ความสนุกความเร็วสูงและแมลงวันที่ตอบสนองต่อคลื่นกระแทก | Smarter Every Day 55: บทเรียนภาษาอังกฤษ

SmarterEveryDay

ความยากในการเรียน
525 คำ 220 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: โครงการถ่ายภาพเร็วกับขนมกลายเป็นการวิเคราะห์ว่าแมลงวันปรับทิศทางอย่างไร เมื่อคลื่นแรงระเบิดเคลื่อนผ่านปีกของมัน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. what the common theme was was destroying snack foods — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: was สองคำอยู่คนละอนุประโยคและทำหน้าที่ต่างกัน ฝึกสร้างประโยคเน้นข้อมูลที่ใช้อนุประโยค what เป็นประธาน 2. get our hands on — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ: หมายถึงหาได้หรือเข้าถึงได้ ไม่ใช่เอามือแตะ ใช้พูดถึงวัสดุหรือทรัพยากรที่มีให้ใช้ 3. center of gravity และ center of pressure — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: แยกจุดสมดุลของมวลจากจุดที่แรงอากาศพลศาสตร์กระทำ เพื่อเข้าใจการปรับแนวตัวและกลับมาควบคุมการบินของแมลงวัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey, it's me, Destin.

0:00

เฮ้ ฉันเอง Destin

Welcome back to Smarter Every Day.

0:01

ยินดีต้อนรับกลับสู่ Smarter Every Day

So, I'm in the middle of the California desert วลี

0:02

ตอนนี้ ฉันอยู่กลางทะเลทรายแคลิฟอร์เนีย

วลี

in the middle of: ท่ามกลางทะเลทรายแคลิฟอร์เนีย

in the middle of ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ภายในพื้นที่กว้าง ๆ และมักให้ความรู้สึกว่าถูกพื้นที่นั้นล้อมรอบอยู่ ในประโยคนี้ ผู้พูดอยู่ในทะเลทรายแคลิฟอร์เนียอันกว้างใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าอยู่ตรงจุดศูนย์กลางทางเรขาคณิตของทะเลทรายอย่างแม่นยำ วลีเดียวกันนี้ยังใช้บอกช่วงกลางของช่วงเวลาหรือกิจกรรมได้ด้วย เช่น in the middle of a meeting ให้ดูคำนามที่ตามหลัง of เพื่อ判断ว่าหมายถึงสถานที่ ช่วงเวลา หรือสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายลงในประโยคให้สมบูรณ์: The hikers were ____ the forest when night fell.

ดูคำตอบ

in the middle of

and the sun is setting and it's beautiful.

0:04

และพระอาทิตย์กำลังตกและมันสวยงามมาก

So, I'll just let you see that

0:06

ดังนั้น ฉันจะปล่อยให้คุณชมวิวนี้ไป

while I set this video up for you. กริยาวลี

0:08

ในระหว่างที่ฉันเตรียมวิดีโอนี้ให้คุณ

กริยาวลี

set this video up: เตรียมวิดีโอนี้ให้ผู้ชม

set this video up เป็น phrasal verb ที่แยกส่วนได้ โดยวางกรรมไว้ระหว่าง set กับ up ได้ เช่น set the presentation up ในประโยคนี้หมายถึงเตรียมวิดีโอสำหรับผู้ชม โดยให้บทนำหรือข้อมูลพื้นฐาน เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจสิ่งที่จะตามมา for you บอกว่าการเตรียมนี้ทำเพื่อผู้ชม set up ยังหมายถึงจัดอุปกรณ์ จัดงาน หรือตั้งค่าระบบได้ด้วย แต่บริบทนี้หมายถึงการปูพื้นให้ผู้ชม ไม่ใช่การอัปโหลดวิดีโอหรือแค่เริ่มเปิดวิดีโอ

แบบฝึกหัด

เติม phrasal verb เป้าหมายให้ประโยคสมบูรณ์ โดยเติมหนึ่งคำในแต่ละช่อง: I'll ____ the presentation ____ before the guests arrive.

ดูคำตอบ

set · up

So, um a guy named Jeff,

0:10

เอาล่ะ มีชายคนหนึ่งชื่อ Jeff

he's Taofledermaus on YouTube,

0:12

เขาคือ Taofledermaus บน YouTube

which is German for bat, วลี

0:14

ซึ่งเป็นภาษาเยอรมันแปลว่าค้างคาว

วลี

โครงสร้าง “X is German for Y”

“X is German for Y” หมายความว่า X เป็นคำหรือสำนวนภาษาเยอรมันที่มีความหมายในภาษาอังกฤษว่า Y ในประโยคนี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึงชื่อที่กล่าวไว้ และ bat บอกความหมายภาษาอังกฤษของชื่อนั้น โครงสร้าง “X is [language] for Y” ใช้กับชื่อภาษาอื่นได้เช่นกัน ในที่นี้ for เชื่อมคำหรือสำนวนเข้ากับคำแปล ไม่ได้บอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่บอกว่าคำหนึ่งมีความหมายว่าอะไรในภาษาเยอรมัน: Danke ____ thank you.

ดูคำตอบ

is German for

which is flying mammal.

0:15

ซึ่งก็คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่บินได้

Anyway, he asked me if I would participate โน้ต

0:17

อย่างไรก็ตาม เขาถามฉันว่าฉันอยากจะเข้าร่วมไหม

ไวยากรณ์

asked me if I would participate: การถ่ายทอดคำถามแบบตอบ yes/no

รูปแบบ ask someone if + clause ใช้ถ่ายทอดคำถามที่ตอบ yes หรือ no ในที่นี้หมายถึงเขาถามว่าฉันเต็มใจเข้าร่วมหรือไม่ if ในรูปแบบนี้มีความหมายเหมือน whether และไม่ได้ใช้บอกเงื่อนไข เนื่องจาก asked ทำให้การรายงานอยู่ในมุมมองของอดีต would จึงแสดงการเข้าร่วมที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมองจากเวลานั้น และยังสื่อถึงความเต็มใจได้ด้วย คำถามทางอ้อมใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ I would participate ไม่ใช่ would I participate

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถ่ายทอดคำถามแบบตอบ yes/no เกี่ยวกับความเต็มใจของ Leo ที่จะเข้าร่วมได้ถูกต้อง

  1. Maya asked Leo if would he participate.
  2. Maya asked Leo to if he would participate.
  3. Maya asked Leo if he would participate.
ดูคำตอบ

Maya asked Leo if he would participate.

in an international high-speed video collaboration

0:19

ในการร่วมทำวิดีโอความเร็วสูงระดับนานาชาติ

วลี

Participate in + กิจกรรม

Participate in หมายถึงเข้าร่วมกิจกรรม โครงการ งานวิจัย หรือความร่วมมือ ในประโยคนี้ ผู้พูดได้รับคำขอให้เข้าร่วมและมีส่วนช่วยในความร่วมมือด้านวิดีโอระดับนานาชาติ ใช้โครงสร้าง participate in + กิจกรรม ในความหมายนี้ participate ไม่สามารถรับกิจกรรมเป็นกรรมโดยตรงได้ เพราะบุพบท in เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: Maya wants to ____ the science fair.

ดูคำตอบ

participate in

in an effort to promote a lot of smaller channels วลี

0:21

ด้วยความพยายามที่จะโปรโมตช่องเล็กๆ หลายๆ ช่อง

that study things with high-speed video cameras,

0:24

ที่ศึกษาเรื่องต่างๆ ด้วยกล้องวิดีโอความเร็วสูง

วลี

In an effort to + กริยารูปพื้นฐาน

In an effort to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอการกระทำว่าเป็นความพยายามเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ในที่นี้ การประชาสัมพันธ์ช่องขนาดเล็กคือเป้าหมายของความร่วมมือ สำนวนนี้เน้นความพยายามที่มีจุดประสงค์ ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์จะสำเร็จแน่นอน และเน้นความหมายว่าเป็นการพยายามชัดเจนกว่าการใช้ to-infinitive เพื่อบอกจุดประสงค์แบบทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนบอกจุดประสงค์แบบเป็นทางการจากบทเรียน: The museum added evening hours ____ attract more visitors.

ดูคำตอบ

in an effort to

which I love.

0:27

ซึ่งฉันชอบมาก

So, of course, I'm gonna do that.

0:27

แน่นอน ฉันตอบตกลงที่จะทำ

So, what the common theme was was destroying snack foods ไวยากรณ์

0:30

ธีมร่วมของพวกเราก็คือการทำลายขนมขบเคี้ยว

ไวยากรณ์

what the common theme was was ...: หน้าที่ทางไวยากรณ์สองชั้นของ was

ในประโยคนี้ what the common theme was ทั้งส่วนทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ภายในอนุประโยคประธานนี้ was ตัวแรกเชื่อม the common theme เข้ากับสิ่งที่ธีมนั้นเป็นจริง ๆ was ตัวที่สองเป็นกริยาเชื่อมของประโยคหลัก ส่วนเติมเต็ม destroying snack foods บอกว่าธีมนั้นคืออะไร โครงสร้างคือ What X was + was + Y ดังนั้น was was ที่อยู่ติดกันจึงอยู่คนละชั้นทางไวยากรณ์ ไม่ใช่การพูดซ้ำโดยไม่ตั้งใจ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสองชั้นแบบเดียวกันให้สมบูรณ์: What the hardest part was ____ staying calm under pressure.

ดูคำตอบ

was

because we could all get our hands on snack foods สำนวน

0:33

เพราะว่าพวกเราทุกคนสามารถหาขนมมาได้ง่ายๆ

สำนวน

get our hands on: พยายามจนได้บางสิ่งมา

Get our hands on หมายถึงพยายามจนได้บางสิ่งมาหรือสามารถเข้าถึงสิ่งนั้นได้ ในประโยคนี้หมายความว่าทุกคนสามารถหาขนมขบเคี้ยวมาได้ ไม่ได้หมายถึงการเอามือไปวางบนสิ่งนั้นตามตัวอักษร คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น get my, your, our หรือ their hands on และสิ่งที่ได้มาจะอยู่หลัง on วลีนี้มักสื่อว่าสิ่งนั้นเป็นที่ต้องการ มีประโยชน์ หายาก หรือต้องใช้ความพยายามในการหา แต่ could ในประโยคนี้แสดงว่าทุกคนสามารถหาได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายด้วยคำแสดงความเป็นเจ้าของที่ตรงกับ you: If you can ____ a copy of the report, please send it to me.

ดูคำตอบ

get your hands on

and we all like to destroy things.

0:35

และเราทุกคนต่างก็ชอบทำลายสิ่งของ

So, it was an easy one.

0:36

ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องง่าย

My thought going in was, กริยาวลี

0:38

ความคิดของฉันตอนที่เข้าร่วมคือ

oh, great.

0:39

โอ้ เยี่ยมเลย

กริยาวลี

going in กับความคาดหวังในตอนเริ่มต้น

ตรงนี้ going in หมายถึงตอนเริ่มต้นหรือก่อนที่เหตุการณ์จะดำเนินไป และพูดถึงความคาดหวังหรือท่าทีในตอนแรก ไม่ได้หมายถึงการเดินเข้าไปในสถานที่ ผู้พูดกำลังย้อนนึกถึงความคิดในตอนแรก ก่อนการถ่ายทำจะเริ่มขึ้นจริง เขาคิดว่าทุกอย่างคงง่ายและสนุก สำนวนนี้มักใช้บอกมุมมองตั้งต้น แล้วนำไปสู่ความแตกต่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ Going in, I thought the interview would last ten minutes going in บอกอะไร

  1. บอกว่าฉันเข้าไปในห้องสัมภาษณ์
  2. บอกถึงการเปลี่ยนแผนที่เกิดขึ้นภายหลัง
  3. บอกว่าฉันออกจากการสัมภาษณ์ก่อนเวลา
  4. บอกความคาดหวังในตอนแรกของฉัน
ดูคำตอบ

บอกความคาดหวังในตอนแรกของฉัน

I can just have fun with high-speed video

0:40

ฉันแค่สนุกไปกับวิดีโอความเร็วสูง

and I don't have to worry about ไวยากรณ์

0:41

และฉันก็ไม่ต้องมากังวลเกี่ยวกับ

trying to educate or learn something.

0:42

การที่ต้องพยายามให้ความรู้หรือเรียนรู้อะไร

ไวยากรณ์

don't have to เพื่อบอกว่าไม่มีข้อบังคับ

Don't have to หมายความว่าการกระทำนั้นไม่จำเป็นหรือไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำ บุคคลนั้นยังทำได้ เพียงแต่สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการห้ามทำ ในประโยคนี้ ผู้พูดคิดว่าตนเองไม่ต้องรับผิดชอบในการสอนผู้อื่นหรือเรียนรู้บางอย่าง โครงสร้างนี้พูดถึงภาระหน้าที่ ไม่ใช่การที่ทำไม่ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ You don't have to bring a printed ticket; the code on your phone is enough don't have to หมายความว่าอย่างไร

  1. การกระทำนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำ
  2. การกระทำนั้นถูกห้าม
  3. การกระทำนั้นเป็นทางเลือก
  4. การกระทำนั้นเป็นไปไม่ได้
ดูคำตอบ

การกระทำนั้นเป็นทางเลือก

But, I was wrong

0:44

แต่ฉันคิดผิด

because I learned something.

0:45

เพราะว่าฉันได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง

So, here's what I'm gonna do.

0:47

ดังนั้น สิ่งที่ฉันจะทำคือ

I'm gonna show you the video that me and Trevor, my neighbor, made ไวยากรณ์

0:48

ฉันจะให้คุณดูวิดีโอที่ฉันและ Trevor เพื่อนบ้านของฉันทำขึ้น

ไวยากรณ์

me and Trevor ในฐานะประธานร่วมแบบไม่เป็นทางการ

ในอนุประโยคขยายคำนาม "that me and Trevor, my neighbor, made" กลุ่ม me and Trevor เป็นประธานร่วมของ made โดยบอกว่าใครเป็นคนทำวิดีโอ ส่วน me ในที่นี้ไม่ใช่กรรม ในภาษาพูดแบบสบาย ๆ ผู้พูดมักใช้ me ในประธานร่วมและอาจพูดถึงตัวเองก่อน ในภาษาอังกฤษเขียนแบบเป็นทางการ รูปมาตรฐานคือ "that Trevor and I made"

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปประธานมาตรฐานสำหรับภาษาอังกฤษเขียนแบบเป็นทางการ

  1. Trevor and I made the video.
  2. Trevor and me made the video.
  3. Me and Trevor made the video.
ดูคำตอบ

Trevor and I made the video.

just goofing off trying to destroy snack foods กริยาวลี

0:51

แค่ทำตัวไร้สาระพยายามทำลายขนม

กริยาวลี

goofing off: เล่นไปเรื่อยแทนที่จะทำงาน

Goof off เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงใช้เวลาเล่น ทำตัวตลก หรือหลีกเลี่ยงงานจริงจัง ใน goofing off รูป -ing แสดงกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ และ off เป็นส่วนหนึ่งของกริยา ในที่นี้ just ทำให้คำบรรยายฟังดูเบา ๆ พวกเขาเพียงเล่นซนเพื่อความสนุก ไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าทำเรื่องร้ายแรง

แบบฝึกหัด

ใช้ goof off ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We were ____ instead of cleaning the garage.

ดูคำตอบ

goofing off

and then all of a sudden, bam, ลำดับความ

0:53

แล้วจู่ๆ ปัง

I learned something.

0:55

ฉันก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง

ลำดับความ

all of a sudden: บอกจุดเปลี่ยนฉับพลันในเรื่องเล่า

all of a sudden ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและไม่คาดคิดในเรื่องเล่า ในประโยคนี้วลีดังกล่าวนำเข้าสู่ช่วงที่ประสบการณ์ของผู้พูดเปลี่ยนจากการเล่นไปสู่การค้นพบสิ่งที่ไม่คาดคิด ส่วน “bam” ที่ตามมาทำให้จังหวะเปลี่ยนดูฉับไวและมีภาพชัด วลีนี้เน้นว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน ไม่ได้หมายความเพียงว่าเกิดขึ้นเร็วเท่านั้น ใช้เพื่อบอกเหตุการณ์ใหม่ที่น่าประหลาดใจในเรื่องเล่าหรือบทสนทนาได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ all of a sudden เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด

  1. All of a sudden, the lights went out. (จู่ ๆ ไฟก็ดับ)
  2. The train will arrive soon. (รถไฟจะมาถึงเร็ว ๆ นี้)
  3. I finished the report right away. (ฉันทำรายงานเสร็จทันที)
ดูคำตอบ

All of a sudden, the lights went out. (จู่ ๆ ไฟก็ดับ)

So, I hope you learn it with me.

0:56

ดังนั้น ฉันหวังว่าคุณจะได้เรียนรู้ไปพร้อมกับฉัน

Uh well, I'll just let you watch. ไวยากรณ์

0:58

เอ่อ เอาล่ะ ฉันจะให้พวกคุณดูเลยละกัน

ไวยากรณ์

let you watch: โครงสร้าง let + บุคคล + คำกริยารูปพื้นฐาน

ใน “let you watch” หลัง let คือผู้ที่ได้รับอนุญาตหรือโอกาส ซึ่งก็คือ you แล้วตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน watch ผู้พูดกำลังส่งช่วงต่อไปให้ผู้ฟัง โดยแทนที่จะอธิบายเพิ่ม ผู้พูดจะให้ผู้ฟังดูด้วยตนเองโดยตรง หลัง let ไม่ใช้ to ให้พูดว่า “let you watch” ไม่ใช่ “let you to watch” ในที่นี้ let สื่อถึงการอนุญาตหรือการเปิดโอกาสให้ ไม่ใช่การบังคับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง let + บุคคล + คำกริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้องเพื่อให้อนุญาตแก่ใครบางคน

  1. Please let me borrow your charger.
  2. Please let me to borrow your charger.
  3. Please let me borrowing your charger.
ดูคำตอบ

Please let me borrow your charger.

Check this out. กริยาวลี

1:00

ดูนี่สิ

กริยาวลี

Check this out. สำหรับเรียกความสนใจแบบไม่เป็นทางการ

Check this out. เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกความสนใจของอีกฝ่าย และชวนให้ดู ชม หรือสังเกตสิ่งที่ผู้พูดคิดว่าน่าสนใจ เมื่อใช้เป็นสำนวนทั้งชุด check this out จะเกริ่นถึงสิ่งที่จะตามมาและให้น้ำเสียงเหมือนกำลังแนะนำหรือคาดหวังให้สนใจ ใช้ชี้ไปที่สิ่งของ คลิปวิดีโอ แนวคิด หรือข้อมูลก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำช่วยในสำนวนไม่เป็นทางการนี้ให้สมบูรณ์ เพื่อให้มีความหมายว่า “ดูหรือสังเกตสิ่งที่น่าสนใจนี้”: Check this ____.

ดูคำตอบ

out

If you grew up in the South,

1:01

ถ้าคุณโตมาในทางใต้

you know what a Zebco 33 is. วัฒนธรรม

1:02

คุณจะรู้ว่า Zebco 33 คืออะไร

วัฒนธรรม

a Zebco 33: รอกรุ่นที่ผู้คนในสหรัฐฯ คุ้นเคย

Zebco 33 เป็นรอกตกปลาแบบสปินแคสต์ชนิดมีฝาครอบปิดรุ่นหนึ่งที่เป็นที่รู้จัก ใช้งานง่าย และในสหรัฐฯ มักเชื่อมโยงกับประสบการณ์ตอนเริ่มหัดตกปลา ผู้พูดใช้ชื่อนี้เป็นสิ่งอ้างอิงทางวัฒนธรรมที่หลายคนซึ่งโตมากับการตกปลาในภาคใต้ของสหรัฐฯ คุ้นเคย จุดสำคัญคือความรู้สึกจำได้และความคิดถึง ไม่ได้หมายความว่าคนภาคใต้ทุกคนต้องรู้จัก 33 เป็นส่วนหนึ่งของชื่อรุ่น ไม่ใช่สำนวนเกี่ยวกับตัวเลข

แบบฝึกหัด

Zebco 33 ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. กล้องรุ่นหนึ่งที่ออกแบบมาสำหรับการถ่ายภาพความเร็วสูง
  2. สำนวนอเมริกันที่หมายถึงใครบางคนโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
  3. รอกตกปลาแบบสปินแคสต์ชนิดมีฝาครอบปิดรุ่นหนึ่งที่เป็นที่รู้จัก
ดูคำตอบ

รอกตกปลาแบบสปินแคสต์ชนิดมีฝาครอบปิดรุ่นหนึ่งที่เป็นที่รู้จัก

All right.

1:04

เอาล่ะ

So, donut,

1:04

งั้น โดนัท

high-speed camera,

1:07

กล้องความเร็วสูง

ooh, sprinkles,

1:10

โอ้ เกล็ดน้ำตาล

and a bow.

1:11

และคันธนู

I'll get it sitting perfectly. ไวยากรณ์

1:17

ฉันจะจัดวางมันให้สมบูรณ์แบบ

ไวยากรณ์

get it sitting perfectly: โครงสร้าง get + กรรม + -ing

ในโครงสร้าง get + กรรม + -ing คำว่า get หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเข้าสู่สภาพหนึ่ง” หรือ “ปรับให้เข้าสู่สภาพนั้น” ในที่นี้ get it sitting หมายถึงการปรับโดนัทจนวางอย่างมั่นคงในตำแหน่งที่ต้องการ sitting บอกสภาพการวางของสิ่งของหลังจากปรับแล้ว ไม่ได้หมายถึงการให้คนนั่ง ส่วน perfectly เสริมว่าตำแหน่งหรือแนววางนั้นถูกต้องพอดี

แบบฝึกหัด

คุณกำลังปรับกล้องก่อนถ่ายทำ ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณจะทำให้กล้องวางได้ระดับบนขาตั้งกล้อง

  1. I'll keep the camera sitting level on the tripod.
  2. I'll find the camera sitting level on the tripod.
  3. I'll get the camera sitting level on the tripod.
ดูคำตอบ

I'll get the camera sitting level on the tripod.

By the way, we also have another camera here ลำดับความ

1:30

อีกอย่าง เรามีกล้องอีกตัวตรงนี้ด้วย

on the bow.

1:32

บนคันธนู

ลำดับความ

By the way: การแทรกข้อมูลเสริมสั้น ๆ

By the way เป็นคำเชื่อมในบทสนทนาที่พาออกจากประเด็นหลักชั่วครู่เพื่อเสริมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวทำให้ข้อมูลเรื่องกล้องอีกตัวเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักของผู้พูด เมื่ออยู่ต้นประโยค มักเป็นวลีเกริ่นแยกต่างหากและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค เป็นสัญญาณว่าจะมีข้อมูลเสริมสั้น ๆ ไม่ได้บอกเส้นทางหรือสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

คุณอธิบายแผนการเดินทางจบแล้วและนึกถึงรายละเอียดที่มีประโยชน์แต่เป็นเรื่องรอง ประโยคใดนำเสนอรายละเอียดนั้นอย่างชัดเจนที่สุดว่าเป็นข้อมูลเสริมสั้น ๆ

  1. By the way, the museum closes at five.
  2. Anyway, the museum closes at five.
  3. By then, the museum closes at five.
ดูคำตอบ

By the way, the museum closes at five.

Cocked, locked, สำนวน

1:33

ขึ้นสาย ล็อก

ready to rock.

1:34

พร้อมลุย

สำนวน

Cocked, locked, ready to rock สัญญาณแบบขี้เล่นว่าพร้อมเริ่ม

Cocked สื่อว่าคันธนูหรือกลไกถูกง้างให้อยู่ในตำแหน่งพร้อมใช้งาน ส่วน locked บอกว่ามันถูกยึดไว้แน่นแล้ว การละประธานและรูปของ be ที่ต้องใช้ซ้ำทำให้ถ้อยคำนี้ฟังเหมือนการรายงานผลตรวจอย่างรวดเร็วมากกว่าประโยคเต็ม Ready to rock เป็นคำปิดท้ายแบบขี้เล่น โดย rock ในที่นี้หมายถึงเริ่มลงมืออย่างมีพลัง ไม่ใช่เล่นดนตรีร็อก สัมผัสคล้องจองและจังหวะหนักสามช่วงทำให้ความหมายว่า “ทุกอย่างพร้อมแล้ว เริ่มกันเลย” ฟังดูน่าตื่นเต้นขึ้น

แบบฝึกหัด

ใน “Cocked, locked, ready to rock” คำว่า ready to rock หมายถึงอะไรในบริบทนี้?

  1. วัตถุชิ้นหนึ่งกำลังเริ่มสั่น
  2. ใครบางคนกำลังจะเล่นดนตรีร็อก
  3. ทุกอย่างพร้อมแล้ว และถึงเวลาเริ่ม
ดูคำตอบ

ทุกอย่างพร้อมแล้ว และถึงเวลาเริ่ม

We've decided we're gonna shoot

1:45

เราตัดสินใจว่าเราจะยิง

the side of a sprinkle donut.

1:46

ที่ด้านข้างของโดนัทโรยเกล็ดน้ำตาล

If Trevor would quit eating the donuts. น้ำเสียง/เจตนา

1:48

ถ้าเพียง Trevor เลิกกินโดนัทเสียที

น้ำเสียง/เจตนา

If Trevor would quit ... ในฐานะคำบ่นที่ใช้เดี่ยว ๆ

นี่คืออนุประโยค if ที่ใช้เดี่ยว ๆ โดยละประโยคหลักที่ควรตามมาไว้ ผู้ฟังจะเติมผลลัพธ์จากสถานการณ์ เช่น “then we could continue” ในภาษาอังกฤษแบบพูด มักละผลลัพธ์นี้เมื่อทุกคนเข้าใจได้ชัดเจนอยู่แล้ว Would quit นำเสนอการหยุดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ Trevor เลือกทำได้ พร้อมเพิ่มน้ำเสียงไม่อดทนหรือหยอกล้อ กล่าวคือ ผู้พูดอยากให้เขาหยุด ดังนั้นส่วนประโยคนี้จึงไม่ใช่เงื่อนไขที่เป็นกลาง แต่ทำหน้าที่เป็นคำบ่นและคำเร่งแบบขำ ๆ

แบบฝึกหัด

ส่วนประโยคที่ใช้เดี่ยว ๆ ว่า “If Trevor would quit eating the donuts” น่าจะสื่ออะไรที่สุด?

  1. พูดบ่นแบบขำ ๆ ว่าการกินของ Trevor กำลังขัดขวางขั้นตอนถัดไป
  2. รายงานอย่างเป็นกลางว่า Trevor อาจกินโดนัทในภายหลัง
  3. ถามว่า Trevor อยากได้โดนัทหรือไม่
ดูคำตอบ

พูดบ่นแบบขำ ๆ ว่าการกินของ Trevor กำลังขัดขวางขั้นตอนถัดไป

Mountain Dew.

2:02

Mountain Dew

So, here's Dew in your eye.

2:06

เอาล่ะ นี่คือ Dew พุ่งเข้าตา

It did a helicopter thing.

2:17

มันหมุนเหมือนเฮลิคอปเตอร์เลย

So, what do you think we should call this video?

2:21

ดังนั้น คุณคิดว่าเราควรตั้งชื่อวิดีโอนี้ว่าอะไรดี

Well, this one's gonna be mountain spew. สำนวน

2:23

งั้น อันนี้คงเป็น Mountain Spew (น้ำพุภูเขา)

สำนวน

การตั้งชื่อเล่นคำว่า “mountain spew”

“mountain spew” เป็นมุกที่สร้างขึ้นเฉพาะตอนนั้นจากชื่อแบรนด์ Mountain Dew ผู้พูดเปลี่ยน Dew เป็น spew เพราะเครื่องดื่มกำลังพุ่งกระจายออกมา โดย spew อาจหมายถึงการพ่นของเหลวออกมาอย่างแรงและเลอะเทอะ ความขำเกิดจากการรักษารูปแบบที่คุ้นเคยและเสียงสัมผัสของชื่อเดิมไว้ แต่เปลี่ยนเสียงต้นของคำที่สอง ในบทสนทนาของสื่อ การตั้งชื่อแบบเล่นสนุกเช่นนี้เป็นสัญญาณให้เชื่อมคำที่สร้างขึ้นใหม่กับชื่อที่คุ้นเคยและสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบนหน้าจอ

แบบฝึกหัด

“mountain spew” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ดัดแปลงชื่อ Mountain Dew แบบขำ ๆ ให้เข้ากับเครื่องดื่มที่กำลังพุ่งกระจาย
  2. บรรยายการปะทุจริงบนภูเขา
  3. บอกชื่อรสชาติอย่างเป็นทางการของ Mountain Dew
ดูคำตอบ

ดัดแปลงชื่อ Mountain Dew แบบขำ ๆ ให้เข้ากับเครื่องดื่มที่กำลังพุ่งกระจาย

Don't worry,

2:51

ไม่ต้องห่วง

I don't waste food.

2:52

ฉันไม่กินทิ้งกินขว้างหรอก

A little bit of lead in it, though. ลำดับความ

2:57

ถึงแม้ว่าจะมีตะกั่วปนอยู่สักหน่อยก็ตาม

ลำดับความ

though ท้ายประโยคเพื่อเสริมความขัดแย้งภายหลัง

เมื่อ though อยู่ท้ายประโยค จะมีความหมายประมาณว่า “อย่างไรก็ตาม” หรือ “แต่ถึงอย่างนั้น” คำนี้ทำให้ข้อความที่สองเป็นความขัดแย้งที่เสริมเข้ามาภายหลัง ผู้พูดเริ่มจากทำให้ผู้ฟังสบายใจว่าไม่ได้ทำอาหารเสียเปล่า แล้วจึงเสริมปัญหาสำคัญว่าอาหารนั้นมีตะกั่วอยู่ though ท้ายประโยคในที่นี้ไม่ได้ใช้เปิดอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย though แต่ย้อนกลับไปยังความคิดก่อนหน้าและบอกผู้ฟังให้ปรับหรือจำกัดความเข้าใจนั้น ในบทสนทนาจึงมักสร้างอารมณ์ขันแบบหน้าตายหรือการประชดเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้ในภาษาสนทนาท้ายประโยคเพื่อเสริมความขัดแย้งภายหลัง: The café is expensive. The coffee is excellent, ____.

ดูคำตอบ

though

Okay, so now's the part where I learn something. ลำดับความ

2:59

เอาล่ะ ทีนี้ก็ถึงตอนที่ฉันได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง

ลำดับความ

ใช้ Now's the part where... เพื่อบอกว่าช่วงใหม่เริ่มขึ้น

Now's the part where... บอกผู้ฟังว่าช่วงใหม่กำลังเริ่มขึ้น ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากการแสดงสิ่งที่น่าสนใจให้ดูเฉย ๆ ไปเป็นการเรียนรู้จากสิ่งนั้นหรืออธิบายสิ่งนั้น ในรูปแบบนี้ where นำเข้าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น เช่น the part where I learn something โดย where ขยายคำว่า part แม้ว่า part จะหมายถึงช่วงหนึ่งของกิจกรรม ไม่ใช่สถานที่จริง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Now's the part where + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Now's the part where the chef explains the sauce," where นำเข้าสิ่งใด

  1. ตำแหน่งจริงของห้องครัว
  2. เหตุผลที่เชฟทำซอส
  3. การกระทำที่เกิดขึ้นในช่วงนี้
ดูคำตอบ

การกระทำที่เกิดขึ้นในช่วงนี้

Right before I fired this P22 pistol at this donut,

3:01

ก่อนที่ฉันจะยิงปืนพก P22 กระบอกนี้ใส่โดนัท

this fly started buzzing around the donut.

3:04

แมลงวันตัวนี้ก็เริ่มบินหึ่งๆ รอบๆ โดนัท

And I decided, you know, it'd be cool ไวยากรณ์

3:07

และฉันก็ตัดสินใจว่า คุณรู้ไหม มันคงจะเจ๋งดี

if I waited until he was at the correct depth of field การใช้คำ

3:08

ถ้าฉันรอจนกว่ามันจะอยู่ในระยะชัดลึกที่ถูกต้อง

ไวยากรณ์

It'd be cool if I waited: แนวคิดเชิงสมมติ

It'd หมายถึง it would ส่วน It'd be cool นำเสนอการกระทำที่จินตนาการไว้ว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ มีประโยชน์ หรือน่าดึงดูด แทนที่จะบอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริงแล้ว อนุประโยค if ใช้รูปอดีตธรรมดา waited เพื่อสร้างระยะห่างเชิงสมมติ เช่น it'd be cool if I waited ในที่นี้ waited ไม่ได้หมายความว่าการรอเกิดขึ้นแล้ว แต่รูปแบบทั้งหมดมองแผนที่อาจเป็นไปได้ในมุมที่อ้อมและไม่ยืนยันมากกว่า

แบบฝึกหัด

คุณเพียงกำลังจินตนาการถึงแผนที่อาจเป็นไปได้ ไม่ได้บอกว่าถ่ายภาพไปแล้ว ประโยคใดเหมาะที่สุด

  1. It was cool that I took a photo from the roof.
  2. It'll be cool when I take a photo from the roof.
  3. It'd be cool if I took a photo from the roof.
ดูคำตอบ

It'd be cool if I took a photo from the roof.

การใช้คำ

depth of field: ช่วงระยะที่ภาพดูคมชัด

ในการถ่ายภาพ depth of field (ระยะชัดลึก) คือช่วงระยะจากใกล้ไปไกลในฉากที่ดูคมชัดในระดับที่ยอมรับได้ ช่วงนี้แผ่ออกไปทั้งด้านหน้าและด้านหลังระยะโฟกัสที่แม่นยำ ไม่ได้หมายถึงสถานที่ถ่ายทำหรือทุ่งกลางแจ้ง ในประโยคนี้ at the correct depth of field หมายถึงการอยู่ภายในช่วงคมชัดที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อให้กล้องบันทึกตัวแบบได้ชัดเจน โดยทั่วไป ระยะชัดลึกมากทำให้ช่วงระยะที่คมชัดกว้างขึ้น ส่วนระยะชัดลึกน้อยทำให้มีเพียงช่วงแคบที่คมชัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเกี่ยวกับการตั้งค่ากล้องด้วยศัพท์เทคนิค: For this landscape shot, a smaller aperture will give us a greater ____, so more of the scene looks sharp.

ดูคำตอบ

depth of field

and I would fire and let the blast wave propagate over his wings การใช้คำ

3:11

แล้วฉันก็ยิง เพื่อให้คลื่นกระแทกกระจายผ่านปีกของมัน

การใช้คำ

blast wave: ความดันที่เคลื่อนออกจากการระเบิด

blast wave (คลื่นแรงระเบิด) คือการรบกวนที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วผ่านอากาศหรือตัวกลางอื่น พร้อมการเปลี่ยนแปลงความดันอย่างฉับพลัน และเกิดจากการระเบิดหรือการปล่อยพลังงานอย่างรุนแรง เช่น การยิงปืน ในที่นี้ propagate หมายถึงการที่การรบกวนของความดันเคลื่อนผ่านปีก ประโยคนี้กล่าวถึงคลื่นที่ผ่านเหนือปีก ไม่ใช่กระสุนพุ่งชนปีก ในความหมายเชิงเทคนิคนี้ wave หมายถึงการเปลี่ยนแปลงความดันที่เคลื่อนที่ ไม่ใช่การโบกมือหรือคลื่นน้ำทั่วไป

แบบฝึกหัด

เลือกศัพท์ที่ใช้เรียกเหตุการณ์ในประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด: After the controlled detonation, instruments measured a rapid pressure disturbance moving outward through the air.

  1. blast wave
  2. bullet trajectory
  3. muzzle flash
ดูคำตอบ

blast wave

การใช้คำ

propagate over: คลื่นที่แผ่ข้ามพื้นที่

ในที่นี้ propagate หมายถึงคลื่นกระแทกแผ่ออกไปผ่านอากาศโดยรอบ เป็นคำกริยาเชิงเทคนิคและค่อนข้างเป็นทางการ ใช้กับการเคลื่อนที่ของคลื่น สัญญาณ การรบกวน หรือผลกระทบ ไม่ได้หมายถึง “ขยายพันธุ์” โครงสร้าง propagate over + พื้นผิวหรือพื้นที่ ใช้อธิบายเส้นทางที่คลื่นเคลื่อนผ่าน ดังนั้น over his wings หมายถึงคลื่นเคลื่อนผ่านบริเวณที่มีปีกของเขา ไม่ได้หมายความว่าสิ่งมีชีวิตกำลังจงใจเคลื่อนย้ายบางอย่างไปไว้บนปีก

แบบฝึกหัด

สำนวนใดเหมาะที่สุดสำหรับอธิบายคลื่นหรือการรบกวนเชิงเทคนิคที่แผ่ข้ามพื้นผิว

  1. handle it
  2. move over
  3. propagate over
  4. propagate through
ดูคำตอบ

propagate over

and see how he handles it in his flight. การใช้คำ

3:14

และดูว่ามันรับมืออย่างไรในขณะบิน

การใช้คำ

handles it: จัดการกับสถานการณ์ที่ยาก

ในที่นี้ handles it หมายถึงการรับมือหรือจัดการกับคลื่นกระแทกได้สำเร็จ เป็นการอธิบายการตอบสนองของใครบางคนต่อเหตุการณ์ที่ยาก ไม่ได้หมายถึงการใช้มือจับวัตถุ สรรพนาม it หมายถึงการรบกวนที่เกิดจากคลื่นระเบิด ในประโยคเต็ม handles it in his flight หมายถึงเขาจัดการกับการรบกวนนั้นไปพร้อมกับบินต่อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ handles it ในความหมายว่ารับมือกับสถานการณ์ที่ยาก

  1. The pressure rises and handles it well.
  2. The technician passes it over the system.
  3. The technician holds it carefully in one hand.
  4. The control system handles it well when the pressure suddenly rises.
ดูคำตอบ

The control system handles it well when the pressure suddenly rises.

And he handled it quite well.

3:16

และมันก็รับมือได้ดีมากเลย

So, what he did is the blast wave came over his wings

3:18

สิ่งที่มันทำก็คือ คลื่นกระแทกซัดผ่านปีกของมัน

and it tucked and rolled him just a little bit. วลี

3:20

และทำให้มันม้วนตัวและกลิ้งไปนิดหน่อย

วลี

tucked and rolled him: การเคลื่อนไหวสองอย่างที่เกิดจากแรงภายนอก

“tucked and rolled him” ใช้คำกริยาสกรรมกริยารูปอดีตสองคำเชื่อมด้วย and โดย the blast wave เป็นประธานและ him เป็นกรรม หมายความว่าแรงระเบิดทำให้แมลงวันห่อตัวและกลิ้งไป วลีนี้นำเสนอการเคลื่อนไหวทั้งสองเป็นลำดับเดียวกันอย่างกระชับ ไม่ได้หมายความว่าแมลงวันเลือกทำเอง โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อบุคคล แรงภายนอก หรือเหตุการณ์ทำให้สิ่งหนึ่งเกิดการเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงกันสองอย่าง

แบบฝึกหัด

ในประโยคเป้าหมาย tucked and rolled him หมายความว่าอย่างไรในที่นี้

  1. คลื่นระเบิดทำให้เขาห่อตัวและกลิ้งไป
  2. มีคนกำลังสั่งให้เขาห่อตัวและกลิ้งไป
  3. เขาเลือกห่อตัวและกลิ้งไปเองหลังจากหยุด
ดูคำตอบ

คลื่นระเบิดทำให้เขาห่อตัวและกลิ้งไป

But, instead of trying to compensate, ไวยากรณ์

3:22

แต่แทนที่จะพยายามทรงตัวกลับ

he just stops and he waits.

3:24

มันกลับหยุดและรอ

ไวยากรณ์

instead of trying to compensate: สำนวนสำหรับเลือกการกระทำอื่น

Instead of + -ing ใช้เกริ่นการกระทำที่ไม่ได้เลือก และนำไปเปรียบเทียบกับการกระทำที่ตามมา ในประโยคนี้ instead of trying to compensate หมายความว่าเขาไม่ได้พยายามต้านหรือชดเชยการรบกวน แต่เลือกที่จะหยุดและรอแทน ไม่ได้หมายความว่า trying เกิดขึ้นก่อนตามลำดับเวลา ต้องใช้รูป -ing เพราะ trying เป็นการกระทำทางเลือกที่ตามหลัง instead of

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ instead of + -ing ได้ถูกต้อง และแสดงว่าการตรวจดูแผนที่เข้ามาแทนการเดาเส้นทาง

  1. He checked the map before trying to guess the route.
  2. He checked the map instead of try to guess the route.
  3. He checked the map instead of trying to guess the route.
ดูคำตอบ

He checked the map instead of trying to guess the route.

And when he waits,

3:27

และเมื่อมันรอ

he's letting his center of gravity overcome the flow of air การใช้คำ

3:28

มันปล่อยให้จุดศูนย์ถ่วงเอาชนะการไหลของอากาศ

over his center of pressure

3:31

เหนือจุดศูนย์กลางความดันของมัน

การใช้คำ

จุดศูนย์ถ่วง……จุดศูนย์ความดัน

center of gravity คือจุดสมดุลที่ถือได้ว่าน้ำหนักของวัตถุรวมอยู่และออกแรงที่จุดนั้น ส่วน center of pressure คือบริเวณที่แรงลัพธ์จากความดันอากาศกระทำต่อวัตถุ ทั้งสองเป็นจุดอ้างอิงคนละแบบ ไม่ใช่ศูนย์กลางเดียวกัน ในประโยคนี้ ผู้พูดเปรียบเทียบผลของแรงโน้มถ่วงกับกระแสอากาศ เมื่อแมลงวันหยุดแก้ท่าทางอย่าง主动 แรงเคลื่อนที่จากน้ำหนักของมันจึงมีอิทธิพลมากกว่าผลทางอากาศพลศาสตร์รอบจุดศูนย์ความดัน คำว่า pressure ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความกดดันทางอารมณ์หรือสังคม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำศัพท์สำหรับจุดที่กำหนดโดยน้ำหนักของวัตถุได้ถูกต้อง

  1. ช่างเทคนิคย้ายแบตเตอรี่เพื่อเปลี่ยน air pressure ของโดรน
  2. ช่างเทคนิคย้ายแบตเตอรี่เพื่อเปลี่ยน center of gravity ของโดรน
  3. ช่างเทคนิคย้ายแบตเตอรี่เพื่อเปลี่ยน center of pressure ของโดรน
ดูคำตอบ

ช่างเทคนิคย้ายแบตเตอรี่เพื่อเปลี่ยน center of gravity ของโดรน

and then he paddles to the side just a little bit. การใช้คำ

3:33

จากนั้นมันก็ขยับปีกไปด้านข้างนิดหน่อย

การใช้คำ

paddles to the side: ขยับไปด้านข้างเล็กน้อยเหมือนพาย

ใน paddles to the side คำว่า paddles เป็นกริยาที่ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยเปรียบการขยับปีกเล็ก ๆ ของแมลงวันกับการพายเรือ ส่วน to the side บอกทิศทางของการปรับตำแหน่ง วลีนี้หมายถึงการปรับตัวไปด้านข้างเล็กน้อย ไม่ใช่การเคลื่อนที่ในน้ำจริง ๆ หรือการใช้เครื่องมือ ทำให้การเคลื่อนไหวดูเล็ก ควบคุมได้ และสังเกตเห็นได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ paddles to the side หมายความว่าอย่างไร The tiny robot paddles to the side to avoid the moving arm

  1. มันหยิบไม้พายแล้วเคลื่อนที่ในน้ำ
  2. มันขยับไปทางด้านใดด้านหนึ่งเล็กน้อย
  3. มันหยุดเคลื่อนไหวและรอ
ดูคำตอบ

มันขยับไปทางด้านใดด้านหนึ่งเล็กน้อย

And once he does that,

3:35

และเมื่อมันทำแบบนั้น

he regains control authority การใช้คำ

3:37

มันก็กลับมาควบคุมตัวเองได้

การใช้คำ

regains control authority ในระบบการบิน

ในภาษาด้านการบินและระบบควบคุม control authority หมายถึงความสามารถของพื้นผิวควบคุม ตัวกระตุ้น หรือการเคลื่อนไหวในการสร้างแรงหรือการตอบสนองที่มากพอจะเปลี่ยนหรือแก้ไขการเคลื่อนที่ ในที่นี้ regains หมายถึงการได้ความสามารถที่มีประสิทธิผลนี้กลับคืนมาหลังจากสูญเสียไปชั่วคราว ดังนั้น regains control authority จึงไม่ได้หมายถึงการได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการหรือการมีอำนาจเหนือผู้อื่น แต่หมายถึงแมลงวันสามารถเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขทิศทางได้อย่างมีประสิทธิผลอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'And once he does that, he regains control authority,' วลีที่เน้นหมายความว่าอย่างไร

  1. มันมั่นใจขึ้นแม้ว่าการเคลื่อนไหวยังไม่ก่อให้เกิดผล
  2. มันได้รับสิทธิอย่างเป็นทางการในการออกคำสั่ง
  3. มันกลับมาสามารถเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขทิศทางได้อย่างมีประสิทธิผล
ดูคำตอบ

มันกลับมาสามารถเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขทิศทางได้อย่างมีประสิทธิผล

and then he just takes back off. กริยาวลี

3:39

แล้วมันก็บินออกไปอีกครั้ง

กริยาวลี

takes back off: บินขึ้นอีกครั้ง

ใน take back off กริยาวลีพื้นฐานคือ take off ซึ่งหมายถึงออกจากพื้นและเริ่มบิน คำว่า back แทรกเข้ามาเป็นคำวิเศษณ์ที่หมายถึงกลับไปทำกิจกรรมหรือกลับสู่สภาพก่อนหน้า ทั้งวลีจึงหมายถึงประธานเริ่มบินหรือออกเดินทางอีกครั้งหลังจากหยุดชั่วครู่ ให้แยก takes back off เป็น takes + back + off แต่ยังคงมอง take off เป็นหน่วยความหมายหลัก back ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนที่ถอยหลัง และวลีนี้ไม่ใช่กริยาวลีอีกคำหนึ่งคือ back off

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันของสำนวนที่เน้น เพื่อให้หมายถึง “เริ่มบินอีกครั้ง”: After a short rest on the roof, the bird ____.

ดูคำตอบ

takes back off

And all this happens in an instant. วลี

3:40

และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในพริบตาเดียว

วลี

in an instant: ภายในเวลาที่สั้นมาก

in an instant หมายถึง “ภายในเวลาที่สั้นมาก” ในประโยคนี้ใช้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วมากจนแทบมองไม่เห็นด้วยความเร็วปกติ ภาพแบบสโลว์โมชันเพียงทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้ชัดขึ้น สำนวนนี้อธิบายว่าเหตุการณ์ใช้เวลานานเท่าไร ไม่ได้บอกว่าคนใดคนหนึ่งเริ่มลงมือเมื่อไร ใช้ได้กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นฉับพลันหรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเร็วมาก

แบบฝึกหัด

สำนวนใดสื่อได้ดีที่สุดว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายในเวลาที่สั้นมาก

  1. in an instant
  2. little by little
  3. right away
ดูคำตอบ

in an instant

It was marvelous.

3:42

มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก

It was pretty amazing.

3:43

มันน่าทึ่งสุดๆ ไปเลย

So, anyway, watch the footage

3:44

ดังนั้น อย่างไรก็ตาม ไปดูวิดีโอเถอะ

and after you see the footage, ไวยากรณ์

3:46

และหลังจากที่คุณดูวิดีโอแล้ว

I will put the link to the playlist

3:48

ฉันจะวางลิงก์ไปยังเพลย์ลิสต์

ไวยากรณ์

after you see ... I will: อนุประโยคเวลาในอนาคตและอนุประโยคหลัก

After you see the footage ใช้ present simple ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย after แม้ว่าการดูจะเกิดขึ้นในอนาคตก็ตาม ส่วนอนุประโยคหลัก I will put the link to the playlist ใช้ will เป็นเครื่องหมายบอกอนาคต. ประโยคนี้จัดลำดับเหตุการณ์ว่า คุณจะดูวิดีโอก่อน แล้วผู้พูดจะเพิ่มลิงก์ในภายหลัง รูปแบบนี้ใช้ได้กับอนุประโยคเวลาในอนาคตที่ขึ้นต้นด้วย when, before และ once ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายลำดับเหตุการณ์ในอนาคตได้ถูกต้องตามภาษาอังกฤษมาตรฐาน?

  1. After you saw the footage, I will put the link to the playlist.
  2. After you see the footage, I will put the link to the playlist.
  3. After you will see the footage, I will put the link to the playlist.
ดูคำตอบ

After you see the footage, I will put the link to the playlist.

for the high-speed collaboration video.

3:51

สำหรับวิดีโอคอลแลปส์ความเร็วสูงนั้นไว้ให้

So, you can see things that are pretty cool

3:52

เพื่อที่คุณจะได้เห็นอะไรที่เจ๋งสุดๆ

like, I don't know,

3:54

เช่น ฉันก็ไม่รู้สิ

how to shoot a slingshot with one hand.

3:55

วิธียิงหนังสติ๊กด้วยมือเดียว

Anyway, enjoy this video.

3:57

อย่างไรก็ตาม ขอให้สนุกกับวิดีโอนี้

I learned something. ลำดับความ

3:59

ฉันได้เรียนรู้สิ่งใหม่

ลำดับความ

การใช้ “I learned something.” เป็นประโยคย้อนย้ำตอนจบ

ในที่นี้ “I learned something.” ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกผลลัพธ์เท่านั้น เนื่องจากประโยคเดิมเคยปรากฏที่จุดหักเหของเรื่อง การนำมาพูดซ้ำเป็นประโยคสุดท้ายจึงพาผู้ชมย้อนกลับไปนึกถึงช่วงเวลานั้น และเน้นแนวคิดเรื่องบทเรียนที่คาดไม่ถึง นี่คือการย้อนย้ำอย่างตั้งใจ ผู้พูดนำประโยคสั้น ๆ ที่จำง่ายจากช่วงก่อนหน้ามาพูดซ้ำตอนจบ เพื่อปิดเรื่องและตอกย้ำประเด็นหลัก ประโยคที่ซ้ำกันทำหน้าที่เป็นกรอบทางภาษา จึงทำให้ตอนจบเชื่อมกับสิ่งที่มาก่อนแทนที่จะหยุดลงเฉย ๆ

แบบฝึกหัด

ในวิดีโอหนึ่ง ประโยค “I learned something.” ปรากฏที่จุดหักเหและถูกพูดซ้ำเป็นประโยคสุดท้าย การพูดซ้ำนี้มีผลสำคัญอย่างไร

  1. สร้างการย้อนอ้างถึงช่วงก่อนหน้าเพื่อปิดวิดีโอและตอกย้ำประเด็นหลัก
  2. แก้ไวยากรณ์ของประโยคก่อนหน้า
  3. เปิดหัวข้อใหม่ที่ไม่เคยกล่าวถึงมาก่อนเลย
  4. แสดงว่าผู้พูดลืมว่าตนเคยพูดประโยคนี้แล้ว
ดูคำตอบ

สร้างการย้อนอ้างถึงช่วงก่อนหน้าเพื่อปิดวิดีโอและตอกย้ำประเด็นหลัก