สสารมืดและพลังงานมืดคืออะไร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Kurzgesagt – In a Nutshell
ภาพรวมวิดีโอ: การก่อตัวของดาราจักรและการขยายตัวแบบเร่งของเอกภพเป็นหลักฐานของสสารมืดและพลังงานมืด แต่ธรรมชาติของทั้งสองยังไม่แน่นอน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “high concentration of”——วลีสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: บอกว่าสารจำนวนมากรวมอยู่ในพื้นที่หนึ่ง และใช้รูปแบบนี้ในการอธิบายวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม หรือข้อมูล 2. “not so much.”——วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่าคำตอบแบบละข้อความจำกัดข้อกล่าวโดยไม่พูดซ้ำอย่างไร และใช้เปรียบเทียบระดับอย่างกระชับ 3. “On the one hand, / On the other hand,”——วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: แยกสองปฏิกิริยาต่อความไม่แน่นอนเดียวกัน เปรียบความหงุดหงิดกับความตื่นเต้น และรักษาสมดุลของข้อโต้แย้ง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
This matter accounts for less than 5% of the known universe. กริยาวลี
0:08สสารเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 5% ของจักรวาลที่เรารู้จัก
accounts for: คิดเป็นสัดส่วนหนึ่ง
ในที่นี้ accounts for หมายถึง “คิดเป็น” หรือ “เป็นส่วนประกอบของ” สัดส่วนหนึ่งของทั้งหมด ประธาน this matter คือส่วนย่อย และ less than 5% of the known universe คือสัดส่วนของส่วนนั้นเมื่อเทียบกับทั้งหมด ใช้ account for ในความหมายนี้ตามโครงสร้าง X accounts for + จำนวน/เปอร์เซ็นต์/สัดส่วน + of Y กริยาต้องสอดคล้องกับ X: สิ่งเดียวใช้ accounts for ส่วนหลายสิ่งใช้ account for
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ account for ในความหมายว่า “คิดเป็นสัดส่วนหนึ่งของทั้งหมด”
- How do you account for the missing key?
- Small businesses account for half of the town's jobs.
- Remember to account for traffic when planning the trip.
ดูคำตอบ
Small businesses account for half of the town's jobs.
both of which: เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งอ้างถึงสองอย่าง
both of which ใช้เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ เพื่อเพิ่มข้อมูลเดียวกันเกี่ยวกับสองสิ่งที่กล่าวมาก่อน both แสดงว่าคำอธิบายนี้ใช้กับทั้งสองสิ่ง และ which ย้อนกลับไปอ้างถึง dark matter กับ dark energy ร่วมกัน ไม่ได้อ้างถึงเพียง dark energy ที่อยู่ใกล้กว่า เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าส่วนนี้เป็นข้อมูลเสริม โครงสร้างคือ two things, both of which + กริยาพหูพจน์ โดยในประโยคนี้คือ both of which are invisible
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำที่ขึ้นต้นด้วย both และใช้เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความเกี่ยวกับสถานที่สองแห่ง: The library and the museum offer free tours, ____ are open on Sundays.
ดูคำตอบ
both of which
a tiny fraction of: ส่วนที่เล็กมากของทั้งหมด
ในประโยคนี้ a tiny fraction of reality หมายถึงส่วนที่เล็กมากของทุกสิ่งที่มีอยู่ คำว่า fraction ในที่นี้หมายถึงส่วนหนึ่งหรือสัดส่วนของทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเศษส่วนทางคณิตศาสตร์ที่เขียนเป็นตัวเลขเท่านั้น โครงสร้าง a tiny fraction of + คำนาม เน้นความแตกต่างอย่างมากระหว่างสิ่งทั้งหมดกับส่วนที่กำลังกล่าวถึง ใช้ได้เมื่อปริมาณหนึ่งสามารถมองว่าเป็นส่วนแบ่งของทั้งหมดที่ใหญ่กว่า
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ส่วนที่เล็กมากของทั้งหมด” ลงในประโยค: The telescope detects only ____ the light from this region.
ดูคำตอบ
a tiny fraction of
it gets worse: สำนวนเชื่อมที่บอกว่าสถานการณ์แย่ลง
ในที่นี้ it gets worse เป็นสำนวนเชื่อมเข้าสู่ข้อมูลถัดไป ผู้พูดกำลังเตือนว่าข้อเท็จจริงต่อไปจะทำให้สถานการณ์ดูน่ากังวลยิ่งขึ้น สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายจากประเด็นด้านลบไปสู่ประเด็นที่รุนแรงกว่า คำสรรพนาม it หมายถึงสถานการณ์หรือปัญหาปัจจุบันโดยรวม ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดโดยเฉพาะ โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้ฟังคาดเดาทิศทางของข้อมูลถัดไปได้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเชื่อมที่เตือนว่าข้อเท็จจริงถัดไปน่ากังวลยิ่งขึ้น: The hotel lost our reservation. And ____—there are no rooms left anywhere nearby.
ดูคำตอบ
it gets worse
have no clue: บอกว่าไม่รู้อะไรเลย
Have no clue หมายถึง “ไม่รู้เลย” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าผู้คนยังไม่รู้ว่าสสารมืดและพลังงานมืดคืออะไรหรือทำงานอย่างไร ตามความหมายตรงตัว clue คือข้อมูลหรือ “เบาะแส” ที่ช่วยแก้ปัญหา แต่ have no clue ใช้เป็นวลีเดียวทั้งชุด มีน้ำหนักมากกว่าและเป็นภาษาพูดมากกว่าการพูดเพียงว่า do not know
แบบฝึกหัด
ใช้ have no clue เติมประโยคให้สมบูรณ์: I ____ where my glasses are.
ดูคำตอบ
have no clue
We are pretty sure they exist, though. น้ำเสียง/เจตนา
0:35ถึงอย่างนั้น เราก็ค่อนข้างแน่ใจว่ามันมีอยู่จริง
Though ท้ายประโยคเพื่อเพิ่มความขัดแย้งเบา ๆ
เมื่อ though อยู่ท้ายประโยค จะมีความหมายว่า “แต่” หรือ “ถึงอย่างนั้น” โดยย้อนกลับไปเชื่อมกับแนวคิดก่อนหน้าและเพิ่มความขัดแย้ง กล่าวคือ ผู้คนไม่รู้ว่าสสารมืดและพลังงานมืดคืออะไร แต่ก็ยังค่อนข้างแน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่จริง Though ที่อยู่ท้ายประโยคแบบนี้ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคใหม่ แต่ทำหน้าที่เป็นความเห็นแย้งเบา ๆ ที่เติมหลังจากพูดประเด็นหลักแล้ว ทำให้ความขัดแย้งฟังดูไม่เป็นทางการและไม่หนักเกินไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่สองด้วยคำแสดงความขัดแย้งแบบภาษาพูดที่วางท้ายประโยคตามบทเรียน: Sam had never cooked before. The meal tasted good, ____.
ดูคำตอบ
though
So, what do we know? ในฐานะคำเปลี่ยนเข้าสู่ข้อเท็จจริงที่ทราบแล้ว
ในที่นี้ So, what do we know? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้จัดลำดับคำอธิบาย So ส่งสัญญาณว่ากำลังเดินหน้าไปยังขั้นต่อไป และคำถามนี้เปิดช่วงที่กล่าวถึงข้อเท็จจริงซึ่งยืนยันได้แล้ว ผู้พูดไม่ได้ขอข้อมูลจากผู้ฟังคนใดคนหนึ่ง ในการอธิบาย รูปแบบนี้ช่วยเปลี่ยนจากความไม่แน่นอนหรือปัญหาไปสู่หลักฐานที่มีอยู่ในขณะนั้น
แบบฝึกหัด
So, what do we know? ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- ใช้ถามผู้ฟังคนใดคนหนึ่งให้บอกข้อมูลที่ยังขาดอยู่
- ใช้จัดลำดับคำอธิบายก่อนที่ผู้พูดจะบอกข้อเท็จจริงที่ทราบแล้ว
- ใช้แสดงว่าผู้พูดพูดเรื่องนี้จบแล้ว
ดูคำตอบ
ใช้จัดลำดับคำอธิบายก่อนที่ผู้พูดจะบอกข้อเท็จจริงที่ทราบแล้ว
โครงสร้าง makes it possible for ... to ...
ใน makes it possible for galaxies to exist คำว่า make it possible หมายถึง “สร้างเงื่อนไขที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้” ประโยคนี้อธิบายว่าสสารมืดเป็นสิ่งที่ทำให้มีเงื่อนไขซึ่งช่วยให้กาแล็กซีดำรงอยู่ได้ รูปแบบคือ make + it + possible + for + คำนามหรือบุคคล + to + คำกริยา โดย it เป็นคำที่ใช้เติมตำแหน่งกรรมและไม่ได้อ้างถึงสสารมืด for galaxies ระบุสิ่งที่ทำหรืออยู่ในสภาวะซึ่งตามมา ส่วน to exist ระบุผลที่เกิดขึ้นได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ make it possible for ... to โดยใช้รูปคำกริยาที่ถูกต้อง: The new ramp ____ wheelchair users ____ enter the building easily.
ดูคำตอบ
makes it possible for · to
When we calculated why the universe is structured the way it is, ไวยากรณ์
0:51เมื่อเราคำนวณว่าทำไมจักรวาลถึงมีโครงสร้างแบบที่เป็นอยู่
the way it is: การกล่าวถึงสภาพที่เป็นอยู่
ในประโยคนี้ the way it is หมายถึง “สภาพหรือรูปแบบเฉพาะที่สิ่งนั้นเป็นอยู่ในตอนนี้” อนุประโยค it is เติมความหมายให้ way ดังนั้นทั้งวลีจึงบอกว่าเอกภพมีโครงสร้างอย่างไร โครงสร้างนี้ใช้กล่าวถึงสภาพที่เข้าใจกันอยู่แล้วโดยไม่ต้องพูดรายละเอียดทั้งหมดซ้ำ ในโครงสร้าง the way + ประธาน + กริยา ประธานและกริยาเป็นส่วนจำเป็น ดังนั้น it is จึงไม่ใช่คำซ้ำที่เกินมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่หมายถึง “ในสภาพปัจจุบัน”: Please leave the model ____.
ดูคำตอบ
the way it is
it quickly became clear that there's just not enough normal matter. วลี
0:54มันก็กระจ่างชัดทันทีว่าสสารปกติมีอยู่ไม่เพียงพอ
became clear that: การรายงานข้อสรุปจากหลักฐาน
ในประโยคนี้ became clear that หมายถึง “เริ่มเป็นที่เข้าใจหรือเห็นได้ชัดว่า” became แสดงการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ ตอนแรกข้อสรุปยังไม่ชัดเจน แต่การคำนวณทำให้เห็นได้ชัด ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกข้อสรุปว่ามีสสารปกติไม่เพียงพอ วลีนี้เหมาะสำหรับรายงานผลจากหลักฐานหรือการวิเคราะห์โดยไม่ต้องบอกว่าใครเป็นผู้สังเกตเห็น และไม่ได้หมายความว่าสิ่งใดกลายเป็นโปร่งใส
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายสามคำเพื่อเติมผลการตรวจสอบให้สมบูรณ์: After we checked the map twice, it ____ we were on the wrong road.
ดูคำตอบ
became clear that
is not strong enough to form galaxies and complex structures. ไวยากรณ์
1:00ไม่มีกำลังพอที่จะก่อตัวเป็นกาแล็กซีและโครงสร้างที่ซับซ้อน
not strong enough to + คำกริยา: ระดับไม่เพียงพอ
โครงสร้าง not + คำคุณศัพท์ + enough + to-infinitive หมายถึงคุณสมบัติบางอย่างมีระดับไม่ถึงที่จำเป็นสำหรับการกระทำหรือผลลัพธ์หนึ่ง ๆ โดย enough อยู่หลังคำคุณศัพท์: not strong enough to form ในประโยคนี้ แรงโน้มถ่วงมีความแรงไม่ถึงระดับที่จำเป็นต่อการก่อตัวของกาแล็กซีและโครงสร้างที่ซับซ้อน โครงสร้างนี้เชื่อมระดับที่ไม่เพียงพอกับผลที่เกิดขึ้นไม่ได้โดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ strong และโครงสร้าง not ... enough to: The rope is ____ hold the heavy box.
ดูคำตอบ
not strong enough to
more likely: การเปรียบเทียบโอกาส
More likely เป็นรูปขั้นกว่าของ likely ใช้บอกว่าผลลัพธ์หนึ่งมีโอกาสเกิดมากกว่าอีกผลลัพธ์หนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในที่นี้ would แสดงผลลัพธ์สมมุติ และ more likely เปรียบเทียบการที่ดาวฤกษ์กระจัดกระจายกับการก่อตัวเป็นกาแล็กซี ตัวเลือกที่นำมาเปรียบเทียบอาจระบุด้วย than หรือไม่กล่าวออกมาหากเข้าใจได้ชัดเจนจากบริบท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปขั้นกว่าสองคำของ likely: Because the road is closed, we are ____ to take the train than to drive.
ดูคำตอบ
more likely
scattered all over the place:ดวงดาวกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
ในประโยคนี้ scattered หมายถึงกระจายไปอยู่ตามตำแหน่งต่าง ๆ แทนที่จะรวมกันอยู่ที่เดียว all over the place ขยายภาพให้กว้างขึ้นว่า ดาวฤกษ์กระจายอยู่ทั่วบริเวณและไม่ได้รวมตัวเป็นกลุ่มที่ชัดเจน วลีทั้งหมดจึงบรรยายการกระจายตัวในพื้นที่อย่างกว้างและไม่เป็นระเบียบ ในที่นี้ all over the place ใช้ตามความหมายตรงตัวเกี่ยวกับตำแหน่ง ไม่ได้หมายถึงความคิดหรือการทำงานที่สับสนวุ่นวาย
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่มีความหมายว่ากระจายออกไปอย่างกว้างและไม่เป็นระเบียบลงในประโยค: After the parade, bits of paper were ____.
ดูคำตอบ
scattered all over the place
So, we know there is something else inside and around them.
1:09ดังนั้น เรารู้ว่ามีสิ่งอื่นอยู่ข้างในและรอบๆ พวกมัน
Something that doesn't emit or reflect light. Something dark.:จากคำอธิบายสู่ป้ายกำกับ
ส่วนแรกเป็นการบอกคุณสมบัติแทนการใช้ประโยคที่สมบูรณ์ กล่าวคือ สิ่งนั้นไม่ปล่อยแสงและไม่สะท้อนแสงกลับมา relative clause ที่ว่า that doesn't emit or reflect light ใช้บรรยายสิ่งที่ยังไม่ได้ระบุชื่ออย่างชัดเจน ส่วนที่สอง Something dark ย่อคำอธิบายก่อนหน้าให้เป็นป้ายกำกับสั้น ๆ และคำสำคัญท้ายสุด การใช้ Something ซ้ำสร้างจังหวะที่ค่อย ๆ เดินหน้า เหมาะกับคำอธิบายปากเปล่าหรือการบรรยาย ส่วนประโยคที่ไม่สมบูรณ์นี้เป็นการใช้โดยตั้งใจ ไม่ใช่รูปแบบสำหรับงานเขียนทางการ
แบบฝึกหัด
ถูกหรือผิด: ในบทความวิจัยที่เป็นทางการ โดยทั่วไปควรคงลำดับส่วนที่เป็นประโยคไม่สมบูรณ์ Something that doesn't emit or reflect light. Something dark. ไว้เหมือนเดิม เพื่อให้ได้ประโยคที่สั้นและเรียบร้อย
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
besides being able to: เพิ่มอีกหนึ่งประเด็น
besides + รูป -ing ใช้เพิ่มข้อเท็จจริง เหตุผล หรือความสามารถอีกหนึ่งอย่างจากสิ่งที่กล่าวไว้แล้ว ในที่นี้ being able to calculate the existence of dark matter เป็นหลักฐานประเภทแรก ส่วนอนุประโยค we can see it เพิ่มหลักฐานประเภทที่สอง หลัง besides ใช้คำนามหรือรูป -ing ส่วน being able to + คำกริยา หมายถึงมีความสามารถทำบางสิ่ง ดังนั้น besides being able to calculate จึงหมายถึง “นอกจากมีความสามารถคำนวณแล้ว ยัง…” ไม่ได้หมายถึง “ยกเว้นความสามารถนั้น”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง besides being able to: ____ edit photos, this app can also make short videos.
ดูคำตอบ
Besides being able to
kind of ท้ายประโยค: ลดความหนักแน่นของคำกล่าว
เมื่อ kind of อยู่ท้ายประโยค มันจะย้อนกลับไปลดความหนักแน่นของ we can see it ผู้พูดหมายถึง “ในความหมายที่จำกัดหรือโดยประมาณ” คือเราไม่ได้มองเห็นสสารมืดโดยตรง แต่เห็นบางสิ่งที่ทำให้เราสังเกตผลของมันได้ การใช้ที่ท้ายประโยคแบบนี้เป็นการเสริมความคิดภายหลังในบทสนทนา โดยแก้คำกล่าวที่ฟังดูหนักแน่นเกินไป ดังนั้นจึงไม่ควรเข้าใจ can see it ว่าเป็นการมองเห็นแบบตรงตัวหรือแม่นยำทั้งหมด
แบบฝึกหัด
หลังจากชิมขนมชนิดใหม่ Leo พูดว่า “It tastes good, kind of.” คำว่า kind of แสดงอะไร?
- มันค่อนข้างอร่อย แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันอย่างหนักแน่น
- มันมีรสชาติยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน
- มันเป็นอาหารอร่อยประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ
ดูคำตอบ
มันค่อนข้างอร่อย แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันอย่างหนักแน่น
high concentration of: ปริมาณมากในพื้นที่หนึ่ง
ในประโยคนี้ a high concentration of dark matter หมายถึงมีสสารมืดปริมาณมากรวมอยู่ในพื้นที่หนึ่ง ๆ คำว่า concentration ในที่นี้บอกว่ามีสิ่งใดอยู่ในพื้นที่มากเพียงใด ไม่ได้หมายถึงความสามารถในการจดจ่อของคน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a high concentration of + คำนาม ใช้ได้ทั้งกับสารที่นับไม่ได้ เช่น เกลือหรือมลพิษ และสิ่งที่นับได้จำนวนมากในที่เดียว เช่น ร้านค้าหรือผู้คน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ปริมาณมากที่รวมอยู่ในพื้นที่หนึ่ง”: The sample contained a ____ salt.
ดูคำตอบ
high concentration of
So, we know there's something there that interacts with gravity.
1:29เราจึงรู้ว่ามีบางสิ่งที่นั่นซึ่งทำปฏิกิริยากับแรงโน้มถ่วง
มีแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งที่...ไม่ได้เป็น มากกว่าสิ่งที่มันเป็น
ประโยคนี้เปรียบเทียบปริมาณความรู้สองด้าน คือแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งที่พลังงานมืดไม่ได้เป็น และแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งที่มันเป็น more ... than บอกว่าด้านแรกมีมากกว่า จึงหมายความว่าเราตัดคำอธิบายที่เป็นไปไม่ได้ออกไปได้มากกว่าที่จะระบุธรรมชาติที่แท้จริงของมันได้ what dark energy is not และ what it is เป็นอนุประโยคสมบูรณ์ที่ระบุหัวข้อสองอย่างหลัง about ส่วนหลังที่สั้นกว่าละ ideas about ไว้ให้เข้าใจจากส่วนแรก ความหมายเต็มคือ more ideas about A than ideas about B รูปแบบนี้ใช้ได้เมื่อข้อมูลเกี่ยวกับคำถามหรือหัวข้อสองด้านมีไม่เท่ากัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าเราเข้าใจสาเหตุที่ตัดออกไปแล้วมากกว่าสาเหตุที่แท้จริง
- We have more evidence about what did not cause the failure than about what caused it.
- We have more evidence about what caused the failure than about what did not cause it.
- We have equal evidence about what caused the failure and what did not cause it.
ดูคำตอบ
We have more evidence about what did not cause the failure than about what caused it.
because antimatter produces unique gamma rays when it reacts with normal matter.
1:48เพราะปฏิสสารจะสร้างรังสีแกมมาที่เป็นเอกลักษณ์เมื่อทำปฏิกิริยากับสสารปกติ
Dark matter is also not made up of black holes, กริยาวลี
1:53สสารมืดไม่ได้ประกอบขึ้นจากหลุมดำเช่นกัน
be made up of: ใช้บอกส่วนประกอบ
ในที่นี้ is not made up of หมายความว่า หลุมดำไม่ใช่ส่วนประกอบที่ก่อเป็นสสารมืด วลีนี้บอกว่าสิ่งหนึ่งประกอบด้วยอะไร ไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นถูกสร้างขึ้นอย่างไร ใช้โครงสร้าง สิ่งที่เป็นองค์รวม + be + made up of + ส่วนประกอบ: The team is made up of five players.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่บอกส่วนประกอบของสิ่งที่เป็นองค์รวม: The committee is ____ twelve volunteers.
ดูคำตอบ
made up of
very compact objects that violently affect their surroundings,
1:57ซึ่งเป็นวัตถุหนาแน่นยิ่งยวดที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพแวดล้อม
while dark matter seems to be scattered all over the place. ไวยากรณ์
2:01ในขณะที่สสารมืดดูเหมือนจะกระจายตัวอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง
while ที่ใช้เปรียบต่างอนุประโยคสองส่วน
ในที่นี้ while ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่ใช้เปรียบต่างคำอธิบายสองด้าน คือหลุมดำมีความหนาแน่นและส่งผลอย่างมากต่ออวกาศบริเวณใกล้เคียง แต่สสารมืดดูเหมือนจะกระจายอยู่เป็นบริเวณกว้าง while ที่ใช้แสดงความต่างเชื่อมอนุประโยคสองส่วน และบอกว่าข้อเท็จจริงหนึ่งเป็นจริง แต่ข้อเท็จจริงอีกอย่างที่แตกต่างหรือตรงข้ามก็เป็นจริงเช่นกัน การใช้นี้พบบ่อยเมื่อเปรียบเทียบหลักฐาน ลักษณะ หรือมุมมอง
แบบฝึกหัด
ในประโยค "Maya likes working early, while Leo is most productive at night," while ทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่า Maya และ Leo กำลังทำงานในเวลาเดียวกัน
- ใช้เปรียบต่างความชอบของ Maya กับความชอบของ Leo
- อธิบายว่าเหตุใด Leo จึงทำงานตอนกลางคืน
ดูคำตอบ
ใช้เปรียบต่างความชอบของ Maya กับความชอบของ Leo
Basically, we only know three things for sure. ลำดับความ
2:05โดยพื้นฐานแล้ว เราแน่ใจแค่สามสิ่งเท่านั้น
Basically ... three things for sure: การสรุปและเกริ่นรายการ
Basically บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังย่อการอภิปรายที่ซับซ้อนให้เหลือข้อสรุปหลัก ในที่นี้คำนี้เป็นสัญญาณของการสรุป ไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงฟังดูเป็นเพียงการประมาณหรือไม่สำคัญ We only know three things for sure จำกัดสิ่งที่ยืนยันไว้ที่ข้อเท็จจริงสามข้อ และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับรายการที่มีลำดับเลข เมื่อรวมกันแล้ว ประโยคนี้ปิดการให้เหตุผลก่อนหน้าและจัดโครงสร้างส่วนถัดไปให้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบาย? “Basically, we only know three things for sure.”
- ประโยคนี้สรุปการอภิปรายและเกริ่นรายการประเด็นที่แน่นอนสามข้อ
- ประโยคนี้บอกว่าสามข้อถัดไปเป็นเพียงข้อมูลคร่าว ๆ และไม่สำคัญ
- ประโยคนี้นำเสนอข้อคาดเดาสามข้อที่ผู้พูดยังไม่ได้ตรวจสอบ
ดูคำตอบ
ประโยคนี้สรุปการอภิปรายและเกริ่นรายการประเด็นที่แน่นอนสามข้อ
Something is out there: มีบางสิ่งที่ยังไม่ทราบแน่ชัดอยู่จริง
Something is out there หมายความว่ามีบางสิ่งที่ยังไม่ทราบแน่ชัดอยู่จริงในที่ที่ผู้พูดยังมองไม่เห็นหรือระบุไม่ได้ในขณะนี้ ประโยคนี้ยืนยันว่ามีบางสิ่งอยู่ แต่ไม่ได้อ้างว่ารู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร Out there ชี้ไปยังพื้นที่ที่กว้างกว่าหรือมองไม่เห็นอย่างไม่เจาะจง ในบริบทนี้หมายถึงที่ใดที่หนึ่งในอวกาศ ไม่ได้หมายถึงเพียงข้างนอกอาคาร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “มีบางสิ่งที่ยังไม่ทราบแน่ชัดอยู่ที่ไหนสักแห่งนอกสายตาของเรา”: We cannot see it yet, but ____.
ดูคำตอบ
something is out there
Dark matter is probably made up of a complicated exotic particle
2:16สสารมืดอาจประกอบด้วยอนุภาคประหลาดที่ซับซ้อน
that doesn't interact with light and matter in a way we expect. ไวยากรณ์
2:20ซึ่งไม่ทำปฏิกิริยากับแสงและสสารในแบบที่เราคาดคิด
in a way we expect: บอกวิธีที่เป็นไปตามความคาดหวัง
in a way บอกว่าอนุภาคมีปฏิสัมพันธ์กับแสงและสสารอย่างไร รูปปฏิเสธหมายความว่าวิธีนั้นไม่ตรงกับที่ผู้คนคาดไว้ ไม่ได้หมายความด้วยตัวมันเองว่าไม่มีปฏิสัมพันธ์เกิดขึ้นเลย we expect เป็นอนุประโยคที่ขยาย way แนวคิดเต็มคือ “the way that we expect it to interact” โดยละคำที่ซ้ำออกไป คุณสามารถใช้ in a way + อนุประโยคเพื่อบอกว่ามาตรฐานหรือความคาดหวังของใครเป็นตัวกำหนดวิธีนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย in a way + อนุประโยค โดยใช้คำว่า the engineers expected: The robot did not move ____.
ดูคำตอบ
in a way the engineers expected
We can't ..., we can't ..., and we can't ...: การซ้ำโครงสร้างขนาน
แต่ละอนุประโยคใช้โครงเดียวกันคือ We can't + คำกริยา + it การทำซ้ำโครงนี้ทำให้ detect, measure และ taste อยู่ในระดับเดียวกัน และทำให้รายการชัดเจนและมีจังหวะ and บอกว่ารายการสุดท้ายกำลังตามมา ในที่นี้ taste ไม่ใช่วิธีตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ตามปกติ การเก็บคำนี้ไว้ท้ายสุดสร้างความประหลาดใจแบบขบขัน โดยยังคงโครงสร้างขนานไว้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยคขนานสามส่วนและตั้งใจเก็บรายการที่น่าประหลาดใจไว้ท้ายสุด
- I can't open the file, renaming it is difficult, and the password is missing.
- I can't open the file, I can't rename the file, and I can't bribe it with a cookie.
- The file is locked, the password is missing, and I tried again.
ดูคำตอบ
I can't open the file, I can't rename the file, and I can't bribe it with a cookie.
do ที่ใช้เน้นใน do see
ในประโยคบอกเล่า we do see คำว่า do เป็นกริยาช่วยเพื่อเน้นความหมาย โดยเน้นคำว่า see ว่าผู้พูดยืนยันอย่างหนักแน่นว่าสามารถสังเกตเห็นผลของมันได้จริง โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลก่อนหน้าทำให้คาดว่าอาจไม่เป็นเช่นนั้น see ในที่นี้หมายถึง “สังเกตหรือตรวจพบ” ไม่ใช่มองเห็นตัวสิ่งนั้นโดยตรง โครงสร้าง do/does/did + คำกริยารูปพื้นฐานใช้เน้นว่าข้อความหนึ่งเป็นความจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงในปัจจุบันอย่างหนักแน่น: We ____ understand your concern.
ดูคำตอบ
do
shifts towards the red end of the electromagnetic spectrum as it travels through space.
2:43เลื่อนไปทางปลายสีแดงของสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างไรเมื่อมันเดินทางผ่านอวกาศ
Edwin Hubble กับการเลื่อนไปทางแดงในระดับมาก
เอ็ดวิน ฮับเบิลเป็นนักดาราศาสตร์ที่ใช้การสังเกตเชื่อมโยงระยะห่างของกาแล็กซีกับการเลื่อนของแสงจากกาแล็กซีนั้น การเลื่อนไปทางแดงหมายถึงลักษณะที่ระบุได้ในแสงที่เรารับมาปรากฏที่ความยาวคลื่นยาวขึ้น ไปทางปลายสีแดงของสเปกตรัม ในข้อความนี้ กาแล็กซีที่จางกว่าและไกลกว่าแสดงการเลื่อนไปทางแดงมากกว่า รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างระยะทางกับการเลื่อนไปทางแดงนี้เป็นหลักฐานว่ากาแล็กซีไกลกำลังถอยห่างและเอกภพกำลังขยายตัว ไม่ได้หมายความว่าภาพถูกแต่งให้เป็นสีแดงเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ในข้อความนี้ redshift อธิบายอะไร
- มีคนเติมโทนสีแดงลงในภาพกาแล็กซี
- กาแล็กซีหยุดปล่อยแสง
- แสงจากกาแล็กซีมาถึงเราที่ความยาวคลื่นซึ่งเลื่อนไปทางปลายสีแดงของสเปกตรัม
ดูคำตอบ
แสงจากกาแล็กซีมาถึงเราที่ความยาวคลื่นซึ่งเลื่อนไปทางปลายสีแดงของสเปกตรัม
not so much: การเปรียบต่างแบบละคำสั้น ๆ
ในข้อความสั้นนี้ not so much หมายถึง “ข้อความก่อนหน้านั้นเป็นจริงกับกาแล็กซีที่อยู่ใกล้กว่าน้อยกว่า” โดยแทนใจความที่ยาวกว่าว่า กาแล็กซีที่อยู่ใกล้กว่าไม่ได้มีการเลื่อนไปทางแดงมากขนาดนั้น นี่คือการละคำ ผู้พูดไม่กล่าวคำที่เข้าใจได้จากประโยคก่อนหน้า much ในที่นี้หมายถึงระดับที่คำอธิบายก่อนหน้าใช้ได้ ไม่ได้หมายถึงจำนวนกาแล็กซีที่อยู่ใกล้กว่า
แบบฝึกหัด
ใน “The first printer was reliable. The second one, not so much,” คำว่า not so much หมายถึงอะไร?
- มีเครื่องพิมพ์แบบที่สองจำนวนไม่มาก
- เครื่องพิมพ์เครื่องที่สองใช้หมึกน้อยกว่า
- เครื่องพิมพ์เครื่องที่สองเชื่อถือได้น้อยกว่า
ดูคำตอบ
เครื่องพิมพ์เครื่องที่สองเชื่อถือได้น้อยกว่า
Hubble determined that this was because the universe itself is expanding.
2:57ฮับเบิลสรุปว่านี่เป็นเพราะจักรวาลกำลังขยายตัว
as the universe expands: การเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินไปพร้อมกัน
ในที่นี้ as นำอนุประโยคบอกเวลา เอกภพกำลังขยายตัว และระหว่างกระบวนการนั้นความยาวคลื่นของแสงก็ถูกยืดออก คำนี้ช่วยให้ผู้ฟังเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ดำเนินไปพร้อมกัน การขยายตัวอธิบายสาเหตุของการยืดออกด้วย แต่ as ไม่ได้นำเสนอความเชื่อมโยงเป็นความสัมพันธ์แบบ because อย่างง่าย จุดเน้นอยู่ที่สิ่งที่เกิดขึ้นขณะที่กระบวนการดำเนินไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปสองอย่างว่าดำเนินไปพร้อมกันได้ดีที่สุด?
- Because the air cools, the balloon gets smaller.
- As the air cools, the balloon gets smaller.
- After the air cools, the balloon gets smaller.
ดูคำตอบ
As the air cools, the balloon gets smaller.
More recent discoveries have shown that: การรายงานหลักฐานที่สะสมมา
More recent discoveries have shown that ใช้เกริ่นข้อสรุปที่มีหลักฐานจากงานวิจัยรองรับ ไม่ใช่การคาดเดาส่วนตัวของผู้พูด ในที่นี้ shown หมายถึงพิสูจน์หรือบ่งชี้ ไม่ใช่นำบางสิ่งมาจัดแสดง รูป present perfect have shown เชื่อมการค้นพบในอดีตกับความเข้าใจที่ยอมรับกันในปัจจุบัน อนุประโยคหลัง that บอกข้อสรุปที่หลักฐานสะสมเหล่านั้นรองรับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอหลักฐานจากงานวิจัยที่สะสมมาเพื่อสนับสนุนข้อสรุปที่ยังสำคัญในปัจจุบันได้ดีที่สุด
- Recent studies have shown that regular sleep improves memory.
- One study in 2018 showed that regular sleep improved memory.
- I think regular sleep probably improves memory.
ดูคำตอบ
Recent studies have shown that regular sleep improves memory.
or even retract and collapse in on itself at some point. กริยาวลี
3:18หรือแม้กระทั่งหดตัวและยุบลงทับตัวเองในบางจุด
It was thought that: การรายงานความเชื่อทั่วไปในอดีต
ใน it was thought that คำว่า it เป็นประธานสมมติ ไม่ได้อ้างถึงเอกภพ แรงโน้มถ่วง หรือคำนามอื่น เนื้อหาที่ผู้คนเคยเชื่ออยู่ในอนุประโยคหลัง that รูปถูกกระทำ was thought ไม่ระบุว่าใครเป็นผู้คิด และนำเสนอความเชื่อนั้นว่าเป็นมุมมองที่ยอมรับกันทั่วไปในอดีต โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อต้องทบทวนคำอธิบายเก่าก่อนเสนอหลักฐานใหม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำแบบไม่ระบุบุคคลในอดีตของ think: Before modern research, ____ ulcers were caused mainly by stress.
ดูคำตอบ
it was thought that
either A or even B: ผลลัพธ์ที่สองซึ่งรุนแรงกว่า
ในโครงสร้าง either A or even B คำว่า either ... or เชื่อมผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สองแบบ ในที่นี้ A คือ slow down ส่วน B คือ retract and collapse in on itself ทั้งสองส่วนเป็นวลีกริยาที่บอกว่าการขยายตัวอาจเกิดอะไรขึ้น คำว่า even ทำให้ B เป็นความเป็นไปได้ที่รุนแรงหรือสุดขั้วกว่า โครงสร้างนี้จึงเสนอผลลัพธ์หนึ่งก่อน แล้วเพิ่มระดับด้วยอีกทางเลือกที่รุนแรงกว่า
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมภาษาอังกฤษสองคำที่แสดงว่าความเป็นไปได้ที่สองรุนแรงกว่า: The storm could either weaken ____ destroy the bridge.
ดูคำตอบ
or even
collapse in on itself: ยุบเข้าด้านในของตัวเอง
Collapse in on itself หมายถึงการพับ หดตัว หรือยุบเข้าด้านในไปยังศูนย์กลางของตัวเอง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายแนวคิดที่ว่าการขยายตัวอาจย้อนกลับจนทั้งจักรวาลหดเข้าด้านใน ไม่ใช่แค่โครงสร้างหนึ่งล้มลงด้านล่าง วลีนี้ยังใช้อธิบายระบบหรือองค์กรที่ล้มเหลวเพราะส่วนประกอบภายในไม่สามารถค้ำจุนมันได้อีกต่อไป ใจความสำคัญคือการยุบเข้าด้านในหรือการพังทลายจากภายใน
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายด้วยคำที่แสดงการเคลื่อนเข้าด้านในของโครงสร้างเดียวกัน: Without internal supports, the shell began to collapse ____.
ดูคำตอบ
in on itself
Space doesn't change its properties as it expands.
3:21อวกาศไม่ได้เปลี่ยนคุณสมบัติของมันในขณะที่มันขยายตัว
so we don't experience this expansion in our daily lives.
3:35ดังนั้นเราจึงไม่รู้สึกถึงการขยายตัวนี้ในชีวิตประจำวันของเรา
held together by: ถูกยึดให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยบางสิ่ง
ใน be held together by คำว่า held เป็นรูป past participle ของ hold และทั้งวลีใช้โครงสร้าง passive วลีนี้หมายถึงส่วนต่าง ๆ ยังคงเชื่อมกัน หรือสิ่งหนึ่งยังคงเป็นองค์รวมที่มั่นคง เพราะแรง วัสดุ หรือสิ่งสนับสนุนที่ระบุหลัง by ในที่นี้แรงโน้มถ่วงทำให้สสารในกาแล็กซีเกาะกลุ่มกันอยู่ held ไม่ได้หมายถึง “ถือไว้ในมือ” รูปแบบเดียวกันนี้ใช้บรรยายได้ทั้งวัตถุจริงและกลุ่มที่เป็นนามธรรม: be + held together + by + สาเหตุหรือสิ่งสนับสนุน ประธานคือองค์รวมที่ถูกทำให้คงอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่ทำหน้าที่รักษาองค์รวมนั้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “คงเป็นหนึ่งเดียวได้เพราะ” ลงในประโยค: The raft is ____ strong ropes.
ดูคำตอบ
held together by
Wherever there is: ในทุกที่ที่มี
Wherever there is ใช้นำเงื่อนไขเกี่ยวกับสถานที่ หมายถึง “ในทุกสถานที่ที่มีหรือเกิดบางสิ่ง” จึงเป็นการกล่าวกฎทั่วไปที่ใช้กับทุกสถานที่ซึ่งตรงตามเงื่อนไข ไม่ใช่คำถามว่าบางสิ่งอยู่ที่ไหน รูปแบบคือ wherever there is + กลุ่มคำนามเอกพจน์หรือนามนับไม่ได้ หากเป็นคำนามพหูพจน์ให้ใช้ wherever there are อนุประโยค wherever วางไว้ก่อนหรือหลังประโยคหลักก็ได้ ในคำบรรยาย more หมายถึง more empty space ดังนั้นแนวคิดนี้จึงใช้กับทุกที่ที่มีพื้นที่ว่าง
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ในทุกสถานที่ที่มี” ลงในประโยค: ____ enough sunlight, these flowers grow well.
ดูคำตอบ
Wherever there is
So, dark energy seems to be some kind of energy น้ำเสียง/เจตนา
3:45ดังนั้น พลังงานมืดดูเหมือนจะเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง
seems to be some kind of: การระบุประเภทแบบชั่วคราว
seems to be แสดงว่าข้อความนี้เป็นข้อสรุปจากหลักฐานที่มีอยู่ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว จากนั้น some kind of จัดพลังงานมืดไว้ในหมวดหมู่กว้าง ๆ โดยไม่ได้กล่าวว่าเรารู้ธรรมชาติที่แท้จริงของมันแล้ว เมื่อใช้สองสำนวนที่ระมัดระวังนี้ร่วมกัน จะสื่อข้อจำกัดสองชั้น คือข้อสรุปยังเป็นเพียงชั่วคราว และการจัดประเภทก็เป็นเพียงโดยประมาณ วิธีพูดนี้มีประโยชน์เมื่อหลักฐานชี้ไปในทิศทางหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับการระบุที่แม่นยำและเด็ดขาด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อการจัดประเภทแบบชั่วคราวและโดยประมาณได้ดีที่สุดเมื่อหลักฐานยังไม่สมบูรณ์
- The signal cannot be classified.
- The signal seems to be some kind of background interference.
- The signal is background interference.
ดูคำตอบ
The signal seems to be some kind of background interference.
intrinsic to: การบรรยายคุณสมบัติที่มีอยู่โดยเนื้อแท้
intrinsic to หมายถึงคุณสมบัติที่เป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งโดยธรรมชาติหรือฝังอยู่ในสิ่งนั้น ในประโยคนี้หมายความว่า พลังงานที่ตั้งสมมติฐานไว้นั้นเป็นคุณสมบัติของอวกาศว่างเปล่าเอง ไม่ใช่สิ่งที่ถูกเติมเข้าไปจากภายนอก คำคุณศัพท์ intrinsic โดยปกติใช้ร่วมกับ to หน้าสิ่งที่มีคุณสมบัติภายในนั้น: X is intrinsic to Y.
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทประจำให้ประโยคสมบูรณ์: Uncertainty is intrinsic ____ scientific discovery.
ดูคำตอบ
to
and that keeps getting stronger as time passes by. ไวยากรณ์
3:52และยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
keeps getting stronger: แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
keep + รูป -ing แสดงว่าการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงยังดำเนินต่อไป ในที่นี้ keeps สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ Energy และ getting stronger หมายถึง “แข็งแกร่งขึ้น” เมื่อรวมกัน keeps getting stronger อธิบายว่าความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามเวลา getting แสดงการเปลี่ยนสภาพ ไม่ได้หมายถึงการ “ได้รับ” สิ่งที่แข็งแกร่งกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคในรูป simple present โดยใช้ keep getting + รูป comparative ของ strong: The wind ____ as the storm moves closer.
ดูคำตอบ
keeps getting stronger
We have multiple ideas about what dark energy might be.
4:02เรามีแนวคิดหลายอย่างเกี่ยวกับว่าพลังงานมืดอาจเป็นอะไร
not a thing, but just a property: การปฏิเสธและแก้ไขประเภท
รูปแบบ not A, but just B ปฏิเสธว่า A เป็นคำอธิบายที่ถูกต้อง แล้วใช้ B มาแทน ในประโยคนี้ พลังงานมืดไม่ได้ถูกอธิบายว่าเป็นสิ่งที่มีตัวตนแยกต่างหาก แต่เป็นลักษณะที่อวกาศมีอยู่ในตัวเอง just ในที่นี้หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” ช่วยจำกัดและลดน้ำหนักของคำอธิบายที่นำมาแทนเล็กน้อย ไม่ได้หมายถึง “ยุติธรรม” หรือ “เมื่อครู่นี้”
แบบฝึกหัด
เติมคำชี้แจงด้วย not A, but just B: This mark is ____ a crack, ____ a scratch on the paint.
ดูคำตอบ
not · but just
is not nothing: การปฏิเสธซ้อนที่ใช้เน้นความหมาย
ใน is not nothing คำปฏิเสธสองคำไม่ได้รวมกันแล้วหมายถึง nothing ตรง ๆ คำว่า not ตัวแรกปฏิเสธแนวคิดของ nothing ที่ว่า “ไม่มีอะไรเลย” ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่า พื้นที่ว่างไม่ได้ไร้คุณสมบัติหรือสิ่งที่มีอยู่โดยสิ้นเชิง นี่เป็นการยืนยันเชิงบวกแบบระมัดระวังและมีน้ำหนักว่า พื้นที่ว่างมีบางสิ่งที่สำคัญ แต่ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่นั้นเต็มไปด้วยสสารทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ Empty space is not nothing. หมายความว่าอย่างไร
- พื้นที่ว่างมีสสารทั่วไปอยู่ทุกแห่ง
- พื้นที่ว่างไม่ได้ไร้คุณสมบัติหรือสิ่งที่มีอยู่โดยสิ้นเชิง
- พื้นที่ว่างคือความไม่มีอยู่โดยสมบูรณ์
ดูคำตอบ
พื้นที่ว่างไม่ได้ไร้คุณสมบัติหรือสิ่งที่มีอยู่โดยสิ้นเชิง
It can generate more space and is quite active.
4:15มันสามารถสร้างอวกาศขึ้นมาได้อีกและค่อนข้างตื่นตัว
just more and more space appears to fill the gaps, ไวยากรณ์
4:21มีพื้นที่ปรากฏขึ้นมาเติมเต็มช่องว่างมากขึ้นเรื่อยๆ
more and more + คำนามนับไม่ได้
"More and more" ที่อยู่หน้าคำนามนับไม่ได้ "space" หมายความว่าปริมาณของพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะที่กระบวนการดำเนินไป เป็นการบอกแนวโน้มที่กำลังเพิ่มขึ้น ไม่ใช่การเปรียบเทียบปริมาณคงที่สองปริมาณ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ "more and more + คำนามนับไม่ได้" เช่น "more and more water", "more and more time" และ "more and more information"
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมายที่หมายถึงปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ: As the rain continued, ____ water flowed into the street.
ดูคำตอบ
more and more
it could be that: การเกริ่นคำอธิบายที่เป็นไปได้
ใน it could be that คำว่า it เป็นประธานทางไวยากรณ์ที่ไม่ได้แทนสิ่งใดโดยเฉพาะ แนวคิดที่ผู้พูดต้องการเสนอจริง ๆ อยู่ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that Could แสดงว่าคำอธิบายนั้นเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่ยืนยันแล้ว ในที่นี้ could สื่อถึงความไม่แน่นอน ไม่ใช่ความสามารถในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนที่ใช้เกริ่นคำอธิบายที่เป็นไปได้: ____ the sensor needs more time to update.
ดูคำตอบ
It could be that
leads to: เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์
ในประโยคนี้ "leads to" เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์ กระบวนการที่ "this" อ้างถึงทำให้เกิดผลลัพธ์คือ "a faster expanding universe" ไม่ได้หมายถึงการนำใครไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ใช้รูปแบบ "lead to + นามวลีหรือรูป -ing" ในที่นี้ "to" เป็นคำบุพบท ดังนั้นจึงตามด้วยรูปอย่าง "lead to delays" และ "lead to losing time" ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่แสดงเหตุและผล: Ignoring the warning can ____ serious damage.
ดูคำตอบ
lead to
cosmological constant: คำศัพท์ของไอน์สไตน์จากปี 1917
ค่าคงที่จักรวาลวิทยาเป็นพจน์ที่ไอน์สไตน์เพิ่มเข้าไปในสมการสัมพัทธภาพทั่วไปเมื่อปี 1917 ในประโยคนี้ ผู้พูดเชื่อมโยงแนวคิดทางวิทยาศาสตร์เก่านี้กับการอภิปรายสมัยใหม่เรื่องพลังงานมืด ประโยคนี้อธิบายแบบง่าย ๆ ว่า คำนี้เกี่ยวข้องกับผลในระดับใหญ่ที่ต้านแรงดึงดูดของแรงโน้มถ่วง ตรงนี้ constant เป็นส่วนหนึ่งของชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่กำหนดไว้ ไม่ได้หมายเพียงว่าสิ่งหนึ่ง 'คงเดิม'
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ cosmological constant หมายถึงอะไร
- ตัวเลขที่ใช้วัดว่าแรงโน้มถ่วงเพิ่มขึ้นเร็วเพียงใด
- ศัพท์จักรวาลวิทยาเก่าที่ในที่นี้เชื่อมโยงกับผลซึ่งต้านแรงโน้มถ่วง
- ข้อความที่บอกว่าทุกส่วนของจักรวาลไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ
ศัพท์จักรวาลวิทยาเก่าที่ในที่นี้เชื่อมโยงกับผลซึ่งต้านแรงโน้มถ่วง
The only problem is that: การนำเสนอสิ่งกีดขวางสำคัญ
โครงสร้าง The only problem is that + อนุประโยค ใช้เปลี่ยนจากแนวคิดที่ดูเหมือนทำได้ไปสู่สิ่งกีดขวางสำคัญของแนวคิดนั้น อนุประโยคหลัง that จะบอกว่าสิ่งกีดขวางคืออะไร จึงช่วยให้ผู้ฟังตามการเปลี่ยนทิศทางของเนื้อหาได้ง่าย ในทางไวยากรณ์ only ขยายคำว่า problem ผู้พูดนำเสนอสิ่งที่ตามมาว่าเป็นปัญหาเดียว หรืออย่างน้อยก็เป็นปัญหาที่กำลังมุ่งเน้นอยู่ ไม่จำเป็นต้องเป็นการยืนยันอย่างเคร่งครัดว่าไม่มีปัญหาอื่นอยู่เลย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปลี่ยนประเด็นด้วยโครงสร้างห้าคำจากบทเรียนนี้ ซึ่งนำเสนอค่าใช้จ่ายว่าเป็นปัญหาเดียวที่กำลังมุ่งเน้น: The plan sounds good. ____ it costs too much.
ดูคำตอบ
The only problem is that
the result was so wrong and weird that it only added to the confusion. ไวยากรณ์
4:42ผลลัพธ์ที่ได้มันผิดเพี้ยนและแปลกประหลาดมากจนยิ่งทำให้สับสนมากขึ้นไปอีก
so wrong and weird that ... added to the confusion: ระดับที่นำไปสู่ผล
โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + ผลลัพธ์ เชื่อมระดับที่มากเป็นพิเศษเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ในประโยคนี้ wrong and weird บอกว่าผลลัพธ์ผิดปกติมากเพียงใด ส่วน that นำเข้าสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะระดับนั้น นั่นคือทำให้เกิดความสับสนมากขึ้น that ในที่นี้เป็นคำบอกผลลัพธ์ ไม่ใช่สรรพนามเชื่อมความ so ไม่ได้มีความหมายแค่ very แต่ยังส่งสัญญาณให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีการบอกผลในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that
แบบฝึกหัด
ใช้ difficult เติมโครงสร้างบอกผล so + คำคุณศัพท์ + that ให้สมบูรณ์: The puzzle was ____ nobody in the group could solve it.
ดูคำตอบ
so difficult that
Another idea is that empty space is actually full of temporary virtual particles
4:47อีกแนวคิดหนึ่งคือ พื้นที่ว่างแท้จริงแล้วเต็มไปด้วยอนุภาคเสมือนชั่วคราว
form from nothing ... disappear into nothing again: จุดกำเนิดและจุดสิ้นสุดคนละทิศทาง
สองวลีนี้จัดลำดับคำอธิบายให้เป็นคู่ที่สอดคล้องกัน Form from nothing ชี้ย้อนกลับไปยังจุดกำเนิด ส่วน disappear into nothing ชี้ไปข้างหน้าไปยังจุดสิ้นสุด บุพบท from และ into ที่แสดงทิศทางตรงข้ามกันทำให้ติดตามสองขั้นตอนได้ง่าย then บอกลำดับ และ again สื่อถึงวงจรที่เกิดซ้ำ ในสมมติฐานนี้ ถ้อยคำดังกล่าวอธิบายการปรากฏและหายไปของอนุภาคเสมือนชั่วคราว ไม่ใช่คำกล่าวทั่วไปว่าวัตถุธรรมดาก็ทำเช่นนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอกระบวนการที่มีจุดกำเนิดแล้วตามด้วยจุดสิ้นสุดในทิศทางตรงข้ามได้ชัดเจนที่สุด?
- Mist appears in the morning because the air is cool.
- Mist forms from moisture near the ground and then disappears into the morning air.
- Mist is light, cool, and common near the ground.
ดูคำตอบ
Mist forms from moisture near the ground and then disappears into the morning air.
The energy from those particles could be dark energy.
4:58พลังงานจากอนุภาคเหล่านั้นอาจเป็นพลังงานมืด
is an unknown kind of dynamic energy fluid or field,
5:03อาจเป็นพลังงานของไหลพลวัตหรือสนามพลังชนิดที่ไม่รู้จัก
has the opposite effect on: ส่งผลตรงข้ามต่อ
ในโครงสร้าง X has the opposite effect on Y นั้น X ทำให้เกิดผลต่อ Y ในทิศทางที่ตรงข้ามกับอิทธิพลอีกอย่างหนึ่งหรือผลที่คาดไว้ ในประโยคนี้ พลังงานที่ยังไม่ทราบชนิดถูกกล่าวว่ามีผลต่อจักรวาลในทางตรงข้ามกับพลังงานและสสารทั่วไป effect เป็นคำนาม และ on นำหน้าสิ่งที่ได้รับผลนั้น วลีเปรียบเทียบอย่าง than normal energy and matter บอกว่ากำลังนำผลดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับอะไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำนาม effect ได้ถูกต้องเพื่อแสดงผลลัพธ์ในทิศทางตรงข้าม
- Too much pressure has the opposite affect on performance.
- Too much pressure affects on performance in the opposite way.
- Too much pressure has the opposite effect on performance.
ดูคำตอบ
Too much pressure has the opposite effect on performance.
คำถามทางอ้อมที่เชื่อมกัน: how and where ... how we could detect it
หลัง we don't know คำว่า how และ where ใช้บอกข้อมูลที่ยังไม่ทราบ ไม่ได้ใช้ถามคำถามตรงแยกกัน ทั้งสองคำเชื่อมกันและมีการละข้อความ เพราะบริบทช่วยให้เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ได้คร่าว ๆ ว่า “มันมีอยู่อย่างไร” และ “มันอยู่ที่ไหน” ส่วนท้าย or how we could detect it เพิ่มสิ่งที่ยังไม่รู้อีกอย่างหนึ่ง เนื่องจาก how we could detect it เป็นคำถามทางอ้อมภายในประโยคบอกเล่า จึงคงลำดับที่ประธานอยู่ก่อนกริยาช่วยคือ we could ถ้าเป็นคำถามตรงจึงจะสลับลำดับเป็น How could we detect it?
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำถามทางอ้อมหลัง don't know ได้ถูกต้อง
- We don't know how could we detect the leak.
- We don't know how we could detect the leak.
- We don't know how could detect we the leak.
ดูคำตอบ
We don't know how we could detect the leak.
Our theories about dark matter and dark energy are still just that, น้ำเสียง/เจตนา
5:22ทฤษฎีของเราเกี่ยวกับสสารมืดและพลังงานมืด ยังคงเป็นแค่
still just that, theories: จำกัดข้อสรุปไว้ว่า “ยังเป็นเพียงทฤษฎี”
ในที่นี้ that ย้อนกลับไปอ้างถึง theories ที่กล่าวไว้ตอนต้นประโยค หลังเครื่องหมายจุลภาคมีการกล่าว theories ซ้ำเพื่อให้สิ่งที่อ้างถึงชัดเจนและเน้นย้ำมากขึ้น โครงสร้าง be still just that, + คำนาม หมายความว่าสิ่งหนึ่งยังคงมีสถานะเพียงตามที่คำนามนั้นระบุ และยังไม่ได้มีสถานะที่หนักแน่นกว่า ในประโยคนี้ ผู้พูดเตือนผู้ฟังไม่ให้มองทฤษฎีเหล่านี้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
แบบฝึกหัด
ข่าวนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน เติมวลีที่ช่วยจำกัดสถานะของข่าวให้สมบูรณ์: “The rumor is ____, a rumor.”
ดูคำตอบ
still just that
On the one hand ... On the other hand: นำเสนอสองด้าน
On the one hand นำเสนอด้านแรกของการเปรียบเทียบ ส่วน On the other hand ส่งสัญญาณว่ากำลังจะกล่าวถึงด้านที่สองซึ่งแตกต่างกัน วลีคู่นี้ช่วยให้ผู้ฟังติดตามการประเมินทั้งสองด้านแยกจากกันได้ ในที่นี้ ทั้งสองด้านอธิบายสถานการณ์เดียวกัน ความไม่แน่นอนทำให้น่าหงุดหงิด แต่การทำงานในแนวหน้าของวิทยาศาสตร์ก็น่าตื่นเต้น ด้านที่สองไม่ได้ลบล้างด้านแรก แต่เพิ่มมุมมองอีกด้านที่ใช้ได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
On the one hand ... On the other hand ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้?
- แยกสองมุมมองที่แตกต่างกันและอาจใช้ได้ทั้งคู่
- บอกว่ามุมมองแรกผิดแล้วแทนที่ด้วยมุมมองที่สอง
- เรียงสองประเด็นสนับสนุนที่ไม่มีความแตกต่างกัน
ดูคำตอบ
แยกสองมุมมองที่แตกต่างกันและอาจใช้ได้ทั้งคู่
making it very exciting: อนุประโยค -ing ที่บอกผล
ในประโยคนี้ making it very exciting เป็นส่วนเสริมที่บอกผล โครงสร้าง “จุลภาค + อนุประโยค -ing” บอกว่าแนวคิดทั้งหมดก่อนจุลภาคทำให้เกิดอะไรขึ้น กล่าวคือ การที่สิ่งนี้เป็นวิทยาศาสตร์แนวหน้าทำให้สถานการณ์น่าตื่นเต้นมาก ประธานที่เข้าใจได้ของ making คือสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า ไม่ใช่ science ที่เป็นผู้ลงมือสร้างบางสิ่งตามความหมายตรง โครงสร้างนี้มักย่อ and this makes ... เพื่อเชื่อมข้อเท็จจริงกับผลลัพธ์ให้กระชับขึ้น
แบบฝึกหัด
ข้อใดเติมประโยคด้วยวลีผลลัพธ์รูป -ing ได้ถูกต้อง เพื่อแสดงผลจากอนุประโยคแรกทั้งหมด? The city added more buses, ____
- making the commute easier.
- makes the commute easier.
- to making the commute easier.
ดูคำตอบ
making the commute easier.
It shows us that no matter how much we feel we're on top of things, โน้ต
5:34มันแสดงให้เราเห็นว่า ไม่ว่าเราจะรู้สึกว่าเราควบคุมสิ่งต่างๆ ได้มากแค่ไหน
no matter how much: การยอมรับเงื่อนไขโดยไม่ขึ้นกับระดับ
No matter how much ใช้เปิดความหมายแบบยอมรับเงื่อนไขว่า แม้ระดับจะสูงมากเพียงใด ข้อสรุปหลักก็ไม่เปลี่ยน ในที่นี้ how much วัดความเข้มของความรู้สึกที่แสดงด้วย feel we're on top of things ไม่ได้ถามจำนวนของสิ่งที่นับได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ no matter how much + ประธาน + กริยา แล้วตามด้วยประโยคหลัก มีความหมายว่า “ไม่ว่าจะมากเพียงใด” และใช้เมื่อระดับความเข้มที่เปลี่ยนไปไม่สามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่ขึ้นต้นด้วย no matter: ____ I want to stay, I have to leave by ten.
ดูคำตอบ
No matter how much
be on top of things: เข้าใจและจัดการสถานการณ์ได้ดี
be on top of things เป็นสำนวนที่หมายถึงเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและจัดการงานหรือปัญหาที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในที่นี้สำนวนนี้บรรยายความรู้สึกของมนุษย์ว่าตนมีความรู้และควบคุมเหตุการณ์ได้ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ ใน feel we're on top of things คำว่า feel นำเสนอความเชื่อหรือความรู้สึก โครงสร้าง no matter how much... ที่ครอบอยู่บอกว่า ต่อให้ความรู้สึกว่าควบคุมได้จะมากเพียงใด ก็ไม่เปลี่ยนประเด็นที่ผู้พูดจะกล่าวต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึง “ยังคงเข้าใจและจัดการทุกอย่างได้ดี”: Even during the busy week, Maya stayed ____.
ดูคำตอบ
on top of things
วานรที่มีสมาร์ตโฟนบนเกาะเล็กและเปราะบางในอวกาศ
apes with smartphones เป็นอุปมาแบบย่อที่ใช้แทนมนุษย์ กล่าวคือ ในทางชีววิทยาเราเป็นไพรเมตที่วิวัฒนาการมา แต่ขณะเดียวกันก็มีเทคโนโลยีล้ำสมัย ภาพนี้สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสัญชาตญาณและข้อจำกัดดั้งเดิมกับเครื่องมือสมัยใหม่ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ามีวานรกลุ่มอื่นถือโทรศัพท์ และไม่ได้เป็นคำดูถูกกลุ่มใด a tiny fragile island in space เปรียบโลกว่าเป็นสถานที่เล็ก โดดเดี่ยว และเปราะบางท่ามกลางจักรวาลอันกว้างใหญ่ เมื่อนำสองภาพมารวมกันจะเกิดมุมมองที่ถ่อมตนว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่ได้ทำให้มนุษย์รู้ทุกอย่างหรือปลอดภัยอย่างสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
อุปมา "apes with smartphones on a tiny fragile island in space" สื่อความหมายว่าอย่างไร?
- มีเพียงวานรเท่านั้นที่ใช้สมาร์ตโฟนอย่างปลอดภัยบนเกาะห่างไกลได้
- โลกเป็นสถานที่กว้างใหญ่และได้รับการปกป้อง ซึ่งเทคโนโลยีแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง
- มนุษย์มีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีข้อจำกัดบนดาวเคราะห์เล็กและเปราะบาง
ดูคำตอบ
มนุษย์มีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีข้อจำกัดบนดาวเคราะห์เล็กและเปราะบาง
มองขึ้นไปบนท้องฟ้าและสงสัยว่าจักรวาลของเราทำงานอย่างไร
Looking into the sky และ wondering how our universe works เป็นวลี -ing สองวลีที่วางขนานกัน ประธานที่ละไว้แต่เข้าใจได้ของทั้งสองวลีคือ we จากอนุประโยคก่อนหน้า กล่าวคือ “เรา” เป็นทั้งผู้มองและผู้สงสัย วลีแรกบอกการกระทำ ส่วนวลีที่สองเพิ่มความคิดที่เกิดขึ้นพร้อมกัน การวางสองวลีนี้ขนานกันทำให้คำบรรยายลื่นไหลโดยไม่ต้องพูด we are ซ้ำ หลัง wondering ส่วน how our universe works เป็นคำถามทางอ้อมที่ฝังอยู่ในโครงสร้างใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับแบบประโยคบอกเล่า คือ ประธาน + กริยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี -ing ที่ขนานกันโดยมีประธานที่เข้าใจได้เป็นคนเดียวกัน และใช้ลำดับคำของคำถามทางอ้อมได้ถูกต้อง
- Maya stood on the hill, watching the stars and wondering how they formed.
- Maya stood on the hill, watching the stars and wondering how did they form.
- The stars shone above Maya, watching the sky and wondering how they formed.
ดูคำตอบ
Maya stood on the hill, watching the stars and wondering how they formed.
ยังมีอีกมากที่ต้องเรียนรู้
ใน so much left to learn คำว่า left เป็นรูป past participle ของ leave และหมายถึง “ที่ยังเหลืออยู่” ไม่ใช่ทิศทางตรงข้ามกับ right ส่วน to learn ระบุการกระทำที่ยังต้องทำให้เสร็จ นั่นคือยังมีความรู้อีกมากที่ยังไม่ได้เรียน รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ จำนวนหรือคำนาม + left to + กริยา เช่น three pages left to read และ very little time left to decide เมื่อใช้กับ there is/are โครงสร้างนี้ช่วยสรุปงานที่ยังไม่เสร็จ ทรัพยากรที่เหลือ หรือระยะทางที่ยังต้องไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์ด้วย left to และกริยาในวงเล็บ: Before the trip, there are still two bags ____. (pack)
ดูคำตอบ
left to pack
This video is supported by the Australian Academy of Science,
5:52วิดีโอนี้ได้รับการสนับสนุนโดยสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งออสเตรเลีย
which promotes and supports excellence in science.
5:55ซึ่งส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์
Learn more about this topic and others like it at nova.org.au.
5:59เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อนี้และหัวข้ออื่นๆ ที่คล้ายกันได้ที่ nova.org.au
a blast to work with them: การทำงานกับพวกเขาสนุกมาก
ในที่นี้ a blast หมายถึง “ประสบการณ์ที่สนุกและน่าตื่นเต้นมาก” ผู้พูดกำลังบอกอย่างอบอุ่นและกระตือรือร้นว่าการทำงานกับกลุ่มนี้สนุกมาก ในประโยคนี้ blast ไม่ได้หมายถึง “การระเบิด” รูปแบบ It was a blast to + คำกริยา เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการเพื่อย้อนมองกิจกรรมหนึ่งในแง่บวก ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย to บอกว่ากิจกรรมใดเป็นสิ่งที่สนุก
แบบฝึกหัด
ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า "It was a blast to work with them"?
- การทำงานกับพวกเขาสนุกมาก
- การทำงานกับพวกเขาเป็นอันตรายเพราะเกิดการระเบิด
- การทำงานกับพวกเขาน่าเบื่อแต่จำเป็น
ดูคำตอบ
การทำงานกับพวกเขาสนุกมาก
Our videos are also made possible by your support on patreon.com.
6:06วิดีโอของเราเกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนของคุณบน patreon.com
If you want to support us and become part of the Kurzgesagt bird army,
6:11หากคุณต้องการสนับสนุนเราและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพนก Kurzgesagt