วินาทีแสง ปีแสง ศตวรรษแสง: วิธีวัดระยะทางสุดขอบจักรวาล - Yuan-Sen Ting: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
828 คำ 180 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่านักดาราศาสตร์วัดระยะทางอันมหาศาลในจักรวาลอย่างไร โดยเริ่มจากพารัลแลกซ์ตรีโกณมิติสำหรับดาวฤกษ์ใกล้เคียง ไปสู่เทียนมาตรฐานสำหรับดาราจักรไกลโพ้น แล้วชี้ให้เห็นว่าการมองได้ไกลขึ้นคือการมองย้อนสู่อดีตของจักรวาล เพราะแสงที่มาถึงวันนี้บันทึกภาพวัตถุในสภาพเมื่อเนิ่นนานมาแล้ว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. But wait, how do we know how far away stars and galaxies are? — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ เรียนรู้การสังเกตคำถามเชิงวาทศิลป์ที่หยุดลำดับข้อเท็จจริงชั่วคราวแล้วเปิดประเด็นปัญหาหลัก คุณสามารถใช้วิธีนี้ในงานนำเสนอเพื่อเปลี่ยนจากสิ่งที่ทราบแล้วไปสู่สิ่งที่ยังต้องอธิบายอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกระตุ้นความสงสัยโดยไม่ต้องประกาศหัวข้อใหม่อย่างแข็งทื่อ 2. standard candles. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง เข้าใจศัพท์ดาราศาสตร์ที่ไม่ได้หมายถึงเทียนตามตัวอักษร แต่หมายถึงวัตถุซึ่งทราบความสว่างแท้จริงดีพอที่จะประมาณระยะทางจากแสงที่สังเกตได้ ความรู้นี้ช่วยให้ติดตามบทบาทของดาวแปรแสงเซฟีดและซูเปอร์โนวาประเภท Ia ในการขยายมาตรวัดระยะทางจักรวาลได้ถูกต้อง 3. read the history of the universe — สำนวนและภาษาภาพพจน์ สังเกตอุปมาที่มองแสงโบราณเป็นข้อมูลซึ่งสามารถอ่านและตีความได้ คุณจะใช้ถ้อยคำลักษณะเดียวกันเมื่อกล่าวถึงการแปลหลักฐานจากอดีต และเข้าใจว่าการสังเกตวัตถุไกลโพ้นเชื่อมโยงกับการสร้างประวัติพัฒนาการของจักรวาลและต้นกำเนิดของเราขึ้นใหม่อย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Light is the fastest thing we know.

0:06

แสงเป็นสิ่งที่เร็วที่สุดที่เรารู้จัก

It's so fast that we measure enormous distances by how long it takes for light to travel them. ไวยากรณ์

0:10

มันเร็วมากจนเราวัดระยะทางมหาศาลด้วยระยะเวลาที่แสงใช้ในการเดินทาง

ไวยากรณ์

so fast that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์/คำกริยาวิเศษณ์ + that + อนุประโยค เชื่อมระดับที่สูงกับผลที่เกิดขึ้น ในที่นี้ so fast บอกระดับ และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผล คือ ความเร็วของแสงทำให้เราวัดระยะทางไกลมากได้ด้วยเวลาเดินทางของแสง อย่าเข้าใจเพียงว่า “เร็วมาก” โครงสร้างนี้หมายถึง “เร็วถึงระดับที่ทำให้เกิดผลนี้” ดังนั้น that จึงทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมระดับกับผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมคำหนึ่งคำในแต่ละช่องเพื่อให้โครงสร้างบอกผล so ... that สมบูรณ์: It was ____ cold ____ the lake froze.

ดูคำตอบ

so · that

ไวยากรณ์

by how long it takes for light to travel them: การบอกเกณฑ์ในการวัด

ในที่นี้ by หมายถึง “โดยใช้” หรือ “โดยอาศัย...เป็นเกณฑ์” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านสถานที่ อนุประโยค how long it takes for light to travel them ทั้งหมดเป็นกรรมของ by และบอกว่าเราใช้ข้อมูลใดในการวัดระยะทาง อนุประโยค how long เป็นคำถามที่ฝังอยู่ในประโยค จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how long it takes ไม่ใช่ how long does it take รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำกริยา + by + อนุประโยค wh เมื่ออนุประโยคนั้นบอกวิธีหรือเกณฑ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ by + อนุประโยค how long ได้ถูกต้องเพื่อบอกเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ?

  1. We compare the batteries by how long they last.
  2. We compare the batteries by how long last they.
  3. We compare the batteries by how long do they last.
ดูคำตอบ

We compare the batteries by how long they last.

In one year, light travels about 6 trillion miles,

0:16

ในหนึ่งปี แสงเดินทางได้ประมาณ 6 ล้านล้านไมล์

a distance we call one light year. ไวยากรณ์

0:20

ระยะทางที่เราเรียกว่าหนึ่งปีแสง

ไวยากรณ์

a distance we call one light year: การตั้งชื่อด้วยอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ละคำสรรพนามกรรม

หลังเครื่องหมายจุลภาค a distance เป็นนามวลีที่กล่าวซ้ำเพื่อตั้งชื่อให้ค่าก่อนหน้า 6 trillion miles จึงเป็นนามวลีซ้อนแบบ apposition ส่วน we call one light year เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย distance โดยละคำสรรพนามสัมพัทธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมไว้ รูปเต็มคือ a distance that/which we call one light year call ใช้โครงสร้าง call + กรรม + ชื่อ คำว่า that/which ที่เข้าใจได้แม้ไม่ปรากฏเป็นกรรมและอ้างถึง a distance ส่วน one light year คือชื่อของระยะทางนั้น โครงสร้างนี้ช่วยให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์บอกข้อเท็จจริงก่อน แล้วจึงเพิ่มคำศัพท์ที่ใช้เรียกสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง นาม + we call + ชื่อ ได้ถูกต้องเพื่อตั้งชื่อกระบวนการที่เพิ่งอธิบาย?

  1. The liquid becomes a gas, a process we call evaporation.
  2. The liquid becomes a gas, a process we call it evaporation.
  3. The liquid becomes a gas, a process we call as evaporation.
ดูคำตอบ

The liquid becomes a gas, a process we call evaporation.

To give you an idea of just how far this is, ลำดับความ

0:22

เพื่อให้คุณพอจะนึกภาพออกว่าระยะทางนี้ไกลแค่ไหน

ลำดับความ

To give you an idea of just how far this is: การเกริ่นเข้าสู่การเปรียบเทียบที่เห็นภาพได้

คำขึ้นต้นนี้หมายถึงการช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจหรือเห็นภาพบางสิ่งแบบคร่าว ๆ แต่เป็นรูปธรรม ไม่ได้หมายถึงการมอบความคิดให้ตามตัวอักษร ในที่นี้เป็นสัญญาณว่าจะมีการเปรียบเทียบหรือตัวอย่างที่คุ้นเคยตามมา เพื่อให้จินตนาการถึงระยะทางมหาศาลได้ง่ายขึ้น รูปแบบการจัดข้อมูลคือ To give you an idea of + คำนามหรืออนุประโยคคำถามทางอ้อมที่มี how ใช้ตั้งหัวข้อ แล้วประโยคหลักที่ตามมาจะให้สิ่งอ้างอิงที่เป็นรูปธรรม just how far ใช้เน้นระดับ หมายถึง “ไกลมากเพียงใด” หรือ “ไกลแค่ไหนกันแน่”

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนให้ตรงตามรูป ซึ่งหมายถึง “ช่วยให้เห็นภาพในใจ”: ____ how cold it was, I saw a cup of water freeze in seconds.

ดูคำตอบ

To give you an idea of

the moon, which took the Apollo astronauts 4 days to reach, ไวยากรณ์

0:25

ดวงจันทร์ ซึ่งนักบินอวกาศอพอลโลใช้เวลาเดินทาง 4 วันเพื่อไปถึง

is only one light-second from Earth. วัฒนธรรม

0:29

อยู่ห่างจากโลกเพียงหนึ่งวินาทีแสงเท่านั้น

ไวยากรณ์

which took ... 4 days to reach: ข้อมูลเสริมและเวลาที่ต้องใช้

ในประโยคนี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึง the moon ไม่ใช่ the Apollo astronauts อนุประโยคสัมพันธ์ที่คั่นด้วยจุลภาคให้ข้อมูลเสริมที่ไม่จำเป็นต่อโครงสร้างหลัก โดยโครงสร้างประโยคหลักยังคงเป็น the moon ... is only one light-second from Earth รูปแบบ take + คน + ระยะเวลา + to do ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งต้องใช้เวลานานเท่าใด ในที่นี้ took the Apollo astronauts 4 days to reach หมายความว่านักบินอวกาศใช้เวลาสี่วันจึงไปถึงดวงจันทร์ หลัง reach ไม่ต้องมีกรรม เพราะ which ทำหน้าที่แทน the moon แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปอดีตของโครงสร้าง take + คน + เวลา + to reach โดยใช้ us และ three hours: The cabin, which ____, had no electricity.

ดูคำตอบ

took us three hours to reach

วัฒนธรรม

one light-second from Earth: หน่วยวัดระยะทาง

light-second หรือวินาทีแสงเป็นหน่วยวัดระยะทาง หมายถึงระยะทางที่แสงเดินทางได้ในหนึ่งวินาที ไม่ใช่ช่วงเวลาหนึ่งวินาที one light-second from Earth หมายถึงอยู่ห่างจากโลกเป็นระยะทางเท่านี้ คำว่า only เน้นว่าระยะทางนี้ถือว่าน้อยเมื่อเทียบในมาตราส่วนทางดาราศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในประโยค The probe is two light-seconds away คำว่า two light-seconds บอกอะไร?

  1. เวลาเดินทางของยานสำรวจ
  2. ช่วงเวลาสองวินาที
  3. ระยะทางที่แสงเดินทางได้ในสองวินาที
ดูคำตอบ

ระยะทางที่แสงเดินทางได้ในสองวินาที

Meanwhile, ลำดับความ

0:32

ในขณะเดียวกัน

the nearest star beyond our own sun is Proxima Centauri, การใช้คำ

0:32

ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ที่สุดถัดจากดวงอาทิตย์ของเราคือ พร็อกซิมาเซนทอรี

4.24 light years away.

0:36

ซึ่งอยู่ห่างออกไป 4.24 ปีแสง

ลำดับความ

Meanwhile: การเปลี่ยนไปยังอีกจุดหนึ่งของการเปรียบเทียบ

Meanwhile ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าการกระทำสองอย่างกำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่เปลี่ยนคำอธิบายไปสู่อีกวัตถุหนึ่งและมาตราส่วนระยะทางที่ใหญ่กว่ามาก เมื่ออยู่ต้นประโยค Meanwhile สามารถจัดระเบียบข้อมูลด้วยการนำเสนอข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องจากอีกด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบ ความเชื่อมโยงในที่นี้คือการเปลี่ยนจุดสนใจ จึงมีความหมายใกล้เคียงกับ “ตอนนี้ลองดูอีกจุดหนึ่งที่นำมาเปรียบเทียบ” ไม่ใช่ “ในเวลาเดียวกัน” เสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Meanwhile เพื่อเปลี่ยนไปยังอีกจุดหนึ่งของการเปรียบเทียบ แทนที่จะบอกว่าการกระทำเกิดขึ้นพร้อมกัน

  1. Mia watered the plants. Meanwhile, Ben swept the floor.
  2. Desert days are very hot. Meanwhile, desert nights can be surprisingly cold.
  3. I waited at the station. Meanwhile, the train was approaching the city.
ดูคำตอบ

Desert days are very hot. Meanwhile, desert nights can be surprisingly cold.

การใช้คำ

beyond our own sun: นอกเกณฑ์อ้างอิงทางพื้นที่

ใน beyond our own sun คำว่า beyond วางสิ่งหนึ่งไว้ด้านนอกหรือไกลกว่าเกณฑ์อ้างอิงทางพื้นที่ที่รู้จัก ซึ่งก็คือดวงอาทิตย์ของเรา ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ตัวเลขหนึ่งมากกว่าอีกตัวเลขหนึ่ง our own ระบุอย่างเจาะจงว่าเป็นดวงอาทิตย์ของระบบสุริยะของเราและเพิ่มน้ำหนักในการเน้น ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของส่วนตัว เมื่อรวมกันแล้ว คำเหล่านี้กำหนดให้ดวงอาทิตย์ของเราเป็นขอบเขตอ้างอิง และดึงความสนใจไปยังดาวฤกษ์ที่อยู่นอกขอบเขตนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ beyond ในความหมายที่อ้างอิงตำแหน่งทางพื้นที่เหมือนกับ beyond our own sun

  1. The hiking trail continues beyond the bridge.
  2. The temperature rose beyond 30 degrees.
  3. This puzzle is beyond me.
ดูคำตอบ

The hiking trail continues beyond the bridge.

Our Milky Way is on the order of 100,000 light years across. วลี

0:39

ทางช้างเผือกของเรามีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100,000 ปีแสง

วลี

on the order of: การประมาณระดับขนาดแบบคร่าว ๆ

ในประโยคนี้ on the order of 100,000 light years หมายถึงประมาณ 100,000 ปีแสง โดยเน้นขนาดคร่าว ๆ ของตัวเลขมากกว่าค่าที่วัดได้อย่างแม่นยำ โครงสร้าง on the order of + ตัวเลขหรือปริมาณ มักใช้เมื่อต้องการบอกระดับขนาดโดยประมาณอย่างระมัดระวัง ในที่นี้ order หมายถึงระดับขนาด ไม่ใช่คำสั่งหรือลำดับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคประมาณการด้วยวลีที่บอกระดับขนาดโดยคร่าว ๆ: The new bridge will cost ____ five million dollars.

ดูคำตอบ

on the order of

The nearest galaxy to our own, Andromeda,

0:43

ดาราจักรที่อยู่ใกล้เราที่สุดคือ แอนโดรเมดา

is about 2.5 million light years away.

0:46

อยู่ห่างออกไปประมาณ 2.5 ล้านปีแสง

Space is mind-blowingly vast. การใช้คำ

0:49

อวกาศนั้นกว้างใหญ่ไพศาลจนน่าเหลือเชื่อ

การใช้คำ

mind-blowingly vast: การเน้นอย่างรุนแรงและเห็นภาพชัด

mind-blowingly เป็นคำกริยาวิเศษณ์บอกระดับที่มีอารมณ์ชัดเจน หมายถึงอย่างน่าทึ่งหรือมากจนยากจะจินตนาการ คำนี้ขยาย vast ดังนั้น mind-blowingly vast จึงไม่ได้หมายถึงแค่กว้างใหญ่มาก แต่หมายถึงกว้างใหญ่จนทำให้รู้สึกทึ่ง สำนวนนี้เป็นการเปรียบเปรย ไม่ได้หมายความว่าสมองถูกระเบิดจริง ๆ แต่เป็นการเพิ่มความรู้สึกของผู้พูดลงในคำบรรยายข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

เติมคำบรรยายด้วยวลีสองคำที่ตรงกับความหมายว่าใหญ่อย่างน่าทึ่ง: From the airplane, the desert looked ____.

ดูคำตอบ

mind-blowingly vast

But wait, how do we know how far away stars and galaxies are? ลำดับความ

0:53

แต่เดี๋ยวก่อน เรารู้ได้อย่างไรว่าดาวฤกษ์และดาราจักรอยู่ห่างออกไปแค่ไหน?

ลำดับความ

But wait, how do we know ...? ในฐานะวลีเปลี่ยนประเด็น

But wait ทำให้คำอธิบายหยุดชั่วครู่และบอกว่ายังมีประเด็นสำคัญที่ยังไม่ได้ข้อสรุป คำถาม how do we know ...? ที่ตามมาจะย้ายความสนใจจากข้อเท็จจริงที่กล่าวไปแล้ว ซึ่งก็คือระยะทาง ไปสู่หลักฐานหรือวิธีที่ใช้หาระยะนั้น การหยุดและการตั้งคำถามนี้ช่วยจัดลำดับเนื้อหา โดยปิดคำอธิบายช่วงหนึ่งและเปิดทางไปสู่ช่วงถัดไป ผู้พูดกำลังพาผู้ฟังไปหาคำตอบ ไม่ได้เพียงถามเพื่อขอข้อมูลสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

ผู้บรรยายเพิ่งบอกว่าทะเลสาบแห่งหนึ่งลึกมาก และตอนนี้ต้องการเปลี่ยนไปถามถึงหลักฐาน ประโยคใดใช้เปลี่ยนประเด็นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. But wait, how do we know the lake is that deep?
  2. Please wait by the lake until noon.
  3. The lake is very deep, and the water looks blue.
ดูคำตอบ

But wait, how do we know the lake is that deep?

After all, when we look at the sky, ลำดับความ

0:56

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเรามองดูท้องฟ้า

we have a flat, two-dimensional view. การใช้คำ

0:58

เราจะเห็นภาพแบนๆ ในแบบสองมิติ

ลำดับความ

After all ในฐานะคำเชื่อมที่ใช้ให้เหตุผล

After all ใช้นำเสนอเหตุผลที่สนับสนุนสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป ในประโยคนี้ การที่เราเห็นท้องฟ้าเป็นภาพแบนแบบสองมิติช่วยอธิบายว่าทำไมจึงต้องตอบคำถามว่าเราวัดระยะทางถึงดาวฤกษ์และกาแล็กซีได้อย่างไร เมื่อใช้เป็นคำเชื่อมในเนื้อหา ความหมายใกล้เคียงกับ “ให้นึกถึงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องนี้” หรือ “เมื่อพิจารณาเรื่องนี้แล้ว” ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นหลังจากทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

ใช้ After all เพื่อนำเสนอเหตุผลที่สนับสนุนคำแนะนำ: We should take an umbrella. ____, rain is expected this afternoon.

ดูคำตอบ

After all

การใช้คำ

a flat, two-dimensional view: ภาพที่ไม่มีความลึก

ในประโยคนี้ view หมายถึงภาพหรือขอบเขตการมองเห็น ไม่ได้หมายถึงความคิดเห็น คำคุณศัพท์ flat และ two-dimensional บอกว่าภาพนั้นมีความสูงและความกว้าง แต่ไม่ได้แสดงความลึกโดยตรง นามวลีทั้งหมดนี้ใช้บอกข้อจำกัดของการสังเกตอย่างกระชับว่า สิ่งที่เห็นดูเหมือนระนาบ ดังนั้นหากอาศัยเพียงภาพนี้ เราจะมองระยะที่ลึกเข้าไปในฉากได้ไม่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในประโยค The camera gives us a two-dimensional view of the room คำว่า view หมายถึงอะไร?

  1. ภาพหรือขอบเขตที่กำลังมองเห็น
  2. ความคิดเห็นส่วนตัว
  3. การไปเยือนสถานที่แห่งหนึ่ง
ดูคำตอบ

ภาพหรือขอบเขตที่กำลังมองเห็น

If you point your finger to one star, ไวยากรณ์

1:00

หากคุณชี้นิ้วไปที่ดาวดวงหนึ่ง

you can't tell how far the star is.

1:03

คุณไม่สามารถบอกได้ว่าดาวดวงนั้นอยู่ไกลแค่ไหน

ไวยากรณ์

If ..., you can't tell ...: การกำหนดเงื่อนไขและบอกข้อจำกัด

อนุประโยคที่มี if ใช้กำหนดสถานการณ์การสังเกตที่เป็นไปได้ คือคุณชี้ไปที่ดาวดวงหนึ่ง ส่วนประโยคหลักบอกข้อจำกัดภายใต้เงื่อนไขนั้น คือคุณไม่สามารถระบุระยะห่างของดาวได้ ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าการชี้เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ โครงสร้าง if + present simple ตามด้วย can หรือ can't + คำกริยารูปพื้นฐาน มักใช้เพื่ออธิบายว่าสิ่งใดทำได้หรือทำไม่ได้ภายใต้เงื่อนไขหนึ่ง ในที่นี้ can't tell หมายถึงไม่สามารถระบุหรือ判断ได้ ไม่ได้หมายถึงพูดไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคที่มี if เพื่อกำหนดเงื่อนไขการสังเกต และใช้ can't เพื่อบอกข้อจำกัดที่เกิดขึ้น?

  1. You use only one sensor because you can tell where the signal comes from.
  2. If you use only one sensor, you can't tell where the signal comes from.
  3. If you can't tell where the signal comes from, one sensor gives the exact location.
ดูคำตอบ

If you use only one sensor, you can't tell where the signal comes from.

So, how do astrophysicists figure that out? กริยาวลี

1:05

แล้วนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์คิดออกได้อย่างไร?

กริยาวลี

figure that out: หาคำตอบ

Figure out เป็นกริยาวลีแบบแยกคำได้ หมายถึงการหาคำตอบด้วยการคิด ตรวจสอบ หรือคำนวณ ในที่นี้ figure that out หมายถึง “หาคำตอบหรือทำความเข้าใจข้อเท็จจริงที่กล่าวถึงก่อนหน้า” โดย figure ไม่ได้เป็นคำนามที่หมายถึงตัวเลขหรือบุคคล เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it หรือ that ต้องวางไว้ระหว่าง figure กับ out: figure it out, figure that out ส่วนวลีนามสามารถวางหลัง out ได้ เช่น figure out the distance

แบบฝึกหัด

เติม figure out และวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ: I cannot explain the error yet, but I will ____ it ____.

ดูคำตอบ

figure · out

For objects that are very close by, วลี

1:08

สำหรับวัตถุที่อยู่ใกล้มากๆ

วลี

very close by: อยู่ใกล้มาก

Close by เป็นวลีบอกสถานที่ที่มีความหมายรวมกันว่า “อยู่ใกล้ ๆ” หรือ “อยู่ไม่ไกล” ใน very close by คำว่า very เพิ่มระดับความใกล้ของ close ส่วน by เป็นส่วนหนึ่งของวลีและไม่ต้องแปลเป็นคำบุพบทแยกต่างหาก ในประโยคนี้ close by อยู่หลัง are และบอกตำแหน่งของวัตถุ วลีนี้มักอยู่หลัง be หรือท้ายอนุประโยค เช่น The clinic is close by.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย close by: We can walk to the pharmacy because it is ____.

ดูคำตอบ

close by

we can use a concept called trigonometric parallax. วัฒนธรรม

1:10

เราสามารถใช้แนวคิดที่เรียกว่า พารัลแลกซ์ตรีโกณมิติ

วัฒนธรรม

a concept called trigonometric parallax: การบอกชื่อแนวคิดด้วย called

ในนามวลี a concept called trigonometric parallax ส่วน called trigonometric parallax ขยายคำว่า concept และบอกชื่อของแนวคิดนั้น รูปนี้ย่อมาจาก that is called trigonometric parallax ดังนั้น called จึงไม่ได้แนะนำการกระทำอีกอย่างหนึ่ง ในที่นี้ trigonometric parallax คือวิธีหาระยะทางจากการเปลี่ยนแปลงของมุมมอง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนามที่หมายถึงแนวคิด กระบวนการ หรืออุปกรณ์ + called + ชื่อของสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้บอกชื่อจากบทเรียนนี้ให้สมบูรณ์: Scientists use an instrument ____ a seismograph to record ground motion.

ดูคำตอบ

called

The idea is pretty simple.

1:14

แนวคิดนี้ค่อนข้างเรียบง่าย

Let's do an experiment. น้ำเสียง/เจตนา

1:16

เรามาทำการทดลองกัน

น้ำเสียง/เจตนา

Let's do an experiment: การชวนผู้ชมให้มีส่วนร่วม

Let's เป็นรูปย่อที่ใช้กันทั่วไปของ let us และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน เช่น Let's + do รูปนี้ใช้เสนอหรือชักชวนให้ผู้พูดกับผู้ฟังทำสิ่งหนึ่งร่วมกัน ในที่นี้ Let's do an experiment เปลี่ยนจากการอธิบายไปสู่การสาธิต ในบทเรียนหรือวิดีโอ ผู้ชมไม่จำเป็นต้องอยู่กับผู้พูดจริง ๆ การใช้ถ้อยคำนี้ทำให้รู้สึกว่าทุกคนกำลังก้าวไปสู่ขั้นต่อไปด้วยกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำย่อจากบทเรียนนี้เพื่อให้คำชวนกลุ่มอย่างเป็นมิตรสมบูรณ์: ____ compare the two results.

ดูคำตอบ

Let's

Stick out your thumb and close your left eye. กริยาวลี

1:18

ยื่นนิ้วหัวแม่มือของคุณออกไปและหลับตาซ้าย

กริยาวลี

Stick out: ยื่นส่วนหนึ่งของร่างกายออกไปด้านนอก

ในที่นี้ stick out หมายถึง “ยื่นส่วนหนึ่งของร่างกายออกไปด้านนอก” ใน stick out your thumb ส่วนที่ถูกยื่นออกไปคือ your thumb ซึ่งเป็นกรรมของกริยาวลีนี้ เมื่อกรรมเป็นคำนาม ทั้ง stick out your thumb และ stick your thumb out ฟังเป็นธรรมชาติ Out เป็นส่วนหนึ่งของความหมายนี้ ถ้าตัดออก คำสั่งจะไม่สื่อการยื่นออกไปด้านนอกได้อย่างครบถ้วนและชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีจากบทเรียนที่แปลว่า “ยื่นออกไปด้านนอก” เพื่อทำให้คำสั่งสมบูรณ์: Please ____ your tongue for the doctor.

ดูคำตอบ

stick out

Now, open your left eye and close your right eye.

1:21

ทีนี้ ลืมตาซ้ายและหลับตาขวา

It will look like your thumb has moved, ไวยากรณ์

1:24

มันจะดูเหมือนว่านิ้วหัวแม่มือของคุณขยับ

ไวยากรณ์

It will look like + อนุประโยค: บอกภาพที่คาดว่าจะเห็น

It will look like + อนุประโยค หมายถึง “จะดูเหมือนว่า...” อนุประโยค your thumb has moved บอกสิ่งที่คาดว่าผู้ดูจะคิดว่าตนเองมองเห็น will ใช้คาดการณ์สิ่งที่จะสังเกตเห็นในภายหลัง ส่วน look like ชี้ว่านี่เป็นเพียงภาพที่เห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในที่นี้ like ใช้นำหน้าอนุประโยค ไม่ได้แปลว่า “ชอบ”

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบจากบทเรียนที่แปลว่า “จะดูเหมือนว่า” ให้สมบูรณ์: When you spin the disk, ____ the colors are moving toward the center.

ดูคำตอบ

it will look like

while more distant background objects have remained in place. วลี

1:26

ในขณะที่วัตถุพื้นหลังที่อยู่ไกลออกไปยังคงอยู่ที่เดิม

วลี

have remained in place: ยังคงอยู่ที่เดิม

ในประโยคนี้ have remained in place หมายความว่าวัตถุฉากหลังที่อยู่ไกลยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมแทนที่จะเคลื่อนที่ in place เน้นว่าตำแหน่งไม่เปลี่ยน ไม่ได้หมายถึงเพียงสถานที่ใด ๆ have remained เป็น present perfect ซึ่งมองว่าตำแหน่งไม่เปลี่ยนตั้งแต่เวลาก่อนหน้านั้นจนถึงเวลาที่กำลังกล่าวถึง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have/has remained in place

แบบฝึกหัด

ใช้ remain in place ในรูป present perfect เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The safety barriers have ____ since Monday.

ดูคำตอบ

remained in place

The same concept applies when we look at the stars. วลี

1:30

แนวคิดเดียวกันนี้ประยุกต์ใช้ได้เมื่อเรามองไปที่ดวงดาว

วลี

The same concept applies: แนวคิดเดียวกันนี้ใช้ได้

The same concept applies หมายความว่าหลักการที่เพิ่งอธิบายไปยังเป็นจริงหรือใช้ประโยชน์ได้ในสถานการณ์ใหม่ ในที่นี้วลีดังกล่าวพาคำอธิบายจากสถานการณ์ก่อนหน้าไปสู่สถานการณ์ที่เรามองดูดวงดาว ในการใช้นี้ apply หมายถึงเกี่ยวข้องหรือใช้ได้ ไม่ได้หมายถึงยื่นใบสมัคร อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ใช้บอกสถานการณ์ใหม่ ส่วนเมื่อใช้กับคำนามให้ใช้ apply to เช่น The same concept applies to other planets.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความได้ถูกต้องว่า หลักการที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ใช้ได้กับแบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ด้วย

  1. The same concept applies rechargeable batteries.
  2. The same concept applies to rechargeable batteries.
  3. The same concept applies for rechargeable batteries.
ดูคำตอบ

The same concept applies to rechargeable batteries.

But distant stars are much, ไวยากรณ์

1:33

แต่ดาวฤกษ์อันไกลโพ้นนั้นอยู่ไกล

much farther away than the length of your arm,

1:35

ไกลกว่าความยาวแขนของคุณมากนัก

ไวยากรณ์

much, much farther away than: การเน้นความแตกต่างในการเปรียบเทียบ

farther away than ใช้เปรียบเทียบระยะทาง โดยบอกว่าสิ่งหนึ่งอยู่ไกลกว่าอีกสิ่งหนึ่ง ส่วน much วางหน้าคำขั้นกว่า farther เพื่อแสดงว่าความแตกต่างนั้นมาก การพูด much ซ้ำช่วยเน้นอย่างมาก: much, much farther away than หมายถึง “ไกลกว่ามาก ๆ” much ทั้งสองคำช่วยเน้นการเปรียบเทียบเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงปริมาณสองอย่างที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นอย่างเป็นธรรมชาติว่าภูเขาอยู่ไกลกว่าเนินเขามาก?

  1. The mountain is much, much farther away than the hill.
  2. The mountain is much, much far away than the hill.
  3. The mountain is very, very farther away than the hill.
ดูคำตอบ

The mountain is much, much farther away than the hill.

and the Earth isn't very large.

1:37

และโลกก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น

So, even if you had different telescopes across the equator, ไวยากรณ์

1:39

ดังนั้น แม้ว่าคุณจะมีกล้องโทรทรรศน์ที่แตกต่างกันอยู่ตรงข้ามเส้นศูนย์สูตร

you'd not see much of a shift in position. วลี

1:43

คุณก็จะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งมากนัก

ไวยากรณ์

even if ... you'd not ...: เงื่อนไขที่ยอมรับข้อแม้แต่ผลไม่เปลี่ยน

even if ใช้เปิดเงื่อนไขแบบยอมรับข้อแม้ ผู้พูดให้เราสมมติว่าเงื่อนไขนั้นเป็นจริง แล้วบอกว่าผลหลักก็ยังไม่เปลี่ยน ในที่นี้ ต่อให้มีกล้องโทรทรรศน์กระจายอยู่ตามแนวเส้นศูนย์สูตร ก็ยังเห็นการเลื่อนตำแหน่งเพียงเล็กน้อย รูปอดีต had และ would ใน you'd ทำให้เป็นโครงสร้างสมมติ: even if you had ..., you would not .... ใจความไม่ได้มีเพียง “ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้น” แต่เป็น “ต่อให้เกิดขึ้น สิ่งนี้ก็ยังไม่เพียงพอ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าแม้ใช้แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น ของเล่นก็ยังไม่ทำงาน?

  1. If you use a bigger battery, the toy will work.
  2. Even if you used a bigger battery, the toy wouldn't work.
  3. Even though you used a bigger battery, the toy didn't work.
ดูคำตอบ

Even if you used a bigger battery, the toy wouldn't work.

วลี

a shift in position: การเปลี่ยนตำแหน่ง

ในที่นี้ a shift in position เป็นวลีนามนับได้ที่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของจุดที่สิ่งหนึ่งอยู่หรือดูเหมือนว่าอยู่ Shift ระบุการเปลี่ยนแปลง ส่วน in position บอกว่าสิ่งที่เปลี่ยนคือตำแหน่ง ในที่นี้ shift ไม่ได้หมายถึงกะทำงาน วลีนามนี้ใช้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และเทคนิค เพราะนำเสนอการเคลื่อนที่ในรูปของการเปลี่ยนแปลงที่สังเกต วัด หรือเปรียบเทียบได้ ในประโยคนี้ not see much of a shift หมายความว่าการเปลี่ยนตำแหน่งจะน้อยมากหรือสังเกตได้ยาก

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึงตำแหน่งของเซนเซอร์เปลี่ยนไปเล็กน้อยได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. a slight shift in the sensor's position
  2. a slight position in the sensor's shift
  3. a work shift for the sensor
ดูคำตอบ

a slight shift in the sensor's position

Instead, we look at the change in the star's apparent location over 6 months, โน้ต

1:45

แต่เราจะสังเกตการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งที่ปรากฏของดาวฤกษ์ในช่วงเวลา 6 เดือนแทน

ลำดับความ

Instead: การเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่น

Instead ที่อยู่ต้นประโยคส่งสัญญาณว่าเปลี่ยนจากแนวคิดหรือวิธีก่อนหน้าไปเป็นอีกทางหนึ่ง คำนี้บอกผู้ฟังว่าไม่ให้ใช้หรือให้ความสำคัญกับตัวเลือกก่อนหน้า แต่ให้ใช้หรือพิจารณาสิ่งที่ตามมา ในที่นี้ คำนี้นำเสนอวิธีอื่นในการวัดการเปลี่ยนแปลง รูปแบบในที่นี้คือ Instead, + อนุประโยคสมบูรณ์ เครื่องหมายจุลภาคแสดงการเปลี่ยนเรื่อง และอนุประโยคที่ตามมาระบุวิธีทดแทน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Instead ได้ถูกต้องเพื่อนำเสนอแผนทดแทน

  1. The trail is flooded. For example, we'll take the bridge.
  2. The trail is flooded. Instead, we'll take the bridge.
  3. The trail is flooded. Instead of, we'll take the bridge.
ดูคำตอบ

The trail is flooded. Instead, we'll take the bridge.

การใช้คำ

การเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งปรากฏของดาว

ในวลีนี้ apparent บอกตำแหน่งของดาวตามที่สังเกตเห็นจากโลก การเปลี่ยนแปลงนี้คือการเลื่อนของจุดที่ดาวดูเหมือนจะอยู่ ไม่ได้แปลว่าตำแหน่งจริงของดาวเปลี่ยนไปเสมอ ในภาษาวิทยาศาสตร์ apparent มักใช้บอกค่าที่วัดได้หรือผลที่ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้สังเกต จึงช่วยแยกสิ่งที่มองเห็นออกจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในรายงานทางวิทยาศาสตร์ "the star's apparent location changed" หมายความว่าอย่างไร

  1. ตำแหน่งของดาวสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น
  2. สำหรับผู้สังเกต ดาวดูเหมือนอยู่ในตำแหน่งที่ต่างออกไป
  3. ดาวเคลื่อนไปยังตำแหน่งจริงแห่งใหม่อย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

สำหรับผู้สังเกต ดาวดูเหมือนอยู่ในตำแหน่งที่ต่างออกไป

the halfway point of the Earth's year-long orbit around the sun. วัฒนธรรม

1:50

ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของวงโคจรหนึ่งปีที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์

วัฒนธรรม

จุดกึ่งกลางของวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ที่โลกใช้เวลาหนึ่งปี

วลีคำนามหลังเครื่องหมายจุลภาคอธิบายช่วงเวลา "over 6 months" โดยระบุว่าหกเดือนคือจุดกึ่งกลางของการเดินทางรอบดวงอาทิตย์ที่โลกใช้เวลาประมาณหนึ่งปี คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ในการเลือกช่วงเวลาดังกล่าว หลังจากโคจรไปครึ่งรอบ โลกจะอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามของวงโคจรโดยประมาณ ทำให้ตำแหน่งที่ใช้สังเกตเปลี่ยนไปมาก

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้หลัง "over 6 months" ทำหน้าที่อะไร

  1. วลีนี้บอกว่าหนึ่งปีเต็มมีเพียงหกเดือน
  2. วลีนี้กล่าวถึงอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง
  3. วลีนี้อธิบายจุดอ้างอิงด้านเวลาที่อยู่ก่อนหน้า
ดูคำตอบ

วลีนี้อธิบายจุดอ้างอิงด้านเวลาที่อยู่ก่อนหน้า

When we measure the relative positions of the stars in summer and then again in winter,

1:55

เมื่อเราวัดตำแหน่งสัมพัทธ์ของดวงดาวในฤดูร้อนแล้ววัดอีกครั้งในฤดูหนาว

it's like looking with your other eye. ลำดับความ

2:00

มันก็เหมือนกับการมองด้วยตาอีกข้างของคุณ

ลำดับความ

it's like looking with your other eye: ใช้อุปมาอธิบายการเปลี่ยนจุดสังเกต

ในที่นี้ it's like looking with your other eye เป็นการเกริ่นอุปมา การวัดจากตำแหน่งของโลกในฤดูร้อนแล้ววัดจากตำแหน่งในฤดูหนาว ถูกเปรียบกับการมองจากตำแหน่งของตาข้างหนึ่งก่อน แล้วจึงมองจากอีกข้างหนึ่ง เมื่อจุดสังเกตเปลี่ยน วัตถุที่อยู่ใกล้จึงอาจดูเหมือนเลื่อนตำแหน่งเมื่อเทียบกับฉากหลังที่อยู่ไกล ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่านักดาราศาสตร์เปลี่ยนไปใช้ตาอีกข้างจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้อย่าง It's like + รูป -ing หรือคำนาม เชื่อมแนวคิดที่ไม่คุ้นเคยเข้ากับประสบการณ์ที่คุ้นเคยโดยชี้ให้เห็นลักษณะที่มีร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สถานการณ์ที่คุ้นเคยเป็นอุปมาเพื่ออธิบายแนวคิดที่ไม่คุ้นเคย

  1. Cloud storage is like keeping your files in a locker you can open from anywhere.
  2. Cloud storage can hold many files.
  3. The locker is beside the office.
ดูคำตอบ

Cloud storage is like keeping your files in a locker you can open from anywhere.

Nearby stars seem to have moved against the background of the more distant stars and galaxies. การใช้คำ

2:02

ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้เคียงดูเหมือนจะเคลื่อนที่ไปตัดกับพื้นหลังของดาวฤกษ์และดาราจักรที่อยู่ไกลกว่า

การใช้คำ

moved against the background of ...: ใช้ฉากหลังเป็นจุดอ้างอิงทางสายตา

ใน moved against the background of the more distant stars and galaxies คำว่า against หมายถึง “มองเห็นอยู่ด้านหน้าและเทียบกับ” ไม่ได้หมายถึง “ต่อต้าน” ดาวและกาแล็กซีที่อยู่ไกลทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงทางสายตา จึงทำให้สังเกตเห็นการเปลี่ยนตำแหน่งที่ปรากฏของดาวใกล้ได้ รูปแบบ X moves against the background of Y อธิบายการเคลื่อนไหวของวัตถุที่อยู่ด้านหน้าโดยมี Y อยู่เป็นฉากหลัง ส่วน seem to have moved ในประโยคเต็มยังแสดงว่านี่เป็นภาพที่สังเกตเห็น ไม่จำเป็นต้องเป็นการเคลื่อนที่จริงของดาวผ่านอวกาศ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “โดยมีแสงไฟในเมืองเป็นฉากหลังทางสายตา”: The dancer's silhouette moved ____ the city lights.

ดูคำตอบ

against the background of

But this method only works for objects no more than a few thousand light years away. วลี

2:08

แต่วิธีนี้ใช้ได้กับวัตถุที่อยู่ห่างออกไปไม่เกินสองสามพันปีแสงเท่านั้น

วลี

no more than a few thousand light years away: ขีดจำกัดสูงสุดของระยะทาง

no more than + ปริมาณ ใช้กำหนดขีดจำกัดสูงสุดและหมายถึงอย่างมากที่สุด ในที่นี้ no more than a few thousand light years away หมายความว่าวัตถุอาจอยู่ไกลเท่าระยะดังกล่าวหรือใกล้กว่านั้นได้ แต่จะไกลกว่านั้นไม่ได้ เนื่องจาก a few thousand เป็นจำนวนโดยประมาณ ขีดจำกัดนี้จึงเป็นค่าประมาณเช่นกัน วลีบอกระยะทางทั้งหมดขยายคำว่า objects และจำกัดว่าวิธีนี้ใช้กับวัตถุใดได้บ้าง คำว่า away อยู่หลังค่าระยะทางเพื่อบอกระยะห่างจากผู้สังเกต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ากระเป๋าหนักได้ไม่เกินสิบกิโลกรัมและห้ามเกินกว่านั้น

  1. The bag may weigh no more than ten kilograms.
  2. The bag may weigh no less than ten kilograms.
  3. The bag may weigh more than ten kilograms.
ดูคำตอบ

The bag may weigh no more than ten kilograms.

Beyond our own galaxy,

2:12

เมื่อออกไปไกลกว่าดาราจักรของเราเอง

the distances are so great that the parallax is too small to detect with even our most sensitive instruments. ไวยากรณ์

2:14

ระยะทางจะไกลมากจนพารัลแลกซ์มีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะตรวจจับได้แม้จะใช้เครื่องมือที่ไวที่สุดของเราก็ตาม

ไวยากรณ์

so great that ... too small to detect: ผลลัพธ์และความเป็นไปไม่ได้

so + คำคุณศัพท์ + that ใช้นำเสนอผลที่เกิดจากระดับที่สูงมาก ในที่นี้ ระยะทางไกลมากจนพารัลแลกซ์ที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กมาก too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยา บอกว่าระดับนั้นทำให้ทำกริยาดังกล่าวไม่ได้ ดังนั้น too small to detect จึงหมายถึงเล็กจนตรวจจับไม่ได้ เมื่อนำสองโครงสร้างมารวมกันจะเกิดลำดับที่ชัดเจน คือระยะทางที่ไกลมากทำให้พารัลแลกซ์เล็กมาก จนไม่สามารถตรวจจับได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าหมึกจางมากจนทำให้อ่านรหัสไม่ได้

  1. The code was clear enough to read.
  2. The ink was pale, but the code was easy to read.
  3. The ink was so pale that the code was too faint to read.
ดูคำตอบ

The ink was so pale that the code was too faint to read.

So, at this point, ลำดับความ

2:20

ดังนั้น ณ จุดนี้

we have to rely on a different method, วลี

2:21

เราจึงต้องพึ่งพาวิธีการอื่น

ลำดับความ

at this point: ระบุขั้นปัจจุบัน

at this point หมายถึง ตอนนี้อยู่ที่ขั้นปัจจุบันของกระบวนการหรือคำอธิบาย วลีนี้บอกผู้ฟังว่าการอธิบายดำเนินมาถึงตรงไหนแล้ว และเตรียมเข้าสู่ขั้นต่อไป ในที่นี้ point หมายถึงขั้นหรือช่วงเวลา ไม่ใช่สถานที่จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้: The first two tests are finished. ____, we can compare the results.

ดูคำตอบ

At this point

วลี

have to rely on: ความจำเป็นและการพึ่งพา

have to rely on รวมความหมายของความจำเป็นกับการพึ่งพา have to บอกว่าสถานการณ์ไม่เหลือทางเลือกอื่นที่ใช้ได้จริง ส่วน rely on บอกถึงบุคคล สิ่งของ วิธีการ หรือข้อมูลที่ใช้เป็นที่พึ่ง ในประโยคนี้ ข้อจำกัดทำให้จำเป็นต้องใช้วิธีอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: Because the measuring device is broken, we ____ our observations.

ดูคำตอบ

have to rely on

using indicators we call standard candles. วัฒนธรรม

2:23

โดยใช้ตัวบ่งชี้ที่เราเรียกว่าเทียนมาตรฐาน

วัฒนธรรม

standard candles ในทางดาราศาสตร์

ในทางดาราศาสตร์ standard candles คือวัตถุหรือเหตุการณ์ที่ทราบหรืออนุมานกำลังส่องสว่างแท้จริงได้ คำว่า candle เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงเทียนจริง ๆ นักดาราศาสตร์เปรียบเทียบกำลังส่องสว่างที่ทราบกับความสว่างที่สังเกตได้เพื่อประมาณระยะทาง สำนวนนี้เป็นชื่อของตัวบ่งชี้ระยะทางทางดาราศาสตร์ประเภทหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในทางดาราศาสตร์ standard candle หมายถึงอะไร

  1. แหล่งกำเนิดทางดาราศาสตร์ที่ทราบหรือคาดการณ์กำลังส่องสว่างแท้จริงได้
  2. เทียนจริงที่ผลิตตามขนาดมาตรฐาน
  3. หลอดไฟของกล้องโทรทรรศน์ที่ใช้ในการสังเกตการณ์
ดูคำตอบ

แหล่งกำเนิดทางดาราศาสตร์ที่ทราบหรือคาดการณ์กำลังส่องสว่างแท้จริงได้

Standard candles are objects whose intrinsic brightness or luminosity we know really well. การใช้คำ

2:27

เทียนมาตรฐานคือวัตถุที่เราทราบความสว่างในตัวเองหรือกำลังส่องสว่างเป็นอย่างดี

การใช้คำ

intrinsic brightness or luminosity: ความสว่างแท้จริงหรือกำลังส่องสว่าง

intrinsic brightness หมายถึงปริมาณแสงที่วัตถุทางดาราศาสตร์ปล่อยออกมาจริง ๆ ส่วน luminosity เป็นศัพท์ที่เป็นทางเทคนิคมากกว่าในที่นี้ คำว่า or เชื่อมคำอธิบายที่เข้าใจง่ายกว่ากับชื่อทางวิทยาศาสตร์นั้น ความหมายนี้ไม่เหมือน apparent brightness ซึ่งบอกว่าวัตถุดูสว่างเพียงใดสำหรับผู้สังเกต ระยะทางสามารถเปลี่ยนความสว่างปรากฏได้โดยไม่เปลี่ยนกำลังส่องสว่างแท้จริงของวัตถุ

แบบฝึกหัด

มีการสังเกตดาวจากระยะทางที่ไกลขึ้นเป็นสองเท่า แต่ตัวดาวเองไม่เปลี่ยนแปลง ข้อใดถูกต้อง

  1. intrinsic brightness (ความสว่างแท้จริง) ของดาวลดลงเพียงเพราะระยะทางเพิ่มขึ้น
  2. apparent brightness (ความสว่างปรากฏ) ของดาวอาจลดลง ขณะที่ intrinsic brightness (ความสว่างแท้จริง) ยังคงเดิม
  3. intrinsic brightness (ความสว่างแท้จริง) หมายถึงเพียงว่าดาวดูสว่างเท่าใดจากโลก
ดูคำตอบ

apparent brightness (ความสว่างปรากฏ) ของดาวอาจลดลง ขณะที่ intrinsic brightness (ความสว่างแท้จริง) ยังคงเดิม

For example, if you know how bright your light bulb is and you ask your friend to hold the light bulb and walk away from you, โน้ต

2:34

ตัวอย่างเช่น หากคุณรู้ว่าหลอดไฟของคุณสว่างแค่ไหน แล้วคุณขอให้เพื่อนถือหลอดไฟนั้นเดินออกห่างจากคุณไป

ลำดับความ

For example: การยกกรณีเฉพาะมาสนับสนุน

For example บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากแนวคิดทั่วไปหรือนามธรรมไปสู่กรณีเฉพาะที่ช่วยอธิบายแนวคิดนั้น ในที่นี้ สถานการณ์หลอดไฟไม่ใช่หัวข้อหลักใหม่ แต่เป็นแบบจำลองที่คุ้นเคยซึ่งช่วยให้เข้าใจแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ก่อนหน้าได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ข้อความต่อใดใช้ For example ได้ถูกต้องเพื่อเปลี่ยนจากข้อความทั่วไปไปสู่กรณีเฉพาะที่สนับสนุนข้อความนั้น?

  1. Many animals adapt to cold weather. However, polar bears have thick fur.
  2. Many animals adapt to cold weather. For example, my pencil is blue.
  3. Many animals adapt to cold weather. For example, polar bears have thick fur.
ดูคำตอบ

Many animals adapt to cold weather. For example, polar bears have thick fur.

กริยาวลี

walk away from you: เดินออกห่างจากคนหนึ่ง

ในประโยคนี้ walk away from you หมายถึงเดินไปในทิศทางที่ทำให้ระยะห่างระหว่างคนนั้นกับคุณเพิ่มขึ้น walk บอกวิธีเคลื่อนที่ ส่วน away from บอกทิศทาง และ you เป็นจุดอ้างอิง เมื่อทิศทางสำคัญ ให้ใช้ away from คู่กัน การใช้ walk เพียงคำเดียวบอกแค่ว่าใครบางคนเคลื่อนที่อย่างไร แต่ไม่ได้บอกว่าเขากำลังอยู่ไกลจากคุณมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ walk away from: Yesterday, after saying goodbye, Maya ____ the station.

ดูคำตอบ

walked away from

you know that the amount of light you receive from your friend will decrease by the distance squared. การใช้คำ

2:40

คุณจะรู้ว่าปริมาณแสงที่คุณได้รับจากเพื่อนจะลดลงตามกำลังสองของระยะทาง

การใช้คำ

will decrease by the distance squared: by สำหรับความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์

ในประโยคนี้ by the distance squared นำปัจจัยทางคณิตศาสตร์ที่กำหนดว่าปริมาณแสงที่ได้รับเปลี่ยนแปลงอย่างไรมาใช้ ในที่นี้ by ไม่ได้แปลว่า “อยู่ข้าง ๆ” และไม่ได้บอกสถานที่ ความสัมพันธ์ที่ต้องการสื่อคือความสัมพันธ์แบบผกผันกำลังสอง เมื่อระยะทางเพิ่มขึ้น แสงที่ได้รับจะอ่อนลงตามสัดส่วน 1 หารด้วยระยะทางยกกำลังสอง หากระยะทางเพิ่มเป็น 3 เท่า ปริมาณแสงที่ได้รับจะเหลือประมาณหนึ่งในเก้า

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ the received light will decrease by the distance squared หมายความว่าอย่างไร

  1. แสงที่ได้รับลดลงเป็นจำนวนคงที่ซึ่งเท่ากับระยะทางยกกำลังสอง
  2. แสงที่ได้รับเคลื่อนไปยังสถานที่ข้างระยะทางที่ถูกยกกำลังสอง
  3. แสงที่ได้รับอ่อนลงตามความสัมพันธ์แบบผกผันกำลังสอง
ดูคำตอบ

แสงที่ได้รับอ่อนลงตามความสัมพันธ์แบบผกผันกำลังสอง

So, by comparing the amount of light you receive to the intrinsic brightness of the light bulb, ไวยากรณ์

2:46

ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบปริมาณแสงที่คุณได้รับกับความสว่างในตัวเองของหลอดไฟ

ไวยากรณ์

by comparing X to Y: การบอกวิธีที่ใช้

by + คำกริยารูป -ing บอกวิธีที่ใช้ทำสิ่งหนึ่งหรือวิธีที่ทำให้ได้ข้อสรุป ในที่นี้ by comparing หมายถึง “โดยการเปรียบเทียบ” ใน compare X to Y นั้น X และ Y คือสองสิ่งที่นำมาตรวจสอบเปรียบเทียบ เมื่อวาง By comparing X to Y ไว้ต้นประโยค จะเป็นการบอกวิธีก่อน แล้วจึงนำไปสู่ผลลัพธ์หรือข้อสรุปที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ใช้ by comparing เติมวลีที่บอกวิธีให้สมบูรณ์: ____ the two maps, we found the shortest route.

ดูคำตอบ

By comparing

you can then tell how far away your friend is.

2:51

คุณก็จะบอกได้ว่าเพื่อนของคุณอยู่ห่างออกไปแค่ไหน

In astronomy,

2:54

ในทางดาราศาสตร์

our light bulb turns out to be a special type of star called a Cepheid variable. โน้ต

2:55

หลอดไฟของเรากลายเป็นดาวฤกษ์ชนิดพิเศษที่เรียกว่าดาวแปรแสงเซเฟอิด

วลี

turns out to be: เปิดเผยว่าสิ่งหนึ่งแท้จริงคืออะไร

turns out to be หมายถึง “ภายหลังพบว่าเป็น” หรือ “ปรากฏว่าเป็น” ในที่นี้บอกว่า “หลอดไฟ” ที่ใช้เปรียบเทียบแท้จริงแล้วคือดาวฤกษ์ชนิดพิเศษ ไม่ได้หมายถึงการหมุนจริง ๆ โครงสร้างคือ ประธาน + turn out to be + คำนามหรือคำคุณศัพท์ ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ใน simple present ใช้ turns และใช้ turned เมื่อการค้นพบเกิดขึ้นในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ turn out to be ในรูป simple present: After closer study, the tiny dot ____ a distant planet.

ดูคำตอบ

turns out to be

วัฒนธรรม

ดาวฤกษ์ชนิดพิเศษที่เรียกว่าดาวแปรแสงเซฟีด

ดาวแปรแสงเซฟีดคือดาวฤกษ์ชนิดหนึ่งที่ความสว่างเพิ่มขึ้นและลดลงเป็นรอบอย่างสม่ำเสมอ ความยาวของรอบนั้นช่วยให้นักดาราศาสตร์คำนวณความสว่างที่แท้จริงของดาวและประมาณระยะห่างได้ ในที่นี้ variable เป็นส่วนหนึ่งของศัพท์ดาราศาสตร์เต็มรูป Cepheid variable ไม่ใช่เพียงคำบรรยายทั่วไปที่หมายถึง “เปลี่ยนแปลงได้” ในวลี a special type of star called a Cepheid variable ส่วน called a Cepheid variable อยู่หลัง star และบอกชื่อดาวชนิดนั้น วลีนี้เป็นรูปย่อของ a special type of star that is called a Cepheid variable

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a Cepheid variable หมายถึงอะไร?

  1. ดาวฤกษ์ชนิดหนึ่งที่ความสว่างเปลี่ยนแปลงเป็นรอบอย่างสม่ำเสมอ
  2. อุปกรณ์ที่ใช้วัดแสงดาว
  3. ดาวเคราะห์ที่เปลี่ยนตำแหน่งอย่างคาดเดาไม่ได้
ดูคำตอบ

ดาวฤกษ์ชนิดหนึ่งที่ความสว่างเปลี่ยนแปลงเป็นรอบอย่างสม่ำเสมอ

These stars are internally unstable, การใช้คำ

3:00

ดาวฤกษ์เหล่านี้มีความไม่เสถียรอยู่ภายใน

การใช้คำ

internally unstable: ความไม่เสถียรที่มาจากภายใน

ในคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์นี้ internally unstable หมายความว่าดาวฤกษ์ไม่สามารถรักษาสภาวะทางกายภาพที่คงที่ได้ เพราะความไม่เสถียรเกิดจากภายในตัวดาวเอง คำว่า internally จำกัดตำแหน่งหรือแหล่งที่มาของความไม่เสถียรไว้ที่ภายใน ไม่ได้ชี้ไปที่สภาวะภายนอก ในที่นี้ unstable ใช้บรรยายระบบทางกายภาพ ไม่ใช่อารมณ์ของคน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ internally unstable บอกอะไรเกี่ยวกับดาวฤกษ์เหล่านี้

  1. สภาวะทางกายภาพของดาวเองไม่สามารถคงความเสถียรไว้ได้
  2. ดาวกำลังมีอารมณ์คล้ายมนุษย์
  3. มีเพียงสภาวะรอบดาวเท่านั้นที่กำลังเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ

สภาวะทางกายภาพของดาวเองไม่สามารถคงความเสถียรไว้ได้

like a constantly inflating and deflating balloon. ลำดับความ

3:03

เหมือนลูกโป่งที่พองตัวและแฟบลงอยู่ตลอดเวลา

ลำดับความ

like a constantly inflating and deflating balloon: การเปรียบเทียบเพื่อช่วยอธิบาย

Like ใช้เริ่มการเปรียบเทียบเพื่อช่วยอธิบาย โดยเปรียบการขยายตัวและหดตัวซ้ำ ๆ ของดาวฤกษ์กับภาพที่คุ้นเคยของลูกโป่งซึ่งพองและแฟบลงอย่างต่อเนื่อง ลูกโป่งไม่ได้อยู่ตรงนั้นจริง ๆ และดาวฤกษ์ก็ไม่ใช่ลูกโป่ง การเปรียบเทียบนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายด้วยการเปลี่ยนแนวคิดที่เป็นนามธรรมก่อนหน้านี้เรื่องความไม่เสถียร ให้เป็นรูปแบบการเปลี่ยนแปลงสลับกันที่นึกภาพได้ง่าย

แบบฝึกหัด

การเปรียบเทียบกับลูกโป่งทำหน้าที่อะไรในคำอธิบาย

  1. จัดให้ลูกโป่งเป็นดาวฤกษ์ประเภทหนึ่ง
  2. บอกว่ามีลูกโป่งจริงอยู่ข้างในดาวฤกษ์แต่ละดวง
  3. ช่วยให้ผู้อ่านนึกภาพดาวฤกษ์ที่ขยายตัวและหดตัวซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ

ช่วยให้ผู้อ่านนึกภาพดาวฤกษ์ที่ขยายตัวและหดตัวซ้ำ ๆ

And because the expansion and contraction causes their brightness to vary, ไวยากรณ์

3:06

และเนื่องจากการขยายและหดตัวทำให้ความสว่างเปลี่ยนแปลงไป

ไวยากรณ์

because ... causes ... to vary: การอธิบายกลไกเหตุและผล

Because ใช้ขึ้นต้นเหตุผลของผลลัพธ์ที่ตามมา ภายในอนุประโยค because คำว่า causes เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “เหตุผล” โครงสร้าง cause + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกผลที่เกิดจากกลไกหนึ่ง ในที่นี้ their brightness เป็นกรรมที่ได้รับผล และ to vary บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับสิ่งนั้น โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับอธิบายว่ากระบวนการหนึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ because ร่วมกับ cause + กรรม + to-infinitive ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายกลไก

  1. Because of heat causes metal to expand, the lid loosens.
  2. Because heat causes metal expand, the lid loosens.
  3. Because heat causes metal to expand, the lid loosens.
ดูคำตอบ

Because heat causes metal to expand, the lid loosens.

we can calculate their luminosity by measuring the period of this cycle, ไวยากรณ์

3:10

เราจึงสามารถคำนวณกำลังส่องสว่างได้โดยการวัดคาบของวัฏจักรนี้

ไวยากรณ์

by measuring the period of this cycle: การบอกวิธี

By + คำกริยารูป -ing ใช้บอกว่าทำการกระทำอย่างไร หรือใช้วิธีใดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ในที่นี้ by measuring ตอบคำถามว่า “เราคำนวณกำลังส่องสว่างของดาวเหล่านั้นได้อย่างไร” The period of this cycle หมายถึงระยะเวลาที่หนึ่งวัฏจักรเต็มใช้ ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ period ไม่ได้หมายถึงเครื่องหมายจุดหรือคาบเรียนที่โรงเรียน

แบบฝึกหัด

ใช้ measure ในวลี by + กริยารูป -ing เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We checked the table's length ____ it with a tape measure.

ดูคำตอบ

by measuring

with more luminous stars changing more slowly. ไวยากรณ์

3:14

โดยดาวที่มีกำลังส่องสว่างมากจะเปลี่ยนแปลงช้ากว่า

ไวยากรณ์

with more luminous stars changing more slowly: การเสริมข้อมูลด้วย with + คำนาม + -ing

วลีนี้ใช้โครงสร้าง with + นามวลี + คำกริยารูป -ing โดย more luminous stars เป็นประธานเชิงความหมายของ changing และ more slowly บอกว่าดาวเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงอย่างไร เมื่อเชื่อมกับข้อความก่อนหน้า อนุประโยค with นี้จะย่อรูปแบบเพิ่มเติมไว้ในประโยคเดียว คือดาวที่สว่างกว่าจะเปลี่ยนแปลงช้ากว่า ในที่นี้ with ใช้เปิดข้อมูลประกอบที่เกิดควบคู่กัน ไม่ได้หมายถึง and หรือ together with

แบบฝึกหัด

ใช้คำต่อไปนี้ตามลำดับที่กำหนด และเปลี่ยนเฉพาะ fall ให้เป็นรูปที่ถูกต้อง: with / the rain / fall / steadily. The match continued, ____.

ดูคำตอบ

with the rain falling steadily

By comparing the light we observe from these stars to the intrinsic brightness we've calculated this way,

3:19

โดยการเปรียบเทียบแสงที่เราสังเกตได้จากดาวเหล่านี้กับความสว่างในตัวเองที่เราคำนวณด้วยวิธีนี้

we can tell how far away they are.

3:24

เราก็จะบอกได้ว่าพวกมันอยู่ห่างออกไปแค่ไหน

Unfortunately, this is still not the end of the story. สำนวน

3:26

โชคร้ายที่เรื่องราวยังไม่จบเพียงแค่นี้

สำนวน

still not the end of the story: เรื่องยังไม่จบ

ในที่นี้ not the end of the story เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ โดย story หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมด ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่ายังมีข้อเท็จจริง ปัญหา หรือความคืบหน้าอื่นเหลืออยู่ still เน้นว่าแม้จะอธิบายมาถึงจุดนี้แล้ว เรื่องก็ยังไม่จบ เมื่อใช้ร่วมกับ Unfortunately ประโยคนี้จะส่งสัญญาณว่ามีปัญหาใหม่ที่ไม่น่ายินดี และพาคำอธิบายไปยังประเด็นถัดไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ still not the end of the story หมายความว่าอย่างไร?

  1. ยังมีสิ่งที่ต้องอธิบายหรือจัดการเพิ่มเติม
  2. ผู้พูดจำตอนจบของเรื่องแต่งไม่ได้
  3. สถานการณ์ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์แล้ว
ดูคำตอบ

ยังมีสิ่งที่ต้องอธิบายหรือจัดการเพิ่มเติม

We can only observe individual stars up to about 40 million light years away, วลี

3:30

เราสามารถสังเกตดาวฤกษ์เดี่ยวๆ ได้ไกลสูงสุดประมาณ 40 ล้านปีแสงเท่านั้น

วลี

up to about ... away: ระยะสูงสุดโดยประมาณ

up to + ตัวเลข ใช้บอกจุดสูงสุดที่เป็นไปได้ของช่วง ในที่นี้ up to about 40 million light years away หมายความว่า ระยะไกลที่สุดโดยประมาณที่ยังสังเกตดาวฤกษ์แต่ละดวงได้คือราว 40 ล้านปีแสง ไม่ได้หมายความว่าดาวทุกดวงที่สังเกตได้อยู่ไกลเท่านั้นทั้งหมด about ทำให้ตัวเลขเป็นค่าประมาณ ส่วน away วางหลังระยะทางเพื่อบอกว่าดาวอยู่ห่างจากผู้สังเกตเพียงใด

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? The device can detect movement up to about 300 meters away.

  1. ระยะตรวจจับสูงสุดโดยประมาณคือ 300 เมตร
  2. อุปกรณ์เริ่มตรวจจับการเคลื่อนไหวได้จากระยะขั้นต่ำ 300 เมตร
  3. อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวได้เฉพาะที่ระยะ 300 เมตรพอดีเท่านั้น
ดูคำตอบ

ระยะตรวจจับสูงสุดโดยประมาณคือ 300 เมตร

after which they become too blurry to resolve. ไวยากรณ์

3:34

หลังจากนั้นพวกมันจะดูเบลอเกินกว่าจะแยกแยะได้

ไวยากรณ์

after which ...: เชื่อมขีดจำกัดกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป

after which หมายถึง หลังจากจุดหรือเหตุการณ์นั้น ในที่นี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึงขีดจำกัดของระยะทางที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึง individual stars แล้วอนุประโยคที่ตามมาจึงบอกผลที่เกิดขึ้นเมื่อเกินขีดจำกัดนั้น they หมายถึงดาว ส่วน too blurry to resolve หมายถึงพร่ามัวมากจนไม่สามารถแยกเป็นดาวแต่ละดวงได้ ในการสร้างภาพทางวิทยาศาสตร์ resolve หมายถึงแสดงหรือแยกรายละเอียดเล็ก ๆ ให้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสัมพันธ์สองคำที่หมายถึง “หลังจากเวลานั้น”: The library is open until nine, ____ the doors are locked.

ดูคำตอบ

after which

But luckily, we have another type of standard candle,

3:37

แต่โชคดีที่เรามีเทียนมาตรฐานอีกประเภทหนึ่ง

the famous Type 1a supernova. วัฒนธรรม

3:40

นั่นคือซูเปอร์โนวาประเภท 1a ที่มีชื่อเสียง

วัฒนธรรม

Type 1a supernova: ประเภททางวิทยาศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจง

วลี Type 1a supernova เป็นชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ของการระเบิดของดาวฤกษ์ประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงซูเปอร์โนวาทุกชนิด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุชนิดที่กำลังถูกนำเสนอว่าเป็นเทียนมาตรฐานอีกแบบหนึ่ง Type 1a เป็นส่วนสำคัญของชื่อประเภท นักดาราศาสตร์สามารถเปรียบเทียบและปรับเทียบความสว่างของซูเปอร์โนวาประเภท 1a เพื่อประมาณระยะทางที่ไกลมากได้ หากตัด Type 1a ออก ข้อความจะกว้างเกินไป

แบบฝึกหัด

Type 1a ทำหน้าที่อะไรในวลี Type 1a supernova?

  1. ระบุประเภทเฉพาะที่กำลังกล่าวถึง
  2. หมายความว่าการระเบิดเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
  3. หมายถึงซูเปอร์โนวาทุกชนิด
ดูคำตอบ

ระบุประเภทเฉพาะที่กำลังกล่าวถึง

Supernovae, giant stellar explosions,

3:43

ซูเปอร์โนวา ซึ่งเป็นการระเบิดของดาวฤกษ์ขนาดยักษ์

are one of the ways that stars die. ไวยากรณ์

3:46

เป็นหนึ่งในวิธีที่ดวงดาวดับสูญ

ไวยากรณ์

are one of the ways that...: หนึ่งในหลายความเป็นไปได้

รูปแบบ be one of the ways that + อนุประโยค หมายถึง “เป็นหนึ่งในหลายวิธีหรือหลายเส้นทางที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น” ในประโยคนี้ ซูเปอร์โนวาถูกนำเสนอว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่ดาวฤกษ์อาจตาย ไม่ใช่วิธีเดียว หลัง one of ต้องใช้คำนามพหูพจน์ ways ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จะอธิบายการกระทำหรือผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับวิธีเหล่านั้น ในที่นี้ ways that stars die หมายถึงวิธีที่ดาวฤกษ์ตาย

แบบฝึกหัด

ใช้ one of + คำนามพหูพจน์ ways + that เติมประโยคให้สมบูรณ์: Reading aloud is ____ I practice English.

ดูคำตอบ

one of the ways that

These explosions are so bright that they outshine the galaxies where they occur. ไวยากรณ์

3:49

การระเบิดเหล่านี้สว่างมากจนกลบแสงของดาราจักรที่พวกมันเกิดขึ้น

ไวยากรณ์

so bright that ...: ระดับที่สูงมากจนเกิดผลตามมา

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค เชื่อมระดับที่สูงมากกับผลที่เกิดขึ้น ในประโยคนี้ so bright แสดงว่าการระเบิดสว่างมาก และ that they outshine the galaxies where they occur บอกผลของความสว่างนั้น Outshine หมายถึงส่องสว่างกว่าสิ่งอื่น ผลคือการระเบิดอาจดูสว่างกว่ากาแล็กซีที่มันเกิดขึ้น ในโครงสร้างนี้ that ใช้นำผลลัพธ์ ไม่ได้เพียงเพิ่มคำบรรยาย

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกผล so + คำคุณศัพท์ + that ให้สมบูรณ์: The suitcase was ____ heavy ____ I needed help carrying it.

ดูคำตอบ

so · that

So, even when we can't see individual stars in a galaxy, ไวยากรณ์

3:54

ดังนั้น แม้ว่าเราจะไม่สามารถมองเห็นดาวฤกษ์เดี่ยวๆ ในดาราจักรได้

we can still see supernovae when they happen.

3:57

เราก็ยังสามารถมองเห็นซูเปอร์โนวาได้เมื่อมันเกิดขึ้น

ไวยากรณ์

even when ... still ...: ผลลัพธ์ที่ยังเป็นจริงแม้มีข้อจำกัด

Even when ใช้นำสถานการณ์จริงหรือสถานการณ์ที่เกิดซ้ำได้ ซึ่งโดยปกติอาจทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นได้ยากหรือดูไม่น่าเป็นไปได้ ในที่นี้ แม้จะมองไม่เห็นดาวแต่ละดวง เราก็ยังมองเห็นซูเปอร์โนวาได้ Still ในประโยคหลักเน้นว่าผลลัพธ์ยังคงเป็นจริงแม้มีเงื่อนไขนั้น Even ทำให้ when มีความหมายเชิงยอมรับข้อจำกัด คือหมายถึงแม้อยู่ในสถานการณ์ที่มีข้อจำกัดนั้น ไม่ได้เพียงบอกเวลาที่บางสิ่งเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง even when ... still ให้สมบูรณ์: ____ the room is noisy, I can ____ focus on my book.

ดูคำตอบ

Even when · still

And Type 1a supernovae turn out to be usable as standard candles because intrinsically bright ones fade slower than fainter ones. โน้ต

4:00

และปรากฏว่าซูเปอร์โนวาประเภท 1a สามารถนำมาใช้เป็นเทียนมาตรฐานได้ เพราะโดยธรรมชาติแล้วซูเปอร์โนวาที่สว่างจะจางหายไปช้ากว่าซูเปอร์โนวาที่สลัวกว่า

วลี

turn out to be usable as ...: บทบาทที่ค้นพบในภายหลัง

turn out to be ใช้บอกผลที่ทราบภายหลังจากการตรวจสอบหรือประสบการณ์ ในที่นี้แสดงว่างานวิจัยยืนยันคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ของซูเปอร์โนวาประเภท Ia ไม่ได้หมายถึงการหมุนทางกายภาพ usable as + คำนาม ใช้ระบุบทบาทหรือวัตถุประสงค์ที่สิ่งหนึ่งสามารถทำหน้าที่ได้ usable as standard candles หมายความว่าซูเปอร์โนวาเหล่านี้ใช้เป็นเทียนมาตรฐานสำหรับการวัดได้ ในโครงสร้างนี้ต้องมี as

แบบฝึกหัด

เติม turn out to be usable as โดยใช้รูปกาลที่ถูกต้อง: After testing, the recycled plastic ____ roofing material.

ดูคำตอบ

turned out to be usable as

ไวยากรณ์

bright ones ... fainter ones: ใช้แทนคำนามพหูพจน์ที่ซ้ำกัน

ones ใช้แทนคำนามนับได้พหูพจน์ที่ทราบชัดอยู่แล้วจากบริบท ในที่นี้ ones ทั้งสองตำแหน่งหมายถึงซูเปอร์โนวาประเภท Ia โดย intrinsically bright ones หมายถึงซูเปอร์โนวาประเภท Ia ที่สว่างในตัวเอง และ fainter ones หมายถึงซูเปอร์โนวาประเภท Ia ที่สว่างน้อยกว่า ไม่ได้หมายถึงผู้คน คำคุณศัพท์แบ่งสมาชิกในประเภทเดียวกันออกเป็นสองกลุ่ม และ slower than เปรียบเทียบอัตราการจางลงของทั้งสองกลุ่ม intrinsically ระบุว่าความสว่างเป็นคุณสมบัติของตัวซูเปอร์โนวาเอง ไม่ใช่เพียงความสว่างที่ผู้สังเกตมองเห็น

แบบฝึกหัด

ใช้ ones เพื่อหลีกเลี่ยงการพูดคำนามพหูพจน์ซ้ำ: The brighter lamps lasted longer than the dimmer ____.

ดูคำตอบ

ones

Through our understanding of this relationship between brightness and decline rate, วลี

4:08

ผ่านความเข้าใจของเราเกี่ยวกับความสัมพันธ์นี้ระหว่างความสว่างและอัตราการจางลง

we can use these supernovae to probe distances up to several billions of light years away. การใช้คำ

4:12

เราสามารถใช้ซูเปอร์โนวาเหล่านี้เพื่อตรวจสอบระยะทางที่ไกลออกไปได้ถึงหลายพันล้านปีแสง

วลี

Through our understanding of ...: บอกพื้นฐานของผลลัพธ์ก่อน

ในที่นี้ through หมายถึงการอาศัยหรือใช้ความรู้ที่ได้มา ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านสถานที่ โครงสร้าง Through + นามวลี ใช้ระบุความรู้ วิธีการ หรือกระบวนการที่ทำให้ผลในประโยคหลักเกิดขึ้นได้ การวางวลีนี้ไว้ต้นประโยคเป็นการบอกพื้นฐานก่อนบอกผล ลำดับข้อมูลแบบนี้พบบ่อยในคำอธิบายเชิงวิชาการ คือบอกก่อนว่าข้อสรุปหรือความสามารถตั้งอยู่บนอะไร แล้วจึงบอกว่าสามารถทำอะไรได้

แบบฝึกหัด

ใช้ Through our understanding of เพื่อนำเสนอพื้นฐานความรู้: ____ migration patterns, we can better protect these birds.

ดูคำตอบ

Through our understanding of

การใช้คำ

probe distances: probe ในฐานะคำกริยาทางวิทยาศาสตร์

ใน probe distances คำว่า probe เป็นคำกริยา หมายถึงการตรวจสอบหรือสำรวจบางสิ่งอย่างละเอียดโดยใช้หลักฐาน การสังเกต หรือวิธีการอย่างหนึ่ง ในประโยคนี้ ซูเปอร์โนวาช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษามาตราส่วนระยะทางที่ไกลมาก คำว่า probe ไม่ได้เป็นชื่อของเครื่องมือที่จับต้องได้ โครงสร้าง probe + กรรม จะวางสิ่งที่ถูกสำรวจไว้หลังคำกริยา เช่น probe the atmosphere หรือ probe the causes of a problem คำนี้มักสื่อถึงการเจาะลึกเข้าไปในขอบเขตที่เข้าถึงยากหรือยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

probe หมายถึงอะไรในประโยคนี้? Researchers use radio waves to probe the planet's atmosphere.

  1. สำรวจอย่างละเอียดโดยใช้คลื่นวิทยุ
  2. วัดว่าดาวเคราะห์เคลื่อนที่เร็วเพียงใด
  3. หมายถึงเครื่องมือที่จับต้องได้ ไม่ใช่การกระทำ
ดูคำตอบ

สำรวจอย่างละเอียดโดยใช้คลื่นวิทยุ

But why is it important to see such distant objects anyway? ลำดับความ

4:19

แต่ทำไมการมองเห็นวัตถุที่อยู่ไกลขนาดนั้นจึงมีความสำคัญล่ะ?

ลำดับความ

But why is it important ... anyway?: จากวิธีการไปสู่คำถามว่าทำไมจึงสำคัญ

คำถามนี้เปลี่ยนทิศทางของคำอธิบาย But แสดงการเปลี่ยนจากเนื้อหาก่อนหน้าที่พูดว่า “ทำอย่างไร” ไปสู่ why is it important ซึ่งถามถึงจุดประสงค์หรือคุณค่า anyway ที่ท้ายประโยคดึงผู้ฟังกลับมาสู่คำถามพื้นฐานว่า “สรุปแล้ว เรื่องนี้สำคัญทำไม” ในที่นี้คำนี้ช่วยเน้นการเปลี่ยนประเด็น ไม่ได้หมายถึง “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม” ผู้บรรยายใช้คำถามที่ถามตัวเองแบบนี้เพื่อเกริ่นเข้าสู่เหตุผลถัดไปได้

แบบฝึกหัด

คำถามนี้ทำหน้าที่จัดโครงสร้างคำอธิบายอย่างไร?

  1. บอกขั้นตอนอีกขั้นของวิธีเดิม
  2. แสดงว่าคำอธิบายจบแล้ว
  3. เปลี่ยนจากการอธิบายวิธีการไปถามว่าเหตุใดเป้าหมายจึงสำคัญ
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากการอธิบายวิธีการไปถามว่าเหตุใดเป้าหมายจึงสำคัญ

Well, remember how fast light travels. น้ำเสียง/เจตนา

4:23

ก็ลองนึกดูสิว่าแสงเดินทางเร็วแค่ไหน

น้ำเสียง/เจตนา

Well, remember ... เริ่มคำตอบด้วยการเตือนให้นึกถึงข้อมูลเดิม

Well เป็นคำเชื่อมบทสนทนาในประโยคนี้ ช่วยให้ผู้พูดเริ่มตอบคำถามก่อนหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้หมายถึง “อย่างดี” Remember ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้ว นั่นคือแสงเดินทางเร็วเพียงใด เพื่อนำข้อเท็จจริงนี้ไปสนับสนุนคำอธิบายถัดไป รูปแบบ Well, remember ... ทำให้คำอธิบายฟังเหมือนบทสนทนา และเชื่อมคำถามเข้ากับความรู้ที่มีร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ใน Well, remember how fast light travels คำว่า Well ทำหน้าที่อะไร?

  1. แสดงว่าผู้พูดอธิบายจบแล้ว
  2. เริ่มการตอบอย่างเป็นธรรมชาติก่อนที่ผู้พูดจะย้ำเตือนข้อมูล
  3. บอกว่าแสงเดินทางได้ดีหรืออย่างชำนาญ
ดูคำตอบ

เริ่มการตอบอย่างเป็นธรรมชาติก่อนที่ผู้พูดจะย้ำเตือนข้อมูล

For example, the light emitted by the sun will take 8 minutes to reach us, ไวยากรณ์

4:26

ตัวอย่างเช่น แสงที่ปล่อยออกมาจากดวงอาทิตย์จะใช้เวลา 8 นาทีในการเดินทางมาถึงเรา

ไวยากรณ์

the light emitted by the sun: อนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ลดรูป

ในนามวลี the light emitted by the sun ส่วน emitted by the sun เป็นวลี past participle ที่วางหลัง light และมีความหมายแบบถูกกระทำ สามารถเขียนเต็มได้ว่า that is emitted by the sun emitted ไม่ใช่กริยาหลัก นามวลีทั้งหมดเป็นประธาน ส่วนภาคแสดงหลักคือ will take อนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ลดรูปเช่นนี้ช่วยขยายคำนามอย่างกระชับ และพบได้บ่อยในงานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์และเชิงอธิบาย

แบบฝึกหัด

ลดรูป that is collected by เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The energy ____ the solar panels powers the house.

ดูคำตอบ

collected by

which means that the light we see now is a picture of the sun 8 minutes ago. ลำดับความ

4:30

ซึ่งหมายความว่าแสงที่เราเห็นในตอนนี้คือภาพของดวงอาทิตย์เมื่อ 8 นาทีที่แล้ว

ลำดับความ

which means that: เชื่อมข้อเท็จจริงกับผลที่ตามมา

which อ้างกลับไปถึงสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด นั่นคือแสงอาทิตย์ใช้เวลาแปดนาทีจึงจะมาถึงเรา จากนั้น means that นำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ที่บอกผลซึ่งตามมา ไม่ได้อธิบายเฉพาะคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุด โครงสร้างนี้จัดข้อมูลเป็นสองขั้น คือบอกข้อเท็จจริงก่อน แล้วจึงบอกความหมายหรือข้อสรุป ในบริบทใหม่ สามารถบอกข้อเท็จจริงแล้วตามด้วย which means that และอนุประโยคที่แสดงผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The road is closed, which means that we need another route. which อ้างถึงอะไร?

  1. ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ว่าถนนปิด
  2. เฉพาะคำนาม road
  3. วลี another route
ดูคำตอบ

ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ว่าถนนปิด

When you look at the Big Dipper,

4:36

เมื่อคุณมองไปที่กลุ่มดาวหมีใหญ่

you're seeing what it looked like 80 years ago. ไวยากรณ์

4:37

คุณกำลังเห็นสิ่งที่มันเป็นเมื่อ 80 ปีที่แล้ว

ไวยากรณ์

what it looked like: ลำดับคำแบบบอกเล่าในอนุประโยค wh แบบฝัง

what it looked like ทำหน้าที่เป็นกรรมของ seeing อนุประโยค wh แบบฝังทั้งหมดหมายถึง “ลักษณะที่มันเคยมี” ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าคุณกำลังเห็นรูปลักษณ์ของมันเมื่อ 80 ปีก่อน เนื่องจากส่วนนี้เป็นอนุประโยคที่ฝังอยู่ในอีกประโยคหนึ่ง ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + it + looked like อย่าเติม did หรือย้ายกริยาไปไว้หน้าประธาน

แบบฝึกหัด

เลือกคำเติมที่ถูกต้อง ประโยคนี้ต้องใช้อ นุประโยค wh แบบฝัง: The old photo shows ___ before the station was rebuilt.

  1. what looked the street like
  2. what did the street look like
  3. what the street looked like
ดูคำตอบ

what the street looked like

And those smudgy galaxies? การใช้คำ

4:41

แล้วดาราจักรที่ดูเป็นรอยจางๆ พวกนั้นล่ะ?

การใช้คำ

And those smudgy galaxies?: ชี้ไปยังกลุ่มที่มีลักษณะเลือน

And those smudgy galaxies? เป็นคำถามแบบย่อ And เปลี่ยนความสนใจไปยังอีกตัวอย่างหนึ่ง ส่วน those ชี้ไปยังกาแล็กซีที่มองเห็นได้หรือเพิ่งกล่าวถึง ความหมายเต็มใกล้เคียงกับ And what about those smudgy galaxies? Smudgy บรรยายลักษณะที่มองเห็นว่าไม่ชัดและเลือน เหมือนรอยที่ขอบถูกถูจนฟุ้ง เป็นคำบรรยายในชีวิตประจำวันที่เห็นภาพชัดเจน ไม่ใช่ชื่อหมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ And those smudgy galaxies? ทำหน้าที่อะไร?

  1. ประโยคนี้เปลี่ยนความสนใจไปยังกาแล็กซีที่ดูเหมือนรอยเลือน ๆ
  2. ประโยคนี้บอกชื่อทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการของกาแล็กซีประเภทหนึ่ง
  3. ประโยคนี้ถามว่ากาแล็กซีเหล่านั้นสกปรกจริงหรือไม่
ดูคำตอบ

ประโยคนี้เปลี่ยนความสนใจไปยังกาแล็กซีที่ดูเหมือนรอยเลือน ๆ

They're millions of light years away.

4:43

พวกมันอยู่ห่างออกไปหลายล้านปีแสง

It has taken millions of years for that light to reach us. ไวยากรณ์

4:45

แสงนั้นใช้เวลาหลายล้านปีในการเดินทางมาถึงเรา

ไวยากรณ์

It has taken ... for ... to ...: ระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน

โครงสร้าง It has taken + ระยะเวลา + for + คนหรือสิ่งของ + to + คำกริยา บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งใช้เวลามากเท่าใดจนถึงปัจจุบัน it เป็นประธานสมมติและไม่ได้แทนสิ่งใดโดยเฉพาะ เหตุการณ์ที่มีความหมายจริงคือ for that light to reach us has taken เป็นรูป present perfect ซึ่งเชื่อมการเดินทางอันยาวนานของแสงในอดีตเข้ากับผลในปัจจุบันว่าแสงมาถึงเราแล้ว จึงเน้นทั้งเวลาที่ผ่านไปและผลที่เกิดขึ้นในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกเวลาที่ผ่านไปด้วย present perfect ให้สมบูรณ์: The app is ready now. It ____ three months ____ the team to finish it.

ดูคำตอบ

has taken · for

So, the universe itself is in some sense an inbuilt time machine. โน้ต

4:49

ดังนั้น ในแง่หนึ่งเอกภพเองก็คือไทม์แมชชีนที่มีอยู่แล้วในตัว

วลี

in some sense: จำกัดขอบเขตของข้อความ

in some sense หมายถึง “เมื่อมองจากมุมหนึ่งโดยเฉพาะ” หรือ “ในแง่ที่จำกัดแง่หนึ่ง” วลีนี้จำกัดขอบเขตของข้อความที่ตามมา โดยแสดงว่าข้อความนั้นไม่ได้เป็นจริงในทุกด้าน ในที่นี้ จักรวาลไม่ได้เป็นเครื่องย้อนเวลาที่มีอยู่ในตัวตามความหมายตรงตัว วลีนี้ทำเครื่องหมายว่าเป็นอุปมาที่ใช้ได้อย่างจำกัด เพราะแสงจากที่ไกลทำให้เราเห็นอดีต การเปรียบเทียบนี้จึงใช้ได้จากมุมมองเฉพาะนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่าการเปรียบเทียบกับประตูใช้ได้จากมุมมองเพียงด้านหนึ่งเท่านั้น?

  1. In some sense, a good book is a doorway to another world.
  2. A good book is literally a doorway to another world.
  3. A good book is not a doorway to another world in any sense.
ดูคำตอบ

In some sense, a good book is a doorway to another world.

สำนวน

an inbuilt time machine: อุปมาของการมองเห็นอดีต

ในที่นี้ an inbuilt time machine เป็นอุปมา เพราะแสงต้องใช้เวลาเดินทาง เมื่อเรามองวัตถุที่อยู่ไกลมาก เราจึงเห็นวัตถุนั้นในสภาพเมื่อก่อน จักรวาลจึงดูเหมือนมีวิธีให้เรามองย้อนสู่อดีตติดมาในตัว Inbuilt หมายถึงความสามารถนี้เกิดจากวิธีที่จักรวาลและแสงทำงาน ส่วน time machine ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว ไม่มีเครื่องจักรที่พาผู้คนย้อนกลับไปสู่อดีตจริง ๆ

แบบฝึกหัด

an inbuilt time machine ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. แสงต้องใช้เวลาเดินทาง เราจึงเห็นวัตถุที่อยู่ไกลในช่วงเวลาที่เก่ากว่า
  2. ในจักรวาลมีเครื่องจักรที่พาคนย้อนกลับไปสู่อดีตได้จริง
  3. การมองออกไปในอวกาศทำให้เวลาหยุดลง
ดูคำตอบ

แสงต้องใช้เวลาเดินทาง เราจึงเห็นวัตถุที่อยู่ไกลในช่วงเวลาที่เก่ากว่า

The further we can look back, ไวยากรณ์

4:54

ยิ่งเรามองย้อนกลับไปได้ไกลเท่าไร

the younger the universe we are probing.

4:56

เอกภพที่เรากำลังสำรวจก็ยิ่งอายุน้อยลงเท่านั้น

ไวยากรณ์

The further ..., the younger ...: โครงสร้างสัมพันธ์ the + comparative

โครงสร้าง the + comparative ..., the + comparative ... เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเข้าด้วยกัน เมื่ออย่างหนึ่งเปลี่ยน อีกอย่างก็เปลี่ยนตามไปด้วย ในที่นี้ the further we can look back หมายถึงยิ่งมองย้อนกลับไปในอดีตได้ไกล ส่วน the younger ... หมายถึงยิ่งสังเกตจักรวาลในช่วงที่เก่ากว่า คำว่า the ทั้งสองตำแหน่งเป็นส่วนประกอบตายตัวของโครงสร้างเปรียบเทียบนี้ ไม่ใช่คำนำหน้านามทั่วไป รูปเปรียบเทียบอาจเป็นคำเดียว เช่น younger หรือเป็นวลีที่ยาวกว่า เช่น more carefully

แบบฝึกหัด

ใช้รูป comparative ของ much และ easy เติมโครงสร้างเปรียบเทียบสัมพันธ์ให้สมบูรณ์: The ____ you practice, the ____ the tune becomes.

ดูคำตอบ

more · easier

Astrophysicists try to read the history of the universe and understand how and where we come from. สำนวน

4:59

นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์พยายามอ่านประวัติศาสตร์ของเอกภพและทำความเข้าใจว่าเรามาจากไหนและมาได้อย่างไร

สำนวน

read the history of the universe: การตีความหลักฐาน

คำกริยา read ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ไม่ได้อ่านหนังสือ แต่ตีความแสงและหลักฐานอื่นที่สังเกตได้ว่าเป็นบันทึกของสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตของเอกภพ การใช้ read แบบนี้หมายถึงการสังเกตรูปแบบและดึงข้อมูลจากร่องรอย วลีนี้เปรียบการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์กับการอ่านที่คุ้นเคย โดยให้หลักฐานทำหน้าที่เหมือนข้อความ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: Researchers read the lake's history in layers of mud. read ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. ตีความเบาะแสเพื่อทำความเข้าใจอดีต
  2. เขียนหนังสือประวัติศาสตร์ฉบับสมบูรณ์
  3. อ่านคำที่เขียนไว้ออกเสียงดัง ๆ
ดูคำตอบ

ตีความเบาะแสเพื่อทำความเข้าใจอดีต

The universe is constantly sending us information in the form of light. วลี

5:05

เอกภพส่งข้อมูลถึงเราในรูปแบบของแสงอยู่ตลอดเวลา

วลี

in the form of light: การระบุรูปแบบหรือสื่อ

In the form of + คำนาม ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีอยู่ ปรากฏ หรือถูกสื่อสารในรูป ลักษณะ หรือสื่อแบบใด ในประโยคนี้ข้อมูลมาถึงเราเป็นแสง ดังนั้นแสงจึงเป็นรูปแบบที่นำพาข้อมูลมา ในวลีนี้ form หมายถึงวิธีที่สิ่งหนึ่งถูกนำเสนอหรือดำรงอยู่ ไม่ได้หมายถึงแบบฟอร์มที่มีช่องให้กรอก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ in the form of + คำนาม

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ในรูปแบบเฉพาะอย่างหนึ่ง” ให้สมบูรณ์: The emergency update arrived ____ a text message.

ดูคำตอบ

in the form of

All that remains is for us to decode it. ไวยากรณ์

5:10

สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็คือให้เราถอดรหัสข้อมูลนั้น

ไวยากรณ์

All that remains is for us to decode it: การบอกภารกิจสุดท้าย

All that remains หมายถึง “สิ่งเดียวที่ยังเหลือให้ทำ” ในที่นี้ remains เป็นคำกริยา remain ที่แปลว่า “ยังเหลืออยู่” ไม่ใช่คำนาม remains ที่อาจหมายถึงซากหรือศพ ประธาน All that remains ตามด้วย is และ for us to decode it ระบุทั้งการกระทำที่ยังเหลือและผู้ที่จะทำ โครงสร้างนี้รวบยอดคำอธิบายก่อนหน้าให้เหลือเป็นภารกิจสุดท้ายเพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปจะสื่อว่าขั้นตอนหรือเงื่อนไขอื่นที่จำเป็นเสร็จสมบูรณ์แล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง All that remains is ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: The report is finished. ____ for us to send it to the client.

ดูคำตอบ

All that remains is