ระบบภูมิคุ้มกันของคุณทำงานอย่างไร? - เอ็มมา ไบรซ์ (Emma Bryce): บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: แอนิเมชันนี้อธิบายว่าเม็ดเลือดขาวตรวจพบและกำจัดภัยคุกคามอย่างไร เหตุใดไข้และอาการบวมจึงช่วยการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน ความจำทางภูมิคุ้มกันก่อตัวอย่างไร และโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองอาจทำให้ระบบป้องกันเดียวกันมุ่งโจมตีผิดเป้าหมายได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. a vast network of cells, tissues, and organs that coordinate your body's defenses against any threats to your health. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้รูปแบบนิยามทางวิทยาศาสตร์ที่กระชับ โดยเริ่มจากจัดระบบซับซ้อนให้อยู่ในหมวดกว้าง แล้วใช้อนุประโยคสัมพันธ์อธิบายหน้าที่ รูปแบบนี้นำไปใช้แนะนำองค์กร กลไก หรือระบบทางเทคนิคได้ 2. A warmer body makes it harder for bacteria and viruses to reproduce and spread because they're temperature-sensitive. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตและใช้โครงสร้าง make it + คำคุณศัพท์ + for + คำนาม + to-infinitive เพื่อบอกว่าเงื่อนไขหนึ่งทำให้การกระทำยากขึ้นอย่างไร พร้อมใช้ because เพื่อให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ 3. these disorders sabotage the immune system to varying degrees — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจ sabotage ในฐานะคำกริยาเชิงเปรียบเทียบแบบเป็นทางการที่สื่อถึงการทำลายการทำงานของระบบ และใช้ to varying degrees เพื่อระบุว่าความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี ไม่ได้เท่ากันทั้งหมด
คำอธิบายในบทเรียนนี้
lands..., injects..., and begins to feed: ลำดับการกระทำทีละขั้น
คำกริยารูป simple present ทั้งสามคำ ได้แก่ lands, injects และ begins ใช้ประธานร่วมกันคือ A mosquito เครื่องหมายจุลภาคแยกสองการกระทำแรก ส่วนคำเชื่อม and นำเข้าสู่การกระทำสุดท้าย ทำให้ผู้อ่านติดตามการกระทำสั้น ๆ ที่ต่อเนื่องกันของผู้กระทำรายเดียวได้ เมื่อเรียงการกระทำตามลำดับที่มักเกิดขึ้น ประโยคจึงดำเนินไปเหมือนภาพหลายภาพที่ตัดต่ออย่างรวดเร็ว ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ simple present แสดงว่านี่เป็นกระบวนการทั่วไป ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีตเพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอกระบวนการทั่วไปเป็นลำดับการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้ดีที่สุด
- The seed can break open when enough water is available.
- The seed absorbs water, swells, and breaks open.
- A wet seed is often larger than a dry seed.
ดูคำตอบ
The seed absorbs water, swells, and breaks open.
You wouldn't even know it was there if not for the red lump that appears, ไวยากรณ์
0:13คุณจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันอยู่ตรงนั้นหากไม่มีตุ่มแดงปรากฏขึ้น
if not for + กลุ่มคำนาม: การระบุเงื่อนไขที่ตรงข้ามกับความจริง
if not for หมายถึง “ถ้าไม่ใช่เพราะ” หรือ “หากไม่มี” วลีนี้ชี้ไปที่คน สิ่งของ หรือสถานการณ์ซึ่งการมีอยู่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป ในที่นี้ตุ่มแดงเป็นเบาะแส หากไม่มีตุ่มนั้น คุณก็จะไม่รู้ว่ายุงเคยอยู่ตรงนั้น ใช้ if not for หน้ากลุ่มคำนาม เช่น if not for the red lump ส่วนประโยคหลักมักมี would, could หรือ might เพื่อบอกผลลัพธ์ที่สมมติขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “หากไม่มีแผนที่”: ____ the map, we would still be lost.
ดูคำตอบ
If not for
accompanied by a telltale itch: มีอาการคันที่บ่งบอกปัญหาร่วมด้วย
Accompanied by ใช้เพิ่มสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับก้อนบวมแดง ซึ่งในที่นี้คืออาการคัน วลีนี้แสดงลักษณะอย่างที่สองที่เกิดในเวลาเดียวกัน Telltale หมายถึง “ที่เปิดเผยสิ่งที่ซ่อนอยู่” เช่น telltale sign, smell, sound หรือ symptom ซึ่งเป็นเบาะแสว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ในประโยคนี้ อาการคันเป็นเบาะแสที่ทำให้สังเกตเห็นปัญหาที่อาจซ่อนอยู่ และ telltale ไม่ได้แปลว่า “เล่าเรื่อง”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ accompanied by อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเพิ่มเบาะแสที่เกิดพร้อมกัน และใช้ telltale เพื่อบอกว่าเบาะแสนั้นเผยให้เห็นปัญหา?
- The engine problem was telltale by a smell of burning rubber.
- The engine problem was accompanied by a telltale smell of burning rubber.
- The engine problem was accompanied by a smell that told everyone a long story.
ดูคำตอบ
The engine problem was accompanied by a telltale smell of burning rubber.
but that bump is an important signal that you're protected by your immune system, ไวยากรณ์
0:21แต่ตุ่มนั้นเป็นสัญญาณสำคัญว่าคุณกำลังได้รับการปกป้องโดยระบบภูมิคุ้มกันของคุณ
It's a nuisance, but ... is an important signal: มันน่ารำคาญ แต่...เป็นสัญญาณสำคัญ
วลีเปิด It's a nuisance ยอมรับสั้น ๆ ก่อนว่าก้อนบวมนั้นมีด้านที่น่ารำคาญ จากนั้น but เปลี่ยนทิศทางของข้อความและนำไปสู่ประเด็นหลัก คือก้อนบวมเป็นสัญญาณสำคัญ นี่คือรูปแบบ “ยอมรับก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนไปเน้นจุดสำคัญ” โดยกล่าวถึงข้อเสียที่มีอยู่จริงก่อน แล้วใช้ but เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงที่ต้องการให้ผู้ฟังให้น้ำหนักมากกว่า ในประโยคนี้ ข้อมูลหลัง but คือส่วนที่เน้นมากที่สุด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดยอมรับข้อเสียก่อน แล้วใช้ but เพื่อเน้นประโยชน์ที่สำคัญกว่า?
- The update takes time, and time is a security problem.
- The update fixes a security problem because it takes time.
- The update takes time, but it fixes an important security problem.
ดูคำตอบ
The update takes time, but it fixes an important security problem.
a signal that ...: บอกว่าสัญญาณนั้นหมายถึงอะไร
หลังคำนาม signal สามารถตามด้วยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เพื่อบอกข้อความหรือความหมายของสัญญาณนั้นได้ ในที่นี้ that you're protected by your immune system ตอบคำถามว่า “ตุ่มนูนนั้นแสดงให้เห็นอะไร” รูปแบบคือ a signal that + อนุประโยคที่สมบูรณ์ ใช้เมื่อสิ่งที่สังเกตเห็น อาการ หรือข้อมูลชี้ไปยังข้อสรุปบางอย่าง ในรูปแบบนี้ that เชื่อมคำนามเข้ากับเนื้อหาของมัน และไม่ได้แปลว่า “อันนั้น”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a signal that + อนุประโยค เพื่อบอกว่าสัญญาณนั้นหมายถึงอะไร
- The bell was a signal to leave the room.
- The warning light is a signal that the battery is low.
- The coach gave the runner a signal.
ดูคำตอบ
The warning light is a signal that the battery is low.
safeguard against: ระบุอันตรายที่ต้องการป้องกัน
ในประโยคนี้ safeguard เป็นคำนาม หมายถึงมาตรการ ระบบ หรือคุณสมบัติที่ช่วยปกป้องคนหรือสิ่งของจากอันตราย ระบบภูมิคุ้มกันถูกอธิบายว่าเป็นกลไกหลักที่ปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อ รูปแบบคำนามที่ใช้บ่อยคือ a safeguard against + ภัยคุกคามหรืออันตราย คำว่า against ใช้นำหน้าอันตรายที่ต้องการป้องกัน เช่น infection, fraud หรือ data loss
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบคำนาม safeguard against ให้สมบูรณ์: Regular backups are a safeguard ____ data loss.
ดูคำตอบ
against
that coordinate your body's defenses against any threats to your health.
0:36ที่ประสานการป้องกันร่างกายของคุณจากภัยคุกคามใดๆ ต่อสุขภาพ
a vast network of ... that ...: บอกส่วนประกอบก่อน แล้วจึงบอกหน้าที่
ในคำนิยามนี้ a vast network of cells, tissues, and organs จะบอกประเภทของระบบและระบุส่วนประกอบหลักก่อน จากนั้นอนุประโยคขยาย that coordinate... จะอธิบายว่าส่วนประกอบเหล่านั้นทำหน้าที่อะไร ในที่นี้ that ย้อนกลับไปขยายรายการพหูพจน์ cells, tissues, and organs จึงใช้กริยา coordinate รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is a network/system of A, B, and C that + หน้าที่ รูปแบบนี้จัดคำนิยามที่ซับซ้อนเป็นสองขั้น ได้แก่ ระบุภาพรวมพร้อมส่วนประกอบ แล้วจึงบอกบทบาทร่วมของส่วนประกอบเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดให้นิยามสิ่งหนึ่งอย่างชัดเจนด้วยการบอกส่วนประกอบก่อน แล้วใช้ that เพื่ออธิบายหน้าที่ของส่วนประกอบเหล่านั้น
- The emergency system is a network of sensors and alarms that warn people about danger.
- Sensors and alarms are important because they warn people about danger.
- The emergency system uses sensors and alarms in many buildings.
ดูคำตอบ
The emergency system is a network of sensors and alarms that warn people about danger.
you'd be exposed to billions of bacteria, viruses, and toxins
0:41คุณจะสัมผัสกับแบคทีเรีย ไวรัส และสารพิษหลายพันล้านชนิด
that could make something as minor as a paper cut or a seasonal cold fatal. ไวยากรณ์
0:45ที่อาจทำให้เรื่องเล็กน้อยอย่างกระดาษบาดหรือไข้หวัดตามฤดูกาลกลายเป็นเรื่องร้ายแรงถึงชีวิตได้
Without it, you'd be exposed to ... that could make ... fatal: ลำดับผลที่ตามมา
Without it หมายถึง “ถ้าสิ่งนั้นไม่มีอยู่หรือใช้งานไม่ได้” ระบบนี้มีอยู่จริง ดังนั้นประโยคจึงกำลังสมมติผลลัพธ์ในปัจจุบันที่ไม่ตรงกับความจริง You'd เป็นรูปย่อของ you would และ would ใช้บอกว่าผลลัพธ์นั้นเป็นการสมมติ จากนั้นประโยคจะสร้างลำดับผลที่ตามมา คือ การไม่มีสิ่งป้องกันทำให้ต้องเผชิญกับภัยคุกคาม และภัยเหล่านั้นอาจก่อให้เกิดผลที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น ใน that could make something ... fatal คำว่า that ย้อนกลับไปหมายถึง bacteria, viruses, and toxins รูปแบบ make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้กรรมอยู่ในสภาพนั้น” ส่วน as minor as เน้นว่าแม้แต่ปัญหาเล็กน้อยก็อาจกลายเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
แบบฝึกหัด
เติมลำดับความเสี่ยงสมมติด้วยรูปแบบ Without ... would be exposed to: ____ protective gloves, a worker's hands ____ chemicals that could make a small skin irritation serious.
ดูคำตอบ
Without · would be exposed to
as minor as ... fatal: ความต่างระหว่างปัญหาเล็กน้อยกับผลลัพธ์ที่ถึงชีวิต
โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์ + as + ตัวอย่าง ใช้ชี้ตำแหน่งหนึ่งบนมาตรวัดระดับได้ something as minor as a paper cut or a seasonal cold หมายถึง “สิ่งที่ไม่ได้ร้ายแรงไปกว่าปัญหาในชีวิตประจำวันอย่างแผลกระดาษบาดหรือหวัดตามฤดูกาล” ในประโยคนี้ something as minor as a paper cut or a seasonal cold เป็นกรรมของ make และ fatal เป็นส่วนเติมเต็มของกรรม โดย make something ... fatal หมายถึง “ทำให้บางสิ่งกลายเป็นอันตรายถึงชีวิต” ความต่างระหว่าง minor กับ fatal เน้นว่าความเสี่ยงอาจร้ายแรงเพียงใด
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเปรียบเทียบ as...as โดยใช้ minor: Even a problem ____ a loose wire can shut down the whole network.
ดูคำตอบ
as minor as
relies on white blood cells: ระบุทรัพยากรที่ช่วยให้ระบบทำงาน
rely on หมายถึง “ต้องการและใช้บางสิ่งเป็นสิ่งสนับสนุน” ในที่นี้ประธานเป็นระบบ และนามวลีหลัง on ระบุทรัพยากรที่ระบบต้องใช้ นั่นคือระบบภูมิคุ้มกันต้องใช้เซลล์เม็ดเลือดขาวเพื่อปกป้องร่างกาย โครงสร้างคือ rely on + คำนามหรือนามวลี ใน simple present ประธานเอกพจน์ใช้ relies on ดังนั้น The immune system relies on ... จึงเป็นรูปที่ถูกต้อง
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัว rely on ให้สมบูรณ์: This rescue service relies ____ trained volunteers during storms.
ดูคำตอบ
on
also known as leukocytes: การแนะนำชื่อทางวิชาการ
also known as ใช้บอกว่ากลุ่มคำนามที่อยู่ข้างหน้ามีอีกชื่อหนึ่ง ในที่นี้ leukocytes เป็นชื่อทางวิชาการของ white blood cells วลี also known as leukocytes ที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคเป็นข้อมูลเสริมเพื่อระบุชื่อ เมื่อตัดออก ใจความหลักยังคงบอกว่าระบบภูมิคุ้มกันอาศัยเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สร้างในไขกระดูก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ also known as ได้ถูกต้องเพื่อแนะนำชื่ออื่นที่เป็นที่ยอมรับ?
- Mercury, also known as quicksilver, is a liquid metal.
- Mercury, also called as quicksilver, is a liquid metal.
- Mercury, also known quicksilver, is a liquid metal.
ดูคำตอบ
Mercury, also known as quicksilver, is a liquid metal.
originate in our bone marrow: การระบุสถานที่กำเนิด
originate in หมายถึงเริ่มต้น พัฒนา หรือถูกสร้างขึ้นในสถานที่หรือสภาพแวดล้อมหนึ่ง ในที่นี้หมายความว่าเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกสร้างขึ้นในไขกระดูก คำบุพบท in นำหน้าสถานที่ที่กระบวนการเริ่มต้น ในประโยคเต็ม that อ้างถึง white blood cells ซึ่งเป็นพหูพจน์ จึงใช้ originate ไม่ใช่ originates
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ originate in: The custom ____ a small fishing village centuries ago.
ดูคำตอบ
originated in
a network of vessels which helps clear bodily toxins and waste. วลี
1:04ซึ่งเป็นเครือข่ายของหลอดเลือดที่ช่วยกำจัดสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย
migrate into the bloodstream and the lymphatic system: เคลื่อนเข้าสู่กระแสเลือดและระบบน้ำเหลือง
ในทางชีววิทยา migrate ใช้อธิบายการเคลื่อนที่ของเซลล์จากตำแหน่งหนึ่งไปอีกตำแหน่งหนึ่ง ในที่นี้ migrate into หมายถึงเซลล์เคลื่อนมาจากที่อื่นแล้วเข้าสู่กระแสเลือดและระบบน้ำเหลือง ไม่ได้หมายถึงคนย้ายบ้าน โครงสร้าง migrate into + สถานที่หรือระบบ แสดงการเคลื่อนที่อย่างมีทิศทางข้ามขอบเขตเข้าไปด้านใน มีประโยชน์ในข้อความทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายว่าเซลล์เข้าสู่เนื้อเยื่อ เลือด หรือระบบอื่นในร่างกาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย migrate และคำบุพบทที่แสดงการเข้าไปด้านใน: During inflammation, immune cells can ____ nearby tissue.
ดูคำตอบ
migrate into
which helps clear bodily toxins and waste: ซึ่งช่วยกำจัดสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย
ในที่นี้ clear เป็นคำกริยาที่หมายถึง “กำจัด” หรือ “นำออกไป” Clear bodily toxins and waste อธิบายการนำสารที่ไม่ต้องการออกจากร่างกาย โดย clear ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “เข้าใจง่าย” ในภาษาอังกฤษ หลัง help สามารถใช้กริยารูปพื้นฐานโดยไม่ต้องมี to ได้ ดังนั้น helps clear จึงหมายถึง “ช่วยกำจัด” โครงสร้างเดียวกันนี้พบได้ใน helps clear debris, helps clear a blockage และ helps clear waste from water
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปสองคำของ help clear ที่สอดคล้องกับประธานเอกพจน์: A good filter ____ harmful particles from the water.
ดูคำตอบ
helps clear
be teeming with: เต็มไปด้วยสิ่งต่าง ๆ จำนวนมาก
be teeming with หมายถึง “เต็มไปด้วยคน สัตว์ หรือสิ่งต่าง ๆ จำนวนมาก” ในประโยคนี้ are teeming with leukocytes เน้นว่าเม็ดเลือดขาวมีอยู่ทั่วร่างกายของเราเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงบอกว่าร่างกาย “มี” เม็ดเลือดขาว โครงสร้างคือ ประธาน + be + teeming with + คำนาม คำว่า teeming ให้ภาพที่ชัดเจนถึงความอุดมสมบูรณ์และมักสื่อถึงความเคลื่อนไหว ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “กำลังเดือด” ตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ teem ที่หมายถึง “เต็มไปด้วยสิ่งต่าง ๆ จำนวนมาก”: After the rain, the garden was ____ butterflies.
ดูคำตอบ
teeming with
There are between 4,000 and 11,000 in every microliter of blood. ไวยากรณ์
1:11มีตั้งแต่ 4,000 ถึง 11,000 เซลล์ในเลือดทุกๆ หนึ่งไมโครลิตร
between 4,000 and 11,000: ช่วงตัวเลขต่อหนึ่งหน่วย
Between 4,000 and 11,000 กำหนดช่วงตัวเลข โดย 4,000 เป็นขอบเขตล่างและ 11,000 เป็นขอบเขตบน โครงสร้างคือ between + ค่าต่ำกว่า + and + ค่าสูงกว่า In every microliter of blood บอกหน่วยของจำนวนนี้ กล่าวคือช่วงดังกล่าวใช้กับเลือดแต่ละหนึ่งไมโครลิตร คำนามที่ละไว้คือ leukocytes ซึ่งเข้าใจได้จากประโยคก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำที่จับคู่กับ between ได้ถูกต้อง: There are between 20 ____ 30 seeds in every packet.
ดูคำตอบ
and
constantly screening the blood, tissues, and organs for suspicious signs. วลี
1:20ที่คอยตรวจตราเลือด เนื้อเยื่อ และอวัยวะต่างๆ เพื่อหาสิ่งผิดปกติอย่างต่อเนื่อง
As they move around: as ที่แสดงการกระทำพร้อมกัน
ใน As they move around คำว่า as ใช้นำการกระทำที่เป็นฉากหลังซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการกระทำในประโยคหลัก เม็ดเลือดขาวเคลื่อนที่ไปพร้อมกับตรวจตราร่างกาย ในที่นี้ as มีความหมายด้านเวลาใกล้เคียงกับ while ไม่ได้หมายถึง because และไม่ได้ใช้เปรียบเทียบสองสิ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as ในความหมายเดียวกับ while และแสดงว่าการกระทำสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
- As the camera moves across the room, it records each wall.
- The camera is as light as a phone.
- As the battery was dead, the camera would not turn on.
ดูคำตอบ
As the camera moves across the room, it records each wall.
work like security personnel, constantly screening...: การเปรียบเทียบเพื่ออธิบายอย่างแม่นยำ
ประโยคนี้เริ่มจากการเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคยว่า leukocytes work like security personnel ทำให้ผู้อ่านนึกภาพหน้าที่ทางชีววิทยาที่ไม่คุ้นเคยเป็นงานด้านการปกป้องและเฝ้าระวังได้ จากนั้นวลี -ing คือ constantly screening the blood, tissues, and organs for suspicious signs ระบุการกระทำร่วมที่ทำให้การเปรียบเทียบนี้มีประโยชน์ วลีนี้จำกัดการเปรียบเทียบไว้ที่หน้าที่เฉพาะอย่างหนึ่ง ไม่ได้บอกว่าเม็ดเลือดขาวเป็นคนจริง ๆ รูปแบบที่เริ่มด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งคุ้นเคยแล้วตามด้วยการกระทำร่วมที่เฉพาะเจาะจง เหมาะสำหรับใช้อธิบายกระบวนการที่เป็นนามธรรม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคยก่อน แล้วระบุการกระทำร่วมที่เฉพาะเจาะจงเพื่ออธิบายหน้าที่ที่เป็นนามธรรม
- The firewall works like a gatekeeper, checking each request for possible threats.
- The firewall blocks online threats, but a gatekeeper watches a building entrance.
- The firewall is installed beside the gatekeeper in the office.
ดูคำตอบ
The firewall works like a gatekeeper, checking each request for possible threats.
screen ... for suspicious signs: ตรวจสิ่งหนึ่งเพื่อหาสัญญาณที่น่าสงสัย
ในที่นี้ screen เป็นคำกริยา หมายถึงการตรวจคนหรือสิ่งของอย่างเป็นระบบเพื่อค้นหาปัญหา ความเสี่ยง หรือสัญญาณเฉพาะ ไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “หน้าจอ” ในประโยคนี้ the blood, tissues, and organs คือสิ่งที่ถูกตรวจ ส่วน suspicious signs คือสิ่งที่ระบบกำลังค้นหา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ screen + คนหรือสิ่งของ + for + เป้าหมายที่ต้องการค้นหา คำว่า constantly บอกว่าการตรวจนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ screen X for Y เติมประโยคให้สมบูรณ์: Airport staff ____ bags ____ prohibited items.
ดูคำตอบ
screen · for
This system mainly relies on cues called antigens. วลี
1:25ระบบนี้อาศัยเบาะแสที่เรียกว่าแอนติเจนเป็นหลัก
mainly relies on cues called antigens: อาศัยเบาะแสที่เรียกว่าแอนติเจนเป็นหลัก
Rely on หมายถึงการใช้คนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นที่พึ่ง หรือเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจและลงมือทำ ในที่นี้ระบบใช้เบาะแสเหล่านี้เป็นแหล่งข้อมูลหลัก คำว่า mainly บอกว่าเบาะแสเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นฐานเพียงอย่างเดียว called antigens อยู่หลัง cues และใช้บอกชื่อของเบาะแสเหล่านั้น เป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์ cues that are called antigens รูปแบบ คำนาม + called + ชื่อ เป็นวิธีที่กระชับในการแนะนำชื่อทางเทคนิค
แบบฝึกหัด
ใช้ relies on และ called เติมประโยคให้สมบูรณ์: The device mainly ____ signals ____ beacons to find its location.
ดูคำตอบ
relies on · called
These molecular traces on the surface of pathogens and other foreign substances betray the presence of invaders. โน้ต
1:29ร่องรอยระดับโมเลกุลเหล่านี้บนพื้นผิวของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ จะเปิดเผยการมีอยู่ของผู้บุกรุก
These molecular traces ... betray the presence of invaders: ลำดับการให้ข้อมูล
ประโยคนี้เริ่มจากอธิบายศัพท์วิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงก่อนหน้าใหม่ด้วยถ้อยคำที่เป็นรูปธรรม โดยเรียกลักษณะเหล่านั้นว่า These molecular traces และใช้ on the surface of... บอกตำแหน่งของร่องรอย จากนั้นจึงอธิบายว่าร่องรอยเหล่านี้สำคัญอย่างไร นั่นคือช่วยเผยให้เห็นว่ามีผู้บุกรุกอยู่ ลำดับแบบ “คืออะไรและอยู่ที่ไหน → แสดงอะไร” ช่วยให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ดำเนินจากการระบุสิ่งหนึ่งไปสู่การอธิบายหน้าที่
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้จัดลำดับข้อมูลอย่างไร
- แจกแจงขั้นตอนในห้องทดลอง แล้วจึงรายงานผล
- ระบุร่องรอยและตำแหน่งก่อน แล้วจึงอธิบายว่าร่องรอยเหล่านั้นเผยอะไร
- อธิบายผู้บุกรุกก่อน แล้วจึงอ้างว่าไม่มีร่องรอยระดับโมเลกุลอยู่
ดูคำตอบ
ระบุร่องรอยและตำแหน่งก่อน แล้วจึงอธิบายว่าร่องรอยเหล่านั้นเผยอะไร
betray the presence of: เผยสิ่งที่ซ่อนอยู่
ในที่นี้ betray ไม่ได้หมายถึง “ทรยศต่อใครสักคน” แต่หมายถึง “เผยสิ่งที่ซ่อนอยู่หรือไม่ชัดเจนออกมาโดยไม่ตั้งใจ” ร่องรอยระดับโมเลกุลทำหน้าที่เป็นเบาะแสที่บอกว่ามีผู้บุกรุกอยู่ ในโครงสร้างนี้ สัญญาณ เสียง สีหน้า หรือรายละเอียดสามารถเป็นประธานของ betray the presence of something ได้ ประธานคือเบาะแสที่เผยข้อมูล ส่วนคำหลัง presence of ระบุสิ่งหรือข้อเท็จจริงที่ถูกเปิดเผยว่ามีอยู่
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง betray the presence of invaders หมายความว่าอะไร
- ขัดขวางไม่ให้ผู้บุกรุกเคลื่อนไหว
- ทรยศต่อผู้บุกรุก
- เผยว่ามีผู้บุกรุกอยู่
ดูคำตอบ
เผยว่ามีผู้บุกรุกอยู่
it takes only minutes for the body's protective immune response to kick in. กริยาวลี
1:39จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อปกป้องร่างกาย
As soon as ... it takes only minutes for ... to ...: ทันทีที่เกิดเหตุการณ์หนึ่ง อีกกระบวนการก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
As soon as ใช้นำเสนอเหตุการณ์ที่เป็นตัวกระตุ้น ซึ่งในที่นี้คือช่วงเวลาที่เม็ดเลือดขาวตรวจพบเป้าหมาย ส่วนประโยคหลักใช้โครงสร้าง it takes only minutes for + กลุ่มคำนาม + to + คำกริยา เพื่อบอกว่ากระบวนการถัดไปใช้เวลานานเท่าใด เมื่อใช้สองส่วนนี้ร่วมกัน จะสื่อว่าช่วงเวลาระหว่างเหตุการณ์แรกกับการตอบสนองนั้นสั้นมาก เมื่อต้องอธิบายระบบหรือกระบวนการที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว สามารถใช้รูปแบบ As soon as + เหตุการณ์, it takes + ระยะเวลา + for + ผู้กระทำหรือกระบวนการ + to + คำกริยา ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าสัญญาณเตือนดังขึ้นแทบจะทันทีหลังจากตรวจพบควัน
- The sensor detects smoke because it takes the alarm several minutes to stop.
- Before the sensor detects smoke, the alarm has already sounded for several minutes.
- As soon as the sensor detects smoke, it takes only seconds for the alarm to sound.
ดูคำตอบ
As soon as the sensor detects smoke, it takes only seconds for the alarm to sound.
kick in: เริ่มทำงานหรือเริ่มส่งผล
ในที่นี้ kick in เป็นกริยาวลีแบบไม่ต้องมีกรรม หมายถึงเริ่มทำงานหรือเริ่มส่งผล การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันจะเริ่มทำงานภายในไม่กี่นาที ไม่ได้หมายถึงการเตะจริง ๆ ความหมายนี้ใช้กับผล กลไก ระบบ ปฏิกิริยา กฎ หรือสัญชาตญาณที่เริ่มทำงาน โดยมักเกิดขึ้นหลังจากมีสิ่งกระตุ้นหรือผ่านช่วงเวลาสั้น ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ kick in ในความหมายว่าเริ่มทำงาน
- We each kicked in five dollars for the gift.
- The firefighter kicked in the locked door.
- The backup system kicked in when the power failed.
ดูคำตอบ
The backup system kicked in when the power failed.
so the immune response has to be equally adaptable.
1:46ดังนั้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันจึงต้องสามารถปรับตัวได้ดีพอๆ กัน
hugely variable, so ... equally adaptable: ทำให้ความสามารถสอดคล้องกับความท้าทายที่หลากหลาย
ส่วนก่อน so บอกลักษณะที่ทำให้เกิดความจำเป็น นั่นคือภัยคุกคามแตกต่างกันมาก ส่วนหลัง so บอกผลที่จำเป็น นั่นคือการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับภัยเหล่านั้นได้ คำว่า equally เชื่อมระดับความสามารถในการปรับตัวเข้ากับระดับความแตกต่าง รูปแบบการให้เหตุผลที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is highly variable, so Y has to be equally adaptable กล่าวคือ เมื่อความท้าทายแตกต่างกันมาก ระบบที่จัดการกับสิ่งเหล่านั้นก็ต้องยืดหยุ่นในระดับที่สอดคล้องกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ตรรกะแบบเดียวกัน คือความท้าทายที่หลากหลายต้องการระบบที่ยืดหยุ่นในระดับที่สอดคล้องกัน
- Classroom needs vary widely, so the lesson plan has to be equally adaptable.
- Classroom needs vary widely, but the lesson plan was written last week.
- The lesson plan is adaptable, although today's class starts at noon.
ดูคำตอบ
Classroom needs vary widely, so the lesson plan has to be equally adaptable.
That means relying on ...: จากข้อสรุปทั่วไปสู่กลไกที่เป็นรูปธรรม
ใน That means... คำว่า That ย้อนอ้างถึงข้อสรุปก่อนหน้าที่ว่าการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต้องปรับตัวได้ จากนั้นคำกริยา means จะนำเข้าสิ่งที่ข้อสรุปกว้าง ๆ นั้นหมายถึงในทางปฏิบัติ คือการอาศัยเม็ดเลือดขาวหลายชนิดที่รับมือกับภัยคุกคามด้วยวิธีต่างกัน ในการอธิบาย That means... ใช้เปลี่ยนจากข้อความทั่วไปไปสู่กลไก การกระทำ หรือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ตรงนี้ตามด้วยรูป -ing คือ relying เพราะเนื้อหาในทางปฏิบัติถูกเสนอเป็นกิจกรรม ไม่ใช่อนุประโยคที่มีประธานของตัวเอง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมาย That means + -ing ให้สมบูรณ์: The building has limited space. ____ using smaller desks and shared storage.
ดูคำตอบ
That means
relying on ... to tackle ... หลัง means
เมื่ออยู่หลัง means คำว่า relying ซึ่งเป็นรูป -ing ใช้บอกว่าสถานการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับการทำอะไร ในที่นี้คือการพึ่งพาบางสิ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการ ในประโยคนี้ สิ่งที่พึ่งพาคือ many different types of leukocytes โครงสร้าง rely on A to do B แสดงทั้งสิ่งที่พึ่งพาและหน้าที่ของสิ่งนั้น A คือ many different types of leukocytes ส่วน to tackle threats in different ways อธิบายว่าพึ่งพาให้สิ่งเหล่านั้นทำอะไร โครงสร้างนี้ยังใช้กับวิธีการและทางแก้อื่น ๆ ที่อาศัยคนหรือสิ่งของให้ทำหน้าที่หนึ่งได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ means relying on A to do B ได้ถูกต้อง
- Running the event means relying on volunteers to guide visitors.
- Running the event means rely on volunteers to guide visitors.
- Running the event means relying volunteers to guide visitors.
ดูคำตอบ
Running the event means relying on volunteers to guide visitors.
we classify leukocytes in two main cellular groups,
1:57แต่เราแบ่งเซลล์เม็ดเลือดขาวออกเป็นเซลล์สองกลุ่มหลัก
Despite this diversity: การแสดงความหมายยอมรับข้อขัดแย้งด้วย despite
Despite this diversity ใช้แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งก่อน แล้วชี้ว่าข้อความถัดไปยังคงเป็นจริงอยู่ โดยประโยคนี้ยอมรับก่อนว่าเม็ดเลือดขาวมีหลายชนิด แล้วจึงบอกว่ายังสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักได้ Despite เป็นคำบุพบท ดังนั้นในที่นี้จึงตามด้วยนามวลี this diversity โดยสามารถตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ได้ แต่ไม่ตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาโดยตรง โครงสร้างสั้น ๆ นี้มักใช้เมื่อคำอธิบายเปลี่ยนจากเรื่องที่ซับซ้อนไปสู่ข้อสรุปทั่วไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ despite ได้ถูกต้อง
- Although the heavy rain, the match continued.
- Despite it was raining heavily, the match continued.
- Despite the heavy rain, the match continued.
ดูคำตอบ
Despite the heavy rain, the match continued.
a two-pronged attack: แนวทางการลงมือสองด้านที่ประสานกัน
อนุประโยคสัมพันธ์ “which coordinate a two-pronged attack” ขยาย two main cellular groups ที่กล่าวมาก่อนหน้า ในที่นี้ two-pronged เป็นการเปรียบเทียบ หมายถึงกลุ่มเซลล์ทั้งสองใช้แนวทางการทำงานที่ต่างกันแต่ประสานกัน เพื่อเป้าหมายการป้องกันเดียวกัน รูปแบบ a two-pronged approach/strategy/attack ใช้อธิบายแผนที่จัดการปัญหาเดียวด้วยสองวิธีที่เชื่อมโยงกัน หมายถึงสองแนวทางการลงมือ ไม่ใช่อาวุธรูปส้อมจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์เป้าหมายที่หมายถึงการใช้สองวิธีร่วมกัน: The library launched a ____ campaign to improve access: it extended weekend hours and added a mobile book service.
ดูคำตอบ
two-pronged
phagocytes trigger the immune response by sending macrophages and dendritic cells into the blood. โน้ต
2:04ฟาโกไซต์จะกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันโดยส่งแมคโครฟาจและเซลล์เดนไดรติกเข้าสู่กระแสเลือด
First, ... by sending ...: การจัดลำดับขั้นตอนของกระบวนการ
First เป็นคำบอกลำดับที่ทำให้ผู้ฟังรู้ว่าประโยคนี้เริ่มส่วนแรกของคำอธิบายที่ยาวกว่า จึงช่วยให้ติดตามกระบวนการได้ง่ายขึ้น หลังคำบอกลำดับ “phagocytes trigger the immune response” ระบุว่าส่วนนี้ทำอะไร จากนั้น “By sending ...” บอกวิธีการ โดย by + -ing ตอบคำถามว่า “อย่างไร” ข้อมูลจึงเรียงจากป้ายกำกับขั้นตอน ไปยังการกระทำหลัก แล้วจึงไปสู่วิธีการ
แบบฝึกหัด
First มีบทบาทหลักอย่างไรในการจัดระเบียบข้อมูลในตัวอย่างนี้
- ใช้เปิดส่วนแรกของกระบวนการ ก่อนที่ประโยคจะอธิบายการกระทำและวิธีการ
- แสดงว่านี่เป็นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันเพียงแบบเดียวที่เป็นไปได้
- หมายความว่าการกระทำนี้เกิดขึ้นหลังจากขั้นตอนอื่นทั้งหมด
ดูคำตอบ
ใช้เปิดส่วนแรกของกระบวนการ ก่อนที่ประโยคจะอธิบายการกระทำและวิธีการ
trigger the immune response by ...: เริ่มการตอบสนองและเกริ่นถึงวิธีการ
ในประโยคนี้ trigger the immune response หมายถึงเซลล์ฟาโกไซต์ทำให้การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันเริ่มขึ้น คำว่า trigger แสดงว่าเซลล์ฟาโกไซต์เป็นสาเหตุที่ทำให้การตอบสนองเริ่มทำงาน ไม่ได้หมายความว่าเซลล์เหล่านี้ทำทุกขั้นตอนต่อจากนั้นด้วยตัวเอง รูปแบบ trigger a response พบได้บ่อยในเนื้อหาวิทยาศาสตร์และข่าว ส่วน by ที่ตามมาบอกว่าถัดไปจะอธิบายวิธีหรือกลไกที่ทำให้เกิดการตอบสนอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ trigger a response ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าสาเหตุหนึ่งทำให้การตอบสนองเริ่มขึ้น
- Bright light can respond a protective trigger in the eye.
- Bright light can trigger to a protective response in the eye.
- Bright light can trigger a protective response in the eye.
ดูคำตอบ
Bright light can trigger a protective response in the eye.
by sending ...: ใช้ by + -ing เพื่ออธิบายวิธีการ
By sending macrophages and dendritic cells into the blood อธิบายว่าการกระทำหลักเกิดขึ้นได้อย่างไร กล่าวคือ นี่คือวิธีที่ใช้กระตุ้นการตอบสนอง ตรงนี้ by เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาหลัง by ต้องอยู่ในรูป -ing: by sending ไม่ใช่ by send หรือ by to send รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำหลัก + by + -ing
แบบฝึกหัด
ใช้ by และรูป -ing ของ reduce เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The device saves energy ____ screen brightness.
ดูคำตอบ
by reducing
they destroy any foreign cells they encounter simply by consuming them. ไวยากรณ์
2:12พวกมันจะทำลายเซลล์แปลกปลอมที่พบเจอด้วยการกลืนกินเข้าไป
As these circulate: ใช้ as วางกระบวนการเบื้องหลังที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ในประโยคนี้ as หมายถึง “ขณะที่” หรือ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคสั้น As these circulate ทำให้การไหลเวียนเป็นกระบวนการเบื้องหลังที่กำลังดำเนินอยู่ และการทำลายก็เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการนั้น รูปแบบนี้ช่วยเชื่อมการกระทำสองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันในการอธิบาย ที่นี่ as แสดงความสัมพันธ์ด้านเวลา ไม่ได้หมายถึง “เพราะว่า”
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ As the drone flies along the fence แสดงความสัมพันธ์แบบใด? As the drone flies along the fence, it checks every post.
- การตรวจสอบเกิดขึ้นหลังจากโดรนหยุดบินแล้วเท่านั้น
- มีการเปรียบเทียบรั้วกับโดรน
- การบินและการตรวจสอบเกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเดียวกันที่กำลังดำเนินอยู่
ดูคำตอบ
การบินและการตรวจสอบเกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเดียวกันที่กำลังดำเนินอยู่
simply by consuming them: บอกวิธีด้วย simply by + -ing
โครงสร้าง by + -ing ระบุวิธีที่ใช้ให้เกิดผลลัพธ์ ใน simply by consuming them คำว่า consuming เป็นรูป -ing หลัง by และ them หมายถึงเซลล์แปลกปลอม ในที่นี้ simply หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” วลีนี้บอกว่าการกลืนกินเซลล์เป็นวิธีโดยตรงในการทำลายเซลล์ ไม่ได้บอกว่าการกลืนกินนั้นเป็นเรื่องง่าย
แบบฝึกหัด
ใช้ read เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง simply by + -ing: The scanner identifies each box ____ its label.
ดูคำตอบ
simply by reading
That allows phagocytes to identify the antigen on the invaders they just ingested โน้ต
2:17ซึ่งช่วยให้ฟาโกไซต์สามารถระบุแอนติเจนของผู้บุกรุกที่พวกมันเพิ่งกลืนเข้าไป
That allows phagocytes to identify: allow + กรรม + to-infinitive
โครงสร้างคือ allow + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน ใน That allows phagocytes to identify คำว่า phagocytes เป็นกรรม และ to identify ระบุการกระทำที่เป็นไปได้ขึ้นมา allow ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่ามีใครให้อนุญาต That อ้างถึงเงื่อนไขหรือเหตุการณ์ก่อนหน้า ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าสิ่งนั้นทำให้เซลล์ฟาโกไซต์สามารถระบุแอนติเจนได้
แบบฝึกหัด
ใช้ store เติมโครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive ให้สมบูรณ์: The app allows users ____ important documents securely.
ดูคำตอบ
to store
That allows ... to identify ... and transmit ...: การเชื่อมขั้นตอนของกลไก
That ย้อนกลับไปอ้างถึงขั้นตอนการกลืนกินก่อนหน้า และนำเสนอขั้นตอนนั้นว่าเป็นสาเหตุของสิ่งที่ตามมา ผลจากขั้นตอนดังกล่าวทำให้เซลล์ฟาโกไซต์สามารถระบุแอนติเจนและส่งต่อข้อมูลได้ กรอบ "allows phagocytes to identify ... and transmit ..." ทำให้การกระทำสองอย่างที่เชื่อมด้วย and อยู่ภายใต้ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลเดียวกัน ส่วนท้ายของประโยคระบุว่ากลุ่มเซลล์ที่รับข้อมูลคือลิมโฟไซต์ จึงทำให้คำอธิบายดำเนินอย่างชัดเจนจากการกลืนกินไปสู่การระบุ และต่อไปยังการสื่อสารข้อมูล
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายนี้ That allows ... to identify ... and transmit ... ทำหน้าที่อะไร?
- ย้อนกระบวนการและบอกว่าขั้นตอนก่อนหน้าล้มเหลว
- เชื่อมผลของขั้นตอนก่อนหน้ากับการกระทำสองอย่างที่เป็นไปได้ในขั้นต่อไป
- นำเสนอเหตุการณ์อิสระสองเหตุการณ์ที่ไม่มีความสัมพันธ์เชิงเหตุผล
ดูคำตอบ
เชื่อมผลของขั้นตอนก่อนหน้ากับการกระทำสองอย่างที่เป็นไปได้ในขั้นต่อไป
transmit this information to: ส่งข้อมูลไปยังผู้รับ
transmit this information to ... หมายถึง “ส่งข้อมูลนี้ไปยังผู้รับ” ในประโยคนี้ this information คือเนื้อหาที่ถูกส่งต่อ และ the second major cell group คือผู้รับ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ transmit + ข้อมูล/ข้อมูลตัวเลข/สัญญาณ + to + ผู้รับ
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ใช้นำหน้าผู้รับ: The satellite transmits weather data ____ stations on the ground.
ดูคำตอบ
to
A group of lymphocyte cells called T-cells go in search of infected body cells and swiftly kill them off. โน้ต
2:29เซลล์ลิมโฟไซต์กลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าทีเซลล์จะออกค้นหาเซลล์ในร่างกายที่ติดเชื้อและฆ่าพวกมันทิ้งอย่างรวดเร็ว
go in search of: ออกไปตามหาบางสิ่ง
go in search of + คนหรือสิ่งของ หมายถึง “ออกไปตามหาคนหรือสิ่งนั้น” ในที่นี้ เซลล์ทีตั้งใจค้นหาเซลล์ร่างกายที่ติดเชื้อ สำนวนนี้นำเสนอการค้นหาว่าเป็นการกระทำที่เริ่มต้นขึ้นและมุ่งไปสู่เป้าหมาย ไม่ใช่เพียงการค้นหาโดยทั่วไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ go in search of ได้ถูกต้องเพื่อบรรยายการเริ่มต้นค้นหา
- At dawn, the rescue team went in searching of the missing hikers.
- At dawn, the rescue team went in search of the missing hikers.
- At dawn, the rescue team went in search for the missing hikers.
ดูคำตอบ
At dawn, the rescue team went in search of the missing hikers.
swiftly kill them off: กำจัดอย่างรวดเร็วและทั่วถึง
Kill off หมายถึงฆ่าหรือกำจัดสมาชิกทั้งหมดหรือจำนวนมากของกลุ่ม ในประโยคนี้ them หมายถึงเซลล์ร่างกายที่ติดเชื้อ และ swiftly แสดงว่าเซลล์ทีกำจัดเซลล์เหล่านั้นอย่างรวดเร็ว คำอนุภาค off เพิ่มความหมายว่ากำจัดอย่างทั่วถึง Kill off เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่างกริยากับคำอนุภาค จึงพูดว่า kill them off ไม่ใช่ kill off them
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย kill off โดยวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่ถูกต้อง: The beetles were destroying the garden, so the farmer tried to ____.
ดูคำตอบ
kill them off
to start producing special proteins called antibodies. ไวยากรณ์
2:43เพื่อเริ่มสร้างโปรตีนพิเศษที่เรียกว่าแอนติบอดี
Meanwhile: เปลี่ยนไปกล่าวถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นคู่ขนานกัน
Meanwhile เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากกิจกรรมหนึ่งไปสู่อีกกิจกรรมหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ในที่นี้ คำอธิบายเปลี่ยนจากการที่เซลล์ทีค้นหาและกำจัดเซลล์ที่ติดเชื้อ ไปสู่การที่เซลล์บีและเซลล์ทีผู้ช่วยสร้างแอนติบอดี ในการอธิบาย ใช้ Meanwhile เพื่อจัดลำดับกิจกรรมสองสายที่เกิดขึ้นคู่ขนานกันให้ชัดเจน คำนี้ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมที่สองต้องรอให้กิจกรรมแรกเสร็จก่อน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Meanwhile ได้ถูกต้องเพื่อกล่าวถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน?
- The lab team analyzed the samples. Meanwhile, the field team collected more data.
- The lab team completed the first test. Meanwhile, only after it ended, they began the second test.
- The lab team finished the report. Then, they submitted it.
ดูคำตอบ
The lab team analyzed the samples. Meanwhile, the field team collected more data.
use the information ... to start producing: จากข้อมูลนำเข้าไปสู่การลงมือทำ
ประโยคนี้จัดกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นข้อมูลนำเข้าที่นำไปสู่การกระทำ B-cells and helper T-cells คือผู้ลงมือทำ use the information gathered from the unique antigens ระบุข้อมูลที่นำมาใช้ และ to start producing ระบุการกระทำที่เริ่มขึ้นต่อจากนั้น นามวลีสุดท้าย special proteins called antibodies ระบุผลผลิตและชื่อของมัน เมื่ออ่านประโยคยาวที่อธิบายกระบวนการ ให้ติดตามก่อนว่า “ใครใช้อะไรเพื่อทำอะไร” แล้วจึงเชื่อมชื่อของผลผลิตเข้ากับโครงสร้างนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การจัดข้อมูลแบบเดียวกัน คือข้อมูลนำเข้าที่นำไปสู่การกระทำ
- The design team used the survey results to start improving the app.
- The survey results arrived after the design team updated the app.
- The design team explained how the app had collected the survey results.
ดูคำตอบ
The design team used the survey results to start improving the app.
start producing: โครงสร้าง start + -ing
ใน to start producing คำว่า to นำเข้าสู่การกระทำที่ใช้ข้อมูลนั้นเพื่อทำ ส่วน start ตามด้วย producing ซึ่งเป็นรูป -ing ดังนั้น start producing จึงหมายถึงกิจกรรมการผลิตเริ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมนั้นเสร็จแล้ว called antibodies ขยาย special proteins และหมายถึง “ที่เรียกว่าแอนติบอดี” ในที่นี้ start to produce ก็ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์และโดยทั่วไปสื่อความหมายเกือบเหมือนกัน ส่วน start producing นำเสนอกระบวนการอย่างเป็นธรรมชาติว่าเป็นกิจกรรมที่กำลังเริ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ produce: The factory started ____ medical supplies last year.
ดูคำตอบ
producing
pièce de résistance: ส่วนที่โดดเด่นที่สุด
สำนวนภาษาฝรั่งเศสที่ภาษาอังกฤษยืมมาอย่าง pièce de résistance หมายถึงส่วนที่น่าประทับใจ สำคัญ หรือเป็นที่รอคอยมากที่สุดในภาพรวมที่ใหญ่กว่า ในประโยคนี้ This is... ใช้ยกสิ่งหนึ่งให้เป็นจุดเด่นหลัก ไม่ได้หมายถึงการต่อต้าน ใช้สำนวนนี้เพื่อชี้ว่าส่วนใดโดดเด่นที่สุดของมื้ออาหาร การแสดง ชุดผลงาน งานกิจกรรม หรือการนำเสนอ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ pièce de résistance ในความหมายว่าส่วนที่โดดเด่นที่สุดของงานที่ใหญ่กว่า
- The final experiment was the pièce de résistance of the science show.
- The science show was a piece of physical resistance.
- The final experiment resisted the science show.
ดูคำตอบ
The final experiment was the pièce de résistance of the science show.
Each antigen has a unique matching antibody: ชุดคำคุณศัพท์และการจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่ง
ใน Each antigen has a unique matching antibody คำนามหลักคือ antibody ส่วน unique และ matching เป็นคำคุณศัพท์ที่วางอยู่ข้างหน้า โดย matching บอกว่าแอนติบอดีนั้นตรงกับแอนติเจนชนิดนั้น ส่วน unique เน้นว่าความสัมพันธ์นี้เป็นแบบเฉพาะเจาะจง ไม่ได้ใช้ร่วมกัน Each antigen เป็นเอกพจน์ จึงใช้กับ has เมื่อใช้ Each ... a ... ร่วมกัน จะเป็นการแสดงความสัมพันธ์ทีละแอนติเจน ไม่ได้หมายความว่าแอนติเจนทั้งหมดใช้แอนติบอดีตัวเดียวร่วมกัน
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ Each กับกริยาเอกพจน์อย่างถูกต้อง และวาง unique กับ matching ไว้หน้าคำนามที่คำเหล่านี้ขยาย
- Each lock has a unique matching key.
- Each lock have a unique matching key.
- Each lock has a uniquely match key.
ดูคำตอบ
Each lock has a unique matching key.
can latch onto it like a lock and key: เข้าคู่กันอย่างแม่นยำเหมือนกุญแจกับแม่กุญแจ
ในที่นี้ can latch onto it like a lock and key ใช้การเปรียบเทียบเพื่ออธิบายว่าแอนติบอดีจับกับแอนติเจนที่เข้าคู่กันอย่างไร กุญแจใช้ได้กับแม่กุญแจที่เข้าคู่กันเท่านั้น ภาพนี้จึงสื่อถึงการยึดเกาะที่เลือกเป้าหมายและแม่นยำ การเปรียบเทียบนี้เป็นแบบจำลองอย่างง่าย โครงสร้างทางชีวภาพไม่ได้เป็นกุญแจและแม่กุญแจโลหะจริง ๆ เมื่อพบภาพนี้ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อื่น ให้เน้นแนวคิดเรื่องการเข้าคู่และการยึดเกาะ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ภาพกุญแจกับแม่กุญแจแบบเดียวกันเพื่ออธิบายการเข้าคู่แบบเลือกเฉพาะ?
- The enzyme can bind to every target equally well.
- The enzyme is made from a metal key and a lock.
- The enzyme fits its target like a key in a lock.
ดูคำตอบ
The enzyme fits its target like a key in a lock.
can latch onto it: ยึดเป้าหมายไว้อย่างแน่นหนา
ในที่นี้ latch onto หมายถึงจับหรือยึดติดกับบางสิ่งอย่างแน่นหนา onto นำหน้าสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการยึดเกาะ ส่วน it หมายถึงเป้าหมายที่กล่าวไว้แล้วในคำอธิบายรอบ ๆ วลีนี้ให้ภาพที่แรงและมีการเคลื่อนไหวมากกว่า attach to ซึ่งเป็นกลาง กล่าวคือบางสิ่งจับเป้าหมายไว้และไม่หลุดออกง่าย ในบริบทอื่น latch onto อาจหมายถึงเข้าใจหรือรับแนวคิดอย่างรวดเร็วได้ด้วย แต่ในประโยคนี้ใช้ความหมายทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ latch onto ในความหมายว่า ‘จับไว้และยังคงยึดติดอยู่’?
- She latched onto the new idea immediately.
- The reporter latched onto one small detail.
- The tiny hooks latch onto the fabric.
ดูคำตอบ
The tiny hooks latch onto the fabric.
and attack the invaders until the worst of the threat is neutralized. โน้ต
3:03และโจมตีผู้บุกรุกจนกว่าส่วนที่เลวร้ายที่สุดของภัยคุกคามจะถูกทำให้หมดฤทธิ์
“which then cycle through the body”: การหมุนเวียนภายในระบบ
ใน cycle through the body คำว่า cycle หมายถึง “เคลื่อนที่หรือหมุนเวียนผ่านส่วนต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกันของระบบ” ไม่ใช่ “ขี่จักรยาน” ในที่นี้กล่าวถึงแอนติบอดีที่เคลื่อนผ่านส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อนุประโยคสัมพันธ์ which then cycle through the body เพิ่มข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับแอนติบอดีหลายล้านโมเลกุล คือหลังจากถูกสร้างขึ้นแล้ว แอนติบอดีจะเริ่มหมุนเวียน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ cycle through ในความหมายว่า “หมุนเวียนอยู่ภายในระบบทางกายภาพ”
- The coolant cycles through the engine to carry heat away.
- Maya cycles through the park every morning.
- The mechanic pours coolant into a clean container.
ดูคำตอบ
The coolant cycles through the engine to carry heat away.
“until ... is neutralized”: ดำเนินต่อไปจนถึงจุดสิ้นสุด
until ใช้บอกจุดสิ้นสุดของการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ ในที่นี้แอนติบอดียังคงหมุนเวียนและโจมตีต่อไป โดยกิจกรรมนั้นดำเนินไปจนถึงจุดที่ส่วนอันตรายที่สุดของภัยคุกคามได้รับการจัดการ is neutralized เป็นรูปถูกกระทำ เพราะประโยคเน้นผลลัพธ์ว่าภัยคุกคามถูกทำให้หมดอันตรายหรือควบคุมได้ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้กระทำ ส่วน the worst of the threat หมายถึงส่วนที่ร้ายแรงหรืออันตรายที่สุดของภัยคุกคาม
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้หมายความว่าการเฝ้าดูดำเนินต่อไปจนถึงเวลาที่ระบบปลอดภัย เติมประโยคให้สมบูรณ์: The engineers kept watching the system ____ it was safe again.
ดูคำตอบ
until
is neutralized: ทำให้ภัยคุกคามไม่เป็นอันตรายอีกต่อไป
ในที่นี้ neutralized หมายถึง “ถูกทำให้ไม่สามารถก่ออันตรายหรือออกฤทธิ์ได้” ส่วนที่อันตรายที่สุดของภัยคุกคามถูกหยุดไว้ คำนี้ไม่ได้ใช้ความหมายของ neutral ที่ว่า “ไม่เข้าข้างฝ่ายใด” และไม่จำเป็นต้องหมายความว่าผู้บุกรุกทั้งหมดหายไปแล้ว is neutralized เป็นรูปถูกกระทำ โดยภัยคุกคามเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ ส่วน until บอกจุดสิ้นสุดว่า การโจมตีดำเนินต่อไปจนถึงตอนที่อันตรายร้ายแรงที่สุดถูกทำให้หมดฤทธิ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ neutralized ในความหมายว่า “ทำให้อันตรายไม่สามารถก่อความเสียหายได้”
- The report described the harmful chemical in detail.
- The two teams remained neutral during the argument.
- The filter neutralized the harmful chemical before it reached the river.
ดูคำตอบ
The filter neutralized the harmful chemical before it reached the river.
familiar symptoms like high temperatures and swelling
3:08อาการที่คุ้นเคยอย่างเช่นไข้สูงและอาการบวม
are actually processes designed to aid the immune response. โน้ต
3:12แท้จริงแล้วคือกระบวนการที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน
While all of this is going on: วางฉากหลังด้านเวลา
While all of this is going on หมายถึง “ในช่วงเวลาที่สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดกำลังเกิดขึ้น” while ใช้เปิดฉากหลังด้านเวลาที่ยังดำเนินอยู่ และ all of this ย้อนกลับไปกล่าวถึงกระบวนการที่พูดถึงไปแล้ว การวางอนุประโยคนี้ไว้ต้นประโยคเชื่อมข้อมูลเดิมเข้ากับประโยคหลัก ผู้ฟังจึงมองกระบวนการก่อนหน้าเป็นฉากหลัง แล้วหันไปสนใจสิ่งอื่นที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ในที่นี้ while บอกเวลา ไม่ได้บอกความขัดแย้ง
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเปิดประโยคจากบทเรียนตามรูปเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, the stage crew is preparing the next scene.
ดูคำตอบ
While all of this is going on
are actually ... designed to aid: แก้ความเข้าใจเดิมและอธิบายหน้าที่
ใน are actually คำว่า are จัดอาการเหล่านี้ใหม่ว่าเป็น processes ส่วน actually บอกว่าความจริงต่างจากสิ่งที่อาจคิดในตอนแรก ในที่นี้ actually หมายถึง “จริง ๆ แล้ว” ไม่ได้หมายถึง “ในขณะนี้” designed to aid the immune response ขยาย processes และอธิบายหน้าที่ของกระบวนการเหล่านั้น ในภาษาวิทยาศาสตร์ designed to สามารถบอกหน้าที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องหมายความว่ามีใครตั้งใจออกแบบสิ่งนั้น โครงสร้าง X is/are actually Y designed to do Z จะแก้ความเข้าใจเดิมก่อน แล้วจึงอธิบายหน้าที่ของ Y
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างเดียวกันเพื่อแก้ความคาดหมายเดิมแล้วอธิบายหน้าที่
- The rough tiles are actually safety markers designed to warn people near the platform edge.
- The rough tiles were actually replaced after the warning.
- The rough tiles are currently beside the platform edge.
ดูคำตอบ
The rough tiles are actually safety markers designed to warn people near the platform edge.
designed to aid the immune response: อธิบายหน้าที่อย่างเป็นทางการ
designed to aid the immune response หมายถึง “มีหน้าที่ช่วยการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน” โครงสร้าง designed to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายว่าสิ่งหนึ่งมีจุดประสงค์หรือถูกสร้างมาให้ทำอะไร Aid เป็นกริยาแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ช่วย” และตามด้วยสิ่งที่ได้รับความช่วยเหลือโดยตรง เช่น aid the immune response designed to aid... ใน processes designed to aid... เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบย่อที่ขยาย processes และมีความหมายเท่ากับ processes that are designed to aid.... ในคำอธิบายทางชีววิทยา designed to สามารถบอกหน้าที่โดยไม่จำเป็นต้องหมายความว่ามนุษย์ตั้งใจออกแบบกระบวนการนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนแบบเป็นทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “มีหน้าที่ช่วย”: This device is ____ recovery after surgery.
ดูคำตอบ
designed to aid
to reproduce and spread because they're temperature-sensitive. ไวยากรณ์
3:20แพร่พันธุ์และกระจายตัวได้ยากขึ้นเนื่องจากพวกมันไวต่ออุณหภูมิ
make it harder for ... to do: ทำให้ใครทำบางอย่างได้ยากขึ้น
โครงสร้าง make it + adjective + for + noun/pronoun + to + verb ใช้บอกว่าปัจจัยหนึ่งเปลี่ยนระดับความง่ายหรือความยากของการกระทำอย่างไร ในที่นี้ A warmer body คือสาเหตุ harder แสดงว่าความยากเพิ่มขึ้น และ for bacteria and viruses ระบุว่าใครหรือสิ่งใดเผชิญความยากนั้น it เป็นกรรมสมมติและไม่ได้หมายถึง body การกระทำที่ยากขึ้นระบุด้วยวลีกริยาไม่แท้ to reproduce and spread โครงสร้างนี้ใช้ร่วมกับคำคุณศัพท์อย่าง easier, safer, possible หรือ difficult ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง make it + adjective + for + noun + to do ได้ถูกต้อง
- The steep path makes young children difficult to reach the top.
- The steep path makes it difficult for young children to reach the top.
- The steep path makes it difficult young children to reach the top.
ดูคำตอบ
The steep path makes it difficult for young children to reach the top.
because they're temperature-sensitive: เพราะพวกมันไวต่ออุณหภูมิ
because ใช้นำเหตุผลของผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้ they หมายถึง bacteria and viruses และอนุประโยคนี้อธิบายว่าเหตุใดการแพร่พันธุ์และแพร่กระจายจึงยากขึ้น temperature-sensitive เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ หมายถึงได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ง่าย คำนี้ตามหลัง be และทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของประธาน เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่า temperature กับ sensitive รวมกันเป็นคำบรรยายเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึงได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิได้ง่าย: The medicine must stay in the refrigerator because it is ____.
ดูคำตอบ
temperature-sensitive
when ... they release ... causing swelling: การสร้างลำดับจากเงื่อนไขไปสู่ผลลัพธ์
ประโยคนี้จัดกระบวนการหนึ่งให้เป็นลำดับต่อเนื่อง when body cells are damaged บอกเงื่อนไขที่เริ่มกระบวนการ they release chemicals บอกการตอบสนองของเซลล์ that make fluid leak into the surrounding tissues อธิบายกลไก และ causing swelling บอกผลสุดท้าย ในรูปแบบนี้ อนุประโยคที่มี when ใช้กำหนดสถานการณ์ ประโยคหลักบอกว่าเกิดอะไรขึ้น และวลี -ing ท้ายประโยคสามารถบอกผลจากการกระทำก่อนหน้าได้ การอ่านแต่ละส่วนตามลำดับนี้ช่วยให้เข้าใจประโยควิทยาศาสตร์ยาว ๆ ได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดจัดข้อมูลเป็นเงื่อนไข การกระทำ และผลที่ตามมาได้ชัดเจนที่สุด
- The pipe burst after the basement flooded.
- Water damage is common in old basements.
- When the pipe bursts, water floods the basement, causing serious damage.
ดูคำตอบ
When the pipe bursts, water floods the basement, causing serious damage.
that make fluid leak ... causing swelling: อนุประโยคสัมพัทธ์และ make ที่แสดงการทำให้เกิดผล
ใน that make fluid leak ... คำว่า that เปิดอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย chemicals โดยระบุว่าสารเคมีนั้นเป็นชนิดใดผ่านผลที่มันทำให้เกิดขึ้น that เป็นประธานของอนุประโยคนี้และอ้างกลับไปที่ chemicals ซึ่งเป็นพหูพจน์ จึงใช้กริยา make ภายในอนุประโยคสัมพัทธ์ make ใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน: make fluid leak คำว่า fluid เป็นกรรมที่ได้รับผล ส่วน leak ไม่เติม to ข้างหน้าและไม่เติม -s วลี causing swelling ที่ตามมาบอกผลจากการที่ของเหลวรั่ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ make และ melt: The device releases heat that ____ the ice ____.
ดูคำตอบ
makes · melt
causing swelling: การเพิ่มผลลัพธ์ด้วยวลี -ing
วลี causing swelling อยู่หลังเครื่องหมายจุลภาคและบอกผลของกระบวนการที่เพิ่งอธิบายไป นั่นคือของเหลวรั่วเข้าสู่เนื้อเยื่อรอบ ๆ แล้วทำให้เกิดอาการบวม วลีนี้ไม่ได้เริ่มอนุประโยคหลักใหม่ ในรูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “อนุประโยค, causing + ผลลัพธ์” คำว่า causing เป็นกริยารูป present participle ไม่ใช่กริยาหลักที่แสดงกาล ผู้ทำให้เกิดผลนั้นเข้าใจได้ว่าเป็นการกระทำหรือสถานการณ์ก่อนหน้า จึงไม่มีการเพิ่มประธานใหม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ โดยใช้ cause ในรูป -ing ก่อน major damage: The broken pipe flooded the hallway, ____.
ดูคำตอบ
causing major damage
That also attracts: การเชื่อมขั้นตอนหนึ่งไปยังขั้นตอนถัดไป
That ย้อนกลับไปอ้างถึงอาการบวมที่เพิ่งกล่าวถึง ผู้เขียนจึงไม่ต้องพูดซ้ำแนวคิดทั้งหมดจากประโยคก่อนหน้า และยังเปลี่ยนผลลัพธ์ก่อนหน้านั้นให้เป็นจุดเริ่มต้นของสาเหตุในขั้นต่อไป คือการดึงดูดฟาโกไซต์ Also บอกว่านี่เป็นผลอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่มเข้ามา รูปแบบ “That also + คำกริยา” มีประโยชน์ในการอธิบายกระบวนการ เพราะเชื่อมประโยคหนึ่งไปยังประโยคถัดไปและทำให้ลำดับเหตุและผลดำเนินต่อไป
แบบฝึกหัด
ข้อความต่อใดใช้ That also เพื่ออ้างถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าและเพิ่มผลอีกอย่างหนึ่ง?
- The alarm wakes the staff. That means the staff are nearby residents.
- The alarm wakes the staff. Also, a resident bought a new alarm.
- The alarm wakes the staff. That also alerts nearby residents.
ดูคำตอบ
The alarm wakes the staff. That also alerts nearby residents.
an immune response will eradicate a threat within a few days. การใช้คำ
3:38การตอบสนองของภูมิคุ้มกันจะกำจัดภัยคุกคามได้ภายในไม่กี่วัน
eradicate a threat within a few days: กำจัดภัยคุกคามให้หมดสิ้นก่อนถึงกำหนดเวลา
ในประโยคนี้ eradicate a threat หมายถึงกำจัดอันตรายให้หมดสิ้น ไม่ใช่แค่ทำให้อ่อนลงหรือควบคุมไว้ eradicate เป็นคำกริยาที่มีน้ำหนักมากและค่อนข้างเป็นทางการ มักใช้กับปัญหาร้ายแรงที่ก่อให้เกิดอันตราย within a few days กำหนดกรอบเวลา โดยคาดว่าจะกำจัดได้เสร็จสิ้นไม่ช้ากว่าสิ้นสุดช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่วัน ไม่ได้หมายความว่าการดำเนินการต้องกินเวลาครบทุกวันในช่วงนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ eradicate อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสื่อถึงการกำจัดอย่างหมดสิ้น และใช้ within เพื่อกำหนดเส้นตาย
- The city will control the pollution within ten years, meaning it will certainly disappear completely.
- The campaign aims to eradicate the disease within ten years.
- The staff will eradicate the chairs from the room within ten minutes.
ดูคำตอบ
The campaign aims to eradicate the disease within ten years.
It won't always stop you from getting ill, น้ำเสียง/เจตนา
3:42มันไม่ได้ช่วยหยุดไม่ให้คุณป่วยได้เสมอไป
won't always ..., but that's not its purpose: ยอมรับข้อจำกัดแล้วปรับเกณฑ์การประเมินใหม่
won't always เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน หมายถึง “ไม่ใช่ทุกครั้ง” ดังนั้นผลนั้นยังอาจเกิดขึ้นได้ในบางครั้ง ในที่นี้ stop you from getting ill ใช้โครงสร้าง stop + someone + from + -ing หมายถึงป้องกันไม่ให้ใครป่วย but that's not its purpose เปลี่ยนเกณฑ์ที่ใช้ประเมินสิ่งนั้น ผู้พูดยอมรับข้อจำกัดก่อน แล้วจึงอธิบายว่าการป้องกันได้อย่างสมบูรณ์ไม่เคยเป็นหน้าที่ที่ตั้งใจไว้ รูปแบบการยอมรับข้อจำกัดแล้วชี้กลับไปที่เป้าหมายจริงมีประโยชน์เมื่อต้องแก้ความคาดหวังที่ไม่สมจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดยอมรับข้อจำกัดก่อน แล้วจึงเปลี่ยนจุดสนใจไปยังหน้าที่ที่แท้จริง
- A summary won't always include every detail, but that's not its purpose; it is meant to present the main ideas.
- A summary includes every detail because leaving details out is its purpose.
- A summary never includes any useful information, so it serves no purpose.
ดูคำตอบ
A summary won't always include every detail, but that's not its purpose; it is meant to present the main ideas.
Its actual job is to stop a threat from escalating to dangerous levels inside your body. โน้ต
3:46งานที่แท้จริงของมันคือการหยุดภัยคุกคามไม่ให้ลุกลามจนถึงระดับที่อันตรายภายในร่างกายของคุณ
Its actual job is to...: บอกหน้าที่ที่แท้จริง
ในที่นี้ Its actual job is to... เปลี่ยนจุดเน้นของคำอธิบายจากสิ่งที่บางอย่างดูเหมือนจะทำ ไปสู่สิ่งที่มันทำจริง ๆ actual สร้างความต่างกับแนวคิดที่กล่าวไว้ก่อนหน้าหรือแนวคิดที่คาดกันไว้ ส่วน job หมายถึง “หน้าที่” ไม่ใช่งานที่ได้รับค่าจ้าง รูปแบบ X's actual job is to + คำกริยารูปพื้นฐาน จัดข้อมูลเป็นสองขั้น: ส่งสัญญาณว่ากำลังแก้ความเข้าใจ แล้วจึงบอกหน้าที่ที่ถูกต้อง ในประโยคนี้ การกระทำหลัง to คือหน้าที่นั้น
แบบฝึกหัด
Its actual job is to... ทำหน้าที่จัดข้อมูลอย่างไรในประโยคนี้?
- บอกหน้าที่สองอย่างที่เป็นไปได้เท่ากันโดยไม่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
- บอกว่าหน้าที่นั้นเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ
- แก้แนวคิดที่คาดไว้และนำเสนอหน้าที่จริง
ดูคำตอบ
แก้แนวคิดที่คาดไว้และนำเสนอหน้าที่จริง
stop A from escalating to...: ป้องกันไม่ให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น
รูปแบบ stop A from doing B หมายถึงป้องกันไม่ให้ A ทำบางอย่างหรือเกิดการเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ A คือ a threat และ from escalating บอกการเปลี่ยนแปลงที่ถูกป้องกัน หลัง from ต้องใช้รูป -ing คือ escalating escalate to + ระดับ หมายถึงสถานการณ์รุนแรงขึ้นจนถึงระดับที่ระบุ เมื่อนำมารวมกัน stop a threat from escalating to dangerous levels จึงหมายถึงป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามรุนแรงขึ้นจนเป็นอันตราย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ stop A from -ing และ escalate to + level: Early action can stop the conflict ____ a dangerous level.
ดูคำตอบ
from escalating to
through constant surveillance over time: ด้วยการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไป
Through ใช้บอกวิธีที่ทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้น ในที่นี้ระบบภูมิคุ้มกันให้ประโยชน์ดังกล่าวด้วยการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง คำว่า surveillance ในที่นี้หมายถึงการติดตามอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่การตรวจเพียงครั้งเดียว Over time แสดงว่ากระบวนการนี้ทำงานตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน การวางวลีนี้ไว้หน้าประโยคหลักช่วยนำเสนอกระบวนการระยะยาวก่อน ส่วน And เชื่อมประโยชน์นี้เข้ากับประเด็นก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
through constant surveillance over time บอกว่าประโยชน์นี้เกิดขึ้นอย่างไร
- เกิดขึ้นด้วยการติดตามอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาหนึ่ง
- เกิดขึ้นเพราะหยุดการติดตามทั้งหมดแล้ว
- เกิดขึ้นหลังจากตรวจสั้น ๆ เพียงครั้งเดียว
ดูคำตอบ
เกิดขึ้นด้วยการติดตามอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาหนึ่ง
help someone develop long-term immunity: ช่วยให้ใครบางคนพัฒนาภูมิคุ้มกันระยะยาว
Help สามารถตามด้วยกรรมและกริยารูปพื้นฐานได้ ดังใน helps us develop วลีนี้หมายความว่ากระบวนการดังกล่าวทำให้คนค่อย ๆ ได้รับการปกป้องจากภูมิคุ้มกัน Develop immunity เป็นคำที่ใช้คู่กันตามธรรมชาติระหว่างกริยากับคำนาม Long-term เป็นคำคุณศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และวางไว้หน้า immunity หมายถึงการปกป้องที่คงอยู่เป็นเวลานาน แต่ไม่ได้หมายความว่าถาวรหรือตลอดชีวิตเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสองคำที่หมายถึงค่อย ๆ ได้รับการปกป้องจากภูมิคุ้มกัน: Vaccines can help the body ____ to a virus.
ดูคำตอบ
develop immunity
they can use that information to recognize invaders in the future.
4:03พวกมันสามารถใช้ข้อมูลนั้นเพื่อจดจำผู้บุกรุกในอนาคต
When..., they can use that information to...: ความสามารถที่ใช้ได้เมื่อมีสถานการณ์กระตุ้น
อนุประโยค When + present simple บอกสถานการณ์ที่ทำให้ความสามารถในประโยคหลักนำมาใช้ได้ สำหรับสถานการณ์ที่เกิดซ้ำหรือจะเกิดในอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้รูปปัจจุบันในอนุประโยค when ไม่ใช้ will โดยเริ่มด้วย When B and T-cells identify... แล้วตามด้วย they can.... that information ย้อนกลับไปหมายถึงสิ่งที่เซลล์เรียนรู้จากการระบุแอนติเจน ในโครงสร้าง use + information + to + กริยารูปพื้นฐาน ข้อมูลเป็นเครื่องมือหรือพื้นฐานที่ใช้เพื่อบรรลุจุดประสงค์ที่กริยาระบุ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่แสดงว่าเซ็นเซอร์ใช้ข้อมูลที่ตรวจพบเพื่อดำเนินการ: When the sensor detects smoke, it can ____ sound an alarm.
ดูคำตอบ
use that information to
to tackle it before it affects any more cells.
4:12เพื่อจัดการกับมันก่อนที่มันจะส่งผลกระทบต่อเซลล์อื่นเพิ่มเติม
So when..., the cells can... before...: ผล สถานการณ์กระตุ้น และเส้นตาย
So เชื่อมประโยคนี้เข้ากับผลที่ได้จากคำอธิบายก่อนหน้า when a threat revisits กำหนดสถานการณ์ที่สามารถเริ่มการตอบสนองได้ และประโยคหลักบอกว่าเซลล์สามารถทำอะไรได้ to tackle it บอกจุดประสงค์ของการระดมแอนติบอดี ส่วน before it affects any more cells กำหนดเส้นตาย โดยต้องตอบสนองให้เร็วพอที่จะป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามแพร่กระจายต่อไป ทั้งประโยคจึงเรียงข้อมูลเป็นผล สถานการณ์กระตุ้น การกระทำ จุดประสงค์ และเส้นตาย
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้จัดลำดับข้อมูลอย่างไร?
- ประโยคนี้อธิบายเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกันและล้วนเกิดขึ้นในอดีต
- ประโยคนี้บอกว่าเซลล์จะรอจนกว่าเซลล์อื่นทั้งหมดได้รับผลกระทบแล้วจึงลงมือ
- ประโยคนี้นำเสนอผล สถานการณ์ในอนาคต การกระทำและจุดประสงค์ของการกระทำ รวมทั้งเส้นตายก่อนที่จะเกิดความเสียหายเพิ่มเติม
ดูคำตอบ
ประโยคนี้นำเสนอผล สถานการณ์ในอนาคต การกระทำและจุดประสงค์ของการกระทำ รวมทั้งเส้นตายก่อนที่จะเกิดความเสียหายเพิ่มเติม
swiftly deploy... to tackle...: ระดมทรัพยากรเพื่อรับมือกับปัญหา
swiftly deploy the right antibodies หมายถึงทำให้แอนติบอดีที่เหมาะกับภัยนั้นมากที่สุดพร้อมใช้งานอย่างรวดเร็ว แล้วนำมาใช้จริง deploy ทำให้การตอบสนองดูเป็นระบบและมีจุดประสงค์ ส่วน right ในที่นี้หมายถึงเหมาะกับภัยเฉพาะนั้น to tackle it เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าเหตุใดจึงนำแอนติบอดีมาใช้ tackle ในที่นี้หมายถึงลงมือรับมือกับภัยอย่างจริงจัง ไม่ได้หมายถึงการเข้าปะทะทางร่างกายหรือจำเป็นต้องกำจัดภัยนั้นได้ทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเมืองได้นำทรัพยากรมาใช้อย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับปัญหา
- The city swiftly deployed the storm damage to tackle repair crews.
- The city swiftly deployed repair crews to tackle the storm damage.
- The city swiftly described repair crews after the storm damage.
ดูคำตอบ
The city swiftly deployed repair crews to tackle the storm damage.
That's how you can develop immunity to certain diseases like chickenpox. ลำดับความ
4:15นั่นคือวิธีที่คุณสามารถพัฒนาภูมิคุ้มกันต่อโรคบางชนิดอย่างเช่นอีสุกอีใส
That's how...: เชื่อมโยงกระบวนการที่อธิบายแล้วกับผลลัพธ์
That's how... ย้อนกลับไปอ้างถึงกระบวนการทั้งหมดที่เพิ่งอธิบายไป ในประโยคนี้ กระบวนการนั้นถูกนำเสนอว่าเป็นวิธีที่คนเราสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ โดย how ในที่นี้ไม่ได้ใช้เพื่อตั้งคำถาม รูปแบบนี้จัดลำดับคำอธิบายโดยนำเสนอกลไกก่อนแล้วจึงบอกผลลัพธ์ กล่าวคือ อธิบายกระบวนการก่อน จากนั้นใช้ That's how + อนุประโยคบอกผลลัพธ์เพื่อปิดท้ายคำอธิบาย ส่วน like chickenpox ให้ตัวอย่างที่ชัดเจนของโรคเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
ผู้พูดเพิ่งอธิบายขั้นตอนที่ตัวกรองใช้กำจัดเกลือออกจากน้ำ ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับปิดท้ายคำอธิบาย
- That's how the filter produces fresh water.
- That's what the filter cost.
- That's why the filter was blue.
ดูคำตอบ
That's how the filter produces fresh water.
It doesn't always work so well: การปฏิเสธบางส่วนเพื่อเกริ่นถึงข้อยกเว้น
doesn't always เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน หมายถึง “ไม่ใช่ทุกครั้ง” ดังนั้นกระบวนการนี้อาจทำงานได้ดีในบางกรณี ไม่ได้หมายความว่ามันไม่เคยทำงานได้เลย เมื่อมองทั้งประโยค ประโยคสั้นนี้จำกัดคำอธิบายเชิงบวกก่อนหน้าและส่งสัญญาณว่าจะเปลี่ยนไปพูดถึงข้อยกเว้นหรือกรณีที่ล้มเหลว so well หมายถึงระดับการทำงานที่ดีซึ่งเพิ่งอธิบายไป และถ้อยคำที่ระมัดระวังนี้ช่วยไม่ให้สรุปว่าใช้ไม่ได้โดยสิ้นเชิง
แบบฝึกหัด
“It doesn't always work so well” หมายความว่าอย่างไร
- มันทำงานได้ดีในบางกรณี แต่ไม่ใช่ทุกกรณี
- มันทำงานได้ดีเท่ากันทุกครั้ง
- มันไม่เคยทำงานได้ดีเลย
ดูคำตอบ
มันทำงานได้ดีในบางกรณี แต่ไม่ใช่ทุกกรณี
which trick the immune system into attacking the body's own perfectly healthy cells. ไวยากรณ์
4:24ซึ่งหลอกให้ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเซลล์ที่แข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกาย
autoimmune diseases: เมื่อภูมิคุ้มกันโจมตีร่างกายตัวเอง
autoimmune diseases หมายถึงโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ในโรคกลุ่มนี้ ระบบภูมิคุ้มกันจะโจมตีเซลล์หรือเนื้อเยื่อที่แข็งแรงของร่างกายตัวเองโดยผิดพลาด คำนำหน้า auto- หมายถึง “ตนเอง” ดังนั้น autoimmune จึงอธิบายการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่มุ่งไปยังร่างกายตัวเอง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวอธิบายว่าระบบภูมิคุ้มกันที่ยังทำงานอยู่ก็สามารถก่ออันตรายได้ ปัญหาไม่ได้มีเพียงว่าระบบภูมิคุ้มกันไม่ทำงาน แต่คือมันระบุเป้าหมายผิดและโจมตีส่วนที่แข็งแรงของร่างกาย
แบบฝึกหัด
เติมศัพท์ทางการแพทย์ที่หมายถึงระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเนื้อเยื่อที่แข็งแรงของร่างกายตัวเอง: Lupus is an ____ disease.
ดูคำตอบ
autoimmune
trick + กรรม + into + -ing: หลอกให้ทำบางอย่าง
trick + กรรม + into + -ing หมายถึงการหลอกหรือทำให้คนหรือระบบเข้าใจผิดจนทำบางอย่าง ในประโยคนี้ กรรมคือ the immune system และ attacking the body's healthy cells คือการกระทำที่ระบบถูกทำให้ลงมือทำ ในโครงสร้างนี้ into เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing เช่น trick the immune system into attacking ไม่ใช่ into attack คำว่า trick ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โรคไม่ได้วางแผนหลอกจริง ๆ แต่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเกิดความผิดพลาดที่เป็นอันตราย
แบบฝึกหัด
ใช้คำในวงเล็บและโครงสร้างเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: Yesterday, the fake website ____ her password. (trick / Maya / reveal)
ดูคำตอบ
tricked Maya into revealing
but these disorders sabotage the immune system to varying degrees โน้ต
4:32แต่ความผิดปกติเหล่านี้จะบ่อนทำลายระบบภูมิคุ้มกันในระดับต่างๆ
No one knows exactly..., but...: จากความไม่แน่นอนไปสู่ข้อเท็จจริงที่รู้แล้ว
อนุประโยคแรก No one knows exactly what causes them แสดงว่าสาเหตุที่แน่ชัดยังไม่เป็นที่รู้ คำว่า exactly มีความสำคัญ เพราะเปิดโอกาสว่าเราอาจมีความรู้อยู่บางส่วน โดยไม่ได้บอกว่าไม่มีใครรู้อะไรเลย จากนั้น but เปลี่ยนไปสู่ข้อมูลที่แน่นอนกว่า กล่าวคือเป็นที่รู้ว่าความผิดปกติเหล่านี้ทำลายระบบภูมิคุ้มกัน แม้ระดับความเสียหายจะแตกต่างกัน การเรียงข้อมูลแบบกล่าวสิ่งที่ยังไม่รู้ก่อน แล้วจึงกล่าวสิ่งที่รู้ ช่วยให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์บอกขอบเขตของความรู้และนำเสนอหลักฐานที่ยืนยันแล้วต่อไปได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดระบุประเด็นหนึ่งว่าไม่แน่นอนก่อน แล้วจึงให้ข้อมูลที่รู้แล้วและเกี่ยวข้องกัน?
- No one knows exactly why the lake turned pink, but tests show that the water is safe.
- No one knows why the lake turned pink, and no one has learned anything about it.
- Everyone knows exactly why the lake turned pink, but no tests have been done.
ดูคำตอบ
No one knows exactly why the lake turned pink, but tests show that the water is safe.
sabotage the immune system to varying degrees: บั่นทอนการทำงานของระบบในระดับที่ต่างกัน
ในประโยคนี้ sabotage ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ความผิดปกติเหล่านี้ทำลายหรือรบกวนความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันในการทำงานตามปกติอย่างรุนแรง คำกริยานี้ไม่ได้หมายความว่าความผิดปกติสามารถวางแผนโจมตีได้ to varying degrees จำกัดขอบเขตของข้อความ โดยบอกว่าระดับของการรบกวนไม่เท่ากันในทุกกรณี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์หลายอย่างทำให้ระบบเสียหายรุนแรง แต่ระดับความเสียหายไม่เท่ากันทั้งหมด
- The software flaws caused the payment system to work exactly as intended.
- The software flaws repaired the payment system in different ways.
- The software flaws sabotaged the payment system to varying degrees.
ดูคำตอบ
The software flaws sabotaged the payment system to varying degrees.
to varying degrees: ระดับต่างกัน ไม่ใช่วิธีต่างกัน
to varying degrees หมายความว่าผลกระทบหรือคุณสมบัติเดียวกันเกิดขึ้นในกรณีต่าง ๆ ที่กำลังกล่าวถึง แต่ความแรงหรือขอบเขตไม่เท่ากัน ในประโยคนี้ ความผิดปกติแต่ละอย่างไม่ได้รบกวนระบบภูมิคุ้มกันในระดับเท่ากันทั้งหมด วลีนี้มักตามหลังคำกริยาหรือคำบรรยาย เพื่อบอกว่าข้อความนั้นเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ทำให้ข้อความทั่วไปแม่นยำขึ้นโดยไม่ต้องระบุระดับที่แน่นอนของแต่ละกรณี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าทุกย่านได้รับผลกระทบ แต่ขนาดของผลกระทบแตกต่างกัน
- The storm affected every neighborhood to the same degree.
- The storm affected the neighborhoods to varying degrees.
- The storm affected the neighborhoods in various ways.
ดูคำตอบ
The storm affected the neighborhoods to varying degrees.
underlie problems like...: ชี้ถึงสาเหตุระดับลึก
ใน underlie problems like... คำว่า underlie หมายถึง “เป็นพื้นฐาน กลไก หรือสาเหตุระดับลึกที่มองไม่เห็นของสิ่งหนึ่ง” ประธานที่กล่าวไว้ก่อนหน้าถูกนำเสนอว่าเป็นปัจจัยเบื้องหลังโรคข้ออักเสบ เบาหวานชนิดที่ 1 และโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ไม่ใช่เพียงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับโรคเหล่านั้น underlie รับกรรมตรง โดยใช้ a factor underlies a problem เมื่อประธานเป็นเอกพจน์ และ several factors underlie a problem เมื่อประธานเป็นพหูพจน์ โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับอธิบายสิ่งที่อยู่เบื้องหลังโรคหรือผลลัพธ์ที่สังเกตได้
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาแบบเป็นทางการที่หมายถึง “เป็นสาเหตุหรือพื้นฐานระดับลึก” ให้สมบูรณ์: Long-term stress may ____ several health problems.
ดูคำตอบ
underlie
and innumerable other potential infections over the course of a lifetime. วลี
4:49และการติดเชื้ออื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อีกนับไม่ถ้วนตลอดช่วงชีวิต
For most individuals, however: จำกัดขอบเขตและกลับสู่กรณีปกติ
For most individuals จำกัดขอบเขตของข้อความให้หมายถึงคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทุกคน วิธีนี้ทำให้ข้อความแม่นยำ เพราะยังเปิดพื้นที่ไว้สำหรับผู้ที่ระบบภูมิคุ้มกันไม่เป็นไปตามรูปแบบทั่วไป However แสดงความขัดแย้งกับการกล่าวถึงโรคหรือกรณียกเว้นก่อนหน้า เมื่อวางหลังกรอบข้อความตอนต้นและคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค คำนี้จะพาคำอธิบายกลับสู่กรณีปกติ กล่าวคือ แม้จะมีข้อยกเว้นเหล่านั้น ระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงก็มักต่อสู้กับการติดเชื้อจำนวนมากได้ตลอดช่วงชีวิต
แบบฝึกหัด
ลูกค้าหลายคนเพิ่งรายงานว่าแอปหนึ่งขัดข้องบนโทรศัพท์ของตน ประโยคใดจำกัดขอบเขตของข้อความถัดไปและพากลับไปยังกรณีปกติได้ดีที่สุด
- For all users, therefore, the app runs smoothly.
- For most users, however, the app runs smoothly.
- For a few users, however, the app crashes.
ดูคำตอบ
For most users, however, the app runs smoothly.
fight off: ต้านทานและเอาชนะภัยคุกคาม
fight off เป็นกริยาวลี หมายถึงต้านทานโรค การโจมตี หรือภัยคุกคามอื่นได้สำเร็จ จนสิ่งนั้นเอาชนะเราไม่ได้ ในประโยคนี้ ระบบภูมิคุ้มกันถูกนำเสนอว่าสามารถเอาชนะหวัดและการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้ คำว่า off เพิ่มนัยของการผลักภัยคุกคามออกไปหรือหยุดมันไว้ ส่วน fight เพียงคำเดียวอาจบอกแค่ว่ากำลังต่อสู้กับบางสิ่ง โดยไม่ได้ระบุชัดว่าต่อสู้สำเร็จ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าร่างกายต้านทานการติดเชื้อได้สำเร็จ
- Her doctor tested for the infection.
- Her symptoms revealed the infection.
- Her immune system fought off the infection.
ดูคำตอบ
Her immune system fought off the infection.
over the course of a lifetime: ตลอดทั้งช่วงชีวิต
ในประโยคนี้ over the course of a lifetime กำหนดช่วงเวลาของการเป็นหวัดและการติดเชื้อจำนวนมาก โดยหมายถึง “ตลอดทั้งช่วงชีวิตของคนคนหนึ่ง” และสื่อว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นหรือสะสมในเวลาที่ต่างกัน รูปแบบคือ over the course of + ช่วงเวลาหรือกระบวนการ มักใช้วางกรอบให้การเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ หรือยอดรวมที่สะสมตลอดช่วงนั้น
แบบฝึกหัด
เลือกสำนวนที่เติมประโยคให้สมบูรณ์และหมายถึง “ตลอดทั้งช่วงเวลา”: The town changed greatly ___ the century.
- at the moment of
- over the course of
- before the start of
ดูคำตอบ
over the course of
those threats would escalate into something far more dangerous. วลี
4:55ภัยคุกคามเหล่านั้นก็จะลุกลามกลายเป็นสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่ามาก
Without it, ... would ...: ผลตามเงื่อนไขสมมุติ
Without it หมายถึง “ถ้าสิ่งนั้นไม่มีอยู่หรือไม่สามารถใช้งานได้” วลีนี้ตั้งเงื่อนไขสมมุติว่าบางสิ่งขาดหายไป แต่ไม่ได้หมายความด้วยตัวมันเองว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง อนุประโยคหลักใช้ would + กริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกผลของเงื่อนไขนั้น รูปแบบ Without + คำนามหรือคำสรรพนาม, ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เน้นความสำคัญของคนหรือสิ่งหนึ่งด้วยการแสดงว่าอาจเกิดอะไรขึ้นหากขาดสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Without ... would ... ได้ถูกต้องเพื่อบอกผลตามสมมุติฐาน
- Without its battery, the device will stopping working.
- Without its battery, the device would stop working.
- Without its battery, the device would stops working.
ดูคำตอบ
Without its battery, the device would stop working.
escalate into ... far more dangerous: ทวีความรุนแรงจนเป็นสิ่งที่อันตรายกว่ามาก
Escalate into + นามวลี หมายถึงปัญหา ความขัดแย้ง หรือภัยคุกคามรุนแรงขึ้นและพัฒนาไปเป็นสถานการณ์ที่ระบุหลัง into ในที่นี้หมายถึงภัยคุกคามจะกลายเป็นสิ่งที่อันตรายกว่าเดิม Far ช่วยเน้นการเปรียบเทียบใน more dangerous โดย far more dangerous หมายถึง “อันตรายกว่ามาก” ไม่ได้หมายถึงระยะทาง ส่วน would แสดงว่าการรุนแรงขึ้นนี้เป็นผลตามเงื่อนไขสมมุติ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าข้อพิพาทเล็กน้อยอาจพัฒนาเป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงกว่ามาก
- A small dispute could escalate into something far more serious.
- A small dispute could escalate into something far serious.
- A small dispute could escalate something far more serious into.
ดูคำตอบ
A small dispute could escalate into something far more serious.
So the next time you catch a cold or scratch a mosquito bite, โน้ต
4:58ดังนั้นครั้งต่อไปที่คุณเป็นหวัดหรือเการอยยุงกัด
the next time + อนุประโยค simple present: เมื่อบางสิ่งเกิดขึ้นอีกครั้ง
the next time + ประธาน + คำกริยา simple present หมายถึง “เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง” ส่วนทั้งหมดทำหน้าที่เป็นอนุประโยคบอกเวลา และบอกว่าการกระทำหรือคำเตือนหลักใช้เมื่อใด ในประโยคนี้ or เชื่อมสองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น แม้สถานการณ์จะอยู่ในอนาคต ภาษาอังกฤษก็มักใช้ simple present ในอนุประโยคบอกเวลานี้ คือใช้ you catch และ you scratch ไม่ใช่ you will catch หรือ you will scratch ความหมายอนาคตมาจาก the next time และบริบท จึงไม่ต้องเติม when
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: ____ you use a shared computer, sign out of every account.
ดูคำตอบ
The next time
So the next time ..., think of ...: เชื่อมข้อสรุปกับการกระทำในอนาคต
So แสดงว่าประโยคนี้เป็นข้อสรุปที่ได้จากคำอธิบายก่อนหน้า the next time ... พาผู้ฟังไปอยู่ในสถานการณ์อนาคตที่คุ้นเคย ส่วนคำสั่ง think of ... บอกให้ผู้ฟังนึกถึงแนวคิดใดเมื่อถึงตอนนั้น นี่คือการย้อนเชื่อมที่นำไปสู่การลงมือทำ ผู้พูดไม่ได้เพียงสรุปหัวข้อ แต่เชื่อมโยงหัวข้อนั้นกับสิ่งที่ผู้ฟังอาจพบในภายหลัง และฝากความคิดหรือการกระทำไว้สำหรับช่วงเวลานั้น
แบบฝึกหัด
ผู้พูดเพิ่งอธิบายว่าการพักสั้น ๆ ช่วยเพิ่มสมาธิได้อย่างไร ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับปิดการพูดด้วยรูปแบบ “สถานการณ์ในอนาคต+คำเตือน” แบบเดียวกัน
- People sometimes lose focus during long tasks.
- Yesterday, I took a break while studying.
- Short breaks can improve focus in several ways.
- So the next time you feel your attention fading, take a short break and return refreshed.
ดูคำตอบ
So the next time you feel your attention fading, take a short break and return refreshed.
We owe it our lives: โครงสร้าง owe + บุคคล/สิ่งของ + one's life
ในประโยคนี้ We owe it our lives หมายความว่าเรายังมีชีวิตอยู่ได้เพราะสิ่งนั้น กล่าวคือ สิ่งนั้นปกป้องหรือช่วยชีวิตเราไว้ คำว่า owe ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้พูดถึงเงินหรือการใช้หนี้จริง ๆ โครงสร้างคือ owe + บุคคลหรือสิ่งของ + สิ่งที่เป็นหนี้ ในที่นี้ it คือบุคคลหรือสิ่งที่ได้รับการยกความดีให้ ส่วน our lives คือสิ่งที่เรา “เป็นหนี้” และยังพูดได้ว่า We owe our lives to it.
แบบฝึกหัด
เจ้าหน้าที่การแพทย์ฉุกเฉินช่วยเราไว้หลังอุบัติเหตุ เติมประโยคด้วย owe + them + our lives: We ____.
ดูคำตอบ
owe them our lives
please consider supporting it on patreon.com/teded. น้ำเสียง/เจตนา
5:09โปรดพิจารณาสนับสนุนได้ที่ patreon.com/teded
Please consider supporting ...: ใช้ consider + -ing เพื่อทำให้คำขอนุ่มนวล
Please consider supporting it หมายถึง “โปรดคิดอย่างจริงจังว่าจะเลือกสนับสนุนสิ่งนั้นหรือไม่” เมื่อ consider หมายถึง “พิจารณาทำบางสิ่ง” จะตามด้วยรูป -ing ดังนั้น supporting จึงเป็นรูปที่ถูกต้อง please และ consider ช่วยทำให้คำขอนุ่มนวลขึ้น ผู้พูดไม่ได้บังคับให้สนับสนุน แต่เสนอให้เป็นทางเลือกและให้ผู้ฟังเป็นคนตัดสินใจ
แบบฝึกหัด
เติมคำเชิญที่สุภาพด้วย consider และรูปที่ถูกต้องของ join: Please ____ our volunteer team.
ดูคำตอบ
consider joining