ความรุ่งเรืองและล่มสลายของจักรวรรดิไบแซนไทน์ - Leonora Neville: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
692 คำ 146 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้ตีความการล่มสลายของโรมใหม่ โดยติดตามจักรวรรดิโรมันตะวันออกตั้งแต่การก่อตั้งคอนสแตนติโนเปิล ผ่านความสำเร็จในยุคกลาง จนถึงการพิชิตของออตโตมัน พร้อมอธิบายว่าเหตุใดนักวิชาการยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาจึงเรียกรัฐโรมันที่ดำรงอยู่ยาวนานนี้ในภายหลังว่าจักรวรรดิไบแซนไทน์ ประเด็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษหลัก: 1. Most history books will tell — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การเปิดด้วยคำอธิบายที่ได้รับการยอมรับทั่วไปโดยระบุว่าเป็นมุมมองจากแหล่งข้อมูลมาตรฐาน แล้วจึงใช้หลักฐานที่ขัดแย้งมาโต้แย้งหรือเพิ่มความละเอียด วิธีนี้เหมาะกับการพาผู้ฟังจากเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์แบบเดิมไปสู่การตีความที่ซับซ้อนกว่า 2. rest on the laurels of — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจสำนวนที่หมายถึงการพอใจกับความสำเร็จในอดีตจนไม่สร้างสรรค์หรือพัฒนาต่อ รูปปฏิเสธในที่นี้ชี้ว่า จักรวรรดิยุคกลางไม่ได้อาศัยเพียงข้อได้เปรียบที่สืบทอดจากโรม แต่ยังสร้างศิลปะ สถาปัตยกรรม ความรู้ และเทคโนโลยีของตนเอง 3. it wasn't until the Renaissance that the term Byzantine Empire was first used. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจโครงสร้างเน้นความ it wasn't until ... that ... ซึ่งใช้ชี้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นช้ามาก สามารถใช้เน้นว่าชื่อสมัยใหม่เพิ่งปรากฏหลังรัฐล่มสลายไปแล้ว และช่วยแยกอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ออกจากคำเรียกที่บัญญัติขึ้นภายหลัง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Most history books will tell you the Roman Empire fell in the 5th century CE. ลำดับความ

0:06

หนังสือประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่จะบอกคุณว่าจักรวรรดิโรมันล่มสลายในคริสต์ศตวรรษที่ 5

ลำดับความ

Most history books will tell you: วางกรอบแนวคิดที่ยอมรับกันทั่วไป

Most history books will tell you... นำเสนอข้อความที่ตามมาว่าเป็นคำอธิบายที่แหล่งข้อมูลกลุ่มหนึ่งมักให้ไว้ ในที่นี้ will บอกถึงสิ่งที่หนังสือประเภทนี้มักกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์อนาคต กรอบนี้สร้างมุมมองตั้งต้นที่ผู้พูดสามารถจำกัดหรือโต้แย้งต่อด้วย but ได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Most + แหล่งข้อมูลรูปพหูพจน์ + will tell you + ข้อความกล่าวอ้าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดวางกรอบมุมมองทั่วไปที่อ้างอิงแหล่งข้อมูลก่อน แล้วเปิดทางให้เพิ่มข้อจำกัดภายหลัง

  1. I saved some money early.
  2. Most financial guides will tell you that saving early matters, but each person's situation is different.
  3. This financial guide was published last year.
ดูคำตอบ

Most financial guides will tell you that saving early matters, but each person's situation is different.

But this would have come as a great surprise to the millions of people ไวยากรณ์

0:12

แต่นี่คงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างยิ่งสำหรับผู้คนนับล้าน

who lived in the Roman Empire up through the Middle Ages. วลี

0:15

ที่อาศัยอยู่ในจักรวรรดิโรมันจนถึงยุคกลาง

ไวยากรณ์

Would have come as a great surprise: จินตนาการถึงปฏิกิริยาในอดีต

ในประโยคนี้ this หมายถึงข้อความที่เพิ่งกล่าวไป ผู้พูดจินตนาการว่าคนที่มีชีวิตอยู่ในอดีตจะมีปฏิกิริยาอย่างไรหากได้ยินข้อความนั้น กล่าวคือ พวกเขาคงประหลาดใจอย่างมาก ปฏิกิริยานี้เป็นการอนุมาน ไม่ใช่การรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง Would have + past participle วางผลลัพธ์สมมติไว้ในอดีต Come as a surprise to someone หมายถึง “ทำให้ใครบางคนประหลาดใจ” ดังนั้น would have come as a great surprise to จึงรวมกรอบสมมติในอดีตเข้ากับวลีแสดงปฏิกิริยา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่แสดงปฏิกิริยาในอดีตซึ่งจินตนาการขึ้น: Video calls ____ people a century ago.

ดูคำตอบ

would have come as a great surprise to

วลี

up through the Middle Ages: ต่อเนื่องไปจนถึงและรวมช่วงปลายทาง

ในประโยคนี้ up through ใช้กำหนดช่วงเวลาที่ต่อเนื่องจากช่วงก่อนหน้าเข้าสู่ยุคกลางและครอบคลุมยุคกลางด้วย ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบนผ่านสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ใช้ up through + วันที่ วันในสัปดาห์ หรือช่วงเวลา เมื่อจุดสิ้นสุดที่กล่าวถึงนับรวมอยู่ในช่วงเวลาด้วย

แบบฝึกหัด

เลือกความหมายของประโยคนี้: The old rule remained in effect up through 2019.

  1. กฎนั้นเคลื่อนที่ขึ้นด้านบนผ่านสถานที่แห่งหนึ่งในปี 2019
  2. กฎนั้นยังมีผลบังคับใช้ในช่วงปี 2019
  3. กฎนั้นเริ่มมีผลหลังปี 2019 เท่านั้น
ดูคำตอบ

กฎนั้นยังมีผลบังคับใช้ในช่วงปี 2019

This medieval Roman Empire,

0:19

จักรวรรดิโรมันในยุคกลางนี้

which we usually refer to today as the Byzantine Empire, วลี

0:21

ซึ่งโดยปกติแล้วเราเรียกกันในปัจจุบันว่าจักรวรรดิไบแซนไทน์

began in 330 CE.

0:25

เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 330

วลี

refer to ... as the Byzantine Empire: การตั้งชื่อด้วย refer to X as Y

Refer to X as Y หมายถึง “เรียกหรือระบุ X ด้วยชื่อหรือป้ายกำกับ Y” ในอนุประโยคสัมพัทธ์นี้ which แทน this medieval Roman Empire ดังนั้นจักรวรรดินั้นคือ X และ the Byzantine Empire คือ Y Today ขยาย refer to และบอกว่านี่คือชื่อที่ผู้คนใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน ส่วน as ใช้นำหน้าชื่อ ไม่ได้แสดงการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างการตั้งชื่อ refer to X as Y: Historians ____ this period ____ the Renaissance.

ดูคำตอบ

refer to · as

That's when Constantine,

0:27

นั่นคือตอนที่คอนสแตนติน

the first Christian emperor,

0:29

จักรพรรดิคริสเตียนพระองค์แรก

moved the capital of the Roman Empire

0:31

ทรงย้ายเมืองหลวงของจักรวรรดิโรมัน

to a new city called Constantinople,

0:33

ไปยังเมืองใหม่ที่ชื่อว่าคอนสแตนติโนเปิล

which he founded on the site of the ancient Greek city Byzantion. วลี

0:36

ซึ่งพระองค์ทรงก่อตั้งขึ้นบนที่ตั้งของเมืองไบแซนทิออนของกรีกโบราณ

วลี

founded on the site of: ก่อตั้งบนที่ตั้งเดิม

ในที่นี้ founded หมายถึงก่อตั้งเมือง ส่วน on the site of หมายถึง ณ จุดเดียวกับที่สิ่งอื่นเคยตั้งอยู่ก่อนหน้านั้น คำสรรพนามเชื่อม which หมายถึงเมืองดังกล่าว จึงสื่อว่าเขาก่อตั้งเมืองนั้นตรงบริเวณที่ไบแซนไทออนเคยตั้งอยู่ site ในที่นี้หมายถึงสถานที่จริงหรือพื้นที่เดิม ไม่ใช่เว็บไซต์ วลีนี้แสดงความต่อเนื่องด้านสถานที่ระหว่างเมืองหรือสถาบันใหม่กับสถานที่เก่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่ามหาวิทยาลัยแห่งใหม่ก่อตั้งขึ้นตรงที่ตั้งเดิมของโรงพยาบาลเก่า?

  1. The new university was founded by a former hospital.
  2. The new university was founded on the site of a former hospital.
  3. The new university found the site of a former hospital.
ดูคำตอบ

The new university was founded on the site of a former hospital.

When the Visigoths sacked Rome in 410 โน้ต

0:41

เมื่อชาววิซิกอธปล้นสะดมกรุงโรมในปี 410

การใช้คำ

sacked Rome: ตีกรุงโรมแตกและปล้นสะดม

ในประโยคประวัติศาสตร์นี้ sacked Rome หมายความว่าชาววิซิกอทยึดกรุงโรมได้ แล้วปล้นสะดมและทำลายเมือง คำกริยา sack จึงสื่อมากกว่าแค่การโจมตี เพราะบอกด้วยว่าเมืองถูกตีแตกและปล้นสะดม ในงานเขียนเกี่ยวกับสงครามและประวัติศาสตร์ กรรมของ sack มักเป็นเมือง ชุมชน หรือเมืองหลวง

แบบฝึกหัด

ในหนังสือประวัติศาสตร์ “The army sacked the city” มีความหมายเฉพาะเจาะจงที่สุดว่าอะไร

  1. กองทัพนำเมืองใส่ลงในกระสอบ
  2. กองทัพโจมตีเมืองนั้นแต่ไม่ได้เข้าเมือง
  3. กองทัพยึดและปล้นสะดมเมืองนั้น
ดูคำตอบ

กองทัพยึดและปล้นสะดมเมืองนั้น

and the empire's western provinces were conquered by barbarians,

0:44

และดินแดนทางตะวันตกของจักรวรรดิถูกพวกคนเถื่อนพิชิต

Constantine's eastern capital remained the seat of the Roman emperors. การใช้คำ

0:47

เมืองหลวงทางตะวันออกของคอนสแตนตินยังคงเป็นที่ประทับของจักรพรรดิโรมัน

ไวยากรณ์

When A happened and B happened, X remained ...: ให้ภูมิหลังก่อนประโยคหลัก

อนุประโยค When ตอนต้นรวมเหตุการณ์สองอย่างที่เชื่อมด้วย and ได้แก่ กรุงโรมถูกปล้นและมณฑลทางตะวันตกถูกพิชิต ให้เป็นกรอบเวลาในประวัติศาสตร์ เนื่องจากทั้งสองเหตุการณ์อยู่ในอนุประโยค จึงไม่มีเหตุการณ์ใดเป็นใจความหลักของประโยค ประโยคหลักเริ่มหลังเครื่องหมายจุลภาคที่ Constantine's eastern capital remained ... การวางความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไว้ก่อน แล้วใช้ remained ในประโยคหลัก ช่วยเน้นว่าสิ่งหนึ่งยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนั้น When ให้ความสัมพันธ์ด้านเวลาหรือภูมิหลังเท่านั้น ส่วนความรู้สึกขัดแย้งเกิดจากทั้งประโยค ไม่ใช่จาก When เพียงคำเดียว

แบบฝึกหัด

ใจความหลักของประโยคนี้คืออะไร? When the storm hit and the power failed, the hospital remained open.

  1. the power failed
  2. When the storm hit
  3. the hospital remained open
ดูคำตอบ

the hospital remained open

การใช้คำ

the seat of the Roman emperors: ศูนย์กลางอำนาจของจักรพรรดิโรมัน

ในที่นี้ the seat of the Roman emperors หมายถึงสถานที่ที่ยังคงเป็นศูนย์กลางการปกครองและอำนาจของจักรวรรดิ seat ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม โดยหมายถึงสถานที่ตั้งของอำนาจหรือสถาบันสำคัญ ไม่ใช่เก้าอี้ที่จักรพรรดินั่ง รูปแบบ the seat of + รัฐบาล อำนาจ ราชสำนัก หรือสถาบัน พบได้บ่อยในงานเขียนทางประวัติศาสตร์และการเมืองที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

seat ใน “The city remained the seat of the royal court” หมายถึงอะไร

  1. ตำแหน่งที่มาจากการเลือกตั้งในราชสำนัก
  2. ศูนย์กลางที่ราชสำนักตั้งอยู่
  3. เก้าอี้ที่สงวนไว้สำหรับผู้ปกครอง
ดูคำตอบ

ศูนย์กลางที่ราชสำนักตั้งอยู่

There,

0:52

ที่นั่น

generations of emperors ruled for the next 11 centuries.

0:53

จักรพรรดิหลายชั่วอายุคนได้ปกครองในช่วง 11 ศตวรรษต่อมา

Sharing continuity with the classical Roman Empire ไวยากรณ์

0:58

การรักษาความต่อเนื่องกับจักรวรรดิโรมันคลาสสิก

gave the Byzantine Empire a technological and artistic advantage over its neighbors, วลี

1:00

ทำให้จักรวรรดิไบแซนไทน์มีความได้เปรียบทางเทคโนโลยีและศิลปะเหนือประเทศเพื่อนบ้าน

ไวยากรณ์

Sharing continuity with ... ในฐานะประธานของ gave

Sharing continuity with the classical Roman Empire เป็นอนุประโยค -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ gave หมายถึงข้อเท็จจริงหรือสภาวะของการมีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่องกับจักรวรรดิโรมันยุคคลาสสิก Sharing ไม่ใช่กริยาหลักของประโยคที่แยกต่างหาก ส่วน gave คือกริยาที่แสดงกาลของประโยค การวางแนวคิดนี้ไว้ในตำแหน่งประธานทำให้ความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ถูกนำเสนอว่าเป็นสาเหตุของความได้เปรียบที่ตามมา โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กล่าวถึงกิจกรรมหรือสภาวะก่อน แล้วจึงบอกผลที่เกิดจากสิ่งนั้นได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค Sharing data openly improved the research วลี Sharing data openly ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อะไร?

  1. ประธานของ gave
  2. ประโยคหลักที่เป็นอิสระ
  3. ส่วนขยายของ Byzantine Empire
ดูคำตอบ

ประธานของ gave

whom Byzantines considered barbarians. วัฒนธรรม

1:06

ซึ่งชาวไบแซนไทน์มองว่าเป็นพวกคนเถื่อน

วลี

give A an advantage over B: ทำให้ A ได้เปรียบ B

โครงสร้าง give A an advantage over B หมายถึงทำให้ A อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่า B โดย A คือฝ่ายที่ได้รับความได้เปรียบ และ over ใช้นำหน้าบุคคลหรือกลุ่มที่เป็นคู่เปรียบเทียบ คำคุณศัพท์ที่อยู่หน้า advantage สามารถบอกประเภทของความได้เปรียบได้ ในประโยคนี้ technological และ artistic ระบุสองด้านที่จักรวรรดิไบแซนไทน์อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่า

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบเทียบด้วยหนึ่งคำ: Good preparation gave Maya an advantage ____ the other candidates.

ดูคำตอบ

over

วัฒนธรรม

barbarians: คำเรียกทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนมุมมอง

ในที่นี้ barbarians เป็นคำเรียกเชิงดูหมิ่นสำหรับผู้คนที่ชาวไบแซนไทน์มองว่าอยู่นอกโลกอารยะของตน ไม่ใช่ชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นกลาง วลี whom Byzantines considered barbarians ระบุว่าคำเรียกนี้เป็นมุมมองของชาวไบแซนไทน์ ในเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ ให้สังเกตว่าใครเป็นผู้ติดป้ายชื่อให้กลุ่มนั้น ก่อนจะเข้าใจว่าเป็นคำบรรยายจากผู้เล่าเอง

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในประโยคนี้ barbarians เป็นการจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเป็นกลางโดยผู้เล่า

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

In the 9th century,

1:09

ในคริสต์ศตวรรษที่ 9

visitors from beyond the frontier การใช้คำ

1:10

ผู้มาเยือนจากนอกพรมแดน

were astonished at the graceful stone arches and domes of the Imperial Palace in Constantinople. วลี

1:12

ต่างประหลาดใจกับซุ้มประตูโค้งหินอันงดงามและโดมของพระราชวังอิมพีเรียลในคอนสแตนติโนเปิล

การใช้คำ

from beyond the frontier: แหล่งที่มาจากนอกดินแดนชายขอบ

From beyond the frontier เป็นวลีบุพบทที่ขยาย visitors โดย from บอกแหล่งที่มา ส่วน beyond ระบุว่าแหล่งนั้นอยู่อีกด้านของขอบเขต ดังนั้นผู้มาเยือนจึงมาจากนอกเขตชายแดนของไบแซนไทน์ ในบริบททางประวัติศาสตร์ frontier มักหมายถึงดินแดนชายขอบของรัฐหรือเขตที่อยู่ภายใต้การควบคุม ไม่ได้หมายถึงเพียงเส้นที่แน่นอนบนแผนที่ วลีนี้จึงนำเสนอพื้นที่จากมุมมองของจักรวรรดิและดินแดนชายขอบของจักรวรรดินั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง 'มาจากนอกดินแดนชายขอบของจักรวรรดิ': Envoys arrived ____.

ดูคำตอบ

from beyond the frontier

วลี

were astonished at: ประหลาดใจอย่างมากเพราะบางสิ่ง

Be astonished at + คำนามหรือวลีนาม หมายถึงรู้สึกประหลาดใจอย่างมากเพราะสิ่งนั้น ในที่นี้ at นำหน้าลักษณะของพระราชวังที่ทำให้ผู้มาเยือนมีปฏิกิริยาเช่นนี้ ใช้ at เมื่อต้องการระบุสิ่งหรือสาเหตุที่ทำให้ประหลาดใจ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ be astonished at something โดยเปลี่ยน be ให้ตรงกับประธานและกาล เช่น was astonished at หรือ were astonished at

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be astonished at หน้าวลีนามที่ระบุสาเหตุของความประหลาดใจได้ถูกต้อง

  1. The engineers were astonished at the device's accuracy.
  2. The engineers were astonished that the device's accuracy.
  3. The engineers were astonished to the device's accuracy.
ดูคำตอบ

The engineers were astonished at the device's accuracy.

A pair of golden lions flanked the Imperial throne. การใช้คำ

1:19

สิงโตทองคำคู่หนึ่งขนาบข้างพระที่นั่งของจักรพรรดิ

การใช้คำ

flanked the Imperial throne: ตั้งอยู่สองข้างของบัลลังก์หลวง

ในที่นี้ flanked หมายถึงตั้งอยู่ด้านข้างของบางสิ่ง เนื่องจากประธานเป็นสิงโตหนึ่งคู่และบัลลังก์เป็นวัตถุศูนย์กลาง ภาพที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจึงเป็นสิงโตหนึ่งตัวอยู่คนละข้างของบัลลังก์ รูปแบบ A flanks B จัดฉากโดยมี B เป็นศูนย์กลางและนำเสนอ A เป็นองค์ประกอบด้านข้าง จึงแม่นยำกว่าการบอกเพียงว่าสิงโตอยู่ใกล้ ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้แม่นยำที่สุดว่ามีหอคอยตั้งอยู่ข้างละหนึ่งแห่งของประตู

  1. Two towers followed the gate.
  2. Two towers crossed the gate.
  3. Two towers flanked the gate.
ดูคำตอบ

Two towers flanked the gate.

A hidden organ would make the lions roar ไวยากรณ์

1:23

ออร์แกนที่ซ่อนอยู่จะทำให้สิงโตคำราม

as guests fell on their knees. วลี

1:25

ขณะที่แขกคุกเข่าลง

ไวยากรณ์

would make the lions roar: ผลที่เกิดซ้ำในอดีต

ในคำบรรยายเหตุการณ์ในอดีตนี้ would make แสดงว่าการคำรามเป็นผลลัพธ์ประจำหรือผลลัพธ์ที่เกิดซ้ำจากอุปกรณ์ หมายความว่าเมื่อกลไกทำงาน ผลนี้ก็จะเกิดขึ้น ไม่ใช่การคาดการณ์อนาคต โครงสร้างบอกเหตุคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ออร์แกนทำให้สิงโตทำบางอย่าง ดังนั้น roar จึงคงเป็นรูปพื้นฐานโดยไม่ใส่ to

แบบฝึกหัด

ใช้ would เพื่อบอกผลลัพธ์ประจำในอดีตและเติมโครงสร้างบอกเหตุให้สมบูรณ์: At the old exhibit, pressing the brass button ____ the model train move.

ดูคำตอบ

would make

วลี

fell on their knees: คุกเข่าลงด้วยอารมณ์รุนแรง

Fell on their knees เป็นรูปอดีตของ fall on one's knees หมายถึงแขกทั้งหลายลดตัวลงไปอยู่ในท่าคุกเข่า ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเพียงสะดุดแล้วกระแทกเข่า คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามประธาน ประธานพหูพจน์ guests จึงใช้ their สำนวนนี้มักสื่อถึงความเกรงขาม การสวดภาวนา การวิงวอน การยอมจำนน หรืออารมณ์รุนแรงอื่น ๆ และในที่นี้ให้ความรู้สึกทั้งเกรงขามและยอมจำนน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ fall on one's knees และเลือกคำแสดงความเป็นเจ้าของให้สอดคล้องกับ Marcus: Overcome with relief, Marcus ____ and began to cry.

ดูคำตอบ

fell on his knees

Golden birds sung from a nearby golden tree.

1:28

นกทองคำร้องเพลงจากต้นไม้ทองคำที่อยู่ใกล้เคียง

Medieval Roman engineers even used hydraulic engines วัฒนธรรม

1:32

วิศวกรชาวโรมันในยุคกลางถึงกับใช้เครื่องจักรไฮดรอลิก

to raise the Imperial throne high into the air.

1:35

เพื่อยกพระที่นั่งของจักรพรรดิขึ้นสู่อากาศ

วัฒนธรรม

hydraulic engines: เครื่องจักรที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำหรือแรงดันของเหลว

ในประโยคนี้ hydraulic engines หมายถึงอุปกรณ์เชิงกลที่ใช้น้ำไหลหรือแรงดันของเหลวเพื่อสร้างแรง คำว่า engine ใช้ในความหมายเก่าและกว้างว่าเครื่องจักร ไม่ได้หมายถึงเครื่องยนต์ของยานพาหนะสมัยใหม่โดยเฉพาะ อุปกรณ์เหล่านี้ใช้ยกบัลลังก์จักรพรรดิ ดังนั้นวลีนี้จึงแสดงให้เห็นว่าภาพอันน่าตื่นตาในราชสำนักเกิดจากความสำเร็จทางวิศวกรรม

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง hydraulic engines หมายถึงอะไร?

  1. อุปกรณ์เชิงกลที่ใช้น้ำหรือแรงดันของเหลวเพื่อสร้างแรง
  2. เครื่องเรือนที่ยกขึ้นด้วยแรงคนทั้งหมด
  3. เครื่องยนต์รถยนต์สมัยใหม่ที่ใช้ขนบัลลังก์
ดูคำตอบ

อุปกรณ์เชิงกลที่ใช้น้ำหรือแรงดันของเหลวเพื่อสร้างแรง

Other inherited aspects of ancient Roman culture

1:39

แง่มุมอื่น ๆ ที่สืบทอดมาจากวัฒนธรรมโรมันโบราณ

could be seen in emperor's clothing, วลี

1:42

สามารถเห็นได้จากเครื่องแต่งกายของจักรพรรดิ

from traditional military garb to togas, ไวยากรณ์

1:44

ตั้งแต่เครื่องแบบทหารแบบดั้งเดิมไปจนถึงชุดโตกา

ไวยากรณ์

from traditional military garb to togas: การระบุช่วง

from A to B นำเสนอ A และ B เป็นปลายทั้งสองด้านของช่วง ในวลีนี้ traditional military garb และ togas แสดงให้เห็นขอบเขตของประเภทเสื้อผ้าที่กำลังกล่าวถึง โดยอาจมีเสื้อผ้าประเภทอื่นรวมอยู่ระหว่างสองอย่างนี้ด้วย โครงสร้างนี้ใช้จัดช่วงของประเภท เวลา สถานที่ หรือระดับได้ garb เป็นคำที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกาย

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกช่วง from ... to ... ให้สมบูรณ์: The museum displays clothing ____ work uniforms ____ evening gowns.

ดูคำตอบ

from · to

and in the courts,

1:47

และในศาล

which continued to use Roman law. วัฒนธรรม

1:48

ซึ่งยังคงใช้กฎหมายโรมันต่อไป

วลี

could be seen in: เชื่อมแนวคิดกับหลักฐานที่เป็นรูปธรรม

could be seen in ในที่นี้หมายถึง “ปรากฏให้เห็นใน” หรือ “สะท้อนอยู่ใน” คำว่า seen ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือมรดกทางวัฒนธรรมโรมันสังเกตได้จากเครื่องแต่งกายของจักรพรรดิและศาล ไม่ใช่มองเห็นโดยตรงเหมือนวัตถุชิ้นหนึ่ง รูปแบบ X could be seen in Y เริ่มจากระบุลักษณะ อิทธิพล หรือแนวโน้มเชิงนามธรรมเป็น X แล้วใช้ in Y เพื่อชี้ไปยังหลักฐานที่เป็นรูปธรรมซึ่งแสดงสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างถูกกระทำสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “สะท้อนอยู่ใน”: The influence of local art ____ the new museum's design.

ดูคำตอบ

could be seen in

วัฒนธรรม

use Roman law: ใช้ระบบกฎหมายที่สืบทอดมาต่อไป

Roman law ในที่นี้หมายถึงขนบและระบบกฎหมายที่พัฒนาขึ้นในโรมโบราณและสืบทอดไปยังสังคมยุคต่อมา use Roman law คือการนำกรอบกฎหมายนั้นมาใช้ในศาล ไม่ใช่เพียงทำตามกฎข้อเดียวที่เกี่ยวข้องกับโรม continued to use เน้นความต่อเนื่องของสถาบัน กล่าวคือ แม้บริบททางการเมืองจะเปลี่ยนไป ศาลก็ยังคงอาศัยขนบกฎหมายโรมันที่มีมาก่อน

แบบฝึกหัด

Roman law ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. กฎทั่วไปเกี่ยวกับเสื้อผ้าโรมัน
  2. ขนบและระบบกฎหมายที่สืบทอดมาจากโรมโบราณ
  3. กฎชั่วคราวที่ใช้เฉพาะในกรุงโรม
ดูคำตอบ

ขนบและระบบกฎหมายที่สืบทอดมาจากโรมโบราณ

Working-class Byzantines would have also had similar lives to their ancient Roman counterparts. ไวยากรณ์

1:51

ชนชั้นแรงงานไบแซนไทน์ก็คงมีชีวิตที่คล้ายคลึงกับชาวโรมันโบราณที่เป็นเพื่อนร่วมอาชีพเช่นกัน

ไวยากรณ์

would have also had: การอนุมานอดีตอย่างระมัดระวัง

would have had ในที่นี้นำเสนอชีวิตของชาวไบแซนไทน์ชนชั้นแรงงานว่าเป็นการสร้างภาพอดีตขึ้นใหม่อย่างมีเหตุผล ผู้พูดมองว่าความคล้ายคลึงนี้น่าจะเป็นจริง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วอย่างสมบูรณ์ หากใช้เพียง had จะเป็นการกล่าวข้อเท็จจริงโดยตรงกว่า และในบริบทนี้ would have had ไม่ใช่ผลลัพธ์สมมติของประโยคเงื่อนไขที่มี if also เพิ่มความคล้ายคลึงข้อนี้เข้าไปจากประเด็นอื่นที่กล่าวถึงแล้ว ส่วน similar lives to their ancient Roman counterparts หมายถึงมีชีวิตคล้ายกับผู้คนในโรมันโบราณที่มีบทบาททางสังคมเทียบเคียงกัน

แบบฝึกหัด

would have also had ในตัวอย่างมีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. บอกว่าความคล้ายคลึงนี้เป็นไปไม่ได้ในอดีต
  2. นำเสนอความคล้ายคลึงว่าเป็นข้ออนุมานเกี่ยวกับอดีตที่มีเหตุผลแต่ระมัดระวัง
  3. อธิบายแผนในอนาคตที่ชาวไบแซนไทน์วางไว้
ดูคำตอบ

นำเสนอความคล้ายคลึงว่าเป็นข้ออนุมานเกี่ยวกับอดีตที่มีเหตุผลแต่ระมัดระวัง

Many farmed or plied a specific trade, การใช้คำ

1:56

หลายคนทำฟาร์มหรือทำอาชีพเฉพาะ

การใช้คำ

plied a specific trade: ประกอบอาชีพที่ใช้ทักษะเฉพาะ

ply a trade เป็นสำนวนตายตัวที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงการทำงานในอาชีพหรืองานฝีมืออย่างใดอย่างหนึ่งเป็นประจำ ในตัวอย่าง plied เป็นรูปอดีตของ ply และวางขนานกับ farmed ส่วน a specific trade ชี้ถึงงานที่ใช้ทักษะเฉพาะด้านอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตธรรมดาของ ply เติมสำนวนตายตัวให้สมบูรณ์: For thirty years, he ____ his trade as a carpenter.

ดูคำตอบ

plied

such as ceramics,

1:59

เช่น เซรามิก

leatherworking, fishing,

2:00

งานหนัง การทำประมง

weaving, or manufacturing silk.

2:02

การทอผ้า หรือการผลิตผ้าไหม

But of course,

2:05

แต่แน่นอนว่า

the Byzantine Empire didn't just rest on the laurels of ancient Rome. สำนวน

2:06

จักรวรรดิไบแซนไทน์ไม่ได้เพียงแค่พึ่งพาเกียรติภูมิของกรุงโรมโบราณเท่านั้น

สำนวน

rest on the laurels of: พึ่งพาความสำเร็จในอดีตจนไม่ก้าวต่อ

rest on one's laurels หมายถึงพอใจกับความสำเร็จในอดีตจนหยุดพยายามสร้างความสำเร็จเพิ่มเติม ในอดีต laurels เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ แต่สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการนอนพักอยู่บนใบไม้จริง ๆ ในประโยคนี้ laurels หมายถึงผลงานและเกียรติภูมิของโรมโบราณ didn't just rest on them แสดงว่าจักรวรรดิไบแซนไทน์ไม่ได้พึ่งพาเพียงสิ่งที่สืบทอดมา และเป็นการปูทางไปสู่การกล่าวถึงผลงานของจักรวรรดิเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย rest on the laurels of: The new director promised that the museum would not ____ its famous founder.

ดูคำตอบ

rest on the laurels of

Their artists innovated,

2:10

ศิลปินของพวกเขาสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่

creating vast mosaics and ornate marble carvings.

2:11

ด้วยการสร้างภาพโมเสกขนาดใหญ่และงานแกะสลักหินอ่อนที่หรูหรา

Their architects constructed numerous churches,

2:15

สถาปนิกของพวกเขาสร้างโบสถ์หลายแห่ง

one of which, called Hagia Sophia, โน้ต

2:18

หนึ่งในนั้นเรียกว่า ฮาเจียโซเฟีย

ไวยากรณ์

one of which: เลือกหนึ่งสิ่งจากกลุ่มที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

one of which ย้อนกลับไปอ้างถึงกลุ่มสิ่งของหลายสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้ which อ้างถึง numerous churches และ one เลือกโบสถ์หนึ่งแห่งจากกลุ่มนั้น ไม่ได้อ้างถึง architects เมื่ออยู่หลังเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้จะเริ่มอนุประโยคสัมพันธ์แบบให้ข้อมูลเสริม ทำให้เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกหนึ่งสิ่งได้โดยไม่ต้องกล่าวซ้ำว่า one of the churches ในข้อความส่วนนี้ called Hagia Sophia เป็นคำบรรยายรูปถูกกระทำแบบย่อที่แทรกเข้ามาเพื่อขยายโบสถ์ที่เลือก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย one of which: The gallery owns four portraits, ____ was painted in 1890.

ดูคำตอบ

one of which

วัฒนธรรม

Hagia Sophia: ชื่อของอาคารประวัติศาสตร์

Hagia Sophia เป็นชื่อเฉพาะของอาคารประวัติศาสตร์สำคัญในกรุงคอนสแตนติโนเปิล ซึ่งปัจจุบันคืออิสตันบูล อาคารนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นโบสถ์สำคัญของจักรวรรดิไบแซนไทน์และมีชื่อเสียงจากโดมกลางขนาดใหญ่ ในที่นี้ Sophia ไม่ใช่ชื่อบุคคล ให้เข้าใจ Hagia Sophia ทั้งวลีว่าเป็นชื่อของอาคารหนึ่งหลัง แล้วคำบรรยายเกี่ยวกับโดมในประโยคถัดไปจะชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

Hagia Sophia ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ภาษาไบแซนไทน์ภาษาหนึ่ง
  2. ผู้หญิงชื่อ Sophia
  3. อาคารทางศาสนาที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
ดูคำตอบ

อาคารทางศาสนาที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

had a dome so high, ไวยากรณ์

2:20

มีโดมสูงมาก

it was said to be hanging on a chain from heaven. สำนวน

2:22

ว่ากันว่ามันห้อยอยู่บนสายโซ่จากสวรรค์

ไวยากรณ์

so high, it was said to be: ระดับที่มากและข้อมูลที่เล่าต่อกันมา

คำว่า so high แสดงว่าความสูงของโดมนั้นโดดเด่นเป็นพิเศษ ส่วนอนุประโยคถัดมา it was said to be hanging... ให้ภาพอันชัดเจนที่ผู้คนใช้บรรยายความสูงนั้น โดยมีความหมายใกล้เคียงกับ “สูงมากจนผู้คนพูดว่ามันแขวนอยู่...” Was said to be เป็นโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ โครงสร้างนี้แสดงว่าภาพดังกล่าวเป็นความเชื่อหรือเรื่องเล่าที่ผู้อื่นถ่ายทอดมา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผู้บรรยายยืนยันด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดทั้งเน้นระดับที่มากและนำเสนอข้อความส่วนหลังว่าเป็นเรื่องที่เล่าต่อกันมา?

  1. The cave was deep, and I measured its full length.
  2. The cave was so deep that it certainly reached the sea.
  3. The cave was so deep that it was said to reach the sea.
ดูคำตอบ

The cave was so deep that it was said to reach the sea.

สำนวน

hanging on a chain from heaven: ภาพเปรียบเทียบถึงความสูงและความน่าเกรงขาม

it was said to be ใช้บอกว่านี่เป็นความเชื่อหรือตำนานที่เล่าต่อกันมา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผู้พูดกำลังยืนยัน “hanging on a chain from heaven” เป็นภาพเปรียบเทียบที่เกินจริงและเกือบจะมีความศักดิ์สิทธิ์ ทำให้อาคารดูสูงและเบาอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับห้อยลงมาจากสวรรค์ ในที่นี้ใช้แสดงความรู้สึกทึ่งต่อสถาปัตยกรรม ไม่ได้อธิบายวิธีการก่อสร้างจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ hanging on a chain from heaven สื่อความหมายใด

  1. เป็นภาพที่เล่าต่อกันมาและกล่าวเกินจริง เพื่อสื่อถึงอาคารที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อและดูเกือบศักดิ์สิทธิ์
  2. เป็นคำอธิบายทางเทคนิคที่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับโซ่ที่ค้ำอาคาร
  3. หมายความว่าอาคารถูกหย่อนลงมาจากสวรรค์ด้วยโซ่จริง ๆ
ดูคำตอบ

เป็นภาพที่เล่าต่อกันมาและกล่าวเกินจริง เพื่อสื่อถึงอาคารที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อและดูเกือบศักดิ์สิทธิ์

The empire was also home to great intellectuals, วลี

2:25

จักรวรรดินี้ยังเป็นบ้านของปัญญาชนผู้ยิ่งใหญ่

วลี

home to great intellectuals: ใช้บรรยายสถานที่ที่มีนักคิดสำคัญรวมตัวกัน

be home to ใช้บอกว่าสถานที่หนึ่งเป็นแหล่งที่มี รองรับ หรือเป็นศูนย์รวมของคนหรือสิ่งต่าง ๆ ที่ตามหลัง to ใน home to great intellectuals จักรวรรดิถูกบรรยายว่าเป็นสถานที่ซึ่งนักคิดสำคัญอาศัยและทำงานอยู่ โดย home ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงบ้านส่วนตัว โครงสร้างคือ be home to + กลุ่มคำนาม และมักใช้บรรยายลักษณะด้านผู้คน วัฒนธรรม ธรรมชาติ หรือสถาบันของสถานที่นั้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคงรูปที่หมายถึงสถานที่มีหรือรองรับสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สมบูรณ์:The northern wetlands are ____ rare cranes

ดูคำตอบ

home to

such as Anna Komnene.

2:28

เช่น แอนนา คอมเนเน

As imperial princess in the 12th century, ไวยากรณ์

2:30

ในฐานะเจ้าหญิงแห่งจักรวรรดิในศตวรรษที่ 12

Anna dedicated her life to philosophy and history. วลี

2:33

แอนนาอุทิศชีวิตของเธอให้กับปรัชญาและประวัติศาสตร์

ไวยากรณ์

As imperial princess: ใช้ As + บทบาทเพื่อบอกฐานะจริง

ในที่นี้ As + คำนามบอกบทบาท ใช้แนะนำฐานะหรือบทบาทจริงของ Anna และเชื่อมบทบาทนั้นกับใจความหลัก ให้เข้าใจว่า “ในฐานะเจ้าหญิงแห่งจักรวรรดิ” ไม่ใช่ as ที่มีความหมายด้านเวลาว่า “เมื่อ” ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ทั่วไป คำนามนับได้เอกพจน์ที่บอกบทบาทอย่าง imperial princess มักต้องมีคำกำหนดนาม ดังนั้น As an imperial princess จึงเป็นรูปเต็มที่ปลอดภัยกว่า ตัวอย่างใช้ถ้อยคำแบบย่อคล้ายชื่อตำแหน่ง แต่เมื่อแต่งประโยคเองควรใส่คำนำหน้านามให้ครบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Nora เป็นเหรัญญิกชมรมจริง ๆ

  1. When the club treasurer arrives, Nora presents the budget.
  2. As the club treasurer, Nora presents the budget.
  3. Like the club treasurer, Nora presents the budget.
ดูคำตอบ

As the club treasurer, Nora presents the budget.

วลี

dedicated her life to: ความทุ่มเทตลอดชีวิต

Dedicated her life to หมายความว่า Anna มอบจุดสำคัญของชีวิต ทั้งเวลา ความพยายาม และเป้าหมาย ให้แก่ปรัชญาและประวัติศาสตร์ สำนวนนี้สื่อถึงความทุ่มเทที่ลึกซึ้งและยาวนาน ไม่ใช่เพียงความสนใจทั่วไป โครงสร้างคือ dedicate + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + life + to + คำนามหรือ gerund โดย her สอดคล้องกับ Anna และ to ในที่นี้เป็นคำบุพบท ดังนั้นถ้าตามด้วยการกระทำต้องใช้รูป -ing เช่น dedicated her life to studying history

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ dedicate one's life to: Rosa ____ finding safer treatments for rare diseases.

ดูคำตอบ

dedicated her life to

Her account of her father's reign การใช้คำ

2:36

บันทึกของเธอเกี่ยวกับการครองราชย์ของบิดา

is historians' foremost source for Byzantine political history วลี

2:38

เป็นแหล่งข้อมูลหลักของนักประวัติศาสตร์สำหรับประวัติศาสตร์การเมืองไบแซนไทน์

at the time of the First Crusade. วัฒนธรรม

2:42

ในช่วงเวลาของสงครามครูเสดครั้งที่หนึ่ง

การใช้คำ

Her account of her father's reign: account ในความหมายว่าบันทึกทางประวัติศาสตร์

ในประโยคนี้ account หมายถึงคำบรรยายหรือเรื่องราวที่เขียนไว้ ไม่ใช่บัญชีธนาคารหรือบัญชีออนไลน์ Her account of her father's reign เป็นนามวลีทั้งหมด โดย account เป็นคำนามหลัก her ระบุผู้เขียนหรือผู้ครอบครองบันทึก และ of her father's reign ระบุหัวข้อของบันทึก รูปแบบ an account of + เหตุการณ์หรือช่วงเวลา พบได้บ่อยในงานประวัติศาสตร์ ข่าว และคำให้การ รูปแบบนี้นำเสนอเรื่องราวหรือบันทึกของบุคคลหนึ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงอาจสะท้อนมุมมองของบุคคลนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The report gives a clear account of what happened,” คำว่า account หมายถึงอะไร?

  1. บัญชีธนาคารที่ใช้ชำระเงิน
  2. คำบรรยายหรือเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์
  3. ชื่อผู้ใช้และโปรไฟล์ออนไลน์
ดูคำตอบ

คำบรรยายหรือเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์

วลี

foremost source for: แหล่งข้อมูลสำคัญที่สุดสำหรับหัวข้อหนึ่ง

Foremost หมายถึงเป็นผู้นำหรือสำคัญที่สุด Historians' foremost source for Byzantine political history คือแหล่งข้อมูลที่นักประวัติศาสตร์พึ่งพามากกว่าแหล่งอื่นเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อนั้น source ในที่นี้อาจเป็นงานเขียนทางประวัติศาสตร์ เอกสาร บทสัมภาษณ์ ชุดข้อมูล หรือวัตถุ ไม่ได้หมายถึงเว็บไซต์เท่านั้น ในรูปแบบ source for + หัวข้อหรือจุดประสงค์ for ใช้นำหน้าด้านที่แหล่งข้อมูลนั้นช่วยให้ผู้คนศึกษาหรือทำความเข้าใจ Foremost จัดอันดับความสำคัญของแหล่งข้อมูล แต่ไม่ได้รับประกันว่ารายละเอียดทุกอย่างในแหล่งข้อมูลจะถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “แหล่งข้อมูลสำคัญที่สุดสำหรับ”: The museum archive is our ____ understanding the town's early history.

ดูคำตอบ

foremost source for

วัฒนธรรม

the First Crusade: เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ใช้เป็นหลักอ้างอิงเวลา

the First Crusade เป็นชื่อที่ใช้กันทั่วไปของการยกทัพครูเสดครั้งใหญ่ครั้งแรกในยุคกลาง ซึ่งเกิดขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1096 ถึง 1099 ในประโยคนี้ คำดังกล่าวหมายถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจง ไม่ใช่การรณรงค์ทั่วไป วลี at the time of the First Crusade ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายบอกเวลา โดยวางเหตุการณ์ที่กำลังกล่าวถึงไว้ในช่วงหรือราว ๆ ยุคประวัติศาสตร์นั้น

แบบฝึกหัด

the First Crusade ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บรรยายการเดินทางไกลครั้งแรกของใครคนหนึ่ง
  2. ใช้เหตุการณ์เฉพาะในยุคกลางเป็นหลักอ้างอิงเวลา
  3. เป็นชื่อการรณรงค์สมัยใหม่เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม
ดูคำตอบ

ใช้เหตุการณ์เฉพาะในยุคกลางเป็นหลักอ้างอิงเวลา

Another scholar,

2:44

นักวิชาการอีกคน

Leo the Mathematician,

2:45

ลีโอ นักคณิตศาสตร์

invented a system of beacons

2:46

คิดค้นระบบคบเพลิงสัญญาณ

that ran the width of the empire, การใช้คำ

2:48

ที่ทอดยาวไปทั่วความกว้างของจักรวรรดิ

what's now Greece and Turkey. ลำดับความ

2:50

ซึ่งปัจจุบันคือประเทศกรีซและตุรกี

การใช้คำ

ran the width of the empire: การทอดยาวในพื้นที่

ในที่นี้ ran เป็นรูปอดีตของ run ที่หมายถึง “ทอดยาว” หรือ “พาดผ่าน” ไม่ได้หมายถึง “เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว” และไม่ได้หมายเพียงว่า “ทำงาน” ระบบหอสัญญาณทอดยาวข้ามจักรวรรดิ โครงสร้าง run the width of + สถานที่หรือสิ่งของ หมายถึงทอดจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งเต็มความกว้าง มักใช้บรรยายสิ่งที่ยาวหรือเชื่อมต่อกัน เช่น กำแพง ถนน ท่อ ทางเดิน หรือเครือข่าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่สร้างจาก run และ width: A safety barrier ____ the stage.

ดูคำตอบ

runs the width of

ลำดับความ

what's now Greece and Turkey: ระบุพื้นที่โบราณด้วยชื่อสถานที่ในปัจจุบัน

ใน what's now Greece and Turkey คำว่า what's เป็นรูปย่อของ what is และ what หมายถึงสถานที่หรือพื้นที่ที่กำลังกล่าวถึง วลีนี้ระบุพื้นที่ในสมัยโบราณโดยใช้ชื่อที่ปรากฏบนแผนที่ปัจจุบัน วลีนี้เพิ่มข้อมูลอ้างอิงทางภูมิศาสตร์ในปัจจุบัน ไม่ได้เริ่มเล่าเหตุการณ์ใหม่ ในคำบรรยายประวัติศาสตร์ มักใช้ in what's now + ชื่อสถานที่ปัจจุบัน เพื่อบอกว่าชุมชนหรือดินแดนในอดีตอยู่ตรงไหนในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ในเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ what's now northern Italy มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. ถามว่าอิตาลีตอนเหนือในปัจจุบันคืออะไร
  2. ระบุตำแหน่งของสถานที่ในอดีตด้วยชื่อทางภูมิศาสตร์ในปัจจุบัน
  3. รายงานเหตุการณ์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในอิตาลีตอนเหนือ
ดูคำตอบ

ระบุตำแหน่งของสถานที่ในอดีตด้วยชื่อทางภูมิศาสตร์ในปัจจุบัน

Stretching more than 700 km, ไวยากรณ์

2:53

ด้วยความยาวมากกว่า 700 กม.

this system allowed the edge of the empire ไวยากรณ์

2:55

ระบบนี้ช่วยให้ชายขอบของจักรวรรดิ

to warn the emperor of invading armies

2:57

สามารถเตือนจักรพรรดิถึงกองทัพที่รุกราน

within 1 hour of sighting them at the border. วลี

3:00

ภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากพบพวกมันที่ชายแดน

ไวยากรณ์

Stretching more than 700 km: วลี present participle ต้นประโยค

Stretching more than 700 km เป็นวลี present participle ที่วางไว้ต้นประโยค วลีนี้บอกว่า this system ทอดยาวแค่ไหน และไม่ใช่กริยาหลักที่สมบูรณ์ของประโยค ประโยคหลักเริ่มที่ this system และมีกริยาหลักคือ allowed วลีนี้ทำให้ความยาวของระบบเป็นข้อมูลพื้นหลัง เพื่อให้ประโยคหลักเน้นสิ่งที่ระบบช่วยให้ทำได้ ประธานโดยนัยของ stretching คือ this system ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลักที่ตามหลังวลีทันที

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี participle ต้นประโยคได้ถูกต้องเพื่ออธิบายสิ่งที่ทอดยาวข้ามหุบเขา?

  1. Stretching across the valley, the pipeline connects two towns.
  2. Stretching across the valley, engineers repaired the pipeline.
  3. Stretching across the valley, the repair finished yesterday.
ดูคำตอบ

Stretching across the valley, the pipeline connects two towns.

ไวยากรณ์

allow A to warn someone of something: ทำให้ A สามารถเตือนใครบางคนเกี่ยวกับอันตรายได้

ประโยคนี้รวมโครงสร้างสองแบบเข้าด้วยกัน คือ allow A to do something และ warn someone of something ระบบทำให้ A ซึ่งหมายถึงผู้คนที่อยู่บริเวณชายขอบของจักรวรรดิ สามารถส่งคำเตือนได้ ในที่นี้ วลีบอกสถานที่ the edge of the empire ใช้แทนผู้คนที่ทำงานอยู่ในบริเวณนั้น ใน warn the emperor of invading armies คำว่า the emperor คือผู้ที่ได้รับคำเตือน ส่วน invading armies คืออันตรายที่ถูกรายงาน วลีที่ขึ้นต้นด้วย of ระบุเนื้อหาของคำเตือน ไม่ได้ระบุสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายทั้งสองให้สมบูรณ์: The safety app allows dispatchers ____ warn drivers ____ road closures.

ดูคำตอบ

to · of

วลี

within 1 hour of sighting: กำหนดเวลาที่นับจากเหตุการณ์

within 1 hour กำหนดขีดจำกัดเวลาสูงสุด โดยการกระทำต้องเกิดขึ้นไม่เกินหนึ่งชั่วโมงหลังจากพบกองทัพ และอาจเกิดขึ้นเร็วกว่านั้นก็ได้ ในที่นี้ sighting หมายถึงการมองเห็นหรือค้นพบ ส่วน them หมายถึงกองทัพที่เข้ามารุกราน ในโครงสร้าง within + ช่วงเวลา + of + เหตุการณ์ คำว่า of นำเข้าสู่เหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการจับเวลา เมื่อบอกเหตุการณ์ด้วยคำกริยา ให้ใช้รูป -ing เช่น of sighting

แบบฝึกหัด

เติมคำหนึ่งคำในโครงสร้างบอกกำหนดเวลา within + time + of + -ing: The clinic will contact you within two days ____ receiving your request.

ดูคำตอบ

of

But their advances couldn't protect the empire forever. ลำดับความ

3:03

แต่ความก้าวหน้าของพวกเขาไม่สามารถปกป้องจักรวรรดิได้ตลอดไป

ลำดับความ

But ... couldn't ... forever: การเปลี่ยนจากความสำเร็จไปสู่ข้อจำกัด

But ที่ต้นประโยคเปลี่ยนทิศทางของเรื่อง จากการเล่าความสำเร็จของจักรวรรดิไปสู่การชี้ให้เห็นข้อจำกัดของความสำเร็จเหล่านั้น ใน their advances คำว่า advances หมายถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรม ไม่ใช่การเคลื่อนทัพไปข้างหน้า รูปแบบ couldn't protect ... forever ไม่ได้หมายความว่าความก้าวหน้าเหล่านั้นไม่เคยช่วยเลย แต่หมายความว่าการปกป้องมีขีดจำกัดและจะล้มเหลวในที่สุด จึงเป็นสัญญาณว่าเรื่องกำลังเปลี่ยนจากช่วงรุ่งเรืองไปสู่วิกฤตหรือความเสื่อมถอย

แบบฝึกหัด

อ่านสองประโยคภาษาอังกฤษนี้: The engineers built stronger barriers. But their advances couldn't protect the coast forever. ประโยคที่สองจัดลำดับข้อมูลอย่างไร?

  1. เปลี่ยนจากความสำเร็จไปสู่ข้อจำกัดของความสำเร็จเหล่านั้น
  2. อธิบายว่าสิ่งกีดขวางไม่เคยให้การปกป้องเลย
  3. ยกอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของวิศวกร
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากความสำเร็จไปสู่ข้อจำกัดของความสำเร็จเหล่านั้น

In 1203,

3:07

ในปี 1203

an army of French and Venetian crusaders

3:08

กองทัพครูเสดชาวฝรั่งเศสและเวนิส

made a deal with a man named Alexios Angelos. วลี

3:11

ทำข้อตกลงกับชายชื่อ อเล็กซิออส แองเจลอส

วลี

make a deal with: การบรรลุข้อตกลงกับอีกฝ่าย

make a deal with someone หมายถึงบรรลุข้อตกลงหรือตกลงเงื่อนไขกับบุคคลนั้น ในคำบรรยาย made เป็นรูปอดีตของ make ส่วน deal เป็นคำนามที่หมายถึงข้อตกลง และ with ใช้ระบุอีกฝ่ายหนึ่งของข้อตกลง ข้อตกลงอาจเกี่ยวข้องกับเงิน การแลกเปลี่ยน คำสัญญา หรือแผนร่วมกัน โดยบริบทจะบอกเงื่อนไขที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ใช้ make a deal with ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After weeks of negotiation, the museum ____ a private collector.

ดูคำตอบ

made a deal with

Alexios was the son of a deposed emperor การใช้คำ

3:15

อเล็กซิออสเป็นบุตรชายของจักรพรรดิที่ถูกถอดถอน

การใช้คำ

deposed emperor: จักรพรรดิที่ถูกปลดจากอำนาจ

ใน deposed emperor คำว่า deposed เป็นรูป past participle ของ depose ที่วางไว้หน้าคำนาม มีความหมายเชิงถูกกระทำ คือบุคคลอื่นปลดจักรพรรดิออกจากอำนาจอย่างเป็นทางการหรือด้วยการบังคับ วลีนี้เน้นการสูญเสียอำนาจทางการเมือง ไม่ใช่เพียงการออกจากตำแหน่ง ความหมายนี้พบได้บ่อยในการบรรยายเรื่องประวัติศาสตร์และการเมือง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The deposed ruler lived in exile,” คำว่า deposed หมายถึงอะไร

  1. ได้รับการสวมมงกุฎเป็นครั้งแรก
  2. ถูกปลดจากอำนาจอย่างเป็นทางการ
  3. ได้รับอนุญาตให้เกษียณโดยสมัครใจ
ดูคำตอบ

ถูกปลดจากอำนาจอย่างเป็นทางการ

and promised the crusaders vast riches and support

3:18

และสัญญากับพวกครูเสดว่าจะให้ความมั่งคั่งและการสนับสนุนอย่างมหาศาล

to help him retake the throne from his uncle. วลี

3:21

เพื่อช่วยเขาทวงบัลลังก์คืนจากลุงของเขา

วลี

retake the throne: ทวงคืนอำนาจกษัตริย์

ใน retake the throne คำว่า retake หมายถึงการเข้าควบคุมอีกครั้งหลังจากเคยสูญเสียไป ประธานของประโยคอาจเคยปกครองมาก่อน หรืออาจเป็นตัวแทนของราชวงศ์หรือสิทธิในบัลลังก์ที่สูญเสียอำนาจไป ในที่นี้ throne หมายถึงตำแหน่งและอำนาจปกครองของกษัตริย์ ไม่ใช่เพียงเก้าอี้สำหรับพิธีการ รูปแบบ retake the throne from someone ระบุบุคคลที่กำลังครองอำนาจนั้นอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึงการทวงคืนอำนาจกษัตริย์: When the usurper died, the king came home to ____.

ดูคำตอบ

retake the throne

Alexios succeeded,

3:24

อเล็กซิออสทำสำเร็จ

but after a year the population rebelled

3:26

แต่หลังจากนั้นหนึ่งปี ประชาชนก็ก่อกบฏ

and Alexios himself was deposed and killed. ไวยากรณ์

3:28

และตัวอเล็กซิออสเองก็ถูกถอดถอนและถูกสังหาร

ไวยากรณ์

Alexios himself: himself ที่ใช้เพื่อเน้น

ใน Alexios himself คำว่า himself เป็นสรรพนามสะท้อนที่ใช้เพื่อเน้น โดยเน้นไปที่ Alexios เป็นพิเศษว่า ผู้ที่ถูกปลดและสังหารคือ Alexios เอง ไม่ใช่เพียงพันธมิตรหรือฝ่ายตรงข้ามของเขา ตรงนี้ himself ไม่ได้เป็นกรรมของคำกริยา จึงไม่ได้หมายความว่า Alexios ทำบางอย่างกับตัวเอง ในการเล่าเรื่องนี้ การเน้นดังกล่าวทำให้ภาพพลิกผันชัดขึ้นว่า แม้แต่คนที่อยู่ใจกลางการยึดอำนาจก็ลงเอยด้วยชะตากรรมนี้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The mayor himself opened the meeting,” himself ทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้แทนคำว่า meeting
  2. เน้นว่านายกเทศมนตรีเป็นผู้เปิดการประชุมด้วยตนเอง
  3. หมายความว่านายกเทศมนตรีเปิดตัวเอง
ดูคำตอบ

เน้นว่านายกเทศมนตรีเป็นผู้เปิดการประชุมด้วยตนเอง

So Alexios's unpaid army turned their aggression on Constantinople. วลี

3:32

ดังนั้น กองทัพของอเล็กซิออสที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนจึงหันความก้าวร้าวไปที่คอนสแตนติโนเปิล

วลี

turn one's aggression on ...: หันความเป็นปฏิปักษ์ไปยังเป้าหมาย

โครงสร้าง turn one's aggression on someone or something หมายถึงหันพฤติกรรมที่เป็นปฏิปักษ์หรือรุนแรงไปยังเป้าหมายใหม่ ในประโยคนี้ กองทัพทำให้ Constantinople กลายเป็นเป้าหมายของการโจมตี คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามประธาน เช่น turn his aggression on, turn her aggression on หรือ turn their aggression on ในโครงสร้างนี้ on ใช้นำหน้าเป้าหมาย ส่วน turn ... on ไม่ได้หมายถึง “เปิดเครื่อง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn one's aggression on: After the negotiations failed, the soldiers ____ the nearby villages.

ดูคำตอบ

turned their aggression on

They lit massive fires,

3:37

พวกเขาจุดไฟเผาครั้งใหญ่

which destroyed countless works of ancient and medieval art and literature,

3:39

ซึ่งทำลายงานศิลปะและวรรณกรรมโบราณและยุคกลางนับไม่ถ้วน

leaving about 1/3 of the population homeless. ไวยากรณ์

3:43

ทำให้ประชากรประมาณ 1 ใน 3 กลายเป็นคนไร้บ้าน

ไวยากรณ์

leaving ... homeless: แสดงผลลัพธ์ด้วยอนุประโยค -ing

อนุประโยค -ing ท้ายประโยค leaving ... แสดงว่าการไร้ที่อยู่อาศัยเป็นผลจากไฟไหม้และการทำลาย ในที่นี้ leaving หมายถึงการทำให้คนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ในสภาพหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการจากไป โครงสร้างคือ เหตุการณ์, leaving + กรรม + ส่วนเติมเต็มกรรม เช่น leave about one-third of the population homeless โดย homeless เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกสภาพซึ่งเกิดขึ้นกับ population

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกผลลัพธ์โดยใช้ leaving + the village + isolated: The landslide blocked the only road, ____.

ดูคำตอบ

leaving the village isolated

The city was reclaimed 50 years later by the Roman emperor Michael Palaiologos,

3:47

เมืองนี้ถูกยึดคืนได้ในอีก 50 ปีต่อมาโดยจักรพรรดิโรมัน ไมเคิล พาลาอิโอโลกอส

but his restored empire ไวยากรณ์

3:52

แต่จักรวรรดิที่เขาฟื้นฟูขึ้นมา

never regained all the territory the crusaders had conquered.

3:53

ไม่เคยได้ดินแดนทั้งหมดที่พวกครูเสดพิชิตกลับคืนมา

ไวยากรณ์

had conquered: บอกเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดก่อนหน้า

Never regained ใช้ simple past เพื่อบอกผลลัพธ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกิดในภายหลัง ส่วน had conquered ใน all the territory the crusaders had conquered ใช้ past perfect จึงวางเหตุการณ์พิชิตดินแดนไว้ก่อนสถานการณ์ในภายหลังนั้น อนุประโยค the crusaders had conquered ระบุว่าหมายถึงดินแดนใด รูป had + กริยาช่องที่สามสร้างชั้นเวลาที่เป็นอดีตก่อนหน้าอยู่ภายในคำอธิบายดินแดน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ occupy: By the time the king returned, the army ____ the city.

ดูคำตอบ

had occupied

Finally,

3:57

ในที่สุด

in 1453,

3:58

ในปี 1453

Ottoman emperor Mehmed the Conqueror captured Constantinople, วัฒนธรรม

4:00

จักรพรรดิออตโตมัน เมห์เหม็ดผู้พิชิต ได้เข้ายึดคอนสแตนติโนเปิล

bringing a conclusive end to the Roman Empire. ลำดับความ

4:03

เป็นการยุติจักรวรรดิโรมันอย่างสิ้นเชิง

วัฒนธรรม

Mehmed the Conqueror: ชื่อที่มีสมญานามทางประวัติศาสตร์

Mehmed the Conqueror ใช้รูปแบบ “ชื่อ + the + สมญานาม” โดย Mehmed คือชื่อของผู้ปกครอง ส่วน the Conqueror คือสมญานามที่ใช้ระบุตัวบุคคลอย่างเป็นที่ยอมรับ มีความหมายว่า “ผู้พิชิต” และในที่นี้เชื่อมโยงกับเมห์เม็ดที่ 2 ผู้ปกครองออตโตมันซึ่งยึดกรุงคอนสแตนติโนเปิล ในงานเขียนประวัติศาสตร์ สมญานามเช่นนี้ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของชื่อที่คนทั่วไปใช้ระบุตัวบุคคล ไม่ใช่คำบรรยายชั่วคราวที่เพียงบอกว่า Mehmed กำลังทำอะไรในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ใน Mehmed the Conqueror คำว่า the Conqueror ทำหน้าที่อะไร?

  1. เป็นนามสกุลของ Mehmed
  2. เป็นคำบรรยายชั่วคราวของผู้พิชิตที่ไม่ได้ระบุชื่อ
  3. เป็นสมญานามทางประวัติศาสตร์ที่ใช้กับชื่อ Mehmed อย่างเป็นที่ยอมรับ
ดูคำตอบ

เป็นสมญานามทางประวัติศาสตร์ที่ใช้กับชื่อ Mehmed อย่างเป็นที่ยอมรับ

ลำดับความ

bringing a conclusive end to ...: วลีที่บอกผลลัพธ์

อนุประโยค -ing bringing a conclusive end to the Roman Empire ย้อนกลับไปกล่าวถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด นั่นคือการที่ Mehmed ยึดกรุงคอนสแตนติโนเปิล และนำเสนอการสิ้นสุดของจักรวรรดิว่าเป็นผลลัพธ์หรือผลกระทบทางประวัติศาสตร์ที่ใหญ่กว่าของเหตุการณ์นั้น ในที่นี้ bring หมายถึง “ทำให้เกิด” ไม่ใช่การถือหรือขนย้ายจริง ๆ Bring an end to หมายถึง “ทำให้บางสิ่งสิ้นสุด” และ conclusive เน้นว่าการสิ้นสุดนั้นเด็ดขาดและเป็นขั้นสุดท้าย โครงสร้าง “จุลภาค + อนุประโยคผลลัพธ์รูป -ing” ช่วยให้ผู้เขียนเปลี่ยนจากเหตุการณ์เฉพาะไปยังผลกระทบที่กว้างกว่าได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีผลลัพธ์ภาษาอังกฤษห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้บางสิ่งสิ้นสุดลงอย่างเด็ดขาด”: The two sides signed a final settlement, ____ the long dispute.

ดูคำตอบ

bringing a conclusive end to

Despite the Ottoman conquest, ไวยากรณ์

4:08

แม้จะถูกออตโตมันพิชิต

many Greek-speaking inhabitants of the eastern Mediterranean การใช้คำ

4:09

ผู้คนที่พูดภาษากรีกจำนวนมากในแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

การใช้คำ

Greek-speaking inhabitants: ชื่อภาษา + -speaking

Greek-speaking เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย inhabitants หมายถึง “ผู้อยู่อาศัยที่พูดภาษากรีก” โดย speaking บอกภาษาที่พวกเขาใช้ ไม่ได้หมายถึงการกำลังพูดอยู่ในขณะนั้น เมื่ออยู่หน้าคำนาม Greek และ speaking ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำขยายเดียว จึงเชื่อมด้วยเครื่องหมายยัติภังค์ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้สร้าง English-speaking countries และ French-speaking communities ได้

แบบฝึกหัด

ใช้คำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึง “สามารถพูดภาษาสเปนได้”: The clinic has several ____ doctors.

ดูคำตอบ

Spanish-speaking

continued to call themselves Romans until the early 21st century. วัฒนธรรม

4:13

ยังคงเรียกตัวเองว่าชาวโรมันจนถึงต้นศตวรรษที่ 21

ไวยากรณ์

Despite the Ottoman conquest: despite + นามวลี

Despite the Ottoman conquest แสดงความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์ที่คาดไว้ กล่าวคือ การพิชิตอาจทำให้อัตลักษณ์เดิมสิ้นสุดลง แต่ประโยคหลักบอกว่าชื่อ Romans ยังคงถูกใช้ต่อไป ในที่นี้ despite เป็นคำบุพบท ตามด้วยนามวลี the Ottoman conquest ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยา

แบบฝึกหัด

เขียนใจความช่วงต้นใหม่โดยใช้ despite: “Although there was a delay, we arrived before noon.” ____ the delay, we arrived before noon.

ดูคำตอบ

Despite

วัฒนธรรม

continued to call themselves Romans: อัตลักษณ์ที่สืบเนื่อง

ในที่นี้ continued to call themselves Romans หมายถึงคนกลุ่มนี้ยังคงใช้ Romans เป็นชื่อเรียกอัตลักษณ์ของตนเอง โครงสร้าง call oneself + ชื่อหรือคำเรียก หมายถึง “เรียกหรือระบุตัวเองด้วยชื่อนั้น” Romans ในที่นี้เป็นการระบุตัวตนทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงสัญชาติสมัยใหม่หรือเพียง “ผู้อาศัยในกรุงโรม” จักรวรรดิในฐานะรัฐอาจสิ้นสุดลงได้ แต่ผู้คนยังคงใช้ชื่ออัตลักษณ์เดิมต่อไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ continued to call themselves Romans บอกอะไรเรา?

  1. พวกเขายังคงโทรศัพท์หาผู้คนที่อาศัยอยู่ในกรุงโรม
  2. พวกเขาอยู่ภายใต้การปกครองอย่างเป็นทางการของจักรวรรดิโรมันจนถึงต้นศตวรรษที่ 21
  3. พวกเขายังคงใช้ Romans เป็นชื่ออัตลักษณ์ของตนเอง
ดูคำตอบ

พวกเขายังคงใช้ Romans เป็นชื่ออัตลักษณ์ของตนเอง

In fact,

4:18

ในความเป็นจริง

it wasn't until the Renaissance ไวยากรณ์

4:18

จนกระทั่งถึงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา

that the term Byzantine Empire was first used.

4:20

คำว่า จักรวรรดิไบแซนไทน์ จึงถูกใช้เป็นครั้งแรก

ไวยากรณ์

It wasn't until ... that ...: การเน้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าช้า

รูปแบบ It wasn't until X that Y หมายถึง “Y เกิดขึ้นเมื่อถึง X เท่านั้น และไม่ได้เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น” โครงสร้างนี้เน้นเวลาอันล่าช้าหรือช่วงที่ X ระบุอย่างชัดเจน ในประโยคนี้ X คือ the Renaissance และ Y คือ the term Byzantine Empire was first used เหตุการณ์ในอนุประโยคที่ตามหลัง that คือเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจนถึงเวลานั้น ส่วนรูปแบบที่เน้นน้อยกว่าคือ The term Byzantine Empire wasn't first used until the Renaissance.

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเน้นย้ำแบบย่อ It wasn't until ... that ... ให้สมบูรณ์: It ____ Friday ____ the package arrived.

ดูคำตอบ

wasn't until · that

For Western Europeans,

4:24

สำหรับชาวยุโรปตะวันตก

the Renaissance was about reconnecting with the wisdom of antiquity. วลี

4:25

ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาเกี่ยวกับการเชื่อมต่อใหม่กับภูมิปัญญาแห่งยุคโบราณ

วลี

was about reconnecting with: ใช้ be about doing เพื่อบอกแนวคิดหลัก

ในประโยคนี้ was about reconnecting with หมายความว่า การกลับไปเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาโบราณคือแนวคิดหรือจุดมุ่งหมายหลักของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา about ใช้นำสิ่งที่เรื่องนั้นมุ่งเน้นเป็นแก่นสำคัญ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “รอบ ๆ” เนื่องจาก about เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงใช้รูป -ing: be about doing something โครงสร้างนี้ใช้สรุปแก่นของขบวนการ โครงการ การอภิปราย หรือเรื่องราวได้

แบบฝึกหัด

ใช้ be about doing เพื่อบอกจุดมุ่งหมายหลัก: The workshop ____ learning to listen, not winning arguments.

ดูคำตอบ

is about

And since the existence of a medieval Roman Empire ลำดับความ

4:29

และเนื่องจากการมีอยู่ของจักรวรรดิโรมันในยุคกลาง

suggested there were Europeans who'd never lost touch with antiquity, สำนวน

4:32

บ่งบอกว่ามีชาวยุโรปที่ไม่เคยสูญเสียการติดต่อกับยุคโบราณ

สำนวน

lose touch with antiquity: ขาดความเชื่อมโยงกับโลกยุคโบราณ

lose touch with หมายถึงความเชื่อมโยงที่เคยมีไม่ได้รับการรักษาไว้ต่อไป เมื่อใช้กับบุคคล มักหมายถึงไม่ได้ติดต่อกันอีกแล้ว เมื่อใช้กับแนวคิด ประเพณี หรือความเป็นจริง จะหมายถึงการห่างเหินหรือไม่เข้าใจสิ่งนั้นดีเหมือนเดิม ในที่นี้ never lost touch with antiquity หมายถึงชาวยุโรปเหล่านี้ยังคงเชื่อมโยงกับโลกยุคโบราณและขนบทางวัฒนธรรมของยุคนั้น คำว่า touch ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการสัมผัสทางกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ lose touch with: After years away from the field, Maya ____ the latest research.

ดูคำตอบ

lost touch with

Western Europeans wanted to draw clear lines สำนวน

4:35

ชาวยุโรปตะวันตกจึงต้องการขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจน

between the ages.

4:38

ระหว่างยุคสมัยต่างๆ

ลำดับความ

since ... suggested ...: วางเหตุผลไว้ก่อนผลลัพธ์

ในที่นี้ since มีความหมายว่า because หรือ “เพราะว่า” ไม่ได้หมายถึงตั้งแต่ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต คำนี้นำอนุประโยคที่บอกเหตุผลว่า การมีอยู่ของจักรวรรดิโรมันในยุคกลางบ่งชี้ว่าชาวยุโรปบางส่วนไม่เคยขาดการติดต่อกับโลกยุคโบราณ จากนั้นประโยคหลักจึงบอกการตอบสนองที่ตามมาว่า ชาวยุโรปตะวันตกต้องการขีดเส้นแบ่งระหว่างยุคให้ชัดเจน การวางอนุประโยค since ไว้ข้างหน้าทำให้ผู้ฟังได้รับหลักฐานก่อนข้อสรุปหรือการกระทำที่หลักฐานนั้นใช้อธิบาย ภายในอนุประโยคนี้ suggested นำเนื้อหาที่หลักฐานบ่งชี้ และละคำว่า that ซึ่งไม่จำเป็นต้องใส่ไว้หน้า there were

แบบฝึกหัด

ใช้ since เพื่อนำเสนอหลักฐานเป็นเหตุผลก่อนบอกการตัดสินใจ: ____ the survey suggested demand was falling, the company delayed its launch.

ดูคำตอบ

Since

สำนวน

draw clear lines between the ages: แบ่งยุคสมัยอย่างชัดเจน

draw clear lines between เป็นอุปลักษณ์ที่หมายถึงการมองหมวดหมู่หรือยุคสมัยว่าแยกจากกันอย่างชัดเจน ถ้ามีสองสิ่ง ใช้ draw a clear line between A and B และถ้ามีหลายสิ่ง ใช้ draw clear lines between several things ในประโยคนี้ wanted to แสดงเจตนาที่จะสร้างขอบเขตทางความคิดดังกล่าว ส่วน the ages หมายถึงยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงการวาดเส้นจริง ๆ ลงบนกระดาษหรือแผนที่

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? The report draws a clear line between verified facts and personal opinions.

  1. รายงานปฏิเสธที่จะกล่าวถึงทั้งข้อเท็จจริงและความคิดเห็น
  2. รายงานแยกข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบแล้วออกจากความคิดเห็นส่วนตัวอย่างชัดเจน
  3. รายงานวาดเส้นที่มองเห็นได้ผ่านงานเขียนทั้งสองประเภท
ดูคำตอบ

รายงานแยกข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบแล้วออกจากความคิดเห็นส่วนตัวอย่างชัดเจน

To better distinguish the classical Latin-speaking pagan Roman Empire ไวยากรณ์

4:40

เพื่อให้แยกแยะจักรวรรดิโรมันนอกรีตที่พูดภาษาละตินคลาสสิก

from the medieval Greek-speaking Christian Roman Empire,

4:44

ออกจากจักรวรรดิโรมันคริสเตียนที่พูดภาษากรีกในยุคกลางได้ดียิ่งขึ้น

scholars renamed the latter group Byzantines. การใช้คำ

4:47

นักวิชาการได้เปลี่ยนชื่อกลุ่มหลังเป็น ไบแซนไทน์

ไวยากรณ์

To better distinguish A from B: เพื่อแยก A ออกจาก B ให้ชัดเจนขึ้น

วลี infinitive ที่ขึ้นต้นประโยคว่า To better distinguish A from B บอกจุดประสงค์ของการกระทำในประโยคหลัก กล่าวคือ นักวิชาการเปลี่ยนชื่อเพื่อให้แยกจักรวรรดิทั้งสองได้ชัดเจนขึ้น โดย better ขยาย distinguish ให้ใช้โครงสร้าง distinguish A from B โดย A คือสิ่งแรกที่ต้องการจำแนก และ from นำหน้าสิ่งที่สองซึ่งนำมาเปรียบเทียบ วลี To + กริยารูปพื้นฐานสามารถวางไว้หน้าประโยคหลักเพื่ออธิบายจุดประสงค์ของการกระทำได้

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่จำเป็นในวลีบอกจุดประสงค์: To better distinguish the two teams ____ each other, the organizers used different colors.

ดูคำตอบ

from

การใช้คำ

the latter group: กลุ่มที่สองจากสองกลุ่ม

the latter group ย้อนกลับไปหมายถึงจักรวรรดิแห่งที่สองจากสองแห่งที่เพิ่งกล่าวถึง ซึ่งก็คือจักรวรรดิโรมันของชาวคริสต์ที่พูดภาษากรีกในยุคกลาง สำนวนนี้ช่วยให้ผู้เขียนไม่ต้องกล่าวชื่อยาว ๆ ซ้ำอีก เมื่อกล่าวย้อนถึงสองสิ่ง the former หมายถึงสิ่งแรก และ the latter หมายถึงสิ่งที่สอง ในประโยคนี้ latter ขยายคำนาม group ไม่ได้หมายถึงเพียงว่า “ใหม่กว่า” หรือ “เกิดขึ้นทีหลัง” แม้ว่าจักรวรรดิแห่งที่สองจะอยู่ในยุคหลังก็ตาม

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งกล่าวถึงพลังงานแสงอาทิตย์ก่อน แล้วจึงกล่าวถึงพลังงานลม จากนั้นระบุว่า "The latter is cheaper here." ในประโยคนี้ the latter หมายถึงอะไร

  1. รายงานฉบับที่ออกมาภายหลัง
  2. พลังงานลม
  3. พลังงานแสงอาทิตย์
ดูคำตอบ

พลังงานลม

And thus, ลำดับความ

4:51

และดังนั้น

100 years after it had fallen, ไวยากรณ์

4:52

100 ปีหลังจากที่มันล่มสลาย

the Byzantine Empire was born.

4:54

จักรวรรดิไบแซนไทน์จึงถือกำเนิดขึ้น

ลำดับความ

And thus ... was born: ปิดท้ายด้วยผลลัพธ์เชิงย้อนแย้ง

And thus แสดงว่าประโยคนี้เป็นผลสรุปจากคำอธิบายก่อนหน้า และทำให้ข้อความสุดท้ายเป็นการปิดประเด็นอย่างกระชับ ในที่นี้ the Byzantine Empire was born เป็นการเปรียบเปรย หมายถึงชื่อและแนวคิดที่คนรุ่นหลังใช้เริ่มมีขึ้นหนึ่งศตวรรษหลังจากจักรวรรดิล่มสลายไปแล้ว ช่วงเวลาที่สวนทางกันนี้ทำให้ตอนจบมีความย้อนแย้ง ไม่ได้หมายความว่าจักรวรรดิเพิ่งก่อตั้งในตอนนั้น

แบบฝึกหัด

ตอนท้ายของประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. ประโยคนี้บอกว่าจักรวรรดิได้รับการสร้างขึ้นใหม่หลังจากล่มสลายครบหนึ่งร้อยปีพอดี
  2. ประโยคนี้สรุปคำอธิบายก่อนหน้า โดยบอกว่าชื่อที่ใช้ในภายหลังเพิ่งเกิดขึ้นหลังจากจักรวรรดิล่มสลาย
  3. ประโยคนี้เริ่มเรื่องราวอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการประสูติของจักรพรรดิ
ดูคำตอบ

ประโยคนี้สรุปคำอธิบายก่อนหน้า โดยบอกว่าชื่อที่ใช้ในภายหลังเพิ่งเกิดขึ้นหลังจากจักรวรรดิล่มสลาย

ไวยากรณ์

100 years after it had fallen: ระบุอดีตที่เกิดก่อน

Had fallen อยู่ในรูป past perfect ซึ่งวางเหตุการณ์การล่มสลายของจักรวรรดิไว้ก่อนเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดทีหลังซึ่งแสดงด้วย was born ลำดับเวลาคือ จักรวรรดิล่มสลายก่อน แล้วหนึ่งร้อยปีต่อมาชื่อนี้จึงปรากฏขึ้น fall ในที่นี้หมายถึงจักรวรรดิหรืออำนาจทางการเมืองล่มสลาย ไม่ได้หมายถึงสิ่งของตกลงมาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ past perfect เพื่อระบุชัดว่าการปิดโรงละครเกิดก่อนการเปิดอีกครั้ง?

  1. Fifty years after the theater closed, it reopened as a museum.
  2. Fifty years after the theater had closed, it reopened as a museum.
  3. The theater has closed, and it will reopen as a museum in fifty years.
ดูคำตอบ

Fifty years after the theater had closed, it reopened as a museum.

Want to learn more about the Byzantine church

4:57

ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโบสถ์ไบแซนไทน์

mentioned in this video?

4:59

ที่กล่าวถึงในวิดีโอนี้หรือไม่

Check out this lesson

5:01

ตรวจสอบบทเรียนนี้

and learn how Hagia Sophia spanned empires,

5:02

และเรียนรู้ว่าฮาเจียโซเฟียครอบคลุมจักรวรรดิต่างๆ

housed multiple religions,

5:05

เป็นที่ตั้งของหลายศาสนา

and is somehow decorated with both ancient Greek columns

5:07

และได้รับการตกแต่งด้วยทั้งเสากรีกโบราณ

and Viking runes.

5:10

และอักษรรูนของชาวไวกิ้งได้อย่างไร