คุณเรียนภาษาอังกฤษได้เร็วแค่ไหน? English Rewind - 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
870 คำ 150 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ผู้ดำเนินรายการพิจารณาว่าแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ช่วยการเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างไร และการพูดได้คล่องอาจต้องใช้เวลานานเท่าใด พวกเขาอธิบายว่าคลังคำศัพท์และไวยากรณ์ที่หลากหลายสำคัญกว่าสำเนียงแบบเจ้าของภาษา ส่วนเวลาเรียน แรงจูงใจ และอายุล้วนส่งผลต่อความก้าวหน้าไปสู่การสนทนาที่ใช้งานได้จริง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. hold your horses, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่านี่คือคำขอแบบไม่เป็นทางการและมีอารมณ์ขันที่หมายถึงให้รอก่อนหรืออย่าเพิ่งรีบร้อน ไม่ได้หมายถึงการจับม้าไว้ตามตัวอักษร คุณจะสังเกตได้เมื่อผู้พูดหยุดคนที่อยากเดินหน้าต่ออย่างใจร้อนแบบหยอกล้อ และนำไปใช้กับคนสนิทเมื่อคำขอให้รอแบบธรรมดาฟังดูเป็นกลางเกินไป 2. not necessary to have — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่าโครงสร้าง it is not necessary to do ช่วยลดระดับข้อกำหนดและทำให้ผู้ฟังสบายใจได้อย่างไร คุณจะอธิบายได้ว่าสำเนียงเจ้าของภาษาไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแยกความหมายของ “ไม่จำเป็น” ออกจาก “เป็นไปไม่ได้” หรือ “ถูกห้าม” 3. this depends on a number of factors such as — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: ใช้กรอบนี้เพื่อหลีกเลี่ยงคำตอบที่ง่ายเกินจริงและยกปัจจัยสำคัญ เช่น แรงจูงใจและอายุ เหมาะสำหรับอธิบายระยะเวลาเรียน ผลลัพธ์ หรือแผนที่เปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขหลายประการอย่างเป็นระบบ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hello, the programme you're about to listen to ไวยากรณ์

0:00

สวัสดี รายการที่คุณกำลังจะได้ฟัง

was first broadcast on the BBC Learning English website ไวยากรณ์

0:02

ออกอากาศครั้งแรกบนเว็บไซต์ BBC Learning English

in October 2014.

0:06

ในเดือนตุลาคม 2014

ไวยากรณ์

you're about to listen to: be about to + กริยารูปพื้นฐาน

ใน you're about to listen to โครงสร้าง be about to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการกระทำกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ตรงนี้ are about to บอกผู้ฟังว่าการฟังคือสิ่งที่จะทำต่อทันที อนุประโยค you're about to listen to ทั้งหมดขยายคำว่า programme คำว่า listen ต้องใช้ to ก่อนกรรม จึงทำให้ to ตัวสุดท้ายเป็นส่วนของ listen to ส่วน to ตัวแรกเป็นส่วนของ be about to + กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวจากบทเรียนนี้ที่มีความหมายว่า “กำลังจะเริ่มในอีกไม่ช้า”: The show is ____ begin, so please take your seat.

ดูคำตอบ

about to

ไวยากรณ์

was first broadcast: รูปถูกกระทำในอดีต

was first broadcast คือรูปถูกกระทำในอดีตแบบ simple past ซึ่งมีโครงสร้าง was + กริยาช่องที่สาม โครงสร้างนี้ทำให้รายการเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ และเน้นว่ารายการออกอากาศเมื่อไรและที่ไหน ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ first หมายถึง “เป็นครั้งแรก” และขยาย broadcast ไม่ได้รวมกันเป็นนามวลีที่หมายถึง “การออกอากาศครั้งแรก” รูปกริยาช่องที่สามมาตรฐานของ broadcast ยังคงเป็น broadcast เหมือนรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าสารคดีออกอากาศครั้งแรกในปี 2018

  1. The documentary was first broadcast in 2018.
  2. The documentary was first broadcasting in 2018.
  3. The documentary first broadcast in 2018.
ดูคำตอบ

The documentary was first broadcast in 2018.

For more English language learning programmes and podcasts,

0:08

สำหรับรายการและพอดแคสต์เรียนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม

search for BBC Learning English.

0:11

ให้ค้นหาคำว่า BBC Learning English

6 Minute English from BBC Learning English.

0:15

รายการ 6 Minute English จาก BBC Learning English

Hello, I'm Rob.

0:20

สวัสดีครับ ผม Rob

Welcome to 6 Minute English.

0:21

ยินดีต้อนรับสู่ 6 Minute English

I'm joined today by Finn. วลี

0:23

วันนี้ผมอยู่กับ Finn

วลี

I'm joined today by Finn.: การแนะนำผู้ร่วมรายการแบบผู้ดำเนินรายการ

ในการแนะนำแบบผู้ดำเนินรายการนี้ I'm joined today by Finn. หมายถึง “วันนี้ฟินน์อยู่ที่นี่และเข้าร่วมกับผู้พูด” รูปแบบถูกกระทำ be joined by เน้นผู้พูดและข้อเท็จจริงที่ว่ามีอีกคนมาร่วมด้วย ไม่ได้หมายความว่าฟินน์เป็นฝ่ายนำผู้พูดเข้าไปอยู่ในกลุ่ม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be joined by + บุคคล ผู้ดำเนินรายการใช้รูปแบบนี้ในช่วงเปิดเพื่อแนะนำแขกรับเชิญ คู่ร่วมรายการ หรือผู้ดำเนินรายการร่วม

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำของผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ be joined by: Today, I'm ____ Dr Patel, who will answer our questions.

ดูคำตอบ

joined by

Hello, Finn.

0:24

สวัสดี Finn

Hi, Rob.

0:25

สวัสดี Rob

Today, we're talking about something we have some expertise in วลี

0:26

วันนี้เราจะมาพูดถึงสิ่งที่เรามีความเชี่ยวชาญ

or knowledge about.

0:30

หรือมีความรู้เกี่ยวกับมัน

วลี

expertise in ... knowledge about: การเลือกคู่คำนามกับคำบุพบท

ใน some expertise in คำว่า expertise หมายถึงทักษะเฉพาะทางหรือความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และ in ใช้นำหน้าสาขานั้น ส่วนใน knowledge about คำว่า knowledge หมายถึงข้อมูลหรือความเข้าใจ และ about ใช้นำหน้าหัวข้อ ให้เลือกคำบุพบทเป็นส่วนหนึ่งของนามวลีทั้งชุด ได้แก่ expertise in a field และ knowledge about a topic ประโยคนี้วางทั้งสองสำนวนไว้คู่กันเพื่อแสดงความคุ้นเคยสองแบบ คือความสามารถเฉพาะทาง หรือข้อมูลและความเข้าใจที่กว้างกว่า

แบบฝึกหัด

เติม in และ about ลงในช่องว่างที่ถูกต้อง: Lena has expertise ____ web design and knowledge ____ online safety.

ดูคำตอบ

in · about

That's teaching English.

0:31

นั่นคือการสอนภาษาอังกฤษครับ

Indeed, that's right, Rob.

0:33

ใช่แล้วล่ะ Rob

We work on the BBC's Learning English website,

0:34

เราทำงานให้กับเว็บไซต์ Learning English ของ BBC

hopefully giving people around the world

0:38

โดยหวังว่าจะได้ช่วยเหลือผู้คนทั่วโลก

a helping hand in learning a language สำนวน

0:41

ในการเรียนรู้ภาษา

that isn't the one they normally use. ไวยากรณ์

0:44

ที่ไม่ใช่ภาษาที่พวกเขาใช้ปกติ

สำนวน

a helping hand: ความช่วยเหลืออย่างเป็นมิตร

“A helping hand” เป็นสำนวนที่หมายถึงความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนที่นำไปใช้ได้จริง ไม่ได้หมายถึงมือจริง ๆ ในประโยคนี้ เว็บไซต์ BBC Learning English ถูกกล่าวถึงว่าเป็นสิ่งที่ช่วยผู้คนเรียนภาษา รูปแบบที่ใช้บ่อยคือ give someone a helping hand with something หรือ in doing something ในที่นี้ giving people a helping hand in learning หมายถึงการสนับสนุนผู้คนในระหว่างที่พวกเขาเรียน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ความช่วยเหลือ”: Could you give me ____ with these boxes?

ดูคำตอบ

a helping hand

ไวยากรณ์

that isn't the one: ใช้ one แทน language

ใน “that isn’t the one” คำว่า the one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ language จึงไม่ต้องพูดคำนามนั้นซ้ำ “The one they normally use” หมายถึง “the language they normally use” และ one ในที่นี้ไม่ใช่เลข 1 ส่วนทั้งหมด “that isn’t the one they normally use” ใช้ขยาย “a language” โดยส่วนนี้เป็นอนุประโยคขยายคำนาม ใช้ one แบบนี้ได้เมื่อบริบทบอกชัดเจนว่าคำนามเอกพจน์ที่ละไว้คืออะไรเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ใน “This pencil is longer than the one on my desk.” คำว่า “the one” ใช้แทนอะไร?

  1. โต๊ะ
  2. ดินสอที่กล่าวถึงไปแล้ว
  3. เลข 1
ดูคำตอบ

ดินสอที่กล่าวถึงไปแล้ว

Well, hopefully we're about to make that learning journey a bit easier โน้ต

0:46

เราหวังว่าเรากำลังจะทำให้เส้นทางการเรียนรู้นั้นง่ายขึ้นอีกนิด

as we launch a brand new online course. วลี

0:50

เมื่อเราเปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ใหม่ล่าสุด

ไวยากรณ์

make ... a bit easier: make + กรรม + คำคุณศัพท์

โครงสร้างคือ make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงการทำให้กรรมมีสภาพตามที่คำคุณศัพท์บอก ในที่นี้ that learning journey เป็นกรรม และ easier บอกสภาพใหม่ของกรรมนั้น a bit ทำให้ความหมายของคำเปรียบเทียบ easier อ่อนลง จึงหมายถึงง่ายขึ้นเล็กน้อย หลักสูตรนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อทำให้การเรียนง่ายขึ้นอีกนิด ไม่ใช่ทำให้ไม่ต้องใช้ความพยายามเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ make + กรรม + a bit easier: This map will ____ the walk ____.

ดูคำตอบ

make · a bit easier

สำนวน

learning journey: การเรียนรู้ในฐานะกระบวนการที่มีหลายขั้นตอน

learning journey เป็นคำเปรียบเทียบที่มองกระบวนการเรียนรู้ตลอดช่วงเวลาหนึ่งเหมือนการเดินทาง เช่นเดียวกับการเดินทาง การเรียนรู้อาจมีจุดเริ่มต้น หลายขั้นตอน ความท้าทาย และความก้าวหน้า ในประโยคนี้ คำดังกล่าวหมายถึงประสบการณ์ในการเรียนภาษาอังกฤษ ไม่ใช่การเดินทางจริงจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

learning journey หมายถึงอะไรในประโยคนี้? Mina's learning journey continued for two years.

  1. กระบวนการและขั้นตอนต่าง ๆ ในการเรียนรู้ของเธอ
  2. เส้นทางรถประจำทางที่เธอใช้ทุกวัน
  3. การเดินทางที่เธอไปยังโรงเรียนแห่งหนึ่ง
ดูคำตอบ

กระบวนการและขั้นตอนต่าง ๆ ในการเรียนรู้ของเธอ

วลี

launch a brand new online course: เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ใหม่เอี่ยม

ในที่นี้ launch หมายถึง “เปิดตัวอย่างเป็นทางการหรือทำให้พร้อมใช้งาน” ไม่ได้หมายถึง “ส่งบางสิ่งขึ้นสู่อวกาศ” launch a brand new online course หมายถึงการเปิดหลักสูตรออนไลน์ที่ใหม่เอี่ยมให้ผู้เรียนใช้งานได้ โดย brand new เน้นย้ำว่าหลักสูตรนั้นใหม่ทั้งหมด launch ในความหมายนี้มักใช้กับ product, service, app, website, programme หรือ course โดยเน้นช่วงเวลาที่สิ่งใหม่ได้รับการเปิดตัวต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ใช้วลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึงการเปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ใหม่เอี่ยมอย่างเป็นทางการเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The college plans to ____ in September.

ดูคำตอบ

launch a brand new online course

Yes.

0:53

ใช่ครับ

But how long does it take someone to become a fluent speaker of English? ไวยากรณ์

0:54

แต่ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าที่ใครสักคนจะพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วล่ะ?

ไวยากรณ์

How long does it take someone to become ...?: ถามว่าคนหนึ่งต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะเป็นบางอย่าง

How long does it take someone to become ...? ใช้ถามว่าคนคนหนึ่งต้องใช้เวลามากเท่าใดจึงจะไปถึงสถานะใหม่ ในประโยคนี้สถานะใหม่คือการพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง และ take หมายถึง “ใช้เวลา” ไม่ใช่ “ถือ” หรือ “เอาออก” โครงสร้างคือ How long + does it take + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน? สามารถแทน someone ด้วย you, Maya, a child หรือคนอื่น และแทน become ... ด้วยการกระทำหรือผลลัพธ์ที่ต้องการถามได้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามเกี่ยวกับระยะเวลาให้สมบูรณ์: How long does it ____ Maya ____ become a doctor?

ดูคำตอบ

take · to

Well, it's a good question, Rob,

0:58

นั่นเป็นคำถามที่ดีนะ Rob

and one we'll try to answer today. ไวยากรณ์

1:01

และเป็นสิ่งที่เราจะพยายามตอบกันในวันนี้

ไวยากรณ์

and one we'll try to answer:การใช้ one แทนคำนามเอกพจน์

ในที่นี้ one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ question ที่กล่าวไปแล้ว จึงไม่ต้องพูด question ซ้ำ และช่วยเชื่อมบทสนทนาให้เป็นธรรมชาติ we'll try to answer เป็นอนุประโยคขยายคำนามที่ละคำสรรพนามแสดงความสัมพันธ์ไว้ เข้าใจได้ว่า one [that] we'll try to answer โดย question เป็นกรรมของ answer ดังนั้นวลีนี้หมายถึง “คำถามที่เราจะพยายามตอบ” ไม่ใช่เลข 1

แบบฝึกหัด

เติม one ลงในประโยคเพื่อใช้แทนคำนามเอกพจน์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า: It was a risky plan, but ____ we could test on a small scale.

ดูคำตอบ

one

We'll also be discussing some general ways to make learning English easier

1:03

เราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับวิธีทั่วไปที่ทำให้เรียนภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้นด้วย

and explaining some learning-related vocabulary along the way. วลี

1:09

และอธิบายคำศัพท์เกี่ยวกับการเรียนรู้ไปพร้อมกัน

วลี

along the way:ในระหว่างกระบวนการ

ในที่นี้ along the way หมายถึง “ในระหว่างกระบวนการทำบางสิ่ง” กิจกรรมหลักคือการพูดถึงวิธีทำให้การเรียนง่ายขึ้น ส่วนการอธิบายคำศัพท์จะเกิดขึ้นขณะที่กิจกรรมนั้นดำเนินต่อไป สำนวนนี้มาจากภาพของการเดินไปตามถนน แต่ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ จึงไม่จำเป็นต้องมีถนนจริง วลีนี้ทำให้กิจกรรมเพิ่มเติมดูเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติระหว่างมุ่งไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ along the way ในความหมายว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการ

  1. The team learned a lot at the way while making a robot.
  2. The team learned a lot along the way while making a robot.
  3. The team learned a lot on the way to the museum.
ดูคำตอบ

The team learned a lot along the way while making a robot.

So, let's get started, Rob. วลี

1:14

งั้นเรามาเริ่มกันเลย Rob

วลี

Let's get started: เริ่มกิจกรรมด้วยกัน

Let's get started เป็นสำนวนที่ใช้บ่อยเพื่อชวนคนในกลุ่ม รวมทั้งผู้พูด ให้เริ่มกิจกรรม บทเรียน การประชุม หรือการพูดคุย ควรจำทั้งวลีเป็นคำเปิดที่เป็นธรรมชาติ Let's เป็นรูปย่อของ let us และ get started หมายถึงเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของกิจกรรม แม้ started จะอยู่ในรูป past participle แต่สำนวนนี้หมายถึงการเริ่มตอนนี้ ไม่ได้พูดถึงอดีต

แบบฝึกหัด

ทุกคนพร้อมเริ่มกิจกรรมในชั้นเรียนแล้ว คำเปิดข้อใดเป็นธรรมชาติ

  1. Let's get started.
  2. Let's got started.
  3. Let's get starting.
ดูคำตอบ

Let's get started.

OK, well, hold your horses, Finn. สำนวน

1:15

โอเค เดี๋ยวสิ ใจเย็นๆ ก่อน Finn

สำนวน

Hold your horses: รอก่อน อย่ารีบ

Hold your horses เป็นสำนวนที่หมายถึง “รอสักครู่” หรือ “ช้าลงก่อน อย่าเพิ่งลงมือ” ใช้เมื่ออีกฝ่ายรีบไปข้างหน้าเร็วเกินไปและคุณอยากให้หยุดสักครู่ ในประโยคนี้ Rob บอก Finn ว่าอย่าเพิ่งพูดต่อ เพราะ Rob ยังมีอีกคำถาม ไม่ได้หมายถึงให้จับม้าไว้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เพื่อนพยายามเริ่มเกมก่อนที่ทุกคนจะพร้อม Hold your horses! ในที่นี้หมายความว่าอะไร

  1. รอสักครู่ อย่ารีบ
  2. ดูแลม้าเหล่านั้น
  3. วิ่งให้เร็วที่สุด
ดูคำตอบ

รอสักครู่ อย่ารีบ

Not so fast. น้ำเสียง/เจตนา

1:18

อย่าเพิ่งรีบ

น้ำเสียง/เจตนา

Not so fast: หยุดอีกฝ่ายไม่ให้รีบเดินหน้าต่อ

ในการสนทนา Not so fast. หมายถึง “เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งทำต่อหรือตัดสินใจ” ประโยคนี้ใช้ขัดจังหวะอีกฝ่ายและหยุดสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปชั่วคราว โดยหลักแล้วไม่ได้พูดถึงความเร็วในการเคลื่อนที่จริง ๆ ใช้เมื่ออีกฝ่ายกำลังรีบเดินหน้าเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการลงมือทำ คิดไปเอง หรือด่วนสรุป

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกว่าการทดลองเสร็จแล้วทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจผล ใช้วลีสามคำจากบทเรียนนี้เพื่อหยุดเพื่อน: ____.

ดูคำตอบ

Not so fast

I have a question to ask you first.

1:19

ผมมีคำถามจะถามคุณก่อน

According to the last UK census taken in 2011, ลำดับความ

1:22

จากการสำรวจสำมะโนประชากรของสหราชอาณาจักรครั้งล่าสุดในปี 2011

what percentage of the British population speaks a first language that's not English? การใช้คำ

1:26

มีประชากรอังกฤษกี่เปอร์เซ็นต์ที่พูดภาษาแรกที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ?

ลำดับความ

According to the last UK census: การระบุแหล่งข้อมูล

According to + แหล่งข้อมูล หมายความว่าข้อมูลหรือคำถามที่ตามมามีแหล่งข้อมูลนั้นเป็นพื้นฐาน การวาง According to the last UK census ไว้ต้นประโยคทำให้ผู้พูดบอกที่มาของตัวเลขก่อนถามเรื่องเปอร์เซ็นต์ census คือการนับและสำรวจประชากรอย่างเป็นทางการ หรือ “สำมะโนประชากร” วลีนี้จัดข้อมูลโดยบอกแหล่งที่มาก่อนแล้วจึงถามคำถาม ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเห็นด้วยกับสำมะโนประชากรนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้วลีบอกแหล่งข้อมูลจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the timetable, the next train leaves at nine.

ดูคำตอบ

According to

การใช้คำ

a first language: ภาษาที่คนคนหนึ่งเรียนรู้เป็นภาษาแรก

ในคำถามสำมะโนประชากรนี้ a first language หมายถึงภาษาที่คนคนหนึ่งเรียนรู้เป็นภาษาแรก โดยทั่วไปคือช่วงปฐมวัย คำนี้บอกภูมิหลังทางภาษาของแต่ละคน หากเรียนรู้หลายภาษาพร้อมกันมาตั้งแต่ต้น คนหนึ่งคนก็อาจมีภาษาแรกได้มากกว่าหนึ่งภาษา first บอกลำดับเวลาที่เรียนรู้ภาษา ไม่ใช่อันดับของภาษาในรายการ ภาษาแรกไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาราชการของประเทศ และต่างจากภาษาต่างประเทศที่เรียนรู้ภายหลัง

แบบฝึกหัด

มีนาเรียนภาษาเกาหลีที่บ้านตั้งแต่เกิด ต่อมาเธอเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียน และรัฐบาลใช้ภาษาอังกฤษในเอกสารทางการ ประโยคใดถูกต้อง

  1. Korean is Mina's first language.
  2. English is Mina's first language because it is used at school.
  3. Korean is the official language because Mina learned it first.
ดูคำตอบ

Korean is Mina's first language.

Is it A, 1.7%,

1:33

คือ A 1.7%,

B, 7.7%,

1:36

B 7.7%,

or C, 14.7%?

1:38

หรือ C 14.7%?

Mm, that's an interesting one. น้ำเสียง/เจตนา

1:40

อืม น่าสนใจนะ

น้ำเสียง/เจตนา

that's an interesting one: หยุดคิดสักครู่ก่อนตอบ

ในที่นี้ That's an interesting one. เป็นการตอบรับคำถามที่เพิ่งถามไป one ใช้แทน question ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าคำถามนั้นน่าคิด วลีนี้ยังใช้เป็นคำคั่นในการสนทนาได้ด้วย กล่าวคือเป็นการรับคำถามและให้เวลาผู้พูดเตรียมคำตอบสั้น ๆ ในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่จับต้องได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า “If you could invent anything, what would it be?” ก่อนตอบ “That's an interesting one” ทำหน้าที่ใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ปฏิเสธที่จะพูดถึงคำถามนั้น
  2. รับคำถามและให้เวลาผู้พูดคิดสักครู่
  3. บอกว่ามีสิ่งของที่น่าสนใจซึ่งมีหมายเลขหนึ่ง
ดูคำตอบ

รับคำถามและให้เวลาผู้พูดคิดสักครู่

My first guess is C, 14.7%.

1:42

คำตอบแรกที่ผมจะเดาคือ C 14.7%

Well, we'll find out if you're right or wrong later on. โน้ต

1:47

เอาล่ะ เราจะมาดูกันทีหลังว่าคุณเดาถูกหรือผิด

กริยาวลี

find out: ได้รู้หรือค้นพบข้อมูล

find out เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “ได้รู้หรือค้นพบข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้” ในประโยคนี้ สิ่งที่จะได้รู้ในภายหลังคือคนนั้นถูกหรือผิด หลัง find out สามารถตามด้วยคำแสดงคำถามหรือ whether/if ได้ เช่น find out why... หรือ find out if.... ในที่นี้ out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ออกไปข้างนอก

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่สร้างจาก find + out ลงในประโยค: Let's ____ why the alarm is ringing.

ดูคำตอบ

find out

วลี

later on: ในเวลาภายหลังที่ไม่ระบุแน่นอน

later on หมายถึง “ภายหลัง” หรือ “อีกสักพัก” ใช้บอกว่าบางสิ่งจะเกิดขึ้นหลังจากเวลาที่กำลังพูดถึง แต่ไม่ได้ระบุเวลาที่แน่นอน ในประโยคนี้จะมีการเฉลยคำตอบในช่วงหลังของกิจกรรม on เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนบอกเวลานี้ จึงไม่ได้มีความหมายเรื่องทิศทางแยกต่างหากในที่นี้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนบอกเวลาสองคำที่ลงท้ายด้วย on และหมายถึง “เวลาใดเวลาหนึ่งหลังจากตอนนี้โดยไม่ระบุให้แน่นอน” ลงในประโยค: I am busy now, but I can help ____.

ดูคำตอบ

later on

So now, we can discuss how learning English is getting easier. ไวยากรณ์

1:51

ทีนี้ เรามาคุยกันว่าการเรียนภาษาอังกฤษนั้นง่ายขึ้นได้อย่างไร

ไวยากรณ์

is getting easier: การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น

ในที่นี้ get หมายถึง “กลายเป็น” ไม่ใช่ “ได้รับ” ใน is getting easier ส่วน is getting แสดงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามเวลา และ easier เปรียบเทียบสถานการณ์กับช่วงก่อนหน้าที่เคยยากกว่า โครงสร้าง be + getting + คำคุณศัพท์ ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ เมื่อใช้คำคุณศัพท์ขั้นกว่าอย่าง easier, warmer หรือ faster จะช่วยบอกทิศทางของการเปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้: With each lesson, reading ____.

ดูคำตอบ

is getting easier

Of course, there are a huge number of publications, books, leaflets, and magazines วลี

1:56

แน่นอนว่ามีสิ่งพิมพ์ หนังสือ แผ่นพับ และนิตยสารมากมาย

that can help teach you.

2:01

ที่สามารถช่วยสอนคุณได้

วลี

there are a huge number of + คำนามนับได้พหูพจน์

วลี there are ใช้กล่าวถึงสิ่งที่มีอยู่หรือมีให้ใช้ ส่วน a huge number of หมายถึง “จำนวนมากมาก” ดังนั้นโครงสร้างทั้งหมดจึงใช้บอกว่ามีสิ่งต่าง ๆ จำนวนมาก หลัง a huge number of ต้องใช้คำนามนับได้พหูพจน์ ในประโยคนี้ publications, books, leaflets และ magazines ล้วนเป็นรูปพหูพจน์

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนบอกจำนวนเป้าหมายให้สมบูรณ์: There are a huge ____ of books in this library.

ดูคำตอบ

number

But there are those people who say that you can't beat the real thing, โน้ต

2:03

แต่ก็มีบางคนที่บอกว่าไม่มีอะไรสู้ของจริงได้

a teacher, someone who can explain a language to you face-to-face. การใช้คำ

2:07

ครู หรือใครสักคนที่สามารถอธิบายภาษาให้คุณฟังได้แบบตัวต่อตัวไงล่ะ

ลำดับความ

there are those people who say that: การเกริ่นมุมมองอีกด้าน

รูปแบบ there are ใช้เกริ่นถึงคนกลุ่มหนึ่งในการสนทนา และ who say that ใช้นำเข้าสิ่งที่คนกลุ่มนั้นเชื่อ ในที่นี้มีความหมายประมาณว่า “คนอีกกลุ่มหนึ่งแย้งว่า...” โดยไม่จำเป็นต้องระบุชื่อหรือรู้ว่าคนกลุ่มนั้นคือใคร เมื่อใช้ร่วมกับ But ทั้งกรอบนี้จะพาการสนทนาไปยังมุมมองที่แตกต่างหรือตรงข้ามกัน ข้อมูลสำคัญอยู่หลัง that ไม่ใช่การหาว่า those people คือใครกันแน่

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับหน้าที่ของ there are those people who say that ในประโยคมากที่สุด

  1. ระบุคนที่ผู้พูดรู้จักเป็นการส่วนตัว
  2. เกริ่นมุมมองของกลุ่มคนที่ไม่ได้ระบุชัด
  3. แสดงว่าทุกคนเห็นด้วยกับผู้พูด
ดูคำตอบ

เกริ่นมุมมองของกลุ่มคนที่ไม่ได้ระบุชัด

สำนวน

you can't beat the real thing: ของแท้เป็นสิ่งที่เหนือกว่าได้ยาก

Can't beat X เป็นสำนวนที่หมายถึง “ไม่มีอะไรดีกว่า X” หรือ “X เป็นสิ่งที่เหนือกว่าได้ยากมาก” beat ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการตีหรือเอาชนะ และ you หมายถึงผู้คนโดยทั่วไป the real thing หมายถึงคน สิ่งของ หรือประสบการณ์แบบพบเจอจริงที่เป็นของแท้ ไม่ใช่สิ่งทดแทน ในประโยคนี้ ส่วนที่เติมว่า a teacher, someone... บอกว่า the real thing หมายถึงครูที่เป็นคนจริงและสามารถอธิบายภาษาให้ฟังแบบต่อหน้าได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนเพื่อบอกว่าการแสดงสดดีกว่าเสียงบันทึก: Recordings are useful, but ____.

ดูคำตอบ

you can't beat the real thing

การใช้คำ

face-to-face: การติดต่อโดยตรงแบบพบหน้ากัน

ในที่นี้ face-to-face บอกว่าครูอธิบายภาษาอย่างไร คือครูและผู้เรียนอยู่ในสถานที่เดียวกันและพูดคุยกันโดยตรง ไม่ได้หมายถึงใบหน้าสองใบสัมผัสกันตามตัวอักษร สำนวนนี้ใช้บอกวิธีที่ผู้คนพบปะ พูดคุย สอน หรือทำงานเมื่ออยู่ด้วยกันจริง ๆ แทนการสื่อสารทางไกล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึงการพบกันโดยตรงต่อหน้า: After months of video calls, the team finally met ____ in the same room.

ดูคำตอบ

face-to-face

Indeed, but that comes at a cost and isn't always practical. โน้ต

2:12

จริงด้วย แต่นั่นก็มีค่าใช้จ่ายและอาจไม่ได้สะดวกเสมอไป

สำนวน

that comes at a cost: ข้อดีที่มาพร้อมข้อเสีย

ใน that comes at a cost คำว่า that ย้อนกลับไปหมายถึงเรื่องที่เพิ่งกล่าวถึง สำนวนนี้หมายความว่าการได้ข้อดีบางอย่างมาก็ทำให้เกิดข้อเสียด้วย สิ่งที่ต้องจ่ายหรือเสียไปอาจเป็นเงิน เวลา แรง ความสะดวก หรืออย่างอื่น สำนวนนี้มักใช้เพื่อเสริมคำเตือนหลังจากพูดถึงข้อดี คือบางสิ่งอาจมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ได้ปราศจากปัญหา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเปลี่ยน come at a cost ให้สอดคล้องกับประธานเอกพจน์: Better battery life often ____: the phone may be heavier.

ดูคำตอบ

comes at a cost

ไวยากรณ์

isn't always practical: การปฏิเสธบางส่วน

ในประโยคนี้ isn't always practical หมายถึง “ไม่ได้ใช้ได้จริงหรือเหมาะกับความเป็นจริงในทุกสถานการณ์” จึงยังยอมรับว่าวิธีนี้อาจใช้ได้ในบางครั้ง แต่อาจติดข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่าย เวลา หรือเงื่อนไขต่าง ๆ คำปฏิเสธขยาย always จึงเป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน ไม่ใช่การปฏิเสธทั้งหมด

แบบฝึกหัด

พิจารณาข้อความต่อไปนี้: ใน “It isn't always practical” ผู้พูดหมายความว่าสิ่งนั้นใช้ไม่ได้จริงในทุกสถานการณ์

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

You might not have a school nearby.

2:17

คุณอาจไม่มีโรงเรียนอยู่ใกล้ๆ

That's why in the 21st century, ลำดับความ

2:19

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในศตวรรษที่ 21

online seems to be the main method of learning. น้ำเสียง/เจตนา

2:22

ช่องทางออนไลน์ดูเหมือนจะเป็นวิธีการเรียนรู้หลัก

ลำดับความ

That's why: การเชื่อมเหตุผลกับผลลัพธ์

That's why ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผลที่กล่าวไว้แล้ว และนำเข้าสู่ผลลัพธ์หรือข้อสรุปของเหตุผลนั้น ในที่นี้ that หมายถึงแนวคิดก่อนหน้าทั้งหมดว่า การสอนแบบพบหน้ากันอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าและไม่ได้เหมาะกับการใช้งานจริงเสมอไป ในฐานะสัญญาณที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูล That's why บอกผู้ฟังว่าแนวคิดถัดไปเป็นสิ่งที่ตามมาจากข้อความก่อนหน้า รูปแบบคือ เหตุผล ตามด้วย That's why + ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

วลีใดเชื่อมเหตุผลเข้ากับผลลัพธ์ได้เหมาะสมที่สุด? The road is closed. ____ the bus is late.

  1. That's because
  2. Even though
  3. That's why
ดูคำตอบ

That's why

น้ำเสียง/เจตนา

online seems to be: การแสดงความเห็นอย่างระมัดระวัง

ในประโยคนี้ seems to be หมายถึง “ดูเหมือนจะเป็น” ผู้พูดเห็นสัญญาณบางอย่างว่าการเรียนออนไลน์เป็นวิธีหลัก แต่ไม่ได้บอกว่าแนวคิดนี้เป็นข้อเท็จจริงที่แน่นอน ใช้โครงสร้าง ประธาน + seems to be + นามวลีหรือคำคุณศัพท์ เพื่อแสดงการตัดสินอย่างระมัดระวัง โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่ออธิบายแนวโน้มหรือสิ่งที่อาจเปลี่ยนแปลงได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่ทำให้การตัดสินฟังดูระมัดระวังขึ้น: The shop ____ closed today.

ดูคำตอบ

seems to be

Technology is allowing the English language to come to you. ลำดับความ

2:25

เทคโนโลยีกำลังทำให้ภาษาอังกฤษเข้าถึงตัวคุณได้

ลำดับความ

allow ... to come to you: ทำให้การเข้าถึงระยะไกลรู้สึกใกล้ตัว

ประโยคนี้ทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมอย่าง the English language ดูราวกับว่าสามารถ “มาหาคุณ” ได้ ไม่ได้หมายความว่าภาษาจะเคลื่อนที่เหมือนคน แต่หมายความว่าเทคโนโลยีนำบทเรียนภาษาอังกฤษ เสียง และสื่ออื่น ๆ ไปให้ผู้เรียนใช้ได้ในสถานที่ที่ผู้เรียนอยู่ ประโยควาง Technology ไว้ต้นประโยคในฐานะสาเหตุที่ทำให้เกิดสิ่งนี้ และวาง you ไว้ท้ายประโยคในฐานะผู้รับ การจัดข้อมูลแบบนี้ทำให้การเข้าถึงดูง่าย คือผู้เรียนไม่ต้องเดินทางไปหาภาษาอังกฤษ แต่สามารถเข้าถึงภาษาอังกฤษได้จากที่ของตน

แบบฝึกหัด

“the English language to come to you” ในประโยคเดิมหมายความว่าอย่างไร?

  1. ภาษาอังกฤษเคลื่อนที่เข้าหาผู้เรียนจริง ๆ
  2. ผู้เรียนต้องเดินทางไปยังสถานที่ที่มีคนพูดภาษาอังกฤษ
  3. เทคโนโลยีทำให้คุณเข้าถึงสื่อเรียนภาษาอังกฤษได้ง่ายไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
ดูคำตอบ

เทคโนโลยีทำให้คุณเข้าถึงสื่อเรียนภาษาอังกฤษได้ง่ายไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

That's true.

2:30

จริงเลยครับ

And that's why we've launched a brand new English course วลี

2:31

และนั่นคือเหตุผลที่เราเปิดตัวหลักสูตรภาษาอังกฤษใหม่ล่าสุด

that's available on a computer, tablet, or mobile phone.

2:34

ที่ใช้งานได้บนคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือโทรศัพท์มือถือ

วลี

เปิดตัวหลักสูตรภาษาอังกฤษใหม่ล่าสุด

ในประโยคนี้ launched หมายถึง “เปิดตัวอย่างเป็นทางการและทำให้พร้อมใช้งาน” ไม่ได้หมายถึงการยิงหรือส่งสิ่งของขึ้นไปในอากาศ กรรมตรงคือ a brand new English course โดย brand new เน้นว่าหลักสูตรนี้ใหม่ทั้งหมด ใช้ launch + หลักสูตร ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ เมื่อองค์กรนำสิ่งใหม่ออกมาให้ผู้ใช้ใช้งาน คำนี้สื่อถึงการเปิดตัวต่อสาธารณะชัดกว่าการบอกเพียงว่าเริ่มทำสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ launch เติมประโยคให้สมบูรณ์: The college ____ a brand new English course last week.

ดูคำตอบ

launched

It's aimed at intermediate learners วลี

2:38

มันมุ่งเป้าไปที่ผู้เรียนระดับกลาง

วลี

มุ่งสำหรับผู้เรียนระดับกลาง

Be aimed at + กลุ่มเป้าหมาย หมายถึง “ออกแบบหรือตั้งใจทำขึ้นสำหรับกลุ่มนั้น” ในที่นี้ It หมายถึงหลักสูตร และ intermediate learners คือคนที่หลักสูตรนี้จัดทำขึ้นให้ ส่วน aimed ไม่ได้หมายถึงการเล็งเป้าจริง ๆ รูปของ be เปลี่ยนตามประธานและกาล แต่ aimed at ต้องอยู่ด้วยกัน เช่น The book is aimed at beginners; The lessons were aimed at adults.

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง be aimed at เติมประโยคให้สมบูรณ์: This guide ____ first-time visitors.

ดูคำตอบ

is aimed at

and charts a pathway through the various aspects of the language. สำนวน

2:40

และวางเส้นทางผ่านแง่มุมต่างๆ ของภาษา

สำนวน

and charts a pathway through: วางแผนเส้นทางที่ชัดเจน

ในวลี charts a pathway through คำว่า chart หมายถึงการวางแผนหรือกำหนดเส้นทาง ไม่ใช่การวาดแผนที่จริง ๆ ส่วน pathway เปรียบการเรียนรู้เป็นเส้นทางที่มีลำดับชัดเจน คำว่า through นำหน้าสิ่งที่เส้นทางนั้นครอบคลุม ดังนั้นวลีนี้จึงมองหลักสูตรเป็นเหมือนผู้นำทางที่พาผู้เรียนผ่านส่วนต่าง ๆ ของวิชาอย่างเป็นขั้นตอน

แบบฝึกหัด

ในประโยค The guide charts a pathway through the first month of training. วลี charts a pathway through หมายความว่าอย่างไร

  1. เป็นการนำการฝึกอบรมออกจากตาราง
  2. เป็นการวาดถนนจริงลงบนแผนที่
  3. เป็นการวางเส้นทางที่ชัดเจนตลอดกระบวนการ
ดูคำตอบ

เป็นการวางเส้นทางที่ชัดเจนตลอดกระบวนการ

Mm, and we hope that

2:44

อืม และเราหวังว่า

by committing around 15 minutes a day to using it, ไวยากรณ์

2:46

การจัดสรรเวลาประมาณ 15 นาทีต่อวันเพื่อใช้งาน

a learner will see a real improvement in their English knowledge and skill. วลี

2:50

ผู้เรียนจะเห็นพัฒนาการที่แท้จริงในความรู้และทักษะภาษาอังกฤษของพวกเขา

ไวยากรณ์

by committing around 15 minutes a day to using: บอกวิธีด้วยรูป -ing

โครงสร้าง by + รูป -ing บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ซึ่งกล่าวถึงภายหลังในประโยค ในที่นี้ by committing around 15 minutes a day ... อธิบายว่าผู้เรียนจะพัฒนาขึ้นได้อย่างไร Commit time to doing something หมายถึงการจัดสรรเวลาและใช้เวลานั้นกับกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ใน commit ... to using คำว่า to เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาถัดไปจึงอยู่ในรูป -ing คือ using ไม่ใช่ use

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ commit และ read: You can improve your English by ____ ten minutes a day to ____ English articles.

ดูคำตอบ

committing · reading

วลี

will see a real improvement in: เห็นพัฒนาการที่ชัดเจนใน...

ในประโยคนี้ will see a real improvement in หมายถึง “จะสังเกตเห็นหรือสัมผัสได้ถึงความก้าวหน้าที่ชัดเจนใน...” คำว่า see ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นด้วยตา แต่หมายถึงการสังเกตเห็นผลลัพธ์เมื่อเวลาผ่านไป ส่วน real เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเห็นได้ชัด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ see an improvement in + ด้านหรือทักษะ เนื้อหาหลัง in จะบอกว่าสิ่งใดดีขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “สังเกตเห็นความก้าวหน้าที่ชัดเจนใน...”:With regular practice, you'll ____ your spelling.

ดูคำตอบ

see a real improvement in

But, as well as using resources available online, วลี

2:56

แต่ นอกเหนือจากการใช้แหล่งข้อมูลออนไลน์แล้ว

วลี

as well as + -ing: นอกจากทำ...แล้ว

ในที่นี้ as well as หมายถึง “นอกจาก...แล้ว” หรือ “เพิ่มเติมจาก...” โดยยังคงให้ using resources available online เป็นวิธีหนึ่งที่กล่าวถึงแล้ว และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับอีกวิธีหนึ่งในส่วนหลักของประโยค ในโครงสร้างเปิดประโยคแบบนี้ as well as ตามด้วยคำนามหรือการกระทำรูป -ing ได้ เช่น as well as using และ as well as reading การกระทำที่ตามมาจะเป็นข้อมูลเสริม ส่วนอนุประโยคหลักจะนำเสนอประเด็นถัดไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “นอกจาก...แล้ว”:____ playing basketball, Sam enjoys swimming.

ดูคำตอบ

As well as

how else can someone help themselves to get a better grasp, สำนวน

3:00

ใครสักคนจะช่วยตัวเองได้อย่างไรอีกเพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้น

that's a better understanding, of English?

3:04

นั่นคือมีความเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นน่ะ?

สำนวน

get a better grasp: เข้าใจบางสิ่งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ในที่นี้ grasp หมายถึงความเข้าใจในเรื่องหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการใช้มือจับสิ่งของ คำนี้เป็นคำนามที่มีความหมายเชิงนามธรรมในรูปแบบ get a better grasp of something ซึ่งหมายถึงเข้าใจบางสิ่งได้ชัดเจนหรือครบถ้วนยิ่งขึ้น ผู้พูดอธิบาย grasp ซ้ำทันทีด้วยคำว่า a better understanding การพูดใหม่ในลักษณะนี้ช่วยอธิบายคำที่ผู้ฟังอาจไม่คุ้นเคยโดยที่ผู้พูดยังคงพูดต่อไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “เข้าใจได้ชัดเจนขึ้น”: After the explanation, Noah began to ____ the safety rules.

ดูคำตอบ

get a better grasp of

Mm, well, if someone wants to become a confident speaker of English,

3:07

อืม ถ้าใครอยากเป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจล่ะก็

trainer Richard Hallows has some tips.

3:12

ผู้ฝึกสอน Richard Hallows มีเคล็ดลับบางอย่างมาฝาก

Have a listen and see if you can hear โน้ต

3:14

ลองฟังดูและดูว่าคุณได้ยินไหม

what are the two main aspects of English that you need?

3:17

ว่าอะไรคือสององค์ประกอบหลักของภาษาอังกฤษที่คุณต้องการ?

วลี

Have a listen: ชวนให้ใครสักคนลองฟัง

Have a listen เป็นสำนวนสนทนาแบบตายตัวที่หมายถึงให้ฟังสักครู่ ในที่นี้ have ไม่ได้หมายถึง “มีไว้ในครอบครอง” ส่วน listen ทำหน้าที่เป็นคำนามในรูปแบบ have a + คำนาม ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวใช้เริ่มกิจกรรมการฟังในลักษณะเชิญชวน โดยทั่วไปจะฟังดูนุ่มนวลกว่าคำสั่งตรง ๆ ว่า Listen

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำชวนอย่างเป็นกันเองที่เน้นไว้: ____ to this sound and tell me which animal it is.

ดูคำตอบ

Have a listen

น้ำเสียง/เจตนา

see if you can hear: ตั้งเป้าหมายในการฟัง

ใน see if you can hear คำว่า see if หมายถึง “ลองดูว่า…ได้ไหม” ไม่ได้หมายถึง “มอง” วลีนี้ชวนให้ผู้ฟังตรวจสอบด้วยการฟังว่าสามารถแยกแยะเสียงหรือข้อมูลได้หรือไม่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้คำถามที่ตามมากลายเป็นเป้าหมายในการฟัง น้ำเสียงเหมือนคำชวนหรือความท้าทายแบบนุ่มนวล มากกว่าคำสั่งตรง ๆ ว่า Listen for the two main aspects.

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเพื่อตั้งโจทย์การฟัง: Play the recording and ____ the owl in the background.

ดูคำตอบ

see if you can hear

Most importantly, ลำดับความ

3:20

ที่สำคัญที่สุดคือ

you've got to have a good range of vocabulary and grammar. โน้ต

3:21

คุณต้องมีคลังคำศัพท์และไวยากรณ์ที่ดี

ลำดับความ

Most importantly: ชี้ประเด็นที่สำคัญที่สุด

Most importantly บอกผู้ฟังว่าประเด็นถัดไปมีลำดับความสำคัญสูงที่สุดในบรรดาประเด็นที่กำลังพูดถึง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวดึงความสนใจไปที่การมีคลังคำศัพท์และความรู้ไวยากรณ์ที่หลากหลาย เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยายทั้งประโยค และในการเขียนจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง วลีนี้เป็นป้ายบอกทางของข้อมูล เพราะจัดให้สิ่งที่ตามมาสำคัญเหนือประเด็นอื่น ไม่ใช่เพียงบอกว่าสิ่งนั้นสำคัญ

แบบฝึกหัด

ใช้วลีที่บอกว่าประเด็นนี้สำคัญที่สุด: ____, remember to wear your helmet.

ดูคำตอบ

Most importantly

ไวยากรณ์

you've got to have: ต้องมีในภาษาพูด

ในประโยคนี้ you've got to have หมายถึง “คุณต้องมี” หรือ “คุณจำเป็นต้องมี” have got to แสดงความจำเป็น ส่วน have ตัวสุดท้ายหมายถึง “มี” คำว่า to แสดงว่า have got to เป็นโครงสร้างหนึ่งชุดที่ตามด้วยคำกริยาอีกคำหนึ่ง ในที่นี้ you've got ไม่ได้หมายความว่าคุณได้รับบางอย่างมาแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง have got to แบบย่อ แล้วตามด้วย have เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: To enter the pool, ____ a swimming cap.

ดูคำตอบ

you've got to have

วลี

a good range of vocabulary and grammar: ความหลากหลายที่กว้าง

ในประโยคนี้ a good range of vocabulary and grammar หมายถึงคำศัพท์และรูปแบบไวยากรณ์ที่หลากหลาย แสดงว่าผู้เรียนรู้และใช้ได้มากกว่าเพียงไม่กี่ชนิด a good range of + คำนาม ใช้บอกความหลากหลายหรือความกว้างของสิ่งที่ครอบคลุม ในที่นี้ range หมายถึงจำนวนชนิดที่ครอบคลุม ไม่ใช่ระยะทางจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าศูนย์ชุมชนมีกิจกรรมที่หลากหลาย?

  1. The community centre offers only one activity.
  2. The community centre offers a good range of activities.
  3. The community centre is a long distance from the station.
ดูคำตอบ

The community centre offers a good range of activities.

You need to know lots of words.

3:25

คุณต้องรู้คำศัพท์เยอะๆ

The more words you know,

3:26

ยิ่งรู้คำศัพท์มากเท่าไหร่

the better, obviously.

3:27

ก็ยิ่งดีเท่านั้นแน่นอน

And similarly with grammar,

3:29

ไวยากรณ์ก็เช่นเดียวกัน

the more grammar you have, the better you can explain yourself. วลี

3:30

ยิ่งคุณมีไวยากรณ์มาก คุณก็ยิ่งอธิบายตัวเองได้ดีขึ้น

วลี

explain yourself: ทำให้ความหมายของตัวเองชัดเจน

ในประโยคนี้ explain yourself หมายถึง “ทำให้คนอื่นเข้าใจความคิดหรือสิ่งที่ตัวเองต้องการสื่ออย่างชัดเจน” คำว่า yourself ย้อนกลับไปหาผู้พูด คือคุณกำลังสื่อว่าตัวเองหมายถึงอะไร ไม่ได้หมายถึง “อธิบายว่าคุณเป็นคนแบบไหน” explain a rule หรือ explain the problem ระบุหัวข้อภายนอก แต่ explain yourself เน้นความหมาย จุดยืน หรือเหตุผลของตัวผู้พูดเอง

แบบฝึกหัด

เมื่อพูดถึงความสามารถทางภาษา I can explain myself better หมายถึงอะไร?

  1. ฉันสื่อสิ่งที่ตัวเองหมายถึงได้ชัดเจนขึ้น
  2. ฉันอธิบายวิชาเรียนที่ยากได้สำเร็จมากขึ้น
  3. ฉันบรรยายรูปลักษณ์ของตัวเองได้ละเอียดขึ้น
ดูคำตอบ

ฉันสื่อสิ่งที่ตัวเองหมายถึงได้ชัดเจนขึ้น

And we also need to think about pronunciation.

3:33

และเราต้องคำนึงถึงเรื่องการออกเสียงด้วย

Learners of English often worry about speaking like a native speaker. วลี

3:35

ผู้เรียนภาษาอังกฤษมักจะกังวลเรื่องการพูดให้เหมือนเจ้าของภาษา

It's not necessary to have a native accent. ไวยากรณ์

3:40

มันไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมีสำเนียงเหมือนเจ้าของภาษา

วลี

speaking like a native speaker: พูดเหมือนเจ้าของภาษา

speaking like a native speaker หมายถึงการพูดคล้ายคนที่เรียนรู้และใช้ภาษานั้นเป็นภาษาแรกมาตั้งแต่เด็ก ความคล้ายอาจอยู่ที่สำเนียง จังหวะ ความคล่อง หรือสำนวนที่ใช้กันทั่วไป ในที่นี้ native speaker บอกภูมิหลังทางภาษา ไม่ได้บอกสัญชาติ ชาติพันธุ์ หรือสำเนียงเพียงแบบเดียว ประโยคถัดไปบอกว่าสำเนียงแบบเจ้าของภาษาไม่จำเป็น ดังนั้นวลีนี้จึงกล่าวถึงความกังวลที่พบบ่อย ไม่ใช่เงื่อนไขของการใช้ภาษาอังกฤษให้สำเร็จ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ native speaker หมายถึงใคร?

  1. คนที่มีสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง
  2. คนที่พูดเร็วมาก
  3. คนที่ใช้ภาษานั้นเป็นภาษาแรก
ดูคำตอบ

คนที่ใช้ภาษานั้นเป็นภาษาแรก

ไวยากรณ์

not necessary to have: บอกว่าบางสิ่งไม่ใช่ข้อกำหนด

not necessary to have ใช้โครงสร้าง It is not necessary to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการกระทำหรือเงื่อนไขหนึ่งไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น ในประโยคนี้ สิ่งที่ไม่จำเป็นคือ to have a native accent สำนวนนี้ช่วยลดข้อกำหนด ไม่ได้ห้ามทำสิ่งนั้น คุณอาจมีสำเนียงเหมือนเจ้าของภาษาได้ แต่ไม่จำเป็นต้องมี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่จำเป็นต้องมีไว้ในครอบครอง”: It's ____ your own laptop for the workshop.

ดูคำตอบ

not necessary to have

Okay, so Richard says

3:44

เอาล่ะ Richard บอกว่า

you need a good range or a wide variety of vocabulary and grammar.

3:46

คุณต้องมีคลังหรือความหลากหลายของคำศัพท์และไวยากรณ์ที่ดี

The more words you know, ไวยากรณ์

3:51

ยิ่งรู้คำศัพท์มาก

the more you can say,

3:52

คุณก็ยิ่งพูดได้มาก

and the more grammar you know,

3:53

และยิ่งรู้ไวยากรณ์มาก

the better you can say it.

3:55

คุณก็ยิ่งพูดมันออกมาได้ดีขึ้น

ไวยากรณ์

The more..., the more/better...: การเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกัน

The more..., the more/better... เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบที่ใช้เป็นคู่ หมายความว่าเมื่อปริมาณหรือคุณภาพหนึ่งเปลี่ยน อีกสิ่งหนึ่งก็เปลี่ยนตาม ประโยคนี้มีสองคู่ คือ เมื่อรู้คำศัพท์มากขึ้นก็พูดได้มากขึ้น และเมื่อรู้ไวยากรณ์มากขึ้นก็พูดได้ดีขึ้น แต่ละส่วนของคู่เริ่มด้วย the ตามด้วยคำขั้นกว่า เช่น the more..., the more... หรือ the better.... the ในที่นี้เป็นส่วนตายตัวของโครงสร้าง ไม่ใช่คำนำหน้านาม จึงห้ามละ the ตัวที่สอง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบเทียบเพื่อสื่อว่าเมื่อฝึกมากขึ้นก็จะมั่นใจมากขึ้น: ____ you practise, ____ confident you become.

ดูคำตอบ

The more · the more

Or even write it.

3:56

หรือแม้แต่เขียนมันได้ดีขึ้น

I agree.

3:58

ผมเห็นด้วยครับ

One other tip is don't try to sound like a native, น้ำเสียง/เจตนา

3:59

อีกเคล็ดลับหนึ่งคืออย่าพยายามทำให้เสียงเหมือนเจ้าของภาษา

so someone who speaks English as a first language.

4:05

ซึ่งก็คือคนที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรกนั่นแหละ

น้ำเสียง/เจตนา

don't try to sound like a native: ตั้งเป้าหมายการพูดที่เป็นจริง

Don't try to sound like a native เป็นคำแนะนำโดยตรงว่าอย่าตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเลียนแบบสำเนียงของเจ้าของภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์ sound like + บุคคลหรือกลุ่มคน หมายถึงทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าเสียงหรือวิธีพูดคล้ายคนเหล่านั้น ในที่นี้ a native หมายถึงคนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่า “อย่าพัฒนาการออกเสียง” แต่ให้เน้นการพูดอย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย แทนการเลียนแบบสำเนียงเจ้าของภาษาให้เหมือนทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าการตีความนี้ถูกหรือไม่: “Don't try to sound like a native” หมายความว่าคุณควรหยุดฝึกการออกเสียง

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

Well, all these are things that we aim to cover in our new course. วลี

4:09

นี่คือสิ่งที่เราตั้งเป้าจะครอบคลุมในหลักสูตรใหม่ของเรา

วลี

aim to cover: วางแผนว่าจะรวมเนื้อหาใดบ้าง

Aim to cover หมายถึง “ตั้งใจหรือวางแผนที่จะรวมและพูดถึงบางสิ่ง” ในโครงสร้าง aim to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำว่า aim บอกเป้าหมาย ส่วน cover รับหัวข้อหรือเนื้อหาเป็นกรรมและหมายถึงรวมเนื้อหานั้นไว้หรือกล่าวถึง ในบริบทของหลักสูตร aim ไม่ได้หมายถึงการเล็งไปที่เป้าจริง ๆ และ cover ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของมาคลุม วลีนี้บอกเนื้อหาที่หลักสูตรวางแผนจะนำเสนอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ aim to cover: This short lesson ____ the basics of map reading.

ดูคำตอบ

aims to cover

Our new course might be a big help to you if you need English for your work โน้ต

4:13

หลักสูตรใหม่ของเราอาจช่วยคุณได้มากหากคุณต้องใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน

วลี

might be a big help to: การแนะนำอย่างสุภาพโดยไม่ยืนยันผล

“Might be a big help to you” หมายถึง “อาจช่วยคุณได้มาก” โดย “a big help” เป็นวลีนาม และ “to you” ระบุคนที่ได้รับความช่วยเหลือ “Might” แสดงว่าผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน ผู้พูดกำลังแนะนำหลักสูตรโดยไม่ได้รับรองว่าจะช่วยทุกคนได้อย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่ขึ้นต้นด้วย might และหมายถึง “อาจช่วยได้มาก”: This map ____ you in the old town.

ดูคำตอบ

might be a big help to

or if you're studying in English,

4:17

หรือถ้าคุณกำลังเรียนเป็นภาษาอังกฤษ

or if you're planning to visit or even live in the UK.

4:19

หรือถ้าคุณวางแผนจะไปเที่ยวหรือแม้แต่ไปอาศัยในสหราชอาณาจักร

ไวยากรณ์

if..., or if..., or if...: การจัดลำดับเงื่อนไขทางเลือก

ประโยคนี้ใช้อนุประโยค if ที่วางขนานกันสามส่วนเพื่อบอกสามสถานการณ์ ได้แก่ ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน กำลังเรียนเป็นภาษาอังกฤษ และวางแผนจะไปเที่ยวหรืออาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร คำว่า or แสดงว่าเพียงสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งก็อาจทำให้หลักสูตรนี้เป็นประโยชน์ได้ การพูด if ซ้ำช่วยบอกจุดเริ่มต้นของแต่ละเงื่อนไข ทำให้ติดตามรายการยาว ๆ ได้ง่ายขึ้น และเชื่อมทุกเงื่อนไขกับผลเดียวกัน คือหลักสูตรอาจช่วยคุณได้

แบบฝึกหัด

เติม if หน้าสถานการณ์ทางเลือกทั้งสาม: Ask an adult for help ____ you are lost, ____ you feel unsafe, or ____ someone is hurt.

ดูคำตอบ

if · if · if

In fact, ลำดับความ

4:22

ในความเป็นจริงแล้ว

the British government expects immigrants to reach ESOL entry 3 or B1 level โน้ต

4:23

รัฐบาลอังกฤษคาดหวังให้ผู้อพยพไปถึงระดับ ESOL entry 3 หรือ B1

ไวยากรณ์

expects immigrants to reach: โครงสร้าง expect + กรรม + to-infinitive

expects immigrants to reach ใช้โครงสร้าง expect + กรรม + to-infinitive โดย immigrants เป็นกรรม ส่วน to reach ระบุการกระทำหรือผลลัพธ์ที่คาดหวังจากคนกลุ่มนี้ เมื่อประธานเป็นรัฐบาลหรือสถาบันอื่น expect มักสื่อถึงมาตรฐานที่ผู้คนต้องทำให้ได้หรือถูกคาดหวังอย่างจริงจังให้ทำให้ได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงความหวังทางความรู้สึกว่าจะเกิดเรื่องดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ arrive หลัง expect + กรรม: The school expects every student ____ on time.

ดูคำตอบ

to arrive

before they can be granted citizenship. การใช้คำ

4:29

ก่อนที่พวกเขาจะได้รับสัญชาติ

ลำดับความ

การใช้ In fact, เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า

In fact เป็นคำบอกความสัมพันธ์ในบทสนทนาที่ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่า ข้อเท็จจริงที่สนับสนุนสิ่งที่กล่าวมากำลังจะตามมา ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากประเด็นทั่วไปเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษไปสู่ข้อกำหนดเฉพาะของรัฐบาล ซึ่งช่วยย้ำประเด็นเดิม คำนี้ไม่ใช่เพียงคำพูดแทรก แต่ช่วยจัดระเบียบข้อความโดยบอกว่าข้อมูลถัดไปเป็นหลักฐานหรือแรงสนับสนุนที่ชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ In fact เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงเฉพาะที่สนับสนุนข้อความแรก?

  1. The library is busy. In fact, what time does the train leave?
  2. The library is busy. In fact, it welcomed two thousand visitors last week.
  3. The library is busy. In fact, please put your bag here.
ดูคำตอบ

The library is busy. In fact, it welcomed two thousand visitors last week.

วัฒนธรรม

ESOL Entry 3 หรือ B1 level: ชื่อระดับความสามารถภาษาอังกฤษ

ESOL ย่อมาจาก English for Speakers of Other Languages ในสหราชอาณาจักร ESOL Entry 3 เป็นขั้นสูงสุดของระดับ Entry ในกรอบคุณวุฒิภาษาอังกฤษ ส่วน B1 เป็นระดับหนึ่งใน CEFR ซึ่งเป็นมาตราสากลตั้งแต่ A1 ถึง C2 ประโยคนี้ใช้ ESOL Entry 3 or B1 level เพื่อระบุมาตรฐานภาษาอังกฤษที่กำหนดไว้ในบริบทนี้ Entry 3 เป็นชื่อระดับ ไม่ได้หมายถึงการเข้าครั้งที่สามหรือการลองครั้งที่สาม ชื่อทั้งสองมาจากคนละกรอบและถูกระบุเป็นทางเลือกที่ยอมรับได้สำหรับข้อกำหนดนี้ ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองระดับเหมือนกันในทุกบริบท

แบบฝึกหัด

ESOL Entry 3 or B1 level ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ความพยายามครั้งที่สามในการเข้าสหราชอาณาจักร
  2. สัญชาติอังกฤษประเภทหนึ่ง
  3. ระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษที่กำหนด
ดูคำตอบ

ระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษที่กำหนด

การใช้คำ

can be granted citizenship: การมอบให้อย่างเป็นทางการโดยหน่วยงาน

ใน can be granted citizenship ส่วน can be granted เป็นรูปถูกกระทำที่มี modal โดยมีโครงสร้าง can + be + กริยาช่องสาม ประโยคเน้นผู้ที่ได้รับการกระทำ และไม่ได้ระบุหน่วยงานที่เป็นผู้ให้ ในที่นี้ grant หมายถึงอนุมัติหรือมอบให้อย่างเป็นทางการ ส่วน citizenship คือสถานะทางกฎหมายที่ได้รับ ดังนั้นวลีนี้หมายถึงพวกเขาอาจได้รับสัญชาติอย่างเป็นทางการ ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

เติมรูปถูกกระทำแบบทางการด้วยรูปที่ถูกต้องของ grant: After approval, Maya can be ____ citizenship.

ดูคำตอบ

granted

It's equivalent to being able to hold a reasonably confident basic conversation. วลี

4:31

ซึ่งเทียบเท่ากับการสามารถสนทนาพื้นฐานได้อย่างมั่นใจพอสมควร

วลี

It's equivalent to being able to...: เทียบเท่ากับการสามารถ...

It's equivalent to being able to... หมายความว่า ระดับ ผลลัพธ์ หรือมาตรฐานหนึ่งแสดงถึงความสามารถในทางปฏิบัติที่เท่ากับสิ่งที่กล่าวต่อจากนั้น ในประโยคนี้มีการอธิบายระดับที่เป็นนามธรรมด้วยสิ่งที่คนคนนั้นทำได้จริง ใน equivalent to คำว่า to เป็นคำบุพบท ดังนั้นในที่นี้จึงตามด้วยรูป -ing คือ being ส่วน being able to ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน: equivalent to being able to hold...

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “เหมือนกับการมีความสามารถที่จะทำ”: Reaching level two is equivalent to ____ complete the task without help.

ดูคำตอบ

being able to

วลี

hold a reasonably confident basic conversation: สนทนาขั้นพื้นฐานได้อย่างค่อนข้างมั่นใจ

Hold a conversation หมายถึงการเข้าร่วมการสนทนาและทำให้การพูดคุยดำเนินต่อไป hold ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใช้มือถือสิ่งของ แต่หมายถึงการรักษาการโต้ตอบให้ต่อเนื่อง กลุ่มคำนี้ใช้บ่อยเมื่อพูดถึงความสามารถทางภาษา A reasonably confident basic conversation ยังคงเป็นการสนทนาที่ไม่ซับซ้อน แต่ผู้พูดสามารถรับมือได้ด้วยความมั่นใจพอสมควร reasonably ช่วยลดระดับความหมายของ confident จึงไม่ได้หมายความว่าทำได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือมั่นใจอย่างมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำเป้าหมายที่หมายถึง “เข้าร่วมการสนทนาง่าย ๆ และทำให้ดำเนินต่อไป”: After six months of classes, Leo could ____ in Italian.

ดูคำตอบ

hold a basic conversation

Well, in the UK,

4:36

ในสหราชอาณาจักรนั้น

it's estimated that you need around 360 hours of study ไวยากรณ์

4:38

มีการประเมินว่าคุณต้องใช้เวลาเรียนประมาณ 360 ชั่วโมง

to get to that stage from not knowing any English at all. โน้ต

4:43

เพื่อไปให้ถึงจุดนั้นจากที่ไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษเลย

ไวยากรณ์

it's estimated that: การบอกค่าประมาณโดยไม่ระบุผู้ประมาณ

it's estimated that + อนุประโยค หมายถึง “มีการประมาณว่า...” ในโครงสร้างนี้ it ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของใดโดยเฉพาะ แต่ทำหน้าที่เป็นประธานตามรูปแบบ ส่วนข้อมูลที่ถูกประมาณจะอยู่หลัง that รูปประโยคถูกกระทำทำให้ผู้ที่ประมาณไม่ใช่จุดสำคัญ และเน้นไปที่ตัวเลขที่ประมาณไว้ Estimated บอกว่าตัวเลขนั้นเป็นค่าโดยประมาณ ไม่ใช่ค่าที่รับรองว่าแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างรายงานแบบย่อจำนวนสามคำตามที่เรียนมา: ____ the repairs will take two weeks.

ดูคำตอบ

It's estimated that

วลี

to get to that stage: ไปถึงระดับความก้าวหน้าหนึ่ง

to get to that stage หมายถึง “ไปถึงขั้นหรือระดับความก้าวหน้านั้น” ในที่นี้ get to หมายถึงการก้าวหน้าในกระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่การเดินทางไปยังสถานที่ ส่วน stage หมายถึงจุดหนึ่งในกระบวนการพัฒนา That ย้อนกลับไปหมายถึงระดับความสามารถด้านการสนทนาที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ รูป infinitive ที่มี to บอกเป้าหมายที่ต้องใช้เวลาเรียน 360 ชั่วโมงเพื่อให้บรรลุ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Leo can now play the whole song; it took him months to get to that stage,” คำว่า “get to that stage” หมายถึงอะไร?

  1. เริ่มกระบวนการเรียนรู้ใหม่ตั้งแต่ต้น
  2. เดินไปยังเวทีละคร
  3. ไปถึงระดับความก้าวหน้านั้น
ดูคำตอบ

ไปถึงระดับความก้าวหน้านั้น

ไวยากรณ์

ใช้ from not knowing any English at all เพื่อบอกจุดเริ่มต้น

ใน from not knowing any English at all คำว่า from แสดงสภาวะเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง เนื่องจาก from เป็นคำบุพบทในที่นี้ know จึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ from not knowing ไม่ใช่ from not know not วางไว้หน้า knowing เพื่อทำให้สภาวะนั้นเป็นปฏิเสธ และ at all ช่วยเน้นการปฏิเสธนั้น วลีทั้งหมดหมายความว่าบุคคลนั้นเริ่มต้นโดยไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษเลย จึงเน้นให้เห็นความแตกต่างอย่างมากระหว่างจุดเริ่มต้นกับระดับที่ไปถึงภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ที่ถูกต้องของ know: Nora went from not ____ any chess rules at all to winning her first game.

ดูคำตอบ

knowing

But this depends on a number of factors such as motivation, วลี

4:47

แต่นี่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น แรงจูงใจ

how much you want to learn.

4:53

ว่าคุณอยากเรียนรู้มากแค่ไหนด้วย

วลี

ใช้ this depends on a number of factors such as... เพื่อแนะนำปัจจัยและตัวอย่าง

This depends on a number of factors such as... แสดงว่าผลลัพธ์ได้รับอิทธิพลจากหลายเงื่อนไข ไม่ได้มีสาเหตุง่าย ๆ เพียงอย่างเดียวหรือมีคำตอบตายตัว depends on เชื่อมผลลัพธ์เข้ากับเงื่อนไขเหล่านั้น ส่วน a number of factors หมายถึงปัจจัยหลายอย่าง จากนั้น such as ใช้ยกตัวอย่างปัจจัยเหล่านั้น ตัวอย่างที่ตามมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลุ่มที่ใหญ่กว่า ดังนั้นวลีนี้ไม่ได้หมายความว่าได้แจกแจงปัจจัยครบทั้งหมดแล้ว

แบบฝึกหัด

เรียงคำที่กำหนดให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: depends / on / a / number / of / factors / such / as. The delivery time ____ distance, weather, and traffic.

ดูคำตอบ

depends on a number of factors such as

Mm, and age can be a factor too. วลี

4:54

อืม และอายุก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งด้วย

วลี

age can be a factor too: เพิ่มอีกสิ่งหนึ่งที่อาจมีอิทธิพล

ในประโยคนี้ factor หมายถึงสิ่งที่อาจส่งผลต่อผลลัพธ์ ไม่ใช่ตัวประกอบทางคณิตศาสตร์ Age can be a factor หมายถึงอายุอาจมีผลต่อผลลัพธ์ ส่วน can be ไม่ได้หมายความว่าอายุเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์เสมอไป too เพิ่มอายุเข้าไปเป็นอีกปัจจัยหนึ่งนอกเหนือจากปัจจัยที่กล่าวถึงแล้ว ในที่นี้หมายถึง “อายุก็เช่นกัน” ไม่ได้หมายถึงแก่เกินไปหรือมีปริมาณมากเกินไป

แบบฝึกหัด

age can be a factor too ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. อายุก็อาจส่งผลต่อผลลัพธ์ได้
  2. อายุเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์เสมอ
  3. ประโยคนี้กล่าวถึงเพียงการคำนวณทางคณิตศาสตร์
ดูคำตอบ

อายุก็อาจส่งผลต่อผลลัพธ์ได้

Some experts say

4:58

ผู้เชี่ยวชาญบางคนบอกว่า

it's common for children under the age of 11 โน้ต

4:59

เป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 11 ปี

วลี

under the age of 11: อายุต่ำกว่า 11 ปี

under the age of 11 หมายถึง “อายุต่ำกว่า 11 ปี” โดยปกติจะไม่รวมผู้ที่มีอายุครบ 11 ปีแล้ว under ในที่นี้ใช้บอกขีดจำกัดของตัวเลข ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ รูปแบบ under the age of + ตัวเลข เป็นวิธีบอกช่วงอายุอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

บุคคลใดอยู่ในกลุ่ม under the age of 11?

  1. เด็กอายุ 12 ปี
  2. เด็กอายุ 10 ปี
  3. เด็กอายุ 11 ปี
ดูคำตอบ

เด็กอายุ 10 ปี

to be very immersed and be fluent in English in about 6 months. การใช้คำ

5:02

ที่จะซึมซับและพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วในเวลาประมาณ 6 เดือน

ไวยากรณ์

it's common for children ... to be: โครงสร้าง for + บุคคล + to

โครงสร้าง It is + adjective + for + person + to + verb ใช้ประเมินสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือกลุ่มนั้น It is เป็นส่วนขึ้นต้นที่ใช้ประธานสมมติ ส่วน to-infinitive ระบุสถานการณ์ที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ ง่าย ยาก หรือมีลักษณะคล้ายกัน ในที่นี้ for children under the age of 11 บอกว่าเด็กเหล่านั้นคือผู้ที่อาจมีความรู้สึกมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ โดย for ไม่ได้แปลว่าเพื่อประโยชน์ของเด็ก หลัง to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน ดังเช่น to be

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง It is + adjective + for + person + to + verb ให้สมบูรณ์: It's common ____ young children ____ ask many questions.

ดูคำตอบ

for · to

การใช้คำ

be very immersed and be fluent in: คลุกคลีกับภาษาและใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว

ในบริบทการเรียนภาษา be very immersed หมายถึงการอยู่ท่ามกลางภาษาอังกฤษและมีส่วนร่วมกับภาษาอย่างลึกซึ้ง ส่วน be fluent in English หมายถึงการใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างราบรื่นและคล่องแคล่ว And เชื่อมสองสภาวะที่เกี่ยวข้องกันแต่ไม่เหมือนกัน โดย immersion เน้นการได้สัมผัสและมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้น ส่วน fluency เน้นความสามารถ ทั้งสองส่วนกล่าวถึงภาษาอังกฤษ แม้ในคำบรรยาย in จะปรากฏชัดเจนหลัง fluent เท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่ถูกต้องในวลีมาตรฐานทั้งสอง: During the course, Leo wants to be immersed ____ German and be fluent ____ it.

ดูคำตอบ

in · in

But why should someone choose to learn English?

5:07

แต่ทำไมคนเราถึงควรเลือกเรียนภาษาอังกฤษล่ะ?

This is something we've been asking you on our Facebook page. ไวยากรณ์

5:09

นี่คือสิ่งที่เราได้ไปถามคุณมาในหน้า Facebook ของเรา

ไวยากรณ์

something we've been asking you: การถามที่ต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้

We've เป็นรูปย่อของ we have โครงสร้าง have been + คำกริยา-ing เรียกว่า present perfect continuous ใช้บอกว่าการถามเริ่มขึ้นก่อนหน้านี้ ดำเนินต่อหรือเกิดซ้ำอยู่ช่วงหนึ่ง และยังเกี่ยวข้องกับตอนนี้ ใน something we've been asking you อนุประโยค we've been asking you ใช้ระบุว่า something หมายถึงเรื่องใด โดยสามารถละ that ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมได้ รูปเต็มคือ something that we've been asking you

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอว่าการถามเกิดซ้ำตั้งแต่ช่วงก่อนหน้านี้ของสัปดาห์มาจนถึงตอนนี้

  1. We asked our readers this question once last week.
  2. We'll ask our readers this question tomorrow.
  3. We've been asking our readers this question every day this week.
ดูคำตอบ

We've been asking our readers this question every day this week.

Mm, Oussama says,

5:12

อืม Oussama บอกว่า

"It's like my passport. สำนวน

5:15

"มันเหมือนกับพาสปอร์ตของผม

You need it wherever you go." วลี

5:17

คุณต้องใช้มันไม่ว่าจะไปที่ไหน"

สำนวน

It's like my passport: เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกัน

ในที่นี้ it หมายถึงภาษาอังกฤษ ส่วน like ใช้เปรียบเทียบความคล้ายกัน ผู้พูดไม่ได้บอกว่าภาษาอังกฤษเป็นหนังสือเดินทางจริง ๆ แต่เปรียบภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์และช่วยให้สื่อสารได้ในหลายแห่ง ประโยคถัดไป You need it wherever you go บอกจุดที่เหมือนกัน หนังสือเดินทางกับภาษาอังกฤษเป็นคนละสิ่ง แต่ทั้งสองอย่างถูกนำเสนอว่ามีประโยชน์เมื่อต้องเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

การเปรียบเทียบกับหนังสือเดินทางต้องการสื่ออะไรเป็นหลัก

  1. ภาษาอังกฤษเป็นเอกสารการเดินทางอย่างเป็นทางการ
  2. ภาษาอังกฤษช่วยให้ผู้พูดสื่อสารได้ในหลายสถานที่
  3. ผู้พูดเก็บภาษาอังกฤษไว้ในหนังสือเดินทาง
ดูคำตอบ

ภาษาอังกฤษช่วยให้ผู้พูดสื่อสารได้ในหลายสถานที่

วลี

wherever you go: ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน

wherever you go หมายถึง “ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน” wherever ใช้นำอนุประโยคที่ครอบคลุมจุดหมายที่เป็นไปได้ทั้งหมด ไม่ได้ใช้ถามถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ในประโยคนี้ ใจความ You need it ยังคงเป็นจริงแม้ว่าสถานที่จะเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย wherever you go: ____, remember to be kind.

ดูคำตอบ

Wherever you go

Very good.

5:19

ดีมากเลย

Suzuki says,

5:20

Suzuki บอกว่า

"It's an international communication tool." วลี

5:21

"มันเป็นเครื่องมือสื่อสารระดับนานาชาติ"

วลี

an international communication tool: เครื่องมือสื่อสารระดับนานาชาติ

an international communication tool หมายถึงวิธีหรือสิ่งที่ช่วยให้คนจากประเทศต่าง ๆ แบ่งปันข้อมูลกัน ในกลุ่มคำนามนี้ international บอกว่าใช้ข้ามประเทศได้ ส่วน communication บอกว่าเครื่องมือนี้มีไว้ทำอะไร ในที่นี้ tool มีความหมายกว้าง อาจเป็นภาษา บริการ หรือวิธีการ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของอย่างค้อนเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ communication tool อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่าสิ่งที่ช่วยให้ผู้คนแบ่งปันข้อมูลกัน

  1. A screwdriver can be an international communication tool because it turns screws.
  2. English can be an international communication tool for travelers.
  3. A suitcase can be an international communication tool because it holds clothes.
ดูคำตอบ

English can be an international communication tool for travelers.

Mm, and Ha thinks it's

5:25

อืม และ Ha คิดว่ามันคือ

the key to getting a good job with a high salary. สำนวน

5:28

กุญแจสำคัญในการได้งานดีๆ เงินเดือนสูงๆ

สำนวน

the key to getting a good job: รูปแบบ key to + -ing

ในที่นี้ key เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงปัจจัยหรือวิธีที่สำคัญที่สุดซึ่งช่วยให้ไปถึงเป้าหมาย ไม่ได้หมายถึงกุญแจจริง ๆ วลีนี้จึงหมายถึงสิ่งสำคัญที่สุดในการได้งานที่ดี ใน key to getting คำว่า to เป็นคำบุพบทในรูปแบบ key to เมื่อมีคำกริยาตามหลัง ต้องใช้รูป -ing: key to + คำนาม หรือรูป -ing ดังนั้น getting จึงถูกต้อง ไม่ใช่ get

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ improve เพื่อเติมรูปแบบ key to + -ing ให้สมบูรณ์: Daily practice is the key to ____ your reading.

ดูคำตอบ

improving

Deniz says,

5:32

Deniz บอกว่า

"It's the language that opens doors overseas." สำนวน

5:33

"มันคือภาษาที่เปิดประตูสู่ต่างประเทศ"

สำนวน

the language that opens doors overseas: สร้างโอกาสในต่างประเทศ

ใน opens doors คำว่า open doors เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึง “สร้างโอกาส” หรือทำให้เกิดความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ไม่ได้หมายถึงการเปิดประตูจริง ๆ ส่วน overseas หมายถึงในต่างประเทศหรือไปยังประเทศอื่น อนุประโยค that opens doors overseas ขยาย the language โดยบอกว่าภาษานี้อาจนำไปสู่โอกาสในต่างประเทศ เช่น การทำงาน การเรียน หรือการพบปะผู้คน

แบบฝึกหัด

ใช้ open doors ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: A scholarship can ____ for a young musician.

ดูคำตอบ

open doors

Wow.

5:37

ว้าว

Well, thanks for all your messages.

5:37

เอาล่ะ ขอบคุณสำหรับทุกข้อความของคุณนะครับ

But now, Rob,

5:39

แต่ตอนนี้ Rob

I need to know if I got today's question right. วลี

5:40

ผมอยากรู้ว่าวันนี้ผมตอบคำถามถูกไหม

วลี

if I got today's question right: ฉันตอบคำถามวันนี้ถูกหรือไม่

โครงสร้าง get + กรรม + right หมายถึงทำ เข้าใจ หรือบอกบางสิ่งได้อย่างถูกต้อง ในที่นี้ got today's question right หมายถึง “ตอบคำถามวันนี้ถูก” ส่วน got ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ได้มา” if ใช้หลัง need to know เพื่อนำข้อความคำถามทางอ้อมที่ตอบได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ ดังนั้น if I got today's question right จึงบอกสิ่งที่ผู้พูดต้องการตรวจสอบว่าคำตอบของตนถูกหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายจากบทเรียนนี้ให้สมบูรณ์: Did I get the last answer ____?

ดูคำตอบ

right

Ah, yes.

5:43

อา ใช่ครับ

I asked you,

5:43

ผมถามคุณว่า

according to the last UK census taken in 2011,

5:44

จากการสำรวจสำมะโนประชากรของสหราชอาณาจักรครั้งล่าสุดในปี 2011

what percentage of the British population speaks a first language that's not English?

5:48

มีประชากรอังกฤษกี่เปอร์เซ็นต์ที่พูดภาษาแรกที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ?

I said 14.7%.

5:54

ผมตอบว่า 14.7%

I think that was a wild guess, Finn. สำนวน

5:56

ผมคิดว่านั่นเป็นการเดาสุ่มนะ Finn

สำนวน

a wild guess: การเดาที่แทบไม่มีหลักรองรับ

ใน a wild guess คำว่า wild หมายถึงการเดาโดยมีข้อมูลหรือเหตุผลรองรับน้อยมาก วลีนี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ “อยู่ตามธรรมชาติ” หรือ “บ้าคลั่ง” ในประโยคนี้ ผู้พูดคิดว่าคำตอบของ Finn ไม่น่าจะมาจากการคำนวณอย่างรอบคอบ แต่น่าจะเป็นการเดาที่แทบไม่มีหลักรองรับ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงการเดาแบบแทบไม่มีหลักรองรับ: I had no clues, so it was ____.

ดูคำตอบ

a wild guess

A good guess.

5:58

เดาได้ดีเลยครับ

You were wrong.

5:59

คุณตอบผิด

The census found 7.7% of people in the UK ลำดับความ

6:00

สำมะโนประชากรพบว่าประชากร 7.7% ในสหราชอาณาจักร

that have a first language that's not English.

6:04

มีภาษาแรกที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ

ลำดับความ

The census found 7.7%: บอกแหล่งข้อมูลก่อน แล้วจึงรายงานผล

The census บอกแหล่งที่มาของข้อมูล ในทางไวยากรณ์ the census เป็นประธาน และ found ใช้นำเสนอผลที่ได้จากข้อมูลสำมะโนประชากร ไม่ได้หมายความว่าสำมะโนประชากรเป็นคนที่บังเอิญไป “พบ” อะไร แต่หมายความว่าผลสำมะโนแสดงหรือยืนยันตัวเลขนี้ รูปแบบที่วางแหล่งข้อมูลไว้ก่อนนี้บอกผู้ฟังก่อนว่าข้อมูลมาจากไหน แล้วจึงบอกผลที่พบ ในข่าวและงานเขียนข้อเท็จจริง คำว่า study, survey และ report ก็ใช้แบบเดียวกันได้

แบบฝึกหัด

ส่วนต้น The census found 7.7% ในประโยคนี้มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. ชวนผู้ฟังไปค้นหาบันทึกสำมะโนประชากร
  2. บอกว่าเจ้าหน้าที่สำมะโนพบตัวเลขหนึ่งจริง ๆ
  3. บอกแหล่งข้อมูลก่อนรายงานผล
ดูคำตอบ

บอกแหล่งข้อมูลก่อนรายงานผล

That's 4.2 million people.

6:06

นั่นคือ 4.2 ล้านคนเลยนะ

Well, that's it for today. ลำดับความ

6:09

เอาล่ะ วันนี้ก็หมดเวลาแล้วครับ

ลำดับความ

Well, that's it for today: ปิดกิจกรรมของวันนี้

That's it for today เป็นสัญญาณปิดท้ายที่ใช้กันทั่วไป หมายความว่าชั้นเรียน รายการ การประชุม หรือกิจกรรมที่กำลังทำอยู่จะจบลงสำหรับวันนี้ ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าเนื้อหาหลักจบแล้ว ไม่ได้หมายความว่า “นี่คือข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับวันนี้” Well ช่วยให้การเปลี่ยนจากเนื้อหาหลักไปสู่ช่วงปิดท้ายฟังเป็นธรรมชาติมากขึ้น สามารถตัด Well ออกได้โดยไม่เปลี่ยนใจความหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคปิดชั้นเรียนนี้ด้วยสำนวนที่เรียนมาให้ตรงทุกคำ: We've finished all the activities. Well, ____.

ดูคำตอบ

that's it for today

Don't forget to check our new website at bbclearningenglish.com. น้ำเสียง/เจตนา

6:11

อย่าลืมเข้าไปดูเว็บไซต์ใหม่ของเราที่ bbclearningenglish.com นะครับ

น้ำเสียง/เจตนา

Don't forget to check ในฐานะคำเตือนที่เป็นมิตร

Don't forget to check ... เป็นคำเตือนหรือคำชวนให้ลงมือทำอย่างเป็นมิตร ในที่นี้ check หมายถึงเข้าไปเยี่ยมชมหรือดูเว็บไซต์ และผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังทำเช่นนั้นหลังจบรายการ โครงสร้าง Don't forget to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เตือนใครสักคนไม่ให้พลาดการกระทำที่จะทำในภายหลัง ในคำลงท้ายแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังลืมอะไรไปแล้วเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเตือนที่ตรงกับบทเรียนนี้: ____ your backpack before school.

ดูคำตอบ

Don't forget to check

Happy learning. น้ำเสียง/เจตนา

6:15

ขอให้มีความสุขกับการเรียนนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Happy learning ในฐานะคำอวยพรปิดท้าย

Happy learning! เป็นคำอวยพรสั้น ๆ ที่เป็นมิตร หมายถึง “หวังว่าคุณจะสนุกกับการเรียน” ใช้เป็นคำปิดท้ายในเนื้อหาเพื่อการศึกษาได้ ใช้รูปแบบ Happy + คำนามที่เป็นกิจกรรมหรือรูป -ing เช่น Happy reading! เป็นคำอวยพรแบบย่อ จึงไม่ต้องเติมประธานหรือวลีกริยาเต็มรูป

แบบฝึกหัด

จบข้อความเกี่ยวกับการเรียนด้วยคำอวยพรสั้น ๆ จากบทเรียนนี้: ____!

ดูคำตอบ

Happy learning

Bye.

6:16

ลาก่อนครับ

Bye-bye.

6:16

บ๊ายบาย

That was BBC Learning English.

6:18

นั่นคือ BBC Learning English