คุณอยู่ตามลำพังหรือไม่? (ในจักรวาลนี้): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
987 คำ 167 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: เรื่องเล่านี้พาจากความเปราะบางของมนุษย์ไปสู่เซลล์ DNA อะตอม และต้นกำเนิดของสสารในดาว ก่อนสรุปว่าทุกคนเชื่อมโยงกับจักรวาล ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. all it would take to - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้บอกว่าเงื่อนไขเดียวก็เพียงพอให้เกิดผลลัพธ์ เหมาะกับการอธิบายความเสี่ยง เกณฑ์ หรือผลที่ชี้ขาด 2. a tour of the periodic table of elements. - สำนวนและภาพพจน์: เข้าใจว่า a tour of เป็นการเปรียบถึงการชมหลายสิ่งอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพียงการเดินทางจริง 3. You are not alone. You never were. You never will be. - วาทกรรมและวาทศิลป์: สังเกตว่าประโยคขนานสามประโยคเคลื่อนจากปัจจุบันไปอดีตและอนาคต แล้วเปลี่ยนเหตุผลทางวิทยาศาสตร์เป็นบทสรุปที่มีจังหวะและอารมณ์

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Are you alone in the universe?

0:00

คุณโดดเดี่ยวในจักรวาลนี้หรือเปล่า?

Or are you connected to anything?

0:02

หรือว่าคุณเชื่อมโยงกับอะไรบางอย่างอยู่?

First of all, you're part of a group of mammals that's still very young, ลำดับความ

0:05

ก่อนอื่นเลย คุณเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ยังถือว่าอายุน้อยมากๆ

ลำดับความ

First of all ในฐานะคำบอกลำดับ

First of all ใช้เปิดประเด็นแรกในการอธิบายที่มีลำดับ ในประโยคนี้ คำนี้ช่วยบอกผู้ฟังว่าควรตามเหตุผลอย่างไร โดยเริ่มจากการจัดให้มนุษย์อยู่ในกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีอายุค่อนข้างน้อย คำนี้ใช้จัดลำดับข้อมูล ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นเร็วที่สุดตามเวลา และมักบอกเป็นนัยว่าจะมีประเด็นหรือขั้นตอนอื่นตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำบอกลำดับเพื่อเปิดประเด็นแรก แทนที่จะพูดถึงช่วงแรกตามเวลา

  1. At first, I checked the wrong address, but then I found the right one.
  2. First of all, check the address before you leave.
ดูคำตอบ

First of all, check the address before you leave.

but we can make YouTube videos already

0:09

แต่เราก็สามารถสร้างวิดีโอ YouTube ได้แล้ว

and build large hadron colliders.

0:10

และสร้างเครื่องชนอนุภาคแฮดรอนขนาดใหญ่ได้แล้ว

We've also split the atom

0:13

เรายังแยกอะตอมได้

and invented Pokémon.

0:14

และประดิษฐ์โปเกมอนขึ้นมา

We stem from an ancient life form วลี

0:16

เราสืบเชื้อสายมาจากสิ่งมีชีวิตโบราณ

วลี

stem from สำหรับบอกต้นกำเนิดและสาเหตุ

Stem from หมายถึง “มีต้นกำเนิดจาก” หรือ “พัฒนามาจาก” ในประโยคนี้ คำนี้เชื่อม we กับ an ancient life form ซึ่งเป็นแหล่งที่ชีวิตมนุษย์พัฒนามา โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ X stems from Y โดย X คือสิ่งที่กำลังอธิบาย และ Y ระบุต้นกำเนิดหรือสาเหตุพื้นฐาน รูปกริยาจะเปลี่ยนตามกาลและประธาน เช่น stem from, stems from หรือ stemmed from

แบบฝึกหัด

ใช้รูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ stem from: Her fear of dogs ____ a bad childhood experience.

ดูคำตอบ

stems from

that began living about 3 and 1/2 billion years ago.

0:18

ที่เริ่มอาศัยอยู่บนโลกเมื่อราวๆ 3,500 ล้านปีก่อน

We feel like we're in control of this planet, ไวยากรณ์

0:21

เรารู้สึกเหมือนว่าเราสามารถควบคุมดาวเคราะห์ดวงนี้ได้

but we aren't really.

0:23

แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย

ไวยากรณ์

feel like + อนุประโยคสมบูรณ์

ในที่นี้ feel like ตามด้วยอนุประโยคที่มีประธานและกริยาครบ คือ we're in control of this planet โดยหมายถึง “รู้สึกว่า” หรือ “คิดจากความรู้สึกส่วนตัวว่า” ไม่ได้หมายถึง “อยากทำ” วลีนี้นำเสนอความคิดนั้นว่าเป็นความรู้สึก ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว จากนั้น but we aren't really ก็แก้ความรู้สึกนั้นทันที รูปแบบนี้ใช้แยกสิ่งที่ดูเหมือนหรือรู้สึกว่าเป็นจริงออกจากสิ่งที่เป็นจริงจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ feel like เพื่อสื่อถึงความรู้สึกหรือความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่ความต้องการ

  1. I feel like some hot chocolate.
  2. I feel like the room is getting colder.
  3. I feel like taking a short walk.
ดูคำตอบ

I feel like the room is getting colder.

One little asteroid or one creative virus

0:25

ดาวเคราะห์น้อยดวงเล็กๆ หรือไวรัสที่กลายพันธุ์แบบล้ำๆ เพียงตัวเดียว

is really all it would take to kill us off for good. โน้ต

0:27

ก็เพียงพอแล้วที่จะกวาดล้างพวกเราไปตลอดกาล

ไวยากรณ์

all it would take to + คำกริยา

ในรูปแบบ X is all it would take to do Y นั้น X ถูกนำเสนอว่าเป็นเงื่อนไขขั้นต่ำเพียงอย่างเดียวที่เพียงพอจะทำให้ Y เกิดขึ้น ในประโยคนี้ ดาวเคราะห์น้อยหนึ่งดวงหรือไวรัสหนึ่งชนิดถูกมองว่าเพียงพอจะทำให้เกิดผลลัพธ์ร้ายแรงนั้น คำว่า take ในที่นี้หมายถึง “ต้องใช้” ไม่ใช่ “ถือไป” หรือ “เอาออก” ส่วน would แสดงว่าเป็นการประเมินแบบสมมติว่า หากเงื่อนไขนั้นเกิดขึ้น ก็ไม่ต้องมีสาเหตุอื่นเพิ่มเติม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบตายตัวที่หมายความว่าเงื่อนไขเดียวก็เพียงพอ: One wrong setting is ____ expose the private files.

ดูคำตอบ

all it would take to

กริยาวลี

kill us off: การกำจัดทั้งกลุ่มและตำแหน่งของคำสรรพนาม

Kill off หมายถึงทำลายหรือทำให้สมาชิกทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ของกลุ่มเสียชีวิต ในที่นี้ us หมายถึงมนุษยชาติทั้งหมด ดังนั้น kill us off จึงหมายถึงทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ ไม่ใช่แค่ฆ่าคนหนึ่งคน ส่วน off เพิ่มความหมายของการกำจัดอย่างหมดสิ้นหรือในวงกว้าง Kill off เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่างกริยากับ off เช่น kill us off และ kill them off ไม่พูดว่า kill off us

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ kill off และวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ: A new disease is threatening the bees. It could ____.

ดูคำตอบ

kill them off

สำนวน

for good: ความหมายว่า “อย่างถาวร”

For good เป็นสำนวนที่หมายถึงอย่างถาวรหรือตลอดไป ในที่นี้สำนวนนี้ช่วยเน้น kill us off ว่ามนุษยชาติจะหายไปโดยไม่มีวันกลับมาหรือฟื้นตัวได้ สำนวนนี้ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์หลังกลุ่มคำกริยา เช่น leave for good หรือ close for good โดย good ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายปกติว่าเป็นประโยชน์หรือถูกต้องทางศีลธรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “อย่างถาวร”: After college, Maya left her hometown ____.

ดูคำตอบ

for good

Humanity credits itself with being able to destroy the planet, วลี

0:30

มนุษยชาติมักคิดว่าตัวเองมีพลังมากพอที่จะทำลายล้างโลกได้

วลี

credit oneself with + คำนามหรือรูป -ing

ใน credits itself with being able to destroy the planet สำนวน credit oneself with หมายถึงการยกคุณสมบัติ ความสามารถ หรือความสำเร็จว่าเป็นของตนเอง โครงสร้างคือ credit + คำสรรพนามสะท้อนกลับ + with + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ being able to destroy the planet คือความสามารถที่ humanity อ้างว่าเป็นของตน เมื่อผู้บรรยายใช้สำนวนนี้กล่าวถึงการประเมินตนเองของผู้อื่น มักแสดงระยะห่างหรือความสงสัย ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าววิจารณ์ความทะนงของมนุษยชาติ ไม่ได้กล่าวชม

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ credit oneself with เติมประโยคให้สมบูรณ์: The lead researcher ____ finding the solution.

ดูคำตอบ

credited herself with

but even with all our nuclear toys, สำนวน

0:34

แต่ถึงจะมีของเล่นนิวเคลียร์มากมายแค่ไหน

we would probably just cause a huge mass extinction at best. วลี

0:36

เราก็คงทำได้แค่ก่อให้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่เท่านั้น

สำนวน

การประชดแบบมืดมนใน nuclear toys

การเรียกอาวุธนิวเคลียร์ว่า nuclear toys เป็นอุปมาที่จงใจลดทอนความร้ายแรงของมัน ปกติ toys หมายถึงสิ่งของสำหรับเล่น แต่ในที่นี้นำมาใช้กับอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงมากโดยตั้งใจ ความไม่เข้ากันนี้สร้างการประชดแบบมืดมน โดยเยาะเย้ยวิธีที่มนุษย์อาจมองเทคโนโลยีอันน่ากลัวว่าเป็นแหล่งของอำนาจหรือความภาคภูมิใจ วลีนี้ไม่ได้บอกว่าอาวุธเหล่านั้นไม่อันตราย แต่ทำให้ท่าทีที่มนุษย์มีต่อมันดูเป็นเด็กและหยิ่งผยอง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ วลี nuclear toys สื่อความหมายใด?

  1. ของเล่นเด็กตามความหมายตรงตัว
  2. คำวิจารณ์ด้วยการประชดแบบมืดมนที่ทำให้อาวุธดูเหมือนสิ่งของแห่งความภูมิใจแบบเด็ก ๆ
  3. ชื่อทางเทคนิคที่เป็นกลาง
ดูคำตอบ

คำวิจารณ์ด้วยการประชดแบบมืดมนที่ทำให้อาวุธดูเหมือนสิ่งของแห่งความภูมิใจแบบเด็ก ๆ

วลี

at best: ขีดจำกัดสูงสุดที่น่าผิดหวัง

at best ใช้บอกผลลัพธ์ที่สูงที่สุดหรือดีที่สุดซึ่งผู้พูดคิดว่าเป็นไปได้จริง และมักสื่อว่าแม้แต่ขีดจำกัดสูงสุดนี้ก็ยังน่าผิดหวัง best ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่เป็นเรื่องดี แต่หมายความว่า ต่อให้ประเมินพลังทำลายล้างของมนุษย์แบบสุดขั้วที่สุด การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ก็คือผลสูงสุดที่มนุษย์จะก่อได้ การใช้คำนี้จึงเป็นการประชดโดยตั้งใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่ใช้บอกขีดจำกัดสูงสุดอันน่าผิดหวัง: Even if everything goes perfectly, this old battery will last one more month ____.

ดูคำตอบ

at best

Maybe we could kill 90% of everything living on this planet.

0:40

เราอาจจะฆ่าสิ่งมีชีวิตบนโลกไปได้ถึง 90%

Big deal. น้ำเสียง/เจตนา

0:44

แล้วไงล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Big deal.: คำตอบเชิงดูแคลน

เมื่อใช้ Big deal. เป็นคำตอบสั้น ๆ ในที่นี้ วลีนี้เป็นการประชด ผู้พูดหมายความว่าสิ่งนั้นไม่ได้สำคัญหรือน่าประทับใจ ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ การประชดเกิดจากคำตามความหมายตรงดูเหมือนเป็นคำชม แต่บริบทกลับปฏิเสธคำกล่าวก่อนหน้า น้ำเสียงช่วยให้เข้าใจในการพูด แต่แนวคิดรอบข้างต่างหากที่ยืนยันความหมายแบบดูแคลน

แบบฝึกหัด

หลังจากคนหนึ่งอวดว่า “I saved one minute” อีกคนตอบว่า “Big deal.” เขาน่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?

  1. เรื่องนั้นสำคัญอย่างยิ่ง
  2. พวกเขาอยากรู้ว่าประหยัดหนึ่งนาทีนั้นได้อย่างไร
  3. เรื่องนั้นไม่น่าประทับใจ
ดูคำตอบ

เรื่องนั้นไม่น่าประทับใจ

A few million years later,

0:45

อีกไม่กี่ล้านปีต่อมา

life would be back everywhere.

0:47

ชีวิตก็จะกลับมางอกงามทุกหนทุกแห่งอีกครั้ง

Most microscopic life and life below the surface

0:49

สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและสิ่งมีชีวิตใต้ดินส่วนใหญ่

wouldn't even be disturbed that much, probably.

0:52

อาจจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากด้วยซ้ำ

On a geological time scale, วลี

0:55

เมื่อเทียบกับสเกลเวลาทางธรณีวิทยาแล้ว

our impact on Earth is kind of laughable. น้ำเสียง/เจตนา

0:57

ผลกระทบที่เรามีต่อโลกนั้นเป็นเรื่องตลกไปเลย

วลี

On a geological time scale: เมื่อมองในมาตรเวลาทางธรณีวิทยา

On a geological time scale กำหนดกรอบเวลาสำหรับการประเมินที่ตามมา หมายถึง “เมื่อมองผ่านช่วงเวลาที่ยาวนานอย่างยิ่งซึ่งใช้ในทางธรณีวิทยา” ไม่ได้หมายถึง “ใช้เครื่องชั่งน้ำหนัก” กรอบที่วางไว้ต้นประโยคนี้บอกผู้ฟังว่า ข้อสรุปอาจเปลี่ยนไปเมื่อความยาวของช่วงเวลาเปลี่ยนไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ on a/an + คำขยาย + time scale เช่น on a short time scale หรือ on a century-long time scale

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ on a ... time scale เพื่อกำหนดกรอบเวลาสำหรับการประเมิน

  1. The technician placed the package on a scale.
  2. The project began ten years ago.
  3. On a ten-year time scale, the repair is a good investment.
ดูคำตอบ

On a ten-year time scale, the repair is a good investment.

น้ำเสียง/เจตนา

kind of laughable: ค่อนข้างน่าขันหรือไม่สำคัญ

kind of วางไว้หน้าคำคุณศัพท์ laughable เพื่อทำให้คำตัดสินเบาลง ผู้พูดยังคงประเมินในทางลบว่าเรื่องนั้นดูไร้เหตุผลหรือเล็กน้อยเกินกว่าจะจริงจัง แต่ kind of ทำให้คำกล่าวฟังไม่เด็ดขาดจนเกินไป kind of ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ชนิดหนึ่ง” รูปแบบ kind of + คำคุณศัพท์พบได้บ่อยในบทสนทนา เช่น kind of strange, kind of difficult หรือ kind of unfair

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ kind of เพื่อทำให้คำคุณศัพท์เบาลง แทนที่จะบอกประเภท

  1. This is a kind of puzzle.
  2. She bought three kinds of fruit.
  3. The instructions are kind of confusing.
ดูคำตอบ

The instructions are kind of confusing.

We're actually not that powerful.

1:00

ที่จริงเราไม่ได้มีอำนาจอะไรขนาดนั้น

We live on this tiny wet rock

1:02

เราอาศัยอยู่บนก้อนหินเปียกๆ เล็กๆ ดวงนี้

that speeds through space following a massive ball of burning plasma.

1:04

ที่พุ่งทะยานไปในอวกาศตามหลังลูกบอลพลาสม่าที่ลุกไหม้ขนาดมหึมา

One day, this ball of plasma will stop burning

1:08

สักวันหนึ่ง ลูกบอลพลาสม่านี้จะหยุดลุกไหม้

and most likely kill us in the process. วลี

1:10

และก็น่าจะทำให้เราตายตามไปด้วย

วลี

in the process: ผลเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นระหว่างทำบางสิ่ง

in the process หมายถึง “ระหว่างที่สิ่งนั้นกำลังเกิดขึ้น” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเชื่อมการที่ดวงอาทิตย์หยุดเผาไหม้เข้ากับผลที่อาจเกิดขึ้น คือมนุษย์เสียชีวิตในเหตุการณ์เดียวกัน process ย้อนกลับไปหมายถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง ไม่ได้หมายถึงขั้นตอนการทำงานบางอย่างที่ไม่ได้อธิบายไว้ โครงสร้างนี้มักใช้เพิ่มผลข้างเคียงหรือผลที่ตามมา: X happened, and Y happened in the process.

แบบฝึกหัด

วลีใดแสดงว่าการทำกล่องตกเป็นผลเพิ่มเติมจากการพยายามถือกล่องเหล่านั้น? Leo tried to carry every box at once and dropped two of them ___.

  1. at first
  2. on purpose
  3. in the process
ดูคำตอบ

in the process

If we survive the death of the Sun

1:13

ถ้าเรารอดพ้นจากการดับสูญของดวงอาทิตย์ได้

and colonize the galaxy,

1:15

และไปตั้งอาณานิคมในกาแล็กซี

theoretically, we could survive until the last star in the universe goes out. กริยาวลี

1:17

ในทางทฤษฎีแล้ว เราอาจอยู่รอดไปจนกว่าดาวฤกษ์ดวงสุดท้ายในจักรวาลจะดับลง

กริยาวลี

goes out: หยุดส่องแสงหรือหยุดเผาไหม้

ในที่นี้ goes out หมายถึง “หยุดส่องแสงหรือหยุดเผาไหม้” เนื่องจากประธานคือดาวดวงสุดท้าย วลีนี้จึงบอกว่าดาวมืดดับลง ไม่ได้หมายถึงใครออกไปข้างนอกหรือออกเดต เมื่อใช้กับแสง ไฟ หรือดาว go out เป็นอกรรมกริยา สิ่งที่หยุดส่องแสงหรือหยุดเผาไหม้เป็นประธาน และไม่มีกรรมตามหลัง go out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “หยุดเผาไหม้”: A strong gust made the candle ____.

ดูคำตอบ

go out

After that, life becomes pretty impossible.

1:21

หลังจากนั้น การมีชีวิตอยู่ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

Okay, so everything has an end.

1:24

โอเค สรุปว่าทุกสิ่งย่อมมีจุดจบ

Where does this leave you as an individual? สำนวน

1:27

แล้วในฐานะปัจเจกบุคคล คุณล่ะอยู่ตรงไหน?

สำนวน

Where does this leave you?:เรื่องนี้ทำให้คุณตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน

ในคำถามนี้ leave หมายถึง “ทำให้ใครคนหนึ่งตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นผลตามมา” ไม่ได้หมายถึง “จากใครคนนั้นไป” ผู้พูดกำลังถามว่าข้อเท็จจริงที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ส่งผลอย่างไรต่อสถานการณ์ส่วนตัวของคุณ โครงสร้าง Where does this leave + person? เปลี่ยนจุดสนใจจากข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ไปยังผลที่เกิดกับบุคคลนั้น พูดตรง ๆ ได้ว่า “เพราะเรื่องนี้ ตอนนี้คุณตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน”

แบบฝึกหัด

บริษัทแห่งหนึ่งยกเลิกตำแหน่งฝึกงานเพียงตำแหน่งเดียวที่เสนอให้คุณ เพื่อนถามว่า “Where does this leave you?” เพื่อนหมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขากำลังถามว่าผลจากเรื่องนี้ทำให้ตอนนี้คุณตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน
  2. พวกเขากำลังถามว่าคุณยืนอยู่ที่ไหนจริง ๆ
  3. พวกเขากำลังถามว่าคุณจะจากไปเมื่อไร
ดูคำตอบ

พวกเขากำลังถามว่าผลจากเรื่องนี้ทำให้ตอนนี้คุณตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน

At one point in your life, วลี

1:37

มีช่วงหนึ่งในชีวิตของคุณ

วลี

At one point in your life:ในช่วงหนึ่งของชีวิต

At one point in your life หมายถึง “ในช่วงเวลาหรือช่วงหนึ่งของชีวิตที่ไม่ได้ระบุไว้อย่างเจาะจง” ในที่นี้ point หมายถึงตำแหน่งหนึ่งบนเส้นเวลาของชีวิต และตามบริบทอาจหมายถึงช่วงเวลาหนึ่งทั้งช่วง ไม่ใช่เพียงชั่วขณะที่แน่นอน ใช้วลีนี้เพื่อเกริ่นถึงช่วงหนึ่งในอดีต ก่อนบอกว่าสิ่งใดเป็นจริงหรือเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ at one point in your life เพื่อมองย้อนกลับไปยังช่วงหนึ่งในอดีตที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่ได้ระบุไว้อย่างเจาะจง

  1. At one point in her life, Maya wanted to be a pilot.
  2. Maya has flown in a plane once in her life.
  3. At some point in her life, Maya will visit Antarctica.
ดูคำตอบ

At one point in her life, Maya wanted to be a pilot.

for about half an hour,

1:38

ประมาณครึ่งชั่วโมง

you were only one single cell inside your mother's womb,

1:39

ที่คุณเคยเป็นแค่เซลล์เซลล์เดียวในครรภ์มารดา

a creature just 0.1 mm in diameter.

1:43

สิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 0.1 มิลลิเมตร

Today, you consist of about 50 trillion cells. วลี

1:46

แต่วันนี้ คุณประกอบด้วยเซลล์ประมาณ 50 ล้านล้านเซลล์

วลี

consist of: อธิบายภาพรวมและองค์ประกอบ

Consist of หมายถึง “ประกอบด้วย” ประธานบอกสิ่งที่เป็นภาพรวม ส่วนวลีนามหลัง of บอกองค์ประกอบต่าง ๆ ในประโยคนี้ you คือภาพรวม และ about 50 trillion cells คือองค์ประกอบ ใช้โครงสร้าง ภาพรวม + consist(s) of + องค์ประกอบ เพื่ออธิบายว่าสิ่งหนึ่งประกอบขึ้นจากอะไร ใน present simple ประธานเอกพจน์ใช้ consists ส่วน you ใช้ consist

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ consist of: “The museum collection ____ paintings, photographs, and letters.”

ดูคำตอบ

consists of

50 trillion incredibly complex little biological machines

1:50

เครื่องจักรชีวภาพขนาดเล็กที่ซับซ้อนอย่างน่าทึ่งถึง 50 ล้านล้านตัว

that are much bigger and more complex than the average bacteria. ไวยากรณ์

1:54

ซึ่งใหญ่และซับซ้อนกว่าแบคทีเรียทั่วไปมาก

ไวยากรณ์

much bigger and more complex than: เชื่อมการเปรียบเทียบสองส่วน

Much วางหน้าคำคุณศัพท์ขั้นกว่า bigger เพื่อบอกว่าความแตกต่างมีมาก ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย คำนี้ใช้เพิ่มระดับให้การเปรียบเทียบ แต่ไม่สามารถทำให้คำคุณศัพท์รูปปกติกลายเป็นขั้นกว่าได้ด้วยตัวเอง And เชื่อมคำบรรยายขั้นกว่า 2 ส่วน คือ bigger และ more complex วลี than เพียงวลีเดียวที่ท้ายข้อความใช้บอกสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบให้ทั้งสองส่วน จึงไม่ต้องพูด than ซ้ำหลัง bigger

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ much กับคำขั้นกว่าได้ถูกต้อง และให้การเปรียบเทียบ 2 ส่วนใช้วลี than ร่วมกันเพียงวลีเดียว

  1. The new route is much shorter and more scenic than the old one.
  2. The new route is very shorter and more scenic than the old one.
  3. The new route is much short and scenic than the old one.
ดูคำตอบ

The new route is much shorter and more scenic than the old one.

They operate by the laws of physics and chemistry

1:58

พวกมันทำงานตามกฎฟิสิกส์และเคมี

and use micro machines to build proteins,

2:00

และใช้เครื่องจักรจิ๋วในการสร้างโปรตีน

make energy usable devour food, ไวยากรณ์

2:02

เปลี่ยนพลังงานให้ใช้งานได้ ย่อยอาหาร

ไวยากรณ์

make energy usable: make + กรรม + คำคุณศัพท์

Make energy usable ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย energy เป็นกรรม และ usable เป็นส่วนเติมเต็มของกรรม ซึ่งบอกสภาพผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำ วลีนี้หมายถึง “ทำให้พลังงานอยู่ในสภาพที่นำมาใช้ได้” ไม่ได้หมายถึง “ใช้พลังงานด้วยวิธีที่เป็นประโยชน์” โครงสร้างนี้ใช้บรรยายการเปลี่ยนแปลงสภาพของสิ่งหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

ใน make energy usable คำว่า usable บอกอะไร?

  1. สภาพผลลัพธ์ของพลังงาน
  2. เวลาที่เกิดการกระทำ
  3. คนที่ทำการกระทำ
ดูคำตอบ

สภาพผลลัพธ์ของพลังงาน

transport resources,

2:04

ลำเลียงทรัพยากร

transmit information,

2:05

ส่งต่อข้อมูล

or reproduce.

2:06

หรือสืบพันธุ์

They communicate, duplicate, commit suicide,

2:08

พวกมันสื่อสาร จำลองตัวเอง ฆ่าตัวตาย

fight off intruders, กริยาวลี

2:11

ต่อสู้กับผู้บุกรุก

กริยาวลี

fight off: ขับไล่ภัยคุกคาม

Fight off เป็นกริยาวลี หมายถึงต่อต้านและขับไล่บุคคล สัตว์ โรค หรือภัยคุกคามอื่น ๆ ใน fight off intruders คำว่า intruders หมายถึงผู้ไม่พึงประสงค์ที่ถูกขับไล่ ส่วน off เพิ่มความหมายว่าทำให้คนเหล่านั้นอยู่ห่างออกไป ในที่นี้ถ้อยคำทำให้การป้องกันของเซลล์ดูเหมือนการต่อสู้ที่ประสบความสำเร็จ จุดเน้นคือการป้องกันไม่ให้ผู้บุกรุกเข้ามาหรืออยู่ต่อ ไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมการต่อสู้

แบบฝึกหัด

ใน fight off intruders คำว่า fight off เน้นความหมายใด?

  1. เข้าร่วมต่อสู้กับฝ่ายผู้บุกรุก
  2. ขับไล่ผู้บุกรุกออกไป
  3. ยุติการต่อสู้ทั้งหมด
ดูคำตอบ

ขับไล่ผู้บุกรุกออกไป

and fulfill super specialized duties

2:12

และทำหน้าที่เฉพาะทางสุดๆ

for the greater good of keeping you alive, สำนวน

2:14

เพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่คือการทำให้คุณมีชีวิตอยู่

สำนวน

for the greater good of: เพื่อประโยชน์ส่วนรวมที่กว้างกว่า

for the greater good of หมายถึง “เพื่อให้ทั้งกลุ่มหรือทั้งระบบได้รับประโยชน์” ในที่นี้ เซลล์แต่ละเซลล์ที่มีหน้าที่เฉพาะทำงานของตนเพื่อให้ร่างกายทั้งร่างมีชีวิตอยู่ต่อไป รูปแบบคือ for the greater good of + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ of keeping you alive บอกผลลัพธ์ร่วมกัน greater ชี้ถึงประโยชน์ในวงกว้างที่ถูกให้ความสำคัญเหนือผลประโยชน์ของส่วนใดส่วนหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเพียงว่า “ดีกว่า” ในด้านคุณภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: The town closed one street for one afternoon ____ keeping festival visitors safe.

ดูคำตอบ

for the greater good of

so you can have babies.

2:16

เพื่อให้คุณมีลูกหลานต่อไป

But where is the you part in this ลำดับความ

2:18

แต่ส่วนที่เป็น 'ตัวคุณ' อยู่ตรงไหนล่ะ

if you're made of trillions of little things?

2:20

ถ้าคุณประกอบขึ้นจากสิ่งเล็กๆ นับล้านล้านชิ้น

ลำดับความ

Where is the you part in this?: เปลี่ยนจากส่วนย่อยไปสู่ตัวตน

Where is the you part in this? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ หลังจากอธิบายว่าคนหนึ่งคนประกอบขึ้นจากสิ่งเล็ก ๆ หลายล้านล้านชิ้น ผู้บรรยายใช้คำถามนี้เพื่อเปลี่ยนเรื่องจากส่วนเล็ก ๆ เหล่านั้นไปสู่แนวคิดเรื่องอัตลักษณ์ส่วนบุคคล ใน the you part คำว่า you ถูกใช้เป็นป้ายกำกับแทนตัวตน ราวกับว่า “คุณ” เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่หาได้ภายในคำอธิบายนี้ คำถามไม่ได้ถามหาตำแหน่งทางกายภาพ แต่ถามว่าคนหรือตัวตนหนึ่งเดียวเข้ากับภาพที่ประกอบจากหลายส่วนได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

ในประโยคที่กล่าวว่าคนหนึ่งคนประกอบขึ้นจากสิ่งเล็ก ๆ หลายล้านล้านชิ้น คำถาม where is the you part in this มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. ถามว่าผู้ฟังยืนอยู่ที่ไหน
  2. ถามว่าส่วนทางกายภาพชิ้นใดมีชื่อว่า you
  3. เปลี่ยนจากส่วนเล็ก ๆ มากมายไปสู่ประเด็นเรื่องอัตลักษณ์ส่วนบุคคล
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากส่วนเล็ก ๆ มากมายไปสู่ประเด็นเรื่องอัตลักษณ์ส่วนบุคคล

The basic information for you is stored in the DNA,

2:23

ข้อมูลพื้นฐานของคุณถูกเก็บไว้ใน DNA

a molecule that encodes the genetic instructions ไวยากรณ์

2:27

โมเลกุลที่เข้ารหัสคำสั่งทางพันธุกรรม

used in the development and functioning of all known living things.

2:29

ที่ใช้ในการพัฒนาและการทำงานของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่เรารู้จัก

ไวยากรณ์

genetic instructions used in the development and functioning ในรูปอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ

used in the development and functioning เป็นวลีคำกริยาช่องที่สามที่วางไว้หลัง genetic instructions โดยเป็นรูปย่อของ that are used in the development and functioning ดังนั้นสิ่งที่ถูกนำไปใช้คือคำสั่งทางพันธุกรรม คำกริยาหลักคือ encodes ส่วน Used ไม่ได้เริ่มประโยคหลักอีกประโยคหนึ่ง แต่ทำหน้าที่ระบุว่าหมายถึงคำสั่งใด โครงสร้างแบบกระชับนี้พบได้บ่อยในคำนิยามทางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ 'that were used in': The measurements ____ the report came from two experiments.

ดูคำตอบ

used in

If you were to unravel it, ไวยากรณ์

2:32

ถ้าคุณคลายเกลียวมันออก

it would be 2 m long.

2:34

มันจะมีความยาวถึง 2 เมตร

ไวยากรณ์

If you were to ... it would be ... สำหรับสมมติฐานอย่างเป็นทางการ

โครงสร้าง If + ประธาน + were to + คำกริยารูปพื้นฐาน นำเสนอการกระทำที่จินตนาการขึ้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีต ในที่นี้ it หมายถึงโมเลกุล DNA และ were to unravel หมายถึงให้จินตนาการว่าคลี่มันออกจนสุด อนุประโยคผลลัพธ์ใช้ would + คำกริยารูปพื้นฐาน: it would be 2 m long เมื่อใช้สองส่วนร่วมกัน จะเป็นการสมมติที่ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนและค่อนข้างเป็นทางการ ซึ่งมักใช้ได้ดีในการทดลองทางความคิด

แบบฝึกหัด

เติมสมมติฐานแบบเป็นทางการด้วยโครงสร้าง were to ... would: If you ____ reset the device, it ____ erase the saved settings.

ดูคำตอบ

were to · would

If you combined all the little DNA strings in all your cells,

2:36

หากคุณนำสาย DNA เล็กๆ ในเซลล์ทั้งหมดของคุณมาต่อกัน

you'd get a string so long that it would stretch to Pluto and back to Earth. โน้ต

2:40

จะได้สายที่ยาวจนยืดไปถึงดาวพลูโตแล้วกลับมายังโลกได้เลย

ไวยากรณ์

so long that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์

ใน so long that คำว่า so ขยายระดับของคำคุณศัพท์ long ให้เข้มขึ้น และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลที่เกิดจากระดับที่มากนั้น ในที่นี้ สายดีเอ็นเอที่สมมติขึ้นยาวพอที่จะทอดไปถึงดาวพลูโตแล้วกลับมายังโลก ใช้รูปแบบ so + คำคุณศัพท์/คำกริยาวิเศษณ์ + that + อนุประโยคบอกผล เพื่อเชื่อมระดับที่มากกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะระดับนั้น ในรูปแบบนี้ so หมายถึง “ถึงขนาดนั้น” ไม่ได้หมายถึง “ดังนั้น”

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบบอกผล so ... that ให้สมบูรณ์: The backpack was ____ heavy ____ Maya could not carry it.

ดูคำตอบ

so · that

วลี

to Pluto and back to Earth: การระบุเส้นทางไปกลับ

วลีนี้แสดงการเดินทางสองช่วงของเส้นทางสมมติเดียวกัน คือช่วงแรกไปถึงดาวพลูโต แล้วจึงกลับมายังโลก back to Earth ระบุจุดหมายของการกลับ ไม่ได้บอกตำแหน่งของดาวพลูโต รูปแบบ to X and back to Y สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์อื่นเพื่อระบุทั้งจุดหมายขาไปและจุดหมายขากลับให้ชัดเจน หากจุดเริ่มต้นชัดเจนอยู่แล้ว สามารถย่อเป็น to X and back ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปสองคำเพื่อให้เป็นรูปแบบการเดินทางไปกลับ: Starting at the hotel, the shuttle went ____ the airport and ____ to the hotel.

ดูคำตอบ

to · back

That's pretty long.

2:44

มันยาวมากเลยนะ

And your DNA is a direct connection to your very first ancestor.

2:46

และ DNA ของคุณคือจุดเชื่อมต่อโดยตรงไปถึงบรรพบุรุษคนแรกของคุณ

Take a second to think about this. น้ำเสียง/เจตนา

2:52

ลองใช้เวลาคิดเรื่องนี้สักนิดนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Take a second to think about this: ใช้เวลาสักครู่คิดเรื่องนี้

Take a second to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นวิธีพูดอย่างนุ่มนวลเพื่อขอให้อีกฝ่ายหยุดสักครู่แล้วทำบางอย่าง ในประโยคนี้ ผู้พูดชวนให้ผู้ฟังหยุดและคิดเกี่ยวกับแนวคิดนั้น ในสำนวนนี้ a second ไม่ได้หมายถึงการจับเวลาอย่างแม่นยำ แต่หมายถึง 'ช่วงเวลาสั้น ๆ' จึงช่วยดึงความสนใจโดยไม่ฟังเหมือนคำสั่งที่แข็งกร้าว

แบบฝึกหัด

ผู้พูดขอให้ผู้ฟังทำอะไร?

  1. หยุดสักครู่แล้วคิดเกี่ยวกับแนวคิดนั้น
  2. ไม่สนใจแนวคิดนั้นแล้วทำต่อทันที
  3. คิดเป็นเวลาหนึ่งวินาทีพอดีแล้วหยุด
ดูคำตอบ

หยุดสักครู่แล้วคิดเกี่ยวกับแนวคิดนั้น

In every cell of your body,

2:54

ในทุกๆ เซลล์ในร่างกายของคุณ

there's a little string of stuff that's been there in various forms ไวยากรณ์

2:55

มีสายสสารเล็กๆ ที่ดำรงอยู่ในรูปแบบต่างๆ

for 3.4 billion years.

2:59

มาตลอด 3.4 พันล้านปี

ไวยากรณ์

that's been there ... for 3.4 billion years: อยู่ที่นั่นมาเป็นเวลา 3.4 พันล้านปี

ในที่นี้ that's หมายถึง that has โครงสร้าง has been + สถานที่/สภาพ ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีอยู่ต่อเนื่องจากจุดหนึ่งในอดีตจนถึงตอนนี้ for 3.4 billion years บอกระยะเวลาของสภาพที่ต่อเนื่องนั้น ในบริบทนี้ ความต่อเนื่องอาจรวมถึงการเปลี่ยนรูปแบบได้ ไม่ได้หมายความว่าสายวัตถุเส้นเดิมที่ไม่เปลี่ยนแปลงคงเหมือนเดิมตลอดช่วงเวลาทั้งหมด

แบบฝึกหัด

แสดงว่าสภาพนี้เริ่มในอดีตและยังดำเนินอยู่ในตอนนี้ เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ be และคำบอกระยะเวลา: The museum ____ open ____ ten years.

ดูคำตอบ

has been · for

It evolved,

3:01

มันวิวัฒนาการ

it mutated,

3:02

กลายพันธุ์

it duplicated trillions of times,

3:03

และจำลองตัวเองหลายล้านล้านครั้ง

but it directly connects you to the first living being on this planet. วลี

3:06

แต่มันเชื่อมโยงคุณโดยตรงกับสิ่งมีชีวิตแรกบนดาวดวงนี้

วลี

directly connects you to: เชื่อม A กับ B

โครงสร้าง connect A to B หมายถึงบางสิ่งสร้างหรือแสดงความเชื่อมโยงระหว่าง A กับ B ในที่นี้ DNA คือสิ่งที่เชื่อมคุณกับสิ่งมีชีวิตตัวแรก Directly เน้นความเชื่อมโยงให้ชัดขึ้น กล่าวคือสายวิวัฒนาการมีความต่อเนื่อง ไม่ได้หมายความว่าคุณสัมผัสสิ่งมีชีวิตนั้นจริง ๆ หรือไม่มีบรรพบุรุษอยู่ระหว่างกลางเลย

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “This DNA evidence directly connects the child to an ancient population,” วลี directly connects the child to มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร

  1. แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง แม้จะมีคนหลายรุ่นคั่นอยู่ระหว่างทั้งสองฝ่าย
  2. พิสูจน์ว่าไม่มีคนรุ่นใดอยู่ระหว่างเด็กคนนั้นกับประชากรกลุ่มนั้น
  3. หมายความว่าเด็กคนนั้นได้พบกับประชากรกลุ่มนั้นจริง ๆ
ดูคำตอบ

แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง แม้จะมีคนหลายรุ่นคั่นอยู่ระหว่างทั้งสองฝ่าย

We could say you touched every living being that came before you น้ำเสียง/เจตนา

3:10

อาจกล่าวได้ว่าคุณได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตที่เกิดก่อนหน้าคุณ

with your DNA.

3:14

ผ่านทาง DNA ของคุณ

น้ำเสียง/เจตนา

We could say ในฐานะวลีเกริ่นอย่างระมัดระวัง

We could say ใช้เกริ่นวิธีหนึ่งที่เป็นไปได้ในการบรรยายหรือตีความบางสิ่ง ในที่นี้ could เป็นคำที่ช่วยลดน้ำหนักของคำกล่าวในปัจจุบัน ทำให้อุปมาที่ตามมาฟังดูสมเหตุสมผลโดยไม่ยืนยันว่าเป็นความจริงตามตัวอักษรหรือถูกต้องทั้งหมด วลีนี้มักหมายถึง “นี่เป็นวิธีหนึ่งที่มีประโยชน์ในการพูดถึงเรื่องนี้” ไม่ได้บอกถึงความสามารถในอดีต

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสามคำจากบทเรียนเพื่อเกริ่นคำบรรยายเชิงอุปมาอย่างระมัดระวัง: “____ the city wakes up when the first train arrives.”

ดูคำตอบ

We could say

But you are more than your DNA. ลำดับความ

3:17

แต่คุณเป็นมากกว่า DNA ของคุณ

ลำดับความ

คุณไม่ได้มีแค่ดีเอ็นเอ: การขยายกรอบคำอธิบาย

ในประโยคนี้ more than ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบปริมาณ แต่หมายความว่าดีเอ็นเอเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ใช้อธิบายหรือนิยามคนคนหนึ่ง ไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด But แสดงการเปลี่ยนทิศทางจากช่วงก่อนหน้าที่เน้นเรื่องดีเอ็นเอ ประโยคนี้ยอมรับว่าดีเอ็นเอสำคัญ แต่กำหนดขอบเขตของคำอธิบายนั้น และเปิดทางให้ผู้พูดเพิ่มองค์ประกอบอื่นเข้ามา

แบบฝึกหัด

ผู้พูดทำอะไรด้วยการกล่าวว่า But you are more than your DNA?

  1. กล่าวว่าดีเอ็นเอไม่เกี่ยวข้องเลยกับการที่คนคนหนึ่งเป็นตัวตนแบบใด
  2. กล่าวว่าคนหนึ่งมีปริมาณดีเอ็นเอมากกว่าอีกคนหนึ่ง
  3. ปฏิเสธแนวคิดที่ว่าดีเอ็นเอคือคำอธิบายทั้งหมด และขยายการพูดคุยไปยังด้านอื่นที่ประกอบกันเป็นคนคนหนึ่ง
ดูคำตอบ

ปฏิเสธแนวคิดที่ว่าดีเอ็นเอคือคำอธิบายทั้งหมด และขยายการพูดคุยไปยังด้านอื่นที่ประกอบกันเป็นคนคนหนึ่ง

Your body is made of 7 octillion atoms.

3:19

ร่างกายของคุณประกอบด้วยอะตอมถึง 7 ออกทิลเลียนอะตอม

That's 7 billion billion billions.

3:23

นั่นคือ 7 พันล้าน พันล้าน พันล้าน

Roughly 93% of the mass of the human body

3:27

มวลประมาณ 93% ของร่างกายมนุษย์

is made up of just three elements: กริยาวลี

3:30

ประกอบขึ้นจากธาตุเพียง 3 ชนิด:

oxygen, carbon, and hydrogen.

3:32

ออกซิเจน คาร์บอน และไฮโดรเจน

กริยาวลี

is made up of: องค์รวมและส่วนประกอบ

ในโครงสร้าง be made up of ประธานใช้บอกสิ่งที่เป็นองค์รวม และนามวลีหลัง of ใช้บอกส่วนประกอบ ในประโยคนี้ องค์รวมคือ 93% ของมวลร่างกาย และธาตุสามชนิดคือส่วนประกอบ ใช้รูปแบบ องค์รวม + be + made up of + ส่วนประกอบ เพื่ออธิบายองค์ประกอบของร่างกาย กลุ่ม ระบบ หรือสารผสม โดย be จะเปลี่ยนตามประธาน เช่น is made up of และ are made up of

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสี่คำที่เรียนมา ซึ่งวางองค์รวมไว้ก่อน: The committee ____ six members.

ดูคำตอบ

is made up of

Oxygen and hydrogen are predominantly found in water,

3:35

ออกซิเจนและไฮโดรเจนส่วนใหญ่พบในน้ำ

which makes up about 60% of the body by weight. การใช้คำ

3:39

ซึ่งคิดเป็นน้ำหนักประมาณ 60% ของร่างกาย

การใช้คำ

by weight ในฐานะเกณฑ์การวัด

ในที่นี้ by weight บอกว่า 60% คำนวณอย่างไร โดยนำมวลของน้ำไปเปรียบเทียบกับมวลรวมของร่างกาย วลีนี้จึงกำหนดเกณฑ์การวัดของเปอร์เซ็นต์ดังกล่าว วลีนี้ตอบคำถามว่า “วัดด้วยวิธีใด” และแยกเปอร์เซ็นต์ที่อิงมวลออกจากเปอร์เซ็นต์ที่อิงปริมาตร จำนวน หรือเกณฑ์อื่น ไม่ได้หมายความว่ามีน้ำหนักกดทับร่างกายอยู่

แบบฝึกหัด

ใน “Water makes up 60% of the body by weight,” คำว่า by weight บอกอะไร?

  1. ร่างกายกำลังถูกน้ำหนักกดลง
  2. คำนวณเปอร์เซ็นต์โดยใช้มวล
  3. เปอร์เซ็นต์นี้นับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
  4. คำนวณเปอร์เซ็นต์โดยใช้ปริมาตร
ดูคำตอบ

คำนวณเปอร์เซ็นต์โดยใช้มวล

Carbon is maybe the most important element for life.

3:42

คาร์บอนอาจเป็นธาตุที่สำคัญที่สุดสำหรับสิ่งมีชีวิต

It can easily bond with other atoms,

3:45

มันสามารถจับตัวกับอะตอมอื่นๆ ได้ง่าย

which allows for the building of long complex chains of molecules, วลี

3:47

ทำให้เกิดการสร้างสายโซ่โมเลกุลที่ยาวและซับซ้อน

วลี

allows for the building of: ทำให้กระบวนการสร้างเป็นไปได้

ในประโยคนี้ allows for หมายถึง “ทำให้เป็นไปได้” หรือ “สร้างเงื่อนไขให้เกิดขึ้น” ความสามารถของคาร์บอนในการสร้างพันธะคือเงื่อนไข ส่วนการสร้างสายโซ่โมเลกุลยาวคือกระบวนการที่เกิดตามมา โครงสร้างคือ allow for + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ the building of เป็นวลีคำนามแบบเป็นทางการ หมายถึง “กระบวนการสร้าง” โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าคุณสมบัติหนึ่งทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยไม่สื่อถึงเจตนาหรือการอนุญาต

แบบฝึกหัด

เติมวลีห้าคำที่ขึ้นต้นด้วย allows for และใช้รูปคำนามของ build: The modular design ____ larger shelters.

ดูคำตอบ

allows for the building of

which make up the solid part of you.

3:51

ซึ่งประกอบกันเป็นส่วนที่เป็นของแข็งของตัวคุณ

The remaining 7% is a tour of the periodic table of elements. สำนวน

3:53

อีก 7% ที่เหลือเหมือนเป็นการทัวร์ตารางธาตุเลยทีเดียว

สำนวน

a tour of the periodic table of elements: การพาชมตารางธาตุ

a tour of ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการพาชมภาพรวมอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครเดินทางจริง ๆ แต่คำอธิบายจะพาไปรู้จักธาตุต่าง ๆ ทีละอย่างราวกับแวะชมทีละจุด โครงสร้าง a tour of + หัวข้อ ใช้นำเสนอส่วนต่าง ๆ ของเรื่องหนึ่งอย่างเป็นลำดับและติดตามได้ง่าย โดยทั่วไปจะเน้นการมองภาพกว้างและการเลื่อนจากตัวอย่างหนึ่งไปอีกตัวอย่างหนึ่ง มากกว่าการอธิบายทุกรายละเอียด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a tour of ในความหมายเปรียบเทียบเพื่อเสนอภาพรวมที่กว้างและมีการนำทาง?

  1. The train travels from Paris to Rome.
  2. The book is a tour of fashion across three centuries.
  3. The visitors joined a tour of the palace at noon.
ดูคำตอบ

The book is a tour of fashion across three centuries.

Nitrogen, calcium, phosphorus, potassium, sulfur,

3:57

ไนโตรเจน แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ซัลเฟอร์

sodium, chlorine, magnesium, iron, fluorine,

4:00

โซเดียม คลอรีน แมกนีเซียม เหล็ก ฟลูออรีน

zinc, copper, iodine, selenium, chromium,

4:02

สังกะสี ทองแดง ไอโอดีน ซีลีเนียม โครเมียม

manganese, molybdenum, cobalt, lithium, strontium,

4:04

แมงกานีส โมลิบดีนัม โคบอลต์ ลิเทียม สตรอนเชียม

aluminum, silicon, lead, vanadium, arsenic, and bromine.

4:06

อะลูมิเนียม ซิลิคอน ตะกั่ว วาเนเดียม อาร์เซนิก และโบรมีน

Ooh.

4:10

อู้ว

By the way, ลำดับความ

4:11

จะว่าไปแล้ว

this also means you're about 0.5% metal, สำนวน

4:12

นี่ก็หมายความว่าคุณมีโลหะเป็นส่วนประกอบอยู่ประมาณ 0.5%

ลำดับความ

By the way ในฐานะคำเกริ่นข้อมูลเสริม

By the way เป็นคำเชื่อมในบทสนทนาที่ใช้เบนความสนใจไปยังประเด็นเสริมชั่วครู่ ในที่นี้ใช้เกริ่นข้อสังเกตเบา ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ขั้นตอนสำคัญถัดไปของคำอธิบาย เมื่อวางไว้ต้นประโยคและคั่นด้วยจุลภาค วลีนี้จะบอกผู้ฟังว่าข้อมูลต่อไปเป็นข้อมูลเสริม ไม่ได้กล่าวถึงถนนหรือทิศทางจริง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดต้องการเพิ่มคำถามเสริมสั้น ๆ ไม่ได้ต้องการกลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า เลือกวลีที่เหมาะสมที่สุด: Our meeting starts at ten. ___, do you have Lina's phone number?

  1. Anyway
  2. As a result
  3. By the way
ดูคำตอบ

By the way

no matter what your favorite music is. ไวยากรณ์

4:15

ไม่ว่าคุณจะชอบฟังเพลงแนวไหนก็ตาม

สำนวน

0.5% metal ... favorite music: ความหมายสองอย่างของ metal

คำว่า metal ในความหมายแรกหมายถึงธาตุโลหะในร่างกาย ดังนั้น 0.5% metal จึงเป็นข้อความเกี่ยวกับส่วนประกอบของร่างกาย favorite music ทำให้นึกถึงอีกความหมายหนึ่ง เพราะ metal ยังเป็นชื่อแนวดนตรี โดยเฉพาะเฮฟวีเมทัล การนำสองความหมายนี้มาเชื่อมกันทำให้เกิดมุกตลก สัดส่วนโลหะในร่างกายไม่ได้เปลี่ยนไปตามว่าคนนั้นชอบเพลงเมทัลหรือไม่

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ประโยคนี้เป็นมุกตลก?

  1. เฉพาะคนที่ชอบเพลงเมทัลเท่านั้นที่มีโลหะในร่างกาย
  2. metal หมายถึงทั้งสารโลหะในร่างกายและแนวดนตรีชนิดหนึ่ง
  3. เพลงโปรดทำให้ปริมาณโลหะในร่างกายเปลี่ยนไป
ดูคำตอบ

metal หมายถึงทั้งสารโลหะในร่างกายและแนวดนตรีชนิดหนึ่ง

ไวยากรณ์

no matter what: ผลลัพธ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง

no matter what ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไข หมายความว่าไม่ว่าคำตอบ ตัวเลือก หรือสถานการณ์ที่เป็นไปได้จะเป็นอย่างไร ผลหลักก็ไม่เปลี่ยนแปลง ในประโยคนี้ what your favorite music is คือเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงได้ ข้อความที่ว่าร่างกายมีโลหะประมาณ 0.5% ยังคงเป็นจริงไม่ว่าจะชอบดนตรีแบบใด อนุประโยคนี้เพิ่มเงื่อนไขให้ข้อความหลัก ไม่ได้เป็นกรรมของ means

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนเพื่อแสดงว่าการตัดสินใจนั้นไม่สามารถเปลี่ยนการสนับสนุนของคุณได้: I will support you ____ you decide.

ดูคำตอบ

no matter what

Anyway, these elements perform various functions ลำดับความ

4:18

ยังไงก็ตาม ธาตุเหล่านี้ทำหน้าที่ต่างๆ กันไป

ลำดับความ

Anyway, ในฐานะเครื่องหมายกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก

ในประโยคนี้ Anyway, ปิดช่วงแทรกมุกสั้น ๆ แล้วพาผู้ฟังกลับสู่ประเด็นหลักว่า ธาตุเหล่านี้ทำอะไร เมื่ออยู่ต้นประโยค anyway สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายกำกับบทสนทนา โดยส่งสัญญาณว่า 'กลับมาเข้าเรื่องกัน' ไม่ได้หมายความว่าบางสิ่งไม่สำคัญ

แบบฝึกหัด

Anyway, ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. พากลับสู่ประเด็นหลักหลังจากเรื่องแทรกสั้น ๆ
  2. นำเสนอความแตกต่างโดยตรงระหว่างหน้าที่สองอย่าง
  3. แสดงว่าหน้าที่เหล่านั้นไม่สำคัญ
ดูคำตอบ

พากลับสู่ประเด็นหลักหลังจากเรื่องแทรกสั้น ๆ

like enabling oxygen transport,

4:20

อย่างเช่น ช่วยในการลำเลียงออกซิเจน

building of bones and cell structures,

4:22

สร้างกระดูกและโครงสร้างเซลล์

carrying signals,

4:24

ส่งสัญญาณประสาท

driving chemical reactions,

4:25

ขับเคลื่อนปฏิกิริยาเคมี

and a lot more.

4:26

และอื่นๆ อีกมากมาย

Your body is in a constant state of transition. วลี

4:27

ร่างกายของคุณอยู่ในภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

วลี

in a constant state of transition เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

Your body is in a constant state of transition หมายความว่า ร่างกายยังคงอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง constant เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงยังเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ส่วน transition ในที่นี้ไม่ใช่การเปลี่ยนครั้งเดียวที่เสร็จสิ้นแล้ว โครงสร้าง be in a state of + noun ใช้อธิบายสภาวะปัจจุบันของคนหรือสิ่งของ เหมาะสำหรับพูดถึงร่างกาย ระบบ หรือองค์กรในฐานะกระบวนการ ไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีหกคำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า 'เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง': During the long reorganization, the company is ____.

ดูคำตอบ

in a constant state of transition

Every 16 days,

4:31

ทุกๆ 16 วัน

75% of you has been replaced

4:33

75% ของตัวคุณจะถูกแทนที่ใหม่

because a healthy human exchanges about 100% of their water ไวยากรณ์

4:36

เพราะมนุษย์ที่มีสุขภาพดีจะผลัดเปลี่ยนน้ำในร่างกายถึงประมาณ 100%

in that time period.

4:39

ในช่วงเวลาดังกล่าว

ไวยากรณ์

their เอกพจน์ใน a healthy human ... their water

ในที่นี้ a healthy human หมายถึงคนสุขภาพดีคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงหลายคน เพราะไม่ได้ระบุเพศของคนนั้น their จึงย้อนกลับไปแทนคำนามเอกพจน์ human นี่คือรูปแสดงความเป็นเจ้าของของ singular they ช่วยให้กล่าวถึงคนหนึ่งคนที่ไม่ทราบหรือไม่ระบุเพศได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพูด he or she ซ้ำ

แบบฝึกหัด

คำใดใช้อ้างถึงบุคคลอย่างเป็นธรรมชาติและเป็นกลางทางเพศในประโยคนี้? “If a caller leaves a message, record ___ name.”

  1. their
  2. his
  3. its
ดูคำตอบ

their

Each year,

4:41

ในแต่ละปี

about 98% of your atoms are replaced by new ones,

4:42

อะตอมประมาณ 98% ในร่างกายจะถูกแทนที่ด้วยอะตอมใหม่

and every 5 years,

4:46

และทุกๆ 5 ปี

close to all of the atoms that make up your body วลี

4:47

อะตอมเกือบทั้งหมดที่ประกอบกันเป็นร่างกายของคุณ

weren't there 5 years ago.

4:50

ก็ไม่ใช่อะตอมชุดเดียวกับเมื่อ 5 ปีก่อนเลย

วลี

close to all ที่หมายถึงเกือบทั้งหมด

ในประโยคนี้ close to all หมายถึงอะตอมเกือบทั้งหมด แต่ไม่จำเป็นต้องหมายถึงทุกอะตอมโดยไม่มีข้อยกเว้น Close to แสดงว่าปริมาณอยู่ใกล้ขีดจำกัดมาก แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเท่ากับ 100% พอดี เมื่ออยู่หน้าปริมาณหรือตัวเลข close to มักแสดงความใกล้เคียงเชิงตัวเลข ไม่ใช่ระยะห่างทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Close to all the seats were occupied,” close to all หมายถึงอะไร?

  1. เกือบทุกที่นั่ง แต่ไม่จำเป็นต้องครบทุกที่นั่ง
  2. มากกว่าครึ่งหนึ่งของที่นั่งเพียงเล็กน้อย
  3. ทุกที่นั่งพอดีโดยไม่มีข้อยกเว้น
ดูคำตอบ

เกือบทุกที่นั่ง แต่ไม่จำเป็นต้องครบทุกที่นั่ง

So, you could call yourself a temporary collection of atoms. น้ำเสียง/เจตนา

4:52

ดังนั้น คุณอาจเรียกตัวเองว่าเป็นการรวมตัวกันชั่วคราวของอะตอมก็ได้

น้ำเสียง/เจตนา

you could call yourself: การเสนอคำเรียกแบบไม่ฟันธง

ในโครงสร้าง call yourself + นามวลี คำว่า call หมายถึงการบรรยายหรือติดป้ายให้ตัวเองว่าเป็นอะไร ไม่ใช่การเปลี่ยนชื่อ ในประโยคนี้ temporary collection of atoms ถูกเสนอเป็นมุมมองหนึ่งที่อาจใช้ทำความเข้าใจว่ามนุษย์คืออะไร could เพิ่มความห่างและความไม่ฟันธง ผู้พูดชวนให้ผู้ฟังยอมรับคำอธิบายที่มีประโยชน์ โดยไม่ได้อ้างว่านี่คือคำนิยามเดียวหรือคำนิยามสุดท้าย

แบบฝึกหัด

หลังจากเห็นว่า Mia เรียนรู้จากทุกโครงการใหม่มากเพียงใด ผู้ให้คำแนะนำพูดว่า "You could call yourself a lifelong learner." ผู้ให้คำแนะนำกำลังทำอะไร?

  1. เสนอคำเรียกแบบไม่ฟันธงโดยอิงจากหลักฐาน
  2. อนุญาตให้เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการ
  3. บรรยายความสามารถที่บุคคลนั้นเคยมีในอดีต
ดูคำตอบ

เสนอคำเรียกแบบไม่ฟันธงโดยอิงจากหลักฐาน

But, where did these atoms come from? ลำดับความ

4:56

แต่ว่า อะตอมเหล่านี้มาจากไหนล่ะ?

ลำดับความ

But, where did these atoms come from?: คำถามเพื่อเปลี่ยนเข้าสู่หัวข้อใหม่

คำถามนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงถามสถานที่ วลี these atoms ย้อนกลับไปอ้างถึงอะตอมที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน But ชี้ช่องว่างในคำอธิบาย กล่าวคือ เมื่อรู้ว่าอะตอมประกอบเป็นร่างกายแล้ว ที่มาของอะตอมเหล่านั้นยังเป็นคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ การถามก่อนให้คำตอบช่วยให้ผู้บรรยายปิดคำอธิบายขั้นหนึ่งและเปิดหัวข้อถัดไป การเปลี่ยนผ่านที่ใช้คำถามนำเช่นนี้ทำให้ส่วนใหม่ยังเชื่อมโยงกับแนวคิดก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ในการอธิบาย ผู้บรรยายพูดว่า "Plants need nitrogen to grow. But where does that nitrogen come from?" คำถามนี้ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. ปฏิเสธข้อความที่ว่าพืชต้องการไนโตรเจน
  2. เชื่อมข้อเท็จจริงก่อนหน้าเข้ากับส่วนใหม่ที่พูดถึงที่มา
  3. ถามว่าผู้บรรยายกำลังพูดมาจากที่ไหน
ดูคำตอบ

เชื่อมข้อเท็จจริงก่อนหน้าเข้ากับส่วนใหม่ที่พูดถึงที่มา

In the beginning of the universe,

4:59

ในช่วงกำเนิดจักรวาล

there were mostly hydrogen and helium atoms.

5:01

ส่วนใหญ่แล้วจะมีแค่อะตอมของไฮโดรเจนและฮีเลียม

Enormous gas clouds formed over millennia

5:04

กลุ่มเมฆก๊าซขนาดยักษ์ก่อตัวขึ้นตลอดช่วงหลายพันปี

and grew denser and denser until they collapsed under their own gravity, โน้ต

5:06

และหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งยุบตัวลงด้วยแรงโน้มถ่วงของมันเอง

ไวยากรณ์

denser and denser: รูปขั้นกว่าที่พูดซ้ำเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย

Denser เป็นรูปขั้นกว่าของ dense ใน denser and denser จะนำรูปขั้นกว่าเดิมมาเชื่อมด้วย and และพูดซ้ำ เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยที่ดำเนินต่อไปในทิศทางเดิมตามเวลา denser ทั้งสองคำขยายเมฆก๊าซกลุ่มเดียวกัน กล่าวคือความหนาแน่นของเมฆเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้เป็นการเปรียบเทียบเมฆสองกลุ่ม

แบบฝึกหัด

ใช้รูปขั้นกว่าของ dense สองครั้งเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: As the mist cooled, it became ____.

ดูคำตอบ

denser and denser

วลี

collapsed under their own gravity: การยุบเข้าด้านในจากแรงโน้มถ่วงของตัวเอง

Collapse under its own gravity หมายถึงถูกแรงโน้มถ่วงที่เกิดจากมวลของวัตถุเองดึงเข้าด้านในจนถูกอัดแน่น ในที่นี้ their หมายถึงเมฆก๊าซ ดังนั้นแรงจึงมาจากตัวเมฆเอง ไม่ใช่จากสิ่งภายนอก under ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ แต่แสดงว่าแรงโน้มถ่วงเป็นแรงที่ทำให้ยุบตัว ในทางดาราศาสตร์ กระบวนการนี้อาจเกิดขึ้นเมื่อเมฆหรือวัตถุมวลมากไม่สามารถต้านแรงดึงดูดของตัวเองได้อีกต่อไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ "The cloud collapsed under its own gravity," เกิดอะไรขึ้น?

  1. วัตถุอื่นผลักมันให้กระจายออก
  2. แรงโน้มถ่วงของมันเองดึงมันเข้าด้านในจนถูกอัดแน่น
  3. มันเคลื่อนลงด้านล่างโดยไม่เปลี่ยนรูปร่าง
ดูคำตอบ

แรงโน้มถ่วงของมันเองดึงมันเข้าด้านในจนถูกอัดแน่น

giving birth to the first stars. สำนวน

5:11

ก่อกำเนิดเป็นดาวฤกษ์ดวงแรกๆ

สำนวน

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ giving birth to

ในประโยคนี้ giving birth to เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการสร้างบางสิ่งหรือทำให้สิ่งใหม่เริ่มเกิดขึ้น เมฆก๊าซที่ยุบตัวไม่ได้เป็นพ่อแม่ที่มีชีวิต แต่การยุบตัวของมันนำไปสู่การก่อตัวของดาวฤกษ์ดวงแรก ๆ โครงสร้าง give birth to + คำนาม ใช้บอกจุดกำเนิดของแนวคิด การเคลื่อนไหว ระบบ หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติได้ และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสาเหตุกับจุดกำเนิดเห็นภาพชัดกว่าการใช้เพียง produce

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ give birth to ลงในประโยค: A late-night conversation ____ a successful business idea.

ดูคำตอบ

gave birth to

In the cores of these stars,

5:13

ณ แกนกลางของดาวฤกษ์เหล่านี้

hydrogen was converted into helium under extreme conditions. วลี

5:15

ไฮโดรเจนเปลี่ยนไปเป็นฮีเลียมภายใต้สภาวะที่รุนแรงสุดขั้ว

วลี

โครงสร้างรูปถูกกระทำ was converted into

ใน was converted into คำว่า converted เป็นกริยาช่องสามในวลีกริยารูปถูกกระทำ โดยมีโครงสร้าง was + converted ไฮโดรเจนเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลง ประโยคจึงวางไฮโดรเจนไว้ข้างหน้าและไม่ระบุผู้หรือสิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โครงสร้าง X is/was converted into Y หมายถึง X เปลี่ยนด้านสสาร รูปแบบ พลังงาน รูปแบบไฟล์ หรือการใช้งาน แล้วกลายเป็น Y คำว่า into นำหน้าผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ไฮโดรเจนกลายเป็นฮีเลียมภายใต้สภาวะสุดขั้ว

แบบฝึกหัด

ใช้รูปปัจจุบันแบบถูกกระทำของ convert into: In this device, heat energy ____ electrical energy.

ดูคำตอบ

is converted into

After millions of years,

5:19

หลังจากผ่านไปหลายล้านปี

the hydrogen became exhausted and the stars began dying. การใช้คำ

5:20

ไฮโดรเจนถูกใช้จนหมดและดาวฤกษ์ก็เริ่มดับสลาย

การใช้คำ

Hydrogen became exhausted: ทรัพยากรถูกใช้จนหมด

ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ hydrogen became exhausted หมายความว่าไฮโดรเจนที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ถูกใช้จนหมด Exhausted บอกสภาพของทรัพยากร ไม่ใช่ความรู้สึก ไฮโดรเจนไม่ได้ถูกทำให้ดูเหมือนคนที่เหนื่อย โครงสร้าง become + adjective แสดงการเปลี่ยนสภาพ ในที่นี้ became บอกว่าแหล่งไฮโดรเจนเข้าสู่สภาพที่หมดลง แล้วดาวฤกษ์จึงเริ่มตาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าไม่มีเชื้อเพลิงที่ใช้ได้เหลืออยู่แล้ว

  1. The fuel supply was exhausted.
  2. The engineers were exhausted.
  3. The fuel supply was running low.
ดูคำตอบ

The fuel supply was exhausted.

Under super extreme conditions,

5:24

ภายใต้สภาวะที่รุนแรงขั้นสุด

all elements we know today were created

5:26

ธาตุทุกชนิดที่เรารู้จักในปัจจุบันได้ถูกสร้างขึ้นมา

a fraction of a second before they died วลี

5:28

ในช่วงเสี้ยววินาทีก่อนที่พวกมันจะแตกดับ

and exploded in supernovas.

5:31

และระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา

วลี

A fraction of a second: ช่วงเวลาสั้นมากไม่ถึงหนึ่งวินาที

A fraction of a second หมายถึงส่วนที่เล็กมากของหนึ่งวินาที จึงใช้บอกช่วงเวลาที่สั้นมาก ในที่นี้ fraction ไม่ได้ระบุค่าทางคณิตศาสตร์ที่แน่นอน ประเด็นสำคัญคือเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาน้อยกว่าหนึ่งวินาที วลีนี้ทำหน้าที่เป็นปริมาณเวลา ใน a fraction of a second before they died วลีนี้วางเหตุการณ์หนึ่งไว้ก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งทันที

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนที่หมายถึงช่วงเวลาสั้นมากซึ่งน้อยกว่าหนึ่งวินาที: The sensor responded in ____.

ดูคำตอบ

a fraction of a second

They shot most of their contents into space การใช้คำ

5:33

พวกมันสาดกระเซ็นมวลสารส่วนใหญ่เข้าไปในอวกาศ

การใช้คำ

shot ... into สำหรับการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วและมีแรง

ในที่นี้ shot เป็นรูปอดีตของ shoot และหมายถึง “ส่งหรือดันบางสิ่งออกไปอย่างรวดเร็วมาก” ดาวที่ระเบิดทำหน้าที่เหมือนแรงอันทรงพลังและผลักสสารของมันออกสู่อวกาศ ไม่ได้มีปืน การเล็ง หรือการโจมตีโดยเจตนา โครงสร้าง shoot + กรรม + into + สถานที่ แสดงการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปยังและเข้าไปในจุดหมาย: shot + most of their contents + into space การใช้นี้พบบ่อยเมื่อแรงดัน การปะทุ หรือแรงอื่นทำให้เกิดการเคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ shoot และคำบอกทิศทางที่แสดงการเคลื่อนเข้าไปในจุดหมาย: The eruption ____ hot ash ____ the air.

ดูคำตอบ

shot · into

while the cores collapsed and became black holes.

5:36

ในขณะที่แกนกลางก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมดำ

All these elements traveled through space

5:39

ธาตุทั้งหมดนี้ล่องลอยไปในอวกาศ

for who knows how long until they arrived at a different cloud น้ำเสียง/เจตนา

5:41

นานเท่าไรก็ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งมันมาถึงกลุ่มเมฆก๊าซอีกแห่ง

น้ำเสียง/เจตนา

who knows how long สำหรับระยะเวลาที่ไม่ทราบ

who knows how long เป็นวิธีพูดเชิงวาทศิลป์ที่หมายถึง “เป็นเวลานานเท่าไรไม่ทราบ” และมักสื่อด้วยว่าช่วงเวลานั้นยาวนานมาก ไม่ใช่คำถามที่ต้องการให้บุคคลใดตอบจริง ๆ ใน for who knows how long until... คำว่า for นำเข้าสู่ระยะเวลา ส่วน until นำเข้าสู่เหตุการณ์ที่ทำให้ช่วงเวลาที่ไม่ทราบนั้นสิ้นสุดลง สามารถใช้ for who knows how long หลังคำกริยาอย่าง wait, drift หรือ remain ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีเชิงวาทศิลป์สี่คำที่ขึ้นต้นด้วย who และหมายถึง “ช่วงเวลาที่ไม่ทราบและน่าจะยาวนาน”: The package sat in the warehouse for ____ before anyone noticed it.

ดูคำตอบ

who knows how long

that was slowly forming a new star,

5:44

ที่กำลังค่อยๆ ก่อตัวเป็นดาวฤกษ์ดวงใหม่

our Sun.

5:46

นั่นคือดวงอาทิตย์ของเรา

These elements that once were the insides of a star

5:47

ธาตุเหล่านี้ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ภายในดาวฤกษ์

formed planets and found their way onto Earth, สำนวน

5:50

ได้รวมตัวกันเป็นดาวเคราะห์และเดินทางมาสู่โลก

where they enabled life to begin. ไวยากรณ์

5:53

ที่ซึ่งพวกมันได้ทำให้เกิดจุดเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิต

สำนวน

found their way onto Earth: ไปถึงในที่สุดผ่านกระบวนการที่ไม่ตรง

ในที่นี้ found their way onto Earth หมายถึงธาตุเหล่านั้นมาถึงโลกในที่สุดผ่านกระบวนการที่ยาวนานและไม่เป็นเส้นตรง การใช้ถ้อยคำแบบการเดินทางช่วยให้เห็นภาพการเคลื่อนที่ของธาตุได้ง่ายขึ้น ธาตุเหล่านี้ไม่ได้เลือกเส้นทางจริง ๆ เมื่อประธานเป็นสิ่งไม่มีชีวิต find its/their way to, into หรือ onto สถานที่หนึ่ง สามารถใช้บอกว่าสิ่งนั้นลงเอยไปถึงที่นั่นหลังผ่านหลายขั้นตอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ find its way ได้เหมาะสมที่สุดเพื่อแสดงว่าสารที่ไม่มีชีวิตค่อย ๆ ไปถึงสถานที่หนึ่งโดยไม่มีเจตนา

  1. Over time, the dye found its way into the water supply.
  2. At noon, the technician deliberately poured the dye into the test tube.
  3. The dye gave the water supply permission to enter.
ดูคำตอบ

Over time, the dye found its way into the water supply.

ไวยากรณ์

enabled life to begin: enable + กรรม + to-infinitive

ใน enabled life to begin คำว่า enable ใช้ตามโครงสร้าง enable + กรรม + to-infinitive ได้แก่ enable + life + to begin ประโยคนี้หมายถึงธาตุเหล่านั้นสร้างเงื่อนไขที่ทำให้การเริ่มต้นของชีวิตเป็นไปได้ Enable เน้นความเป็นไปได้หรือความสามารถ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการสร้างโดยตรงหรือความตั้งใจ ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าธาตุเหล่านั้นเริ่มต้นชีวิตอย่างมีสติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ enable: The new software ____ designers to test ideas more quickly.

ดูคำตอบ

enables

So, we are directly connected to the first stars ลำดับความ

5:55

เราจึงเชื่อมโยงโดยตรงกับดาวฤกษ์ดวงแรกๆ

ever born in the universe.

5:58

ที่เคยถือกำเนิดขึ้นในจักรวาล

ลำดับความ

So, we are directly connected to the first stars ในฐานะข้อสรุป

ในที่นี้ So บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังสรุปผลจากลำดับเหตุและผลที่อธิบายมาก่อนหน้านี้ คำนี้เปลี่ยนคำอธิบายก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปสำคัญ และดึงจุดสนใจกลับมาที่ we หรือ “พวกเรา” Connected to the first stars หมายความว่าเราสามารถสืบย้อนที่มาของสสารในร่างกายเราไปตามประวัติศาสตร์ของเอกภพจนถึงดาวฤกษ์ยุคแรกได้ Directly เน้นความต่อเนื่องของความเชื่อมโยงทางสสารนี้ ไม่ได้หมายความว่าเราสัมผัสดาวฤกษ์โดยตรง หรือไม่มีขั้นตอนใด ๆ คั่นกลางระหว่างดาวฤกษ์กับเรา

แบบฝึกหัด

So ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. นำเสนอประโยคนี้เป็นข้อสรุปจากคำอธิบายก่อนหน้า
  2. แก้ข้อผิดพลาดในวลี the first stars
  3. เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

นำเสนอประโยคนี้เป็นข้อสรุปจากคำอธิบายก่อนหน้า

We are part of the universe.

5:59

เราคือส่วนหนึ่งของจักรวาล

The idea of being a deeply connected minuscule part

6:01

แนวคิดที่ว่าเราเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง

of an enormous structure is really mind-blowing. การใช้คำ

6:04

กับโครงสร้างอันมหึมานั้นเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก

การใช้คำ

mind-blowing สำหรับปฏิกิริยาที่รุนแรงและไม่เป็นทางการ

Mind-blowing เป็นคำคุณศัพท์ประสมแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงสิ่งที่น่าทึ่งมากจนเปลี่ยนแปลงหรือขยายวิธีคิดอย่างมาก ภาพที่สื่อนั้นเป็นอุปมา ไม่ได้หมายความว่าสมองหรือจิตใจระเบิดจริง ๆ ในประโยคนี้ คำดังกล่าววางหลัง is และใช้ประเมิน idea ทั้งหมด ส่วน Really ทำให้ปฏิกิริยาที่แรงอยู่แล้วมีความเข้มข้นยิ่งขึ้น

แบบฝึกหัด

คำคุณศัพท์ใดเหมาะที่สุดสำหรับแสดงปฏิกิริยาที่รุนแรงมากและไม่เป็นทางการต่อแนวคิดที่เปลี่ยนวิธีมองเอกภพของคุณโดยสิ้นเชิง?

  1. ordinary
  2. surprising
  3. mind-blowing
ดูคำตอบ

mind-blowing

We don't know what all this means

6:08

เราไม่รู้ว่าทั้งหมดนี้หมายความว่าอย่างไร

or if it means anything at all. ไวยากรณ์

6:10

หรือมันอาจจะไม่มีความหมายอะไรเลยก็ได้

ไวยากรณ์

anything at all: เน้นความเป็นไปได้ที่น้อยที่สุด

ใน if it means anything at all คำว่า anything หมายถึงความหมายในระดับใดก็ตาม แม้เพียงน้อยที่สุด และ at all เน้นขีดขั้นต่ำนี้ให้ชัดขึ้น ผู้พูดกำลังตั้งคำถามว่าอาจไม่มีความหมายเลยก็ได้ At all มักใช้เน้นประโยคปฏิเสธ คำถาม และอนุประโยค if/whether ไม่ได้แปลว่าทุกสิ่ง แต่ anything at all รวมกันหมายถึงอะไรก็ตามแม้เพียงเล็กน้อย หรือแม้แต่น้อยที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึงแม้แต่น้อยที่สุด: Was the test difficult ____?

ดูคำตอบ

at all

We know that we're made of little parts

6:13

เรารู้เพียงว่าเราถูกสร้างขึ้นจากชิ้นส่วนเล็กๆ

that connect us to everything in the universe,

6:15

ที่เชื่อมโยงเราเข้ากับทุกสิ่งในจักรวาล

to the beginning of everything.

6:17

และเชื่อมโยงไปถึงจุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง

And this is kind of a nice thought.

6:19

และนั่นก็เป็นความคิดที่ทำให้รู้สึกดีทีเดียว

You are not alone. ลำดับความ

6:21

คุณไม่ได้โดดเดี่ยว

You never were.

6:23

คุณไม่เคยโดดเดี่ยว

You never will be.

6:24

และจะไม่มีวันโดดเดี่ยว

ลำดับความ

You are ... You never were ... You never will be: ตอนจบที่ไล่จากปัจจุบันสู่อดีตและอนาคต

ประโยคสั้นสามประโยคเคลื่อนจากปัจจุบันไปสู่อดีตและอนาคตผ่าน are, were และ will be ลำดับเวลานี้ขยายข้อกล่าวเดียวให้ครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของคนคนหนึ่ง ใน You never were และ You never will be มีการละ alone เพราะเข้าใจได้จากประโยคแรก การละคำนี้ร่วมกับการซ้ำ You สร้างจังหวะที่หนักแน่นและตอนจบที่น่าจดจำ ในที่นี้ alone แสดงแนวคิดกว้าง ๆ เรื่องความเชื่อมโยงในวิดีโอ ไม่ใช่คำสัญญาตามตัวอักษรว่าจะมีใครอยู่ใกล้ตัวตลอดเวลา

แบบฝึกหัด

ลำดับ are → were → will be ทำหน้าที่อะไรในตอนจบนี้?

  1. ลำดับนี้ขยายข้อกล่าวเดียวกันให้ครอบคลุมปัจจุบัน อดีต และอนาคต
  2. ลำดับนี้เปลี่ยนข้อความบอกเล่าหนึ่งข้อความให้เป็นคำถามสามข้อ
  3. ลำดับนี้ให้ความหมายของ alone สามความหมายที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ

ลำดับนี้ขยายข้อกล่าวเดียวกันให้ครอบคลุมปัจจุบัน อดีต และอนาคต