พิเศษที่สุด | ห้องสมุด | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
249 คำ 159 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: มัฟฟินได้ยินพ่ออธิบายว่าการขับรถผ่านไฟสีส้มเป็นกรณีพิเศษ จึงตีความว่าคนพิเศษไม่จำเป็นต้องทำตามกฎทั่วไป และนำความคิดนั้นติดตัวไปเล่นบทบาทสมมติเป็นห้องสมุดกับบลูอีและบิงโก ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. Orange light, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจว่าในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่ใช้ในครอบครัวและเรื่องการจราจร orange อาจหมายถึงไฟเหลืองหรือไฟสีอำพันของสัญญาณจราจรได้ ความรู้นี้ช่วยให้ติดตามคำเตือนของเด็กและเชื่อมโยงกับกฎบนท้องถนน แทนที่จะเข้าใจว่าเป็นเพียงการบอกสีทั่วไป 2. I'm special. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตว่าคำชมที่ผู้ใหญ่ใช้เพื่อสร้างความมั่นใจถูกเด็กตีความใหม่ให้เป็นเหตุผลที่ตนควรได้รับการยกเว้น จึงช่วยให้แยกออกว่าเมื่อใดถ้อยคำเชิงบวกกำลังสื่อความรู้สึกว่าตนมีสิทธิ์หรือคาดหวังการปฏิบัติเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่บอกลักษณะที่ดีของตนเอง 3. Feel free to — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้การอนุญาตอย่างเป็นมิตรและไม่สร้างแรงกดดันก่อนเสนอให้ทำกิจกรรม พร้อมทั้งเข้าใจสำนวนนี้ในงานบริการ การต้อนรับ ห้องเรียน หรือการเล่นบทบาทสมมติ ซึ่งผู้พูดเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเลือกหรือลงมือทำได้อย่างอิสระ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

So, that's why I'm going to write a letter to the toilet fairy. โน้ต

0:01

นั่นแหละคือเหตุผลที่หนูจะเขียนจดหมายถึงนางฟ้าชักโครก

ลำดับความ

that's why: เชื่อมเหตุผลกับผลลัพธ์

that's why ย้อนอ้างถึงเหตุผลที่ได้กล่าวไว้แล้ว และนำไปสู่ผลลัพธ์ การตัดสินใจ หรือการกระทำที่เกิดจากเหตุผลนั้น ในประโยคนี้ วลีนี้เชื่อมเหตุผลก่อนหน้ากับการตัดสินใจเขียนจดหมาย ส่วน why ไม่ได้ใช้เพื่อตั้งคำถาม So ที่ต้นประโยคยังบอกด้วยว่าผู้พูดกำลังสรุปผล รูปแบบการเรียงข้อมูลที่นำไปใช้ได้คือ บอกเหตุผลก่อน แล้วตามด้วย That's why + ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสองคำที่มีความหมายว่า “นั่นคือเหตุผล” เพื่อเชื่อมเหตุผลที่บอกไว้กับผลลัพธ์: The library is closed. ____ we're studying at home.

ดูคำตอบ

That's why

ไวยากรณ์

I'm going to + กริยารูปพื้นฐาน: บอกแผน

I'm going to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกแผนหรือความตั้งใจที่ผู้พูดมีอยู่แล้ว ในประโยคนี้ write เป็นกริยารูปพื้นฐาน จึงหมายความว่าผู้พูดตัดสินใจแล้วว่าจะเขียนจดหมาย going to ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง โครงสร้างคือ be + going to + กริยารูปพื้นฐาน โดยรูปของ be เปลี่ยนตามประธาน เช่น I'm going to, she's going to และ we're going to

แบบฝึกหัด

เติมรูปบุรุษที่หนึ่งของ be going to เพื่อบอกแผนที่มีอยู่แล้ว: ____ bake a cake for Dad's birthday; I already bought the ingredients.

ดูคำตอบ

I'm going to

วลี

write a letter to + ผู้รับ

ใน write a letter to someone คำว่า to ใช้นำหน้าผู้รับ ซึ่งคือคนหรือสิ่งที่ได้รับจดหมาย ในประโยคนี้ผู้รับคือ the toilet fairy โครงสร้างคือ write + a letter + to + ผู้รับ ข้อความหลัง to ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของการเขียนจดหมาย โดยปกติจุดประสงค์จะเติมแยกต่างหาก เช่น to ask for help

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้นำหน้าผู้รับ: Maya wrote a letter ____ her cousin.

ดูคำตอบ

to

Well, that's the only way things will change. ไวยากรณ์

0:05

นั่นเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปได้นะ

ไวยากรณ์

the only way + อนุประโยคบอกผลลัพธ์

ใน that's the only way things will change คำว่า way หมายถึงวิธี ไม่ใช่ถนนจริง ๆ อนุประโยค things will change ตามหลัง way โดยตรงและบอกผลที่จะเกิดขึ้น สามารถเติม that ได้แต่ไม่จำเป็น: the only way that things will change Only ทำให้ข้อความนี้หมายถึงมีเพียงทางเลือกเดียว ผู้พูดเชื่อว่าไม่มีวิธีอื่นที่จะทำให้เกิดผลนั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is the only way (that) + ประธาน + can/will + คำกริยา

แบบฝึกหัด

ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า "That's the only way things will change"?

  1. สิ่งต่าง ๆ จะเปลี่ยนเฉพาะตอนเดินทางอยู่บนถนน
  2. สิ่งต่าง ๆ จะเปลี่ยนแน่นอนโดยไม่ต้องทำอะไร
  3. ไม่มีวิธีอื่นที่จะทำให้สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไป
ดูคำตอบ

ไม่มีวิธีอื่นที่จะทำให้สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไป

Orange light, Dad. วัฒนธรรม

0:07

ไฟส้มแล้วค่ะ พ่อ

วัฒนธรรม

Orange light ในความหมายไฟเหลืองของสัญญาณจราจร

ในประโยคนี้ orange light หมายถึงช่วงไฟสีเหลืองหรือสีอำพันของสัญญาณไฟจราจร ซึ่งเป็นไฟที่ปรากฏขณะสัญญาณเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง เด็กเรียกสีที่มองเห็นว่าเป็นสีส้ม เป็นการใช้แบบไม่เป็นทางการที่เป็นธรรมชาติในบริบทเด็กชาวออสเตรเลีย ไม่ได้หมายถึงโคมไฟตกแต่งสีส้ม

แบบฝึกหัด

ในฉากขับรถนี้ orange light หมายถึงอะไร?

  1. ไฟเตือนสีส้มภายในรถ
  2. ช่วงไฟสีเหลืองหรือสีอำพันของสัญญาณไฟจราจร
  3. โคมไฟตกแต่งสีส้ม
ดูคำตอบ

ช่วงไฟสีเหลืองหรือสีอำพันของสัญญาณไฟจราจร

Oop.

0:09

อุ๊ย

Dad, you drove through an orange light. การใช้คำ

0:11

พ่อคะ พ่อขับฝ่าไฟส้มนะคะ

การใช้คำ

drove through an orange light ในบริบทการจราจร

ในบริบทการจราจร drove through an orange light หมายถึงรถยังคงขับผ่านทางแยกในขณะที่สัญญาณเป็นไฟสีเหลืองหรือสีอำพัน drove เป็นรูปอดีตของ drive ดังนั้นประโยคนี้จึงกล่าวถึงการกระทำที่เกิดขึ้นแล้ว ในที่นี้ through หมายถึงการข้ามทางแยกที่ควบคุมด้วยสัญญาณไฟ ไม่ได้หมายถึงการขับทะลุโคมสัญญาณจริง ๆ หรือเพียงขับผ่านโคมไฟที่อยู่ข้างถนน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ drive through: The driver ____ the red light even though it was unsafe to continue.

ดูคำตอบ

drove through

Uh yeah, I did.

0:14

เอ้อ ใช่ พ่อทำ

Didn't you see it?

0:16

พ่อไม่เห็นเหรอคะ?

Yeah, I saw it.

0:17

ใช่ พ่อเห็น

But orange light means slow down and stop. ลำดับความ

0:18

แต่ไฟส้มแปลว่าต้องชะลอและหยุดรถนะ

ลำดับความ

orange light means slow down and stop: กฎที่เชื่อมโยงสัญญาณกับการกระทำ

ในที่นี้ รูปแบบ X means + การกระทำ ใช้อธิบายว่าป้ายหรือสัญญาณกำหนดให้คนทำอะไร orange light คือสัญญาณ ส่วน slow down and stop คือการกระทำที่เชื่อมโยงกับสัญญาณนั้น คำว่า means ในที่นี้ไม่ได้ใช้ให้คำนิยามแบบพจนานุกรม รูปแบบนี้จัดลำดับกฎจากสัญญาณไปสู่การตอบสนอง โดยบอกก่อนว่าคนเห็นหรือได้ยินสัญญาณอะไร แล้วจึงบอกว่าควรทำอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ means เพื่อบอกการกระทำที่สัญญาณกำหนดให้ทำ?

  1. At the pool, the coach means to blow one whistle.
  2. At the pool, one whistle means the lesson has ended.
  3. At the pool, one whistle means get out of the water.
ดูคำตอบ

At the pool, one whistle means get out of the water.

Why didn't you slow down and stop? น้ำเสียง/เจตนา

0:22

ทำไมพ่อไม่ชะลอแล้วหยุดรถล่ะคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why didn't you slow down and stop?: คำถาม why ที่มีน้ำเสียงตำหนิ

Why didn't you + คำกริยารูปพื้นฐาน? ใช้ถามว่าทำไมใครบางคนจึงไม่ได้ทำบางอย่าง ในที่นี้ ผู้พูดเพิ่งบอกกฎไป คำถามนี้จึงเป็นการทักท้วงผู้ฟังที่ไม่ทำตามกฎด้วย รูปประโยคนี้ไม่ได้เป็นการตำหนิเสมอไป ความคาดหวังก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ และน้ำเสียงเป็นตัวกำหนดว่าคำถามจะฟังดูแรงเพียงใด แต่ในประโยคนี้ใช้เพื่อแก้ไขพฤติกรรม ไม่ใช่เพียงถามข้อมูลอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: หลังจากมีคนฝ่าฝืนกฎที่รู้อยู่แล้ว Why didn't you stop? สามารถแสดงการตำหนิพร้อมกับถามหาเหตุผลได้

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

จริง

Uh, well, this was a special case. การใช้คำ

0:24

เอ้อ พอดีมันเป็นกรณีพิเศษน่ะลูก

การใช้คำ

a special case: ข้อยกเว้นจากกฎทั่วไป

ในประโยคนี้ a special case หมายถึงสถานการณ์ที่ต้องถือเป็นข้อยกเว้นจากกฎทั่วไป ผู้พูดใช้คำนี้เพื่ออธิบายว่าทำไมกฎปกติจึงใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ตรงนี้ special ขยายคำว่า case ไม่ได้บรรยายคน และไม่ได้หมายถึงการชมว่าใครบางคนมีความโดดเด่นหรือสำคัญ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a special case ในความหมายว่าเป็นข้อยกเว้นจากกฎทั่วไป?

  1. They planned a special occasion for the whole family.
  2. She bought a special case for her glasses.
  3. Everyone needs a ticket, but this is a special case.
ดูคำตอบ

Everyone needs a ticket, but this is a special case.

Oh, okay, Dad.

0:27

อ๋อ โอเคค่ะพ่อ

Are you special?

0:31

พ่อพิเศษไหมคะ?

Well, a little. น้ำเสียง/เจตนา

0:33

ก็ นิดหน่อยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Well, a little. สำหรับการยอมรับอย่างนุ่มนวล

ในคำตอบสั้น ๆ นี้ a little หมายถึงในระดับเล็กน้อย และรับความหมายของคำคุณศัพท์ special มาจากคำถาม ผู้พูดไม่พูด special ซ้ำ เพราะทั้งสองฝ่ายรู้แล้วว่ากำลังพูดถึงคุณสมบัติอะไร Well ทำให้คำตอบไม่ตรงเกินไป ส่วน a little ลดระดับให้น้อยลง เมื่อใช้ร่วมกันจึงเป็นการยอมรับอย่างนุ่มนวล อาจมีน้ำเสียงล้อเล่นหรือถ่อมตัวเล็กน้อย แทนที่จะยืนยันอย่างหนักแน่น

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า Are you nervous? คำตอบใดยอมรับอย่างนุ่มนวลว่ารู้สึกกังวลเล็กน้อย?

  1. No, not at all.
  2. Well, a little.
  3. Yes, extremely.
ดูคำตอบ

Well, a little.

Am I special?

0:36

หนูพิเศษไหมคะ?

Muffy you're the most special kid in the whole world. ไวยากรณ์

0:37

Muffy ลูกเป็นเด็กที่พิเศษที่สุดในโลกเลยล่ะ

ไวยากรณ์

the most special kid in the whole world: คำชมด้วยขั้นสูงสุดที่เต็มไปด้วยความรัก

the most special เป็นรูปขั้นสูงสุดที่ใช้ในประโยคนี้ โดยมีโครงสร้าง the + most + คำคุณศัพท์ ส่วน in the whole world กำหนดขอบเขตการเปรียบเทียบให้กว้างมาก จึงทำให้คำชมหนักแน่นที่สุด ในบทสนทนาครอบครัวนี้ เป็นการพูดเกินจริงด้วยความรัก ผู้พูดกำลังปลอบ Muffy และแสดงความรัก ไม่ได้อ้างข้อเท็จจริงที่วัดได้ว่าเธอเหนือกว่าเด็กคนอื่นทุกคน

แบบฝึกหัด

เติมคำชมที่แสดงความรักด้วยรูปขั้นสูงสุดของ special: My sister is ____ person in the whole world.

ดูคำตอบ

the most special

interesting.

0:43

น่าสนใจจัง

น้ำเสียง/เจตนา

Ooh, interesting.: สังเกตและเริ่มคิดเกี่ยวกับข้อมูลใหม่

Ooh แสดงช่วงที่ข้อมูลใหม่ดึงความสนใจของผู้พูด ส่วน interesting บอกว่าข้อมูลนั้นน่าคิดพิจารณา ไม่ได้หมายความเพียงว่าสนุก ในที่นี้ เด็กเริ่มคิดว่าการเป็น “คนพิเศษ” อาจมีความหมายอย่างไรต่อตัวเอง คำตอบสั้น ๆ นี้แสดงการเปลี่ยนจากแค่ได้ยินข้อมูลไปเป็นการคิดถึงผลที่อาจตามมา

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอก Maya ว่าพิพิธภัณฑ์เข้าฟรีทุกวันศุกร์ Maya ตอบว่า “Ooh, interesting.” คำตอบของเธอน่าจะแสดงอะไรได้มากที่สุด

  1. เธอกำลังบอกว่าตัวพิพิธภัณฑ์สนุก
  2. เธอสังเกตข้อมูลใหม่และกำลังคิดว่าข้อมูลนั้นอาจหมายถึงอะไร
  3. เธอไม่ได้ยินข้อมูลนั้น
ดูคำตอบ

เธอสังเกตข้อมูลใหม่และกำลังคิดว่าข้อมูลนั้นอาจหมายถึงอะไร

Open the door.

0:45

เปิดประตูหน่อย

Okay, okay.

0:46

โอเคๆ

Coming. น้ำเสียง/เจตนา

0:47

มาแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

Coming!:คำตอบสั้น ๆ เมื่อมีคนเรียก

Coming! เป็นรูปย่อในภาษาพูดของ I'm coming! เมื่อมีคนเรียก เคาะประตู หรือเร่งให้คุณไปหา จะหมายถึง “ได้ยินแล้ว กำลังไปเดี๋ยวนี้” คำว่า coming ตรงนี้บอกการเคลื่อนที่ไปหาคนหรือสถานที่ที่ต้องการคุณ ในสถานการณ์นี้คำนี้เป็นคำตอบที่สมบูรณ์ได้เอง ไม่ใช่วลี -ing ที่พูดค้างไว้

แบบฝึกหัด

มีคนเรียกคุณจากประตูหน้าบ้าน เติมรูปย่อหนึ่งคำที่ใช้กันทั่วไปของ I'm coming: ____!

ดูคำตอบ

Coming

Hello.

0:48

สวัสดี

Hi, Muffin.

0:49

หวัดดีจ้ะ Muffin

Ooh, wipe your feet on the towel, honey. โน้ต

0:50

โอ้ เช็ดเท้าที่ผ้าเช็ดตัวหน่อยสิจ๊ะที่รัก

วลี

wipe your feet on the towel:เช็ดพื้นรองเท้าให้สะอาด

wipe your feet หมายถึงการเอาน้ำหรือโคลนออกจากฝ่าเท้าหรือพื้นรองเท้า โดยถูเท้าหรือรองเท้ากับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ส่วน on the towel ระบุว่าพื้นผิวที่ใช้เช็ดคือผ้าขนหนู เมื่อใช้เตือนกันตรงทางเข้า feet อาจรวมถึงการเช็ดพื้นรองเท้าด้วย ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเท้าเปล่าเท่านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ wipe your feet on + พื้นผิว

แบบฝึกหัด

คำสั่งใดบอกให้ใครสักคนถูโคลนออกจากพื้นรองเท้ากับพรมเช็ดเท้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Please wipe your feet on the mat before you come in.
  2. Please wipe your feet under the mat before you come in.
  3. Please wipe the mat on your feet before you come in.
ดูคำตอบ

Please wipe your feet on the mat before you come in.

น้ำเสียง/เจตนา

honey: คำเรียกด้วยความเอ็นดูที่ช่วยให้น้ำเสียงนุ่มนวล

ในที่นี้ honey เป็นคำเรียกด้วยความเอ็นดูที่สมาชิกครอบครัวซึ่งอายุมากกว่าใช้เรียกเด็ก ไม่ได้หมายถึงอาหารที่ผึ้งผลิต เมื่อวางคำเรียกนี้ไว้หลังคำสั่ง wipe your feet จะช่วยเพิ่มความอบอุ่นและทำให้คำเตือนฟังดูนุ่มนวลขึ้น คำเรียกที่เป็นกันเองสามารถเปลี่ยนน้ำเสียงของคำขอได้โดยไม่เปลี่ยนสิ่งที่ขอให้อีกฝ่ายทำ

แบบฝึกหัด

honey ที่ท้ายประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?

  1. เป็นชื่ออาหารที่เด็กควรกิน
  2. เป็นคำเรียกด้วยความเอ็นดูที่ทำให้คำเตือนนุ่มนวลขึ้น
  3. ทำให้คำเตือนกลายเป็นกฎอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

เป็นคำเรียกด้วยความเอ็นดูที่ทำให้คำเตือนนุ่มนวลขึ้น

It's a bit

0:51

มันออกจะ...

I don't have to Aunt Chilli. ไวยากรณ์

0:52

หนูไม่ต้องเช็ดก็ได้ค่ะน้า Chilli

ไวยากรณ์

don't have to: ไม่จำเป็น ไม่ใช่ข้อห้าม

Don't have to หมายความว่าการกระทำนั้นไม่จำเป็นหรือไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำ ในที่นี้ละ wipe my feet ไว้เพราะเข้าใจได้จากคำเตือนก่อนหน้า เด็กจึงกำลังบอกว่าตนไม่จำเป็นต้องเช็ดเท้า รูปปฏิเสธนี้ยกเลิกหน้าที่หรือความจำเป็น แต่ไม่ได้ห้ามการกระทำนั้น เด็กยังสามารถเช็ดเท้าได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อที่ตรงกับบทเรียนเพื่อแสดงว่าการอยู่กินอาหารเย็นเป็นทางเลือก: You can stay for dinner, but you ____ if you already have plans.

ดูคำตอบ

don't have to

I'm special. น้ำเสียง/เจตนา

0:53

หนูเป็นคนพิเศษ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm special. ในฐานะเหตุผลที่ขอเป็นข้อยกเว้น

ในที่นี้ I'm special. ไม่ได้เพียงบรรยายเด็กในแง่บวก แต่ยังใช้เป็นเหตุผลสนับสนุนคำพูดก่อนหน้าว่า I don't have to เด็กถือว่าการที่ตัวเองเป็นคนพิเศษเป็นหลักฐานว่ากฎทั่วไปไม่ใช้กับตน จุดสำคัญคือตำแหน่งของประโยคนี้ที่ตามหลังการอ้างว่าตนได้รับการยกเว้น เมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ I'm special. อาจฟังเหมือนการเรียกร้องให้ปฏิบัติเป็นพิเศษ แม้ว่า special มักเป็นคำชมในบริบทอื่นก็ตาม

แบบฝึกหัด

ใน “I don't need to wait. I'm special.” ผู้พูดใช้ “I'm special.” เพื่อทำอะไร?

  1. แนะนำตัวโดยบอกชื่อ
  2. บอกว่าตนต้องทำตามกฎเพิ่มเติม
  3. ให้เหตุผลว่าทำไมกฎทั่วไปจึงไม่ควรใช้กับตน
ดูคำตอบ

ให้เหตุผลว่าทำไมกฎทั่วไปจึงไม่ควรใช้กับตน

Okay.

0:55

จ้ะ

Hey, Chilli dog.

0:56

ไง Chilli dog

Stripe.

0:57

Stripe

Bit muddy out there. ไวยากรณ์

0:58

ข้างนอกโคลนเยอะไปหน่อยนะ

ไวยากรณ์

Bit muddy out there. ที่ละ It's a

Bit muddy out there. เป็นคำพูดแสดงความคิดเห็นแบบกันเองที่หมายถึง It's a bit muddy out there. ช่วงต้น It's a ซึ่งเติมกลับได้ง่ายจากบริบทถูกละไว้ โดย bit muddy บอกระดับ และ out there บอกสถานที่ การละคำนี้ทำให้ข้อสังเกตทันทีฟังสั้นและเป็นภาษาสนทนา อย่าตีความ bit เป็นคำกริยาในที่นี้ เพราะมาจาก a bit ซึ่งหมายถึง “เล็กน้อย”

แบบฝึกหัด

เขียน “It's a bit cold outside.” ใหม่โดยละช่วงต้น “It's a”: ____ cold outside.

ดูคำตอบ

Bit

This episode of Bluey is called Library.

0:59

Bluey ตอนนี้มีชื่อว่า ห้องสมุด

Hi, Bluey.

1:04

หวัดดี Bluey

Hi, Bingo.

1:04

หวัดดี Bingo

Hi, Muffin.

1:05

หวัดดี Muffin

What are you playing?

1:06

เล่นอะไรกันอยู่เหรอ?

We're playing library. วลี

1:07

เรากำลังเล่นห้องสมุดกันอยู่

วลี

playing library: เล่นบทบาทสมมติเป็นห้องสมุด

ใน We're playing library คำว่า playing library หมายถึงการเล่นสมมติว่ากำลังดูแลห้องสมุด เด็ก ๆ อาจสวมบทเป็นบรรณารักษ์หรือผู้มาใช้บริการ และเลียนแบบกิจกรรม เช่น ยืมหนังสือหรือประทับตราหนังสือ รูปแบบ play + ชื่อสถานการณ์ ใช้เรียกกิจกรรมสมมติได้ โดยเฉพาะการเล่นบทบาทสมมติของเด็ก ในที่นี้ library เป็นชื่อหัวข้อของเกม ไม่ได้บอกว่าเด็ก ๆ เล่นอยู่ที่ไหน

แบบฝึกหัด

ใช้ play + ชื่อสถานการณ์ hospital เติมประโยคให้สมบูรณ์: The children are ____, and one is the doctor.

ดูคำตอบ

playing hospital

I'm the library lady.

1:09

พี่เป็นบรรณารักษ์นะ

This is my desk.

1:10

นี่คือโต๊ะของพี่

I've got a stamp and a computer. ไวยากรณ์

1:11

พี่มีตรายางแล้วก็คอมพิวเตอร์

ไวยากรณ์

I've got: บอกว่ามีบางสิ่งอยู่ในตอนนี้

ใน I've got a stamp and a computer คำว่า I've got มีความหมายเท่ากับ I have ผู้พูดกำลังบอกสิ่งของที่มีอยู่หรือพร้อมใช้ในตอนนี้ ไม่ได้เน้นเหตุการณ์ในอดีตว่าได้รับสิ่งเหล่านั้นมาอย่างไร have got ใช้บอกการมีอยู่ในปัจจุบันบ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แม้ got จะดูเหมือนรูปอดีต แต่ทั้งวลีบอกสภาพในปัจจุบันในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อของ have got เพื่อบอกว่ามีอยู่ในปัจจุบัน: ____ two clean towels.

ดูคำตอบ

I've got

And this is the book dooter where you get your books out. การใช้คำ

1:14

และนี่คือเครื่องทำรายการหนังสือที่เอาไว้สำหรับยืมหนังสือ

การใช้คำ

get your books out: ยืมหนังสือจากห้องสมุด

ในบริบทของห้องสมุด get your books out หมายถึงยืมหนังสือโดยทำขั้นตอนการยืมให้เรียบร้อย ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เอาหนังสือออกไปข้างนอก นี่เป็นการใช้ get ... out แบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติชซึ่งต้องอาศัยบริบท หากต้องการพูดให้ชัดเจนกว่าเดิม ใช้ borrow the books หรือ check the books out ได้

แบบฝึกหัด

ในห้องสมุด get these books out น่าจะหมายถึงอะไร

  1. เอาหนังสือออกจากภาชนะ
  2. ยืมหนังสือจากห้องสมุด
  3. ขนหนังสือออกไปข้างนอก
ดูคำตอบ

ยืมหนังสือจากห้องสมุด

And this is where you return those books. วลี

1:17

แล้วตรงนี้ก็คือที่สำหรับคืนหนังสือ

วลี

return those books: return + สิ่งของ

ใน return those books คำว่า return หมายถึงคืนสิ่งของที่ยืมมา วลี those books เป็นกรรมตรง ดังนั้นรูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ return + สิ่งของ ไม่ได้หมายความว่าคนคนหนึ่งกลับมา

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาเป้าหมายที่หมายถึง “คืน” ให้สมบูรณ์:Please ____ these library books by Friday.

ดูคำตอบ

return

Oh, this is a sign to say no talking loud. โน้ต

1:19

โอ้ นี่คือป้ายบอกว่าห้ามส่งเสียงดัง

วลี

a sign to say: ใช้เกริ่นข้อความที่ป้ายสื่อ

ในวลี a sign to say ... รูป infinitive คือ to say ใช้บอกว่าป้ายมีไว้เพื่อสื่อข้อความอะไร ในที่นี้ say หมายถึง “แสดงหรือสื่อข้อความ” ไม่ใช่ “พูดออกเสียง” คำที่ตามหลัง say คือเนื้อหาของป้าย ดังนั้นในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจึงเข้าใจได้ว่า “ป้ายที่ระบุว่า...”

แบบฝึกหัด

say ในประโยค “There is a sign to say no bikes.” หมายถึงอะไร?

  1. ป้ายพูดข้อความนั้นออกมาดัง ๆ
  2. มีคนสั่งให้ป้ายเริ่มพูด
  3. ป้ายสื่อว่าไม่อนุญาตให้นำจักรยานเข้า
ดูคำตอบ

ป้ายสื่อว่าไม่อนุญาตให้นำจักรยานเข้า

ไวยากรณ์

no talking loud: การห้ามด้วย no + -ing

บนป้ายและในกฎสั้น ๆ โครงสร้าง no + รูป -ing ใช้แสดงข้อห้าม: no talking หมายถึง “ห้ามพูด” ข้อความบนป้ายมักละประธานและกริยาที่เป็นประโยคเต็ม loud บอกลักษณะการพูด ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการ loud บางครั้งทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์ได้ เช่นในประโยคแบบเด็กนี้ แต่ในการใช้ภาษาอังกฤษมาตรฐานอย่างระมัดระวังมักใช้ loudly ข้อความทั้งหมดหมายถึงห้ามพูดเสียงดัง

แบบฝึกหัด

เติมป้ายสั้น ๆ ที่ห้ามวิ่งข้างสระว่ายน้ำให้สมบูรณ์: No ____ by the pool.

ดูคำตอบ

running

Uh, that's it.

1:22

เอ้อ แค่นี้แหละ

Oh, wait.

1:24

โอ้ เดี๋ยวก่อน

These are the books.

1:24

นี่คือหนังสือต่างๆ

Wow.

1:25

ว้าว

Can I play?

1:28

หนูเล่นด้วยได้ไหม?

Sure.

1:30

ได้สิ

Let's get you a library card. น้ำเสียง/เจตนา

1:30

มาทำบัตรห้องสมุดให้เธอกันเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Let's get you a library card: get + คน + สิ่งของ

Let's get you a library card เป็นวิธีเสนอขั้นตอนถัดไปอย่างเป็นมิตร โดยหมายถึงการจัดทำหรือหาบัตรห้องสมุดให้ผู้ฟัง ในที่นี้ get หมายถึง “หา เตรียม หรือจัดการให้” ไม่ได้หมายถึง “จับตัว” โครงสร้าง get + คน + สิ่งของ หมายถึงการหาหรือจัดหาสิ่งนั้นให้บุคคลหนึ่ง Let's ทำให้การกระทำฟังเหมือนเป็นขั้นตอนถัดไปที่ทำร่วมกัน แม้ผู้พูดอาจเป็นคนจัดการเกือบทั้งหมดก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอที่เป็นมิตรนี้ด้วยโครงสร้าง get + คน + สิ่งของ: Let's ____ you a clean towel.

ดูคำตอบ

get

Okay.

1:32

โอเคค่ะ

I'll just take your picture. โน้ต

1:34

พี่จะถ่ายรูปเธอนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'll just: ทำให้ขั้นตอนถัดไปฟังเป็นเรื่องเล็ก

ใน I'll just take your picture คำว่า I'll บอกว่าผู้พูดกำลังจะทำอะไร ส่วน just ทำให้การกระทำนั้นฟังเป็นขั้นตอนเล็ก ๆ รวดเร็ว และเป็นเรื่องปกติ จึงช่วยให้คำบอกกล่าวนุ่มนวลขึ้นและทำให้ขั้นตอนบริการดูไม่ยุ่งยากมาก just ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “อย่างยุติธรรม” และไม่ได้แปลว่าการถ่ายรูปเป็นการกระทำเพียงอย่างเดียวเสมอไป หน้าที่หลักคือทำให้การกระทำถัดไปดูเล็กลงหรือรบกวนน้อยลง

แบบฝึกหัด

ใน “I'll just check your booking,” คำว่า just ทำหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. ทำให้การตรวจสอบฟังเป็นขั้นตอนถัดไปเล็ก ๆ ตามปกติ
  2. บอกว่าการตรวจสอบจะยุติธรรมอย่างสมบูรณ์
  3. หมายความว่าผู้พูดปฏิเสธที่จะตรวจสอบการจอง
ดูคำตอบ

ทำให้การตรวจสอบฟังเป็นขั้นตอนถัดไปเล็ก ๆ ตามปกติ

วลี

take your picture: ถ่ายรูปใครบางคน

ใน take someone's picture คำว่า take หมายถึง “ถ่ายภาพ” และรูปแสดงความเป็นเจ้าของบอกว่าคนในภาพคือใคร ในที่นี้ picture หมายถึงภาพถ่าย ดังนั้น take your picture จึงหมายถึง “ถ่ายรูปคุณ” เมื่อใช้กล้องถ่ายภาพ ให้พูดว่า take a picture หรือ take someone's picture โดยปกติ do a picture และ make a picture ไม่ได้หมายถึง “ถ่ายรูปใครสักคน”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้พูดจะถ่ายรูปผู้ฟัง?

  1. I'll take your picture.
  2. I'll draw a picture of you.
  3. I'll show you your picture.
ดูคำตอบ

I'll take your picture.

Look into this and smile.

1:36

มองมาตรงนี้แล้วยิ้มเลย

Excellent.

1:39

ยอดเยี่ยม

Just waiting for it to be ready. ไวยากรณ์

1:41

แค่รอให้มันเสร็จ

ไวยากรณ์

Just waiting ...: การละ I'm และโครงสร้าง wait for + กรรม + to ...

“Just waiting ...” เป็นรูปย่อในภาษาพูดของ “I'm just waiting ...” โดยละประธาน I และกริยาช่วย am เพราะสถานการณ์ทำให้เข้าใจความหมายได้ชัดเจนอยู่แล้ว ในโครงสร้าง wait for + กรรม + to + คำกริยา กรรมคือคนหรือสิ่งที่คาดว่าจะทำบางอย่างหรือเข้าสู่สภาวะหนึ่ง ใน waiting for it to be ready คำว่า it คือสิ่งที่จะพร้อม ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังบอกว่า “ฉันพร้อมแล้ว”

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคเต็มที่มีความหมายเหมือน “Just waiting for it to be ready.”

  1. I'm ready now, so I have stopped waiting.
  2. I'm just waiting for it to be ready.
  3. I'm just waiting for someone to get me ready.
ดูคำตอบ

I'm just waiting for it to be ready.

There you go. วลี

1:44

เอ้านี่จ้ะ

วลี

There you go: ใช้ยื่นของหรือบอกว่าทำเสร็จแล้ว

ในประโยคนี้ There you go. เป็นวลีตายตัวที่พูดขณะยื่นบัตรที่ทำเสร็จแล้วให้ผู้อื่น หมายถึง “นี่ ของคุณ” หรือ “เสร็จแล้ว” ไม่ได้หมายถึง “ไปที่ตรงนั้น” วลีนี้ใช้บอกจังหวะที่ยื่นของให้กันหรือบอกว่าขั้นตอนเล็ก ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ความหมายมาจากการกระทำและสถานการณ์ ไม่ใช่ความหมายตรงตัวของ there และ go

แบบฝึกหัด

คุณยื่นเครื่องดื่มที่เพื่อนขอให้เพื่อน ควรพูดประโยคใดจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. There you go.
  2. Go there.
  3. There you are going.
ดูคำตอบ

There you go.

I want a pink one. ไวยากรณ์

1:47

หนูอยากได้สีชมพู

ไวยากรณ์

pink one: ใช้ one แทนคำนามนับได้เอกพจน์

ใน pink one คำว่า one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ library card ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจกันอยู่แล้ว วลีนี้จึงหมายถึง “บัตรห้องสมุดสีชมพูหนึ่งใบ” และช่วยไม่ให้ต้องพูด card ซ้ำ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำกำหนด + คำคุณศัพท์ + one เช่น a small one หรือ the blue one ในที่นี้ one เป็นคำแทนคำนาม จุดสำคัญคืออยากได้สิ่งของชิ้นไหน ไม่ใช่การเน้นเลข 1

แบบฝึกหัด

คุณกำลังเลือกหมวก จงเติมประโยคให้สมบูรณ์โดยไม่พูด hat ซ้ำ: The black hat is too dark. I'd like a red ____.

ดูคำตอบ

one

Library cards are orange. ไวยากรณ์

1:50

บัตรห้องสมุดเป็นสีส้มนะ

ไวยากรณ์

Library cards are orange: ใช้คำนามพหูพจน์ที่ไม่มีคำนำหน้านามเพื่อบอกกฎทั่วไป

ในประโยคนี้ วลีนามพหูพจน์ Library cards ไม่มีคำนำหน้านาม จึงหมายถึงบัตรห้องสมุดทั้งประเภท ประโยคนี้จึงบอกว่าสีส้มเป็นกฎหรือมาตรฐานทั่วไปของบัตรเหล่านี้ ไม่ได้บอกแค่สีของบัตรใบเดียว รูปแบบ “ประธานพหูพจน์ที่ไม่มีคำนำหน้านาม + กริยารูปพหูพจน์ เช่น are” ใช้บอกข้อเท็จจริงหรือกฎทั่วไปได้ ถ้าจะบรรยายบัตรใบหนึ่งที่ผู้พูดและผู้ฟังรู้ว่าคือใบไหน ภาษาอังกฤษมักใช้รูปเอกพจน์กับ the: The library card is orange.

แบบฝึกหัด

ไกด์พิพิธภัณฑ์ต้องการบอกกฎทั่วไปสำหรับผู้มาเยือนทุกคน ไม่ได้บรรยายคนเพียงคนเดียว ประโยคใดเหมาะสม?

  1. A visitor is wearing a badge.
  2. Visitors wear badges.
  3. The visitor wears a badge.
ดูคำตอบ

Visitors wear badges.

But I want a pink one.

1:52

แต่หนูอยากได้สีชมพู

Okay, I'll do a pink one. การใช้คำ

1:54

โอเค พี่จะทำสีชมพูให้

การใช้คำ

I'll do a pink one: ใช้ do เพื่อบอกว่าจะทำหรือเตรียมแบบหนึ่ง

ใน I'll do a pink one คำว่า do หมายถึง “ทำหรือเตรียม” โดยสถานการณ์เป็นตัวบอกว่าต้องทำอะไร ส่วน one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ที่พูดถึงไปแล้ว ดังนั้น a pink one จึงหมายถึงของชิ้นนั้นในแบบสีชมพู ประโยคนี้เป็นการตอบรับตัวเลือกหรือการเปลี่ยนแปลงที่ขอมาแบบไม่เป็นทางการ กล่าวคือ ผู้พูดยอมจัดแบบสีชมพูให้ หากไม่ชัดว่าก่อนหน้านี้พูดถึงสิ่งของหรือกิจกรรมอะไร ทั้ง do และ one จะฟังดูกำกวมเกินไป

แบบฝึกหัด

พนักงานร้านกำลังเตรียมถุงของขวัญตามคำสั่งซื้อ หลังจากลูกค้าขอแบบสีน้ำเงิน I'll do a blue one มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร?

  1. ฉันจะทำการบ้านเรื่องสีน้ำเงินให้เสร็จ
  2. ฉันจะแสดงอยู่ข้างถุงของขวัญสีน้ำเงิน
  3. ฉันจะเตรียมถุงของขวัญสีน้ำเงิน
ดูคำตอบ

ฉันจะเตรียมถุงของขวัญสีน้ำเงิน

Feel free to choose some books. น้ำเสียง/เจตนา

1:56

เลือกหนังสือได้ตามสบายเลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Feel free to เพื่ออนุญาตอย่างเป็นมิตร

Feel free to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เพื่ออนุญาตอีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร หมายถึง “ถ้าอยากทำก็ทำได้” ไม่ได้หมายถึงให้ “รู้สึกเป็นอิสระ” ตามตัวอักษร ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าไม่ต้องขออนุญาตอีกก่อนเลือกหนังสือ การกระทำนี้ทำได้ แต่ไม่ได้เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

แบบฝึกหัด

ขึ้นต้นด้วย Feel แล้วใช้สำนวนสามคำจากคำอธิบายนี้เติมประโยคอนุญาตอย่างเป็นมิตรให้สมบูรณ์: ____ use any empty seat.

ดูคำตอบ

Feel free to

Just remember to keep quiet. โน้ต

1:58

แค่จำไว้ว่าต้องเงียบๆ ก็พอ

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Just remember to เพื่อเตือนอย่างนุ่มนวล

Just remember to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เตือนถึงสิ่งที่อีกฝ่ายยังต้องทำ ในที่นี้ keep quiet ถูกนำเสนอเป็นเงื่อนไขที่ต้องจำไว้ just ทำให้คำเตือนฟังเหมือนข้อควรจำเล็ก ๆ และไม่แข็งเท่าคำสั่งตรง ๆ แม้จะทำให้น้ำเสียงนุ่มลง แต่กฎนั้นยังสำคัญอยู่

แบบฝึกหัด

ขึ้นต้นด้วย Just แล้วใช้สำนวนสามคำจากคำอธิบายนี้เติมคำเตือนที่นุ่มนวลให้สมบูรณ์: ____ bring your library card.

ดูคำตอบ

Just remember to

วลี

keep quiet: keep + คำคุณศัพท์เพื่อบอกสภาวะที่ต่อเนื่อง

Keep quiet หมายถึงยังคงเงียบหรือส่งเสียงให้น้อยมาก ในประโยคนี้ keep ตามด้วยคำคุณศัพท์ quiet และหมายถึงอยู่ในสภาวะนั้นต่อไป keep ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเก็บหรือรักษาสิ่งของไว้ โครงสร้าง keep + คำคุณศัพท์ ใช้บอกสภาวะที่ดำเนินต่อเนื่องได้ เช่น keep calm หรือ keep still

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ยังคงเงียบ” ในคำเตือนนี้: Please ____ while the baby is sleeping.

ดูคำตอบ

keep quiet

Okay.

1:59

โอเคค่ะ