ปฏิทรรศน์สมองโบลทซ์มันน์ - Fabio Pacucci: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
721 คำ 141 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอติดตามปฏิทรรศน์สมองโบลทซ์มันน์ตั้งแต่เอนโทรปีและความผันผวนแบบสุ่มไปจนถึงบิกแบง พร้อมอธิบายว่าเหตุใดปฏิทรรศน์นี้ยังใช้ทดสอบแบบจำลองสมัยใหม่เกี่ยวกับกำเนิดเอกภพ ประเด็นสำคัญในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ: 1. How do you know — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตได้ว่าคำถามตรง ๆ ดึงผู้ชมเข้าสู่ข้อสงสัยเชิงปรัชญาและสร้างความอยากรู้ก่อนที่จะให้คำนิยามทางวิทยาศาสตร์อย่างไร และนำเทคนิคเปิดเรื่องนี้ไปใช้เพื่อทำให้คำอธิบายที่เป็นนามธรรมรู้สึกเกี่ยวข้องกับผู้ฟังโดยตรง 2. has not existed forever, but rather time and space started with a big bang. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า not ... but rather ... ปฏิเสธคำอธิบายหนึ่งแล้วแทนด้วยคำอธิบายที่แม่นยำกว่าอย่างไร จึงใช้แก้ข้อความให้ชัดเจนได้ เช่น การแยกระหว่างเอกภพที่มีอยู่ตลอดกาลกับการที่เวลาและอวกาศมีจุดเริ่มต้น 3. creates a bar that models have to rise to. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ตีความ bar ว่าเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ ไม่ใช่วัตถุจริง และเข้าใจว่าอุปมานี้ทำให้ปฏิทรรศน์กลายเป็นบททดสอบที่แบบจำลองจักรวาลวิทยาต้องผ่าน เพื่อนำไปใช้กล่าวถึงเกณฑ์ที่ทฤษฎีหรือข้อเสนอต้องทำให้ได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

How do you know you're a person who has lived your life ลำดับความ

0:07

คุณรู้ได้อย่างไรว่าคุณเป็นคนที่ใช้ชีวิตมาจริงๆ

rather than a just formed brain full of artificial memories momentarily hallucinating a reality วลี

0:10

แทนที่จะเป็นแค่สมองที่พึ่งก่อตัวขึ้นซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำเทียมและกำลังหลอนถึงความจริง

วลี

full of artificial memories: โครงสร้าง full of + คำนาม

โครงสร้าง full of + คำนาม หมายถึง “มีบางสิ่งอยู่มาก” หรือ “เต็มไปด้วยบางสิ่ง” ในประโยคนี้ full of artificial memories อยู่หลัง brain และบอกว่าสมองนั้นมีอะไรอยู่ภายใน artificial ในที่นี้หมายถึงความทรงจำที่ถูกสร้างหรือฝังขึ้น แทนที่จะเกิดจากประสบการณ์จริง ไม่ได้หมายถึงท่าทีหรือพฤติกรรมที่ “เสแสร้ง”

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง full + คำบุพบทให้สมบูรณ์: The attic was full ____ dusty boxes.

ดูคำตอบ

of

that doesn't actually exist?

0:18

ที่ไม่มีอยู่จริงเลยชั่วขณะหนึ่ง?

ลำดับความ

How do you know...? ในฐานะประโยคดึงความสนใจตอนเปิด

ในที่นี้ How do you know...? ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อถามหาข้อเท็จจริง แต่ยังท้าทายความมั่นใจของผู้ฟังและวางความเป็นไปได้สองอย่างที่พิสูจน์ได้ยากไว้ตรงหน้า เมื่อใช้เป็นประโยคดึงความสนใจตอนเปิด คำถามนี้จะสร้างความสงสัยและกำหนดประเด็นที่คำอธิบายต่อไปจะสำรวจ รูปแบบที่เริ่มด้วยคำถามเช่นนี้ช่วยกระตุ้นความอยากรู้ก่อนให้คำนิยามหรือหลักฐาน

แบบฝึกหัด

วิดีโอวิทยาศาสตร์เริ่มด้วย “How do you know a planet exists if no one can see it directly?” คำถามเปิดเรื่องนี้มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. สร้างความไม่แน่ใจและกำหนดกรอบให้คำอธิบายที่จะตามมา
  2. ขอให้ผู้ชมระบุวันที่ที่เจาะจง
  3. ให้คำนิยามสุดท้ายทันที
ดูคำตอบ

สร้างความไม่แน่ใจและกำหนดกรอบให้คำอธิบายที่จะตามมา

วลี

rather than สำหรับเปรียบต่างทางเลือก

rather than นำทางเลือกสองอย่างมาเปรียบต่างกัน ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเปรียบเทียบตัวตนที่เป็นไปได้สองแบบ คือคนที่ได้ใช้ชีวิตมาจริง ๆ กับสมองที่เพิ่งก่อตัว โดยแบบหลังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่แข่งกับแบบแรก โครงสร้าง A rather than B หมายถึง “A ไม่ใช่ B” หรือ “เลือก A มากกว่า B” มักใช้เชื่อมคำนาม คำบรรยาย หรือการกระทำที่มีรูปแบบขนานกัน และไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดหลังอีกเหตุการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่หมายถึง “เลือกอย่างแรก ไม่เลือกอย่างที่สอง”: We decided to test the idea ____ dismiss it.

ดูคำตอบ

rather than

That may sound absurd, น้ำเสียง/เจตนา

0:21

นั่นอาจฟังดูไร้สาระ

but it's kept several generations สำนวน

0:22

แต่มันทำให้นักจักรวาลวิทยาชั้นนำ

of top cosmologists up at night.

0:24

หลายรุ่นถึงกับนอนไม่หลับ

น้ำเสียง/เจตนา

That may sound absurd, but ...: การใช้เป็นข้อความยอมรับก่อนเปลี่ยนประเด็น

That may sound absurd ยอมรับว่าแนวคิดนั้นอาจฟังดูไร้เหตุผลอย่างมากในตอนแรก แต่ไม่ได้ปฏิเสธแนวคิดนั้น ในที่นี้ may ทำให้การประเมินนุ่มนวลลง โดยเสนอว่า absurd เป็นเพียงความประทับใจแรกที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ความน่าจะเป็นที่คำนวณไว้ เมื่อใช้กับ but วลีนี้จะสร้างการยอมรับข้อกังขาก่อนเปลี่ยนประเด็น ผู้พูดยอมรับข้อสงสัยที่ผู้ฟังน่าจะมี แล้วจึงเปลี่ยนไปอธิบายเหตุผลที่ควรพิจารณาแนวคิดนั้นอย่างจริงจัง โครงสร้าง may sound + คำคุณศัพท์, but ... ใช้เกริ่นข้อเสนอที่ขัดกับสัญชาตญาณได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดยอมรับก่อนว่าแนวคิดหนึ่งดูไร้เหตุผล แล้วจึงให้เหตุผลว่าทำไมจึงควรพิจารณาแนวคิดนั้น?

  1. That may sound absurd, but the evidence is worth examining.
  2. That idea is absurd, so there is no reason to discuss it.
  3. That may be correct, and everyone already accepts it.
ดูคำตอบ

That may sound absurd, but the evidence is worth examining.

สำนวน

keep someone up at night: ทำให้กังวลอย่างต่อเนื่อง

keep someone up at night มีความหมายตามตัวอักษรว่า ทำให้ใครบางคนนอนไม่หลับ และยังเป็นสำนวนที่หมายถึง บางสิ่งทำให้คนคนนั้นกังวลหรือครุ่นคิดอย่างหนักเป็นเวลานาน ในประโยคนี้ ปัญหาดังกล่าวรบกวนนักจักรวาลวิทยาชั้นนำมาหลายรุ่น ไม่ได้หมายความว่าทุกคนตื่นอยู่ทุกคืนจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ something keeps/kept someone up at night ในประโยคนี้ several generations of top cosmologists อยู่ในตำแหน่งของ someone

แบบฝึกหัด

เติมสำนวน keep someone up at night ให้สมบูรณ์: The unresolved question kept the researchers ____ at night.

ดูคำตอบ

up

They call it the Boltzmann brain paradox. ลำดับความ

0:27

พวกเขาเรียกมันว่า ความขัดแย้งของสมองโบลต์ซมันน์

ลำดับความ

They call it the ...: ใช้แนะนำชื่อเรียก

They call it the ... ใช้โครงสร้าง call + object + name โดย it ย้อนกลับไปอ้างถึงปรากฏการณ์ที่เพิ่งอธิบายไป และนามวลีที่ตามหลังจะบอกชื่อของปรากฏการณ์นั้น ในตัวอย่างนี้ the อยู่ต้นชื่อ แต่โครงสร้างการตั้งชื่อไม่ได้จำเป็นต้องมี the เสมอไป ส่วน they ในที่นี้หมายถึงผู้คนในสาขาที่เกี่ยวข้องโดยทั่วไป ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่กล่าวชื่อไว้แล้ว โครงสร้างนี้จัดลำดับข้อมูลด้วยการอธิบายแนวคิดก่อน แล้วจึงบอกชื่อทีหลัง จึงช่วยให้ผู้ฟังเชื่อมโยงศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยกับคำอธิบายที่ได้ฟังไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ผู้พูดอธิบายรูปแบบหนึ่งก่อน แล้วจึงพูดว่า: They call it the domino effect. ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในการอธิบาย?

  1. ประโยคนี้ตั้งชื่อให้รูปแบบดังกล่าว
  2. ประโยคนี้ระบุคนที่กำลังโทรศัพท์
  3. ประโยคนี้บอกว่ารูปแบบดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้ว
ดูคำตอบ

ประโยคนี้ตั้งชื่อให้รูปแบบดังกล่าว

Its namesake, Ludwig Boltzmann, การใช้คำ

0:31

ชื่อของมันมาจาก ลุดวิก โบลต์ซมันน์

was a 19th century physicist

0:33

นักฟิสิกส์ในศตวรรษที่ 19

การใช้คำ

Its namesake, Ludwig Boltzmann: บุคคลที่เป็นที่มาของชื่อ

ในประโยคนี้ its namesake หมายถึงบุคคลที่สิ่งซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้นำชื่อของเขาไปใช้ นั่นคือ Ludwig Boltzmann คำนี้ชี้ถึงที่มาของชื่อ ไม่ได้หมายถึงชื่อเล่น Ludwig Boltzmann เป็นส่วนขยายแบบ appositive โดยชื่อที่อยู่ระหว่างเครื่องหมายจุลภาคระบุอย่างชัดเจนว่า its namesake คือใคร โครงสร้างนี้พบได้บ่อยเมื่อแนะนำว่าสถานที่ สิ่งของ แนวคิด หรือสถาบันตั้งชื่อตามใคร

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The school's namesake was a scientist named Ada Cole. namesake หมายถึงใคร?

  1. นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานในโรงเรียน
  2. นักวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนตั้งชื่อตาม
  3. ชื่อเล่นแบบไม่เป็นทางการของโรงเรียน
ดูคำตอบ

นักวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนตั้งชื่อตาม

operating in a period ไวยากรณ์

0:35

ที่ทำงานในช่วงเวลา

when scientists were passionately debating

0:36

ที่นักวิทยาศาสตร์กำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด

whether the universe had existed ไวยากรณ์

0:39

ว่าจักรวาลมีอยู่มา

for an infinite or finite time.

0:40

เป็นเวลาอนันต์หรือมีขีดจำกัด

ไวยากรณ์

operating in a period when...: การเพิ่มฉากหลังทางประวัติศาสตร์

ส่วน operating in a period when... เพิ่มข้อมูลพื้นหลังว่านักฟิสิกส์ผู้นี้ทำงานและมีบทบาทอยู่ในยุคใด operating ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการควบคุมเครื่องจักร ในทางไวยากรณ์ ส่วนนี้เป็นอนุประโยค present participle ที่ขยาย physicist ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when อธิบาย period ทั้งหมดเป็นรูปย่อของ who was operating in a period when... จึงทำให้ฉากหลังทางประวัติศาสตร์เป็นข้อมูลประกอบ

แบบฝึกหัด

operating in a period when... เพิ่มข้อมูลหลักอะไรให้กับประโยค?

  1. คำแนะนำในการควบคุมเครื่องจักร
  2. ฉากหลังทางประวัติศาสตร์ของยุคที่นักฟิสิกส์ทำงาน
  3. ชื่อเครื่องจักรที่นักฟิสิกส์สร้าง
ดูคำตอบ

ฉากหลังทางประวัติศาสตร์ของยุคที่นักฟิสิกส์ทำงาน

ไวยากรณ์

whether ... or ... ในคำถามทางอ้อม

ในประโยคนี้ whether นำประเด็นที่กำลังถกเถียง ซึ่งมีสองทางเลือก คือระยะเวลาอนันต์หรือระยะเวลาจำกัด เพราะเป็นคำถามทางอ้อมที่อยู่หลัง debating จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า the universe had existed ไม่ใช่ had the universe existed Had existed เป็น past perfect โดยมองย้อนจากช่วงเวลาในอดีตที่นักวิทยาศาสตร์กำลังถกเถียง ไปยังระยะเวลาที่จักรวาลมีอยู่ก่อนหน้านั้น ไม่ได้สื่อว่าต่อมาจักรวาลหยุดมีอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ whether เพื่อนำคำถามทางอ้อมที่มีสองทางเลือกได้ถูกต้อง

  1. Historians debated whether did local workers or foreign engineers build the bridge.
  2. Historians debated whether had the bridge been built by local workers or foreign engineers.
  3. Historians debated whether the bridge had been built by local workers or foreign engineers.
ดูคำตอบ

Historians debated whether the bridge had been built by local workers or foreign engineers.

Boltzmann's main claim to fame สำนวน

0:44

สิ่งที่ทำให้โบลต์ซมันน์มีชื่อเสียง

was revolutionizing thermodynamics,

0:45

คือการปฏิวัติอุณหพลศาสตร์

สำนวน

Boltzmann's main claim to fame: ผลงานที่ทำให้เขามีชื่อเสียงที่สุด

สำนวนตายตัว someone's claim to fame หมายถึงผลงาน ลักษณะเด่น หรือข้อเท็จจริงที่ทำให้บุคคลหรือสิ่งหนึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุด ในที่นี้ Boltzmann's main claim to fame หมายถึงผลงานหลักที่ทำให้โบลทซ์มันน์มีชื่อเสียง ให้เข้าใจ claim to fame เป็นสำนวนเดียวกัน ในสำนวนนี้ claim ไม่ได้หมายถึงคำกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานหรือการเรียกร้องกรรมสิทธิ์

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ลักษณะเด่นที่ทำให้สถานที่มีชื่อเสียง” ลงในประโยค: The island's ____ is its beach with pink sand.

ดูคำตอบ

claim to fame

the branch of physics ลำดับความ

0:48

ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของฟิสิกส์

that studies energy.

0:49

ที่ศึกษาเรื่องพลังงาน

ลำดับความ

the branch of physics that studies energy: นิยามด้วยประเภทและลักษณะเฉพาะ

ในคำนิยามนี้ the branch of physics บอกประเภทกว้าง ๆ ก่อนว่า คำศัพท์นี้อยู่ในสาขาฟิสิกส์ ส่วนอนุประโยคสัมพันธ์ that studies energy เพิ่มลักษณะที่ใช้ระบุสาขาเฉพาะนี้ ลำดับข้อมูลแบบนี้นำไปใช้กับคำนิยามอื่นได้ โดยบอกคำศัพท์ ระบุประเภทที่กว้างกว่า แล้วใช้อนุประโยคที่มี that เพื่อบอกลักษณะเฉพาะ เมื่อวลีคำนามนี้อยู่ต่อจากคำศัพท์ ก็สามารถทำหน้าที่เป็นส่วนขยายที่อธิบายคำศัพท์นั้นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบ “ประเภทกว้าง + อนุประโยค that” แบบเดียวกันเพื่อให้คำนิยาม astronomy?

  1. Astronomy studies objects in space because science is a branch.
  2. Objects in space are interesting, so astronomy is science.
  3. Astronomy is the branch of science that studies objects in space.
ดูคำตอบ

Astronomy is the branch of science that studies objects in space.

He put forward a new interpretation กริยาวลี

0:51

เขาเสนอการตีความใหม่

of entropy,

0:53

ของเอนโทรปี

กริยาวลี

He put forward: เสนอแนวคิดให้พิจารณา

ในที่นี้ put forward หมายถึง “เสนอ” หรือ “นำเสนอให้พิจารณา” เขาเสนอการตีความแบบใหม่เพื่อให้คนอื่นตรวจสอบหรือพูดคุยกัน ไม่ได้หมายถึงการขยับสิ่งของไปข้างหน้าจริง ๆ รูปแบบที่พบบ่อยคือ put forward + แนวคิด ทฤษฎี ข้อเสนอ ข้อโต้แย้ง หรือการตีความ คำว่า put มีรูปพื้นฐานและรูปอดีตเหมือนกัน ดังนั้น He put forward ในที่นี้จึงกล่าวถึงการกระทำในอดีตที่เสร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาวลี put forward ในรูปอดีต: At the meeting, Lena ____ a plan to save water.

ดูคำตอบ

put forward

which is a measure ไวยากรณ์

0:54

ซึ่งเป็นตัววัด

of the disorder of a system.

0:55

ความไร้ระเบียบของระบบ

ไวยากรณ์

which is a measure of ...: การเพิ่มคำจำกัดความสั้น ๆ

คำว่า which ย้อนกลับไปอ้างถึงคำนามหรือคำศัพท์ที่เพิ่งกล่าวถึง ในทางไวยากรณ์ คำนี้เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์แบบให้ข้อมูลเสริมว่า which is a measure of the disorder of a system ส่วน is a measure of หมายถึง “เป็นปริมาณหรือตัวชี้วัดของ...” เพราะอนุประโยคนี้เพิ่มข้อมูลเสริม ผู้เขียนจึงใส่คำจำกัดความสั้น ๆ ต่อท้ายคำศัพท์ได้โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่ โครงสร้างแบบกระชับนี้พบได้บ่อยในงานเขียนเชิงอธิบายและเชิงวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในส่วน “..., which is a measure of the disorder of a system” คำว่า which ทำหน้าที่อะไร

  1. นำเสนอผลลัพธ์ของข้อความก่อนหน้า
  2. ขอให้ผู้ฟังเลือกระหว่างสองระบบ
  3. ย้อนกลับไปอ้างถึงคำศัพท์ที่เพิ่งกล่าวถึงและเพิ่มคำจำกัดความ
ดูคำตอบ

ย้อนกลับไปอ้างถึงคำศัพท์ที่เพิ่งกล่าวถึงและเพิ่มคำจำกัดความ

A glass is an ordered system,

0:58

แก้วน้ำคือระบบที่มีระเบียบ

whereas a shattered glass is disordered. ลำดับความ

1:00

ในขณะที่แก้วที่แตกกระจายนั้นไร้ระเบียบ

ลำดับความ

whereas ...: การจัดข้อมูลสองส่วนให้เปรียบต่างกัน

คำเชื่อม whereas นำหน้าอนุประโยคส่วนที่สองจากอนุประโยคคู่ขนานสองส่วน และบอกผู้อ่านให้เปรียบเทียบทั้งสองส่วน ในที่นี้ แก้วที่สมบูรณ์และแก้วที่แตกถูกพิจารณาด้วยลักษณะเดียวกัน คือแต่ละระบบมีระเบียบมากเพียงใด จึงเห็นสภาวะที่ตรงข้ามกันได้ง่าย whereas ใช้จัดข้อมูลสองส่วนให้วางเทียบกันเพื่อแสดงความแตกต่าง ไม่ได้หมายความว่าอนุประโยคหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกอนุประโยคหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติม whereas เพื่อสร้างการเปรียบต่างแบบวางเทียบกันและเป็นทางการ: The city center is crowded, ____ the outer neighborhoods are quiet.

ดูคำตอบ

whereas

The second law of thermodynamics วลี

1:03

กฎข้อที่สองของอุณหพลศาสตร์

states that closed systems วลี

1:05

ระบุว่าระบบปิด

tend towards disorder.

1:07

มักจะมีแนวโน้มไปสู่ความไร้ระเบียบ

วลี

The second law of thermodynamics states that ...: การเกริ่นเนื้อหาของกฎ

ใน The second law of thermodynamics states that ... คำว่า states เป็นกริยารายงานแบบเป็นทางการ ประธานระบุแหล่งข้อมูลที่มีอำนาจ และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ให้เนื้อหาของกฎนั้น โครงสร้างที่วางแหล่งข้อมูลไว้ก่อนนี้ช่วยแยกแหล่งที่มาของข้อความออกจากตัวข้อความเอง: a law, rule, report, or theory states that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่ระบุแหล่งข้อมูลทางการแล้วตามด้วยเนื้อหาให้สมบูรณ์: The safety code ____ emergency exits must remain clear.

ดูคำตอบ

states that

วลี

closed systems tend towards disorder: การบอกแนวโน้ม

ในโครงสร้าง tend towards + คำนาม คำว่า tend บอกทิศทางทั่วไปหรือรูปแบบที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ส่วน towards นำเข้าสู่สภาวะหรือผลลัพธ์ที่มุ่งไป เนื่องจาก disorder เป็นคำนาม จึงใช้วลี tend towards disorder ประโยคนี้นำเสนอความไม่เป็นระเบียบในฐานะแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นทันที ความแตกต่างที่ระมัดระวังนี้ทำให้ tend towards เหมาะกับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และข้อความอื่นที่กล่าวถึงรูปแบบทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายแนวโน้มทั่วไปโดยไม่ได้บอกว่าผลลัพธ์จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน

  1. Team discussions are already in complete agreement.
  2. Over time, team discussions will always end in agreement.
  3. Over time, team discussions tend towards agreement.
ดูคำตอบ

Over time, team discussions tend towards agreement.

You won't see a shattered glass

1:09

คุณจะไม่มีทางเห็นแก้วที่แตกกระจาย

return to its pristine state. วลี

1:11

กลับคืนสู่สภาพเดิมที่สมบูรณ์ได้

วลี

return to its pristine state: กลับคืนสู่สภาพเดิมที่สมบูรณ์

return to + สภาพ หมายถึงกลับไปสู่สภาพก่อนหน้า ในที่นี้ return to its pristine state หมายถึงกลับมาสมบูรณ์และไม่เสียหายเหมือนก่อนที่แก้วจะแตก pristine บรรยายสภาพที่ยังดีเหมือนเดิมและไม่ถูกทำลาย ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ไม่มีคราบสกปรก

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ return to its pristine state เติมประโยคให้สมบูรณ์: After months of careful restoration, the sculpture finally ____.

ดูคำตอบ

returned to its pristine state

Boltzmann's insight was applying วลี

1:13

ความเข้าใจลึกซึ้งของโบลต์ซมันน์คือการประยุกต์ใช้

statistical reasoning to this behavior.

1:15

การใช้เหตุผลเชิงสถิติกับพฤติกรรมนี้

วลี

applying statistical reasoning to this: นำการให้เหตุผลเชิงสถิติมาใช้กับสิ่งนี้

apply A to B หมายถึงใช้วิธีการ กฎ หรือแนวคิด A เมื่อต้องจัดการกับหัวข้อ ปัญหา หรือสถานการณ์ B ในที่นี้ statistical reasoning คือวิธีการ ส่วน this behavior คือสิ่งที่โบลต์ซมันน์ใช้วิธีนั้นเพื่อทำความเข้าใจ รูป -ing ของ applying อยู่หลัง was และบอกว่าแนวคิดสำคัญของเขาคืออะไร ในที่นี้ไม่ได้บรรยายการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง apply A to B ให้สมบูรณ์: The engineers applied the new safety rule ____ every design.

ดูคำตอบ

to

He found that a system evolves วลี

1:18

เขาพบว่าระบบจะวิวัฒนาการ

to a more disordered state

1:20

ไปสู่สถานะที่ไร้ระเบียบมากขึ้น

because it's more likely.

1:22

เพราะมันมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่า

วลี

a system evolves to a more disordered state: ระบบค่อย ๆ เปลี่ยนไปสู่สภาวะหนึ่ง

ในที่นี้ evolves to หมายถึงเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา จนกระทั่งไปถึงผลลัพธ์หนึ่ง ประธานคือ a system และ a more disordered state บอกสภาวะที่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลง คำว่า evolve ไม่ได้ใช้เฉพาะกับวิวัฒนาการทางชีววิทยา แต่ยังใช้อธิบายระบบ เทคโนโลยี แผน หรือแนวคิดที่ค่อย ๆ พัฒนาจากสภาวะหรือรูปแบบหนึ่งไปสู่อีกแบบหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

evolves to ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาจนถึงอีกสภาวะหนึ่ง
  2. ให้กำเนิดลูกที่มีชีวิต
  3. ถูกแทนที่ทันทีโดยไม่มีกระบวนการเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ

เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาจนถึงอีกสภาวะหนึ่ง

However, the opposite direction isn't impossible,

1:24

อย่างไรก็ตาม ทิศทางตรงกันข้ามก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

just so unlikely that we'll never witness ไวยากรณ์

1:28

แค่มันมีโอกาสน้อยมากจนเราจะไม่มีวันได้เห็น

things like scrambled eggs turning raw. ลำดับความ

1:31

สิ่งต่างๆ เช่น ไข่คนกลับกลายมาเป็นไข่ดิบ

ไวยากรณ์

so unlikely that: เชื่อมระดับเข้ากับผลลัพธ์

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค แสดงว่าระดับของสิ่งหนึ่งสูงมากจนทำให้เกิดผลตามมาในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ใน so unlikely that we'll never witness it โอกาสเกิดขึ้นต่ำมาก และผลก็คือผู้คนจะไม่ได้เห็นมันเกิดขึ้น ประโยคบอกก่อนว่ากระบวนการย้อนกลับไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จากนั้น so unlikely that อธิบายในทางปฏิบัติว่า บางอย่างอาจเป็นไปได้ในทางทฤษฎี แต่เกิดขึ้นยากเกินกว่าจะคาดหวังว่าจะสังเกตเห็นได้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that โดยใส่คำหนึ่งคำในแต่ละช่องว่าง: The path was ____ icy ____ we turned back.

ดูคำตอบ

so · that

ลำดับความ

things like scrambled eggs turning raw: ทำแนวคิดนามธรรมให้เห็นภาพด้วยตัวอย่าง

things like ใช้ยกตัวอย่างหนึ่งอย่างจากกลุ่มที่กว้างกว่า ในที่นี้แนวคิดกว้าง ๆ คือเหตุการณ์ที่แทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้น และภาพไข่คนที่กลับไปเป็นไข่ดิบก็ทำให้ผู้ฟังนึกภาพในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน นี่เป็นวิธีจัดลำดับข้อมูลแบบหนึ่ง คือกล่าวแนวคิดนามธรรมก่อน แล้วใช้ things like + สิ่งของหรือสถานการณ์ที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้จินตนาการได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างนี้มีไว้เพื่อช่วยอธิบาย ไม่ใช่รายการทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ things like เพื่อทำให้แนวคิดกว้าง ๆ เป็นรูปธรรมได้ชัดเจนที่สุด

  1. Severe storms can be dangerous because strong winds move quickly.
  2. Road signs may bend in a severe storm, so every storm causes the same damage.
  3. Severe storms can cause unusual damage, things like road signs bending backward.
ดูคำตอบ

Severe storms can cause unusual damage, things like road signs bending backward.

But if the universe exists ไวยากรณ์

1:34

แต่ถ้าจักรวาลมีอยู่

over an infinitely long time, วลี

1:35

เป็นเวลายาวนานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

extremely unlikely events will happen,

1:38

เหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากก็จะเกิดขึ้น

ไวยากรณ์

But if ... extremely unlikely events will happen: เงื่อนไขและผลลัพธ์

But แสดงว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากประเด็นก่อนหน้าไปพิจารณาอีกกรณีหนึ่ง If ใช้เริ่มเงื่อนไขว่าจักรวาลดำรงอยู่เป็นเวลายาวนานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ส่วน extremely unlikely events will happen บอกผลที่ตามมาจากเงื่อนไขนั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ if + present simple, ... will + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ใช้คาดการณ์ตามเหตุผลว่า ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว แม้แต่เหตุการณ์ที่มีโอกาสน้อยมากก็จะเกิดขึ้นในที่สุด อย่าใช้ will ในอนุประโยค if แบบนี้

แบบฝึกหัด

ใช้ will และรูปพื้นฐานของ happen เติมอนุประโยคผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: If the machine runs long enough, rare errors ____.

ดูคำตอบ

will happen

including complex things forming วลี

1:41

รวมถึงสิ่งที่ซับซ้อนที่ก่อตัวขึ้น

out of random combinations

1:43

จากการรวมตัวกันแบบสุ่ม

of particles.

1:45

ของอนุภาค

วลี

over an infinitely long time: มองเวลาเป็นช่วงที่กระบวนการดำเนินไป

ในประโยคนี้ over an infinitely long time กำหนดช่วงเวลาที่เหตุการณ์ต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ over มองช่วงเวลาทั้งหมดเป็นขอบเขตที่กระบวนการ โอกาสที่เกิดซ้ำ หรือผลสะสมค่อย ๆ ดำเนินไป ส่วน infinitely long บอกว่าช่วงเวลานั้นไม่มีจุดสิ้นสุดที่จำกัด โครงสร้าง over + ช่วงเวลา เหมาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งหนึ่งเปลี่ยนแปลง พัฒนา เกิดซ้ำ หรือสะสมตลอดช่วงเวลานั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดช่วงเวลาหนึ่งได้ดีที่สุด

  1. The coastline disappeared during the final storm.
  2. The coastline stayed protected for thousands of years.
  3. The coastline changed gradually over thousands of years.
ดูคำตอบ

The coastline changed gradually over thousands of years.

วลี

forming out of random combinations: ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากแหล่งที่มา

ใน complex things forming out of random combinations นั้น complex things คือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ส่วน random combinations of particles คือแหล่งที่มา อนุประโยค -ing แสดงว่าสิ่งซับซ้อนกำลังผ่านกระบวนการก่อตัว และ out of นำหน้าวัสดุหรือการจัดเรียงที่สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นมา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X forms out of Y หมายถึง X พัฒนาหรือเกิดขึ้นจาก Y โดยไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้สร้าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ form out of เพื่อแสดงว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นจากแหล่งที่มาของมัน

  1. Their scattered ideas formed the basis of a clear plan.
  2. A clear plan began to form out of their scattered ideas.
  3. The team made a clear plan out of their scattered ideas.
ดูคำตอบ

A clear plan began to form out of their scattered ideas.

So what does that look like ลำดับความ

1:46

แล้วนั่นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

in a hypothetical infinitely old universe? การใช้คำ

1:48

ในจักรวาลสมมุติที่เก่าแก่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด?

ลำดับความ

So what does that look like: จากแนวคิดเชิงนามธรรมสู่กรณีที่เป็นรูปธรรม

So เชื่อมคำถามนี้เข้ากับการให้เหตุผลที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน what does that look like ถามว่าแนวคิดนั้นจะปรากฏหรือทำงานอย่างไรในสถานการณ์เฉพาะ ผู้พูดจึงกำลังเปลี่ยนจากข้อสรุปเชิงนามธรรมไปสู่แบบจำลองที่เป็นรูปธรรม ในที่นี้ look like ไม่ได้จำกัดอยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอก รูปแบบ What does X look like in Y? สามารถใช้ถามว่า X มีรูปแบบ ผลลัพธ์ หรือพฤติกรรมอย่างไรภายใต้เงื่อนไข Y

แบบฝึกหัด

หลังจากอธิบายแผนเชิงนามธรรมแล้ว คำถามใดเหมาะที่สุดสำหรับการนำเข้าสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม?

  1. So what does that look like in practice?
  2. So why is the plan called hypothetical?
  3. So who first suggested the plan?
ดูคำตอบ

So what does that look like in practice?

การใช้คำ

hypothetical infinitely old universe: ส่วนขยายหลายชั้น

ในนามวลี a hypothetical infinitely old universe คำว่า hypothetical บอกว่า universe เป็นกรณีที่จินตนาการขึ้นเพื่อใช้ในการให้เหตุผล ส่วน infinitely old บอกอายุของมันว่า ภายในกรอบการทดลองทางความคิดนี้ จักรวาลดังกล่าวมีอยู่มาเป็นเวลาที่ไม่จำกัด โครงสร้างคือ hypothetical + infinitely old + universe โดย infinitely เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยาย old ส่วน hypothetical และวลี infinitely old ทั้งวลีต่างก็ขยาย universe

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึง “โรงงานที่สมมติขึ้นและทำงานอัตโนมัติทั้งหมด” พร้อมทั้งใช้รูปแบบส่วนขยายเดียวกัน?

  1. a hypothetical fully automated factory
  2. a fully automated factory in a real town
  3. a hypothetical factory with some automated equipment
ดูคำตอบ

a hypothetical fully automated factory

In this unremarkable stretch สำนวน

1:52

ในพื้นที่ธรรมดาๆ

of near nothingness,

1:54

ที่เกือบจะว่างเปล่านี้

สำนวน

this unremarkable stretch of near nothingness: พื้นที่ธรรมดาที่แทบไม่มีอะไรเลยนี้

ในที่นี้ stretch เป็นคำนาม หมายถึงบริเวณหรือช่วงพื้นที่ที่ต่อเนื่องกัน ไม่ใช่การยืดสิ่งใด this unremarkable stretch ชี้ถึงบริเวณที่ดูธรรมดาและไม่สะดุดตาเป็นพิเศษ ใน near nothingness คำว่า near หมายถึง “เกือบจะ” ดังนั้นบริเวณนี้จึงแทบไม่มีอะไรอยู่เลย แต่ไม่ได้หมายความว่าว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง คำทั้งหมดนี้ทำให้แนวคิดนามธรรมเรื่องความว่างเปล่ากลายเป็นพื้นที่กว้างที่นึกภาพได้

แบบฝึกหัด

ใน “The bus crossed a bleak stretch of empty highway,” คำว่า stretch หมายถึงอะไร?

  1. ช่วงหรือบริเวณที่ต่อเนื่องกัน
  2. ช่วงเวลาที่ต่อเนื่องกัน
  3. การยืดร่างกาย
ดูคำตอบ

ช่วงหรือบริเวณที่ต่อเนื่องกัน

about eight octillion atoms

1:55

อะตอมประมาณแปดออกทิลเลียน

randomly come together to form วลี

1:57

มารวมตัวกันแบบสุ่มเพื่อสร้าง

a replica of the Thinker

1:59

แบบจำลองของประติมากรรมนักคิด

made of pasta. ไวยากรณ์

2:01

ที่ทำมาจากพาสต้า

วลี

come together to form: มารวมกันเพื่อก่อเป็น

Come together หมายถึงคน สิ่งของ หรือส่วนต่าง ๆ ที่เดิมแยกจากกันมารวมกัน ส่วน to form ใช้บอกสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นจากการรวมกันนั้น ในคำบรรยาย อะตอมมารวมกันและผลลัพธ์คือรูปจำลอง โครงสร้าง X come together to form Y สามารถนำไปใช้เพื่ออธิบายกระบวนการจากส่วนที่แยกกันไปสู่ผลลัพธ์หนึ่งอย่างได้ เมื่อกาลหรือประธานเปลี่ยน ให้เปลี่ยน come ตามไปด้วย เช่น came together to form หรือ comes together to form

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายให้สมบูรณ์: Small pieces of colored glass come ____ to form a mosaic.

ดูคำตอบ

together

ไวยากรณ์

made of pasta ในฐานะส่วนขยายหลังคำนาม

made of pasta อยู่หลังนามวลี a replica of the Thinker และบอกว่าแบบจำลองนั้นสร้างจากวัสดุอะไร วลีนี้เป็นวลีคำกริยาช่องที่สามซึ่งย่อมาจาก that is made of pasta โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + made of + วัสดุ โดยใช้เพิ่มคำอธิบายวัสดุแบบกระชับไว้หลังคำนาม และ made of จะเป็นธรรมชาติเป็นพิเศษเมื่อยังมองออกว่าวัสดุเดิมคืออะไรในสิ่งของที่ทำเสร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ made of ตามด้วยคำบอกวัสดุ cardboard: They displayed a castle ____.

ดูคำตอบ

made of cardboard

It instantly dissolves.

2:03

มันละลายหายไปในทันที

Over here, these particles ลำดับความ

2:05

ทางด้านนี้ อนุภาคเหล่านี้

suddenly form something like a brain. วลี

2:07

ก็จู่ๆ ก่อตัวเป็นสิ่งที่มีลักษณะคล้ายสมอง

ลำดับความ

Over here ในฐานะคำเชื่อมเพื่อย้ายความสนใจ

Over here ที่ต้นประโยคชี้ไปยังอีกส่วนหนึ่งของฉากที่มองเห็นได้ และบอกผู้ชมว่าควรมองตรงไหนต่อไป วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยย้ายความสนใจจากบริเวณหรือตัวอย่างก่อนหน้ามายังบริเวณนี้ เนื่องจากต้องอาศัยฉากที่ทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกัน หน้าที่ของวลีนี้จึงไม่ใช่แค่บอกสถานที่ แต่ยังนำผู้ชมให้ติดตามข้อมูลที่เห็นตามลำดับด้วย

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอชี้ไปยังอีกส่วนหนึ่งของแผนภาพแล้วพูดว่า 'Over here, the lines meet.' Over here ทำหน้าที่อะไร

  1. เป็นการบอกว่าการนำเสนอจบลงแล้ว
  2. เป็นการชี้ความสนใจไปยังส่วนนั้นของแผนภาพ
  3. เป็นการบอกว่าเส้นเหล่านั้นมาบรรจบกันเมื่อนานมาแล้ว
ดูคำตอบ

เป็นการชี้ความสนใจไปยังส่วนนั้นของแผนภาพ

วลี

something like a brain: แสดงความคล้ายแบบไม่แน่นอน

Something like a brain หมายถึง “บางสิ่งที่คล้ายสมอง” ผู้พูดเปรียบเทียบรูปร่างใหม่ที่อนุภาคสร้างขึ้นกับสมอง แต่ไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นเป็นสมองจริง ๆ หรือเป็นสมองที่สมบูรณ์ โครงสร้าง something like + คำนาม มีประโยชน์เมื่อยังไม่ทราบชื่อหรือประเภทที่แน่นอน หรือเมื่อต้องการใช้สิ่งที่คุ้นเคยช่วยให้จินตนาการแนวคิดได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

คุณเห็นรูปร่างที่คล้ายหอคอยอยู่ไกล ๆ แต่ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร ประโยคใดคงความไม่แน่นอนนี้ไว้ได้ดีที่สุด

  1. It looked nothing like a tower.
  2. It was definitely a tower.
  3. It looked something like a tower.
ดูคำตอบ

It looked something like a tower.

It's filled with false memories วลี

2:09

มันเต็มไปด้วยความทรงจำปลอมๆ

of a lifetime up to the present moment วลี

2:11

ของชีวิตทั้งชีวิตไปจนถึงวินาทีปัจจุบัน

วลี

filled with false memories: มองความทรงจำเป็นสิ่งที่อยู่ภายใน

Be filled with นำเสนอว่าบางสิ่งมีสิ่งที่ตามหลัง with อยู่เป็นจำนวนมาก ในที่นี้ false memories ถูกมองเป็นสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจ จึงทำให้เห็นภาพจิตใจเหมือนภาชนะชัดกว่าการพูดเพียงว่า it has false memories โครงสร้างนี้ใช้บรรยายได้ทั้งสิ่งที่จับต้องได้และสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น สิ่งของ ข้อมูล เสียง ความทรงจำ และความรู้สึก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง be filled with: After the doors opened, the hall was ____ music.

ดูคำตอบ

filled with

วลี

up to the present moment: กำหนดให้ช่วงเวลาสิ้นสุดที่ปัจจุบัน

ใน up to the present moment คำว่า up to ใช้บอกจุดสิ้นสุดของช่วงเวลาหนึ่ง ช่วงเวลานั้นเริ่มจากก่อนหน้านี้และต่อเนื่องมาถึงตอนนี้ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “จนถึงขณะนี้พอดี” ขอบเขตเวลานี้ช่วยให้ผู้พูดสรุปประวัติ สถานะ หรือความคืบหน้าเฉพาะเท่าที่มาถึงปัจจุบัน โดยไม่ได้บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'Up to the present moment, no errors have appeared,' คำว่า up to หมายถึงอะไร?

  1. อย่างมากหนึ่งช่วงขณะ
  2. เคลื่อนไปทางปัจจุบัน
  3. จนถึงจุดเวลานี้
ดูคำตอบ

จนถึงจุดเวลานี้

when it perceives a video saying

2:14

ตอนที่มันรับรู้วิดีโอที่พูด

these very words before decaying. การใช้คำ

2:16

คำเหล่านี้เป๊ะๆ ก่อนที่มันจะสลายไป

การใช้คำ

these very words: very หมายถึงถ้อยคำเหล่านี้พอดี

ใน these very words คำว่า very อยู่ระหว่างคำชี้เฉพาะ these กับคำนาม words ในที่นี้ very ทำหน้าที่เน้นความหมายว่า “ถ้อยคำเหล่านี้พอดี” หรือ “ถ้อยคำเดียวกันนี้” ไม่ได้หมายถึง “อย่างมาก” วลีนี้เน้นว่าเป็นสิ่งเดียวกันอย่างเจาะจง กล่าวคือถ้อยคำที่อ้างถึงตรงกับถ้อยคำเฉพาะที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้หรือที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

แบบฝึกหัด

ใน 'She repeated these very words,' คำว่า very ทำหน้าที่อะไร?

  1. เน้นว่าเป็นถ้อยคำเดียวกันนั้นอย่างแน่นอน
  2. บอกว่าถ้อยคำเหล่านั้นถูกพูดด้วยเสียงดัง
  3. บอกว่าถ้อยคำเหล่านั้นดีมาก
ดูคำตอบ

เน้นว่าเป็นถ้อยคำเดียวกันนั้นอย่างแน่นอน

And finally, by random fluctuations, วลี

2:20

และสุดท้าย โดยความผันผวนแบบสุ่ม

all the particles in the cosmos

2:22

อนุภาคทั้งหมดในจักรวาล

concentrate in a single point วลี

2:24

มารวมตัวกันที่จุดเดียว

and an entire new universe

2:26

และจักรวาลใหม่ทั้งใบ

spontaneously bursts into existence. สำนวน

2:29

ก็ระเบิดขึ้นมามีตัวตนอย่างฉับพลัน

วลี

by random fluctuations: การนำเสนอกลไก

ในประโยคนี้ by random fluctuations นำเสนอความผันผวนแบบสุ่มว่าเป็นกระบวนการหรือกลไกที่ทำให้อนุภาคมารวมตัวกัน ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ by + นามวลีอาจใช้ตอบว่า “เกิดขึ้นผ่านกระบวนการใด” แทนที่จะระบุผู้ที่ทำกริยา เนื่องจากความผันผวนนี้ยังทำให้เหตุการณ์เกิดขึ้นด้วย วลีดังกล่าวจึงอาจแปลด้วยสำนวนที่แสดงสาเหตุได้ อย่างไรก็ตาม รูปประโยคภาษาอังกฤษเน้นมองสาเหตุนั้นเป็นกลไกที่ทำงานอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ by อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อนำเสนอกระบวนการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์

  1. The system learns at repeated testing.
  2. The system learns by repeated testing.
  3. The system learns because repeated testing.
ดูคำตอบ

The system learns by repeated testing.

วลี

concentrate in a single point: รวมตัวกันในตำแหน่งเดียว

ในประโยคนี้ concentrate หมายถึงอนุภาคที่เดิมกระจายอยู่มารวมตัวกัน ส่วน in a single point ระบุตำแหน่งที่อนุภาคไปรวมกันและเน้นว่าการกระจายตัวไม่ได้แผ่ออกไปในอวกาศอีกต่อไป รูปแบบที่บอกตำแหน่งนี้สามารถใช้กับสถานที่ที่ใหญ่กว่าจุดได้ เช่น สิ่งต่าง ๆ อาจ concentrated in one area, region, or group

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าตัวประจุเองรวมอยู่ในตำแหน่งเดียว

  1. The charge is concentrated in a single point.
  2. The charge spreads evenly through the material.
  3. The scientist concentrates on a single point in the report.
ดูคำตอบ

The charge is concentrated in a single point.

สำนวน

spontaneously bursts into existence: ถือกำเนิดขึ้นเองอย่างฉับพลัน

bursts into existence เป็นสำนวนเชิงภาพที่หมายถึงบางสิ่งเริ่มมีอยู่ขึ้นมาอย่างฉับพลัน คำว่า burst เพิ่มความรู้สึกรวดเร็วและน่าตื่นตา แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าจักรวาลระเบิดจริง ๆ spontaneously บอกว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นเอง โดยไม่ได้มีใครจงใจวางแผนหรือมีการกระทำจากภายนอกที่เห็นได้ชัดเป็นตัวกระตุ้น เมื่อรวมกันแล้วจึงสื่อถึงการปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันและไม่ได้วางแผนไว้

แบบฝึกหัด

ประโยค “A new universe burst into existence” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. จักรวาลใหม่เริ่มมีอยู่ขึ้นมาอย่างฉับพลัน
  2. จักรวาลระเบิดจริง ๆ แล้วหายไป
  3. จักรวาลค่อย ๆ เล็กลง
ดูคำตอบ

จักรวาลใหม่เริ่มมีอยู่ขึ้นมาอย่างฉับพลัน

Of those last two, ลำดับความ

2:32

ในสองอย่างหลังนี้

which is more likely?

2:33

อันไหนมีความเป็นไปได้มากกว่ากัน?

ลำดับความ

Of those last two: จำกัดการเปรียบเทียบไว้ที่สองสิ่งที่กล่าวถึงล่าสุด

Of those last two วางไว้ก่อนคำถามเพื่อกำหนดกลุ่มที่จะนำมาเปรียบเทียบ those ชี้กลับไปยังสิ่งที่กล่าวถึงแล้ว ส่วน last two เลือกสองสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึงล่าสุด วิธีนี้ทำให้ผู้พูดถามได้ว่าสิ่งใดมีแนวโน้มเป็นไปได้มากกว่าโดยไม่ต้องพูดตัวเลือกทั้งสองซ้ำทั้งหมด หากก่อนหน้านั้นมีรายการที่ยาวกว่า รายการที่กล่าวถึงก่อนหน้าจะไม่รวมอยู่ในการเปรียบเทียบครั้งนี้

แบบฝึกหัด

ผู้พูดเพิ่งบอกคำอธิบายสี่ข้อและต้องการเปรียบเทียบเฉพาะสองข้อสุดท้าย คำถามใดเหมาะสมที่สุด

  1. Of those last two, which is more convincing?
  2. Of all four, which are the last two?
  3. Which explanation was mentioned first?
ดูคำตอบ

Of those last two, which is more convincing?

The brain, by far. วลี

2:35

สมอง แน่นอนว่าต้องเป็นสมอง

วลี

The brain, by far: ตัวเลือกที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน

by far หมายถึงเหนือกว่าด้วยส่วนต่างที่มากในการเปรียบเทียบ ในที่นี้ The brain เป็นคำตอบสั้นที่ละข้อความบางส่วนไว้ สิ่งที่กำลังเปรียบเทียบถูกละไว้เพราะเข้าใจได้อยู่แล้ว และ by far ชี้ว่าตัวเลือกนี้เหนือกว่าตัวเลือกอื่นอย่างชัดเจน คำเน้นระดับนี้ยังใช้ขยายรูปขั้นกว่าและขั้นสูงสุดได้ เช่น by far more useful และ by far the best

แบบฝึกหัด

เติมคำเน้นระดับสองคำที่หมายความว่าเส้นทางหนึ่งง่ายกว่าเส้นทางอื่นทั้งหมดมาก: This is ____ the easiest route.

ดูคำตอบ

by far

Despite all its complexity, ไวยากรณ์

2:37

แม้ว่ามันจะมีความซับซ้อนแค่ไหน

it's a blip compared สำนวน

2:38

มันก็เป็นแค่จุดเล็กๆ เมื่อเทียบกับ

to an entire universe.

2:40

จักรวาลทั้งใบ

ไวยากรณ์

Despite all its complexity: despite + นามวลี

Despite all its complexity เป็นวลีบุพบทที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนเสนอข้อสรุปที่สวนทางกัน วลีนี้ยอมรับก่อนว่าสิ่งที่กำลังกล่าวถึงซับซ้อนมาก แล้วจึงบอกว่าข้อเท็จจริงนั้นไม่ได้เปลี่ยนข้อสรุปหลักที่ตามมา เนื่องจาก despite เป็นคำบุพบท all its complexity จึงเป็นนามวลี ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์ โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Despite + นามวลี, ประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถูกต้องและหมายความว่าโทรศัพท์ยังคงได้รับความนิยมแม้ว่าราคาจะสูง?

  1. Despite its high price, the phone remains popular.
  2. Although its high price, the phone remains popular.
  3. Despite it is expensive, the phone remains popular.
ดูคำตอบ

Despite its high price, the phone remains popular.

สำนวน

a blip compared to: เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ใหญ่กว่า

ในประโยคนี้ a blip เป็นคำเปรียบเทียบถึงสิ่งที่เล็กมากหรือสั้นมากเมื่อมองเทียบกับมาตราส่วนที่ใหญ่กว่ามาก ภาพเดิมของคำนี้คือจุดหรือสัญญาณเล็ก ๆ ที่ปรากฏชั่วครู่ แต่ใจความตรงนี้คือความไม่สำคัญเมื่อเทียบกัน ไม่ใช่สัญญาณจริง ๆ โครงสร้าง A is a blip compared to B นำ A ไปเทียบกับ B ที่ใหญ่กว่ามาก จึงทำให้ความต่างด้านขนาดหรือระดับเด่นชัด ตามบริบท ความต่างนั้นอาจเป็นเรื่องขนาด เวลา ค่าใช้จ่าย หรือความสำคัญ

แบบฝึกหัด

ในประโยค The repair cost is a blip compared to the city's annual budget วลี a blip compared to หมายความว่าอย่างไร

  1. ค่าซ่อมน้อยมากเมื่อเทียบกับงบประมาณ
  2. ค่าซ่อมส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสำนักงานงบประมาณ
  3. ค่าซ่อมมีขนาดเท่ากับงบประมาณทุกประการ
ดูคำตอบ

ค่าซ่อมน้อยมากเมื่อเทียบกับงบประมาณ

Every one universe produced by random fluctuations

2:42

ทุกๆ หนึ่งจักรวาลที่ถูกสร้างขึ้นโดยความผันผวนแบบสุ่ม

has equivalent odds to heaps upon heaps สำนวน

2:46

มีโอกาสเท่ากันกับกองพะเนินของ

of Insta-brains.

2:49

สมองกึ่งสำเร็จรูป

สำนวน

heaps upon heaps of: กองแล้วกองเล่า จำนวนมาก

heap หมายถึงกองขนาดใหญ่ และ heaps ในภาษาพูดอาจหมายถึงจำนวนมาก ใน heaps upon heaps of การซ้ำคำสร้างภาพว่ามีกองต่อกอง จึงขยายความว่าคำนามที่ตามมามีปริมาณมากอย่างยิ่ง ในที่นี้ heaps upon heaps of Insta-brains หมายถึงมี Insta-brains จำนวนมหาศาล ไม่จำเป็นต้องกองซ้อนกันจริง ๆ วลีนี้เห็นภาพและเน้นหนักกว่า many

แบบฝึกหัด

ใน We found heaps upon heaps of old photos in the attic วลี heaps upon heaps of old photos หมายความว่าอย่างไร

  1. แทบไม่มีรูปถ่ายเก่าเลย
  2. รูปถ่ายเก่าจำนวนมหาศาล
  3. รูปถ่ายเก่าหลายรูปที่จัดไว้ในกองเดียวพอดี
ดูคำตอบ

รูปถ่ายเก่าจำนวนมหาศาล

So, by this reasoning, ลำดับความ

2:51

ดังนั้น โดยเหตุผลนี้

ลำดับความ

So, by this reasoning, เพื่อส่งสัญญาณถึงข้อสรุป

So บอกว่าผลลัพธ์หรือข้อสรุปกำลังจะตามมา ส่วน by this reasoning ชี้กลับไปยังแนวคิดที่เพิ่งอธิบาย ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายความว่า ถ้าเราตามเหตุผลนั้น ข้อความถัดไปก็คือข้อสรุป วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยพาผู้ฟังจากขั้นตอนที่ใช้สนับสนุนไปสู่ข้อสรุปที่ได้จากขั้นตอนเหล่านั้น วลีนี้ไม่ได้บอกว่าเหตุผลนั้นถูกต้อง เพียงแต่แสดงความเชื่อมโยงทางตรรกะ

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นใดแสดงได้ชัดเจนที่สุดว่าข้อสรุปต่อไปนี้มาจากเหตุผลที่เพิ่งกล่าวไป?

  1. So, by this reasoning,
  2. For example,
  3. At the same time,
ดูคำตอบ

So, by this reasoning,

it seems extremely more likely ไวยากรณ์

2:52

มันดูเหมือนจะเป็นไปได้อย่างมาก

that everything you believe to exist ไวยากรณ์

2:54

ที่ทุกสิ่งที่คุณเชื่อว่ามีอยู่จริง

is actually a brief illusion

2:57

อันที่จริงเป็นแค่ภาพลวงตาสั้นๆ

ไวยากรณ์

everything you believe to exist: believe + กรรม + to exist

ในที่นี้ everything หมายถึงสิ่งที่คุณเชื่อว่ามีอยู่ ในอนุประโยคขยาย you believe to exist กรรมของ believe ที่ละไว้จะเข้าใจว่าเป็น everything และสิ่งเดียวกันนี้ก็เป็นประธานเชิงความหมายของ to exist ด้วย โครงสร้างแบบกระชับนี้มีความหมายใกล้เคียงกับ everything that you believe exists และช่วยให้ภาษาแบบเป็นทางการหรือเป็นนามธรรมใส่แนวคิดเรื่องความเชื่อไว้ในวลีนามที่สั้นลงได้

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึง “ความเสี่ยงที่พวกเขาเชื่อว่ามีอยู่” ได้ถูกต้อง?

  1. the risk they believe existing
  2. the risk they believe it to exist
  3. the risk they believe to exist
ดูคำตอบ

the risk they believe to exist

soon to be extinguished. ไวยากรณ์

2:59

ที่กำลังจะดับสูญในไม่ช้า

ไวยากรณ์

it seems extremely more likely that สำหรับการเปรียบเทียบอย่างระมัดระวัง

ในโครงสร้าง it seems ... likely that + อนุประโยค it เป็นคำที่อยู่ในตำแหน่งประธาน ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาของข้อวินิจฉัย seem และ likely ทำให้ข้อความเป็นข้ออนุมาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว more likely เป็นรูปเปรียบเทียบ หมายความว่าคำอธิบายหรือผลลัพธ์หนึ่งมีโอกาสมากกว่าอีกอย่าง แม้จะไม่ได้กล่าวถึงอีกทางเลือกโดยตรง ในประโยคต้นฉบับ extremely ต้องการสื่อว่าความน่าจะเป็นต่างกันมาก แต่ภาษาอังกฤษมาตรฐานที่เป็นธรรมชาติมักใช้ much more likely หรือ far more likely

แบบฝึกหัด

คุณกำลังเปรียบเทียบคำอธิบายสองแบบและมีหลักฐานที่ดี แต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ ประโยคใดบอกคำอธิบายที่มีโอกาสมากกว่าได้อย่างเป็นธรรมชาติและระมัดระวัง?

  1. It seems much more likely that the package went to the wrong address than that it was stolen.
  2. It seems extremely more likely that the package went to the wrong address than that it was stolen.
  3. The package definitely went to the wrong address rather than being stolen.
ดูคำตอบ

It seems much more likely that the package went to the wrong address than that it was stolen.

ไวยากรณ์

soon to be extinguished: soon to be + กริยาช่อง 3

soon to be extinguished อยู่หลัง a brief illusion และทำหน้าที่ขยายวลีนี้ หมายความว่าคาดว่าภาพลวงตานั้นจะถูกดับลงในไม่ช้า รูปแบบเต็มคือ which will soon be extinguished to be extinguished เป็น infinitive แบบถูกกระทำ ดังนั้น illusion จึงเป็นสิ่งที่รับการกระทำ ไม่ใช่สิ่งที่ทำการกระทำ โครงสร้าง soon to be + กริยาช่อง 3 เป็นวิธีกระชับในการบอกผลแบบถูกกระทำที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง soon to be + กริยาช่อง 3 ที่ถูกต้อง เพื่อสื่อว่า “จะถูกแทนที่ในไม่ช้า”: The old system is ____.

ดูคำตอบ

soon to be replaced

Boltzmann didn't get quite that far วลี

3:01

โบลต์ซมันน์ไม่ได้คิดไกล

in his thinking.

3:03

ไปถึงขนาดนั้น

วลี

didn't get quite that far in his thinking: ความคิดยังไปไม่ถึงขั้นนั้น

ในที่นี้ get that far หมายถึงความคืบหน้าของแนวคิดหรือกระบวนการใช้เหตุผล ไม่ใช่ระยะทางจริง in his thinking บอกว่าความคืบหน้าที่พูดถึงคือด้านความคิด กล่าวคือ การให้เหตุผลของโบลทซ์มันน์ยังไปไม่ถึงขั้นที่กำลังกล่าวถึง ในโครงสร้างปฏิเสธ didn't get quite that far คำว่า quite เน้นความหมายของการไปถึงจุดนั้นโดยเฉพาะ เมื่ออยู่ในรูปปฏิเสธจึงหมายความว่าการให้เหตุผลของเขาหยุดก่อนถึงจุดนั้น ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ก้าวหน้าเลย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ didn't get quite that far in his thinking หมายความว่าอย่างไร

  1. เขาไม่ได้เดินทางไกลถึงระยะนั้น
  2. ความคิดของเขายังไปไม่ถึงขั้นนั้น
  3. เขาไม่ได้เริ่มคิดเลย
ดูคำตอบ

ความคิดของเขายังไปไม่ถึงขั้นนั้น

The brains themselves were introduced

3:04

ตัวสมองเองถูกนำเสนอ

by later cosmologists building กริยาวลี

3:06

โดยนักจักรวาลวิทยารุ่นหลังที่ต่อยอด

on his work.

3:08

จากผลงานของเขา

กริยาวลี

building on his work: ต่อยอดจากผลงานของเขา

Build on someone's work หมายถึงการนำแนวคิด งานวิจัย หรือผลลัพธ์ของบุคคลนั้นมาเป็นพื้นฐานแล้วพัฒนาต่อ แสดงถึงการสานต่อ ไม่ใช่การเริ่มต้นจากศูนย์ ในประโยคนี้ building on his work เป็นวลี -ing ที่ขยาย later cosmologists โดยอธิบายว่านักจักรวาลวิทยาเหล่านั้นเสนอแนวคิดนี้ขณะต่อยอดจากงานก่อนหน้าของโบลทซ์มันน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ build on เพื่อสื่อว่า “ใช้งานวิจัยก่อนหน้าเป็นพื้นฐาน”: The new study ____ earlier research into safer building materials.

ดูคำตอบ

builds on

But they, like just about everyone else, วลี

3:09

แต่พวกเขาก็เหมือนกับคนอื่นๆ ส่วนใหญ่

were pretty sure that they themselves

3:12

ที่ค่อนข้างแน่ใจว่าตัวพวกเขาเอง

weren't just ephemeral brains. การใช้คำ

3:14

ไม่ได้เป็นแค่สมองที่มีอยู่เพียงชั่วคราว

วลี

like just about everyone else ในฐานะวลีเปรียบเทียบที่แทรกเข้ามา

like just about everyone else เป็นวลีเปรียบเทียบที่แทรกเข้ามา โดยเปรียบประธาน they กับคนอื่นเกือบทั้งหมด เครื่องหมายจุลภาคบอกว่านี่เป็นข้อมูลเสริม เมื่อตัดส่วนนี้ออก ประโยคหลักก็ยังสมบูรณ์ ในที่นี้ just about หมายถึง “เกือบ” จึงยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง และไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้นคิดเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่ตรงกับความหมายว่า “เหมือนกับคนอื่นเกือบทุกคน” ให้ครบ: Leo, ____, checked the weather before leaving.

ดูคำตอบ

like just about everyone else

การใช้คำ

ephemeral brains: สมองที่มีช่วงเวลาการดำรงอยู่สั้นอย่างยิ่ง

ephemeral หมายถึงการคงอยู่เพียงช่วงเวลาสั้นมากแล้วหายไป ใน ephemeral brains คำคุณศัพท์นี้บรรยายสมองที่มีช่วงเวลาการดำรงอยู่สั้นอย่างยิ่ง ใน weren't just ephemeral brains คำว่า just หมายถึง “เพียงแค่” ดังนั้นพวกเขาจึงเชื่อว่าตนเองเป็นมากกว่าสมองที่มีอายุสั้น คำว่า ephemeral ทำให้แนวคิดนี้มีน้ำเสียงเป็นทางการและชัดเจนสะดุดใจ

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เน้นได้ดีที่สุดว่าชื่อเสียงคงอยู่เพียงช่วงเวลาสั้นมากแล้วเลือนหายอย่างรวดเร็ว: Her online fame was ___; within a week, almost everyone had forgotten her.

  1. permanent
  2. temporary
  3. ephemeral
ดูคำตอบ

ephemeral

So the paradox was,

3:16

ดังนั้นความขัดแย้งก็คือ

how could they be correct ลำดับความ

3:18

พวกเขาจะถูกต้อง

and the universe be eternal?

3:20

และจักรวาลจะเป็นนิรันดร์ได้อย่างไร?

ลำดับความ

ใช้ How could ... and ...? เพื่อตั้งปริศนาขัดแย้ง

รูปคำถาม How could A be true and B be true? นำข้ออ้างสองข้อที่ดูเหมือนจะเป็นจริงพร้อมกันไม่ได้มาวางคู่กัน ในประโยคนี้ could ครอบคลุมทั้ง they be correct และ the universe be eternal ส่วน and เชื่อมข้ออ้างที่ขัดแย้งกัน ในการให้เหตุผล คำถามแบบนี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อขอข้อเท็จจริง แต่ย่อความขัดแย้งหลักให้เป็นปัญหาเดียวที่คำอธิบายต่อจากนั้นต้องแก้

แบบฝึกหัด

คำถามที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในการให้เหตุผลนี้?

  1. ประกาศว่าข้ออ้างทั้งสองถูกหักล้างแล้ว
  2. เพิ่มข้อเท็จจริงสองข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกันเข้ามาในการอภิปราย
  3. นำเสนอข้ออ้างสองข้อที่ดูขัดแย้งกันให้เป็นปัญหาที่ต้องแก้
ดูคำตอบ

นำเสนอข้ออ้างสองข้อที่ดูขัดแย้งกันให้เป็นปัญหาที่ต้องแก้

The resolution is something most take สำนวน

3:23

ทางออกคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่มอง

for granted today,

3:25

เป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน

สำนวน

take for granted: มองบางสิ่งว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

Take something for granted หมายถึงการยอมรับบางสิ่งว่าเป็นเรื่องปกติ แน่นอน หรือชัดเจน โดยไม่หยุดตั้งคำถาม ในประโยคนี้ คำตอบดังกล่าวเป็นเรื่องที่คุ้นเคยมากในปัจจุบัน จนคนส่วนใหญ่ยอมรับโดยไม่คิดว่าเหตุใดจึงใช้ได้ผล โครงสร้างคือ something (that) most people take for granted today โดยละคำเชื่อมความสัมพันธ์ that ไว้ และ most ในที่นี้หมายถึง most people

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “มองว่าเป็นสิ่งที่จะมีให้ใช้เสมอ” ให้สมบูรณ์: Many people take reliable internet ____.

ดูคำตอบ

for granted

that our universe has not existed forever, ไวยากรณ์

3:26

ที่ว่าจักรวาลของเราไม่ได้มีอยู่มาตลอดกาล

but rather time and space

3:29

แต่เวลาและอวกาศต่างหาก

started with a big bang. วัฒนธรรม

3:31

เริ่มต้นขึ้นจากบิ๊กแบง

ไวยากรณ์

has not existed forever, but rather ... started: ปฏิเสธแล้วแก้ให้ถูกต้อง

รูปแบบ not A, but rather B จะปฏิเสธ A ก่อน แล้วเสนอ B ว่าเป็นคำอธิบายที่ถูกต้องกว่า ในที่นี้ has not existed forever ปฏิเสธแนวคิดว่าจักรวาลมีอยู่ตลอดมา ส่วน time and space started ... เป็นคำอธิบายที่ใช้แก้ไขแนวคิดนั้น ในรูปแบบนี้ rather หมายถึง “พูดให้แม่นยำกว่า” หรือ “แต่เป็น...” ไม่ได้หมายถึง “ค่อนข้าง” เหมือนในวลี rather large

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสำหรับการแก้ไขที่เรียนมา: The delay was not caused by traffic, ____ by a scheduling error.

ดูคำตอบ

but rather

วัฒนธรรม

started with a big bang: บิกแบงในจักรวาลวิทยา

ในประโยคนี้ a big bang หมายถึง Big Bang ในทางจักรวาลวิทยา คือแบบจำลองที่อธิบายว่าจักรวาลพัฒนามาจากสภาวะแรกเริ่มที่ร้อนและหนาแน่นอย่างยิ่ง ไม่ได้หมายถึงการระเบิดธรรมดาในชีวิตประจำวันเท่านั้น คำว่า started with นำเสนอให้บิกแบงเป็นจุดเริ่มต้นของเวลาและอวกาศตามคำอธิบายของผู้พูด ใจความสำคัญคือจุดกำเนิดทางจักรวาลวิทยา ไม่ใช่การระเบิด ณ จุดหนึ่งภายในอวกาศว่างที่มีอยู่ก่อนแล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a big bang หมายถึงอะไรได้ถูกต้องที่สุด?

  1. การระเบิดธรรมดา ณ จุดหนึ่งในอวกาศที่มีอยู่ก่อนแล้ว
  2. ดาวฤกษ์ดวงหนึ่งระเบิดอยู่ที่ใดที่หนึ่งในจักรวาล
  3. จุดเริ่มต้นของจักรวาลที่เกี่ยวข้องกับสภาวะแรกเริ่มซึ่งร้อนและหนาแน่น
ดูคำตอบ

จุดเริ่มต้นของจักรวาลที่เกี่ยวข้องกับสภาวะแรกเริ่มซึ่งร้อนและหนาแน่น

So that's the paradox สำนวน

3:33

งั้นนั่นหมายความว่าความขัดแย้งนี้

over and done with, right?

3:34

จบลงและถูกคลี่คลายแล้วใช่ไหม?

สำนวน

over and done with: จบลงโดยสมบูรณ์

over and done with เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงบางอย่างจบลงโดยสมบูรณ์และไม่ต้องจัดการอีก มักสื่อถึงความโล่งใจที่งาน ปัญหา หรือเหตุการณ์ไม่น่ายินดีผ่านพ้นไปแล้ว ใน That's the paradox over and done with สำนวนนี้บอกว่า the paradox ถูกจัดการเสร็จและไม่ต้องให้ความสนใจอีก ในรูป That's + คำนาม + over and done with คำนามจะระบุเรื่องที่เพิ่งจัดการเสร็จ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงจบลงโดยสมบูรณ์และไม่ต้องจัดการอีก: After tomorrow's final exam, the course will be over and ____.

ดูคำตอบ

done with

Well, maybe not. น้ำเสียง/เจตนา

3:36

อืม อาจจะไม่

น้ำเสียง/เจตนา

Well, maybe not: การพลิกความคิดอย่างนุ่มนวล

Well ในที่นี้เป็นคำบอกทิศทางของบทสนทนา ไม่ได้ใช้บอกว่าบางอย่าง “ดี” คำนี้แสดงว่าผู้พูดกำลังหยุดคิดและทบทวนสิ่งที่เพิ่งพูดไป จากนั้น maybe not จะตั้งคำถามหรือถอนข้อสรุปก่อนหน้าบางส่วนอย่างนุ่มนวล แทนการพูด No ตรง ๆ เมื่อใช้เป็นประโยคตามสั้น ๆ Well, maybe not. จะสร้างจุดพลิกอย่างนุ่มนวล ความคิดที่ดูเหมือนสรุปแล้วถูกเปิดให้พิจารณาอีกครั้ง และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อซับซ้อนต่อไป

แบบฝึกหัด

หลังจากผู้พูดกล่าวข้อสรุปอย่างมั่นใจ Well, maybe not. มักทำหน้าที่อย่างไร?

  1. นำเสนอหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ยืนยันข้อสรุปก่อนหน้าอย่างเต็มที่
  3. ค่อย ๆ เปิดประเด็นที่ดูเหมือนสรุปแล้วขึ้นมาใหม่
ดูคำตอบ

ค่อย ๆ เปิดประเด็นที่ดูเหมือนสรุปแล้วขึ้นมาใหม่

In the last century,

3:37

ในศตวรรษที่ผ่านมา

scientists have found evidence supporting วลี

3:38

นักวิทยาศาสตร์ได้พบหลักฐานสนับสนุน

the theory of the Big Bang

3:41

ทฤษฎีบิ๊กแบง

everywhere we look.

3:43

ในทุกที่ที่เรามองไป

วลี

found evidence supporting the theory: พบหลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎี

Scientists have found evidence supporting the theory หมายถึงนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบข้อสังเกตหรือข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกับทฤษฎีและทำให้ทฤษฎีน่าเชื่อถือขึ้น supporting the theory เป็นอนุประโยคกริยารูป present participle ที่ขยาย evidence และบอกว่าหลักฐานนั้นทำหน้าที่อะไร ในการเขียนเชิงวิทยาศาสตร์ support เป็นคำที่เลือกใช้อย่างระมัดระวัง หลักฐานอาจทำให้ทฤษฎีมีน้ำหนักมากขึ้นโดยไม่ได้พิสูจน์ว่าทฤษฎีนั้นจริงอย่างแน่นอนสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมาย find evidence supporting a theory ให้เป็นอดีตกาล: The team ____ the theory.

ดูคำตอบ

found evidence supporting

Yet while we know ลำดับความ

3:44

ทว่าในขณะที่เรารู้

that the Big Bang happened,

3:45

ว่าบิ๊กแบงเกิดขึ้นจริง

no one knows what, if anything, วลี

3:47

กลับไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรหรือไม่

preceded and caused it.

3:49

ที่มีมาก่อนและทำให้มันเกิดขึ้น

ลำดับความ

Yet while we know ..., no one knows ...: เปรียบเทียบสิ่งที่รู้กับสิ่งที่ยังไม่รู้

ประโยคนี้ใช้รูปแบบที่เริ่มจากการยอมรับข้อเท็จจริงแล้วชี้ไปยังช่องว่างของความรู้: Yet while we know X, no one knows Y อนุประโยคแรกระบุข้อเท็จจริง จากนั้น Yet และ no one knows เปลี่ยนจุดสนใจไปยังคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ while ในที่นี้หมายถึง «แม้ว่า» ไม่ใช่ «ในช่วงเวลาที่» if anything เป็นข้อความแทรกที่เปิดความเป็นไปได้ว่าอาจไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นก่อนบิกแบง จึงหลีกเลี่ยงการตั้งสมมติฐานโดยไม่มีหลักฐาน รูปแบบนี้ช่วยดำเนินคำอธิบายต่อไปด้วยการแบ่งเขตระหว่างความรู้ที่ยืนยันแล้วกับความไม่แน่นอน

แบบฝึกหัด

รูปแบบ Yet while we know ..., no one knows ... ทำหน้าที่อย่างไรในการจัดข้อมูล?

  1. ระบุสิ่งที่รู้ก่อน แล้วจึงชี้สิ่งที่ยังไม่รู้
  2. อ้างว่าสาเหตุเป็นสิ่งที่แน่นอนแล้ว
  3. นำเสนอว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
ดูคำตอบ

ระบุสิ่งที่รู้ก่อน แล้วจึงชี้สิ่งที่ยังไม่รู้

วลี

if anything ที่เป็นวลีแทรกหลัง what

ในที่นี้ if anything เป็นวลีแทรกที่ขยาย what มีความหมายว่า “ถ้ามีอะไรอยู่จริง ๆ” ดังนั้นผู้พูดจึงไม่ได้ตั้งสมมติฐานว่าต้องมีบางสิ่งเกิดขึ้นก่อนและเป็นสาเหตุของมัน รูปแบบ คำคำถาม, if anything, + คำกริยา ใช้ถามหาคำตอบอย่างระมัดระวัง โดยยังเปิดโอกาสไว้ว่าอาจไม่มีสิ่งหรือคำตอบที่เกี่ยวข้องเลย

แบบฝึกหัด

เติมวลีแทรกภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ถ้ามีอะไรอยู่จริง ๆ” ให้สมบูรณ์: What, ____, was damaged during the move?

ดูคำตอบ

if anything

Why did the universe begin

3:52

ทำไมจักรวาลถึงเริ่มต้นขึ้น

in such an extremely ordered ไวยากรณ์

3:54

ในสถานะที่มีระเบียบอย่างยิ่ง

and unlikely state?

3:56

และยากที่จะเป็นไปได้อย่างนั้น?

ไวยากรณ์

โครงสร้าง such an extremely ordered and unlikely state

ในที่นี้ in นำเข้าสู่สภาวะที่เอกภพเริ่มต้นขึ้น วลีนามใช้โครงสร้าง such + a/an + วลีคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ และหมายถึง “สภาวะชนิดที่โดดเด่นหรือสุดขั้วเช่นนี้” เนื่องจาก state เป็นเอกพจน์และ extremely เริ่มด้วยเสียงสระ จึงใช้คำนำหน้านาม an extremely เน้นระดับของ ordered โดยตรง ส่วน unlikely เป็นคำคุณศัพท์อีกคำที่เชื่อมด้วย and คำว่า such เน้นสภาวะชนิดนั้นทั้งวลี ไม่ได้เน้นเพียงคำว่า ordered

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: The lab had never seen ___.

  1. so an unusual pattern
  2. such an unusual pattern
  3. such unusual a pattern
ดูคำตอบ

such an unusual pattern

Is our universe in an unending วลี

3:58

จักรวาลของเราอยู่ในวงจรที่ไม่มีวันสิ้นสุด

cycle of creation and collapse?

4:00

ของการสร้างสรรค์และการพังทลายหรือไม่?

วลี

an unending cycle of creation and collapse: วัฏจักรการก่อกำเนิดและการยุบตัวที่ไม่สิ้นสุด

an unending cycle หมายถึงลำดับของช่วงต่าง ๆ ที่เกิดซ้ำต่อเนื่องโดยไม่มีจุดจบ ส่วน of creation and collapse ระบุสองช่วงที่ตรงข้ามกันในวัฏจักร คือสิ่งหนึ่งก่อกำเนิดขึ้นแล้วจึงยุบตัวลง รูปแบบ an unending cycle of A and B ใช้อธิบายกระบวนการหรือสภาวะสองอย่างที่สลับกันหรือเกิดซ้ำไปเรื่อย ๆ ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการเติบโตและการเสื่อมสลายเกิดซ้ำต่อเนื่องโดยไม่มีจุดจบ

  1. The forest is in an unending cycle of growth and decay.
  2. The forest avoids both growth and decay.
  3. The forest completes one cycle of growth and decay.
ดูคำตอบ

The forest is in an unending cycle of growth and decay.

Or might we be in one ไวยากรณ์

4:03

หรือเราอาจจะอยู่ในหนึ่ง

of many universes expanding

4:04

ในจักรวาลมากมายที่กำลังขยายตัว

within a multiverse? วัฒนธรรม

4:06

ภายในพหุภพ?

ไวยากรณ์

Or might we be... เพื่อเสนอความเป็นไปได้อีกทางอย่างระมัดระวัง

Or ใช้เสนอความเป็นไปได้อีกทางหนึ่งนอกเหนือจากแนวคิดที่กำลังพิจารณาอยู่ ในโครงสร้างคำถาม might + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน รูป Might we be...? ใช้ถามว่าบางสิ่งอาจเป็นจริงหรือไม่ Might ทำให้แนวคิดนั้นยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ที่ไม่แน่นอน ผู้พูดกำลังสำรวจสมมติฐานแทนที่จะสรุป และ one of many universes สื่อว่าเอกภพของเราอาจเป็นเพียงหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

นักวิจัยต้องการเสนอความเป็นไปได้อีกทางหนึ่งโดยไม่ยืนยันว่าเป็นจริง ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. Should we ignore an important clue?
  2. Or might we be overlooking an important clue?
  3. We are definitely overlooking an important clue.
ดูคำตอบ

Or might we be overlooking an important clue?

วัฒนธรรม

within a multiverse: ภายในกรอบพหุจักรวาลที่ใหญ่กว่า

พหุจักรวาลคือกรอบแนวคิดเชิงสมมติฐานที่ใหญ่กว่าและอาจประกอบด้วยจักรวาลหลายแห่งที่แตกต่างกัน บุพบท within แสดงว่าสิ่งหนึ่งอยู่ภายในกรอบที่ใหญ่กว่านั้น ในที่นี้ คำถามกำลังถามว่าจักรวาลของเราอาจเป็นหนึ่งในจักรวาลจำนวนมากที่กำลังขยายตัวอยู่ในกรอบดังกล่าวหรือไม่ นี่เป็นการเสนอความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ multiverse หมายถึงอะไร?

  1. คำอีกคำหนึ่งที่ใช้เรียกกาแล็กซีเพียงแห่งเดียว
  2. กรอบเชิงสมมติฐานที่ใหญ่กว่าและอาจประกอบด้วยจักรวาลจำนวนมาก
  3. ช่วงท้ายของการยุบตัวของจักรวาลเพียงแห่งเดียว
ดูคำตอบ

กรอบเชิงสมมติฐานที่ใหญ่กว่าและอาจประกอบด้วยจักรวาลจำนวนมาก

In this context, ลำดับความ

4:08

ในบริบทนี้

Boltzmann's paradox has found renewed วลี

4:09

ความขัดแย้งของโบลต์ซมันน์ได้รับความสนใจ

interest by contemporary cosmologists.

4:12

จากนักจักรวาลวิทยาร่วมสมัยอีกครั้ง

ลำดับความ

In this context: ชี้ย้อนกลับไปยังภูมิหลังที่กำหนดไว้แล้ว

In this context บอกผู้อ่านให้ตีความข้อความถัดไปโดยอิงกับสถานการณ์หรือแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ this ชี้ย้อนกลับไปยังความเป็นไปได้ทางจักรวาลวิทยาที่กล่าวไว้ก่อนหน้า เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายเชื่อมโยงในบทสนทนาหรือข้อความ โดยเชื่อมภูมิหลังที่วางไว้แล้วเข้ากับข้อเสนอใหม่ วลีนี้ไม่ได้บรรยายสถานที่จริง แต่กำหนดกรอบในการอ่านแนวคิดถัดไปแทนที่จะเพิ่มข้อเสนอทางวิทยาศาสตร์ใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่ชี้ย้อนกลับไปยังสถานการณ์ซึ่งอธิบายไว้แล้ว: ____, the result is not surprising.

ดูคำตอบ

In this context

วลี

has found renewed interest: กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

X has found renewed interest หมายความว่า ผู้คนเริ่มหันมาสนใจ X อีกครั้งหลังจากความสนใจลดลงไป ประธานคือสิ่งที่ได้รับความสนใจ ไม่ใช่คนที่กำลัง “ค้นพบ” ความรู้สึก รูป present perfect ใน has found นำเสนอการกลับมาของความสนใจนี้ว่าเป็นพัฒนาการที่ยังเกี่ยวข้องกับการพูดคุยในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่าได้รับความสนใจอีกครั้ง: After years of neglect, the repair method ____ among local builders.

ดูคำตอบ

has found renewed interest

Some argue that leading models โน้ต

4:15

บางคนแย้งว่าแบบจำลองชั้นนำ

for where the universe came from

4:16

เกี่ยวกับที่มาของจักรวาล

การใช้คำ

แบบจำลองชั้นนำเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเอกภพ

ในที่นี้ leading เป็นคำคุณศัพท์ที่วางหน้า models หมายถึงแบบจำลองที่ถูกมองว่าอยู่ในกลุ่มที่สำคัญหรือมีอิทธิพลมากที่สุดในแนวคิดปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าแบบจำลองกำลังทำกริยา “นำ” บางสิ่งอยู่ คำว่า for where the universe came from บอกว่าแบบจำลองเหล่านี้พยายามตอบคำถามอะไร นั่นคือต้นกำเนิดของเอกภพ

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'This is one of the leading theories in the field,' คำว่า leading หมายถึงอะไร?

  1. อยู่ในกลุ่มที่สำคัญหรือมีอิทธิพลมากที่สุด
  2. ถูกสร้างขึ้นล่าสุด
  3. กำลังนำบางสิ่งอยู่จริง ๆ
ดูคำตอบ

อยู่ในกลุ่มที่สำคัญหรือมีอิทธิพลมากที่สุด

still imply that Boltzmann brains

4:18

ยังคงบ่งบอกว่าสมองโบลต์ซมันน์

are more likely than human brains,

4:21

มีความเป็นไปได้มากกว่าสมองของมนุษย์

suggesting something's amiss. การใช้คำ

4:23

ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ลำดับความ

Some argue that ... suggesting ...: ระบุจุดยืนและนำเสนอข้อสรุป

Some argue that ... ระบุว่าข้อกล่าวอ้างนั้นเป็นจุดยืนของคนบางกลุ่มที่ไม่ได้ระบุชัด แทนที่จะเสนอเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว อนุประโยคที่ตามหลัง that บอกเนื้อหาของจุดยืนนั้น ส่วน still แสดงว่านัยดังกล่าวยังคงอยู่ แม้อาจมีเหตุผลให้คาดหวังผลแบบอื่น อนุประโยค -ing ท้ายประโยค suggesting ... นำเสนอข้อสรุปที่อนุมานจากข้อกล่าวอ้างก่อนหน้า ดังนั้นข้อมูลจึงเรียงจากแหล่งที่มาของจุดยืน ไปยังเนื้อหา และไปยังสิ่งที่เนื้อหานั้นอาจชี้ให้เห็น ในประโยคนี้ การเปรียบเทียบที่น่าประหลาดใจถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่าอาจมีบางอย่างผิดปกติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุความเห็นที่ยังถกเถียงได้ว่าเป็นของคนกลุ่มหนึ่งก่อน แล้วจึงเสนอข้อสรุปจากความเห็นนั้น?

  1. Some argue that the new schedule reduces traffic, suggesting the city should keep it.
  2. The city should keep the new schedule, according to the final report.
  3. Because the new schedule reduces traffic, the city introduced it last year.
ดูคำตอบ

Some argue that the new schedule reduces traffic, suggesting the city should keep it.

การใช้คำ

suggesting something's amiss: บ่งชี้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

Something's amiss เป็นรูปย่อของ something is amiss หมายถึงมีปัญหาบางอย่างที่ยังระบุไม่ได้ หรือสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ในที่นี้ suggesting เชื่อมคำกล่าวที่น่าประหลาดใจก่อนหน้าเข้ากับการวินิจฉัยอย่างระมัดระวัง คำกล่าวนั้นเป็นหลักฐานว่าทฤษฎีหรือข้อสันนิษฐานอาจผิด แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อจากบทเรียนที่หมายถึง “มีปัญหาบางอย่างที่ยังระบุไม่ได้” เติมประโยคให้สมบูรณ์: The readings disagree, suggesting ____.

ดูคำตอบ

something's amiss

Others counter that slight modifications ลำดับความ

4:25

คนอื่นๆ โต้แย้งว่าการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย

of the cosmological models

4:27

ของแบบจำลองทางจักรวาลวิทยา

would avoid the problem วลี

4:29

จะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้

วลี

would avoid the problem: ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ในที่นี้ would แสดงผลที่คาดว่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่เสนอ กล่าวคือ หากปรับแบบจำลองจักรวาลวิทยาเล็กน้อย ปัญหานี้ก็จะไม่เกิดขึ้นหรือไม่ใช้กับแบบจำลองนั้นอีกต่อไป เป็นผลตามสมมติฐาน ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเสร็จแล้ว Avoid the problem หมายถึงการป้องกันไม่ให้ความยุ่งยากส่งผลต่อแบบจำลอง หรือออกแบบเพื่อเลี่ยงความยุ่งยากนั้น ในทางไวยากรณ์ avoid รับนามวลี the problem เป็นกรรมโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่แสดงผลที่คาดว่าจะช่วยป้องกันความยุ่งยาก: Adding a backup server ____ of losing access during maintenance.

ดูคำตอบ

would avoid the problem

or that Boltzmann's brains

4:31

หรือว่าสมองโบลต์ซมันน์

can't actually physically form. วลี

4:32

ไม่สามารถก่อตัวขึ้นมาได้จริงทางฟิสิกส์

ลำดับความ

Others counter that: ใช้นำคำตอบจากฝ่ายตรงข้าม

Others เปลี่ยนการอภิปรายไปยังคนอีกกลุ่ม ส่วน counter that ใช้นำสิ่งที่กลุ่มนี้กล่าวเพื่อตอบโต้และคัดค้านจุดยืนก่อนหน้า เมื่อรวมกัน Others counter that... หมายความว่าอีกฝ่ายกำลังเสนอข้อคัดค้านหรือคำโต้แย้ง นี่เป็นสัญญาณที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้เพียงเพิ่มอีกหนึ่งความคิดเห็น โครงสร้าง Others + counter + อนุประโยคที่มี that บอกให้เข้าใจข้อความถัดไปว่าเป็นคำตอบจากฝ่ายตรงข้าม

แบบฝึกหัด

เติมข้อความที่แสดงความเห็นต่างด้วยวลีเป้าหมาย: Some reviewers say the plan is safe. ____ the tests were too limited.

ดูคำตอบ

Others counter that

วลี

ไม่สามารถก่อตัวขึ้นจริงในทางกายภาพได้

ในที่นี้ can't form หมายถึงบางสิ่งไม่สามารถเกิดขึ้นหรือก่อตัวได้ actually ใช้แก้หรือโต้แย้งสิ่งที่ทฤษฎีหรือสมมติฐานก่อนหน้าอาจทำให้คาดไว้ ส่วน physically จำกัดข้อความนี้ไว้ที่กระบวนการทางวัตถุที่เกิดขึ้นจริง เมื่อรวมกัน can't actually physically form หมายถึงบางสิ่งอาจอธิบายหรือจินตนาการได้ในทางทฤษฎี แต่ไม่สามารถก่อตัวขึ้นจริงในโลกทางกายภาพ physically ขยาย form และในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ด้วยร่างกาย”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าวัตถุหนึ่งอาจจินตนาการได้ในทางทฤษฎี แต่ไม่สามารถเกิดขึ้นผ่านกระบวนการทางกายภาพที่แท้จริงได้?

  1. It has already formed, although nobody expected it.
  2. It can be described in theory, but it can't actually physically form.
  3. It is difficult to describe because it is physically large.
ดูคำตอบ

It can be described in theory, but it can't actually physically form.

Some researchers even attempt to calculate วลี

4:34

นักวิจัยบางคนถึงกับพยายามคำนวณ

the probability of a brain

4:37

ความน่าจะเป็นของสมอง

วลี

ถึงกับพยายามคำนวณความน่าจะเป็นของ

Attempt to calculate หมายถึง “พยายามหาผลลัพธ์ที่เป็นตัวเลข” attempt บอกถึงความพยายาม ไม่ได้บอกว่าคำนวณสำเร็จหรือได้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ ส่วน the probability of ใช้นำหน้าเหตุการณ์หรือผลลัพธ์ที่กำลังวัดความเป็นไปได้ even แสดงว่าความพยายามนี้น่าประหลาดใจ ทะเยอทะยานเป็นพิเศษ หรือเกินกว่าที่มักคาดไว้ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ even attempt to calculate the probability of + นามวลีที่ระบุเหตุการณ์หรือผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากบทเรียนตามเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The data are incomplete, yet some analysts ____ a major market crash.

ดูคำตอบ

even attempt to calculate the probability of

popping out of random กริยาวลี

4:39

ที่จะโผล่ออกมาจากความผันผวน

quantum fluctuations long enough ไวยากรณ์

4:40

ของควอนตัมแบบสุ่มได้นานพอ

กริยาวลี

popping out of random quantum fluctuations: ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันจากแหล่งหนึ่ง

pop out of หมายถึง ออกมาหรือปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันจากข้างในสถานที่หรือจากแหล่งกำเนิด ทำให้เห็นภาพที่รวดเร็วและน่าประหลาดใจ แทนที่จะสื่อถึงกระบวนการที่ช้าหรือมีการวางแผน ในที่นี้ popping out of ใช้เชิงเปรียบเทียบกับ random quantum fluctuations คำกริยาในชีวิตประจำวันที่เห็นภาพชัดนี้ทำให้แนวคิดนามธรรมฟังเหมือนมีบางสิ่งปรากฏออกมาจากความผันผวนนั้นอย่างฉับพลัน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ pop out of เติมประโยคให้สมบูรณ์: During the magic trick, a dove suddenly ____ the empty hat.

ดูคำตอบ

popped out of

to think a single thought.

4:43

ที่จะคิดได้เพียงหนึ่งความคิด

ไวยากรณ์

long enough to think a single thought: เวลาที่เพียงพอให้เกิดผลลัพธ์

long enough to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงช่วงเวลาหนึ่งยาวถึงระดับขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการทำสิ่งหนึ่งหรือเกิดผลลัพธ์หนึ่ง enough วางหลัง long และส่วน to + คำกริยาจะบอกว่าเวลานั้นทำให้อะไรเป็นไปได้ ในข้อความนี้ to think a single thought คือผลลัพธ์ คำว่า single จำกัดให้เหลือเพียงหนึ่งความคิด และเน้นว่าเวลาที่มีอยู่นั้นสั้นมาก

แบบฝึกหัด

ใช้ long enough เติมโครงสร้างระดับและผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: We stayed ____ to see the final scene.

ดูคำตอบ

long enough

They got this incredible number

4:45

พวกเขาได้ตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อนี้

whose denominator is 10 to โน้ต

4:47

ซึ่งมีตัวส่วนคือ 10 ยกกำลัง

a number about a septillion ไวยากรณ์

4:50

ตัวเลขที่มากกว่าประมาณหนึ่งล้านล้านล้านล้าน

times larger than the number

4:51

เท่า เมื่อเทียบกับจำนวน

of stars in the universe.

4:53

ดาวฤกษ์ในจักรวาล

ไวยากรณ์

whose denominator is ...: เชื่อมจำนวนเข้ากับตัวส่วนของมัน

อนุประโยคขยายคำนาม whose denominator is ... ขยายคำว่า number โดย Whose เชื่อมจำนวนนั้นกับส่วนประกอบอย่างหนึ่งของมัน คือ ตัวส่วน ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “จำนวนที่มี ... เป็นตัวส่วน” Whose ใช้บอกส่วนประกอบหรือคุณสมบัติของสิ่งของได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะสิ่งที่เป็นของบุคคลเท่านั้น การวางอนุประโยคนี้ต่อจาก number โดยตรงทำให้คำอธิบายรวมอยู่ในกลุ่มคำนามเดียว แทนที่จะเริ่มประโยคใหม่ว่า Its denominator is ....

แบบฝึกหัด

ใช้ whose, denominator และรูปที่ถูกต้องของ be เติมประโยคให้สมบูรณ์: Choose the fraction ____ eight.

ดูคำตอบ

whose denominator is

วัฒนธรรม

10 to a number: กำลังของสิบที่ไม่ได้ระบุเลขชี้กำลัง

ในภาษาคณิตศาสตร์ 10 to a number เป็นคำพูดแบบย่อว่า 10 ยกกำลังด้วยเลขชี้กำลังค่าหนึ่ง โดย number ที่ไม่ได้ระบุค่านั้นคือเลขชี้กำลัง เช่น 10 to the fourth power คือ 10^4 หรือ 10,000 ในประโยคนี้ ข้อความหลัง number บอกว่าเลขชี้กำลังนั้นมีค่ามหาศาลเพียงใด วลีนี้ไม่ได้หมายถึงนำ 10 ไปคูณกับจำนวนนั้น

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายทางคณิตศาสตร์ 10 to a number หมายถึงอะไร?

  1. 10 คูณด้วยจำนวนที่ไม่ได้ระบุค่า
  2. 10 ยกกำลังด้วยเลขชี้กำลังที่ไม่ได้ระบุค่า
  3. 10 บวกกับจำนวนที่ไม่ได้ระบุค่า
ดูคำตอบ

10 ยกกำลังด้วยเลขชี้กำลังที่ไม่ได้ระบุค่า

ไวยากรณ์

about a septillion times larger than: การเปรียบเทียบจำนวนเท่าโดยประมาณ

โครงสร้าง about + ตัวเลข + times larger than ใช้เปรียบเทียบขนาดหรือปริมาณหนึ่งกับสิ่งอ้างอิง about แสดงว่าจำนวนเท่าเป็นค่าประมาณ a septillion times แสดงขนาดที่มหาศาล และ than นำหน้าสิ่งอ้างอิง ซึ่งในที่นี้คือจำนวนดาวในจักรวาล ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันปัจจุบัน septillion หมายถึง 10^24 ในคำอธิบายทั่วไป วลีทั้งหมดมักสื่อว่าปริมาณแรกมีค่าประมาณ 10^24 เท่าของปริมาณอ้างอิง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง about + number + times larger than โดยใช้ five: The new dataset is ____ the old one.

ดูคำตอบ

about five times larger than

The Boltzmann brain paradox,

4:56

ความขัดแย้งของสมองโบลต์ซมันน์

despite its absurdity, ไวยากรณ์

4:58

แม้ว่ามันจะดูไร้สาระ

is useful because it

4:59

แต่มันก็มีประโยชน์เพราะมัน

creates a bar that models สำนวน

5:00

สร้างมาตรฐานที่แบบจำลอง

have to rise to.

5:02

จะต้องทำให้ถึง

ไวยากรณ์

despite its absurdity: despite + นามวลี

despite its absurdity หมายถึงแม้ว่ามันจะไร้เหตุผล ผู้พูดยอมรับข้อเท็จจริงที่อาจทำให้ปฏิทรรศน์นี้ดูไม่มีประโยชน์ก่อน แล้วประโยคหลักจึงบอกผลที่ไม่คาดคิดว่ามันยังคงมีประโยชน์ ในที่นี้ despite ตามด้วยนามวลี its absurdity ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตัวเอง รูปแบบนี้ช่วยย่อใจความแสดงความขัดแย้งให้เป็นวลีแทรกสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้ despite + นามวลีเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ its high price, the bicycle sold quickly.

ดูคำตอบ

Despite

สำนวน

creates a bar that models have to rise to: ตั้งมาตรฐานที่ต้องทำให้ได้

ในที่นี้ creates a bar หมายถึง “ตั้งมาตรฐานหรือเกณฑ์ขั้นต่ำ” ส่วน bar เป็นคำเปรียบเทียบ แบบจำลองต้องรับมือกับปฏิทรรศน์นี้ได้ดีพอจึงจะถือว่ายอมรับได้ ใน that models have to rise to คำว่า that ย้อนกลับไปหมายถึง a bar ส่วน to ท้ายประโยคเป็นส่วนหนึ่งของ rise to เมื่อรวมกันจึงหมายถึงการไปถึงระดับที่มาตรฐานนั้นกำหนด

แบบฝึกหัด

คำเปรียบเทียบที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. มันสร้างสถานที่สำหรับจัดแสดงแบบจำลอง
  2. มันตั้งมาตรฐานที่แบบจำลองต้องทำให้ได้
  3. มันให้คานจริง ๆ แก่แบบจำลองเพื่อให้กระโดดข้าม
ดูคำตอบ

มันตั้งมาตรฐานที่แบบจำลองต้องทำให้ได้

If, compared to numbers like this one, ไวยากรณ์

5:04

ถ้าเมื่อเทียบกับตัวเลขแบบนี้

the current state of the universe

5:06

สถานะปัจจุบันของจักรวาล

is exceedingly unlikely,

5:08

ดูมีความเป็นไปได้น้อยมากอย่างยิ่ง

something in the model is วลี

5:10

บางสิ่งในแบบจำลองนั้น

almost certainly wrong.

5:11

จะต้องมีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอน

ไวยากรณ์

If, compared to numbers like this one: ตั้งกรอบการเปรียบเทียบไว้ก่อน

คำว่า compared to numbers like this one สร้างกรอบการเปรียบเทียบภายในอนุประโยค if วลีที่ใช้รูปกริยาช่องสามนี้ให้จุดอ้างอิงสำหรับตัดสินว่าสภาพปัจจุบันของจักรวาลมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยเพียงใด โครงหลักของประโยคคือ If the current state of the universe is exceedingly unlikely, something in the model is almost certainly wrong การวางส่วนเปรียบเทียบไว้ก่อนช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าการตัดสินนั้นเทียบกับอะไรก่อนจะได้ยินข้อสรุป

แบบฝึกหัด

ใช้คำใบ้ในวงเล็บสร้างวลี Compared to... ที่วางไว้ต้นประโยค: (last year's total) ____, this month's cost is low.

ดูคำตอบ

Compared to last year's total

วลี

is almost certainly wrong: มั่นใจอย่างมากแต่ยังเผื่อไว้เล็กน้อย

Almost certainly หมายถึงผู้พูดคิดว่าข้อความหนึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นจริง แต่ยังเปิดโอกาสไว้นิดเดียวว่าตนอาจตัดสินผิด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเพิ่มความมั่นใจอย่างมากให้กับข้อสรุปที่ว่ามีบางอย่างในแบบจำลองผิด Almost ขยาย certainly ไม่ได้ขยาย wrong ประโยคนี้จึงไม่ได้หมายความว่าบางอย่าง “ผิดเพียงเล็กน้อย” แต่หมายความว่าผู้พูดเกือบจะแน่ใจว่ามันผิด

แบบฝึกหัด

คุณมีหลักฐานหนักแน่นว่าคำตอบหนึ่งผิด แต่ยังต้องการเหลือโอกาสเพียงเล็กน้อยว่าคำตอบนั้นอาจถูกต้อง ประโยคใดเหมาะที่สุด

  1. The answer is certainly wrong.
  2. The answer is almost certainly wrong.
  3. The answer might be wrong.
ดูคำตอบ

The answer is almost certainly wrong.

Unless you're the one who is wrong. ลำดับความ

5:13

เว้นเสียแต่ว่าคนที่ผิดนั่นก็คือตัวคุณเอง

ลำดับความ

Unless you're the one who is wrong: ข้อยกเว้นสุดท้ายที่พลิกคำกล่าว

Unless นำเสนอข้อยกเว้นที่อาจทำให้คำกล่าวก่อนหน้าไม่เป็นจริง หลังจากยืนยันอย่างหนักแน่นว่าแบบจำลองผิด you're the one who is wrong ก็หันความเป็นไปได้ที่จะผิดกลับไปหาผู้ฟัง การวางอนุประโยค unless ไว้เดี่ยว ๆ เป็นส่วนเสริมท้ายประโยคทำให้ข้อยกเว้นปรากฏช้าลง ลำดับข้อมูลนี้ทำให้เกิดการพลิกความหมาย คือให้ยอมรับคำกล่าวก่อน แล้วจึงกลับมาคิดใหม่ว่าใครกันแน่ที่อาจผิด

แบบฝึกหัด

อนุประโยค Unless ในตอนท้ายทำหน้าที่อะไรในบริบทนี้

  1. เพิ่มข้อยกเว้นที่อาจลบล้างคำกล่าวก่อนหน้า
  2. ให้เหตุผลอีกข้อที่สนับสนุนคำกล่าวก่อนหน้า
  3. พิสูจน์ว่าผู้ฟังผิดอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

เพิ่มข้อยกเว้นที่อาจลบล้างคำกล่าวก่อนหน้า

If you want to keep questioning วลี

5:18

หากคุณต้องการตั้งคำถาม

the nature of existence,

5:20

ถึงธรรมชาติของการดำรงอยู่ต่อไป

วลี

keep questioning: ใช้ keep + กริยา-ing เพื่อแสดงการกระทำที่ดำเนินต่อไป

ใน keep questioning คำว่า keep ตามด้วยรูป -ing คือ questioning โครงสร้าง keep + กริยา-ing แสดงว่าการกระทำดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำ ไม่ได้หยุดหลังทำเพียงครั้งเดียว ในที่นี้ questioning หมายถึงการตั้งคำถามหรือคิดอย่างมีวิจารณญาณต่อไปเกี่ยวกับ the nature of existence ซึ่งเป็นหัวข้อทางปรัชญาที่เป็นนามธรรม ส่วน to เป็นส่วนหนึ่งของ want to: want to keep questioning

แบบฝึกหัด

ใช้ keep และรูป -ing ของ ask เติมประโยคให้สมบูรณ์: Even when the answer is difficult, ____ questions.

ดูคำตอบ

keep asking

we highly recommend the 7

5:21

เราขอแนะนำเรื่อง The 7

and 1/2 Deaths of Evelyn Hardcastle.

5:23

and 1/2 Deaths of Evelyn Hardcastle

This inventive murder mystery,

5:25

นิยายสืบสวนฆาตกรรมสุดล้ำเลิศนี้

replete with time loops, การใช้คำ

5:27

ที่เต็มไปด้วยการวนลูปของเวลา

body swaps,

5:29

การสลับร่าง

and a deranged footman,

5:29

และคนรับใช้ที่เสียสติ

การใช้คำ

replete with: วิธีพูด full of แบบเป็นทางการ

replete with หมายถึง “เต็มไปด้วย” หรือ “มีอยู่เป็นจำนวนมาก” ในที่นี้ใช้เปิดรายการองค์ประกอบแปลก ๆ ที่อยู่ในเรื่องลึกลับฆาตกรรม ได้แก่ วังวนเวลา การสลับร่าง และคนรับใช้ชายที่เสียสติ วลี replete with ... ที่คั่นด้วยจุลภาคเพิ่มข้อมูลเพื่อบรรยายเรื่องนี้ ทำหน้าที่เหมือนอนุประโยคที่ยาวกว่าอย่าง which is replete with ... จึงขยายคำนามก่อนหน้าแทนที่จะเริ่มการกระทำหลักใหม่

แบบฝึกหัด

ใช้วลีแบบเป็นทางการจากบทเรียนเติมบทวิจารณ์นี้ให้สมบูรณ์: The exhibition is ____ interactive displays.

ดูคำตอบ

replete with

will keep you on the สำนวน

5:31

จะทำให้คุณ

edge of your seat

5:32

ลุ้นระทึกนั่งไม่ติด

until the very end.

5:33

จนถึงตอนจบเลยทีเดียว

สำนวน

will keep you on the edge of your seat: khiến bạn hồi hộp và bị cuốn hút

Keep someone on the edge of their seat เป็นสำนวน หมายถึงบางสิ่งทำให้คนนั้นทั้งตื่นเต้น ตึงเครียด และอยากรู้มากว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ในการใช้นี้ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่คนนั้นนั่งอยู่จริง ๆ ใน will keep you on the edge of your seat คำว่า will แสดงว่านี่คือผลที่คาดว่าผลงานจะสร้างขึ้น เมื่อเปลี่ยนกรรม ต้องเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้สอดคล้องกันด้วย: keep me on the edge of my seat; keep us on the edge of our seats.

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนด้วยรูปที่สอดคล้องกับ me: The close game kept me ____ until the final second.

ดูคำตอบ

on the edge of my seat

Download a free audiobook

5:34

ดาวน์โหลดหนังสือเสียงเวอร์ชัน

version at audible.com/ted-ed.

5:36

ฟรีได้ที่ audible.com/ted-ed