คริสตัลทำงานอย่างไร? - Graham Baird: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
639 คำ 139 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าเหตุใดผลึกจึงเติบโตเป็นรูปทรงเรขาคณิตเฉพาะซ้ำ ๆ โดยใช้กาลีนา ควอตซ์ เพชร แก้ว และหินแกรนิต เชื่อมโยงรูปร่างที่มองเห็นกับการจัดเรียงอะตอมอย่างเป็นระเบียบ พร้อมแสดงผลของอุณหภูมิ ความดัน สภาพเคมี อัตราการเย็นตัว และพื้นที่ต่อการเติบโตของผลึก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Part of the answer lies in — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การเสนอปัจจัยหนึ่งที่ช่วยอธิบายเรื่องนั้นโดยไม่อ้างว่าเป็นคำตอบทั้งหมด สำนวนเชื่อมแบบระมัดระวังนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เป็นขั้น ๆ และพาผู้อ่านจากปรากฏการณ์ที่สังเกตได้ไปสู่สาเหตุพื้นฐานข้อหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ 2. Which shape a particular diamond grows into — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตคำถามซ้อนที่ทั้งอนุประโยคทำหน้าที่เป็นประธานของข้อความ รูปแบบนี้เปลี่ยนคำถามว่า “เติบโตเป็นรูปใด” ให้เป็นหัวข้อ แล้วอธิบายต่อได้ว่าผลลัพธ์นั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขใด 3. is locked in upon cooling. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: เข้าใจว่า locked in บอกว่าการจัดเรียงอะตอมแบบสุ่มถูกตรึงไว้ ส่วน upon ตามด้วยรูป -ing ระบุเวลาที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น จึงใช้บรรยายสภาวะที่คงตัวระหว่างกระบวนการทางกายภาพได้อย่างกระชับและเป็นทางการ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Deep beneath the geysers and hot springs of Yellowstone caldera โน้ต

0:06

ลึกลงไปใต้กีย์เซอร์และน้ำพุร้อนของแอ่งภูเขาไฟเยลโลว์สโตน

วัฒนธรรม

Yellowstone caldera: แอ่งยุบภูเขาไฟขนาดใหญ่

Yellowstone caldera เป็นชื่อของแอ่งยุบภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่เยลโลว์สโตน ในวลีนี้ Yellowstone ระบุโครงสร้างทางธรณีวิทยาแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงอุทยานแห่งชาติเพียงอย่างเดียว แคลดีราเกิดขึ้นเมื่อพื้นดินเหนือระบบแมกมายุบตัวลง ซึ่งมักเกิดหลังจากการปะทุครั้งใหญ่พาแมกมาปริมาณมากออกไป ความรู้พื้นฐานนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมพื้นที่ดังกล่าวจึงถูกกล่าวถึงร่วมกับแมกมา ไกเซอร์ และน้ำพุร้อน

แบบฝึกหัด

caldera ใน Yellowstone caldera หมายถึงอะไร

  1. แอ่งยุบภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่เกิดจากการยุบตัว
  2. น้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้นตามเวลาสม่ำเสมอ
  3. หุบเขาทั่วไปในอุทยานแห่งชาติ
ดูคำตอบ

แอ่งยุบภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่เกิดจากการยุบตัว

lies a magma chamber produced by a hotspot in the Earth's mantle. การใช้คำ

0:11

คือกระเปาะแมกมาที่เกิดจากจุดร้อนในชั้นเนื้อโลก

ไวยากรณ์

Deep beneath ... lies ...: การกลับลำดับเมื่อวางสถานที่ไว้ต้นประโยค

วลีเปิด Deep beneath the geysers and hot springs of Yellowstone caldera เป็นส่วนบอกสถานที่ที่ถูกย้ายมาไว้ข้างหน้า ถัดมาคือกริยา lies และประธานที่แท้จริง a magma chamber อยู่หลังคำกริยา หากเรียงแบบปกติ อนุประโยคจะขึ้นต้นว่า A magma chamber lies deep beneath ... รูปแบบ สถานที่ + กริยาบอกตำแหน่ง + ประธาน จะสร้างฉากก่อน แล้วจึงแนะนำสิ่งที่อยู่ตรงนั้น รูปแบบนี้พบได้บ่อยในคำบรรยายที่เป็นทางการและงานเขียนวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

วลีใดเป็นประธานตามหลักไวยากรณ์ของ lies ในตัวอย่างนี้

  1. the geysers and hot springs
  2. Yellowstone caldera
  3. a magma chamber
ดูคำตอบ

a magma chamber

การใช้คำ

hotspot in the Earth's mantle: ความหมายทางธรณีวิทยาของ hotspot

ในบริบทธรณีวิทยานี้ hotspot หมายถึงบริเวณเฉพาะที่สสารในชั้นเนื้อโลกซึ่งร้อนผิดปกติเคลื่อนตัวขึ้น และอาจช่วยให้เกิดแมกมา วลี hotspot in the Earth's mantle ระบุแหล่งที่ทำให้เกิดห้องแมกมา คำใกล้เคียงอย่าง magma chamber และ mantle ทำให้ hotspot มีความหมายเชิงวิทยาศาสตร์นี้ ที่นี่ไม่ได้หมายถึงความนิยม หรือจุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ hotspot หมายถึงอะไร

  1. สถานที่ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว
  2. อุปกรณ์ที่ให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สาย
  3. บริเวณเฉพาะที่มีสสารในชั้นเนื้อโลกร้อนผิดปกติและสามารถทำให้เกิดแมกมาได้
ดูคำตอบ

บริเวณเฉพาะที่มีสสารในชั้นเนื้อโลกร้อนผิดปกติและสามารถทำให้เกิดแมกมาได้

As the magma moves towards the Earth's surface, ไวยากรณ์

0:16

เมื่อแมกมาเคลื่อนที่ขึ้นสู่พื้นผิวโลก

it crystallizes to form young, hot, igneous rocks. วลี

0:19

มันจะตกผลึกจนก่อตัวเป็นหินอัคนีที่เพิ่งเกิดใหม่และมีความร้อนสูง

ไวยากรณ์

As the magma moves...: as ที่หมายถึง “ขณะที่สองกระบวนการดำเนินไปพร้อมกัน”

ในที่นี้ As ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคบอกเวลา As the magma moves towards the Earth's surface เป็นพื้นหลังด้านเวลาให้ประโยคหลัก it crystallizes to form young, hot, igneous rocks การเคลื่อนที่และการตกผลึกดำเนินไปในช่วงเวลาเดียวกัน ดังนั้น as จึงหมายถึง “ในขณะที่” หรือ “เมื่อกระบวนการนี้ดำเนินต่อไป” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย As ไม่สามารถอยู่ลำพังได้ในประโยคนี้ บริบทแสดงความสัมพันธ์ด้านเวลาและการดำเนินไปพร้อมกัน ไม่ได้ระบุเหตุอย่างชัดเจน การเปลี่ยน As เป็น Because จะทำให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

As ในประโยคเดิมแสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. การเคลื่อนที่และการตกผลึกดำเนินไปในกระบวนการเดียวกัน
  2. ประโยคระบุว่าการเคลื่อนที่เป็นสาเหตุโดยตรงของการตกผลึก
  3. ประโยคเปรียบต่างการเคลื่อนที่กับการตกผลึก
ดูคำตอบ

การเคลื่อนที่และการตกผลึกดำเนินไปในกระบวนการเดียวกัน

วลี

crystallizes to form: infinitive ที่แสดงผลลัพธ์

ใน crystallizes to form คำว่า crystallizes บอกการเปลี่ยนแปลง ส่วน to form นำเข้าสู่สิ่งที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงนั้น คือหินอัคนีใหม่ที่ร้อน แม้ to + verb จะใช้บอกจุดประสงค์ได้ แต่ในที่นี้บอกผลลัพธ์ แมกมาไม่มีเจตนา มันตกผลึก และหินเกิดขึ้นเป็นผลจากกระบวนการนั้น

แบบฝึกหัด

to form ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าแมกมาตั้งใจจะทำอะไร
  2. บอกเหตุผลที่ต้องหยุดการตกผลึก
  3. บอกผลลัพธ์ของกระบวนการตกผลึก
ดูคำตอบ

บอกผลลัพธ์ของกระบวนการตกผลึก

The heat from these rocks drives groundwater towards the surface. วลี

0:23

ความร้อนจากหินเหล่านี้จะดันน้ำบาดาลให้พุ่งขึ้นสู่ผิวดิน

วลี

drives groundwater towards the surface: drive ในความหมายของแรงที่ก่อให้เกิดผล

ในที่นี้ drives หมายถึง “ทำให้หรือบังคับให้บางสิ่งเคลื่อนที่” ไม่ได้หมายถึง “ขับยานพาหนะ” The heat คือสาเหตุ groundwater คือสิ่งที่ถูกทำให้เคลื่อนที่ และ towards the surface บอกทิศทาง โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ drive + กรรม + ทิศทาง ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ drive ยังหมายถึง “เป็นแรงหรือสาเหตุที่ทำให้กระบวนการหนึ่งเกิดขึ้น” ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ drive ในความหมายเชิงเหตุและผลเหมือนตัวอย่าง?

  1. The hikers drive to camp at sunrise.
  2. Maya drives the bus through the city.
  3. Air pressure drives the water through the pipe.
ดูคำตอบ

Air pressure drives the water through the pipe.

As the water cools,

0:27

เมื่อน้ำเย็นตัวลง

ions precipitate out as mineral crystals, การใช้คำ

0:29

ไอออนจะตกตะกอนออกมาเป็นผลึกแร่

การใช้คำ

precipitate out as mineral crystals: แยกออกจากสารละลายและก่อตัวเป็นผลึก

ในบริบททางวิทยาศาสตร์ precipitate out หมายถึงสารที่ละลายอยู่แยกออกจากสารละลายแล้วกลายเป็นของแข็ง สารนั้นไม่ได้หายไป แต่แยกตัวออกจากของเหลว ในที่นี้ as mineral crystals บอกว่าของแข็งที่เกิดขึ้นอยู่ในรูปผลึกแร่ ไอออนแยกออกจากน้ำที่กำลังเย็นลงและก่อตัวเป็นผลึกแร่ ไม่ได้หมายถึงทำให้น้ำตกลงมาเป็นฝน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ ions precipitate out as mineral crystals หมายความว่าอย่างไร?

  1. ไอออนแยกออกจากสารละลายและก่อตัวเป็นผลึกแร่ที่เป็นของแข็ง
  2. ไอออนทำให้น้ำตกลงมาเป็นฝน
  3. ไอออนหายไปโดยที่น้ำไม่เปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ

ไอออนแยกออกจากสารละลายและก่อตัวเป็นผลึกแร่ที่เป็นของแข็ง

including quartz crystals from silicon and oxygen.

0:32

รวมถึงผลึกควอตซ์ที่เกิดจากซิลิกอนและออกซิเจน

Feldspar from potassium, aluminum, silicon, and oxygen.

0:36

เฟลด์สปาร์จากโพแทสเซียม อะลูมิเนียม ซิลิกอน และออกซิเจน

Galena from lead and sulfur.

0:42

กาลีนาจากตะกั่วและกำมะถัน

Many of these crystals have signature shapes. วลี

0:45

ผลึกเหล่านี้หลายชนิดมีรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์

วลี

have signature shapes: มีรูปร่างโดดเด่นและสังเกตได้ง่าย

ใน signature shapes คำว่า signature ขยายคำว่า shapes และหมายถึง “โดดเด่นและเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับผลึกชนิดหนึ่ง” ดังนั้นรูปร่างจึงช่วยบอกชนิดของผลึกได้ โครงสร้าง signature + คำนาม ไม่ได้หมายถึงลายเซ็นที่เขียนด้วยมือ คำอย่าง signature style, signature dish, signature sound หรือ signature feature หมายถึงสิ่งที่สังเกตได้ง่ายและเป็นตัวแทนของคน สถานที่ แบรนด์ หรือประเภทหนึ่ง

แบบฝึกหัด

signature ใน signature shapes หมายความว่าอย่างไร?

  1. โดดเด่นและสังเกตได้ง่าย
  2. ชื่อของบุคคลที่เขียนด้วยมือ
  3. ธรรมดาและมีแนวโน้มจะเปลี่ยน
ดูคำตอบ

โดดเด่นและสังเกตได้ง่าย

Take this cascade of pointed quartz, ลำดับความ

0:47

อย่างเช่นผลึกควอตซ์ปลายแหลมที่เรียงซ้อนกันนี้

or this pile of galena cubes.

0:50

หรือผลึกกาลีนาทรงลูกบาศก์กองนี้

ลำดับความ

Take this ..., or this ... เพื่อยกตัวอย่าง

เมื่ออยู่ต้นคำอธิบาย Take this ... หมายถึง “ลองพิจารณาตัวอย่างนี้” หรือ “ลองดูตัวอย่างนี้” สำนวนนี้ดึงความสนใจของผู้ฟังไปที่ควอตซ์ปลายแหลม แล้วใช้ or เพิ่มตัวอย่างที่สองคือผลึกกาลีนาทรงลูกบาศก์ ในที่นี้ take ทำหน้าที่จัดลำดับข้อมูล ไม่ได้บอกให้เคลื่อนย้ายสิ่งของ รูปแบบเดียวกันนี้ช่วยเปลี่ยนแนวคิดทั่วไปให้เป็นกรณีที่เป็นรูปธรรมหนึ่งกรณีหรือหลายกรณี

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่างนี้ Take this ..., or this ... ขอให้ผู้ฟังทำอะไร

  1. พิจารณาตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงสองอย่าง
  2. นำตัวอย่างแร่สองชิ้นออกไป
  3. เลือกซื้อแร่หนึ่งชนิด
ดูคำตอบ

พิจารณาตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงสองอย่าง

But what causes them to grow into these shapes again and again? โน้ต

0:52

แต่สิ่งใดกันที่ทำให้พวกมันเติบโตเป็นรูปทรงเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า?

ไวยากรณ์

causes them to grow into: cause + กรรม + to-infinitive

ใน causes them to grow into คำว่า them เป็นกรรมของ causes ส่วน to grow เป็น to-infinitive ที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับกรรมนั้น รูปแบบคือ cause + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบางสิ่งทำให้คนหรือสิ่งของทำบางอย่าง Grow into เพิ่มผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย ในที่นี้ผลึกค่อย ๆ เติบโตจนมีรูปร่างเหล่านี้ ต้องคง to ไว้หลัง cause โดยใช้ causes them to grow ไม่ใช่ causes them grow

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง causes, the metal และ to expand ให้ถูกต้อง: Heat ____.

ดูคำตอบ

causes the metal to expand

วลี

again and again: การเกิดซ้ำหลายครั้ง

again and again เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัว หมายถึง “ซ้ำ ๆ” หรือ “หลายครั้ง” วลีนี้ทำให้เหตุการณ์ที่เกิดซ้ำดูเป็นแบบแผน ไม่ใช่แค่เกิดเพิ่มอีกหนึ่งครั้ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยาย grow into these shapes คำถามกำลังถามว่าทำไมรูปร่างชนิดเดิมจึงเกิดขึ้นซ้ำ ๆ การเกิดซ้ำจึงชี้ว่ามีสาเหตุที่เป็นระบบ ไม่ใช่ความบังเอิญเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่สร้างจากการใช้ again ซ้ำ: The same warning appeared ____.

ดูคำตอบ

again and again

Part of the answer lies in their atoms. ลำดับความ

0:57

ส่วนหนึ่งของคำตอบอยู่ที่อะตอมของมัน

ลำดับความ

Part of the answer lies in ...: การเสนอหนึ่งปัจจัย

Part of the answer จำกัดขอบเขตของคำกล่าว โดยบอกว่าผู้พูดกำลังจะเสนอปัจจัยหนึ่ง ไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด lies in หมายถึง “อยู่ที่” หรือ “อธิบายได้ด้วย” เมื่อรวมเป็น Part of the answer lies in ... โครงสร้างนี้จะเชื่อมคำถามก่อนหน้าไปยังปัจจัยที่ตามหลัง in ในประโยคนี้ their atoms จึงกลายเป็นประเด็นถัดไป lies ในรูปแบบนี้ไม่ได้หมายถึง “โกหก”

แบบฝึกหัด

โครงสร้างใน “Part of the answer lies in the soil” สื่อว่าอย่างไร?

  1. ดินเป็นคำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้
  2. ดินกำลังกล่าวข้อความเท็จ
  3. ดินเป็นปัจจัยหนึ่ง และอาจมีปัจจัยอื่นด้วย
ดูคำตอบ

ดินเป็นปัจจัยหนึ่ง และอาจมีปัจจัยอื่นด้วย

Every crystal's atoms are arranged in a highly organized repeating pattern. วลี

1:00

อะตอมของผลึกทุกชนิดจะเรียงตัวกันเป็นรูปแบบซ้ำๆ ที่เป็นระเบียบอย่างมาก

วลี

are arranged in a ... pattern: เรียงตัวตามรูปแบบหนึ่ง

โครงสร้าง be arranged in a pattern ใช้บอกว่าสิ่งต่าง ๆ ถูกจัดวางอย่างไร กล่าวคือเป็นไปตามลำดับหรือแบบแผนหนึ่ง ในประโยคนี้ are arranged เน้นสภาพโครงสร้างของอะตอม ไม่ได้สื่อว่ามีคนมาจัดเรียงอะตอมเหล่านั้น highly organized และ repeating ต่างก็ขยายคำว่า pattern เมื่อรวมกันจึงหมายความว่าการเรียงตัวของอะตอมมีระเบียบและเกิดซ้ำไปเรื่อย ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “เรียงตามรูปแบบซ้ำ”: In this fabric, the dots ____ a repeating pattern.

ดูคำตอบ

are arranged in

This pattern is the defining feature of a crystal วลี

1:05

รูปแบบนี้คือลักษณะเฉพาะที่กำหนดความเป็นผลึก

วลี

the defining feature: ลักษณะที่ใช้กำหนดว่าสิ่งหนึ่งคืออะไร

defining feature หมายถึงลักษณะที่ช่วยกำหนดว่าสิ่งหนึ่งคืออะไรหรืออยู่ในประเภทใด defining มีความหมายที่หนักแน่นและเฉพาะเจาะจงกว่าการบอกเพียงว่าสำคัญหรือสังเกตเห็นได้ง่าย ในที่นี้ รูปแบบอะตอมที่เกิดซ้ำถูกนำเสนอว่าเป็นลักษณะที่ใช้ระบุว่าผลึกเป็นผลึก คำนำหน้านาม the ชี้ไปยังลักษณะเฉพาะที่ถือว่าเป็นเกณฑ์ตัดสินในคำอธิบายนี้

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ the defining feature มากที่สุด

  1. คุณสมบัติที่คงอยู่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ
  2. รายละเอียดที่เพิ่มเข้ามาเพื่อตกแต่งเท่านั้น
  3. ลักษณะที่ช่วยกำหนดว่าสิ่งหนึ่งคืออะไร
ดูคำตอบ

ลักษณะที่ช่วยกำหนดว่าสิ่งหนึ่งคืออะไร

and isn't restricted to minerals. วลี

1:08

และไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแร่ธาตุเท่านั้น

วลี

isn't restricted to minerals: ปฏิเสธขอบเขตที่แคบเกินไป

Be restricted to หมายถึง “ถูกจำกัดอยู่ใน” กลุ่มหรือขอบเขตใดขอบเขตหนึ่ง เมื่อเติมคำปฏิเสธ isn't แล้ว isn't restricted to minerals จึงหมายความว่ารูปแบบนี้พบได้นอกเหนือจากแร่ธาตุด้วย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแก้ความเข้าใจที่จำกัดขอบเขตแคบเกินไป กล่าวคือ แร่ธาตุรวมอยู่ด้วย แต่ไม่ใช่วัสดุเพียงชนิดเดียวที่มีรูปแบบซึ่งกำหนดลักษณะของผลึกนี้ สามารถใช้ not be restricted to เมื่อสิ่งหนึ่งใช้ได้กว้างกว่าหมวดหมู่ที่ระบุไว้

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนที่เน้นไว้เติมประโยคใหม่ให้สมบูรณ์: The museum program ____ school groups.

ดูคำตอบ

isn't restricted to

Sand, ice, sugar, chocolate, ceramics, metals, DNA,

1:10

ทราย น้ำแข็ง น้ำตาล ช็อกโกแลต เซรามิก โลหะ ดีเอ็นเอ

and even some liquids have crystalline structures. ลำดับความ

1:15

หรือแม้แต่ของเหลวบางชนิดก็มีโครงสร้างผลึก

ลำดับความ

and even some liquids: เน้นรายการสุดท้ายที่น่าประหลาดใจ

Even ทำให้ some liquids เป็นส่วนเพิ่มเติมที่น่าประหลาดใจที่สุดในรายการ And เชื่อมรายการสุดท้าย ส่วน even บอกว่าตัวอย่างนี้เกินกว่าสิ่งที่ผู้ฟังมักคาดไว้ หากไม่มี even ประโยคยังคงบอกข้อเท็จจริงว่าของเหลวมีโครงสร้างแบบผลึกได้ แต่จะเสียการเน้นความหมายว่า “น่าประหลาดใจที่ของเหลวก็มีด้วย” ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ even มักใช้ดึงความสนใจไปยังตัวอย่างที่ขัดกับความคาดหมาย ไม่ได้เปลี่ยนว่าข้อความนั้นเป็นจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

even บอกอะไรแก่ผู้อ่านในประโยคนี้?

  1. ควรตัดของเหลวบางชนิดออกจากรายการ
  2. ของเหลวบางชนิดเป็นสิ่งเดียวที่มีโครงสร้างแบบผลึก
  3. ของเหลวบางชนิดเป็นตัวอย่างที่น่าประหลาดใจกว่ารายการก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ของเหลวบางชนิดเป็นตัวอย่างที่น่าประหลาดใจกว่ารายการก่อนหน้า

Each crystalline material's atomic arrangement falls into one of six different families. การใช้คำ

1:19

การจัดเรียงอะตอมของวัสดุผลึกแต่ละชนิดจัดอยู่ในหนึ่งในหกกลุ่มระบบผลึกที่แตกต่างกัน

การใช้คำ

falls into one of six different families: จัดอยู่ในหนึ่งในหกตระกูล

falls into one of six different families หมายถึง “อยู่ในหนึ่งในหกกลุ่มของระบบการจำแนก” ในที่นี้ family เป็นคำทางเทคนิคในการจำแนก หมายถึงกลุ่มที่สมาชิกมีลักษณะเชิงโครงสร้างร่วมกัน ไม่ได้หมายถึงครอบครัวของญาติ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ fall into one of + จำนวน + คำนามชื่อกลุ่มรูปพหูพจน์ กริยาต้องสอดคล้องกับประธาน โดย atomic arrangement เป็นเอกพจน์ จึงใช้ falls

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present simple ของ fall into one of: In this system, each report ____ three categories.

ดูคำตอบ

falls into one of

Cubic, tetragonal, orthorhombic,

1:25

ระบบลูกบาศก์ ระบบเตตระโกนัล ระบบออร์โทรอมบิก

monoclinic, triclinic, and hexagonal.

1:29

ระบบโมโนคลินิก ระบบไตรคลินิก และระบบเฮกซะโกนัล

Given the appropriate conditions, ไวยากรณ์

1:32

เมื่ออยู่ในสภาวะที่เหมาะสม

crystals will grow into geometric shapes วลี

1:34

ผลึกจะเติบโตเป็นรูปทรงเรขาคณิต

ไวยากรณ์

Given the appropriate conditions: เมื่อมีสภาวะที่เหมาะสม

Given the appropriate conditions หมายถึง “ถ้าสภาวะเหมาะสม” หรือ “เมื่อมีสภาวะที่เหมาะสม” วลีเปิดประโยคทั้งวลีทำหน้าที่กำหนดเงื่อนไขของผลในประโยคหลัก given ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงมีคนมอบสภาวะเหล่านั้นให้ผู้อื่น โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Given + นามวลี, ประโยคหลัก ซึ่งเป็นทางเลือกที่กระชับแทนอนุประโยคเงื่อนไขที่ใช้ if

แบบฝึกหัด

ใช้ Given และคำว่า clear instructions เพื่อเติมเงื่อนไขให้สมบูรณ์: ____, anyone can assemble the shelf.

ดูคำตอบ

Given clear instructions

วลี

grow into geometric shapes: เติบโตจนเกิดเป็นผลลัพธ์หนึ่ง

ในที่นี้ grow into หมายถึง “ค่อย ๆ เติบโตหรือพัฒนาจนเกิดเป็นผลลัพธ์อย่างหนึ่ง” ส่วน geometric shapes คือรูปทรงสุดท้ายที่ผลึกก่อตัวขึ้น ในโครงสร้าง grow into + คำนาม คำว่า into บอกสภาพหรือรูปทรงที่เป็นผลลัพธ์ ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ โครงสร้างนี้ใช้ได้ทั้งกับการเติบโตทางกายภาพและการพัฒนาในระยะยาว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ grow into: Over several years, the small club ____ a national organization.

ดูคำตอบ

grew into

that reflect the arrangement of their atoms. การใช้คำ

1:36

ซึ่งสะท้อนถึงการจัดเรียงตัวของอะตอมในนั้น

การใช้คำ

reflect the arrangement of their atoms: แสดงโครงสร้างที่อยู่เบื้องหลัง

ในที่นี้ reflect หมายถึง “แสดงหรือเผยให้เห็น” รูปทรงที่มองเห็นได้ของผลึกให้ข้อมูลว่าอะตอมจัดเรียงตัวกันอย่างไร เมื่อ reflect มีกรรมเป็นคำนามนามธรรม เช่น arrangement, change หรือ condition คำนี้มักเชื่อมโยงผลที่สังเกตได้กับสาเหตุหรือโครงสร้างที่อยู่เบื้องหลัง ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงแสงสะท้อนกลับ

แบบฝึกหัด

reflects หมายถึงอะไรในประโยคนี้? The exterior pattern reflects the material's internal structure.

  1. มันซ่อนโครงสร้างภายในไว้อย่างสมบูรณ์
  2. มันแสดงข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับโครงสร้างภายใน
  3. มันสะท้อนแสงกลับจากวัสดุ
ดูคำตอบ

มันแสดงข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับโครงสร้างภายใน

Take galena,

1:39

ยกตัวอย่างเช่น กาลีนา

which has a cubic structure composed of lead and sulfur atoms. วลี

1:40

ซึ่งมีโครงสร้างแบบลูกบาศก์ ประกอบด้วยอะตอมตะกั่วและกำมะถัน

วลี

composed of lead and sulfur atoms: ประกอบด้วยอะตอมของตะกั่วและกำมะถัน

composed of lead and sulfur atoms ขยาย cubic structure และบอกว่าโครงสร้างนั้นประกอบด้วยอะไร วลีนี้เป็นรูปย่อของอนุประโยคขยายคำนาม: a cubic structure that is composed of lead and sulfur atoms โครงสร้าง be composed of + ส่วนประกอบ ซึ่งนำไปใช้ต่อได้ หมายถึง “ประกอบด้วย” ในที่นี้ composed มาจาก compose ในความหมายว่า “ก่อเป็นหรือประกอบขึ้น” ไม่ได้หมายถึง “สงบนิ่ง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be composed of: The committee is ____ teachers, parents, and students.

ดูคำตอบ

composed of

The relatively large lead atoms are arranged in a three-dimensional grid วลี

1:44

อะตอมตะกั่วที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่จะเรียงตัวอยู่ในโครงข่ายสามมิติ

วลี

arranged in a three-dimensional grid: เรียงตัวในโครงข่ายสามมิติ

are arranged in a three-dimensional grid อธิบายรูปแบบการเรียงตัวเชิงพื้นที่ของอะตอม are arranged เป็นโครงสร้างกรรมวาจก โดยเน้นสภาพการเรียงตัวที่เกิดขึ้น ไม่ได้เน้นว่าใครหรืออะไรเป็นผู้จัดเรียงอะตอม โครงสร้าง be arranged in + รูปแบบ ลำดับ หรือโครงสร้าง ซึ่งนำไปใช้ต่อได้ ใช้บอกว่าสิ่งต่าง ๆ วางตัวอย่างไร ในที่นี้ three-dimensional หมายความว่าโครงข่ายแผ่ไปในพื้นที่ ดังนั้น grid ไม่ได้หมายถึงเพียงตารางแบน ๆ หรือชุดช่องสี่เหลี่ยมแบบสองมิติเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายอย่างเป็นธรรมชาติว่าไฟต่าง ๆ เรียงตัวเป็นรูปวงกลม

  1. The lights are arranged on a circle.
  2. The lights arrange in a circle.
  3. The lights are arranged in a circle.
ดูคำตอบ

The lights are arranged in a circle.

90 degrees from one another. วลี

1:48

ทำมุม 90 องศาต่อกัน

วลี

90 degrees from one another: มุมเชิงสัมพันธ์

วลีนี้บอกว่าวัตถุหรือทิศทางต่าง ๆ ทำมุมกัน 90 องศา หรืออยู่ในแนวตั้งฉากกัน โดยมักตามหลัง be หรือคำกริยาที่บอกตำแหน่ง from one another ใช้บอกทิศทางของวัตถุแต่ละชิ้นเมื่อเทียบกับชิ้นอื่น ๆ ในที่นี้ from ไม่ได้หมายถึงจุดเริ่มต้นหรือการเคลื่อนที่มาจากที่ใด

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่บอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าทิศทางของแผ่นสองแผ่นทำมุมกัน 90 องศา

  1. The two panels came from one another at 90 degrees.
  2. The two panels are positioned 90 meters from one another.
  3. The two panels are positioned 90 degrees from one another.
ดูคำตอบ

The two panels are positioned 90 degrees from one another.

While the relatively small sulfur atoms fit neatly between them. วลี

1:50

ในขณะที่อะตอมกำมะถันซึ่งมีขนาดเล็กกว่าจะแทรกตัวอยู่ตรงกลางอย่างเป็นระเบียบ

วลี

fit neatly between them: พอดีกับช่องว่างระหว่างสิ่งต่าง ๆ

ในที่นี้ fit หมายถึง “มีขนาดหรือรูปทรงพอดีกับพื้นที่” ไม่ได้ใช้เพียงกับเสื้อผ้าที่พอดีตัวเท่านั้น อะตอมกำมะถันที่เล็กกว่าสามารถอยู่ในช่องว่างระหว่างอะตอมตะกั่วที่ใหญ่กว่าได้ neatly เพิ่มความหมายว่าการจัดเรียงนั้นเป็นระเบียบและแนบพอดี between them ระบุตำแหน่งของอะตอมกำมะถันว่าอยู่ในช่องว่างระหว่างอะตอมตะกั่วเหล่านั้น และ them หมายถึงอะตอมตะกั่ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ fit neatly between: The narrow cabinet ____ the desk and the wall.

ดูคำตอบ

fits neatly between

As the crystal grows,

1:55

ขณะที่ผลึกเติบโตขึ้น

locations like these attract sulfur atoms,

1:57

ตำแหน่งเหล่านี้จะดึงดูดอะตอมกำมะถัน

while lead will tend to bond to these places. วลี

2:00

ในขณะที่ตะกั่วจะมีแนวโน้มสร้างพันธะในตำแหน่งเหล่านี้เช่นกัน

วลี

tend to bond to: บอกแนวโน้มในการเกิดพันธะ

ใน tend to bond to โครงสร้าง tend to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกแบบแผนที่มักเกิดขึ้นหรือแนวโน้มที่คาดไว้ ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นทุกครั้ง ในประโยคนี้หมายความว่าอะตอมตะกั่วมักสร้างพันธะเคมีกับตำแหน่งเหล่านี้ will แสดงการคาดการณ์ แต่ tend to จำกัดระดับความแน่นอนของการคาดการณ์นั้น: will tend to หมายถึงคาดว่าจะเกิดขึ้นเป็นแบบแผนทั่วไป ไม่ใช่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หลัง bond to จะตามด้วยตำแหน่งหรืออนุภาคที่ตะกั่วเชื่อมต่อด้วยทางเคมี

แบบฝึกหัด

เติมประโยควิทยาศาสตร์ด้วยวลีเป้าหมายเพื่อบอกแบบแผนการเกิดพันธะที่มักเกิดขึ้นแต่ไม่แน่นอน: Under these conditions, the particles ____ the metal surface.

ดูคำตอบ

tend to bond to

Eventually, they will complete the grid of bonded atoms. วลี

2:03

ท้ายที่สุดแล้ว พวกมันจะเติมเต็มโครงข่ายของอะตอมที่สร้างพันธะจนสมบูรณ์

วลี

complete the grid of bonded atoms: ทำให้โครงสร้างสมบูรณ์

ใน complete the grid คำว่า complete เป็นสกรรมกริยา หมายถึงทำให้โครงข่ายครบสมบูรณ์ด้วยการเติมส่วนที่ยังขาดอยู่ คำนี้บอกผลลัพธ์ของกระบวนการ ไม่ได้หมายถึงแค่ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จ วลี of bonded atoms บอกว่าโครงข่ายประกอบด้วยอะไร bonded เป็นรูป past participle ที่ทำหน้าที่เหมือนคำคุณศัพท์ หมายความว่าอะตอมเชื่อมกันด้วยพันธะเคมี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ complete ในความหมายว่า “ทำให้โครงสร้างสมบูรณ์”

  1. The final panel is complete the frame.
  2. The final panel completes with the frame.
  3. The final panel completes the frame.
ดูคำตอบ

The final panel completes the frame.

This means the 90 degree grid pattern of galena's crystalline structure ลำดับความ

2:07

นี่หมายความว่ารูปแบบโครงข่าย 90 องศาของโครงสร้างผลึกกาลีนา

is reflected in the visible shape of the crystal. วลี

2:11

จะสะท้อนให้เห็นเป็นรูปทรงของผลึกที่เรามองเห็นได้

ลำดับความ

This means: สรุปผลจากข้อมูลก่อนหน้า

ในที่นี้ This ย้อนอ้างถึงการจัดเรียงอะตอมเป็นมุม 90 องศาที่อธิบายไว้ก่อนหน้า ส่วน means ใช้นำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นผลหรือข้อสรุปจากข้อมูลนั้น ในบทอธิบาย This means จะพาผู้อ่านจากข้อเท็จจริง กระบวนการ หรือหลักฐาน ไปสู่ข้อสรุปที่ได้จากสิ่งนั้น จึงควรเชื่อมแนวคิดถัดไปกับข้อมูลก่อนหน้า ไม่ใช่มองว่าเป็นหัวข้อใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำบอกผลลัพธ์สองคำที่เรียนในข้อนี้: The last bus has gone. ____ we have to walk home.

ดูคำตอบ

This means

วลี

is reflected in the visible shape: คุณลักษณะภายในปรากฏในรูปร่างภายนอก

ในประโยคนี้ is reflected in the visible shape หมายความว่ารูปแบบตาราง 90 องศาภายในผลึกสามารถมองเห็นได้จากรูปร่างภายนอก รูปแบบตารางคือคุณลักษณะที่ถูกแสดงออกมา ส่วนรูปร่างที่มองเห็นได้คือจุดที่ผลของคุณลักษณะนั้นปรากฏ นี่เป็นความหมายเชิงนามธรรมของ be reflected in คือคุณลักษณะ สาเหตุ หรือสภาพหนึ่งปรากฏให้สังเกตได้ในผลลัพธ์บางอย่าง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการสะท้อนของแสงหรือกระจก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ be reflected in: The team's priorities ____ its budget.

ดูคำตอบ

are reflected in

Quartz, meanwhile, has a hexagonal crystalline structure. ลำดับความ

2:14

ในทางกลับกัน ควอตซ์มีโครงสร้างผลึกแบบเฮกซะโกนัล

ลำดับความ

Quartz, meanwhile: การเปลี่ยนไปยังสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ

ในประโยคนี้ meanwhile เปลี่ยนจุดสนใจจากแร่ที่กล่าวถึงก่อนหน้าไปยังควอตซ์ และนำทั้งสองอย่างมาเปรียบเทียบกัน ความหมายใกล้กับ “ส่วนควอตซ์นั้น” มากกว่า “ในเวลาเดียวกัน” เมื่อ meanwhile แทรกอยู่หลังประธาน Quartz และคั่นด้วยจุลภาค คำนี้บอกว่าข้อมูลที่สอดคล้องกันของสิ่งที่สองกำลังจะตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ meanwhile เพื่อเปลี่ยนไปกล่าวถึงสิ่งที่สองในการเปรียบเทียบ ไม่ใช่เพื่อบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน

  1. The standard room faces the street. The deluxe room, meanwhile, overlooks the garden.
  2. The standard room overlooks the garden because the deluxe room faces the street.
  3. I cooked dinner. Meanwhile, my brother set the table.
ดูคำตอบ

The standard room faces the street. The deluxe room, meanwhile, overlooks the garden.

This means that on one plane, การใช้คำ

2:17

นั่นหมายความว่าบนระนาบหนึ่ง

its atoms are arranged in hexagons.

2:19

อะตอมของมันจะเรียงตัวเป็นรูปหกเหลี่ยม

การใช้คำ

on one plane: plane ในความหมายว่าระนาบเรขาคณิต

ในที่นี้ on one plane หมายถึง “บนพื้นผิวแบนสองมิติเพียงระนาบเดียว” วลีนี้จำกัดขอบเขตของคำอธิบายไว้ที่การจัดเรียงซึ่งมองเห็นในชั้นทางเรขาคณิตนั้น เนื่องจากประโยคกล่าวถึงอะตอมและรูปหกเหลี่ยม plane จึงเป็นศัพท์เรขาคณิตที่หมายถึง “ระนาบ” ไม่ใช่เครื่องบิน จากนั้นจึงสามารถเปรียบเทียบมุมมองสองมิตินี้กับโครงสร้างสามมิติทั้งหมดได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The four points all lie on one plane,” คำว่า plane หมายถึงอะไร

  1. วัตถุทรงตันสามมิติ
  2. พื้นผิวแบนสองมิติ
  3. เครื่องบิน
ดูคำตอบ

พื้นผิวแบนสองมิติ

In three dimensions, การใช้คำ

2:22

ในรูปแบบสามมิติ

these hexagons are composed of many interlocking pyramids

2:23

รูปหกเหลี่ยมเหล่านี้ประกอบด้วยพีระมิดที่เชื่อมต่อกันจำนวนมาก

การใช้คำ

In three dimensions: กำหนดกรอบพื้นที่สามมิติ

เมื่ออยู่ต้นประโยค In three dimensions จะกำหนดกรอบเชิงพื้นที่ให้กับคำอธิบายที่ตามมา วลีนี้บอกให้เรานึกภาพโครงสร้างที่มีความยาว ความกว้าง และความสูง ไม่ใช่ลวดลายแบนราบ ในที่นี้ dimensions หมายถึงทิศทางต่าง ๆ ที่เป็นอิสระต่อกันในพื้นที่ ไม่ได้หมายถึงค่าตัวเลขที่ใช้วัดขนาดของวัตถุ

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “มีความยาว ความกว้าง และความสูง”: The scan shows the object ____.

ดูคำตอบ

in three dimensions

made up of one silicon atom and four oxygen atoms. วลี

2:27

ซึ่งเกิดจากอะตอมซิลิกอนหนึ่งตัวและอะตอมออกซิเจนสี่ตัว

วลี

made up of: แจกแจงส่วนประกอบของสิ่งทั้งหมด

Made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” ตรงนี้เป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยายคำว่า pyramids โดย pyramids made up of atoms มีความหมายเท่ากับ pyramids that are made up of atoms เมื่อต้องการใช้รูปเต็ม ให้วางสิ่งทั้งหมดไว้หน้า be made up of และวางส่วนประกอบไว้หลัง of: The system is made up of several parts. คำว่า of จำเป็นในโครงสร้างนี้ หากไม่มี of คำว่า made-up อาจใช้บอกว่าสิ่งนั้นถูกแต่งขึ้น แต่ made up of ไม่ได้มีความหมายนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่บอกว่าสิ่งทั้งหมดประกอบด้วยหลายส่วน: A byte is ____ eight bits.

ดูคำตอบ

made up of

So the signature shape of a quartz crystal

2:31

ดังนั้นรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของผลึกควอตซ์

is a six-sided column with pointed tips. การใช้คำ

2:34

จึงเป็นแท่งหกเหลี่ยมที่มีปลายแหลม

การใช้คำ

six-sided column with pointed tips: แท่งทรงหกด้านที่มีปลายแหลม

six-sided เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้า column และหมายถึงมีหกด้าน ภายในคำประสมนี้ใช้ side รูปเอกพจน์ และเชื่อมคำด้วยยัติภังค์เมื่อวางไว้หน้าคำนาม column บอกลักษณะรูปทรงหลัก ส่วน with pointed tips เพิ่มรายละเอียดของปลายทั้งสองข้าง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ [ตัวเลข]-sided + คำนามบอกรูปทรง + with + ลักษณะที่มองเห็นได้

แบบฝึกหัด

วลีใดบรรยายหอคอยที่มีแปดด้านและยอดแบนได้อย่างถูกต้อง

  1. an eight-sided with tower a flat top
  2. an eight-sides tower with a flat top
  3. an eight-sided tower with a flat top
ดูคำตอบ

an eight-sided tower with a flat top

Depending on environmental conditions, ไวยากรณ์

2:39

ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม

most crystals have the potential to form multiple geometric shapes. วลี

2:41

ผลึกส่วนใหญ่มีศักยภาพในการก่อตัวเป็นรูปทรงเรขาคณิตได้หลายแบบ

ไวยากรณ์

Depending on environmental conditions: ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม

Depending on environmental conditions เป็นวลี -ing แบบกระชับที่ใช้กำหนดเงื่อนไข วลีนี้บอกว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปอาจเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม และประโยคหลักที่ตามมาจะบอกผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ หลัง Depending on ต้องตามด้วยคำนามหรือนามวลี ซึ่งในที่นี้คือ environmental conditions วลีนี้ไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์เมื่ออยู่ตามลำพัง และยังวางหลังประโยคหลักได้ด้วย: Most crystals can form different shapes depending on environmental conditions.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Depending on ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าผลลัพธ์อาจเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ

  1. Depending on the weather.
  2. Depending the weather, the class may eat outside.
  3. Depending on the weather, the class may eat outside.
ดูคำตอบ

Depending on the weather, the class may eat outside.

วลี

have the potential to form: ความเป็นไปได้ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง

have the potential to form หมายถึง “มีความสามารถที่จะก่อตัว หรืออาจก่อตัวได้เมื่อมีเงื่อนไขที่เหมาะสม” โครงสร้างคือ have/has the potential to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย to นำหน้ารูป infinitive ดังนั้น form จึงคงเป็นรูปพื้นฐาน potential ชี้ถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นหรือยังไม่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้หมายความว่าผลึกทุกชนิดก่อตัวเป็นหลายรูปทรงแล้ว หรือรับประกันว่าผลลัพธ์นั้นจะเกิดขึ้นแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ have the potential to และคำกริยา reduce: This new coating ____ heat loss.

ดูคำตอบ

has the potential to reduce

For example, diamonds, which form deep in the Earth's mantle, ไวยากรณ์

2:46

ตัวอย่างเช่น เพชรที่ก่อตัวลึกลงไปในชั้นเนื้อโลก

ไวยากรณ์

which form deep in the Earth's mantle: อนุประโยคที่เพิ่มข้อมูลประกอบ

which form deep in the Earth's mantle เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความ ทำหน้าที่เพิ่มข้อมูลเบื้องหลังเกี่ยวกับ diamonds ไม่ได้ใช้ระบุว่าเป็นเพชรกลุ่มใด โดยมีเครื่องหมายจุลภาคแยกข้อมูลเพิ่มเติมนี้ออกมา which อ้างถึงคำนามพหูพจน์ diamonds และ form เป็นคำกริยาภายในอนุประโยคสัมพัทธ์ จึงสอดคล้องกับประธานพหูพจน์ เมื่อต้องการหาโครงสร้างของประโยคใหญ่ ให้ข้ามอนุประโยคระหว่างจุลภาคในใจก่อน แล้วมองหาคำกริยาหลักของ diamonds ต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค which แบบไม่จำกัดความเพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับคำนามที่ระบุชัดเจนแล้ว

  1. The library which closes at six is across from the park.
  2. Which closes at six, the library is across from the park.
  3. The library, which closes at six, is across from the park.
ดูคำตอบ

The library, which closes at six, is across from the park.

have a cubic crystalline structure

2:50

จะมีโครงสร้างผลึกแบบลูกบาศก์

and can grow into either cubes or octahedrons. ไวยากรณ์

2:52

และสามารถเติบโตเป็นรูปทรงลูกบาศก์หรือทรงแปดหน้าก็ได้

ไวยากรณ์

either cubes or octahedrons: การเชื่อมสองทางเลือก

Either ... or ... นำเสนอทางเลือกสองอย่างไว้ในโครงสร้างเดียว ในประโยคนี้ รูปทรงที่เป็นไปได้คือทรงลูกบาศก์และทรงแปดหน้า ส่วนที่ตามหลัง either และ or ควรมีรูปแบบทางไวยากรณ์ที่ขนานกัน ในประโยคนี้ทั้งสองส่วนเป็นคำนามพหูพจน์: cubes และ octahedrons

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย either ... or: We can meet ____ on Saturday ____ on Sunday.

ดูคำตอบ

either · or

Which shape a particular diamond grows into ไวยากรณ์

2:56

รูปทรงที่เพชรแต่ละเม็ดจะเติบโตขึ้นมานั้น

depends on the conditions where it grows, วลี

2:58

ขึ้นอยู่กับสภาวะที่มันก่อตัว

ไวยากรณ์

Which shape a particular diamond grows into: อนุประโยคคำถามแบบฝังที่เป็นประธาน

Which shape a particular diamond grows into เป็นอนุประโยคคำถามที่ฝังอยู่ในประโยค อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ depends on โดยเปลี่ยนคำถามเกี่ยวกับรูปทรงสุดท้ายของเพชรให้เป็นส่วนหนึ่งของข้อความที่ใหญ่กว่า ภายในอนุประโยคคำถามแบบฝัง ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: a particular diamond grows ไม่ใช่ does a particular diamond grow คำว่า into อยู่ท้ายอนุประโยคเพราะ grow into หมายถึง “เติบโตจนกลายเป็นรูปทรงหนึ่ง”

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้อนุประโยคคำถามแบบฝังเป็นประธานได้อย่างถูกต้อง

  1. Which route do we take depends on the weather.
  2. Do we take which route depends on the weather.
  3. Which route we take depends on the weather.
ดูคำตอบ

Which route we take depends on the weather.

วลี

depends on the conditions where it grows: ขึ้นอยู่กับสภาวะการเติบโต

ในประโยคนี้ depends on หมายถึง “ถูกกำหนดหรือได้รับอิทธิพลจาก” ผลลัพธ์ที่กำลังกล่าวถึงอาจเปลี่ยนไปเมื่อสภาวะการเติบโตของเพชรเม็ดหนึ่งเปลี่ยนไป where it grows ขยาย conditions และระบุว่าหมายถึงสภาวะใด ไม่ได้เริ่มคำถามใหม่ แต่หมายถึงสภาพแวดล้อมที่เพชรเติบโต ส่วน it หมายถึงเพชรเม็ดนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ depend on ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าสภาวะการเติบโตเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์

  1. The plant's size depends from the conditions where it grows.
  2. The plant's size depends the conditions where it grows.
  3. The plant's size depends on the conditions where it grows.
ดูคำตอบ

The plant's size depends on the conditions where it grows.

including pressure, temperature, and chemical environment. ลำดับความ

3:01

รวมถึงความดัน อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อมทางเคมี

ลำดับความ

including pressure, temperature, and chemical environment: ยกตัวอย่างสภาวะที่เฉพาะเจาะจง

Including ใช้ยกตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงของ conditions ซึ่งเป็นหมวดกว้างที่กล่าวถึงก่อนหน้า pressure, temperature และ chemical environment ถูกนำเสนอเป็นสิ่งที่อยู่ในหมวดใหญ่นั้น วลีที่ขึ้นต้นด้วย including เพิ่มรายละเอียดสนับสนุนให้ข้อความก่อนหน้า ไม่ได้สร้างประโยคสมบูรณ์ประโยคใหม่ โดยทั่วไป Including บอกว่ารายการนี้เป็นตัวอย่างและอาจไม่ได้ครอบคลุมทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ including ได้ถูกต้องเพื่อเพิ่มตัวอย่างให้กับหมวดที่กว้างกว่า

  1. The safety check covers several risks, include heat, pressure, and toxic gases.
  2. The safety check covers several risks, including heat, pressure, and toxic gases.
  3. Including heat, pressure, and toxic gases.
ดูคำตอบ

The safety check covers several risks, including heat, pressure, and toxic gases.

While we can't directly observe growth conditions in the mantle, ลำดับความ

3:05

แม้เราจะไม่สามารถสังเกตสภาวะการเติบโตในชั้นเนื้อโลกได้โดยตรง

laboratory experiments have shown some evidence วลี

3:09

แต่การทดลองในห้องปฏิบัติการก็แสดงให้เห็นหลักฐานบางอย่าง

that diamonds tend to grow into cubes at lower temperatures ไวยากรณ์

3:11

ว่าเพชรมักจะเติบโตเป็นรูปลูกบาศก์ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า

วลี

experiments have shown some evidence that: อ้างหลักฐานจากการทดลองอย่างระมัดระวัง

คำว่า experiments บอกว่าแหล่งของข้อมูลสนับสนุนมาจากไหน ซึ่งในที่นี้การทดลองคือแหล่งของหลักฐาน อนุประโยคที่ตามหลัง that ระบุข้อสรุปที่งานวิจัยสนับสนุน ส่วน have shown อยู่ในรูป present perfect เพื่อเชื่อมการทดลองที่ทำเสร็จแล้วกับความรู้ในปัจจุบัน some evidence ทำให้ข้อความมีความระมัดระวัง หมายถึงมีหลักฐานสนับสนุน แต่ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ขั้นสุดท้าย โดยปกติ evidence เป็นคำนามนับไม่ได้เมื่อใช้ในความหมายนี้ จึงใช้ some evidence หรือ a piece of evidence ไม่ใช้ an evidence หรือ evidences

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ใช้อ้างหลักฐานอย่างระมัดระวัง: Several controlled trials ____ regular sleep may improve memory.

ดูคำตอบ

have shown some evidence that

and octahedrons at higher temperatures.

3:15

และเป็นทรงแปดหน้าในอุณหภูมิที่สูงกว่า

ลำดับความ

While we can't directly observe: ยอมรับข้อจำกัดก่อนนำเสนอหลักฐาน

While ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในระหว่างที่” อนุประโยคเปิดยอมรับข้อจำกัดก่อนว่าเราไม่สามารถสังเกตสภาวะการเติบโตในชั้นแมนเทิลได้โดยตรง จากนั้นประโยคหลักจึงเสนอหลักฐานจากห้องปฏิบัติการแม้จะมีข้อจำกัดนั้น โครงสร้างยอมรับข้อจำกัดแบบ “While + ข้อจำกัด ตามด้วยข้อสรุปหรือหลักฐานหลัก” ช่วยจัดลำดับเหตุผลโดยกล่าวถึงสิ่งที่ยังไม่แน่นอนก่อน แล้วจึงระบุสิ่งที่ยังมีหลักฐานรองรับได้

แบบฝึกหัด

วลีเปิด While we can't directly observe ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ยอมรับข้อจำกัดก่อน แล้วจึงเตรียมนำเสนอหลักฐานจากการทดลองที่ยังสนับสนุนข้อสรุปได้
  2. บอกว่าการสังเกตและการทดลองเกิดขึ้นพร้อมกัน
  3. บอกว่าการสังเกตโดยตรงเป็นสาเหตุให้เกิดการทดลองในห้องปฏิบัติการ
ดูคำตอบ

ยอมรับข้อจำกัดก่อน แล้วจึงเตรียมนำเสนอหลักฐานจากการทดลองที่ยังสนับสนุนข้อสรุปได้

ไวยากรณ์

at lower temperatures ... at higher temperatures: เงื่อนไขอุณหภูมิแบบขนาน

ช่วงนี้ทำให้การเปรียบเทียบระหว่าง cubes at lower temperatures กับ octahedrons at higher temperatures สมบูรณ์ วลีที่ขึ้นต้นด้วย at ทั้งสองวลีเชื่อมรูปร่างแต่ละแบบเข้ากับเงื่อนไขอุณหภูมิที่ต่างกัน การคง at ตัวที่สองไว้ทำให้โครงสร้างสมดุล: ผลลัพธ์ A + at + เงื่อนไข A และผลลัพธ์ B + at + เงื่อนไข B ในคำอธิบายลักษณะนี้ การใช้คำบุพบทซ้ำช่วยให้จับคู่ผลลัพธ์กับเงื่อนไขได้ง่าย

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปเพื่อทำโครงสร้างเปรียบเทียบแบบขนานให้สมบูรณ์: The crystals are cubic at lower temperatures and octahedral ____ higher temperatures.

ดูคำตอบ

at

Trace amounts of water, silicon, germanium, การใช้คำ

3:18

ปริมาณน้ำ ซิลิกอน เจอร์เมเนียม เพียงเล็กน้อย

or magnesium might also influence a diamond's shape. ไวยากรณ์

3:22

หรือแมกนีเซียม ก็อาจส่งผลต่อรูปทรงของเพชรได้เช่นกัน

การใช้คำ

Trace amounts of: ปริมาณที่น้อยมาก

Trace amounts of หมายถึง “ปริมาณที่น้อยมากของ” ในที่นี้ trace ขยาย amounts ไม่ได้หมายถึงการตามหรือการติดตามบางสิ่ง รูปแบบคือ trace amounts of + สารหนึ่งชนิดหรือหลายชนิด เช่น trace amounts of water วลีนี้ใช้บ่อยเมื่อรายงานปริมาณที่น้อยมากในการวัดหรือการทดสอบทางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานอย่างเป็นธรรมชาติว่าตรวจพบตะกั่วในปริมาณที่น้อยมาก?

  1. The lab tracked changes in the amount of lead in the water.
  2. The lab detected a large amount of lead in the water.
  3. The lab detected trace amounts of lead in the water.
ดูคำตอบ

The lab detected trace amounts of lead in the water.

ไวยากรณ์

might also influence: เพิ่มอีกปัจจัยหนึ่งอย่างระมัดระวัง

ในที่นี้ might influence หมายถึงบางสิ่งอาจส่งผลได้ ประโยคเสนอว่าสารที่มีปริมาณเล็กน้อยเหล่านี้เป็นปัจจัยที่อาจมีอิทธิพล ไม่ใช่สาเหตุที่พิสูจน์แล้วหรือแน่นอน การใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวังเช่นนี้พบได้บ่อยเมื่อหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังไม่รองรับข้อสรุปที่หนักแน่นกว่านี้ also แสดงว่าสารเหล่านี้เป็นปัจจัยเพิ่มเติมจากปัจจัยที่กล่าวถึงไปแล้ว ใน might also influence คำว่า also อยู่หลังคำกริยาช่วย might และอยู่หน้าคำกริยาหลัก influence

แบบฝึกหัด

พิจารณาการตีความนี้: ในตัวอย่าง might also influence หมายความว่าสารที่มีปริมาณเล็กน้อยส่งผลต่อรูปร่างของเพชรอย่างแน่นอน

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

And diamonds never naturally grow into the shapes การใช้คำ

3:26

และเพชรจะไม่มีทางเติบโตตามธรรมชาติจนเป็นรูปทรง

found in jewelry.

3:29

แบบที่พบเห็นในเครื่องประดับได้

การใช้คำ

never naturally grow into the shapes found in jewelry: การเติบโตตามธรรมชาติกับรูปทรงเครื่องประดับ

วลี never naturally grow into หมายความว่าการเติบโตตามธรรมชาติของผลึกไม่ได้ทำให้เกิดรูปทรงสำเร็จที่ผ่านการเจียระไนและขัดเงาอย่างที่เห็นในเครื่องประดับ naturally จำกัดข้อความให้กล่าวถึงการเติบโตที่ไม่มีมนุษย์แต่งรูป จึงเปรียบต่างการก่อตัวตามธรรมชาติกับการเจียระไนและขัดเงาในภายหลัง ใน the shapes found in jewelry ส่วน found in jewelry เป็นอนุประโยคขยายที่ย่อรูปและขยายคำว่า shapes โดยหมายถึง “ที่เห็นในเครื่องประดับ” ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าเพชรดิบไม่มีรูปทรง แต่บอกว่ารูปผลึกตามธรรมชาติแตกต่างจากรูปทรงเครื่องประดับที่เจียระไนเสร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

ตัวอย่างนี้บอกอะไรเกี่ยวกับรูปร่างของเพชร?

  1. รูปทรงขัดเงาในเครื่องประดับเกิดจากการเจียระไนในภายหลัง ไม่ได้เกิดจากการเติบโตตามธรรมชาติ
  2. เพชรเติบโตตามธรรมชาติโดยมีรูปทรงขัดเงาอย่างที่เห็นในเครื่องประดับ
  3. เพชรธรรมชาติไม่มีรูปทรงจนกว่ามนุษย์จะนำไปทำเป็นเครื่องประดับ
ดูคำตอบ

รูปทรงขัดเงาในเครื่องประดับเกิดจากการเจียระไนในภายหลัง ไม่ได้เกิดจากการเติบโตตามธรรมชาติ

Those diamonds have been cut ไวยากรณ์

3:31

เพชรเหล่านั้นผ่านการเจียระไนมาแล้ว

to showcase sparkle and clarity. วลี

3:33

เพื่ออวดความเปล่งประกายและความใสสะอาด

ไวยากรณ์

have been cut to showcase: present perfect แบบ passive + infinitive บอกจุดประสงค์

have been cut เป็น present perfect แบบ passive มีโครงสร้าง have/has been + คำกริยาช่องที่ 3 เพชรเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ ประโยคจึงเน้นว่าการเจียระไนเสร็จแล้วและผลของมันปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้เจียระไน to showcase เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าเจียระไนไปเพื่ออะไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + have/has been + คำกริยาช่องที่ 3 + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีการทำบางสิ่งเสร็จแล้วเพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect แบบ passive ของ design และ infinitive บอกจุดประสงค์ที่ใช้ improve: The rooms ____ airflow.

ดูคำตอบ

have been designed to improve

วลี

showcase sparkle and clarity: showcase ที่เป็นคำกริยา

showcase ในที่นี้เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงตู้กระจกจัดแสดง showcase sparkle and clarity หมายถึงการนำเสนอคุณสมบัติเหล่านี้ให้ผู้คนสังเกตเห็นและชื่นชม รูปแบบ showcase + คุณภาพ ทักษะ คุณลักษณะ หรือผลลัพธ์ มักใช้เน้นจุดแข็ง ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ showcase talent, showcase new features และ showcase the results

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ showcase อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่าเสนอจุดแข็งเพื่อให้ผู้คนสังเกตเห็น?

  1. The portfolio showcases Maya's strongest illustrations.
  2. The portfolio hides Maya's strongest illustrations.
  3. The portfolio stores Maya's strongest illustrations.
ดูคำตอบ

The portfolio showcases Maya's strongest illustrations.

Environmental conditions can also influence whether crystals form at all. ไวยากรณ์

3:36

สภาพแวดล้อมยังสามารถส่งผลกระทบไปถึงว่าผลึกจะก่อตัวขึ้นได้หรือไม่

ไวยากรณ์

whether crystals form at all: ถามว่าเกิดขึ้นหรือไม่

Whether crystals form at all เป็นอนุประโยคคำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ influence โดยนำเสนอการเกิดผลึกเป็นคำถามแบบใช่หรือไม่ที่ยังเปิดอยู่: ผลึกอาจก่อตัวหรืออาจไม่ก่อตัวก็ได้ at all เน้นไปที่ระดับพื้นฐานที่สุดว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นหรือไม่ ประโยคนี้ถามว่ามีผลึกใดก่อตัวขึ้นบ้างหรือไม่ ไม่ได้ถามถึงจำนวน รูปร่าง หรือคุณภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นว่าเมล็ดงอกบ้างหรือไม่ โดยไม่ได้เน้นความเร็วหรือจำนวน

  1. The amount of light may determine whether the seeds sprout at all.
  2. The amount of light may determine how quickly the seeds sprout.
  3. The amount of light may determine how many seeds sprout.
ดูคำตอบ

The amount of light may determine whether the seeds sprout at all.

Glass is made of melted quartz sand, วลี

3:41

แก้วทำมาจากทรายควอตซ์ที่หลอมละลาย

วลี

is made of melted quartz sand: ระบุวัสดุ

Be made of + วัสดุ ใช้ระบุวัสดุที่นำมาทำสิ่งหนึ่ง ใน is made of คำว่า is คือรูปของ be ที่ใช้กับประธานนับไม่ได้ glass ส่วน made คือกริยาช่อง past participle ในโครงสร้างกรรมวาจก ในที่นี้ melted quartz sand เป็นวลีที่ระบุวัสดุ Melted อธิบายสภาพของทรายหลังจากถูกให้ความร้อนจนเป็นของเหลว และวลีทั้งหมดอยู่หลัง of

แบบฝึกหัด

ใช้ be made of ในรูปปัจจุบันเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This bowl ____ recycled glass.

ดูคำตอบ

is made of

but it isn't crystalline.

3:44

แต่มันไม่ได้เป็นผลึก

That's because glass cools relatively quickly ลำดับความ

3:45

นั่นเป็นเพราะแก้วเย็นตัวลงค่อนข้างเร็ว

ลำดับความ

That's because: ใช้บอกสาเหตุของผลลัพธ์ที่กล่าวไว้แล้ว

That's because... เชื่อมย้อนกลับไปยังข้อเท็จจริงหรือผลลัพธ์ที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ That หมายถึงข้อเท็จจริงที่ว่าแก้วไม่ได้มีโครงสร้างเป็นผลึก และอนุประโยคหลัง because บอกสาเหตุว่าแก้วเย็นตัวค่อนข้างเร็ว คำเชื่อมนี้จัดข้อมูลตามลำดับจากผลไปหาเหตุ โดยบอกก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วจึงอธิบายว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ That's because ตามลำดับจากผลไปหาสาเหตุได้ถูกต้อง

  1. The road is wet. That's why it rained overnight.
  2. It rained overnight. That's because the road is wet.
  3. The road is wet. That's because it rained overnight.
ดูคำตอบ

The road is wet. That's because it rained overnight.

and the atoms do not have time to arrange themselves ไวยากรณ์

3:48

ทำให้อะตอมไม่มีเวลาที่จะจัดเรียงตัวเอง

into the ordered structure of a quartz crystal.

3:51

ให้เป็นโครงสร้างที่เป็นระเบียบเหมือนผลึกควอตซ์

ไวยากรณ์

do not have time to arrange themselves: ไม่มีเวลาพอที่จะจัดเรียงตัวเอง

Do not have time to arrange themselves หมายความว่าอะตอมเย็นตัวเร็วเกินกว่าจะจัดเรียงตัวได้เสร็จ รูปแบบ have time to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “มีเวลามากพอที่จะทำบางอย่าง” ส่วนรูปปฏิเสธบอกว่าไม่มีเวลาที่จำเป็น Themselves ย้อนกลับไปหา主语พหูพจน์ the atoms ส่วน Arrange themselves into... หมายถึงอะตอมรวมตัวกันเป็นโครงสร้างที่เป็นระเบียบด้วยตัวเอง ไม่ใช่มีสิ่งอื่นมาจัดเรียงอะตอมโดยตรง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ not have time to arrange oneself และสรรพนามสะท้อนกลับพหูพจน์ที่ถูกต้อง: The molecules cooled so quickly that they ____ into a stable pattern.

ดูคำตอบ

did not have time to arrange themselves

Instead, the random arrangement of the atoms in the melted glass

3:54

แต่การจัดเรียงตัวแบบสุ่มของอะตอมในแก้วที่หลอมละลาย

is locked in upon cooling. วลี

3:58

จะถูกล็อกไว้ทันทีเมื่อเย็นตัวลง

วลี

is locked in upon cooling: ถูกตรึงไว้เมื่อเย็นตัวลง

ในที่นี้ is locked in เป็นโครงสร้างกรรมวาจก หมายถึง “ถูกทำให้คงที่เป็นสภาพถาวร” กล่าวคือ การจัดเรียงตัวแบบสุ่มของอะตอมไม่สามารถจัดตัวใหม่ได้อีก ไม่ได้หมายความว่าอะตอมถูกขังไว้ในสถานที่ใดจริง ๆ upon cooling เป็นวลีบอกเวลาที่กระชับและค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึง “เมื่อแก้วเย็นตัวลง” หรือ “ระหว่างที่แก้วค่อย ๆ เย็นลง” เมื่อรวมกัน วลีนี้แสดงว่าการเย็นตัวคือช่วงที่การจัดเรียงแบบสุ่มถูกตรึงให้คงที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมายที่ถูกต้อง: The candle's shape ____.

ดูคำตอบ

is locked in upon cooling

Many crystals don't form geometric shapes

4:00

ผลึกหลายชนิดไม่ก่อตัวเป็นรูปทรงเรขาคณิต

because they grow in extremely close quarters with other crystals. สำนวน

4:03

เนื่องจากมันเติบโตในพื้นที่ที่คับแคบมากร่วมกับผลึกชนิดอื่นๆ

สำนวน

in extremely close quarters with other crystals: เบียดกับผลึกอื่นในพื้นที่แคบมาก

in close quarters เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงอยู่ในพื้นที่จำกัดที่คนหรือสิ่งของอยู่ใกล้กันมาก extremely เน้นระดับความแออัดให้มากขึ้น และ with other crystals ระบุว่าสิ่งที่อยู่เบียดกันรอบผลึกแต่ละก้อนคือผลึกอื่น ๆ ในประโยคนี้ ผลึกเติบโตชิดกันมากจนไม่มีพื้นที่สร้างเค้าโครงเรขาคณิตที่ชัดเจน ในสำนวนนี้ quarters ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาสามเดือนหรือหนึ่งในสี่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าลูกเรือนอนเบียดกันอยู่ในพื้นที่จำกัด?

  1. The crew slept in separate cabins below deck.
  2. The crew slept in close quarters below deck.
  3. The crew slept nearby below deck.
ดูคำตอบ

The crew slept in close quarters below deck.

Rocks like granite are full of crystals, ลำดับความ

4:08

หินอย่างแกรนิตนั้นเต็มไปด้วยผลึก

but none have recognizable shapes.

4:10

แต่กลับไม่มีผลึกใดเลยที่มีรูปทรงที่จดจำได้

ลำดับความ

ความขัดแย้งใน are full of crystals, but none have recognizable shapes

อนุประโยคแรกบอกว่าหินอย่างแกรนิตมีผลึกจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้คาดว่าจะมองเห็นรูปทรงผลึกที่ชัดเจน แต่ but นำไปสู่ข้อมูลแก้ความเข้าใจที่น่าประหลาดใจว่า ไม่มีผลึกใดเลยที่มีรูปร่างซึ่งสังเกตจำแนกได้อย่างชัดเจน none ใช้แทนคำนามพหูพจน์ crystals และหมายถึงไม่มีสักอัน โครงสร้างข้อเท็จจริง A + but + ข้อเท็จจริง B ที่ผิดจากความคาดหมาย ช่วยให้งานเขียนเชิงอธิบายแก้ข้อสันนิษฐานที่ดูเป็นธรรมชาติแต่ไม่ถูกต้องได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเดียวกัน คือมีบางสิ่งอยู่จำนวนมาก แต่ผลที่คาดไว้กลับไม่เกิดขึ้นเลย

  1. The tray is full of seeds, but none have sprouted.
  2. The tray has no seeds, so none have sprouted.
  3. The tray is full of seeds, and every seed has sprouted.
ดูคำตอบ

The tray is full of seeds, but none have sprouted.

As magma cools and solidifies,

4:13

เมื่อแมกมาเย็นตัวและแข็งขึ้น

many minerals within it crystallize at the same time

4:15

แร่ธาตุหลายชนิดในนั้นจะตกผลึกในเวลาเดียวกัน

and quickly run out of space. กริยาวลี

4:19

และทำให้พื้นที่หมดไปอย่างรวดเร็ว

กริยาวลี

quickly run out of space: พื้นที่ที่ใช้ได้หมดลงอย่างรวดเร็ว

Run out of space หมายถึงไปถึงจุดที่ใช้พื้นที่ที่มีอยู่จนหมดและไม่เหลือที่ว่างแล้ว run ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการวิ่งจริง ๆ แต่ run out of ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นสำนวนหลายคำหนึ่งชุด โครงสร้างคือ ประธาน + run out of + ทรัพยากรที่มีจำกัด ในประโยคนี้ many minerals เป็นประธาน space เป็นทรัพยากร และ quickly แสดงว่าพื้นที่นั้นหมดไปในเวลาอันสั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนที่เน้นไว้: If we keep every video, the phone may quickly ____.

ดูคำตอบ

run out of space

And certain crystals, like turquoise,

4:21

และผลึกบางชนิด เช่น เทอร์ควอยส์

don't grow into any discernible geometric shape การใช้คำ

4:23

ก็ไม่ได้เติบโตเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่แยกแยะได้

in most environmental conditions,

4:26

ในสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่

การใช้คำ

any discernible geometric shape: รูปทรงเรขาคณิตใด ๆ ที่สังเกตแยกได้

discernible หมายถึง ชัดพอที่จะรับรู้หรือแยกแยะได้ เมื่ออยู่ภายใต้การปฏิเสธของ don't วลี any discernible geometric shape จึงหมายความว่าไม่มีรูปทรงเรขาคณิตที่ระบุได้ชัดเจนเกิดขึ้น ตัวผลึกเองอาจยังมองเห็นได้ ประเด็นคือไม่สามารถมองรูปร่างภายนอกออกว่าเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่จดจำได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “A faint but discernible pattern appeared in the enlarged image,” คำว่า discernible หมายถึงอะไร?

  1. มองไม่เห็นโดยสิ้นเชิง
  2. ได้รับการตัดสินอย่างเป็นทางการแล้ว
  3. ชัดพอที่จะรับรู้ได้
ดูคำตอบ

ชัดพอที่จะรับรู้ได้

even given adequate space. ไวยากรณ์

4:28

ต่อให้มีพื้นที่เพียงพอก็ตาม

ไวยากรณ์

even given adequate space: แม้จะมีพื้นที่เพียงพอ

given + นามวลี สามารถเสนอเงื่อนไขที่สมมติว่ามีหรือได้รับมา ในที่นี้ given adequate space หมายถึง “ถ้าผลึกมีพื้นที่เพียงพอ” even ทำให้เงื่อนไขมีความหมายเชิงยอมรับข้อขัดแย้ง คือผลเชิงลบก่อนหน้ายังคงเป็นจริงแม้มีเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยนี้ วลีนี้เพิ่มเงื่อนไขให้กับประโยคหลักก่อนหน้า และไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ even given + adequate space: The plant remained small, ____.

ดูคำตอบ

even given adequate space

Every crystal's atomic structure has unique properties,

4:31

โครงสร้างอะตอมของผลึกแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัว

and while these properties may not have any bearing on human emotional needs, สำนวน

4:34

และแม้คุณสมบัติเหล่านี้อาจไม่ส่งผลใดๆ ต่อความต้องการทางอารมณ์ของมนุษย์

สำนวน

have any bearing on human emotional needs: เกี่ยวข้องกับหรือมีผลต่อความต้องการทางอารมณ์ของมนุษย์

Have a bearing on หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” หรือ “มีผลต่อ” ใน may not have any bearing on โครงสร้าง not ... any ทำให้เกิดความหมายปฏิเสธอย่างชัดเจนว่า คุณสมบัติเหล่านี้อาจไม่เกี่ยวข้องกับความต้องการทางอารมณ์ของมนุษย์เลย ในที่นี้ สำนวนดังกล่าวสร้างการยอมรับข้อหนึ่งด้วยอารมณ์ขันเล็กน้อย ผู้พูดแยกความสบายใจทางอารมณ์ออกจากประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ ก่อนจะกล่าวถึงการนำไปใช้จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทนี้ที่หมายถึง “เกี่ยวข้องกับหรือมีผลต่อ”: The color of the test paper does not ____ your final score.

ดูคำตอบ

have any bearing on

they do have powerful applications ไวยากรณ์

4:39

แต่มันก็มีการนำไปประยุกต์ใช้อย่างทรงพลัง

in materials science and medicine. วัฒนธรรม

4:41

ในด้านวัสดุศาสตร์และการแพทย์

ไวยากรณ์

they do have: do ที่ใช้เน้นย้ำ

ใน they do have คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นย้ำ ไม่ใช่กริยาหลักที่หมายถึง “ทำ” คำนี้ทำให้ข้อความบอกเล่าแบบยืนยันหนักแน่นขึ้นว่า คุณสมบัติเหล่านี้มีการประยุกต์ใช้ที่สำคัญจริง ๆ การเน้นนี้ตอบโต้ความคาดหมายเชิงลบที่อาจเกิดจากข้อความยอมรับก่อนหน้า โครงสร้างคือ do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น have จึงคงเป็นรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเน้นย้ำของ have: These gloves look thin, but they ____ a warm lining.

ดูคำตอบ

do have

วัฒนธรรม

in materials science and medicine: ระบุสาขาการประยุกต์ใช้

ในที่นี้ วลี in materials science and medicine ระบุสองสาขาที่ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของผลึกสามารถนำไปใช้ได้จริง ชื่อสาขาเหล่านี้บอกขอบเขตการประยุกต์ใช้ ไม่ใช่เพียงการยกชื่อสองวิชาที่ใครบางคนสนใจ ในความหมายนี้ in หมายถึง “ในสาขา...” ภาษาอังกฤษมักใช้ in + สาขา หลังคำอย่าง applications หรือ useful เช่น applications in medicine และ useful in engineering

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in materials science and medicine เพื่อระบุสาขาที่สามารถนำบางสิ่งไปประยุกต์ใช้ได้

  1. The history of materials science and medicine is fascinating.
  2. She reads about materials science and medicine every weekend.
  3. This discovery may have applications in materials science and medicine.
ดูคำตอบ

This discovery may have applications in materials science and medicine.

Have you ever wondered why you can see through glass, ลำดับความ

4:45

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมเราถึงมองทะลุแก้วได้

ลำดับความ

Have you ever wondered why ...: คำถามเปิดที่กระตุ้นความอยากรู้

Have you ever wondered why ... มีความหมายตรงตัวว่า ผู้ฟังเคยคิดถึงเหตุผลของบางสิ่งหรือไม่ แต่ในประโยคนี้ หน้าที่หลักคือการใช้คำถามเพื่อเปลี่ยนสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวันให้เป็นเรื่องน่าสงสัย กระตุ้นความอยากรู้ และนำผู้ชมไปสู่คำอธิบายที่ตามมา หลัง wondered why ให้ใช้ลำดับคำแบบคำถามแฝง โดยวางประธานก่อนกริยา เช่น why you can see ไม่ใช่ why can you see รูปแบบนี้ใช้เปิดประเด็นใหม่ในวิดีโอ การพูด บทเรียน หรือบทความได้

แบบฝึกหัด

เติมบทเปิดวิดีโอวิทยาศาสตร์นี้ด้วยสำนวนห้าคำจากบทเรียนที่ใช้กระตุ้นความอยากรู้: ____ some birds migrate at night?

ดูคำตอบ

Have you ever wondered why

or what fire is made of? ไวยากรณ์

4:48

หรือไฟนั้นทำมาจากอะไร?

ไวยากรณ์

what fire is made of: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามแฝง

ในที่นี้ what fire is made of เป็นอนุประโยคคำถามแฝง ใช้บอกเนื้อหาที่ใครคนหนึ่งสงสัย คำแสดงคำถาม what ขึ้นต้นอนุประโยค fire เป็นประธาน และ is made of เป็นภาคกริยา คำถามแฝงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ดังนั้นหลังคำกริยาอย่าง wonder, know หรือ ask ต้องใช้ what fire is made of ส่วนคำถามตรงคือ What is fire made of? แต่เมื่ออยู่ในประโยคที่ใหญ่กว่า จะไม่มีการสลับตำแหน่งกริยากับประธาน

แบบฝึกหัด

เปลี่ยนคำถามตรง What is fire made of? ให้เป็นคำถามแฝงเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I've often wondered ____.

ดูคำตอบ

what fire is made of

Did you know gold doesn't originally come from our planet? ลำดับความ

4:50

คุณรู้ไหมว่าทองคำไม่ได้มาจากโลกของเราตั้งแต่แรก?

ลำดับความ

Did you know ...?: คำเกริ่นเพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจ

ในที่นี้ Did you know ...? ทำหน้าที่หลักเป็นคำเกริ่นเพื่อดึงความสนใจ ผู้พูดนำข้อความถัดไปมาใส่ในรูปคำถาม เพื่อเรียกความสนใจและบอกเป็นนัยว่าข้อเท็จจริงนี้อาจน่าประหลาดใจ แล้วจึงอธิบายต่อ คำถามนี้ยังตอบตามความหมายตรงตัวได้ แต่ในวิดีโอวิทยาศาสตร์ บทเรียน การบรรยาย และสื่อทั่วไป หน้าที่หลักมักเป็นการจัดลำดับข้อมูล คือกระตุ้นความสงสัยก่อน แล้วจึงเสนอข้อเท็จจริงใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Did you know ...? เป็นคำเกริ่นก่อนบอกข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจได้เหมาะสมที่สุด?

  1. Could you tell me when the museum closes?
  2. Did you know that octopuses have three hearts?
  3. Do you know where I left my keys?
ดูคำตอบ

Did you know that octopuses have three hearts?

Find out more about the fascinating makeup of our environment

4:53

มาค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์ประกอบที่น่าสนใจของสิ่งแวดล้อมเรา

with this playlist.

4:57

ได้ในเพลย์ลิสต์นี้เลย