ความท้าทายของความสัมพันธ์แบบวิตกกังวลและหลีกเลี่ยง (Anxious-Avoidant): บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
796 คำ 147 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ทฤษฎีความผูกพันอธิบายวงจรระหว่างคนแบบวิตกกังวลกับคนแบบหลีกเลี่ยง คนหนึ่งต้องการความมั่นใจ แต่อีกคนถอยหนีเมื่อรู้สึกกดดัน และการตระหนักรู้ปฏิกิริยาของตนเองช่วยหยุดความขัดแย้งไม่ให้รุนแรงขึ้นได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. What makes things even more complicated and very combustible is that (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค): ใช้อนุประโยค what ร่วมกับ is that เพื่อเน้นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ยากลำบากแย่ลง 2. ramping up (กริยาวลี): เข้าใจว่า ramp up หมายถึงการเพิ่มแรงกดดันหรืออารมณ์ และใช้บรรยายว่าปฏิกิริยาที่เกิดซ้ำทำให้ความวิตกกังวลสูงขึ้นอย่างไร 3. get on top of things (สำนวนและภาษาภาพพจน์): สื่อความหมายเชิงเปรียบเทียบว่ากลับมาควบคุมปัญหาได้ ก่อนที่ปัญหาจะสร้างความเสียหายมากขึ้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

There are so many ways to be unhappy in love,

0:00

มีหลายวิธีที่จะไม่มีความสุขในความรัก

but one kind which modern psychology has given particular attention to วลี

0:03

แต่แบบหนึ่งที่จิตวิทยาสมัยใหม่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ

วลี

given particular attention to: ให้ความสนใจเป็นพิเศษ

Give particular attention to something หมายถึงให้ความสนใจกับบางสิ่งอย่างละเอียดหรือมากกว่าสิ่งอื่น ในประโยคนี้ จิตวิทยาสมัยใหม่ถือว่าความสัมพันธ์ที่ไม่มีความสุขแบบนี้เป็นหัวข้อศึกษาที่สำคัญเป็นพิเศษ โครงสร้างคือ give particular attention to + คำนามหรือรูป -ing โดย to เป็นคำบุพบทและต้องอยู่หน้ากรรม ส่วน given เป็นกริยาช่องที่สามที่ใช้หลัง has

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ give particular attention to ในรูป present perfect: The study has ____ the needs of first-generation college students.

ดูคำตอบ

given particular attention to

are relationships very high in number

0:08

คือความสัมพันธ์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

in which one of the parties is defined as avoidant in their attachment patterns

0:11

ที่ฝ่ายหนึ่งถูกระบุว่ามีรูปแบบความผูกพันแบบหลีกเลี่ยง

and the other as anxious.

0:16

และอีกฝ่ายเป็นแบบวิตกกังวล

Attachment theory is the term given to a set of ideas การใช้คำ

0:19

ทฤษฎีความผูกพันคือคำที่ใช้เรียกกลุ่มแนวคิด

about how we love and the role of childhood therein, การใช้คำ

0:23

เกี่ยวกับวิธีที่เรารักและบทบาทของวัยเด็กในเรื่องนี้

การใช้คำ

Attachment theory: ทฤษฎีความผูกพัน

Attachment theory หรือทฤษฎีความผูกพัน เป็นกรอบแนวคิดทางจิตวิทยาเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ โดยศึกษาว่าผู้คนสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดอย่างไร และประสบการณ์การดูแลในช่วงแรกอาจส่งผลต่อรูปแบบความไว้วางใจ ความใกล้ชิด และความมั่นคงในภายหลังอย่างไร ในประโยคนี้ คำดังกล่าวใช้เรียกชุดแนวคิดเกี่ยวกับวิธีที่ผู้คนรักและบทบาทของวัยเด็ก ในที่นี้ attachment หมายถึงสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ระหว่างผู้คน ไม่ใช่ไฟล์แนบในอีเมล

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ Attachment theory มากที่สุด

  1. วิธีเพิ่มเอกสารเข้าไปในข้อความอีเมล
  2. กรอบแนวคิดทางจิตวิทยาเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ทางอารมณ์และวิธีที่ความสัมพันธ์ในช่วงแรกอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ในภายหลัง
  3. กฎที่บอกว่าความสัมพันธ์ในวัยผู้ใหญ่ทุกครั้งถูกกำหนดโดยวัยเด็กอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ

กรอบแนวคิดทางจิตวิทยาเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ทางอารมณ์และวิธีที่ความสัมพันธ์ในช่วงแรกอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ในภายหลัง

การใช้คำ

therein: อ้างกลับไปยังสิ่งที่อยู่ภายในแนวคิดก่อนหน้า

ในประโยคนี้ therein หมายถึง “ภายในเรื่องหรือกระบวนการนั้น” โดยย้อนกลับไปอ้างถึง how we love ดังนั้นจึงกำลังพิจารณาบทบาทของวัยเด็กภายในวิธีที่ความรักก่อตัวหรือทำงาน therein มักย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดที่กล่าวไว้แล้ว ไม่ใช่สถานที่จริง ให้เข้าใจว่าเป็นรูปแบบที่กระชับและเป็นทางการของ in it หรือ in that

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ therein อ้างถึงอะไร

  1. หลังจากวัยเด็กสิ้นสุดลง
  2. ในสถานที่จริงที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
  3. ภายในวิธีที่ผู้คนรัก
ดูคำตอบ

ภายในวิธีที่ผู้คนรัก

originally developed by the English psychologist John Bowlby in the 1950s and 60s.

0:27

ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกโดย จอห์น โบวล์บี นักจิตวิทยาชาวอังกฤษในช่วงทศวรรษ 1950 และ 60

It divides up humanity into three categories กริยาวลี

0:32

ทฤษฎีนี้แบ่งมนุษย์ออกเป็นสามประเภท

กริยาวลี

divides up: แบ่งสิ่งหนึ่งทั้งก้อนออกเป็นหลายส่วน

divides up หมายถึงการแยกสิ่งที่เป็นหนึ่งเดียวออกเป็นส่วน ส่วนแบ่ง หรือกลุ่มย่อย ๆ ในที่นี้ humanity ถูกมองเป็นหนึ่งเดียวแล้วจัดออกเป็นสามประเภท ส่วน up เน้นว่าการแบ่งเสร็จสมบูรณ์ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน กรรมสามารถวางหลัง phrasal verb ทั้งชุดได้ เช่น divides up humanity จากนั้นใช้ into เพื่อบอกกลุ่มที่เป็นผลจากการแบ่งได้: divide something up into three categories

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ divide up: Our coach ____ the team into three practice groups.

ดูคำตอบ

divides up

according to our varying capacity to behave with confidence and trust in relationships.

0:36

ตามความสามารถที่แตกต่างกันของเราในการประพฤติตนด้วยความมั่นใจและไว้วางใจในความสัมพันธ์

Firstly, there are those who are securely attached, การใช้คำ

0:42

ประการแรก คือผู้ที่มีความผูกพันแบบมั่นคง

การใช้คำ

Securely attached ในทฤษฎีความผูกพัน

ในทฤษฎีความผูกพัน securely attached ใช้อธิบายคนที่โดยทั่วไปมองว่าความสัมพันธ์ใกล้ชิดนั้นปลอดภัยและไว้วางใจได้ ในที่นี้ attached หมายถึงการมีสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ ส่วน securely สื่อถึงความรู้สึกไว้วางใจในสายสัมพันธ์นั้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการถูกยึดติดไว้แน่นในทางกายภาพ แต่เป็นชื่อของรูปแบบความผูกพันที่อาจช่วยส่งเสริมความไว้วางใจ ความเข้าอกเข้าใจ และการสื่อสารอย่างเปิดเผย โดยไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะไม่เคยกังวลหรือไม่มีปัญหาด้านความสัมพันธ์เลย

แบบฝึกหัด

ในทฤษฎีความผูกพัน securely attached หมายถึงอะไร

  1. การคาดหวังว่าทุกความสัมพันธ์จะสมบูรณ์แบบ
  2. การถูกยึดติดกับอีกคนหนึ่งในทางกายภาพ
  3. รูปแบบความผูกพันที่โดยทั่วไปมีความไว้วางใจและมั่นคง
ดูคำตอบ

รูปแบบความผูกพันที่โดยทั่วไปมีความไว้วางใจและมั่นคง

who had reliable and good childhood experiences

0:46

ผู้ที่มีประสบการณ์วัยเด็กที่ดีและพึ่งพาได้

and now expect to be positively treated by those they love. ไวยากรณ์

0:49

และในตอนนี้ก็คาดหวังว่าจะได้รับการปฏิบัติในทางบวกจากคนที่พวกเขารัก

ไวยากรณ์

Expect to be positively treated: infinitive แบบถูกกระทำ

Expect ตามด้วยรูป infinitive to be treated เนื่องจาก to be + past participle เป็นโครงสร้างแบบถูกกระทำ ประธานจึงเป็นฝ่ายรับการกระทำ กล่าวคือ คนเหล่านี้เชื่อว่าคนที่พวกเขารักจะปฏิบัติต่อพวกเขาในทางบวก ในทางตรงกันข้าม expect to positively treat others จะหมายถึงประธานเป็นผู้กระทำเอง คุณสามารถนำโครงสร้าง expect to be + past participle ไปใช้เมื่อประธานคาดว่าจะมีบางสิ่งเกิดขึ้นกับตน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป infinitive แบบถูกกระทำของ treat: Customers expect ____ fairly when they ask for help.

ดูคำตอบ

to be treated

Fortunate types who are capable of empathy and generosity วลี

0:53

เป็นคนโชคดีที่มีความสามารถในการเห็นอกเห็นใจและโอบอ้อมอารี

วลี

capable of empathy and generosity: có khả năng đồng cảm và rộng lượng

Capable of หมายถึง “มีความสามารถหรือคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับบางสิ่ง” ในที่นี้ empathy และ generosity เป็นคำนามที่เรียกคุณสมบัติด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น วลีนี้จึงบอกว่าคนเหล่านี้สามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นและแสดงความเอื้อเฟื้อได้ โครงสร้างคือ capable of + นามวลีหรือรูป -ing ใช้บรรยายความสามารถในทางปฏิบัติ คุณสมบัติส่วนบุคคล หรือศักยภาพได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย capable of Even under pressure, Lena is ____ empathy and generosity.

ดูคำตอบ

capable of

and communicate with honesty and directness about their needs.

0:58

และสื่อสารเกี่ยวกับความต้องการของตนอย่างซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา

Around 50% of the population is assumed to be securely attached. ไวยากรณ์

1:02

สันนิษฐานว่าประมาณ 50% ของประชากรมีความผูกพันแบบมั่นคง

ไวยากรณ์

is assumed to be: รายงานข้อกล่าวอ้างที่ยังไม่ได้พิสูจน์

Is assumed to be เป็นโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ: ประธาน + be + assumed + infinitive ที่มี to โครงสร้างนี้นำเสนอข้อกล่าวอ้างว่าเป็นสิ่งที่ผู้คน นักวิจัย หรือแหล่งข้อมูลโดยทั่วไปถือว่าเป็นจริง โดยไม่ระบุบุคคลเหล่านั้นโดยตรง ในประโยคนี้ สัดส่วนดังกล่าวถูกรายงานเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว โครงสร้างนี้ทำให้ผู้พูดเว้นระยะจากข้อกล่าวอ้าง ดังนั้น assumed จึงมีความไม่แน่นอนมากกว่า established หรือ proven

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอข้อกล่าวอ้างว่าเป็นข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

  1. The device assumes to be safe, but testing is still continuing.
  2. The device has been proven to be safe, so no further testing is needed.
  3. The device is assumed to be safe, but testing is still continuing.
ดูคำตอบ

The device is assumed to be safe, but testing is still continuing.

This leaves two fascinating deviations from health

1:08

สิ่งนี้ทิ้งความเบี่ยงเบนที่น่าสนใจสองประการจากความสมบูรณ์แข็งแรงทางจิตใจ

caused by some form of early parental letdown and trauma.

1:12

ซึ่งเกิดจากความผิดหวังในตัวพ่อแม่และบาดแผลในวัยเด็กบางรูปแบบ

The first kind of attachment pattern is known as avoidant,

1:17

รูปแบบความผูกพันแบบแรกเรียกว่าแบบหลีกเลี่ยง

the second as anxious.

1:21

แบบที่สองเรียกว่าแบบวิตกกังวล

What makes things even more complicated and very combustible โน้ต

1:23

สิ่งที่ทำให้เรื่องยุ่งยากและง่ายต่อการปะทะกันมากยิ่งขึ้น

is that avoidant and anxious people are frequently drawn to forming couples. วลี

1:27

คือคนแบบหลีกเลี่ยงและแบบวิตกกังวลมักจะดึงดูดเข้าหากันเพื่อจับคู่

ไวยากรณ์

What makes ... is that ...: ประเมินก่อน แล้วจึงบอกสาเหตุ

ในประโยคนี้ What makes things even more complicated and very combustible ทั้งส่วนทำหน้าที่เป็นประธาน What ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม แต่มีความหมายเท่ากับ "the thing that" และนำอนุประโยคสัมพันธ์แบบหลอมรวม รูปแบบ What makes X + adjective is that + clause นำเสนอผลลัพธ์หรือการประเมินก่อน แล้วจึงระบุปัจจัยที่ทำให้เกิดผลนั้น ในที่นี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ให้ปัจจัยที่เพิ่มทั้งความซับซ้อนและความไม่มั่นคง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ What makes ... is that ...: ____ the schedule difficult ____ three deliveries must arrive on the same day.

ดูคำตอบ

What makes · is that

สำนวน

combustible ในฐานะอุปมาแสดงความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้ง

ตามความหมายตรงตัว combustible ใช้อธิบายวัสดุที่ติดไฟได้ แต่ในที่นี้ใช้เป็นอุปมา หมายความว่าพลวัตของความสัมพันธ์อาจ “ลุกลาม” กลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว การวาง combustible ไว้คู่กับ complicated ทำให้น้ำหนักความหมายเปลี่ยนจากเพียงแค่ยุ่งยากไปสู่ความอันตรายและไม่มั่นคง การใช้อุปมาแบบนี้ยังพบได้ในบทวิจารณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียด การโต้เถียง หรือสภาพการเมือง

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The debate became combustible after the accusation," คำว่า combustible น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. สถานการณ์อาจกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงอย่างรวดเร็ว
  2. สถานการณ์เข้าใจยากขึ้น
  3. มีวัสดุที่กำลังไหม้จริง ๆ อยู่ในเหตุการณ์
ดูคำตอบ

สถานการณ์อาจกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงอย่างรวดเร็ว

วลี

be drawn to + รูป -ing

ใน be drawn to คำว่า drawn หมายถึง “ถูกดึงดูด” ไม่ใช่ “ถูกวาด” รูปนี้ดูคล้ายโครงสร้างกรรมวาจก แต่ใช้บอกความรู้สึกดึงดูดหรือความโน้มเอียงที่เกิดขึ้นเอง มากกว่าจะเป็นการตัดสินใจอย่างจงใจ ตรงนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ได้ ดังนั้น drawn to forming couples จึงถูกไวยากรณ์ ส่วน drawn to form couples ไม่ใช่โครงสร้างนี้

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำที่หายไปจาก be drawn to ให้ประโยคสมบูรณ์: Leah enjoys creative work, so she is ____ designing costumes.

ดูคำตอบ

drawn to

It's part of their pathology.

1:31

มันเป็นส่วนหนึ่งของพยาธิสภาพของพวกเขา

Couples where their varied emotional quirks

1:33

คู่รักที่ความแปลกประหลาดทางอารมณ์ที่แตกต่างกันของพวกเขา

contribute to an especially fraught combination. โน้ต

1:36

ก่อให้เกิดการจับคู่ที่ตึงเครียดเป็นพิเศษ

วลี

contribute to + ผลลัพธ์: มีส่วนทำให้เกิดผลลัพธ์

ในการใช้เพื่อบอกเหตุและผล contribute to หมายถึง “มีส่วนทำให้เกิด” หรือ “เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิด” ผลลัพธ์ ผลลัพธ์จะตามหลัง to ดังนั้นตรงนี้ลักษณะทางอารมณ์ที่แตกต่างกันจึงมีส่วนสร้างความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดและยุ่งยากเป็นพิเศษ สำนวนนี้มักนำเสนอประธานว่าเป็นหนึ่งในหลายปัจจัย ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเดียวหรือสาเหตุโดยตรง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการบริจาคเงินหรือทรัพยากร

แบบฝึกหัด

เติม contribute to ในรูปที่ถูกต้องให้ประโยคสมบูรณ์: Lack of sleep can ____ poor concentration.

ดูคำตอบ

contribute to

การใช้คำ

fraught combination: การผสมผสานที่ตึงเครียดและเสี่ยงต่อความขัดแย้ง

ใน fraught combination คำว่า fraught หมายถึงสิ่งที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ความยากลำบาก และความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความขัดแย้ง ในที่นี้คำนี้ขยายตัวการผสมผสานเอง ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่มีวัตถุบรรจุอยู่เต็มตามความหมายตรงตัว โครงสร้าง fraught + คำนาม แสดงว่าสิ่งที่คำนามนั้นกล่าวถึงมีความตึงเครียดทางอารมณ์หรือมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fraught ในความหมายว่าตึงเครียดและมีแนวโน้มจะเกิดความขัดแย้ง

  1. The suitcase became fraught because it was heavy.
  2. The recipe became fraught because it had many steps.
  3. The conversation became fraught when old accusations resurfaced.
ดูคำตอบ

The conversation became fraught when old accusations resurfaced.

An anxiously attached person in a relationship

1:39

คนที่มีความผูกพันแบบวิตกกังวลในความสัมพันธ์

will have the characteristic feeling of not being properly appreciated and loved. ไวยากรณ์

1:42

จะมีความรู้สึกเฉพาะตัวว่าไม่ได้รับการชื่นชมและได้รับความรักอย่างเหมาะสม

ไวยากรณ์

feeling of not being properly appreciated and loved: ความรู้สึกว่าไม่ได้รับการเห็นคุณค่าและความรักอย่างที่ควร

คำนาม feeling สามารถตามด้วย of + อนุประโยค -ing เพื่อบอกประสบการณ์ที่ก่อให้เกิดหรือกำหนดความรู้สึกนั้น ในที่นี้ not being properly appreciated and loved เป็นโครงสร้างกรรมวาจก หมายความว่าบุคคลนั้นรู้สึกว่าคนอื่นไม่ได้เห็นคุณค่าหรือรักตนอย่างที่ควร เนื่องจาก not อยู่หน้า being จึงปฏิเสธวลีกรรมวาจกที่เชื่อมกันทั้งชุด คือ being properly appreciated and loved คำว่า properly หมายถึงอย่างเพียงพอหรืออย่างที่สมควรได้รับ ส่วน appreciated ในที่นี้หมายถึงได้รับการเห็นคุณค่า ไม่ใช่ได้รับคำขอบคุณ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ not และรูปกรรมวาจกแบบ -ing: Maya described the feeling of ____ included in important decisions.

ดูคำตอบ

not being

They would, they tell themselves,

1:48

พวกเขาจะบอกตัวเองว่าพวกเขาต้องการ

like so much more closeness,

1:50

ความใกล้ชิด

tenderness, touch and sex,

1:52

ความอ่อนโยน การสัมผัส และเซ็กส์มากขึ้น

and are convinced that such a union could be possible.

1:55

และเชื่อมั่นว่าการหลอมรวมเช่นนั้นสามารถเป็นไปได้

The person they're with, however, ไวยากรณ์

1:59

อย่างไรก็ตาม คนที่พวกเขาอยู่ด้วย

seems to them humiliatingly and hurtfully detached.

2:00

กลับดูเหมือนหมางเมินอย่างน่าอัปยศและทำร้ายจิตใจในสายตาพวกเขา

ไวยากรณ์

The person they're with: อนุประโยคขยายคำนามที่ละคำสรรพนามเชื่อมซึ่งเป็นกรรม

ใน The person they're with ส่วน they're with ขยาย person และหมายถึง “คนที่พวกเขาอยู่ด้วย” คำสรรพนามเชื่อม whom หรือ that ถูกละไว้ เพราะจะทำหน้าที่เป็นกรรมของ with บุพบท with ยังคงอยู่ท้ายอนุประโยคขยายคำนาม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำนาม + ประธาน + be with” ซึ่งใช้ระบุตัวบุคคลจากคนที่อยู่ด้วยหรือความสัมพันธ์ของเขา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อความหมาย “The person whom Nina is with has the tickets” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. The person Nina is with has the tickets.
  2. Nina, who is with the person, has the tickets.
  3. The person Nina is waiting for has the tickets.
ดูคำตอบ

The person Nina is with has the tickets.

They never seem to want them

2:04

คนเหล่านั้นดูเหมือนจะไม่เคยต้องการพวกเขา

with as much intensity as they offer them. ไวยากรณ์

2:05

ด้วยความรุนแรงในระดับเดียวกับที่พวกเขาเสนอให้เลย

ไวยากรณ์

As much intensity as: การเปรียบเทียบระดับที่เท่ากัน

as much + คำนามนับไม่ได้ + as ใช้เปรียบเทียบปริมาณหรือระดับที่เท่ากัน ใน as much intensity as คำว่า intensity ถูกมองเป็นระดับที่นับไม่ได้ จึงใช้ much ไม่ใช่ many as ตัวแรกนำเข้าสู่ระดับที่เปรียบเทียบ และ as ตัวที่สองนำเข้าสู่สิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ โครงสร้างนี้ยังใช้กับแนวคิดที่นับไม่ได้ เช่น effort, time, attention และ energy ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง as much + คำนามนับไม่ได้ + as โดยใช้ attention: The backup plan deserves ____ the main proposal.

ดูคำตอบ

as much attention as

They're hugely saddened by their coldness and distance

2:08

พวกเขาเสียใจอย่างมากกับความเย็นชาและระยะห่างของอีกฝ่าย

and gradually fall into moods of self-loathing and rejection, สำนวน

2:12

และค่อย ๆ ตกอยู่ในอารมณ์รังเกียจตัวเองและรู้สึกถูกปฏิเสธ

สำนวน

fall into moods of self-loathing and rejection: ตกอยู่ในสภาวะหนึ่ง

วลี fall into เปรียบสภาวะทางอารมณ์เป็นเหมือนสถานที่ที่คนเราเข้าไปอยู่ ในประโยคนี้หมายถึงพวกเขาค่อย ๆ เริ่มเกลียดตัวเองและรู้สึกว่าถูกปฏิเสธ ไม่ได้หมายถึงการล้มตกลงไปจริง ๆ Fall into ยังสื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดจากการเลือกโดยตั้งใจทั้งหมดและอาจหยุดได้ยาก รูปแบบนี้ใช้กับสภาวะอื่นได้ เช่น fall into despair, fall into silence และ fall into a routine

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fall into อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสื่อว่าค่อย ๆ เข้าสู่สภาวะทางจิตใจที่ไม่ต้องการ

  1. After days of harsh criticism, he began to fall onto a state of self-doubt.
  2. After days of harsh criticism, he began to fall into a state of self-doubt.
  3. After days of harsh criticism, he began to fall across a state of self-doubt.
ดูคำตอบ

After days of harsh criticism, he began to fall into a state of self-doubt.

feeling unappreciated and misunderstood,

2:16

รู้สึกไม่ได้รับการเห็นคุณค่าและถูกเข้าใจผิด

as well as vengeful and resentful.

2:18

รวมถึงมีความรู้สึกอยากแก้แค้นและขุ่นเคือง

For a long time,

2:21

เป็นเวลานาน

they might keep quiet about their frustrations

2:22

พวกเขาอาจจะเงียบเกี่ยวกับความหงุดหงิดของตนเอง

until eventually desperation erupts, สำนวน

2:25

จนในที่สุดความสิ้นหวังก็ปะทุขึ้น

สำนวน

desperation erupts: ความสิ้นหวังปะทุขึ้นอย่างฉับพลัน

Desperation erupts เป็นอุปมา โดยนำเสนอความสิ้นหวังเหมือนภูเขาไฟหรือพลังที่ปะทุออกมาอย่างฉับพลัน ในที่นี้หมายถึงความสิ้นหวังที่เกิดจากความคับข้องใจซึ่งถูกกดไว้เป็นเวลานานปรากฏออกมาและควบคุมได้ยาก รูปแบบ “อารมณ์ที่เป็นนามธรรม + erupt” แสดงการเปลี่ยนอย่างฉับพลันจากแรงกดดันที่ซ่อนอยู่ไปสู่การแสดงออกอย่างเปิดเผย Eventually ชี้ให้เห็นการสะสมก่อนการปลดปล่อยอย่างฉับพลันนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ erupted ในเชิงอุปมาเพื่อกล่าวถึงอารมณ์ที่ปรากฏออกมาอย่างฉับพลัน

  1. The volcano erupted before dawn.
  2. The child's first tooth erupted normally.
  3. After weeks of pressure, anger erupted during the meeting.
ดูคำตอบ

After weeks of pressure, anger erupted during the meeting.

even if it is a very inappropriate moment, ไวยากรณ์

2:28

แม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมเอามาก ๆ

ไวยากรณ์

even if: อุปสรรคที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

even if ใช้เปิดเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น พร้อมบอกว่าผลลัพธ์จะยังคงเดิม ในประโยคนี้ ช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งถูกมองว่าเป็นอุปสรรค แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดการกระทำนั้นได้ ใช้ even if + อนุประโยค เมื่อบางสิ่งยังคงเป็นจริงหรือบางคนยังคงลงมือทำ ไม่ว่าเงื่อนไขนั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่แสดงอุปสรรคในอนาคตซึ่งอาจเกิดขึ้นแต่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์: “I'll keep my promise ____ it becomes difficult.”

ดูคำตอบ

even if

perhaps they and their partner are exhausted

2:31

บางทีพวกเขาและคู่รักอาจจะเหนื่อยล้าเต็มที

and it's past midnight.

2:33

และมันก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว

They won't be able not to insist โน้ต

2:35

พวกเขาจะไม่สามารถหักห้ามใจไม่ให้ดึงดัน

on addressing the issues right now.

2:37

ที่จะจัดการกับปัญหาในตอนนี้ได้เลย

ไวยากรณ์

won't be able not to: การกระทำที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

คำปฏิเสธสองคำทำหน้าที่ต่างกัน โดย won't ทำให้ความสามารถเป็นรูปปฏิเสธ ส่วน not ตัวที่สองเป็นส่วนหนึ่งของ not to insist โครงสร้างทั้งหมดจึงหมายถึง “ไม่มีความสามารถที่จะไม่ยืนกราน” ดังนั้นบุคคลนั้นจะยืนกราน รูปที่ใช้พูดใหม่ให้เข้าใจง่ายคือ won't be able to stop themselves from + -ing ให้อ่านจากคำปฏิเสธด้านในออกมา: ก่อนอื่นเข้าใจว่าเป็นการไม่ทำสิ่งนั้น แล้วจึงเข้าใจว่าไม่สามารถรักษาสภาวะที่ไม่ทำนั้นไว้ได้

แบบฝึกหัด

ประโยค “Maya won't be able not to check her phone” หมายความว่าอย่างไร

  1. Maya จะห้ามใจไม่ให้เช็กโทรศัพท์ไม่ได้
  2. Maya จะไม่สามารถเช็กโทรศัพท์ของเธอได้
  3. Maya อาจตัดสินใจไม่เช็กโทรศัพท์ของเธอ
ดูคำตอบ

Maya จะห้ามใจไม่ให้เช็กโทรศัพท์ไม่ได้

วลี

insist on addressing the issues: ยืนกรานให้จัดการประเด็นต่าง ๆ

ใน insist on addressing the issues คำว่า insist on หมายถึงการเรียกร้องอย่างหนักแน่นให้ทำบางอย่าง หรือกดดันอย่างต่อเนื่องให้เกิดการกระทำนั้น การกระทำในที่นี้คือ addressing the issues หรือการจัดการประเด็นต่าง ๆ โดยตรง โครงสร้างคือ insist on + คำนามหรือรูป -ing ดังนั้นหลัง on จึงใช้ addressing ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน address ส่วน right now เพิ่มความเร่งด่วนว่าต้องจัดการประเด็นเหล่านี้ทันที

แบบฝึกหัด

ใช้ insist ในรูป simple past พร้อมคำบุพบทประจำเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Yesterday, the coach ____ reviewing the safety rules before practice.

ดูคำตอบ

insisted on

Predictably,

2:40

อย่างที่คาดไว้

these sort of fights go very wrong.

2:40

การทะเลาะวิวาทแบบนี้จะเลวร้ายมาก

The anxious lover loses their calm.

2:42

คู่รักแบบวิตกกังวลจะสูญเสียความใจเย็น

They exaggerate and drive their points home สำนวน

2:44

พวกเขาพูดเกินจริงและพยายามยัดเยียดความคิดของตัวเอง

สำนวน

drive their points home: ตอกย้ำประเด็นอย่างหนักแน่น

Drive their points home เป็นสำนวนที่หมายถึงการเน้นข้อโต้แย้งอย่างหนักแน่นและชัดเจนจนผู้ฟังไม่อาจเพิกเฉยหรือเข้าใจผิดได้ง่าย ๆ คำว่า home ไม่ได้หมายถึงสถานที่ แต่เพิ่มความหมายว่าข้อความไปถึงเป้าหมายอย่างเต็มที่ โครงสร้างคือ drive + a point/one's point + home ในประโยคนี้ points เป็นพหูพจน์ จึงแสดงว่ามีการตอกย้ำข้อโต้แย้งหลายข้ออย่างหนักแน่น และข้อความรอบข้างทำให้การเน้นนั้นมีน้ำเสียงเชิงวิจารณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อความหมายของการเน้นข้อความจนชัดเจนและยากจะเพิกเฉยได้ดีที่สุด

  1. The presenter made a point about the schedule.
  2. The presenter changed the subject after the chart.
  3. The presenter drove her point home with a clear before-and-after chart.
ดูคำตอบ

The presenter drove her point home with a clear before-and-after chart.

with such viciousness ไวยากรณ์

2:47

ด้วยความดุร้ายอย่างมาก

that they leave their partner convinced

2:48

จนทำให้คู่ของพวกเขาเชื่อมั่นว่า

that they must be mad and mean.

2:50

คนเหล่านี้ต้องเป็นบ้าและใจร้ายแน่ ๆ

ไวยากรณ์

such viciousness that: โครงสร้างบอกผล such + นาม + that

โครงสร้าง such + นามวลี + that เชื่อมคุณสมบัติหรือระดับที่รุนแรงมากเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ในที่นี้ such เน้นระดับของคำนาม viciousness และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลลัพธ์ว่า คู่ของพวกเขาสรุปว่าคนที่แสดงความร้ายกาจต้องทั้งบ้าและใจร้ายแน่ ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ such + นามวลี + that + ผลลัพธ์ จุดสำคัญคือต้องมีคำนามเป็นแกน เช่น such viciousness that... และ such a loud noise that... ใช้รูปแบบเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำที่สร้างโครงสร้างบอกผล such ... that ให้สมบูรณ์: The storm hit with ____ force ____ several windows broke.

ดูคำตอบ

such · that

A securely attached partner

2:53

คู่รักที่มีความผูกพันแบบมั่นคง

might know how to soothe the situation, วลี

2:55

อาจจะรู้วิธีบรรเทาสถานการณ์

วลี

soothe the situation: ลดความตึงเครียดโดยไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาเสร็จ

Soothe the situation หมายถึงทำให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดหรือเต็มไปด้วยอารมณ์สงบลง soothe เน้นการลดความทุกข์หรือความรุนแรง จึงมองว่าความขัดแย้งเป็นสิ่งที่ทำให้เย็นลงได้ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าปัญหาที่เป็นต้นเหตุได้รับการแก้แล้ว ในประโยคนี้ การลดความตึงเครียดเป็นขั้นแรกที่อาจเปิดทางให้พูดคุยกันได้ดีขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าคำขอโทษช่วยลดความตึงเครียด แต่ไม่ได้บอกว่าปัญหาได้รับการแก้ทั้งหมดแล้ว

  1. Her apology completely resolved the situation.
  2. Her apology made the situation more tense.
  3. Her apology helped soothe the situation.
ดูคำตอบ

Her apology helped soothe the situation.

but an avoidant one certainly doesn't.

2:57

แต่คนแบบหลีกเลี่ยงไม่รู้อย่างแน่นอน

Tragically,

3:00

น่าเศร้าที่

this avoidant party triggers every insecurity

3:01

ฝ่ายที่หลีกเลี่ยงคนนี้จะไปกระตุ้นความรู้สึกไม่ปลอดภัยทุกอย่าง

known to their anxious lover.

3:04

ที่คู่รักแบบวิตกกังวลของพวกเขารู้จัก

Under pressure to be warmer and more connected, วลี

3:06

ภายใต้ความกดดันที่จะต้องอบอุ่นขึ้นและผูกพันกันมากขึ้น

the avoidant partner instinctively withdraws

3:09

คู่รักแบบหลีกเลี่ยงจะถอยห่างตามสัญชาตญาณ

and feels overwhelmed and hounded. การใช้คำ

3:12

และรู้สึกหนักใจและถูกตามล่า

วลี

Under pressure to: ถูกแรงกดดันจากภายนอกให้ลงมือทำ

Under pressure to + คำกริยา หมายถึงความคาดหวังหรือข้อเรียกร้องจากภายนอกทำให้ใครบางคนรู้สึกว่าต้องทำบางอย่าง ในประโยคนี้ สิ่งที่ถูกเรียกร้องคือการแสดงความอบอุ่นและใกล้ชิดมากขึ้น จึงเป็นแรงกดดันทางอารมณ์ ไม่ใช่แค่มีเวลาจำกัด วลีนี้วางหลัง be หรือ feel ได้ และวางต้นอนุประโยคเพื่ออธิบายแรงกดดันเบื้องหลังการกระทำหลักได้เช่นกัน: Under pressure to respond, she agreed.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่แสดงถึงข้อเรียกร้องจากภายนอก: She was ____ apologize before the meeting.

ดูคำตอบ

under pressure to

การใช้คำ

Hounded: ถูกไล่ตามหรือกดดันซ้ำ ๆ

ใน feels hounded คำว่า hounded เป็นรูป past participle ของ hound ที่ใช้หลัง feel ในลักษณะคล้ายคำคุณศัพท์ หมายถึงความรู้สึกว่าถูกไล่ตาม ติดต่อ วิจารณ์ หรือกดดันซ้ำ ๆ จนแทบไม่มีโอกาสหลบหนี คำนี้มาจากภาพของสุนัขล่าเนื้อที่ไล่ตามบางสิ่ง แต่ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยทำให้ข้อเรียกร้องของอีกฝ่ายดูต่อเนื่องและคุกคาม จึงให้ความรู้สึกรุนแรงกว่าความรำคาญทั่วไปมาก

แบบฝึกหัด

คำใดเติมประโยคได้เหมาะที่สุด เมื่อสายโทรศัพท์ซ้ำ ๆ ทำให้พยานรู้สึกเหมือนถูกไล่ตามอย่างไม่ลดละ? After three days of nonstop calls, the witness felt ___ by reporters.

  1. bothered
  2. hounded
  3. welcomed
ดูคำตอบ

hounded

They go cold and disconnect from the situation, สำนวน

3:14

พวกเขาจะเย็นชาและตัดการเชื่อมต่อจากสถานการณ์นั้น

สำนวน

go cold: กลายเป็นคนไม่ตอบสนองทางอารมณ์

ในประโยคนี้ go cold หมายถึงการกลายเป็นคนห่างเหินทางอารมณ์และหยุดตอบสนองด้วยความอบอุ่นหรือความใส่ใจ ไม่ได้หมายถึงร่างกายรู้สึกหนาว แรงกดดันทำให้คนคนนั้นปิดตัวเองเพื่อป้องกันตนเอง และ and disconnect ยิ่งเน้นความหมายนี้ โครงสร้าง go + คำคุณศัพท์มักแสดงการเปลี่ยนสภาวะ เช่น go quiet, go silent และ go wrong เมื่อใช้ cold ในบริบทความสัมพันธ์ จะหมายถึงการเปลี่ยนจากความอบอุ่นและความผูกพันไปเป็นความเย็นชาและไม่ตอบสนอง ซึ่งมักเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go cold: After the difficult question, he ____ and stopped responding.

ดูคำตอบ

went cold

only further ramping up the partner's anxiety. กริยาวลี

3:17

ซึ่งยิ่งรังแต่จะเพิ่มความวิตกกังวลให้กับคู่ของตนมากขึ้น

กริยาวลี

ramping up: เพิ่มความรุนแรง

Ramping up หมายถึงการเพิ่มปริมาณ ระดับ หรือความรุนแรงของบางสิ่ง โดยมักเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหรือต่อเนื่องตามเวลา ในที่นี้หมายถึงทำให้ความวิตกกังวลของอีกฝ่ายรุนแรงขึ้น ส่วน further แสดงว่าความวิตกกังวลกำลังเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว วลี -ing นี้นำเสนอการเพิ่มขึ้นว่าเป็นผลจากพฤติกรรมก่อนหน้า only เพิ่มความหมายว่าเกิดผลตรงกันข้ามกับที่ต้องการ กล่าวคือการตอบสนองอย่างเย็นชาไม่ได้ช่วย แต่กลับมีแต่ทำให้ความวิตกกังวลรุนแรงขึ้น Ramp up ใช้แบบมีกรรมได้ เช่น ramp up anxiety และใช้แบบไม่มีกรรมได้ เช่น anxiety ramps up

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ ramp up ได้ถูกต้องในความหมายว่าเพิ่มผลผลิต?

  1. Production is raising quickly.
  2. The factory is ramping up production.
  3. The factory is rising production.
ดูคำตอบ

The factory is ramping up production.

Underneath their silence,

3:20

ภายใต้ความเงียบของพวกเขา

the avoidant one resents feeling,

3:22

คนแบบหลีกเลี่ยงจะขุ่นเคืองต่อความรู้สึก

as they put it, ลำดับความ

3:24

ที่พวกเขาใช้คำว่า

controlled.

3:24

ถูกควบคุม

ลำดับความ

as they put it: ระบุว่าเป็นถ้อยคำของผู้อื่น

ในที่นี้ as they put it หมายถึง “ตามคำพูดของพวกเขาเอง” วลีนี้บอกว่า controlled เป็นคำที่คนซึ่งมีลักษณะหลีกเลี่ยงใช้เรียกประสบการณ์ของตน ไม่ใช่การยืนยันอย่างเป็นกลางของผู้บรรยายว่ามีคนควบคุมเขาจริง ๆ วลีแทรกนี้ยกการเลือกถ้อยคำให้กับบุคคลที่กำลังถูกกล่าวถึงชั่วครู่ ผู้พูดและผู้เขียนใช้เพื่อระบุว่าเป็นกรอบมุมมองของใคร และบางครั้งก็ใช้เว้นระยะห่างเล็กน้อยจากกรอบมุมมองนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีรายงาน 4 คำที่มี put เพื่อแสดงว่า “needlessly confusing” เป็นถ้อยคำของผู้เล่น: The players said the new rule was, ____, “needlessly confusing.”

ดูคำตอบ

as they put it

They have the impression of being got at, กริยาวลี

3:26

พวกเขามีความประทับใจว่ากำลังถูกโจมตี

unfairly persecuted

3:28

ถูกกลั่นแกล้งอย่างไม่เป็นธรรม

and disturbed by the other's neediness.

3:29

และถูกรบกวนด้วยความต้องการอันมากเกินไปของอีกฝ่าย

กริยาวลี

being got at: รู้สึกว่าตนถูกมุ่งเป้าอย่างไม่เป็นธรรม

being got at เป็นรูปถูกกระทำของกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการ get at someone ในที่นี้หมายถึงการถูกวิจารณ์ซ้ำ ๆ ถูกหาเรื่อง หรือถูกกดดันในแบบที่เจ้าตัวรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม รูปถูกกระทำทำให้ผู้ได้รับผลกระทบเป็นจุดสำคัญ โดยคนคนนั้นรู้สึกว่าตนเป็นเป้าหมาย ไม่ได้หมายความว่ามีคนเอื้อมถึงหรือได้ตัวเขามาในทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Mia felt she was being got at whenever the group mocked her work,” being got at หมายความว่าอย่างไร?

  1. เธอรู้สึกว่าตนถูกวิจารณ์หรือมุ่งเป้าอย่างไม่เป็นธรรม
  2. เธอรู้สึกว่าตนกำลังได้รับเชิญให้เข้าร่วมกลุ่ม
  3. เธอรู้สึกว่ามีคนกำลังเอื้อมมือมาหาเธอจริง ๆ
ดูคำตอบ

เธอรู้สึกว่าตนถูกวิจารณ์หรือมุ่งเป้าอย่างไม่เป็นธรรม

They may quietly fantasize about going off to have sex with someone else completely,

3:32

พวกเขาอาจจะจินตนาการเงียบ ๆ ถึงการออกไปมีเซ็กส์กับคนอื่นโดยสิ้นเชิง

preferably a total stranger,

3:36

ซึ่งควรเป็นคนแปลกหน้าโดยสมบูรณ์

or just of going into the other room and reading a book,

3:38

หรือแค่เดินไปอีกห้องแล้วอ่านหนังสือ

but probably not one about psychology.

3:41

แต่คงไม่ใช่หนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยาแน่ ๆ

It helps immensely ไวยากรณ์

3:44

มันช่วยได้มากทีเดียว

to know that this is not your relationship only.

3:46

ที่จะรู้ว่านี่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ของคุณเพียงคู่เดียว

ไวยากรณ์

It helps immensely to know that ...: it ที่เป็นประธานชั่วคราว

ในที่นี้ it เป็นประธานชั่วคราวหรือประธานที่ใช้เกริ่นไว้ก่อน ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เนื้อหาจริงตามมาทีหลังในรูป to-infinitive: to know that this is not your relationship only. โครงสร้าง It helps ... to know that ... ใช้บอกว่าการได้รู้ข้อเท็จจริงหรือเกิดความเข้าใจบางอย่างนั้นมีประโยชน์ immensely ช่วยเพิ่มระดับของ helps จึงสื่อว่าความรู้นี้ช่วยได้อย่างมาก ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้กำลังใจด้วยโครงสร้างที่ตรงกับบทเรียน: ____ your friends are ready to support you.

ดูคำตอบ

It helps immensely to know that

This is a type, ลำดับความ

3:49

นี่คือรูปแบบหนึ่ง

and there are quite literally millions of them

3:50

และมีตัวอย่างแบบนี้อยู่หลายล้านคู่จริง ๆ

unfolding on the planet at any point.

3:53

ที่กำลังเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ในทุกช่วงเวลา

ลำดับความ

This is a type: การจัดกรณีหนึ่งให้เป็นรูปแบบที่เกิดซ้ำ

This ย้อนกลับไปอ้างถึงปฏิสัมพันธ์ในความสัมพันธ์ที่เพิ่งอธิบายไป คำว่า a type จัดปฏิสัมพันธ์นั้นเป็นหนึ่งในตัวอย่างของรูปแบบที่สังเกตได้และเกิดซ้ำ ไม่ได้ติดป้ายว่าคนใดคนหนึ่งเป็นคนประเภทตายตัว ในฐานะประโยคจัดประเภทที่สั้นมาก This is a type เปลี่ยนการพูดถึงกรณีส่วนตัวเพียงกรณีเดียวไปสู่หมวดหมู่ที่กว้างขึ้น จากนั้นอนุประโยคถัดไปที่กล่าวถึงกรณีคล้ายกันนับล้านก็ช่วยสนับสนุนการปรับกรอบมุมมองนี้

แบบฝึกหัด

This is a type ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง?

  1. ติดป้ายให้คนหนึ่งเป็นบุคลิกภาพประเภทตายตัว
  2. จัดปฏิสัมพันธ์ในความสัมพันธ์ที่กล่าวมาก่อนหน้าให้เป็นรูปแบบที่เกิดซ้ำ
  3. บอกว่าสถานการณ์นี้เพียงแค่พบได้ทั่วไปและไม่สำคัญ
ดูคำตอบ

จัดปฏิสัมพันธ์ในความสัมพันธ์ที่กล่าวมาก่อนหน้าให้เป็นรูปแบบที่เกิดซ้ำ

Even better,

3:56

ยิ่งไปกว่านั้น

the causes of the distress,

3:56

สาเหตุของความทุกข์ใจ

which feel so personal and so insulting,

3:58

ที่รู้สึกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวและน่าสบประมาทมาก

are in fact general phenomena, ลำดับความ

4:01

ในความเป็นจริงแล้วคือปรากฏการณ์ทั่วไป

ลำดับความ

in fact ในฐานะคำเชื่อมที่ใช้แก้ความเข้าใจด้วยการชี้ความต่าง

in fact นำเข้าสู่ข้อมูลที่แก้หรือหักล้างความคาดหมายจากคำบรรยายก่อนหน้า สาเหตุดูเหมือนเป็นเรื่องส่วนตัวและเป็นการดูหมิ่น แต่จากนั้นผู้พูดระบุว่าสาเหตุเหล่านั้นเป็นปรากฏการณ์ทั่วไป วลีนี้จัดลำดับข้อโต้แย้ง โดยเริ่มจากเสนอความรู้สึก แล้วแทนที่ด้วยสิ่งที่ผู้พูดถือว่าเป็นข้อเท็จจริง จึงมีน้ำหนักมากกว่าการเติมข้อมูลแบบเป็นกลางอย่าง also

แบบฝึกหัด

in fact ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ยกอีกตัวอย่างหนึ่งของการดูหมิ่นเป็นการส่วนตัว
  2. แทนที่ความรู้สึกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวด้วยข้อสรุปที่ตรงข้ามว่าสาเหตุเหล่านั้นเป็นเรื่องทั่วไป
  3. แสดงว่านักวิจัยไม่แน่ใจ
ดูคำตอบ

แทนที่ความรู้สึกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวด้วยข้อสรุปที่ตรงข้ามว่าสาเหตุเหล่านั้นเป็นเรื่องทั่วไป

well studied and mapped by sober researchers in lab coats. การใช้คำ

4:03

ที่ได้รับการศึกษาและจัดทำแผนผังเป็นอย่างดีโดยนักวิจัยที่จริงจังในชุดเสื้อกาวน์

การใช้คำ

sober researchers: sober ในความหมายว่าจริงจังและสุขุม

ในที่นี้ sober บรรยายนักวิจัยว่าเป็นคนจริงจัง สงบ และยึดหลักฐานเป็นแนวทาง คำนี้สร้างภาพของผู้เชี่ยวชาญที่รอบคอบและศึกษาหัวข้อนั้นอย่างเป็นระบบ ตามความหมายตรงตัว sober อาจหมายถึงไม่ได้อยู่ภายใต้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ประโยคนี้ไม่ได้ใช้ในความหมายนั้น เมื่อใช้กับคำนามเกี่ยวกับงานทางความคิด เช่น analysis, assessment, judgment หรือ reflection มักหมายถึงสมจริง รู้จักยับยั้งชั่งใจ และไม่ใช้อารมณ์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ sober researchers หมายถึงอะไร?

  1. นักวิจัยที่ศึกษาเรื่องแอลกอฮอล์เป็นหลัก
  2. นักวิจัยที่จริงจัง สงบ และรอบคอบในการตัดสิน
  3. นักวิจัยที่สวมเสื้อกาวน์สีเรียบ
ดูคำตอบ

นักวิจัยที่จริงจัง สงบ และรอบคอบในการตัดสิน

The solution, as ever,

4:08

วิธีแก้ปัญหา อย่างที่เคยเป็นมา

is quite simply knowledge.

4:09

ก็คือความรู้นั่นเอง

There is an immense difference between acting out on one's avoidant or anxious impulses

4:12

มีความแตกต่างอย่างมหาศาลระหว่างการแสดงออกตามแรงกระตุ้นแบบหลีกเลี่ยงหรือวิตกกังวลของตนเอง

and,

4:17

กับ

as would be so much more preferable,

4:18

สิ่งที่จะดีกว่ามาก นั่นคือ

understanding that one has them, ไวยากรณ์

4:20

การเข้าใจว่าตนเองมีแรงกระตุ้นเหล่านั้น

grasping where they came from,

4:22

การเข้าใจว่ามันมาจากไหน

and explaining to ourselves and others

4:24

และการอธิบายให้ตัวเราเองและผู้อื่นฟังว่า

ไวยากรณ์

รูป -ing ที่วางขนานกัน: understanding, grasping, explaining

ในส่วนที่ตามหลัง and ของโครงสร้าง between ... and คำว่า understanding, grasping และ explaining เป็นรูป -ing สามรูปที่วางขนานกัน ทั้งสามคำร่วมกันบอกถึงทางเลือกที่ดีกว่าการทำตามแรงกระตุ้น ได้แก่ เริ่มจากรับรู้แรงกระตุ้น สืบหาที่มา แล้วจึงอธิบายเหตุผลออกมาเป็นคำพูด การใช้รูปไวยากรณ์เดียวกันทำให้การกระทำทั้งสามเป็นรายการเดียวที่ชัดเจนและสมดุล คำเหล่านี้ไม่ใช่กริยาหลักของสามประโยคแยกกัน แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับโครงสร้างใหญ่ difference between A and B

แบบฝึกหัด

เติมรายการแบบขนานให้สมบูรณ์ด้วยรูป -ing ของกริยาในวงเล็บ: A careful response involves ____ your feelings, ____ where they came from, and ____ them clearly to others. (understand; grasp; explain)

ดูคำตอบ

understanding · grasping · explaining

why they make us do what we do. ไวยากรณ์

4:26

ทำไมมันถึงทำให้เราทำอย่างที่เราทำ

ไวยากรณ์

make us do: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to

ใน make us do คำว่า make เป็นกริยาแสดงการก่อให้เกิด หมายความว่าบางสิ่งทำให้หรือผลักดันอย่างมากให้เราลงมือทำ us เป็นกรรมของ make และ do เป็นกริยาที่บอกการกระทำซึ่งเกิดตามมา ในที่นี้แรงกระตุ้นถูกนำเสนอว่าเป็นสาเหตุ ในโครงสร้างประธานเป็นผู้กระทำ make + object + verb กริยาตัวที่สองเป็นกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to จึงใช้ make us do ไม่ใช่ make us to do แต่ในรูปถูกกระทำจะมี to กลับมา: we are made to do something.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ do หลัง make: Strong emotions can make us ____ things too quickly.

ดูคำตอบ

do

We cannot, most of us, น้ำเสียง/เจตนา

4:29

พวกเราส่วนใหญ่ไม่สามารถ

be wholly healthy in love,

4:30

มีความสมบูรณ์แข็งแรงในความรักได้อย่างเต็มที่

but we can be something almost as beneficial.

4:32

แต่เราสามารถเป็นสิ่งที่มีประโยชน์เกือบจะพอ ๆ กันได้

น้ำเสียง/เจตนา

most of us ในฐานะวลีแทรกที่จำกัดขอบเขต

ประโยคหลักคือ We cannot be wholly healthy in love ส่วน most of us ที่แทรกเข้ามาจะจำกัดขอบเขตของข้อความ จากเดิมที่ครอบคลุมสมาชิกทุกคนในกลุ่มที่ we หมายถึง ให้เหลือสมาชิกส่วนใหญ่ จึงยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น วลีนี้คั่นอยู่ระหว่างเครื่องหมายจุลภาค จึงทำหน้าที่เป็นวลีแทรกที่จำกัดขอบเขต เมื่อตัดออก โครงสร้างไวยากรณ์ยังสมบูรณ์ แต่ข้อความจะฟังดูเหมารวมมากขึ้น การแก้ถ้อยคำของตนเองแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดฟังดูรอบคอบและไม่กีดกันผู้อื่นเมื่อกล่าวถึงแนวโน้มทั่วไปของมนุษย์

แบบฝึกหัด

วลี most of us ที่แทรกอยู่ในประโยคทำหน้าที่อะไร

  1. เปลี่ยนให้ we หมายถึงผู้พูดเพียงคนเดียว
  2. จำกัดข้อความให้หมายถึงคนส่วนใหญ่และเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น
  3. ทำให้ข้อความใช้กับทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น
ดูคำตอบ

จำกัดข้อความให้หมายถึงคนส่วนใหญ่และเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น

We can grow into people committed to explaining โน้ต

4:35

เราสามารถเติบโตเป็นคนที่มุ่งมั่นที่จะอธิบายถึง

our unhealthy, trauma-driven behavior in good time, สำนวน

4:39

พฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพและเกิดจากบาดแผลทางใจของเราในเวลาที่เหมาะสม

กริยาวลี

grow into สำหรับการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

grow into หมายถึง “ค่อย ๆ กลายเป็น” ผ่านเวลา ประสบการณ์ หรือการพัฒนา ในที่นี้ into นำเข้าสู่อัตลักษณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง นั่นคือคนที่มุ่งมั่นจะอธิบายพฤติกรรมของตน สำนวนนี้เน้นเส้นทางของการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์สุดท้าย โครงสร้าง grow into + นามวลี ใช้ได้กับบทบาท อัตลักษณ์ ความสามารถ และคุณลักษณะที่พัฒนาขึ้นตามเวลา โดย into ในที่นี้ไม่ได้แสดงทิศทางการเคลื่อนที่จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ค่อย ๆ กลายเป็น”: With time and support, Amir can ____ a confident team leader.

ดูคำตอบ

grow into

วลี

committed to explaining: บุพบท to ตามด้วยรูป -ing

Be committed to หมายถึงการทุ่มเทอย่างจริงจังและต่อเนื่องให้กับการกระทำหรือเป้าหมายหนึ่ง ในประโยคนี้ ผู้คนตั้งใจว่าจะอธิบายพฤติกรรมที่เป็นผลเสียของตนต่อไปแทนที่จะเพิกเฉย ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น committed to explaining ห้ามใช้กริยารูปพื้นฐาน explain ต่อจาก to นี้โดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ protect: Our company is committed to ____ customer data.

ดูคำตอบ

protecting

สำนวน

in good time: ลงมือเร็วพอก่อนที่จะสายเกินไป

In good time หมายถึงเร็วพอ ก่อนที่กำหนดเวลา อันตราย หรือเหตุการณ์ถัดไปจะทำให้การลงมือไม่มีผล ในประโยคนี้ ควรอธิบายก่อนที่ความโกรธจะควบคุมไม่ได้ วลีนี้มองเรื่องเวลาเป็นการป้องกัน คือให้ลงมือขณะที่ยังมีเวลาพอจะเปลี่ยนสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ไม่ได้หมายเพียงว่าสิ่งหนึ่งจะเกิดขึ้นในที่สุด

แบบฝึกหัด

เลือกสำนวนที่หมายถึง “เร็วพอและมีเวลาเตรียมตัว” ในประโยคนี้: Maya arrived ___ for the meeting.

  1. on time
  2. in time
  3. in good time
ดูคำตอบ

in good time

before we have become overly furious

4:43

ก่อนที่เราจะโกรธจัดจนเกินไป

and hurt others too much,

4:45

และทำร้ายผู้อื่นมากเกินไป

and apologizing for our antics

4:47

และขอโทษสำหรับพฤติกรรมแปลก ๆ ของเรา

after they've run their course. สำนวน

4:49

หลังจากที่มันผ่านพ้นไปแล้ว

สำนวน

run their course: ดำเนินไปตามธรรมชาติจนสิ้นสุด

“Run their course” หมายถึงการดำเนินผ่านช่วงต่าง ๆ ตามปกติจนสิ้นสุดลงเองตามธรรมชาติ ในประโยคนี้ “their” อ้างถึง “our antics” จึงหมายความว่าพฤติกรรมที่ไร้เหตุผลเหล่านั้นได้แสดงออกจนสุดและจบลงแล้ว สำนวนนี้มองสิ่งหนึ่งว่าเป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ ไปถึงจุดสิ้นสุดตามเวลา และมักสื่อว่าไม่ได้ถูกหยุดก่อนเวลา คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องเปลี่ยนให้สอดคล้องกับประธาน: a fever runs its course; events run their course.

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ดำเนินไปตามธรรมชาติจนสิ้นสุด”: The doctor said the mild fever should be allowed to ____.

ดูคำตอบ

run its course

There are few things more romantic,

4:52

มีไม่กี่สิ่งที่โรแมนติกไปกว่านี้

in the true sense, ลำดับความ

4:53

ในความหมายที่แท้จริง

than a couple who have learned to tell one another

4:55

คู่รักที่เรียนรู้ที่จะบอกกันและกัน

ลำดับความ

in the true sense: กำหนดความหมายของ romantic ให้เคร่งครัดขึ้น

“In the true sense” เป็นข้อความแทรกที่อธิบายคำว่า romantic โดยทำให้ประโยคหยุดเล็กน้อยเพื่อบอกผู้อ่านว่า romantic ในที่นี้ใช้ตามคำนิยามที่ลึกซึ้งหรือเคร่งครัดกว่าของผู้เขียน ไม่ได้หมายถึงเพียงการออกเดต ของขวัญ หรือการแสดงความรักครั้งใหญ่ตามความเข้าใจทั่วไป วลีลักษณะนี้จัดระเบียบข้อมูลด้วยการกำหนดว่าควรเข้าใจคำที่อยู่ใกล้ ๆ อย่างไร ไม่ได้เพียงเพิ่มระดับของ romantic แต่กำหนดความหมายของคำใหม่ก่อนที่ผู้เขียนจะกล่าวข้อเสนอจนจบ

แบบฝึกหัด

in the true sense ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? The community was democratic, in the true sense, because every resident had a voice.

  1. บอกว่า democratic ถูกใช้ตามคำนิยามที่เคร่งครัดหรือลึกซึ้งกว่า
  2. แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่า democratic เป็นคำที่เหมาะสมหรือไม่
  3. หมายความว่าชุมชนนั้นเป็นประชาธิปไตยอย่างมาก
ดูคำตอบ

บอกว่า democratic ถูกใช้ตามคำนิยามที่เคร่งครัดหรือลึกซึ้งกว่า

with wit and composure,

4:58

ด้วยไหวพริบและความสงบ

that they have been triggered in an avoidant or an anxious direction, การใช้คำ

4:59

ว่าพวกเขาถูกกระตุ้นไปในทิศทางที่หลีกเลี่ยงหรือวิตกกังวล

การใช้คำ

triggered in an avoidant or an anxious direction: การตอบสนองด้านความผูกพันที่ถูกกระตุ้น

Triggered ในที่นี้หมายถึงมีบางสิ่งไปกระตุ้นการตอบสนองทางอารมณ์และพฤติกรรมที่รุนแรงและเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเป็นส่วนใหญ่ ในบริบทนี้ การตอบสนองมาจากรูปแบบความผูกพันที่ก่อตัวไว้แล้ว ไม่ใช่เพียงแค่รู้สึกรำคาญ วลี in an avoidant or an anxious direction นำเสนอปฏิกิริยาว่าเป็นการเคลื่อนไปสู่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งจากสองแบบ คือถอยห่างหรือแสวงหาความมั่นใจ วลีนี้บอกแนวโน้มของบุคคลในขณะนั้น ไม่ใช่อัตลักษณ์ที่ตายตัวหรือการวินิจฉัยทางคลินิก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ "triggered in an avoidant or an anxious direction" หมายความว่าอย่างไร

  1. บุคคลนั้นได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการว่ามีรูปแบบความผูกพันทั้งสองแบบ
  2. รูปแบบความผูกพันเดิมถูกกระตุ้น ทำให้บุคคลนั้นเอนเอียงไปทางการถอยห่างหรือแสวงหาความมั่นใจ
  3. บุคคลนั้นรู้สึกรำคาญเล็กน้อยและตั้งใจเลือกความคิดเห็นที่ต่างออกไป
ดูคำตอบ

รูปแบบความผูกพันเดิมถูกกระตุ้น ทำให้บุคคลนั้นเอนเอียงไปทางการถอยห่างหรือแสวงหาความมั่นใจ

but are doing everything they can

5:03

แต่ก็กำลังทำทุกวิถีทางที่ทำได้

to get on top of things สำนวน

5:05

เพื่อควบคุมสถานการณ์

and hope to be normal again in a little while.

5:07

และหวังว่าจะกลับมาเป็นปกติในอีกไม่ช้า

สำนวน

get on top of things: ควบคุมสถานการณ์

get on top of things เป็นสำนวนที่หมายถึงการควบคุมสถานการณ์ที่ยาก วุ่นวาย หรือไม่เป็นระเบียบ มักสื่อว่าปัญหาหรืองานเริ่มสะสม และบุคคลนั้นกำลังลงมือจัดการอย่างจริงจัง things ตั้งใจใช้ในความหมายกว้าง โดยหมายถึงงาน ปัญหา อารมณ์ หรือภาระในทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการอยู่เหนือสิ่งใดในทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงการควบคุมสถานการณ์ที่ยาก: After a week of missed deadlines, Maya made a plan to ____.

ดูคำตอบ

get on top of things

Love is a skill that we can learn. ลำดับความ

5:12

ความรักคือทักษะที่เราสามารถเรียนรู้ได้

ลำดับความ

“Love is a skill that we can learn” ในฐานะข้อเสนอหลักเพื่อสรุป

ข้อความสั้น ๆ นี้รวบรวมตัวอย่างก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปหนึ่งข้อที่จดจำได้ง่าย รูปแบบ “X is a skill that we can learn” นำเสนอ X ว่าเป็นความสามารถที่พัฒนาได้ด้วยการตระหนักรู้และการฝึกฝน ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ถูกกำหนดด้วยความบังเอิญเพียงอย่างเดียว ในที่นี้ skill เป็นอุปมาที่ใช้วางกรอบของเหตุผล ไม่ได้หมายความว่าความรักเป็นเพียงเทคนิคง่าย ๆ อย่างหนึ่ง โครงสร้างประธาน-กริยาเชื่อม-ส่วนเติมเต็มที่กระชับทำให้พูดซ้ำและจดจำได้ง่าย จึงทำหน้าที่เป็นข้อเสนอหลักและข้อสรุปสุดท้ายของเหตุผลทั้งหมด

แบบฝึกหัด

หลังจากผู้พูดอธิบายพฤติกรรมที่เรียนรู้ได้ เช่น การสังเกต การตีความ และการขอโทษแล้ว “Love is a skill that we can learn” ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. อ้างว่าความรักเป็นขั้นตอนทางเทคนิคที่ง่ายเพียงอย่างเดียว
  2. สรุปตัวอย่างให้เป็นหลักการที่จดจำง่ายและเรียนรู้ได้
  3. เริ่มเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับโชคดี
ดูคำตอบ

สรุปตัวอย่างให้เป็นหลักการที่จดจำง่ายและเรียนรู้ได้

Our Relationships book calmly guides us

5:15

หนังสือเรื่องความสัมพันธ์ของเราจะให้คำแนะนำอย่างใจเย็น

with calm and charm

5:18

ด้วยความสงบและมีเสน่ห์

through the key issues of relationships

5:19

ผ่านประเด็นสำคัญของความสัมพันธ์

to ensure that success in love

5:22

เพื่อให้มั่นใจว่าความสำเร็จในความรัก

need not be a matter of good luck. ไวยากรณ์

5:24

ไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับความโชคดี

ไวยากรณ์

need not be a matter of good luck: การปฏิเสธความจำเป็น

ในวลีนี้ need ทำหน้าที่เป็นกริยาช่วยประเภท modal รูปปฏิเสธคือ need not + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น be จึงตามหลังโดยตรงโดยไม่ใช้ to ส่วน need not be หมายถึง “ไม่จำเป็นต้องเป็น” เป็นการปฏิเสธความจำเป็นหรือความหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ยังเปิดโอกาสว่าในบางกรณีอาจเป็นจริงได้ a matter of X หมายถึง “สิ่งที่ถูกตัดสินหรือกำหนดโดย X เป็นหลัก” เมื่อรวมกัน วลีนี้จึงหมายความว่าความสำเร็จในความรักไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับโชคดีเป็นหลัก เพราะการกระทำที่เรียนรู้ได้ก็ส่งผลต่อผลลัพธ์เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ใช้ need not be a matter of เติมประโยคให้สมบูรณ์: Passing the test ____ luck.

ดูคำตอบ

need not be a matter of

For more, click the link now.

5:27

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่ลิงก์ตอนนี้

Be sure to subscribe to our channel

5:29

อย่าลืมกดติดตามช่องของเรา

and turn on notifications.

5:31

และเปิดการแจ้งเตือน