กินพืชผิดไหม? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: รายการนำเสนอหลักฐานว่าพืชรับรู้สัญญาณรอบตัว เรียนรู้ จดจำ และสื่อสารกันได้ ก่อนตั้งคำถามว่าการกินพืชเหมาะสมในเชิงจริยธรรมหรือไม่ ข้อสรุปคือควรพิจารณาบริบท เช่น การเก็บผลหรือใบทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งต้นหรือไม่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Without eyes, plants can perceive / Without noses, plants can perceive / Without ears, plants can perceive — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้โครงสร้างขนานที่ใช้ Without + อวัยวะ แล้วตามด้วยใจความหลักแบบเดิมซ้ำกัน รูปแบบนี้เน้นความต่างระหว่างอวัยวะที่พืชไม่มี กับข้อมูลที่พืชยังรับรู้ได้ และนำไปใช้จัดลำดับคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์หรือการเปรียบเทียบเพื่อโน้มน้าวได้ชัดเจน 2. and then some. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึง “และยิ่งกว่านั้นอีก” ไม่ใช่ลำดับเหตุการณ์ตามตัวอักษร ผู้เรียนจึงจับได้ว่าผู้พูดกำลังเน้นว่าคำกล่าวก่อนหน้านั้นยังน้อยกว่าความจริง เช่น ความสามารถในการรับรู้ของพืชไม่ได้เพียงเทียบเท่ามนุษย์ แต่อาจเหนือกว่าด้วย 3. without taking anything else into account. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: เรียนรู้รูปคำที่ใช้บ่อย take something into account สำหรับการนำเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องมาร่วมพิจารณา รูปปฏิเสธนี้ชี้ว่ากำลังมองเรื่องหนึ่งแบบแยกจากปัจจัยอื่น ช่วยให้อธิบายการตัดสินใจที่ซับซ้อนโดยคำนึงถึงชนิดพืช ส่วนที่เก็บ และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
this is Six Minute English from BBC Learning English.
0:10นี่คือรายการ Six Minute English จาก BBC Learning English
Many people these days choose not to eat meat. โน้ต
0:15ทุกวันนี้ผู้คนมากมายเลือกที่จะไม่กินเนื้อสัตว์
these days: การพูดถึงแนวโน้มในปัจจุบัน
these days หมายถึง “ในช่วงเวลาปัจจุบัน” หรือ “ในชีวิตยุคปัจจุบัน” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอการเลือกไม่กินเนื้อสัตว์ว่าเป็นแนวโน้มทางสังคมในปัจจุบัน ไม่ใช่การกระทำที่จำกัดอยู่เพียงไม่กี่วันที่ผ่านมา ใช้วลีนี้เมื่อนิสัยหรือสถานการณ์หนึ่งเป็นจริงโดยทั่วไปในช่วงปัจจุบัน และมักแฝงการเปรียบเทียบกับอดีต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ these days เพื่อบอกแนวโน้มในปัจจุบัน
- Many families are shopping online at this exact moment.
- Many families shop online these days.
- Many families shopped online for three days.
ดูคำตอบ
Many families shop online these days.
choose not to eat: ตัดสินใจไม่ทำบางสิ่ง
โครงสร้าง choose not to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการตัดสินใจอย่างตั้งใจว่าจะไม่ทำบางสิ่ง ใน choose not to eat คำว่า not ปฏิเสธการกระทำ eat ไม่ได้ปฏิเสธ choose โครงสร้างนี้แสดงว่าการไม่ทำสิ่งนั้นเป็นผลจากการเลือก สามารถใช้กับการตัดสินใจอย่างตั้งใจเกี่ยวกับนิสัย แผนการ และพฤติกรรมได้
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง present simple แบบ choose not to + คำกริยารูปพื้นฐาน และคำกริยาในวงเล็บเพื่อเติมประโยค: Because the path is unsafe after dark, we ____ it at night. (use)
ดูคำตอบ
choose not to use
Eating animals is wrong: วลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
ใน eating animals is wrong กลุ่มคำ eating animals หมายถึงกิจกรรมการกินสัตว์และทำหน้าที่เป็นประธานทั้งหมดของประโยค ส่วนภาคแสดง is wrong ประเมินว่ากิจกรรมนั้นผิด eating ในที่นี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกริยารูป progressive แต่เป็น gerund หรือกริยารูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม และ eating animals ทั้งกลุ่มเป็นวลี gerund โครงสร้างนี้ทำให้มองการกระทำหนึ่งอย่างเป็นหัวข้อเดียว เมื่อวลี gerund หนึ่งวลีเป็นประธาน ปกติจะใช้กริยาเอกพจน์ ดังที่เห็นจาก is ในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ swim เป็นประธานเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ in cold water takes practice.
ดูคำตอบ
Swimming
digging up: ขุดสิ่งของขึ้นมาจากดิน
Dig up หมายถึงการขุดเอาสิ่งที่ฝังอยู่หรือเติบโตอยู่ในดินออกมา ในประโยคนี้ digging up a carrot หมายถึงการขุดแครอตออกจากดิน คำว่า up เพิ่มผลลัพธ์ของการกระทำ นั่นคือแครอตออกมาจากดินและปรากฏให้เห็น กริยาวลีเดียวกันนี้ยังใช้ในความหมายว่าค้นพบข้อมูลที่ซ่อนอยู่ได้ด้วย เช่น dig up an old record
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ dig up: Yesterday, the archaeologists ____ an old coin near the wall.
ดูคำตอบ
dug up
What about digging up a carrot: การยกอีกกรณีขึ้นมาพิจารณา
โครงสร้าง What about + วลี -ing ใช้นำการกระทำหรือกรณีอีกอย่างเข้ามาในการสนทนา ในที่นี้ what about digging up a carrot หมายถึง “แล้วกรณีนั้นควรตัดสินอย่างไร” เป็นการชวนให้ผู้ฟังคิดว่าข้อกล่าวก่อนหน้านี้ใช้กับการเก็บเกี่ยวพืชด้วยหรือไม่ เพราะ about เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงใช้รูป -ing เช่น digging ไม่ใช่ dig หรือ to dig โครงสร้างนี้ใช้เสนอทางเลือก ตัวอย่างที่ถูกมองข้าม หรือตัวอย่างแย้งได้
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วย What about + รูป -ing ของ check: ____ the map before we leave?
ดูคำตอบ
What about checking
in the same way as: เปรียบเทียบวิธีหรือรูปแบบ
In the same way as ใช้เปรียบเทียบว่าสองสิ่งเกิดขึ้นอย่างไร หรือสองประธานมีพฤติกรรมอย่างไร โครงสร้างคือ in the same way as + คำนาม คำสรรพนาม หรืออนุประโยค โดย as นำส่วนที่สองของการเปรียบเทียบมาเชื่อม ในประโยคนี้ วลีนี้เปรียบเทียบลักษณะการมีชีวิตของพืชกับสัตว์ รูปปฏิเสธบอกว่าลักษณะเหล่านั้นไม่เหมือนกัน ไม่ได้บอกว่าพืชไม่มีชีวิต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบห้าคำจากบทเรียนนี้: Mia organises her notes ____ her brother does.
ดูคำตอบ
in the same way as
are they? หลังข้อความปฏิเสธ
are they? เป็นคำถามท้ายประโยคที่ใช้ขอให้ผู้ฟังยืนยันข้อความก่อนหน้า หรือชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วย เนื่องจากข้อความหลักเป็นรูปปฏิเสธ (Plants aren't...) คำถามท้ายประโยคตามรูปแบบมาตรฐานจึงเป็นรูปบอกเล่า are they? คำช่วย are สอดคล้องกับคำกริยา be ใน aren't และคำสรรพนาม they ใช้แทนประธานพหูพจน์ Plants
แบบฝึกหัด
เติมคำภาษาอังกฤษสองคำที่ถูกต้องเพื่อให้คำถามท้ายประโยคสมบูรณ์: The windows aren't open, ____?
ดูคำตอบ
are they
It's true that ..., but ...: ยอมรับก่อนแล้วจึงแสดงความต่าง
โครงสร้าง It's true that ..., but ... จัดลำดับข้อคิดเห็นเป็นสองขั้น ตอนแรกยอมรับข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน จากนั้น but จะชี้ไปยังข้อจำกัด มุมมองที่ต่างออกไป หรือแนวคิดที่ผู้พูดต้องการเน้น อย่าถือว่าส่วน It's true that เป็นข้อสรุปสุดท้าย ควรฟังหรืออ่านต่อหลัง but เพราะส่วนนั้นเป็นส่วนที่พัฒนาข้อคิดเห็นต่อไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดยอมรับข้อเท็จจริงก่อน แล้วจึงใช้ but เพื่อเปลี่ยนไปยังประเด็นหลักของผู้พูด
- It's true that the route is longer, but it is much safer.
- It's true that the route is longer, so there is nothing more to consider.
- The route is longer because it is much safer.
ดูคำตอบ
It's true that the route is longer, but it is much safer.
according to some scientists: การระบุแหล่งที่มาของข้อมูล
according to + กลุ่มคำนาม ใช้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล ในประโยคนี้ some scientists เป็นแหล่งที่มาของข้อความที่จะตามมา วลีนี้จึงหมายถึง “ตามที่นักวิทยาศาสตร์บางคนกล่าวหรือรายงานไว้” รูปแบบนี้ไม่ได้แสดงว่าผู้พูดตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองแล้วหรือจำเป็นต้องเห็นด้วยกับข้อมูลนั้น แหล่งที่มาอาจเป็นบุคคล องค์กร รายงาน งานวิจัย หรือกฎก็ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ according to เพื่อระบุแหล่งที่มาของข้อมูลได้อย่างถูกต้อง?
- According to I think, the roads may be icy tonight.
- According to the weather report, the roads may be icy tonight.
- According the weather report, the roads may be icy tonight.
ดูคำตอบ
According to the weather report, the roads may be icy tonight.
more than passive things: ปฏิเสธคำอธิบายที่แคบเกินไป
ในที่นี้ more than + กลุ่มคำนาม หมายถึง “ไม่ใช่เพียงแค่” ไม่ใช่การเปรียบเทียบจำนวน การบอกว่าพวกมันเป็น more than passive things เป็นการปฏิเสธมุมมองที่แคบเกินไปว่าพวกมันเพียงอยู่นิ่ง ๆ โดยไม่กระทำหรือตอบสนอง much ทำให้การแก้ความเข้าใจนี้หนักแน่นขึ้น โดย much more than หมายถึง “เป็นมากกว่าเพียงแค่...อย่างมาก” ส่วน passive ในที่นี้บอกถึงการไม่กระทำหรือไม่ตอบสนอง ไม่ใช่ศัพท์ไวยากรณ์ passive voice
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าห้องสมุดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก็บหนังสือ?
- A library is much more than a place to store books.
- A library is a more passive place to store books.
- A library has more places than books to store.
ดูคำตอบ
A library is much more than a place to store books.
solve problems: หาวิธีแก้ที่ได้ผล
solve problems หมายถึงการหาคำตอบหรือวิธีแก้ให้กับความยากลำบาก คำว่า solve เน้นว่าหาทางออกได้สำเร็จ ไม่ใช่แค่ใช้เวลาจัดการเรื่องนั้น นี่เป็นคำกริยาและคำนามที่มักใช้คู่กัน problem อาจหมายถึงปริศนา ปัญหาทางเทคนิค หรือความยากลำบากในชีวิตจริง ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่แบบฝึกหัดในโรงเรียน
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดแสดงว่าปัญหาได้รับการแก้ไขสำเร็จแล้ว? After restarting the router, the technician ___.
- solved the problem
- worked on the problem
- noticed the problem
ดูคำตอบ
solved the problem
and can even recognize other plants in their family. การใช้คำ
0:55และยังสามารถจดจำพืชตระกูลเดียวกันได้ด้วย
plants in their family: ความสัมพันธ์ทางชีววิทยา ไม่ใช่ครอบครัวมนุษย์
ในที่นี้ family หมายถึงพืชที่มีความสัมพันธ์กันทางชีววิทยา ไม่ได้หมายถึงครอบครัวมนุษย์ other plants in their family คือพืชอื่นที่เชื่อมโยงกันด้วยบรรพบุรุษหรือการจัดกลุ่มทางชีววิทยา เมื่อ family ปรากฏร่วมกับคำอย่าง plants, animals, species หรือ classification ให้พิจารณาความหมายทางชีววิทยานี้ก่อนความหมายทั่วไปที่หมายถึงญาติซึ่งอยู่กันเป็นครอบครัว
แบบฝึกหัด
ในประโยค "Wolves and foxes belong to the same biological family," คำว่า family หมายถึงอะไร?
- ครอบครัวที่ประกอบด้วยพ่อแม่และลูก
- สถานที่ที่สัตว์อาศัยอยู่
- กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่สัมพันธ์กันในการจำแนกทางชีววิทยา
ดูคำตอบ
กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่สัมพันธ์กันในการจำแนกทางชีววิทยา
given + นามวลี: บอกพื้นฐานของการตัดสิน
เมื่ออยู่ต้นประโยค given + นามวลี หมายถึง “เมื่อพิจารณา...” หรือ “เมื่อคำนึงถึง...” ใช้เสนอข้อมูลที่ควรนำมาคิดก่อนคำถามหรือข้อสรุปที่ตามมา นามวลีในที่นี้คือ the amazing things plants do ส่วน plants do เป็นอนุประโยคขยาย things และ given ไม่ได้บอกการกระทำว่า “ให้”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ given + นามวลี ได้ถูกต้อง เพื่อเสนอข้อเท็จจริงเป็นพื้นฐานของการตัดสินใจ
- Given that the icy roads, we took the train.
- Given the icy roads, we took the train.
- Giving the icy roads, we took the train.
ดูคำตอบ
Given the icy roads, we took the train.
Is it right to eat them?: right ในความหมายว่า “ยอมรับได้ในทางศีลธรรม”
ในคำถามนี้ right หมายถึง “ยอมรับได้ในทางศีลธรรม” หรือ “มีเหตุผลรองรับในทางจริยธรรม” ผู้พูดกำลังถามว่าการกินพืชเป็นการกระทำที่ควรยอมรับหรือไม่ ไม่ได้ถามว่าข้อเท็จจริงหรือคำตอบถูกต้องแม่นยำหรือไม่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Is it right to + กริยารูปพื้นฐาน...? ซึ่งใช้ถามการตัดสินทางศีลธรรมหรือตามหลักการเกี่ยวกับการกระทำหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใน “Is it right to read someone else's private messages?” คำว่า right ถามถึงเรื่องใด
- ข้อความเหล่านั้นมีข้อเท็จจริงที่ถูกต้องหรือไม่
- การกระทำนั้นยอมรับได้ในทางศีลธรรมหรือไม่
- โทรศัพท์อยู่ทางด้านขวาหรือไม่
ดูคำตอบ
การกระทำนั้นยอมรับได้ในทางศีลธรรมหรือไม่
That's what we'll be discussing in this program. ลำดับความ
1:04นั่นคือสิ่งที่เราจะพูดคุยกันในรายการนี้
That's what we'll be discussing: การบอกหัวข้อถัดไป
That's what we'll be discussing ย้อนกลับไปกล่าวถึงประเด็นที่พูดไว้แล้ว และกำหนดให้เป็นหัวข้อหลักของการสนทนาที่กำลังจะตามมา ในประโยคนี้ that หมายถึงประเด็นก่อนหน้า ส่วน what we'll be discussing หมายถึงสิ่งหรือหัวข้อที่เราจะพูดคุยกัน อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ทำหน้าที่ให้ข้อมูล ไม่ใช่ถามคำถามโดยตรง จึงคงลำดับประธานตามด้วยกริยาเป็น what we'll be discussing ไม่ใช่ what will we be discussing โครงสร้างเต็ม That is what... ช่วยให้พิธีกรหรือผู้พูดเชื่อมข้อมูลก่อนหน้าเข้ากับส่วนถัดไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกหัวข้อของการสนทนาที่กำลังจะเริ่มได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- That's what we'll be discussing today.
- That's what will we be discussing today.
- That's we'll be discussing what today.
ดูคำตอบ
That's what we'll be discussing today.
we'll be learning some new useful vocabulary as well.
1:07เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ด้วย
Anyone who's seen ... knows ...: ใช้ประสบการณ์เพื่อนำเสนอข้อสรุป
Anyone who's seen cows grazing knows it's... ใช้รูปแบบ anyone + อนุประโยค who + knows + ข้อสรุป หมายความว่าคาดว่าทุกคนที่มีประสบการณ์ดังกล่าวจะรู้ข้อสรุปนั้น รูปแบบนี้ใช้ประสบการณ์ร่วมเป็นเหตุผลในการนำเสนอเรื่องหนึ่งว่าเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด ในที่นี้ who's หมายถึง who has เพราะ seen เป็นคำกริยาช่อง past participle จึงเป็น who has seen รูป present perfect บอกประสบการณ์ที่มีมาจนถึงปัจจุบัน ใน seen cows grazing คำว่า cows เป็นกรรมของ seen และ grazing แสดงการกระทำที่วัวกำลังทำตอนถูกมองเห็น หลัง knows มักละ that ก่อน it's และ it's หมายถึง it is
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบนี้ได้ถูกต้องเพื่อนำเสนอข้อสรุปจากประสบการณ์
- Anyone who is cared for a puppy knows it takes patience.
- Anyone who's cared for a puppy knows it takes patience.
- Anyone who's cared for a puppy know it takes patience.
ดูคำตอบ
Anyone who's cared for a puppy knows it takes patience.
turned the evolutionary tables: การพลิกบทบาทตามปกติ
turn the tables เป็นสำนวนที่หมายถึงการพลิกสถานการณ์ให้ฝ่ายที่เดิมอ่อนแอกว่าหรือเป็นฝ่ายถูกกระทำกลับมาได้เปรียบ ในประโยคนี้บทบาทตามปกติสลับกัน แทนที่สัตว์จะกินพืช พืชบางชนิดกลับกินสัตว์ ผู้พูดแทรก evolutionary เข้าไปในสำนวนเพื่อเชื่อมการพลิกบทบาทนี้กับวิวัฒนาการ tables ไม่ได้หมายถึงเฟอร์นิเจอร์ และสำนวนพื้นฐานที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ turn the tables
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ turn the tables ในความหมายว่าฝ่ายที่เคยเสียเปรียบพลิกสถานการณ์กลับมาได้?
- The visitors were losing, but they turned the tables and won 3-2.
- The staff turned the tables onto their sides before moving them.
- The family bought two tables for the dining room.
ดูคำตอบ
The visitors were losing, but they turned the tables and won 3-2.
which tropical plant is famous for trapping insects to eat? วลี
1:25พืชเขตร้อนชนิดใดที่มีชื่อเสียงเรื่องการดักจับแมลงกินเป็นอาหาร?
famous for trapping insects: be famous for + -ing
be famous for ใช้บอกเหตุผลหรือลักษณะที่ทำให้บุคคลหรือสิ่งหนึ่งเป็นที่รู้จัก ในคำถามนี้ trapping insects คือลักษณะที่ทำให้พืชเขตร้อนชนิดนี้มีชื่อเสียง เนื่องจาก for เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงใช้รูป -ing คือ be famous for trapping ไม่ใช่ be famous for trap และสามารถตามด้วยคำนามได้เช่นกัน เช่น famous for its flowers
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย for และรูปที่ถูกต้องของ trap: The plant is famous ____ insects.
ดูคำตอบ
for trapping
the Venus flytrap: พืชกินแมลง
the Venus flytrap หมายถึงต้นกาบหอยแครง ซึ่งเป็นพืชกินแมลงที่รู้จักกันดี ใบของมันสามารถหุบลงอย่างรวดเร็วเพื่อดักแมลง ข้อมูลพื้นฐานนี้เพียงพอที่จะช่วยให้รู้ว่าตัวเลือกในคำถามหมายถึงอะไร ในชื่อนี้ flytrap เป็นส่วนหนึ่งของชื่อพืช ไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้จับแมลงวันแยกต่างหาก
แบบฝึกหัด
"the Venus flytrap" ในประโยคหมายถึงอะไร?
- นกเขตร้อน
- อุปกรณ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อจับแมลงวัน
- พืชกินแมลง
ดูคำตอบ
พืชกินแมลง
We'll find out if that's the right answer later in the program. กริยาวลี
1:39เราจะมาหาคำตอบกันว่าถูกต้องหรือไม่ในช่วงท้ายของรายการ
find out if: ตรวจสอบว่าบางสิ่งเป็นจริงหรือไม่
Find out หมายถึงการได้รู้หรือค้นพบข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ มักทำโดยตรวจสอบ ถาม สังเกต หรือรอผล ส่วน find out if ใช้นำประเด็นแบบใช่หรือไม่ใช่ที่ต้องการหาคำตอบ ในประโยคนี้ รายการจะยืนยันภายหลังว่าคำตอบนั้นถูกหรือไม่ คำว่า find ในวลีนี้ไม่ได้หมายถึงการหาตำแหน่งของสิ่งของ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้พูดจะตรวจสอบว่าพิพิธภัณฑ์เปิดหรือไม่?
- I'll find out if the museum is open tomorrow.
- I'll find the museum tomorrow.
- I already know the museum is open tomorrow.
ดูคำตอบ
I'll find out if the museum is open tomorrow.
Plants have been on the planet for hundreds of millions of years ไวยากรณ์
1:43พืชอยู่บนโลกนี้มาหลายร้อยล้านปี
have been ... for ...: สภาวะที่ต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน
ใช้ have/has been + สถานที่หรือสภาวะ เพื่อบอกว่าสภาวะนั้นเริ่มในอดีตและยังเป็นจริงอยู่ในปัจจุบัน ในที่นี้ have been on the planet หมายถึงพืชมีอยู่บนโลกมาตั้งแต่อดีตและยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน for + ระยะเวลา ตอบคำถามว่า “นานเท่าไร” ในประโยคนี้ for hundreds of millions of years บอกช่วงเวลาที่ต่อเนื่อง ดังนั้นหลัง for จึงเป็นระยะเวลา ไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ระบุไว้ในปฏิทิน
แบบฝึกหัด
เติมรูป present perfect ของ be และคำบุพบทที่ใช้หน้าระยะเวลาให้สมบูรณ์: These trees ____ in this park ____ more than a century.
ดูคำตอบ
have been · for
longer than humans: คำที่ละไว้ในการเปรียบเทียบระยะเวลา
ใน longer than humans คำว่า longer เปรียบเทียบระยะเวลา หมายความว่าพืชอยู่บนโลกนี้มานานกว่ามนุษย์ คำว่า humans เป็นประธานของส่วนที่เข้าใจได้ว่า humans have been on the planet แม้ส่วนที่ซ้ำจะถูกละไว้ ภาษาอังกฤษมักละคำที่ซ้ำในประโยคเปรียบเทียบเมื่อเข้าใจได้จากบริบท ตรงนี้ไม่ได้เปรียบเทียบความยาวทางกายภาพ ในประโยคเต็ม hundreds of millions of years บอกว่าระยะเวลาที่พืชมีอยู่นั้นนานกว่ามากเท่าไร
แบบฝึกหัด
longer เปรียบเทียบอะไรในประโยคนี้? The library has been open longer than the café.
- ตัวอาคารห้องสมุดมีความยาวมากกว่าร้านกาแฟ
- ร้านกาแฟเปิดก่อนห้องสมุด
- ห้องสมุดเปิดมานานกว่าร้านกาแฟ
ดูคำตอบ
ห้องสมุดเปิดมานานกว่าร้านกาแฟ
and have used that time to evolve special skills. วลี
1:48และได้ใช้เวลาเหล่านั้นวิวัฒนาการทักษะพิเศษขึ้นมา
used that time to evolve special skills: use + ช่วงเวลา + to + กริยา
โครงสร้าง Use + ช่วงเวลา + to + กริยารูปพื้นฐาน นำเสนอช่วงเวลานั้นว่าเป็นเวลาที่ใช้สำหรับการกระทำหรือพัฒนาการได้ ในประโยคนี้ that time ย้อนถึงช่วงเวลายาวนานที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และ to evolve special skills ระบุพัฒนาการที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลานั้น เมื่อประธานเป็นคน โครงสร้างนี้มักบอกการเลือกอย่างตั้งใจ เช่น ใช้วันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อฝึกฝน แต่ประโยคนี้พูดถึงวิวัฒนาการ จึงไม่ได้สื่อว่าสิ่งมีชีวิตวางแผนวิวัฒนาการอย่างมีสติ เพียงมองช่วงเวลาอันยาวนานเป็นโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเป้าหมายในรูปอดีตและคำว่า 'the train ride': Ava ____ to finish her science notes.
ดูคำตอบ
used the train ride
plants can perceive a lot of information about light. การใช้คำ
2:05พืชก็สามารถรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับแสงได้มากมาย
perceive information: รับรู้ข้อมูล ไม่ใช่เพียงมองเห็น
ในที่นี้ perceive หมายถึงการรับหรือตรวจจับข้อมูลผ่านระบบประสาทสัมผัสหรือระบบทางชีววิทยา ไม่ได้หมายความว่าพืชมองเห็นเหมือนมนุษย์จริง ๆ พืชสามารถรับข้อมูลเกี่ยวกับแสงได้โดยไม่ต้องมีการมองเห็นแบบมนุษย์ perceive เป็นทางการกว่า see หรือ notice ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คำนี้มีประโยชน์ในการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ เพราะบอกถึงการรับข้อมูลได้โดยไม่ต้องระบุประสาทสัมผัสชนิดใดชนิดหนึ่ง
แบบฝึกหัด
perceive หมายถึงอะไรในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้
- มองสิ่งหนึ่งด้วยดวงตาแบบมนุษย์
- รับหรือตรวจจับข้อมูล
- อธิบายข้อมูลด้วยคำพูด
ดูคำตอบ
รับหรือตรวจจับข้อมูล
Without eyes/noses/ears, plants can perceive ...: ความเปรียบต่างแบบขนาน
ทั้งสามประโยคใช้กรอบ Without + อวัยวะรับสัมผัส, plants can perceive + ข้อมูล ซ้ำกัน โครงสร้างขนานนี้ทำให้ติดตามรายการได้ง่าย และวาง eyes, noses และ ears ไว้ในตำแหน่งที่สอดคล้องกัน ส่วนท้ายประโยคเปลี่ยนจากแสงไปเป็นสารเคมีและเสียง Without ระบุสิ่งที่ไม่มี จากนั้นประโยคหลักบอกความสามารถที่ยังคงมีอยู่ จึงเกิดความเปรียบต่างใกล้เคียงกับความหมายว่า แม้พืชไม่มีอวัยวะเหล่านี้ ไม่ได้หมายถึง เพราะ
แบบฝึกหัด
โครงสร้างซ้ำ Without ..., plants can perceive ... เน้นอะไรเป็นหลัก?
- ทั้งสามประโยคบรรยายความสามารถที่ไม่เกี่ยวข้องกันและไม่มีความเปรียบต่างร่วมกัน
- พืชรับรู้ข้อมูลได้เพราะมีอวัยวะรับสัมผัสที่กล่าวถึง
- พืชไม่มีอวัยวะรับสัมผัสที่กล่าวถึง แต่ยังคงตรวจจับข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้
ดูคำตอบ
พืชไม่มีอวัยวะรับสัมผัสที่กล่าวถึง แต่ยังคงตรวจจับข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้
come to realize: ค่อย ๆ เข้าใจเมื่อเวลาผ่านไป
come to realize หมายถึงการได้เข้าใจบางสิ่งหลังจากผ่านเวลา ประสบการณ์ หลักฐาน หรือการคิด ในประโยคนี้ รูป present perfect we've come to realize แสดงว่าความเข้าใจดังกล่าวเป็นผลจากกระบวนการวิจัยที่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้น ในที่นี้ come to แสดงการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะทางความคิดใหม่ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ come to + คำกริยา โดยเฉพาะคำกริยาที่บอกสภาวะทางความคิด เช่น realize, understand หรือ accept
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come to realize: After several weeks of testing, the team ____ that the battery was faulty.
ดูคำตอบ
came to realize
very perceptive: ช่างสังเกตและรับรู้ได้ไวมาก
Perceptive หมายถึงสามารถสังเกตหรือเข้าใจรายละเอียด การเปลี่ยนแปลง หรือสัญญาณได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ คำว่า very ช่วยเพิ่มระดับของคำคุณศัพท์ ดังนั้น very perceptive จึงหมายถึงไวต่อสิ่งรอบตัวและรับรู้ได้ดีมาก ในประโยคนี้ คำดังกล่าวบอกว่าพืชตรวจจับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้ ไม่ได้หมายความว่าพืชมองเห็นได้ ความสามารถนี้อาจเกี่ยวข้องกับการรับรู้และการตอบสนองได้หลายแบบ
แบบฝึกหัด
คำใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยค? Lina noticed the small change in the teacher's tone immediately. She is very ____.
- perceptive
- visible
- perceptible
ดูคำตอบ
perceptive
what's going on: กำลังเกิดอะไรขึ้นหรือสถานการณ์เป็นอย่างไร
What's going on หมายถึง “กำลังเกิดอะไรขึ้น” หรือ “สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร” ส่วน go on ในที่นี้เป็นสำนวนที่หมายถึงมีบางสิ่งกำลังเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใดจริง ๆ ในประโยคนี้ อนุประโยค what's going on ทั้งหมดอยู่หลัง about และระบุสิ่งที่พืชรับรู้ นั่นคือเหตุการณ์และการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมของมัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถามถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในห้องข้าง ๆ ตอนนี้?
- Do you know what's going on in the next room?
- Do you know who's going into the next room?
- Do you know what's being stored in the next room?
ดูคำตอบ
Do you know what's going on in the next room?
that plants can perceive most of the senses that humans can.
2:25พืชสามารถรับรู้ประสาทสัมผัสส่วนใหญ่ที่มนุษย์ทำได้
You could argue: เสนอความคิดเห็นอย่างระมัดระวัง
“You could argue that ...” ใช้เสนอข้อคิดเห็นที่มีเหตุผลรองรับ แต่ยังเปิดให้ถกเถียงได้ ในที่นี้ could ช่วยลดความหนักแน่นของข้อยืนยัน ไม่ได้หมายถึงความสามารถในอดีต คำว่า you โดยทั่วไปหมายถึงคนทั่วไป ไม่ได้เจาะจงผู้ฟัง และ argue หมายถึง “เสนอเหตุผลหรือมุมมอง” ไม่ใช่ “ทะเลาะ” โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดเสนอการตีความโดยไม่บอกว่าเป็นข้อสรุปเดียวที่เป็นไปได้
แบบฝึกหัด
You could argue ในตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่าผู้ฟังเคยมีความสามารถที่จะทะเลาะในอดีต
- ระบุว่าข้อความถัดไปเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีข้อโต้แย้ง
- เสนอความคิดเห็นที่มีเหตุผล พร้อมเปิดพื้นที่ให้เห็นต่าง
ดูคำตอบ
เสนอความคิดเห็นที่มีเหตุผล พร้อมเปิดพื้นที่ให้เห็นต่าง
and then some: มากกว่าที่เพิ่งกล่าวไป
“And then some” เป็นสำนวนที่หมายถึง “และยังมากกว่านั้นอีก” ใช้ตามหลังปริมาณ ระดับ หรือการประเมิน เพื่อบอกว่าคำกล่าวก่อนหน้ายังไม่ครอบคลุมทั้งหมด ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้เพียงเห็นด้วย แต่คิดว่าคำกล่าวก่อนหน้าประเมินความจริงต่ำไป ในที่นี้ some ไม่ได้หมายถึงสิ่งของบางอย่าง แต่แทนปริมาณหรือระดับที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ระบุแน่ชัด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “มากกว่าปริมาณที่เพิ่งกล่าวถึง”: The hike took six hours, ____.
ดูคำตอบ
and then some
that dogs have a much keener sense of smell than humans do. โน้ต
2:34สุนัขมีประสาทการรับกลิ่นที่เฉียบแหลมกว่ามนุษย์มาก
much keener sense of smell: ประสาทรับกลิ่นที่ไวกว่ามาก
ในวลี a much keener sense of smell คำว่า keen หมายถึงประสาทสัมผัสไวมากและสังเกตความแตกต่างเล็ก ๆ ได้ keener เป็นรูปขั้นกว่า และ much ใช้เน้นการเปรียบเทียบ ดังนั้น much keener จึงหมายถึงไวกว่ามาก การใช้ keen แบบนี้บอกความสามารถของประสาทสัมผัส โครงสร้างเดียวกันยังใช้พูดถึงการได้ยิน การมองเห็น หรือการรับรสที่ไวได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าการได้ยินของสุนัขจิ้งจอกไวกว่าของคนมาก
- A fox is much keener on hearing than a person is.
- A fox has a much keener sense of hearing than a person does.
- A fox has a very keen sense of hearing.
ดูคำตอบ
A fox has a much keener sense of hearing than a person does.
than humans do: ใช้ do แทนกริยาที่ซ้ำ
ใน than humans do คำว่า do ใช้แทนกริยา have ที่กล่าวมาก่อนและส่วนที่ละไว้แต่เข้าใจได้ การเปรียบเทียบนี้บอกว่ามนุษย์ก็มีประสาทรับกลิ่น แต่ของสุนัขไวกว่า การใช้ do ช่วยเลี่ยงการพูด have ... sense of smell ซ้ำ คำว่า do ตรงนี้ไม่ได้บอกการกระทำใหม่ ในประโยคเปรียบเทียบแบบเดียวกัน ให้เลือก do, does หรือ did ให้ตรงกับประธานและกาลของกริยาทั่วไปที่มาก่อน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปรียบเทียบให้สมบูรณ์ด้วยกริยาที่ใช้แทนคำเดิม: Maria reads more books than her brother ____.
ดูคำตอบ
does
be responsive to chemicals: ตอบสนองต่อสารเคมี
Be responsive to + คำนาม หมายถึงการตอบสนองหรือเปลี่ยนแปลงเมื่อได้รับผลจากสิ่งนั้น ในประโยคนี้ plants are very responsive to chemicals หมายความว่าพืชตอบสนองต่อสารเคมีรอบตัวได้อย่างรวดเร็ว คำบุพบท to เป็นส่วนที่ทำให้รูป be responsive to something สมบูรณ์ ประธานอาจเป็นสิ่งมีชีวิต บุคคล องค์กร หรือระบบก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ตามหลัง responsive: This sensor is responsive ____ small changes in temperature.
ดูคำตอบ
to
that plants perceive as much as humans and then some,
2:55พืชรับรู้ได้มากเท่ากับมนุษย์และอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ
which is used to emphasize that what you mentioned before
3:01ซึ่งใช้เพื่อเน้นย้ำว่าสิ่งที่คุณพูดถึงไปก่อนหน้านี้นั้น
understatement: กล่าวให้เบากว่าความเป็นจริง
Understatement คือคำกล่าวที่ทำให้บางสิ่งดูสำคัญ ร้ายแรง ใหญ่ หรือสุดขั้วน้อยกว่าความเป็นจริง ในที่นี้ การบอกว่าพืชรับรู้ได้มากพอ ๆ กับมนุษย์ยังถือว่าไม่แรงพอ เพราะ and then some หมายความว่าความจริงไปไกลกว่าคำกล่าวนั้น Understatement อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ผู้พูดก็อาจตั้งใจใช้เพื่อเน้นความหมาย แสดงความสุภาพ หรือสร้างอารมณ์ขันแบบหน้าตาย ผู้ฟังจะเข้าใจว่าสถานการณ์จริงรุนแรงกว่าถ้อยคำที่ใช้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ understatement ได้ถูกต้อง?
- Calling a light breeze 'a deadly hurricane' is an understatement.
- Calling a blizzard 'a little chilly' is an understatement.
- Giving the exact temperature is an understatement.
ดูคำตอบ
Calling a blizzard 'a little chilly' is an understatement.
Does that mean ...? เพื่อถามว่าข้อสรุปนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่
Does that mean + อนุประโยค? ใช้ถามว่าข้อเท็จจริงหรือแนวคิดที่กล่าวมาก่อนหน้านี้นำไปสู่ข้อสรุปหนึ่งได้หรือไม่ ในประโยคนี้ that ย้อนกลับไปหมายถึงความสามารถที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน they're intelligent คือข้อสรุปที่กำลังถูกตรวจสอบ ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าข้อสรุปนั้นเป็นจริง คำถามนี้พาการสนทนาจากหลักฐานไปสู่การอนุมาน และถามว่าการอนุมานนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่
แบบฝึกหัด
คำถามใดถามว่าข้อเท็จจริงแรกสนับสนุนข้อสรุปหรือไม่
- The classroom is empty. Do you mean the lesson was cancelled?
- The classroom is empty. Does that mean the lesson was cancelled?
- The classroom is empty. What does 'lesson' mean?
ดูคำตอบ
The classroom is empty. Does that mean the lesson was cancelled?
Maybe so. เพื่อเห็นด้วยอย่างไม่ฟันธง
Maybe so. หมายถึง “สิ่งที่พูดมาก่อนหน้านี้อาจเป็นจริง” Maybe แสดงความไม่แน่ใจ ส่วน so ใช้แทนแนวคิดทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง ผู้พูดจึงไม่ต้องพูดซ้ำ สำนวนนี้เป็นการเห็นด้วยอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่การตอบ yes อย่างหนักแน่น และอาจแสดงว่าผู้พูดยังมีข้อสงสัยอยู่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “The delay might be caused by the weather.” คำตอบใดแสดงการเห็นด้วยอย่างระมัดระวังโดยไม่ยืนยันว่าแน่ใจ
- Definitely.
- I don't think so.
- Maybe so.
ดูคำตอบ
Maybe so.
Studies modeled on the famous Pavlov's dog experiment, โน้ต
3:26การศึกษาที่จำลองจากการทดลองสุนัขของพาฟลอฟอันโด่งดัง
modeled on: ออกแบบโดยใช้สิ่งที่มีอยู่เป็นต้นแบบ
“Modeled on something” หมายถึงได้รับการออกแบบหรือจัดวางโดยใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วเป็นต้นแบบ ในที่นี้ งานวิจัยเหล่านั้นดำเนินตามรูปแบบพื้นฐานของการทดลองของพาฟลอฟ ใน Studies modeled on ... วลี modeled on ... เป็นวลีคุณศัพท์จากกริยาช่องสามที่ขยาย Studies และเป็นรูปย่อของ Studies that were modeled on ... คำบุพบท on เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าหลักสูตรใหม่ใช้หลักสูตรอื่นเป็นต้นแบบ
- The new course is modeled at a successful course in Finland.
- The new course is modeled with a successful course in Finland.
- The new course is modeled on a successful course in Finland.
ดูคำตอบ
The new course is modeled on a successful course in Finland.
Pavlov's dog experiment: ตัวอย่างคลาสสิกของการวางเงื่อนไข
“Pavlov's dog experiment” เป็นชื่อที่ใช้เรียกผลงานวิจัยคลาสสิกของอีวาน พาฟลอฟเกี่ยวกับการตอบสนองแบบมีเงื่อนไข โดยสรุปที่รู้จักกันทั่วไป สัญญาณที่เดิมไม่มีความหมายถูกจับคู่กับอาหารซ้ำ ๆ จนในที่สุดเพียงสัญญาณนั้นก็สามารถกระตุ้นให้น้ำลายไหล ซึ่งเป็นการตอบสนองแบบมีเงื่อนไข ในประโยคนี้ ชื่อนี้ระบุแบบอย่างของงานวิจัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงที่เกิดจากการเรียนรู้ จึงหมายถึงแนวคิดการทดลองที่มีชื่อเสียง ไม่ใช่การทดลองใด ๆ ที่บังเอิญมีสุนัขเลี้ยงธรรมดาเข้าร่วม
แบบฝึกหัด
Pavlov's dog experiment ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- การทดลองคลาสสิกที่แสดงว่าสัญญาณซึ่งจับคู่กับอาหารสามารถกระตุ้นการตอบสนองที่เกิดจากการเรียนรู้ได้ในที่สุด
- การทดลองที่มุ่งทดสอบเป็นหลักว่าสุนัขวิ่งได้เร็วเพียงใด
- การทดลองใด ๆ ที่บังเอิญมีสุนัขเลี้ยงธรรมดาเข้าร่วม
ดูคำตอบ
การทดลองคลาสสิกที่แสดงว่าสัญญาณซึ่งจับคู่กับอาหารสามารถกระตุ้นการตอบสนองที่เกิดจากการเรียนรู้ได้ในที่สุด
to find the quickest route to light through a maze
3:31ให้หาเส้นทางที่เร็วที่สุดเพื่อเข้าหาแสงผ่านเขาวงกต
train + กรรม + to do: โครงสร้างใน trained pea seedlings to find
โครงสร้าง train + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการฝึกคน สัตว์ พืช โมเดล หรือระบบให้สามารถทำสิ่งหนึ่งได้ ในที่นี้ pea seedlings เป็นกรรมที่ได้รับการฝึก ส่วน to find ระบุการกระทำที่พัฒนาขึ้นจากการฝึก คำว่า to หน้า find เป็นเครื่องหมายของกริยา infinitive ไม่ใช่คำบุพบทที่บอกจุดหมาย โครงสร้างคำแบบเดียวกันพบได้ใน train a dog to wait และ train a model to detect errors
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ trained, the robot และ to ตามโครงสร้าง train + กรรม + to do: The engineers ____ sort packages by size.
ดูคำตอบ
trained the robot to
evidence of memory: evidence of + ปรากฏการณ์
Evidence of + คำนาม หมายถึงข้อเท็จจริงหรือร่องรอยที่บ่งชี้ว่าสิ่งที่คำนามนั้นกล่าวถึงมีอยู่จริงหรือเป็นความจริง ใน evidence of memory คำว่า memory คือปรากฏการณ์ที่หลักฐานสนับสนุน คำนามหลัง of คือสิ่งที่หลักฐานชี้ให้เห็น ไม่ใช่แหล่งที่มาของหลักฐาน เมื่อต้องการระบุแหล่งที่มา ให้ใช้ evidence from + แหล่งที่มา เช่น evidence from an experiment
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่านักวิทยาศาสตร์พบร่องรอยที่แสดงว่ามีน้ำอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนั้น
- Scientists found evidence from water on the planet.
- Scientists found an evidence of water on the planet.
- Scientists found evidence of water on the planet.
ดูคำตอบ
Scientists found evidence of water on the planet.
were lined up: ถูกจัดเรียงเป็นแถว
Line up หมายถึงเข้าแถวหรือจัดคนหรือสิ่งของให้เป็นแถว ในประโยคนี้ were lined up เป็นรูปถูกกระทำในอดีต ต้นไม้ในกระถางเป็นสิ่งที่ถูกจัด จึงเน้นตำแหน่งที่ถูกจัดไว้มากกว่าว่าใครเป็นคนจัด ตรงนี้ up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี line up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน สำนวนเดียวกันนี้ใช้บรรยายสิ่งของที่จัดตามลำดับหรือคนที่ยืนต่อแถวได้
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตแบบถูกกระทำของ line up เติมประโยคให้สมบูรณ์: Before the event, the chairs ____ along the wall.
ดูคำตอบ
were lined up
with roots joining them like a chain of people holding hands. โน้ต
3:39โดยมีรากเชื่อมต่อกันเหมือนกับกลุ่มคนที่จับมือกันเป็นสาย
with roots joining them: โครงสร้าง with + คำนาม + -ing
with roots joining them ใช้โครงสร้าง with + คำนาม + -ing เพื่อเพิ่มภาพเหตุการณ์ที่เกิดควบคู่กับข้อความหลัก นั่นคือรากกำลังเชื่อมต้นไม้เข้าด้วยกันในเวลาเดียวกัน roots เป็นประธานที่เข้าใจได้ของ joining ส่วน joining ไม่ใช่กริยาหลักที่ผันตามกาลของประโยคใหม่ แต่เป็นรูป participle ที่บอกว่า roots กำลังทำอะไร โครงสร้างสั้น ๆ นี้ใช้เพิ่มการกระทำเบื้องหลังหรือรายละเอียดที่มองเห็นได้
แบบฝึกหัด
เรียงคำที่ให้มาและเปลี่ยนรูปกริยาตามความจำเป็น: with / the children / hold hands เติมประโยคให้สมบูรณ์: The class crossed the road, ____.
ดูคำตอบ
with the children holding hands
like a chain of people holding hands: การใช้อุปมาเพื่อแสดงรูปแบบการเชื่อมโยง
วลี like a chain of people holding hands เป็นการใช้อุปมา โดยเปรียบรากที่เชื่อมต่อกันกับผู้คนที่จับมือต่อกัน ทำให้เห็นภาพรูปแบบการเชื่อมโยงได้ง่ายขึ้น การเปรียบเทียบนี้เน้นความคล้ายกันของรูปร่างหรือการจัดเรียง ไม่ได้หมายความว่าพืชมีมือจริง ๆ หรือทำตัวเหมือนมนุษย์
แบบฝึกหัด
อุปมาที่เน้นไว้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจเรื่องใดเป็นหลัก?
- รากก่อตัวเป็นรูปแบบที่เชื่อมต่อกันอย่างไร
- ผู้คนกำลังใช้มือจับรากอยู่จริง ๆ
- พืชมีมือจริง ๆ
ดูคำตอบ
รากก่อตัวเป็นรูปแบบที่เชื่อมต่อกันอย่างไร
plants talked to each other: การทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลมีลักษณะเหมือนมนุษย์
The plants talked to each other เป็นการทำให้พืชมีลักษณะเหมือนมนุษย์ด้วยการมอบการกระทำของมนุษย์ให้พืช คำว่า each other ทำให้การกระทำนั้นเป็นแบบต่างฝ่ายต่างทำ กล่าวคือข้อมูลส่งผ่านระหว่างพืช ไม่ได้ไปในทิศทางเดียวเท่านั้น ในที่นี้ talked ไม่ได้หมายถึงการพูดด้วยคำพูดหรือเสียงจริง ๆ ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ เป็นวิธีที่เห็นภาพชัดในการบอกว่าพืชแลกเปลี่ยนสัญญาณหรือข้อมูลกัน
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ The plants talked to each other มีความหมายที่ถูกต้องที่สุดว่าอย่างไร?
- ผู้คนยืนอยู่ข้างพืชและพูดคุยกัน
- พืชแลกเปลี่ยนสัญญาณหรือข้อมูลกัน
- พืชพูดออกเสียงเป็นภาษามนุษย์
ดูคำตอบ
พืชแลกเปลี่ยนสัญญาณหรือข้อมูลกัน
passing along information about water and air temperature กริยาวลี
3:45ส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับน้ำและอุณหภูมิอากาศ
passing along information: ส่งต่อข้อมูลไปยังคนถัดไป
ในประโยคนี้ passing along information หมายถึงการนำข้อมูลที่ได้รับหรือได้รู้มาไปบอกคนอื่นหรือส่งไปยังขั้นถัดไปของสายการส่งต่อ ข้อมูลถูกมองว่าเคลื่อนจากแหล่งหนึ่งไปยังผู้รับคนถัดไป Pass along เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ทั้ง pass the information along และ pass along the information ฟังเป็นธรรมชาติ สามารถใช้ to นำหน้าผู้รับได้ เช่น pass the information along to the team
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อชัดเจนที่สุดว่าคุณได้รับข่าวสารล่าสุดมาและควรส่งต่อให้ทีมของคุณ?
- Please check the update with your team.
- Please keep the update from your team.
- Please pass along the update to your team.
ดูคำตอบ
Please pass along the update to your team.
like children playing a game where a message is passed on
3:50เหมือนกับเด็ก ๆ ที่เล่นเกมส่งต่อข้อความ
distorted in the process: ไม่ถูกต้องมากขึ้นระหว่างการส่งต่อ
Distorted หมายถึงถูกเปลี่ยนไปในลักษณะที่ทำให้รูปแบบ เสียง ภาพ หรือความหมายเดิมไม่ถูกต้อง ในที่นี้ becoming distorted อธิบายว่าข้อมูลค่อย ๆ สูญเสียความถูกต้องขณะถูกส่งต่อ In the process หมายถึงในระหว่างที่กิจกรรมนั้นกำลังเกิดขึ้น ในประโยคนี้กิจกรรมดังกล่าวคือการส่งต่อข้อมูล ไม่ใช่กระบวนการผลิต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ distorted เพื่อสื่อว่าข้อมูลไม่ถูกต้องมากขึ้นระหว่างการส่งต่อ?
- The report became public after the meeting.
- The report became distorted as people repeated it.
- The report became longer when the editor added a chart.
ดูคำตอบ
The report became distorted as people repeated it.
takes brain power: ต้องใช้ความคิด
ในประโยคนี้ takes brain power หมายถึง “ต้องใช้ความพยายามทางความคิดหรือความสามารถด้านการรับรู้” take ในที่นี้หมายถึง “ต้องใช้” หรือ “ใช้ไป” ส่วน brain power เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่เห็นภาพ ใช้พูดถึงการคิดและการประมวลผลข้อมูล ตรงนี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ โดยสื่อว่ากิจกรรมที่สังเกตเห็นต้องอาศัยการรับรู้ ไม่ได้ยืนยันว่าพืชมีสมองเหมือนสมองมนุษย์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ต้องใช้ความคิด”: Solving this puzzle ____.
ดูคำตอบ
takes brain power
and there's clearly evidence that plants might have some kind of intelligence. ไวยากรณ์
4:03และมีหลักฐานชัดเจนว่าพืชอาจจะมีความฉลาดในรูปแบบหนึ่ง
might have some kind of intelligence: กล่าวอย่างระมัดระวัง
might have แสดงถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ส่วน some kind of intelligence บอกว่าคำว่า intelligence ในความหมายกว้างอาจใช้ได้ แต่รูปแบบหรือลักษณะที่แน่นอนของความฉลาดนั้นยังไม่ชัดเจน เมื่อใช้สองส่วนนี้ร่วมกัน ประโยคย่อยจะกลายเป็นข้อสรุปที่ระมัดระวังและอิงหลักฐาน ผู้พูดเอนเอียงไปทางแนวคิดนี้แต่ไม่ได้เสนอว่าได้รับการพิสูจน์อย่างสมบูรณ์แล้ว สามารถนำโครงสร้าง might have some kind of + คำนาม ไปใช้เมื่อหลักฐานชี้ไปในทิศทางหนึ่งแต่ยังสรุปไม่ได้แน่ชัด
แบบฝึกหัด
เติมข้อสรุปที่ระมัดระวังด้วยโครงสร้างห้าคำจากบทเรียนที่แสดงความเป็นไปได้และชนิดที่ยังไม่แน่ชัด: The device ____ hidden sensor.
ดูคำตอบ
might have some kind of
given all of this: ใช้หลักฐานก่อนหน้าเพื่อเกริ่นนำคำถาม
Given all of this หมายถึง “เมื่อพิจารณาทุกอย่างที่เพิ่งกล่าวไป” ในที่นี้ given เป็นคำบุพบทที่มีความหมายว่า “เมื่อพิจารณา” ไม่ได้หมายความว่ามีการมอบสิ่งของให้ใคร วลีนี้รวบรวมหลักฐานก่อนหน้าให้เป็นพื้นฐานของคำถามที่ตามมา เป็นคำเชื่อมที่มีประโยชน์เมื่อต้องการเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงหรือเหตุผลไปสู่การตัดสิน ข้อสรุป การตัดสินใจ หรือคำถามใหม่
แบบฝึกหัด
given all of this ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้
- บอกว่าสิ่งของทุกชิ้นถูกมอบให้ใครบางคนแล้ว
- ใช้ข้อมูลก่อนหน้าทั้งหมดเป็นพื้นฐานของคำถาม
- บอกให้ผู้ฟังเพิกเฉยต่อข้อมูลก่อนหน้า
ดูคำตอบ
ใช้ข้อมูลก่อนหน้าทั้งหมดเป็นพื้นฐานของคำถาม
professor of philosophy at the University of the Basque Country,
4:14ศาสตราจารย์ด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยบาสก์ (University of the Basque Country)
for his BBC Radio 4 program Is Eating Plants Wrong?
4:18สำหรับรายการ BBC Radio 4 ของเขาที่ชื่อว่า 'การกินพืชเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือ?'
in and of itself wrong: ตัดสินตัวการกระทำแยกจากบริบท
In and of itself หมายถึง “เมื่อพิจารณาสิ่งนั้นเพียงลำพังโดยแยกจากสถานการณ์ภายนอก” ในตัวอย่างนี้ วลีดังกล่าวขยาย wrong กล่าวคือ การกินพืชไม่ได้ผิดเพียงเพราะลักษณะของการกระทำนั้นเอง ถ้อยคำนี้ยังเปิดโอกาสให้ตัดสินต่างออกไปเมื่อพิจารณาวิธีการ เหตุผล ปริมาณ หรือผลที่ตามมา not wrong in and of itself ไม่ได้หมายถึง “ถูกต้องในทุกสถานการณ์ที่เป็นไปได้”
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ “The rule is not unfair in and of itself; the problem is how it is applied” ได้ตรงที่สุด
- กฎนี้ยุติธรรมในทุกสถานการณ์ที่เป็นไปได้
- ตัวกฎเองไม่ได้ไม่ยุติธรรม แต่วิธีนำไปใช้อาจไม่ยุติธรรม
- กฎนี้ไม่ยุติธรรมเพียงเพราะมันมีอยู่
ดูคำตอบ
ตัวกฎเองไม่ได้ไม่ยุติธรรม แต่วิธีนำไปใช้อาจไม่ยุติธรรม
so while keeping in mind the context: คำนึงถึงสถานการณ์ขณะลงมือทำ
ใน do so คำว่า so ใช้แทนการกระทำที่กล่าวถึงไปแล้ว ผู้พูดจึงไม่ต้องกล่าวซ้ำ ส่วน while keeping in mind the context เพิ่มเงื่อนไขที่ต้องคำนึงถึงขณะทำการกระทำนั้น keep the context in mind หมายถึงจดจำสถานการณ์รอบตัวและนำมาพิจารณาเมื่อตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร ในที่นี้ mind เกี่ยวกับความคิดและความใส่ใจ ไม่ได้หมายถึงรู้สึกรำคาญ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสองส่วนของ keep something in mind: Before choosing a route, ____ the weather ____.
ดูคำตอบ
keep · in mind
in which we're doing this: โครงสร้างคำบุพบท + which
in which we're doing this เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย context คำว่า which ย้อนกลับไปที่ context ไม่ใช่ this ส่วน in แสดงว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นภายในบริบทดังกล่าว แนวคิดพื้นฐานคือ we're doing this in that context การวางคำบุพบทไว้หน้า which พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษที่เป็นทางการกว่า รูปแบบที่ใช้ในการสนทนามากกว่าคือ the context that we're doing this in เมื่อคำบุพบทอยู่หน้าคำสรรพนามสัมพันธ์ ให้ใช้ which สำหรับสิ่งของ ไม่ใช้ that
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบทางการ คำบุพบท + which เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The room ____ we met was quiet.
ดูคำตอบ
in which
first of all: บอกประเด็นแรก
first of all ใช้บอกประเด็นแรกในการอธิบาย การแจกแจง หรือการวิเคราะห์ที่เป็นลำดับ ในประโยคนี้ คำนี้บอกผู้ฟังว่าการคิดว่าเรากินพืชชนิดใดเป็นส่วนแรกของการวิเคราะห์ที่ใหญ่กว่า คำนี้จัดลำดับความคิด ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก่อนสุด และมักสื่อว่าจะมีประเด็นอื่นตามมา แม้ผู้พูดจะไม่ได้พูด secondly ก็ตาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่ใช้เริ่มประเด็นแรก: ____, let's agree on the main goal before discussing the details.
ดูคำตอบ
First of all
in fact: ตรวจสอบข้ออ้างที่หนักแน่นกว่า
in fact เป็นคำบอกหน้าที่ทางวาทกรรมที่ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่เป็นจริง ในคำถามนี้ คำดังกล่าวทำให้ประเด็นชัดและหนักแน่นขึ้น โดยผู้พูดกำลังถามว่าการกระทำนั้นเท่ากับการทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งตัวจริงหรือไม่ เมื่อแทรกอยู่ในคำถามและคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค in fact จะชวนให้ผู้ฟังตรวจสอบถ้อยคำที่แม่นยำและหนักแน่นกว่า ไม่ได้มีความหมายตรงตัวว่า ‘อยู่ในข้อเท็จจริง’
แบบฝึกหัด
in fact ทำหน้าที่อะไรในคำถามนี้: Is the machine, in fact, using less energy?
- ใช้เริ่มรายการข้อแรก
- บอกเวลาที่แน่นอนที่มีการใช้เครื่องจักร
- ถามว่าข้ออ้างที่หนักแน่นกว่านั้นเป็นจริงหรือไม่
ดูคำตอบ
ถามว่าข้ออ้างที่หนักแน่นกว่านั้นเป็นจริงหรือไม่
the entire living being: สิ่งมีชีวิตทั้งตัว
ในประโยคนี้ the entire living being หมายถึงสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวอย่างครบถ้วน ไม่ใช่แค่บางส่วนที่เลือกมา entire เน้นความครบถ้วน ส่วน living being แสดงว่าสิ่งที่กล่าวถึงเป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่วัตถุธรรมดา ในที่นี้ being เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัว ไม่ใช่รูปหนึ่งของคำกริยา be ถ้อยคำนี้ค่อนข้างเป็นทางการและทำให้ข้อความมีมุมมองด้านจริยธรรมที่จริงจัง
แบบฝึกหัด
วลี the entire living being เน้นความหมายใดในประโยคนี้
- รูปหนึ่งของคำกริยา be
- เฉพาะส่วนที่นำไปใช้ได้
- สิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวทั้งหมด ไม่ใช่เพียงบางส่วนของมัน
ดูคำตอบ
สิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวทั้งหมด ไม่ใช่เพียงบางส่วนของมัน
certain of its parts: บางส่วนของมัน
ใน certain of its parts คำว่า certain หมายถึงสมาชิกบางส่วนจากกลุ่ม its parts ซึ่งมีขอบเขตชัดเจนอยู่แล้ว วลีนี้ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าเป็นส่วนใด แต่เลือกเพียงกลุ่มย่อยที่จำกัด ไม่ใช่ทั้งหมด รูปแบบคือ certain of + คำกำหนด + คำนามพหูพจน์ เช่น certain of the documents ในที่นี้ certain เป็นคำบอกปริมาณแบบเป็นทางการ ไม่ได้หมายถึง “มั่นใจ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ certain ในความหมายว่า “สมาชิกบางส่วนของกลุ่ม”
- I am certain of the answer.
- Certain of the guests left early.
- The time of the meeting is not certain.
ดูคำตอบ
Certain of the guests left early.
not essential to it: ไม่ได้จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตทั้งตัว
ในโครงสร้าง A is essential to B สิ่งที่เป็น B ต้องพึ่ง A เพื่อให้ดำรงอยู่ ทำงาน หรือสำเร็จได้ ในประโยคนี้ it หมายถึงสิ่งมีชีวิตทั้งตัว not essential to it หมายความว่าส่วนเหล่านี้ไม่จำเป็นต่อการทำงานต่อไปของสิ่งมีชีวิตทั้งตัว ไม่ได้หมายความว่าส่วนเหล่านี้ไม่มีประโยชน์ แต่หมายถึงสิ่งมีชีวิตทั้งตัวยังอยู่ได้แม้ไม่มีส่วนเหล่านี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายจากบทเรียนนี้: Trust is ____ a strong friendship.
ดูคำตอบ
essential to
that can actually fall off without doing harm to the whole organism? โน้ต
4:49ที่สามารถหลุดร่วงไปได้โดยไม่ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตนั้นทั้งต้น?
fall off: หลุดออกจากสิ่งที่เดิมติดอยู่
fall off หมายถึงหลุดและตกออกจากสิ่งที่เดิมติดอยู่ ในประโยคนี้ส่วนที่หลุดเป็นประธานของประโยคเอง โดยส่วนเหล่านั้นสามารถหลุดออกจากสิ่งมีชีวิตได้ ในความหมายทางกายภาพนี้ fall off เป็นคำกริยาที่ไม่รับกรรม สิ่งที่หลุดเป็นประธาน ส่วนสิ่งที่มันเคยติดอยู่สามารถตามหลัง off ได้ เช่น A button fell off my coat หรือไม่กล่าวถึงก็ได้
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตที่ถูกต้องของ fall off เติมประโยคให้สมบูรณ์: One of the buttons ____ my coat on the way home.
ดูคำตอบ
fell off
doing harm to the whole organism: การทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งตัว
ใน do harm to something คำว่า harm เป็นคำนาม หมายถึงอันตรายหรือความเสียหาย โครงสร้างคือ do harm to + บุคคลหรือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ ในประโยคนี้ without doing harm to the whole organism หมายถึง บางสิ่งสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งตัว แนวคิดที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำหนึ่งเกิดขึ้นโดยไม่สร้างความเสียหายแก่เป้าหมายที่ระบุ
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปตามรูปแบบ do harm to: This chemical could do harm ____ river life.
ดูคำตอบ
to
Professor Marder says that eating plants is not wrong in and of itself,
4:53ศาสตราจารย์มาร์เดอร์กล่าวว่าการกินพืชไม่ใช่สิ่งที่ผิดในตัวมันเอง
without taking anything else into account: โดยไม่คำนึงถึงสิ่งอื่นใด
Take something into account หมายถึง นำสิ่งหนึ่งมารวมเป็นปัจจัยในการตัดสิน วางแผน หรือตัดสินใจ โครงสร้างคือ take + กรรม + into account ดังนั้น anything else จึงเป็นกรรมที่อยู่ระหว่าง take กับ into account Without taking anything else into account ทำให้ขอบเขตของข้อความแคบลง กล่าวคือ การกระทำนั้นถูกตัดสินแยกต่างหากโดยไม่นำปัจจัยอื่นมาพิจารณา และยังสื่อว่าเมื่อคำนึงถึงสถานการณ์หรือผลที่ตามมาในวงกว้างขึ้น ข้อสรุปอาจเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง take + กรรม + into account: Before choosing a campsite, we need to ____ the weather ____.
ดูคำตอบ
take · into account
But he thinks it's important to remember the context,
5:02แต่เขาคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องจดจำบริบท
the situation or circumstances in which something happens.
5:06สถานการณ์หรือแวดล้อมที่บางสิ่งเกิดขึ้น
go on to produce: ก้าวไปสู่ขั้นตอนถัดมา
ใน can go on to produce more fruit โครงสร้าง go on to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงการออกผลเพิ่มว่าเป็นพัฒนาการที่เกิดหลังเหตุการณ์หรือช่วงก่อนหน้า ในที่นี้ can หมายถึงผลลัพธ์ภายหลังนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ go on ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปยังสถานที่ใด ใช้ go on to do something เมื่อเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา โดยเฉพาะการกระทำ ผลลัพธ์ หรือขั้นตอนใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ go on to do เพื่อแสดงขั้นตอนใหม่ที่เกิดขึ้นภายหลัง
- After working as a nurse, Lena went on to become a doctor.
- Lena stopped working as a nurse and went home.
- Lena went on working as a nurse until midnight.
ดูคำตอบ
After working as a nurse, Lena went on to become a doctor.
I asked you to name the famous insect-eating tropical plant. ไวยากรณ์
5:23ผมถามให้คุณบอกชื่อพืชเขตร้อนที่มีชื่อเสียงเรื่องกินแมลง
famous insect-eating tropical plant: คำนามหนึ่งคำที่มีคำขยายหลายคำ
คำนามหลักคือ plant คำว่า famous, insect-eating และ tropical ล้วนอยู่ข้างหน้าและขยาย plant ต้นเดียวกัน กล่าวคือพืชนั้นมีชื่อเสียง กินแมลง และเป็นพืชเขตร้อน insect-eating เป็นคำคุณศัพท์ประสมแบบ “คำนาม + -ing” เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อมสองคำให้เป็นคำขยายหน่วยเดียว และความหมายเชิงกระทำของ -ing บอกว่าพืชเป็นฝ่ายกินแมลง ไม่ใช่แมลงกินพืช
แบบฝึกหัด
เติมคำคุณศัพท์ประสมที่มียัติภังค์และสร้างจาก insect กับ eating ให้สมบูรณ์: This is an ____ tropical plant.
ดูคำตอบ
insect-eating
starting with the adjective perceptive,
5:35เริ่มด้วยคำคุณศัพท์ perceptive (ซึ่งมีความรู้สึกไว/เข้าใจได้เร็ว)
and is used to show that something has been understated.
5:44และใช้เพื่อแสดงว่าบางสิ่งถูกพูดให้น้อยเกินไปจากความเป็นจริง
A keen sense of smell, sight, or hearing
5:48คำว่า A keen sense ของการรับกลิ่น การมองเห็น หรือการได้ยิน
Distorted means changed from its original form.
5:53Distorted (ถูกบิดเบือน) หมายถึง ถูกเปลี่ยนไปจากรูปแบบเดิม