การเดทเมื่อคุณมีวัยเด็กที่เลวร้าย: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
1,030 คำ 160 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทความเชื่อมความกังวลในการเดตของผู้ใหญ่กับความล้มเหลวด้านความผูกพันในวัยเด็ก ความคุ้นเคยกับการถูกปฏิเสธอาจทำให้เลือกคนที่ไม่พร้อมหรือทำลายความสัมพันธ์เอง การแยกบาดแผลเก่าออกจากปัจจุบันช่วยให้รับมือคำชวนธรรมดาได้ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “won't be any the wiser,” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่สังเกตหรือรู้อะไรเพิ่ม ไม่ใช่ฉลาดน้อยลง 2. “far from putting us off,” — ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้ “far from + -ing” เมื่อผลที่คาดไม่เกิดและอาจเกิดสิ่งตรงข้าม 3. “might you be free on Friday?” — วัจนปฏิบัติและท่าที: ชวนอย่างไม่กดดันด้วย modal ที่เปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายปฏิเสธได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In the course of any adult life, วลี

0:04

ในช่วงชีวิตวัยผู้ใหญ่ของเราทุกคน

วลี

In the course of: ระหว่างที่ช่วงเวลาหนึ่งกำลังดำเนินไป

In the course of + นามวลี หมายถึง “ระหว่างที่” ช่วงเวลา กิจกรรม หรือกระบวนการหนึ่งกำลังดำเนินไป ในประโยคนี้ วลีดังกล่าววางสถานการณ์ไว้ภายในช่วงชีวิตผู้ใหญ่ที่ค่อย ๆ ดำเนินไป โดย course หมายถึงความคืบหน้าของเวลาหรือกระบวนการ ไม่ใช่วิชาเรียนหรือเส้นทาง วลีนี้มักนำเสนอเวลาในฐานะกระบวนการที่มีหลายขั้นตอนหรือมีพัฒนาการ ไม่ใช่เพียงช่วงขณะเดียว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “In the course of the investigation, new evidence appeared,” วลี “In the course of” มีความหมายหลักว่าอะไร

  1. ในวิชาเรียนเกี่ยวกับการสืบสวน
  2. ระหว่างที่การสืบสวนกำลังคืบหน้า
  3. ตามเส้นทางจริงของการสืบสวน
ดูคำตอบ

ระหว่างที่การสืบสวนกำลังคืบหน้า

there will be periods when we'll end up involved in that slightly odd, กริยาวลี

0:06

จะมีบางช่วงเวลาที่เราเข้าไปพัวพันกับกิจกรรมที่แปลกประหลาดเล็กน้อย

กริยาวลี

end up involved in: ผลลัพธ์สุดท้ายที่มักไม่ได้วางแผนไว้

End up ใช้บอกผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน และผลนั้นมักไม่ได้วางแผนไว้ ส่วน involved in หมายถึงเกี่ยวข้องกับหรือมีส่วนร่วมในบางสิ่ง เมื่อนำมารวมกัน end up involved in จึงหมายถึงในที่สุดบุคคลหนึ่งก็พบว่าตนเองได้เข้าไปมีส่วนร่วมในบางสิ่ง โครงสร้างคือ end up + กลุ่มคำคุณศัพท์ โดย involved in ... เป็นกลุ่มคำคุณศัพท์ และ in นำหน้ากิจกรรมในรูปของกลุ่มคำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่หมายถึง “ในที่สุดก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของ” ลงในประโยค: We went to ask one question, but we ____ planning the whole event.

ดูคำตอบ

ended up involved in

slightly unrepresentative,

0:10

ไม่ค่อยเป็นปกติสักเท่าไหร่

and invariably slightly challenging activity,

0:12

และเป็นสิ่งที่ท้าทายอยู่เสมอ

looking.

0:16

นั่นคือการตามหาใครสักคน

Most people around us won't be any the wiser, สำนวน

0:17

คนส่วนใหญ่รอบตัวเราคงไม่รู้เรื่องนี้หรอก

สำนวน

won't be any the wiser: ยังคงไม่รู้อะไร

ในประโยคนี้ won't be any the wiser หมายถึง “จะไม่ได้รู้ สังเกต หรือเข้าใจอะไรมากขึ้นเลย” คนรอบตัวผู้พูดจะยังไม่รู้เรื่อง แม้จะมีบางอย่างเกิดขึ้นใกล้ ๆ ตรงนี้ wiser ไม่ได้วัดระดับความฉลาด โครงสร้าง not be any the wiser สื่อว่าเหตุการณ์หรือข้อมูลไม่ได้เปลี่ยนสิ่งที่คนหนึ่งรู้หรือรับรู้

แบบฝึกหัด

won't be any the wiser ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?

  1. คนส่วนใหญ่จะให้คำแนะนำที่ฉลาดกว่าเดิม
  2. คนส่วนใหญ่จะฉลาดน้อยลง
  3. คนส่วนใหญ่จะไม่สังเกตเห็นหรือรู้อะไรเพิ่มขึ้น
ดูคำตอบ

คนส่วนใหญ่จะไม่สังเกตเห็นหรือรู้อะไรเพิ่มขึ้น

but with greater or lesser subtlety, วลี

0:20

แต่ไม่ว่าจะแนบเนียนมากหรือน้อยแค่ไหน

วลี

with greater or lesser subtlety: แสดงระดับที่มากน้อยต่างกัน

with greater or lesser subtlety หมายถึง “ด้วยระดับความแนบเนียนหรือความอ้อมค้อมที่แตกต่างกัน” ทุกคนมีพฤติกรรมแบบเดียวกัน แต่ลักษณะวิธีไม่เหมือนกันทั้งหมด บางคนทำอย่างแนบเนียนหรืออ้อมค้อมกว่า ขณะที่บางคนทำเช่นนั้นน้อยกว่า โครงสร้าง with + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + or + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + คำนาม สร้างช่วงของระดับแบบสมดุล ทั้ง greater และ lesser ขยาย subtlety โดย lesser ไม่ได้บรรยายตัวบุคคล

แบบฝึกหัด

ผู้เขียนคนหนึ่งเขียนว่า “The teams handled the change with greater or lesser success.” ประโยคนี้หมายความว่าอะไร?

  1. แต่ละทีมประสบความสำเร็จในระดับที่แตกต่างกัน
  2. ทุกทีมประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์
  3. มีเพียงทีมที่ประสบความสำเร็จน้อยกว่าเท่านั้นที่รับมือกับการเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ

แต่ละทีมประสบความสำเร็จในระดับที่แตกต่างกัน

we will be scanning,

0:22

เราก็จะคอยสอดส่อง

suggesting coffees and lunches,

0:23

ชวนดื่มกาแฟหรือทานมื้อเที่ยง

accepting every invitation,

0:25

ตอบรับทุกคำเชิญ

giving out our email addresses กริยาวลี

0:27

แจกอีเมลของเรา

กริยาวลี

giving out: การให้หรือแจกบางสิ่ง

ในที่นี้ giving out หมายถึงการให้หรือแบ่งปันบางสิ่งกับผู้อื่น กรรม our email addresses แสดงว่า give out ใช้ในความหมายแบบสกรรมกริยาว่า “แจกหรือให้ข้อมูล”

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เหมาะสมที่สุด: At registration, volunteers will ___ visitor badges.

  1. give out
  2. give in
  3. give up
ดูคำตอบ

give out

and thinking with unusual care about where to sit on train journeys.

0:29

และคิดอย่างรอบคอบเป็นพิเศษว่าจะนั่งตรงไหนดีตอนเดินทางด้วยรถไฟ

Sometimes the rigmarole will be joyful, การใช้คำ

0:34

บางครั้งกระบวนการที่ยุ่งยากนี้ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี

at times a bore.

0:36

แต่บางครั้งก็เป็นเรื่องน่าเบื่อ

การใช้คำ

the rigmarole: กระบวนการยาวและน่าเหนื่อยใจ

The rigmarole หมายถึงขั้นตอนที่ยาวและซับซ้อนทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง คำนี้ไม่ได้บอกเพียงว่ากระบวนการมีหลายขั้น แต่ยังสื่อว่ากระบวนการนั้นน่าเหนื่อยใจ ไม่จำเป็น หรือดูไร้สาระเล็กน้อย การใช้ the เป็นการตั้งชื่อให้กระบวนการเฉพาะที่ผู้ฟังระบุได้ คำว่า rigmarole เพิ่มการประเมินแบบมีอารมณ์ขันและไม่ค่อยอดทน แทนที่จะบรรยายอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เข้ากับน้ำเสียงหงุดหงิดแต่มีอารมณ์ขันเล็กน้อยมากที่สุด: After three forms, two phone calls, and another password reset, Maya complained about the whole ___.

  1. procedure
  2. shortcut
  3. rigmarole
ดูคำตอบ

rigmarole

But for a portion of us,

0:38

แต่สำหรับพวกเราบางคน

as many as one in four,

0:40

ซึ่งมีมากถึงหนึ่งในสี่

it will count as one of the hardest things we ever have to do. วลี

0:41

มันจะนับเป็นหนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดที่เราเคยต้องทำ

วลี

count as: ถูกจัดว่าอยู่ในหมวดหมู่หนึ่ง

ในประโยคนี้ count as หมายถึง “ถูกมองว่าหรือจัดประเภทว่าเป็น” เหตุการณ์นี้ถูกจัดเข้าอยู่ในหมวด one of the hardest things we ever have to do ส่วน count ไม่ได้หมายถึงการคำนวณตัวเลข โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ count as + คำนามหรือกลุ่มคำนาม ต้องคง as ไว้ โดยพูดว่า count as one of the hardest things ไม่ใช่ count one of the hardest things

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย count as: Under the school rules, work at the animal shelter can ____ community service.

ดูคำตอบ

count as

Fun won't remotely come into it. สำนวน

0:45

ความสนุกจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย

สำนวน

won't remotely come into it: จะไม่ใช่ปัจจัยเลยแม้แต่น้อย

come into it ในที่นี้หมายถึง “เกี่ยวข้องกับสถานการณ์” หรือ “เป็นปัจจัยหนึ่งในสถานการณ์นั้น” ประโยคนี้บอกว่าความสนุกจะไม่มีส่วนในประสบการณ์นี้เลย ไม่ได้พูดถึงสิ่งหนึ่งที่เคลื่อนเข้าไปในสถานที่จริง ๆ ในประโยคปฏิเสธ remotely จะเน้นการปฏิเสธให้แรงขึ้น และหมายถึง “แม้แต่น้อย” หรือ “เลย” ดังนั้น won't remotely come into it จึงปฏิเสธหนักแน่นกว่า won't come into it เฉย ๆ

แบบฝึกหัด

won't remotely come into it ในที่นี้หมายถึงอะไร? Price won't remotely come into it; we'll choose the safest option.

  1. ราคาจะไม่มีผลต่อการเลือกเลย
  2. ราคาจะถูกพิจารณาหลังจากเรื่องความปลอดภัย
  3. ราคาจะมีผลต่อการเลือกเล็กน้อย
ดูคำตอบ

ราคาจะไม่มีผลต่อการเลือกเลย

This will be closer to trauma.

0:48

สิ่งนี้จะใกล้เคียงกับบาดแผลทางใจมากกว่า

And it will be so for a reason that can feel more humiliating still,

0:50

และมันจะเป็นเช่นนั้นด้วยเหตุผลที่อาจทำให้รู้สึกน่าอับอายยิ่งกว่า

because a long time ago now,

0:55

เพราะเมื่อนานมาแล้ว

we had a very bad childhood,

0:57

เรามีวัยเด็กที่เลวร้ายมาก

one whose impact and legacy we still haven't yet wholly mastered. วลี

0:59

ซึ่งผลกระทบและสิ่งตกทอดจากมันเรายังไม่สามารถเอาชนะได้ทั้งหมด

วลี

impact and legacy: ผลกระทบและสิ่งที่คงอยู่ตามกาลเวลา

ในประโยคนี้ impact หมายถึงผลที่วัยเด็กอันยากลำบากมีต่อคนคนหนึ่ง ส่วน legacy หมายถึงผลตามมาหรือแบบแผนที่ยังคงอยู่ไปอีกนาน ในที่นี้ legacy ไม่ได้หมายถึงเงินหรือทรัพย์สินที่ส่งต่อหลังเสียชีวิต การวาง impact and legacy คู่กันช่วยให้ผู้พูดครอบคลุมสองช่วงเวลา คือสิ่งที่ประสบการณ์นั้นส่งผล และสิ่งที่มันยังคงทิ้งไว้ คำคู่นี้มีประโยชน์เมื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ การตัดสินใจ หรือประสบการณ์ที่อิทธิพลไม่ได้จบลงอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนซึ่งหมายถึงทั้งผลกระทบและผลตามมาในระยะยาว: The exhibition examines the movement's ____.

ดูคำตอบ

impact and legacy

It may not look like it, ลำดับความ

1:05

อาจจะดูไม่เหมือน

but babies are also looking out for love. กริยาวลี

1:06

แต่ทารกก็กำลังมองหาความรักเช่นกัน

ลำดับความ

It may not look like it, but: ยอมรับภาพที่เห็นก่อนเสนอข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจ

โครงสร้าง It may not look like it, but เริ่มจากยอมรับว่าภาพที่เห็นชี้ไปในทางหนึ่ง แล้วจึงเสนอข้อความที่ขัดกับความประทับใจนั้น ในประโยคนี้ ภายนอกทารกอาจดูเหมือนไม่ได้กำลังมองหาความรัก แต่ผู้พูดบอกว่าพวกเขากำลังทำเช่นนั้น it ตัวแรกทำหน้าที่เป็นประธานทั่วไปของสถานการณ์ ส่วน it ตัวที่สองแทนแนวคิดที่กล่าวหลัง but ทั้งสองคำไม่ได้หมายถึงสิ่งของใดโดยเฉพาะ โครงสร้างนี้ช่วยจัดการความขัดแย้งโดยไม่บอกผู้ฟังอย่างห้วน ๆ ว่าความประทับใจแรกของเขาผิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของโครงสร้างจากบทเรียนที่ยอมรับภาพซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิด แล้วจึงหักมุม: ____, ____ this old laptop still runs every program I need.

ดูคำตอบ

It may not look like it · but

กริยาวลี

looking out for ใน looking out for love: มองหาความรัก ไม่ใช่เตือนอันตราย

ในประโยคนี้ looking out for love หมายถึงการมองหาความรักอย่างจริงจังและเปิดใจต่อการพบคนที่สามารถมอบความรักให้ได้ ไม่ได้หมายถึงว่ามีคนกำลังเตือนเด็กทารกเรื่องอันตราย ความหมายของกริยาวลี look out for เปลี่ยนไปตามกรรมและสถานการณ์ ในที่นี้กรรมคือ love จึงตีความว่าเป็นการมองหาได้เป็นธรรมชาติที่สุด

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง looking out for love หมายความว่าอย่างไร

  1. ดูแลคนอื่น
  2. มองหาความรักและเปิดใจที่จะได้รับความรัก
  3. ระวังอันตรายที่เกิดจากความรัก
ดูคำตอบ

มองหาความรักและเปิดใจที่จะได้รับความรัก

They're not going out in party smocks

1:10

พวกเขาไม่ได้ใส่ออกงานปาร์ตี้

or slipping strangers their phone numbers.

1:11

หรือแอบยื่นเบอร์โทรศัพท์ให้คนแปลกหน้า

They are lying more or less immobile in cribs

1:14

พวกเขานอนนิ่งๆ อยู่ในเปล

and are capable of little besides the occasional devastatingly cute smile. ไวยากรณ์

1:17

และแทบจะทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากส่งรอยยิ้มที่น่ารักจับใจเป็นครั้งคราว

ไวยากรณ์

capable of little besides: แทบทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากข้อยกเว้นหนึ่งอย่าง

โครงสร้าง be capable of little besides X หมายถึงแทบไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจาก X ในที่นี้ ความสามารถเพียงอย่างเดียวที่กล่าวถึงคือการยิ้มอย่างน่ารักมากเป็นครั้งคราว Little หมายถึงแทบไม่มีอะไร ไม่ได้หมายถึงมีขนาดเล็ก ส่วน besides ใช้นำข้อยกเว้นหลักหนึ่งอย่าง และ X อาจเป็นคำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างที่เป็นทางการจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: The damaged robot is ____ moving its head.

ดูคำตอบ

capable of little besides

But they too are looking out for someone's arms to feel safe in,

1:22

แต่พวกเขาก็กำลังมองหาอ้อมแขนของใครสักคนที่จะทำให้รู้สึกปลอดภัย

for someone who can soothe them,

1:26

ใครสักคนที่สามารถปลอบโยนพวกเขาได้

someone who can stroke their head,

1:28

ใครสักคนที่สามารถลูบหัวของพวกเขา

tell them it will all be okay when things feel desperate,

1:30

คอยบอกว่าทุกอย่างจะโอเคเมื่อรู้สึกสิ้นหวัง

and at points lend them a breast to suck on.

1:33

และในบางจุดก็ให้พวกเขามีเต้านมไว้ดูด

They are looking,

1:35

พวกเขากำลังมองหา

as the psychologists call it, ลำดับความ

1:36

สิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า

to get attached. วัฒนธรรม

1:38

ความผูกพัน

ลำดับความ

as the psychologists call it: บอกที่มาของคำเรียก

วลี as the psychologists call it ที่คั่นด้วยจุลภาคเป็นข้อความแทรก วลีนี้หยุดประโยคหลัก They are looking ... to get attached ชั่วครู่ และบอกว่าถ้อยคำใกล้เคียงถูกนำเสนอว่าเป็นชื่อที่นักจิตวิทยาใช้เรียกพฤติกรรมนั้น call ในที่นี้หมายถึง “เรียกว่า” หรือ “อธิบายว่า” ไม่ใช่ “โทรศัพท์” โครงสร้าง as + บุคคลหรือกลุ่ม + call(s) it สามารถนำไปใช้ซ้ำเพื่อใช้คำศัพท์พร้อมบอกว่าเป็นถ้อยคำของใคร โดยทั่วไปสามารถตัดส่วนนี้ออกได้โดยประโยคหลักยังคงสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง as + group + call it โดยใช้ doctors เป็นกลุ่ม: After waking unable to move, Maya learned that the episode was sleep paralysis, ____.

ดูคำตอบ

as doctors call it

วัฒนธรรม

get attached: สร้างความผูกพันระหว่างทารกกับผู้ดูแล

ในบริบทของจิตวิทยาพัฒนาการนี้ get attached หมายถึงการเริ่มสร้างสายสัมพันธ์ทางอารมณ์กับผู้ดูแลหลัก สายสัมพันธ์นี้ทำให้ทารกเริ่มหันไปหาบุคคลนั้นเมื่อต้องการการปลอบโยน การปกป้อง และความรู้สึกปลอดภัย get แสดงการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะหนึ่ง กล่าวคือทารกกลายเป็น attached ในที่นี้ attached ไม่ได้หมายถึงการถูกยึดติดทางกายภาพ และสายสัมพันธ์นี้ก็ไม่ได้หมายถึงความรักเชิงโรแมนติกโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ในการพูดถึงพัฒนาการของทารก ให้เลือกความหมายที่ดีที่สุดของประโยคนี้: The baby is starting to get attached to her caregiver.

  1. ทารกกำลังสร้างสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่ช่วยให้เธอแสวงหาความปลอดภัยและการปลอบโยน
  2. ทารกเพียงเรียนรู้ที่จะจำใบหน้าของผู้ดูแลได้
  3. ทารกกำลังถูกยึดติดกับผู้ดูแลทางกายภาพ
ดูคำตอบ

ทารกกำลังสร้างสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่ช่วยให้เธอแสวงหาความปลอดภัยและการปลอบโยน

But unfortunately,

1:40

แต่โชคร้ายที่

for one in four of us,

1:42

สำหรับหนึ่งในสี่ของพวกเรา

the process goes spectacularly wrong.

1:43

กระบวนการนี้ผิดพลาดอย่างมหันต์

There is no one on hand to care properly. สำนวน

1:47

ไม่มีใครคอยดูแลอย่างถูกต้อง

สำนวน

on hand: อยู่ใกล้และพร้อมช่วยหรือพร้อมใช้

on hand หมายถึง คนหรือสิ่งของอยู่ในบริเวณนั้นหรืออยู่ใกล้ ๆ และพร้อมช่วยเหลือหรือพร้อมใช้งาน ในประโยคนี้หมายความว่าไม่มีผู้ดูแลอยู่พร้อมที่จะตอบสนองและให้การดูแลอย่างเหมาะสม ไม่ได้หมายถึงว่าสิ่งใดวางอยู่บนมือของใครจริง ๆ ใช้ on hand กับคน สิ่งของสำรอง หรือความช่วยเหลือที่เข้าถึงได้ทันที รูปแบบที่พบบ่อยคือ have + คำนาม + on hand และ be + on hand

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “อยู่ใกล้และพร้อมใช้”:The clinic keeps extra blankets ____ so nurses can use them immediately.

ดูคำตอบ

on hand

The crying goes on unheeded, กริยาวลี

1:50

เสียงร้องไห้ถูกเมินเฉย

the hunger unassuaged.

1:52

ความหิวไม่ได้รับการบรรเทา

กริยาวลี

goes on unheeded: ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการตอบสนอง

ในประโยคนี้ goes on หมายถึงดำเนินต่อไป ส่วน unheeded หมายถึงไม่ได้รับความสนใจหรือการตอบสนอง เมื่อรวมกันจึงหมายความว่าเสียงร้องไห้ยังคงดำเนินต่อไปแต่ไม่มีใครทำอะไรตอบสนอง ที่นี่ go on ไม่ใช่คำเชิญให้พูดต่อ unheeded บอกสภาพของเสียงร้องไห้ในขณะที่ยังดำเนินต่อไป ส่วน the hunger unassuaged ที่ตามมาเป็นโครงสร้างขนานแบบย่อซึ่งละ goes on ไว้ หมายความว่าความหิวก็ยังคงอยู่โดยไม่ได้รับการบรรเทาเช่นกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการร้องเรียกยังคงดำเนินต่อไปแต่ไม่ได้รับความสนใจหรือการตอบสนอง

  1. The hikers stopped calling before dark.
  2. The hikers' calls went on unheeded through the night.
  3. The hikers' calls were too quiet for anyone to hear.
ดูคำตอบ

The hikers' calls went on unheeded through the night.

No one smiles reliably or cuddles confidently.

1:54

ไม่มีใครยิ้มให้อย่างเชื่อถือได้หรือกอดอย่างมั่นใจ

There is no welcoming breast.

1:57

ไม่มีเต้านมที่คอยต้อนรับ

In the eyes of the caregiver,

1:59

ในสายตาของผู้ดูแล

there is depression or anger where there should have been delight and reassurance. ไวยากรณ์

2:01

มีเพียงความซึมเศร้าหรือความโกรธในที่ซึ่งควรจะเป็นความยินดีและความอุ่นใจ

ไวยากรณ์

where there should have been: สภาพในอดีตที่ควรมีแต่กลับไม่มี

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where ชี้ตำแหน่ง บทบาท หรือส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ที่คาดว่าบางสิ่งควรมีอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่ทางกายภาพ should have been + วลีนาม ใช้บอกสภาพที่คาดว่าควรมีอยู่ในอดีต แต่จริง ๆ แล้วไม่มี ในประโยคนี้ แววตาของผู้ดูแลควรแสดงความยินดีและความอุ่นใจ แต่กลับแสดงความซึมเศร้าหรือความโกรธแทน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่แสดงว่าสิ่งที่คาดว่าควรมีในอดีตกลับไม่มีให้สมบูรณ์: The report offered excuses ____ a clear plan.

ดูคำตอบ

where there should have been

And as a result,

2:06

และเป็นผลให้

a fear of existence takes hold for the long term, สำนวน

2:07

ความกลัวที่จะดำรงอยู่ฝังรากลึกในระยะยาว

สำนวน

takes hold: เริ่มฝังรากหรือมีอิทธิพลอย่างมั่นคง

take hold ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว แต่หมายถึงความรู้สึก แนวคิด นิสัย หรือการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มตั้งมั่นและมีอิทธิพลต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ประธานคือ a fear of existence คำว่า Takes สอดคล้องกับคำนามเอกพจน์ fear ส่วน for the long term แสดงว่าความกลัวนี้ไม่ได้หายไปอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ take hold ในความหมายเชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกับตัวอย่าง?

  1. She used both hands to take hold of the rope.
  2. The conference will take place in June.
  3. After weeks of uncertainty, panic began to take hold in the town.
ดูคำตอบ

After weeks of uncertainty, panic began to take hold in the town.

and dating becomes a very hard business indeed.

2:10

และการออกเดทก็กลายเป็นเรื่องยากลำบากอย่างแท้จริง

For those of us who experienced early letdowns,

2:15

สำหรับพวกเราที่เคยเผชิญกับความผิดหวังในวัยเด็ก

there is simply little in us that can ever believe that a search for love will go well,

2:18

มีเพียงน้อยนิดในตัวเราที่จะเชื่อได้ว่าการค้นหาความรักจะเป็นไปด้วยดี

and we will therefore bring an unholy commitment to bear on ensuring that it doesn't. วลี

2:23

และดังนั้นเราจะนำความมุ่งมั่นที่เลวร้ายมาใช้เพื่อทำให้มั่นใจว่ามันจะไม่สำเร็จ

วลี

bring an unholy commitment to bear on: ทุ่มความมุ่งมั่นที่รุนแรงจนไม่ดีต่อเป้าหมาย

ในโครงสร้าง bring X to bear on Y นั้น X คือพลัง คุณสมบัติ ทักษะ หรือทรัพยากร ส่วน Y คือเป้าหมาย โครงสร้างนี้หมายถึงการนำ X ไปใช้กับ Y หรือทำให้ X ส่งผลต่อ Y ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกว่าจะทุ่มความมุ่งมั่นเพื่อไม่ให้ผลลัพธ์ด้านความรักที่ต้องการเกิดขึ้น คำว่า unholy ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายทางศาสนา แต่เป็นการกล่าวเกินจริงว่าความมุ่งมั่นนั้นสุดโต่ง ไม่ดีต่อสุขภาพ หรือรุนแรงจนน่ากังวล ทำให้เกิดน้ำเสียงวิจารณ์แบบอารมณ์ขันมืด เป้าหมายของความมุ่งมั่นนี้คือการทำลายโอกาสของตนเอง ไม่ใช่ความสำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง bring ... to bear on: The response team will ____ all its expertise ____ solving the crisis.

ดูคำตอบ

bring · to bear on

The dating game becomes the royal occasion when we can confirm our deepest suspicion, สำนวน

2:29

เกมการออกเดทกลายเป็นโอกาสทองที่เราจะสามารถยืนยันความสงสัยที่ลึกที่สุดของเรา

that we are unworthy of love.

2:35

ที่ว่าเราไม่คู่ควรกับความรัก

สำนวน

the royal occasion ในฐานะการกล่าวเกินจริงเชิงประชด

ในประโยคนี้ the royal occasion ไม่ได้หมายถึงงานที่เกี่ยวข้องกับกษัตริย์ ราชินี หรือราชวงศ์ คำว่า royal ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อทำให้โอกาสนั้นฟังดูยิ่งใหญ่ พิเศษ และแทบจะเป็นพิธีการ ความยิ่งใหญ่นี้เป็นการประชด เพราะการออกเดตกลับกลายเป็นโอกาสที่ดูเหมือนสมบูรณ์แบบสำหรับยืนยันความกลัวลึกที่สุดของผู้พูดว่า ตนไม่คู่ควรกับความรัก วลีนี้เปลี่ยนรูปแบบความคิดอันเจ็บปวดให้เป็นอารมณ์ขันมืดที่ดูเกินจริง

แบบฝึกหัด

the royal occasion ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. งานทางการที่มีสมาชิกราชวงศ์เข้าร่วม
  2. การออกเดตที่กษัตริย์หรือราชินีเป็นผู้เลือก
  3. งานเฉลิมฉลองที่พิสูจน์ว่าผู้พูดคู่ควรกับความรัก
  4. โอกาสที่ถูกกล่าวให้ยิ่งใหญ่เกินจริงเพื่อยืนยันความเชื่ออันเจ็บปวด
ดูคำตอบ

โอกาสที่ถูกกล่าวให้ยิ่งใหญ่เกินจริงเพื่อยืนยันความเชื่ออันเจ็บปวด

We may, for example,

2:38

ตัวอย่างเช่น เราอาจจะ

fixate on a candidate who is, วลี

2:40

หมกมุ่นอยู่กับผู้ที่

วลี

การยึดติดกับผู้สมัครคนหนึ่ง

fixate on หมายถึงการจดจ่อกับคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไปและต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยมักสื่อว่าความสนใจนั้นไม่สมดุลหรือเปลี่ยนไปสนใจอย่างอื่นได้ยาก ไม่ใช่แค่การตั้งใจจดจ่อธรรมดา ในประโยคนี้ fixate on a candidate ทำให้ผู้สมัครคนนั้นเป็นเป้าของความสนใจอย่างเข้มข้น และจากบริบท ความสนใจนี้ดูเกินพอดี โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้สนใจตอบ

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษที่แสดงถึงความสนใจมากเกินไปและเปลี่ยนได้ยาก: The article made him ____ one minor detail.

ดูคำตอบ

fixate on

to more attuned eyes, สำนวน

2:42

ในสายตาของคนที่รู้เท่าทันกว่า

obviously not interested.

2:43

เห็นได้ชัดว่าไม่ได้สนใจ

สำนวน

to more attuned eyes ในฐานะวลีบอกมุมมอง

To more attuned eyes หมายถึง “จากมุมมองของผู้สังเกตที่รับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ไวกว่า” คำว่า eyes แทนความสามารถของคนในการสังเกตและตีความสัญญาณ ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นทางกายภาพเพียงอย่างเดียว Attuned หมายถึงไวต่อข้อมูลประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ ส่วน more แสดงการเปรียบเทียบว่า ผู้สังเกตเหล่านี้เห็นเบาะแสที่คนซึ่งรับรู้ได้ไม่ไวเท่ามองข้ามไป ในที่นี้ เบาะแสนั้นคือคนดังกล่าวไม่ได้สนใจ

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคนี้ได้ดีที่สุด เพื่อแสดงว่าผู้สังเกตที่รับรู้ได้ไวสังเกตเห็นเบาะแสอันละเอียดอ่อน? The hidden hesitation was obvious ___, even though others missed it.

  1. to more attuned eyes
  2. at more attuned eyes
  3. with more attuned eyes
ดูคำตอบ

to more attuned eyes

Their coldness and indifference,

2:45

ความเย็นชาและความเฉยเมยของพวกเขา

their married-status or incompatible background or age,

2:47

สถานภาพการแต่งงาน หรือภูมิหลังหรืออายุที่ไม่เข้ากัน

far from putting us off, ไวยากรณ์

2:51

แทนที่จะทำให้เราถอยห่าง

will be precisely what feels familiar,

2:53

กลับกลายเป็นสิ่งที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างพอดิบพอดี

ไวยากรณ์

far from putting us off: ไม่ได้ทำให้เราเลิกสนใจเลย

Far from + -ing หมายถึง “ไม่เพียงแต่ไม่ทำให้เกิด X แต่กลับให้ผลตรงกันข้าม” ในที่นี้ putting us off หมายถึงการทำให้เราเลิกสนใจ รู้สึกท้อ หรือรู้สึกต่อต้าน ดังนั้นอุปสรรคเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผู้พูดถอยหนี แต่กลับทำให้สถานการณ์ดูคุ้นเคยและน่าดึงดูด นี่เป็นสำนวนค่อนข้างเป็นทางการและใช้เพื่อเน้นการพลิกจากสิ่งที่คาดไว้ ลักษณะที่ดูเหมือนเป็นเหตุผลให้ปฏิเสธใครบางคนกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์แทน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ far from putting us off หมายความว่าอย่างไร

  1. มันทำให้เราอยู่ห่างออกไปในเชิงกายภาพ
  2. มันไม่ได้ทำให้เราเลิกสนใจ แต่กลับทำให้สถานการณ์ดูคุ้นเคยและน่าดึงดูด
  3. มันทำให้เราเลื่อนการตัดสินใจออกไป
ดูคำตอบ

มันไม่ได้ทำให้เราเลิกสนใจ แต่กลับทำให้สถานการณ์ดูคุ้นเคยและน่าดึงดูด

necessary,

2:55

เป็นสิ่งจำเป็น

and sexually a bit thrilling.

2:56

และมีความตื่นเต้นทางเพศเล็กน้อย

This is exactly what is meant to happen when we love. การใช้คำ

2:58

นี่คือสิ่งที่เราคิดว่าควรจะเกิดขึ้นเมื่อเรามีความรัก

การใช้คำ

what is meant to happen: สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น

Be meant to happen ใช้นำเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นสิ่งที่ตั้งใจไว้ คาดหมายไว้ หรือเชื่อว่าควรจะเกิดขึ้น ใน what is meant to happen คำว่า what เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบอิสระ หมายถึง “สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น” และอนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ is Exactly ใช้เพื่อเน้นความหมาย ในบริบทนี้ ประโยคกำลังถ่ายทอดความเชื่อเกี่ยวกับรูปแบบทั่วไปของความรัก และบริบทโดยรอบทำให้เกิดความหมายเชิงประชด ไม่ใช่การที่ผู้เขียนยืนยันว่าความรักควรทำให้คนเจ็บปวด

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ what is meant to happen สื่อความหมายว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดบอกว่าผลลัพธ์นี้หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะโชคชะตา
  2. ผู้พูดนำเสนอสิ่งนี้ว่าเป็นรูปแบบความรักที่คาดหมายหรือตั้งใจไว้ ไม่ใช่กฎที่พิสูจน์แล้ว
  3. ผู้พูดบอกว่าความรักจะทำให้คนเจ็บปวดอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

ผู้พูดนำเสนอสิ่งนี้ว่าเป็นรูปแบบความรักที่คาดหมายหรือตั้งใจไว้ ไม่ใช่กฎที่พิสูจน์แล้ว

It should hurt atrociously

3:02

มันควรจะเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

and go nowhere.

3:04

และไม่นำไปสู่อะไรเลย

Or,

3:06

หรือ

in the presence of a potentially kind-hearted and available candidate,

3:07

เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ที่มีศักยภาพที่จะใจดีและโสด

we may become so demanding and uncontained, ไวยากรณ์

3:10

เราอาจจะกลายเป็นคนเรื่องมากและควบคุมไม่ได้

so unreasonable and urgent in our requests,

3:13

เรียกร้องอย่างไม่มีเหตุผลและเร่งด่วนเกินไป

that no sane soul would remain in contention. สำนวน

3:16

จนไม่มีคนปกติคนไหนอยากจะสานสัมพันธ์ต่อ

ไวยากรณ์

so ... so ... that: โครงสร้างระดับและผลลัพธ์

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ ... that + ผลลัพธ์ เชื่อมระดับที่สูงเข้ากับผลที่ตามมา ในประโยคนี้ so ขยายกลุ่มคำคุณศัพท์ที่วางขนานกันสองกลุ่ม ได้แก่ so demanding and uncontained และ so unreasonable and urgent in our requests คำว่า uncontained หมายถึงอารมณ์และข้อเรียกร้องไม่ได้ถูกควบคุมให้อยู่ในขอบเขตที่สมเหตุสมผล ในการใช้นี้ so หมายถึง “ถึงระดับที่...” ไม่ได้หมายถึง “ดังนั้น” การใช้ so ซ้ำช่วยเพิ่มความเข้มก่อนที่ that จะนำเข้าสู่ผลลัพธ์ คือผู้สมัครที่มีเหตุผลจะไม่อยู่ร่วมในกระบวนการต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำที่สร้างโครงสร้างระดับและผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The instructions were ____ confusing ____ everyone asked for help.

ดูคำตอบ

so · that

สำนวน

remain in contention: ยังมีโอกาสในการแข่งขัน

remain in contention หมายถึงยังคงมีโอกาสที่เป็นไปได้จริงในการชนะหรือได้รับเลือก คำว่า remain เพิ่มความหมายว่าสถานะนี้ยังคงอยู่หลังจากการแข่งขันหรือกระบวนการคัดเลือกดำเนินไปแล้วบางส่วน ในประโยคนี้ การหาคู่ถูกนำเสนอเหมือนการแข่งขัน ผู้สมัครที่มีสติจะไม่อยู่ในสนามแข่งขันต่อไป contention ในที่นี้หมายถึงโอกาสในเชิงการแข่งขัน ไม่ได้หมายถึงการโต้เถียง

แบบฝึกหัด

หลังรอบรองชนะเลิศ โค้ชพูดว่า “We remain in contention for the championship.” หมายความว่าอย่างไร?

  1. เราตกรอบไปแล้ว
  2. เรายังมีโอกาสที่เป็นไปได้จริงในการชนะ
  3. เรายังคงโต้เถียงกันเรื่องการแข่งขันชิงแชมป์
ดูคำตอบ

เรายังมีโอกาสที่เป็นไปได้จริงในการชนะ

We will spoil any potentially good impression วลี

3:20

เราจะทำลายความประทับใจที่ดีใดๆ ก็ตามที่อาจเกิดขึ้น

by bringing a lifetime of self-doubt and loneliness สำนวน

3:22

ด้วยการนำความสงสัยในตัวเองและความเหงามาทั้งชีวิต

วลี

spoil any potentially good impression: ทำลายความประทับใจดีที่อาจเกิดขึ้น

ในที่นี้ spoil หมายถึง “ทำลาย” ส่วน impression คือความคิดเห็นที่อีกฝ่ายกำลังเริ่มก่อตัวขึ้น วลีนี้สื่อว่าการกระทำหนึ่งอาจทำลายมุมมองเชิงบวกก่อนที่มันจะมั่นคง และ potentially แสดงว่าความประทับใจที่ดีนั้นยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ รูปแบบ spoil + a good impression ใช้ได้เมื่อในตอนแรกคนหนึ่งดูน่าชอบหรือมีความสามารถ แต่พฤติกรรมภายหลังทำให้ความคิดเห็นนั้นเปลี่ยนไป spoil ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอาหารเน่าเสีย

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด เพื่อสื่อว่าการกระทำหนึ่งอาจทำลายความคิดเห็นเชิงบวกที่ยังอยู่ระหว่างการก่อตัว One careless comment could ___ during the meeting.

  1. spoil a potentially good impression
  2. leave a potentially good impression
  3. make a potentially good impression
ดูคำตอบ

spoil a potentially good impression

onto the shoulders of an innocent stranger.

3:26

มาโยนไว้บนบ่าของคนแปลกหน้าที่ไร้เดียงสา

สำนวน

bringing ... onto the shoulders of ... ในฐานะอุปลักษณ์ของภาระ

วลีนี้เปลี่ยนความสงสัยในตัวเองและความโดดเดี่ยวให้เป็นภาระหนัก bringing them onto someone's shoulders ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งเหล่านี้ไปวางบนไหล่จริง ๆ แต่หมายถึงการทำให้อีกคนต้องแบกรับแรงกดดันทางอารมณ์หรือความรับผิดชอบต่อปัญหาที่ไม่ได้ถูกวางอยู่ตรงนั้นจริง a lifetime of เน้นว่าความรู้สึกเหล่านี้สะสมมาหลายปี ในประโยคนี้ คนแปลกหน้าถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เพราะภาระส่วนตัวขนาดใหญ่ถูกโยนให้คนที่ไม่ได้เป็นต้นเหตุ

แบบฝึกหัด

bringing self-doubt and loneliness onto another person's shoulders หมายความว่าอย่างไร

  1. ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่คนนั้นเกี่ยวกับอารมณ์ที่รับมือได้ยาก
  2. ทำให้คนนั้นต้องแบกรับภาระทางอารมณ์ที่ตนไม่ได้ก่อขึ้น
  3. นำสิ่งของไปวางบนไหล่ของคนนั้นจริง ๆ
ดูคำตอบ

ทำให้คนนั้นต้องแบกรับภาระทางอารมณ์ที่ตนไม่ได้ก่อขึ้น

Alternatively,

3:29

หรือในอีกทางหนึ่ง

unable to tolerate the appalling anxiety of not yet quite knowing where we stand, สำนวน

3:30

เมื่อไม่สามารถทนต่อความวิตกกังวลอันน่าสยดสยองของการยังไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเองยืนอยู่จุดไหน

สำนวน

Knowing where we stand: รู้สถานะและจุดยืนระหว่างกัน

ในที่นี้ knowing where we stand หมายถึงการรู้ชัดว่าความสัมพันธ์ในปัจจุบันเป็นอย่างไร และแต่ละคนมีท่าทีหรือเจตนาแบบใด stand สื่อถึงจุดยืนเชิงนามธรรม ไม่ใช่ตำแหน่งที่ยืนอยู่จริง ในทางไวยากรณ์ where we stand เป็นอนุประโยคคำถามทางอ้อมที่ตามหลัง knowing โดยใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ where we stand ไม่ใช่ where do we stand

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “เข้าใจสถานะปัจจุบันระหว่างเรา” ให้สมบูรณ์: After our honest conversation, we finally know ____.

ดูคำตอบ

where we stand

we may decide to settle the matter by ourselves, วลี

3:35

เราอาจตัดสินใจจัดการปัญหานี้ด้วยตัวเราเอง

วลี

Settle the matter: จัดการเรื่องให้จบลง

Settle the matter หมายถึงการจัดการเรื่องเฉพาะเรื่องหนึ่งให้เสร็จสิ้น เพื่อไม่ให้ค้างคาหรือสร้างความไม่แน่นอนอีกต่อไป ในที่นี้ settle เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม และ the matter คือเรื่องที่ถูกยุติ ไม่ได้หมายถึงการย้ายไปตั้งถิ่นฐาน ในประโยคนี้ by ourselves เสริมว่าผู้พูดจะสร้างข้อสรุปของตนเองแทนที่จะรอข้อมูลเพิ่มเติม แม้ข้อสรุปที่เลือกอาจไม่ฉลาดที่สุด เรื่องหนึ่งก็ถือว่า settled ได้หากความไม่แน่นอนสิ้นสุดลง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ตรงกับความหมายว่า “ทำให้เรื่องที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขสิ้นสุดลง”: The managers met privately to ____ before the announcement.

ดูคำตอบ

settle the matter

preferring to crash the plane สำนวน

3:37

โดยเลือกที่จะทำให้เครื่องบินตก

rather than see how it might land.

3:39

ดีกว่าที่จะรอดูว่ามันจะร่อนลงอย่างไร

สำนวน

“Crash the plane rather than see how it might land” ในฐานะอุปมาเรื่องความสัมพันธ์

ในที่นี้ crash the plane เป็นอุปมาถึงการจงใจยุติหรือทำลายความสัมพันธ์ เครื่องบินหมายถึงความสัมพันธ์ที่ยังไม่รู้ผลลัพธ์ ไม่ใช่เครื่องบินจริง ๆ rather than นำสิ่งที่เลือกทำมาเปรียบกับสิ่งที่ต้องการหลีกเลี่ยง คนคนนี้เลือกผลลัพธ์ที่แย่แต่ควบคุมได้ แทนที่จะรอดูว่าความสัมพันธ์จะพัฒนาไปอย่างไร ภาพนี้แสดงถึงการทำลายตนเองที่เกิดจากความกลัวต่อความไม่แน่นอน

แบบฝึกหัด

อุปมาเรื่องเครื่องบินในที่นี้สื่อถึงอะไร?

  1. ผู้พูดมั่นใจว่าความสัมพันธ์จะจบลงด้วยดี
  2. ผู้พูดต้องการแก้ปัญหาจริงที่เกิดขึ้นระหว่างเที่ยวบิน
  3. ผู้พูดยอมยุติความสัมพันธ์ที่ไม่แน่นอนด้วยตนเองก่อน แทนที่จะรอดูผลลัพธ์
ดูคำตอบ

ผู้พูดยอมยุติความสัมพันธ์ที่ไม่แน่นอนด้วยตนเองก่อน แทนที่จะรอดูผลลัพธ์

We'll interpret every ambiguous moment negatively,

3:42

เราจะตีความช่วงเวลาที่คลุมเครือทุกอย่างในแง่ลบ

because sadness is so much easier to take than hope. การใช้คำ

3:45

เพราะความเศร้านั้นรับมือได้ง่ายกว่าความหวังมาก

การใช้คำ

“Easier to take than” สำหรับเปรียบเทียบความยากทางอารมณ์

ในที่นี้ take หมายถึง “ทนรับ” หรือ “รับมือกับ” ไม่ใช่การหยิบสิ่งของทางกายภาพ กรรมของคำนี้คือประสบการณ์ทางอารมณ์ นั่นคือความเศร้า รูปแบบ A is easier to take than B ใช้เปรียบเทียบว่าประสบการณ์สองอย่างทนรับได้ยากเพียงใด ผู้พูดบอกว่าความเศร้าที่คุ้นเคยทนรับได้ง่ายกว่าความหวังที่ไม่แน่นอนในทางอารมณ์ แม้ว่าความเศร้าจะไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบที่ตรงกับบทเรียน: For Mia, a clear rejection was ____ another week of uncertain hope.

ดูคำตอบ

easier to take than

The slightly late reply must mean that they've found somebody else.

3:49

การตอบกลับที่ช้าไปหน่อยต้องหมายความว่าพวกเขาพบคนอื่นแล้วแน่ๆ

Their busyness must be a disguise for sudden hatred. สำนวน

3:53

ความยุ่งของพวกเขาต้องเป็นข้ออ้างปกปิดความเกลียดชังที่เกิดขึ้นกะทันหัน

สำนวน

a disguise for: ภาพภายนอกที่ปิดบังความจริงอีกอย่าง

ในประโยคนี้ a disguise for หมายถึงภาพภายนอกที่ปิดบังความจริงอีกอย่างหนึ่ง การที่พวกเขายุ่งไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเหตุผลแท้จริงของการตีตัวออกห่าง แต่เป็นสิ่งที่ปกปิดความเกลียดชังที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โครงสร้าง X is a disguise for Y วาง X เป็นสิ่งที่มองเห็นได้ภายนอก และ Y เป็นแรงจูงใจ ความรู้สึก หรือสภาวะที่ซ่อนอยู่ โครงสร้างนี้มักสื่อถึงความสงสัยมากกว่าข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a disguise for เพื่อบอกว่าพฤติกรรมภายนอกปิดบังความรู้สึกอีกอย่างหนึ่ง

  1. His jokes were a disguise for his nervousness.
  2. His jokes were an excuse for leaving early.
  3. His jokes were a sign of his confidence.
ดูคำตอบ

His jokes were a disguise for his nervousness.

The missing kiss at the end of their message

3:57

รอยจูบที่หายไปในตอนท้ายของข้อความ

is conclusive evidence that they've seen through our sham facade. สำนวน

3:59

คือหลักฐานชี้ชัดว่าพวกเขามองทะลุหน้ากากจอมปลอมของเราแล้ว

สำนวน

seen through our sham facade: มองทะลุภาพลักษณ์จอมปลอม

ใน they've seen through นั้น have + seen สร้างรูป present perfect ของกริยาวลี see through ซึ่งหมายถึงการมองเห็นความจริงที่อยู่เบื้องหลังภาพลักษณ์หลอกลวง ส่วน our sham facade หมายถึงภาพลักษณ์เท็จที่ผู้พูดคิดว่าตนแสดงออกมา ไม่ใช่ด้านหน้าของอาคาร sham มีความหมายว่า “ปลอม” อยู่แล้ว ดังนั้น sham facade จึงตั้งใจเน้นแนวคิดเรื่องการเสแสร้ง ประโยคนี้สื่อถึงความกลัวว่าอีกฝ่ายมองเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังภาพลักษณ์นั้นแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้จัดการมองออกว่าภาพลักษณ์ที่ดูดีนั้นทำให้เข้าใจผิด

  1. The manager saw through the polished facade.
  2. The manager admired the polished facade.
  3. The manager stood behind the polished facade.
ดูคำตอบ

The manager saw through the polished facade.

To master the terror of another letdown,

4:03

เพื่อควบคุมความหวาดกลัวต่อความผิดหวังอีกครั้ง

we go cold. สำนวน

4:05

เราจึงทำตัวเย็นชา

สำนวน

go cold เพื่อบอกการถอนตัวทางอารมณ์

ในประโยคนี้ go cold หมายถึงการเริ่มห่างเหินทางอารมณ์และตอบสนองน้อยลง เป็นการถอนตัวทางอารมณ์ ไม่ใช่อุณหภูมิร่างกายที่ลดลง โดยในที่นี้การถอนตัวเป็นวิธีป้องกันตนเองจากความผิดหวังอีกครั้ง โครงสร้าง go + คำคุณศัพท์ มักแสดงการเปลี่ยนเข้าสู่สภาพใหม่ เมื่อใช้ go cold กับคน น้ำเสียง หรือความสัมพันธ์ ความอบอุ่น การเปิดใจ หรือความสนใจที่เคยมีก็หายไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค After weeks of warm messages, Maya suddenly went cold and stopped replying, went cold หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอสนใจและแสดงความรักมากขึ้น
  2. เธอเริ่มรู้สึกหนาวทางร่างกาย
  3. เธอเริ่มห่างเหินทางอารมณ์และหยุดตอบสนองอย่างอบอุ่น
ดูคำตอบ

เธอเริ่มห่างเหินทางอารมณ์และหยุดตอบสนองอย่างอบอุ่น

We respond sarcastically to sincere compliments,

4:06

เราตอบกลับคำชมที่จริงใจด้วยการประชดประชัน

and we insist with aggression that they don't really care for us at all,

4:09

และเรายืนกรานอย่างก้าวร้าวว่าพวกเขาไม่ได้แคร์เราเลยสักนิด

thereby ensuring that they eventually won't. ลำดับความ

4:13

ซึ่งจะทำให้ในที่สุดแล้วพวกเขาก็ไม่แคร์เราจริงๆ

ลำดับความ

Thereby ensuring that: เชื่อมการกระทำกับผลลัพธ์

thereby ensuring that ใช้เปิดผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง thereby หมายถึงผ่านการกระทำนั้นหรือเป็นผลจากสิ่งนั้น ส่วน ensuring that นำเสนอผลลัพธ์ว่าเกิดขึ้นอย่างชัดเจนหรือถูกทำให้แน่นอน โครงสร้างคือ อนุประโยค, thereby + คำกริยา -ing + อนุประโยค that โครงสร้างนี้ไม่เพียงเรียงเหตุการณ์ตามลำดับ แต่ยังอธิบายกลไกที่เชื่อมการกระทำแรกกับผลลัพธ์ภายหลัง ในที่นี้ การกล่าวหาอย่างก้าวร้าวกลับช่วยสร้างการสูญเสียความใส่ใจแบบเดียวกับที่ผู้พูดกลัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำจากบทเรียนนี้ที่แสดงว่าการกระทำแรกทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้น: He never backed up the files, ____ he lost everything when the computer crashed.

ดูคำตอบ

thereby ensuring that

To escape these debilitating cycles,

4:16

เพื่อหนีจากวัฏจักรที่กัดกินนี้

we need to accept that we're searching for someone to love us

4:18

เราต้องยอมรับว่าเรากำลังค้นหาใครสักคนมารักเรา

while wrestling with the most fateful of background suspicions, สำนวน

4:21

ในขณะที่ต้องต่อสู้กับความคลางแคลงใจเบื้องลึกที่เลวร้ายที่สุด

that we don't actually deserve love.

4:25

ที่ว่าเราไม่คู่ควรกับความรักจริงๆ

สำนวน

wrestling with: ต่อสู้กับความขัดแย้งภายในใจที่ยังไม่คลี่คลาย

ในที่นี้ wrestling with หมายถึงการพยายามรับมือกับความสงสัยที่เจ็บปวดและยังไม่ได้รับการคลี่คลาย ภาพเปรียบมาจากการต่อสู้ทางร่างกาย แต่การต่อสู้ในประโยคนี้เกิดขึ้นในใจ ไม่ได้หมายถึงการปล้ำจริง ๆ ใช้ wrestle with + ปัญหา การตัดสินใจ ความรู้สึก หรือความคิด เมื่อการรับมือกับสิ่งนั้นต้องใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'Maya is wrestling with whether to tell the truth,' คำว่า wrestling with หมายถึงอะไร

  1. เธอกำลังปล้ำกับอีกคนหนึ่งจริง ๆ
  2. เธอกำลังลำบากใจกับการตัดสินใจที่ยากและยังไม่ได้ข้อสรุป
  3. เธอตัดสินใจเรื่องง่าย ๆ ไปแล้ว
ดูคำตอบ

เธอกำลังลำบากใจกับการตัดสินใจที่ยากและยังไม่ได้ข้อสรุป

It's only by properly mastering what once happened to us, ไวยากรณ์

4:28

มีเพียงการจัดการอย่างถูกต้องกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับเรา

the letdown we first experienced as infants,

4:32

ความผิดหวังที่เราเคยสัมผัสครั้งแรกเมื่อเป็นทารก

that we can start to separate out past trauma from present reality, กริยาวลี

4:35

เราจึงจะสามารถเริ่มแยกแยะบาดแผลในอดีตออกจากความเป็นจริงในปัจจุบันได้

ไวยากรณ์

It's only by ... that we can ...: การเน้นวิธีที่จำเป็น

โครงสร้าง It's only by + รูป -ing หรือวลีคำนาม + that + อนุประโยค บอกว่าวิธีที่ตามหลัง by เป็นสิ่งจำเป็นต่อการได้ผลลัพธ์ ในประโยคนี้ การเข้าใจประสบการณ์ในอดีตอย่างถูกต้องถูกนำเสนอว่าเป็นหนทางที่จำเป็นต่อการแยกบาดแผลในอดีตออกจากความเป็นจริงในปัจจุบัน นี่คือโครงสร้างประโยคเน้นความ that-clause ให้ผลลัพธ์ ไม่ได้ให้เหตุผล และคงลำดับคำปกติไว้ คือ that we can ... ไม่ใช่ that can we ...

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเน้นความให้สมบูรณ์: It's only ____ reading the instructions carefully ____ we can avoid this error.

ดูคำตอบ

by · that

กริยาวลี

separate out A from B: แยก A ออกจาก B

ในที่นี้ separate out A from B หมายถึงการตระหนักว่า A กับ B ปะปนกันอยู่ แล้วแยกแยะสิ่งหนึ่งออกจากอีกสิ่งหนึ่ง คำว่า out เพิ่มความหมายของการระบุหรือดึงหมวดหมู่หนึ่งออกมาจากภาพรวมที่สับสน โครงสร้างคือ separate out + A + from + B ใช้กับอารมณ์และการรับรู้ได้ดังเช่นในประโยคนี้ และยังใช้กับข้อเท็จจริง ข้อมูล สาเหตุ หรือสัญญาณได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยค "We need to separate out reliable signals from background noise," separate out ... from หมายถึงอะไร

  1. ย้ายทั้งสองหมวดหมู่ไปยังสถานที่อื่นทางกายภาพ
  2. ทิ้งสิ่งของทั้งหมดในทั้งสองหมวดหมู่
  3. ระบุสองหมวดหมู่ที่ปะปนกันและแยกสิ่งหนึ่งออกจากอีกสิ่งหนึ่ง
ดูคำตอบ

ระบุสองหมวดหมู่ที่ปะปนกันและแยกสิ่งหนึ่งออกจากอีกสิ่งหนึ่ง

and therefore learn to navigate the ambiguities and occasional risks of adult dating. สำนวน

4:39

และจะได้เรียนรู้ที่จะนำทางผ่านความคลุมเครือและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นบ้างของการออกเดทในวัยผู้ใหญ่

สำนวน

navigate the ambiguities and occasional risks: รับมือกับความคลุมเครือและความเสี่ยง

Navigate ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการก้าวผ่านสถานการณ์ที่ซับซ้อนด้วยการตัดสินใจอย่างรอบคอบและปรับตัวเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนไป ไม่ใช่การเดินตามแผนที่ กรรม ambiguities and occasional risks บอกว่าสิ่งใดต้องได้รับการจัดการ กล่าวคือ ข้อมูลบางอย่างไม่ชัดเจน และบางทางเลือกอาจก่อให้เกิดผลเสีย Navigate สื่อถึงการเดินหน้าต่อแม้มีความยากเหล่านั้น ไม่ใช่กำจัดทุกอย่างก่อนแล้วจึงเดินหน้า

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งต้องทำงานต่อไปทั้งที่กฎยังไม่ชัดเจนและอาจเปลี่ยนแปลงได้ ประโยคใดอธิบายสถานการณ์นี้ได้ดีที่สุด

  1. The team must resolve every ambiguity before doing any work.
  2. The team must navigate the office with a map.
  3. The team must navigate the ambiguities of the new rules.
ดูคำตอบ

The team must navigate the ambiguities of the new rules.

It isn't that we've been told that we don't deserve to exist. ลำดับความ

4:45

ไม่ใช่ว่าเราถูกบอกว่าไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่

They're just busy tonight.

4:49

พวกเขาแค่ยุ่งในคืนนี้

ลำดับความ

It isn't that + อนุประโยค: ปฏิเสธคำอธิบายที่อีกฝ่ายอาจสันนิษฐาน

“It isn't that + อนุประโยค” ใช้ปฏิเสธคำอธิบายที่ผู้ฟังอาจคาดเดาไปเอง อนุประโยคหลัง that ระบุความเข้าใจที่กำลังถูกปฏิเสธ ไม่ได้ถูกเสนอว่าเป็นข้อเท็จจริง ในประโยคนี้ ผู้พูดปฏิเสธคำอธิบายที่รุนแรงว่ามีคนบอกว่าพวกเขาไม่สมควรมีตัวตนอยู่ แล้วจึงให้เหตุผลที่เรียบง่ายกว่า คือ “They're just busy tonight.” รูปแบบ “It isn't that X; it's just Y” เริ่มจากแก้ความเข้าใจผิด แล้วจึงปรับกรอบการมองสถานการณ์ใหม่

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดปฏิเสธคำอธิบายที่อาจเป็นไปได้ก่อน แล้วจึงให้เหตุผลที่แท้จริง?

  1. I dislike the plan, and I also need more time to check the details.
  2. It isn't that I dislike the plan; I just need more time to check the details.
  3. It's just that I dislike the plan, so I need more time to check the details.
ดูคำตอบ

It isn't that I dislike the plan; I just need more time to check the details.

They don't loathe us.

4:50

พวกเขาไม่ได้รังเกียจเรา

They're married to somebody else,

4:52

พวกเขาแต่งงานกับคนอื่น

as lots of people who we've carefully chosen not to look at,

4:54

เหมือนกับที่ผู้คนมากมายที่เราตั้งใจเลือกที่จะไม่มอง

happen not to be.

4:57

ก็บังเอิญไม่ได้แต่งงานเช่นกัน

They're not peculiar.

4:59

พวกเขาไม่ได้แปลกประหลาด

It's just unfair and overwhelming

5:00

มันแค่ไม่ยุติธรรมและหนักหนาเกินไป

to ask someone you've known for 12 hours

5:02

ที่จะขอให้คนที่คุณเพิ่งรู้จักมา 12 ชั่วโมง

to make up for a lifetime of loneliness. กริยาวลี

5:05

มาชดเชยความเหงาตลอดชีวิต

กริยาวลี

make up for + นามวลี: ชดเชยความสูญเสียหรือสิ่งที่ขาดหาย

“make up for + นามวลี” หมายถึงชดเชยความสูญเสีย ปัญหา สิ่งที่ขาดหาย หรือความเสียหาย ด้วยการมอบสิ่งที่ช่วยลดผลกระทบของมัน ในประโยคนี้ “a lifetime of loneliness” คือสิ่งที่ขาดหายและถูกคาดหวังให้ชดเชย ผู้พูดบอกว่าไม่สมเหตุสมผลที่จะคาดหวังให้คนที่เพิ่งรู้จักกันเพียง 12 ชั่วโมงมาเยียวยาประวัติทางอารมณ์ที่ยาวนานเช่นนี้

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคนี้ได้ถูกต้อง: “The airline offered meal vouchers to ___ the long delay.”

  1. make up with
  2. make it up to
  3. make up
  4. make up for
ดูคำตอบ

make up for

We need to see that this is not the first time we have been,

5:08

เราต้องมองเห็นว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้

in inverted commas, dating. การใช้คำ

5:12

ในเครื่องหมายคำพูด การออกเดท

การใช้คำ

“in inverted commas” ในฐานะสัญญาณเว้นระยะจากคำที่ใช้

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช in inverted commas หมายถึง “ใส่ไว้ในเครื่องหมายคำพูด” ตรงนี้ใช้บอกว่า dating เป็นคำเรียกที่จงใจยืมมาใช้ ไม่ได้หมายถึงการออกเดตเชิงโรแมนติกตามตัวอักษร ผู้พูดสามารถใช้วลีนี้ได้แม้บนหน้าจอจะไม่มีเครื่องหมายคำพูดจริง ๆ วลีนี้แสดงการเว้นระยะจากคำนั้น กล่าวคือ คำนี้ไม่แม่นยำทั้งหมด แต่มีประโยชน์ในการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

การที่ผู้พูดใช้ “in inverted commas” กับ dating สื่อถึงอะไร

  1. dating เป็นคำเรียกโดยประมาณที่ใช้เพื่อเปรียบเทียบ ไม่ใช่การออกเดตเชิงโรแมนติกตามตัวอักษร
  2. ต้องเขียนคำว่า dating ไว้ระหว่างเครื่องหมายจุลภาคสองตัว
  3. พวกเขาเคยออกเดตเชิงโรแมนติกจริง ๆ หลายครั้งแล้ว
ดูคำตอบ

dating เป็นคำเรียกโดยประมาณที่ใช้เพื่อเปรียบเทียบ ไม่ใช่การออกเดตเชิงโรแมนติกตามตัวอักษร

We've done it before,

5:14

เราเคยทำมาแล้ว

long ago,

5:15

เมื่อนานมาแล้ว

and it was the ways in which it went very wrong ไวยากรณ์

5:16

และวิธีที่มันผิดพลาดอย่างมหันต์ในตอนนั้นนั่นแหละ

that holds the key to our adult errors, สำนวน

5:19

ที่เป็นกุญแจสำคัญสู่ความผิดพลาดในวัยผู้ใหญ่ของเรา

ไวยากรณ์

โครงสร้างเน้น “It was X that...” และ “hold the key to”

รูปแบบ It was X that Y เป็นประโยคที่แยกส่วนเพื่อเน้นข้อมูล โดยทำให้ X เป็นจุดสนใจ ท่ามกลางรายละเอียดรอบข้าง X ถูกนำเสนอว่าเป็นปัจจัยสำคัญเบื้องหลัง Y ในประโยคนี้ X คือ the ways in which it went very wrong hold the key to หมายถึง “ให้คำอธิบายหรือทางแก้ที่สำคัญอย่างยิ่ง” เมื่อรวมสองส่วนนี้เข้าด้วยกัน วิธีที่เรื่องนั้นผิดพลาดจึงถูกเน้นว่าเป็นแหล่งสำคัญสำหรับทำความเข้าใจความผิดพลาดในวัยผู้ใหญ่ภายหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเน้นเพื่อเน้นเบาะแสสำคัญได้ถูกต้อง และเป็นไปตามหลักความสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยาแบบมาตรฐาน

  1. It is the error logs that holds the key to solving the problem.
  2. It are the error logs that hold the key to solving the problem.
  3. It is the error logs that hold the key to solving the problem.
ดูคำตอบ

It is the error logs that hold the key to solving the problem.

สำนวน

holds the key to: กุมเบาะแสหรือทางแก้ที่สำคัญ

ในประโยคนี้ holds the key to หมายถึง “ให้เบาะแสสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจ” วิธีที่ประสบการณ์ก่อนหน้านั้นผิดพลาดถูกนำเสนอเป็นหลักฐานที่ช่วยอธิบายความผิดพลาดในวัยผู้ใหญ่ ไม่ได้หมายถึงการถือกุญแจจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ X holds the key to Y โดย X คือบุคคล ข้อเท็จจริง หรือหลักฐานที่ช่วยให้เข้าถึงคำตอบ ส่วน Y มักเป็นคำนามหรือรูป -ing ที่ระบุปัญหาหรือเป้าหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ให้เบาะแสสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจ”: The final data set ____ the mystery.

ดูคำตอบ

holds the key to

our intensity,

5:22

ความรุนแรงของเรา

our coldness,

5:23

ความเย็นชาของเรา

or our lack of judgment.

5:24

หรือการขาดวิจารณญาณของเรา

The catastrophe we fear will happen, ลำดับความ

5:26

หายนะที่เรากลัวว่าจะเกิดขึ้น

has already happened.

5:29

มันได้เกิดขึ้นไปแล้ว

ลำดับความ

will happen ... has already happened: พลิกลำดับเวลา

ประธานของประโยคคือกลุ่มคำนามทั้งหมด The catastrophe we fear will happen ภายในกลุ่มนี้ will happen วางเหตุการณ์ที่กลัวไว้ในอนาคต จากนั้นกริยาหลัก has already happened พลิกความคาดหมายนั้น โดยนำเสนอว่าเหตุการณ์ได้เสร็จสิ้นไปแล้วแต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน การพลิกจากอนาคตไปเป็น present perfect นี้จัดลำดับเหตุผลเป็นความกลัวก่อน แล้วจึงแก้ความเข้าใจ ในบริบทนี้หมายถึงเคยประสบหายนะทางอารมณ์แบบเดียวกันมาก่อน ไม่ได้อ้างว่ารายละเอียดทุกอย่างของเหตุการณ์ในอนาคตได้เกิดขึ้นจริงแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การพลิกแบบเดียวกัน จากเหตุการณ์ในอนาคตที่กลัวไปเป็นการยืนยันว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว

  1. The failure has happened, but we no longer fear it.
  2. The failure we feared happened last year.
  3. The failure we fear will happen has already happened.
  4. The failure we fear may happen tomorrow.
ดูคำตอบ

The failure we fear will happen has already happened.

The challenges we set up for ourselves are attempts to get back in touch with a trauma โน้ต

5:31

ความท้าทายที่เราสร้างขึ้นให้ตัวเองนั้นเป็นความพยายามที่จะกลับไปเชื่อมต่อกับบาดแผล

we haven't either understood or mourned.

5:36

ที่เรายังไม่ได้ทำความเข้าใจหรือยังไม่ได้ไว้อาลัย

กริยาวลี

set up challenges for ourselves: สร้างความท้าทายให้ตัวเอง

โครงสร้าง set up + something + for someone หมายถึง “สร้างหรือจัดเตรียมบางสิ่งให้คนคนนั้น” ในประโยคนี้ we เป็นประธาน challenges คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น และ for ourselves แสดงว่าคนที่จะเผชิญความท้าทายก็คือคนกลุ่มเดียวกัน ในบริบทที่สะท้อนความคิดนี้ วลีดังกล่าวสื่อว่าคนอาจสร้างสถานการณ์ยากลำบากให้ตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องตั้งใจเสมอไป โดยทั่วไป โครงสร้างนี้ยังใช้พูดถึงการจัดเตรียมงาน ระบบ โอกาส หรืออุปสรรคให้ตัวเองหรือผู้อื่นได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเราสร้างงานยากให้กลุ่มของเราเอง?

  1. We arrange difficult tasks for another team.
  2. We prepare ourselves to handle difficult tasks.
  3. We set up difficult tasks for ourselves.
ดูคำตอบ

We set up difficult tasks for ourselves.

สำนวน

get back in touch with: กลับมาเชื่อมโยงกับ

get back in touch with หมายถึงกลับมาเชื่อมโยงกันอีกครั้งหลังจากห่างเหินหรือขาดการเชื่อมต่อไปช่วงหนึ่ง เมื่อใช้กับคน มักหมายถึงกลับมาติดต่อสื่อสารกันอีกครั้ง เมื่อใช้กับอารมณ์ ความคิด คุณค่า หรือประสบการณ์ในอดีต จะหมายถึงกลับมาตระหนักถึงสิ่งนั้นหรือรู้สึกเชื่อมโยงกับมันอีกครั้ง ในประโยคนี้ กรรมคือ a trauma จึงเป็นความหมายทางจิตใจ กล่าวคือ ความท้าทายทำให้คนกลับเข้าใกล้ประสบการณ์ที่ยังไม่ได้เข้าใจหรือผ่านความโศกเศร้าอย่างเต็มที่ ไม่ได้หมายถึงติดต่อบาดแผลทางใจราวกับเป็นคนคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get back in touch with ในความหมายว่ากลับมาเชื่อมโยงกับความรู้สึกหรือคุณลักษณะภายใน แทนการติดต่อบุคคล?

  1. Please get back in touch with the clinic tomorrow.
  2. During the quiet retreat, Maya got back in touch with her creativity.
  3. After months abroad, Maya got back in touch with her family.
ดูคำตอบ

During the quiet retreat, Maya got back in touch with her creativity.

We can in time learn to ask people on a date วลี

5:39

เมื่อเวลาผ่านไป เราจะสามารถเรียนรู้ที่จะชวนคนอื่นออกเดทได้

because we grasp that we're not thereby asking them what we think we're asking. ลำดับความ

5:42

เพราะเราเข้าใจว่าการทำเช่นนั้นไม่ได้หมายความว่าเรากำลังถามในสิ่งที่เราคิดว่าเรากำลังถามอยู่

วลี

ask someone on a date: ชวนใครสักคนไปเดต

Ask someone on a date หมายถึงชวนคนนั้นไปใช้เวลาด้วยกันในเชิงโรแมนติก ในประโยคตัวอย่าง people เป็นกรรมของ ask และ on a date ระบุกิจกรรมที่วางแผนไว้ โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ ask + person + on a date บุพบท on เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนนี้ ในความหมายนี้ภาษาอังกฤษปกติไม่ใช้ ask + person + a date

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง ask + person + on a date ให้สมบูรณ์: Maya decided to ask Leo ____.

ดูคำตอบ

on a date

ลำดับความ

thereby ... what we think we're asking: ด้วยการทำเช่นนั้น……สิ่งที่เราคิดว่ากำลังถาม

ในที่นี้ thereby หมายถึง “ด้วยการทำเช่นนั้น” หรือ “ผ่านการกระทำนั้น” คำนี้เชื่อมการกระทำที่มองเห็นได้ คือการชวนใครสักคนไปเดต เข้ากับความหมายที่ลึกกว่าซึ่งถูกคิดว่ามีอยู่ แต่ประโยคนี้ปฏิเสธความเชื่อมโยงดังกล่าว การชวนไปเดตไม่ได้หมายความว่ากำลังถามคำถามใหญ่เกี่ยวกับคุณค่าในตัวเองที่ผู้พูดอาจรู้สึกว่าตนกำลังถามอยู่ What we think we're asking หมายถึง “คำถามที่เราจินตนาการว่าตนกำลังถาม” ไม่ใช่อีกคำถามหนึ่งที่พูดออกมาจริง ๆ การใช้ ask ซ้ำแยกคำขอจริง เช่น การถามว่าอีกฝ่ายว่างหรือไม่ ออกจากความหมายทางอารมณ์ที่ใหญ่กว่ามากซึ่งถูกใส่เข้าไปในการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ “we're not thereby asking them what we think we're asking” ได้ตรงที่สุด

  1. เราจำคำที่ใช้ตอนชวนไม่ได้
  2. คำชวนนั้นแอบรวมคำถามที่สองซึ่งพูดออกมาจริง ๆ ไว้ด้วย
  3. การชวนไปเดตไม่ได้หมายความว่ากำลังถามคำถามลึกซึ้งที่เราจินตนาการว่าคำชวนนั้นกำลังถามอยู่
ดูคำตอบ

การชวนไปเดตไม่ได้หมายความว่ากำลังถามคำถามลึกซึ้งที่เราจินตนาการว่าคำชวนนั้นกำลังถามอยู่

Do I deserve to exist?

5:47

ฉันสมควรที่จะมีตัวตนอยู่หรือไม่?

No.

5:49

ไม่

We're asking something far more innocent ไวยากรณ์

5:49

เรากำลังถามสิ่งที่ไร้เดียงสากว่านั้นมาก

and far more survivable with the answer to be negative.

5:51

และสามารถเอาตัวรอดได้ง่ายกว่ามากหากคำตอบคือไม่

ไวยากรณ์

far more innocent and far more survivable: การเน้นแบบขนานด้วย far more

ในโครงสร้าง far more + คำคุณศัพท์ คำว่า far เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ หมายถึงมีความแตกต่างมาก โดยช่วยเน้นการเปรียบเทียบใน more innocent และ more survivable ไม่ได้หมายถึงระยะทาง แม้ไม่มีวลีที่ใช้ than ก็เข้าใจสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบได้จากบริบท การใช้ far more ซ้ำหน้าคำคุณศัพท์ทั้งสองคำทำให้เกิดการเน้นแบบขนานและเน้นคุณสมบัติแต่ละอย่างแยกกัน ในที่นี้ innocent หมายถึงคำขอที่ไม่เรียกร้องหรือไม่สร้างภาระทางอารมณ์มากนัก ส่วน survivable หมายถึงถ้าได้รับคำตอบปฏิเสธก็จะรับมือได้ง่ายกว่ามาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ใช้ซ้ำในบทเรียนเพื่อแสดงความแตกต่างอย่างมาก: The new plan is ____ practical and ____ affordable than the old one.

ดูคำตอบ

far more · far more

We're asking,

5:55

เรากำลังถามว่า

might you be free on Friday? น้ำเสียง/เจตนา

5:56

วันศุกร์นี้คุณจะว่างไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

might you be free on Friday?: การลองถามอย่างสุภาพว่าว่างหรือไม่

Might you be free on Friday? หมายถึง “มีโอกาสไหมที่คุณจะว่างในวันศุกร์” ผู้พูดไม่ด่วนสรุปเกี่ยวกับตารางเวลาของผู้ฟัง คำถามจึงฟังดูเป็นการลองถามอย่างสุภาพและไม่กดดัน โครงสร้างคือ might + ประธาน + be free + เวลา โดยสลับตำแหน่งคำกริยาช่วยกับประธานเพื่อสร้างคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ในที่นี้ might แสดงความไม่แน่นอนและความสุภาพ ไม่ได้แสดงอดีต

แบบฝึกหัด

คุณต้องการถามเพื่อนร่วมงานใหม่อย่างนุ่มนวลที่สุดว่าเขาว่างสำหรับการประชุมสั้น ๆ หรือไม่ คำถามใดเหมาะสมที่สุด

  1. You will be free for a brief meeting on Tuesday, won't you?
  2. Are you free for a brief meeting on Tuesday?
  3. Might you be free for a brief meeting on Tuesday?
ดูคำตอบ

Might you be free for a brief meeting on Tuesday?

And we can survive

5:58

และเราก็สามารถอยู่รอดได้

because even though we once got terribly hurt in the nursery, ไวยากรณ์

5:59

เพราะถึงแม้ว่าครั้งหนึ่งเราเคยเจ็บปวดอย่างสาหัสในห้องเด็กทารก

we are now that most resilient of things, ลำดับความ

6:02

แต่ตอนนี้เรากลายเป็นสิ่งที่ยืดหยุ่นที่สุดแล้ว

an adult.

6:05

นั่นคือเป็นผู้ใหญ่

ไวยากรณ์

even though: อุปสรรคที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

Even though ใช้เปิดประโยคย่อยที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริง แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะเป็นอุปสรรค แต่ก็ไม่ขัดขวางผลที่อยู่ในประโยคหลัก ในที่นี้ ผู้พูดยอมรับว่าความเจ็บปวดในอดีตเกิดขึ้นจริง แต่ยังคงเน้นใจความ we can survive และ we are now ... an adult ใช้ even though เมื่อต้องการยอมรับอุปสรรคที่สำคัญ แล้วเน้นว่าผลลัพธ์ยังคงเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่าฝนตกเป็นข้อเท็จจริง แต่ฝนนั้นไม่ได้ทำให้การแข่งขันหยุดลง

  1. Even though it was raining heavily, the match continued.
  2. Even if it rains heavily, the match will continue.
  3. Because it was raining heavily, the match continued.
ดูคำตอบ

Even though it was raining heavily, the match continued.

ลำดับความ

that most resilient of things: วลีเชิงวาทศิลป์ที่เฉลยด้วยส่วนขยายในภายหลัง

ใน that most resilient of things คำว่า that ทำหน้าที่เป็นคำกำหนดนามภายในวลีนามเชิงวาทศิลป์ที่มีน้ำเสียงสูง ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงชี้ไปยังวัตถุที่อยู่ไกลเท่านั้น ส่วน Most resilient of things แสดงว่าสิ่งที่กล่าวถึงเป็นตัวอย่างขั้นสูงสุดของความสามารถในการฟื้นตัว คำกว้าง ๆ อย่าง things ยังไม่เปิดเผยว่าเป็นอะไร ก่อนที่ส่วนขยาย an adult ที่ตามมาจะเฉลยตัวตน การเรียงข้อมูลแบบนี้จึงเน้นคุณสมบัติด้านความเข้มแข็งก่อน แล้วเก็บตัวตนไว้เฉลยท้ายประโยค ทำให้เกิดการเน้นและอารมณ์ขันเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบเชิงวาทศิลป์เดียวกัน โดยเริ่มจากวลีกว้าง ๆ แล้วตามด้วยส่วนขยายที่เฉลยสิ่งที่กล่าวถึงโดยเฉพาะ

  1. She faced a very awkward duty because she was late.
  2. She faced that most awkward of duties, apologizing to her neighbor.
  3. Apologizing to her neighbor was awkward, but necessary.
ดูคำตอบ

She faced that most awkward of duties, apologizing to her neighbor.

So we have many other options.

6:06

ดังนั้นเราจึงมีตัวเลือกอื่นๆ อีกมากมาย

We won't,

6:08

เราจะไม่

as we once feared,

6:09

อย่างที่เราเคยกลัว

die of loneliness if it doesn't work.

6:10

ตายเพราะความเหงาถ้าหากมันไม่เวิร์ก

We can take our time. สำนวน

6:12

เราค่อยเป็นค่อยไปได้

สำนวน

take our time: ค่อย ๆ ทำโดยไม่รีบร้อน

Take our time เป็นสำนวนที่หมายถึงการดำเนินไปโดยไม่รีบร้อนและใช้เวลาเท่าที่จำเป็น คำว่า our ในที่นี้แสดงว่าผู้พูดกับอีกฝ่ายสามารถกำหนดจังหวะร่วมกันได้ สำนวนนี้มักใช้เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจว่าไม่มีเส้นตายเร่งด่วนหรือแรงกดดัน และไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือครอบครองเวลาอย่างตรงตัว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ดำเนินไปโดยไม่รีบร้อน”: We have all afternoon, so we can ____.

ดูคำตอบ

take our time

We can allow things to emerge.

6:14

เราปล่อยให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นเองได้

We can tolerate ambiguity.

6:16

เราสามารถอดทนต่อความคลุมเครือได้

And with such security in mind, วลี

6:18

และด้วยความรู้สึกปลอดภัยในใจเช่นนี้

we can begin to do that most momentous of things,

6:20

เราก็สามารถเริ่มทำสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นได้

without risking our sanity,

6:24

โดยไม่ต้องเสี่ยงกับสุขภาพจิตของเรา

see if someone we like might,

6:26

นั่นคือดูว่าคนที่เราชอบ

after all, ลำดับความ

6:28

ในท้ายที่สุดแล้ว

want to go out tonight. กริยาวลี

6:29

อาจจะอยากออกไปข้างนอกด้วยกันคืนนี้หรือเปล่า

วลี

with such security in mind: โดยคำนึงถึงความมั่นคงใจนั้น

With such security in mind หมายถึง “โดยถือว่าความรู้สึกมั่นคงนั้นเป็นข้อพิจารณาสำคัญ” โครงสร้าง with + นามวลี + in mind นำเสนอข้อเท็จจริง เป้าหมาย หรือความกังวลเป็นพื้นหลังทางความคิดของสิ่งที่ตามมา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเชื่อมความรู้สึกมั่นคงที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับการตัดสินใจที่เริ่มด้วย we can begin โดยจัดลำดับเหตุผลว่า เริ่มจากตั้งเงื่อนไขที่ทำให้สบายใจ แล้วจึงลงมือทำตามเงื่อนไขนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างตายตัว with ... in mind เพื่อแสดงว่าความปลอดภัยชี้นำการเลือก: ____, we booked a daytime flight.

ดูคำตอบ

With safety in mind

ลำดับความ

after all: การปรับความคาดหมายเดิม

ในที่นี้ after all ช่วยจัดลำดับความคิดโดยบอกว่าผู้พูดกำลังทบทวนข้อสรุปเดิม ความกังวลก่อนหน้านี้ทำให้การไปเดตดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่การวาง after all ไว้ใน might ... want แสดงว่าความเป็นไปได้ในทางบวกนั้นควรนำมาพิจารณาอีกครั้ง ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “หลังจากทุกอย่างจบลง” แต่ใกล้กับความหมายว่า “แม้ก่อนหน้านี้เราจะคิดเช่นนั้น” และพาผู้ฟังจากความสงสัยไปสู่ข้อสรุปที่ปรับใหม่

แบบฝึกหัด

ในประโยค “We assumed Nina was busy, but she might, after all, join us,” คำว่า after all ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่า Nina จะมาร่วมได้ต่อเมื่อเหตุการณ์อื่นทั้งหมดจบลงแล้วเท่านั้น
  2. เป็นการปรับความคาดหมายเดิมและเปิดความเป็นไปได้นั้นขึ้นมาอีกครั้ง
  3. แสดงว่า Nina ตัดสินใจขั้นสุดท้ายแล้ว
ดูคำตอบ

เป็นการปรับความคาดหมายเดิมและเปิดความเป็นไปได้นั้นขึ้นมาอีกครั้ง

กริยาวลี

go out tonight: คำชวนไปเดตหนึ่งครั้งในคืนนี้

ในที่นี้ go out tonight หมายถึงการพบกันเพื่อออกไปเที่ยวแบบโรแมนติกหรือไปเดตในเย็นนั้น ความหมายเชิงโรแมนติกมาจาก someone we like และคำถามว่าคนนั้นอยากไปด้วยกันหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงเพียงการเดินออกจากห้อง คำว่า tonight ชี้ถึงโอกาสหนึ่งครั้งที่เฉพาะเจาะจง ตัวสำนวนเองไม่ได้บอกว่าทั้งสองคนกำลังคบกันหรือมีความสัมพันธ์อยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ใน “Maya asked Leo if he wanted to go out tonight,” ประโยคนี้จำเป็นต้องหมายความว่า Maya กับ Leo เป็นคู่รักกันอยู่แล้ว

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Our online shop has a range of books and gifts

6:32

ร้านค้าออนไลน์ของเรามีหนังสือและของขวัญมากมาย

that address the most important and often neglected areas of life,

6:35

ที่กล่าวถึงเรื่องสำคัญและมักถูกละเลยในชีวิต

such as finding a good enough partner.

6:40

เช่น การหาคู่รักที่ดีพอ

Click now to learn more.

6:42

คลิกตอนนี้เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม