อันตรายของการสุภาพเกินไปในความรัก: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
ภาพรวม: ความสุภาพเกินไปอาจกดความผิดหวังและทำให้ความรักขาดความจริงใจ วิดีโอแยกความขัดแย้งที่ตรงไปตรงมาจากการทำร้าย และชี้ว่าความโกรธอาจเผยความไว้วางใจกับความอดทนที่ยังอยู่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "not because of" / "but because of" - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ปฏิเสธสาเหตุที่ดูเหมือนจริงก่อน แล้วระบุสาเหตุแท้จริงเพื่อสร้างความต่างเชิงเหตุผลที่ชัดเจน 2. "read the explosion for what it is," - กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจ read ว่า “ตีความ” และอธิบายความหมายใต้ปฏิกิริยาทางอารมณ์ 3. "blown over," - กริยาวลี: เข้าใจว่าข้อพิพาทหรือความโกรธผ่านพ้นไปแล้ว จึงแยกความขัดแย้งชั่วคราวจากความเสียหายถาวรได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
It's natural to imagine that the highest virtue in love would be kindness and a close second politeness. วลี
0:00เป็นเรื่องปกติที่จะจินตนาการว่าคุณธรรมสูงสุดในความรักคือความเมตตา และตามมาติดๆ คือความสุภาพ
It's natural to imagine that: การนำเสนอข้อสันนิษฐานตามสัญชาตญาณ
ในโครงสร้าง It's natural to imagine that + อนุประโยค คำว่า natural หมายถึง “เข้าใจได้” หรือ “คิดเช่นนั้นได้ง่ายเพราะตรงกับสัญชาตญาณแรกของเรา” วลีนี้นำเสนอความคิดที่ตามมาว่าเป็นสิ่งที่คนทั่วไปมักคิดในตอนแรก ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน การวางกรอบแบบนี้มักใช้ก่อนที่ผู้พูดจะตั้งคำถาม จำกัด หรือหักล้างความคิดแรกนั้น ทำให้การให้เหตุผลฟังดูสงบและรอบคอบ คือยอมรับสิ่งที่ดูเหมือนชัดเจนก่อน แล้วจึงพิจารณาต่อไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอข้อสันนิษฐานแรกที่ตรงกับสัญชาตญาณโดยไม่บอกว่าเป็นเรื่องแน่นอน
- A bigger team will certainly finish sooner.
- It's natural to imagine that a bigger team will finish sooner.
- It is impossible to imagine a bigger team finishing sooner.
ดูคำตอบ
It's natural to imagine that a bigger team will finish sooner.
a close second: อันดับสองที่ตามหลังเพียงเล็กน้อย
ใน a close second คำว่า second ระบุสิ่งที่อยู่ในอันดับสอง ส่วน close บอกว่าความแตกต่างจากอันดับหนึ่งมีเพียงเล็กน้อย ในที่นี้ความสุภาพถูกนำเสนอว่าเกือบสำคัญเท่ากับความเมตตา ไม่ใช่เพียงรายการอีกอย่างหนึ่ง รูปแบบที่พบบ่อยคือ X is a close second to Y และ Y comes first, with X a close second คำว่า close อธิบายช่องว่างในการจัดอันดับ ไม่ใช่ระยะทางทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจัดอันดับตายตัวที่หมายถึง “อันดับสองและตามหลังอันดับหนึ่งเพียงเล็กน้อย”: The blue design won, with the green design ____.
ดูคำตอบ
a close second
danger lurking: ความเสี่ยงที่ยังซ่อนอยู่
ในที่นี้ danger ถูกนำเสนอเหมือนคนหรือสัตว์ที่ซ่อนอยู่ใกล้ ๆ วลี danger lurking หมายความว่าความเสี่ยงมีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ปรากฏชัดหรือยังไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายที่มองเห็นได้ อุปลักษณ์นี้ช่วยให้ผู้พูดเตือนผู้อ่านเกี่ยวกับปัญหาก่อนที่พวกเขาจะสังเกตเห็น Lurking ใช้บรรยายภัยคุกคามที่เป็นนามธรรมได้ จึงไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งมีชีวิตซ่อนอยู่จริง ๆ
แบบฝึกหัด
danger lurking ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ความเสี่ยงมีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ปรากฏชัด
- อันตรายหายไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
- มีสัตว์อันตรายซ่อนอยู่ใกล้ ๆ
ดูคำตอบ
ความเสี่ยงมีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ปรากฏชัด
but because of a stifling excess of manners. การใช้คำ
0:19แต่เป็นเพราะมีมารยาทมากเกินไปจนทำให้รู้สึกอึดอัด
not because of ... but because of: การแก้ไขสาเหตุ
โครงสร้าง not because of A, but because of B ปฏิเสธ A ว่าเป็นคำอธิบายก่อน แล้วจึงเสนอ B เป็นสาเหตุที่แท้จริง ในประโยคนี้ การขาดความอ่อนโยนหรือความสงบถูกตัดออก และเน้นมารยาทที่มากเกินไปจนอึดอัดแทน ใช้โครงสร้างนี้เมื่อคาดว่าอีกฝ่ายอาจเข้าใจสาเหตุผิด และต้องการเปลี่ยนความสนใจไปยังสาเหตุจริงอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง not because of ... but because of: Maya left early ____ boredom, ____ a sudden headache.
ดูคำตอบ
not because of · but because of
มารยาทที่มากเกินไปจนอึดอัด
ในที่นี้ stifling หมายถึงการจำกัดหรือกดดันอย่างมากจนคนรู้สึกว่าไม่อาจทำหรือพูดได้อย่างอิสระ เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าหายใจไม่ออกจริง ๆ An excess of manners หมายถึงความสุภาพ การยับยั้งชั่งใจ และความกังวลว่าจะทำให้ผู้อื่นขุ่นเคืองที่มีมากเกินระดับที่ดีหรือเป็นประโยชน์ เมื่อรวมกัน วลีนี้วิจารณ์ความสุภาพที่มากเกินไปจนกดการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา โดย excess หมายถึงความมากเกินที่ก่อผลเสีย ไม่ใช่ความยอดเยี่ยม
แบบฝึกหัด
วลี stifling excess of manners ในตัวอย่างหมายถึงอะไร?
- การขาดอากาศจริง ๆ ซึ่งเกิดจากเสื้อผ้าที่เป็นทางการ
- มารยาทที่ยอดเยี่ยมและทำให้ทุกคนสบายใจ
- ความสุภาพในระดับที่กดดันและจำกัดการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา
ดูคำตอบ
ความสุภาพในระดับที่กดดันและจำกัดการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา
การขึ้นเสียง
Raised voices หมายถึงเสียงพูดที่ดังขึ้นกว่าระดับปกติ วลีนี้มักสื่อถึงความโกรธ ความตึงเครียด หรือการโต้เถียงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อมีคนได้ยินเสียงนั้นจากบริเวณใกล้เคียง Raised บอกว่าระดับเสียงถูกเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายถึงการยกเสียงขึ้นในทางกายภาพ วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดรายงานสัญญาณของความขัดแย้งได้โดยไม่ต้องบอกว่าแต่ละคนพูดอะไร
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่เป็นธรรมชาติและหมายถึงเสียงพูดที่ดังกว่าปกติพร้อมสื่อถึงการโต้เถียง: The neighbors heard ____ through the wall.
ดูคำตอบ
raised voices
and moments where both partners feel free to call each other idiots and much worse. ไวยากรณ์
0:28และช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายรู้สึกอิสระที่จะเรียกอีกฝ่ายว่าไอ้โง่ หรือแย่กว่านั้นมาก
call each other idiots: call + กรรม + คำนาม
ใน call each other idiots คำว่า call หมายถึง “เรียกหรือให้นิยามว่า” ไม่ใช่ “โทรหา” โครงสร้างคือ call + กรรม + คำนาม โดย each other เป็นกรรม และ idiots เป็นคำนามที่ใช้เรียกกรรมนั้น Each other ทำให้การกระทำเกิดขึ้นต่อกันทั้งสองฝ่าย กล่าวคือแต่ละคนใช้คำนี้เรียกอีกฝ่าย โครงสร้างเดียวกันใช้กับชื่อ บทบาท คำชม หรือคำวิจารณ์ได้ เช่น call someone a hero
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยเรียง call, each other และ detectives ให้ถูกต้อง: When they solve a mystery, the friends ____.
ดูคำตอบ
call each other detectives
it's easy to fear for them and their union. วลี
0:38เป็นเรื่องง่ายที่เราจะรู้สึกกลัวแทนพวกเขาและความสัมพันธ์ของพวกเขา
ความแตกต่างระหว่าง fear for them กับ fear them
ใน fear for them คำว่า fear หมายถึง “รู้สึกกังวลอย่างมาก” และ for ชี้ไปที่คนที่ผู้พูดกังวลเรื่องความปลอดภัย สถานการณ์ หรืออนาคต ผู้พูดเป็นห่วงคู่รักคู่นั้น ไม่ได้กลัวพวกเขา โครงสร้างนี้นำไปใช้เป็น fear for + บุคคลหรือกลุ่มได้ คำบุพบท for สำคัญเพราะทำให้ความหมายเปลี่ยนว่าใครหรือสิ่งใดถูกมองว่าอาจตกอยู่ในอันตราย
แบบฝึกหัด
เติมคำหนึ่งคำที่แสดงความเป็นห่วงต่อความปลอดภัยของนักเดินป่า: The storm is getting worse, and I fear ____ the hikers.
ดูคำตอบ
for
been deeply and rightly sensitized to the horrors of abusive relationships. วลี
0:43มีความอ่อนไหวอย่างลึกซึ้งและสมเหตุสมผลต่อความน่ากลัวของความสัมพันธ์ที่มีการทารุณกรรม
Be sensitized to: ความตระหนักต่อความเสี่ยงที่พัฒนาขึ้นตามเวลา
ใน be sensitized to something คำว่า sensitized หมายถึง การที่คนคนหนึ่ง “ถูกทำให้ตระหนักและระวัง” ปัญหามากขึ้นจากประสบการณ์ การศึกษา หรือการถกเถียงในสังคม ส่วนบุพบท to ใช้นำหน้าประเด็นที่ตระหนักถึง ในที่นี้ been deeply and rightly sensitized to บอกว่าผู้คนได้พัฒนาความตระหนักที่ชัดเจนและสมเหตุสมผลต่ออันตรายของความสัมพันธ์ที่มีการทำร้ายกัน โดยหมายถึงการมีความตระหนักมากขึ้น ไม่ใช่อาการแพ้หรือความเปราะบางทางอารมณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ถูกทำให้ตระหนักและระวังมากขึ้น”: After the safeguarding workshop, the coaches were ____ early warning signs of abuse.
ดูคำตอบ
sensitized to
and we stress within reason with great seriousness,
0:50และเราขอย้ำว่าภายในขอบเขตที่มีเหตุผลด้วยความจริงจังอย่างยิ่ง
Within reason ... within reason: การย้ำขอบเขตด้วยการทำซ้ำ
Within reason หมายถึง “ตราบใดที่ยังอยู่ภายในขอบเขตที่สมเหตุสมผลและยอมรับได้” วลีนี้จำกัดขอบเขตของข้อความ แทนที่จะให้อนุญาตอย่างไม่มีข้อจำกัด ผู้พูดกล่าววลีนี้สองครั้งก่อนจะพูดต่อ การทำซ้ำทำให้ขอบเขตเด่นชัดและช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ฟังเข้าใจข้อความถัดไปว่าเป็นการยอมรับความขัดแย้งทุกรูปแบบหรือทุกระดับความรุนแรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ตราบใดที่ยังอยู่ภายในขอบเขตที่สมเหตุสมผล”: You may rearrange the room ____, but keep the emergency exits clear.
ดูคำตอบ
within reason
that can unfold within the occasional heated discussion.
0:56ซึ่งสามารถเผยออกมาได้ในระหว่างการพูดคุยที่ดุเดือดซึ่งเกิดขึ้นในบางครั้ง
Be bound to: ผลลัพธ์ที่แทบจะแน่นอน
ในโครงสร้าง be bound to + กริยารูปพื้นฐาน bound to หมายถึงคาดว่าสิ่งหนึ่งจะเกิดขึ้นและแทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในประโยคนี้ การใช้ชีวิตใกล้ชิดกับใครสักคนย่อมทำให้รู้สึกผิดหวังอย่างมากในบางช่วงเวลา นี่เป็นการคาดการณ์ที่หนักแน่น ไม่ใช่กฎหรือข้อบังคับจากภายนอก ใช้โครงสร้างนี้ได้เมื่อสถานการณ์เองทำให้ผลลัพธ์หนึ่งแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย bound to: If you never update the software, it is ____ develop security problems.
ดูคำตอบ
bound to
we need the freedom to give this disappointment expression.
1:08เราจำเป็นต้องมีอิสระที่จะแสดงความผิดหวังนี้ออกมา
For X to happen, we need Y: เชื่อมเป้าหมายกับสิ่งที่จำเป็น
รูปแบบขึ้นต้น for + คำนาม + to-infinitive ทำให้ infinitive มีประธานเชิงความหมายของตนเอง ใน For love to remain vital คำว่า love คือประธานของ remain vital อนุประโยคแรกระบุเป้าหมายหรือเงื่อนไขที่จำเป็น จากนั้นประโยคหลักบอกว่าสิ่งใดจำเป็นต่อเป้าหมายนั้น กรอบที่นำไปใช้ได้คือ For X to happen, we need Y
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบ For + คำนาม + to-infinitive ให้สมบูรณ์: ____ the plants ____ stay healthy, we need more sunlight.
ดูคำตอบ
For · to
It seems we cannot love if love is all we're allowed to do. ไวยากรณ์
1:11ดูเหมือนว่าเราจะไม่สามารถรักได้ ถ้าความรักคือสิ่งเดียวที่เราได้รับอนุญาตให้ทำ
all we're allowed to do: all + อนุประโยคขยาย
ใน love is all we're allowed to do คำว่า all หมายถึง “สิ่งเดียว” ส่วน we're allowed to do เป็นอนุประโยคขยาย all โดยละคำเชื่อมความสัมพันธ์ that ไว้: all (that) we're allowed to do รูปแบบ X is all we're allowed to do บอกว่าสิ่งที่ได้รับอนุญาตให้ทำถูกจำกัดไว้แค่ X นี่เป็นข้อจำกัดด้านการอนุญาตจากภายนอก ไม่ใช่การไม่มีความสามารถทำอย่างอื่น ในประโยคนี้ การจำกัดอารมณ์ที่ยอมรับได้ให้เหลือเพียงความรักถูกนำเสนอว่าเป็นปัญหา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดระบุอย่างชัดเจนว่าได้รับอนุญาตให้ทำได้เพียงรออยู่ข้างนอกเท่านั้น
- Waiting outside is all we're allowed to do.
- Waiting outside is all we can manage to do.
- Waiting outside is what we usually choose to do.
ดูคำตอบ
Waiting outside is all we're allowed to do.
Many of us have implicitly been taught in childhood
1:17พวกเราหลายคนได้รับการสั่งสอนโดยปริยายในวัยเด็ก
that disappointments are best swallowed quietly. สำนวน
1:20ว่าความผิดหวังควรถูกกลืนเก็บไว้เงียบๆ จะดีที่สุด
disappointments are best swallowed quietly: อุปมาเรื่องการกดอารมณ์
Swallowed ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ โดยมองความผิดหวังเหมือนสิ่งที่ถูกกดลงไปข้างในแทนที่จะพูดหรือแสดงออกมา วลีรูปถูกกระทำ disappointments are best swallowed quietly หมายถึงผู้คนถูกสอนให้กดความผิดหวังไว้โดยไม่พูดออกมา Best เป็นเพียงการรายงานกฎหรือความเชื่อที่ถูกสอนมา ไม่ได้แสดงว่าผู้พูดเห็นด้วย ภาพเปรียบเทียบเดียวกันพบได้ใน swallow your anger และ swallow a protest ซึ่งหมายถึงการกลั้นอารมณ์หรือการตอบสนองไว้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ swallowed her disappointment หมายความว่าอย่างไร? After the rejection, Maya swallowed her disappointment and congratulated the winner.
- เธอกลืนสิ่งที่ทำให้ผิดหวังเข้าไปจริง ๆ
- เธอหยุดรู้สึกผิดหวังทันที
- เธอเก็บความผิดหวังไว้ไม่ให้แสดงออกมา
ดูคำตอบ
เธอเก็บความผิดหวังไว้ไม่ให้แสดงออกมา
fragile กับ volatile: เปราะบางหรือมีปฏิกิริยาระเบิดอารมณ์
ประโยคนี้แสดงเหตุผลสองแบบที่ต่างกันว่าทำไมคนคนหนึ่งจึงอาจซ่อนความรู้สึกจริงจากพ่อแม่ fragile บรรยายพ่อแม่ที่ดูเหมือนจะเจ็บปวดหรือรับไม่ไหวได้ง่ายในทางอารมณ์ ส่วน volatile บรรยายคนที่อารมณ์หรือปฏิกิริยาอาจเปลี่ยนกะทันหันและรุนแรงขึ้น ซึ่งมักรวมถึงความโกรธ คำแรกเน้นความเปราะบาง ส่วนคำที่สองเน้นความคาดเดาไม่ได้และโอกาสที่จะระเบิดอารมณ์ ดังนั้นคำทั้งสองจึงชี้ถึงความเสี่ยงคนละแบบ ไม่ใช่ลักษณะนิสัยเดียวกัน
แบบฝึกหัด
คำคุณศัพท์ใดเหมาะที่สุดกับคนที่อารมณ์อาจเปลี่ยนกะทันหันและอาจระเบิดความโกรธออกมา?
- fragile
- volatile
ดูคำตอบ
volatile
by giving vent to our more honest and troubling feelings. วลี
1:32หากเราได้ระบายความรู้สึกที่จริงใจและกวนใจเรามากที่สุดออกมา
either annihilating ... or provoking: ทางเลือกสองส่วนที่มีโครงสร้างขนานกัน
Either A or B เชื่อมผลลัพธ์ทางเลือกสองอย่างไว้ภายใต้คำกริยาเดียวกันคือ feared ในที่นี้ A คือ annihilating them และ B คือ provoking them unbearably ทั้งสองส่วนเป็นอนุประโยค -ing ที่ระบุสิ่งที่ผู้พูดกลัวว่าตนเองจะทำ เนื่องจากทั้งสองส่วนใช้รูปไวยากรณ์เดียวกัน ประโยคยาวจึงยังมีโครงสร้างชัดเจน feared ครอบคลุมทั้งสองทางเลือก โครงสร้างนี้นำเสนอความเป็นไปได้ที่ผู้พูดกลัว ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคู่ด้วย either ... or เพื่อแสดงความกลัวสองทางเลือก: She feared ____ missing the train ____ arriving too late for the meeting.
ดูคำตอบ
either · or
Giving vent to: การระบายความรู้สึกที่เก็บกด
Giving vent to หมายถึงการปล่อยความรู้สึกที่เก็บกดไว้ออกมา มักทำโดยพูดหรือแสดงออกผ่านการกระทำ ในที่นี้กรรมคือ our more honest and troubling feelings วลีนี้จึงสื่อถึงการระบายความรู้สึก ไม่ใช่เพียงการบอกความรู้สึกธรรมดา โครงสร้างคือ give vent to + คำนามหรือกลุ่มคำนาม คำว่า Give เปลี่ยนตามกาล แต่ vent และ to คงเดิม เช่น gave vent to her anger และ giving vent to their frustration
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ปล่อยความรู้สึกที่เก็บกดไว้ออกมา”: After staying silent all day, Maya finally ____ her frustration in her journal.
ดูคำตอบ
gave vent to
Grew up polite and good: grow up + คำคุณศัพท์
ใน grew up polite and good คำว่า grow up ตามด้วยคำคุณศัพท์ที่บอกลักษณะซึ่งเกิดขึ้นหรือคงอยู่ตลอดวัยเด็ก วลีนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ยังบอกว่าผู้พูดเป็นคนแบบใดระหว่างที่ได้รับการเลี้ยงดู ในที่นี้ good หมายถึงประพฤติตัวดีและทำตามความคาดหวังของผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อใช้คู่กับ polite ไม่ได้เป็นการตัดสินโดยรวมว่าผู้พูดเป็นคนดีในทางศีลธรรมหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่แสดงว่าคุณลักษณะหนึ่งเกิดขึ้นระหว่างวัยเด็ก: Lina ____ bilingual because both languages were spoken at home.
ดูคำตอบ
grew up
and convinced that no one could witness us as we are and still love us. วลี
1:41และเชื่อว่าไม่มีใครสามารถยอมรับตัวตนที่แท้จริงของเราและยังคงรักเราได้
As we are: มองเห็นตัวตนที่แท้จริงของใครสักคน
ใน witness us as we are วลี as we are หมายถึง “ในสภาพจริงของเราในตอนนี้” หรือ “ในฐานะตัวตนที่แท้จริงของเรา” ผู้พูดจินตนาการถึงการที่ใครบางคนมองเห็นความรู้สึกและลักษณะนิสัยที่มักถูกซ่อนไว้ โดยไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่ปรุงแต่งแล้ว ในที่นี้ as บอกสภาพที่เราเป็นตอนถูกมองเห็น ไม่ได้หมายถึง “เมื่อ” รูปแบบจะเปลี่ยนตามบุคคลที่กล่าวถึง เช่น accept me as I am, take them as they are.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ในสภาพจริงที่ไม่ได้ปรุงแต่งของเรา”: Real friends can see us ____ and still care about us.
ดูคำตอบ
as we are
Politeness is the enemy of love: อุปลักษณ์ที่หนักแน่น
โครงสร้าง X is the enemy of Y เป็นอุปลักษณ์ที่บอกว่า X ต่อต้าน Y อย่างรุนแรงหรือขัดขวางไม่ให้ Y เติบโต Politeness ไม่ใช่บุคคล และไม่ได้หมายถึงการต่อสู้จริง ๆ ถ้อยคำนี้ทำให้ความขัดแย้งดูเร่งด่วนและจริงจัง คำจำกัดขอบเขต a certain kind of ที่อยู่ต้นประโยคทำให้ข้อกล่าวอ้างแคบลง ผู้พูดกำลังวิจารณ์ความสุภาพที่ซ่อนความรู้สึกจริงใจ ไม่ได้วิจารณ์ความสุภาพทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ใน “A certain kind of politeness is the enemy of love,” ข้อใดรักษาทั้งความหมายเชิงอุปลักษณ์และคำจำกัดขอบเขตไว้ได้ดีที่สุด
- ความสุภาพบางแบบอาจขัดขวางความใกล้ชิดที่จริงใจและความรักอย่างรุนแรง
- ความสุภาพเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแสดงความรักเสมอ
- ความสุภาพและความรักเป็นศัตรูจริง ๆ ที่กำลังต่อสู้กัน
- พฤติกรรมสุภาพทั้งหมดทำลายความรัก
ดูคำตอบ
ความสุภาพบางแบบอาจขัดขวางความใกล้ชิดที่จริงใจและความรักอย่างรุนแรง
We cannot love or be properly in a relationship that feels alive
1:50เราไม่สามารถรักหรืออยู่ในความสัมพันธ์ที่รู้สึกมีชีวิตชีวาได้อย่างเหมาะสม
and simply lock away too many of our reservations. กริยาวลี
1:55ถ้าเพียงแค่เก็บซ่อนความรู้สึกลังเลของเราไว้มากเกินไป
lock away เพื่อซ่อนความรู้สึกและความสงสัย
ในที่นี้ lock away ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการซ่อน reservations ซึ่งก็คือความสงสัยหรือความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ และหลีกเลี่ยงที่จะจัดการกับสิ่งเหล่านั้น ราวกับนำไปขังไว้ในที่ที่ล็อกกุญแจ คำว่า away เพิ่มแนวคิดของการนำบางสิ่งไปไว้ให้พ้นมือหรือพ้นสายตา เมื่อใช้กับความคิดหรือความรู้สึก lock away มักสื่อถึงการกดเก็บไว้อย่างตั้งใจและยาวนาน ไม่ใช่แค่รอเวลาที่เหมาะกว่าก่อนพูด
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ซ่อนอารมณ์ไว้แทนที่จะเผชิญกับมัน” ลงในประโยค: You cannot ____ your grief forever.
ดูคำตอบ
lock away
We need for love to be first and foremost real, วลี
1:58เราต้องการให้ความรักเป็นสิ่งที่จริงแท้ก่อนเป็นอันดับแรก
first and foremost ในฐานะตัวบ่งชี้ลำดับความสำคัญสูงสุด
First and foremost เป็นวลีเน้นย้ำแบบตายตัวที่หมายถึง “ก่อนสิ่งอื่นใดและสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นทั้งหมด” คำสองคำนี้ทำงานร่วมกันเป็นตัวบ่งชี้ลำดับความสำคัญหนึ่งเดียว ไม่ได้หมายถึงอันดับสองอันดับที่แยกจากกัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าววางความจริงแท้ไว้เหนือคุณสมบัติอื่นทั้งหมดที่คาดหวังจากความรัก สามารถใช้ขึ้นต้นประเด็นทั้งประเด็นได้ เช่น First and foremost, ... หรือวางไว้หน้าคุณสมบัติที่ต้องการเน้น เช่น first and foremost real
แบบฝึกหัด
เติมวลีเน้นย้ำแบบตายตัวจากบทเรียนนี้ลงในประโยค: ____, make sure everyone is safe.
ดูคำตอบ
First and foremost
and this will involve giving expression to all kinds of more ambivalent feelings. โน้ต
2:02และสิ่งนี้จะเกี่ยวข้องกับการแสดงออกถึงความรู้สึกที่ขัดแย้งกันในทุกรูปแบบ
giving expression to: ทำให้ความรู้สึกหรือความคิดมีรูปแบบภายนอก
วลี give expression to หมายถึงสื่อสารความคิดหรือความรู้สึก หรือทำให้สิ่งนั้นมีรูปแบบที่แสดงออกมาภายนอก ในที่นี้ giving เป็นรูป -ing ที่ใช้หลัง involve ส่วน all kinds of more ambivalent feelings คือเนื้อหาที่ถูกนำเข้ามาด้วย to โครงสร้างคือ give expression to + นามวลี เป็นทางเลือกที่เป็นทางการและสะท้อนความคิดมากกว่า express โดยเฉพาะเมื่อคำพูด ศิลปะ หรือการกระทำทำให้ความคิดหรืออารมณ์ภายในปรากฏออกมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการที่หมายถึง “สื่อสารหรือทำให้มีรูปแบบภายนอก”: The memorial was designed to ____ the community's grief.
ดูคำตอบ
give expression to
ambivalent feelings: อารมณ์ที่ขัดแย้งกันในเวลาเดียวกัน
Ambivalent feelings คือความรู้สึกเชิงบวกและเชิงลบที่มีต่อคน ตัวเลือก หรือประเด็นเดียวกันในเวลาเดียวกัน ในประโยคนี้ more ambivalent แสดงว่าความรู้สึกยิ่งผสมปนเปหรือขัดแย้งกันมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความรู้สึก Ambivalence อาจทำให้เกิดความลังเล แต่ความหมายหลักคือความขัดแย้งภายในระหว่างทัศนคติ จึงทำให้ ambivalent แม่นยำกว่าการบอกเพียงว่าคนคนหนึ่ง undecided
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ ambivalent feelings มากที่สุด
- มั่นใจอย่างสมบูรณ์ว่าตัวเลือกหนึ่งถูกต้อง
- ไม่มีความรู้สึกใด ๆ ต่อคนหรือประเด็นหนึ่งเลย
- ความรู้สึกที่รุนแรงแต่ขัดแย้งกันต่อคนหรือประเด็นเดียวกัน
ดูคำตอบ
ความรู้สึกที่รุนแรงแต่ขัดแย้งกันต่อคนหรือประเด็นเดียวกัน
will do: หมายถึงเพียงพอ
ในประโยคนี้ will do หมายถึง “เพียงพอ” หรือ “ตอบสนองความต้องการได้” ผู้พูดมองว่าในสถานการณ์ส่วนใหญ่ แค่ความสุภาพก็เพียงพอแล้ว ตรงนี้ will แสดงการประเมินเกี่ยวกับอนาคตหรือการตัดสินโดยทั่วไป ส่วน do เป็นกริยาหลักที่ไม่ต้องมีกรรมและหมายถึง “เพียงพอ” ไม่ได้หมายความว่าใครบางคนจะทำการกระทำที่ไม่ได้ระบุไว้ในภายหลัง
แบบฝึกหัด
ใน “For a short meeting, this small room will do.” คำว่า will do หมายถึงอะไร?
- มันเพียงพอ
- มันจะทำการกระทำบางอย่างในภายหลัง
- มันจะได้รับการซ่อมในภายหลัง
ดูคำตอบ
มันเพียงพอ
There should be little else around friends and colleagues,
2:11รอบตัวเพื่อนฝูงและเพื่อนร่วมงานก็ไม่ควรมีอะไรมากกว่านั้น
so that later we can properly love when it's time to love.
2:19เพื่อที่ในภายหลังเราจะสามารถรักได้อย่างเหมาะสมเมื่อถึงเวลารัก
say that we hate ... love when it's time to love: การเปรียบต่างแบบคู่ขนาน
โครงสร้าง say that we hate when we hate และ love when it's time to love วาง hate กับ love ไว้ในตำแหน่งที่สอดคล้องกัน การใช้โครงสร้างคู่ขนานนี้ทำให้เห็นความตรงข้ามและลำดับได้ชัดเจน คือยอมรับความรู้สึกด้านลบอย่างตรงไปตรงมาก่อน แล้วจึงสามารถแสดงความรักอย่างจริงใจได้ในภายหลัง so that เชื่อมสองส่วนเข้าด้วยกันด้วยความหมายของจุดประสงค์หรือผลที่ผู้พูดเสนอ การแสดงความรู้สึกอย่างซื่อตรงในตอนนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ทำให้รักได้อย่างเหมาะสมในภายหลัง อนุประโยคบอกเวลา when we hate และ when it's time to love แสดงให้อารมณ์ทั้งสองเป็นสภาวะในช่วงเวลาต่างกัน ไม่ใช่ป้ายกำกับถาวร
แบบฝึกหัด
การใช้ hate/love แบบคู่ขนานและ so that ในประโยคนี้มีผลหลักอย่างไร?
- ประโยคเพียงระบุอารมณ์สองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยไม่แสดงความเชื่อมโยง
- ประโยคบอกว่าความเกลียดและความรักต้องเกิดขึ้นพร้อมกันเสมอ
- ประโยคแบ่งออกเป็นสองช่วง และนำเสนอว่าการแสดงความเกลียดอย่างซื่อตรงในตอนนี้ทำให้สามารถรักอย่างจริงใจได้ในภายหลัง
ดูคำตอบ
ประโยคแบ่งออกเป็นสองช่วง และนำเสนอว่าการแสดงความเกลียดอย่างซื่อตรงในตอนนี้ทำให้สามารถรักอย่างจริงใจได้ในภายหลัง
we might need to tell the partner that they've ruined our life,
2:26เราอาจจำเป็นต้องบอกคู่รักของเราว่าพวกเขาได้ทำลายชีวิตเรา
in the interests of the relationship: เพื่อประโยชน์ระยะยาวของความสัมพันธ์
in the interests of the relationship หมายถึงเพื่อปกป้องความสัมพันธ์หรือให้ความสัมพันธ์ได้รับประโยชน์ในระยะยาว ในที่นี้ วลีนี้ทำให้การพูดความจริงที่เจ็บปวดดูเป็นการทำเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า คือการรักษาหรือปรับปรุงความสัมพันธ์ โครงสร้างคือ in the interests of + บุคคล กลุ่ม หรือเป้าหมาย ในที่นี้ interests หมายถึงสวัสดิภาพหรือประโยชน์ ไม่ใช่งานอดิเรก วลีนี้มักใช้อธิบายว่าเหตุใดการทำสิ่งที่ยากจึงอาจคุ้มค่า
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นบอกอะไรเกี่ยวกับการสนทนาที่ยากลำบากนี้?
- การสนทนานี้ถูกนำเสนอว่าเป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ในระยะยาว
- การสนทนานี้เกี่ยวกับงานอดิเรกที่ทั้งสองฝ่ายชอบ
- การสนทนานี้มีจุดประสงค์เพื่อยุติความสัมพันธ์ทันที
ดูคำตอบ
การสนทนานี้ถูกนำเสนอว่าเป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ในระยะยาว
they should take it and read the explosion for what it is, วลี
2:38พวกเขาควรยอมรับมันและทำความเข้าใจกับการระเบิดอารมณ์ในแบบที่มันเป็น
far from getting simply offended: ห่างไกลจากการรู้สึกขุ่นเคืองเพียงอย่างเดียว
far from + -ing ใช้ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าคำอธิบายที่คาดไว้หรือคำอธิบายที่ไม่เพียงพอนั้นตรงกับความจริง ในที่นี้ far from getting simply offended หมายถึงคนรักไม่ควรหยุดอยู่แค่ความรู้สึกขุ่นเคือง แต่ควรตอบสนองอย่างไตร่ตรองมากขึ้น far ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ระยะทางจริง เนื่องจากประโยคบอกว่าความรู้สึกขุ่นเคืองก็มีบทบาทอยู่บ้าง จึงไม่ได้ตัดความรู้สึกนั้นออกทั้งหมด แต่เปลี่ยนจุดสนใจจากปฏิกิริยาง่าย ๆ ไปยังปฏิกิริยาที่แตกต่างและซับซ้อนกว่า
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเน้นย้ำ far from + -ing ให้สมบูรณ์: 'Far ____ calming the audience, the announcement caused panic.'
ดูคำตอบ
from
a homage to the trust and bond between us.
2:42ว่าเป็นการแสดงความเคารพต่อความไว้วางใจและสายใยระหว่างเรา
ความหมายที่แท้จริงของ “read the explosion for what it is”
ในที่นี้ read ไม่ได้หมายถึงการอ่านข้อความ แต่หมายถึงการตีความหรือทำความเข้าใจ โครงสร้าง read X for what it is บอกให้มองให้ไกลกว่าภาพที่เห็นภายนอกของ X และเข้าใจความหมายหรือบทบาทที่แท้จริงของมัน ในประโยคนี้ การปะทุอารมณ์ถูกตีความว่าเป็นสัญญาณของความไว้วางใจและสายสัมพันธ์ระหว่างผู้พูด สำนวนนี้มักใช้เพื่อแก้การตีความพฤติกรรมหรือเหตุการณ์ที่มองเพียงผิวเผินเกินไป
แบบฝึกหัด
ใน “Read the sudden silence for what it is” คำว่า read หมายถึงอะไร
- เอาความเงียบออกจากการสนทนา
- ดูคำว่า silence ที่เขียนอยู่
- ตีความความเงียบตามความหมายที่แท้จริง
ดูคำตอบ
ตีความความเงียบตามความหมายที่แท้จริง
That a red-faced accuser would never speak like this to anyone else on Earth
2:45การที่คนหน้าแดงผู้กล่าวหาจะไม่ยอมพูดแบบนี้กับใครอื่นบนโลกอีกแล้ว
should be interpreted as the greatest privilege.
2:49ควรได้รับการตีความว่าเป็นสิทธิพิเศษอันยิ่งใหญ่
and a lot of faith that you love them enough to take their reality. การใช้คำ
2:58และมีความศรัทธาอย่างมากว่าคุณรักพวกเขามากพอที่จะยอมรับความเป็นจริงของพวกเขาได้
การยอมรับและเผชิญกับ “take their reality”
ในที่นี้ take ไม่ได้หมายถึงการถือหรือนำบางสิ่งออกไปทางกายภาพ แต่หมายถึงการยอมรับและเผชิญกับประสบการณ์ที่อีกฝ่ายกำลังมีอยู่ โดยมองว่าประสบการณ์นั้นเป็นเรื่องจริงสำหรับเขา รวมถึงความรู้สึกและสถานการณ์ที่ยากลำบาก แทนที่จะปัดทิ้งหรือลดความสำคัญลง คำว่า their ชี้ไปที่มุมมองของคนเหล่านั้นเอง ไม่ได้หมายถึงรายการข้อเท็จจริงตามวัตถุประสงค์ทั้งหมด ในบริบทของความสัมพันธ์นี้ สำนวนดังกล่าวอธิบายความสามารถทางอารมณ์ นั่นคือพวกเขาเชื่อว่าคุณพร้อมเผชิญกับสิ่งที่พวกเขากำลังประสบจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: ใน “A good listener can take their reality seriously” สำนวนนี้หมายความว่าผู้ฟังต้องเห็นด้วยกับข้อเท็จจริงทุกข้อที่อีกฝ่ายพูด
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
ใช้ blown over เมื่อปัญหาผ่านพ้นไปแล้ว
Blow over เป็นกริยาวลีแบบไม่ต้องมีกรรม หมายถึงปัญหาชั่วคราว การทะเลาะ เรื่องอื้อฉาว หรืออารมณ์รุนแรงค่อย ๆ เบาลงและผ่านไป ใน when it's all blown over คำว่า it's หมายถึง it has ดังนั้น blown จึงเป็นกริยาช่อง past participle ใน present perfect ประโยคนี้หมายถึงการทะเลาะทั้งหมดสงบลง ไม่ได้หมายถึงสิ่งของถูกลมพัดขึ้นไปด้านบน
their love will be as sincere as their anger once was. ไวยากรณ์
3:04ความรักของพวกเขาจะจริงใจพอๆ กับความโกรธที่เคยเกิดขึ้น
ใช้ as sincere as ... once was เพื่อบอกระดับเท่ากันและการละคำ
โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์ + as แสดงว่าสองสิ่งมีคุณสมบัติบางอย่างในระดับเท่ากัน ในที่นี้หมายความว่าความรักของพวกเขาในอนาคตจะจริงแท้พอ ๆ กับความโกรธในอดีต Once หมายถึงช่วงเวลาหนึ่งก่อนหน้านี้ ใน their anger once was คำว่า was ใช้แทน was sincere และการไม่กล่าว sincere ซ้ำช่วยหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน การละแบบนี้ใช้รูปของ be เพราะ sincere เป็นคำคุณศัพท์
We should get angry when the occasion fairly demands it. วลี
3:08เราควรจะโกรธเมื่อสถานการณ์เรียกร้องอย่างยุติธรรม
เมื่อ the occasion fairly demands it หมายถึงสถานการณ์เรียกร้องอย่างสมเหตุสมผล
อนุประโยคนี้หมายถึง “เมื่อสถานการณ์ต้องการปฏิกิริยาเช่นนั้นจริง ๆ และอย่างสมเหตุสมผล” occasion ในที่นี้หมายถึงสถานการณ์หรือจังหวะ ไม่ใช่งานฉลอง ส่วน it ย้อนกลับไปหมายถึงการโกรธ โครงสร้างนี้ใช้ความจำเป็นของสถานการณ์เป็นเหตุผลของการกระทำ แทนที่จะออกคำสั่งแบบกว้าง ๆ คำว่า fairly เพิ่มความหมายว่าความจำเป็นนั้นมีเหตุผลรองรับ ส่วน demands เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ เพราะไม่มีบุคคลใดกำลังออกคำสั่งโดยตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้ดีที่สุดเพื่อสื่อว่าสถานการณ์ต้องการการตอบสนองที่หนักแน่นจริง ๆ
- A good leader speaks firmly when the celebration clearly demands it.
- A good leader speaks firmly when the occasion clearly demands it.
- A good leader speaks firmly because the occasion receives a demand.
ดูคำตอบ
A good leader speaks firmly when the occasion clearly demands it.
to dare to let go and vent our annoyance and irritation
3:18ที่จะกล้าปล่อยวางและระบายความรำคาญและความหงุดหงิดของเราออกมา
How good and necessary it feels to dare to let go: ความรู้สึกเมื่อกล้าปล่อยการควบคุม
หลังคำกริยา experience คำว่า how นำอนุประโยคอุทานที่ฝังอยู่ในประโยคหลัก: how good and necessary it feels to... โครงสร้าง how + คำคุณศัพท์ + it feels + to-infinitive เน้นระดับของความรู้สึก และอนุประโยค how ทั้งหมดคือสิ่งที่ผู้พูดบอกว่าคนเหล่านี้ควรได้สัมผัส Dare to สื่อถึงการเอาชนะความกลัวหรือความยับยั้งชั่งใจ ส่วน let go ในที่นี้หมายถึงการผ่อนการควบคุมตนเองและปล่อยอารมณ์ออกมา ไม่ได้หมายถึงการปล่อยวัตถุหรือยุติความสัมพันธ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ how + คำคุณศัพท์ + it feels/felt + to-infinitive เป็นกรรมของ realized ได้อย่างถูกต้อง
- She realized what freeing it felt to dare to speak honestly.
- She realized how freeing it felt to dare to speak honestly.
- She realized how freeing did it feel to dare to speak honestly.
ดูคำตอบ
She realized how freeing it felt to dare to speak honestly.
We should not be overly scared of the odd loud argument. การใช้คำ
3:26เราไม่ควรกลัวมากเกินไปกับการโต้เถียงเสียงดังที่อาจเกิดขึ้น
the odd + คำนามเอกพจน์: เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
ใน the odd loud argument คำว่า the odd หมายถึง “ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว” หรือ “หนึ่งครั้งนาน ๆ ที” โดยหมายถึงการโต้เถียงเสียงดังที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น ไม่ใช่การโต้เถียงที่แปลกประหลาด โครงสร้าง the odd + คำนามนับได้เอกพจน์ นำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อย แต่อาจเกิดเป็นครั้งคราว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึง “เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว”: Even close friends have ____ disagreement.
ดูคำตอบ
the odd
We should form our irritations into some beautifully creative insults.
3:29เราควรเปลี่ยนความหงุดหงิดของเราให้กลายเป็นคำด่าทอที่สร้างสรรค์อย่างสวยงาม
it's a sign that our relationship still has a lot of kindness,
3:38มันคือสัญญาณว่าความสัมพันธ์ของเรายังคงมีความเมตตา
It's not a sign that ... it's a sign that ...: ปฏิเสธและแทนที่การตีความเดิม
กรอบประโยคที่ซ้ำกันนี้จัดระเบียบการตีความหลักฐานชิ้นเดียวเป็นสองขั้นตอน It's not a sign that นำเสนอการตีความที่ผู้พูดปฏิเสธ ส่วน it's a sign that ตามด้วยการตีความที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังยอมรับ การซ้ำ a sign that ทำให้การพลิกข้อสรุปชัดเจน กล่าวคือมีการจัดประเภทสถานการณ์เดิมใหม่ ไม่ใช่เปลี่ยนไปพูดคนละเรื่อง โครงสร้างนี้ช่วยพาผู้ฟังจากข้อสรุปที่น่ากังวลไปสู่ข้อสรุปที่สร้างสรรค์กว่าเดิม
แบบฝึกหัด
เติมการตีความใหม่สองส่วนนี้ด้วยโครงสร้าง sign that ที่ซ้ำกัน: The team asked one more question. ____ they reject the plan; ____ they are considering it carefully.
ดูคำตอบ
It's not a sign that · it's a sign that
Our relationships book calmly guides us with calm and charm
3:50หนังสือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเราช่วยแนะนำเราอย่างใจเย็นและมีเสน่ห์
to ensure that success in love need not be a matter of good luck. ไวยากรณ์
3:57เพื่อให้แน่ใจว่าความสำเร็จในความรักไม่ต้องเป็นเรื่องของความโชคดีเสมอไป
ความหมายและโครงสร้างของ need not be a matter of good luck
ใน need not be คำว่า need ทำหน้าที่เป็นกริยาช่วยประเภท modal และตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน be โดยตรง need not หมายถึง “ไม่จำเป็นต้อง” หรือ “ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเช่นนั้น” เป็นการปฏิเสธความจำเป็น ไม่ได้ห้ามไม่ให้โชคมีส่วนเลย a matter of X หมายถึงสิ่งที่ถูกกำหนดโดย X หรือขึ้นอยู่กับ X เมื่อนำมารวมกัน need not be a matter of good luck จึงหมายความว่าผลลัพธ์ไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับโชคดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง modal สามคำที่หมายถึง does not have to be: With good preparation, getting the job ____ a matter of luck.
ดูคำตอบ
need not be