หน่อไม้ฝรั่งวิเศษ | ตอนเต็ม | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
576 คำ 163 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ระหว่างมื้อเย็น บลูอี้ใช้หน่อไม้ฝรั่งวิเศษเปลี่ยนทุกคนในครอบครัวให้เป็นสัตว์ และประกาศว่าจะไม่มีใครต้องทำตามกฎอีกต่อไป แต่ความวุ่นวายที่ตามมาทำให้เธอต้องสอนมารยาทแก่เหล่าสัตว์และพยายามเปลี่ยนทุกคนกลับคืน ก่อนจบด้วยท่าทีสุภาพที่จงใจเกินจริง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Elbows off the table, thanks, — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าทีของผู้พูด เรียนรู้ว่าเป็นคำสั่งสั้น ๆ ที่ละกริยาในบริบทโต๊ะอาหารของครอบครัว และเข้าใจว่า thanks ช่วยลดความแข็งของคำสั่งโดยไม่ได้เปลี่ยนให้เป็นคำถาม จึงช่วยให้ตีความคำเตือนที่ตรงแต่ยังรักษามารยาททางสังคมได้ 2. let my guard down. — สำนวนและภาษาภาพพจน์ เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงการลดความระมัดระวังหรือเผลอประมาท ไม่ใช่การลดผู้คุ้มกันลงตามตัวอักษร และนำไปใช้เมื่อต้องการยอมรับว่าความประมาททำให้เกิดปัญหาที่ป้องกันได้ 3. Pip pip. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง รู้จักวลีนี้ในฐานะคำลาแบบอังกฤษสมัยเก่าที่ชวนให้นึกถึงบุคลิกซึ่งจงใจดูผู้ดีหรือโบราณ จึงเข้าใจได้ว่าเหตุใดการพูดขึ้นมาทันทีหลังบทสนทนาในครอบครัวทั่วไปจึงสร้างมุกจากความสุภาพที่เป็นทางการเกินเหตุ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum!

0:06

แม่!

Dad.

0:11

พ่อ

Bingo.

0:17

บิงโก

Bluey.

0:22

บลูอี้

Ow.

0:26

โอ๊ย

Bluey, don't talk with your mouth full. ไวยากรณ์

0:30

บลูอี้ อย่าพูดตอนเคี้ยวข้าวสิลูก

ไวยากรณ์

with your mouth full: with + นามวลี + คำคุณศัพท์

ใน with your mouth full คำว่า with ไม่ได้หมายถึงการอยู่ร่วมกับใคร วลีนี้ใช้โครงสร้าง with + นามวลี + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกสภาพที่เกิดขึ้นพร้อมกับการกระทำหลัก กล่าวคือ ขณะพูด ปากยังเต็มอยู่ รูปแบบนี้ใช้เพิ่มสภาพที่เกิดขึ้นพร้อมกันให้กับการกระทำอื่นได้ เช่น with the door open หรือ with your eyes closed

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่ใช้ with + นามวลี + คำคุณศัพท์ ได้ถูกต้องเพื่อบอกสภาพระหว่างการกระทำหลัก: Nina listened to music ____.

  1. with closing her eyes
  2. with her eyes close
  3. with her eyes closed
ดูคำตอบ

with her eyes closed

And sit up straight. วลี

0:32

แล้วก็นั่งตัวตรงๆ

วลี

sit up straight: นั่งโดยให้ลำตัวตั้งตรง

Sit up straight เป็นคำสั่งที่เป็นธรรมชาติเมื่อต้องการให้คนนั่งตัวตรง sit up บอกให้ยกลำตัวส่วนบนขึ้นจากท่าห่อไหล่หรือเอนพิง ส่วน straight บอกถึงผลลัพธ์ที่ลำตัวตั้งตรง

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งด้วยวลีสามคำที่มีความหมายว่าให้ปรับท่านั่งให้ตัวตรง: Please ____ for the photo.

ดูคำตอบ

sit up straight

Don't slouch.

0:33

อย่าห่อไหล่

It's bad manners. การใช้คำ

0:33

มันเสียมารยาทนะ

การใช้คำ

bad manners: พฤติกรรมที่ไม่สุภาพ

ในที่นี้ bad manners หมายถึงพฤติกรรมหยาบคายที่ผิดจากกฎมารยาทที่ยอมรับกันทั่วไป manners เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึงความสุภาพหรือมารยาททางสังคม ไม่ได้หมายถึง “วิธีการ” ใน It's bad manners ผู้พูดกำลังตัดสินพฤติกรรมที่กล่าวถึงว่าไม่สุภาพ ไม่ได้กำลังอธิบายเทคนิคหรือวิธีทำสิ่งต่าง ๆ ของบุคคลหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “พฤติกรรมไม่สุภาพ”: Interrupting someone is ____.

ดูคำตอบ

bad manners

Is this bad manners?

0:35

แบบนี้เสียมารยาทไหมคะ?

Baa.

0:36

แบะ

Bingo.

0:37

บิงโก

Mum, why do we have to have manners? ไวยากรณ์

0:39

แม่คะ ทำไมเราต้องมีมารยาทด้วยคะ?

ไวยากรณ์

have to have manners: หน้าที่สองแบบของ have

ใน have to have manners คำว่า have สองคำทำหน้าที่ต่างกัน คำแรกเป็นส่วนหนึ่งของ have to ซึ่งแสดงความจำเป็น ส่วนคำที่สองเป็นกริยาหลักใน have manners หมายถึงการมีหรือแสดงพฤติกรรมที่สุภาพ ให้แบ่งโครงสร้างเป็น have to + have manners หลัง have to ต้องตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน have ดังนั้นการที่ have อยู่ติดกันจึงถูกต้องตามไวยากรณ์ ไม่ใช่ข้อผิดพลาด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ใช้ have ซ้ำและหมายถึง “ต้องมี”: Campers ____ warm clothes for the trip.

ดูคำตอบ

have to have

Because we're not animals.

0:42

เพราะเราไม่ใช่สัตว์ไงล่ะ

I'm happy as long as you eat your veggies. ไวยากรณ์

0:44

แม่ดีใจนะตราบใดที่ลูกกินผัก

ไวยากรณ์

as long as: กำหนดเงื่อนไขเพื่อยอมรับบางสิ่ง

ในประโยคนี้ as long as ใช้เปิดเงื่อนไขที่ทำให้ผู้พูดมีความสุขหรือยอมรับสถานการณ์ได้ นั่นคืออีกฝ่ายต้องกินผัก ในที่นี้หมายถึง “ขอเพียงว่า” หรือ “โดยมีเงื่อนไขว่า” ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบระยะเวลา โครงสร้างคือ ผลลัพธ์ + as long as + อนุประโยคเงื่อนไข มักใช้เสนอข้อกำหนดหนึ่งข้อว่าเพียงพอให้ผลลัพธ์นั้นเป็นจริง ถ้าทำตามเงื่อนไขนี้ ผู้พูดก็ยอมรับสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “โดยมีเงื่อนไขว่า”: You can borrow my camera ____ you keep it in its case.

ดูคำตอบ

as long as

Hey, hey, hey.

0:46

เฮ้ เฮ้ เฮ้

Elbows off the table, thanks, Mum. น้ำเสียง/เจตนา

0:47

เอาข้อศอกลงจากโต๊ะด้วย ขอบคุณครับแม่

น้ำเสียง/เจตนา

Elbows off the table, thanks: คำสั่งสั้นที่ทำให้นุ่มนวลขึ้น

Elbows off the table เป็นคำสั่งสั้น ๆ ที่ละคำกริยาไว้ สถานการณ์บนโต๊ะอาหารทำให้รู้ชัดว่าต้องทำอะไร คือยกศอกออกจากโต๊ะหรืออย่าวางศอกบนโต๊ะ ไม่ได้เป็นเพียงการบอกว่าศอกอยู่ตรงไหน ในที่นี้ thanks ไม่ได้ใช้ขอบคุณสิ่งที่อีกฝ่ายทำเสร็จแล้ว แต่ใช้คาดไว้ล่วงหน้าว่าอีกฝ่ายจะให้ความร่วมมือ คำนี้ทำให้คำสั่งฟังดูไม่ห้วนเท่าเดิม แต่ทั้งประโยคยังคงทำหน้าที่เป็นคำสั่ง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “Elbows off the table, thanks”?

  1. กำลังออกคำสั่งสั้น ๆ และใช้ thanks ทำให้น้ำเสียงนุ่มลง
  2. กำลังบอกว่าศอกของใครบางคนอยู่ที่ไหน
  3. กำลังขอบคุณใครบางคนที่ทำความสะอาดโต๊ะ
ดูคำตอบ

กำลังออกคำสั่งสั้น ๆ และใช้ thanks ทำให้น้ำเสียงนุ่มลง

Can you believe that, kids? น้ำเสียง/เจตนา

0:50

เชื่อไหมเด็กๆ?

น้ำเสียง/เจตนา

Can you believe that? ในฐานะปฏิกิริยาแสดงความประหลาดใจ

ในที่นี้ Can you believe that? มีรูปเป็นคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ แต่หน้าที่หลักคือแสดงความประหลาดใจหรือความไม่อยากเชื่อ โดยทั่วไปผู้พูดไม่ได้กำลังถามข้อมูลจริง ๆ ว่าเด็ก ๆ เชื่ออะไร ประโยคนี้ยังชวนให้ผู้ฟังรู้สึกไปในทางเดียวกัน มีความหมายประมาณว่า “เชื่อยากใช่ไหม” เหตุการณ์และน้ำเสียงของผู้พูดจะบอกว่าเป็นความประหลาดใจแบบดีใจ ความตกใจ หรือความไม่พอใจ

แบบฝึกหัด

ในการใช้เพื่อแสดงปฏิกิริยาที่เห็นในที่นี้ Can you believe that? มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. ขอให้ผู้ฟังอธิบายว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร
  2. แสดงความประหลาดใจและชวนให้ผู้ฟังมีปฏิกิริยาแบบเดียวกัน
  3. ขอให้ผู้ฟังยืนยันว่าข่าวนั้นเป็นความจริงหรือไม่
ดูคำตอบ

แสดงความประหลาดใจและชวนให้ผู้ฟังมีปฏิกิริยาแบบเดียวกัน

Psst, Bluey, take this.

0:53

ชู่ว บลูอี้ เอาอันนี้ไป

It's a magic asparagus.

0:55

มันคือหน่อไม้ฝรั่งวิเศษ

What does it do?

0:57

มันทำอะไรได้คะ?

It turns people into any animal you want. กริยาวลี

0:58

มันเสกคนให้เป็นสัตว์อะไรก็ได้ที่ลูกต้องการ

กริยาวลี

turns people into: โครงสร้าง turn A into B

turns people into ใช้โครงสร้าง turn + กรรม + into + ผลลัพธ์ โดย people เป็นกรรมที่ถูกเปลี่ยน และ any animal you want บอกสภาพที่ได้หลังการเปลี่ยน ใช้ turn A into B เมื่อคนหรือสิ่งหนึ่งทำให้ A กลายเป็น B การเปลี่ยนอาจเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเหนือจริง หรือเป็นเชิงเปรียบเทียบก็ได้ เช่น turning an idea into a plan (“เปลี่ยนไอเดียให้เป็นแผน”)

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง turn A into B ใน present simple: This machine ____ food waste ____ fuel.

ดูคำตอบ

turns · into

For real life? การใช้คำ

1:01

ในชีวิตจริงเหรอคะ?

For real life.

1:02

ในชีวิตจริงเลย

การใช้คำ

For real life?:คำถาม “จริงเหรอ?” แบบเด็ก

ในประโยคนี้ For real life? เป็นคำถามขอคำยืนยันแบบตื่นเต้นที่มีลักษณะเป็นภาษาของเด็ก ความหมายประมาณว่า “จริงเหรอ?” หรือ “เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงในชีวิตจริงเหรอ?” ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าสิ่งที่น่าประหลาดใจนั้นเป็นจริงหรือเป็นไปได้จริงหรือไม่ ตรงนี้ for real life ไม่ใช่วลีบอกจุดประสงค์แบบใน skills for real life คำถามนี้เป็นคำพูดเล่น ๆ ที่สะท้อนลักษณะของตัวละคร ไม่ใช่สำนวนมาตรฐานที่ใช้ได้ทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาทั่วไปของผู้ใหญ่ คำถามใดเป็นวิธีไม่เป็นทางการที่ใช้กันปกติเพื่อถามว่าข่าวที่น่าประหลาดใจนั้นจริงหรือไม่?

  1. For real?
  2. For real life?
  3. In real life?
ดูคำตอบ

For real?

Ooh.

1:03

อู้หู

Don't play with your food, Bluey. วลี

1:06

อย่าเล่นของกินสิบลูอี้

วลี

play with your food:ขยับอาหารเล่นแทนที่จะกิน

play with your food หมายถึงการแตะ ดัน จัดวาง หรือจับอาหารเล่นเพื่อความสนุกแทนที่จะกิน อาหารเป็นสิ่งที่ถูกนำมาเล่น วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเล่นเกมร่วมกับอาหาร ใน Don't play with your food ประโยคคำสั่งปฏิเสธนี้เป็นคำเตือนที่พบบ่อยระหว่างมื้ออาหาร เพื่อบอกให้เด็กหยุดพฤติกรรมดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนที่พบบ่อยระหว่างมื้ออาหารด้วยวลีที่เรียนในข้อนี้ให้ถูกต้อง: Don't ____, Leo. Eat your dinner.

ดูคำตอบ

play with your food

Donkey.

1:08

ลา

Meow.

1:09

เหมียว

It worked.

1:11

ได้ผลด้วย

Meow.

1:12

เหมียว

Meow.

1:12

เหมียว

Daddy.

1:13

พ่อขา

Okay.

1:14

โอเค

Dog.

1:16

หมา

No, no.

1:16

ไม่ๆ

I want to be a piglet.

1:17

หนูอยากเป็นลูกหมู

Piglet.

1:18

ลูกหมู

Now that's taken care of, วลี

1:23

ทีนี้ก็เรียบร้อย

วลี

that's taken care of: เรื่องได้รับการจัดการเรียบร้อยแล้ว

ในที่นี้ that's taken care of หมายถึงเรื่องนั้นได้รับการจัดการหรือแก้ไขเรียบร้อยแล้ว take care of ในบริบทนี้หมายถึง “จัดการ” ไม่ใช่ “ดูแล” และรูปประโยคแบบถูกกระทำจะเน้นผลที่เสร็จแล้วมากกว่าคนที่เป็นผู้จัดการ Now that's taken care of ใช้ปิดหัวข้อปัจจุบันและส่งสัญญาณว่าจะไปทำงานถัดไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการจองได้รับการจัดการเรียบร้อยแล้ว

  1. I'll take care of the booking.
  2. The booking has been taken care of.
  3. The booking takes care of the guests.
ดูคำตอบ

The booking has been taken care of.

I need you to do a little something for me. น้ำเสียง/เจตนา

1:25

พ่อขอให้ลูกทำอะไรให้หน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

do a little something for me: คำขอที่คลุมเครือและพูดให้ดูเล็กลง

วลี do a little something for me ใช้เริ่มขอร้องโดยยังไม่บอกชัดเจนว่างานคืออะไร something ทำให้เนื้อหายังคงคลุมเครือ ส่วน little ทำให้งานฟังดูเล็กหรือง่าย งานนั้นอาจเล็กจริง ๆ หรือผู้พูดอาจกำลังทำให้งานที่ใหญ่กว่าฟังดูเล็กลงก็ได้ I need you to ยังเป็นคำพูดที่ตรงอยู่ ดังนั้นประโยคนี้จึงลดความหนักของงานมากกว่าลดความตรงของคำขอ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดทำอะไรด้วยการพูดว่า do a little something for me?

  1. เป็นการปฏิเสธที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้ฟัง
  2. เป็นการเริ่มขอร้องโดยยังไม่ระบุงาน และทำให้คำขอฟังดูเป็นเรื่องเล็ก
  3. เป็นการรายงานว่างานเล็ก ๆ เสร็จแล้ว
ดูคำตอบ

เป็นการเริ่มขอร้องโดยยังไม่ระบุงาน และทำให้คำขอฟังดูเป็นเรื่องเล็ก

Chicken.

1:28

ไก่

This episode of Bluey is called Asparagus.

1:30

บลูอี้ตอนหน่อไม้ฝรั่ง

Meow.

1:33

เหมียว

Elephant.

1:36

ช้าง

I love this.

1:39

หนูชอบจังเลย

Meow.

1:40

เหมียว

Meow.

1:40

เหมียว

Eeny, meeny, miny, moe. วัฒนธรรม

1:41

จ้ำจี้มะเขือเปาะ

วัฒนธรรม

Eeny, meeny, miny, moe: เพลงนับเพื่อใช้เลือก

“Eeny, meeny, miny, moe” เป็นท่อนเปิดของเพลงนับภาษาอังกฤษสำหรับเด็กที่ใช้เลือกคนหรือสิ่งของ ผู้พูดจะชี้ไปยังคนหรือตัวเลือกต่าง ๆ ตามจังหวะทีละหนึ่งจังหวะ และคนหรือสิ่งของที่ตรงกับจังหวะสุดท้ายจะถูกเลือก คำเหล่านี้เป็นวลีตามจังหวะแบบดั้งเดิมเป็นหลัก ไม่ใช่ประโยคที่ต้องแปลความหมายตามพจนานุกรมทีละคำ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวสื่อถึงการเลือกแบบสนุก ๆ ที่ดูเหมือนเป็นการสุ่ม

แบบฝึกหัด

โดยทั่วไป Eeny, meeny, miny, moe ใช้เพื่อทำอะไร?

  1. เลือกคนหรือสิ่งของหนึ่งอย่างจากกลุ่มแบบสนุก ๆ
  2. ทักทายคนสี่คนอย่างสุภาพ
  3. นับตัวเลขสี่ตัวอย่างแม่นยำ
ดูคำตอบ

เลือกคนหรือสิ่งของหนึ่งอย่างจากกลุ่มแบบสนุก ๆ

Goat.

1:44

แพะ

Now, be free, my animal friends.

1:47

เอาล่ะ เป็นอิสระได้เลยเหล่าเพื่อนสัตว์ของฉัน

No more rules for anyone. ไวยากรณ์

1:49

ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรอีกแล้ว

ไวยากรณ์

No more + คำนาม ใน No more rules for anyone

โครงสร้าง no more + คำนาม ใช้บอกว่าปริมาณ กิจกรรม หรือสถานการณ์บางอย่างสิ้นสุดลงแล้วหรือจะไม่มีอีกต่อไป ในที่นี้ No more rules หมายความว่ากฎจะไม่มีอยู่อีกหรือจะไม่ใช้บังคับอีก For anyone ขยายข้อความนี้ให้ครอบคลุมทุกคน ประโยคนี้เป็นคำประกาศสั้น ๆ ที่เน้นหนักและละคำกริยาไว้ หากเขียนให้เต็มจะเป็น There will be no more rules for anyone.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ no more หน้าคำนามโดยตรงได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. There no more are meetings today.
  2. There are no anymore meetings today.
  3. There are no more meetings today.
ดูคำตอบ

There are no more meetings today.

Pig Bingo, you're making a mess. วลี

1:53

หมูบิงโก ลูกทำเลอะเทอะไปหมดแล้ว

วลี

make a mess: ทำให้สกปรกหรือรก

make a mess เป็นวลีตายตัวที่เป็นธรรมชาติ ใช้เมื่อทำให้สถานที่หรือสิ่งของสกปรก รก หรือไม่เป็นระเบียบ ในประโยคนี้ you're making แสดงว่าความรกกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ต้องคงคำว่า a ไว้และพูดว่า make a mess คำกริยาเปลี่ยนตามเวลาได้ เช่น made a mess แต่กลุ่มคำนาม a mess ต้องอยู่ด้วยกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนนี้ด้วยวลีตายตัวที่เป็นธรรมชาติซึ่งหมายถึงการทำให้สกปรกและรก: Paint is getting everywhere. You are ____.

ดูคำตอบ

making a mess

Let me hear you wiggle, little

1:55

ให้พ่อได้ยินเสียงหนูส่ายก้นหน่อย แม่หนูน้อย

Put me down. กริยาวลี

1:58

ปล่อยหนูลงนะ

กริยาวลี

Put me down: ขอให้คนอื่นวางเราลง

ในประโยคนี้ Put me down หมายถึง “วางฉันลงและหยุดอุ้มหรือพยุงฉัน” เป็นคำขอโดยตรงจากคนที่ตัวลอยจากพื้นหรือกำลังมีคนพยุงอยู่ โครงสร้างสำหรับการเคลื่อนไหวทางกายคือ put + คน + down นอกจากนี้ Put me down ยังอาจหมายถึง “วิจารณ์หรือดูถูกฉัน” จึงต้องดูการกระทำหรือบทสนทนารอบข้างเพื่อเลือกความหมาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ put me down ในความหมายทางกายว่า “วางฉันลง”

  1. Please put my name down on the waiting list.
  2. Put me down, please; I can walk from here.
  3. Don't put me down in front of my friends.
ดูคำตอบ

Put me down, please; I can walk from here.

Uh.

2:00

เอ่อ

Be a cat.

2:01

เป็นแมวซะ

Dogs just grab people and swing them around. กริยาวลี

2:03

หมาเอาแต่จับคนแล้วเหวี่ยงไปมา

กริยาวลี

swing them around: swing + กรรม + around

ใน swing them around คำว่า swing หมายถึงทำให้คนเคลื่อนเป็นแนวโค้งหรือหมุนไปขณะที่ยังจับอยู่ ส่วน around เพิ่มความหมายของการเคลื่อนไปหลายทิศทาง ดังนั้นทั้งวลีจึงสื่อว่าจับเหวี่ยงไปมาหรือหมุนเป็นวงกว้าง โครงสร้างคือ swing + กรรม + around เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างคำกริยากับ around เช่น swing them around หรือ swing it around

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย swing คำสรรพนาม it และ around ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ: Hold the ribbon firmly and ____.

ดูคำตอบ

swing it around

Hey, hey.

2:06

เฮ้ เฮ้

Pull the puppy.

2:10

ดึงลูกหมา

Mouse.

2:12

หนู

You can't chew people's toys.

2:14

ลูกจะไปกัดของเล่นคนอื่นไม่ได้นะ

It's not nice. น้ำเสียง/เจตนา

2:16

มันไม่ดีเลย

น้ำเสียง/เจตนา

It's not nice: การตำหนิพฤติกรรมอย่างนุ่มนวล

ในที่นี้ It's not nice ใช้ประเมินการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง คือการเคี้ยวของเล่นของคนอื่น คำว่า nice หมายถึงใจดีหรือเหมาะสมในสังคม ไม่ได้หมายถึงดูสวย ประโยคนี้จึงบอกอย่างนุ่มนวลว่าพฤติกรรมนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่น่ารัก คำสรรพนาม it อ้างถึงการกระทำทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า วิธีพูดนี้จึงตำหนิสิ่งที่คนคนนั้นทำ แทนที่จะบอกว่าคนนั้นเป็นคนไม่ดี

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ It's not nice หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดระบุไม่ได้ว่านั่นคือของเล่นอะไร
  2. ของเล่นชิ้นนั้นดูไม่สวย
  3. พฤติกรรมนั้นไม่ใจดีหรือไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

พฤติกรรมนั้นไม่ใจดีหรือไม่เหมาะสม

Penguin.

2:20

เพนกวิน

This is hard work. วลี

2:23

นี่เป็นงานยากนะเนี่ย

วลี

hard work: งานที่ยากและต้องใช้ความพยายาม

hard work หมายถึงงานหรือภารกิจที่ต้องใช้ความพยายาม แรงกาย หรือความอดทนมาก ในที่นี้ hard แปลว่า “ยากหรือหนัก” ไม่ได้แปลว่า “แข็งเมื่อสัมผัส” เมื่อ work หมายถึงงาน แรงงาน หรือความพยายามโดยทั่วไป จะเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงพูดว่า hard work ไม่ใช่ a hard work หากหมายถึงงานหนึ่งชิ้นที่นับได้ สามารถใช้ a hard job ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “งานที่ยากและต้องใช้ความพยายาม” ให้สมบูรณ์: Cleaning the whole house is ____.

ดูคำตอบ

hard work

Maybe I'll turn you into slightly calmer animals.

2:27

บางทีฉันควรจะเสกให้พวกนายเป็นสัตว์ที่สงบกว่านี้หน่อย

Peacock.

2:32

นกยูง

Uh.

2:35

เอ่อ

That's a bit better. วลี

2:35

ดีขึ้นมาหน่อย

วลี

a bit better: การดีขึ้นเล็กน้อย

a bit better หมายถึง “ดีขึ้นเล็กน้อย” better เปรียบเทียบผลในตอนนี้กับสภาพก่อนหน้าหรือสภาพที่แย่กว่า ส่วน a bit แสดงว่าดีขึ้นเพียงเล็กน้อย วลีนี้มักฟังดูเป็นการประเมินแบบพอดี ๆ ไม่ได้ตื่นเต้นมาก หมายความว่าสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว แต่อาจยังไม่ดีอย่างที่ต้องการ

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ดีขึ้นเล็กน้อย” ให้สมบูรณ์: After resting for an hour, I feel ____.

ดูคำตอบ

a bit better

Hey, mind your manners, Mr. show-off. โน้ต

2:41

เฮ้ รักษามารยาทหน่อย คุณจอมขี้เก๊ก

วลี

mind your manners: คำเตือนหนักแน่นให้ทำตัวสุภาพ

Mind your manners เป็นประโยคคำสั่งแบบตายตัว หมายถึง “ใส่ใจกับพฤติกรรมของตัวเองและทำตัวให้สุภาพ” ในที่นี้ mind หมายถึง “ใส่ใจ” ส่วน manners หมายถึงพฤติกรรมที่สุภาพในสังคม ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังตักเตือนโดยตรงและสื่อว่าอีกฝ่ายเพิ่งทำตัวไม่เหมาะสม เมื่อเทียบกับ Be polite แล้ว สำนวนนี้มักฟังเหมือนคำตำหนิจากคนที่วางตัวอยู่ในฐานะผู้มีอำนาจมากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวเพื่อทำให้คำเตือนที่หนักแน่นนี้สมบูรณ์: ____ at the table; say please and thank you.

ดูคำตอบ

Mind your manners

การใช้คำ

Mr. show-off: ฉายาล้อเลียนคนที่พยายามทำให้ผู้อื่นประทับใจ

Show-off เป็นคำนามนับได้ หมายถึงคนที่ตั้งใจอวดความสามารถ สิ่งของ หรือความสำเร็จเพื่อให้ผู้อื่นชื่นชม โดยปกติคำนี้มีน้ำเสียงวิจารณ์หรือล้อเลียน ไม่ใช่คำชม ใน Mr. show-off คำว่า Mr. เป็นคำนำหน้าแบบล้อเลียน ผู้พูดกำลังเรียกอีกฝ่ายตามนิสัยที่น่ารำคาญนี้อย่างประชด ไม่ได้ใช้คำนำหน้าที่ให้เกียรติจริง ๆ เมื่อเป็นคำนาม show-off มักเขียนด้วยเครื่องหมายขีดกลาง และรูปพหูพจน์คือ show-offs

แบบฝึกหัด

เติมคำนามที่หมายถึงคนซึ่งพยายามทำให้คนอื่นประทับใจ: Leo mentions every award he has won; he's such a ____.

ดูคำตอบ

show-off

Okay, you asked for it. สำนวน

2:47

โอเค พ่อขอเองนะ

สำนวน

you asked for it: หมายถึงหาเรื่องหรือผลลัพธ์มาใส่ตัวเอง

ในประโยคนี้ you asked for it เป็นสำนวน ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นขอสิ่งของบางอย่างจริง ๆ แต่หมายความว่าการยั่วยุ การไม่ฟังคำเตือน หรือการตัดสินใจเสี่ยงของเขาเอง ทำให้เขาต้องเจอกับการตอบโต้หรือผลที่ไม่ดี ผู้พูดมองว่าผลนั้นเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายสมควรได้รับ ประโยคนี้อาจพูดก่อนตอบโต้แบบเล่น ๆ หรือแบบเป็นศัตรู หรือพูดหลังจากเกิดผลเสียแล้วก็ได้

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์ใด You asked for it จึงเป็นธรรมชาติในความหมายเชิงสำนวนว่าใครบางคนหาเรื่องหรือผลลัพธ์มาใส่ตัวเอง?

  1. คุณยังล้อเพื่อนต่อแม้เพื่อนเตือนแล้ว และเพื่อนกำลังจะล้อคุณกลับ
  2. รถไฟของคุณถูกยกเลิกเพราะพายุที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด
  3. คุณขอน้ำจากพนักงานเสิร์ฟ แล้วพนักงานก็นำมาให้อย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

คุณยังล้อเพื่อนต่อแม้เพื่อนเตือนแล้ว และเพื่อนกำลังจะล้อคุณกลับ

Lion.

2:49

สิงโต

That will teach you to show off. น้ำเสียง/เจตนา

2:53

นี่จะได้สอนให้รู้ว่าอย่ามาขี้เก๊ก

น้ำเสียง/เจตนา

That will teach you to...: ทำให้เข็ดและไม่ทำพฤติกรรมนั้นซ้ำ

ในรูปประโยคที่ใช้ตำหนินี้ That หมายถึงผลที่ไม่น่าพอใจซึ่งเพิ่งเกิดขึ้น That will teach you to show off หมายความว่าผลนั้นจะทำให้อีกฝ่ายเรียนรู้ว่าไม่ควรอวดอีก ไม่ได้หมายความว่าจะมีใครสอนทักษะการอวดให้เขา คำกริยาที่ตามหลัง That will teach you to... ระบุพฤติกรรมที่ทำให้ถูกลงโทษ ภาษาอังกฤษมักไม่พูดความหมายปฏิเสธออกมาตรง ๆ เพราะผลเสียและน้ำเสียงตำหนิทำให้เข้าใจได้ชัดอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยค That will teach you to show off ผู้พูดหมายความว่าอย่างไร?

  1. ผลเสียอาจทำให้คนนั้นไม่อวดอีกในอนาคต
  2. ผู้พูดอยากให้คนนั้นอวดบ่อยขึ้น
  3. คนนั้นจะได้รับการสอนทักษะการอวด
ดูคำตอบ

ผลเสียอาจทำให้คนนั้นไม่อวดอีกในอนาคต

No.

2:58

ไม่นะ

Don't go outside.

2:58

อย่าออกไปข้างนอก

Where did they go?

3:01

พวกเขาไปไหนกันนะ?

There you are. น้ำเสียง/เจตนา

3:03

อยู่นี่เอง

น้ำเสียง/เจตนา

There you are: คำพูดเมื่อพบคนที่กำลังหา

There you are เป็นคำพูดตอบสนองตามธรรมชาติเมื่อมองเห็นหรือพบคนที่กำลังตามหาในที่สุด ในที่นี้ there ชี้ไปยังตำแหน่งที่มองเห็นคนนั้นแล้ว ดังนั้นทั้งประโยคจึงมีความหมายประมาณว่า “เจอตัวแล้ว” หรือ “ที่แท้ก็อยู่ตรงนั้นเอง” นี่เป็นประโยคบอกเล่าหรือคำพูดตอบสนอง ไม่ใช่คำถามว่าคนนั้นอยู่ที่ไหน น้ำเสียงและระยะเวลาที่ตามหาอาจทำให้ประโยคนี้แสดงความโล่งใจ ความเป็นกันเอง หรือความหงุดหงิดเล็กน้อยได้

แบบฝึกหัด

คุณมองเห็นเพื่อนที่ตามหามาตลอดในที่สุด เติมคำพูดตอบสนองให้สมบูรณ์: “____! I've been looking for you everywhere.”

ดูคำตอบ

There you are

Walrus.

3:05

วอลรัส

Now, where are those lions?

3:08

ทีนี้ สิงโตพวกนั้นอยู่ไหนนะ?

One Sunday morning,

3:11

เช้าวันอาทิตย์วันหนึ่ง

as I went walking by Brisbane waters,

3:13

ขณะที่ฉันเดินอยู่ริมน้ำบริสเบน

I chanced to

3:17

ฉันบังเอิญไปเจอ

What was that?

3:19

นั่นตัวอะไรน่ะ?

Is that you, Lucky?

3:25

นั่นลัคกี้เหรอ?

Oh, well, I guess it's

3:28

โอ้ เอาเถอะ สงสัยจะเป็น

No,

3:29

ไม่

Oh, Mrs. Walrus.

3:34

โอ้ คุณนายวอลรัส

I don't know about this. น้ำเสียง/เจตนา

3:36

ผมไม่ค่อยแน่ใจเรื่องนี้เท่าไหร่

น้ำเสียง/เจตนา

I don't know about this: การแสดงความไม่แน่ใจอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ I don't know about this ไม่ได้หมายความเพียงว่าผู้พูดไม่มีข้อมูล แต่เป็นการตอบสนองอย่างระมัดระวังต่อความคิดหรือสถานการณ์ตรงหน้า ซึ่งแสดงความลังเล ความกังวล หรือการไม่เห็นด้วยแบบอ่อน ๆ This หมายถึงสิ่งที่กำลังถูกเสนอหรือกำลังเกิดขึ้น ประโยคนี้เปิดโอกาสให้พูดคุยต่อแทนที่จะปฏิเสธตรง ๆ ส่วนเหตุผลที่ผู้พูดไม่แน่ใจต้องดูจากบริบทและน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

อ่านบทสนทนา ผู้พูดคนที่สองน่าจะหมายความว่าอย่างไร “Let's cross the old bridge.” “I don't know about this. It doesn't look safe.”

  1. ผู้พูดไม่เคยได้ยินคำว่าสะพาน
  2. ผู้พูดกังวลและลังเลที่จะข้าม
  3. ผู้พูดเห็นด้วยอย่างมากที่จะข้าม
ดูคำตอบ

ผู้พูดกังวลและลังเลที่จะข้าม

I'm sorry.

3:38

ขอโทษครับ

Bunny.

3:39

กระต่าย

Want to want a cracker?

3:41

อยากอยากได้แครกเกอร์ไหม?

Get back in the house, you two. น้ำเสียง/เจตนา

3:42

กลับเข้าไปในบ้านเดี๋ยวนี้เลย ทั้งสองคน

น้ำเสียง/เจตนา

Get back in the house, you two: คำสั่งตรง ๆ ที่พูดกับคนสองคน

Get back in the house เป็นประโยคคำสั่งโดยตรงที่บอกให้อีกฝ่ายกลับเข้าไปในบ้าน คำว่า back แสดงถึงการกลับไปยังสถานที่ที่เคยอยู่ก่อนหน้านี้ ไม่ใช่การเข้าไปเป็นครั้งแรก คำว่า you two ท้ายประโยคเป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรง ทำให้ชัดเจนว่าคำสั่งนี้พูดกับคนสองคนพอดี ในประโยคคำสั่งมักละประธาน you ไว้ ดังนั้น you two จึงระบุผู้รับคำสั่ง ไม่ใช่กรรมของ get

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยประโยคนี้?

  1. ผู้พูดสั่งให้คนสองคนกลับเข้าไปข้างใน
  2. ผู้พูดเชิญคนสองคนให้เข้าไปเป็นครั้งแรก
  3. ผู้พูดถามคนสองคนว่าบ้านหลังไหนเป็นของพวกเขา
ดูคำตอบ

ผู้พูดสั่งให้คนสองคนกลับเข้าไปข้างใน

Sorry, Lucky's dad.

3:45

ขอโทษทีครับ พ่อของลัคกี้

Don't worry, Bluey.

3:46

ไม่ต้องห่วงนะบลูอี้

I shouldn't have let my guard down. สำนวน

3:48

ฉันไม่น่าลดการป้องกันเลย

สำนวน

let my guard down: ลดความระมัดระวัง

let my guard down เป็นสำนวนที่หมายถึงการระวังตัวหรือรอบคอบน้อยลง จึงทำให้ตัวเองมีโอกาสถูกทำร้าย ถูกหลอก หรือเจอเรื่องไม่คาดคิดมากขึ้น คำว่า guard ในที่นี้หมายถึงสภาวะที่ป้องกันตัว ไม่ใช่บุคคล คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น let your guard down, let her guard down และ let their guard down ในประโยคเต็ม shouldn't have แสดงความเสียใจต่อการตัดสินใจในอดีต ผู้พูดจึงคิดว่าการลดความระมัดระวังเป็นความผิดพลาด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ let one's guard down: I trusted the friendly stranger too quickly, so I ____.

ดูคำตอบ

let my guard down

Guard?

3:50

ป้องกัน?

Get in here, you lot. การใช้คำ

3:51

เข้ามาข้างในเลย พวกนายทุกคน

การใช้คำ

you lot: คำเรียกกลุ่มคนแบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติช

you lot เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการ โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบบริติช เพื่อกล่าวถึงหรือเรียกคนกลุ่มหนึ่งโดยตรง ในประโยคนี้วลีดังกล่าวอยู่หลังคำสั่งในฐานะคำเรียก เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าผู้พูดกำลังเรียกคนทั้งกลุ่ม ไม่ได้ใช้ you lot เป็นกรรมของ get ตัวคำไม่ได้กำหนดท่าทีตายตัว หากพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น อาจฟังดูสนิทสนมหรือหยอกล้อ แต่เมื่ออยู่หลังคำสั่งที่แข็ง อาจฟังดูไม่พอใจหรือเหมือนกำลังดุ

แบบฝึกหัด

การใช้ you lot ในสถานการณ์ใดฟังดูเป็นธรรมชาติ

  1. พนักงานพูดกับลูกค้าหนึ่งคนว่า: You lot need to sign here.
  2. ทนายความเริ่มกล่าวอย่างเป็นทางการต่อศาลว่า: You lot need to listen carefully.
  3. ผู้ปกครองพูดกับเด็กสามคนว่า: Come inside, you lot; dinner is ready.
ดูคำตอบ

ผู้ปกครองพูดกับเด็กสามคนว่า: Come inside, you lot; dinner is ready.

That's it. น้ำเสียง/เจตนา

3:54

นั่นแหละ

น้ำเสียง/เจตนา

That's it ในความหมายว่า “พอแล้ว ต้องหยุดเดี๋ยวนี้”

ในบริบทนี้ That's it เป็นสัญญาณที่หนักแน่นว่า “พอแล้ว” หรือ “ต้องหยุดเดี๋ยวนี้” โดยบอกว่าความอดทนของผู้พูดหมดลง และคำเตือนกำลังกลายเป็นการตั้งขอบเขตหรือการลงมือจัดการ วลีนี้มีความหมายอื่นได้ด้วย จึงต้องดูสถานการณ์และสิ่งที่ตามมา น้ำเสียงแข็ง ความขัดแย้ง หรือคำสั่งที่ตามหลัง สนับสนุนความหมายว่า “พอแล้ว” ในที่นี้ไม่ได้ใช้เพื่อชี้ว่าสิ่งใดคือสิ่งที่พูดถึง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ That's it ในความหมายว่า “พอแล้ว ต้องหยุดเดี๋ยวนี้”

  1. That's it. Stop kicking the seat.
  2. That's it—the book I wanted.
  3. That's it. We have completed the last step.
ดูคำตอบ

That's it. Stop kicking the seat.

You animals need to learn some manners.

3:55

พวกสัตว์อย่างนายต้องเรียนรู้มารยาทบ้าง

Daddy Walrus.

3:58

พ่อวอลรัส

Daddy stop doing that thing.

3:59

พ่อหยุดทำแบบนั้นได้แล้ว

First manners is

4:02

มารยาทข้อแรกคือ

Want to want a cracker?

4:04

อยากอยากได้แครกเกอร์ไหม?

First is don't speak when someone's speaking. ลำดับความ

4:05

ข้อแรกคือห้ามพูดแทรกเวลาคนอื่นพูด

ลำดับความ

First is ...: การเกริ่นถึงข้อแรกในรายการ

ในที่นี้ First ใช้ระบุว่าข้อความนี้เป็นข้อแรกในรายการกฎ คำนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลและบอกเป็นนัยว่าอาจมีข้ออื่นตามมา ไม่ได้หมายถึง “เป็นครั้งแรก” First is ... ในประโยคนี้เป็นกรอบภาษาพูดแบบไม่เคร่งครัด ในการพูดหรือเขียนอย่างรอบคอบกว่า ควรใช้ First, don't speak when someone is speaking. หรือ The first rule is: don't speak when someone is speaking.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำบอกลำดับเพื่อจัดคำสั่งสองข้อได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. At first, wash your hands. At second, put on your apron.
  2. The first is wash your hands. The second is put on your apron.
  3. First, wash your hands. Second, put on your apron.
ดูคำตอบ

First, wash your hands. Second, put on your apron.

Squawk.

4:08

ก๊าก

Second manners is

4:09

มารยาทข้อที่สองคือ

Hey.

4:12

เฮ้

What?

4:14

อะไรนะ?

No running away from manners lessons. ไวยากรณ์

4:16

ห้ามวิ่งหนีออกจากบทเรียนมารยาท

ไวยากรณ์

No running away from ...: การใช้ No + V-ing เพื่อห้ามการกระทำ

No + V-ing ใช้ระบุกิจกรรมและแสดงว่ากิจกรรมนั้นถูกห้าม ในที่นี้ No running away from manners lessons หมายความว่าไม่อนุญาตให้หนีจากหรือหลีกเลี่ยงบทเรียนเรื่องมารยาท นี่เป็นกฎแบบละองค์ประกอบ ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์ รูปเต็มที่ตรงไปตรงมาคือ Don't run away from manners lessons.

แบบฝึกหัด

กฎข้อใดใช้ No + V-ing อย่างถูกต้องเพื่อห้ามวิ่งในทางเดิน

  1. No running in the corridor.
  2. No to run in the corridor.
  3. No run in the corridor.
ดูคำตอบ

No running in the corridor.

Now,

4:18

เอาล่ะ

third one is don't eat the next-door neighbors. การใช้คำ

4:19

ข้อที่สามคือห้ามกินเพื่อนบ้านข้างๆ

การใช้คำ

next-door neighbors: คำคุณศัพท์ประสมหน้าคำนาม

ใน next-door neighbors คำว่า next-door หมายถึง 'ที่อาศัยอยู่ในบ้านหรือห้องชุดที่อยู่ติดกันพอดี' คำนี้ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ประสมขยาย neighbors ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงคนที่อาศัยอยู่ข้างบ้านคุณทันที เมื่อวางไว้หน้าคำนาม ส่วนประกอบทั้งสองของคำคุณศัพท์จะเชื่อมกันด้วยยัติภังค์: a next-door neighbor ยัติภังค์แสดงว่า next และ door ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำขยายเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ให้ตรงทุกคำ โดยไม่ใส่จุดท้ายวลี: The people who live in the house beside ours are our ____.

ดูคำตอบ

next-door neighbors

That's a really important one.

4:23

ข้อนี้สำคัญมากเลยนะ

Hey, where's Daddy Walrus?

4:25

เฮ้ พ่อวอลรัสไปไหนแล้ว?

No.

4:29

ไม่นะ

Squawk.

4:32

ก๊าก

Fourth manners is don't go to the toilet on the rug. การใช้คำ

4:33

มารยาทข้อที่สี่คือห้ามขับถ่ายบนพรม

การใช้คำ

go to the toilet: สำนวนในชีวิตประจำวันแบบบริติช

ในประโยคนี้ go to the toilet หมายถึงการใช้ห้องน้ำเพื่อปัสสาวะหรืออุจจาระ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เดินไปทางห้องน้ำ วลีนี้กล่าวถึงกิจกรรมทั้งหมด วลีนี้เป็นภาษาพูดในชีวิตประจำวันที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติช ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักใช้ go to the bathroom หรือ use the restroom อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าเมื่อต้องการสื่อความหมายเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษแบบบริติชจากบทเรียน: Excuse me, I need to ____.

ดูคำตอบ

go to the toilet

You big grub. การใช้คำ

4:40

เจ้าเด็กซกมก

การใช้คำ

You big grub: การใช้ grub เป็นคำดูถูก

ใน You big grub คำว่า grub เป็นคำเรียกเชิงดูถูกสำหรับคนที่ถูกมองว่าสกปรก น่าขยะแขยง หรือไม่รักษาความสะอาด ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอาหารหรือตัวอ่อนของแมลง คำว่า big ใช้เพิ่มน้ำหนักของคำต่อว่า ไม่จำเป็นต้องหมายถึงขนาดตัวของคนนั้น ทั้งประโยคเป็นคำตำหนิสั้น ๆ และตรงไปตรงมา คล้ายกับการเรียกใครสักคนว่า “เจ้าตัวสกปรก”

แบบฝึกหัด

You big grub ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังบรรยายขนาดของตัวอ่อนแมลง
  2. ผู้พูดกำลังเสนออาหารมื้อใหญ่ให้อีกฝ่าย
  3. ผู้พูดกำลังตำหนิว่าอีกฝ่ายสกปรกหรือน่าขยะแขยง
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังตำหนิว่าอีกฝ่ายสกปรกหรือน่าขยะแขยง

This is hopeless.

4:43

นี่มันสิ้นหวังสุดๆ

I'm going to turn you all back into dogs. กริยาวลี

4:44

ฉันจะเสกให้ทุกคนกลับเป็นหมาเหมือนเดิม

กริยาวลี

turn you all back into dogs: ใช้ turn ... back into ... เพื่อเปลี่ยนกลับเป็นสภาพเดิม

โครงสร้าง turn + object + into + noun หมายถึง “ทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งเปลี่ยนไปเป็นรูปร่างหรือสภาพอื่น” เมื่อเติม back จะกลายเป็น turn + object + back into + noun ซึ่งหมายถึงทำให้กลับไปมีรูปร่างหรือสภาพเดิม ใน turn you all back into dogs คำว่า you all เป็นกรรม และ dogs คือรูปร่างที่ถูกทำให้กลับคืนมา คำว่า back บอกว่าก่อนหน้านี้พวกเขาเคยเป็นสุนัข หากไม่มี back ประโยคจะบอกเพียงว่าพวกเขาจะกลายเป็นสุนัข

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายให้สมบูรณ์ เดิมที Milo เป็นสุนัข แต่เวทมนตร์ทำให้เขากลายเป็นแมว: The wizard turned Milo ____ into a dog.

ดูคำตอบ

back

Where's my asparagus?

4:46

หน่อไม้ฝรั่งฉันอยู่ไหน?

Want to want a cracker?

4:48

อยากอยากได้แครกเกอร์ไหม?

No.

4:51

ไม่นะ

Oh, no.

4:55

โอ้ ไม่

It's stuck like this forever. วลี

4:56

ต้องติดแหงกแบบนี้ตลอดไปแน่เลย

วลี

stuck like this forever: ไม่สามารถเปลี่ยนจากสภาพปัจจุบันได้

ในประโยคนี้ stuck บอกสภาวะที่ยังดำเนินอยู่ คือบางสิ่งไม่สามารถเคลื่อนที่ ทำงาน หรือเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ควร คำนี้อาจหมายถึงการติดขัดทางกายภาพ แต่รูปแบบที่กว้างกว่าคือ be stuck ตามด้วยคำอธิบายสภาวะที่ไม่พึงประสงค์ Like this ชี้ไปยังสภาพที่มองเห็นอยู่หรือเป็นที่รู้อยู่แล้วในบทสนทนา Forever บอกว่าสภาพนั้นจะไม่สิ้นสุด แต่ในภาษาพูดทั่วไปก็อาจเป็นการพูดเกินจริงด้วยอารมณ์ โดยหมายถึง “นานมาก”

แบบฝึกหัด

“The display is stuck like this” หมายความว่าอย่างไร?

  1. หน้าจอไม่สามารถเปลี่ยนจากสภาพปัจจุบันได้
  2. หน้าจอถูกวางไว้ข้างแท่งไม้
  3. หน้าจอกลับมาทำงานตามปกติแล้ว
ดูคำตอบ

หน้าจอไม่สามารถเปลี่ยนจากสภาพปัจจุบันได้

Squawk.

5:01

ก๊าก

Where is more asparagus?

5:03

มีหน่อไม้ฝรั่งอีกไหม?

Wait, I've got an idea. วลี

5:04

เดี๋ยวก่อน ฉันคิดออกแล้ว

วลี

I've got an idea: บอกความคิดใหม่ในบทสนทนา

I've got an idea หมายถึง “ฉันมีความคิดหนึ่งอย่าง” ในที่นี้ have got แสดงการมีอยู่ในปัจจุบัน คือผู้พูดมีความคิดหรือแผนที่อาจใช้ได้อยู่ตอนนี้ ความหมายหลักไม่ใช่ว่าผู้พูดได้รับหรือได้บางสิ่งมาในอดีต วลีนี้ยังทำหน้าที่ในบทสนทนาด้วย โดยใช้บอกว่าผู้พูดมีข้อเสนอใหม่ และมักพูดก่อนที่จะอธิบายวิธีแก้ปัญหาหรือเปลี่ยนแผนปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อของ have got กับ idea เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Wait, ____. Let's try a different route.

ดูคำตอบ

I've got an idea

Squawk.

5:07

ก๊าก

Okay, Bird Bingo.

5:09

โอเค นกบิงโก

You've eaten the magic asparagus.

5:10

เธอกินหน่อไม้ฝรั่งวิเศษเข้าไป

Too late to change that, ไวยากรณ์

5:13

สายเกินไปที่จะแก้แล้ว

ไวยากรณ์

Too late to change that: การละ It is ในภาษาพูด

ในวลีภาษาพูดนี้ Too late to change that เป็นรูปย่อของ It is too late to change that โดยเข้าใจคำว่า It is ได้จากบริบท โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยา สื่อว่าระดับหรือจังหวะเวลาทำให้ไม่สามารถทำกริยานั้นได้ ในที่นี้ โอกาสที่จะเปลี่ยนเรื่องนั้นผ่านไปแล้ว และ too ไม่ได้หมายถึงเพียง “มาก”

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบสั้น ๆ ในภาษาพูดที่ไม่มีประธานให้สมบูรณ์ โดยใช้ too late to และคำกริยา recover: The only backup was overwritten. ____ the old files now.

ดูคำตอบ

Too late to recover

but I think if you say doggy, ไวยากรณ์

5:14

แต่พี่คิดว่าถ้าเธอพูดคำว่า หมาน้อย

everyone will turn back to doggies.

5:17

ทุกคนจะกลับไปเป็นหมาน้อยเหมือนเดิม

ไวยากรณ์

if you say doggy ... everyone will turn back: เงื่อนไขอนาคตที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง

อนุประโยค if คือ if you say doggy ให้เงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น ส่วนประโยคหลัก everyone will turn back to doggies คาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นหากเงื่อนไขนั้นเป็นจริง เมื่อต้องการพูดถึงความเป็นไปได้จริงในอนาคต รูปแบบทั่วไปคือ if + present simple แล้วตามด้วย will + กริยารูปพื้นฐาน แม้ความหมายจะชี้ไปยังอนาคต แต่อนุประโยค if ทั่วไปใช้ say ไม่ใช่ will say

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเงื่อนไขแบบที่หนึ่งด้วยคำกริยา stop และ go: If the rain ____, we ____ outside.

ดูคำตอบ

stops · will go

Squawk.

5:20

ก๊าก

Can you say Polly want a doggy? น้ำเสียง/เจตนา

5:21

เธอพูดว่า พอลลี่อยากได้หมาน้อย ได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Can you say ...? ที่ใช้ชวนให้พูดตาม

Can you say ...? ในที่นี้ไม่ได้ถามเป็นหลักว่าผู้ฟังมีความสามารถพูดได้หรือไม่ แต่เป็นการชวนอย่างอ่อนโยนให้พูดตามคำที่อยู่ข้างหลัง มีความหมายประมาณว่า “ลองพูดแบบนี้สิ: ...” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Can you say + คำหรือประโยคที่ต้องการให้พูดตาม? ในตัวอย่างนี้ Polly want a doggy คือประโยคที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังพูดตาม

แบบฝึกหัด

Can you say ...? ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ตรวจสอบว่าผู้ฟังได้ยินเสียงหรือไม่
  2. ถามว่าผู้ฟังอยากได้สุนัขหรือไม่
  3. ชวนผู้ฟังอย่างอ่อนโยนให้พูดตามคำที่อยู่ข้างหลัง
ดูคำตอบ

ชวนผู้ฟังอย่างอ่อนโยนให้พูดตามคำที่อยู่ข้างหลัง

Pretty please? น้ำเสียง/เจตนา

5:24

ได้โปรดเถอะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Pretty please? สำหรับคำขอที่หนักแน่นและขี้เล่นขึ้น

Pretty please? เป็นสำนวนตายตัวแบบขี้เล่นที่ใช้เพิ่มน้ำหนักให้ please ทำให้คำขอฟังดูกระตือรือร้น อ้อนวอน น่ารัก หรือจงใจพูดเกินจริงมากขึ้น โดย pretty ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “สวย” มักใช้ต่อจากคำขอครั้งแรก โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ตกลง เมื่อนำมาเสริมสั้น ๆ จะมีความหมายประมาณว่า “ขอร้องล่ะ นะ ตกลงเถอะ”

แบบฝึกหัด

Pretty please? เพิ่มน้ำเสียงแบบใดในที่นี้

  1. การอนุมัติคำขออย่างเป็นทางการ
  2. คำขอเพิ่มที่ขี้เล่นหรือมีน้ำเสียงอ้อนวอน
  3. คำชมว่าบางสิ่งสวยงาม
ดูคำตอบ

คำขอเพิ่มที่ขี้เล่นหรือมีน้ำเสียงอ้อนวอน

Want to want a cracker?

5:28

อยากอยากได้แครกเกอร์ไหม?

Uh.

5:29

เอ่อ

No, Polly want a doggy. วัฒนธรรม

5:30

ไม่ใช่ พอลลี่อยากได้หมาน้อย

วัฒนธรรม

Polly want a doggy: ไวยากรณ์ไม่มาตรฐานในสำนวนเลียนแบบนกแก้ว

Polly want a doggy ชวนให้นึกถึงประโยคนกแก้วที่คุ้นเคยในสื่อภาษาอังกฤษว่า Polly want a cracker โดย Polly เป็นชื่อที่นิยมใช้กับนกแก้ว ถ้อยคำสั้นและลดรูปนี้ทำให้นกดูเหมือนกำลังเลียนแบบคำพูดของมนุษย์แบบท่องจำ จึงเกิดเป็นมุกตลก การไม่มี -s ของกริยาบุรุษที่สามเอกพจน์เป็นความตั้งใจในรูปแบบภาษานกแก้วนี้ ในภาษาอังกฤษมาตรฐานทั่วไปควรพูดว่า Polly wants a doggy

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าถูกหรือผิด: ในภาษาอังกฤษมาตรฐานทั่วไป Polly want a doggy เป็นวิธีที่ถูกต้องในการบอกว่า Polly อยากได้ลูกหมา

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

You have to see it yourself, Daddy Walrus. น้ำเสียง/เจตนา

5:32

พ่อต้องมาดูเองนะ พ่อวอลรัส

น้ำเสียง/เจตนา

You have to see it yourself: ชวนให้อีกฝ่ายไปดูด้วยตนเองอย่างหนักแน่น

ในประโยคนี้ You have to see it yourself หมายถึงคำบรรยายอย่างเดียวยังไม่พอ ผู้ฟังต้องไปดูด้วยตาตนเองจึงจะเข้าใจหรือเชื่อ Yourself เป็นคำเน้น หมายถึงคุณเป็นคนดูด้วยตัวเอง ไม่ได้หมายถึงดูคนเดียว Have to ในที่นี้ใช้เร่งหรือชักชวนอย่างหนักแน่น คล้ายกับบอกว่าคุณต้องดูจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นกฎหรือคำสั่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำจากบทเรียนนี้ตามรูปเดิม ซึ่งหมายถึงผู้ฟังต้องไปดูด้วยตนเอง: The mural is incredible. You ____.

ดูคำตอบ

have to see it yourself

Come on, Bird Bingo. น้ำเสียง/เจตนา

5:35

เร็วเข้า นกบิงโก

น้ำเสียง/เจตนา

Come on: ใช้ให้กำลังใจหรือเร่งให้อีกฝ่ายลงมือทำ

ในประโยคนี้ Come on เป็นคำพูดที่ใช้กระตุ้น Bird Bingo ผู้พูดต้องการให้นกเริ่มทำ ทำต่อ หรือลองทำดู ตามสถานการณ์จึงอาจหมายถึง “เอาเลย” “เร็วเข้า” หรือ “เธอทำได้” ในที่นี้ให้เข้าใจ come on เป็นวลีโต้ตอบทั้งชุด ไม่ใช่แปลคำกริยา come กับคำบุพบท on แยกตามตัวอักษร ส่วนการกระทำที่กำลังกระตุ้นให้ทำนั้นดูได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดใช้ Come on เป็นคำให้กำลังใจอย่างเป็นมิตร?

  1. คุณกำลังเขียนคำขออย่างเป็นทางการถึงลูกค้า
  2. คุณกำลังอธิบายว่าหนังสือเล่มหนึ่งอยู่บนโต๊ะ
  3. เพื่อนของคุณกังวลก่อนกระโดด และคุณพูดว่า 'Come on, you can do it!'
ดูคำตอบ

เพื่อนของคุณกังวลก่อนกระโดด และคุณพูดว่า 'Come on, you can do it!'

Polly want a doggy.

5:36

พอลลี่อยากได้หมาน้อย

Ooh.

5:39

อู้หู

Ooh.

5:41

อู้หู

Squawk.

5:42

ก๊าก

Come on, Bird Bingo.

5:44

เร็วเข้า นกบิงโก

It's hard to get a walrus to sit at the dinner table. ไวยากรณ์

5:45

การจับวอลรัสมานั่งที่โต๊ะกินข้าวมันยากนะ

ไวยากรณ์

It's hard to get X to do Y: การทำให้ X ทำ Y เป็นเรื่องยาก

โครงสร้าง It's hard to get X to do Y หมายความว่า การโน้มน้าวหรือทำให้ X ทำ Y ต้องใช้ความพยายาม ในประโยคนี้ X คือ a walrus และ Y คือ sit at the dinner table ใน It's hard คำว่า it เป็นประธานสมมติ ส่วนการกระทำที่ยากจะตามมาในรูป to-infinitive ภายในส่วนนั้นใช้โครงสร้าง get + X + to + กริยารูปพื้นฐาน โดย get มักสื่อว่าต้องโน้มน้าว ฝึก จัดการ หรือใช้ความพยายามอื่น ไม่ใช่เพียงออกคำสั่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปเพื่อให้โครงสร้างเป้าหมายสมบูรณ์: It's hard to get the twins ____ put on their coats before leaving.

ดูคำตอบ

to

Polly want a two two yeah yeah dinosaur.

5:50

พอลลี่อยากได้ไดโนเสาร์ทูทูเย่เย่

Bird Bingo, no.

5:56

นกบิงโก ไม่นะ

Doggy.

5:59

หมาน้อย

Doggy.

6:00

หมาน้อย

No eating your manners teacher.

6:02

ห้ามกินครูสอนมารยาทนะ

Polly want a

6:07

พอลลี่อยากได้

Polly want a doggy.

6:09

พอลลี่อยากได้หมาน้อย

Huh?

6:12

หา?

Hooray, you did it, Bird Bingo. น้ำเสียง/เจตนา

6:12

ไชโย เธอทำได้แล้ว นกบิงโก

น้ำเสียง/เจตนา

you did it: การฉลองความสำเร็จ

ในประโยคนี้ you did it หมายถึง “คุณทำสำเร็จแล้ว” หรือ “คุณบรรลุเป้าหมายแล้ว” คำว่า Hooray ทำให้ชัดเจนว่านี่คือการชมและฉลองความสำเร็จ รูปอดีต did ชี้ว่าความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว ส่วน it หมายถึงงานหรือเป้าหมายที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจอยู่แล้ว จึงไม่ต้องพูดซ้ำว่าเป็นเรื่องอะไร

แบบฝึกหัด

Lena เพิ่งต่อปริศนาที่ยากเสร็จ ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับฉลองความสำเร็จของเธอ

  1. You did it!
  2. Did you do it?
  3. You can do it!
ดูคำตอบ

You did it!

Squawk.

6:15

ก๊าก

What's going on? น้ำเสียง/เจตนา

6:16

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

น้ำเสียง/เจตนา

What's going on?: การถามถึงสถานการณ์ปัจจุบัน

ในประโยคนี้ What's going on? ใช้ขอคำอธิบายว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น มักแฝงความประหลาดใจ ความกังวล หรือความระวัง เพราะผู้พูดสังเกตเห็นสิ่งที่ผิดปกติหรือชวนสับสน ตรงนี้ go on หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “กำลังดำเนินอยู่” คำถามมุ่งที่สถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

แบบฝึกหัด

คุณเดินเข้าไปในครัวที่มีเสียงเตือนดังอยู่และทุกคนกำลังวิ่งวุ่น คำถามใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. What's going on?
  2. What usually happens here?
  3. What happened?
ดูคำตอบ

What's going on?

Uh.

6:18

เอ่อ

Oh, uh, we're just eating dinner, remember? น้ำเสียง/เจตนา

6:19

โอ้ เอ่อ เราก็แค่กำลังกินมื้อค่ำกันไง จำได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

we're just eating dinner, remember?:ลดน้ำหนักของสถานการณ์และชักนำให้อีกฝ่ายเห็นด้วย

ใน we're just eating dinner คำว่า just ทำให้สถานการณ์ดูเป็นเรื่องธรรมดาและมีเพียงกิจกรรมนั้นอย่างเดียว กล่าวคือไม่มีสิ่งผิดปกติอย่างอื่นเกิดขึ้น ในที่นี้ just ช่วยลดน้ำหนักของสถานการณ์ ไม่ได้เพียงให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงเท่านั้น remember? ที่ท้ายประโยคทำให้คำอธิบายดูเหมือนเป็นข้อมูลที่ผู้ฟังรู้อยู่แล้ว และผลักให้ผู้ฟังยอมรับคำอธิบายนั้น เมื่อใช้ร่วมกัน ถ้อยคำนี้อาจฟังดูเป็นการปลอบใจ การแก้ตัว หรือข้ออ้างที่คิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

just และ remember? มีผลหลักอย่างไรในประโยคนี้

  1. ประกาศกฎใหม่เกี่ยวกับมื้อเย็นอย่างเป็นทางการ
  2. ทำให้สถานการณ์ดูเป็นเรื่องธรรมดาและชักนำให้ผู้ฟังยอมรับคำอธิบายที่ทั้งสองฝ่ายรับรู้อยู่แล้ว
  3. ถามว่าผู้ฟังกินมื้อเย็นเสร็จแล้วหรือยัง
ดูคำตอบ

ทำให้สถานการณ์ดูเป็นเรื่องธรรมดาและชักนำให้ผู้ฟังยอมรับคำอธิบายที่ทั้งสองฝ่ายรับรู้อยู่แล้ว

Oh, yeah, dinner.

6:23

โอ้ ใช่ มื้อค่ำ

Okay, well,

6:26

โอเค เอาล่ะ

make sure you

6:27

อย่าลืมว่าลูกต้อง

I've finished my vegetables, Father. การใช้คำ

6:28

ลูกทานผักเสร็จแล้วครับท่านพ่อ

การใช้คำ

Father ในฐานะคำเรียกโดยตรงที่เป็นทางการ

Father ในที่นี้เป็นคำที่ใช้เรียกพ่อโดยตรง ไม่ใช่เพียงคำนามที่ใช้อธิบายผู้ปกครอง ในครอบครัวที่พูดภาษาอังกฤษสมัยใหม่จำนวนมาก Dad เป็นคำเรียกที่สนิทสนมและเป็นธรรมชาติกว่า ส่วน Father ฟังดูเป็นทางการ ล้าสมัย ห่างเหิน หรือจงใจสุภาพเรียบร้อยอย่างชัดเจน ความเป็นทางการที่เกิดขึ้นกะทันหันหลังคำพูดธรรมดาสร้างความแตกต่างแบบสุภาพเกินเหตุและอาจทำให้ประโยคนี้ตลกได้ ผลนี้มาจากระดับภาษา ไม่ใช่จากความสัมพันธ์ทางครอบครัวที่ต่างออกไป

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งกำลังพูดกับพ่ออย่างสบาย ๆ และอบอุ่นในการสนทนาของครอบครัวสมัยใหม่ทั่วไป ประโยคใดตรงกับระดับภาษานี้มากที่สุด

  1. Sir, I've finished my vegetables.
  2. Dad, I've finished my vegetables.
  3. Father, I've finished my vegetables.
ดูคำตอบ

Dad, I've finished my vegetables.

I shall now excuse myself to go tidy the kitchen. การใช้คำ

6:30

ลูกขอตัวไปเก็บกวาดห้องครัวก่อนนะครับ

การใช้คำ

I shall now excuse myself to...: การขอตัวที่จงใจให้เป็นทางการ

I shall now excuse myself to... หมายถึงผู้พูดประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะออกจากกิจกรรมที่กำลังทำอยู่เพื่อไปทำสิ่งที่ตามหลัง to ในที่นี้ excuse myself หมายถึงขอตัวออกไปอย่างสุภาพ ไม่ได้หมายถึงให้อภัยตัวเอง เมื่อใช้ shall, now และ excuse myself ร่วมกัน ประโยคจะฟังเป็นพิธีรีตองกว่า I’m going to... มาก ในสถานการณ์ธรรมดาภายในบ้าน ความเป็นทางการที่เกินจำเป็นนี้จึงสร้างความขบขันและให้ความรู้สึกเหมือนกำลังแสดงละคร

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาธรรมดาภายในบ้าน รูปเต็ม I shall now excuse myself to... มักสื่อความรู้สึกแบบใด

  1. ยอมรับว่าผู้พูดทำผิด
  2. ประกาศอย่างจงใจให้ใหญ่โตและเป็นทางการว่าผู้พูดกำลังจะออกไป
  3. ขอให้อีกคนออกไปด้วยน้ำเสียงเป็นกลาง
ดูคำตอบ

ประกาศอย่างจงใจให้ใหญ่โตและเป็นทางการว่าผู้พูดกำลังจะออกไป

Pip pip. วัฒนธรรม

6:34

ลาก่อน

วัฒนธรรม

Pip pip: คำบอกลาแบบอังกฤษโบราณ

Pip pip เป็นคำอุทานแบบอังกฤษที่ล้าสมัย ซึ่งใช้เป็นคำบอกลาอย่างร่าเริงได้ คำนี้ชวนให้นึกถึงเสียงพูดแบบชนชั้นสูงหรือแบบอังกฤษย้อนยุคที่ถูกแต่งให้เด่นชัด มากกว่าบทสนทนาสมัยใหม่ทั่วไป ปัจจุบันมักพบในผลงานเก่า การเลียนแบบแบบขบขัน หรือการล้อเลียน เมื่อตามหลังประโยคขอตัวที่เป็นทางการผิดปกติ คำนี้จะยิ่งเพิ่มอารมณ์ขันจากการจงใจพูดให้ดูโบราณ

แบบฝึกหัด

Pip pip มีแนวโน้มสร้างผลแบบใดมากที่สุดในบทสนทนาสมัยใหม่

  1. การเลียนแบบคำบอกลาแบบอังกฤษโบราณอย่างขบขัน
  2. คำขอให้ทุกคนเงียบ
  3. คำลงท้ายอย่างเป็นทางการมาตรฐานในอีเมลธุรกิจ
ดูคำตอบ

การเลียนแบบคำบอกลาแบบอังกฤษโบราณอย่างขบขัน

Well. that's more like it. สำนวน

6:36

ดี แบบนั้นแหละค่อยยังชั่ว

สำนวน

That's more like it: แสดงความพอใจเมื่อดีขึ้น

That's more like it เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ประเมินผล ในที่นี้หมายถึง “ตอนนี้ค่อยใกล้กับสิ่งที่ฉันต้องการ” หรือ “แบบนี้ดีขึ้นมาก” เป็นการตอบสนองต่อสิ่งที่พัฒนาขึ้น ไม่ได้แค่บอกว่าผู้พูดชอบสิ่งนั้น ประโยคนี้ชมผลลัพธ์ใหม่ พร้อมกับสื่อว่าผลลัพธ์ก่อนหน้ายังไม่น่าพอใจ ควรจำเป็นวลีทั้งก้อน เพราะ like ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ชอบ”

แบบฝึกหัด

โค้ชเห็นว่าการลองครั้งที่สองดีขึ้นมาก และต้องการบอกว่าตอนนี้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวังแล้ว คำตอบใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. I've liked it before.
  2. That's the last of it.
  3. That's more like it.
ดูคำตอบ

That's more like it.

Bingo, for the last time, น้ำเสียง/เจตนา

6:40

บิงโก ครั้งสุดท้ายแล้วนะ

น้ำเสียง/เจตนา

For the last time: คำเตือนครั้งสุดท้ายด้วยความไม่พอใจ

For the last time ใช้นำสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะพูดซ้ำ หลังจากเคยบอกหรือขอไปแล้ว ในข้อความส่วนนี้หมายถึง “ฉันจะพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย” พร้อมน้ำเสียงไม่พอใจและมีพลังของคำเตือน มักทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายบอกทิศทางของคำพูดก่อนคำสั่งหรือคำแก้ไขที่ต้องพูดซ้ำ ไม่ใช่คำบอกเวลาแบบเป็นกลางใน The last time I visited ผู้พูดอาจไม่ได้รับประกันตามตัวอักษรว่าจะไม่พูดซ้ำอีกเลย แต่ต้องการให้ผู้ฟังหยุดถามหรือหยุดฝ่าฝืนคำสั่ง

แบบฝึกหัด

for the last time สื่ออะไรในประโยคนี้: 'For the last time, the meeting starts at nine, not ten.'?

  1. ผู้พูดกำลังบรรยายการประชุมครั้งล่าสุด
  2. ผู้พูดเคยแก้เรื่องนี้แล้วและกำลังหมดความอดทน
  3. นี่เป็นการเตือนอย่างเป็นมิตรครั้งแรก
ดูคำตอบ

ผู้พูดเคยแก้เรื่องนี้แล้วและกำลังหมดความอดทน

use a knife and... Chicken.

6:42

ใช้มีดแล้วก็... ไก่