ระบบคณะผู้เลือกตั้งทำงานอย่างไร: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
1,056 คำ 243 คำ/นาที

ภาพรวม: วิดีโออธิบายว่าเหตุใดชาวอเมริกันจึงไม่ได้เลือกประธานาธิบดีโดยตรง บทบาทของรัฐและผู้เลือกตั้งใน Electoral College และเหตุใดคะแนนตัดสินจึงลงหลังเดือนพฤศจิกายน ประเด็นภาษาอังกฤษ: 1. Electoral College. (วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง): เข้าใจว่านี่คือคณะผู้เลือกตั้งสหรัฐฯ ไม่ใช่โรงเรียน เพื่ออ่านข่าวเรื่อง 538 คะแนนและการแบ่งคะแนนตามรัฐ 2. no votes from the Electoral College do they get. (ไวยากรณ์และรูปประโยค): มองการย้ายส่วนปฏิเสธและการสลับกริยาช่วยว่าเป็นประโยคบอกเล่าเพื่อเน้น ไม่ใช่คำถาม 3. on the citizens' behalf. (วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน): ใช้ on someone's behalf เมื่อทำการหรือตัดสินใจในฐานะตัวแทน และแยกจากการทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นเท่านั้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Uh Election Day,

0:01

เอ่อ วันเลือกตั้ง

when Americans everywhere cast their ballot for the next President of the United States. วลี

0:02

วันที่ชาวอเมริกันทุกหนทุกแห่งไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไป

วลี

cast their ballot:สำนวนทางการสำหรับการลงคะแนน

ในบริบทการเลือกตั้ง cast a ballot หมายถึงการลงคะแนนอย่างเป็นทางการ หรือก็คือการใช้สิทธิเลือกตั้ง ในประโยคนี้ their ballot หมายถึงบัตรเลือกตั้งที่ชาวอเมริกันแต่ละคนลงคะแนน และ for the next President ระบุว่าลงคะแนนให้ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใด cast ยังมีความหมายทั่วไปว่า “โยน” แต่เมื่อใช้คู่กับ ballot จะเป็นสำนวนตายตัวในบริบทการเลือกตั้ง สำนวนนี้กล่าวถึงการกระทำของการลงคะแนน ไม่ได้หมายถึงตัวผู้สมัครหรือตำแหน่งที่เลือก

แบบฝึกหัด

ในบริบทการเลือกตั้งแบบเป็นทางการ สำนวนใดเติมในประโยคนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ Voters may ___ at the town library

  1. throw a ballot
  2. cast for a ballot
  3. cast a ballot
ดูคำตอบ

cast a ballot

Except not really. ลำดับความ

0:05

แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย

Americans don't directly vote for President.

0:07

ชาวอเมริกันไม่ได้โหวตเลือกประธานาธิบดีโดยตรง

ลำดับความ

Except not really: การแก้คำพูดของตัวเองอย่างรวดเร็ว

Except not really. เป็นการแก้คำพูดของตัวเองแบบละข้อความบางส่วนไว้ except ส่งสัญญาณว่ามีเงื่อนไขหรือข้อจำกัด ส่วน not really บอกว่าคำพูดก่อนหน้านั้นไม่ถูกต้องทั้งหมด ในที่นี้ except ไม่ได้นำหน้ากลุ่มคำนามเหมือน except ที่ใช้ทั่วไป เมื่อวางไว้หลังคำกล่าวกว้าง ๆ สำนวนนี้จะสร้างการหักมุมอย่างรวดเร็ว และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับคำอธิบายที่แม่นยำกว่า ในบริบทนี้ สำนวนนี้แก้ความเข้าใจที่ง่ายเกินไปว่าชาวอเมริกันเลือกประธานาธิบดีโดยตรง

แบบฝึกหัด

การตัดสิน: หลังจากพูดว่า “The shop is open all night” การเติม “Except not really” เป็นวิธีธรรมชาติในการแก้ไขหรือจำกัดคำกล่าวนั้น

  1. ไม่ถูก
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ถูก

So what's happening on Election Day then?

0:09

แล้วในวันเลือกตั้งมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

It's a bit complicated

0:11

มันซับซ้อนนิดหน่อย

because of something called the Electoral College. วัฒนธรรม

0:12

เพราะสิ่งที่มีชื่อเรียกว่า คณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College)

วัฒนธรรม

Electoral College (คณะผู้เลือกตั้งสหรัฐฯ)

Electoral College คือระบบของสหรัฐฯ ที่ผู้เลือกตั้งซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ลงคะแนนอย่างเป็นทางการให้ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี ในชื่อนี้ college หมายถึงกลุ่มบุคคลที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่โรงเรียน การเข้าใจทั้งวลีว่าเป็นชื่อเฉพาะช่วยให้รู้ว่าผู้พูดกำลังกล่าวถึงระบบการเลือกตั้ง ไม่ใช่สถาบันการศึกษา

แบบฝึกหัด

Electoral College ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. การนับคะแนนระดับประเทศที่เพียงนำคะแนนของทุกคนมารวมกัน
  2. ระบบของสหรัฐฯ ที่ผู้เลือกตั้งลงคะแนนอย่างเป็นทางการให้ประธานาธิบดี
  3. มหาวิทยาลัยที่สอนกฎหมายเลือกตั้ง
ดูคำตอบ

ระบบของสหรัฐฯ ที่ผู้เลือกตั้งลงคะแนนอย่างเป็นทางการให้ประธานาธิบดี

To keep things simple for now, ลำดับความ

0:14

เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ในตอนนี้

think of the Electoral College as a collection of 538 votes ไวยากรณ์

0:15

ให้คิดว่าคณะผู้เลือกตั้งคือกลุ่มของคะแนนเสียง 538 เสียง

ลำดับความ

To keep things simple for now: ทำให้ง่ายลงในตอนนี้

To keep things simple for now เป็นคำส่งสัญญาณว่าผู้พูดตั้งใจใช้คำอธิบายที่ง่ายกว่าในขั้นนี้ โครงสร้าง To + คำกริยาบอกจุดประสงค์ของสิ่งที่ตามมา ส่วน for now จำกัดวิธีนี้ไว้ที่ขั้นปัจจุบัน วลีนี้บอกผู้ฟังว่าจะจัดลำดับข้อมูลอย่างไร คือให้ยอมรับแบบจำลองชั่วคราวก่อน แล้วคาดว่าจะมีรายละเอียดหรือการแก้ไขในภายหลัง ไม่ได้หมายความว่าคำอธิบายแบบย่อนั้นสมบูรณ์และเป็นข้อสรุปถาวร

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ใช้เกริ่นการอธิบายแบบง่ายชั่วคราวให้สมบูรณ์: “____, think of the network as one big map.”

ดูคำตอบ

To keep things simple for now

ไวยากรณ์

think of the Electoral College as ...: ใช้ think of A as B สร้างแบบจำลองเพื่ออธิบาย

โครงสร้าง think of A as B ชวนให้ผู้ฟังเข้าใจ A ผ่านแบบจำลองหรือประเภท B ในที่นี้ A คือ the Electoral College และ B คือ a collection of 538 votes วลีเปิด To keep things simple for now บอกว่า B เป็นเพียงการอธิบายแบบย่อชั่วคราว ไม่ใช่นิยามทางกฎหมายที่ครบถ้วน ต้องคงคำว่า as ไว้ในโครงสร้างนี้ เพราะ think of A B ไม่ถูกหลักไวยากรณ์เมื่อใช้ในความหมายนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง think of A as B: To understand the app, ____ its home screen ____ a control panel.

ดูคำตอบ

think of · as

that determine who the President of the United States will be.

0:18

ที่จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา

Why 538?

0:21

ทำไมต้อง 538 เสียง?

Because that's the number of senators,

0:22

เพราะนั่นคือจำนวนของวุฒิสมาชิก

100, plus the number of representatives,

0:23

100 คน บวกกับจำนวนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

438, in Congress.

0:25

438 คน ในรัฐสภา

Why are there 438 representatives in Congress?

0:27

ทำไมถึงมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 438 คนในรัฐสภาล่ะ?

Stop asking so many questions right now.

0:29

เลิกถามคำถามมากมายได้แล้วในตอนนี้

We're trying to keep this simple.

0:30

เรากำลังพยายามทำให้เรื่องนี้มันเข้าใจง่ายอยู่นะ

These 538 votes in the Electoral College

0:31

คะแนนเสียง 538 เสียงในคณะผู้เลือกตั้งนี้

aren't given to the citizens directly,

0:34

ไม่ได้ถูกมอบให้กับพลเมืองโดยตรง

but are instead divided among the states.

0:35

แต่จะถูกแบ่งสรรปันส่วนไปตามรัฐต่างๆ

So how does the Electoral College give out the votes?

0:37

แล้วคณะผู้เลือกตั้งแจกจ่ายคะแนนเสียงอย่างไร?

Each state, no matter how populous or not, ไวยากรณ์

0:40

แต่ละรัฐ ไม่ว่าจะมีประชากรมากน้อยเพียงใด

gets three votes to start.

0:42

จะได้คะแนนเสียงเริ่มต้นไปก่อน 3 เสียง

ไวยากรณ์

no matter how populous or not: ขนาดประชากรไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

โครงสร้าง no matter how + adjective หมายความว่าผลลัพธ์ยังคงเดิมไม่ว่าระดับจะมากหรือน้อยเพียงใด นี่เป็นโครงสร้างแสดงการยอมรับเงื่อนไขด้านระดับ ในประโยคนี้ ขนาดประชากรของรัฐไม่ทำให้การจัดสรรคะแนนเสียงเริ่มต้นสามเสียงเปลี่ยนไป populous เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้บรรยายสถานที่ซึ่งมีผู้คนจำนวนมาก การเติม or not ทำให้ผู้พูดรวมด้านที่มีประชากรน้อยกว่าไว้อย่างชัดเจนด้วย แต่ no matter how populous ครอบคลุมทั้งช่วงอยู่แล้ว ดังนั้น or not จึงพอเข้าใจได้แต่ซ้ำความหมาย

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่า การเขียนใหม่ต่อไปนี้ยังคงความหมายเดิมและใช้รูปมาตรฐานที่ชัดเจนที่สุดหรือไม่: Each state, no matter how populous, gets three votes to start.

  1. ไม่ ไม่เป็นเช่นนั้น
  2. ใช่ เป็นเช่นนั้น
ดูคำตอบ

ใช่ เป็นเช่นนั้น

The remaining votes are given out roughly

0:43

คะแนนเสียงที่เหลือจะถูกแจกจ่ายคร่าวๆ

in proportion to the population of the state. วลี

0:44

ตามสัดส่วนของประชากรในรัฐนั้น

วลี

in proportion to: การจัดสรรตามขนาดสัมพัทธ์

in proportion to หมายถึงปริมาณหนึ่งถูกกำหนดหรือจัดสรรตามขนาดสัมพัทธ์ของอีกปริมาณหนึ่ง โครงสร้างคือ in proportion to + นามวลี ในประโยคนี้ คะแนนเสียงที่เหลือถูกจัดสรรตามจำนวนประชากรของแต่ละรัฐ คำว่า roughly แสดงว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเพียงค่าประมาณ ไม่ได้ตรงกันอย่างแม่นยำทางคณิตศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวสามคำที่มีความหมายว่า “ตามขนาดสัมพัทธ์” ให้สมบูรณ์: The food aid was distributed ____ the number of residents in each area.

ดูคำตอบ

in proportion to

The more people the state has, ไวยากรณ์

0:46

ยิ่งรัฐมีประชากรมากเท่าไหร่

the more votes it gets.

0:48

ก็จะได้คะแนนเสียงมากขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

The more ..., the more ...: การเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กัน

The more ..., the more ... เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ อนุประโยคแรกบอกเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลง และอนุประโยคที่สองบอกผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน ในประโยคนี้ เมื่อประชากรของรัฐเพิ่มขึ้น จำนวนคะแนนเสียงที่รัฐได้รับก็เพิ่มขึ้นด้วย แต่ละส่วนมีอนุประโยคของตนเอง ได้แก่ the more people the state has และ the more votes it gets ในโครงสร้างนี้ the ไม่ใช่คำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะ แต่ใช้ทำเครื่องหมายความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงเชิงเปรียบเทียบสองอย่าง ต้องคง the ไว้ทั้งสองส่วน

แบบฝึกหัด

เติมคำที่จำเป็นหน้า more แต่ละคำเพื่อทำโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ให้สมบูรณ์: ____ more you practice speaking, ____ more confident you become.

ดูคำตอบ

The · the

Here's a map of the United States

0:49

นี่คือแผนที่ของสหรัฐอเมริกา

showing the voting power each state has

0:50

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอำนาจในการลงคะแนนเสียงที่แต่ละรัฐมี

by making one hexagon

0:52

โดยกำหนดให้รูปหกเหลี่ยมหนึ่งรูป

equal to one Electoral College vote for President.

0:53

เท่ากับคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งประธานาธิบดี 1 เสียง

Because Electoral College votes mostly,

0:55

เนื่องจากคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งส่วนใหญ่

though not completely, ลำดับความ

0:57

แม้จะไม่ทั้งหมด

scale with population,

0:58

เป็นไปตามสัดส่วนของประชากร

it's also a map of where people live

0:59

มันจึงเป็นแผนที่ที่แสดงว่าผู้คนอาศัยอยู่ที่ไหนด้วย

ลำดับความ

คำยอมรับข้อจำกัดแบบแทรก though not completely

ในที่นี้ though not completely เป็นข้อความยอมรับข้อจำกัดแบบย่อที่ขยาย mostly หมายความว่าคะแนนคณะผู้เลือกตั้งโดยทั่วไปแปรตามจำนวนประชากร แต่ความสัมพันธ์นี้มีข้อยกเว้น ข้อความแทรกระหว่างจุลภาคช่วยให้ประโยคหลักดำเนินต่อไป พร้อมกับป้องกันไม่ให้ mostly ฟังเหมือนเป็นกฎที่ไม่มีข้อยกเว้น รูปแบบนี้ใช้แทรกกลางข้อความสรุปกว้าง ๆ เพื่อเพิ่มข้อจำกัดสั้น ๆ ได้ Though ในที่นี้ไม่ได้ขึ้นต้นอนุประโยคเต็ม รูปแบบที่เขียนเต็มอาจเป็น although they do not do so completely

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำยอมรับข้อจำกัดแบบแทรกสั้น ๆ จากบทเรียน: The filter removed the smoke, ____, from the room.

ดูคำตอบ

though not completely

with a bonus given to the smaller states

1:00

โดยมีโบนัสพิเศษให้กับรัฐที่เล็กกว่า

to make them a bit bigger than they would otherwise be. ไวยากรณ์

1:02

เพื่อทำให้รัฐเหล่านั้นดูใหญ่กว่าความเป็นจริงเล็กน้อย

ไวยากรณ์

เกณฑ์เปรียบเทียบแบบสมมติใน would otherwise be

ใน than they would otherwise be คำว่า otherwise หมายถึง “ถ้าไม่ได้ให้คะแนนเพิ่ม” เป็นการใส่เงื่อนไขทางเลือกที่ไม่ได้กล่าวตรง ๆ ไม่ใช่ความหมายแยกที่ว่า “ในด้านอื่น” น้ำหนักจริงของรัฐขนาดเล็กถูกนำไปเทียบกับน้ำหนักที่ต่ำกว่าซึ่งรัฐเหล่านั้นจะมีหากไม่มีคะแนนเพิ่ม would บอกผลลัพธ์สมมติ ส่วนคำอธิบายของ be รับมาจากคำเปรียบเทียบ bigger ที่อยู่ก่อนหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ make หรือ keep something + คำเปรียบเทียบ + than it would otherwise be ซึ่งใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งเปลี่ยนผลลัพธ์จากเกณฑ์ที่ไม่มีการกระทำนั้นอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยเกณฑ์เปรียบเทียบแบบสมมติที่กระชับจากบทเรียน: Extra insulation keeps the house warmer than it ____.

ดูคำตอบ

would otherwise be

In early November,

1:05

ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน

when citizens go to the polls, วลี

1:05

เมื่อพลเมืองไปที่คูหาเลือกตั้ง

they aren't voting for President directly,

1:06

พวกเขาไม่ได้ลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีโดยตรง

but they're really telling their state

1:08

แต่พวกเขากำลังบอกรัฐของตนจริงๆ ว่า

how they want it to use its electoral votes.

1:09

พวกเขาต้องการให้รัฐใช้คะแนนเสียงของผู้เลือกตั้งอย่างไร

วลี

Go to the polls: ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง

ในที่นี้ go to the polls หมายถึง “ไปลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง” เป็นการบอกว่าประชาชนเข้าร่วมการลงคะแนน ไม่ได้หมายถึงการตอบแบบสำรวจ Polls อยู่ในรูปพหูพจน์และอาจหมายถึงกระบวนการลงคะแนนหรือสถานที่ที่ใช้ลงคะแนน ในสำนวนตายตัวนี้ บริบทเรื่องการเลือกตั้งเป็นตัวกำหนดความหมาย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวให้รายงานการเลือกตั้งสมบูรณ์: On Thursday, voters across the country will ____.

ดูคำตอบ

go to the polls

48 of the 50 states

1:12

48 จาก 50 รัฐ

give all their Electoral College votes

1:13

จะยกคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมดที่รัฐมี

to the candidate who wins a majority in their state.

1:15

ให้กับผู้สมัครที่ชนะคะแนนเสียงข้างมากในรัฐของตน

Take Florida, for example, ลำดับความ

1:17

ยกตัวอย่างเช่น รัฐฟลอริดา

which has 29 Electoral College votes.

1:18

ซึ่งมีคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้ง 29 เสียง

ลำดับความ

Take Florida, for example: ยกกรณีเฉพาะเป็นตัวอย่าง

Take Florida, for example บอกว่ารัฐฟลอริดาคือกรณีเฉพาะที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังนำมาพิจารณา ในที่นี้ take หมายถึง “พิจารณากรณีนี้” ไม่ได้หมายถึง “หยิบ” หรือ “ขนย้าย” กรอบ Take X, for example ช่วยเปลี่ยนจากข้อกล่าวอ้างหรือกฎทั่วไปไปสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมหนึ่งตัวอย่าง For example เป็นข้อความแทรก จึงมักใช้จุลภาคคั่นเมื่อประโยคยังดำเนินต่อ

แบบฝึกหัด

เติมกรอบ Take X, for example โดยใช้วลีนามเอกพจน์ a bicycle: Many short trips do not require a car. ____, for example: it is cheap to run and easy to park.

ดูคำตอบ

Take a bicycle

If a candidate wins a majority,

1:21

หากมีผู้สมัครคนใดชนะคะแนนเสียงข้างมาก

no matter how small that majority, ไวยากรณ์

1:22

ไม่ว่าคะแนนเสียงข้างมากนั้นจะเฉือนชนะไปแค่นิดเดียวก็ตาม

he gets all the votes.

1:23

เขาจะได้คะแนนเสียงไปทั้งหมด

ไวยากรณ์

no matter how small that majority: ไม่ว่าเสียงข้างมากนั้นจะน้อยเพียงใด

ในประโยคนี้ no matter how small that majority หมายถึง “แม้เสียงข้างมากนั้นจะน้อยมากก็ตาม” วลีนี้แสดงเงื่อนไขยอมรับที่ไม่เปลี่ยนข้อสรุป กล่าวคือระดับอาจแตกต่างกันได้ แต่ผลลัพธ์ยังเหมือนเดิม ตรงนี้ how small ไม่ใช่คำถาม That majority ย้อนกลับไปหา a majority ในอนุประโยค if รูปนี้เป็นรูปย่อที่ละ is ไว้แต่ยังเข้าใจได้ โดยรูปเต็มคือ no matter how small that majority is โครงสร้าง no matter how + คำคุณศัพท์ สามารถนำไปใช้เพื่อบอกว่าความแตกต่างของระดับไม่ส่งผลต่อข้อสรุป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง no matter how + คำคุณศัพท์ แบบเดียวกับในบทเรียน: Every contribution counts, ____ it is.

ดูคำตอบ

no matter how small

So the path to the White House is clear. สำนวน

1:25

ดังนั้น เส้นทางสู่ทำเนียบขาวจึงชัดเจน

Win enough majorities in enough states

1:27

ชนะคะแนนเสียงข้างมากในรัฐต่างๆ ให้มากพอ

to get more than half of the Electoral College votes

1:28

เพื่อให้ได้คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งเกินครึ่งหนึ่ง

and you get to sit at the big desk. สำนวน

1:30

แล้วคุณก็จะได้ไปนั่งเก้าอี้ตัวใหญ่ในนั้น

สำนวน

path to the White House: เส้นทางสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี

Path to the White House เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ Path หมายถึงแนวทาง ขั้นตอน หรือกลยุทธ์ที่นำไปสู่เป้าหมาย ไม่ใช่ถนนจริงที่คนเดินไป The White House ในที่นี้ใช้แทนตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้หมายถึงวิธีที่จะชนะตำแหน่งประธานาธิบดี โครงสร้าง path to + เป้าหมาย ใช้อธิบายวิธีบรรลุความสำเร็จได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ path to the White House หมายถึงอะไร? “For the candidate, strong support in the Midwest could be the path to the White House.”

  1. กลยุทธ์หรือแนวทางในการชนะตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
  2. ถนนสาธารณะที่นำไปสู่อาคารทำเนียบขาว
  3. ทัวร์พร้อมไกด์ภายในที่พักของประธานาธิบดี
ดูคำตอบ

กลยุทธ์หรือแนวทางในการชนะตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

สำนวน

Sit at the big desk: สัญลักษณ์เชิงขบขันของตำแหน่งประธานาธิบดี

ในประโยคนี้ “sit at the big desk” ไม่ได้กล่าวเพียงว่าคนนั้นนั่งอยู่ที่ไหน “โต๊ะตัวใหญ่” สื่อถึงสถานที่ทำงานและอำนาจของประธานาธิบดี ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการได้เป็นประธานาธิบดีและดำรงตำแหน่งสูงสุดของประเทศ นี่เป็นการใช้นามนัยแบบขบขัน โดยนำสิ่งของที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับบทบาทหนึ่งมาแทนบทบาทนั้น บริบททางการเมืองรอบ ๆ ทำให้เห็นชัดว่าไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง “sit at the big desk” หมายความว่าอย่างไร?

  1. เลือกโต๊ะขนาดใหญ่เพื่อนั่งตามความหมายตรงตัว
  2. ได้เป็นประธานาธิบดีและดำรงตำแหน่งสูงสุดของประเทศ
  3. ทำงานเป็นผู้ช่วยในทำเนียบขาว
ดูคำตอบ

ได้เป็นประธานาธิบดีและดำรงตำแหน่งสูงสุดของประเทศ

That wasn't so complicated, you say?

1:32

คุณบอกว่ามันก็ไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้นใช่ไหม?

Well, there were a few details left out. กริยาวลี

1:34

อืม มันยังมีรายละเอียดบางอย่างที่ตกหล่นไป

กริยาวลี

Left out: รูปถูกกระทำของ leave out

Leave out หมายถึงไม่ใส่หรือไม่รวมคนหรือสิ่งใดไว้ในคำอธิบาย รายการ แผน หรืองานเขียน ในที่นี้ รายละเอียดบางอย่างไม่ได้รวมอยู่ในคำอธิบายแบบง่าย คำนี้เป็นกริยาวลีที่แยกได้ โดยใช้รูป leave something out ในประโยคนี้อยู่ในรูปถูกกระทำ: details were left out หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น leave it out ไม่ใช่ leave out it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past participle ของ leave out: The editor checked the summary and found that one key fact had been ____.

ดูคำตอบ

left out

The Electoral College loves states,

1:36

คณะผู้เลือกตั้งให้ความสำคัญกับรัฐ

but what about the 11 million Americans ลำดับความ

1:38

แล้วชาวอเมริกัน 11 ล้านคน

ลำดับความ

but what about: ชี้กรณีที่ถูกมองข้าม

ในที่นี้ but แสดงความขัดแย้งกับคำอธิบายที่ผ่านมา ส่วน what about นำกลุ่มคนที่คำอธิบายนั้นยังไม่ได้กล่าวถึงเข้ามา ดังนั้น but what about จึงไม่ใช่แค่การขอข้อมูล แต่เป็นการตั้งคำถามต่อคำอธิบายเดิมด้วยการชี้สิ่งที่ตกหล่น ใช้รูปแบบ ข้ออ้าง, but what about กรณีนี้? เพื่อเปลี่ยนจากข้ออ้างทั่วไปไปสู่ข้อยกเว้น กรณีที่ถูกมองข้าม หรือประเด็นที่ยังไม่มีคำตอบ วลีนี้มักใช้เปิดส่วนถัดไปของการให้เหตุผล

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ but what about ในตัวอย่างได้ตรงที่สุด?

  1. เปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยสิ้นเชิง
  2. ชี้กรณีที่คำอธิบายก่อนหน้ายังไม่ครอบคลุม
  3. ถามความหมายง่าย ๆ ของคณะผู้เลือกตั้ง
ดูคำตอบ

ชี้กรณีที่คำอธิบายก่อนหน้ายังไม่ครอบคลุม

who don't live in a state?

1:39

ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในรัฐใดๆ เลยล่ะ?

What happens to their vote,

1:40

จะเกิดอะไรขึ้นกับคะแนนโหวตของพวกเขา

and where are these people hiding?

1:41

และคนพวกนี้ซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกัน?

There are about 600,000 in the District of Columbia,

1:43

มีคนประมาณ 600,000 คนอยู่ในเขตโคลัมเบีย (วอชิงตัน ดี.ซี.)

an area set aside specifically not to be a state กริยาวลี

1:45

ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกจัดไว้โดยเฉพาะเพื่อไม่ให้มีสถานะเป็นรัฐ

กริยาวลี

set aside: กันบางสิ่งไว้เพื่อจุดประสงค์หนึ่ง

ในที่นี้ set aside หมายถึงการกันหรือกำหนดสิ่งใดไว้อย่างเป็นทางการเพื่อจุดประสงค์เฉพาะ an area set aside เป็นรูปย่อของอนุประโยคขยายคำนามแบบถูกกระทำ ซึ่งมีความหมายเท่ากับ an area that was set aside กรรมของวลีนี้อาจเป็นที่ดิน เวลา เงิน พื้นที่ หรือทรัพยากรอื่น ๆ วลีที่ขึ้นต้นด้วย for หรือรูปกริยาไม่แท้ที่มี to มักบอกจุดประสงค์ ส่วน specifically not to be a state ในประโยคนี้บอกสถานะที่ตั้งใจให้พื้นที่ดังกล่าวมี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “ถูกกันไว้เพื่อจุดประสงค์เฉพาะ”: A quiet room was ____ for private interviews.

ดูคำตอบ

set aside

so that the capital of the country

1:47

เพื่อให้เมืองหลวงของประเทศ

would be free of local politics.

1:48

เป็นอิสระจากการเมืองท้องถิ่น

For most of the United States history,

1:50

ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา

people living in the district

1:51

ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตนี้

didn't get to vote for president.

1:52

ไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดี

Then in 1964,

1:54

ต่อมาในปี 1964

the Constitution was amended to give DC การใช้คำ

1:55

มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อมอบคะแนนโหวตให้กับดี.ซี.

การใช้คำ

Constitution was amended: การแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ

ในประโยคนี้ was amended เป็นรูปถูกกระทำ หมายถึงหน่วยงานที่มีอำนาจได้เปลี่ยนข้อความหรือผลของรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ จุดเน้นอยู่ที่รัฐธรรมนูญและการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย ไม่ใช่ผู้ที่อนุมัติ Amend เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการที่มักใช้กับกฎหมาย รัฐธรรมนูญ สัญญา ข้อเสนอ และเอกสารทางการอื่น ๆ โครงสร้าง be amended to + คำกริยา บอกจุดประสงค์หรือผลของการแก้ไข ในที่นี้แก้ไขเพื่อให้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งตามจำนวนที่กำหนด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ amend ในความหมายที่เป็นทางการได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. The mechanic amended the broken engine.
  2. The council amended the rule after public feedback.
  3. She amended her bedroom by painting it blue.
ดูคำตอบ

The council amended the rule after public feedback.

the same number of votes ไวยากรณ์

1:57

ในจำนวนที่เท่ากับ

as the least populous state, Wyoming.

1:58

รัฐที่มีประชากรน้อยที่สุด ซึ่งก็คือรัฐไวโอมิง

ไวยากรณ์

การใช้ the same ... as เพื่อเปรียบเทียบความเท่ากัน

the same ... as เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบความเท่ากัน ในที่นี้ the same number of votes คือจำนวนที่เท่ากัน และ as นำหน้าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ซึ่งก็คือรัฐที่มีประชากรน้อยที่สุดอย่างรัฐไวโอมิง ใช้ the same + คำนาม + as + สิ่งที่เปรียบเทียบ เมื่อคนหรือสิ่งของสองอย่างมีจำนวน ประเภท ผลลัพธ์ หรือลักษณะอื่นเท่ากัน หลัง the same ต้องใช้ as ไม่ใช่ than

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบความเท่ากันจากบทเรียน: My tablet has the ____ amount of storage ____ yours.

ดูคำตอบ

same · as

So the Electoral College likes DC.

2:00

สรุปว่าคณะผู้เลือกตั้งนั้นใจดีกับดี.ซี.

But you know who it doesn't like? ลำดับความ

2:02

แต่รู้ไหมว่าพวกเขาไม่ใจดีกับใคร?

The territories.

2:03

ดินแดนต่างๆ ยังไงล่ะ

ลำดับความ

But you know who it doesn't like? คำถามที่สร้างความสงสัย

But เปลี่ยนจากกรณีของ Washington, D.C. ไปยังกรณีที่ตรงกันข้าม ส่วน You know who ...? เป็นการพูดกับผู้ฟังโดยตรงและเว้นจังหวะก่อนเฉลย ทำให้คำต่อมาคือ The territories ฟังเหมือนการเปิดเผยคำตอบ ประโยคนี้ทำให้ Electoral College ดูเหมือนเป็นบุคคล คำว่า Like ไม่ได้บอกความรู้สึกจริง ๆ แต่หมายถึงการปฏิบัติต่อ Washington, D.C. อย่างได้เปรียบด้วยการให้คะแนนในคณะผู้เลือกตั้ง คำถามนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ใช้จัดลำดับความเปรียบต่าง ไม่ได้รอให้ผู้ฟังตอบจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในข้อความนี้ But you know who it doesn't like? มีหน้าที่หลักอะไร

  1. ให้คำนิยามอย่างเป็นทางการของดินแดนต่าง ๆ
  2. ขอให้ผู้ฟังอธิบายความรู้สึกของ Electoral College
  3. นำเสนอกลุ่มที่แตกต่างและสร้างความสงสัยก่อนบอกว่าคือกลุ่มใด
ดูคำตอบ

นำเสนอกลุ่มที่แตกต่างและสร้างความสงสัยก่อนบอกว่าคือกลุ่มใด

The often forgotten Puerto Rico, Guam, วัฒนธรรม

2:04

เปอร์โตริโก กวม ที่มักจะถูกลืม

US Virgin Islands, and Northern Mariana Islands

2:05

หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ และหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา

get no votes from the Electoral College

2:07

ไม่ได้รับคะแนนเสียงใดๆ จากคณะผู้เลือกตั้ง

because they aren't states

2:09

เพราะที่นั่นไม่ใช่รัฐ

and they don't have a special constitutional

2:10

และไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

amendment to recognize them,

2:12

เป็นการเฉพาะเพื่อรับรองดินแดนเหล่านี้

วัฒนธรรม

Puerto Rico, Guam, US Virgin Islands และ Northern Mariana Islands ในฐานะดินแดนของสหรัฐฯ

ชื่อทั้งสี่ระบุว่าสิ่งที่ผู้บรรยายหมายถึงด้วย the territories คืออะไร ได้แก่ Puerto Rico, Guam, US Virgin Islands และ Northern Mariana Islands ซึ่งเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ไม่ใช่รัฐ ในระบบการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่อธิบายในที่นี้ ดินแดนเหล่านี้ไม่มีคะแนนในคณะผู้เลือกตั้ง การอยู่ภายใต้อธิปไตยของสหรัฐฯ ไม่ได้ทำให้สถานที่หนึ่งกลายเป็นรัฐหรือได้รับคะแนนในคณะผู้เลือกตั้งโดยอัตโนมัติ ส่วน Washington, DC มีการจัดการทางรัฐธรรมนูญแยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

เติมประเภททางการเมืองที่ใช้ในข้อความ: Puerto Rico and Guam are U.S. ____, not states.

ดูคำตอบ

territories

which is a bit odd ลำดับความ

2:13

ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลก

considering they're part of the United States

2:14

เมื่อพิจารณาว่าดินแดนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา

and everyone who lives there is a citizen.

2:15

และทุกคนที่อาศัยอยู่ที่นั่นล้วนเป็นพลเมือง

ลำดับความ

which is a bit odd considering: การประเมินแบบนุ่มนวลตามด้วยข้อเท็จจริงสนับสนุน

สรรพนามสัมพันธ์ which อ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า ไม่ได้อ้างถึงคำนามเพียงคำเดียว โดยทำให้สถานการณ์นั้นเป็นหัวข้อที่ผู้พูดแสดงความคิดเห็น ส่วน a bit ช่วยลดความแรงของ odd ทำให้การประเมินฟังดูนุ่มนวลขึ้น จากนั้น considering นำเสนอข้อเท็จจริงที่ทำให้สถานการณ์ดูน่าประหลาดใจ ในที่นี้หมายถึง “เมื่อคำนึงว่า” และตามด้วยอนุประโยค they're part of the United States ... ไม่ได้หมายความว่าใครกำลังพิจารณาตัวเลือกอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบนี้เพื่อให้การประเมินแบบนุ่มนวล แล้วสนับสนุนด้วยข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง?

  1. The fee increased again, which is odd, and the service may change later.
  2. The fee increased again, because the company is considering a new service.
  3. The fee increased again, which is a bit odd considering the service has not changed.
ดูคำตอบ

The fee increased again, which is a bit odd considering the service has not changed.

So for most practical purposes, วลี

2:17

ดังนั้นในทางปฏิบัติส่วนใหญ่แล้ว

they're just like DC.

2:18

พวกเขาก็เหมือนกับที่ดี.ซี.เคยเป็น

วลี

for most practical purposes: การเปรียบเทียบที่มีขอบเขตจำกัด

for most practical purposes จำกัดขอบเขตของการเปรียบเทียบ โดยหมายถึง “เมื่อพิจารณาผลในโลกจริงเกือบทั้งหมดที่สำคัญในกรณีนี้” ดังนั้น they're just like DC จึงเป็นข้อสรุปเชิงปฏิบัติที่มีประโยชน์ ไม่ใช่การอ้างว่าทั้งสองเหมือนกันโดยสมบูรณ์ในทางกฎหมาย คำว่า most จงใจเปิดพื้นที่ไว้สำหรับข้อยกเว้น วลีที่ขึ้นต้นประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบให้เนื้อหาที่เหลือ และโดยปกติจะคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ในผลทางโลกจริงเกือบทุกด้าน”: ____, the two plans cost the same.

ดูคำตอบ

For most practical purposes

And 4.4 million people live in the territories.

2:19

และมีผู้คนถึง 4.4 ล้านคนอาศัยอยู่ในดินแดนเหล่านี้

That might not sound like a lot, ลำดับความ

2:22

ฟังดูอาจจะไม่เยอะเท่าไหร่

but it's more than the populations of

2:23

แต่มันมากกว่าจำนวนประชากรของรัฐ

Wyoming, Vermont, North Dakota,

2:24

ไวโอมิง เวอร์มอนต์ นอร์ทดาโคตา

South Dakota, Alaska, and Delaware combined.

2:25

เซาท์ดาโคตา อะแลสกา และเดลาแวร์รวมกันเสียอีก

ลำดับความ

might not sound like a lot, but: mengakui lalu mengoreksi sebuah kesan

“might not sound like a lot” ยอมรับความรู้สึกแรกที่ผู้ฟังอาจมีว่าตัวเลขนี้ดูน้อยหรือไม่สำคัญ ในที่นี้ “sound like” หมายถึง “ให้ความรู้สึกว่า” ไม่ได้หมายถึงการเกิดเสียงชนิดหนึ่ง จากนั้น “but” ส่งสัญญาณว่าจะมีการแก้ความเข้าใจนั้น การเปรียบเทียบที่ตามมาให้จุดอ้างอิงที่ใหญ่กว่า ทำให้ผู้ฟังประเมินตัวเลขใหม่ รูปแบบนี้จัดลำดับข้อมูลด้วยการยอมรับสิ่งที่ผู้ฟังอาจคาดไว้ก่อน แล้วจึงใช้หลักฐานท้าทายความคิดนั้น

แบบฝึกหัด

ส่วนเปิด “That might not sound like a lot, but...” ทำหน้าที่อะไร

  1. ส่วนนี้เปลี่ยนหัวข้อจากประชากรไปเป็นเสียงจริงที่ตัวเลขทำให้เกิดขึ้น
  2. ส่วนนี้ยอมรับก่อนว่าตัวเลขอาจดูน้อย แล้วจึงเสนอหลักฐานที่ท้าทายความรู้สึกนั้น
  3. ส่วนนี้บอกว่าตัวเลขน้อยอย่างแน่นอน และการเปรียบเทียบจะยืนยันเรื่องนี้
ดูคำตอบ

ส่วนนี้ยอมรับก่อนว่าตัวเลขอาจดูน้อย แล้วจึงเสนอหลักฐานที่ท้าทายความรู้สึกนั้น

But still,

2:28

แต่ถึงกระนั้น

no votes from the Electoral College do they get. ไวยากรณ์

2:29

พวกเขาก็ยังคงไม่ได้คะแนนเสียงใดๆ จากคณะผู้เลือกตั้งเลย

ไวยากรณ์

No votes from the Electoral College do they get: การย้ายกรรมปฏิเสธมาไว้ต้นประโยค

“No votes from the Electoral College” ถูกย้ายมาไว้ต้นประโยคเพื่อเน้นอย่างมากว่าผลลัพธ์คือไม่ได้คะแนนเสียงเลย เนื่องจากกรรมปฏิเสธอยู่ต้นอนุประโยค ภาษาอังกฤษจึงใช้การกลับลำดับกริยาช่วย–ประธาน คือ “do they get” ไม่ใช่ “they get” ประโยคนี้เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม ลำดับคำแบบกลางคือ “They get no votes from the Electoral College.” ส่วนแบบที่ย้ายกรรมมาข้างหน้าแสดงข้อเท็จจริงพื้นฐานเดียวกัน แต่เน้นมากกว่าและมีลักษณะเชิงวาทศิลป์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นประโยคบอกเล่าแบบเน้นที่ถูกหลักไวยากรณ์และใช้การย้ายกรรมปฏิเสธมาไว้ข้างหน้า

  1. No support from the board they received.
  2. No support from the board did they receive.
  3. Did they receive no support from the board?
ดูคำตอบ

No support from the board did they receive.

The whole situation with territories is extra strange

2:31

สถานการณ์ทั้งหมดเกี่ยวกับดินแดนเหล่านี้ยิ่งดูแปลกประหลาดขึ้นไปอีก

when you consider the final group of Americans วลี

2:33

เมื่อคุณพิจารณาถึงชาวอเมริกันกลุ่มสุดท้าย

who don't live in the states,

2:34

ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในรัฐต่างๆ

the 6.3 million Americans

2:35

ชาวอเมริกัน 6.3 ล้านคน

who live abroad.

2:37

ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ

วลี

when you consider: เพิ่มปัจจัยในการให้เหตุผล

ในประโยคนี้ when you consider ใช้เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงที่ผู้ฟังควรนำมารวมในการพิจารณา มีความหมายใกล้เคียงกับ “ถ้านำเรื่องนี้มาคิดด้วย” หรือ “เมื่อคำนึงว่า...” ไม่ได้หมายถึง “ในเวลาที่คุณกำลังคิดอยู่” โครงสร้างที่พบบ่อยคือ “ข้อสรุปหรือการประเมิน + when you consider + นามวลีหรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that” ปัจจัยที่เพิ่มเข้ามามักทำให้การประเมินก่อนหน้าดูน่าเชื่อ น่าประหลาดใจ หรือร้ายแรงยิ่งขึ้น ในที่นี้ การนับรวมชาวอเมริกัน 6.3 ล้านคนที่อาศัยอยู่ต่างประเทศทำให้สถานการณ์ดูแปลกยิ่งกว่าเดิม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ when you consider เพื่อเพิ่มปัจจัยที่สนับสนุนการประเมินบางอย่าง

  1. The apartment is a good deal when you consider that heating is included.
  2. When you consider the proposal tomorrow, make a list of its costs.
  3. The apartment is a good deal, so please consider it carefully.
ดูคำตอบ

The apartment is a good deal when you consider that heating is included.

If you're a United States citizen

2:38

หากคุณเป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกา

who moves to a foreign country,

2:39

ที่ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ

you can usually send a postal vote การใช้คำ

2:40

โดยปกติคุณสามารถส่งไปรษณีย์ลงคะแนนเสียง

to the last state that you resided in.

2:41

กลับไปยังรัฐล่าสุดที่คุณเคยอาศัยอยู่ได้

การใช้คำ

postal vote ในภาษาอังกฤษด้านการเลือกตั้งแบบบริติช

postal vote คือการลงคะแนนโดยกรอกบัตรลงคะแนนนอกสถานที่เลือกตั้งแล้วส่งคืนทางไปรษณีย์ หรือหมายถึงบัตรลงคะแนนที่ส่งด้วยวิธีนี้ ในประโยคนี้ send a postal vote หมายถึงส่งบัตรลงคะแนนที่กรอกแล้วไปยังรัฐสุดท้ายที่เคยพำนัก postal vote เป็นคำมาตรฐานในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง คำนี้หมายถึงวิธีลงคะแนนหรือคะแนนเสียงที่ลงด้วยวิธีดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการสำรวจความคิดเห็นที่จัดโดยหน่วยงานไปรษณีย์

แบบฝึกหัด

ในคู่มือการเลือกตั้งแบบบริติช postal vote หมายถึงอะไร

  1. การลงคะแนนที่จัดขึ้นเฉพาะสำหรับพนักงานไปรษณีย์
  2. บัตรลงคะแนนที่กรอกนอกสถานที่เลือกตั้งและส่งคืนทางไปรษณีย์
  3. การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่ดำเนินการโดยพนักงานไปรษณีย์
ดูคำตอบ

บัตรลงคะแนนที่กรอกนอกสถานที่เลือกตั้งและส่งคืนทางไปรษณีย์

But if you move within the United States

2:43

แต่หากคุณย้ายที่อยู่ภายในสหรัฐอเมริกา

to one of its territories,

2:45

ไปยังดินแดนใดดินแดนหนึ่งของสหรัฐฯ

you lose your right to vote for president

2:46

คุณจะสูญเสียสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดี

as long as you live there, ไวยากรณ์

2:47

ตราบเท่าที่คุณยังอาศัยอยู่ที่นั่น

ไวยากรณ์

“as long as” ที่แสดงช่วงเวลาต่อเนื่องหรือเงื่อนไข

ในประโยคนี้ as long as หมายถึง “ตลอดช่วงเวลาที่” การเสียสิทธิ์เลือกตั้งจะดำเนินต่อไปตลอดช่วงที่บุคคลนั้นอาศัยอยู่ในดินแดนของสหรัฐฯ การอาศัยอยู่ที่นั่นยังเป็นเงื่อนไขที่ทำให้กฎนี้มีผลต่อไปด้วย จึงอาจเข้าใจวลีนี้ได้ว่า “โดยมีเงื่อนไขว่าคุณยังคงอาศัยอยู่ที่นั่น” ความหมายด้านเวลาและเงื่อนไขซ้อนทับกันในที่นี้ ส่วน long ไม่ได้หมายถึงความยาวทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “You keep the housing benefit as long as you live in the district,” คำว่า as long as แสดงอะไรเป็นหลัก

  1. เขตนั้นอยู่ห่างออกไปเป็นระยะทางไกลมาก
  2. สิทธิประโยชน์จะคงอยู่ตลอดช่วงที่คุณอาศัยอยู่ในเขตนั้น
  3. คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์หลังออกจากเขตนั้นแล้วเท่านั้น
ดูคำตอบ

สิทธิประโยชน์จะคงอยู่ตลอดช่วงที่คุณอาศัยอยู่ในเขตนั้น

making these the only spots on the whole Earth

2:48

ทำให้สถานที่เหล่านี้เป็นจุดเดียวบนโลกใบนี้

where Americans are not allowed to vote for president.

2:50

ที่ชาวอเมริกันไม่ได้รับอนุญาตให้ลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดี

Actually, they're the only spots in the whole universe ลำดับความ

2:52

อันที่จริง พวกเขาเป็นสถานที่เดียวในจักรวาลเลยแหละ

because American astronauts

2:54

เพราะนักบินอวกาศชาวอเมริกัน

are allowed to vote from space.

2:55

ได้รับอนุญาตให้ลงคะแนนเสียงจากอวกาศได้

ลำดับความ

“Actually ... the whole universe” ในฐานะการแก้ไขที่ขยายขอบเขต

Actually ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังกลับมาพิจารณาข้อความก่อนหน้าอีกครั้ง แต่ไม่ได้บอกว่า “ทั้งโลก” เป็นข้อความที่ผิด ผู้บรรยายกำลังทำให้ข้อสรุปแม่นยำขึ้นด้วยการเปลี่ยนกรอบการเปรียบเทียบ จากนั้นขอบเขตก็กระโดดจากโลกไปสู่ทั้งจักรวาล ข้อเท็จจริงต่อมาที่ว่านักบินอวกาศสามารถลงคะแนนจากอวกาศได้ช่วยรองรับกรอบที่กว้างขึ้นนี้ ดังนั้นการแก้ไขจึงเป็นทั้งบทสรุปและการขยายระดับเพื่อสร้างอารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความบรรยายสั้น ๆ นี้: “This is the largest telescope in the country. Actually, it is the largest telescope on the continent.” ประโยคที่สองทำหน้าที่อะไร

  1. ประโยคนี้กลับมาพิจารณาข้อความแรกและขยายการเปรียบเทียบจากประเทศไปสู่ทวีป
  2. ประโยคนี้เปลี่ยนหัวข้อจากกล้องโทรทรรศน์ไปเป็นพรมแดนประเทศ
  3. ประโยคนี้ถอนข้อกล่าวอ้างเพราะกล้องโทรทรรศน์ไม่ได้มีขนาดใหญ่
ดูคำตอบ

ประโยคนี้กลับมาพิจารณาข้อความแรกและขยายการเปรียบเทียบจากประเทศไปสู่ทวีป

The last bit of Electoral College complication

2:57

ส่วนสุดท้ายของความซับซ้อนเรื่องคณะผู้เลือกตั้ง

is the weirdest

2:59

เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุด

and has to do with the votes themselves. วลี

3:00

และเกี่ยวข้องกับตัวคะแนนเสียงเอง

วลี

has to do with: ความเกี่ยวข้อง ไม่ใช่ความจำเป็น

ในประโยคนี้ has to do with หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” หรือ “ว่าด้วย” ดังนั้น ประเด็นซับซ้อนข้อสุดท้ายจึงเกี่ยวกับคะแนนเสียงเอง ให้มอง has to do with เป็นหน่วยเดียว โดย have/has เปลี่ยนตามประธาน ในที่นี้ has ไม่ได้สื่อความจำเป็น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + have/has to do with + หัวข้อ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” ลงในประโยค: The delay ____ a broken signal.

ดูคำตอบ

has to do with

The state of Florida and all the others

3:01

รัฐฟลอริดาและรัฐอื่นๆ ทั้งหมด

don't really give votes to a candidate.

3:03

ไม่ได้มอบคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครจริงๆ หรอกนะ

That's just a simplified way to think about it ลำดับความ

3:05

นั่นเป็นเพียงวิธีคิดที่ทำให้ดูเข้าใจง่ายเท่านั้น

because the reality of the situation is odd.

3:07

เพราะความเป็นจริงของสถานการณ์มันแปลกมาก

ลำดับความ

a simplified way to think about it: แบบจำลองอย่างง่ายที่มีประโยชน์

วลีนี้บอกว่าคำอธิบายก่อนหน้าเป็นแบบจำลองทางความคิดที่เข้าใจง่ายขึ้น เพราะตัดรายละเอียดบางส่วนออกไป simplified หมายถึงมีรายละเอียดน้อยลง ไม่ได้หมายความว่าผิดโดยอัตโนมัติ ในฐานะสัญญาณจัดลำดับเนื้อหา วลีนี้ลดระดับความสมบูรณ์ของคำอธิบายก่อนหน้า แล้ว because จึงนำเข้าสู่ความจริงที่ซับซ้อนกว่า รูปแบบ a simplified way to think about X ใช้แยกแบบจำลองเริ่มต้นที่มีประโยชน์ออกจากคำอธิบายทางเทคนิคฉบับเต็มได้

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกล่าวว่า “That's a simplified way to think about it.” ผู้พูดกำลังสื่ออะไร?

  1. คำอธิบายเป็นรายละเอียดทางเทคนิคที่สมบูรณ์ทั้งหมด
  2. คำอธิบายผิดและควรถูกละเลย
  3. คำอธิบายเป็นแบบจำลองที่มีประโยชน์ แต่ละรายละเอียดบางส่วนไว้
ดูคำตอบ

คำอธิบายเป็นแบบจำลองที่มีประโยชน์ แต่ละรายละเอียดบางส่วนไว้

What citizens are voting for on Election Day

3:09

สิ่งที่พลเมืองกำลังลงคะแนนให้ในวันเลือกตั้ง

is a group of electors appointed by the political parties

3:11

คือกลุ่มผู้เลือกตั้งที่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคการเมือง

who choose the president on the citizens' behalf. วลี

3:14

ซึ่งจะทำหน้าที่เลือกประธานาธิบดีในนามของพลเมือง

วลี

on the citizens' behalf: ในนามของประชาชน

on the citizens' behalf หมายถึง “ในฐานะตัวแทนของประชาชน” ผู้เลือกตั้งเป็นผู้ลงมือเลือกประธานาธิบดีแทนประชาชนที่ตนเป็นตัวแทน โครงสร้างคือ on + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + behalf เช่น on my behalf, on her behalf และ on the citizens' behalf เนื่องจาก citizens เป็นพหูพจน์ รูปแสดงความเป็นเจ้าของจึงเป็น citizens' ส่วน on behalf of + คำนามก็เป็นโครงสร้างที่ถูกต้องและมีความหมายเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีทางการที่หมายถึง “ในฐานะตัวแทนของเธอ” ให้สมบูรณ์: Maya could not attend, so I accepted the award ____.

ดูคำตอบ

on her behalf

The number of votes

3:16

จำนวนของคะแนนเสียง

that a state gets from the Electoral College

3:17

ที่รัฐได้รับจากคณะผู้เลือกตั้ง

is actually the number of electors

3:19

แท้จริงแล้วคือจำนวนของผู้เลือกตั้ง

the state is allowed to send to a collegiate meeting

3:20

ที่รัฐได้รับอนุญาตให้ส่งไปยังการประชุมของคณะผู้เลือกตั้ง

to vote on who the president will be.

3:22

เพื่อลงคะแนนเสียงว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดี

What makes it odd ไวยากรณ์

3:25

สิ่งที่ทำให้มันแปลกก็คือ

is that while these electors promise

3:25

ในขณะที่ผู้เลือกตั้งเหล่านี้ให้คำสัญญา

they will vote for president

3:27

ว่าจะลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดี

as their state's citizens want them to,

3:28

ตามที่พลเมืองในรัฐของพวกเขาต้องการ

they aren't required to do so. ไวยากรณ์

3:29

พวกเขากลับไม่ถูกบังคับให้ต้องทำเช่นนั้น

ไวยากรณ์

What makes it odd is that ...: สิ่งที่ทำให้แปลกก็คือ...

What makes it odd is that ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ทำให้เกิดการประเมินว่า odd โดยอนุประโยค What makes it odd ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน ในที่นี้ What มีความหมายใกล้เคียงกับ “สิ่งที่” และไม่ได้ใช้เพื่อตั้งคำถาม หลัง is that ผู้พูดจะให้คำอธิบาย โครงสร้าง What makes + กรรม + คำคุณศัพท์ + is that + อนุประโยค ช่วยให้กล่าวการประเมินก่อน แล้วจึงเน้นข้อเท็จจริงที่อธิบายการประเมินนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง What makes + กรรม + คำคุณศัพท์ + is that: ____ the app frustrating ____ it logs users out without warning.

ดูคำตอบ

What makes · is that

ไวยากรณ์

aren't required to do so: ไม่ได้ถูกกำหนดให้ต้องทำเช่นนั้น

be required to + คำกริยา หมายถึงกฎ ผู้มีอำนาจ หรือสถานการณ์ทำให้การกระทำหนึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำ เนื่องจากประโยคใช้ aren't required จึงหมายความว่าไม่มีข้อบังคับให้ทำสิ่งนั้น ไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นถูกห้าม do so ใช้แทนการกระทำที่กล่าวถึงไปแล้ว ในที่นี้คำนี้ย้อนกลับไปถึงการกระทำที่อธิบายไว้ก่อนหน้าและช่วยไม่ให้ต้องพูดวลีกริยาทั้งหมดซ้ำ ทำให้ประโยคกระชับและค่อนข้างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแบบเป็นทางการที่หมายความว่าต้องทำการกระทำเดียวกัน: Staff must show identification at the desk, and visitors are also ____.

ดูคำตอบ

required to do so

Electors are free to vote

3:32

ผู้เลือกตั้งมีอิสระที่จะลงคะแนนเสียง

the way they want.

3:33

ในแบบที่พวกเขาต้องการ

While this has never swung an election, การใช้คำ

3:34

แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่เคยทำให้ผลการเลือกตั้งพลิกผัน

การใช้คำ

swing an election: เปลี่ยนหรือตัดสินผลการเลือกตั้ง

ในบริบทการเลือกตั้ง swing an election หมายถึงการทำให้ผลเอนเอียงไปทางฝ่ายหนึ่ง ซึ่งมักมีผลมากพอที่จะเปลี่ยนหรือตัดสินผู้ชนะ swung เป็นรูปอดีตและรูป past participle ที่ไม่เป็นไปตามกฎของ swing ในประโยคนี้ has never swung an election หมายถึงสถานการณ์ดังกล่าวไม่เคยเปลี่ยนผู้ชนะสุดท้าย วลีนี้อธิบายผลกระทบต่อผลการเลือกตั้ง ไม่ใช่การแกว่งทางกายภาพหรือการจัดการเลือกตั้ง

แบบฝึกหัด

ในประโยค A few undecided voters could swing the election วลี swing the election หมายความว่าอะไร?

  1. จัดกระบวนการลงคะแนนเสียง
  2. ทำให้อุปกรณ์ลงคะแนนเสียงเคลื่อนที่
  3. เปลี่ยนหรือตัดสินว่าฝ่ายใดชนะ
ดูคำตอบ

เปลี่ยนหรือตัดสินว่าฝ่ายใดชนะ

87 times in the past

3:35

แต่ในอดีตก็เคยมีถึง 87 ครั้ง

electors have voted against the wishes วลี

3:36

ที่ผู้เลือกตั้งลงคะแนนเสียงสวนทางกับความต้องการ

of the very people who elected them. ไวยากรณ์

3:38

ของประชาชนที่เลือกพวกเขามา

วลี

against the wishes of: ขัดต่อความประสงค์ของ

against the wishes of someone หมายถึงมีการกระทำบางอย่างทั้งที่บุคคลหรือกลุ่มนั้นต้องการผลลัพธ์ที่ต่างออกไป ในประโยคนี้ การลงคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งขัดกับความต้องการของผู้ที่เลือกพวกเขามา โครงสร้างคือ against the wishes of + บุคคลหรือกลุ่ม ในที่นี้ wishes หมายถึงความต้องการหรือเจตนา ไม่ใช่คำอวยพรในโอกาสพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ขัดกับสิ่งที่ใครบางคนต้องการ”: The committee released the report ____ its chair.

ดูคำตอบ

against the wishes of

ไวยากรณ์

the very people who: คนกลุ่มเดียวกับที่…พอดี

ใน the very people who คำว่า very ไม่ได้หมายถึง “อย่างมาก” เมื่ออยู่หลัง the คำนี้เน้นตัวตนที่ตรงกันอย่างชัดเจนว่าเป็นคนเหล่านั้นพอดี ไม่ใช่คนอื่น อนุประโยคสัมพันธ์ที่ขึ้นต้นด้วย who ระบุว่าเป็นคนกลุ่มใด โครงสร้างเน้นย้ำนี้มักชี้ให้เห็นความแตกต่างที่น่าประหลาดใจหรือประชดประชันระหว่างตัวตนของพวกเขากับสิ่งที่พวกเขาทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นได้ชัดเจนที่สุดถึงข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจว่า คนที่ช่วยโครงการไว้ในภายหลังคือคนกลุ่มเดียวกับที่เคยคัดค้านโครงการ?

  1. The people who opposed the project later saved it.
  2. The very people who opposed the project later saved it.
  3. Some people who opposed the project later saved it.
ดูคำตอบ

The very people who opposed the project later saved it.

Why set up this crazy system กริยาวลี

3:40

ทำไมต้องสร้างระบบบ้าๆ แบบนี้ขึ้นมาด้วย

where a small group of people

3:41

ระบบที่คนกลุ่มเล็กๆ

essentially unknown to the general public วลี

3:42

ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วคนทั่วไปไม่รู้จักเลย

วลี

the general public: คนธรรมดาทั่วไปในภาพรวม

the general public หมายถึงคนธรรมดาทั่วไปในภาพรวม โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่ หรือคนวงใน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปรียบเทียบผู้มีอำนาจตัดสินใจที่คนไม่ค่อยรู้จักกับประชาชนทั่วไป general ขยายขอบเขตของ public ให้หมายถึงสังคมโดยรวม ในความหมายนี้ รูปวลีตายตัวที่ใช้กันทั่วไปจะมีคำนำหน้านามชี้เฉพาะ: the general public

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด? After the review, the agency will publish the findings for _____.

  1. the general public
  2. a general public
  3. general publics
ดูคำตอบ

the general public

are the ones who really decide on the president? ไวยากรณ์

3:44

เป็นผู้ตัดสินใจจริงๆ ว่าใครจะเป็นประธานาธิบดี?

กริยาวลี

set up: สร้างและทำให้พร้อมใช้งาน

ในที่นี้ set up หมายถึงสร้างและทำให้พร้อมใช้งาน กรรมของวลีนี้คือ this crazy system จึงชัดเจนว่าหมายถึงการก่อตั้งระบบ ไม่ได้หมายถึงการตั้งวัตถุให้ตรง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ set up + ระบบ องค์กร บัญชี หรือกระบวนการ กรรมที่เป็นคำนามวางหลังวลีได้ เช่น set up a system ส่วนกรรมที่เป็นสรรพนามมักวางไว้ระหว่างสองคำ เช่น set it up

แบบฝึกหัด

กริยาวลีใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด? The school plans to _____ a new online registration system next month.

  1. stand up
  2. set up
  3. take up
ดูคำตอบ

set up

ไวยากรณ์

are the ones who really decide: เน้นผู้ที่เป็นคนตัดสินใจจริง ๆ

โครงสร้าง be the ones who + คำกริยา ใช้ชี้เฉพาะกลุ่มหนึ่งว่าเป็นคนที่รับผิดชอบการกระทำนั้น ในที่นี้ ones ใช้แทน people และ who นำอนุประโยคขยาย really decide เนื่องจากมองกลุ่มนี้เป็นพหูพจน์ ประโยคจึงใช้ are ไม่ใช่ is Really เพิ่มการเน้นแบบเปรียบต่างว่า กลุ่มเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีใครรู้จักกลุ่มนี้ต่างหากที่มีบทบาทชี้ขาด ไม่ใช่ประชาชนหรือกลุ่มอื่นที่คาดไว้ สามารถใช้รูปแบบนี้เมื่อต้องการแก้ความเข้าใจว่าแท้จริงแล้วใครเป็นผู้ทำสิ่งใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเน้น the ones who: In our club, Maya and Leo ____ approve every new project.

ดูคำตอบ

are the ones who

Because in the 1700s,

3:46

ก็เพราะว่าในช่วงทศวรรษที่ 1700

when the Electoral College was designed,

3:47

ตอนที่ระบบคณะผู้เลือกตั้งถูกออกแบบขึ้นมา

the quickest way to send a piece of information

3:49

วิธีที่รวดเร็วที่สุดในการส่งข้อความ

was to write it down on a piece of paper,

3:50

คือการเขียนมันลงบนกระดาษแผ่นหนึ่ง

hand it to a guy on a horse,

3:52

ส่งให้ผู้ชายที่ขี่ม้า

wish him godspeed, การใช้คำ

3:54

ขอให้เขาเดินทางปลอดภัย

good sir,

3:55

โชคดีนะท่าน

การใช้คำ

godspeed: คำอวยพรอำลาแบบโบราณและเคร่งขรึม

Godspeed เป็นคำอวยพรอำลาแบบตายตัวที่ขอให้อีกฝ่ายประสบความสำเร็จและปลอดภัย ตามธรรมเนียมจะพูดเมื่อใครสักคนกำลังออกเดินทางหรือเริ่มภารกิจที่ยาก ไม่ได้เป็นการพูดถึงความเร็วในการเคลื่อนที่ ในประโยคนี้ godspeed ใช้ร่วมกับ good sir และภาพของผู้ส่งสารบนหลังม้าเพื่อเลียนแบบสำนวนเก่าแก่และเป็นพิธีการ น้ำเสียงโบราณที่จงใจทำให้เกินจริงนี้ช่วยสร้างอารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับการพูด Godspeed มากที่สุด

  1. ผู้บัญชาการกล่าวส่งลูกเรืออย่างเป็นทางการก่อนออกไปทำภารกิจอันตราย
  2. คุณทักทายเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งมาถึงสำนักงาน
  3. คุณขอให้คนขับขับเร็วขึ้นเพราะคุณกำลังจะสาย
ดูคำตอบ

ผู้บัญชาการกล่าวส่งลูกเรืออย่างเป็นทางการก่อนออกไปทำภารกิจอันตราย

and hope he didn't get killed by Indians การใช้คำ

3:55

และหวังว่าเขาจะไม่ถูกอินเดียนแดงฆ่า

or die of dysentery along the way. วลี

3:57

หรือตายเพราะโรคบิดระหว่างทางไปเสียก่อน

การใช้คำ

Indians ในบริบทยุคบุกเบิกแบบเก่าของอเมริกาเหนือ

ในประโยคนี้ Indians ไม่ได้หมายถึงคนจากประเทศอินเดีย การกล่าวถึงการเดินทางในเขตบุกเบิกและอันตรายต่าง ๆ ทำให้คำนี้อยู่ในภาพจำแบบเก่าเกี่ยวกับยุคบุกเบิกของอเมริกาเหนือ ซึ่งใช้คำนี้เรียกชนพื้นเมืองแบบเหมารวม ประโยคนี้หยิบภาพจำเก่านั้นมาใช้เพื่อทำให้การเดินทางดูช้ามากและอันตรายมาก การรู้ความหมายทางประวัติศาสตร์นี้ช่วยให้เข้าใจมุกได้ โดยไม่มองคำเรียกนี้ว่าเป็นชื่อที่เป็นกลางในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้คำนี้: รายงานในที่ทำงานสมัยใหม่เรียกชุมชนชนพื้นเมืองหลายกลุ่มในสหรัฐฯ ว่า Indians โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าพวกเขาเรียกตนเองว่าอย่างไร

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

วลี

die of + โรค

ใน die of dysentery คำบุพบท of ใช้นำหน้าสาเหตุของการเสียชีวิต ส่วน dysentery คือโรคที่ทำให้เสียชีวิต รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ die of + โรคหรือภาวะภายในร่างกาย เช่น die of cancer, die of pneumonia, die of heart failure เป็นตัวเลือกที่ใช้กันเป็นปกติที่สุดเมื่อระบุว่าตัวโรคคือสาเหตุโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำบุพบทที่เป็นปกติที่สุดเมื่อระบุโรคว่าเป็นสาเหตุโดยตรงของการเสียชีวิต

  1. Many people died at cholera during the outbreak.
  2. Many people died by cholera during the outbreak.
  3. Many people died of cholera during the outbreak.
ดูคำตอบ

Many people died of cholera during the outbreak.

Because information moved so slowly

3:59

เนื่องจากข้อมูลข่าวสารเคลื่อนที่ช้ามาก

and because the young country was so big,

4:01

และเนื่องจากประเทศเกิดใหม่แห่งนี้มีขนาดกว้างใหญ่

the idea was to send all the electors to Washington ไวยากรณ์

4:03

แนวคิดจึงเป็นการส่งผู้เลือกตั้งทั้งหมดไปยังวอชิงตัน

ไวยากรณ์

the idea was to + คำกริยา: บอกแผนเดิม

ในที่นี้ the idea was to ใช้เกริ่นแผนที่อยู่เบื้องหลังการจัดระบบดังกล่าว นั่นคือการส่งผู้เลือกตั้งทั้งหมดไปยังวอชิงตัน คำว่า idea หมายถึงแนวทางหรือข้อเสนอที่ใช้กำหนดการออกแบบ ไม่ใช่ความคิดส่วนตัวที่ผุดขึ้นมาอย่างกะทันหัน โครงสร้างคือ the idea is/was to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าระบบ นโยบาย หรือโครงการมีเป้าหมายให้ทำอะไร โดยไม่ได้บอกว่าแผนนั้นประสบความสำเร็จจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ใช้เกริ่นแผนเดิม: Because news travelled slowly, ____ bring the representatives together in one city.

ดูคำตอบ

the idea was to

where they could have the most up-to-date information การใช้คำ

4:05

ซึ่งพวกเขาจะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยที่สุด

to make decisions for the people back home

4:07

เพื่อทำการตัดสินใจแทนผู้คนที่อยู่บ้านเกิด

การใช้คำ

most up-to-date information: เป็นปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงของใหม่

Up-to-date หมายถึงได้รับการปรับให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงล่าสุดที่เกี่ยวข้อง ส่วน most ใช้เปรียบเทียบแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ โดยนำเสนอว่าข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุดในเวลานั้น ไม่ใช่เพียงข้อมูลที่เพิ่งสร้างขึ้น ใน most up-to-date information คำว่า up-to-date เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่อยู่หน้าคำนาม information เครื่องหมายยัติภังค์แสดงให้เห็นว่าคำทั้งสามทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำบรรยายเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าแหล่งข้อมูลสะท้อนข้อเท็จจริงในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงถูกสร้างขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

  1. The website has a colourful new design.
  2. The website provides the most up-to-date information.
  3. The website was launched yesterday.
ดูคำตอบ

The website provides the most up-to-date information.

who wouldn't know the latest news.

4:08

ซึ่งคงไม่ทราบข่าวสารล่าสุด

Though now when we carry information

4:10

แม้ว่าตอนนี้เราจะส่งต่อข้อมูลข่าวสาร

on beams of light in fiber optic cables

4:12

ผ่านลำแสงในสายไฟเบอร์ออปติก

rather than on the backs of herd animals, ไวยากรณ์

4:14

แทนที่จะอยู่บนหลังของสัตว์พาหนะแล้วก็ตาม

this particular aspect of the Electoral College

4:15

แง่มุมเฉพาะเจาะจงนี้ของคณะผู้เลือกตั้ง

might seem a little out of date. สำนวน

4:17

อาจดูเหมือนล้าสมัยไปสักหน่อย

ไวยากรณ์

rather than: การเปรียบเทียบวิธีที่มีโครงสร้างขนานกัน

Rather than นำหน้าทางเลือกที่ไม่ได้ใช้ ในที่นี้ ข้อมูลเดินทางผ่านลำแสง ไม่ใช่บนหลังสัตว์ วลีนี้เชื่อมบุพบทวลีที่มีโครงสร้างสอดคล้องกันสองส่วน คือ on beams of light และ on the backs of herd animals การคง on ตัวที่สองไว้ทำให้การเปรียบเทียบชัดเจนและสมดุล โดยทั่วไปควรใช้รูปแบบไวยากรณ์ที่ขนานกันทั้งสองข้างของ rather than

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรักษาวิธีทั้งสองให้อยู่ในรูปบุพบทวลีที่ขนานกันได้ดีที่สุด

  1. We sent the invitation by email rather than by post.
  2. We sent the invitation rather than by email by post.
  3. We sent the invitation by email rather than the manager.
ดูคำตอบ

We sent the invitation by email rather than by post.

สำนวน

out of date: ไม่เป็นปัจจุบันหรือไม่เหมาะสมแล้ว

Out of date เป็นวลีคุณศัพท์แบบตายตัว หมายถึงไม่เป็นปัจจุบันหรือไม่เหมาะกับสภาพในปัจจุบันแล้ว ในที่นี้ วลีนี้บอกว่าแง่มุมหนึ่งของระบบคณะผู้เลือกตั้งอาจไม่เหมาะกับโลกที่มีการสื่อสารสมัยใหม่ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงเพียง old สิ่งของที่เก่าอาจยังใช้งานได้ดีหรือมีข้อมูลถูกต้อง แต่สิ่งที่ out of date ตามไม่ทันความต้องการ ข้อมูล เทคโนโลยี หรือรูปแบบในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ out of date ในประโยค 'This map is out of date' มากที่สุด

  1. แผนที่พิมพ์วันที่ในปฏิทินผิด
  2. แผนที่เก่าแต่ยังถูกต้องทั้งหมด
  3. แผนที่ไม่เป็นปัจจุบันแล้ว
ดูคำตอบ

แผนที่ไม่เป็นปัจจุบันแล้ว

Nonetheless, ลำดับความ

4:19

แต่อย่างไรก็ตาม

while most people think

4:20

ในขณะที่คนส่วนใหญ่คิดว่า

that the election for president

4:21

การเลือกตั้งประธานาธิบดี

takes place in early November, วลี

4:22

จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน

it doesn't.

4:23

แต่มันไม่ใช่เลย

ลำดับความ

Nonetheless, ในฐานะคำเชื่อมแสดงการยอมรับข้อขัดแย้งอย่างชัดเจน

Nonetheless บอกว่าข้อความที่ตามมายังคงเป็นจริง แม้จะมีสิ่งที่เพิ่งกล่าวไปแล้วก็ตาม ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมรับประเด็นก่อนหน้า แล้วเปลี่ยนความสนใจไปยังข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกับความคาดหมายทั่วไป เมื่ออยู่ต้นประโยค คำนี้บอกให้ผู้ฟังจำข้อมูลก่อนหน้าไว้ แต่ให้มองข้อความใหม่เป็นประเด็นสำคัญถัดไป ความหมายใกล้เคียงกับ even so หรือ despite that และไม่ได้แสดงเหตุหรือผล

แบบฝึกหัด

Nonetheless แสดงความสัมพันธ์แบบใดในประโยคนี้

  1. ข้อความถัดไปยังคงเป็นจริงแม้จะมีประเด็นก่อนหน้า
  2. ข้อความถัดไปเกิดจากประเด็นก่อนหน้า
  3. ผู้พูดกำลังยกตัวอย่างของประเด็นก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ข้อความถัดไปยังคงเป็นจริงแม้จะมีประเด็นก่อนหน้า

วลี

takes place: บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด

takes place เป็นรูปปัจจุบันกาลบุรุษที่สามเอกพจน์ของสำนวนอกรรมกริยาตายตัว take place ซึ่งหมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “จัดขึ้น” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวระบุเวลาที่คนทั่วไปคิดว่าการเลือกตั้งเกิดขึ้น ส่วนคำลงท้าย it doesn't ละวลีที่ซ้ำคือ take place in early November ประธานมักเป็นเหตุการณ์ การประชุม พิธี กระบวนการ หรือการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่บุคคลที่จงใจทำการกระทำหนึ่ง ๆ คำเหล่านี้ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือครอบครองสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปพื้นฐานของสำนวนสองคำที่เน้นไว้: The robotics competition will ____ in the gym on Saturday.

ดูคำตอบ

take place

That's the election

4:24

การเลือกตั้งครั้งนั้น

that determines who the electors will be.

4:24

เป็นการเลือกตั้งที่ตัดสินว่าใครจะได้เป็นผู้เลือกตั้งต่างหาก

The 538 electors who are chosen then

4:27

ผู้เลือกตั้ง 538 คนที่ถูกเลือกมาในตอนนั้น

meet in early December

4:29

จะมาประชุมกันในช่วงต้นเดือนธันวาคม

and they cast the real votes

4:30

และพวกเขาจะลงคะแนนเสียงของจริง

that determine who is the next president

4:31

ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าใครคือประธานาธิบดีคนต่อไป

of the United States.

4:33

ของสหรัฐอเมริกา