คำตอบของ Grey สำหรับคำถามที่เขาไม่เคยถูกถาม: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
1,239 คำ 200 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ช่วงถามตอบอย่างรวดเร็วพาไปจากมีม อาชีพ และประสิทธิภาพ สู่ความตาย D&D ความคิดแบ่งเผ่า ข้อถกเถียงเรื่องปีก Balrog และปรัชญาแบบขบขัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ใช้สำนวนและภาษาภาพพจน์ “setting an impossibly high bar.” วิจารณ์ความคาดหวังที่ไปไม่ถึงในคำแนะนำ เป้าหมาย หรือเกณฑ์ประเมิน 2. เข้าใจ “comes down to” ว่าเป็นกริยาวลีที่สรุปปัญหาซับซ้อนให้เหลือปัจจัยชี้ขาด โดย to ตามด้วยคำนามหรือรูป -ing 3. ใช้สำนวนและภาษาภาพพจน์ “a double-edged sword.” บอกว่าสิ่งหนึ่งมีทั้งประโยชน์และโทษ พร้อมติดตามการวิเคราะห์ความคิดแบ่งเผ่าอย่างสมดุล

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hello internet,

0:00

สวัสดีชาวเน็ต

it's Q&A time.

0:00

ได้เวลา Q&A แล้ว

First question,

0:01

คำถามแรก

are memes the future of society?

0:02

มีมคืออนาคตของสังคมใช่ไหม?

I think you meant this as a joke,

0:04

ฉันคิดว่าคุณตั้งใจจะล้อเล่นนะ

but the answer is yes.

0:05

แต่คำตอบคือใช่

The internet for memes is the perfect Petri dish, สำนวน

0:07

อินเทอร์เน็ตสำหรับมีมคือจานเพาะเชื้อที่สมบูรณ์แบบ

สำนวน

Petri dish ในฐานะคำเปรียบเทียบของสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต

ในที่นี้ Petri dish เป็นคำเปรียบเทียบ จานเพาะเชื้อจริงคือภาชนะตื้นในห้องปฏิบัติการที่ใช้เพาะจุลินทรีย์ อินเทอร์เน็ตไม่ได้เป็นจานเพาะเชื้อจริง ๆ การเรียกอินเทอร์เน็ตว่า the perfect Petri dish เป็นการนำเสนอว่าอินเทอร์เน็ตคือสภาพแวดล้อมที่มีมสามารถเพิ่มจำนวน เปลี่ยนแปลง และแข่งขันกันได้อย่างรวดเร็ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a Petri dish for something ซึ่งหมายถึงเงื่อนไขที่ช่วยให้ปรากฏการณ์บางอย่างพัฒนาและแพร่กระจาย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The unmoderated forum became a Petri dish for dangerous rumors.” คำว่า “Petri dish” หมายถึงอะไร?

  1. สภาพแวดล้อมที่ข่าวลือสามารถเติบโตและแพร่กระจายได้
  2. ภาชนะในห้องปฏิบัติการที่เก็บอยู่ในเว็บบอร์ดจริง ๆ
  3. กฎที่ลบข่าวลือออกทันที
ดูคำตอบ

สภาพแวดล้อมที่ข่าวลือสามารถเติบโตและแพร่กระจายได้

gladiatorial theater, and mutation chamber,

0:09

ลานประลอง และห้องกลายพันธุ์

growing, selecting, and randomizing the memest memes to meme in our minds.

0:11

เพื่อเพาะเลี้ยง คัดเลือก และสุ่มมีมที่เป็นมีมที่สุดไปฝังในหัวของเรา

Society has always been a war of memes, สำนวน

0:15

สังคมเป็นสงครามแห่งมีมมาโดยตลอด

สำนวน

a war of memes: การแข่งขันระหว่างแนวคิดที่แพร่กระจาย

ในที่นี้ a war of memes เป็นคำเปรียบเทียบถึงการแข่งขันระหว่างมีม ซึ่งหมายถึงแนวคิดหรือข้อมูลทางวัฒนธรรมที่แพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง คำว่า meme ในที่นี้มีความหมายกว้างกว่าภาพตลกที่แชร์ทางอินเทอร์เน็ต รูปแบบ a war of X นำเสนอสมาชิกหรือฝ่ายต่าง ๆ ภายใน X ว่ากำลังต่อสู้เพื่อแย่งความสนใจ อิทธิพล หรือการอยู่รอด ทำให้การแข่งขันเชิงนามธรรมฟังดูรุนแรง แต่ไม่ได้หมายถึงการสู้รบด้วยอาวุธจริง ๆ

แบบฝึกหัด

การโต้วาทีหนึ่งมีคำขวัญจำนวนมากที่แข่งขันกัน วลีใดนำเสนอคำขวัญเหล่านั้นว่าเป็นฝ่ายที่แข่งขันกันเอง?

  1. a war on slogans
  2. a war of slogans
  3. a slogan ban
ดูคำตอบ

a war of slogans

but before it was fought with sticks and stones.

0:17

แต่เมื่อก่อนมันสู้กันด้วยไม้และก้อนหิน

The internet, however,

0:19

อย่างไรก็ตาม อินเทอร์เน็ต

has arms raced that fight to trench warfare of meme-driven brains in many areas.

0:20

ได้ยกระดับการต่อสู้นั้นไปสู่การแข่งขันทางอาวุธ จนกลายเป็นสงครามสนามเพลาะของสมองที่ขับเคลื่อนด้วยมีมในหลายๆ ด้าน

They've not yet captured all fields of thought,

0:25

พวกเขายังไม่ได้ยึดครองทุกสาขาความคิด

but I fear the meme trenches will only expand.

0:27

แต่ฉันเกรงว่าสนามเพลาะของมีมจะมีแต่จะขยายตัวขึ้น

In a previous Q&A,

0:30

ใน Q&A ครั้งก่อน

I was asked what topic I've changed my mind on, วลี

0:31

มีคนถามฉันว่าเรื่องไหนที่ฉันเปลี่ยนความคิดไปแล้ว

วลี

เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง

Changed my mind on หมายถึง ความคิดเห็นของผู้พูดที่มีต่อหัวข้อหนึ่งเปลี่ยนไปจากเดิม ในที่นี้ mind หมายถึงความคิดเห็นหรือมุมมอง ไม่ได้หมายถึงสภาพจิตใจ on ใช้นำหน้าหัวข้อที่ความคิดเห็นเปลี่ยนไป ดังนั้นสำนวนนี้บอกว่าผู้พูดเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับเรื่องใด และสามารถนำไปใช้พูดถึงการเปลี่ยนความคิดเห็นในสถานการณ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

changed my mind on a topic หมายความว่าอะไร เลือกคำอธิบายที่ถูกต้อง

  1. เปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อนั้น
  2. ตัดสินใจเกี่ยวกับหัวข้อนั้นเป็นครั้งแรก
  3. สูญเสียความสามารถในการคิดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับหัวข้อนั้น
ดูคำตอบ

เปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อนั้น

and the unmitigated benefits of the internet sure is one of those things.

0:33

และประโยชน์อันมหาศาลของอินเทอร์เน็ตคือหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน

Rate from top to bottom:

0:37

จัดอันดับจากดีที่สุดไปแย่ที่สุด:

pancakes, waffles, French toast.

0:38

แพนเค้ก วาฟเฟิล เฟรนช์โทสต์

If you know you're at a great restaurant, ไวยากรณ์

0:40

หากคุณรู้ตัวว่าอยู่ในร้านอาหารชั้นยอด

then the ordering hierarchy is French toast before waffles before pancakes.

0:42

ลำดับการสั่งคือเฟรนช์โทสต์ ตามด้วยวาฟเฟิล ตามด้วยแพนเค้ก

ไวยากรณ์

If ... then ... เพื่อแสดงเงื่อนไขและผลลัพธ์

If ใช้นำเงื่อนไข โดยบอกว่าต้องมีอะไรเป็นจริงเสียก่อน ผลลัพธ์ถัดไปจึงจะใช้ได้ ส่วน then ใช้นำผลลัพธ์ที่ตามมาภายใต้เงื่อนไขนั้น ในประโยคนี้ If you know you're at a great restaurant ตั้งข้อสมมติ และ then ชี้ให้เห็นลำดับการสั่งอาหารที่ผู้พูดเสนอในสถานการณ์นั้น ที่นี่ then หมายถึงในกรณีนั้นหรือถ้าอย่างนั้น ไม่ได้หมายถึงจากนั้นตามลำดับเวลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง if-then อย่างชัดเจนเพื่อเชื่อมเงื่อนไขกับผลลัพธ์

  1. When the weather clears, we will eat outside.
  2. Then the weather clears, and we eat outside.
  3. If the weather clears, then we will eat outside.
ดูคำตอบ

If the weather clears, then we will eat outside.

If you're at a restaurant of unknown quality,

0:45

หากคุณอยู่ในร้านอาหารที่ไม่รู้ว่าคุณภาพเป็นอย่างไร

the hierarchy reverses.

0:47

ลำดับจะสลับกัน

Pancakes are more reliably consistent,

0:49

แพนเค้กมีความสม่ำเสมอที่พึ่งพาได้มากกว่า

and thus can't reach the repulsive troughs or sublime peaks of French toast. สำนวน

0:51

จึงไม่ตกต่ำถึงขีดสุดหรืออร่อยล้ำทะลุเพดานแบบเฟรนช์โทสต์

สำนวน

repulsive troughs or sublime peaks ในความหมายของสองขั้วด้านคุณภาพ

วลีนี้ใช้ลักษณะภูมิประเทศที่สูงและต่ำมาเปรียบเทียบกับสองขั้วของคุณภาพอาหาร trough คือจุดที่ต่ำมาก ดังนั้น repulsive troughs จึงหมายถึงผลลัพธ์ที่แย่และไม่น่าพอใจอย่างยิ่ง ส่วน peak คือจุดที่สูงมาก ดังนั้น sublime peaks จึงหมายถึงผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ or นำเสนอปลายทั้งสองด้านของช่วงที่กว้าง ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริงสองแห่ง โดยทั่วไป peaks and troughs ใช้บอกจุดสูงสุดและต่ำสุดของคุณภาพ ผลงาน อารมณ์ หรือประสบการณ์ได้

แบบฝึกหัด

repulsive troughs or sublime peaks ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ระดับคุณภาพที่แย่มากหรือดีมาก
  2. สถานที่ต่ำและสูงจริงในภูมิประเทศ
  3. ระดับคุณภาพปานกลางทั่วไป
ดูคำตอบ

ระดับคุณภาพที่แย่มากหรือดีมาก

What makes you unique compared to 7 billion people on Earth?

0:55

อะไรที่ทำให้คุณมีเอกลักษณ์เมื่อเทียบกับคน 7 พันล้านคนบนโลก?

In a world of billions,

0:57

ในโลกที่มีคนนับพันล้าน

no one is unique.

0:58

ไม่มีใครมีเอกลักษณ์หรอก

If you could have a companion animal like The Golden Compass,

0:59

ถ้าคุณมีสัตว์ผู้พิทักษ์แบบในเรื่อง The Golden Compass ได้

what would you have?

1:02

คุณจะเลือกอะไร?

A chimpanzee daemon.

1:03

ภูติชิมแปนซี

Maximize utility while minimizing inconvenience. ไวยากรณ์

1:04

เพิ่มประโยชน์สูงสุดพร้อมกับลดความไม่สะดวกให้เหลือน้อยที่สุด

ไวยากรณ์

Maximize ... while minimizing ... เพื่อบอกสองเป้าหมายคู่กัน

Maximize utility while minimizing inconvenience ระบุสองเป้าหมายไว้ในประโยคสั้น ๆ ประโยคเดียว คือเพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้มากที่สุด และในเวลาเดียวกันก็ลดความไม่สะดวกให้เหลือน้อยที่สุด โครงสร้างคือ maximize + คำนาม while minimizing + คำนาม กริยาหลักอยู่ในรูปคำสั่ง และอนุประโยค -ing ใช้ประธาน you ที่ละไว้ร่วมกัน ในที่นี้ while เชื่อมสองเป้าหมายที่สวนทางกันแต่ต้องทำพร้อมกัน ไม่ได้เน้นความหมายว่า “ในช่วงเวลาหนึ่ง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง maximize X while minimizing Y: We need to ____ safety ____ delays.

ดูคำตอบ

maximize · while minimizing

What common life advice do you disagree with?

1:07

คำแนะนำการใช้ชีวิตทั่วไปข้อไหนที่คุณไม่เห็นด้วย?

Do what you love and her sister meme,

1:08

ทำสิ่งที่คุณรัก และมีมฝาแฝดของมัน

follow your passion. วัฒนธรรม

1:10

ตามหาแพสชันของคุณ

วัฒนธรรม

Follow your passion: ทำตามสิ่งที่คุณหลงใหล

“Follow your passion” หมายถึงการใช้ความสนใจที่แรงกล้าและยาวนานเป็นแนวทางในการตัดสินใจเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการเรียนหรือการทำงาน ในที่นี้ follow หมายถึง “ใช้เป็นแนวทาง” ไม่ใช่ “เดินตามหลัง” สำนวนนี้เป็นคำขวัญที่คุ้นเคยในคำแนะนำด้านการพัฒนาตนเองและอาชีพ และมักใช้คู่กับ “do what you love” ในบริบทนี้ การเรียกมันว่าเป็นข้อความแบบมีมที่ถูกพูดซ้ำ ๆ เป็นการปูทางไปสู่คำวิจารณ์ว่าคำขวัญนี้สร้างมาตรฐานที่ไม่สมจริง ไม่ได้เป็นเพียงคำแนะนำให้สนุกกับงานอดิเรก

แบบฝึกหัด

ในคำแนะนำด้านอาชีพ “follow your passion” มักสนับสนุนให้คนทำอะไร?

  1. เลือกเฉพาะเป้าหมายที่ทำได้รวดเร็วและง่ายดาย
  2. เดินตามหลังคนที่มีงานน่าตื่นเต้น
  3. ให้ความสนใจที่แรงกล้าเป็นแนวทางในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิตหรือการทำงาน
ดูคำตอบ

ให้ความสนใจที่แรงกล้าเป็นแนวทางในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิตหรือการทำงาน

The word passion here is a disgusting perversion of language

1:12

คำว่าแพสชันในที่นี้เป็นการบิดเบือนภาษาที่น่าขยะแขยง

if, you know, words mean things.

1:15

ถ้าคำศัพท์มันยังพอมีความหมายอยู่บ้างน่ะนะ

And yes, there are people who are passionate, gross,

1:17

และใช่ มีคนที่เต็มไปด้วยแพสชัน (น่าขนลุก)

about their work, but guess what?

1:20

กับงานของพวกเขา แต่รู้อะไรไหม?

Those kinds of people don't need advice.

1:21

คนพวกนั้นไม่ต้องการคำแนะนำหรอก

They're going to do whatever they're uh passionate about anyway.

1:23

ยังไงพวกเขาก็จะทำสิ่งที่พวกเขา เอ่อ มีแพสชันกับมันอยู่ดี

So this advice is useless to those who are its exemplars

1:27

ดังนั้นคำแนะนำนี้จึงไร้ประโยชน์สำหรับคนที่ทำมันอยู่แล้ว

while being anti-useful to everyone else,

1:30

และกลับเป็นผลเสียต่อคนอื่นๆ

making most people feel bad about their lives and their work by setting an impossibly high bar. สำนวน

1:33

ทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกแย่กับชีวิตและการทำงานของตัวเองจากการตั้งมาตรฐานที่สูงจนเป็นไปไม่ได้

สำนวน

Setting an impossibly high bar: ตั้งมาตรฐานไว้สูงจนไม่มีทางทำได้

“To set a high bar” เป็นสำนวนเปรียบเทียบ หมายถึงการกำหนดมาตรฐานที่สูงสำหรับความสำเร็จ คุณภาพ หรือผลงานที่ยอมรับได้ คำว่า bar ไม่ได้หมายถึงคานจริง ๆ แต่หมายถึงระดับที่คาดหวังให้คนไปถึง คำว่า impossibly ทำให้การตัดสินรุนแรงขึ้นมาก “Setting an impossibly high bar” หมายถึงการสร้างมาตรฐานที่สูงเกินจริงจนคนไม่สามารถทำได้ ในประโยคนี้ ความคาดหวังที่ไม่เป็นธรรมดังกล่าวถูกเสนอว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้คนรู้สึกแย่

แบบฝึกหัด

บริษัทแห่งหนึ่งคาดหวังให้พนักงานใหม่เชี่ยวชาญงานทุกอย่างตั้งแต่วันแรก ประโยคใดวิจารณ์ความคาดหวังนี้ได้เหมาะสมที่สุด?

  1. The company is setting an impossibly high bar.
  2. The company is meeting a reasonable standard.
  3. The company is lowering its expectations.
ดูคำตอบ

The company is setting an impossibly high bar.

In life, rather than expecting to find a burning passion inside yourself ไวยากรณ์

1:39

ในชีวิต แทนที่จะคาดหวังว่าจะค้นพบแพสชันที่ลุกโชนในตัวเอง

that you somehow don't know about already,

1:42

ที่คุณยังไม่เคยรู้มาก่อน

because it doesn't exist,

1:44

เพราะมันไม่มีอยู่จริง

it's better and more useful to think of life like fishing.

1:45

มันจะดีกว่าและมีประโยชน์กว่าถ้ามองชีวิตเหมือนการตกปลา

ไวยากรณ์

การใช้ rather than expecting ... it's better and more useful to เพื่อให้คำแนะนำ

Rather than expecting ใช้เปิดแนวทางที่ผู้พูดไม่เห็นด้วย นั่นคือการรอค้นพบความหลงใหลที่ซ่อนอยู่ ในที่นี้ rather than ตามด้วย expecting ซึ่งเป็นรูป -ing ที่ใช้เรียกกิจกรรมที่ไม่แนะนำ It's better and more useful to ใช้เปิดทางเลือกที่แนะนำ ประโยคนี้ตัดหนึ่งทางเลือกออกก่อน แล้วจึงเสนอคำแนะนำที่ใช้ได้จริงและชัดเจนกว่า ทั้งสองส่วนไม่จำเป็นต้องใช้รูปไวยากรณ์เหมือนกัน โดย rather than expecting และ it is ... to think ต่างก็เป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยโครงสร้างสองส่วนแบบเดียวกับในบทเรียน: ____ waiting for motivation, ____ to start with one small task.

ดูคำตอบ

Rather than · it's better and more useful

Some spots are beautiful to you,

1:48

บางจุดก็สวยงามสำหรับคุณ

and in some spots your skills will catch fish,

1:49

และบางจุดทักษะของคุณก็จะตกปลาได้

others not.

1:52

จุดอื่นอาจจะไม่ได้

But you can't know where you'd like to spend time until you go there, ไวยากรณ์

1:53

แต่คุณไม่สามารถรู้ได้ว่าคุณอยากใช้เวลาที่ไหนจนกว่าจะได้ไปที่นั่น

ไวยากรณ์

การใช้ can't know ... until ... เพื่อบอกเส้นแบ่งด้านเวลา

Can't know บอกว่าในตอนนี้ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ Where you'd like to spend time คือสิ่งที่ยังรู้ไม่ได้ เนื่องจากส่วนนี้อยู่ในประโยคบอกเล่าหลัง know จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่แบบคำถาม Until you go there กำหนดเส้นแบ่งด้านเวลา ก่อนจะไปเยือน คุณยังรู้ไม่ได้ และการไปเยือนจะทำให้มีโอกาสหาคำตอบ Until บอกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนได้เมื่อใด ไม่ได้บอกเหตุผลว่าทำไมจึงไม่รู้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแสดงเส้นแบ่งด้านเวลาจากบทเรียน: You ____ which route is faster ____ you try both.

ดูคำตอบ

can't know · until

and you can't know how many fish you can catch there until you try.

1:56

และคุณก็ไม่รู้ว่าจะตกปลาได้กี่ตัวจนกว่าคุณจะได้ลอง

The younger you are,

1:59

ยิ่งคุณอายุน้อย

the more time you can spend sailing to different spots,

2:00

คุณยิ่งมีเวลาล่องเรือไปตามจุดต่างๆ ได้มากขึ้น

and then the older you are,

2:02

และเมื่อคุณอายุมากขึ้น

the more time you get to spend in places you know you like,

2:03

คุณก็จะมีเวลาใช้ไปกับสถานที่ที่คุณรู้ว่าคุณชอบได้มากขึ้น

refining your abilities to catch fish there.

2:06

เพื่อขัดเกลาทักษะการตกปลาของคุณที่นั่น

Did you have a point in life that turned you around productivity-wise? การใช้คำ

2:09

คุณเคยมีจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ทำให้คุณปรับเปลี่ยนเรื่องความโปรดักทีฟบ้างไหม?

การใช้คำ

คำเติมท้าย -wise ใน productivity-wise

ในที่นี้ productivity-wise หมายถึง “ในแง่ของประสิทธิภาพการทำงาน” หรือ “ในเรื่องประสิทธิภาพการทำงาน” คำนาม productivity ระบุด้านที่กำลังพูดถึง และ -wise จำกัดคำถามให้อยู่ในด้านนั้น ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการ ผู้พูดสามารถเติม -wise หลังคำนามหลายคำเพื่อเน้นด้านใดด้านหนึ่ง เช่น time-wise, money-wise หรือ schedule-wise โดย -wise ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ฉลาด”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยเติม -wise หลังคำนาม timing: The plan is fine ____, but it costs too much.

ดูคำตอบ

timing-wise

If so, what changed and what contributed to that change?

2:12

ถ้ามี อะไรเปลี่ยนไปและอะไรเป็นปัจจัยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น?

Yes, there was a time and an event.

2:14

มีสิ มันมีช่วงเวลาและเหตุการณ์นั้นอยู่

I drifted through school without learning how to be organized, สำนวน

2:16

ฉันใช้ชีวิตล่องลอยไปในโรงเรียนโดยไม่ได้เรียนรู้วิธีจัดการชีวิตให้เป็นระเบียบ

สำนวน

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ drifted through school

ในวลี drifted through school คำว่า drifted ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงผู้พูดใช้ชีวิตในช่วงที่เรียนอย่างเฉื่อย ๆ โดยไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ไม่มีการวางแผน หรือไม่มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง วลีนี้สื่อว่าเวลาและเหตุการณ์ต่าง ๆ พาผู้พูดดำเนินไป แทนที่ผู้พูดจะเป็นฝ่ายกำหนดประสบการณ์ของตนเองอย่างกระตือรือร้น ไม่ได้หมายถึงการลอยไปจริง ๆ และตัววลีเองก็ไม่ได้บอกว่าผู้พูดเรียนจบหรือไม่

แบบฝึกหัด

ความหมายใดเหมาะกับ “She drifted through her first year at college” มากที่สุด?

  1. เธอใช้เวลาตลอดปีนั้นโดยแทบไม่มีทิศทางหรือการวางแผนอย่างจริงจัง
  2. เธอเรียนจบปีนั้นอย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จ
  3. เธอนั่งเรือข้ามมหาวิทยาลัย
ดูคำตอบ

เธอใช้เวลาตลอดปีนั้นโดยแทบไม่มีทิศทางหรือการวางแผนอย่างจริงจัง

because, despite what schools tell you about preparing you for the real world,

2:18

เพราะถึงแม้โรงเรียนจะบอกว่าเตรียมความพร้อมให้คุณสู่โลกแห่งความจริง

they're mostly a babysitting service obsessed with an endless game of Trivial Pursuit.

2:22

แต่ส่วนใหญ่พวกเขาก็เป็นแค่บริการรับเลี้ยงเด็กที่หมกมุ่นอยู่กับเกมตอบคำถามรอบตัวที่ไม่สิ้นสุด

When school dumped me into the real world,

2:27

เมื่อโรงเรียนโยนฉันออกสู่โลกแห่งความจริง

I had no idea how to adult and needed to figure it out fast. การใช้คำ

2:28

ฉันไม่รู้เลยว่าต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่ยังไงและต้องรีบเรียนรู้ให้เร็ว

การใช้คำ

How to adult: การใช้ adult เป็นคำกริยาแบบไม่เป็นทางการ

ใน how to adult คำว่า adult ถูกใช้เป็นคำกริยา หมายถึงการจัดการความรับผิดชอบในชีวิตผู้ใหญ่ เช่น วางแผนค่าใช้จ่าย ทำอาหาร นัดหมาย หรือดูแลบ้าน ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ผู้พูดภาษาอังกฤษบางครั้งนำคำนามมาใช้เป็นคำกริยาเพื่อให้สั้นและมีอารมณ์ขัน โครงสร้าง how to + คำกริยารูปพื้นฐานแสดงหน้าที่นี้อย่างชัดเจนว่า adult คือการกระทำที่ผู้พูดยังไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง how to adult หมายถึงอะไร

  1. วิธีจัดการความรับผิดชอบในชีวิตผู้ใหญ่
  2. วิธีสอนทักษะใหม่ให้ผู้ใหญ่
  3. วิธีมีอายุถึงเกณฑ์ผู้ใหญ่ตามกฎหมาย
ดูคำตอบ

วิธีจัดการความรับผิดชอบในชีวิตผู้ใหญ่

The single thing that changed me the most was keeping a paper notebook in my pocket ไวยากรณ์

2:33

สิ่งเดียวที่เปลี่ยนฉันได้มากที่สุดคือการพกสมุดจดเล่มเล็กๆ ไว้ในกระเป๋า

ไวยากรณ์

The single thing that ... was keeping: การเน้นการกระทำสำคัญหนึ่งอย่าง

วลีนี้ใช้โครงสร้างเน้นข้อมูลคือ The single thing + อนุประโยคขยายคำนาม + was + วลี -ing ส่วน The single thing บอกว่าจะเลือกปัจจัยหนึ่งอย่าง และ that changed me the most อธิบายว่าทำไมปัจจัยนั้นจึงสำคัญ ในที่นี้ was เป็นคำกริยาเชื่อม Keeping a paper notebook in my pocket เป็นวลี gerund ที่ระบุว่าสิ่งสำคัญนั้นคืออะไร ส่วน was keeping ไม่ได้บรรยายการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง The single thing that ... was + gerund โดยใช้ prepare: The single thing that improved my mornings the most ____ breakfast the night before.

ดูคำตอบ

was preparing

and writing down my thoughts and simply looking back at that notebook on a regular basis. วลี

2:36

แล้วเขียนความคิดลงไป และคอยกลับมาดูสมุดเล่มนั้นเป็นประจำ

วลี

on a regular basis สำหรับการกระทำที่เกิดซ้ำ

ในประโยคนี้ on a regular basis บอกว่าผู้พูดกลับมาดูสมุดบ่อยแค่ไหน คือทำซ้ำเป็นนิสัยตามปกติ ไม่ใช่ทำเพียงครั้งเดียว ให้มองทั้งวลีเป็นส่วนขยายที่บอกความถี่ของเวลา ในที่นี้ basis ไม่ได้หมายถึงฐานที่เป็นวัตถุ แต่รูปแบบ on a regular basis หมายถึง “เป็นประจำ” และมักสื่อว่าทำตามกิจวัตรหรือตาราง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “เป็นประจำ”: We check the emergency supplies ____.

ดูคำตอบ

on a regular basis

That loop booted me into a real human.

2:41

วงจรนั้นรีบูตฉันให้กลายเป็นมนุษย์ที่แท้จริง

It's so simple,

2:43

มันเรียบง่ายมาก

but it comes down to increasing communication between the past, present, and future you. กริยาวลี

2:44

แต่มันคือการเพิ่มการสื่อสารระหว่างตัวคุณในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

กริยาวลี

comes down to + คำนามหรือรูป -ing

ในที่นี้ comes down to ใช้บอกประเด็นสำคัญหลังจากคำอธิบายที่ซับซ้อนกว่า โดยหมายความว่าแนวคิดนี้ท้ายที่สุดขึ้นอยู่กับการเพิ่มการสื่อสาร หรือสรุปแก่นได้ว่าเป็นการเพิ่มการสื่อสาร ในสำนวนนี้ to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่เครื่องหมายของ infinitive หลังคำนี้จึงใช้คำนาม คำสรรพนาม อนุประโยคคำถาม หรือรูป -ing ได้ เช่น comes down to timing, comes down to us, comes down to whether we agree, comes down to communicating ด้วยเหตุนี้ประโยคนี้จึงใช้ increasing ไม่ใช่ increase

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ท้ายที่สุดถูกกำหนดโดย”: After comparing the two plans, our decision ____ cost.

ดูคำตอบ

comes down to

That's how you direct change in yourself over time.

2:48

นั่นคือวิธีที่คุณใช้กำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลงในตัวเองเมื่อเวลาผ่านไป

What motivates you to do anything productive when everything is meaningless anyway?

2:52

อะไรเป็นแรงจูงใจให้คุณทำตัวโปรดักทีฟในเมื่อทุกสิ่งล้วนไร้ความหมาย?

This if we all die, what's the point meme is a bad one for brains.

2:56

มีมที่ว่า 'ถ้าพวกเราต้องตายกันหมด แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร' เป็นมีมที่ทำลายสมอง

Like, it's true that in the long run we are all naught but dust, โน้ต

3:00

ก็จริงอยู่ที่ว่าในระยะยาวเราทุกคนก็เป็นเพียงแค่ฝุ่นผง

วลี

in the long run: มองผลลัพธ์โดยรวมในระยะยาว

in the long run หมายถึง “เมื่อพิจารณาผลโดยรวมหลังจากเวลาผ่านไปนาน” วลีนี้นำมุมมองระยะยาวมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่อาจดูสำคัญในตอนนี้ ในที่นี้ ผู้พูดยอมรับผลลัพธ์ที่อยู่ไกลมากก่อนว่า ในที่สุดมนุษย์ก็กลายเป็นธุลี แต่ผลลัพธ์อันไกลนั้นไม่ได้ตัดสินทุกเรื่องของชีวิตในปัจจุบัน run เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว ไม่ได้หมายถึงการวิ่งจริง ๆ

แบบฝึกหัด

หากผู้พูดกำลังเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในวันนี้กับผลโดยรวมหลังจากเวลาผ่านไปนาน วลีใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด? This plan costs more now, but it will save us money ___.

  1. eventually
  2. over time
  3. in the long run
ดูคำตอบ

in the long run

สำนวน

naught but dust: ภาพเชิงวรรณกรรมของการเลือนหาย

naught หมายถึง “ไม่มีอะไร” ส่วน but ในที่นี้หมายถึง “นอกจาก” หรือ “เพียงเท่านั้น” ดังนั้น naught but dust จึงหมายถึง “ไม่มีอะไรนอกจากฝุ่นธุลี” หรือพูดอย่างเป็นธรรมชาติว่า “เป็นเพียงฝุ่นธุลีเท่านั้น” ฝุ่นธุลีเป็นภาพแทนแบบดั้งเดิมของความตาย ความเสื่อมสลาย และการเลือนหาย ในที่นี้ สำนวนเชิงวรรณกรรมบอกว่า เมื่อมองในช่วงเวลาที่ยาวนานมาก ชีวิตมนุษย์ย่อมสิ้นสุดและร่างกายกลับคืนเป็นธุลี ไม่ได้กำลังบอกตามตัวอักษรว่าผู้คนในตอนนี้เป็นฝุ่น

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: 'By dawn, the ghostly tower was naught but dust.' naught but dust หมายความว่าอย่างไร?

  1. มันมีฝุ่นเกาะ แต่ส่วนอื่นยังคงเหมือนเดิม
  2. มันกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วผ่านฝุ่น
  3. มันกลายเป็นฝุ่นธุลีโดยไม่เหลือสิ่งอื่นใด
ดูคำตอบ

มันกลายเป็นฝุ่นธุลีโดยไม่เหลือสิ่งอื่นใด

forgotten forever.

3:04

ที่ถูกลืมเลือนไปตลอดกาล

But, your present experiences are real,

3:06

แต่ประสบการณ์ในปัจจุบันของคุณนั้นเป็นของจริง

and they're all you'll ever have.

3:08

และมันคือทั้งหมดที่คุณจะได้รับ

A sunset doesn't need meaning to be enjoyed. ไวยากรณ์

3:10

การเพลิดเพลินกับพระอาทิตย์ตกดินไม่จำเป็นต้องมีความหมาย

ไวยากรณ์

พระอาทิตย์ตกไม่จำเป็นต้องมีความหมายก็ชื่นชมได้

ในที่นี้ doesn't need meaning to be enjoyed ปฏิเสธว่า “ความหมาย” เป็นเงื่อนไขที่จำเป็นในการชื่นชมพระอาทิตย์ตก แม้พระอาทิตย์ตกจะไม่มีจุดประสงค์หรือสารที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ผู้คนก็ยังชื่นชมได้ โครงสร้างคือ something doesn't need X to be Y โดย X คือเงื่อนไขที่บอกว่าไม่จำเป็น ในประโยคเดิม to be enjoyed เป็น infinitive รูป passive: พระอาทิตย์ตกเป็นสิ่งที่ถูกชื่นชม ไม่ใช่ฝ่ายที่ไปชื่นชมสิ่งอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเพื่อบอกว่าไม่จำเป็นต้องมีเนื้อร้อง คนก็เพลิดเพลินกับเพลงได้ โดยใช้ doesn't need X to be enjoyed: A song ____ words ____.

ดูคำตอบ

doesn't need · to be enjoyed

The enjoyment is the meaning.

3:12

ความเพลิดเพลินนั่นแหละคือความหมาย

Using productivity to build a life you want to live is intrinsically meaningful,

3:14

การใช้ความโปรดักทีฟเพื่อสร้างชีวิตที่คุณอยากอยู่เป็นสิ่งที่มีความหมายในตัวมันเอง

despite abyss swallowing us all in the end.

3:19

ถึงแม้ว่าสุดท้ายห้วงลึกจะกลืนกินเราทุกคนก็ตาม

If you're not in a good place,

3:22

หากคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดี

there's lots of small stuff you can do to start turning that around. กริยาวลี

3:23

มีสิ่งเล็กๆ มากมายที่คุณสามารถทำได้เพื่อเริ่มพลิกสถานการณ์นั้น

กริยาวลี

turning that around: ทำให้สถานการณ์นั้นดีขึ้น

Turn that around หมายถึงทำให้สถานการณ์ที่ไม่ดีซึ่ง that อ้างถึงดีขึ้น ในที่นี้ that ย้อนกลับไปถึงภาวะก่อนหน้าที่ไม่ค่อยดี ส่วน turning it around เริ่มได้จากการกระทำเล็ก ๆ และไม่ได้หมายความว่าต้องแก้ทุกอย่างให้เสร็จสมบูรณ์ทันที Turn something around เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง turn กับ around เช่น turn it around, turn them around หรือ turn that around

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ turn something around อย่างถูกต้องในความหมายว่า “ทำให้สถานการณ์ที่ไม่ดีดีขึ้น”

  1. The business had months of losses, but the new strategy helped turn it around.
  2. The business had months of losses, but the new strategy helped turn it away.
  3. The business had months of losses, but the new strategy helped turn around it.
ดูคำตอบ

The business had months of losses, but the new strategy helped turn it around.

Watch this, do the opposite.

3:27

ดูนี่สิ จงทำตรงกันข้ามซะ

What would you do if you became immortal?

3:29

คุณจะทำอย่างไรถ้าคุณกลายเป็นอมตะ?

I'd live a really long time.

3:30

ฉันก็จะอยู่ไปอีกนานมากๆ

On a Dungeons and Dragons alignment chart, วัฒนธรรม

3:31

บนตารางจัดกลุ่มฝ่ายของเกม Dungeons and Dragons (D&D)

วัฒนธรรม

ตารางแนวโน้มศีลธรรมของ Dungeons & Dragons

ตารางแนวโน้มศีลธรรมของ Dungeons & Dragons เป็นตาราง 3×3 ที่ใช้บอกจุดยืนทางศีลธรรมของตัวละคร แกนหนึ่งไล่จากยึดกฎไปจนถึงโกลาหล ส่วนอีกแกนไล่จากดีไปจนถึงชั่ว จึงเกิดแนวโน้มเก้าแบบ เช่น Lawful Good หรือ Chaotic Evil ในประโยคนี้ ตารางดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการจัดคนที่ซับซ้อนลงในช่องสองมิติแบบง่าย ๆ คำว่า alignment ในที่นี้หมายถึงหมวดหมู่ทางศีลธรรม ไม่ใช่การจัดแนวข้อความหรือวัตถุ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a Dungeons and Dragons alignment chart คืออะไร?

  1. ตารางเก้าช่องที่จำแนกตัวละครตามแนวโน้มทางศีลธรรม
  2. ตารางสำหรับจัดข้อความบนหน้าให้ตรงแนว
  3. แผนที่ห้องต่าง ๆ ในคุกใต้ดินแฟนตาซี
ดูคำตอบ

ตารางเก้าช่องที่จำแนกตัวละครตามแนวโน้มทางศีลธรรม

where would you place yourself?

3:33

คุณจะจัดตัวเองไว้ที่จุดไหน?

Oh, D&D alignment charts,

3:34

โอ้ ตารางฝ่ายของ D&D น่ะเหรอ

so fun because of the endless disagreements over what the words lawful, chaotic, good, evil, and neutral mean.

3:36

มันสนุกมากเลยนะ เพราะมีความเห็นไม่ตรงกันอย่างไม่สิ้นสุดว่าคำว่า Lawful, Chaotic, Good, Evil, และ Neutral มันแปลว่าอะไร

You think it's obvious,

3:42

คุณคิดว่ามันชัดเจนอยู่แล้ว

but so does the guy you're arguing with. ไวยากรณ์

3:43

แต่คนที่คุณเถียงด้วยก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

ไวยากรณ์

so + กริยาช่วย + ประธาน: so does the guy

รูปแบบ so + กริยาช่วย + ประธาน ใช้บอกว่าบุคคลหรือสิ่งที่สองก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกับที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ so does the guy หมายถึง “ผู้ชายคนนั้นก็คิดว่ามันชัดเจนเหมือนกัน” โดย does ใช้แทนวลีกริยา present simple ที่กล่าวไปก่อนหน้า เลือกกริยาช่วยให้ตรงกับอนุประโยคก่อนหน้า ซึ่งอาจเป็น be, have, กริยาช่วยบอกความหมาย หรือ do/does/did หลัง so ต้องวางกริยาช่วยไว้หน้าประธานใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้มีความหมายว่า Maya ก็คิดว่าคำตอบนั้นชัดเจนเหมือนกัน ใช้ so + กริยาช่วย + ประธาน: Leo thinks the answer is obvious, and ____.

ดูคำตอบ

so does Maya

People might think I'm over here,

3:45

คนอื่นอาจจะคิดว่าฉันอยู่ตรงนี้

but I might view myself as over here,

3:47

แต่ฉันอาจจะมองตัวเองว่าอยู่ตรงนี้

or depending on how much you want to D&D rules lawyer the word chaos, การใช้คำ

3:49

หรือขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากจะตีความคำว่า Chaos ตามกฎของ D&D มากแค่ไหน

การใช้คำ

การใช้ D&D rules lawyer เป็นคำกริยา

ในที่นี้ D&D rules lawyer ถูกใช้เป็นคำกริยาหลัง want to หมายถึงการตรวจสอบและโต้เถียงเรื่องถ้อยคำที่แน่นอนของกฎหรือคำศัพท์ใน Dungeons & Dragons—ในกรณีนี้คือ chaos—ราวกับว่าทุกรายละเอียดเล็กน้อยต้องตัดสินด้วยตัวกฎ โดยปกติ rules lawyer เป็นคำนามหมายถึงคนที่ยึดรายละเอียดทางเทคนิคของกฎมากเกินไป การเปลี่ยนวลีคำนามนี้เป็นคำกริยาทำให้ความเห็นฟังดูขบขันและแซวเล็กน้อย ไม่ได้เกี่ยวกับทนายจริงหรืองานกฎหมาย

แบบฝึกหัด

D&D rules lawyer ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ทำให้กฎของเกมมีรายละเอียดน้อยลง
  2. ขอให้ทนายจริงนิยามคำศัพท์นั้น
  3. โต้เถียงเรื่องถ้อยคำที่แน่นอนของคำศัพท์ D&D
ดูคำตอบ

โต้เถียงเรื่องถ้อยคำที่แน่นอนของคำศัพท์ D&D

maybe even over here.

3:53

ก็อาจจะอยู่ตรงนี้เลยก็ได้

But the question ultimately presupposes the lie that people are consistent selves,

3:54

แต่ท้ายที่สุดแล้วคำถามนี้ตั้งอยู่บนคำโกหกที่ว่าคนเรามีตัวตนที่สม่ำเสมอคงที่

and in reality our selves are situational,

3:59

แต่ในความเป็นจริง ตัวตนของเราขึ้นอยู่กับสถานการณ์

and everyone is everything for a time or under the right circumstances. วลี

4:01

และทุกคนสามารถเป็นอะไรก็ได้ชั่วขณะหนึ่งหรือในสถานการณ์ที่เหมาะสม

วลี

under the right circumstances: ภายใต้สถานการณ์ที่เหมาะสม

Under the right circumstances เป็นวลีบุพบทที่หมายถึง “ถ้ามีเงื่อนไขที่เหมาะสม” หรือ “เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัดขอบเขตของข้อความว่า คนคนหนึ่งอาจเป็นแบบใดแบบหนึ่งในบางสถานการณ์ ไม่ใช่ตลอดเวลา ตรงนี้ under บอกเงื่อนไข ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ ส่วน right หมายถึง “เหมาะสม” หรือ “จำเป็น” ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ตรงข้ามกับ left และไม่จำเป็นต้องหมายถึงถูกต้องทางศีลธรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีมาตรฐานที่หมายถึง “ถ้ามีเงื่อนไขที่เหมาะสม”: Even a shy person can lead the group ____.

ดูคำตอบ

under the right circumstances

But that's no fun.

4:06

แต่มันก็ไม่สนุกสิ

It's easier and memesier to put people on a 2D grid, การใช้คำ

4:07

การจัดคนลงบนตาราง 2 มิติมันง่ายกว่าและดูเป็นมีมมากกว่า

การใช้คำ

memesier คำขั้นกว่าที่สร้างขึ้นแบบขำ ๆ

memesier เป็นคำขั้นกว่าที่ผู้พูดสร้างขึ้นแบบขำ ๆ จากคำว่า meme เพื่อหมายถึง “เหมาะที่จะกลายเป็นมีมมากกว่า” หรือ “มีโอกาสแพร่ในรูปแบบมีมมากกว่า” คำนี้วางคู่กับ easier เพื่อบอกว่าการจัดคนลงในตารางแบบง่ายนั้นทั้งทำได้ง่ายกว่าและเหมาะกับการนำไปทำเป็นมุกบนอินเทอร์เน็ตมากกว่า แม้ memesier จะไม่ใช่รูปคำมาตรฐานในพจนานุกรม แต่คำลงท้ายขั้นกว่า -er ซึ่งในที่นี้เขียนเป็น -ier ก็ยังบอกว่ากำลังมีการเปรียบเทียบ ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการ ผู้พูดอาจสร้างคำใหม่เช่นนี้เมื่อบริบททำให้เข้าใจความหมายได้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

memesier ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?

  1. สิ่งนั้นเหมาะที่จะกลายเป็นหรือแพร่เป็นมีมมากกว่า
  2. สิ่งนั้นวาดด้วยขนาดที่แม่นยำได้ง่ายกว่า
  3. สิ่งนั้นจริงจังกว่าและมีโอกาสถูกแชร์น้อยกว่า
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นเหมาะที่จะกลายเป็นหรือแพร่เป็นมีมมากกว่า

and I've yet to see a D&D alignment chart for YouTube. ไวยากรณ์

4:10

และฉันก็ยังไม่เคยเห็นตารางฝ่าย D&D สำหรับ YouTube เลย

ไวยากรณ์

I've yet to see: จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยเห็น

I've yet to see หมายถึง “จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่เคยเห็น” โครงสร้าง have yet to + คำกริยา บอกว่าบางสิ่งยังไม่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน แต่ยังเปิดโอกาสว่าสิ่งนั้นอาจเกิดขึ้นในภายหลัง ในที่นี้ present perfect เชื่อมประสบการณ์ในอดีตของผู้พูดเข้ากับปัจจุบัน ในโครงสร้างนี้ yet อยู่หน้า infinitive ที่มี to และไม่ได้หมายถึง “แต่”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง have yet to เพื่อแสดงว่ายังไม่ทราบผล: The judges ____ announce the winner.

ดูคำตอบ

have yet to

Who among Tubers is our lawful good,

4:13

ในบรรดาชาว YouTube ใครคือ Lawful Good ของพวกเรา

and who is our chaotic evil?

4:15

และใครคือ Chaotic Evil?

On the Reddit,

4:17

บน Reddit นะ

I look forward to seeing your 2D D&D interpretations of the multifaceted people on this site. วลี

4:18

ฉันตั้งตารอที่จะได้เห็นการตีความคนบนเว็บไซต์นี้ที่มีหลายแง่มุมออกมาเป็นแผนผัง D&D 2 มิติของพวกคุณ

วลี

look forward to seeing: โครงสร้าง look forward to + -ing

Look forward to seeing หมายถึงรู้สึกยินดีและตื่นเต้นที่จะได้เห็นบางสิ่งในอนาคต ในประโยคนี้ seeing หมายถึงการได้รับและดูผลงานการตีความที่ผู้ชมจะส่งมาในภายหลัง ในโครงสร้าง look forward to + คำนาม/รูป -ing คำว่า to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่เครื่องหมาย infinitive ดังนั้น seeing จึงเป็นรูปที่ถูกต้อง ต้องใช้ look forward to seeing something ไม่ใช่ look forward to see something

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน hear เป็นรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I look forward to ____ from you after the meeting.

ดูคำตอบ

hearing

You are allowed to change the name of the seventh planet in our solar system.

4:23

คุณได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อดาวเคราะห์ดวงที่เจ็ดในระบบสุริยะของเรา

What would you call it?

4:26

คุณจะเรียกมันว่าอะไร?

King George, of course.

4:26

คิงจอร์จ แน่นอนอยู่แล้ว

I'm still serious about this meme.

4:28

ฉันยังคงจริงจังกับมีมนี้อยู่นะ

#7thPlanetKingGeorge

4:29

#ดาวเคราะห์ดวงที่7คิงจอร์จ

If you could remove a single trait or characteristic from human beings as a species,

4:31

หากคุณสามารถลบอุปนิสัยหรือลักษณะเด่นเพียงอย่างเดียวของมนุษย์ในฐานะเผ่าพันธุ์ได้

what would it be and why?

4:34

มันจะเป็นอะไรและเพราะเหตุใด?

Human tribalism is a double-edged sword. สำนวน

4:36

ความยึดติดในเผ่าพันธุ์ของมนุษย์เป็นดาบสองคม

สำนวน

a double-edged sword: ทั้งประโยชน์และโทษ

A double-edged sword เป็นคำเปรียบเทียบถึงสิ่งที่มีทั้งด้านที่เป็นประโยชน์และด้านที่ก่อให้เกิดผลเสีย ในประโยคนี้ ความเป็นพวกพ้องของมนุษย์ช่วยให้คนในกลุ่มร่วมมือกันได้ แต่ก็อาจสร้างความเป็นศัตรูต่อคนนอกกลุ่มด้วย ภาพเปรียบเทียบนี้สื่อว่าสิ่งเดียวกันสามารถฟันได้สองทิศทาง ใช้เมื่อผลทั้งสองด้านมีความสำคัญ ไม่ได้หมายความเพียงว่าสิ่งนั้นอันตราย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: The new tool makes research faster but can spread errors, so it is ____.

ดูคำตอบ

a double-edged sword

There were 14,000 questions submitted to this Q&A on my the Reddit,

4:38

มีคำถามกว่า 14,000 ข้อถูกส่งเข้ามาใน Q&A บน Reddit ของฉัน

and it's astounding to see how many are really asking,

4:44

และมันน่าตกใจที่ได้เห็นว่ามีคนจำนวนมากที่ควรถามว่า

are you part of my tribe or not? สำนวน

4:47

คุณเป็นพวกเดียวกับฉันหรือเปล่า?

สำนวน

“เป็นพวกเดียวกับฉันหรือไม่” ในฐานะการทดสอบความภักดี

ในคำถามนี้ my tribe เป็นคำเปรียบเทียบถึงกลุ่มที่มีความเชื่อหรือจุดยืนเดียวกับผู้พูด การเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มหมายถึงการถูกมองว่าอยู่ฝ่ายเดียวกัน โดยปกติไม่ได้หมายถึงการเป็นสมาชิกของชนเผ่าจริง ๆ คำลงท้าย or not? บีบให้เลือกแบบใช่หรือไม่ใช่ นั่นคือเป็นคนในหรือคนนอก สื่อว่าความคิดเห็นที่ซับซ้อนกำลังถูกตัดสินโดยดูเป็นหลักว่าภักดีต่อกลุ่มหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในการอภิปราย มีคนถามว่า “Are you part of my tribe or not?” เขาน่าจะกำลังถามอะไร?

  1. คุณเป็นสมาชิกของชนเผ่าที่มีนิยามทางประวัติศาสตร์หรือไม่?
  2. คุณชอบเดินทางเป็นกลุ่มหรือไม่?
  3. คุณสนับสนุนฝ่ายเดียวกับฉันหรือไม่?
ดูคำตอบ

คุณสนับสนุนฝ่ายเดียวกับฉันหรือไม่?

And it's disappointing to see how badly people react when the answer is no,

4:49

และมันน่าผิดหวังที่ได้เห็นว่าคนเรามีปฏิกิริยาแย่แค่ไหนเมื่อคำตอบคือไม่

even on the most trivial of things.

4:54

แม้ในเรื่องที่เล็กน้อยที่สุดก็ตาม

However, tribalism is how we develop teamwork, ลำดับความ

4:57

อย่างไรก็ตาม ความยึดติดในเผ่าพันธุ์คือวิธีที่เราพัฒนาการทำงานเป็นทีม

and teamwork is how we build civilizations.

4:59

และการทำงานเป็นทีมคือวิธีที่เราสร้างอารยธรรม

ลำดับความ

ห่วงโซ่ X is how we Y ที่ใช้ซ้ำ

โครงสร้าง X is how we Y ที่ใช้ซ้ำ นำเสนอ X ว่าเป็นวิธีหรือเครื่องมือที่ทำให้ Y เกิดขึ้น ในประโยคนี้ แนวคิดแบบแบ่งพวกถูกนำเสนอว่าเป็นวิธีพัฒนาการทำงานเป็นทีม และการทำงานเป็นทีมก็กลายเป็นวิธีสร้างอารยธรรม การใช้โครงสร้างซ้ำทำให้ผลของอนุประโยคแรกคือ teamwork กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอนุประโยคที่สอง จึงเกิดห่วงโซ่ที่ค่อย ๆ เดินหน้า: tribalism → teamwork → civilizations

แบบฝึกหัด

เติมห่วงโซ่เหตุและผลด้วยโครงสร้าง X is how we Y ที่ใช้ซ้ำ: Daily practice ____ we build skill, and skill ____ we solve harder problems.

ดูคำตอบ

is how · is how

But tribes are so often motivated by the totem they construct of the other tribe to yell at.

5:02

แต่กลุ่มคนมักจะถูกกระตุ้นโดยสัญลักษณ์ที่พวกเขาสร้างขึ้นของอีกกลุ่มเพื่อเอาไว้ตะโกนด่า

So, if tribalism and the teamwork it creates could still exist when removing the tendency to build totems to burn in effigy, วัฒนธรรม

5:07

ดังนั้น หากความยึดติดกลุ่มและการทำงานเป็นทีมที่มันสร้างขึ้นยังคงดำรงอยู่ได้เมื่อลบแนวโน้มที่จะสร้างสัญลักษณ์เพื่อเผาประจานออกไป

วัฒนธรรม

burn in effigy: เผาหุ่นตัวแทนเชิงสัญลักษณ์

To burn someone or something in effigy หมายถึงการเผารูป หุ่นจำลอง หรือสิ่งแทนเชิงสัญลักษณ์อื่นของเป้าหมายนั้น เพื่อแสดงความโกรธหรือการต่อต้านอย่างรุนแรงต่อสาธารณะ ไม่ได้หมายถึงการเผาบุคคลหรือกลุ่มที่ถูกประท้วงจริง ๆ ในประโยคนี้ โทเท็มถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของศัตรูที่กลุ่มสามารถทำลายได้ สำนวนนี้แสดงให้เห็นว่าความภักดีต่อกลุ่มอาจเข้มแข็งขึ้นเมื่อสร้างเป้าหมายร่วมให้เกลียดชัง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวให้สมบูรณ์: The crowd did not burn the ruler himself; they burned him ____.

ดูคำตอบ

in effigy

I'd do that.

5:14

ฉันจะทำสิ่งนั้น

Can you wear a hat for the rest of the video?

5:15

คุณช่วยใส่หมวกตลอดคลิปวิดีโอที่เหลือได้ไหม?

Uh okay.

5:16

เอ่อ ได้สิ

What's your opinion on whether Balrogs have wings?

5:17

คุณคิดยังไงกับเรื่องที่ว่าบัลร็อกมีปีกหรือไม่?

Ah, the great Balrog debate of 2000 lives on. โน้ต

5:19

อ่า การถกเถียงเรื่องบัลร็อกครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี 2000 ยังคงอยู่

วัฒนธรรม

the great Balrog debate of 2000: มหาศึกถกเถียงเรื่องบัลร็อกเมื่อปี 2000

วลีนี้กล่าวถึงข้อถกเถียงที่มีชื่อเสียงและเกิดขึ้นซ้ำในหมู่ผู้อ่านงานของโทลคีนว่า บัลร็อกมีปีกจริง ๆ หรือไม่ ข้อถกเถียงเกิดจากคำบรรยายที่ใช้ภาพเปรียบเหมือนปีก แต่ยังเปิดโอกาสให้ตีความได้ต่างกัน การเรียกว่า the great ... debate เป็นการพูดแบบขบขันและเกินจริง ส่วน of 2000 เชื่อมโยงข้อถกเถียงที่ผู้คนจำได้เข้ากับปี 2000 ไม่ได้บอกชื่อรุ่นหรือประเภทของบัลร็อก การอ้างถึงเรื่องนี้ทำให้คำถามง่าย ๆ กลายเป็นข้อถกเถียงเก่าของแฟน ๆ รอบใหม่

แบบฝึกหัด

the great Balrog debate of 2000 ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. บัลร็อกรุ่นหนึ่งที่เรียกว่ารุ่นปี 2000
  2. ชื่อหนังสือของโทลคีนที่ตีพิมพ์ในปี 2000
  3. ข้อถกเถียงที่ยาวนานในหมู่แฟนโทลคีน ซึ่งในที่นี้โยงกลับไปถึงปี 2000 ว่าบัลร็อกมีปีกจริง ๆ หรือไม่
ดูคำตอบ

ข้อถกเถียงที่ยาวนานในหมู่แฟนโทลคีน ซึ่งในที่นี้โยงกลับไปถึงปี 2000 ว่าบัลร็อกมีปีกจริง ๆ หรือไม่

กริยาวลี

lives on: ยังคงอยู่ต่อไปหลังจากจุดจบที่คาดไว้

ในที่นี้ lives on หมายถึง “ยังคงมีอยู่หรือยังคงเป็นที่จดจำ” การถกเถียงนี้เริ่มขึ้นเมื่อหลายปีก่อน แต่ผู้คนยังคงพูดถึงอยู่ เมื่อประธานเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น debate, tradition, story, idea หรือ influence คำว่า live on หมายถึงสิ่งนั้นยังดำเนินต่อไปหลังจากเวลาที่คาดว่าน่าจะจบลงแล้ว ไม่ได้หมายความว่าประธานนั้นมีชีวิตจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “ยังคงมีอยู่หรือยังคงเป็นที่จดจำ”: Years after the radio show ended, its funniest characters still ____ in local stories.

ดูคำตอบ

live on

There's a good reason my Balrog is drawn the way it is.

5:23

มีเหตุผลที่ดีที่บัลร็อกของฉันถูกวาดออกมาแบบนั้น

The line from Fellowship reads,

5:26

ประโยคจาก The Fellowship of the Ring ระบุว่า

Gandalf's enemy halted again,

5:27

ศัตรูของแกนดัล์ฟหยุดนิ่งอีกครั้ง

facing him,

5:29

เผชิญหน้ากับเขา

and the shadow about the Balrog reached out like two vast wings.

5:30

และเงารอบตัวบัลร็อกก็แผ่ขยายออกไปราวกับปีกขนาดมหึมาสองข้าง

Unambiguous.

5:33

ชัดเจนนะ

A shadow that's like wings isn't wings.

5:35

เงาที่เหมือนปีกไม่ใช่ปีก

They're metaphorical wings.

5:37

พวกมันคือปีกในเชิงเปรียบเปรย

Yet, not two paragraphs later, วลี

5:39

แต่ทว่า ไม่ถึงสองย่อหน้าถัดมา

วลี

not two paragraphs later: เน้นช่วงห่างที่สั้นอย่างน่าประหลาดใจ

Not two paragraphs later หมายถึงข้อความถัดมาปรากฏขึ้นก่อนที่จะผ่านไปครบสองย่อหน้า not จำกัดปริมาณข้อความระหว่างสองจุด ไม่ได้ลบความหมายว่าเดินหน้าไปข้างหน้าของ later โครงสร้าง not + ปริมาณ + later เน้นว่าบางอย่างเกิดขึ้นเร็วอย่างน่าประหลาดใจ ผู้เขียนมักใช้เพื่อชี้ให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนหรือความไม่สอดคล้องกันระหว่างข้อความที่อยู่ใกล้กัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าความขัดแย้งปรากฏขึ้นก่อนที่จะผ่านไปครบสองย่อหน้า

  1. Not two paragraphs later, the author recommends the same method.
  2. Two paragraphs later, the author recommends the same method.
  3. Not until two paragraphs later, the author recommends the same method.
ดูคำตอบ

Not two paragraphs later, the author recommends the same method.

Tolkien writes,

5:41

โทลคีนเขียนไว้ว่า

The Balrog drew itself up to a great height, กริยาวลี

5:42

บัลร็อกยืดตัวขึ้นสูงตระหง่าน

กริยาวลี

drew itself up: ยืดตัวให้ดูสูงใหญ่ขึ้น

ในประโยคนี้ drew itself up หมายถึงบัลร็อกยืดและยกตัวขึ้นจนดูสูงใหญ่และน่าเกรงขาม drew เป็นรูปอดีตของ draw แต่ draw ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าวาดรูป โครงสร้าง draw + สรรพนามสะท้อนกลับ + up ใช้บรรยายคนหรือสิ่งมีชีวิตที่ยืดตัวให้ตรงหรือสูงขึ้น มักสื่อถึงพลัง ความภาคภูมิใจ ความโกรธ หรือความมั่นใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ draw oneself up: The captain ____ to her full height before speaking.

ดูคำตอบ

drew herself up

and its wings were spread from wall to wall.

5:44

และปีกของมันก็สยายออกตั้งแต่กำแพงด้านหนึ่งไปจนถึงอีกด้านหนึ่ง

Unambiguous wings.

5:47

ปีกแบบชัดเจน

Or maybe not. ลำดับความ

5:48

หรืออาจจะไม่

ลำดับความ

Or maybe not: ถอนความมั่นใจจากสิ่งที่เพิ่งพูด

Or maybe not ในที่นี้ไม่ได้เพียงเสนอทางเลือกที่สอง Or ย้อนกลับไปยังคำกล่าวก่อนหน้า ส่วน maybe not บอกว่าสิ่งที่เพิ่งกล่าวไปอาจไม่ถูกต้องก็ได้ เมื่อวางเป็นประโยคสั้น ๆ หลังคำกล่าวที่ฟังดูมั่นใจ จะทำให้เกิดจังหวะหยุดและเปลี่ยนทิศทางของข้อความ ผู้พูดใช้การแก้คำพูดของตนเองแบบนี้เพื่อสร้างความสงสัย ความลุ้นระทึก อารมณ์ขัน หรือเพื่อยกหลักฐานที่แย้งกับสิ่งที่เพิ่งพูด

แบบฝึกหัด

ผู้พูดคนหนึ่งกล่าวว่า “The path is completely safe. Or maybe not.” ประโยคที่สองทำหน้าที่อะไร?

  1. เป็นการยืนยันคำกล่าวก่อนหน้าโดยไม่มีข้อสงสัย
  2. เป็นการถอนความมั่นใจจากคำกล่าวก่อนหน้า
  3. เป็นการเสนอเส้นทางอื่นที่ปลอดภัยเช่นกัน
ดูคำตอบ

เป็นการถอนความมั่นใจจากคำกล่าวก่อนหน้า

Are these wings the metaphorical wings from but 12 sentences earlier? การใช้คำ

5:50

ปีกพวกนี้คือปีกเชิงเปรียบเปรยจากเมื่อ 12 ประโยคก่อนหรือเปล่า?

การใช้คำ

but 12 sentences earlier = ก่อนหน้านี้เพียง 12 ประโยค

ในวลี but 12 sentences earlier คำว่า but หมายถึง only หรือ merely คือ “เพียง” คำนี้ขยายจำนวน 12 sentences ดังนั้นวลีนี้หมายความว่าการกล่าวถึงครั้งก่อนอยู่ก่อนประโยคปัจจุบันเพียง 12 ประโยค but ตรงนี้ไม่ใช่คำสันธานที่ใช้บอกความขัดแย้ง ถ้อยคำนี้เน้นว่าการกล่าวถึงสองครั้งอยู่ห่างกันในข้อความเพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ใน 'The clue appeared but three pages earlier,' วลี 'but three pages earlier' หมายความว่าอย่างไร

  1. ก่อนหน้านี้เพียงสามหน้า
  2. ก่อนหน้านี้สามหน้าแล้วตามด้วยข้อความขัดแย้ง
  3. ก่อนหน้านี้มากกว่าสามหน้า
ดูคำตอบ

ก่อนหน้านี้เพียงสามหน้า

Well, now this has become an argument about how big the room is

5:54

เอาล่ะ ตอนนี้มันกลายเป็นการเถียงกันว่าห้องนี้มีขนาดใหญ่แค่ไหน

that these real or metaphorical wings must stretch across.

5:58

ที่ปีกของจริงหรือปีกเปรียบเปรยเหล่านี้ต้องกางพาดผ่าน

Asking, did the Balrog have wings?

6:02

การถามว่า บัลร็อกมีปีกไหม?

The books have the same answer as,

6:04

ในหนังสือมีคำตอบแบบเดียวกับ

hey, where did the orcs come from?

6:06

เฮ้ ออร์คมาจากไหน?

Day, month, year or month, day, year? วัฒนธรรม

6:08

วัน เดือน ปี หรือ เดือน วัน ปี?

วัฒนธรรม

วัน เดือน ปี เทียบกับ เดือน วัน ปี

ผู้พูดกำลังเปรียบเทียบรูปแบบวันที่สองแบบ ไม่ได้ถามว่าวันที่คือวันใด ใน day, month, year ตัวเลขวันที่จะมาก่อน ส่วนใน month, day, year เดือนจะมาก่อน ลำดับวัน-เดือน-ปีพบได้ทั่วไปในสหราชอาณาจักรและอีกหลายพื้นที่ ส่วนลำดับเดือน-วัน-ปีพบได้ทั่วไปในสหรัฐอเมริกา ดังนั้นวันที่แบบตัวเลขอย่าง 04/07/2026 อาจหมายถึง 4 กรกฎาคมหรือ 7 เมษายนก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบ

แบบฝึกหัด

ประกาศจากสหราชอาณาจักรใช้รูปแบบ day, month, year แล้ว 04/07/2026 หมายถึงวันที่ใด

  1. รูปแบบนี้ใช้แทนวันที่ไม่ได้
  2. 4 July 2026
  3. April 7, 2026
ดูคำตอบ

4 July 2026

Year, month, day.

6:10

ปี เดือน วัน

What are your thoughts on thoughts?

6:10

คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับความคิด?

Who knows where thoughts come from?

6:12

ใครจะไปรู้ว่าความคิดมาจากไหน?

They just appear.

6:13

มันก็แค่โผล่ขึ้นมา

Is the glass half full or half empty? สำนวน

6:14

น้ำในแก้วมีอยู่ครึ่งแก้ว หรือพร่องไปครึ่งแก้ว?

สำนวน

the glass half full or half empty?:คำเปรียบเทียบเกี่ยวกับมุมมอง

คำถามนี้ใช้แก้วใบเดียวที่มีปริมาณเท่าเดิมเพื่อแทนมุมมองสองแบบต่อสถานการณ์เดียวกัน การเรียกว่า half full เน้นสิ่งที่มีอยู่และสื่อถึงการมองโลกในแง่ดี ส่วน half empty เน้นสิ่งที่ขาดไปและสื่อถึงการมองโลกในแง่ร้าย โดยทั่วไปคำถามนี้ไม่ได้ถามเพื่อวัดปริมาณจริง ๆ แต่ถามว่าคนหนึ่งตีความข้อเท็จจริงที่มีทั้งด้านดีและด้านร้ายอย่างไร ข้อเท็จจริงเหมือนเดิม แต่การประเมินต่างกัน

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งทำงานเสร็จแล้วห้าจากสิบงาน ข้อใดใช้คำเปรียบเทียบนี้เพื่อเน้นมุมมองที่มองโลกในแง่ดี?

  1. We are looking at the glass as half full: five tasks are already done.
  2. The glass metaphor means that all ten tasks are complete.
  3. We are looking at the glass as half empty: five tasks are still unfinished.
ดูคำตอบ

We are looking at the glass as half full: five tasks are already done.

Why must judgment be passed? วลี

6:16

ทำไมต้องตัดสินกันด้วยล่ะ?

วลี

judgment be passed?:รูปถูกกระทำของ pass judgment

Pass judgment หมายถึงการสร้างหรือแสดงความคิดเห็นว่าใครหรือสิ่งใดดีหรือไม่ดี ถูกหรือผิด ไม่ได้หมายถึงการส่งหรือยื่น judgment ให้กันจริง ๆ ในที่นี้ judgment เป็นประธานของกริยารูปถูกกระทำ โดยมีโครงสร้าง Why + must + judgment + be + passed? คำถามเชิงวาทศิลป์เต็มรูป Why must judgment be passed? ตั้งคำถามว่าจำเป็นต้องประเมินหรือตัดสินหรือไม่ ไม่ได้ถามว่าใครจะเป็นผู้ตัดสิน

แบบฝึกหัด

เติมคำถามเชิงวาทศิลป์ด้วยรูปถูกกระทำของ pass judgment: When we do not know the whole story, why must ____?

ดูคำตอบ

judgment be passed

The glass is this full.

6:17

แก้วมันมีน้ำอยู่แค่นี้แหละ

How would you rule the world?

6:18

คุณจะครองโลกอย่างไร?

With compassion and an iron fist. สำนวน

6:20

ด้วยความเมตตาและกำปั้นเหล็ก

สำนวน

an iron fist: การปกครองแบบเข้มงวดและกดขี่

“an iron fist” เป็นอุปมาถึงการควบคุมที่เข้มงวดและใช้การบังคับ ผู้ปกครองที่ปกครองแบบกำปั้นเหล็กจะออกคำสั่งอย่างเคร่งครัด แทบไม่ยอมให้มีการคัดค้าน และอาจใช้การลงโทษหรือความกลัวเพื่อรักษาอำนาจ ไม่ได้หมายถึงกำปั้นที่ทำจากเหล็กหรือความแข็งแรงทางร่างกาย ในที่นี้ สำนวนนี้วางคู่กับ “compassion” ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่แทบจะตรงข้ามกัน ผู้พูดนำเสนอความใจดีกับการควบคุมที่รุนแรงว่าเป็นรูปแบบการปกครองเดียวกัน ความขัดแย้งนี้ทำให้เกิดมุก และยังสื่อถึงการผสมกันอย่างน่ากังวลระหว่างความห่วงใยกับอำนาจนิยม

แบบฝึกหัด

“ruled with an iron fist” หมายถึงอะไรในประโยคนี้? “The governor ruled the island with an iron fist and punished anyone who objected.”

  1. เขาปกครองอย่างอ่อนโยนและยินดีรับความเห็นต่าง
  2. เขาปกป้องเกาะด้วยอาวุธโลหะ
  3. เขาควบคุมอย่างรุนแรงและแทบไม่ยอมรับการคัดค้าน
ดูคำตอบ

เขาควบคุมอย่างรุนแรงและแทบไม่ยอมรับการคัดค้าน

Am I first?

6:22

ฉันเป็นคนแรกหรือเปล่า?

No, you were exactly 10,044th.

6:23

ไม่ คุณเป็นคนที่ 10,044 พอดี