คุณคือลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่งแบบติดลบของตัวคุณเอง: บทเรียนภาษาอังกฤษ
CGP Grey
คำแนะนำวิดีโอ: แผนผังครอบครัวแบบย่ออธิบายบรรพบุรุษ ญาติจากการแต่งงาน ลำดับ cousin และรุ่น removed ก่อนทบทวนข้อจำกัดของการคำนวณ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “so do your parents.” — ไวยากรณ์และรูปประโยค: การกลับตำแหน่งกริยาช่วยแทนภาคแสดงเดิม และบอกว่าข้อเท็จจริงเดียวกันใช้กับประธานอื่นด้วย 2. “once removed” — วัฒนธรรมและบริบทจริง: removed นับระยะห่างระหว่างรุ่น ส่วนเลข cousin บอกระดับบรรพบุรุษร่วม จึงควรแยกสองระบบนี้ 3. “big, possibly unsettling asterisks attached to them,” — สำนวนและภาษาเปรียบเทียบ: asterisks เป็นภาพเปรียบของเงื่อนไขสำคัญหลังตัวเลขโดดเด่น และสื่ออารมณ์ขันที่ระมัดระวังของผู้บรรยาย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
family tree: แผนผังเครือญาติ
Family tree เป็นคำเปรียบเทียบแบบตายตัว หมายถึงแผนผังที่แสดงว่าคนในครอบครัวเกี่ยวข้องกันอย่างไรตลอดหลายรุ่น บุคคลและเส้นที่เชื่อมกันแตกแขนงคล้ายต้นไม้ แต่สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงต้นไม้จริง ๆ ในประโยคนี้ your ระบุว่าแผนผังแสดงความสัมพันธ์ของครอบครัวใคร family tree ใช้หมายถึงได้ทั้งแผนผังที่วาดขึ้นและสายบรรพบุรุษที่แผนผังนั้นแสดง
แบบฝึกหัด
เติมคำศัพท์สองคำที่หมายถึงแผนผังเครือญาติในประโยค: We drew a ____ to see how everyone was related.
ดูคำตอบ
family tree
These are your grandparents who also have parents,
0:07นี่คือปู่ย่าตายายของคุณ ซึ่งพวกท่านก็มีพ่อแม่เช่นกัน
there is one generation in between you and that person.
0:16หมายถึงมีคนคั่นกลางหนึ่งรุ่นระหว่างคุณกับคนๆ นั้น
For every X, there is Y: โครงสร้างจับคู่ปริมาณ
วลีเปิด For every G กระจายกฎไปยัง G แต่ละตัว กล่าวคือ G ที่เพิ่มขึ้นแต่ละตัวสอดคล้องกับหนึ่งรุ่น เครื่องหมายจุลภาคแยกเงื่อนไขการจับคู่ที่วางไว้ต้นประโยคออกจากผลลัพธ์ ในที่นี้ G คืออักษรที่บอกระดับ grand หรือ great ในคำเรียกญาติ และ in between หมายถึงช่องว่างระหว่างรุ่นที่คั่นคนสองคนไว้ There is ใช้นำสิ่งที่สอดคล้องกัน คือ one generation in between you and that person โครงสร้าง For every X, there is Y สามารถนำไปใช้เพื่อบอกกฎการจับคู่หรืออัตราส่วน โดย X และ Y อาจหมายถึงกลุ่มหรือปริมาณก็ได้
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง For every X, there is Y เพื่อเติมประโยค: ____ two volunteers, ____ one team leader.
ดูคำตอบ
For every · there is
generational in-betweener ในฐานะคำเรียกขี้เล่นที่ลงท้ายด้วย -er
ในที่นี้ generational in-betweener หมายถึงคนจากรุ่นที่อยู่ระหว่างอีกสองรุ่น ผู้พูดสร้างคำเรียกนี้จาก in between และคำลงท้าย -er ที่ใช้สร้างคำเรียกบุคคล คำเรียกที่ลงท้ายด้วย -er แบบนี้สามารถสร้างหรือดัดแปลงขึ้นในการสนทนาเพื่อเรียกคนตามบทบาทหรือตำแหน่ง มักฟังดูขี้เล่นและช่วยให้นึกภาพความสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ใช่ศัพท์เครือญาติอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ในประโยคต้นฉบับ generational in-betweener สื่อความหมายอะไร
- คนที่ย้ายไปมาระหว่างสองประเทศ
- คำเรียกแบบไม่เป็นทางการและขี้เล่นสำหรับคนจากรุ่นที่อยู่ระหว่างอีกสองรุ่น
- ชื่อทางลำดับเครือญาติอย่างเป็นทางการของปู่ย่าตายายทุกคน
ดูคำตอบ
คำเรียกแบบไม่เป็นทางการและขี้เล่นสำหรับคนจากรุ่นที่อยู่ระหว่างอีกสองรุ่น
Great, great, great grandparents,
0:22บรรพบุรุษที่อยู่เหนือคุณขึ้นไปห้ารุ่น (Great, great, great grandparents)
so do your parents: so + กริยาช่วย + ประธาน
So do your parents หมายความว่าข้อความบอกเล่าเชิงบวกที่เพิ่งกล่าวถึงคุณนั้นเป็นจริงกับพ่อแม่ของคุณด้วย So ย้อนกลับไปแทน have siblings และ do แทนกลุ่มคำกริยาที่จะซ้ำ ผู้พูดจึงไม่ต้องพูด your parents have siblings อีกครั้ง โครงสร้างคือ so + กริยาช่วย + ประธาน ให้นำกริยาช่วยจากประโยคก่อนหน้ามาใช้ หรือเติม do เมื่อประโยคก่อนหน้าใช้กริยาหลักใน present simple แล้วผันให้สอดคล้องกับประธานใหม่ ในที่นี้ใช้ do กับ parents ใช้รูปของ be หลัง be และใช้ can หลัง can
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย so + กริยาช่วย + ประธาน เพื่อแสดงว่าข้อเท็จจริงเชิงบวกเดียวกันเป็นจริงกับพ่อแม่ของมายาด้วย: Maya likes puzzles, and ____.
ดูคำตอบ
so do her parents
you may call these people your great aunts and uncles,
0:32คุณอาจเรียกคนเหล่านี้ว่า พี่น้องของปู่ย่าตายาย (great aunts and uncles)
but your grandparents' siblings are really your grand aunts and uncles. การใช้คำ
0:35แต่ความจริงแล้ว พี่น้องของปู่ย่าตายายคือ grand aunts and uncles ต่างหาก
grand aunts and uncles ในระบบแผนผังครอบครัวของวิดีโอ
ในที่นี้ grand aunts and uncles หมายถึงพี่น้องของปู่ ย่า ตา หรือยายของคุณ คำว่า grand จัดให้ญาติเหล่านี้อยู่ในรุ่นเดียวกับปู่ย่าตายาย แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นปู่ ย่า ตา หรือยายของคุณเองก็ตาม นี่คือระบบแผนผังครอบครัวที่วิดีโอเลือกใช้ ไม่ใช่กฎที่ผู้พูดภาษาอังกฤษทุกคนใช้ หลายคนใช้ great aunts and uncles เรียกญาติกลุ่มเดียวกัน แต่ในคำอธิบายนี้ great จะเก็บไว้ใช้กับระดับรุ่นที่อยู่เหนือ grand
แบบฝึกหัด
ในระบบแผนผังครอบครัวของวิดีโอ grand aunts and uncles คือใคร?
- พ่อแม่ของปู่ ย่า ตา หรือยายของคุณ
- พี่น้องของปู่ ย่า ตา หรือยายของคุณ
- พี่น้องของพ่อหรือแม่ของคุณ
ดูคำตอบ
พี่น้องของปู่ ย่า ตา หรือยายของคุณ
Greats are reserved for the levels above grand. วลี
0:39คำว่า 'Great' สงวนไว้ใช้สำหรับระดับที่เหนือกว่า 'grand' ขึ้นไป
be reserved for: สงวนไว้สำหรับการใช้หรือกลุ่มเฉพาะ
Be reserved for หมายถึงสิ่งหนึ่งถูกเก็บหรือกำหนดไว้สำหรับบุคคล จุดประสงค์ กลุ่ม หรือสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งเท่านั้น ในที่นี้ ส่วนประกอบคำเรียก great ถูกกำหนดให้ใช้เฉพาะกับระดับในแผนผังครอบครัวที่อยู่เหนือ grand โครงสร้างกรรมวาจกคือ X is/are reserved for Y โดย Y ระบุว่าใครมีสิทธิ์ได้รับหรือใช้ X หรือระบุจุดประสงค์หรือสถานการณ์ที่ใช้ X
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “เก็บไว้สำหรับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น”: The front row is ____ award winners.
ดูคำตอบ
reserved for
Your great grandparents' siblings are your great grand aunts and uncles.
0:42พี่น้องของทวดคือ great grand aunts and uncles ของคุณ
your siblings' children are your nieces and nephews,
0:47ลูกของพี่น้องคุณคือหลานสาวและหลานชาย (nieces and nephews)
collectively niblings: คำรวมสำหรับหลานสาวและหลานชาย
ในประโยคนี้ collectively ใช้เกริ่นชื่อเดียวที่เรียกคนทั้งกลุ่ม โดย niblings หมายถึง nieces and nephews รวมกัน หรือกล่าวโดยทั่วไปคือ ลูก ๆ ของพี่น้องของคนคนหนึ่ง ถ้าเป็นคนเดียวใช้ nibling และถ้าหลายคนใช้ niblings คำนี้ไม่ระบุเพศ จึงมีประโยชน์เมื่อไม่ทราบเพศ เพศไม่สำคัญ หรือกลุ่มนั้นมีคนหลายเพศ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำรวมที่ไม่ระบุเพศเพียงคำเดียว: Maya's brother has two children. They are Maya's ____.
ดูคำตอบ
niblings
Their children are your grand nieces and nephews,
0:53ลูกของพวกเขาก็คือเหลนของคุณ (grand nieces and nephews)
and you are their grand aunt or uncle.
0:56และคุณก็คือปู่ย่าตายาย(ทางลุงป้าน้าอา)ของพวกเขา (grand aunt or uncle)
We've gone up ... now it's time to go sideways: ใช้ทิศทางจัดลำดับคำอธิบาย
ผู้พูดใช้รูปแบบของแผนผังครอบครัวมาจัดลำดับคำอธิบาย gone up เป็นการย้อนทบทวนบรรพบุรุษ gone down เป็นการย้อนทบทวนลูกหลาน และ go sideways ใช้เกริ่นญาติที่เชื่อมกันในแนวข้างของแผนผัง เช่น ญาติที่เกิดจากการแต่งงาน รูปแบบที่ซ้ำกัน we've gone... สรุปสิ่งที่อธิบายไปแล้ว ส่วน now it's time to... บอกหัวข้อถัดไป คำบอกทิศเหล่านี้เป็นป้ายบอกทางของเนื้อหา ไม่ใช่การเคลื่อนที่จริง
แบบฝึกหัด
ในการอธิบายโดยใช้แผนผังครอบครัวเป็นโครง “We've gone up and we've gone down, and now it's time to go sideways” ทำหน้าที่อะไร
- ทบทวนบรรพบุรุษและลูกหลาน แล้วบอกว่าจะเปลี่ยนไปพูดถึงญาติที่เชื่อมกันในแนวข้างของแผนผัง
- บอกว่าผู้พูดเดินทางจริงไปสามทิศทาง
- บอกว่าคำอธิบายเกิดปัญหาและต้องหยุด
ดูคำตอบ
ทบทวนบรรพบุรุษและลูกหลาน แล้วบอกว่าจะเปลี่ยนไปพูดถึงญาติที่เชื่อมกันในแนวข้างของแผนผัง
you get everyone's favorite in-laws. น้ำเสียง/เจตนา
1:02คุณจะได้พบกับญาติเขยญาติสะใภ้ (in-laws) ที่ใครๆ ก็ 'โปรดปราน'
การประชดแบบขำ ๆ ใน everyone's favorite in-laws
everyone's favorite โดยปกติใช้บอกว่าบุคคลหรือสิ่งหนึ่งเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน แต่ในที่นี้การวางไว้หน้า in-laws เป็นการพูดเกินจริงแบบขำ ๆ ไม่ใช่การบอกข้อเท็จจริงว่าทุกคนชอบญาติทางฝ่ายคู่สมรสของตน มุกนี้เกิดจากความขัดกันระหว่างคำว่า everyone's ที่เหมารวมทุกคน กับความคิดที่คุ้นเคยว่าความสัมพันธ์กับญาติทางฝ่ายคู่สมรสอาจไม่ราบรื่น การพูดเกินจริงเช่นนี้จึงสื่อการประชดเบา ๆ ได้
แบบฝึกหัด
everyone's favorite ในประโยคนี้น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?
- มุกที่พูดเกินจริงแบบขำ ๆ เกี่ยวกับญาติทางฝ่ายคู่สมรส
- คำกล่าวอ้างว่ามีเพียงญาติทางฝ่ายคู่สมรสของผู้พูดเท่านั้นที่เป็นที่ชื่นชอบ
- ข้อเท็จจริงที่ว่าทุกคนชอบญาติทางฝ่ายคู่สมรสของตนจริง ๆ
ดูคำตอบ
มุกที่พูดเกินจริงแบบขำ ๆ เกี่ยวกับญาติทางฝ่ายคู่สมรส
You're on the same level of the family tree as your spouse's siblings. ไวยากรณ์
1:04คุณอยู่ในระดับเดียวกับพี่น้องของคู่สมรสในแผนผังครอบครัว
ใช้ on the same level ... as เพื่อเปรียบเทียบตำแหน่งที่เท่ากัน
on the same level of the family tree แสดงว่าคุณอยู่ในชั้นรุ่นเดียวกันบนแผนผัง ส่วน as ใช้นำบุคคลที่เป็นตัวเปรียบเทียบ ซึ่งก็คือ your spouse's siblings โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ A is on/at the same level ... as B ซึ่งหมายความว่า A และ B เท่ากันตามเกณฑ์ที่ระบุ เช่น ลำดับชั้น ขั้นตอน หรือระดับในแผนผัง คำบุพบทที่อยู่รอบ level อาจเปลี่ยนตามเกณฑ์นั้น แต่ as ยังคงใช้นำ B
แบบฝึกหัด
เติมคำเปรียบเทียบมาตรฐานให้ประโยคสมบูรณ์: Lena is at the same level in the course ____ Amir.
ดูคำตอบ
as
คำเติมหน้า pseudo- ใน pseudo-sibling
pseudo- เป็นคำเติมหน้าที่หมายถึงไม่ใช่ของจริงหรือเพียงแต่ดูเหมือนเป็นเช่นนั้น ในคำว่า pseudo-sibling คำเติมหน้านี้สร้างคำเรียกแบบหยอกล้อขึ้นมาเฉพาะกิจ สำหรับคนที่มีสถานะในครอบครัวคล้ายพี่น้อง แต่ไม่ใช่พี่น้องจริง ๆ คำเติมหน้านี้ยังช่วยให้เดาคำใหม่ได้ เช่น pseudoscience ดูเหมือนวิทยาศาสตร์แต่ไม่ได้อาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ ส่วน pseudo-expert ดูเหมือนมีความรู้แต่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำที่ใช้ pseudo- สำหรับคนที่ดูเหมือนผู้เชี่ยวชาญแต่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญจริง: He sounds confident, but he has no training. He is a ____.
ดูคำตอบ
pseudo-expert
All the new family's relationships to you are the same as to your spouse,
1:09ความสัมพันธ์ของครอบครัวใหม่ที่มีต่อคุณจะเหมือนกับที่มีต่อคู่สมรสของคุณทุกประการ
but they get the in-law suffix. การใช้คำ
1:13แต่พวกเขาจะมีคำต่อท้ายว่า in-law (ทางกฎหมาย/จากการแต่งงาน)
ส่วนท้าย in-law ในคำเรียกญาติ
ในคำเรียกญาติ in-law แสดงความสัมพันธ์ที่เกิดจากการแต่งงาน โดยเติมต่อท้ายคำเรียกญาติพื้นฐานและเชื่อมด้วยยัติภังค์ เช่น brother เปลี่ยนเป็น brother-in-law และ mother เปลี่ยนเป็น mother-in-law คำว่า suffix หมายถึงส่วนที่เติมไว้ท้ายคำ ในที่นี้การเรียก in-law ว่า suffix ช่วยให้เห็นรูปแบบการสร้างคำ แม้จะเป็นส่วนประกอบที่มีหลายคำ ไม่ใช่คำลงท้ายเพียงคำเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเรียกญาติมาตรฐาน: My wife's brother is my ____.
ดูคำตอบ
brother-in-law
except for: ใช้บอกข้อยกเว้นเพียงหนึ่งอย่าง
except for ใช้นำหน้าคน สิ่งของ หรือกรณีที่ไม่เป็นไปตามข้อความทั่วไป สิ่งที่อยู่หลังวลีนี้จะถูกตัดออกจากขอบเขตของข้อความกว้าง ๆ ที่กล่าวมาก่อนหน้า ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกก่อนว่าโดยรวมแล้วเรื่องนี้เข้าใจง่าย จากนั้นจึงระบุว่ามีหนึ่งกรณีเป็นข้อยกเว้น วิธีนี้ช่วยให้ใจความหลักยังคงเป็นจริง พร้อมเพิ่มขอบเขตที่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ใช้วลีสองคำจากบทเรียนเพื่อบอกข้อยกเว้นเพียงหนึ่งอย่าง: The library is open every day ____ Sunday.
ดูคำตอบ
except for
Your spouse's siblings are your siblings-in-law,
1:17พี่น้องของคู่สมรสคือพี่สะใภ้หรือน้องเขยของคุณ (siblings-in-law)
but are your siblings-in-law's spouses also your siblings-in-law?
1:20แต่คู่สมรสของ sibling-in-law จะถือว่าเป็น sibling-in-law ของคุณด้วยไหม?
Enough with + กลุ่มคำนาม: ใช้ยุติหัวข้อสนทนา
Enough with + กลุ่มคำนาม เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่าควรหยุดหัวข้อหรือพฤติกรรมบางอย่าง ไม่ได้หมายความว่ามีญาติทางการแต่งงานในจำนวนที่เพียงพอแล้ว ในที่นี้ ผู้พูดปิดการอธิบายคำเรียกญาติทางการแต่งงานด้วยน้ำเสียงเบา ๆ แล้วพูดเรื่องต่อไป โครงสร้างเดียวกันอาจฟังดูขี้เล่น ไม่อดทน หรือหนักแน่นได้ตามน้ำเสียง
แบบฝึกหัด
เจ้าบ้านพูดว่า “Enough with the weather reports—let’s play a game.” เจ้าบ้านกำลังทำอะไรอยู่
- บอกว่ารายงานสภาพอากาศมีไม่เพียงพอ
- ยุติหัวข้อนั้นแล้วเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น
- อธิบายว่าเกมขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ
ดูคำตอบ
ยุติหัวข้อนั้นแล้วเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น
It's on to the reason you're probably watching this video. ลำดับความ
1:26มาถึงเหตุผลที่คุณน่าจะกำลังดูวิดีโอนี้กันดีกว่า
It's on to the reason: การส่งสัญญาณเปลี่ยนหัวข้อ
ใน “It’s on to the reason ...” คำว่า “on to” บอกว่าผู้พูดกำลังจบหัวข้อก่อนหน้าและเปลี่ยนไปหัวข้อถัดไป การเรียกหัวข้อนี้ว่า “the reason you’re probably watching” ทำให้ส่วนใหม่ดูสำคัญเป็นพิเศษ โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ “It’s on to + นามวลี” ซึ่งบอกผู้ฟังว่าสิ่งใดจะตามมา ในที่นี้ “It’s” มีความหมายโดยประมาณว่า “ขั้นต่อไปคือ” วลีนี้ใช้จัดลำดับการพูด ไม่ได้บอกตำแหน่ง
แบบฝึกหัด
เติมข้อความเปลี่ยนหัวข้อในการนำเสนอด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียน: We have finished the introduction. ____ the main result.
ดูคำตอบ
It's on to
we need to simplify this family tree and think downward. ลำดับความ
1:35เราจำเป็นต้องทำให้แผนผังครอบครัวนี้เข้าใจง่ายขึ้นและคิดแบบไล่ลงมา
think downward: ไล่ดูผู้สืบเชื้อสายในแผนผังครอบครัว
ในที่นี้ “think downward” ใช้การจัดวางของแผนผังครอบครัวเป็นแนวทางในการคิด โดยเริ่มจากคนหนึ่งคนแล้วไล่ตามกิ่งด้านล่างไปยังลูกและลูกหลานในรุ่นต่อ ๆ ไป “Downward” ใช้กำหนดทิศทางของขั้นตอนการคิดถัดไป ไม่ได้หมายถึง “คิดในแง่ลบ” คำบอกทิศทางลักษณะเดียวกันอาจใช้บอกวิธีดูแผนภาพ กราฟ หรือลำดับชั้นได้
แบบฝึกหัด
ครูแสดงแผนผังครอบครัวและพูดว่า “Start with Maya and think downward.” นักเรียนควรทำอะไร?
- ค้นหาพ่อแม่และปู่ย่าตายายของ Maya
- คิดถึงครอบครัวของ Maya ในแง่ร้าย
- ไล่ดู ลูกของ Maya และลูกหลานในรุ่นต่อ ๆ ไป
ดูคำตอบ
ไล่ดู ลูกของ Maya และลูกหลานในรุ่นต่อ ๆ ไป
are second cousins to each other and so on. วลี
1:47ก็คือลูกพี่ลูกน้องลำดับที่สอง (second cousins) ของกันและกัน และเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
first cousins to each other ... second cousins to each other: เป็นลูกพี่ลูกน้องชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สองกัน
First cousins คือคนในรุ่นเดียวกันที่พ่อแม่เป็นพี่น้องกัน จึงมีปู่ย่าตายายร่วมกัน Second cousins คือคนในรุ่นเดียวกันที่พ่อแม่เป็น first cousins จึงมีบรรพบุรุษร่วมกันในระดับทวด เลขลำดับนี้บอกระดับรุ่นของบรรพบุรุษร่วมที่ใกล้ที่สุด ไม่ได้บอกลำดับการเกิดหรือความสนิทสนม ในประโยคนี้ to each other หมายความว่ากลุ่มหลานเป็น first cousins กัน ส่วนลูก ๆ ของพวกเขาเป็น second cousins กัน ไม่ได้บอกความสัมพันธ์ของคนทั้งสองกลุ่มกับผู้ที่กำลังถูกพูดถึงว่าเป็น “คุณ”
แบบฝึกหัด
Maya และ Leo อยู่ในรุ่นเดียวกัน แม่ของ Maya กับพ่อของ Leo เป็น first cousins กัน Maya และ Leo มีความสัมพันธ์กันอย่างไร?
- first cousins
- second cousins
- siblings
ดูคำตอบ
second cousins
and so on: “และอื่น ๆ” หรือ “เป็นเช่นนี้ต่อไป”
And so on บอกผู้ฟังว่ารายการ ลำดับ หรือรูปแบบเดิมยังดำเนินต่อไป แม้ผู้พูดจะไม่ได้เอ่ยสิ่งที่เหลือทั้งหมด ในที่นี้ การเปลี่ยนจาก first cousins ไปเป็น second cousins แสดงรูปแบบให้เห็นแล้ว วลีนี้จึงใช้จบคำอธิบายและให้ผู้ฟังต่อรูปแบบนั้นเอง ไม่ได้เพิ่มประเภท cousin ที่เจาะจงขึ้นมาอีกหนึ่งประเภท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายความว่ารายการยังดำเนินต่อไป: The guide explains how to sort paper, glass, metal, ____.
ดูคำตอบ
and so on
It tells you how many in-betweeners until the connection on the family tree.
1:52มันจะบอกคุณว่ามีคนคั่นกลางกี่คนก่อนจะเชื่อมโยงถึงกันในแผนผังครอบครัว
เลขลำดับของลูกพี่ลูกน้องใช้กฎ G เดียวกัน
ในคำอธิบายนี้ cousin number หมายถึงเลขลำดับใน first cousin, second cousin และอื่น ๆ “The same as the G rule” หมายถึงการใช้วิธีนับแบบเดียวกัน ถ้าบรรพบุรุษร่วมคือ grandparent จะมี G หนึ่งตัวและตรงกับ first cousin ส่วน great-grandparent มี G สองตัวและตรงกับ second cousin “G rule” เป็นวิธีช่วยจำที่ใช้ในวิดีโอ ไม่ใช่คำศัพท์มาตรฐานทางลำดับเครือญาติ ประโยคนี้เปรียบเทียบวิธีนับสองแบบ ไม่ได้บอกว่า cousin กับ grandparent เป็นความสัมพันธ์แบบเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายนี้ “The cousin number is the same as the G rule” หมายความว่าอย่างไร
- ถือว่าลูกพี่ลูกน้องกับปู่ย่าตายายเป็นความสัมพันธ์แบบเดียวกัน
- นับทุกคนที่แสดงอยู่ระหว่างลูกพี่ลูกน้องสองคน
- จับคู่ cousin number กับจำนวน G ในชื่อเรียกบรรพบุรุษร่วม
ดูคำตอบ
จับคู่ cousin number กับจำนวน G ในชื่อเรียกบรรพบุรุษร่วม
four in-betweeners and a shared great, great, great grandparent.
1:57มีคนคั่นกลางสี่คนและมีบรรพบุรุษที่อยู่เหนือขึ้นไปห้ารุ่น (great, great, great grandparent) ร่วมกัน
your first cousins and you connect at your grandparent.
2:02คุณกับลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่งจะเชื่อมโยงกันที่รุ่นปู่ย่าตายาย
And second cousins share a great grandparent connection.
2:05และลูกพี่ลูกน้องลำดับที่สองจะแบ่งปันจุดเชื่อมโยงกันที่รุ่นทวด
and you're all set: แล้วก็เรียบร้อย
ในที่นี้ and นำเข้าสู่ผลลัพธ์ของคำสั่งก่อนหน้า You're all set เป็นสำนวนสนทนาที่ใช้เป็นคำตายตัว หมายความว่าสิ่งที่จำเป็นทั้งหมดพร้อมหรือเสร็จแล้ว จึงไม่มีขั้นตอนอื่นอีก set ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “วางบางสิ่งไว้ที่ใดที่หนึ่ง” ทั้งวลีนี้ยังใช้บอกว่าคนคนหนึ่งพร้อมแล้วได้ด้วย แต่ในประโยคนี้ใช้ปิดท้ายคำอธิบายเพื่อบอกว่างานเสร็จแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มแล้ว”: Enter your email, click Confirm, and ____.
ดูคำตอบ
you're all set
“Side note here” ช่วยจัดลำดับข้อมูลอย่างไร
“Side note here” บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังพักจากแนวหลักของคำอธิบายชั่วครู่ เพื่อแทรกความคิดเห็นที่สำคัญรองลงมาแต่ยังเกี่ยวข้อง เป็นตัวบอกโครงสร้างการพูดว่าเนื้อหาถัดไปเป็นข้อมูลเสริม ไม่ใช่ประเด็นหลัก side ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพว่าอยู่ด้านข้าง ทั้งวลีมีความหมายประมาณว่า “ขอแทรกเรื่องสั้น ๆ ตรงนี้” และช่วยให้ผู้ฟังแยกใจความหลักออกจากรายละเอียดเสริม
แบบฝึกหัด
“Side note here” ส่งสัญญาณว่าอะไร?
- ผู้พูดกำลังเสริมข้อมูลสั้น ๆ ที่อยู่นอกแนวหลัก
- ผู้พูดกำลังบรรยายตำแหน่งทางกายภาพที่อยู่ข้างสิ่งหนึ่ง
- ผู้พูดกำลังให้ข้อสรุปสุดท้าย
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังเสริมข้อมูลสั้น ๆ ที่อยู่นอกแนวหลัก
Continuing this rule in reverse means that siblings can technically call each other zeroth cousins, น้ำเสียง/เจตนา
2:13หากใช้กฎนี้แบบย้อนกลับ หมายความว่าในทางเทคนิค พี่น้องสามารถเรียกกันและกันว่าลูกพี่ลูกน้องลำดับที่ศูนย์ได้
การเปลี่ยนท่าทีจาก “technically” เป็น “totally should”
technically ทำให้ข้อความ “siblings can call each other zeroth cousins” หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเมื่อขยายกฎอย่างเคร่งครัด แม้จะไม่ใช่คำเรียกที่ใช้กันตามปกติ ใน “which they totally should” คำว่า should ใช้แทน “should call each other zeroth cousins” เพื่อไม่ต้องพูดซ้ำ และ totally เน้นคำแนะนำนั้นอย่างมาก การเปลี่ยนจาก technically ที่ระมัดระวังไปเป็น totally ที่กระตือรือร้นและไม่เป็นทางการสร้างความขบขันจากความต่างของน้ำเสียง ผู้พูดกำลังเชียร์คำเรียกที่สร้างขึ้นนี้แบบเล่น ๆ ไม่ได้กำหนดกฎการเรียกจริง
แบบฝึกหัด
ทั้งประโยคแสดงท่าทีอย่างไร?
- คำเรียกนี้เป็นคำทางการที่พี่น้องจำเป็นต้องใช้
- กฎเปิดทางให้ใช้คำเรียกนี้ และผู้พูดพูดเล่น ๆ ว่าทุกคนควรใช้มัน
- ผู้พูดสงสัยกฎนี้และปฏิเสธคำเรียกดังกล่าว
ดูคำตอบ
กฎเปิดทางให้ใช้คำเรียกนี้ และผู้พูดพูดเล่น ๆ ว่าทุกคนควรใช้มัน
And you are your own negative first cousin.
2:21และตัวคุณก็คือลูกพี่ลูกน้องลำดับที่ติดลบหนึ่งของตัวคุณเอง
All done ... Oh right: ตอนจบหลอกและการนึกขึ้นได้ทันที
สองประโยคแรกปิดหัวข้อ โดย All done here now และ Nothing more to talk about ทำให้ผู้ฟังคาดว่าเรื่องจบแล้ว จากนั้น Oh right ก็เปิดหัวข้อขึ้นมาอีกครั้ง ตรงนี้หมายถึง “เพิ่งนึกขึ้นได้” ไม่ใช่ “เห็นด้วย” การเติมเรื่องที่เพิ่งนึกได้หลังจากปิดเรื่องอย่างชัดเจนทำให้เกิดตอนจบหลอกและจังหวะหักมุมแบบขำ ๆ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้เกริ่นประเด็นสุดท้ายในบทสนทนาสบาย ๆ หรือการเล่าเรื่องได้
แบบฝึกหัด
ในข้อความนี้ Oh right สื่อถึงอะไร
- ประกาศว่าหัวข้อนี้จบลงอย่างแน่นอนแล้ว
- แสดงว่าผู้พูดจู่ ๆ ก็นึกถึงประเด็นที่ยังพูดไม่จบ
- ยืนยันว่าผู้พูดอีกคนพูดถูก
ดูคำตอบ
แสดงว่าผู้พูดจู่ ๆ ก็นึกถึงประเด็นที่ยังพูดไม่จบ
Once Removed ในความสัมพันธ์แบบ Cousin
ในคำเรียกญาติแบบ cousin คำว่า once removed หมายถึงญาติสองคนอยู่ห่างกันหนึ่งรุ่น removed ใช้นับความต่างของรุ่น และ once หมายถึงหนึ่งรุ่น คำนี้ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ทางเครือญาติถูกยกเลิก มีคนย้ายออกไป หรือญาติสองคนห่างเหินกันทางความรู้สึก ตัวเลขของ cousin กับ removed ให้ข้อมูลคนละอย่าง โดย first, second และลำดับอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับว่าบรรพบุรุษร่วมที่ใกล้ที่สุดอยู่ย้อนหลังไปกี่รุ่น ส่วน once หรือ twice removed บอกความต่างของรุ่น
แบบฝึกหัด
เติมคำเรียกญาติให้สมบูรณ์: Leo is my first cousin's son, so Leo is my first cousin ____.
ดูคำตอบ
once removed
You may have noticed these cousins are all on the same level.
2:29คุณอาจสังเกตเห็นว่าลูกพี่ลูกน้องเหล่านี้อยู่ในระดับเดียวกันทั้งหมด
Removed just describes how many generations apart people are.
2:31'Removed' อธิบายเพียงแค่ว่าผู้คนห่างกันกี่รุ่นเท่านั้น
These are first cousins twice removed,
2:44นี่คือลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่งห่างกันสองรุ่น (first cousins twice removed)
and these are second cousins once removed.
2:47และพวกนี้คือลูกพี่ลูกน้องลำดับที่สองห่างกันหนึ่งรุ่น
Doing all this on our simplified drawing of your descendants is a bit too easy
2:50การทำทั้งหมดนี้บนแผนภาพผู้สืบสันดานที่ทำให้เข้าใจง่ายของเรานั้นมันง่ายเกินไปหน่อย
as most family trees look more like this. ไวยากรณ์
2:53เพราะแผนผังครอบครัวส่วนใหญ่มักจะหน้าตาเป็นแบบนี้มากกว่า
as ที่บอกเหตุผล: as most family trees look more like this
ตรงนี้ as นำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ most family trees look more like this และบอกเหตุผลของข้อความหลัก โดยมีความหมายเท่ากับ because กล่าวคือ การใช้ภาพแบบย่อนั้นง่ายเกินไปเพราะผังเครือญาติจริงมักซับซ้อนกว่า as ที่ใช้บอกเหตุผลมักวางเหตุผลเป็นข้อมูลพื้นหลังหลังข้อความหลัก ตรงนี้ไม่ใช่โครงสร้างเปรียบเทียบ as ... as
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ as most family trees look more like this ทำหน้าที่อะไร
- บอกเหตุผลว่างานที่ทำให้ง่ายลงนั้นง่ายเกินไปเพราะอะไร
- อธิบายเหตุการณ์สองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
- เปรียบเทียบว่าผังเครือญาติสองผังซับซ้อนเท่ากัน
ดูคำตอบ
บอกเหตุผลว่างานที่ทำให้ง่ายลงนั้นง่ายเกินไปเพราะอะไร
but it is a bit harder to tell quickly who exactly is your second cousin twice removed
3:00แต่มันก็ยากขึ้นนิดหน่อยที่จะบอกได้ทันทีว่าใครคือลูกพี่ลูกน้องลำดับที่สองห่างกันสองรุ่นของคุณ
or your great grandaunts-in-law?
3:04หรือพี่สาวหรือน้องสาวของทวดของคู่สมรสคุณ (great grandaunts-in-law) ล่ะ?
which will both make it much easier to figure out what grand-nibling or cousin removed you are to anyone at the next family reunion, โน้ต
3:08ซึ่งจะช่วยให้คุณหาคำตอบได้ง่ายขึ้นมากว่าคุณเป็นลูกของลูกของพี่น้องของใคร หรือเป็นลูกพี่ลูกน้องที่ห่างกันกี่รุ่นกับใครในการรวมญาติครั้งหน้า
Figure out: เข้าใจหรือแก้ปัญหาด้วยการคิด
Figure out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการหาคำตอบหรือทำความเข้าใจบางสิ่งด้วยการคิด คำนวณ หรือสืบค้น ตรงนี้หมายถึงการระบุความสัมพันธ์ทางเครือญาติที่แน่นอน หลัง figure out ใช้คำนามหรืออนุประโยคคำถามได้ เช่น figure out the problem และ figure out what happened หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้ใส่ไว้ตรงกลางเป็น figure it out ไม่ใช่ figure out it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ figure out: After studying the clues, Mia finally ____ who had hidden the note.
ดูคำตอบ
figured out
grand-nibling: คำเรียกญาติที่ไม่ระบุเพศ
grand-nibling เกิดจากการรวม grand- กับ nibling โดย nibling เป็นคำที่ไม่ระบุเพศสำหรับหลานที่เป็นลูกของพี่หรือน้อง ส่วน grand- เลื่อนความสัมพันธ์ลงไปอีกหนึ่งรุ่น ดังนั้น grand-nibling จึงหมายถึงลูกของหลานคนนั้น เมื่อต้องตีความคำเรียกญาติที่ไม่คุ้นเคย ให้หาคำเรียกญาติพื้นฐานก่อน แล้วใช้คำเติมหน้าเพื่อนับรุ่นที่เพิ่มเข้ามา grand-nibling ไม่ได้หมายถึงหลานที่เป็นลูกของลูกคุณเอง แต่ยังคงความสัมพันธ์ทางครอบครัวที่ nibling แสดงอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเรียกญาติแบบไม่ระบุเพศที่สร้างจาก grand- และ nibling: Maya is my niece. Her child is my ____.
ดูคำตอบ
grand-nibling
obviously show how cool you are: การพูดเกินจริงแบบขำ ๆ
ในที่นี้ obviously ไม่ได้ใช้เพื่อบอกข้อเท็จจริงที่ทุกคนยอมรับจริง ๆ ผู้บรรยายแกล้งทำเหมือนว่าประโยชน์เสริมที่ดูขำ ๆ อย่างการทำให้ดูเท่นั้นชัดเจนอยู่แล้ว จึงทำให้ประโยคนี้ฟังดูขี้เล่นและประชดเล็กน้อย cool ในที่นี้หมายถึงดูน่าประทับใจหรือมีสไตล์ ไม่ได้หมายถึงมีอุณหภูมิต่ำ เมื่อพบตัวอย่างอื่น ให้ดูข้อความหลัง obviously ถ้าข้อความนั้นจงใจพูดเกินจริงหรือไม่ได้สำคัญจริง obviously อาจเป็นสัญญาณของมุก ไม่ใช่ความมั่นใจอย่างแท้จริง
แบบฝึกหัด
ผู้บรรยายต้องการสื่ออะไรเมื่อพูดว่า "obviously show how cool you are"?
- ผู้บรรยายบอกว่าแผนภาพนี้ลดอุณหภูมิร่างกายของผู้ใช้
- ผู้บรรยายพูดเกินจริงเกี่ยวกับประโยชน์เสริมแบบขำ ๆ และทำเหมือนว่ามันชัดเจนอยู่แล้ว
- แผนภาพนี้มีจุดประสงค์จริงจังและพิสูจน์แล้วว่าจะทำให้ผู้ใช้ได้รับการชื่นชมจากสังคม
ดูคำตอบ
ผู้บรรยายพูดเกินจริงเกี่ยวกับประโยชน์เสริมแบบขำ ๆ และทำเหมือนว่ามันชัดเจนอยู่แล้ว
unless you start thinking about the math of all of these family members. ไวยากรณ์
3:18เว้นแต่คุณจะเริ่มคิดคำนวณคณิตศาสตร์ของสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดนี้
unless you start thinking about: ข้อยกเว้นที่เปลี่ยนข้อสรุป
unless ใช้บอกเงื่อนไขเพียงข้อเดียวที่สามารถเปลี่ยนผลในประโยคหลักได้ ในที่นี้ “we’re really done” ยังคงเป็นจริง ยกเว้นเมื่อผู้ฟังเริ่มคิดเรื่องการคำนวณเกี่ยวกับสมาชิกครอบครัว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ผลลัพธ์ + unless + เงื่อนไขยกเว้น โดยมักเข้าใจได้ว่าเป็น “if ... not” ดังนั้น We’re done unless you start จึงมีความหมายเท่ากับ We’re done if you do not start
แบบฝึกหัด
เติม unless เพื่อเพิ่มเงื่อนไขเพียงข้อเดียวที่จะเปลี่ยนแผน: The class will have lunch outside ____ it starts raining.
ดูคำตอบ
unless
Just how many great, great, great, great grandparents do you have?
3:22ตกลงแล้วคุณมีบรรพบุรุษที่อยู่เหนือคุณขึ้นไปหกรุ่น (great, great, great, great grandparents) กี่คนกันแน่?
And those great x grand parents had kids,
3:27และบรรดาปู่ย่าตายายที่มีคำว่า 'great' หลายๆ คำเหล่านั้นก็มีลูกเต้า
a whole lot of: เน้นปริมาณมากแบบไม่เป็นทางการ
a whole lot of เป็นวลีบอกปริมาณแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “จำนวนที่มากมาก” หรือ “ปริมาณที่มากมาก” ในประโยคนี้วลีดังกล่าวขยายคำนามนับได้พหูพจน์ cousins และเน้นว่ามีลูกพี่ลูกน้องจำนวนมาก ในวลีตายตัวนี้ whole ช่วยเน้นความหมายของ a lot of ให้แรงขึ้น ไม่ได้หมายความว่า cousin แต่ละคน “สมบูรณ์ทั้งคน” วลีนี้ใช้หน้าคำนามนับได้พหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ก็ได้
แบบฝึกหัด
เติม a whole lot of เพื่อเน้นจำนวนมากแบบไม่เป็นทางการ: The library has ____ comic books for kids.
ดูคำตอบ
a whole lot of
This chart happens to stop at 10th cousins, ไวยากรณ์
3:32บังเอิญว่าแผนภูมินี้หยุดอยู่ที่ลูกพี่ลูกน้องลำดับที่ 10
happens to stop at: บังเอิญสิ้นสุดที่
ในที่นี้ happens to + กริยารูปพื้นฐาน บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นจริงโดยบังเอิญ หรือเพียงเสริมเป็นข้อมูลข้างเคียงที่เกี่ยวข้อง happens to stop at จึงหมายถึง “บังเอิญสิ้นสุดที่จุดนั้น” ตรงนี้ happen ไม่ได้หมายถึง “เกิดขึ้น” โดยลำพัง ในโครงสร้าง ประธาน + happen(s) to + กริยา กริยาหลัง to เป็นตัวบอกการกระทำหรือสภาวะหลัก
แบบฝึกหัด
ใน “The bus happens to stop outside my school,” happens to stop หมายความว่าอย่างไร?
- รถคันนั้นถูกบังคับให้จอดตรงนั้น
- รถคันนั้นจอดตรงนั้นจริง และผู้พูดนำเสนอว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือข้อมูลข้างเคียงที่เกี่ยวข้อง
- เหตุการณ์หนึ่งเริ่มขึ้นเมื่อรถคันนั้นจอดตรงนั้น
ดูคำตอบ
รถคันนั้นจอดตรงนั้นจริง และผู้พูดนำเสนอว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือข้อมูลข้างเคียงที่เกี่ยวข้อง
of which you may have more than 2,000: ซึ่งคุณอาจมีมากกว่า 2,000 คน
Of which เริ่มอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนของ 10th cousins โดย which อ้างถึง 10th cousins ไม่ใช่ chart และ of สื่อความหมายว่า “จากกลุ่มใหญ่กลุ่มนั้น” นั่นคือคุณอาจมีญาติแบบนี้มากกว่า 2,000 คน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + จุลภาค + of which + อนุประโยค รูปแบบนี้เชื่อมข้อมูลจำนวนเข้ากับคำนามโดยไม่ต้องสร้างประโยคใหม่แยกต่างหาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสัมพัทธ์แบบเป็นทางการที่หมายถึง “หนังสือเหล่านั้นเพียง 200 เล่ม”:The library owns 5,000 rare books, ____ only 200 are on display.
ดูคำตอบ
of which
way too many: จำนวนที่มากเกินไปอย่างมาก
ในประโยคนี้ way ช่วยเน้น too many ให้แรงขึ้น too many มีความหมายอยู่แล้วว่าจำนวนเกินกว่าที่ยอมรับได้หรือจำเป็น ส่วน way บอกว่าเกินไปมาก ไม่ใช่เกินเพียงเล็กน้อย ผู้พูดไม่ได้แค่บอกว่าจำนวนสูง แต่กำลังประเมินว่ามันสูงเกินระดับที่สมเหตุสมผลไปมาก way ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้แปลว่า “ทาง” หรือ “วิธี” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ way too + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ หรือ way too much/many + คำนาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นชัดที่สุดว่าจำนวนอีเมลสูงเกินกว่าที่จะจัดการได้อย่างมาก
- We received very many emails today.
- We received too many emails to answer today.
- We received way too many emails to answer today.
ดูคำตอบ
We received way too many emails to answer today.
but these numbers both have big, possibly unsettling asterisks attached to them, สำนวน
3:39แต่ตัวเลขทั้งสองนี้ต่างก็มีเครื่องหมายดอกจันขนาดใหญ่ที่อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจแนบมาด้วย
เครื่องหมายดอกจันที่ติดกับตัวเลข: เงื่อนไขสำคัญ
ความหมายตามตัวอักษรของ asterisk คือเครื่องหมายวรรคตอนรูปดาว ในสื่อและคำอธิบายทั่วไป การบอกว่าตัวเลขมี asterisks ติดอยู่เป็นคำเปรียบเทียบว่าตัวเลขนั้นมีเงื่อนไข ข้อจำกัด หรือคำเตือนสำคัญ ซึ่งอาจเปลี่ยนวิธีที่เราควรเข้าใจตัวเลขนั้น big และ possibly unsettling บอกถึงความสำคัญและผลของเงื่อนไขเหล่านี้ ไม่ใช่ขนาดจริงของเครื่องหมายวรรคตอน ภาพเปรียบเทียบนี้ใช้กับคำกล่าวอ้างหรือสถิติที่ดูน่าสนใจได้เช่นกัน ถ้ามี asterisk ก็ไม่ควรเชื่อตามที่เห็นทันที แต่ควรดูรายละเอียดที่จำกัดความหมายของข้อมูลนั้น
แบบฝึกหัด
ในรายงาน “These impressive figures have some big asterisks attached” น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด
- ตัวเลขเหล่านี้มีเงื่อนไขสำคัญที่อาจเปลี่ยนวิธีการตีความ
- มีการพิมพ์เครื่องหมายรูปดาวขนาดใหญ่ไว้ข้างตัวเลขทุกตัว
- ตัวเลขเหล่านี้ถูกต้องแน่นอนเพราะมีการทำเครื่องหมายไว้เป็นพิเศษ
ดูคำตอบ
ตัวเลขเหล่านี้มีเงื่อนไขสำคัญที่อาจเปลี่ยนวิธีการตีความ
which we will talk about more in part two: บอกล่วงหน้าถึงเนื้อหาต่อไป
ในที่นี้ which อ้างกลับไปถึงข้อจำกัดหรือข้อควรระวังทั้งหมดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำที่อยู่ใกล้ที่สุด อนุประโยคนี้ทำให้แนวคิดก่อนหน้ากลายเป็นหัวข้อที่กำหนดไว้ว่าจะอธิบายในภายหลัง we will talk about more in part two เป็นคำบอกทางให้ผู้ชมรู้โครงสร้างของเนื้อหา ผู้พูดยังไม่อธิบายรายละเอียดในตอนนี้และบอกว่าจะกลับมาพูดถึงในตอนที่สอง ส่วน family genetics explained ระบุว่าตอนที่สองจะกล่าวถึงเรื่องอะไร
แบบฝึกหัด
"which we will talk about more in part two" ทำหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้? The plan has one unresolved issue, which we will talk about more in part two.
- ระบุว่าปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ไขเป็นหัวข้อที่จะอภิปรายอย่างละเอียดขึ้นในตอนที่สอง
- นำเสนอหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ไข
- บอกว่าปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ไขได้รับการอธิบายอย่างครบถ้วนแล้วในตอนที่หนึ่ง
ดูคำตอบ
ระบุว่าปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ไขเป็นหัวข้อที่จะอภิปรายอย่างละเอียดขึ้นในตอนที่สอง