยากรณ์

4:32

สิ่งที่เหลืออยู่คือการกำหนดว่า

ไวยากรณ์

All that was left was to + คำกริยา: งานสุดท้ายที่เหลืออยู่

All that was left หมายความว่าขั้นตอนที่จำเป็นอื่น ๆ เสร็จหมดแล้ว ในประโยคนี้ was to determine บอกว่างานเพียงอย่างเดียวที่ยังเหลืออยู่คือ “การหาคำตอบหรือกำหนดให้แน่ชัด” ใช้โครงสร้าง All that was left was to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อสรุปลำดับขั้นตอนและนำไปสู่การกระทำหรือปัญหาสุดท้าย

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่ใช้บอกงานเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่ให้สมบูรณ์: All that was left ____ lock the door.

ดูคำตอบ

was to

how many ticks of a cesium atom were in a second. ไวยากรณ์

4:33

ในหนึ่งวินาทีอะตอมของซีเซียมจะติ๊กกี่ครั้ง

ไวยากรณ์

how many ticks ... were ...: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามทางอ้อม

อนุประโยค how many ticks of a cesium atom were in a second ตามหลัง determine และบอกว่าสิ่งที่ต้องหาคำตอบคืออะไร ส่วนนี้เป็นคำถามทางอ้อมที่ใช้ how many จึงเป็นส่วนหนึ่งของประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่คำถามที่แยกออกมา วลี how many ticks of a cesium atom ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน แล้วตามด้วย were in a second คำถามทางอ้อมใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ในตัวอย่างนี้ ถ้าเปลี่ยนเป็นคำถามตรงที่ถามถึงประธาน were ก็ยังอยู่หลังประธานเช่นกัน: How many ticks were in a second?

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าได้ถูกต้องในคำถามทางอ้อมที่ใช้ how many?

  1. Can you find out how many batteries the toy needs?
  2. Can you find out how many batteries does the toy need?
  3. Can you find out does the toy need how many batteries?
ดูคำตอบ

Can you find out how many batteries the toy needs?

The conference used the most precise astronomical measurement of a second available at the time,

4:37

ที่ประชุมใช้การวัดทางดาราศาสตร์ของหน่วยวินาทีที่แม่นยำที่สุดที่มีในขณะนั้น

beginning with the number of days in a year and dividing down. วลี

4:43

เริ่มต้นด้วยจำนวนวันในหนึ่งปีแล้วหารลงมา

วลี

beginning with ... and dividing down เพื่ออธิบายการหารเป็นลำดับ

ในประโยคนี้ beginning with ... and dividing down อธิบายวิธีที่ใช้คำนวณความยาวของหนึ่งวินาที กระบวนการเริ่มจากจำนวนวันในหนึ่งปี แล้วใช้การหารเพื่อแปลงไปเป็นหน่วยเวลาที่เล็กลงเรื่อย ๆ Beginning และ dividing เป็นรูป -ing ที่เชื่อมกันแบบขนาน โครงสร้างนี้นำเสนอสองขั้นตอนที่สัมพันธ์กัน คือกำหนดค่าเริ่มต้น แล้วคำนวณต่อด้วยการหาร ในที่นี้ down สื่อถึงการเปลี่ยนจากหน่วยหรือจำนวนรวมที่ใหญ่กว่าไปเป็นหน่วยที่เล็กกว่า ไม่ได้หมายถึงทิศทางลงจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย beginning with ... and dividing down: We found the per-minute rate, ____ the hourly total and ____ by 60.

ดูคำตอบ

beginning with · dividing down

When compared to the atoms' ticking rate, ไวยากรณ์

4:48

เมื่อนำไปเทียบกับอัตราการติ๊กของอะตอม

the results formally defined 1 second as exactly วลี

4:50

ผลลัพธ์ที่ได้กำหนดอย่างเป็นทางการว่า 1 วินาทีคือ

9,192,631,770 ticks of a cesium-133 atom.

4:54

การติ๊กของอะตอมซีเซียม-133 จำนวน 9,192,631,770 ครั้งพอดี

ไวยากรณ์

When compared to ... ในฐานะอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อ

When compared to ... เป็นอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อ รูปเต็มในที่นี้คือ when the results were compared to the atoms' ticking rate ภาษาอังกฤษสามารถละประธานที่ใช้ร่วมกับประโยคหลักและรูปหนึ่งของ be ได้ จึงเหลือ when + คำกริยาช่องที่ 3 เพื่อให้การเปรียบเทียบกระชับขึ้น ประธานที่ละไว้ต้องตรงกับประธานของประโยคหลัก Compared เป็นรูปกรรมวาจก ดังนั้น the results คือสิ่งที่ถูกนำไปเปรียบเทียบ ไม่ใช่บุคคลหรือเครื่องมือที่ทำการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคแบบย่อโดยให้ประธานของประโยคหลักเป็นสิ่งที่ถูกเปรียบเทียบ?

  1. When compared to the older model, the engineers lowered the phone's power use.
  2. When comparing to the older model, less power is used by this phone.
  3. When compared to the older model, this phone uses less power.
ดูคำตอบ

When compared to the older model, this phone uses less power.

วลี

Formally defined X as exactly Y: กำหนด X อย่างเป็นทางการให้เท่ากับ Y อย่างแม่นยำ

โครงสร้าง formally define X as Y หมายถึงกำหนดให้ Y เป็นนิยามอย่างเป็นทางการของ X ในประโยคนี้ X คือ 1 second และ Y คือจำนวนการสั่นของซีเซียม-133 ที่ระบุไว้อย่างแม่นยำหลังจากนั้น formally แสดงว่านิยามนี้มาจากกระบวนการกำหนดมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ ไม่ใช่คำอธิบายแบบไม่เป็นทางการ ส่วน exactly แสดงว่าตัวเลขนี้เป็นค่าที่กำหนดตายตัว ไม่ใช่ค่าประมาณ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ formally define X as Y: The policy ____ a minor ____ anyone under eighteen.

ดูคำตอบ

formally defines · as

Today,

5:06

วันนี้

atomic clocks are used all over the Earth and beyond it. วลี

5:07

นาฬิกาอะตอมถูกใช้ทั่วโลกและไกลออกไป

วลี

Used all over the Earth and beyond it: ถูกใช้ทั่วโลกและนอกโลกด้วย

ใน used all over the Earth and beyond it วลี all over the Earth ครอบคลุมสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งดาวเคราะห์ จากนั้น and beyond it ขยายขอบเขตออกไปนอกโลก โดย it อ้างกลับไปที่ the Earth สำนวนนี้สร้างขอบเขตเป็นสองขั้น ขั้นแรกคือสถานที่ทั่วพื้นที่ที่ระบุ และขั้นต่อมาคือสถานที่เลยออกไปจากขอบเขตนั้น ในที่นี้จึงรวมทั้งการใช้งานบนโลกและในอวกาศ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าอุปกรณ์ทำงานทั่วทั้งโลกและนอกโลกด้วย

  1. These navigation devices operate all over the Earth and beyond it.
  2. These navigation devices operate in one region of the Earth and nowhere beyond it.
  3. These navigation devices operate all over the Earth but nowhere else.
ดูคำตอบ

These navigation devices operate all over the Earth and beyond it.

From radio signal transmitters to satellites for global positioning systems, ไวยากรณ์

5:12

ตั้งแต่เครื่องส่งสัญญาณวิทยุไปจนถึงดาวเทียมสำหรับระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก (GPS)

ไวยากรณ์

ตั้งแต่เครื่องส่งสัญญาณวิทยุไปจนถึงดาวเทียมสำหรับระบบกำหนดตำแหน่งทั่วโลก: บอกขอบเขตด้วย From X to Y

From X to Y ใช้จุดปลายสองด้านที่เป็นตัวแทนเพื่อบอกขอบเขตของรายการ ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวครอบคลุมอุปกรณ์ตั้งแต่เครื่องส่งสัญญาณวิทยุไปจนถึงดาวเทียมที่ใช้ในระบบกำหนดตำแหน่งทั่วโลก ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ ส่วนเปิดนี้นำไปสู่ประโยคหลักที่บอกว่าสิ่งต่าง ๆ ในขอบเขตนั้นมีอะไรเหมือนกัน X และ Y ไม่จำเป็นต้องเป็นรายการทั้งหมด แต่สามารถเป็นตัวแทนของกลุ่มที่กว้างกว่าได้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคู่ที่ใช้บอกขอบเขตกว้างให้สมบูรณ์: ____ small cafés ____ large hotels, the app is widely used.

ดูคำตอบ

From · to

these devices have been synchronized to help us maintain a globally consistent time ไวยากรณ์

5:16

อุปกรณ์เหล่านี้ได้รับการซิงโครไนซ์เพื่อช่วยให้เรารักษาเวลาที่ตรงกันทั่วโลก

with precision that's second to none. สำนวน

5:22

ด้วยความแม่นยำที่เป็นเลิศไม่เป็นรองใคร

ไวยากรณ์

have been synchronized to help us maintain: passive ของ present perfect และจุดประสงค์

have been synchronized เป็นรูป passive ของ present perfect ซึ่งมีโครงสร้าง have been + past participle อุปกรณ์เป็นฝ่ายรับการกระทำ และสภาพที่ซิงโครไนซ์แล้วยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน to help us maintain ... เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าทำไมจึงมีการซิงโครไนซ์ หลัง help us คำว่า maintain ยังคงเป็นคำกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + have/has been + past participle + to + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้ synchronize, help และ maintain เติมโครงสร้าง passive ของ present perfect ที่ตามด้วยจุดประสงค์ให้สมบูรณ์: The backup servers ____ consistent records.

ดูคำตอบ

have been synchronized to help us maintain

สำนวน

second to none: ไม่มีใครเทียบได้

second to none เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงดีเท่ากับหรือดีกว่าคู่แข่งทุกราย หรือพูดง่าย ๆ ว่าไม่มีใครเทียบได้และอยู่ในระดับยอดเยี่ยม ใน precision that's second to none อนุประโยค that's second to none ขยาย precision และเป็นคำชมที่หนักแน่นมาก หัวข้อของวิดีโอคือหน่วยเวลา second สำนวนนี้จึงเล่นคำเชื่อมโยงกับคำดังกล่าวเล็กน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าความแม่นยำอยู่ในอันดับสองหรือกำลังพูดถึงหน่วยเวลา ต้องเข้าใจทั้งสำนวนเป็นชุดเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ไม่มีใครเทียบได้”: Her attention to detail is ____.

ดูคำตอบ

second to none

Even with the help of these absurdly accurate clocks, ไวยากรณ์

5:26

แม้จะได้รับความช่วยเหลือจากนาฬิกาที่แม่นยำอย่างเหลือเชื่อเหล่านี้

ไวยากรณ์

Even with the help of ...: มีคนช่วยแล้วแต่ความยากยังอยู่

Even with the help of + นามวลี ใช้เปิดความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกัน โดยบอกว่ามีความช่วยเหลือที่เป็นประโยชน์อยู่แล้ว แต่ประโยคหลักจะกล่าวถึงความยาก ข้อจำกัด หรือผลที่คาดไม่ถึงซึ่งยังคงเกิดขึ้น even เน้นความขัดแย้งนี้ให้ชัดขึ้น ส่วนที่เน้นเป็นบุพบทวลีที่ขึ้นต้นประโยค ไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์ ดังนั้นหลังเครื่องหมายจุลภาคต้องมีประโยคหลักที่อธิบายว่ายังเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกันจำนวนห้าคำจากบทเรียนนี้ ซึ่งหมายถึง “แม้จะได้รับความช่วยเหลือ”: ____ a map, we still got lost.

ดูคำตอบ

Even with the help of

it can be difficult to make the most of your time. สำนวน

5:29

การใช้เวลาของคุณให้เกิดประโยชน์สูงสุดก็อาจเป็นเรื่องยาก

สำนวน

make the most of your time: ใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด

make the most of your time หมายถึงใช้เวลาที่มีอยู่ให้ดีที่สุดและได้รับประโยชน์จากเวลานั้นให้มากที่สุด ไม่ได้หมายถึงการสร้างเวลาเพิ่มขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ make the most of + คำนาม โดยคำนามอาจหมายถึงเวลาที่จำกัด โอกาส ทรัพยากร ประสบการณ์ หรือแม้แต่สถานการณ์ที่ยากลำบาก

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงใช้โอกาสให้ดีที่สุดลงในประโยค: We have only one chance to ask questions, so let's ____ it.

ดูคำตอบ

make the most of

We get interrupted, ไวยากรณ์

5:32

เราถูกขัดจังหวะ

overwhelmed,

5:34

รู้สึกหนักอึ้ง

or try to do too much all at once. วลี

5:34

หรือพยายามทำสิ่งต่างๆ มากเกินไปในคราวเดียว

ไวยากรณ์

get interrupted, overwhelmed, or try...: คำที่ใช้ร่วมกันในโครงสร้างเชื่อม

ประโยคนี้เชื่อมสามสิ่งที่อาจเกิดขึ้นเข้าด้วยกัน โครงสร้างเต็มสามารถขยายเป็น We get interrupted, We get overwhelmed, or We try to do too much all at once ในประโยคเดิม ส่วนที่สองละ get ที่ซ้ำกัน ส่วนที่สามเริ่มวลีกริยาอีกชุดด้วย try รายการที่เชื่อมกันสามารถใช้ประธานและคำที่ซ้ำกันบางคำร่วมกันได้ แม้โครงสร้างภายในของแต่ละส่วนจะไม่เหมือนกันทั้งหมด ให้เติมคำที่ละไว้ในใจเพื่อดูว่าแต่ละส่วนเชื่อมกับ We อย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเรียงสองสภาวะที่สร้างด้วย get แล้วตามด้วยวลีกริยาแยกอีกหนึ่งชุดได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. We tired, frustrated, or get stop paying attention.
  2. We get tired, frustrating, or stopping paying attention.
  3. We get tired, frustrated, or stop paying attention.
ดูคำตอบ

We get tired, frustrated, or stop paying attention.

วลี

too much all at once: มากเกินไปในคราวเดียว

ในประโยคนี้ all at once หมายถึง “ในเวลาเดียวกัน” หรือ “ทำทั้งหมดในคราวเดียว” คำว่า too much บอกว่าปริมาณงานมากเกินไปอยู่แล้ว และ all at once เน้นว่างานเหล่านั้นถูกนำมาทำในช่วงเวลาเดียวกัน แนวคิดนี้ใช้เมื่อทำหลายงานหรืองานจำนวนมากพร้อมกัน แทนที่จะแบ่งเป็นขั้นตอนเล็ก ๆ ในบริบทอื่น all at once อาจหมายถึง “ทันใดนั้น” แต่คำว่า do too much ในประโยคนี้ทำให้ชัดเจนว่าหมายถึง “พร้อมกัน”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ all at once ในความหมายว่า “ในเวลาเดียวกัน”

  1. We carried the boxes one by one.
  2. We tried to carry all the boxes all at once.
  3. All at once, the alarm started ringing.
ดูคำตอบ

We tried to carry all the boxes all at once.

So is there any way we can get better at managing our time? วลี

5:37

ดังนั้น มีวิธีไหนบ้างที่เราจะบริหารเวลาได้ดีขึ้น?

วลี

get better at managing our time: จัดการเวลาได้เก่งขึ้น

get better at managing our time หมายถึงการพัฒนาทักษะในการใช้และวางแผนเวลาที่เรามี get better แสดงถึงการพัฒนาจากระดับที่ต่ำกว่าไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ไม่ได้หมายความว่าทักษะนั้นสมบูรณ์แบบแล้ว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ get better at + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ at เป็นคำบุพบท ดังนั้น manage จึงเปลี่ยนเป็น managing ต้องพูดว่า get better at managing ไม่ใช่ get better at manage

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง get better at + -ing เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: With practice, you can get better ____ your notes.

ดูคำตอบ

at organizing

Check out this video to see what strategies we can learn from computers.

5:40

ลองดูวิดีโอนี้เพื่อดูว่าเราสามารถเรียนรู้กลยุทธ์อะไรได้บ้างจากคอมพิวเตอร์