ว่ายน้ำวันคริสต์มาส! | คริสต์มาสของบลูอี้ | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
253 คำ 158 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ระหว่างการฉลองคริสต์มาสกับครอบครัว บลูอีแกะของเล่นชิ้นใหม่ ตั้งชื่อว่าบาร์เทิลบี แนะนำให้ญาติ ๆ รู้จัก และพาไปร่วมเล่นใกล้สระว่ายน้ำ จากนั้นเด็ก ๆ เล่นสมมติว่ากำลังรีบไปทำงานและต้อง赶ขึ้นเรือเฟอร์รีที่ใกล้ออก ก่อนจะดีใจที่ไปถึงได้ทันเวลา ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. To Uncle Stripe from Nanna. — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้ลำดับแบบตายตัวบนของขวัญ การ์ด ไปรษณียบัตร และพัสดุ ซึ่งระบุผู้รับก่อนแล้วจึงระบุผู้ส่ง ช่วยให้เขียนป้ายภาษาอังกฤษได้เป็นธรรมชาติ โดยไม่ยึดลำดับคำจากภาษาอื่นมาใช้ตรง ๆ 2. getting blown towards the pool. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้างภาษาพูดที่ใช้ get ตามด้วยคำกริยาช่องสาม เพื่อสื่อว่าคนหนึ่งกำลังได้รับผลจากแรงภายนอก สามารถนำไปอธิบายการเคลื่อนที่ที่ไม่คาดคิด การเปลี่ยนแปลง หรือเหตุการณ์ที่เจ้าตัวควบคุมไม่ได้ 3. you made it. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งของ แต่หมายถึงมาถึงสำเร็จ ทันพาหนะ หรือทำสิ่งท้าทายจนสำเร็จ ใช้ต้อนรับคนที่มาถึงทันเวลาหรือยอมรับว่าความพยายามของเขาประสบผลสำเร็จได้อย่างเป็นธรรมชาติ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Okay, who else have we got here? วลี

0:00

เอาล่ะ มีของใครอีกไหมเนี่ย?

วลี

ใช้ who else have we got here? เพื่อถามว่ายังมีใครอีก

Who else have we got here? เป็นคำถามแบบภาษาพูด ใช้ถามว่าในกลุ่ม รายชื่อ หรือชุดที่กำลังตรวจอยู่นี้มีคนอื่นอีกใคร หรือจะพิจารณาใครต่อไป who else หมายถึง “มีใครอีก” ในที่นี้ have got มีความหมายเท่ากับ have คือ “มีอยู่ในกลุ่ม” ไม่ได้หมายถึง “ได้มา” ส่วน here ชี้ไปที่กลุ่ม รายชื่อ หรือชุดที่กำลังดูอยู่ คำถามนี้ยังใช้เพื่อเลื่อนไปยังคนถัดไปได้

แบบฝึกหัด

คุณกำลังตรวจรายชื่อ คำถามใดใช้ถามอย่างเป็นธรรมชาติว่ามีคนอื่นใดรวมอยู่ในรายชื่ออีก?

  1. Who else has gone home?
  2. Who did we bring here?
  3. Who else have we got here?
ดูคำตอบ

Who else have we got here?

To Uncle Stripe from Nanna. โน้ต

0:02

ถึงคุณอาสไตรป์จากคุณย่า

วลี

To X from Y บนป้ายของขวัญและการ์ด

บนป้ายของขวัญ การ์ด ไปรษณียบัตร หรือพัสดุ รูปแบบ To X from Y ใช้ระบุคนสองฝ่าย โดย X คือผู้รับ และ Y คือผู้ให้หรือผู้ส่ง ใน To Uncle Stripe from Nanna ผู้รับคือ Uncle Stripe และผู้ให้หรือผู้ส่งคือ Nanna นี่เป็นรูปแบบสำหรับเขียนป้าย จึงใช้เดี่ยว ๆ ได้โดยไม่ต้องมีคำกริยาหรือประโยคสมบูรณ์ To และ from ในที่นี้บอกบทบาทของแต่ละฝ่าย ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่จริง

แบบฝึกหัด

เติมป้ายของขวัญให้เป็นรูปแบบมาตรฐาน: ____ Leo ____ Grandma.

ดูคำตอบ

To · from

การใช้คำ

Nanna: คำเรียกคุณย่าหรือคุณยายอย่างสนิทสนม

Nanna เป็นคำเรียกคุณย่าหรือคุณยายในครอบครัวแบบสนิทสนมและไม่เป็นทางการ คล้าย Nan, Nana หรือ Grandma บนป้ายของขวัญนี้ from Nanna บอกว่าคุณย่าหรือคุณยายเป็นผู้ให้ของขวัญ คำว่า Nanna เป็นคำเรียกในครอบครัว ไม่ใช่ชื่อทางการ แต่ละครอบครัวเลือกคำเรียกปู่ย่าตายายต่างกัน ดังนั้น Nanna แสดงถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดในครอบครัว แต่คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าเป็นแม่ของพ่อหรือแม่ของแม่

แบบฝึกหัด

บนป้ายของขวัญ Nanna น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. คำเรียกคุณย่าหรือคุณยายในครอบครัวอย่างสนิทสนม
  2. คำศัพท์อาชีพสำหรับผู้ดูแลเด็ก
  3. คำเรียกอย่างเป็นทางการสำหรับผู้หญิงสูงอายุทุกคน
ดูคำตอบ

คำเรียกคุณย่าหรือคุณยายในครอบครัวอย่างสนิทสนม

Oh, here we go. วลี

0:05

โอ้ มาเลย

วลี

here we go: ใช้บอกว่าการกระทำกำลังเริ่ม

Here we go เป็นวลีพูดแบบตายตัวที่ใช้บอกว่าการกระทำกำลังจะเริ่ม หรือกำลังเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป ในประโยคนี้ Oh แสดงว่าผู้พูดพร้อมจะดำเนินต่อ และ here we go ช่วยผลักกิจกรรมให้เดินหน้า ต้องเข้าใจวลีนี้เป็นก้อนเดียว โดย here ไม่ได้ชี้สถานที่ และ go ไม่ได้หมายถึงการเดินตามตัวอักษร น้ำเสียงอาจทำให้วลีนี้ฟังดูตื่นเต้น ให้กำลังใจ หรือเพียงใช้บอกการเริ่มต้นตามปกติ

แบบฝึกหัด

รถไฟเหาะเพิ่งเริ่มเคลื่อนที่ ประโยคใดบอกการเริ่มได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Here we are!
  2. Here we go!
  3. Here it is!
ดูคำตอบ

Here we go!

There you go, Uncle Stripe. วลี

0:06

นี่ค่ะ คุณอาสไตรป์

วลี

There you go: คำพูดที่เป็นธรรมชาติเมื่อยื่นของให้ผู้อื่น

เมื่อยื่นสิ่งของให้ใคร There you go หมายถึง “นี่ครับ/ค่ะ” หรือ “นี่ของคุณ” ในประโยคนี้ วลีนี้บอกจังหวะที่ส่งของขวัญให้อีกฝ่าย there ในที่นี้ไม่ได้ชี้สถานที่ และ go ก็ไม่ได้บอกให้ลุงสไตรป์เดินไปไหน ให้จำทั้งวลีว่าเป็นคำพูดที่เป็นมิตรเวลาเราส่งของให้ผู้อื่น นอกจากนี้ยังใช้ได้เมื่อทำสิ่งที่อีกฝ่ายขอเสร็จแล้วนำผลลัพธ์มาให้

แบบฝึกหัด

คุณยื่นเครื่องดื่มที่ลูกค้าสั่งให้ลูกค้า ควรพูดประโยคใดจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. You go there.
  2. I give you.
  3. There you go.
ดูคำตอบ

There you go.

Thanks, Bluey.

0:08

ขอบใจจ้ะ บลูอี้

World's best chef. ไวยากรณ์

0:09

"เชฟที่เก่งที่สุดในโลก"

ไวยากรณ์

World's best chef: คำชมแบบสโลแกน

World's best chef เป็นคำชมแบบสโลแกนสั้น ๆ ที่หมายถึง “เชฟที่เก่งที่สุดในโลก” โครงสร้าง world's best + คำนาม พบได้บ่อยบนของขวัญ การ์ด เข็มกลัด และป้าย world's ในที่นี้เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของของ world และสื่อถึงอันดับสูงสุดในโลก ไม่ใช่รูปย่อของ world is เนื่องจากเป็นข้อความบนสิ่งของหรือสโลแกน จึงใช้เป็นเพียงนามวลีที่ไม่มีประธานและคำกริยาได้

แบบฝึกหัด

บนของขวัญ สโลแกน World's best chef หมายความว่าอย่างไร

  1. เชฟที่เก่งที่สุดจากหลายโลก โดย world's แสดงพหูพจน์
  2. โลกคือเชฟที่เก่งที่สุด โดย world's หมายถึง world is
  3. เชฟที่เก่งที่สุดในโลก โดย world's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของ
ดูคำตอบ

เชฟที่เก่งที่สุดในโลก โดย world's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของ

Thanks, Mum.

0:11

ขอบคุณครับแม่

Hey, I thought I was the world's best chef. น้ำเสียง/เจตนา

0:12

เฮ้ ผมนึกว่าผมเป็นเชฟที่เก่งที่สุดในโลกซะอีก

น้ำเสียง/เจตนา

I thought I was...: การตอบอย่างนุ่มนวลเมื่อสิ่งที่คาดไว้ไม่เป็นจริง

ในประโยคนี้ I thought I was... หมายถึง “ฉันเคยคิดว่านี่เป็นความจริง แต่เพิ่งรู้ว่าความจริงอาจไม่ใช่อย่างนั้น” ไม่ได้เป็นเพียงการเล่าความคิดในอดีต ประเด็นสำคัญคือสิ่งที่เคยเข้าใจกับสถานการณ์ตอนนี้ไม่ตรงกัน การพูดถึงสิ่งที่ตนเคยเชื่อช่วยแสดงความแปลกใจหรือทักท้วงเบา ๆ โดยไม่พูดตรง ๆ ว่าอีกฝ่ายผิด ในที่นี้ Hey และตำแหน่ง “เชฟที่เก่งที่สุดในโลก” ที่ฟังดูเกินจริงทำให้การทักท้วงเป็นเชิงหยอกเล่น

แบบฝึกหัด

ตอนนี้ตารางระบุว่า Mia จะนำเสนอเป็นคนแรก แต่คุณเคยคิดว่าตัวเองจะนำเสนอก่อน ประโยคใดแสดงความต่างนี้อย่างนุ่มนวล?

  1. I thought I was presenting first.
  2. Mia must let me present first.
  3. I was presenting first yesterday.
ดูคำตอบ

I thought I was presenting first.

Oh, you both are. น้ำเสียง/เจตนา

0:15

แหม ลูกเก่งกันทั้งคู่นั่นแหละ

น้ำเสียง/เจตนา

you both are: คำตอบสั้น ๆ ที่รวมทั้งสองคน

You both are หมายถึง “พวกคุณทั้งสองคนเป็น” คำว่า both รวมคนสองคนพอดี ผู้พูดจึงไม่ได้เลือกคนหนึ่งแทนอีกคน คำอธิบายหลัง are ถูกละไว้ เพราะจากประโยคก่อนหน้าทราบชัดอยู่แล้วว่าหมายถึง the world's best chef คำตอบสั้น ๆ นี้ช่วยเลี่ยงการพูดซ้ำ และเป็นการยืนยันทั้งสองคนอย่างให้ความมั่นใจ

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมทีมสองคนถามว่า "Which of us is ready for the final?" คุณต้องการบอกให้สบายใจว่าทั้งคู่พร้อม โดยไม่พูด ready for the final ซ้ำ คำตอบใดเหมาะที่สุด?

  1. One of you is.
  2. You both are.
  3. You both is.
ดูคำตอบ

You both are.

That one's for Nana from Bandit.

0:17

อันนั้นสำหรับคุณย่าจากแบนดิต

This is from Dad.

0:20

นี่จากพ่อค่ะ

Oh, thanks, Bandy.

0:21

โอ้ ขอบใจจ้ะ แบนดี้

No worries, Mum. น้ำเสียง/เจตนา

0:23

ไม่เป็นไรครับแม่

น้ำเสียง/เจตนา

No worries ในฐานะคำตอบแบบเป็นกันเอง

No worries เป็นคำตอบทางสังคมแบบสบาย ๆ ในประโยคนี้ใช้ตอบคำขอบคุณ โดยมีความหมายประมาณว่า “ไม่เป็นไร” หรือ “ไม่ได้ลำบากอะไร” นอกจากนี้ยังใช้ตอบคำขอโทษเรื่องเล็กน้อยได้ โดยหมายถึง “ไม่เป็นไร” วลีนี้ไม่ได้รายงานตามตัวอักษรว่าคุณไม่มีความกังวลเลย แต่สื่อว่าคุณไม่มองการช่วยเหลือหรือความผิดพลาดเล็กน้อยนั้นว่าเป็นปัญหา อีกฝ่ายจึงไม่ต้องรู้สึกไม่ดี

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยสำนวนแบบเป็นกันเองจากบทเรียนนี้: “Thanks for carrying the boxes.” “____.”

ดูคำตอบ

No worries

Oh, what is it?

0:24

โอ้ มันคืออะไรเนี่ย?

Oh, it's a shirt.

0:26

อ้อ เสื้อเชิ้ตนี่เอง

What does it say? วลี

0:27

มันเขียนว่าอะไรนะ?

วลี

What does it say? สำหรับถามเนื้อหาที่เขียนไว้

การใช้ say แบบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนพูด ป้าย ฉลาก โน้ต ข้อความ หรือหน้าจอสามารถ say something ได้เมื่อมีหรือแสดงถ้อยคำนั้น ในประโยคนี้ it หมายถึงสิ่งของที่มีข้อความเขียนอยู่ What does it say? ใช้ถามคำหรือข้อความที่เขียนอยู่จริง ๆ โครงสร้างคือ What + does + it + say โดยหลัง does ต้องใช้รูปพื้นฐาน say ไม่ใช่ says

แบบฝึกหัด

คุณมองเห็นฉลากแต่ไม่สามารถอ่านข้อความได้ คำถามใดใช้ถามเนื้อหาที่เขียนอยู่จริง ๆ?

  1. What does it mean?
  2. What is it?
  3. What does it say?
ดูคำตอบ

What does it say?

Hang on, I'll just get my glasses. น้ำเสียง/เจตนา

0:28

รอก่อน เดี๋ยวฉันไปหยิบแว่นก่อน

น้ำเสียง/เจตนา

Hang on: ขอให้อีกฝ่ายรอสักครู่

ในที่นี้ Hang on หมายถึง “รอสักครู่” เป็นการหยุดบทสนทนาชั่วครู่เพื่อให้ผู้พูดไปทำบางอย่างแล้วกลับมาคุยต่อ นี่เป็นการใช้ hang on แบบสำนวน ไม่ได้ขอให้แขวนสิ่งของหรือจับอะไรไว้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่างนี้ ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ฟังทำอะไร?

  1. แขวนสิ่งของไว้ที่ใดที่หนึ่ง
  2. รอสักครู่
  3. สวมแว่นของผู้พูด
ดูคำตอบ

รอสักครู่

น้ำเสียง/เจตนา

I'll just get...: บอกการกระทำสั้น ๆ ที่จะทำทันที

I'll just get my glasses หมายความว่าผู้พูดกำลังจะไปหยิบแว่นตอนนี้ รูปย่อ I'll (I will) ใช้บอกการกระทำถัดไปที่ผู้พูดจะทำทันที ในที่นี้ just ทำให้การกระทำนั้นดูเป็นเรื่องเล็กและใช้เวลาไม่นาน จึงทำให้ช่วงที่ขัดจังหวะหรือเวลาที่ผู้ฟังต้องรอดูสั้นลง ในรูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้ I'll just get + สิ่งของ คำว่า get มักหมายถึง “ไปหยิบมา”

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ I'll just get... กับ my coat เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, then we can leave.

ดูคำตอบ

I'll just get my coat

Hang on, I'll just get my glasses.

0:31

รอก่อน เดี๋ยวฉันไปหยิบแว่นก่อน

Yes, A doctor's bag.

0:37

ใช่ กระเป๋าคุณหมอ

Inflatable pool island.

0:40

เกาะเป่าลมในสระ

Oh yeah, tennis balls.

0:43

โอ้ ใช่ ลูกเทนนิส

To Bluey from Mum and Dad.

0:45

ถึงบลูอี้จากแม่และพ่อ

Oh, it's for me.

0:48

โอ้ ของฉันนี่นา

Thanks, Mum and Dad.

0:49

ขอบคุณค่ะแม่และพ่อ

Oh, wow, I love him.

0:51

โอ้ ว้าว ฉันรักเขาเลย

I'm going to call you Bartleby. วลี

0:54

ฉันจะเรียกนายว่าบาร์เทิลบี

วลี

call you Bartleby: call + กรรม + ชื่อ

ในที่นี้ call หมายถึงการตั้งชื่อหรือเรียกคนหรือสิ่งของด้วยชื่อหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์หา ใน call you Bartleby คำว่า you เป็นกรรม และ Bartleby เป็นชื่อที่ใช้เรียกกรรมนั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ call + คน สัตว์ หรือสิ่งของ + ชื่อ โดยวางชื่อไว้หลังกรรมทันที เช่น call the puppy Max ไม่ใช่ call the puppy as Max

แบบฝึกหัด

เราเลือก Max เป็นชื่อของลูกสุนัขตัวใหม่แล้ว จัด call, the puppy และ Max ให้ถูกลำดับ: We're going to ____.

ดูคำตอบ

call the puppy Max

I think that's it. วลี

0:56

ฉันคิดว่าหมดแล้วนะ

วลี

that's it: ใช้ปิดท้ายรายการหรืองาน

ในประโยคนี้ that's it หมายถึงไม่มีอะไรต้องเพิ่ม ตรวจสอบ หรือเปิดอีกแล้ว วลีนี้ใช้ปิดท้ายกิจกรรม ไม่ได้ชี้ไปที่สิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง I think ทำให้ข้อสรุปไม่เด็ดขาดนัก ผู้พูดคิดว่าทำเสร็จแล้ว แต่ยังเปิดโอกาสให้มีการแก้ไข

แบบฝึกหัด

คุณตรวจสอบรายการเสร็จแล้วและคิดว่าไม่มีรายการอื่นอีก ประโยคใดใช้จบการตรวจสอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. I think that's true.
  2. I think that's the one.
  3. I think that's it.
ดูคำตอบ

I think that's it.

All done. วลี

0:57

เสร็จแล้ว

วลี

All done: วิธีสั้น ๆ เพื่อบอกว่างานเสร็จแล้ว

“All done” เป็นสำนวนภาษาพูดสั้น ๆ ที่หมายความว่างานหรือกิจกรรมเสร็จสมบูรณ์แล้ว ความหมายเต็มใกล้เคียงกับ “Everything is done” แม้จะละประธานและรูปหนึ่งของคำกริยา be ไว้ ใช้เป็นคำบอกสั้น ๆ ทันทีหลังจากทำสิ่งที่ชัดเจนเสร็จ เช่น เก็บของเรียบร้อยหรือกินอาหารเสร็จ

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งเก็บของเล่นทั้งหมดเสร็จ จงเติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียน: ____.

ดูคำตอบ

All done

Christmas swim. วัฒนธรรม

0:58

ว่ายน้ำวันคริสต์มาส

This episode of Bluey is called Christmas swim.

1:01

บลูอี้ตอนนี้นำเสนอตอน ว่ายน้ำวันคริสต์มาส

วัฒนธรรม

Christmas swim: คริสต์มาสในฤดูร้อนของออสเตรเลีย

“Christmas swim” นำคริสต์มาสกับการว่ายน้ำมาอยู่ด้วยกัน ภูมิหลังที่จำเป็นต่อความเข้าใจคือ Bluey เป็นผลงานจากออสเตรเลีย และออสเตรเลียอยู่ในซีกโลกใต้ ซึ่งเดือนธันวาคมเป็นฤดูร้อน ดังนั้นการว่ายน้ำในวันคริสต์มาสจึงเป็นกิจกรรมตามฤดูกาลที่ปกติได้ ในชื่อตอนนี้ swim ชี้ถึงกิจกรรมคริสต์มาสและฉากฤดูร้อน ไม่ใช่ชื่อท่าว่ายน้ำหรือชั้นเรียนว่ายน้ำทั่วไป ในภาพรวม ฉากคริสต์มาสในสื่อภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องมีฤดูหนาวหรือหิมะเสมอไป

แบบฝึกหัด

ทำไมชื่อ “Christmas swim” จึงเข้ากับฉากหลังในออสเตรเลีย?

  1. ทุกประเทศที่พูดภาษาอังกฤษฉลองคริสต์มาสในฤดูร้อน
  2. เดือนธันวาคมเป็นฤดูร้อนในซีกโลกใต้ การว่ายน้ำจึงเป็นกิจกรรมคริสต์มาสที่เป็นธรรมชาติได้
  3. ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย swim หมายถึงการเล่นสกีในฤดูหนาว
ดูคำตอบ

เดือนธันวาคมเป็นฤดูร้อนในซีกโลกใต้ การว่ายน้ำจึงเป็นกิจกรรมคริสต์มาสที่เป็นธรรมชาติได้

Let me introduce you to my family, Bartleby. วลี

1:04

ให้ฉันแนะนำนายให้รู้จักครอบครัวของฉันนะ บาร์เทิลบี

วลี

Let me introduce you to...: การแนะนำคนหนึ่งให้อีกคนรู้จัก

Let me introduce you to... เป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติในการเริ่มแนะนำคนให้รู้จักกัน ในที่นี้ผู้พูดเป็นฝ่ายช่วยให้ Bartleby ได้รู้จักกับครอบครัว โครงสร้างคือ introduce + คน + to + คนหรือกลุ่ม: introduce you to my family คนที่อยู่หลัง introduce คือผู้ที่ถูกแนะนำ ส่วน to ชี้ไปยังคนหรือกลุ่มที่เขาจะได้รู้จัก

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่จำเป็นเพื่อให้ประโยคแนะนำสมบูรณ์: Let me introduce you ____ my manager.

ดูคำตอบ

to

They're your family now, too. น้ำเสียง/เจตนา

1:07

พวกเขาก็เป็นครอบครัวของนายแล้วเหมือนกัน

น้ำเสียง/เจตนา

your family now, too: การแสดงการยอมรับและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง

ใน your family now, too คำว่า now แสดงถึงการเปลี่ยนแปลง โดยนับจากตอนนี้ ผู้ฟังได้รับการมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว คำว่า too หมายความว่าคนกลุ่มเดิมไม่ได้เป็นเพียงครอบครัวของผู้พูด แต่ยังเป็นครอบครัวของผู้ฟังด้วย เมื่อใช้ now และ too ร่วมกัน ประโยคนี้จึงเป็นการแสดงการยอมรับอย่างอบอุ่น ไม่ใช่แค่การบอกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดต้อนรับผู้เล่นใหม่ในฐานะสมาชิกเต็มตัวของกลุ่มได้ดีที่สุด

  1. You're part of our team now, too.
  2. Our team meets on Tuesdays.
  3. Your old team won yesterday.
ดูคำตอบ

You're part of our team now, too.

Are you sure you know how to do the crackling? โน้ต

1:10

อาแน่ใจนะว่ารู้ว่าต้องทำหมูกรอบยังไง?

น้ำเสียง/เจตนา

Are you sure...?: ขอให้ยืนยันอีกครั้งด้วยความกังวล

โครงสร้าง Are you sure (that) + ประโยค? ใช้ขอให้อีกฝ่ายยืนยันว่าเนื้อหาในประโยคนั้นเป็นความจริง ในที่นี้ไม่ได้เป็นเพียงคำถามกลาง ๆ แต่ยังแสดงความกังวลเล็กน้อยว่าอีกฝ่ายอาจไม่รู้วิธีทำ สำนวนนี้นุ่มนวลกว่าการพูดตรง ๆ ว่า You don't know how เพราะเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายยืนยันหรืออธิบายได้

แบบฝึกหัด

ก่อนออกเดินทาง คุณคิดว่าที่อยู่อาจผิดและต้องการขอคำยืนยันอย่างสุภาพ ควรพูดว่าอย่างไร?

  1. Are you sure this is the right address?
  2. You never get addresses right.
  3. You wrote the wrong address.
ดูคำตอบ

Are you sure this is the right address?

ไวยากรณ์

know how to do: know how to + คำกริยารูปพื้นฐาน

Know how to do something หมายถึงรู้วิธีหรือมีทักษะที่จำเป็นในการทำสิ่งนั้น ในประโยคนี้เป็นการถามว่าอีกฝ่ายมีทักษะในการทำหนังหมูกรอบหรือไม่ รูปแบบคือ know how to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น know how to cook หรือ know how to fix it ต้องมี to คั่นระหว่าง how กับคำกริยา ส่วน know how do ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสามคำที่ใช้ถามว่ารู้วิธีหรือไม่ให้สมบูรณ์: Do you ____ use this printer?

ดูคำตอบ

know how to

การใช้คำ

the crackling: หนังกรอบของหมูอบ

ในที่นี้ the crackling เป็นคำเกี่ยวกับอาหาร หมายถึงหนังของหมูอบที่ปรุงจนกรอบ คำว่า the ชี้ถึงส่วนหนังกรอบชิ้นที่กำลังเตรียมสำหรับมื้อนั้น ในคำถามเรื่องการทำอาหารนี้ do หมายถึงการเตรียมหรือทำให้ออกมาดี บริบทในครัวจึงบอกว่า crackling คืออาหาร ไม่ใช่เสียงดังเป๊าะแป๊ะ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Are you sure you know how to do the crackling?” คำว่า the crackling หมายถึงอะไร?

  1. หนังกรอบของหมูอบ
  2. เสียงเป๊าะแป๊ะต่อเนื่องกัน
  3. รอยร้าวในภาชนะทำอาหาร
ดูคำตอบ

หนังกรอบของหมูอบ

Read the apron.

1:12

อ่านที่ผ้ากันเปื้อนสิ

Uncle Stripe, this is Bartleby.

1:14

คุณอาสไตรป์ นี่บาร์เทิลบีค่ะ

Good day, Bartleby. การใช้คำ

1:16

สวัสดี บาร์เทิลบี

การใช้คำ

Good day: คำทักทายที่เป็นทางการหรือดูเก่าเล็กน้อย

Good day ในที่นี้เป็นคำทักทายที่สมบูรณ์ มีความหมายว่า “สวัสดี” อย่างสุภาพ ไม่ได้บอกว่าวันนี้เป็นวันที่ดี เมื่อเทียบกับ Hi คำนี้ฟังดูเป็นทางการกว่า และในภาษาอังกฤษทั่วไปสมัยใหม่อาจให้ความรู้สึกเก่าหรือสุภาพเป็นพิเศษ ใช้อย่างจริงจังในสถานการณ์ที่เป็นทางการ หรือใช้อย่างขบขันเมื่อต้องการให้ฟังดูสุภาพมากก็ได้

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “Good day, Bartleby.”?

  1. บอกว่าบาร์เทิลบีมีวันที่สนุก
  2. ทักทายบาร์เทิลบีอย่างเป็นทางการหรือดูเก่าเล็กน้อย
  3. อวยพรให้บาร์เทิลบีโชคดีตลอดเวลาที่เหลือของวัน
ดูคำตอบ

ทักทายบาร์เทิลบีอย่างเป็นทางการหรือดูเก่าเล็กน้อย

Nice to meet you. วลี

1:17

ยินดีที่ได้รู้จักนะ

วลี

Nice to meet you เมื่อได้รับการแนะนำเป็นครั้งแรก

Nice to meet you เป็นคำทักทายแบบตายตัวที่ใช้เมื่อได้รับการแนะนำให้รู้จักใครเป็นครั้งแรก ในที่นี้ meet หมายถึงเริ่มรู้จักกัน ไม่ได้หมายถึงนัดพบกันในภายหลัง ใช้ทั้งวลีเป็นหน่วยคำพูดเดียวหลังจากการแนะนำตัว วลีนี้แสดงความสุภาพและเป็นมิตร ไม่ได้บรรยายกิจกรรมการพบกันตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

เติมบทแนะนำตัวครั้งแรกด้วยคำทักทายสี่คำที่เรียนมา: 'Hello, I'm Sam.' '____.'

ดูคำตอบ

Nice to meet you

Hang on, Bartleby.

1:19

จับแน่นๆ นะบาร์เทิลบี

I'm just getting blown towards the pool. ไวยากรณ์

1:19

ฉันกำลังโดนลมพัดปลิวไปทางสระน้ำแล้ว

ไวยากรณ์

getting blown towards ...: รูปถูกกระทำด้วย get

ใน getting blown โครงสร้าง getting + กริยาช่องสาม blown สร้างรูปถูกกระทำด้วย get ประธานเป็นฝ่ายรับการกระทำ กล่าวคือ แรงจากภายนอกกำลังทำให้ผู้พูดเคลื่อนที่ ไม่ใช่ผู้พูดกำลังเป่าอะไรบางอย่าง เมื่อใช้ am ใน I'm รูป am getting blown จึงเป็นเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ แสดงว่าผลกระทบกำลังเกิดขึ้นตอนนี้ Towards the pool บอกทิศทาง รูปถูกกระทำด้วย get มักทำให้เหตุการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงและผลต่อประธานดูชัดเจนขึ้นในบทสนทนา

แบบฝึกหัด

ใช้รูปถูกกระทำด้วย get แบบกำลังดำเนินอยู่ของ blow เพื่อแสดงว่าตอนนี้ลมกำลังทำให้กระดาษเคลื่อนที่: The papers are ____ across the yard.

ดูคำตอบ

getting blown

So, what do you want to do? น้ำเสียง/เจตนา

1:22

แล้ว นายอยากทำอะไรล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ So, what do you want to do? เพื่อไปสู่ตัวเลือกถัดไป

So ที่ต้นประโยคทำหน้าที่จัดลำดับบทสนทนาในที่นี้ โดยปิดช่วงแนะนำและพาความสนใจไปยังการตัดสินใจถัดไป ไม่ได้แสดงข้อสรุปเชิงเหตุและผลอย่างเคร่งครัด What do you want to do? ถามให้อีกฝ่ายเลือกกิจกรรม เมื่อนำมารวมกัน ประโยคนี้จึงเปลี่ยนไปสู่ขั้นต่อไปอย่างเป็นมิตรและมอบสิทธิ์เลือกให้อีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักในบทสนทนาของ 'So, what do you want to do?' คืออะไร?

  1. บอกผลลัพธ์ที่เกิดจากประโยคก่อนหน้าอย่างเคร่งครัด
  2. สั่งให้อีกฝ่ายเริ่มทำกิจกรรมทันที
  3. พาบทสนทนาไปข้างหน้าและขอให้อีกฝ่ายเลือกกิจกรรมถัดไป
ดูคำตอบ

พาบทสนทนาไปข้างหน้าและขอให้อีกฝ่ายเลือกกิจกรรมถัดไป

And this is my cousin Socks.

1:27

และนี่ ซ็อกส์ ลูกพี่ลูกน้องฉัน

Merry Christmas.

1:29

เมอร์รี่คริสต์มาส

Yeah.

1:31

เย้

Don't worry. น้ำเสียง/เจตนา

1:33

ไม่ต้องห่วง

She does that to everyone. น้ำเสียง/เจตนา

1:34

เธอทำแบบนั้นกับทุกคนแหละ

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Don't worry. เพื่อปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจ

Don't worry. เป็นสำนวนทั่วไปที่ใช้ปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจและลดความกังวล แม้โครงสร้างทางไวยากรณ์จะดูเหมือนคำสั่งปฏิเสธ แต่ในที่นี้ไม่ได้ห้ามการกระทำใดโดยเฉพาะ การบอกเหตุผลต่อท้ายมักทำให้คำปลอบใจน่าเชื่อถือขึ้น ในที่นี้ She does that to everyone อธิบายว่าพฤติกรรมนั้นไม่ได้มุ่งมาที่ผู้ฟังเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เพื่อนตกใจเพราะเสียงเห่าของสุนัขที่เป็นมิตร การพูดว่า 'Don't worry. He's friendly.' เหมาะสมหรือไม่?

  1. เหมาะสม
  2. ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

เหมาะสม

น้ำเสียง/เจตนา

does that to everyone: บอกว่าพฤติกรรมนั้นไม่ได้เจาะจงเป็นการส่วนตัว

ในที่นี้ that แทนพฤติกรรมที่พูดถึงไปแล้วหรือมองเห็นร่วมกัน จึงใช้ does that เพื่อไม่ต้องพูดการกระทำนั้นซ้ำทั้งหมด ส่วน to everyone หมายถึงเธอทำแบบเดียวกันกับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะผู้ฟังคนนี้ ประโยคนี้ใช้ปลอบใจได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ถูกเจาะจงเป็นพิเศษ รูปแบบนี้เหมาะกับการอธิบายพฤติกรรมที่ใครบางคนทำเป็นประจำ แต่บริบทต้องทำให้ชัดว่า that หมายถึงอะไร

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “She does that to everyone.” สื่อคำปลอบใจใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ทุกคนขอให้เธอทำแบบนั้น
  2. เธอทำแบบนั้นเฉพาะกับผู้ฟัง
  3. พฤติกรรมของเธอไม่ได้มุ่งใส่คนเพียงคนเดียว
ดูคำตอบ

พฤติกรรมของเธอไม่ได้มุ่งใส่คนเพียงคนเดียว

Come on, Muffin. น้ำเสียง/เจตนา

1:36

เร็วเข้า มัฟฟิน

น้ำเสียง/เจตนา

Come on: เร่งให้อีกฝ่ายลงมือทำ

Come on เป็นคำพูดไม่เป็นทางการที่ใช้กระตุ้นอีกฝ่าย ในที่นี้ผู้พูดเร่งให้ Muffin เริ่มหรือทำขั้นตอนต่อไป จึงมีความหมายประมาณว่า “ไปกันเถอะ” หรือ “เร็วเข้า” ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่า “เดินมาหาฉัน” น้ำเสียงเปลี่ยนระดับความแรงได้ น้ำเสียงเบาและเป็นมิตรฟังเหมือนให้กำลังใจ แต่ถ้าพูดห้วนหรือพูดซ้ำ Come on อาจฟังเหมือนหมดความอดทน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่เน้นไว้ซึ่งใช้เร่งให้อีกฝ่ายลงมือทำ: ____, Leo. The bus is here.

ดูคำตอบ

Come on

You're gonna be late for work. การใช้คำ

1:37

ลูกจะไปทำงานสายแล้วนะ

การใช้คำ

gonna be late: รูปไม่เป็นทางการของ going to be late

gonna เป็นทั้งการออกเสียงและการเขียนแบบไม่เป็นทางการที่พบได้บ่อยของ going to ใน gonna be late รูปนี้ใช้คาดการณ์ว่าคนหนึ่งจะมาถึงช้ากว่าเวลาที่กำหนด โครงสร้างคือ ประธาน + รูปที่เหมาะสมของ be + gonna + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย You're ทำหน้าที่ให้ are และ be ตัวที่สองเชื่อมประธานเข้ากับคำคุณศัพท์ late

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นรูปเขียนที่เป็นทางการและคงความหมายเดิมได้อย่างเหมาะสม

  1. You're going be late for work.
  2. You're gone to be late for work.
  3. You're going to be late for work.
ดูคำตอบ

You're going to be late for work.

I have to eat breakfast. ไวยากรณ์

1:39

หนูต้องกินอาหารเช้านะ

ไวยากรณ์

have to: การแสดงความจำเป็น

have to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้แสดงความจำเป็น กล่าวคือ กฎ สถานการณ์ หรือความจำเป็นในทางปฏิบัติทำให้ต้องทำสิ่งนั้น ในที่นี้ have to eat แสดงว่าผู้พูดจำเป็นต้องกินอาหารเช้า ในโครงสร้างนี้ have ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของ ใช้ have to กับ I, you, we และ they ส่วน he, she และ it ใช้ has to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแสดงความจำเป็นสองคำที่ขึ้นต้นด้วย have: I ____ wear a helmet when I ride my bike.

ดูคำตอบ

have to

This is my cousin Muffin.

1:41

นี่มัฟฟิน ลูกพี่ลูกน้องฉันเอง

Hi, Bartleby.

1:42

หวัดดี บาร์เทิลบี

I'm sorry I'm late for work. น้ำเสียง/เจตนา

1:43

ขอโทษที่ไปทำงานสายค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm sorry I'm late for...: ขอโทษที่มาสาย

การใช้ I'm sorry + อนุประโยค เป็นการบอกโดยตรงว่าขอโทษเรื่องอะไร ในที่นี้ I'm late for work ระบุปัญหา ดังนั้นทั้งประโยคจึงเป็นการขอโทษโดยตรงที่มาสาย ใช้โครงสร้าง late for + กิจกรรม เหตุการณ์ หรือนัดหมาย เช่น late for work, late for class, late for a meeting คำบุพบท for เชื่อมการมาสายเข้ากับสิ่งที่ไปไม่ทันเวลา

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปเพื่อให้ประโยคขอโทษสมบูรณ์: I'm sorry I'm late ____ the meeting.

ดูคำตอบ

for

The ferry's about to leave. ไวยากรณ์

1:45

เรือข้ามฟากกำลังจะออกแล้ว

ไวยากรณ์

be about to leave: การกระทำกำลังจะเกิดขึ้น

be about to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงคาดว่าการกระทำนั้นจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน ดังนั้น about to leave จึงหมายถึงกำลังจะออก ไม่ได้หมายถึงเกี่ยวกับหัวข้อเรื่องการออก ใน The ferry's about to leave นั้น 's หมายถึง is ดังนั้นโครงสร้างเต็มคือ The ferry is about to leave โครงสร้างนี้ทำให้รู้สึกว่าการออกเดินทางใกล้จะเกิดขึ้นทันทีและอธิบายความเร่งด่วนได้

แบบฝึกหัด

ใช้ be about to + leave เติมประโยคให้สมบูรณ์: The train is ____.

ดูคำตอบ

about to leave

I'm late.

1:47

สายแล้ว

Bye, kids.

1:50

บ๊ายบาย เด็กๆ

Lipstick.

1:52

ลิปสติก

Lipstick.

1:53

ลิปสติก

Back through the door. วลี

1:54

ถอยกลับเข้าประตูไป

วลี

Back through the door: คำบอกทิศทางสั้น ๆ ที่ละกริยา

Back through the door เป็นคำบอกทิศทางแบบย่อ คำสั่งเต็มที่เข้าใจได้คือ Go back through the door โดยละกริยาแสดงการเคลื่อนที่ go เพราะสถานการณ์ทำให้ความหมายชัดเจนอยู่แล้ว Back แสดงการย้อนกลับไปยังสถานที่หรือเส้นทางก่อนหน้า ส่วน Through the door บอกเส้นทางการเคลื่อนที่ว่าให้ผ่านจากด้านหนึ่งของช่องประตูไปอีกด้าน ไม่ใช่เพียงเดินไปที่ประตู

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบอกทิศทางแบบสั้นที่ตรงกับความหมายว่า “ย้อนกลับโดยผ่านช่องประตู”: You came in through the wrong door. ____.

ดูคำตอบ

Back through the door

Attention passengers, the ferry's leaving. โน้ต

1:56

ประกาศถึงผู้โดยสาร เรือข้ามฟากกำลังจะออก

วลี

Attention passengers: คำขึ้นต้นประกาศสาธารณะ

Attention passengers เป็นคำเรียกให้สนใจในประกาศสาธารณะ หมายถึง “ผู้โดยสารทุกท่าน โปรดฟังข้อความต่อไป” ในที่นี้ Attention ใช้เรียกให้ผู้คนฟัง ส่วน passengers ระบุกลุ่มผู้รับสาร วลีนี้ช่วยจัดลำดับประกาศโดยเตรียมผู้ฟังก่อนแจ้งข้อมูลสำคัญ ซึ่งในประโยคนี้คือเรือเฟอร์รีกำลังจะออก

แบบฝึกหัด

เติมประกาศขนส่งสาธารณะด้วยคำขึ้นต้นที่ตรงกับการเรียกผู้โดยสารทุกคนให้ฟัง: ____, the departure gate has changed.

ดูคำตอบ

Attention passengers

ไวยากรณ์

the ferry's leaving: present continuous สำหรับการออกเดินทางที่ใกล้จะเกิดขึ้น

the ferry's leaving เป็นรูปย่อของ The ferry is leaving ในที่นี้ present continuous บอกถึงการออกเดินทางที่วางแผนไว้แล้วและกำลังจะเกิดขึ้น หมายความว่าเรือเฟอร์รีจะออกในไม่ช้า เมื่อใช้ในประกาศถึงผู้โดยสาร รูปนี้ให้ความรู้สึกเร่งด่วนและบอกให้ผู้โดยสารเตรียมตัวหรือขึ้นเรือ ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเรือเริ่มเคลื่อนออกไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ในประกาศ Attention passengers, the ferry's leaving. คำว่า the ferry's leaving หมายความว่าอะไร

  1. เรือเฟอร์รีกำลังจะออกตามแผน
  2. เรือเฟอร์รีออกทุกวันตามตารางเวลาประจำ
  3. เรือเฟอร์รีเดินทางเสร็จแล้ว
ดูคำตอบ

เรือเฟอร์รีกำลังจะออกตามแผน

Bye, kids.

2:00

บ๊ายบาย เด็กๆ

Hey, you made it. สำนวน

2:03

เฮ้ ลูกมาทันนะเนี่ย

สำนวน

you made it: มาถึงทันเวลา

made it เป็นรูปอดีตของสำนวน make it ในที่นี้หมายถึง “มาถึงทันเวลา” หรือ “สามารถมาถึงที่นี่ได้” ไม่ได้หมายถึง “สร้างบางสิ่งขึ้นมา” คำว่า it ไม่ได้อ้างถึงสิ่งของ You made it! มักใช้ทักคนที่มาถึง เมื่อก่อนหน้านั้นเขาอาจมาสายหรืออาจมาไม่ได้ ในบริบทอื่น make it อาจหมายถึง “ประสบความสำเร็จ” ได้เช่นกัน แต่สถานการณ์ที่เป็นการมาถึงในประโยคนี้ทำให้มีความหมายว่า “มาถึงทันเวลา”

แบบฝึกหัด

เพื่อนมาถึงก่อนประตูปิดเพียงเล็กน้อย คุณจะพูดอะไรเพื่อบอกว่าเขามาถึงทันเวลา

  1. You made this!
  2. You missed it!
  3. You made it!
ดูคำตอบ

You made it!

Yay!

2:04

เย้!