มัจจุราชสีขาว - พลซุ่มยิงที่เก่งที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยรู้จัก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The Infographics Show

ความยากในการเรียน
1,215 คำ 211 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: ชีวประวัติซิโม แฮวแฮในสงครามและชีวิตหลังบาดเจ็บ ประเด็นภาษาอังกฤษ: 1. “body count.” — ความหมายและระดับภาษา: คำไม่เป็นทางการสำหรับผู้ตาย; ใช้ death toll หรือ confirmed kills ตามบริบท 2. “With maps very scarce” — ไวยากรณ์: with + นาม + คุณศัพท์ให้เงื่อนไข เช่น แผนที่ขาดจึงพึ่งความจำ 3. “right from the horse's mouth.” — สำนวน: ข้อมูลมาจากผู้เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ม้า แต่ไม่ได้รับรองว่าจริง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

When we say the best sniper,

0:00

เมื่อเราพูดถึงพลซุ่มยิงที่เก่งที่สุด

we could be referring to who had the best shot in terms of distance วลี

0:01

เราอาจหมายถึงผู้ที่มีผลงานการยิงที่ดีที่สุดในเรื่องของระยะทาง

วลี

in terms of: ระบุเกณฑ์ที่ใช้พิจารณา

ในที่นี้ in terms of distance บอกว่าเกณฑ์ที่ใช้ตัดสิน “การยิงที่ดีที่สุด” คือระยะทาง ข้อความนี้ประเมินเฉพาะด้านระยะทาง ไม่ได้หมายความว่าดีที่สุดในทุกมาตรวัดทักษะที่เป็นไปได้ ใช้ in terms of + คำนามหรือนามวลีเพื่อจำกัดข้อความให้อยู่ในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น in terms of cost, in terms of safety หรือ in terms of how far something can travel

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่จำกัดการเปรียบเทียบให้อยู่ในด้านเดียวลงในประโยค: "The two plans are similar in cost but very different ____ safety."

ดูคำตอบ

in terms of

or who had the most kills to his or her name. สำนวน

0:04

หรือผู้ที่มีสถิติการสังหารมากที่สุด

สำนวน

to his or her name: นับเป็นผลงานในประวัติของบุคคล

To his or her name หมายถึง “ถูกนับให้เป็นของบุคคลนั้นในฐานะส่วนหนึ่งของประวัติหรือผลงาน” ในที่นี้ จำนวนการสังหารถูกนับเป็นผลลัพธ์ในประวัติของพลซุ่มยิง วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเขียนชื่อจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ have + a number or achievement + to + possessive + name เช่น She has three patents to her name. สามารถใช้กับผลงาน รางวัล สถิติ ทรัพย์สิน หรือแม้แต่ข้อเท็จจริงด้านลบ ไม่ได้จำกัดเฉพาะความสำเร็จในทางบวก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าสิทธิบัตรสามฉบับเป็นส่วนหนึ่งของประวัติความสำเร็จของ Lena

  1. Lena has three patents on her name.
  2. Lena has three patents in her name.
  3. Lena has three patents to her name.
ดูคำตอบ

Lena has three patents to her name.

Today, we'll focus more on the most prolific sniper, การใช้คำ

0:07

วันนี้เราจะมาโฟกัสกันที่พลซุ่มยิงที่ทำผลงานได้มากที่สุด

การใช้คำ

prolific sniper: เน้นจำนวนมาก ไม่ได้แปลว่ามีทักษะสูงเสมอไป

ในประโยคนี้ prolific ขยายจากความหมายทั่วไปว่า "สร้างผลงานออกมามาก" เมื่อนำมาใช้กับมือซุ่มยิง จึงหมายถึงมือซุ่มยิงที่มีจำนวนการสังหารหรือการยิงที่ทำให้คนเสียชีวิตในประวัติเป็นจำนวนมาก คำนี้บอกปริมาณ ไม่ได้บอกความสามารถโดยตัวมันเอง ถ้อยคำนี้ฟังดูห่างเหินและเย็นชา เพราะนำคำที่มักใช้กับนักเขียนหรือศิลปินมามองการฆ่าเหมือนเป็น "ผลงาน" ชนิดหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ prolific sniper เน้นอะไร

  1. มือซุ่มยิงมีจำนวนการสังหารที่บันทึกไว้สูง
  2. มือซุ่มยิงสามารถยิงได้จากระยะไกลที่สุด
  3. มือซุ่มยิงต้องมีทักษะเหนือกว่ามือซุ่มยิงคนอื่นทุกคน
ดูคำตอบ

มือซุ่มยิงมีจำนวนการสังหารที่บันทึกไว้สูง

the person with the biggest body count. การใช้คำ

0:09

นั่นคือผู้ที่สังหารศัตรูได้มากที่สุดนั่นเอง

การใช้คำ

Body count: จำนวนผู้เสียชีวิตหรือยอดสังหารแบบไม่เป็นทางการ

ในบริบทความรุนแรงนี้ body count หมายถึงจำนวนคนที่ถูกฆ่า ใน "the person with the biggest body count" ตัวเลขนั้นถูกนับเป็นผลงานของคนคนเดียว จึงหมายถึงจำนวนคนที่บุคคลนั้นฆ่าสะสมไว้ คำนี้ไม่ได้หมายถึงการนับศพที่วางอยู่ในสถานที่หนึ่งอย่างตรงตัว วลีนี้เปลี่ยนคนให้เป็นเพียงตัวเลขสถิติ จึงอาจมีน้ำเสียงตรงแบบไม่เกรงใจ ชวนตื่นตะลึง หรือเย็นชา

แบบฝึกหัด

ผู้วิจารณ์กำลังเล่าแบบไม่เป็นทางการว่าตัวร้ายในเรื่องแต่งฆ่าคนไปกี่คน สำนวนใดเหมาะที่สุดกับน้ำเสียงตรงกระด้างที่ตั้งใจใช้

  1. body count
  2. confirmed kills
  3. death toll
ดูคำตอบ

body count

You've probably all heard of Chris Kyle,

0:12

พวกคุณน่าจะเคยได้ยินชื่อ คริส ไคล์ (Chris Kyle) กันมาบ้างแล้ว

the American soldier who was the inspiration behind the movie American Sniper. วลี

0:13

ทหารชาวอเมริกันผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์เรื่อง อเมริกัน สไนเปอร์ (American Sniper)

วลี

the inspiration behind: แรงบันดาลใจเบื้องหลัง

“The inspiration behind” ใช้ระบุบุคคล ประสบการณ์ หรือแนวคิดที่นำไปสู่การสร้างผลงาน แผน หรือโครงการ ในประโยคนี้ เรื่องราวชีวิตของทหารคนนั้นเป็นแหล่งความคิดสร้างสรรค์สำหรับภาพยนตร์ “Behind” ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงต้นกำเนิดที่ช่วยให้บางสิ่งเกิดขึ้น ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ โครงสร้างคือ X is/was the inspiration behind Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “แหล่งความคิดสร้างสรรค์ของ”: Her travel journals were the ____ the documentary.

ดูคำตอบ

inspiration behind

The Department of Defense tells us he had 160 kills to his name.

0:17

กระทรวงกลาโหมระบุว่าเขามีสถิติสังหารศัตรู 160 ราย

Ironically, Kyle was later shot and killed at a shooting range in the US.

0:21

ตลกร้ายที่ไคล์ถูกยิงเสียชีวิตในเวลาต่อมา ณ สนามยิงปืนแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ

The British media in 2015 reported that a Royal Marine

0:25

สื่อของอังกฤษรายงานในปี 2015 ว่านาวิกโยธินของกองทัพเรืออังกฤษนายหนึ่ง

was the world's deadliest sniper with 173 kills,

0:29

เป็นพลซุ่มยิงที่อันตรายที่สุดในโลกด้วยสถิติสังหาร 173 ราย

though they didn't name him.

0:32

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เปิดเผยชื่อของเขาก็ตาม

But none of these sniping upstarts have anything on the man we are going to talk about today, สำนวน

0:33

แต่พลซุ่มยิงหน้าใหม่เหล่านี้เทียบไม่ได้เลยกับผู้ชายที่เรากำลังจะพูดถึงในวันนี้

สำนวน

have anything on ในการเปรียบเทียบแบบปฏิเสธ

ในโครงสร้างปฏิเสธ not/never/none ... have anything on someone สำนวนนี้หมายถึง “สามารถเทียบชั้นหรือเหนือกว่า” บุคคลนั้น เนื่องจากประธานในประโยคนี้คือ none of these sniping upstarts ประโยคจึงบอกว่าคนเหล่านั้นเทียบกับชายที่จะกล่าวถึงต่อไปไม่ได้ นี่เป็นการเปรียบเทียบแบบสำนวน ไม่ใช่การพูดถึงการครอบครอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ A doesn't have anything on B ซึ่งแสดงว่า B อย่างน้อยก็น่าประทับใจพอ ๆ กับ A และมักจะดีกว่ามาก

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The other singers don't have anything on Mateo when he performs live,” คำว่า don't have anything on หมายถึงอะไร

  1. นักร้องคนอื่น ๆ เทียบ Mateo ไม่ได้
  2. นักร้องคนอื่น ๆ ยืนอยู่ข้างหลัง Mateo
  3. นักร้องคนอื่น ๆ มีข้อมูลที่สร้างความเสียหายเกี่ยวกับ Mateo
ดูคำตอบ

นักร้องคนอื่น ๆ เทียบ Mateo ไม่ได้

in this episode of The Infographics Show,

0:37

ใน The Infographics Show ตอนนี้

The Best Sniper in History.

0:39

พลซุ่มยิงที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์

If you look around the web,

0:41

หากคุณลองค้นหาในอินเทอร์เน็ต

the consensus is that the focus of today's show is indeed the deadliest sniper that ever lived. โน้ต

0:42

ความเห็นส่วนใหญ่ก็เห็นตรงกันว่าบุคคลที่เราจะนำเสนอในวันนี้คือพลซุ่มยิงที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมา

วลี

The consensus is that ...: การนำเสนอความเห็นที่ยอมรับร่วมกันอย่างกว้างขวาง

ใน “the consensus is that ...” คำว่า consensus หมายถึงความเห็นที่กลุ่ม บุคคลผู้เชี่ยวชาญ หรือชุดแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องยอมรับร่วมกันอย่างกว้างขวาง ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาของความเห็นนั้น กรอบนี้ใช้สรุปความเห็นพ้องในระดับมาก ไม่ใช่ประกาศคำตัดสินอย่างเป็นทางการครั้งใหม่ ฉันทามติไม่จำเป็นต้องหมายความว่าทุกคนเห็นด้วย และการมีฉันทามติก็ไม่ได้พิสูจน์ในตัวเองว่าข้อสรุปนั้นเป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมบทสรุปภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการด้วยสำนวนที่นำเสนอความเห็นร่วมอย่างกว้างขวาง: The committee reviewed all five reports; ____ the outage began with a network failure.

ดูคำตอบ

the consensus is that

ไวยากรณ์

The deadliest sniper that ever lived: ขั้นสุดที่ครอบคลุมตลอดประวัติศาสตร์

นามวลีขั้นสุด “the deadliest sniper” ถูกขยายด้วยอนุประโยคสัมพันธ์ “that ever lived” โดย ever ในที่นี้ขยายขอบเขตการเปรียบเทียบไปถึงมือซุ่มยิงทุกคนที่เคยมีชีวิตอยู่ในทุกยุค จึงเป็นการอ้างว่าอยู่ในระดับสูงสุดตลอดประวัติศาสตร์ ในโครงสร้างนี้ ever ไม่ได้หมายถึง “ครั้งหนึ่ง” และไม่ได้บอกประสบการณ์ในอดีต วลีทั้งหมดเน้นอย่างมากและนำเสนอว่าบุคคลนี้เหนือกว่าสมาชิกคนอื่นทุกคนในประเภทเดียวกันตลอดประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างหนักแน่นที่สุดว่านักสำรวจคนหนึ่งเป็นอันดับหนึ่งตลอดประวัติศาสตร์?

  1. She was a very great explorer in her time.
  2. She was one of the greatest explorers who ever lived.
  3. She was the greatest explorer that ever lived.
ดูคำตอบ

She was the greatest explorer that ever lived.

His name was Simo Häyhä,

0:47

เขาชื่อว่า ซิโม แฮวแฮ (Simo Häyhä)

and he was a Finnish Army second lieutenant.

0:49

เขาเป็นร้อยตรีในกองทัพบกฟินแลนด์

We are told he killed somewhere between 505 and 542 people. ไวยากรณ์

0:51

มีการระบุว่าเขาสังหารศัตรูไปประมาณ 505 ถึง 542 คน

ไวยากรณ์

somewhere between 505 and 542 สำหรับการประมาณช่วงที่ไม่แน่นอน

somewhere ในที่นี้ใช้ลดความแม่นยำของตัวเลข ไม่ได้หมายถึงสถานที่ รูปแบบ somewhere between A and B บอกว่าค่าจริงหรือค่าที่มีการรายงานยังไม่แน่นอน แต่คาดว่าจะอยู่ภายในขอบเขตสองค่านั้น ใช้โครงสร้างนี้เมื่อแหล่งข้อมูลให้ตัวเลขไม่ตรงกันหรือมีเพียงค่าประมาณ ซึ่งฟังเป็นธรรมชาติกว่าการทำเหมือนรู้ตัวเลขที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่ขึ้นต้นด้วย somewhere เพื่อแสดงว่าวันที่แน่นอนยังไม่ทราบ แต่ถูกจำกัดไว้ด้วยสองวัน: The package should arrive ____ Tuesday and Thursday.

ดูคำตอบ

somewhere between

His victims were Russian,

0:56

เป้าหมายของเขาคือชาวรัสเซีย

and they were killed during the Winter War. วัฒนธรรม

0:57

และพวกเขาถูกสังหารในช่วงสงครามฤดูหนาว (Winter War)

This was a conflict between Finland and the Soviet Union

0:59

นี่คือความขัดแย้งระหว่างฟินแลนด์และสหภาพโซเวียต

that started in 1939 and lasted just over three months.

1:02

ซึ่งเริ่มต้นในปี 1939 และกินเวลาเพียงแค่สามเดือนกว่าๆ

วัฒนธรรม

Winter War ในฐานะชื่อเฉพาะทางประวัติศาสตร์

Winter War เป็นชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกความขัดแย้งเฉพาะเหตุการณ์หนึ่ง ไม่ใช่คำบรรยายทั่วไปของการสู้รบในอากาศหนาว ในฐานะชื่อเฉพาะทางประวัติศาสตร์ คำทั้งสองจึงขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ ในประโยคนี้ ชื่อนี้หมายถึงความขัดแย้งระหว่างฟินแลนด์กับสหภาพโซเวียตที่เริ่มในปี 1939 และกินเวลานานกว่าสามเดือนเล็กน้อย การรู้จักชื่อนี้ช่วยระบุบริบทด้านประเทศ ฝ่ายตรงข้าม และช่วงเวลาของการสังหารที่กล่าวถึง

แบบฝึกหัด

the Winter War ในตัวอย่างหมายถึงอะไร

  1. ช่วงฤดูหนาวของสงครามที่ยาวนานกว่าและไม่ได้ระบุชื่อ
  2. ความขัดแย้งเฉพาะระหว่างฟินแลนด์กับสหภาพโซเวียตที่เริ่มในปี 1939
  3. ความขัดแย้งทางทหารใด ๆ ที่สู้รบกันในสภาพอากาศหนาวของฤดูหนาว
ดูคำตอบ

ความขัดแย้งเฉพาะระหว่างฟินแลนด์กับสหภาพโซเวียตที่เริ่มในปี 1939

That's a short amount of time,

1:05

เป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก

but it was enough time to cement Häyhä's name in history. สำนวน

1:07

แต่ก็เพียงพอที่จะสลักชื่อของแฮวแฮไว้ในประวัติศาสตร์

สำนวน

ทำให้ชื่อของ Häyhä มั่นคงอยู่ในประวัติศาสตร์

ในที่นี้ cement เป็นคำกริยาที่ใช้เชิงอุปมา เปรียบเหมือนปูนซีเมนต์ที่ทำให้สิ่งหนึ่งแข็งแรง ผลงานดังกล่าวจึงทำให้ชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์ของ Häyhä มั่นคงและมีแนวโน้มว่าจะคงอยู่ยาวนาน วลีนี้ไม่ได้หมายถึงปูนซีเมนต์จริง ๆ หรือเพียงการจดชื่อของเขาไว้ โครงสร้าง cement + กรรม หมายถึงทำให้บางสิ่งมั่นคงหรือเปลี่ยนแปลงได้ยากขึ้น ใน cement someone's name in history กรรมสื่อถึงการที่บุคคลนั้นได้รับการจดจำอย่างยาวนานในความทรงจำทางประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ cement ในความหมายเชิงอุปมาแบบเดียวกับตัวอย่าง

  1. The reporter wrote her name in the history section of the article.
  2. They poured cement around the base of the fence post.
  3. Winning a third title cemented her reputation as one of the sport's greatest players.
ดูคำตอบ

Winning a third title cemented her reputation as one of the sport's greatest players.

The number of casualties in those three months was reportedly around 25,900 Finnish deaths

1:09

มีรายงานว่าจำนวนผู้เสียชีวิตในช่วงสามเดือนนั้นอยู่ที่ชาวฟินแลนด์ประมาณ 25,900 ราย

and 126,900 Russian deaths.

1:15

และชาวรัสเซีย 126,900 ราย

Häyhä's kills were even recorded by the Finnish military.

1:18

สถิติการสังหารของแฮวแฮยังถูกบันทึกไว้โดยกองทัพฟินแลนด์อีกด้วย

The document states how many people he had killed up until that day, ไวยากรณ์

1:21

เอกสารระบุจำนวนคนที่เขาสังหารได้จนถึงวันนั้นๆ

not how many people he killed on that day.

1:24

ไม่ใช่จำนวนคนที่เขาสังหารได้ในวันนั้น

ไวยากรณ์

ความแตกต่างระหว่าง up until that day กับ on that day

up until that day กำหนดให้วันนั้นเป็นจุดตัดในอดีต และมองยอดสะสมตลอดช่วงเวลาก่อนมาถึงจุดดังกล่าว ส่วน on that day จำกัดการนับไว้เฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันปฏิทินนั้นเพียงวันเดียว แบบแรกเป็นช่วงเวลาที่มีการสะสม ส่วนแบบหลังระบุตำแหน่งเวลาเพียงวันเดียว รูป past perfect อย่าง had killed สอดคล้องกับมุมมองแบบมีจุดตัด เพราะนำเสนอจำนวนการฆ่าว่าเป็นสิ่งที่สะสมขึ้นก่อนจุดอ้างอิงในอดีต ความแตกต่างหลักยังคงเป็นยอดสะสมจนถึงจุดหนึ่ง เทียบกับจำนวนที่เกิดขึ้นเฉพาะในวันนั้น ส่วนจะนับรวมวันปลายทางหรือไม่นั้นอาจขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบด้วยสำนวนบอกเวลาสองสำนวนจากบทเรียน: The report shows the total number of applications received ____ that day, not the number received ____ that day.

ดูคำตอบ

up until · on

It's thought his biggest tally on one day was about 25 deaths.

1:27

เชื่อกันว่าสถิติสูงสุดในวันเดียวของเขาคือประมาณ 25 ราย

On December 22nd, 1939,

1:31

ในวันที่ 22 ธันวาคม 1939

the document states that he killed 138 people.

1:33

เอกสารระบุว่าเขาสังหารคนไป 138 ราย

On January 26th, 1940,

1:36

ในวันที่ 26 มกราคม 1940

he killed 199 people.

1:38

เขาสังหารไป 199 ราย

On February 17th, 1940,

1:40

ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1940

he killed 217 people,

1:42

เขาสังหารไป 217 ราย

and on March 7th, 1940,

1:44

และในวันที่ 7 มีนาคม 1940

he killed 259 people.

1:46

เขาสังหารไป 259 ราย

That day wasn't the best day of his life,

1:48

วันนั้นไม่ใช่วันที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา

as he was very seriously wounded.

1:50

เพราะเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก

He took a Red Army bullet right to the face, วลี

1:52

เขาถูกกระสุนของกองทัพแดงยิงเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง

วลี

“took a Red Army bullet” หมายถึงถูกกระสุนยิงโดน

ในประโยคนี้ took a Red Army bullet หมายถึง “ถูกกระสุนจากกองทัพแดงยิงโดน” คำว่า take สื่อถึงการรับหรือทนแรงกระแทก ไม่ได้หมายถึงการจงใจหยิบหรือรับกระสุนมา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ take + a/the + bullet โดยมักมีคำขยายหรือวลีบอกส่วนของร่างกายร่วมด้วย เช่น take a bullet in the shoulder คือถูกยิงที่ไหล่ และ take a bullet to the face คือถูกยิงที่ใบหน้า วลีที่เติมมาระบุตำแหน่งที่กระสุนเข้าเป้า

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง เกิดอะไรขึ้นกับเขา?

  1. กระสุนจากกองทัพแดงยิงโดนใบหน้าของเขา
  2. เขาหยิบกระสุนของกองทัพแดงขึ้นมาและถือไว้ใกล้ใบหน้า
  3. เขายื่นกระสุนให้นายทหารกองทัพแดง
ดูคำตอบ

กระสุนจากกองทัพแดงยิงโดนใบหน้าของเขา

and that's why photos of him that circulated around the web depict a monstrous-looking man.

1:54

และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมภาพถ่ายของเขาที่เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตถึงดูน่ากลัวเหมือนสัตว์ประหลาด

Sorry about being so blunt, Simo. น้ำเสียง/เจตนา

1:59

ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ นะซิโม

น้ำเสียง/เจตนา

“Sorry about being so blunt”: ขอโทษที่ใช้ถ้อยคำตรงเกินไป

Sorry about being so blunt เป็นถ้อยคำที่ใช้แก้สถานการณ์ในการสนทนา ผู้พูดยอมรับว่าถ้อยคำก่อนหน้านี้ตรงเกินปกติและอาจฟังดูแข็งกระด้าง ในที่นี้ blunt บรรยายการพูดที่แทบไม่ลดความตรง ไม่ได้หมายถึงขอบวัตถุที่ทื่อ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ sorry about + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ต้องใช้ being หลัง about และคำขอโทษมุ่งไปที่วิธีถ่ายทอดข้อความ ไม่ได้แปลว่าผู้พูดจำเป็นต้องถอนข้อความนั้น

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งแสดงความคิดเห็นที่ตรงเกินไป คำขอโทษข้อใดใช้รูป -ing หลัง sorry about ได้ถูกต้อง?

  1. Sorry about be so blunt.
  2. Sorry about being so blunt.
  3. Sorry about to be so blunt.
ดูคำตอบ

Sorry about being so blunt.

The wound didn't slow him down so much, though, กริยาวลี

2:01

แต่อาการบาดเจ็บก็ไม่ได้ทำให้เขาหยุดชะงักแต่อย่างใด

กริยาวลี

slow him down: กริยาวลีแบบแยกได้

slow someone down หมายถึงทำให้คนหนึ่งคนเคลื่อนไหว ทำงาน หรือก้าวหน้าได้ช้าลง ในประโยคนี้ บาดแผลไม่ได้ลดความสามารถของเขาในการเดินหน้าต่อไปมากนัก นี่เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ โดย slow เป็นคำกริยา down เป็นคำอนุภาค และ him คือคนที่ได้รับผลกระทบ โครงสร้างคือ slow + กรรม + down

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ slow someone down โดยใช้คำสรรพนาม us: Road construction ____ on our trip.

ดูคำตอบ

slowed us down

and he lived a long life.

2:03

และเขาก็มีอายุยืนยาว

He was born in 1905

2:04

เขาเกิดในปี 1905

and lived until the ripe old age of 97, สำนวน

2:06

และมีอายุยืนยาวถึง 97 ปี

สำนวน

the ripe old age of: เน้นการมีชีวิตยืนยาว

the ripe old age of + ตัวเลข เป็นสำนวนที่เน้นว่าคนหนึ่งคนมีชีวิตอยู่จนถึงอายุที่สูงมากอย่างน่าประทับใจ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเพิ่มน้ำเสียงชื่นชม อบอุ่น และเบาสบายเล็กน้อยให้กับข้อเท็จจริงที่ว่าเขามีชีวิตถึง 97 ปี ripe ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว และไม่ได้เปรียบคนเป็นผลไม้ ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นสำนวนตายตัวที่ใช้เน้นอายุ

แบบฝึกหัด

สำนวนใน "She lived to the ripe old age of 103" หมายความว่าอย่างไร?

  1. เธอเติบโตเต็มที่ทางร่างกายเมื่ออายุ 103 ปี
  2. เธอมีชีวิตอยู่จนถึงอายุที่สูงมากอย่างน่าประทับใจ
  3. เธอมีชีวิตอยู่เพียงถึงวัยกลางคน
ดูคำตอบ

เธอมีชีวิตอยู่จนถึงอายุที่สูงมากอย่างน่าประทับใจ

dying in 2002.

2:08

โดยเสียชีวิตในปี 2002

But who was this man?

2:10

แล้วชายคนนี้คือใครกัน?

Well,

2:11

เอาล่ะ

the Finnish told all kinds of stories about him,

2:12

ชาวฟินแลนด์มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับตัวเขา

as he was the focus of a lot of propaganda.

2:14

เนื่องจากเขาเป็นจุดสนใจในการโฆษณาชวนเชื่อมากมาย

Back in those days, วลี

2:16

ในยุคนั้น

วลี

Back in those days: การย้อนเรื่องไปยังช่วงเวลาก่อนหน้า

Back in those days เป็นวลีบอกเวลาที่พามุมมองของผู้ฟังย้อนกลับไปยังช่วงเวลาก่อนหน้าซึ่งทราบอยู่แล้วจากบริบท ในที่นี้ back มีความหมายด้านเวลา คือ “ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น” ไม่ได้หมายถึง “ข้างหลัง” ในเชิงพื้นที่ วลีนี้มักทำให้ข้อมูลที่ตามมาถูกมองว่าเป็นสิ่งปกติของยุคนั้น และอาจสื่อถึงความแตกต่างจากปัจจุบัน เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าวลีนี้เป็นส่วนบอกเวลาที่วางไว้ต้นประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกเวลาสี่คำที่พาเรื่องเล่าย้อนกลับไปยังช่วงเวลาก่อนหน้า: “We had no smartphones when I was at school. ____, we called home from pay phones.”

ดูคำตอบ

Back in those days

war heroes were an important piece of national storytelling in many countries,

2:17

วีรบุรุษสงครามถือเป็นส่วนสำคัญของการสร้างเรื่องราวระดับชาติในหลายๆ ประเทศ

used to foment pride in the public and give people hope. การใช้คำ

2:21

ใช้เพื่อกระตุ้นความภาคภูมิใจของประชาชนและมอบความหวังให้กับผู้คน

การใช้คำ

foment pride: วิธีแบบเป็นทางการในการบรรยายการปลุกเร้าอารมณ์

Foment หมายถึงการจงใจปลุกเร้าหรือทำให้อารมณ์รุนแรงหรือกิจกรรมที่ก่อความวุ่นวายทวีความรุนแรงขึ้น ใน foment pride เรื่องราวของเหล่าวีรบุรุษถูกนำเสนอว่าเป็นเครื่องมือในการสร้างและขยายความภาคภูมิใจของประชาชน คำกริยานี้มีน้ำเสียงเป็นทางการและแฝงการประเมินค่า และมักปรากฏกับ unrest, conflict, hatred หรือ rebellion การใช้ร่วมกับ pride อาจทำให้กระบวนการดังกล่าวฟังดูเป็นกลยุทธ์หรือเป็นการชักจูงควบคุม มากกว่าจะเป็นเพียงการสนับสนุน

แบบฝึกหัด

นักประวัติศาสตร์ต้องการคำกริยาที่เป็นทางการและเชิงวิจารณ์เพื่อบรรยายโฆษณาชวนเชื่อที่จงใจปลุกเร้าความโกรธของประชาชนและความไม่สงบ คำกริยาใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคนี้? “The broadcasts were designed to ___ anger and unrest.”

  1. foment
  2. foster
  3. encourage
ดูคำตอบ

foment

He was born in Finland,

2:24

เขาเกิดในฟินแลนด์

very close to the border with Russia.

2:25

ใกล้กับชายแดนรัสเซียมาก

At the age of 20,

2:27

เมื่ออายุ 20 ปี

he became a volunteer in the Finnish Civil Guard,

2:28

เขาได้กลายเป็นอาสาสมัครในกองกำลังรักษาดินแดนของฟินแลนด์

and it was certain he was going to be of some use. วลี

2:30

และเป็นที่แน่นอนว่าเขาจะต้องมีประโยชน์อย่างแน่นอน

วลี

be of some use: มีประโยชน์อยู่บ้าง

“be of some use” หมายถึง “มีประโยชน์หรือช่วยได้ในบางทาง” ในประโยคนี้ ผู้พูดคาดว่าประสบการณ์ของเขาจะนำไปใช้ได้จริง โครงสร้าง be + of + คำนามนามธรรม ทำหน้าที่คล้ายส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์ คำว่า some ปล่อยให้ประเภทหรือระดับของประโยชน์ไม่เฉพาะเจาะจง และไม่ได้หมายความว่า “มีประโยชน์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น” โครงสร้างเดียวกันพบได้ใน be of value, be of importance และ be of help

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสี่คำที่หมายถึง “ช่วยได้ในบางทาง”: The old records may ____ to the investigators.

ดูคำตอบ

be of some use

Prior to signing up, โน้ต

2:33

ก่อนที่จะสมัครเข้าร่วม

วลี

Prior to + คำนามหรือรูป -ing

“Prior to” หมายถึง “ก่อน” และใช้เกริ่นถึงเวลาหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน ใน “Prior to signing up” การ signing up คือเหตุการณ์อ้างอิงที่เกิดขึ้นภายหลัง ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ infinitive ดังนั้น ถ้าตามด้วยการกระทำต้องใช้รูป -ing: prior to signing up วลีนี้ยังตามด้วยคำนามได้ด้วย: prior to the meeting

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำแบบเป็นทางการด้วยสำนวนเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ก่อน”: ____ submitting the form, check every date.

ดูคำตอบ

Prior to

กริยาวลี

Signing up: ลงทะเบียนหรือเข้าร่วม

Sign up หมายถึงลงทะเบียน สมัคร หรือตกลงเข้าร่วมกิจกรรม บริการ หรือองค์กร ในประโยคนี้ signing up หมายถึงการเข้าเป็นสมาชิกอาสาสมัครของกองกำลังพิทักษ์พลเรือนฟินแลนด์ ไม่ใช่เพียงการลงลายมือชื่อ คำว่า up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี เมื่อต้องการระบุสิ่งที่เข้าร่วม ให้ใช้ sign up for + คำนาม เมื่อต้องการระบุการกระทำ ให้ใช้ sign up to do something ส่วนกรรมในข้อความนี้เข้าใจได้จากบริบทรอบข้าง

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีและคำบุพบทที่มีความหมายว่า “สมัคร” ให้สมบูรณ์: Maya decided to ____ the first-aid course.

ดูคำตอบ

sign up for

he was said to be an excellent hunter,

2:34

ว่ากันว่าเขาเป็นนักล่าสัตว์ที่เก่งกาจ

but he'd also won awards for his marksmanship in many shooting competitions. การใช้คำ

2:36

แถมเขายังเคยได้รับรางวัลด้านความแม่นยำจากการแข่งขันยิงปืนหลายรายการอีกด้วย

การใช้คำ

Marksmanship: ทักษะการยิงอย่างแม่นยำ

Marksmanship หมายถึงทักษะในการยิงอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะการใช้ปืน ในประโยคนี้ awards for his marksmanship หมายถึงรางวัลที่ยอมรับความสามารถด้านการยิงซึ่งเขาแสดงให้เห็นในการแข่งขัน คำนี้เรียกทักษะหรือระดับความสามารถ ไม่ได้หมายถึงการยิงหนึ่งครั้ง ผู้ยิง บทบาททางทหาร หรือจำนวนผู้เสียชีวิต คำนามที่เกี่ยวข้องคือ marksman ซึ่งหมายถึงผู้ที่ยิงปืนได้อย่างชำนาญ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ marksmanship ได้ถูกต้อง?

  1. The marksmanship checked his rifle before the match.
  2. Her marksmanship improved as she learned to control her breathing.
  3. She recorded three marksmanships during practice.
ดูคำตอบ

Her marksmanship improved as she learned to control her breathing.

Apparently,

2:39

เห็นได้ชัดว่า

he had amassed so many trophies,

2:40

เขาได้สะสมถ้วยรางวัลมากมาย

his house was full of them.

2:42

จนเต็มบ้านของเขาไปหมด

He was later enlisted as a sniper in the Finnish Army,

2:43

ต่อมาเขาได้เข้าร่วมเป็นพลซุ่มยิงในกองทัพบกฟินแลนด์

and his battleground was mostly in the snow,

2:46

และสมรภูมิของเขาส่วนใหญ่อยู่ท่ามกลางหิมะ

hence many photos of him are dressed in all white, ลำดับความ

2:48

ดังนั้นภาพถ่ายหลายใบของเขาจึงสวมชุดสีขาวล้วน

ลำดับความ

Hence: การนำเสนอผลลัพธ์

hence บอกว่าสิ่งที่ตามมาเป็นผลจากเหตุผลที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยหิมะอธิบายว่าเหตุใดในภาพถ่ายหลายภาพเขาจึงสวมชุดสีขาวทั้งตัว คำนี้เป็นคำเชื่อมบอกผลที่กระชับ มีความหมายใกล้เคียงกับ therefore โดยย้อนกลับไปอ้างถึงสาเหตุที่กล่าวไว้แล้วก่อนพาเนื้อหาไปสู่ผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hence เพื่อบอกผลได้อย่างถูกต้อง

  1. Hence the school opened late, the roads were icy.
  2. The roads were icy; hence, the school opened late.
  3. The school opened late; hence, the roads were icy.
ดูคำตอบ

The roads were icy; hence, the school opened late.

looking a bit like James Bond.

2:51

ดูคล้ายกับเจมส์ บอนด์นิดหน่อย

Apparently,

2:52

เห็นได้ชัดว่า

the Soviets were a bit behind the Finnish in this respect,

2:53

ฝ่ายโซเวียตตามหลังฟินแลนด์อยู่เล็กน้อยในเรื่องนี้

and their army was decked out in normal army clothing. กริยาวลี

2:56

และกองทัพของพวกเขาแต่งกายด้วยชุดทหารปกติ

กริยาวลี

Be decked out in: แต่งกายด้วยชุดที่โดดเด่น

ในโครงสร้าง be decked out in + เสื้อผ้า ประธานถูกบรรยายว่าสวมชุดที่โดดเด่นหรือเป็นชุดครบทั้งตัว ในที่นี้ กองทัพถูกบรรยายว่าสวมเครื่องแต่งกายทหารตามปกติแทนชุดพรางสำหรับพื้นที่หิมะ วลีนี้ให้ภาพชัดกว่า be dressed in แม้ว่า decked out มักสื่อถึงเสื้อผ้าที่พิเศษ หรูหรา หรือจัดแต่งอย่างประณีต แต่ในประโยคนี้ใช้ในความหมายกว้าง ๆ เพื่อบรรยายภาพลักษณ์โดยรวมของทหาร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ให้ภาพชัดและหมายถึง “สวมชุดที่โดดเด่นและเข้ากัน”: For the parade, the musicians were ____ bright blue jackets.

ดูคำตอบ

decked out in

This made them very easy to spot and kill,

2:59

ทำให้พวกเขากลายเป็นเป้าที่สังเกตและสังหารได้ง่ายมาก

while lucky Häyhä was extremely difficult to see.

3:01

ในขณะที่แฮวแฮผู้โชคดีนั้นมองเห็นได้ยากมาก

The Finnish media jumped on this, กริยาวลี

3:03

สื่อฟินแลนด์กระโจนเข้าหาเรื่องนี้ทันที

กริยาวลี

“jumped on this”: สื่อรีบหยิบเรื่องมาใช้ประโยชน์

ในประโยคนี้ jumped on this หมายถึงสื่อฟินแลนด์มองเห็นมุมข่าวที่นำไปใช้ได้อย่างรวดเร็วแล้วเริ่มนำมาใช้ this หมายถึงลักษณะที่ทำให้มองเห็นเขาได้ยากท่ามกลางหิมะ jump on something มักหมายถึงการตอบสนองต่อโอกาส คำกล่าว ความผิดพลาด หรือรายละเอียดข่าวทันที โดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้ โปรโมต หรือวิจารณ์ วลีนี้อาจสื่อถึงความกระตือรือร้นหรือการฉวยโอกาส และในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการกระโดดขึ้นไปบนสิ่งใดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ jumped on ในความหมายเชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกัน คือรีบตอบสนองและนำบางสิ่งมาใช้ประโยชน์?

  1. Maya jumped on the trampoline after school.
  2. The reporter noticed the rumor but decided not to act on it.
  3. The tabloids jumped on the rumor and published stories within hours.
ดูคำตอบ

The tabloids jumped on the rumor and published stories within hours.

calling him the invisible soldier and giving him the sobriquet White Death. การใช้คำ

3:05

ขนานนามเขาว่าทหารล่องหน และตั้งฉายาให้เขาว่า มัจจุราชสีขาว

การใช้คำ

“Sobriquet White Death”: สมญานามเชิงพรรณนาแบบเป็นทางการ

sobriquet คือชื่อเรียกที่ไม่เป็นทางการซึ่งเชื่อมโยงกับบุคคลหนึ่ง โดยมักบรรยายลักษณะที่โดดเด่นหรือชื่อเสียงในสายตาสาธารณชน ในที่นี้ White Death คือ sobriquet ที่สื่อตั้งให้เขา ไม่ใช่ชื่อจริงหรือยศทหาร ในโครงสร้าง give someone the sobriquet X ตำแหน่ง X คือชื่อเรียกที่ไม่เป็นทางการนั้นเอง เจ้าตัวไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เลือกชื่อ เพราะคนอื่นอาจสร้างและทำให้ชื่อนั้นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางได้

แบบฝึกหัด

นักประวัติศาสตร์ต้องการคำแบบเป็นทางการสำหรับชื่อไม่เป็นทางการเชิงพรรณนาอย่าง Mountain Fox ตัวเลือกใดเหมาะสมที่สุด?

  1. surname
  2. sobriquet
  3. rank
ดูคำตอบ

sobriquet

What else do we know about him?

3:09

เรารู้อะไรเกี่ยวกับเขาอีกบ้าง?

According to Business Insider,

3:11

ตามรายงานของ Business Insider

the Nordic version,

3:12

เวอร์ชันของกลุ่มประเทศนอร์ดิก

he was humble.

3:13

เขาเป็นคนถ่อมตัว

The same source says he would wait for his victims,

3:14

แหล่งข่าวเดียวกันระบุว่าเขาจะดักรอเหยื่อของเขา

sometimes as far as 300 m away, ไวยากรณ์

3:16

บางครั้งไกลถึง 300 เมตร

ไวยากรณ์

as far as 300 m away: ระยะไกลสุดที่อาจไปถึง

ในประโยคนี้ as far as 300 m away หมายถึง “อยู่ห่างในระยะที่บางครั้งอาจไกลถึง 300 เมตร” โครงสร้าง as far as + distance + away เน้นจุดปลายหรือขีดบนของระยะทางที่ไกลเป็นพิเศษ ไม่ใช่ระยะทางตามปกติ sometimes มีความสำคัญ เพราะแสดงว่าระยะ 300 เมตรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เป็นบางครั้ง ในบริบทอื่น คำอย่าง can หรือ from ก็อาจแสดงได้เช่นกันว่านี่คือระยะไกลสุดที่ไปถึง ไม่ใช่ค่าระยะทางคงที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่แสดงระยะทางสูงสุดอันน่าทึ่ง: The mountain can be seen ____ on a clear day.

ดูคำตอบ

as far as forty miles away

but usually around 150 m away.

3:18

แต่โดยปกติจะอยู่ห่างออกไปประมาณ 150 เมตร

Hard to spot in his camouflage,

3:21

การที่เขาสวมชุดพรางตัวทำให้สังเกตได้ยาก

you couldn't even see his breath in the cold,

3:22

คุณแทบไม่เห็นแม้แต่ลมหายใจของเขาในอากาศหนาว

as he put snow in his mouth.

3:25

เพราะเขาอมหิมะไว้ในปาก

The BBC interviewed him on a few occasions,

3:26

BBC เคยสัมภาษณ์เขาในบางโอกาส

and so we know the following.

3:28

เราจึงรู้ข้อมูลดังต่อไปนี้

Apparently,

3:30

ดูเหมือนว่า

Häyhä was what we might call a Finnish hick and enjoyed a life in the wilderness. โน้ต

3:31

แฮวแฮคือสิ่งที่เราอาจเรียกว่าชาวบ้านนอกฟินแลนด์ และชื่นชอบชีวิตในป่าเขา

น้ำเสียง/เจตนา

what we might call: การเกริ่นป้ายเรียกอย่างระมัดระวัง

ใน what we might call a Finnish hick อนุประโยค what we might call ใช้เกริ่นป้ายเรียกที่ตามมา วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ was และมีความหมายคร่าว ๆ ว่า “บุคคลที่เพื่อจุดประสงค์ในการอธิบายตอนนี้ เราอาจบรรยายว่าเป็น...” คำว่า might ทำให้การจัดประเภทนี้เป็นเพียงข้อเสนออย่างระมัดระวัง ไม่ได้ใช้ถามชื่อของบุคคลนั้น คำเกริ่นที่ช่วยลดความตรงนี้ยังทำให้ผู้บรรยายเว้นระยะห่างจากคำที่มีนัยแรงอย่าง hick ได้บ้าง มันลดความแน่ใจและความตรงของป้ายเรียก แต่ไม่ได้ลบนัยดูหมิ่นของคำนั้น

แบบฝึกหัด

what we might call แสดงท่าทีแบบใดใน “He is what we might call an unconventional manager”?

  1. ป้ายเรียกนั้นเป็นชื่อตำแหน่งงานอย่างเป็นทางการ
  2. ผู้พูดกำลังถามชื่อของผู้จัดการ
  3. ป้ายเรียกนั้นเป็นเพียงข้อเสนอหรือเป็นความเห็นส่วนตัว
ดูคำตอบ

ป้ายเรียกนั้นเป็นเพียงข้อเสนอหรือเป็นความเห็นส่วนตัว

การใช้คำ

Finnish hick: ภาพเหมารวมคนชนบทเชิงดูหมิ่น

ใน Finnish hick คำว่า hick เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการและดูหมิ่นสำหรับคนจากชนบทที่ถูกเหมารวมว่าไม่ทันสมัยหรือมีความคิดคับแคบ ส่วน Finnish บอกสัญชาติหรือภูมิหลังของบุคคลนั้น แต่ไม่ได้ทำให้ hick กลายเป็นคำบรรยายที่เป็นกลาง ผู้บรรยายใช้คำเรียกนี้เพื่อสร้างภาพของคนบ้าน ๆ ที่ผูกพันกับชีวิตในป่า ไม่ใช่เพื่อระบุสถานะอย่างเป็นทางการ ประเด็นที่นำไปใช้กับบริบทอื่นได้คือ hick สื่อทั้งที่มาจากชนบทและท่าทีดูแคลนของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้คำต่อไปนี้: ในรายงานข่าวที่มีน้ำเสียงเป็นกลาง เกษตรกรคนหนึ่งถูกเรียกว่า hick เพียงเพราะเขาอาศัยอยู่ในชนบท

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

His hobbies,

3:35

งานอดิเรกของเขา

according to interviews,

3:35

จากการให้สัมภาษณ์

were skiing, hunting, and shooting.

3:37

คือการเล่นสกี ล่าสัตว์ และยิงปืน

The same article says that the Russians feared this man so much ไวยากรณ์

3:38

บทความเดียวกันระบุว่าชาวรัสเซียหวาดกลัวชายคนนี้มาก

they once tried to kill him by just bombarding the area he was in with hails of bullets and mortar, สำนวน

3:42

จนครั้งหนึ่งพวกเขาเคยพยายามฆ่าเขาด้วยการระดมยิงห่ากระสุนและปืนครกเข้าใส่พื้นที่ที่เขาอยู่

ไวยากรณ์

feared ... so much (that) ...: ระดับความรุนแรงที่นำไปสู่ผลลัพธ์

ใน feared this man so much they once tried to kill him คำว่า so much บอกระดับของ feared คือพวกเขากลัวชายคนนี้อย่างมาก ส่วนอนุประโยคถัดมา they once tried to kill him บอกผลที่เกิดจากความรู้สึกอันรุนแรงนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ “กริยา + กรรม + so much (that) + อนุประโยคบอกผล” โดยละ that ได้ในการพูดและการเล่าแบบไม่เป็นทางการหรือเป็นกลาง เช่นในประโยคนี้ และ so much ไม่ได้บอกปริมาณของ man

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบบอกผลจากบทเรียนนี้ และละ that ที่ไม่จำเป็นต้องใส่: Leo feared the storm ____ he refused to leave the shelter.

ดูคำตอบ

so much

สำนวน

hails of bullets: กระสุนที่พุ่งมาอย่างหนาแน่น

ในประโยคนี้ hails of bullets หมายถึงกระสุนจำนวนมากที่พุ่งเข้าใส่พื้นที่หนึ่งอย่างหนาแน่นเป็นชุด ๆ คำว่า hail เป็นการเปรียบเทียบ โดยทำให้เห็นภาพว่ากระสุนพุ่งมาอย่างถี่และรุนแรงเหมือนลูกเห็บในพายุ รูปแบบที่ใช้กันทั่วไปคือ a hail of + คำนาม เช่น a hail of bullets ส่วนรูปพหูพจน์ hails ในที่นี้สื่อว่ามีการยิงมากกว่าหนึ่งชุดหรือหลายระลอก แต่พบได้น้อยกว่าวลีรูปเอกพจน์

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “The patrol took cover as a hail of bullets struck the wall,” คำว่า “a hail of bullets” หมายถึงอะไร

  1. กระสุนหนึ่งนัดที่เล็งอย่างระมัดระวัง
  2. ก้อนน้ำแข็งขนาดเล็กที่ตกลงมาระหว่างพายุ
  3. กระสุนจำนวนมากที่พุ่งมาอย่างรวดเร็วและหนาแน่น
ดูคำตอบ

กระสุนจำนวนมากที่พุ่งมาอย่างรวดเร็วและหนาแน่น

but they missed and the White Death walked away. กริยาวลี

3:46

แต่พวกเขาพลาดและมัจจุราชสีขาวก็เดินจากไป

กริยาวลี

walked away: รอดชีวิตจากอันตรายและออกไปได้

walked away ในที่นี้หมายความว่าเขารอดชีวิตจากการโจมตีและสามารถออกจากที่นั่นได้ ใจความสำคัญคือการรอดชีวิตหรือพ้นจากอันตรายร้ายแรง ไม่ใช่กิริยาการเดินจริง ๆ ในรายงานเกี่ยวกับอุบัติเหตุ การโจมตี หรืออันตรายอื่น ๆ walk away อาจสื่อว่าคนคนนั้นรอดชีวิตและมีสภาพดีพอที่จะออกไปได้ บริบทจะเป็นตัวกำหนดว่าเป็นความหมายด้านการรอดชีวิตนี้ หรือความหมายทั่วไปว่า “เดินจากไป”

แบบฝึกหัด

ในรายงานข่าว “All four workers walked away after the explosion” น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด

  1. คนงานทั้งสี่คนรอดชีวิตและสามารถออกจากที่นั่นได้
  2. คนงานทั้งสี่คนไปเดินเล่นก่อนเกิดการระเบิด
  3. คนงานทั้งสี่คนหลบหนีจากตำรวจ
ดูคำตอบ

คนงานทั้งสี่คนรอดชีวิตและสามารถออกจากที่นั่นได้

They once dropped an artillery shell on him, too,

3:49

ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยทิ้งกระสุนปืนใหญ่ใส่เขาด้วยซ้ำ

and apparently all that happened to Häyhä ไวยากรณ์

3:51

และเห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับแฮวแฮ

was his coat got ripped and he again walked away with a minor scratch. ไวยากรณ์

3:53

มีเพียงเสื้อโค้ตของเขาที่ฉีกขาด และเขาก็เดินจากไปพร้อมกับรอยขีดข่วนเล็กน้อยอีกครั้ง

ไวยากรณ์

all that happened to Häyhä was ...: การจำกัดผลลัพธ์ให้เหลือเพียงอย่างเดียว

ใน all that happened to Häyhä was ... ส่วน all that happened to Häyhä ใช้กล่าวถึงผลลัพธ์ทั้งหมดเป็นเนื้อหาเดียวและทำหน้าที่เป็นประธานของ was แม้ all ในบริบทอื่นจะกล่าวถึงหลายสิ่งได้ แต่อนุประโยค all that ตรงนี้ถูกมองเป็นหน่วยเดียว จึงใช้ was รูปเอกพจน์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ รูปแบบ all that happened was ... นำเสนอสิ่งที่ตามมาว่าเป็นผลลัพธ์ทั้งหมด และมักสื่อว่าไม่มีอะไรที่เลวร้ายกว่านั้นเกิดขึ้น ในประโยคนี้ รูปแบบดังกล่าวเน้นความขัดแย้งระหว่างการโจมตีที่อันตรายกับผลที่มีเพียงเสื้อโค้ตเสียหายและรอยถลอกเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าผลที่เกิดขึ้นมีเพียงรถไฟมาช้าห้านาที?

  1. All that happened was that the train arrived five minutes late.
  2. All happened that the train was arriving five minutes late.
  3. All that happened were that the train arrived five minutes late.
ดูคำตอบ

All that happened was that the train arrived five minutes late.

ไวยากรณ์

his coat got ripped: โครงสร้างถูกกระทำแบบ get

ใน his coat got ripped คำว่า got ripped เป็นโครงสร้างถูกกระทำแบบ get คือ get + คำกริยาช่อง 3 เสื้อโค้ตเป็นสิ่งที่ได้รับความเสียหาย และ got ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” เมื่อเทียบกับรูปถูกกระทำแบบ be ที่เป็นกลางอย่าง was ripped รูปแบบ get จะเน้นเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนสภาพมากกว่าในภาษาพูดหรือการเล่าเรื่อง โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องไม่คาดคิดหรือไม่พึงประสงค์

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคได้ดีที่สุดด้วยรูปถูกกระทำแบบภาษาพูดที่แสดงว่าเสื้อแจ็กเก็ตได้รับความเสียหาย? The jacket _____ on a sharp branch during the hike.

  1. got ripping
  2. got ripped
  3. got to rip
ดูคำตอบ

got ripped

It's said he treated his occupation as a sniper like he would hunting,

3:57

ว่ากันว่าเขาปฏิบัติต่ออาชีพพลซุ่มยิงเหมือนกับการล่าสัตว์

once telling the press that he felt no guilt about killing.

4:00

โดยเขาเคยบอกกับสื่อมวลชนว่าเขาไม่รู้สึกผิดที่ต้องฆ่าคน

"I only did my duty and what I was told to do as well as I could," โน้ต

4:04

"ผมแค่ทำหน้าที่และสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้"

วลี

did my duty: ปฏิบัติพันธะหน้าที่

ในประโยคนี้ did my duty หมายถึง “ได้ปฏิบัติความรับผิดชอบหรือพันธะหน้าที่ที่ผู้อื่นคาดหวังจากฉัน” โครงสร้างคือ do + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + duty โดย do จะเปลี่ยนตามกาล เช่น do my duty และ did his duty สำนวนนี้มักนำเสนอการกระทำว่าเป็นการทำตามบทบาท กฎหมาย หรือพันธะทางศีลธรรม ในที่นี้สำนวนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายเพื่อแก้ต่างให้การกระทำของผู้พูด ถ้อยคำนี้เพียงถ่ายทอดคำแก้ต่างนั้น ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าการกระทำนั้นถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ได้ปฏิบัติพันธะหน้าที่ของฉันแล้ว”: When the alarm sounded, I stayed at my post and ____.

ดูคำตอบ

did my duty

ไวยากรณ์

as well as I could: ทำให้ดีที่สุดภายในขีดจำกัดของตน

ในที่นี้ as well as I could เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบระดับแบบ as ... as โดย well บอกว่าทำการกระทำนั้นได้ดีเพียงใด ส่วน I could กำหนดความสามารถของผู้พูดในสถานการณ์นั้นเป็นขีดสูงสุด จึงหมายถึง “ในระดับดีที่สุดเท่าที่ฉันสามารถทำได้” ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์สมบูรณ์แบบ การกระทำที่ควรซ้ำหลัง could ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากอนุประโยคก่อนหน้า กล่าวคือ as well as I could [do it] ตรงนี้ไม่ใช่ as well as แบบเพิ่มข้อมูลที่หมายถึง “และยัง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี as ... as จากบทเรียนให้มีความหมายว่า “ในระดับดีที่สุดเท่าที่ความสามารถของฉันเอื้ออำนวย”: The software was unfamiliar, but I configured the settings ____.

ดูคำตอบ

as well as I could

he said.

4:07

เขากล่าว

As for his modus operandi, โน้ต

4:08

สำหรับรูปแบบการปฏิบัติการของเขานั้น

ลำดับความ

ใช้ As for + นามวลี เพื่อเปลี่ยนหัวข้อ

“As for” ใช้เกริ่นหัวข้อที่เกี่ยวข้องซึ่งผู้พูดกำลังจะกล่าวถึงต่อไป ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนการอภิปรายจากทัศนคติของบุคคลนั้นไปเป็นวิธีที่เขาปฏิบัติเป็นประจำ หน้าที่ของวลีนี้คือจัดระเบียบข้อมูล ไม่ใช่บอกเหตุผล โครงสร้างคือ“As for + นามวลี” ซึ่งมักตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคและความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปลี่ยนหัวข้อสองคำจากบทเรียนนี้: ____ the budget, we'll discuss it tomorrow.

ดูคำตอบ

As for

การใช้คำ

Modus operandi: วิธีดำเนินการที่เป็นลักษณะเฉพาะ

“Modus operandi” เป็นนามวลีตายตัวที่มาจากภาษาละติน หมายถึงวิธีทำสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นลักษณะเฉพาะหรือเป็นวิธีปกติของบุคคลหนึ่ง ในที่นี้ใช้กล่าวถึงวิธีปฏิบัติงานตามปกติของพลซุ่มยิงอย่างเป็นกลาง ไม่ได้สื่อถึงพฤติกรรมอาชญากรรมโดยอัตโนมัติ วลีนี้อธิบายรูปแบบที่เกิดซ้ำ จึงมักไม่เหมือนกับแผนที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายว่าเป็น modus operandi ขององค์กรมากที่สุด?

  1. ผู้จัดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเพียงครั้งเดียวหลังการประชุมวันนี้
  2. นักเดินทางจัดทำแผนสำรองสำหรับรถไฟล่าช้าเพียงครั้งเดียว
  3. ที่ปรึกษาพบขั้นตอนการทำงานแบบเดียวกันที่บริษัทใช้ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง
ดูคำตอบ

ที่ปรึกษาพบขั้นตอนการทำงานแบบเดียวกันที่บริษัทใช้ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง

the BBC writes,

4:10

BBC เขียนไว้ว่า

"He also became a master of using sounds, วลี

4:11

"เขายังกลายเป็นปรมาจารย์ในการใช้เสียง,

วลี

a master of using: วลีคำนามตามด้วยรูป -ing

ในที่นี้ a master หมายถึง “คนที่มีทักษะยอดเยี่ยม” วลีนี้บอกว่าเขาเก่งมากในการใช้เสียง โดย master ทำหน้าที่เป็นคำนาม ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “เชี่ยวชาญหรือควบคุมได้อย่างสมบูรณ์” โครงสร้างคือ a master of + คำนามหรือรูป -ing เพราะ of เป็นคำบุพบท จึงใช้ using ไม่ใช่คำกริยารูปพื้นฐาน use

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง a master of ที่กำหนดให้: After years of editing, Priya became ____ creating suspense with sound.

ดูคำตอบ

a master of

smoke, and artillery fire to cover his movements when changing position. วลี

4:13

ควัน และปืนใหญ่ เพื่อปกปิดการเคลื่อนไหวของเขาเมื่อต้องเปลี่ยนตำแหน่ง

วลี

cover his movements: ซ่อนการกระทำเพื่อไม่ให้ถูกตรวจพบ

ในบริบทนี้ cover his movements หมายถึงซ่อนหรืออำพรางการกระทำของเขา เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามตรวจพบได้ง่ายว่าเขากำลังไปทางไหน cover จึงสื่อถึงการป้องกันไม่ให้ถูกสังเกตหรือตรวจพบ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ cover + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + movements ประโยคมักกล่าวถึงควัน ความมืด เสียง ภูมิประเทศ หรือสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจอื่นว่าเป็นวิธีอำพราง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The patrol used fog to cover its movements.” วลี cover its movements หมายถึงอะไร?

  1. ซ่อนการเคลื่อนไหวของหน่วยลาดตระเวนเพื่อไม่ให้ถูกตรวจพบ
  2. รายงานว่าหน่วยลาดตระเวนกำลังไปที่ใด
  3. จ่ายค่าเดินทางของหน่วยลาดตระเวน
ดูคำตอบ

ซ่อนการเคลื่อนไหวของหน่วยลาดตระเวนเพื่อไม่ให้ถูกตรวจพบ

With maps very scarce during the war, ไวยากรณ์

4:17

เนื่องจากแผนที่มีน้อยมากในช่วงสงคราม

Häyhä relied on his memory to find the best hiding positions. วลี

4:19

แฮวแฮจึงอาศัยความจำของเขาเพื่อค้นหาตำแหน่งซ่อนตัวที่ดีที่สุด"

ไวยากรณ์

With maps very scarce: โครงสร้าง with + คำนาม + คำคุณศัพท์

With maps very scarce เป็นโครงสร้าง with + คำนาม + คำคุณศัพท์ โดย maps เป็นคำนามที่ทำหน้าที่คล้ายประธาน และ scarce บรรยายสภาพของ maps ว่าแผนที่มีอยู่น้อยมาก เมื่อวางไว้หน้าประโยคหลัก โครงสร้างนี้จะสรุปเงื่อนไขเบื้องหลังที่ช่วยอธิบายการกระทำได้อย่างกระชับ ในที่นี้ การขาดแคลนแผนที่ทำให้จำเป็นต้องอาศัยความทรงจำ ส่วน with ไม่ได้หมายความว่าเขาพก “แผนที่ที่หายาก” อยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง with + คำนาม + คำคุณศัพท์ ได้ถูกต้องเพื่อเสนอเงื่อนไขเบื้องหลัง

  1. The buses with stopped running the roads icy.
  2. With icy the roads, the buses stopped running.
  3. With the roads icy, the buses stopped running.
ดูคำตอบ

With the roads icy, the buses stopped running.

วลี

relied on his memory: rely on + แหล่งข้อมูล

ใน relied on his memory คำว่า rely on หมายถึง “พึ่งพา หรือใช้เป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้” โดย his memory เป็นแหล่งข้อมูลที่จำเป็นต่อการหาตำแหน่งซ่อนตัว Rely ต้องใช้ร่วมกับบุพบท on หน้าบุคคลหรือสิ่งที่ให้ความช่วยเหลือ เช่น rely on memory, data, experience หรือ someone รูปอดีต relied เปลี่ยนกาลของกริยา แต่รูปแบบ rely on ยังคงเดิม

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่จำเป็นในประโยค: When the network failed, the technician had to rely ____ her notes.

ดูคำตอบ

on

It's said he was always careful and even obsessive about finding the right position,

4:23

ว่ากันว่าเขามักจะระมัดระวังและถึงขั้นหมกมุ่นเกี่ยวกับการหาตำแหน่งที่เหมาะสม

making sure his gun wouldn't jam, โน้ต

4:27

ต้องแน่ใจว่าปืนของเขาจะไม่ขัดลำกล้อง

ไวยากรณ์

making sure + อนุประโยคในโครงสร้างกริยา present participle

making sure นำส่วนขยายที่ใช้กริยารูป present participle เข้ามา ในที่นี้ ส่วนขยายนี้เพิ่มการตรวจสอบที่ทำไปพร้อมกับการเตรียมตัวอย่างรอบคอบ กล่าวคือ เขาดำเนินการเพื่อให้ปืนไม่ติดขัด ประธานที่เข้าใจได้ของ making คือ he ไม่ใช่ position ส่วน sure ตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ his gun wouldn't jam โครงสร้างนี้ช่วยเพิ่มการตรวจสอบหรือการป้องกันที่ทำไปพร้อมกันได้อย่างกระชับ โดยไม่ต้องเริ่มประโยคสมบูรณ์ใหม่

แบบฝึกหัด

เติมวลี -ing สองคำที่ใช้ในตัวอย่างเพื่อเพิ่มการตรวจสอบที่ทำไปพร้อมกัน: Leo reviewed the form, ____ every box was filled in.

ดูคำตอบ

making sure

การใช้คำ

jam: ติดขัดทางกล

ในประโยคนี้ jam เป็นคำกริยาอกรรมที่หมายถึงชิ้นส่วนกลไกติดขัดจนหยุดทำงานตามปกติ His gun wouldn't jam หมายถึงปืนจะไม่ติดขัดหรือยิงไม่ได้เพราะกลไกถูกขวาง ความหมายเดียวกันนี้ใช้กับอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวได้ เช่น เครื่องพิมพ์ กุญแจ ลิ้นชัก และซิป ประธานคือสิ่งที่ติดขัด เช่น The printer jammed.

แบบฝึกหัด

หลังจากยิง ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวของปืนติดขัดและกลไกทำงานต่อเป็นรอบไม่ได้ ประโยคใดอธิบายปัญหาได้แม่นยำที่สุด?

  1. The cartridge misfired.
  2. The gun jammed.
  3. The gun overheated.
ดูคำตอบ

The gun jammed.

and generally setting up the place where he would be shooting from.

4:29

และการจัดเตรียมสถานที่ที่เขาจะใช้ซุ่มยิงโดยรวม

The strange thing is,

4:31

เรื่องที่แปลกก็คือ

his M28-30 gun didn't even have a telescopic sight,

4:32

ปืน M28-30 ของเขาไม่มีแม้แต่กล้องเล็งติดปืน

but this was the same gun that Häyhä had hunted with throughout his life,

4:36

แต่นี่คือปืนกระบอกเดียวกันกับที่แฮวแฮใช้ล่าสัตว์มาตลอดชีวิต

and so he was very familiar with it. วลี

4:39

ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี

วลี

Be familiar with something: คุ้นเคยหรือรู้จักบางสิ่งเป็นอย่างดี

Be familiar with something หมายถึงรู้จักหรือเข้าใจบางสิ่งเป็นอย่างดีจากประสบการณ์หรือการพบเจอซ้ำ ๆ ในประโยคนี้ เขารู้วิธีใช้และการทำงานของปืนกระบอกนั้นดี เพราะใช้มันมาเป็นเวลานาน โครงสร้างคือ คน + be familiar with + สิ่งของหรือหัวข้อ โดย with นำหน้าสิ่งที่บุคคลนั้นรู้จักดี

แบบฝึกหัด

เลือกคำเติมที่เป็นธรรมชาติที่สุด: After three years on this project, Lena is ___ the reporting system.

  1. familiar with
  2. familiar by
  3. familiar to
ดูคำตอบ

familiar with

It's said that as a kid,

4:41

ว่ากันว่าในตอนเด็ก

he would hunt birds in the forests,

4:42

เขามักจะออกล่าสัตว์ปีกในป่า

and to hunt this small prey,

4:43

และในการล่าเหยื่อตัวเล็กๆ เหล่านี้

you needed to have a remarkable shot.

4:45

คุณจำเป็นต้องมีการยิงที่แม่นยำเป็นเลิศ

We are told that this is one of the reasons why hunters so often make the best snipers. การใช้คำ

4:47

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้บรรดานายพรานมักจะกลายเป็นพลซุ่มยิงที่เก่งที่สุด

การใช้คำ

Make the best snipers: การบอกความเหมาะสมกับบทบาท

ใน make the best snipers คำว่า make หมายถึงพิสูจน์ให้เห็นว่าเหมาะสมหรือสามารถทำหน้าที่นั้นได้ ไม่ได้หมายถึงสร้าง พรานเองคือผู้ที่ถูกประเมินว่าเหมาะอย่างยิ่งกับบทบาทมือซุ่มยิง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + make + นามวลีเชิงประเมิน ซึ่งมักแสดงเป็น X makes a good Y ส่วนเติมเต็มจะบอกบทบาทหรือหน้าที่ที่ประธานสามารถทำได้ดี

แบบฝึกหัด

make ในประโยค “Experienced nurses often make excellent mentors” หมายความว่าอะไร?

  1. สร้างหรือผลิต
  2. พิสูจน์ว่าเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็น
  3. บังคับให้ใครบางคนกลายเป็น
ดูคำตอบ

พิสูจน์ว่าเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็น

You can't focus on moving targets at the army shooting range,

4:51

คุณไม่สามารถจดจ่อกับเป้าหมายที่เคลื่อนไหวได้ที่สนามยิงปืนของกองทัพ

so experience killing animals is a must. การใช้คำ

4:54

ดังนั้นประสบการณ์ในการฆ่าสัตว์จึงเป็นสิ่งจำเป็น

การใช้คำ

is a must: การใช้ must เป็นคำนามที่หมายถึง “สิ่งจำเป็น”

ในประโยคนี้ is a must หมายถึง “เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง” หรือ “เป็นเงื่อนไขที่จำเป็น” นามวลี a must ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มประธานหลัง is และบอกว่าประสบการณ์ฆ่าสัตว์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ must ในที่นี้เป็นคำนามนับได้ที่มี a นำหน้า ไม่ใช่กริยาช่วย must จึงไม่มีคำกริยารูปพื้นฐานตามหลัง รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ X is a must ซึ่งหมายความว่า X เป็นสิ่งที่ต้องมีหรือถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนคำนามจากบทเรียน: For this overnight hike, a warm sleeping bag ____.

ดูคำตอบ

is a must

The smaller the better. ไวยากรณ์

4:56

ยิ่งตัวเล็กยิ่งดี

ไวยากรณ์

The smaller the better: the + ขั้นกว่า, the + ขั้นกว่า

The smaller the better เป็นรูปละคำของโครงสร้างสหสัมพันธ์ the + ขั้นกว่า, the + ขั้นกว่า หมายความว่าเมื่อสิ่งหนึ่งเล็กลง ผลลัพธ์ก็จะดีขึ้น ในบริบทนี้ เป้าหมายที่เล็กกว่าถูกนำเสนอว่ามีประโยชน์ต่อการฝึกมากกว่า the ทั้งสองตำแหน่งเป็นเครื่องหมายทางโครงสร้าง ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ ประโยคละคำนามและคำกริยาที่ซ้ำกันเพราะเข้าใจได้จากบริบท โดยรูปเต็มอาจเป็น The smaller the target is, the better it is for the purpose โครงสร้างนี้แสดงสเกลสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงสัมพันธ์กัน ไม่ใช่เพียงการเปรียบเทียบครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปขั้นกว่าของ light และ easy: ____ the suitcase is, ____ it is to carry.

ดูคำตอบ

the lighter · the easier

The BBC writes,

4:58

BBC เขียนไว้ว่า

"As a young man,

4:59

"ในวัยหนุ่ม

he also learned to estimate the effects of wind and rain on shooting and conditions in forests."

5:00

เขายังได้เรียนรู้ที่จะประเมินผลกระทบของลมและฝนที่มีต่อการยิงและสภาพแวดล้อมในป่าอีกด้วย"

Alas, ลำดับความ

5:04

อนิจจา

our meritorious marksman was finally hit in the face

5:05

ในที่สุดนักแม่นปืนผู้ทรงเกียรติของเราก็ถูกยิงเข้าที่ใบหน้า

and the shot took off much of his jaw. กริยาวลี

5:08

และกระสุนนั้นทำให้ขากรรไกรของเขาหายไปส่วนใหญ่

ลำดับความ

“Alas,” สัญญาณของความเสียใจในการเล่าเรื่องเชิงวรรณกรรม

Alas เป็นคำอุทานที่บอกถึงความเสียใจหรือความเศร้าของผู้เล่าต่อสิ่งที่จะกล่าวต่อไป ในที่นี้ คำดังกล่าวเตรียมผู้ฟังให้รับรู้ว่าพลแม่นปืนจะได้รับบาดเจ็บสาหัสในที่สุด และเป็นสัญญาณว่าเรื่องราวกำลังเปลี่ยนจากการรอดมาได้ก่อนหน้านี้ไปสู่ผลลัพธ์อันน่าเศร้า เนื่องจาก Alas อยู่ต้นประโยคและคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค จึงทำหน้าที่แสดงความเห็นต่อข้อความทั้งหมด ไม่ได้ระบุการกระทำใด ๆ และชี้นำให้ผู้ฟังมองข้อมูลใหม่ว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาสมัยใหม่ หากใครเริ่มบอกข่าวร้ายด้วย Alas ผลที่น่าจะเกิดขึ้นมากที่สุดคืออะไร

  1. แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าข่าวนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่
  2. ทำให้ข้อความฟังสบาย ๆ และเป็นภาษาสแลงมากขึ้น
  3. ฟังดูเป็นภาษาเชิงวรรณกรรมหรือจงใจทำให้ดูน่าตื่นเต้น
ดูคำตอบ

ฟังดูเป็นภาษาเชิงวรรณกรรมหรือจงใจทำให้ดูน่าตื่นเต้น

กริยาวลี

“took off” ในความหมายว่าทำให้หลุดออกอย่างรุนแรง

ในที่นี้ took off เป็นกริยาวลีแบบสกรรมกริยา หมายถึงการใช้แรงทำให้ส่วนหนึ่งของบางสิ่งหลุดหายไปหรือถูกทำลาย ประธานคือ the shot และกรรมคือ much of his jaw ดังนั้นวลีนี้จึงบรรยายความเสียหายทางร่างกายอย่างรุนแรง ควรตีความวลีจากไวยากรณ์และบริบท กล่าวคือ แรงหรือแรงกระแทกสามารถ take off ส่วนหนึ่งของวัตถุหรือร่างกายได้ ไม่ได้หมายความว่ากรามบินออกไปเอง มีคนถอดเสื้อผ้า หรือเครื่องบินออกบิน

แบบฝึกหัด

ในประโยค The explosion took off part of the balcony คำว่า took off หมายถึงอะไร

  1. ถอดเสื้อผ้าออกจากมัน
  2. ทำให้มันเริ่มบิน
  3. ทำให้มันหลุดออกอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ

ทำให้มันหลุดออกอย่างรุนแรง

It's said that he spent the rest of his life in near constant pain, ไวยากรณ์

5:10

ว่ากันว่าเขาใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความเจ็บปวดแทบจะตลอดเวลา

ไวยากรณ์

spend the rest of his life in near constant pain: ใช้ช่วงเวลาหนึ่งโดยอยู่ในสภาวะหนึ่ง

spend ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “จ่ายเงิน” โครงสร้าง spend + ช่วงเวลา + in + สภาวะ หมายถึงการใช้ชีวิตตลอดช่วงเวลานั้นโดยอยู่ในสภาวะดังกล่าว the rest of his life ครอบคลุมปีทั้งหมดที่เหลืออยู่ในชีวิตของเขา ส่วน near constant pain หมายถึงมีความเจ็บปวดอยู่แทบตลอดเวลา แม้ไม่จำเป็นต้องปวดทุกวินาทีก็ตาม

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: "After the crash, he spent the rest of his life in chronic pain." spent ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. เขาใช้เวลาช่วงบ่ายหนึ่งคิดเรื่องความเจ็บปวด
  2. เขาจ่ายเงินเพื่อให้ได้ความเจ็บปวดมา
  3. เขาใช้ชีวิตในช่วงปีที่เหลืออยู่พร้อมกับความเจ็บปวด
ดูคำตอบ

เขาใช้ชีวิตในช่วงปีที่เหลืออยู่พร้อมกับความเจ็บปวด

not to mention looking something like Sloth from The Goonies. ลำดับความ

5:13

ไม่ต้องพูดถึงว่าหน้าตาของเขาคล้ายกับ Sloth จากเรื่อง The Goonies เลยทีเดียว

ลำดับความ

not to mention: เพิ่มประเด็นสนับสนุนที่หนักแน่นกว่าเดิม

not to mention ใช้จัดลำดับข้อมูลโดยเพิ่มประเด็นสนับสนุนอีกข้อ หลังจากประเด็นแรกถูกกล่าวไว้แล้ว ประเด็นที่เพิ่มเข้ามามักทำให้ข้อกล่าวโดยรวมหนักแน่น โดดเด่น หรือมองข้ามได้ยากขึ้น แม้ความหมายตามตัวอักษรจะดูเหมือนบอกว่า “ไม่ต้องพูดถึง” แต่วลีนี้กลับใช้เกริ่นสิ่งที่ผู้พูดต้องการกล่าวถึงจริง ๆ ในประโยคนี้ตามด้วยวลี -ing คือ looking something like ... ซึ่งเพิ่มผลอีกข้อจากที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: "The job requires weekend work, not to mention frequent overnight travel." not to mention ทำหน้าที่อะไร?

  1. ขอให้ผู้ฟังเก็บเรื่องการเดินทางกลางคืนไว้เป็นความลับ
  2. เพิ่มการเดินทางกลางคืนบ่อย ๆ เป็นข้อเสียอีกข้อหลังจากการทำงานวันหยุดสุดสัปดาห์
  3. แทนที่การทำงานวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยการเดินทางกลางคืน
ดูคำตอบ

เพิ่มการเดินทางกลางคืนบ่อย ๆ เป็นข้อเสียอีกข้อหลังจากการทำงานวันหยุดสุดสัปดาห์

He had 26 surgical operations,

5:16

เขาเข้ารับการผ่าตัดถึง 26 ครั้ง

but his face would never be the same again. วลี

5:18

แต่ใบหน้าของเขาก็ไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมได้อีก

วลี

never be the same again: ไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมอีก

ในประโยคนี้ never be the same again หมายความว่าใบหน้าของเขาไม่อาจกลับไปอยู่ในสภาพก่อนการบาดเจ็บและการผ่าตัดได้ คำว่า again ชี้กลับไปที่สภาพเดิมนั้น ไม่ได้หมายความว่าสิ่งต่าง ๆ ในอนาคตจะไม่เหมือนกันทั้งหมด โครงสร้างนี้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นสิ่งถาวรหรือย้อนกลับไม่ได้ และมักสื่ออารมณ์รุนแรงเกี่ยวกับการสูญเสีย ความเสียหาย หรือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายความว่าความสัมพันธ์ไม่อาจกลับสู่สภาพเดิมได้: After the betrayal, their friendship would ____.

ดูคำตอบ

never be the same again

He would carry on hunting, กริยาวลี

5:20

อย่างไรก็ตาม

กริยาวลี

carry on + -ing: ทำกิจกรรมต่อไป

Carry on หมายถึงทำบางสิ่งต่อไป โดยเฉพาะหลังเจอความยากลำบาก การหยุดชะงัก หรือเหตุผลที่อาจทำให้หยุด ในที่นี้ carry on hunting หมายถึงเขายังคงล่าสัตว์ต่อไปแม้จะได้รับบาดเจ็บ เมื่อกิจกรรมที่ทำต่อตามมาทันที ให้ใช้ carry on + รูป -ing เช่น carry on hunting และ carry on reading คำว่า carry ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ถือหรือขน” ตามตัวอักษร เพราะไม่มีสิ่งของที่ถูกเคลื่อนย้าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Maya อ่านต่อหลังจากถูกขัดจังหวะ?

  1. Maya carried on reading after the interruption.
  2. Maya carried the book to another room after the interruption.
  3. Maya carried out the reading task after the interruption.
ดูคำตอบ

Maya carried on reading after the interruption.

however,

5:21

เขายังคงล่าสัตว์ต่อไป

and his eyesight was always just as good as it was during the war. ไวยากรณ์

5:21

และสายตาของเขาก็ยังคงดีเยี่ยมเหมือนตอนช่วงสงคราม

ไวยากรณ์

just as good as: การเปรียบเทียบว่าเท่ากันอย่างพอดี

just as good as ใช้เปรียบเทียบสองสิ่งและบอกว่าคุณภาพหรือระดับของทั้งสองเท่ากัน ในประโยคนี้ สายตาของเขาในภายหลังถูกนำไปเทียบกับสายตาในช่วงสงคราม จึงหมายความว่าสายตาของเขาไม่ได้แย่ลง โครงสร้างคือ just as + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + as + สิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ as ตัวแรกช่วยบอกระดับ ส่วน as ตัวที่สองนำเข้าสิ่งที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ คำว่า just เน้นว่าเท่ากันอย่างพอดี และในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เพิ่ง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง just as + คำคุณศัพท์ + as เพื่อแสดงว่าคุณภาพเท่ากันอย่างพอดี: The cheaper camera is ____ the expensive one.

ดูคำตอบ

just as good as

His victims were never again human,

5:24

เหยื่อของเขาไม่ใช่คนอีกต่อไป

and perhaps as moose was his favorite animal to kill,

5:27

และบางทีกวางมูสอาจเป็นสัตว์ที่เขาชอบล่ามากที่สุด

he wouldn't miss very often.

5:29

เขาจึงยิงพลาดไม่บ่อยนัก

He even did some hunting trips with one Finnish president.

5:31

เขาถึงขั้นเคยออกทริปล่าสัตว์กับประธานาธิบดีฟินแลนด์คนหนึ่งด้วย

There is a book about him out called The White Sniper,

5:34

มีหนังสือเกี่ยวกับเขาที่ตีพิมพ์ชื่อว่า The White Sniper

if you want to know more.

5:36

หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม

We'll leave you with a quote right from the horse's mouth. โน้ต

5:37

เราจะทิ้งท้ายด้วยคำพูดจากปากของเขาเอง

วลี

leave you with: เกริ่นประเด็นสุดท้ายที่อยากให้จดจำ

ในที่นี้ leave you with หมายถึง “มอบเรื่องสุดท้ายให้คุณนำไปคิดก่อนจะจบ” ผู้บรรยายกำลังปิดท้ายด้วยการนำเสนอคำพูดอ้างอิง ไม่ได้หมายถึงการทิ้งผู้ฟังไว้ในสถานที่ใดจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ leave + บุคคล + with + ความคิด คำถาม ภาพ คำพูดอ้างอิง หรือข้อความสุดท้าย โครงสร้างนี้ส่งสัญญาณว่าเนื้อหาสุดท้ายคือประเด็นสำคัญที่อยากให้ผู้ฟังจดจำหลังจบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคปิดท้ายด้วยสำนวนเป้าหมาย: Before we end, let me ____ this question: What matters most to you?

ดูคำตอบ

leave you with

สำนวน

Right from the horse's mouth: ข้อมูลที่มาจากแหล่งโดยตรง

Right from the horse's mouth หมายถึงข้อมูลที่มาจากผู้ที่รู้เรื่องนั้นโดยตรงหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมากที่สุด สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงม้าจริง ๆ right ในที่นี้เน้นความหมายว่า “โดยตรง” กล่าวคือ คำพูดที่ยกมาถูกนำเสนอว่าเป็นคำพูดของเจ้าตัวเอง สำนวนนี้เน้นเส้นทางที่ข้อมูลส่งต่อมา แต่ไม่ได้รับประกันว่าคำกล่าวนั้นถูกต้องหรือปราศจากอคติ

แบบฝึกหัด

ผู้สื่อข่าวกล่าวว่า “I heard the decision right from the horse's mouth.” ผู้สื่อข่าวหมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้ที่ตัดสินใจหรือรู้เรื่องการตัดสินใจนั้นบอกผู้สื่อข่าวโดยตรง
  2. ผู้สื่อข่าวเดาการตัดสินใจจากเบาะแสทางอ้อม
  3. การตัดสินใจนั้นยุติธรรมและถูกต้องตามข้อเท็จจริงอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

ผู้ที่ตัดสินใจหรือรู้เรื่องการตัดสินใจนั้นบอกผู้สื่อข่าวโดยตรง

"War is not a pleasant experience,

5:40

"สงครามไม่ใช่ประสบการณ์ที่น่ายินดีเลย

but who else would protect this land

5:42

แต่ใครล่ะจะปกป้องดินแดนแห่งนี้

unless we are willing to do it ourselves?" ไวยากรณ์

5:43

หากเราไม่ยอมลงมือทำด้วยตัวเอง?"

ไวยากรณ์

Unless: การแสดงเงื่อนไขเชิงปฏิเสธ

Unless ใช้นำหน้าเงื่อนไขเชิงปฏิเสธ และมักถอดความได้ด้วย if ... not ในที่นี้ unless we are willing to do it ourselves หมายถึง if we are not willing to do it ourselves คำถามเชิงวาทศิลป์นี้คาดหวังคำตอบว่า “ไม่มีใครอื่น” กล่าวคือ ถ้าเราไม่เต็มใจปกป้องแผ่นดิน ผู้พูดเชื่อว่าจะไม่มีใครอื่นทำ เนื่องจาก unless มีความหมายเชิงปฏิเสธอยู่แล้ว อนุประโยคจึงใช้ are willing ไม่ใช่ are not willing

แบบฝึกหัด

เติมหนึ่งคำเพื่อให้ประโยคมีความหมายว่า “ถ้าเราไม่ออกตอนนี้ เราจะตกรถไฟ”: We will miss the train ____ we leave now.

ดูคำตอบ

unless

So,

5:45

แล้ว

have you ever shot a gun before?

5:46

คุณเคยยิงปืนมาก่อนไหม?

Do you think you have what it would take to become a professional sniper? ไวยากรณ์

5:47

คุณคิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นพลซุ่มยิงมืออาชีพได้หรือเปล่า?

ไวยากรณ์

what it would take to: การมีคุณสมบัติที่เป้าหมายยาก ๆ ต้องการ

ในโครงสร้างเต็ม have what it would take to + คำกริยา คำว่า what หมายรวมถึง “คุณสมบัติ ความสามารถ ความมุ่งมั่น หรือทรัพยากรที่จำเป็น” วลีนี้ถามถึงเงื่อนไขทั้งหมด ไม่ใช่ทักษะอย่างใดอย่างหนึ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดถามว่าผู้ฟังมีทุกสิ่งที่จำเป็นต่อการเป็นพลซุ่มยิงมืออาชีพหรือไม่ Would ทำให้เป้าหมายดูเป็นเรื่องสมมติหรือยังไม่เกิดขึ้น ส่วน take ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “หยิบ” แต่หมายถึง “ต้องใช้หรือจำเป็นต้องมี” โครงสร้างนี้ใช้ประเมินความเหมาะสมโดยรวมต่อบทบาทหรือเป้าหมายที่ยาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “คุณสมบัติทั้งหมดที่จำเป็นต้องมี”:Do you think Maya has ____ lead the expedition?

ดูคำตอบ

what it would take to

Let us know your thoughts in the comments.

5:50

บอกให้เรารู้ว่าคุณคิดอย่างไรในคอมเมนต์

Also,

5:52

นอกจากนี้

be sure to check out our other video called US F-35 versus Russian Su-35 fighter jet,

5:52

อย่าลืมไปดูวิดีโออื่นของเราที่ชื่อว่า เครื่องบินขับไล่ F-35 ของสหรัฐฯ ปะทะ Su-35 ของรัสเซีย

which would win.

5:57

ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

Thanks for watching,

5:58

ขอบคุณที่รับชม

and as always,

5:59

และเช่นเคย

don't forget to like, share,

6:00

อย่าลืมกดไลก์ แชร์

and subscribe.

6:02

และกดติดตาม

See you next time.

6:02

แล้วพบกันใหม่คราวหน้า