ทำไมผึ้งถึงชอบรูปหกเหลี่ยม? - Zack Patterson และ Andy Peterson: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
615 คำ 180 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าเหตุใดผึ้งจึงสร้างรวงจากช่องหกเหลี่ยมที่เรียงชิดกัน โดยติดตามโจทย์สำคัญที่ผึ้งต้องเก็บน้ำผึ้งให้ได้มากที่สุดแต่ใช้ขี้ผึ้งที่ผลิตได้ยากให้น้อยที่สุด และชี้ให้เห็นว่าการเปรียบเทียบทางเรขาคณิตกับวิวัฒนาการอธิบายโครงสร้างอันมีประสิทธิภาพนี้ได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. not only the bees' home, but doubles as — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า not only ... but ... ใช้รวมหน้าที่สองอย่างไว้ในประโยคเดียวอย่างกระชับ และใช้ doubles as เพื่ออธิบายว่าสิ่งของหรือสถานที่หนึ่งยังทำหน้าที่อีกอย่างควบคู่กันไป 2. and taking matters into their own hands, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงการลงมือจัดการปัญหาด้วยตนเองแทนที่จะรอผู้อื่น และนำไปใช้บรรยายการริเริ่มแก้ไขเมื่อวิธีเดิมไม่ตอบโจทย์ 3. calculated the areas of the triangle, the square, and the hexagon, and found that — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การเชื่อมขั้นตอนการคำนวณเข้ากับข้อสรุปที่ได้ เพื่อรายงานเหตุผลทางคณิตศาสตร์ การทดลอง หรือการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับอย่างชัดเจน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Honeybees are fascinating creatures for a number of reasons: ลำดับความ

0:07

ผึ้งน้ำหวานเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งด้วยเหตุผลหลายประการ:

ลำดับความ

for a number of reasons: เกริ่นนำรายการเหตุผลหลายข้อ

ในประโยคนี้ for a number of reasons หมายความว่ามีเหตุผลหลายข้อสนับสนุนข้อความที่ว่าผึ้งเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าหลงใหล เครื่องหมายทวิภาคแสดงว่าเหตุผลเหล่านั้นจะตามมาต่อจากนี้ รูปแบบนี้ช่วยจัดข้อมูลให้ชัดเจน โดยเริ่มจากกล่าวข้อสรุปกว้าง ๆ บอกว่ามีเหตุผลหลายข้อ แล้วจึงแจกแจงเหตุผลเหล่านั้น วลีนี้ช่วยให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านติดตามคำอธิบายได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีห้าคำที่บอกว่ามีเหตุผลหลายข้อลงในประโยค: The community garden is popular ____: fresh food, shared tools, and friendly neighbors.

ดูคำตอบ

for a number of reasons

their incredible work ethic, การใช้คำ

0:10

จรรยาบรรณในการทำงานที่น่าเหลือเชื่อของพวกมัน

การใช้คำ

incredible work ethic: ชื่นชมลักษณะการทำงานที่ขยันขันแข็ง

Work ethic หมายถึงนิสัยและทัศนคติของบุคคลหรือกลุ่มที่มีต่องาน โดยเฉพาะความขยัน วินัยในตนเอง และความน่าเชื่อถือ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงระเบียบจริยธรรมอย่างเป็นทางการ ส่วน incredible ช่วยเน้นคำชมว่าความพยายามนั้นอยู่ในระดับที่น่าทึ่ง ปกติวลีนี้ใช้กับคน เมื่อนำมาใช้กับผึ้งจึงเป็นการทำให้สัตว์มีลักษณะเหมือนมนุษย์ โดยนำเสนอการทำงานอย่างต่อเนื่องของผึ้งเสมือนเป็นลักษณะนิสัยของมนุษย์ที่น่าชื่นชม

แบบฝึกหัด

คำบรรยายใดแสดงให้เห็นได้ดีที่สุดว่า Maya has a strong work ethic?

  1. Maya ชอบพูดคุยเรื่องอาชีพ แต่แทบไม่เคยทำงานของตนให้เสร็จ
  2. Maya รู้กฎความปลอดภัยทั้งหมด แต่มักหลีกเลี่ยงงานของตน
  3. Maya ทำงานหนัก รักษาคำมั่น และยังคงมีสมาธิแม้ไม่มีใครคอยดู
ดูคำตอบ

Maya ทำงานหนัก รักษาคำมั่น และยังคงมีสมาธิแม้ไม่มีใครคอยดู

the sugary sweet syrup they produce,

0:12

น้ำเชื่อมแสนหวานที่พวกมันผลิต

and their intricate social structure. การใช้คำ

0:14

และโครงสร้างทางสังคมที่ซับซ้อน

การใช้คำ

intricate social structure: ระบบกลุ่มที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกัน

intricate social structure หมายถึงการจัดระบบของกลุ่มที่ประกอบด้วยบทบาท กฎ และความสัมพันธ์มากมายที่เชื่อมโยงกัน intricate เพิ่มความหมายว่ารายละเอียดต่าง ๆ ประกอบเข้าด้วยกันอย่างซับซ้อนและเป็นระเบียบ ไม่ได้หมายเพียงว่ากลุ่มนั้น “เข้าสังคมเก่ง” ในที่นี้ social structure หมายถึงวิธีที่สมาชิกของกลุ่มถูกจัดบทบาทและมีปฏิสัมพันธ์กัน วลีนี้ใช้บรรยายได้ทั้งกลุ่มสัตว์ กลุ่มมนุษย์ และสถาบัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “ระบบบทบาทและความสัมพันธ์ของกลุ่มที่ละเอียดและซับซ้อน” ลงในประโยค: The colony has an ____.

ดูคำตอบ

intricate social structure

But another reason is that honeybees are, in fact, โน้ต

0:16

แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ อันที่จริงแล้วผึ้งน้ำหวาน

excellent mathematicians.

0:20

เป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม

ลำดับความ

But another reason is that: การเพิ่มคำอธิบายใหม่

But another reason is that เป็นคำบอกทางของเนื้อหาที่ใช้หลังจากมีการกล่าวถึงเหตุผลหรือคำอธิบายอย่างน้อยหนึ่งอย่างแล้ว วลีนี้บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะเพิ่มเหตุผลอีกข้อหนึ่ง But ทำให้การเปลี่ยนไปสู่เหตุผลใหม่มีความขัดแย้งหรือดูเหนือความคาดหมายเล็กน้อย โครงสร้างคือ another reason + is + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that โดยอนุประโยคที่สมบูรณ์หลัง that จะบอกเหตุผลนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเพิ่มเหตุผลใหม่ที่มีความขัดแย้งต่อจากคำอธิบายก่อนหน้าได้อย่างถูกต้อง

  1. But another reason is the route safer at night.
  2. But another reason because the route is safer at night.
  3. But another reason is that the route is safer at night.
ดูคำตอบ

But another reason is that the route is safer at night.

วลี

in fact: ชี้ข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจหรือใช้แก้ความเข้าใจ

in fact เป็นวลีแทรกที่หมายถึง “ตามความเป็นจริง” หรือ “จริง ๆ แล้ว” ในที่นี้ วลีนี้เน้นว่าคำกล่าวที่ว่าผึ้งเป็นนักคณิตศาสตร์ที่เก่งนั้นเป็นความจริงและควรใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะอาจต่างจากที่ผู้ฟังคาดไว้ แม้ตัดวลีนี้ออก ประโยคก็ยังสมบูรณ์ตามหลักไวยากรณ์ การเติม in fact ช่วยบอกผู้ฟังให้เชื่อมคำกล่าวนี้กับแนวคิดก่อนหน้าในฐานะหลักฐาน คำชี้แจง หรือการแก้ความเข้าใจที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in fact เพื่อนำข้อเท็จจริงมาแก้สิ่งที่คาดไว้?

  1. Many people think the test is easy. In fact, most students find it difficult.
  2. I enjoy drawing. In fact, my backpack is blue.
  3. The test begins at nine. In fact, please bring a pencil.
ดูคำตอบ

Many people think the test is easy. In fact, most students find it difficult.

Scientists claim the tiny insects can calculate angles

0:22

นักวิทยาศาสตร์อ้างว่าแมลงตัวจิ๋วเหล่านี้สามารถคำนวณมุมได้

and can even comprehend the roundness of the Earth. ลำดับความ

0:25

และถึงขั้นเข้าใจความกลมของโลกได้

ลำดับความ

can even comprehend: จัดให้ความสามารถที่น่าประหลาดใจกว่าอยู่ในขั้นที่สูงขึ้น

ใน can even comprehend คำว่า can แสดงความสามารถ ส่วน even ทำให้ comprehend เป็นความสามารถที่น่าประหลาดใจกว่าในรายการ ผู้เขียนบอกก่อนว่าแมลงคำนวณมุมได้ แล้วเพิ่มระดับความประหลาดใจด้วยความสามารถข้อที่สอง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ can A and can even B โดย B ควรเป็นความสามารถที่ผู้พูดเห็นว่าเกินคาด ก้าวหน้ากว่า หรือน่าทึ่งกว่า even จึงช่วยจัดลำดับข้อมูล ไม่ได้เพียงเพิ่มความสามารถอีกหนึ่งอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบสองคำที่แสดงว่าความสามารถข้อที่สองน่าประหลาดใจกว่า: This watch can tell the time and ____ measure your heart rate.

ดูคำตอบ

can even

But there's a particular mathematical bee genius

0:28

แต่มีอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ของผึ้งที่เฉพาะเจาะจง

behind the most important aspect of honeybee life, การใช้คำ

0:31

อยู่เบื้องหลังแง่มุมที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผึ้งน้ำหวาน

the hive.

0:33

นั่นคือรัง

การใช้คำ

behind the most important aspect ...: สาเหตุหรือกลไกที่อยู่เบื้องหลัง

behind ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ แต่หมายความว่า “ความอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ของผึ้ง” คือสติปัญญาหรือกลไกพื้นฐานที่ทำให้เกิดรังผึ้งขึ้นได้ โครงสร้าง X is behind Y นำเสนอ X ว่าเป็นสาเหตุ แรงผลักดัน แนวคิด หรือผู้จัดการสำคัญของ Y ในประโยคนี้ the hive เป็นคำที่ระบุให้ชัดว่า “the most important aspect of honeybee life” คืออะไร ดังนั้น Y จึงหมายถึงรังผึ้ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ behind เพื่อระบุสาเหตุหรือแรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลัง?

  1. Careful planning is behind the school fair's success.
  2. The music room is behind the school office.
  3. Nina stood behind her friend in line.
ดูคำตอบ

Careful planning is behind the school fair's success.

Just like humans, ลำดับความ

0:35

เช่นเดียวกับมนุษย์

bees need food and shelter to stay alive.

0:36

ผึ้งต้องการอาหารและที่พักอาศัยเพื่อเอาชีวิตรอด

ลำดับความ

Just like humans: นำเสนอข้อมูลใหม่ด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคย

Just like humans เป็นกรอบการเปรียบเทียบที่วางไว้ต้นประโยค โดยให้สิ่งอ้างอิงที่ผู้ฟังคุ้นเคยก่อน แล้วประโยคหลักจึงบอกลักษณะที่มีร่วมกัน นั่นคือทั้งมนุษย์และผึ้งต่างต้องการอาหารและที่อยู่อาศัย รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Just like + คำนามหรือคำสรรพนาม, ประธาน + คำกริยา รูปแบบนี้จัดข้อมูลจากสิ่งที่คุ้นเคยไปสู่ข้อมูลใหม่ just ในที่นี้เน้นความคล้ายกัน ไม่ได้หมายถึง “เพียงเท่านั้น” หรือ “เมื่อสักครู่”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขึ้นต้นด้วย Just like + คำนาม เพื่อนำเสนอลักษณะที่สองกลุ่มมีร่วมกัน?

  1. After watching the dolphins, the humans left.
  2. Unlike humans, dolphins can stay underwater for several minutes.
  3. Just like humans, dolphins need air to breathe.
ดูคำตอบ

Just like humans, dolphins need air to breathe.

The hive is not only the bees' home, ไวยากรณ์

0:39

รังไม่ใช่แค่บ้านของผึ้ง

but doubles as a place to store their honey.

0:41

แต่ยังทำหน้าที่เป็นที่เก็บน้ำผึ้งของพวกมันอีกด้วย

ไวยากรณ์

not only ... but doubles as: สิ่งเดียวทำหน้าที่ได้สองอย่าง

โครงสร้าง not only X, but doubles as Y บอกว่าสิ่งเดียวทำหน้าที่ได้สองอย่าง ในประโยคนี้ รังผึ้งเป็นบ้านของผึ้ง และยังใช้เป็นที่เก็บน้ำผึ้งด้วย Double as หมายถึงทำหน้าที่หรือมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง คำว่า but ใช้เปิดหน้าที่ที่เพิ่มเข้ามา ไม่จำเป็นต้องมี also เพราะ doubles as แสดงหน้าที่ที่สองไว้อย่างชัดเจนแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่บอกว่าสิ่งของชิ้นเดียวมีสองหน้าที่: The bench is ____ a seat, but ____ a storage box.

ดูคำตอบ

not only · doubles as

Since it's so central to survival, วลี

0:44

เนื่องจากมันมีความสำคัญต่อการเอาชีวิตรอดอย่างมาก

honeybees have to perfect the hive's architectural design. การใช้คำ

0:46

ผึ้งน้ำหวานจึงต้องทำให้การออกแบบสถาปัตยกรรมของรังออกมาสมบูรณ์แบบ

วลี

so central to survival: สำคัญอย่างยิ่งต่อการอยู่รอด

central to survival หมายถึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการอยู่รอด ไม่ได้หมายถึงอยู่ตรงกลางในทางกายภาพ หลังคำคุณศัพท์ central ใช้ to แล้วตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นสำคัญอย่างยิ่งต่ออะไร so เน้นระดับของ central ให้มากขึ้น ส่วน Since นำเสนอความคิดนี้เป็นเหตุผลของประโยคหลัก ความสำคัญของรังต่อการอยู่รอดทำให้ต้องปรับการออกแบบให้สมบูรณ์แบบ

แบบฝึกหัด

ใน “Clean water is central to public health,” central to หมายความว่าอย่างไร

  1. สิ่งนั้นอยู่ตรงกลางของสาธารณสุขในทางกายภาพ
  2. สิ่งนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับสาธารณสุข
  3. สิ่งนั้นสำคัญอย่างยิ่งต่อสาธารณสุข
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นสำคัญอย่างยิ่งต่อสาธารณสุข

การใช้คำ

perfect the hive's architectural design: perfect ที่เป็นคำกริยา

ใน perfect the hive's architectural design คำว่า perfect เป็นคำกริยา หมายถึง “ปรับปรุงสิ่งหนึ่งจนมีประสิทธิภาพหรือสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ทำได้” ผึ้งต้องพัฒนาแบบของรังให้ดีขึ้น ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าแบบดังกล่าวไร้ที่ติอยู่แล้ว หลักไวยากรณ์ยืนยันว่าเป็นคำกริยา เพราะ have to ต้องตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน และ perfect รับกรรมตรงคือ the hive's architectural design การใช้แบบนี้ยังใช้กับสิ่งที่พัฒนาได้ตามเวลา เช่น วิธีการ ทักษะ สูตรอาหาร หรือระบบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ perfect เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ปรับปรุงจนดีที่สุดเท่าที่ทำได้”

  1. The developers presented a perfect safety system.
  2. The developers said the safety system was perfect.
  3. The developers ran hundreds of tests to perfect the safety system.
ดูคำตอบ

The developers ran hundreds of tests to perfect the safety system.

If you examine any piece of honeycomb, ไวยากรณ์

0:50

หากคุณตรวจสอบรวงผึ้งใดๆ

you'll see that it's constructed from tightly packed hexagonal or six-sided cells. โน้ต

0:52

คุณจะเห็นว่ามันถูกสร้างขึ้นจากช่องหกเหลี่ยมหรือช่องหกด้านที่อัดแน่นเข้าด้วยกัน

ไวยากรณ์

If you examine ..., you'll see ...: โครงสร้างสังเกตและผลลัพธ์

โครงสร้าง If you examine ..., you'll see ... นำเสนอการกระทำหนึ่งเป็นเงื่อนไขของการค้นพบผลที่สังเกตได้ อนุประโยค if บอกผู้ฟังว่าต้องตรวจดูอะไร ส่วนประโยคหลักบอกว่าการตรวจดูนั้นจะเผยให้เห็นอะไร สำหรับเงื่อนไขที่เป็นจริงและมีแนวโน้มเกิดขึ้นนี้ ให้ใช้ simple present ในอนุประโยค if คือ examine ไม่ใช้ will examine และใช้ will หรือ 'll ในส่วนผลลัพธ์ เช่น you'll see คำว่า examine เพิ่มความหมายว่าตรวจดูอย่างละเอียด ไม่ใช่เพียงมองผ่าน ๆ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสังเกต-ผลลัพธ์ If you examine ..., you'll see ... ให้ครบถ้วน: If you ____ the shell closely, ____ a spiral pattern.

ดูคำตอบ

examine · you'll see

วลี

is constructed from tightly packed ...: การบรรยายโครงสร้างที่อัดแน่น

ในที่นี้ is constructed from หมายความว่า สิ่งหนึ่งทั้งชิ้นประกอบขึ้นจากส่วนต่าง ๆ ที่กล่าวหลัง from โครงสร้างประโยคแบบถูกกระทำทำให้จุดสนใจอยู่ที่โครงสร้าง ไม่ใช่คนที่สร้างมัน คำว่า tightly packed บอกว่าส่วนเหล่านั้นจัดเรียงอย่างไร คืออยู่ชิดกันมากและแทบไม่มีช่องว่าง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “สิ่งทั้งหมด + be constructed from + tightly packed + ส่วนประกอบหรือวัสดุ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้เพื่อบอกองค์ประกอบและการเรียงตัวที่ชิดแน่น: The wall ____ stones.

ดูคำตอบ

is constructed from tightly packed

การใช้คำ

hexagonal or six-sided: ใช้ or เพื่อนำเข้าสู่คำอธิบายที่ง่ายกว่า

ในที่นี้ hexagonal และ six-sided อธิบายรูปทรงเดียวกัน hexagonal เป็นศัพท์ที่เป็นทางเทคนิคกว่า ส่วน six-sided บอกความหมายแบบเข้าใจง่ายทันที ในรูปแบบ “ศัพท์ + or + คำอธิบายที่ง่ายกว่า” คำว่า or ใช้เพื่อนำเข้าสู่การกล่าวความหมายเดิมด้วยคำอื่น ไม่ได้ให้เลือกระหว่างเซลล์คนละชนิด การใช้แบบนี้พบบ่อยเมื่อผู้พูดอธิบายคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยไปพร้อมกับการพูด

แบบฝึกหัด

เติมหนึ่งคำเพื่อนำเข้าสู่การกล่าวใหม่ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย: The cells are spherical, ____ ball-shaped.

ดูคำตอบ

or

Of all the possible designs, ลำดับความ

0:58

จากรูปแบบที่เป็นไปได้ทั้งหมด

why do honeybees choose this one?

0:59

ทำไมผึ้งน้ำหวานถึงเลือกรูปแบบนี้?

ลำดับความ

Of all the possible designs: การวางกรอบการเลือกระหว่างหลายทางเลือก

Of all the possible designs กำหนดขอบเขตของการเปรียบเทียบก่อน กล่าวคือ ก่อนจะพูดถึงตัวเลือกหนึ่ง วลีนี้รวมรูปแบบทั้งหมดที่อาจใช้ได้เข้ามาในขอบเขต คำเปิดนี้บอกผู้ฟังให้เปรียบเทียบทางเลือกต่าง ๆ ดังนั้น คำถามที่ตามมาว่า why do honeybees choose this one? จึงถามจริง ๆ ว่าทำไมจึงเลือกรูปแบบนี้แทนรูปแบบอื่น โดยทั่วไป Of all + กลุ่มคำนามพหูพจน์ ใช้วางกรอบคำถามเกี่ยวกับการเลือกหนึ่งสิ่งจากชุดตัวเลือกที่ใหญ่กว่าได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดวางกรอบคำถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าเป็นการเลือกจากหลายทางเลือก

  1. Why is this route available to everyone?
  2. Of all the available routes, why did they choose this one?
  3. All the routes lead to the same place.
ดูคำตอบ

Of all the available routes, why did they choose this one?

To understand, ลำดับความ

1:01

เพื่อให้เข้าใจ

you need to think like a bee.

1:02

คุณต้องคิดเหมือนผึ้ง

ลำดับความ

To understand ... think like a bee: การเปลี่ยนมุมมอง

To understand บอกจุดประสงค์ว่า ผู้ฟังควรคิดอย่างไรจึงจะเข้าใจคำถามได้ ส่วนสิ่งที่ต้องเข้าใจอย่างเจาะจงนั้นดูได้จากเนื้อหาที่พูดอยู่รอบ ๆ Think like a bee ขอให้ผู้ฟังใช้มุมมองของผึ้งชั่วคราว โดยนึกถึงความต้องการ ข้อจำกัด และเป้าหมายของผึ้ง การเปลี่ยนมุมมองนี้ช่วยเตรียมเข้าสู่คำอธิบายส่วนถัดไป ไม่ใช่คำสั่งตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างตายตัว think like + บุคคล ให้สมบูรณ์: To make the website easier for beginners, think ____ a first-time user.

ดูคำตอบ

like

Bees need a secure place for their entire colony to live.

1:04

ผึ้งต้องการสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อให้ทั้งอาณานิคมอาศัยอยู่ได้

Similarly,

1:08

ในทำนองเดียวกัน

there needs to be a place where their nectar can be stored and ripened suitably โน้ต

1:09

จะต้องมีสถานที่ที่น้ำหวานจากดอกไม้ของพวกมันสามารถถูกเก็บและบ่มได้อย่างเหมาะสม

until it turns into honey. กริยาวลี

1:12

จนกว่าจะกลายเป็นน้ำผึ้ง

ไวยากรณ์

there needs to be a place where: ระบุความจำเป็นของสถานที่อย่างเป็นกลาง

รูปแบบ there needs to be ... บอกว่าสถานการณ์ ระบบ หรือกระบวนการจำเป็นต้องมีบางสิ่งอยู่ จุดเน้นคือเงื่อนไขที่จำเป็น ไม่ใช่ความต้องการของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ใน a place where ... คำว่า where นำอนุประโยคที่อธิบายว่าสามารถเกิดอะไรขึ้นในสถานที่นั้น รูปแบบเต็มระบุทั้งสถานที่ที่จำเป็นและจุดประสงค์ของสถานที่

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ there needs to be ... where เติมประโยคที่บอกความจำเป็นของพื้นที่อย่างเป็นกลาง: There ____ a safe room ____ chemicals can be stored.

ดูคำตอบ

needs to be · where

การใช้คำ

stored and ripened suitably: การกระทำแบบ passive ที่เชื่อมกัน

stored และ ripened เป็นคำกริยาช่องสามสองคำที่เชื่อมกันหลัง can be การกระทำทั้งสองเกิดกับน้ำหวาน กล่าวคือ น้ำหวานสามารถถูกเก็บและถูกบ่มได้ suitably บอกว่ากระบวนการเกิดขึ้นด้วยวิธีหรือภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม ripen ไม่ได้ใช้กับผลไม้เท่านั้น แต่ยังใช้บอกว่าอาหารหรือสารอื่นค่อย ๆ เข้าสู่สภาพที่สุก สมบูรณ์ หรือพร้อมใช้ได้ ในประโยคนี้น้ำหวานผ่านกระบวนการดังกล่าวก่อนจะกลายเป็นน้ำผึ้ง

แบบฝึกหัด

ใช้รูป passive ของ store และ ripen: Before sale, the cheese must be ____ and ____ under controlled conditions.

ดูคำตอบ

stored · ripened

กริยาวลี

until it turns into honey: จนกระทั่งมันกลายเป็นน้ำผึ้ง

ในประโยคนี้ until บอกจุดสิ้นสุดของกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่อง โดยน้ำหวานจะถูกเก็บและบ่มจนถึงเวลาที่การเปลี่ยนแปลงเสร็จสมบูรณ์ turn into + คำนาม หมายถึง “เปลี่ยนจากสภาพ รูปแบบ หรือสถานะหนึ่งไปเป็นอีกอย่างหนึ่ง” ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึงน้ำหวาน และ turns into honey บอกผลลัพธ์หลังการเปลี่ยนแปลง หากต้องการระบุทั้งสองช่วง ให้ใช้ turn from A into B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย until + turn into ในรูปที่ถูกต้อง: Leave the mixture to cool ____ a solid.

ดูคำตอบ

until it turns into

That means there's a need for some serious space efficiency. การใช้คำ

1:15

นั่นหมายความว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

การใช้คำ

there's a need for some serious space efficiency: จำเป็นต้องใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพมาก

There's a need for ... นำเสนอว่าสิ่งหนึ่งเป็นข้อจำเป็น ในที่นี้ space efficiency หมายถึงการใช้พื้นที่จำกัดให้คุ้มค่าและลดพื้นที่ที่เสียเปล่าให้น้อยที่สุด ประโยคนี้สรุปปัญหาในทางปฏิบัติให้เป็นเป้าหมายในการออกแบบ ในวลี some serious space efficiency คำว่า serious เป็นคำเน้นระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “สูงมาก” หรือ “มากพอสมควร” โดยเน้นระดับของประสิทธิภาพ ไม่ได้บรรยายท่าทีที่เคร่งขรึม

แบบฝึกหัด

some serious space efficiency ในที่นี้หมายถึงอะไร? A tiny workshop needs some serious space efficiency.

  1. สถานที่นั้นต้องให้คนงานพูดคุยเรื่องพื้นที่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
  2. สถานที่นั้นต้องใช้พื้นที่จำกัดให้คุ้มค่าอย่างมาก
  3. สถานที่นั้นต้องมีห้องใหญ่สำหรับจัดการประชุมที่จริงจัง
ดูคำตอบ

สถานที่นั้นต้องใช้พื้นที่จำกัดให้คุ้มค่าอย่างมาก

A good solution is to build little storage units or cells การใช้คำ

1:18

ทางออกที่ดีคือการสร้างหน่วยเก็บหรือช่องเล็กๆ

การใช้คำ

storage units or cells: or ใช้แนะนำศัพท์เฉพาะ

or ในที่นี้ไม่ได้เสนอทางเลือกสองอย่าง แต่ใช้คำที่เป็นศัพท์เฉพาะมากกว่าอย่าง cells มาเรียก storage units อีกครั้ง ดังนั้นทั้งสองวลีจึงหมายถึงโครงสร้างเล็ก ๆ ชนิดเดียวกัน รูปแบบ “คำอธิบายทั่วไป + or + ศัพท์เฉพาะ” ช่วยแนะนำคำศัพท์เฉพาะทางโดยยังทำให้แนวคิดเข้าใจง่าย

แบบฝึกหัด

or ใน storage units or cells ทำหน้าที่อะไร?

  1. เสนอรูปแบบสองอย่างที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
  2. แสดงความไม่แน่ใจว่าโครงสร้างเหล่านี้เก็บสิ่งของได้หรือไม่
  3. ใช้แนะนำ cells ว่าเป็นชื่อที่เป็นศัพท์เฉพาะมากกว่าของ storage units
ดูคำตอบ

ใช้แนะนำ cells ว่าเป็นชื่อที่เป็นศัพท์เฉพาะมากกว่าของ storage units

just big enough for a bee to fit into, ไวยากรณ์

1:22

ที่มีขนาดใหญ่พอให้ผึ้งหนึ่งตัวเข้าไปได้ก็พอ

ไวยากรณ์

just big enough for a bee to fit into: การบอกว่าขนาดใหญ่พอดี

just big enough หมายถึง “ใหญ่พอดีสำหรับจุดประสงค์นั้น” คือใกล้กับขนาดขั้นต่ำที่ต้องใช้ ไม่ได้หมายถึง “ใหญ่มาก” ส่วน for a bee to fit into บอกเกณฑ์ของคำว่า “พอ” ว่าผึ้งหนึ่งตัวสามารถเข้าไปในพื้นที่ที่กล่าวถึงได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำคุณศัพท์ + enough + for + คำนามหรือคำสรรพนาม + to + คำกริยา” คำว่า into ท้ายวลีชี้กลับไปยัง storage unit หรือ cell ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า การวางคำบุพบทไว้ท้ายวลีเป็นธรรมชาติในกรณีนี้

แบบฝึกหัด

เรียง just, big และ enough ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The cabinet is ____ for the printer to fit into.

ดูคำตอบ

just big enough

which can also double as the containers

1:24

ซึ่งยังสามารถใช้เป็นภาชนะ

in which nectar is stored. ไวยากรณ์

1:26

สำหรับเก็บน้ำหวานได้อีกด้วย

ไวยากรณ์

in which nectar is stored: โครงสร้างทางการแบบคำบุพบท + คำสรรพนามสัมพันธ์

in which nectar is stored เป็นอนุประโยคที่ขยาย containers คำบุพบท in แสดงความสัมพันธ์ว่าเก็บน้ำหวานไว้ในภาชนะเหล่านั้น ส่วน which ย้อนกลับไปแทน containers การวางคำบุพบทไว้หน้า which ทำให้อนุประโยคมีรูปแบบกระชับและเป็นทางการ ซึ่งพบได้บ่อยในงานเขียนวิทยาศาสตร์และคำอธิบายที่เป็นลายลักษณ์อักษร รูปถูกกระทำ is stored เน้นที่น้ำหวานและสถานที่เก็บ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้เก็บ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างอนุประโยคสัมพันธ์แบบเป็นทางการสองคำที่ประกอบจาก in + คำสรรพนามสัมพันธ์: This is the cabinet ____ the samples are stored.

ดูคำตอบ

in which

The bees' very own honey jars. สำนวน

1:28

โถน้ำผึ้งของพวกผึ้งเอง

สำนวน

very own honey jars: คำเปรียบเทียบที่เน้นความเป็นเจ้าของ

honey jars เป็นคำเปรียบเทียบช่องในรวงผึ้ง เพราะช่องเหล่านั้นเก็บน้ำผึ้งไว้เหมือนที่โหลใช้เก็บของ ไม่ได้หมายความว่าผึ้งใช้โหลแก้วที่มนุษย์ทำขึ้นจริง ๆ very own เน้นความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน โดยทำให้ช่องรวงผึ้งดูเหมือนโหลพิเศษที่เป็นของผึ้งเอง การเลือกใช้คำแบบนี้ทำให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เห็นภาพและสนุกขึ้น

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ The bees' very own honey jars หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผึ้งใช้โหลแก้วที่มนุษย์ทำขึ้นเพื่อเก็บน้ำผึ้ง
  2. ผึ้งนำโหลน้ำผึ้งมาจากสัตว์ชนิดอื่น
  3. ช่องในรวงผึ้งถูกเปรียบเป็นโหลน้ำผึ้งพิเศษที่เป็นของผึ้งเอง
ดูคำตอบ

ช่องในรวงผึ้งถูกเปรียบเป็นโหลน้ำผึ้งพิเศษที่เป็นของผึ้งเอง

The next thing is to decide what the little cells should be made out of. กริยาวลี

1:30

สิ่งต่อไปคือการตัดสินใจว่าช่องเล็กๆ เหล่านี้ควรทำจากอะไร

กริยาวลี

be made out of: บอกวัสดุที่ใช้ทำ

Be made out of หมายถึง “ถูกทำขึ้นโดยใช้วัสดุชนิดหนึ่ง” โครงสร้างคือ be + made out of + วัสดุ: The cells should be made out of wax. ใน what the little cells should be made out of คำว่า what ใช้ถามถึงวัสดุ ภาษาอังกฤษวาง what ไว้ต้นคำถามทางอ้อม จึงเหลือ of ไว้ท้ายประโยค การจบแบบนี้สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี made out of: The model is ____ cardboard.

ดูคำตอบ

made out of

Bees don't have beaks or arms to pick up things, กริยาวลี

1:34

ผึ้งไม่มีจะงอยปากหรือแขนไว้หยิบจับสิ่งของ

กริยาวลี

pick up things: หยิบสิ่งของขึ้นมา

ในที่นี้ pick up things หมายถึง “ยกหรือหยิบสิ่งของขึ้นจากที่เดิม” การกล่าวถึงจะงอยปากและแขนแสดงว่า pick up เป็นการกระทำทางกาย ไม่ใช่ความหมายอื่น เช่น ไปรับใครสักคน Pick up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำนาม ทั้ง pick up the box และ pick the box up เป็นธรรมชาติ แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น pick it up ไม่ใช่ pick up it

แบบฝึกหัด

ใช้ pick up ในรูปอดีตและวางคำสรรพนามให้ถูกตำแหน่ง: The coin was on the floor, so Ava ____.

ดูคำตอบ

picked it up

but they are capable of producing wax. วลี

1:37

แต่พวกมันสามารถผลิตขี้ผึ้งได้

วลี

be capable of producing: การบอกความสามารถแบบเป็นทางการด้วย of + -ing

are capable of producing หมายถึง “มีความสามารถหรือศักยภาพที่จะผลิต” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be capable of + คำนามหรือคำกริยารูป -ing ในที่นี้ of เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing เช่น capable of producing ไม่ใช่ capable of produce หรือ capable to produce

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง capable แบบเป็นทางการและคำกริยา analyze เติมประโยคให้สมบูรณ์: This tool is ____ complex data.

ดูคำตอบ

capable of analyzing

The thing is, ลำดับความ

1:40

ประเด็นก็คือ

producing it is a lot of hard work.

1:40

การผลิตมันเป็นงานที่หนักมาก

ลำดับความ

The thing is, ...: การเกริ่นประเด็นสำคัญ

The thing is, เป็นคำบอกทิศทางของข้อมูลในบทสนทนา โดยบอกผู้ฟังว่าอนุประโยคถัดไปจะมีข้อเท็จจริง ปัญหา หรือข้อจำกัดสำคัญที่ต้องพิจารณา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนความสนใจจากสิ่งที่ทำได้ไปยังความพยายามที่ต้องใช้ วลีนี้ไม่ได้หมายถึง “สิ่งของ” ตามตัวอักษร แต่ทำหน้าที่คล้าย “ประเด็นสำคัญคือ” หรือ “ปัญหาคือ” ตามบริบท

แบบฝึกหัด

เพื่อนชวนไปเดินป่าในวันเสาร์ แต่คุณต้องเกริ่นถึงปัญหาสำคัญ คำตอบใดใช้คำบอกทิศทางในบทสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I'd like to go. For example, I have to work on Saturday.
  2. I'd like to go. In the same way, I have to work on Saturday.
  3. I'd like to go. The thing is, I have to work on Saturday.
ดูคำตอบ

I'd like to go. The thing is, I have to work on Saturday.

Bees have to consume 8 oz of honey ลำดับความ

1:43

ผึ้งต้องบริโภคน้ำผึ้ง 8 ออนซ์

to produce just 1 oz of wax.

1:45

เพื่อผลิตขี้ผึ้งเพียง 1 ออนซ์

ลำดับความ

consume 8 oz ... to produce just 1 oz: เปรียบเทียบวัตถุดิบกับผลผลิต

รูปแบบ consume 8 oz ... to produce just 1 oz ... นำปริมาณวัตถุดิบมาเปรียบเทียบกับปริมาณผลผลิต ตัวเลขแสดงว่าการทำขี้ผึ้งต้องใช้น้ำผึ้งมากกว่าปริมาณขี้ผึ้งที่ได้มาก การเปรียบเทียบนี้จึงเน้นว่ากระบวนการดังกล่าวใช้ทรัพยากรสูง to produce บอกว่าน้ำผึ้งถูกใช้ไปเพื่ออะไรและนำเข้าสู่ส่วนผลผลิตของการเปรียบเทียบ ส่วน just หมายถึง “เพียง” และเน้นว่าผลผลิตมีน้อย ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” oz เป็นตัวย่อในภาษาเขียนของ ounce

แบบฝึกหัด

การเปรียบเทียบที่เน้นไว้ในประโยคนี้ชี้ให้เห็นอะไร?

  1. การผลิตขี้ผึ้งใช้น้ำผึ้งมากกว่าปริมาณขี้ผึ้งที่ผลิตได้มาก
  2. น้ำผึ้งหนึ่งออนซ์ผลิตขี้ผึ้งได้แปดออนซ์
  3. ผึ้งเพิ่งเริ่มผลิตขี้ผึ้ง
ดูคำตอบ

การผลิตขี้ผึ้งใช้น้ำผึ้งมากกว่าปริมาณขี้ผึ้งที่ผลิตได้มาก

So they don't want to waste it.

1:48

ดังนั้นพวกมันจึงไม่อยากจะสิ้นเปลืองมัน

So,

1:50

ดังนั้น

they need a design that allows them ไวยากรณ์

1:50

พวกมันต้องการการออกแบบที่ช่วยให้

to store the largest possible amount of honey ไวยากรณ์

1:52

สามารถเก็บน้ำผึ้งได้ปริมาณมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

using the least amount of wax.

1:55

โดยใช้ขี้ผึ้งในปริมาณน้อยที่สุด

ไวยากรณ์

a design that allows them to store: อธิบายหน้าที่ของการออกแบบ

that allows them to store เป็นอนุประโยคขยายคำนาม design โดย that อ้างถึง design และทำหน้าที่เป็นประธานของ allows ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงบอกว่าการออกแบบดังกล่าวทำให้อะไรเป็นไปได้ โครงสร้าง allow + คนหรือสิ่งของ + to + คำกริยา ใช้บอกหน้าที่ได้ ไม่ได้หมายถึงการอนุญาตเท่านั้น ในประโยคนี้ การออกแบบสร้างเงื่อนไขให้ผึ้งเก็บน้ำผึ้งได้ ไม่ใช่ว่ามีใครกำลังอนุญาตผึ้ง

แบบฝึกหัด

เรียง allow, us และ store ตามโครงสร้างที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We need an app that ____ photos safely.

ดูคำตอบ

allows us to store

ไวยากรณ์

the largest possible amount ... using the least amount: รูปแบบการหาค่าที่เหมาะที่สุด

the largest possible amount of honey หมายถึงปริมาณน้ำผึ้งมากที่สุดที่เก็บได้ภายใต้ข้อจำกัดจริงของการออกแบบ คำว่า possible ที่ตามหลังรูปขั้นสูงสุดระบุว่าเป็นค่าสูงสุดที่ทำได้จริง ไม่ใช่ปริมาณที่ไร้ขีดจำกัด using the least amount of wax ระบุทรัพยากรที่ต้องลดให้เหลือน้อยที่สุดขณะบรรลุเป้าหมาย เมื่อนำสองส่วนมารวมกัน จะเป็นรูปแบบการหาค่าที่เหมาะที่สุด คือทำให้ผลลัพธ์มากที่สุด พร้อมกับใช้วัสดุ เวลา พลังงาน หรือเงินให้น้อยที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมเป้าหมายการหาค่าที่เหมาะที่สุดด้วยรูปแบบที่เน้นไว้: The purifier should clean ____ water using ____ electricity.

ดูคำตอบ

the largest possible amount of · the least amount of

What shape does that? ลำดับความ

1:57

รูปร่างไหนทำแบบนั้นได้?

ลำดับความ

What shape does that?: ใช้ that เชื่อมกลับไปยังเป้าหมายก่อนหน้า

ในคำถามนี้ What shape เป็นประธาน ส่วน does เป็นกริยาหลักที่หมายถึง “ทำให้สำเร็จ” หรือ “ทำหน้าที่นั้น” และ that ย้อนกลับไปแทนเป้าหมายทั้งหมดที่เพิ่งอธิบายไป ความหมายเต็มคือ “รูปทรงแบบใดทำให้เกิดผลนั้นได้” คำถามสั้นนี้ใช้ that รวบคำอธิบายยาวก่อนหน้าไว้ แล้วเปลี่ยนจุดสนใจไปยังข้อมูลที่ยังขาดอยู่ คือรูปทรง วิธีนี้ช่วยให้คำอธิบายดำเนินต่อไปโดยไม่ต้องพูดเป้าหมายทั้งหมดซ้ำ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดเพิ่งอธิบายผลลัพธ์ที่รูปทรงหนึ่งต้องทำให้เกิดขึ้น คำถามต่อมา What shape does that? ถามถึงอะไร

  1. รูปทรงใดทำให้เกิดผลลัพธ์ที่กล่าวไว้
  2. รูปทรงที่กำลังแสดงอยู่ชื่ออะไร
  3. วัตถุชิ้นหนึ่งมีรูปร่างแบบใด
ดูคำตอบ

รูปทรงใดทำให้เกิดผลลัพธ์ที่กล่าวไว้

Imagining for a minute ลำดับความ

1:58

ลองจินตนาการสักครู่

that all bees had to attend architecture academy

2:00

ว่าผึ้งทุกตัวต้องเข้าเรียนในสถาบันสถาปัตยกรรม

and go to math class.

2:02

และไปเข้าชั้นเรียนคณิตศาสตร์

ลำดับความ

Imagining for a minute: เปิดฉากสมมติ

“Imagining for a minute” ขอให้ผู้ฟังนึกภาพสถานการณ์ที่ไม่เป็นจริงไว้ชั่วคราว เพื่อให้คำอธิบายดำเนินต่อไปภายในฉากสมมตินั้นได้ ในที่นี้ การที่ผึ้งไปโรงเรียนเป็นการทดลองทางความคิด ไม่ใช่การกล่าวอ้างเกี่ยวกับผึ้งจริง ๆ “For a minute” หมายถึง “ชั่วครู่” หรือ “ลองยอมรับแนวคิดนี้ไว้ก่อน” ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นหกสิบวินาทีพอดี วลี -ing นี้ทำหน้าที่เป็นบทเกริ่นในภาษาพูดเพื่อนำไปสู่คำอธิบายส่วนถัดไป

แบบฝึกหัด

Imagining for a minute มีหน้าที่หลักอย่างไรในประโยคนี้

  1. รายงานว่าผึ้งเคยเข้าโรงเรียนสถาปัตยกรรมจริง ๆ
  2. ขอให้ผู้ฟังจินตนาการเป็นเวลาหกสิบวินาทีพอดี
  3. สร้างสถานการณ์สมมติชั่วคราวเพื่อใช้ในการอธิบาย
ดูคำตอบ

สร้างสถานการณ์สมมติชั่วคราวเพื่อใช้ในการอธิบาย

Let's say they asked their geometry teacher, ลำดับความ

2:04

สมมติว่าพวกมันถามครูสอนเรขาคณิตว่า

ลำดับความ

Let's say: การตั้งสมมติฐาน

“Let's say” ใช้เสนอเหตุการณ์ที่ทุกคนยอมรับชั่วคราวว่าเป็นจริง เพื่อยกตัวอย่างหรือคิดต่อว่าอาจเกิดอะไรขึ้น ในที่นี้ การไปถามครูเรขาคณิตเป็นส่วนหนึ่งของฉากผึ้งในจินตนาการ ไม่ใช่การรายงานเหตุการณ์จริง วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยตั้งเงื่อนไขขึ้นก่อน แล้วผู้พูดจึงสำรวจคำถามหรือผลลัพธ์ที่เกิดจากเงื่อนไขนั้นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Let's say เพื่อเสนอสมมติฐาน

  1. Let's say the bus is late. How will we get home?
  2. Let's say 'good morning' together.
  3. Let's say the words more loudly.
ดูคำตอบ

Let's say the bus is late. How will we get home?

"What shape would give us the most space to store our honey, ไวยากรณ์

2:06

"รูปร่างไหนจะให้พื้นที่เราเก็บน้ำผึ้งได้มากที่สุด

but require the least amount of wax?"

2:09

แต่ใช้ขี้ผึ้งน้อยที่สุด?"

ไวยากรณ์

ใช้ would give us ... but require ... เพื่อเปรียบเทียบประโยชน์กับต้นทุน

ในคำถามนี้ would ใช้บอกผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหากเลือกใช้รูปทรงสมมติ ไม่ได้หมายความว่าได้เลือกรูปทรงแล้ว แต่ถามว่ารูปทรงที่เป็นไปได้แบบใดจะให้ผลสองอย่างนี้ give และ require ใช้ประธานร่วมกันคือ what shape ส่วน but นำประโยชน์และต้นทุนมาเปรียบต่างกัน คือพื้นที่เก็บมากที่สุดกับปริมาณขี้ผึ้งน้อยที่สุด รูปแบบ Which option would give/provide the most X but require/use the least Y? ใช้เปรียบเทียบตัวเลือกด้วยเกณฑ์สองข้อได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบเชิงสมมติให้สมบูรณ์ โดยใช้ provide และ require และใช้ would เพียงครั้งเดียว: Which playground design ____ the most shade but ____ the least material?

ดูคำตอบ

would provide · require

And the geometry teacher replied,

2:12

และครูสอนเรขาคณิตก็ตอบว่า

"The shape that you're seeking is the circle." ไวยากรณ์

2:14

"รูปร่างที่พวกเธอตามหาอยู่นั้นคือวงกลม"

ไวยากรณ์

shape that you're seeking: คำนามตามด้วยอนุประโยคสัมพันธ์

that you're seeking เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่วางหลังคำนาม shape เพื่อระบุว่าผู้พูดหมายถึงรูปทรงใด ไม่ใช่รูปทรงใดก็ได้ แต่เป็นรูปทรงที่คุณกำลังมองหา ภายในอนุประโยค you เป็นประธาน seeking เป็นคำกริยา และ that เป็นกรรมของ seeking รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ noun + that + subject + verb เมื่อ that เป็นกรรม มักละได้: The shape you're seeking is the circle.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคสัมพันธ์ได้ถูกต้องเพื่อระบุเสื้อแจ็กเก็ตตัวหนึ่งโดยเฉพาะ

  1. The jacket what you're seeking is by the door.
  2. The jacket that you're seeking is by the door.
  3. The jacket that you're seek is by the door.
ดูคำตอบ

The jacket that you're seeking is by the door.

Leaving the bees to return to their trial construction site ไวยากรณ์

2:16

ปล่อยให้เหล่าผึ้งกลับไปยังสถานที่ก่อสร้างเพื่อทดลอง

and begin building their honeycomb using circular cells.

2:19

และเริ่มสร้างรวงผึ้งโดยใช้ช่องวงกลม

ไวยากรณ์

Leaving the bees to return ... and begin building: อนุประโยค -ing ที่เชื่อมผลลัพธ์

อนุประโยค -ing ที่ขึ้นต้นประโยคเชื่อมเรื่องเล่าส่วนนี้กับข้อความก่อนหน้า และแสดงสถานการณ์ที่เหตุการณ์ก่อนหน้าก่อให้เกิดขึ้นหรือทำให้เป็นไปได้ ในที่นี้ leaving หมายถึง “ทำให้ผึ้งอยู่ในสถานะที่สามารถทำสิ่งต่อไปได้” ไม่ได้หมายถึง “จากไป” อีกทั้งไม่ใช่คำสั่ง และ leaving ก็ไม่ใช่กริยาแท้ที่สมบูรณ์ในส่วนนี้ the bees เป็นกรรมของ leaving และเป็นผู้กระทำโดยนัยของการกระทำสองอย่างที่เชื่อมขนานกัน คือ to return และ (to) begin building เมื่อ infinitive สองตัวเชื่อมด้วย and มักละ to ตัวที่สองได้

แบบฝึกหัด

ในเรื่องเล่านี้ Leaving the bees to return ... ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อย่างไร?

  1. เป็นอนุประโยค -ing ที่เชื่อมผลลัพธ์ โดยผึ้งจะกลับไปและเริ่มสร้างรัง
  2. เป็นอนุประโยคอดีตกาลที่สมบูรณ์และมี the bees เป็นประธาน
  3. เป็นคำสั่งให้ผึ้งออกไปทันที
ดูคำตอบ

เป็นอนุประโยค -ing ที่เชื่อมผลลัพธ์ โดยผึ้งจะกลับไปและเริ่มสร้างรัง

After a while,

2:23

หลังจากนั้นไม่นาน

some of them might have noticed a problem with their design. ไวยากรณ์

2:24

บางตัวอาจสังเกตเห็นปัญหาในการออกแบบของพวกมัน

ไวยากรณ์

might have noticed: ความเป็นไปได้ที่ไม่แน่นอนในอดีต

Might have noticed เป็นการคาดเดาอย่างไม่ยืนยันเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีต ผู้พูดคิดว่าผึ้งบางตัวอาจสังเกตเห็นปัญหาก่อนหน้านั้น แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นข้อเท็จจริงที่แน่นอน โครงสร้างคือ might + have + past participle ในที่นี้ noticed เป็น past participle ของ notice และ have ยังคงเป็นรูปพื้นฐานหลัง modal

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเต็มโดยใช้ might และ miss เพื่อคาดเดาเหตุการณ์ในอดีต: Nina arrived late. She ____ the earlier bus.

ดูคำตอบ

might have missed

Small gaps between the cells.

2:27

มีช่องว่างเล็กๆ ระหว่างช่อง

"We can't even fit in there. น้ำเสียง/เจตนา

2:29

"เราเข้าไปในนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ

That's wasted space."

2:31

นั่นมันพื้นที่สูญเปล่า"

น้ำเสียง/เจตนา

can't even fit in there: even ชี้ว่าแม้แต่ความคาดหวังพื้นฐานก็ยังไม่เป็นจริง

ในที่นี้ fit in there หมายถึงมีขนาดตัวที่เข้าไปหรืออยู่ในพื้นที่จริงนั้นได้ ไม่ได้หมายถึงการเข้ากับกลุ่มในทางสังคม ใน can't even fit in there คำว่า even ทำให้การ “เข้าไปได้” เป็นความคาดหวังพื้นฐานมาก แล้วเน้นว่าแม้แต่ความคาดหวังนี้ก็ยังไม่เป็นจริง ผู้พูดฟังดูทั้งแปลกใจและหงุดหงิด เพราะพื้นที่นั้นใช้การไม่ได้ถึงขั้นที่พวกเขาเข้าไปไม่ได้เลย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fit ในความหมายเกี่ยวกับพื้นที่จริง และใช้ even เพื่อเน้นว่าแม้แต่ความคาดหวังพื้นฐานก็ยังไม่เป็นจริง?

  1. The suitcase can fit in the trunk with room to spare.
  2. Leo is new and cannot yet fit in with his teammates.
  3. The suitcase is so large that it can't even fit in the trunk.
ดูคำตอบ

The suitcase is so large that it can't even fit in the trunk.

They might have thought.

2:32

พวกมันอาจจะคิดเช่นนั้น

So,

2:33

ดังนั้น

ignoring the geometry lesson and taking matters into their own hands, สำนวน

2:34

พวกมันจึงเพิกเฉยต่อบทเรียนเรขาคณิตและจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

สำนวน

taking matters into their own hands: ลงมือเองโดยไม่รอคนอื่น

take matters into one's own hands เป็นสำนวนที่หมายถึงเลิกรอให้คนอื่นจัดการปัญหา แล้วลงมือเองเพื่อควบคุมหรือแก้สถานการณ์ คำว่า hands ไม่ได้หมายถึง “มือ” ตามตัวอักษร ในประโยคนี้ taking เชื่อมขนานกับ ignoring และ their สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องเปลี่ยนตามประธาน: I take matters into my own hands; she takes matters into her own hands.

แบบฝึกหัด

ใช้ take matters into one's own hands และเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับ Maya: After three unanswered requests, Maya decided to ____ and arrange the repair herself.

ดูคำตอบ

take matters into her own hands

the bees went back to the drawing board สำนวน

2:38

เหล่าผึ้งกลับไปที่กระดานวาดเขียน

to rethink their beehive design.

2:39

เพื่อคิดทบทวนการออกแบบรังผึ้งของพวกมันใหม่

สำนวน

went back to the drawing board: คิดแผนที่ล้มเหลวใหม่ตั้งแต่ต้น

Go back to the drawing board เป็นสำนวนที่หมายถึงการละทิ้งหรือทบทวนแผนที่ล้มเหลวใหม่อย่างจริงจัง แล้วเริ่มวางแผนอีกครั้ง ใน went back to the drawing board คำว่า went แสดงรูปอดีต สำนวนนี้ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรและไม่จำเป็นต้องมีกระดานวาดภาพจริง ๆ ในประโยคนี้หมายถึงเหล่าผึ้งต้องเริ่มคิดแบบรังผึ้งใหม่ตั้งแต่ต้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวน go back to the drawing board: Our first science-fair plan did not work, so we ____.

ดูคำตอบ

went back to the drawing board

One suggested triangles.

2:42

ตัวหนึ่งเสนอรูปสามเหลี่ยม

"We can use triangles.

2:43

"เราใช้รูปสามเหลี่ยมได้

Look,

2:45

ดูสิ

they fit together perfectly."

2:45

มันประกอบเข้ากันได้พอดีเป๊ะ"

Another bee suggested squares.

2:47

ผึ้งอีกตัวเสนอรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส

Finally,

2:49

ในที่สุด

a third bee piped up and said, กริยาวลี

2:50

ผึ้งตัวที่สามก็โพล่งขึ้นมาและพูดว่า

กริยาวลี

piped up: จู่ ๆ ก็พูดร่วมในการสนทนา

ในประโยคนี้ pipe up หมายถึงจู่ ๆ ก็เริ่มพูดหลังจากเงียบอยู่ หรือร่วมพูดในการสนทนากลุ่ม Piped up เป็นรูปอดีต สำนวนนี้เน้นจังหวะที่ใครบางคนเริ่มพูด ในบางบริบทอาจสื่อว่าพูดแทรก แต่ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าผู้พูดเสียมารยาท ที่นี่ผึ้งตัวที่สามร่วมออกความเห็น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ pipe up: After staying quiet through most of the meeting, Omar finally ____ with an idea.

ดูคำตอบ

piped up

"Pentagons don't seem to work, ไวยากรณ์

2:52

"รูปห้าเหลี่ยมดูเหมือนจะไม่ได้ผล

but hexagons do.

2:53

แต่รูปหกเหลี่ยมได้ผล

ไวยากรณ์

don't seem to work, but hexagons do: do ที่ใช้แทนวลีกริยา

do ที่ท้ายประโยคใช้แทนวลีกริยา seem to work ดังนั้น but hexagons do จึงหมายถึง but hexagons seem to work วิธีนี้ช่วยเลี่ยงการพูดคำเดิมซ้ำ อนุประโยคแรกเป็นปฏิเสธ ส่วนอนุประโยคที่สองเป็นบอกเล่า และ but ช่วยเน้นความตรงข้าม รูปที่ใช้แทนต้องเปลี่ยนตามประธานและกาล เช่น hexagons do, one hexagon does และถ้าเป็นอดีตใช้ did

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ do/does ได้ถูกต้องเพื่อเลี่ยงการพูด work well ซ้ำ?

  1. These headphones don't work well, but the larger pair is.
  2. These headphones don't work well, but the larger pair has.
  3. These headphones don't work well, but the larger pair does.
ดูคำตอบ

These headphones don't work well, but the larger pair does.

We want the one that will use the least amount of wax ไวยากรณ์

2:55

เราต้องการแบบที่จะใช้ขี้ผึ้งน้อยที่สุด

and be able to store the most amount of honey."

2:58

และสามารถเก็บน้ำผึ้งได้ปริมาณมากที่สุด"

ไวยากรณ์

will use ... and be able to: วลีกริยาสองส่วนที่ใช้ will ร่วมกัน

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลลัพธ์สองอย่างที่คาดหวังจากตัวเลือกนั้น will ใช้ครอบคลุมวลีกริยาสองส่วนที่เชื่อมกัน คือ use the least amount of wax และ be able to store the most amount of honey เนื่องจากวลีกริยาทั้งสองใช้ will ร่วมกัน จึงไม่ต้องพูด will ซ้ำหน้า be able to โครงสร้างคือ will use ... and be able to store ... โดย use และ be ยังคงเป็นรูปพื้นฐานหลัง will โครงสร้างนี้ช่วยเชื่อมสิ่งสองอย่างที่คาดว่าการออกแบบหรือแผนหนึ่งจะทำได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย be able to เพื่อให้ will ใช้ครอบคลุมทั้งสองส่วนที่เชื่อมกัน: The new scanner will save time and ____ detect small defects.

ดูคำตอบ

be able to

"Yes,

3:00

"ใช่

I think that's the hexagon."

3:00

ฉันคิดว่ามันคือรูปหกเหลี่ยม"

"Why?"

3:03

"ทำไมล่ะ?"

"It looks more like the circle than the others. ไวยากรณ์

3:04

"มันดูเหมือนวงกลมมากกว่าแบบอื่นๆ

ไวยากรณ์

more like the circle than the others: การเปรียบเทียบระดับความคล้าย

โครงสร้าง more like A than B บอกว่าสิ่งหนึ่งคล้าย A มากกว่าที่คล้าย B ในที่นี้ like หมายถึง “คล้าย” และ the others หมายถึงตัวเลือกรูปทรงอื่น ๆ ดังนั้นสิ่งนั้นจึงดูคล้ายวงกลมมากกว่ารูปทรงอื่นเหล่านั้น การเปรียบเทียบนี้ใช้กับรูปร่าง สไตล์ พฤติกรรม เสียง หรือความรู้สึกโดยรวมได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะลักษณะที่วัดได้อย่างขนาด

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “คล้ายปราสาทมากกว่า” ให้สมบูรณ์: The old library looks ____ a castle than a school.

ดูคำตอบ

more like

But how do we know for sure?" น้ำเสียง/เจตนา

3:06

แต่เราจะรู้ให้แน่ชัดได้อย่างไรล่ะ?"

น้ำเสียง/เจตนา

How do we know for sure?: การขอหลักฐานและความแน่นอน

How do we know for sure? ใช้ถามว่ามีหลักฐานที่เชื่อถือได้หรือวิธีตรวจสอบใดที่ทำให้เรามั่นใจว่าข้อกล่าวอ้างนั้นเป็นจริง for sure หมายถึง “อย่างแน่นอน” ไม่ใช่แค่ “น่าจะเป็นเช่นนั้น” แทนที่จะบอกตรง ๆ ว่าข้อกล่าวอ้างนั้นผิด คำถามนี้จะพาการสนทนาไปสู่การตรวจสอบว่า มีข้อเท็จจริง การทดสอบ หรือการคำนวณใดที่ยืนยันได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “อย่างแน่นอน” ให้คำถามสมบูรณ์: Maya thinks the key is in the drawer, but how do we know ____?

ดูคำตอบ

for sure

To find out, ลำดับความ

3:08

เพื่อค้นหาคำตอบ

ลำดับความ

To find out: จากคำถามสู่การตรวจสอบ

To find out เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ เมื่ออยู่ต้นประโยค จะบอกว่าทำไมจึงทำการกระทำถัดไป นั่นคือเพื่อให้ได้คำตอบหรือค้นพบข้อมูลที่ยังไม่รู้ หากคำถามก่อนหน้าทำให้ชัดเจนแล้วว่าต้องการรู้อะไร ก็ไม่จำเป็นต้องกล่าวสิ่งนั้นซ้ำ ในที่นี้ วลีนี้เชื่อมคำถามก่อนหน้าเข้ากับการทดลอง การคำนวณ หรือการสืบค้นที่จะใช้ตรวจสอบคำตอบ เครื่องหมายจุลภาคบอกว่าประโยคหลักซึ่งกล่าวถึงการกระทำนั้นกำลังจะตามมา find out หมายถึง “ตรวจสอบจนรู้” ไม่ใช่แค่หาเจอว่าวัตถุอยู่ที่ไหน

แบบฝึกหัด

หลังจากถามว่า “Which design is strongest?” ประโยคใดเปลี่ยนเข้าสู่การตรวจสอบคำตอบได้เหมาะสมที่สุด

  1. To find out, the team tested all three designs.
  2. Already knowing the answer, the team skipped every test.
  3. To clean up, the team put the designs on a shelf.
ดูคำตอบ

To find out, the team tested all three designs.

the industrious insect architects สำนวน

3:09

สถาปนิกแมลงผู้ขยันขันแข็ง

สำนวน

the industrious insect architects: เปรียบผึ้งเป็นผู้สร้างที่ขยัน

วลีนี้เป็นชื่อเรียกเชิงเปรียบเทียบของผึ้ง industrious หมายถึง “ขยันขันแข็ง” ส่วน insect architects เปรียบผึ้งที่สร้างรังกับคนที่ออกแบบอาคาร คำว่า architect ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอาชีพจริง ๆ อุปมาที่ใช้อาชีพของมนุษย์นี้ทำให้หัวข้อทางวิทยาศาสตร์กลายเป็นตัวละครที่มีชีวิตชีวา และเน้นว่ารังผึ้งดูมีโครงสร้างที่ประณีตเพียงใด โดยทั่วไป ผู้เขียนสามารถใช้ชื่อตำแหน่งงานของมนุษย์เรียกสัตว์เพื่อเน้นความสามารถที่คล้ายกันได้

แบบฝึกหัด

วลี the industrious insect architects ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. วลีนี้เปรียบผึ้งเป็นผู้สร้างที่ขยันและมีฝีมือ
  2. นี่คือชื่อชนิดทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการของแมลงเหล่านี้
  3. วลีนี้บอกว่าผึ้งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพของมนุษย์ที่มีใบอนุญาต
ดูคำตอบ

วลีนี้เปรียบผึ้งเป็นผู้สร้างที่ขยันและมีฝีมือ

calculated the areas of the triangle, ลำดับความ

3:11

ได้คำนวณพื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม

the square,

3:13

รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส

and the hexagon,

3:13

และรูปหกเหลี่ยม

and found that the hexagon was, in fact,

3:14

และพบว่ารูปหกเหลี่ยมนั้น อันที่จริงแล้ว

the shape that gave them the most storage space.

3:17

เป็นรูปร่างที่ให้พื้นที่จัดเก็บแก่พวกมันมากที่สุด

ลำดับความ

calculated ... and found that: จากวิธีการสู่ข้อสรุป

ลำดับ calculated ... and found that ใช้จัดขั้นตอนการให้เหตุผลสองขั้น calculated ระบุวิธีการและสิ่งที่วัด ส่วน found that ใช้นำเข้าสู่ข้อสรุปด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ คำกริยาทั้งสองอยู่ในรูปอดีต คำเชื่อม and แสดงว่าข้อสรุปเป็นผลจากการคำนวณ โครงสร้างนี้ใช้ในการอธิบายคณิตศาสตร์ การทดลอง หรือการวิเคราะห์ข้อมูลได้: calculate something and find that + ประธาน + กริยา

แบบฝึกหัด

เติมลำดับจากวิธีการไปสู่ข้อสรุปด้วยรูปอดีตของ calculate และ find: We ____ the average travel time and ____ that the train was faster.

ดูคำตอบ

calculated · found

They agreed on an ideal size and returned to work. วลี

3:20

พวกมันตกลงในขนาดที่เหมาะสมและกลับไปทำงาน

วลี

agreed on an ideal size: ร่วมกันเลือกผลลัพธ์

agree on something หมายถึงคนตั้งแต่สองคนขึ้นไปพิจารณาเรื่องหนึ่งและตัดสินใจตรงกัน ในประโยคนี้ an ideal size คือผลลัพธ์ที่พวกเขาเลือกร่วมกัน ใช้โครงสร้าง people agree on + หัวข้อหรือผลลัพธ์ที่เลือก เช่น วันที่ ราคา แผน หรือขนาด on ระบุว่าตกลงกันเรื่องอะไร ไม่ได้ระบุบุคคลหรือความคิดเห็นที่ใครสักคนเห็นด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าทีมร่วมกันเลือกขนาดสุดท้าย?

  1. After comparing the designs, the team agreed to use the lead designer's size.
  2. After comparing the designs, the team agreed on a final size.
  3. After comparing the designs, the team agreed with the lead designer.
ดูคำตอบ

After comparing the designs, the team agreed on a final size.

The space-efficient comb that is a bee's trademark today การใช้คำ

3:23

รวงผึ้งที่ประหยัดพื้นที่ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของผึ้งในปัจจุบัน

is probably the result of this trial and error, วลี

3:26

อาจเป็นผลมาจากการลองผิดลองถูกนี้

but over long periods of evolutionary history. การใช้คำ

3:28

แต่เกิดในช่วงเวลาอันยาวนานของประวัติศาสตร์วิวัฒนาการ

การใช้คำ

a bee's trademark today: ลักษณะเด่นที่จดจำได้

ในที่นี้ trademark ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ a bee's trademark today หมายถึงลักษณะที่ปัจจุบันเชื่อมโยงกับผึ้งอย่างชัดเจน ไม่ได้หมายถึงเครื่องหมายทางการค้าที่ผึ้งเป็นเจ้าของตามกฎหมาย คำนามหลักคือ comb โดย space-efficient ใช้บรรยายรวงผึ้ง และอนุประโยคสัมพันธ์ that is a bee's trademark today เพิ่มข้อมูลว่าโครงสร้างแบบนี้เป็นลักษณะเด่นของผึ้ง รูปแบบเดียวกันนี้ใช้เรียกนิสัย รูปลักษณ์ เสียง หรือสไตล์ที่จดจำได้ว่าเป็น someone's or something's trademark ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ trademark ในความหมายว่า “ลักษณะที่จดจำได้” แทนที่จะหมายถึงเครื่องหมายที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย?

  1. Her quick sketches have become her trademark.
  2. The company registered its new logo as a trademark.
  3. The lawyer checked whether the trademark was protected.
ดูคำตอบ

Her quick sketches have become her trademark.

วลี

the result of this trial and error: ผลลัพธ์จากการลองซ้ำ

the result of this trial and error หมายความว่าโครงสร้างรวงผึ้งพัฒนาขึ้นจากการลองซ้ำ ผลลัพธ์ที่ไม่สำเร็จ และการปรับแก้ รูปแบบ the result of X ระบุว่า X เป็นกระบวนการหรือสาเหตุที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น trial and error เป็นสำนวนตายตัว ในที่นี้ trial หมายถึง “การลอง” ไม่ใช่การพิจารณาคดี สำนวนนี้อธิบายการเรียนรู้หรือแก้ปัญหาโดยลองหลายวิธี สังเกตว่าวิธีใดไม่ได้ผล แล้วเปลี่ยนการลองครั้งถัดไป ในบริบทของวิวัฒนาการ trial and error เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าผึ้งแต่ละตัววางแผนและออกแบบรวงผึ้งใหม่อย่างมีสติ

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายเพื่อแสดงว่าการลองซ้ำทำให้เกิดผลลัพธ์: The final design was the ____.

ดูคำตอบ

result of trial and error

การใช้คำ

over long periods of evolutionary history: ตลอดช่วงเวลาอันยาวนานของวิวัฒนาการ

วลี over long periods of evolutionary history วางการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาการไว้ในช่วงเวลาอันยาวนานมากของวิวัฒนาการ ในที่นี้ over หมายถึง “ระหว่างและตลอดช่วงเวลา” ไม่ใช่ “อยู่เหนือ” วลีนี้สื่อถึงกระบวนการที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น ไม่ใช่เหตุการณ์สั้น ๆ เพียงครั้งเดียว คำว่า but ที่ขึ้นต้นเชื่อมกรอบเวลานี้กับแนวคิดก่อนหน้าที่แตกต่างกัน โดยชี้ว่าสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ต้องเข้าใจในระดับเวลาของวิวัฒนาการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดวางพัฒนาการไว้ในระดับเวลาวิวัฒนาการอันยาวนาน?

  1. These traits stayed exactly the same for millions of years.
  2. These traits developed during one brief experiment yesterday.
  3. These traits developed over long periods of evolutionary history.
ดูคำตอบ

These traits developed over long periods of evolutionary history.

However,

3:31

อย่างไรก็ตาม

it paid off. กริยาวลี

3:32

มันก็คุ้มค่า

กริยาวลี

it paid off: ความพยายามให้ผลลัพธ์ที่ดี

ใน it paid off คำว่า pay off เป็นกริยาวลีที่ไม่รับกรรม หมายถึง “ให้ผลลัพธ์ที่ดีหลังจากใช้ความพยายาม เวลา หรือยอมรับความเสี่ยง” สรรพนาม it ย้อนกลับไปหมายถึงการกระทำ แผน หรือกระบวนการที่กล่าวไว้แล้ว However แสดงความขัดแย้งว่า กระบวนการก่อนหน้านี้อาจยาก ช้า หรือมีผลลัพธ์ไม่แน่นอน แต่ผลสุดท้ายทำให้เห็นว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุนไป ในที่นี้ pay ไม่ได้หมายถึง “ชำระเงินคืน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ pay off เพื่อแสดงว่าความพยายามให้ผลลัพธ์ที่ดี: Months of careful practice finally ____.

ดูคำตอบ

paid off

Peek into any hive, ลำดับความ

3:33

ลองแอบดูในรังใดๆ ก็ตาม

with your protective goggles and netting on, น้ำเสียง/เจตนา

3:34

โดยสวมแว่นตาป้องกันและตาข่ายของคุณ

of course,

3:36

แน่นอนล่ะ

ลำดับความ

Peek into any hive: ใช้ประโยคคำสั่งเพื่อนำความสนใจ

Peek into any hive เป็นประโยคคำสั่งที่ขึ้นต้นด้วยกริยารูปพื้นฐาน peek และละประธาน you ไว้ ในที่นี้เป็นการชวนให้ดูอย่างเป็นมิตร ไม่ใช่คำสั่งที่เข้มงวด คำสั่งนี้ดึงความสนใจจากคำอธิบายไปสู่สิ่งที่สังเกตได้จริง peek into หมายถึง “มองเข้าไปข้างในชั่วครู่” และ any hive หมายถึงรังผึ้งทั่วไปเพียงรังเดียวก็เพียงพอให้เห็นประเด็น

แบบฝึกหัด

ในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ คำสั่ง “Peek into any hive” มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ออกคำสั่งอย่างเข้มงวดให้ตรวจดูรังผึ้งทุกแห่ง
  2. นำความสนใจของผู้ฟังไปยังตัวอย่างที่สังเกตได้
  3. บอกว่าไม่จำเป็นต้องมองเข้าไปในรังผึ้ง
ดูคำตอบ

นำความสนใจของผู้ฟังไปยังตัวอย่างที่สังเกตได้

น้ำเสียง/เจตนา

with your protective goggles and netting on, of course: เงื่อนไขความปลอดภัยที่คาดไว้อยู่แล้ว

With your protective goggles and netting on ใช้โครงสร้าง with + นามวลี + on เพื่อบอกสภาพที่เกิดร่วมกับการกระทำหลัก นั่นคือขณะมอง ผู้พูดกำลังสวมอุปกรณ์ป้องกันอยู่แล้ว Of course เป็นข้อความแทรกที่นำเสนอการป้องกันว่าเป็นข้อควรระวังที่คาดไว้และเห็นได้ชัด จึงทำให้คำเตือนฟังดูเบาและเป็นกันเอง แต่ไม่ได้เป็นใจความหลักของประโยค

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้านความปลอดภัยด้วยวลีที่หมายถึง “ขณะสวมหมวกนิรภัย”: You can ride the bike, ____, of course.

ดูคำตอบ

with your helmet on

and you'll see the end result,

3:37

แล้วคุณจะได้เห็นผลลัพธ์ในท้ายที่สุด

a beautiful compact honeycomb

3:38

รวงผึ้งขนาดกะทัดรัดที่สวยงาม

that any architect would have been proud to design. ไวยากรณ์

3:41

ที่สถาปนิกคนใดก็ตามจะต้องภูมิใจที่ได้ออกแบบมัน

ไวยากรณ์

that any architect would have been proud to design: การชื่นชมผ่านสถานการณ์สมมติ

อนุประโยคขยายคำนาม that any architect would have been proud to design ใช้ขยาย honeycomb ภายในอนุประโยค that แทนรวงผึ้งและเป็นกรรมของ design would have been proud to design เป็นการจินตนาการถึงสถานการณ์สมมติที่เสร็จสิ้นแล้ว กล่าวคือ หากสถาปนิกคนหนึ่งได้ออกแบบผลงานนี้ เขาคงรู้สึกภูมิใจ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ would have been + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงสถาปนิกที่มีตัวตนจริง แต่ใช้เพื่อชื่นชมคุณภาพการออกแบบของรวงผึ้งอย่างมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดชื่นชมสะพานที่สร้างเสร็จแล้ว โดยจินตนาการว่าผู้ออกแบบจะรู้สึกอย่างไร

  1. The engineer was proud to design the bridge.
  2. Any engineer would be proud to design a bridge like this someday.
  3. The bridge was so elegant that any engineer would have been proud to design it.
ดูคำตอบ

The bridge was so elegant that any engineer would have been proud to design it.