English Rewind - 6 Minute English: เรียนรู้ 1,000 คำศัพท์: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
938 คำ 161 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทสนทนาของ BBC อธิบายว่าเหตุใดชาวอังกฤษจำนวนมากจึงพึ่งพาแต่ภาษาอังกฤษ การรณรงค์ให้เรียนคำภาษาต่างประเทศ 1,000 คำจะช่วยให้สนทนาแบบง่าย ๆ ได้อย่างไร และทักษะภาษาช่วยสร้างความมั่นใจ ความได้เปรียบในการทำงาน และการยอมรับทางสังคมอย่างไร นอกจากนี้ยังระบุว่าจากสำมะโนปี 2011 ภาษาโปแลนด์เป็นภาษาที่มีผู้พูดมากเป็นอันดับสองในอังกฤษ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the second most spoken language — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้เลขลำดับร่วมกับ most และกริยาช่องสามเพื่อบอกอันดับทางสถิติ คุณจะเข้าใจและสร้างวลีลักษณะเดียวกันเพื่อกล่าวถึงกลุ่มที่ใหญ่เป็นอันดับสอง บริการที่มีผู้ใช้มากเป็นอันดับสาม หรือข้อเท็จจริงที่จัดอันดับแบบอื่นได้ 2. gives you the edge in the workplace. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า give someone the edge หมายถึงการทำให้ได้เปรียบในการแข่งขัน ไม่ได้หมายถึงขอบทางกายภาพ คุณจะใช้สำนวนนี้อธิบายได้ว่าทักษะ คุณวุฒิ หรือประสบการณ์ช่วยให้บุคคลหนึ่งแข่งขันในสายอาชีพได้ดีกว่าอย่างไร 3. help him fit in, — กริยาวลี: เข้าใจ fit in ว่าหมายถึงการรู้สึกสบายใจและได้รับการยอมรับในกลุ่มหรือสภาพแวดล้อมใหม่ คุณจะอธิบายได้ว่าภาษา ธรรมเนียมที่มีร่วมกัน หรือปฏิสัมพันธ์ที่เป็นมิตร ช่วยให้คนคนหนึ่งปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมทีม เพื่อนร่วมชั้น หรือชุมชนท้องถิ่นได้อย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hello.

0:00

สวัสดี

The program you're about to listen to was first broadcast in February 2014 ไวยากรณ์

0:01

รายการที่คุณกำลังจะได้รับฟังนี้ออกอากาศครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2014

ไวยากรณ์

you're about to listen to: การกระทำที่กำลังจะเกิดขึ้น

be about to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงคาดว่าบางสิ่งจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน ในที่นี้ you're about to listen to หมายถึง “คุณกำลังจะได้ฟังในอีกสักครู่” โดย about ไม่ได้หมายถึง “เกี่ยวกับ” อนุประโยค you're about to listen to ทั้งหมดขยาย the program คำว่า listen ต้องใช้บุพบท to ก่อนกรรม ดังนั้น to ตัวสุดท้ายจึงเป็นส่วนหนึ่งของ listen to the program

แบบฝึกหัด

ใช้ be about to และคำกริยา start เติมประโยคให้สมบูรณ์: The film ____, so please sit down.

ดูคำตอบ

is about to start

ไวยากรณ์

was first broadcast: รูปถูกกระทำในอดีตของ broadcast

was first broadcast เป็นรูปถูกกระทำในอดีตแบบ simple past: was + กริยาช่องที่ 3 โดยโปรแกรมเป็นสิ่งที่ถูกออกอากาศ และ first บอกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2014 เป็นเวลาที่ออกอากาศครั้งแรก broadcast เป็นคำกริยาไม่ปกติ ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน รูปพื้นฐาน รูปอดีต และกริยาช่องที่ 3 มักเป็น broadcast เหมือนกันทั้งหมด ดังนั้นจึงใช้ was broadcast โดยไม่เติม -ed แบบตรง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้ broadcast ในรูปถูกกระทำของ simple past และใส่ first ด้วย: The interview ____ in 2020.

ดูคำตอบ

was first broadcast

on the BBC Learning English website.

0:07

บนเว็บไซต์ BBC Learning English

For more English language learning programs and podcasts,

0:11

สำหรับรายการเรียนภาษาอังกฤษและพอดแคสต์เพิ่มเติม

search for BBC Learning English.

0:14

ค้นหาคำว่า BBC Learning English

This is 6 Minute English from BBC Learning English dot com.

0:17

นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English dot com

Hello, I'm Rob.

0:22

สวัสดี ผม Rob

Welcome to 6 Minute English.

0:23

ยินดีต้อนรับสู่ 6 Minute English

I'm joined today by Finn.

0:25

วันนี้ผมอยู่กับ Finn

Hello, Finn.

0:27

สวัสดี Finn

Hello, Rob, or should I say ni hao, Rob? น้ำเสียง/เจตนา

0:27

สวัสดี Rob หรือผมควรจะพูดว่า 'หนีห่าว' ดีล่ะ Rob?

น้ำเสียง/เจตนา

or should I say: ใช้เสนอคำพูดใหม่แบบขำ ๆ

Or should I say ... ใช้เกริ่นว่าผู้พูดกำลังจะเปลี่ยนคำที่เพิ่งพูดไปเป็นอีกคำหนึ่ง ในประโยคนี้ Hello ถูกเปลี่ยนเป็น ni hao ทำให้คำทักทายเข้ากับหัวข้อการเรียนภาษาและฟังดูขำ ๆ แม้รูปประโยคจะเป็นคำถาม แต่ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้ขออนุญาตอย่างจริงจัง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำเดิม + or should I say + คำที่แก้ใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ or should I say ได้ถูกต้องเพื่อเปลี่ยนคำบรรยายเดิม?

  1. That was a brave choice—or should I say, a risky one?
  2. That was a brave choice—or I should say, a risky one?
  3. That was a brave choice—or do I say, a risky one?
ดูคำตอบ

That was a brave choice—or should I say, a risky one?

Oh, your Chinese is very impressive, Finn.

0:30

โอ้ ภาษาจีนของคุณน่าประทับใจมาก Finn

But I wonder how many more Chinese words you know. ไวยากรณ์

0:33

แต่ผมสงสัยว่าคุณรู้คำศัพท์ภาษาจีนอีกกี่คำ

ไวยากรณ์

I wonder how many more ... you know: ลำดับคำในคำถามทางอ้อม

I wonder ใช้นำคำถามทางอ้อมและแสดงความสงสัยของผู้พูดแบบไม่ตรงเกินไป หลังวลีคำถาม how many more Chinese words ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ you know อย่าใช้การสลับลำดับแบบคำถามตรงภายในอนุประโยค ดังนั้น I wonder ... do you know จึงไม่ใช่รูปมาตรฐานในที่นี้ ส่วน how many more ถามถึงจำนวนที่เพิ่มจากเดิม จึงสื่อว่ารู้อยู่แล้วบางคำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ I wonder นำหน้าคำถามทางอ้อมได้ถูกต้อง?

  1. I wonder how many more do we need balloons.
  2. I wonder how many more balloons we need.
  3. I wonder how many more balloons do we need.
ดูคำตอบ

I wonder how many more balloons we need.

A thousand, perhaps?

0:36

สักพันคำได้ไหม?

Ooh, bu yi ding ba, wo zhi hui yi dian dian, qi shi bu hen duo la.

0:38

Ooh, bu yi ding ba, wo zhi hui yi dian dian, qi shi bu hen duo la.

Yeah.

0:42

ใช่เลย

You're just showing off now, aren't you? โน้ต

0:43

คุณก็แค่กำลังโชว์ออฟอยู่ใช่ไหมล่ะ?

กริยาวลี

showing off: พยายามดึงดูดความสนใจหรือความชื่นชม

ในที่นี้ showing off หมายถึงการจงใจทำให้คนอื่นสนใจความสามารถของตน เพื่อให้คนอื่นสังเกตเห็นหรือชื่นชม ผู้พูดกำลังวิจารณ์พฤติกรรมของคนนั้น ไม่ได้เพียงบอกว่ามีบางสิ่งถูกนำมาแสดง show off สามารถใช้โดยไม่มีกรรมเพื่อบอกพฤติกรรมที่ต้องการเรียกร้องความสนใจได้ รูปกำลังกระทำ showing off บอกว่าคนนั้นกำลังทำพฤติกรรมนี้อยู่ในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ show off เติมประโยคให้สมบูรณ์: Kai is ____ by doing extra tricks when everyone is watching.

ดูคำตอบ

showing off

น้ำเสียง/เจตนา

aren't you?: คำถามท้ายประโยคเพื่อขอการยืนยัน

Aren't you? เป็นคำถามท้ายประโยคที่เติมหลังประโยคบอกเล่าเชิงบวก You're just showing off now ประโยคหลักใช้ you are ดังนั้นคำถามท้ายประโยคตามปกติจึงใช้รูปตรงข้ามคือ aren't you? ผู้พูดคาดอยู่แล้วว่าข้อความนั้นเป็นจริง คำถามท้ายประโยคชวนให้อีกฝ่ายตอบและทำให้ความคิดเห็นนั้นเป็นการแซวเล่น ไม่ใช่เพียงคำถามเพื่อขอข้อมูลที่ยังไม่รู้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคให้สมบูรณ์: You're ready to leave, ____?

ดูคำตอบ

aren't you

Not being able to speak a foreign language is a bit of a British trait, โน้ต

0:45

การที่ไม่สามารถพูดภาษาต่างประเทศได้ ถือเป็นลักษณะนิสัยอย่างหนึ่งของคนอังกฤษ

ไวยากรณ์

การใช้ Not being able to... เป็นประธานของประโยค

ส่วนที่ไฮไลต์ทั้งหมดกล่าวถึงสถานการณ์หนึ่งและทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ส่วนนี้เป็นวลี gerund รูปปฏิเสธ หมายถึง “สถานการณ์ที่ไม่สามารถพูดภาษาต่างประเทศได้” ไม่ใช่คำสั่ง โครงสร้างคือ not being able to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย not อยู่หน้า being able to และ speak ยังคงเป็นคำกริยารูปพื้นฐานหลัง to โครงสร้างนี้ทำให้ภาวะที่ทำบางอย่างไม่ได้กลายเป็นหัวข้อที่ส่วนที่เหลือของประโยคกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป gerund ปฏิเสธที่สร้างจาก be able to attend: ____ was disappointing.

ดูคำตอบ

Not being able to attend

การใช้คำ

a bit of a British trait: การทำให้คำตัดสินเกี่ยวกับกลุ่มอ่อนลง

trait หมายถึงลักษณะที่ค่อนข้างคงที่หรือสังเกตได้ชัด ในที่นี้ a British trait นำเสนอการพูดภาษาต่างประเทศไม่ได้ว่าเป็นลักษณะที่เชื่อมโยงกับคนอังกฤษ ไม่ใช่การกระทำชั่วคราวเพียงครั้งเดียว ในประโยคนี้ a bit of a ช่วยทำให้การตัดสินฟังดูอ่อนลง ผู้พูดกำลังเหมารวมแบบเบา ๆ และมีอารมณ์ล้อเล่น ไม่ได้ยืนยันว่าคนอังกฤษทุกคนมีลักษณะนี้

แบบฝึกหัด

a bit of a ทำหน้าที่อะไรในประโยคเดิม?

  1. นำเสนอความคิดนั้นเป็นการเหมารวมที่นุ่มนวลและไม่เด็ดขาด
  2. บอกว่าพฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
  3. พิสูจน์ว่าคนอังกฤษทุกคนมีลักษณะนั้น
ดูคำตอบ

นำเสนอความคิดนั้นเป็นการเหมารวมที่นุ่มนวลและไม่เด็ดขาด

or a particular British characteristic.

0:49

หรือเป็นลักษณะเฉพาะตัวของคนอังกฤษเลยก็ว่าได้

We're not very good at it, although Finn is an exception. วลี

0:52

พวกเราไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้เท่าไหร่ ถึงแม้ Finn จะเป็นข้อยกเว้นก็ตาม

วลี

not very good at: บอกว่าไม่ค่อยเก่งทักษะหนึ่ง

be good at หมายถึงเก่งในกิจกรรมหรือวิชาอย่างหนึ่ง ตามหลังด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือคำกริยารูป -ing เช่น good at maths, good at it, good at solving puzzles not very ทำให้คำปฏิเสธฟังนุ่มนวลขึ้น not very good at หมายถึงไม่ค่อยเก่ง และมักฟังนุ่มนวลกว่า bad at ในประโยคนี้ it หมายถึงการพูดภาษาต่างประเทศ

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่หายไปในสำนวนตายตัว: Maya is very good ____ solving puzzles.

ดูคำตอบ

at

He can speak many foreign languages, can't you?

0:55

เขาสามารถพูดภาษาต่างประเทศได้หลายภาษาใช่ไหมล่ะ?

Well, not that many, น้ำเสียง/เจตนา

0:57

แหม ก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้นหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

not that many: แก้จำนวนอย่างนุ่มนวล

not that many หมายถึงไม่ได้มีมากเท่าที่อีกฝ่ายอาจคิด หรือมีจำนวนไม่มากนัก ในที่นี้ that เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่มีความหมายเหมือน so ส่วน many ใช้แทนสิ่งที่นับได้ซึ่งกล่าวถึงไปแล้ว เมื่อใช้เป็นคำตอบสั้น ๆ สำนวนนี้จะช่วยแก้ความเข้าใจว่าจำนวนมีมากอย่างนุ่มนวล well ทำให้คำตอบฟังดูเหมือนกำลังคิดและเป็นภาษาสนทนา

แบบฝึกหัด

คำตอบใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณมีหนังสือน้อยกว่าหนึ่งร้อยเล่ม พร้อมทั้งแก้จำนวนอย่างนุ่มนวล?

  1. No, not that many.
  2. No, not that few.
  3. Yes, that many.
ดูคำตอบ

No, not that many.

uh, a bit of German, some French, วลี

0:59

เอ่อ ภาษาเยอรมันนิดหน่อย ฝรั่งเศสบ้าง

วลี

a bit of German: บอกความสามารถทางภาษาที่มีจำกัด

ในรายการภาษานี้ a bit of German หมายถึงผู้พูดมีความสามารถภาษาเยอรมันเพียงเล็กน้อย ในบริบทนี้มักหมายถึงพูดได้บ้างแต่ไม่มาก German หมายถึงภาษา ไม่ใช่ประเทศ รูปแบบ a bit of + ชื่อภาษา เป็นวิธีบอกความสามารถที่จำกัดอย่างเป็นธรรมชาติและถ่อมตัว ประโยคเต็มอาจเป็น I speak a bit of German แต่บริบทที่เป็นรายการทำให้ละคำกริยาได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย a bit of + ชื่อภาษาที่กำหนด: I speak ____, but I am still a beginner. (Italian)

ดูคำตอบ

a bit of Italian

uh, Polish a little, Chinese of course,

1:01

เอ่อ ภาษาโปแลนด์นิดนึง ภาษาจีนแน่นอนอยู่แล้ว

um, Hokkien, a bit of Japanese,

1:05

อืม ภาษาฮกเกี้ยน ภาษาญี่ปุ่นอีกนิดหน่อย

uh, I'm impressed.

1:07

อืม ผมประทับใจเลยล่ะ

I'm very impressed, Finn.

1:09

ผมประทับใจมาก Finn

Thank you.

1:10

ขอบคุณครับ

Well, now the rest of us Brits are being encouraged to learn at least a thousand words of another language. โน้ต

1:10

เอาล่ะ ตอนนี้พวกเราคนอังกฤษที่เหลือ กำลังได้รับการส่งเสริมให้เรียนรู้ภาษาอื่นอย่างน้อยหนึ่งพันคำ

การใช้คำ

the rest of us Brits: รวมผู้พูดไว้ในกลุ่มอย่างชัดเจน

ใน the rest of us Brits คำว่า us และ Brits หมายถึงคนกลุ่มเดียวกัน โดย Brits ระบุว่า us คือกลุ่มใด และผู้พูดก็นับตนเองเป็นชาวอังกฤษด้วย ส่วน the rest หมายถึงสมาชิกที่เหลือหลังจากแยกบุคคลหรือกลุ่มย่อยที่กล่าวถึงไปแล้วออกมา รูปแบบ the rest of us + คำนามเรียกกลุ่มรูปพหูพจน์ หมายถึง “คนที่เหลือในกลุ่มของเรา” รูปแบบนี้จัดความแตกต่างระหว่างคนที่กล่าวถึงแล้วกับคนอื่นในกลุ่มของผู้พูด พร้อมทั้งระบุชัดว่าผู้พูดเป็นสมาชิกของกลุ่มนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุชัดว่าผู้พูดเป็นหนึ่งในครูที่ยังอยู่ต่อ?

  1. The rest of the teachers stayed to clean the classroom.
  2. The rest of we teachers stayed to clean the classroom.
  3. The rest of us teachers stayed to clean the classroom.
ดูคำตอบ

The rest of us teachers stayed to clean the classroom.

ไวยากรณ์

are being encouraged to learn: รูปถูกกระทำของ present continuous

are being encouraged เป็นรูปถูกกระทำของ present continuous โดยมีโครงสร้าง are + being + encouraged ประธาน the rest of us Brits เป็นฝ่ายที่ได้รับการสนับสนุน และรูปนี้แสดงว่าการสนับสนุนกำลังเกิดขึ้นในช่วงนี้ to learn บอกการกระทำที่คนเหล่านั้นได้รับการสนับสนุนให้ทำ ส่วน being จำเป็นเพราะเป็นส่วนที่แสดงความต่อเนื่องในรูปถูกกระทำ

แบบฝึกหัด

ใช้ encourage และ walk เติมประโยครูปถูกกระทำของ present continuous ให้สมบูรณ์: This week, families ____ to school.

ดูคำตอบ

are being encouraged to walk

วลี

at least a thousand words: การกำหนดจำนวนขั้นต่ำ

at least a thousand words กำหนดจำนวนขั้นต่ำ หนึ่งพันถือว่าถึงเป้าหมาย และจำนวนที่มากกว่านั้นก็ถึงเป้าหมายเช่นกัน แต่ 999 ยังไม่ถึง at least ไม่ได้แสดงจำนวนโดยประมาณ ในประโยคนี้ คำนี้บอกขีดจำกัดต่ำสุดของเป้าหมายการเรียนรู้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “ไม่น้อยกว่า” ให้ประโยคสมบูรณ์: Bring ____ two pencils.

ดูคำตอบ

at least

We'll talk more about that soon,

1:17

เราจะคุยเรื่องนี้กันต่อในอีกไม่ช้า

but before I start learning my new words,

1:18

แต่ก่อนที่ผมจะเริ่มเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ

how about a question, Finn? น้ำเสียง/เจตนา

1:21

ผมขอถามคำถามสักข้อได้ไหม Finn?

น้ำเสียง/เจตนา

How about a question?: การเสนอให้เข้าสู่ขั้นตอนถัดไป

ในประโยคนี้ How about a question? เป็นการเสนอให้ทำสิ่งต่อไป โดยผู้พูดเสนอให้เปลี่ยนไปเข้าสู่ช่วงคำถาม ไม่ได้ขอให้ฟินน์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำถามใดคำถามหนึ่ง ใช้ how about + คำนาม เพื่อเสนอทางเลือกหรือหัวข้อถัดไป และใช้ how about + คำกริยา-ing เพื่อเสนอการกระทำ เช่น How about a game? และ How about taking a break?

แบบฝึกหัด

ใช้ how about และกริยา take เติมข้อเสนอให้สมบูรณ์: We've been working for two hours. ____ a short break?

ดูคำตอบ

How about taking

Très bien.

1:22

Très bien.

Do you know which is the second most spoken language in England? ไวยากรณ์

1:23

คุณรู้ไหมว่าภาษาที่มีคนพูดมากที่สุดเป็นอันดับสองในอังกฤษคือภาษาอะไร?

ไวยากรณ์

The second most spoken language: ภาษาที่มีผู้พูดมากเป็นอันดับสอง

The second most spoken language หมายถึงภาษาที่อยู่ในอันดับสองตามจำนวนผู้พูด กล่าวคือ ในสถานที่ที่กำลังพูดถึง มีเพียงภาษาเดียวที่มีคนพูดมากกว่า โครงสร้างคือ the + เลขลำดับ + most + คำกริยาช่องที่สามหรือคำคุณศัพท์ + คำนาม ในที่นี้ spoken เป็นคำกริยาช่องที่สามของ speak และขยายภาษาที่ผู้คนพูด ไม่ได้หมายความว่าภาษานั้นกำลังพูดเอง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจัดอันดับโดยใช้ second, most และ spoken: In a class survey, English had the most speakers, and Spanish was next. Spanish was the ____ language in the class.

ดูคำตอบ

second most spoken

Is it A, Polish, B, Urdu, or C, French?

1:26

คือข้อ A ภาษาโปแลนด์, B ภาษาอูรดู หรือ C ภาษาฝรั่งเศส?

I think I know this one, Rob.

1:31

ผมคิดว่าผมรู้ข้อนี้อเนะ Rob

I'm going to say A, Polish. น้ำเสียง/เจตนา

1:33

ผมจะตอบว่าข้อ A ภาษาโปแลนด์

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ I'm going to say ... เพื่อบอกตัวเลือกหรือการคาดเดา

ในคำตอบแบบทดสอบนี้ I'm going to say A หมายถึงผู้พูดเลือกหรือเดาว่า A คือคำตอบ คำว่า say ในที่นี้ใช้เกริ่นคำตอบที่ผู้พูดตัดสินใจเลือก ไม่ได้หมายถึงแค่การเปล่งเสียงพูด สำนวนนี้มักฟังดูมั่นใจน้อยกว่า The answer is A. เหมาะเมื่อเลือกจากหลายตัวเลือกหรือให้ความเห็นหลังจากคิดแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบแบบทดสอบด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้ที่ใช้เกริ่นการคาดเดาของตนเอง: I'm not certain, but ____ B.

ดูคำตอบ

I'm going to say

Okay, well, as always,

1:35

โอเค เอาล่ะ อย่างที่เคยทำกันประจำ

I'll let you know the answer at the end of the program. วลี

1:37

ผมจะบอกคำตอบให้คุณทราบในช่วงท้ายของรายการ

วลี

I'll let you know: สัญญาว่าจะแจ้งให้ทราบภายหลัง

Let someone know เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงบอกหรือแจ้งบางอย่างให้ใครรู้ ใน I'll let you know ผู้พูดสัญญาว่าจะให้ข้อมูลแก่ผู้ฟังในภายหลัง คำว่า let ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “อนุญาต” เมื่อแยกออกมา โครงสร้างคือ let + คน + know + ข้อมูล เช่น I'll let you know the answer. หากรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงข้อมูลอะไร ก็ละส่วนข้อมูลได้และพูดเพียง I'll let you know.

แบบฝึกหัด

เติมคำสัญญาด้วยโครงสร้าง let + คน + know: I don't have the result yet, but I'll ____ tomorrow.

ดูคำตอบ

let you know

So, as I mentioned, ลำดับความ

1:40

ดังนั้น อย่างที่ผมได้พูดไป

ลำดับความ

as I mentioned: เชื่อมกลับไปยังประเด็นก่อนหน้า

as I mentioned พาผู้ฟังย้อนกลับไปยังสิ่งที่ผู้พูดเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ ในที่นี้ as หมายถึง “อย่างที่” หรือ “ดังเช่น” ไม่ได้หมายถึง “เพราะว่า” เมื่อวางไว้ก่อนประเด็นถัดไป วลีนี้จะทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางในการพูด โดยแสดงว่าข้อมูลต่อไปกำลังสานต่อหรือกล่าวซ้ำแนวคิดเดิม ไม่ได้เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

as I mentioned ในที่นี้ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. บอกสาเหตุของประเด็นถัดไป
  2. เชื่อมประเด็นถัดไปกับสิ่งที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้
  3. บอกว่ากำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
ดูคำตอบ

เชื่อมประเด็นถัดไปกับสิ่งที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้

the British are generally considered to be lazy linguists. โน้ต

1:41

คนอังกฤษมักถูกมองว่าเป็นนักเรียนภาษาที่ขี้เกียจ

ไวยากรณ์

are generally considered to be: รายงานมุมมองที่พบได้ทั่วไป

ใน are generally considered to be คำว่า considered อยู่ในรูปถูกกระทำ โดย the British เป็นฝ่ายที่ได้รับการประเมิน ไม่ใช่ฝ่ายที่กำลังพิจารณา โครงสร้างคือ ประธาน + be + considered + to be + คำบรรยาย และ generally แสดงว่าการประเมินนั้นเป็นมุมมองที่พบได้ทั่วไป เนื่องจากประโยคไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้มีความคิดเห็นนี้ จุดเน้นจึงอยู่ที่ชื่อเสียงหรือการรับรู้ของสาธารณชน โครงสร้างนี้รายงานมุมมองหนึ่ง ไม่ได้พิสูจน์ว่าคำบรรยายนั้นเป็นความจริง

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายที่มี generally และ considered เติมประโยคให้สมบูรณ์: The museum ____ suitable for young children.

ดูคำตอบ

is generally considered to be

สำนวน

lazy linguists: คำเรียกเชิงหยอกที่ใช้สัมผัสอักษร

ในประโยคนี้ lazy linguists เป็นคำเรียกเชิงหยอกสำหรับคนที่ไม่ยอมพยายามเรียนภาษาอื่น คำว่า linguists ในที่นี้ใช้ในความหมายกว้างถึงคนในฐานะผู้เรียนหรือผู้ใช้ภาษา ไม่ได้หมายถึงนักภาษาศาสตร์อาชีพโดยเฉพาะ เสียง /l/ ที่ซ้ำกันตรงต้นคำทำให้เกิดสัมผัสอักษร รูปแบบเสียงนี้ทำให้คำเรียกแบบเหมารวมนั้นติดหูและจำง่าย แต่ไม่ได้ทำให้การเหมารวมนั้นกลายเป็นข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ lazy linguists น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด

  1. คนที่ไม่ค่อยพยายามเรียนภาษาอื่น
  2. คนที่พูดทุกภาษาอย่างช้า ๆ
  3. นักภาษาศาสตร์อาชีพที่เลี่ยงการทำวิจัย
ดูคำตอบ

คนที่ไม่ค่อยพยายามเรียนภาษาอื่น

They just don't bother to learn another language. วลี

1:45

พวกเขาแค่ไม่อยากเหนื่อยเรียนภาษาอื่นเพิ่ม

วลี

don't bother to learn: ไม่ยอมพยายามเรียน

don't bother to learn หมายความว่าพวกเขาไม่พยายามเรียน เพราะไม่อยากทำหรือคิดว่าไม่คุ้มที่จะเสียแรง คำว่า bother ในที่นี้หมายถึงยอมลำบากหรือออกแรง ไม่ได้หมายถึงรบกวนคนอื่น โครงสร้างคือ bother to + คำกริยารูปพื้นฐาน เมื่อเทียบกับ don't learn ธรรมดา don't bother to learn ยังแสดงความเห็นต่อทัศนคติด้วย โดยสื่อถึงการขาดความพยายามหรือความเต็มใจ ไม่ใช่เพียงบอกว่าการเรียนไม่ได้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบย่อของ not bother to: Maya ____ save a copy before closing the file.

ดูคำตอบ

didn't bother to

I guess the main reason is that when British people travel around the world, ลำดับความ

1:47

ผมเดาว่าเหตุผลหลักก็คือ เมื่อคนอังกฤษเดินทางไปทั่วโลก

ลำดับความ

the main reason is that: ใช้เกริ่นเหตุผลสำคัญที่สุด

โครงสร้าง the main reason is that บอกผู้ฟังว่าเหตุผลที่สำคัญที่สุดกำลังจะตามมา จึงช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยบอกหน้าที่ของข้อมูลส่วนถัดไป หลัง that ต้องบอกเหตุผลด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยา ในที่นี้ when British people travel around the world เพียงกำหนดช่วงเวลา ส่วนประโยคหลักที่ทำให้เหตุผลสมบูรณ์จะตามหลังเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่ใช้เกริ่นเหตุผลสำคัญที่สุดให้ประโยคสมบูรณ์: ____ the bus arrives too late.

ดูคำตอบ

The main reason is that

they find that English is spoken almost everywhere. ไวยากรณ์

1:53

พวกเขาพบว่าภาษาอังกฤษถูกใช้พูดกันแทบทุกที่

ไวยากรณ์

English is spoken almost everywhere: รูปถูกกระทำสำหรับบอกการใช้ภาษา

English is spoken ใช้รูปถูกกระทำของ present simple โดยมีโครงสร้าง English + is + กริยาช่องที่สาม spoken คำว่า English เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ประโยคจึงเน้นภาษาแทนที่จะเน้นคนที่พูดภาษานั้น ผู้พูดหมายถึงผู้คนทั่วไป จึงไม่จำเป็นต้องระบุว่าเป็นใคร Almost everywhere หมายถึงสถานที่จำนวนมาก ไม่ได้หมายถึงทุกแห่งโดยไม่มีข้อยกเว้น และประโยคนี้บอกสถานการณ์ทั่วไป ไม่ใช่คนที่กำลังพูดอยู่ในขณะนี้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปถูกกระทำของ present simple ของ speak เติมประโยคให้สมบูรณ์: French ____ in this region.

ดูคำตอบ

is spoken

So, they get by. กริยาวลี

1:56

ดังนั้น พวกเขาจึงเอาตัวรอดได้

กริยาวลี

get by: พอเอาตัวรอดได้เมื่อมีทรัพยากรจำกัด

get by เป็นกริยาวลีที่หมายถึงยังจัดการกับความต้องการพื้นฐานได้ แม้ว่าความสามารถ เงิน เวลา หรือทรัพยากรอื่นจะมีจำกัด ในประโยคนี้ พวกเขาสามารถใช้ชีวิตในต่างประเทศได้โดยใช้เพียงภาษาของตนเอง สำนวนนี้สื่อว่าสถานการณ์ยังพอจัดการได้ แต่ไม่ได้ง่ายหรือดีพร้อม ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านคนหรือสถานที่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึงจัดการได้แม้มีความสามารถจำกัดลงในประโยค: My French is basic, but I can ____ during a short trip.

ดูคำตอบ

get by

They survive on just using their native language. การใช้คำ

1:58

พวกเขาอยู่รอดได้ด้วยการใช้แค่ภาษาแม่ของตัวเอง

การใช้คำ

native language: ภาษาที่เรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติตั้งแต่วัยเด็ก

Native language หมายถึงภาษาที่บุคคลเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติตั้งแต่วัยเด็ก โดยทั่วไปผ่านครอบครัวและผู้คนรอบตัว ในประโยคนี้หมายถึงภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาที่คนกลุ่มนี้พูดอยู่แล้ว ในที่นี้ native บอกถึงภูมิหลังทางภาษาในช่วงต้นชีวิตของบุคคล ไม่ได้หมายถึง “ดั้งเดิมหรือล้าหลัง” และทั้งวลีก็ไม่ได้หมายถึงภาษาที่มีเพียงคนท้องถิ่นเท่านั้นที่พูด

แบบฝึกหัด

Leo learned Italian naturally at home from early childhood. วลีใดอธิบายภาษาอิตาลีสำหรับเขาได้เหมาะสมที่สุด?

  1. his native language
  2. a foreign language he learned later
  3. his country's official language
ดูคำตอบ

his native language

And I think in the past,

2:01

และผมคิดว่าในอดีตนั้น

the education system was to blame. วลี

2:03

ระบบการศึกษาคือสิ่งที่ต้องถูกตำหนิ

วลี

was to blame: ระบุความรับผิดชอบหรือสาเหตุ

รูปแบบ be to blame หมายความว่าประธานต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่ไม่ดีหรือเป็นสาเหตุของผลนั้น ในประโยคนี้ ระบบการศึกษาถูกกล่าวว่าเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบต่อปัญหาที่กำลังพูดถึง ใน was to blame คำว่า was ทำให้แนวคิดนี้อยู่ในอดีต ส่วน to blame อธิบายคนหรือสิ่งที่อยู่หน้า be รูปนี้ไม่ได้หมายถึงการกระทำในอนาคต สามารถเติมปัญหาที่กล่าวถึงตามหลัง for ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ be to blame ในรูปอดีต: Poor planning ____ for the missed deadline.

ดูคำตอบ

was to blame

Learning a foreign language was not compulsory. การใช้คำ

2:05

การเรียนภาษาต่างประเทศไม่ใช่ภาคบังคับ

การใช้คำ

not compulsory: ไม่ได้ถูกบังคับโดยกฎ

compulsory หมายถึงสิ่งที่กฎ กฎหมาย หรือองค์กรกำหนดว่าต้องทำ ส่วน not compulsory หมายถึงไม่จำเป็นต้องทำ ในบริบทของโรงเรียนนี้ การเรียนภาษาต่างประเทศไม่ได้เป็นส่วนบังคับของหลักสูตร วลีนี้พูดถึงหน้าที่หรือข้อบังคับ ไม่ใช่ความนิยม สิ่งที่ไม่บังคับก็ยังอาจเป็นเรื่องที่ทำกันทั่วไปหรือได้รับการสนับสนุนได้

แบบฝึกหัด

โรงเรียนแห่งหนึ่งกล่าวว่า "Art club is not compulsory." หมายความว่าอย่างไร?

  1. นักเรียนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม
  2. นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วม
  3. นักเรียนเลือกได้ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่
ดูคำตอบ

นักเรียนเลือกได้ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่

It didn't have to be studied. ไวยากรณ์

2:08

มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องเรียน

ไวยากรณ์

didn't have to be studied: ในอดีตไม่มีข้อบังคับให้เรียน

ใน didn't have to be studied นั้น didn't have to หมายความว่าในอดีตไม่มีความจำเป็นหรือข้อบังคับให้เรียนสิ่งนั้น ไม่ได้หมายความว่าห้ามเรียน โครงสร้างคือ did not have to + be + past participle ส่วน be studied เป็นรูปถูกกระทำ: it หมายถึงสิ่งที่คนอาจเรียน ไม่ใช่คนที่ทำการเรียน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าในอดีตจะเรียนบทกวีนี้หรือไม่ก็ได้

  1. The poem couldn't study.
  2. The poem mustn't be studied.
  3. The poem didn't have to be studied.
ดูคำตอบ

The poem didn't have to be studied.

When I went to school,

2:10

ตอนผมไปโรงเรียน

we didn't have to study languages to exam level. การใช้คำ

2:11

เราไม่ต้องเรียนภาษาเพื่อไปสอบในระดับนั้น

การใช้คำ

to exam level: เรียนจนถึงระดับที่ใช้สอบได้

ใน to exam level คำว่า to แสดงระดับที่ไปถึงจากการเรียน คือระดับที่สูงพอสำหรับการสอบ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ดังนั้น study languages to exam level จึงหมายถึงพัฒนาภาษาให้ถึงมาตรฐานนั้น ไม่ใช่เพียงเรียนคำศัพท์พื้นฐานไม่กี่คำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Maya พัฒนาภาษาฝรั่งเศสจนถึงระดับที่จำเป็นสำหรับการสอบอย่างเป็นทางการ

  1. Maya studied French to exam level.
  2. Maya studied French for one exam.
  3. Maya studied French in the exam room.
ดูคำตอบ

Maya studied French to exam level.

So, I took the easy option and studied photography instead of French. วลี

2:14

ดังนั้น ผมเลยเลือกทางง่าย และเรียนการถ่ายภาพแทนการเรียนภาษาฝรั่งเศส

วลี

take the easy option: เลือกทางที่ยากน้อยกว่า

take the easy option หมายถึงเลือกวิธีหรือเส้นทางที่ใช้ความพยายามน้อยกว่า เสี่ยงน้อยกว่า หรือยากน้อยกว่า took เป็นรูปอดีตของ take ในประโยคนี้ ผู้พูดเลือกเรียนการถ่ายภาพเพราะดูง่ายกว่าภาษาฝรั่งเศส วลีนี้มักมีนัยประเมินการตัดสินใจ โดยสื่อว่าเลือกทางที่ง่ายแทนความท้าทายที่มากกว่า option ในที่นี้หมายถึงทางเลือกหรือวิธีที่เลือกทำได้ ไม่ใช่ปุ่มบนหน้าจอ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ take the easy option เติมประโยคให้สมบูรณ์: With only one day to prepare, Leo ____ and gave the shorter presentation.

ดูคำตอบ

took the easy option

But, of course, I regret it now.

2:18

แต่แน่นอน ตอนนี้ผมรู้สึกเสียใจเลยล่ะ

But, that wasn't the same for you, was it, Finn?

2:20

แต่นั่นไม่ได้เหมือนกับที่คุณเป็นใช่ไหม Finn?

Well, at first, I didn't really like it, น้ำเสียง/เจตนา

2:22

คือ ตอนแรก ผมก็ไม่ได้ชอบมันจริง ๆ หรอก

น้ำเสียง/เจตนา

didn't really like: ความคิดเห็นเชิงลบที่นุ่มนวล

didn't really like เป็นวิธีแสดงความคิดเห็นเชิงลบแบบนุ่มนวลในบทสนทนา เมื่อเรียงคำแบบนี้ การปฏิเสธครอบคลุม really like จึงมักหมายถึงไม่ค่อยชอบ ไม่ใช่เกลียดอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม วลีนี้ยังคงสื่อว่าความรู้สึกเป็นเชิงลบ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่มีความคิดเห็น at first ระบุว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นในช่วงแรก และอาจบอกเป็นนัยว่าภายหลังความรู้สึกเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

เรียง didn't, really และ like ตามลำดับที่แสดงความคิดเห็นเชิงลบแบบนุ่มนวลกว่า: At first, I ____ the new timetable, but I got used to it.

ดูคำตอบ

didn't really like

but, you know, I I love words, น้ำเสียง/เจตนา

2:24

แต่ คุณรู้ไหม ผมรักเรื่องคำศัพท์

น้ำเสียง/เจตนา

you know ในฐานะคำแทรกจัดจังหวะการพูด

ในประโยคนี้ you know เป็นคำแทรกที่ช่วยจัดบทสนทนา ไม่ใช่คำถามว่าผู้ฟังรู้ข้อเท็จจริงนั้นหรือไม่ คำนี้ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาสั้น ๆ เพื่อเรียบเรียงความคิดต่อไป และทำให้ผู้ฟังยังมีส่วนร่วมกับบทสนทนา การพูด I I ซ้ำใกล้ ๆ กันเป็นการเริ่มประโยคใหม่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในการพูดสด ทำให้รู้สึกว่าผู้พูดไม่ได้อ่านจากบท แต่ไม่ได้เปลี่ยนหน้าที่ของ you know

แบบฝึกหัด

you know มีหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้

  1. เป็นการขอให้ผู้ฟังยืนยันข้อเท็จจริง
  2. หมายความว่าผู้พูดลืมว่าคำต่าง ๆ คืออะไร
  3. ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาจัดความคิดและทำให้ผู้ฟังยังมีส่วนร่วม
ดูคำตอบ

ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาจัดความคิดและทำให้ผู้ฟังยังมีส่วนร่วม

and then one day I discovered the Chinese language

2:26

และแล้ววันหนึ่งผมก็ได้ค้นพบภาษาจีน

and I thought, wow, this is fascinating,

2:30

และผมก็คิดว่า ว้าว นี่มันน่าหลงใหลมาก

and it's a key to a whole new culture. สำนวน

2:32

และมันเป็นกุญแจไปสู่วัฒนธรรมใหม่ ๆ ทั้งหมดเลย

สำนวน

a key to a whole new culture: คำเปรียบเทียบถึงหนทางในการเข้าถึง

ใน a key to... คำว่า key ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงวิธีสำคัญที่จะเข้าถึง เข้าใจ หรือทำบางสิ่งให้สำเร็จ ไม่ใช่กุญแจจริงที่ใช้เปิดล็อก รูปแบบคือ a key to + คำนาม กลุ่มคำนาม หรือรูป -ing ในประโยคนี้ a whole new culture คือสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น a key สื่อว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่มีคุณค่า ส่วน the key อาจสื่อว่าเป็นวิธีเดียวหรือวิธีที่สำคัญที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมคำภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “วิธีสำคัญ” เพื่อทำคำเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: Regular practice is ____ building confidence.

ดูคำตอบ

a key to

Well, recently, a campaign was launched for those of us วลี

2:34

เอาล่ะ เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการเปิดตัวแคมเปญสำหรับพวกเรา

วลี

a campaign was launched: รูปถูกกระทำของ launch a campaign

launch a campaign หมายถึงการเริ่มความพยายามที่จัดไว้อย่างเป็นระบบอย่างเป็นทางการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ในที่นี้ launch ไม่ได้หมายถึงการส่งจรวดขึ้นสู่อวกาศ แต่หมายถึงการเริ่มกิจกรรม ใน a campaign was launched คำว่า was launched เป็นรูปถูกกระทำของ simple past ประโยคนี้เน้นที่ campaign และไม่ระบุบุคคลหรือกลุ่มที่เป็นผู้เริ่ม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป simple past แบบถูกกระทำของ launch: A clean-up campaign ____ last Monday.

ดูคำตอบ

was launched

who didn't share your enthusiasm วลี

2:37

ที่ไม่ได้มีความกระตือรือร้นเหมือนคุณ

วลี

share your enthusiasm: รู้สึกกระตือรือร้นเหมือนกัน

ใน share your enthusiasm คำว่า share หมายถึงการมีความรู้สึกแบบเดียวกับอีกคน คนในอนุประโยคนี้ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือสนใจอย่างมากเหมือนผู้ฟัง โครงสร้าง share + someone's enthusiasm + for/about something ใช้บอกความรู้สึกที่มีร่วมกัน คำแสดงความเป็นเจ้าของอย่าง your บอกว่าผู้พูดมีความกระตือรือร้นแบบเดียวกับใคร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดรู้สึกตื่นเต้นเรื่องงานแสดงวิทยาศาสตร์เหมือนกับอีกคน

  1. I admire your enthusiasm for the science fair.
  2. I understand your enthusiasm for the science fair.
  3. I share your enthusiasm for the science fair.
ดูคำตอบ

I share your enthusiasm for the science fair.

or have the opportunity to learn another language. วลี

2:39

หรือไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ภาษาอื่น

วลี

have the opportunity to learn: โครงสร้าง opportunity + to-infinitive

Have the opportunity to learn หมายถึง “มีโอกาสจริงหรือมีเงื่อนไขที่เหมาะสมในการเรียน” มักใช้พูดถึงการเข้าถึงประสบการณ์ ทรัพยากร หรือกิจกรรม โครงสร้างคือ have + the/an opportunity + to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ to learn บอกการกระทำที่โอกาสนั้นทำให้เป็นไปได้ และห้ามละ to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนเป้าหมาย: During the museum visit, Leo ____ speak with an astronaut.

ดูคำตอบ

had the opportunity to

The 1,000 words campaign is encouraging everyone in the UK ไวยากรณ์

2:43

แคมเปญ 1,000 คำนี้กำลังส่งเสริมให้ทุกคนในสหราชอาณาจักร

to learn at least a thousand words of another language.

2:47

เรียนรู้ภาษาอื่นอย่างน้อยหนึ่งพันคำ

ไวยากรณ์

is encouraging everyone ... to learn: โครงสร้าง encourage + คน + to-infinitive

วลี is encouraging everyone in the UK to learn แสดงว่าการส่งเสริมเป็นกิจกรรมที่โครงการกำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ โครงการกำลังชักชวนหรือสนับสนุนให้คนเหล่านั้นทำสิ่งนี้ โครงสร้างกริยาคือ encourage + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน Everyone in the UK คือคนที่ได้รับการส่งเสริม และ to learn คือการกระทำ ในโครงสร้างนี้ต้องมีทั้งคนที่เป็นกรรมและ to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ encourage และคำที่หายไปในโครงสร้างเป้าหมาย: The teacher ____ Mia ____ read aloud.

ดูคำตอบ

encouraged · to

It hopes to help Britain increase international trade. ไวยากรณ์

2:50

แคมเปญนี้หวังว่าจะช่วยให้อังกฤษเพิ่มการค้าระหว่างประเทศได้

ไวยากรณ์

help Britain increase: help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ในโครงสร้าง help someone do something หลัง help จะเป็นคนหรือสิ่งที่ได้รับความช่วยเหลือ แล้วตามด้วยกริยารูปพื้นฐานที่บอกการกระทำ ในที่นี้ Britain เป็นกรรมของ help และ increase คือการกระทำที่ Britain ถูกคาดหวังให้ทำ กริยาหลังกรรมสามารถมี to ได้เช่นกัน คือ help Britain to increase รูปที่ไม่มี to ซึ่งใช้ในประโยคนี้กระชับและพบได้บ่อยมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดยใช้ you เป็นกรรม: This map can ____ the right bus.

ดูคำตอบ

help you find

Hmm, and the group says that a vocabulary of 1,000 words

2:54

อืม และกลุ่มดังกล่าวบอกว่า การรู้คำศัพท์ 1,000 คำ

would allow a speaker to hold a simple conversation. โน้ต

2:58

จะช่วยให้ผู้พูดสามารถสนทนาง่าย ๆ ได้

ไวยากรณ์

would allow a speaker to: allow + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน

Allow someone to do something ใช้โครงสร้าง allow + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ a speaker เป็นกรรม และ to hold ระบุการกระทำที่สามารถทำได้ ในที่นี้ allow ไม่ได้เน้นความหมายว่าอนุญาต ระดับคำศัพท์เป็นเงื่อนไขที่ช่วยให้ทำสิ่งนั้นได้ ดังนั้น would allow จึงหมายความว่าเงื่อนไขนั้นจะทำให้การกระทำเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย allow + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน โดยใช้ users และ practise: The new app will ____ anywhere.

ดูคำตอบ

allow users to practise

วลี

hold a simple conversation: สนทนาขั้นพื้นฐานต่อเนื่องได้

Hold a conversation หมายถึงการมีส่วนร่วมในการโต้ตอบและทำให้บทสนทนาดำเนินต่อไป ในที่นี้ hold ไม่ได้หมายถึงการถือสิ่งของด้วยมือ เมื่อเติม simple วลีนี้บอกว่ามีความสามารถทางภาษาเพียงพอสำหรับการสื่อสารโต้ตอบขั้นพื้นฐาน ไม่ได้หมายความว่าพูดได้คล่อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ขึ้นต้นด้วย hold: After six months of study, Mia can ____ in Italian.

ดูคำตอบ

hold a simple conversation

Sounds like a good idea.

3:02

ฟังดูเป็นความคิดที่ดีนะ

I see.

3:03

ผมเข้าใจล่ะ

Well, let's hear from the former England footballer and TV presenter, โน้ต

3:04

เอาล่ะ เรามาฟังจากอดีตนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษและพิธีกรทีวี

ลำดับความ

let's hear from: แนะนำผู้พูดหรือแหล่งข้อมูลถัดไป

Let's hear from เปลี่ยนความสนใจของผู้ฟังไปยังอีกบุคคลหนึ่ง ซึ่งคำพูดหรือความคิดเห็นของเขาจะตามมา กรรมหลัง from ระบุบุคคลนั้น ดังนั้นวลีนี้จึงช่วยจัดลำดับเนื้อหารายการ ไม่ได้เพียงบอกว่ากำลังได้ยินเสียง ในบริบทอื่น hear from อาจหมายถึงได้รับข่าวหรือข้อความจากใครบางคน แต่ในการเกริ่นของผู้ดำเนินรายการนี้ Let's และบุคคลที่ถูกกล่าวถึงส่งสัญญาณว่า “ตอนนี้มาฟังกันว่าคนนี้มีอะไรจะพูด”

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมของผู้ดำเนินรายการด้วยวลีเป้าหมาย: Before we decide, let's ____ Maya.

ดูคำตอบ

hear from

การใช้คำ

former England footballer and TV presenter: ขอบเขตของ former

ในที่นี้ former ขยาย England footballer หมายความว่าบุคคลนี้เคยเล่นฟุตบอลให้ทีมชาติอังกฤษในอดีต ส่วน TV presenter เป็นตำแหน่งที่สองซึ่งเชื่อมด้วย and และในบริบทนี้เข้าใจว่าเป็นอาชีพปัจจุบันหรืออาชีพที่คนทั่วไปรู้จักเขา ภาษาอังกฤษมักวางคำนามที่เป็นบทบาทหลายคำต่อกันหน้าชื่อบุคคลเมื่อต้องการแนะนำตัว วลีทั้งหมดนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคนคนเดียว ไม่ใช่คนสามคน

แบบฝึกหัด

former หมายความว่าอย่างไรในการแนะนำนี้

  1. บทบาทนักฟุตบอลเป็นเรื่องในอดีต และ TV presenter เป็นอีกตำแหน่งหนึ่ง
  2. บุคคลนี้ยืนอยู่ข้างหน้านักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ
  3. บุคคลนี้เป็นคนแรกในบรรดานักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษสองคน
ดูคำตอบ

บทบาทนักฟุตบอลเป็นเรื่องในอดีต และ TV presenter เป็นอีกตำแหน่งหนึ่ง

Gary Lineker, who's supporting the campaign. ไวยากรณ์

3:09

Gary Lineker ซึ่งกำลังสนับสนุนแคมเปญนี้กัน

ไวยากรณ์

who's supporting the campaign: อนุประโยคที่เพิ่มข้อมูล

อนุประโยคหลังเครื่องหมายจุลภาค who's supporting the campaign เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับ Gary Lineker ชื่อของเขาระบุตัวบุคคลอยู่แล้ว จึงไม่ได้ใช้อนุประโยคนี้เพื่อเลือกว่าหมายถึงคนใด โครงสร้างนี้เรียกว่าอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ ในที่นี้ who's ย่อมาจาก who is เพราะตามด้วย supporting รูปแบบ ‘บุคคล, who is + -ing...’ ใช้แทรกสิ่งที่บุคคลนั้นกำลังทำอยู่ลงในการแนะนำตัวได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อของ who is เติมอนุประโยคที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมให้สมบูรณ์: This is Elena, ____ supporting our school campaign.

ดูคำตอบ

who's

Can you hear what three things he says ลำดับความ

3:12

คุณได้ยินสามสิ่งที่เขาบอกไหม

learning another language gives you?

3:14

ว่าการเรียนรู้ภาษาอื่นให้อะไรกับคุณบ้าง?

ลำดับความ

Can you hear what three things...?: การกำหนดเป้าหมายในการฟัง

คำถามนี้กำหนดโจทย์การฟัง Can you hear...? ในที่นี้หมายถึง “ฟังแล้วระบุให้ได้” ไม่ได้ถามว่าการได้ยินเป็นปกติหรือไม่ ผู้ฟังต้องหาประโยชน์สามอย่างที่ผู้พูดบอกว่าได้จากการเรียนภาษาอื่น What three things บอกทั้งประเภทของข้อมูลที่ต้องหาและจำนวนคำตอบ จึงช่วยให้จัดเนื้อหาส่วนถัดไปเป็นรายการสามข้อได้

แบบฝึกหัด

หลังจากได้ยินคำถามนี้ คุณควรตั้งใจฟังหาข้อมูลอะไรต่อไป

  1. ประโยชน์สามอย่างของการเรียนภาษาอื่น
  2. ภาษาสามภาษาที่ผู้พูดใช้ได้
  3. ผู้พูดมีการได้ยินที่ดีหรือไม่
ดูคำตอบ

ประโยชน์สามอย่างของการเรียนภาษาอื่น

I think it gives you self-satisfaction and self-esteem การใช้คำ

3:16

ผมคิดว่ามันให้ความพึงพอใจในตัวเองและความเคารพตัวเอง

การใช้คำ

self-satisfaction และ self-esteem

self-satisfaction คือความรู้สึกพอใจในตัวเอง การกระทำ หรือความสำเร็จของตน ในบริบทเชิงบวกอย่างประโยคนี้ อาจหมายถึงความรู้สึกอิ่มใจจากการได้เรียนรู้บางอย่าง ส่วน self-esteem คือความรู้สึกโดยรวมว่าตนเองมีคุณค่า จุดเน้นต่างกัน โดย self-satisfaction มักเกิดหลังจากทำบางสิ่งสำเร็จ และอาจฟังเป็นลบได้หากสื่อถึงความหลงตัวเอง ส่วน self-esteem กว้างกว่าและยาวนานกว่า และมักมีความหมายเชิงบวกในสำนวนอย่าง healthy self-esteem

แบบฝึกหัด

สำนวนใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคที่กล่าวถึงความรู้สึกโดยรวมว่าตนเองมีคุณค่า A caring coach can help a child build healthy ___.

  1. self-esteem
  2. self-satisfaction
  3. satisfaction with the result
ดูคำตอบ

self-esteem

if you can speak another language when you're traveling.

3:20

หากคุณสามารถพูดภาษาอื่นได้เมื่อคุณกำลังเดินทาง

I think it also gives you an edge in a lot of different areas

3:23

ผมคิดว่ามันยังทำให้คุณได้เปรียบในหลาย ๆ ด้านที่แตกต่างกัน

in the workplace, not just football.

3:27

ในสถานที่ทำงาน ไม่ใช่แค่ในวงการฟุตบอลเท่านั้น

So, Gary Lineker says there are three things it gives you.

3:29

ดังนั้น Gary Lineker บอกว่ามันให้สามสิ่งแก่คุณ

Um, it gives you self-satisfaction firstly.

3:33

อืม มันให้ความพึงพอใจในตัวเองเป็นอย่างแรก

He means you feel good about learning a new skill.

3:38

เขาหมายความว่าคุณรู้สึกดีที่ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ

But, it can have a negative meaning, self-satisfaction, การใช้คำ

3:41

แต่มันสามารถมีความหมายในแง่ลบได้นะ คำว่าความพึงพอใจในตัวเอง

that you're smug or pleased with yourself.

3:44

ที่ว่าคุณรู้สึกอวดดีหรือพอใจกับตัวเองมากเกินไป

การใช้คำ

ความหมายเชิงลบของ self-satisfaction: หลงตัวเองหรือพอใจในตัวเองมากเกินไป

ในประโยคนี้ self-satisfaction ถูกอธิบายในความหมายเชิงลบ คือพอใจในตัวเองมากจนดู smug หรือหลงตัวเอง วลี pleased with yourself ในที่นี้ก็เป็นคำวิจารณ์ ไม่ได้แปลเพียงว่ารู้สึกดีใจ self-satisfaction อาจมีความหมายเป็นกลางหรือเชิงบวกได้ในบางครั้ง แต่ต้องดูจากบริบท คำอย่าง smug หรือ too pleased with yourself แสดงการวิจารณ์อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

self-satisfaction ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร? 'Maya wore a look of smug self-satisfaction after proving everyone wrong.'

  1. เธอรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าอย่างเหมาะสม
  2. เธอดูพอใจในตัวเองมากเกินไป
  3. เธอผิดหวังกับผลลัพธ์
ดูคำตอบ

เธอดูพอใจในตัวเองมากเกินไป

Yeah. I don't think he means that here, though. น้ำเสียง/เจตนา

3:47

ใช่ แต่ผมไม่คิดว่าเขาหมายความแบบนั้นในบริบทนี้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

Though ở cuối câu trong I don't think ... here, though

though ที่ท้ายประโยคมีความหมายคล้าย however หรือ but และย้อนกลับไปเชื่อมกับแนวคิดก่อนหน้า ผู้พูดให้ความเห็นหลักก่อนว่า I don't think he means that here แล้วจึงใช้ though เพื่อแสดงว่าความเห็นนี้ขัดกับความหมายเชิงลบที่เพิ่งพูดถึง เมื่ออยู่ท้ายประโยค though ทำหน้าที่เป็นคำแสดงความขัดแย้งแบบภาษาสนทนา ไม่ใช่คำสันธานที่นำอนุประโยคอีกส่วนหนึ่ง ตำแหน่งนี้มักทำให้การแก้ความเห็นฟังเหมือนข้อสงวนที่เติมเข้ามา มากกว่าการโต้แย้งอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่ต้น

แบบฝึกหัด

เติมความขัดแย้งด้วย though ที่ท้ายประโยค: The journey was long. It was worth it, ____.

ดูคำตอบ

though

Yes.

3:49

ครับ

He also says it improves self-esteem.

3:50

เขายังบอกอีกว่ามันช่วยเพิ่มความเคารพตัวเอง

So, you feel good about yourself and it boosts your confidence. วลี

3:53

ดังนั้น คุณจะรู้สึกดีกับตัวเองและมันช่วยเพิ่มความมั่นใจให้คุณ

วลี

boosts your confidence: เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง

ในประโยคนี้ boosts your confidence หมายถึง “ทำให้คุณมั่นใจในตัวเองและความสามารถของตัวเองมากขึ้น” ตรงนี้ boost ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการผลักสิ่งใดจริง ๆ boost ใช้ร่วมกับคำนามที่บอกสิ่งที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น confidence, energy หรือ sales ที่นี่ boosts เติม -s เพราะประธาน it เป็นเอกพจน์บุรุษที่สาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของวลีเป้าหมาย: Small successes can ____.

ดูคำตอบ

boost your confidence

Imagine going on holiday to Spain and being able to converse with or speak to the locals. โน้ต

3:56

ลองจินตนาการว่าไปเที่ยววันหยุดที่สเปนแล้วสามารถพูดคุยหรือสนทนากับคนในท้องถิ่นได้ดูสิ

ลำดับความ

Imagine going... and being able to...: อธิบายแนวคิดด้วยฉากที่เห็นภาพชัด

Imagine... เป็นการชวนผู้ฟังให้สร้างภาพขึ้นในใจ ตรงนี้ผู้พูดเปลี่ยนประโยชน์เชิงนามธรรมของการรู้ภาษาอื่นให้เป็นฉากการเดินทางที่เห็นภาพชัด จึงทำให้เข้าใจประโยชน์นั้นได้ง่ายขึ้น นี่เป็นการชวนให้นึกถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่คำสั่งให้ไปเที่ยวจริง ๆ หลัง imagine สามารถใช้รูป -ing เพื่อบอกกิจกรรมที่กำลังนึกภาพได้ going... และ being able to... เป็นวลี -ing ที่วางขนานกัน โดยนำสองส่วนที่เกี่ยวข้องกันมาไว้ในฉากที่จินตนาการฉากเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดชวนผู้ฟังให้นึกภาพประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Imagine you to visit a new city and understanding every street sign.
  2. Imagine visiting a new city and understanding every street sign.
  3. Imagine to visit a new city and understand every street sign.
ดูคำตอบ

Imagine visiting a new city and understanding every street sign.

การใช้คำ

going on holiday ในภาษาอังกฤษแบบบริติช

Going on holiday เป็นรูป -ing ของ go on holiday ซึ่งเป็นสำนวนที่ใช้บ่อยในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึงการเดินทางหรือหยุดพักจากชีวิตประจำวัน ในที่นี้ holiday หมายถึงช่วงที่หยุดจากงานหรือโรงเรียนและมักมีการเดินทางด้วย ไม่ได้หมายถึงวันเฉลิมฉลองพิเศษเท่านั้น เมื่อจินตนาการถึงกิจกรรมบางอย่าง imagine มักตามด้วยอนุประโยคที่ใช้รูป -ing จึงพูดว่า imagine going on holiday

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษแบบบริติชจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงไปเที่ยวพักผ่อน: We're planning to ____ in Wales next spring.

ดูคำตอบ

go on holiday

การใช้คำ

converse with or speak to the locals: ระดับความเป็นทางการและความหมาย

Converse with และ speak to ในที่นี้ต่างหมายถึงการสื่อสารด้วยการพูด converse with ฟังดูเป็นทางการกว่าและสื่อชัดเจนว่าเป็นการสนทนาสองฝ่าย ส่วน speak to มีน้ำเสียงเป็นกลางและพบได้บ่อยกว่าในภาษาประจำวัน คำว่า or ใช้เพื่อนำเข้าสำนวนอีกแบบที่เข้าใจง่ายกว่า The locals เป็นนามวลีที่หมายถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ในสถานที่นั้น หมายถึงคน ไม่ใช่สถานที่ในท้องถิ่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดกับบทสนทนาเรื่องการเดินทางแบบสบาย ๆ ในชีวิตประจำวัน และสื่อความหมายว่าพูดคุยกับคนในท้องถิ่นได้อย่างถูกต้อง

  1. I like conversing with the locals when I visit a new town.
  2. I like talking to the locals when I visit a new town.
  3. I like speaking to the local places when I visit a new town.
ดูคำตอบ

I like talking to the locals when I visit a new town.

Hmm, feels good.

4:01

อืม รู้สึกดีเลยล่ะ

And he also mentioned the economic benefits of speaking another language.

4:03

และเขายังกล่าวถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจของการพูดอีกภาษาหนึ่งด้วย

It gives you the edge in the workplace. สำนวน

4:08

มันทำให้คุณได้เปรียบในสถานที่ทำงาน

สำนวน

give you the edge in the workplace: ทำให้ได้เปรียบในการทำงาน

Give someone the edge หมายถึงทำให้คนนั้นได้เปรียบผู้อื่น ในประโยคนี้หมายถึงทักษะหนึ่งช่วยให้คุณแข่งขันในที่ทำงานได้ดีขึ้น โดย edge ไม่ได้หมายถึงขอบของวัตถุ วลี in the workplace จำกัดความได้เปรียบนี้ให้อยู่ในบริบทของงานและสถานที่ทำงาน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ give + คน + the edge และมักตามด้วย over + คู่แข่งหรือกลุ่ม หรือ in + สถานการณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ทำให้คุณได้เปรียบในการแข่งขัน”: Knowing the local market could ____ in the interview.

ดูคำตอบ

give you the edge

That means it gives you an advantage, especially if you're dealing with foreign companies. กริยาวลี

4:11

นั่นหมายความว่ามันให้ข้อได้เปรียบแก่คุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณต้องติดต่อกับบริษัทต่างชาติ

กริยาวลี

dealing with foreign companies: ติดต่อทำธุรกิจกับบริษัทต่างชาติ

เมื่อสิ่งที่ตามหลัง deal with เป็นบุคคลหรือองค์กร วลีนี้อาจหมายถึงการติดต่อกับบุคคลหรือองค์กรนั้นและจัดการเรื่องที่เกี่ยวข้อง ในประโยคนี้ dealing with foreign companies หมายถึงการสื่อสารหรือทำธุรกิจกับบริษัทต่างชาติ ไม่ใช่มองว่าบริษัทเป็นปัญหาที่ต้องแก้ หลัง if you're คำว่า dealing เป็นรูป -ing ที่ใช้กับ be ในที่นี้ if you're dealing with หมายถึง “ถ้างานของคุณเกี่ยวข้องกับการติดต่อกับ...” ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “ในขณะนี้พอดี”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Our sales team deals with several overseas suppliers,” deals with หมายถึงอะไร?

  1. ซ่อมแซมผู้จัดหา
  2. ติดต่อทางธุรกิจกับผู้จัดหาและจัดการเรื่องที่เกี่ยวข้อง
  3. หลีกเลี่ยงการสื่อสารกับผู้จัดหา
ดูคำตอบ

ติดต่อทางธุรกิจกับผู้จัดหาและจัดการเรื่องที่เกี่ยวข้อง

Hmm.

4:17

อืม

And it also shows politeness and respect for other people น้ำเสียง/เจตนา

4:18

และมันยังแสดงถึงความสุภาพและความเคารพต่อผู้อื่นด้วย

by showing that you've made an effort. วลี

4:22

โดยการแสดงให้เห็นว่าคุณได้ใช้ความพยายาม

น้ำเสียง/เจตนา

shows politeness and respect for other people: แสดงความสุภาพและความเคารพต่อผู้อื่น

ในประโยคนี้ shows หมายถึง “สื่อ” หรือ “ทำให้เห็นท่าทีอย่างชัดเจน” ไม่ได้หมายถึง “นำสิ่งของมาให้ดู” วลีนี้บอกว่าการกระทำสามารถสื่อความสุภาพและความเคารพต่อผู้อื่นได้ รูปแบบคือ show politeness and respect for someone โดยคนหรือกลุ่มที่ตามหลัง for คือผู้ที่ได้รับการปฏิบัติอย่างสุภาพและให้เกียรตินั้น โดยทั่วไป show + ท่าทีหรือความรู้สึก ใช้อธิบายได้ว่าการกระทำหนึ่งสื่ออะไร

แบบฝึกหัด

shows politeness and respect ในประโยค “Waiting quietly shows politeness and respect for others” หมายความว่าอย่างไร?

  1. นำสิ่งของที่สุภาพและน่าเคารพมาจัดแสดง
  2. สื่อท่าทีที่ให้เกียรติผ่านการกระทำ
  3. รับประกันว่าทุกคนจะชอบการกระทำนั้น
ดูคำตอบ

สื่อท่าทีที่ให้เกียรติผ่านการกระทำ

วลี

you've made an effort: คุณได้พยายามแล้ว

make an effort หมายถึง “พยายามอย่างจริงจัง” หรือทุ่มเทเวลาและแรงให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ you've made an effort หมายความว่าคุณได้พยายามแล้ว และความพยายามนั้นยังเห็นได้ชัดหรือยังสำคัญอยู่ในตอนนี้ รูปแบบที่ใช้บ่อยคือ make an effort to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น make an effort to listen ในภาษาอังกฤษ effort มักใช้คู่กับ make ไม่ใช่ do

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่มี effort และหมายถึง “พยายามอย่างจริงจัง”: Please ____ to arrive on time.

ดูคำตอบ

make an effort

It's something another footballer, Gareth Bale, has tried to do.

4:25

มันเป็นสิ่งที่นักฟุตบอลอีกคน Gareth Bale ได้พยายามทำ

Last year, he signed for Real Madrid. การใช้คำ

4:29

เมื่อปีที่แล้ว เขาเซ็นสัญญากับสโมสรเรอัลมาดริด

การใช้คำ

signed for Real Madrid: เซ็นสัญญาเข้าร่วมสโมสรฟุตบอล

ในฟุตบอลและกีฬาประเภททีมอื่น ๆ sign for + สโมสร หมายถึงผู้เล่นตกลงทำสัญญาและเข้าร่วมสโมสรนั้น ในประโยคนี้ signed for Real Madrid หมายถึงเขาได้เป็นผู้เล่นของเรอัลมาดริด คำที่ตามหลัง for คือทีมที่ผู้เล่นเข้าร่วม ไม่ใช่บุคคลหรือองค์กรที่ได้รับลายเซ็น

แบบฝึกหัด

เติมข่าวการย้ายทีมฟุตบอลโดยใช้ sign for ในรูปอดีต: The young striker ____ Arsenal last summer.

ดูคำตอบ

signed for

So, he tried to master, or to be very good at, การใช้คำ

4:32

ดังนั้น เขาจึงพยายามเชี่ยวชาญ หรือเก่งมาก ๆ

การใช้คำ

master ในฐานะคำกริยา: ไปถึงระดับความชำนาญสูง

ในที่นี้ master เป็นคำกริยา การ master ทักษะ ภาษา หรือวิชา หมายถึงเรียนรู้สิ่งนั้นจนสามารถใช้หรือเข้าใจได้อย่างชำนาญในระดับสูง ผู้พูดอธิบายซ้ำทันทีด้วยคำว่า to be very good at Master เน้นระดับความสามารถสูงที่ไปถึงแล้ว ส่วน learn ใช้บรรยายขั้นใดก็ได้ของกระบวนการเรียนรู้ try to master หมายถึงพยายามไปให้ถึงระดับนั้น ไม่ได้แปลว่าเชี่ยวชาญแล้วเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “After years of practice, she mastered the technique,” คำว่า mastered หมายถึงอะไร?

  1. เธอใช้เทคนิคนั้นได้อย่างชำนาญมาก
  2. เธอเริ่มเรียนรู้เทคนิคนั้น
  3. เธอสอนเทคนิคนั้นให้คนอื่น
ดูคำตอบ

เธอใช้เทคนิคนั้นได้อย่างชำนาญมาก

speaking Spanish, so he could talk to his fans. ไวยากรณ์

4:36

ในการพูดภาษาสเปน เพื่อที่เขาจะสามารถคุยกับแฟนคลับของเขาได้

ไวยากรณ์

so he could talk to his fans: การบอกจุดประสงค์

ใน so he could talk to his fans คำว่า so ใช้เกริ่นจุดประสงค์หรือผลที่คาดหวังจากการพูดภาษาสเปน คือทำให้เขาสามารถคุยกับแฟน ๆ ได้ could เข้ากับเหตุการณ์ในอดีต แต่ใจความสำคัญไม่ได้มีเพียงว่าเขาเคยมีความสามารถนั้น โครงสร้าง so + ประธาน + could อธิบายว่าเหตุใดจึงทำสิ่งก่อนหน้า ส่วนรูปเต็ม so that he could talk to his fans ก็แสดงจุดประสงค์เดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย so + she + รูปอดีตของ can: Mia saved the map ____ find the hotel.

ดูคำตอบ

so she could

This is how he got on. กริยาวลี

4:39

นี่คือสิ่งที่เขาทำได้

กริยาวลี

how he got on: ความคืบหน้าหรือผลงาน

ในที่นี้ how he got on หมายถึงเขาทำได้ดีแค่ไหนหรือเรื่องนั้นเป็นอย่างไรสำหรับเขา ส่วน This is how he got on ใช้เกริ่นสิ่งที่จะตามมาเพื่อแสดงผลงานจริงของเขา ผู้ฟังเข้าใจว่าพูดถึงกิจกรรมใดจากบริบท หลังจากใครสักคนลองทำงาน สัมภาษณ์ สอบ หรือพบประสบการณ์ใหม่ การถามว่า how they got on คือการถามถึงความคืบหน้าหรือผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

Leo เพิ่งเรียนว่ายน้ำครั้งแรกเสร็จ พ่อถามว่า How did you get on? พ่อต้องการรู้อะไร

  1. Leo ขึ้นรถบัสคันไหน
  2. บทเรียนนั้นเป็นอย่างไรสำหรับ Leo
  3. Leo มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เรียนว่ายน้ำอีกคนหรือไม่
ดูคำตอบ

บทเรียนนั้นเป็นอย่างไรสำหรับ Leo

Hola. Uh, es un sueño para mí jugar para Real Madrid.

4:42

Hola. Uh, es un sueño para mí jugar para Real Madrid.

Uh, gracias. Muy bien.

4:47

Uh, gracias. Muy bien.

Impressive. Impressive, yes.

4:50

น่าประทับใจ น่าประทับใจมาก ใช่เลย

I think he was saying it was his dream to play for Real Madrid.

4:51

ผมคิดว่าเขากำลังพูดว่ามันเป็นความฝันของเขาที่ได้เล่นให้กับเรอัลมาดริด

Uh, Rob, your Spanish is very impressive too there.

4:55

เอ่อ Rob ภาษาสเปนของคุณตรงนี้ก็น่าประทับใจมากเหมือนกันนะ

Uh, but for Gareth Bale, speaking Spanish will help him fit in, กริยาวลี

5:00

เอ่อ แต่สำหรับ Gareth Bale การพูดภาษาสเปนจะช่วยให้เขาเข้ากับคนอื่นได้

perhaps make him more accepted by his teammates and his fans. ไวยากรณ์

5:05

บางทีอาจทำให้เขาได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลมากขึ้น

กริยาวลี

help him fit in: ช่วยให้เขากลมกลืนกับกลุ่ม

fit in ในที่นี้หมายถึงการรู้สึกสบายใจและได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มหรือสภาพแวดล้อม การพูดภาษาสเปนอาจช่วยให้เขารู้สึกและดูเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในทีมมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงขนาดทางกายภาพที่พอดี help him fit in ใช้โครงสร้าง help + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้พูดถึงคนที่เข้าโรงเรียน ที่ทำงาน ทีม หรือวัฒนธรรมใหม่ได้

แบบฝึกหัด

เติม phrasal verb ที่หมายถึงการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มให้สมบูรณ์: Joining the lunchtime club helped Amir ____ at his new school.

ดูคำตอบ

fit in

ไวยากรณ์

make him more accepted by ...: make + กรรม + ส่วนเติมเต็ม

make him more accepted ใช้โครงสร้าง make + กรรม + ส่วนเติมเต็ม โดย him คือคนที่ได้รับผล และ more accepted บอกสภาพที่เกิดขึ้นตามมา นั่นคือคนอื่นอาจยอมรับเขาได้ง่ายขึ้น accepted เป็นกริยาช่องที่สามที่ทำหน้าที่เหมือนคำคุณศัพท์และมีความหมายแบบถูกกระทำ ส่วน by his teammates and his fans ระบุว่าคนที่ยอมรับเขาคือเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอล ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นฝ่ายยอมรับคนเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการสนับสนุนอย่างเปิดเผยของทีมทำให้แฟนบอลยอมรับผู้เล่นได้ง่ายขึ้น

  1. The team's public support made more accepted the player by the fans.
  2. The team's public support made the player more accepted by the fans.
  3. The team's public support made the player accept the fans.
ดูคำตอบ

The team's public support made the player more accepted by the fans.

Hmm.

5:09

อืม

But, Finn, I have got a dilemma here. การใช้คำ

5:09

แต่ Finn ตอนนี้ผมมีเรื่องกลืนไม่เข้าคายไม่ออกล่ะ

การใช้คำ

have got a dilemma: เผชิญทางเลือกที่ตัดสินใจยาก

ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในการสนทนา have got มักมีความหมายเหมือน have คือ “มี” ดังนั้น I have got a dilemma จึงมีความหมายเหมือน I have a dilemma ในที่นี้ got ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเพิ่งได้รับอะไรมา dilemma คือสถานการณ์ที่เลือกได้ยาก เพราะตัวเลือกขัดแย้งกัน มีข้อเสีย หรือไม่สามารถเลือกทั้งสองอย่างได้ วลีนี้จึงหมายถึงการตัดสินใจที่ยาก ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ ทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติม have got และคำนามที่หมายถึงตัวเลือกที่ตัดสินใจยาก: I ____: both clubs meet at the same time, and I can join only one.

ดูคำตอบ

have got a dilemma

There are so many languages in the world to learn.

5:12

ในโลกนี้มีภาษาให้เรียนเยอะแยะมากมาย

Which one should I learn first?

5:14

ผมควรเริ่มเรียนภาษาไหนก่อนดี?

Maybe you could start with the UK's second most spoken language. น้ำเสียง/เจตนา

5:16

บางทีคุณอาจเริ่มจากภาษาที่มีคนพูดมากเป็นอันดับสองในสหราชอาณาจักรก็ได้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

Maybe you could start with...: แนะนำจุดเริ่มต้นอย่างนุ่มนวล

Maybe you could... ใช้เสนอแนะโดยไม่ฟังดูเหมือนคำสั่ง Maybe แสดงว่าเป็นแนวคิดหนึ่งที่เปิดให้พิจารณา และ could ช่วยลดความหนักแน่นของคำแนะนำ ในที่นี้ could ไม่ได้หมายถึงความสามารถในอดีต start with ใช้นำเข้าสิ่งหรือขั้นตอนแรก เมื่อรวมเป็น Maybe you could start with... จึงเป็นการชี้จุดเริ่มต้นที่เป็นไปได้อย่างนุ่มนวล พร้อมให้ผู้ฟังเป็นคนตัดสินใจเอง

แบบฝึกหัด

ใช้ Maybe, could และ start with เติมคำแนะนำที่นุ่มนวลให้สมบูรณ์: ____ the easiest question.

ดูคำตอบ

Maybe you could start with

Ah, that's the question I posed you earlier. วลี

5:21

อ้า นั่นคือคำถามที่ผมถามคุณไปก่อนหน้านี้ไง

วลี

the question I posed you earlier: การใช้ pose a question

ในประโยคนี้ pose a question หมายถึง “ยกคำถามขึ้นมาให้ใครสักคนคิดหรือตอบ” ฟังดูเป็นทางการและตั้งใจมากกว่าคำกริยาทั่วไป ask ส่วน pose ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “โพสท่า” คำว่า I posed you earlier ทำหน้าที่ขยาย question โดยละสรรพนามเชื่อมที่เป็นกรรมอย่าง that หรือ which ไว้: the question (that) I posed you earlier โครงสร้างแบบอังกฤษที่วางผู้รับคำถามไว้โดยตรงนี้มีความหมายเหมือนกับรูปที่ใช้แพร่หลายกว่า คือ the question I posed to you earlier

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ pose a question ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The chair posed about a difficult question to the panel.
  2. The chair posed the panel about a difficult question.
  3. The chair posed a difficult question to the panel.
ดูคำตอบ

The chair posed a difficult question to the panel.

What is Britain's second most spoken language?

5:24

ภาษาที่มีคนพูดมากเป็นอันดับสองในอังกฤษคือภาษาอะไร?

And I said Polish.

5:27

และผมตอบว่าภาษาโปแลนด์

And of course, polski.

5:30

และแน่นอน polski

Yes, of course, you're right.

5:31

ใช่ แน่นอน คุณตอบถูก

According to the 2011 census, it is Polish. วัฒนธรรม

5:33

จากการสำรวจสำมะโนประชากรปี 2011 มันคือภาษาโปแลนด์

วัฒนธรรม

According to the 2011 census: การอ้างแหล่งข้อมูล

According to the 2011 census บอกว่าข้อมูลมาจากไหน กล่าวคือข้อความที่ตามมาอ้างอิงจากสำมะโนประชากรปี 2011 ไม่ได้เป็นเพียงการคาดเดาของผู้พูด According to หมายถึง “ตามที่แหล่งข้อมูลระบุหรือแสดงไว้” census คือการนับและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับประชากรทั้งหมดอย่างเป็นทางการ ซึ่งมักจัดทำโดยรัฐบาล จึงมีความหมายเฉพาะกว่า survey ทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบอกแหล่งข้อมูลสองคำจากบทเรียน: ____ the school report, attendance has improved.

ดูคำตอบ

According to

The census also found out that over a hundred and four different languages are spoken in the UK. โน้ต

5:36

การสำรวจนี้ยังพบอีกว่ามีการพูดภาษาที่แตกต่างกันมากกว่าหนึ่งร้อยสี่ภาษาในสหราชอาณาจักร

กริยาวลี

found out: รู้ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบข้อมูล

found out เป็นรูปอดีตของกริยาวลี find out ในที่นี้หมายถึง “ได้รู้หรือค้นพบข้อเท็จจริงจากการหาข้อมูล” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกว่าข้อเท็จจริงที่รู้นั้นคืออะไร ใช้รูปแบบนี้เมื่อผลสำคัญคือข้อมูลใหม่ ไม่ใช่เมื่อใครบางคนพบตำแหน่งของสิ่งของที่จับต้องได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ find out: After checking the website, we ____ that the museum was closed.

ดูคำตอบ

found out

การใช้คำ

over a hundred and four: มากกว่า 104

เมื่ออยู่หน้าตัวเลข over หมายถึง “มากกว่า” ดังนั้น over a hundred and four จึงหมายถึงจำนวนที่มากกว่า 104 ไม่ใช่ตำแหน่งที่อยู่เหนือ 104 a hundred and four เป็นวิธีพูดเลข 104 ที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติช โดย and เชื่อม hundred กับเลขหลักหน่วยท้ายสุด ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักพูดว่า a hundred four ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคเต็มแล้วเลือกสิ่งที่ได้ยิน เน้นความแตกต่างระหว่าง a hundred and four กับ a hundred and forty

  1. The library has over a hundred and four books.
  2. The library has only a hundred and four books.
  3. The library has over a hundred and forty books.
ดูคำตอบ

The library has over a hundred and four books.

ไวยากรณ์

are spoken in the UK: รูป passive ใน present simple

are spoken เป็นรูป passive ใน present simple: are + คำกริยาช่อง 3 spoken ประธานพหูพจน์ different languages เป็นฝ่ายที่ได้รับการกระทำ กล่าวคือ ผู้คนพูดภาษาเหล่านั้น จึงกล่าวได้ว่าภาษาเหล่านั้นถูกพูด โครงสร้างนี้เน้นภาษาและสถานที่ที่มีการใช้ภาษา ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้พูด ใช้รูป language(s) + is/are spoken + สถานที่ เพื่อบอกข้อเท็จจริงทั่วไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป passive ใน present simple ของ speak: More than twenty languages ____ at this school.

ดูคำตอบ

are spoken

Before we go, could you remind us of some of the English words that we've heard today? โน้ต

5:42

ก่อนที่เราจะจากกัน คุณช่วยทบทวนคำศัพท์ภาษาอังกฤษบางคำที่เราได้ยินในวันนี้ให้เราฟังหน่อยได้ไหม?

ลำดับความ

Before we go: การเกริ่นเรื่องสุดท้ายก่อนจบ

Before we go เป็นคำเชื่อมที่ใช้เมื่อการสนทนา บทเรียน การประชุม หรือรายการใกล้จะจบ เพื่อบอกผู้ฟังว่ายังมีอีกหนึ่งเรื่องสุดท้ายก่อนการพูดคุยหรือกิจกรรมจะสิ้นสุดลง ในที่นี้ go ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการออกจากสถานที่จริง ๆ วลีนี้ช่วยจัดลำดับการสนทนา และใช้เกริ่นการทบทวน การเตือน คำถามสุดท้าย หรือข้อตกลงสุดท้ายได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เกริ่นงานสุดท้ายในช่วงใกล้จบการประชุมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Before we go, let's confirm who will send the report.
  2. To begin, let's confirm who will send the report.
  3. Moving on, let's confirm who will send the report.
ดูคำตอบ

Before we go, let's confirm who will send the report.

น้ำเสียง/เจตนา

could you remind us of: คำขออย่างสุภาพให้ช่วยนึกถึงข้อมูล

Could you...? ทำให้ประโยคนี้เป็นคำขอที่สุภาพ จุดสำคัญไม่ใช่การถามว่าอีกฝ่ายมีความสามารถหรือไม่ แต่เป็นการขอให้อีกฝ่ายช่วยให้กลุ่มนึกถึงข้อมูล โครงสร้างคือ remind + someone + of + something ในประโยคนี้ us คือผู้ที่ได้รับการเตือน และ some of the English words คือเนื้อหาที่ต้องนึกถึง เมื่อใช้ในความหมายนี้ต้องคง of ไว้หน้าเนื้อหานั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำขอโดยใช้ remind คำสรรพนามที่หมายถึงกลุ่มของผู้พูด และคำบุพบทที่จำเป็น: Before the quiz, could you ____ the three key rules?

ดูคำตอบ

remind us of

Yes, we heard

5:46

ได้เลย เราได้ยินคำว่า

trait,

5:48

trait (ลักษณะนิสัย),

linguists,

5:50

linguists (นักภาษาศาสตร์),

native language,

5:52

native language (ภาษาแม่),

to get by,

5:55

to get by (เอาตัวรอด),

compulsory,

5:57

compulsory (ภาคบังคับ),

self-esteem,

5:59

self-esteem (ความเคารพตัวเอง),

to converse with,

6:01

to converse with (สนทนากับ),

to give you the edge,

6:04

to give you the edge (ทำให้คุณได้เปรียบ),

to master,

6:06

to master (เชี่ยวชาญ),

to fit in.

6:08

to fit in (เข้ากับคนอื่นได้)

Hmm.

6:10

อืม

Danke schön, Finn.

6:10

Danke schön, Finn.

Ja, bitte schön, ja.

6:11

Ja, bitte schön, ja.

Okay, well, that's it for this program. ลำดับความ

6:13

โอเค เอาล่ะ นั่นคือทั้งหมดสำหรับรายการนี้

ลำดับความ

that's it for this program: สัญญาณว่ารายการกำลังจบลง

That's it for this program เป็นสัญญาณปิดท้าย โดยบอกผู้ฟังว่าเนื้อหาหลักของรายการจบแล้ว และบทสนทนากำลังเข้าสู่คำกล่าวลา ไม่ใช่หัวข้อใหม่ โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ That's it for + กิจกรรมหรือช่วงเวลา เช่น That's it for today. ในที่นี้ it ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของ แต่ That's it หมายถึงส่วนที่กล่าวถึงได้จบลงแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างปิดท้าย That's it for... เติมประโยคให้สมบูรณ์: The lesson is finished. That's ____ today.

ดูคำตอบ

it for

Please, join us again soon for 6 Minute English from BBC Learning English. น้ำเสียง/เจตนา

6:15

โปรดกลับมาร่วมกับเราอีกครั้งใน 6 Minute English จาก BBC Learning English

น้ำเสียง/เจตนา

join us again soon: เชิญผู้ฟังให้กลับมาอีก

ในประโยคปิดรายการนี้ join us again soon เป็นคำเชิญอย่างเป็นมิตรให้ผู้ฟังกลับมาติดตามรายการอีกในเร็ว ๆ นี้ คำว่า join us ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “สมัครเป็นสมาชิกองค์กรของเรา” แต่หมายถึง “กลับมาฟัง ชม หรือเข้าร่วมกิจกรรมกับเราอีก” Again แสดงว่าเชิญผู้ฟังให้กลับมาอีกครั้ง ส่วน soon แสดงว่าผู้ดำเนินรายการหวังว่าจะกลับมาในเวลาไม่นาน วลีนี้ช่วยปิดรายการอย่างอบอุ่นและรักษาความสัมพันธ์กับผู้ฟังไว้

แบบฝึกหัด

เติมคำในประโยคปิดรายการที่เป็นมิตรนี้ด้วยวลีเป้าหมาย: Please ____ for another episode.

ดูคำตอบ

join us again soon

Bye.

6:20

ลาก่อน

That was 6 Minute English from BBCLearningEnglish.com.

6:21

นั่นคือ 6 Minute English จาก BBCLearningEnglish.com