ไขมันคืออะไร? - George Zaidan: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
728 คำ 199 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอเปรียบเทียบน้ำมันมะกอกกับแป้งแพนเค้กเพื่ออธิบายว่า ปริมาณไขมันรวมเพียงอย่างเดียวไม่ได้กำหนดผลต่อสุขภาพ โดยเชื่อมโยงรูปร่างโมเลกุลของไขมันอิ่มตัว ไขมันไม่อิ่มตัว ไขมันแบบซิส และไขมันทรานส์กับพฤติกรรมในร่างกาย พร้อมชี้ให้เห็นว่ารายการส่วนผสมอาจให้ข้อมูลสำคัญกว่าข้อความโภชนาการที่แสดงเด่นบนฉลาก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. doesn't impact our weight or our cholesterol or our risk of heart disease nearly as much as what kind of fat we eat. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การสังเกตและใช้ doesn't ... nearly as much as ... เพื่อเปรียบเทียบอิทธิพลของสองปัจจัย พร้อมเน้นว่าปัจจัยแรกส่งผลน้อยกว่าปัจจัยที่สองอย่างมาก ไม่ใช่เพียงบอกว่าทั้งสองแตกต่างกัน จึงนำไปใช้กับการเปรียบเทียบด้านสุขภาพ การเรียน หรือความเสี่ยงได้ 2. Don't let nutrition labels or advertising fool you. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจรูปแบบคำเตือนโดยตรง Don't let ... fool you และใช้เตือนผู้อื่นไม่ให้เชื่อฉลาก โฆษณา ภาพลักษณ์ หรือข้อมูลที่อาจทำให้เข้าใจผิดโดยไม่ตรวจสอบก่อน 3. The point is this. It's not how much fat you eat, it's what kind of fat. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: มองออกว่า The point is this ตามด้วย It's not ..., it's ... ใช้ปิดคำอธิบาย ปฏิเสธจุดสนใจที่คลาดเคลื่อน และแทนที่ด้วยความแตกต่างหลักที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังจดจำ ซึ่งนำไปใช้สรุปงานพูดหรืองานเขียนได้อย่างชัดเจน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Olive oil is 100% fat.

0:13

น้ำมันมะกอกเป็นไขมัน 100%

There's nothing else in it.

0:16

ไม่มีส่วนผสมของอย่างอื่นเลย

Pancake mix, on the other hand, ลำดับความ

0:17

ในทางกลับกัน แป้งแพนเค้กสำเร็จรูป

is only about 11% fat.

0:18

มีไขมันเพียงแค่ 11%

ลำดับความ

on the other hand: นำเสนออีกด้านที่แตกต่างกัน

on the other hand เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่พาจากสิ่งหรือประเด็นก่อนหน้าไปสู่อีกด้านที่แตกต่างกัน ในที่นี้ ก่อนหน้านี้เพิ่งบอกสัดส่วนไขมันของน้ำมันมะกอก และวลีนี้นำแป้งแพนเค้กสำเร็จรูปมาไว้ในกรอบการเปรียบเทียบเดียวกัน ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว โดย hand ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “มือ” จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้: The train is faster. ____, the bus is much cheaper.

ดูคำตอบ

On the other hand

And yet, olive oil is good for you ลำดับความ

0:20

แต่ถึงกระนั้น น้ำมันมะกอกก็ดีต่อสุขภาพของคุณ

and pancake mix is not.

0:22

ส่วนแป้งแพนเค้กสำเร็จรูปนั้นไม่

ลำดับความ

And yet: บอกผลลัพธ์ที่ขัดกับความคาดหมาย

And yet เชื่อมต่อการอธิบายพร้อมกับนำเสนอข้อเท็จจริงหรือข้อสรุปที่ขัดกับความคาดหมายจากข้อมูลก่อนหน้า ในที่นี้ สัดส่วนไขมันอาจทำให้คิดว่าแป้งแพนเค้กสำเร็จรูปดีต่อสุขภาพมากกว่า แต่การประเมินด้านสุขภาพกลับเป็นตรงกันข้าม And รักษาความเชื่อมโยงกับข้อมูลก่อนหน้า ส่วน yet เพิ่มความหมายเชิงยอมรับคล้ายกับ “แม้จะเป็นเช่นนั้น” จึงมีน้ำหนักในการหักมุมมากกว่า and ธรรมดา ในการใช้นี้ yet ไม่ได้หมายถึง “จนถึงตอนนี้”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่บอกถึงผลลัพธ์อันน่าประหลาดใจ: The map looked simple. ____, we still took the wrong road.

ดูคำตอบ

And yet

ลำดับความ

olive oil is good for you ... pancake mix is not: การเปรียบต่างแบบขนานและการละคำ

อนุประโยคสองส่วนที่เชื่อมกันสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน: น้ำมันมะกอกได้รับการประเมินเชิงบวกต่อสุขภาพ ส่วนแป้งแพนเค้กสำเร็จรูปได้รับการประเมินเชิงลบ ใน pancake mix is not คำว่า good for you ถูกละไว้ เพราะเข้าใจได้อยู่แล้วจากอนุประโยคแรก ความหมายเต็มคือ pancake mix is not good for you รูปแบบ X is ..., and Y is not วางความแตกต่างไว้ก่อนคำอธิบาย ในที่นี้รูปแบบนี้ทำหน้าที่เป็นประโยคเกริ่นที่ดึงความสนใจ ทำให้ผู้ฟังสงสัยว่าเหตุใดอาหารสองอย่างจึงได้รับการประเมินตรงข้ามกัน และปูไปสู่คำถามหลักของคำอธิบายต่อไป

แบบฝึกหัด

pancake mix is not ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร และการเปรียบต่างนี้จัดลำดับคำอธิบายอย่างไร

  1. หมายถึง pancake mix is not a food และเริ่มหัวข้ออื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. หมายถึง pancake mix contains no olive oil และจบหัวข้อนี้
  3. หมายถึง pancake mix is not good for you และตั้งคำถามให้คำอธิบายต่อไปตอบ
ดูคำตอบ

หมายถึง pancake mix is not good for you และตั้งคำถามให้คำอธิบายต่อไปตอบ

Why is that?

0:25

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?

As it turns out, วลี

0:27

ปรากฏว่า

the amount of fat we eat

0:28

ปริมาณไขมันที่เรากิน

doesn't impact our weight ไวยากรณ์

0:29

ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อน้ำหนักของเรา

or our cholesterol or our risk of heart disease

0:31

หรือคอเลสเตอรอลของเรา หรือความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจของเรา

nearly as much as what kind of fat we eat.

0:33

มากเท่ากับชนิดของไขมันที่เรากินเข้าไปเลย

วลี

As it turns out: การเกริ่นข้อเท็จจริงที่เพิ่งค้นพบหรือคาดไม่ถึง

As it turns out เป็นวลีตายตัวที่ใช้ขึ้นต้นประโยคเมื่อความจริงชัดเจนขึ้นหลังจากตรวจสอบ เรียนรู้ข้อมูลเพิ่ม หรือเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเข้าสู่ข้อค้นพบว่าชนิดของไขมันสำคัญกว่าปริมาณมาก วลีนี้มักใช้แก้ความเชื่อเดิมหรือเปิดเผยข้อมูลที่อาจน่าประหลาดใจ turn ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว แต่วลีทั้งชุดบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปคือความจริงที่เพิ่งปรากฏชัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสี่คำที่ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงซึ่งเพิ่งทราบในภายหลัง: ____, the library stays open until nine.

ดูคำตอบ

As it turns out

ไวยากรณ์

doesn't impact ... nearly as much as ...: เปรียบเทียบขนาดของผลกระทบ

รูปแบบ A doesn't impact X nearly as much as B ใช้เปรียบเทียบขนาดของผลกระทบสองอย่าง หมายความว่า A ส่งผลต่อ X น้อยกว่า B มาก ในประโยคนี้ A คือปริมาณไขมัน และ B คือชนิดของไขมัน Nearly ทำให้การเปรียบเทียบเชิงปฏิเสธหนักแน่นขึ้น โดย not nearly as much as หมายถึง “น้อยกว่ามาก” ไม่ใช่แค่ “น้อยกว่า”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าสีห้องส่งผลต่อสมาธิน้อยกว่าเสียงรบกวนจากภายนอกมาก

  1. Room color and outside noise affect concentration equally.
  2. Room color doesn't affect concentration nearly as much as outside noise does.
  3. Room color affects concentration almost as much as outside noise does.
ดูคำตอบ

Room color doesn't affect concentration nearly as much as outside noise does.

But let's back up. ลำดับความ

0:36

แต่เรามาถอยกลับไปสักนิด

What is fat?

0:37

ไขมันคืออะไร?

ลำดับความ

Let's back up: กลับไปยังประเด็นก่อนหน้าก่อนพูดต่อ

Let's back up เป็นคำเชื่อมที่ใช้จัดลำดับการอธิบาย โดยหยุดหัวข้อปัจจุบันไว้ชั่วคราวแล้วกลับไปยังประเด็นก่อนหน้าหรือประเด็นพื้นฐาน เพื่อให้ผู้ฟังมีข้อมูลที่จำเป็นก่อนฟังต่อ คำถามถัดไป What is fat? แสดงให้เห็นการเปลี่ยนนี้ ผู้พูดพักการอธิบายเรื่องผลกระทบไว้ก่อน แล้วหันมาอธิบายหัวข้อพื้นฐาน คำว่า back up ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้ขอให้ใครเดินถอยหลังจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในการประชุม มีคนพูดว่า “Let's back up and review the goal.” เขาต้องการทำอะไร

  1. จบการประชุมโดยไม่พูดถึงเป้าหมาย
  2. กลับไปยังประเด็นพื้นฐานก่อนพูดต่อ
  3. ขอให้ทุกคนเดินถอยหลังสองสามก้าว
ดูคำตอบ

กลับไปยังประเด็นพื้นฐานก่อนพูดต่อ

If we were to zoom in on a salmon, โน้ต

0:39

ถ้าเราซูมเข้าไปที่ปลาแซลมอน

ไวยากรณ์

If we were to zoom in: การตั้งสถานการณ์สังเกตแบบสมมติ

โครงสร้าง If we were to + คำกริยารูปพื้นฐาน นำเสนอการกระทำในฐานะสิ่งที่จินตนาการขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริง ในประโยคนี้ ผู้พูดชวนให้ผู้ฟังนึกภาพว่าซูมเข้าไปดูปลาแซลมอน โดย were ไม่ได้ทำให้การกระทำนั้นเป็นอดีต อนุประโยค if แบบนี้มักปูทางไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ซึ่งใช้ would หรือ could โครงสร้างนี้ให้ความรู้สึกว่าตั้งสมมติฐานอย่างจงใจ จึงพบได้บ่อยในคำอธิบายและการทดลองทางความคิด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ were to ได้ถูกต้องเพื่อกล่าวถึงการสังเกตแบบสมมติ

  1. If we were examine the leaf closely, we would notice tiny hairs.
  2. If we were to examine the leaf closely, we would notice tiny hairs.
  3. If we were to examined the leaf closely, we would notice tiny hairs.
ดูคำตอบ

If we were to examine the leaf closely, we would notice tiny hairs.

which is a fatty fish,

0:41

ซึ่งเป็นปลาที่มีไขมันสูง

กริยาวลี

zoom in on: การระบุเป้าหมายที่ต้องการดูใกล้ขึ้น

Zoom in on + คำนาม หมายถึงทำให้บุคคล วัตถุ หรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งดูใกล้ขึ้นเพื่อให้ตรวจดูได้ ในประโยคนี้ on ใช้นำหน้าสิ่งที่เป็นเป้าหมาย คือ a salmon ควรเรียน zoom in on เป็นวลีเดียว แทนที่จะแปล in และ on แยกกัน วลีนี้ยังใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย Zoom in on a problem หมายถึงจำกัดความสนใจให้มุ่งไปที่ปัญหานั้นโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง zoom, in และ on ให้ถูกต้อง: The map is crowded, so let's ____ the station entrance.

ดูคำตอบ

zoom in on

past the organs, ลำดับความ

0:42

ผ่านอวัยวะต่างๆ

past the tissues, into the cells,

0:43

ผ่านเนื้อเยื่อต่างๆ เข้าไปในเซลล์

ลำดับความ

past the organs, past the tissues, into the cells: เส้นทางเชิงพื้นที่ที่ลึกเข้าไปเป็นชั้น ๆ

ลำดับ past the organs, past the tissues, into the cells นำผู้ฟังผ่านการซูมเข้าในจินตนาการสามขั้น วลี past ที่ซ้ำกันบอกชั้นที่มุมมองเคลื่อนผ่าน ส่วน into บอกการเคลื่อนครั้งสุดท้ายเข้าไปภายในเซลล์ ในที่นี้ past เป็นคำบุพบทบอกตำแหน่ง หมายถึง “ผ่าน” หรือ “เลยไป” ไม่ได้อ้างถึงเวลาในอดีตเหมือนใน in the past การใช้รูปแบบเดิมซ้ำกันทำให้มองเห็นและติดตามลำดับข้อมูลได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ลำดับใดบอกการเคลื่อนผ่านจุดสังเกตสองจุด แล้วเข้าไปในจุดหมายในที่สุด

  1. past the fountain, past the front desk, into the conference room
  2. past the fountain, past the front desk, away from the conference room
  3. out of the conference room, past the front desk, past the fountain
ดูคำตอบ

past the fountain, past the front desk, into the conference room

we would see that the stuff we call fat การใช้คำ

0:45

เราจะเห็นว่าสิ่งที่เราเรียกว่าไขมัน

is actually made up of molecules called triglycerides, วลี

0:47

แท้จริงแล้วประกอบด้วยโมเลกุลที่เรียกว่าไตรกลีเซอไรด์

การใช้คำ

the stuff we call fat: ชื่อเรียกในชีวิตประจำวันก่อนใช้ศัพท์วิทยาศาสตร์

ใน the stuff we call fat คำว่า stuff เป็นคำทั่วไปแบบไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกสสารที่กำลังพูดถึง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของหลายชิ้นที่แยกจากกัน ผู้พูดเริ่มจากชื่อเรียกในชีวิตประจำวันที่คุ้นเคย ก่อนจะอธิบายสสารนั้นด้วยศัพท์วิทยาศาสตร์ we call fat ขยาย stuff และมีความหมายเท่ากับ that we call fat หรือ “ที่เราเรียกว่าไขมัน” มีการละสรรพนามเชื่อมความ that ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรม รูปแบบนี้พบได้ทั่วไปในภาษาอังกฤษ: the stuff (that) we call fat

แบบฝึกหัด

stuff ใน the stuff we call fat หมายถึงอะไร

  1. คำทั่วไปแบบไม่เป็นทางการสำหรับสสารที่เรียกว่าไขมัน
  2. สิ่งของหลายชิ้นที่แยกจากกันและเก็บอยู่ในตัวปลา
  3. ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของโมเลกุลไตรกลีเซอไรด์หนึ่งโมเลกุล
ดูคำตอบ

คำทั่วไปแบบไม่เป็นทางการสำหรับสสารที่เรียกว่าไขมัน

วลี

be made up of ... called ...: บอกองค์ประกอบและชื่อ

โครงสร้าง be made up of + ส่วนประกอบ หมายความว่าสิ่งหนึ่งประกอบขึ้นจากส่วนเหล่านั้น ในประโยคนี้ สิ่งที่กล่าวถึงประกอบด้วยโมเลกุล ตรงนี้ made up of ใช้อธิบายองค์ประกอบ ไม่ได้หมายถึง “ถูกแต่งขึ้น” called triglycerides อยู่หลัง molecules และบอกชื่อทางวิทยาศาสตร์ของโมเลกุลเหล่านั้น โครงสร้างนี้จึงใช้อธิบายได้ในประโยคเดียวทั้งว่าสิ่งหนึ่งประกอบด้วยอะไรและส่วนเหล่านั้นเรียกว่าอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้วลีบอกองค์ประกอบ made up of ก่อน แล้วตามด้วยคำบอกชื่อ called: The science kit is ____ small tools ____ probes.

ดูคำตอบ

made up of · called

and they are not all alike. วลี

0:50

และพวกมันก็ไม่ได้หน้าตาเหมือนกันทั้งหมด

วลี

not all alike: การปฏิเสธบางส่วนภายในกลุ่ม

Are not all alike หมายความว่าสมาชิกในกลุ่มไม่ได้เหมือนกันอย่างสมบูรณ์ ในที่นี้ they หมายถึงไตรกลีเซอไรด์ที่กล่าวถึงก่อนหน้า และประโยคนี้เตรียมให้ผู้ฟังเข้าใจว่าจะมีการพูดถึงความแตกต่างภายในกลุ่มนั้น Not all เป็นการปฏิเสธบางส่วน โดยปฏิเสธความคิดที่ว่าสมาชิกทุกตัวเหมือนกัน แต่ไม่ได้บอกว่าไม่มีตัวใดคล้ายกันเลย ดังนั้นสมาชิกบางตัวจึงยังอาจคล้ายกันได้

แบบฝึกหัด

“The samples are not all alike” หมายความว่าอย่างไร?

  1. มีความแตกต่างอย่างน้อยหนึ่งอย่าง แม้ว่าตัวอย่างบางชิ้นอาจยังคล้ายกัน
  2. ไม่มีตัวอย่างสองชิ้นใดคล้ายกันได้
  3. ตัวอย่างทุกชิ้นเหมือนกันทุกอย่าง
ดูคำตอบ

มีความแตกต่างอย่างน้อยหนึ่งอย่าง แม้ว่าตัวอย่างบางชิ้นอาจยังคล้ายกัน

Here's one example.

0:52

นี่คือตัวอย่างหนึ่ง

Those three carbons on the left,

0:53

คาร์บอนสามตัวทางด้านซ้ายนั้น

that's glycerol.

0:55

นั่นคือกลีเซอรอล

Now, you can think of that as the backbone โน้ต

0:55

คุณอาจมองว่ามันเป็นกระดูกสันหลัง

that holds the rest of the molecule together.

0:57

ที่ช่วยยึดส่วนที่เหลือของโมเลกุลเข้าด้วยกัน

วลี

you can think of that as the backbone: การสร้างคำอธิบายแบบเปรียบเทียบ

think of A as B หมายถึง “ใช้ B เป็นแบบจำลองในใจเพื่อทำความเข้าใจ A” ในประโยคนี้ A คือ that ซึ่งหมายถึงกลีเซอรอล ส่วน B คือ the backbone หรือแกนหลักที่รองรับส่วนที่เหลือของโมเลกุล you can ทำให้ข้อความนี้เป็นการชวนให้ลองมองด้วยวิธีที่ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น ไม่ใช่การบอกว่ากลีเซอรอลเป็นกระดูกสันหลังจริง ๆ โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่ออธิบายส่วนหรือกระบวนการที่เป็นนามธรรมผ่านบทบาทหรือภาพที่คุ้นเคย

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง think of A as B ให้สมบูรณ์: You can think ____ a firewall ____ a security guard for a network.

ดูคำตอบ

of · as

สำนวน

the backbone that holds ... together: โครงสร้างหลักที่ค้ำจุนส่วนอื่น

backbone มีความหมายตรงตัวว่า “กระดูกสันหลัง” แต่ในที่นี้ใช้เป็นภาพเปรียบเทียบด้านโครงสร้าง โดยอธิบายว่ากลีเซอรอลเป็นโครงหลักตรงกลางของโมเลกุล และส่วนอื่น ๆ เชื่อมอยู่รอบโครงนี้ อนุประโยค that holds the rest of the molecule together อธิบายว่าเหตุใดจึงใช้คำว่า backbone ในทางเคมี backbone เป็นคำที่ใช้ทั่วไปสำหรับโครงหลักของโมเลกุล ส่วนในบริบทอื่นอาจหมายถึงสิ่งค้ำจุนที่จำเป็นของระบบ องค์กร หรือข้อโต้แย้ง

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Reliable public transportation is the backbone of the city," คำว่า backbone หมายถึงอะไร

  1. ส่วนเสริมของเมืองที่ไม่สำคัญ
  2. แรงค้ำจุนหลักที่เมืองต้องพึ่งพา
  3. แถวของกระดูกจริง ๆ ที่อยู่ใต้ถนน
ดูคำตอบ

แรงค้ำจุนหลักที่เมืองต้องพึ่งพา

The three long chains on the right

0:59

ส่วนสายยาวสามเส้นทางขวา

are called fatty acids,

1:01

เรียกว่ากรดไขมัน

and it's subtle differences in the structures of these chains ไวยากรณ์

1:02

และโครงสร้างของสายเหล่านี้ที่มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยนี่เอง

that determine whether a fat is, let's say, ไวยากรณ์

1:05

ที่เป็นตัวกำหนดว่าไขมันชนิดหนึ่งจะเป็น สมมติว่า

solid or liquid,

1:07

ของแข็งหรือของเหลว

whether or not it goes rancid quickly, การใช้คำ

1:09

มันจะเหม็นหืนเร็วหรือไม่

การใช้คำ

goes rancid quickly: ไขมันเหม็นหืนภายในเวลาไม่นาน

ใน go rancid คำว่า go หมายถึง “กลายเป็น” ไม่ใช่ “เคลื่อนที่” ส่วน rancid ใช้บรรยายน้ำมันหรืออาหารที่มีไขมัน เมื่อไขมันเสื่อมสภาพจนมีกลิ่นหรือรสเก่าและเหม็นหืนที่ไม่น่าพึงประสงค์ ในที่นี้ goes ผันให้สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ it และ quickly บอกว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วเพียงใด ดังนั้นวลีนี้จึงถามว่าสิ่งนั้นจะเหม็นหืนภายในเวลาไม่นานหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติม go กับคำคุณศัพท์ที่ใช้เมื่อไขมันเสื่อมสภาพจนมีกลิ่นหรือรสเก่าและเหม็นหืน: Keep the nuts in a cool place so they don't ____.

ดูคำตอบ

go rancid

and, most importantly,

1:11

และที่สำคัญที่สุด

how good or how bad it is for you.

1:12

มันดีหรือแย่ต่อตัวคุณแค่ไหน

ไวยากรณ์

It's ... differences ... that determine ...: ประโยค cleft เพื่อเน้นจุดสำคัญ

รูปแบบ It is X that Y เป็นประโยค cleft หรือโครงสร้างที่ใช้เน้นข้อมูล ในที่นี้ X คือ subtle differences in the structures of these chains ดังนั้นประโยคจึงเน้นว่าความแตกต่างเหล่านี้ ไม่ใช่ลักษณะอื่นที่เห็นได้ชัดกว่า คือปัจจัยที่กำหนดผลลัพธ์ซึ่งแจกแจงไว้หลัง determine คำว่า it ในที่นี้ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งใด แต่เป็นส่วนหนึ่งของกรอบที่ใช้สร้างจุดเน้น หากตัดกรอบนี้ออก ประโยคพื้นฐานจะเป็น Subtle differences in the structures of these chains determine .... ประโยค cleft เปลี่ยนจุดเน้นของข้อมูล แต่ไม่ได้เปลี่ยนความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ประโยค cleft ได้ถูกต้องเพื่อเน้นสาเหตุที่แท้จริง?

  1. It is small changes in temperature that determine how fast the reaction occurs.
  2. Small changes in temperature are determined by how fast the reaction occurs.
  3. It refers to small changes in temperature, and that determines the reaction.
ดูคำตอบ

It is small changes in temperature that determine how fast the reaction occurs.

ไวยากรณ์

whether ... whether or not ... and how ...: อนุประโยคคำถามแฝงที่เชื่อมแบบขนาน

กริยา determine รับอนุประโยคคำถามแฝงที่เชื่อมแบบขนานกันสามส่วน ได้แก่ whether a fat is solid or liquid, whether or not it goes rancid quickly และ how good or how bad it is for you ทั้งสามส่วนรวบผลลัพธ์สามด้านไว้ใต้กริยาเดียว คือสถานะทางกายภาพ การเหม็นหืน และผลต่อสุขภาพ อนุประโยคเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถามที่ถามผู้ฟังโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า เช่น whether a fat is ... และ how ... it is คำแทรก let's say เสนอ solid or liquid ว่าเป็นวิธีที่สะดวกในการอธิบายผลลัพธ์แรก ส่วน most importantly จัดให้ผลลัพธ์สุดท้ายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเชื่อมอนุประโยคคำถามแฝงสามส่วนหลัง affects ได้ถูกต้อง?

  1. The design affects is the device stable, whether or not it overheats, and it lasts how long.
  2. The design affects whether the device is stable, whether or not it overheats, and how long it lasts.
  3. The design affects whether is the device stable, does it overheat, and how long does it last.
ดูคำตอบ

The design affects whether the device is stable, whether or not it overheats, and how long it lasts.

Let's take a look at some of these differences. วลี

1:15

เรามาดูความแตกต่างบางประการเหล่านี้กัน

วลี

Let's take a look at: ชวนผู้อื่นมาดูบางสิ่งร่วมกัน

Let's take a look at ... เป็นการชวนอย่างเป็นกันเองให้มาดูหรือพูดคุยเรื่องใดเรื่องหนึ่งร่วมกัน Take a look เป็นสำนวนตายตัว และ at ใช้นำหน้าสิ่งที่จะดู ส่วน take ไม่ได้หมายถึงการถือสิ่งของด้วยมือ ผู้พูดมักใช้สำนวนนี้เพื่อพาผู้ฟังเข้าสู่ตัวอย่าง ผลลัพธ์ หรือหัวข้อถัดไป Let's ทำให้ประโยคมีความรู้สึกว่ากำลังชวนและนำทางให้ทำร่วมกัน แทนที่จะฟังเหมือนคำสั่งตรง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมวลีสี่คำที่ขึ้นต้นด้วย take และหมายถึง “ตรวจดู” เพื่อให้ประโยคเชิญชวนสมบูรณ์: Let's ____ the next example.

ดูคำตอบ

take a look at

One is length.

1:17

อย่างแรกคือความยาว

Fatty acids can be short or long.

1:18

กรดไขมันอาจมีลักษณะสั้นหรือยาวก็ได้

Another, more important difference, ลำดับความ

1:20

ความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญกว่า

is the type of bond between the carbon atoms.

1:21

คือประเภทของพันธะระหว่างอะตอมของคาร์บอน

ลำดับความ

Another, more important difference: เพิ่มประเด็นใหม่และยกระดับความสำคัญ

Another บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเพิ่มรายการใหม่ลงในชุดของความแตกต่าง คำนี้เชื่อมความแตกต่างใหม่กับความแตกต่างที่กล่าวไปแล้ว แทนที่จะเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง More important จัดให้ความแตกต่างใหม่นี้สำคัญกว่าความแตกต่างก่อนหน้า เมื่อรวมกัน Another, more important difference จึงเป็นคำบอกทางของเนื้อหา คือให้ไปยังประเด็นถัดไป แต่ให้ความสนใจกับประเด็นนั้นมากขึ้น

แบบฝึกหัด

คำบอกทาง Another, more important difference สื่ออะไรให้ผู้ฟังทราบ?

  1. กล่าวซ้ำความแตกต่างก่อนหน้าโดยให้ความสำคัญเท่าเดิม
  2. ยกเลิกความแตกต่างก่อนหน้าเพราะบอกว่าข้อนั้นไม่ถูกต้อง
  3. เพิ่มความแตกต่างอีกหนึ่งข้อและระบุว่าข้อนี้สำคัญกว่าข้อก่อนหน้า
ดูคำตอบ

เพิ่มความแตกต่างอีกหนึ่งข้อและระบุว่าข้อนี้สำคัญกว่าข้อก่อนหน้า

Some fatty acids have only single bonds.

1:24

กรดไขมันบางชนิดมีแค่พันธะเดี่ยว

Others have both single and double bonds.

1:27

ชนิดอื่นมีทั้งพันธะเดี่ยวและพันธะคู่

Fatty acids with only single bonds are called saturated, โน้ต

1:29

กรดไขมันที่มีเฉพาะพันธะเดี่ยวเรียกว่ากรดไขมันอิ่มตัว

and those with one or more double bonds are called unsaturated.

1:33

และกรดไขมันที่มีพันธะคู่ตั้งแต่หนึ่งพันธะขึ้นไปเรียกว่ากรดไขมันไม่อิ่มตัว

ไวยากรณ์

with only single bonds ... those with one or more double bonds: จำแนกตามลักษณะ

วลี with only single bonds และ with one or more double bonds อยู่หลังคำนามที่วลีเหล่านี้ขยาย ในที่นี้ with หมายถึง “มี” หรือ “ประกอบด้วย” ไม่ได้หมายถึง “อยู่ด้วยกันกับ” โครงสร้าง “คำนาม + with + ลักษณะ” พบได้บ่อยในการจำแนกทางวิทยาศาสตร์ ในอนุประโยคที่สอง those ใช้แทนคำนามพหูพจน์ fatty acids อนุประโยคคู่ขนานทั้งสองจับคู่ลักษณะแต่ละอย่างกับชื่อของมัน โดยกลุ่มหนึ่งเรียกว่า saturated และอีกกลุ่มเรียกว่า unsaturated

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง “with + ลักษณะ” เพื่อจำแนกกลุ่มได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Fatty acids with one or more double bonds are called unsaturated.
  2. Fatty acids are with one or more double bonds called unsaturated.
  3. Fatty acids together with one or more double bonds call unsaturated.
ดูคำตอบ

Fatty acids with one or more double bonds are called unsaturated.

วลี

are called saturated ... are called unsaturated: การให้นิยามคำศัพท์

โครงสร้าง be called + ชื่อหรือคำศัพท์ หมายถึง “มีชื่อว่า” หรือ “เรียกว่า...” และมักใช้ในการให้คำนิยาม เนื่องจากประธาน fatty acids เป็นพหูพจน์ ประโยคนี้จึงใช้ are called ก่อนคำศัพท์ saturated และ unsaturated ในที่นี้ called เป็นรูปถูกกระทำของ call ในความหมายว่า “ตั้งชื่อหรือเรียกว่า” ไม่ใช่ “โทรศัพท์” ใช้ X is called Y กับสิ่งเดียว และใช้ X are called Y กับหลายสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามด้วยรูปที่ถูกต้องของ be called: Animals that eat only plants ____ herbivores.

ดูคำตอบ

are called

Now, most unsaturated fats are good for you,

1:36

โดยส่วนใหญ่แล้วกรดไขมันไม่อิ่มตัวนั้นดีต่อคุณ

while saturated fats are bad for you in excess. โน้ต

1:39

ในขณะที่กรดไขมันอิ่มตัวนั้นไม่ดีต่อคุณหากได้รับมากเกินไป

ลำดับความ

while ... in excess: เปรียบต่างพร้อมจำกัดขอบเขต

ตรงนี้ while ใช้เปิดอนุประโยคที่สองเพื่อเปรียบต่างกับอนุประโยคแรก ไขมันไม่อิ่มตัวถูกประเมินในทางบวก ส่วนไขมันอิ่มตัวถูกประเมินในทางลบ คำนี้จัดวางข้อเท็จจริงสองด้านที่ต่างกัน ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” วลี in excess จำกัดขอบเขตของข้อความเชิงลบ หมายความว่าไขมันอิ่มตัวเป็นอันตรายเมื่อบริโภคในปริมาณมากเกินไป ไม่ได้บอกว่าทุกปริมาณเป็นอันตราย

แบบฝึกหัด

การตีความใดตรงกับประโยคนี้มากที่สุด

  1. ประโยคเปรียบต่างไขมันสองชนิด แต่บอกว่าไขมันอิ่มตัวเป็นอันตรายในทุกปริมาณ
  2. ประโยคเปรียบต่างไขมันสองชนิดและจำกัดอันตรายไว้ที่การบริโภคไขมันอิ่มตัวมากเกินไป
  3. ประโยคบอกว่าผลต่อสุขภาพทั้งสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ได้เปรียบต่างกัน
ดูคำตอบ

ประโยคเปรียบต่างไขมันสองชนิดและจำกัดอันตรายไว้ที่การบริโภคไขมันอิ่มตัวมากเกินไป

การใช้คำ

in excess: เกินขีดจำกัดที่สมเหตุสมผล

in excess หมายถึง “ในปริมาณที่มากเกินระดับที่ดีต่อสุขภาพ ปลอดภัย หรือสมเหตุสมผล” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัดขอบเขตของข้อความ กล่าวคือ ไขมันอิ่มตัวเป็นอันตรายเมื่อบริโภคมากเกินไป ไม่ได้หมายความว่าทุกปริมาณเป็นอันตรายเสมอไป วลีนี้มักวางหลังการกระทำหรือข้อประเมิน เพื่อระบุเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความเสี่ยง

แบบฝึกหัด

เติมวลีแบบเป็นทางการที่หมายถึง “เกินปริมาณที่สมเหตุสมผล” ในคำเตือนสุขภาพนี้: Salt can be harmful when consumed ____.

ดูคำตอบ

in excess

For saturated fats, the story pretty much ends there. ลำดับความ

1:42

สำหรับกรดไขมันอิ่มตัว เรื่องราวก็จบลงแค่นั้น

But not for unsaturated fats.

1:45

แต่ไม่ใช่สำหรับกรดไขมันไม่อิ่มตัว

ลำดับความ

For X, the story pretty much ends there. But not for Y.: จบหัวข้อหนึ่งและดำเนินอีกหัวข้อต่อ

ในที่นี้ the story เป็นคำเปรียบเทียบถึงคำอธิบายหรือลำดับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง For saturated fats ระบุหัวข้อที่อธิบายเกือบเสร็จแล้ว ส่วน pretty much ช่วยลดความเด็ดขาดของ ends there ให้หมายถึง “จบลงประมาณตรงนั้น” But not for unsaturated fats ละคำที่เข้าใจได้จากประโยคแรก ความหมายคือการจบแบบเดียวกันนี้ใช้กับไขมันไม่อิ่มตัวไม่ได้ เมื่อรวมกัน สองประโยคนี้ปิดคำอธิบายแขนงหนึ่งและส่งสัญญาณว่าอีกแขนงยังต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม

แบบฝึกหัด

สองประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในการจัดลำดับคำอธิบาย?

  1. ทั้งสองประโยคยุติคำอธิบายเกี่ยวกับไขมันทั้งสองชนิด
  2. ทั้งสองประโยคเริ่มต้นเรื่องแต่งเกี่ยวกับไขมันสองชนิด
  3. ทั้งสองประโยคเกือบยุติคำอธิบายเกี่ยวกับไขมันอิ่มตัว และส่งสัญญาณว่าไขมันไม่อิ่มตัวยังต้องกล่าวถึงต่อ
ดูคำตอบ

ทั้งสองประโยคเกือบยุติคำอธิบายเกี่ยวกับไขมันอิ่มตัว และส่งสัญญาณว่าไขมันไม่อิ่มตัวยังต้องกล่าวถึงต่อ

The double bonds in these molecules have kind of a weird property. โน้ต

1:47

พันธะคู่ในโมเลกุลเหล่านี้มีคุณสมบัติที่ค่อนข้างแปลก

การใช้คำ

have ... a weird property: property ในบริบทวิทยาศาสตร์

ในประโยคนี้ property หมายถึงสมบัติหรือลักษณะการทำงานของสิ่งที่กล่าวถึงทางวิทยาศาสตร์ พันธะคู่มีลักษณะเชิงโครงสร้างที่ผู้พูดกำลังจะอธิบาย ไม่ได้หมายถึงทรัพย์สินที่พันธะเหล่านั้นเป็นเจ้าของ รูปแบบ have a property หมายถึง “มีสมบัติบางอย่าง” คำทางวิทยาศาสตร์ molecules และ double bonds ช่วยบอกว่าต้องใช้ความหมายนี้

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The coating has a useful property: it reflects heat. property หมายถึงอะไร?

  1. สิ่งที่สารเคลือบเป็นเจ้าของตามกฎหมาย
  2. สมบัติอย่างหนึ่งของสารเคลือบ
  3. อาคารที่ใช้ผลิตสารเคลือบ
ดูคำตอบ

สมบัติอย่างหนึ่งของสารเคลือบ

They're rigid.

1:50

พวกมันมีความแข็งเกร็ง

น้ำเสียง/เจตนา

kind of a weird property ... They're rigid: เกริ่นแบบเป็นกันเองแล้วอธิบายให้แม่นยำ

kind of ในที่นี้เป็นคำพูดแบบสนทนาที่ช่วยลดความแรงของคำประเมิน โดยมีความหมายประมาณว่า “ค่อนข้าง” หรือ “นิดหน่อย” จึงทำให้คำว่า weird ฟังเบาลง ไม่ได้ใช้เพื่อจัดสมบัตินี้เป็นชนิดหนึ่ง ผู้พูดเริ่มด้วย kind of a weird property ซึ่งเป็นคำเกริ่นแบบไม่เป็นทางการและเข้าใจง่าย จากนั้นจึงให้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำด้วย They're rigid รูปแบบสองขั้นตอนนี้คือเกริ่นให้ง่ายก่อนแล้วค่อยระบุข้อมูลที่แน่นอน จึงช่วยนำเข้าสู่แนวคิดทางเทคนิค

แบบฝึกหัด

ผู้พูดสร้างผลในการสื่อสารแบบใดตรงนี้? It has kind of an odd feature. It blocks ultraviolet light.

  1. เกริ่นแบบไม่เป็นทางการด้วยน้ำเสียงที่เบาลง แล้วจึงระบุลักษณะที่แน่นอน
  2. หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลที่ชัดเจนทั้งหมด
  3. สร้างประเภททางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า odd
ดูคำตอบ

เกริ่นแบบไม่เป็นทางการด้วยน้ำเสียงที่เบาลง แล้วจึงระบุลักษณะที่แน่นอน

So, that means that there are two ways ลำดับความ

1:52

ดังนั้น นั่นหมายความว่ามีสองวิธี

to arrange every double bond.

1:54

ในการจัดเรียงพันธะคู่แต่ละอัน

ลำดับความ

So, that means that ...: การนำไปสู่ข้อสรุป

So ส่งสัญญาณว่าผลลัพธ์กำลังจะตามมา ส่วน that means that นำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นสิ่งที่สรุปได้จากข้อเท็จจริงก่อนหน้า ในประโยคนี้ การมีรูปแบบการจัดเรียงสองแบบถูกเสนอเป็นข้อสรุป ไม่ใช่ข้อเท็จจริงใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง ในการอธิบาย รูปแบบนี้ช่วยจัดข้อมูลจากข้อเท็จจริงไปสู่ข้อสรุป โดยบอกข้อเท็จจริงก่อน แล้วใช้ So, that means that + อนุประโยค เพื่อแสดงว่าสรุปอะไรได้จากข้อมูลนั้น that ตัวที่สองใช้ขึ้นต้นอนุประโยคที่เป็นข้อสรุป

แบบฝึกหัด

So, that means that ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้? The road is closed. So, that means that we need another route.

  1. ใช้เพิ่มรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ใช้แก้ถ้อยคำของประโยคก่อนหน้า
  3. ใช้เกริ่นข้อสรุปที่มาจากข้อเท็จจริงก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นข้อสรุปที่มาจากข้อเท็จจริงก่อนหน้า

The first is like this,

1:56

แบบแรกเป็นแบบนี้

where both hydrogens are on the same side วลี

1:57

โดยที่ไฮโดรเจนทั้งสองตัวอยู่ข้างเดียวกัน

and both carbons are on the same side.

1:58

และคาร์บอนทั้งสองตัวก็อยู่ข้างเดียวกัน

วลี

where ... are on the same side: การอธิบายตำแหน่งสัมพัทธ์

On the same side ใช้อธิบายตำแหน่งสัมพัทธ์ร่วมกัน กล่าวคือ สิ่งของตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปอยู่ด้านเดียวกันเมื่อเทียบกับจุด เส้น หรือวัตถุอ้างอิงเดียวกัน ในประโยคนี้ แต่ละคู่ถูกอธิบายด้วยโครงสร้าง both + คำนามพหูพจน์ + are on the same side อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where เพิ่มรายละเอียดทางภาพที่กำหนดรูปแบบการจัดเรียงแบบแรก ต้องคงคำว่า side ไว้ในสำนวน เพราะ same เพียงคำเดียวหมายถึงเหมือนกันและไม่ได้บอกความสัมพันธ์เชิงตำแหน่ง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายความว่าดาวทั้งสองอยู่ด้านเดียวกันของเส้นให้ประโยคสมบูรณ์: In the diagram, both stars are ____ of the line.

ดูคำตอบ

on the same side

The second way is like this.

2:00

แบบที่สองเป็นแบบนี้

Now, the hydrogens and carbons

2:03

ตอนนี้ไฮโดรเจนและคาร์บอน

are on opposite sides of the double bond. วลี

2:04

อยู่ฝั่งตรงข้ามกันของพันธะคู่

วลี

อยู่คนละด้านของพันธะคู่

โครงสร้าง be on opposite sides of X หมายความว่าสิ่งของตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปอยู่คนละด้านที่ตรงข้ามกันของจุดหรือสิ่งอ้างอิง X คำว่า opposite sides เป็นรูปพหูพจน์เพราะกล่าวถึงสองด้าน และ of ใช้นำหน้าสิ่งที่เป็นจุดอ้างอิงของตำแหน่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายตำแหน่งจริงรอบพันธะคู่ โดยอะตอมหรือหมู่ที่เกี่ยวข้องเรียงอยู่สองด้านของพันธะ ไม่ได้อยู่ด้านเดียวกัน และไม่ได้หมายถึงการมีความคิดเห็นตรงข้ามกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “อยู่สองด้านที่ตรงข้ามกัน”: The pharmacy and the bakery are ____ the street.

ดูคำตอบ

on opposite sides of

Now, even though both of these molecules ไวยากรณ์

2:07

แม้ว่าโมเลกุลทั้งสองแบบนี้

are made up of exactly the same building blocks, วลี

2:08

จะประกอบขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานที่เหมือนกันทุกประการ

วลี

are made up of exactly the same building blocks: ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐานที่เหมือนกันทุกประการ

Be made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” ในที่นี้บอกว่าโครงสร้างโมเลกุลทั้งสองแบบมีส่วนพื้นฐานที่เหมือนกันทุกประการ โดย exactly เน้นว่าไม่มีส่วนใดแตกต่างกัน Building blocks ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงหน่วยพื้นฐานที่ประกอบกันเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่า ไม่ได้หมายถึงบล็อกของเล่น คำเปรียบเทียบนี้ยังใช้กับส่วนประกอบของซอฟต์แวร์ องค์กร และความรู้ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

are made up of exactly the same building blocks ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทั้งสองทำงานในแบบที่เหมือนกันทุกประการ
  2. ทั้งสองประกอบด้วยส่วนพื้นฐานที่เหมือนกันทุกประการ
  3. ทั้งสองสร้างจากบล็อกของเล่นที่เหมือนกัน
ดูคำตอบ

ทั้งสองประกอบด้วยส่วนพื้นฐานที่เหมือนกันทุกประการ

they are two completely different substances

2:11

แต่พวกมันก็เป็นสารสองชนิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

and they behave completely differently inside of us. วลี

2:13

และมีพฤติกรรมในร่างกายของเราต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ไวยากรณ์

even though ... ประกอบขึ้นจากหน่วยพื้นฐานที่เหมือนกันทุกประการ

even though ใช้นำหน้าอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริง โดยกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ตามปกติอาจทำให้เราคาดหวังผลอีกแบบหนึ่ง จากนั้นประโยคหลักจึงบอกผลที่น่าแปลกใจหรือตรงข้ามกับที่คาดไว้ โครงสร้างที่พบบ่อยคือ even though + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก ในที่นี้ หน่วยพื้นฐานที่เหมือนกันทำให้คาดว่าโมเลกุลอาจคล้ายกัน แต่ประโยคหลักบอกว่าโมเลกุลเหล่านี้เป็นสารต่างชนิดและทำงานต่างกัน even though ไม่ได้บอกสาเหตุของผลลัพธ์ แต่ใช้สร้างความขัดแย้งระหว่างข้อเท็จจริงกับผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงจากบทเรียน: ____ the two laptops look identical, one has a much faster processor.

ดูคำตอบ

Even though

วลี

behave completely differently inside of us: ทำงานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงภายในร่างกาย

behave ในที่นี้หมายถึง “ทำงานหรือแสดงลักษณะในแบบใดแบบหนึ่ง” แม้ว่าประธานจะเป็นสาร ไม่ใช่คน คำนี้อธิบายว่าสารเหล่านั้นทำงานอย่างไรเมื่อเข้าไปอยู่ในร่างกาย Completely differently เน้นว่ามีความแตกต่างอย่างมากในวิธีที่สารเหล่านั้นทำงานหรือส่งผลต่อร่างกาย การใช้ behave กับประธานที่ไม่ใช่คนแบบนี้ยังใช้กับวัสดุ เครื่องจักร และระบบภายใต้เงื่อนไขเฉพาะได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ behave อย่างเป็นธรรมชาติเพื่ออธิบายว่าวัสดุทำงานอย่างไรภายใต้เงื่อนไขหนึ่ง?

  1. The plastic behaves politely when it gets hot.
  2. The plastic behaves differently when it gets hot.
  3. The plastic behaves a different behavior when it gets hot.
ดูคำตอบ

The plastic behaves differently when it gets hot.

The configuration on the left is called cis, วัฒนธรรม

2:16

การจัดเรียงตัวทางด้านซ้ายเรียกว่าแบบซิส (cis)

which you've probably never heard of. น้ำเสียง/เจตนา

2:19

ซึ่งคุณอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อน

The one on the right is called trans,

2:20

ส่วนด้านขวาเรียกว่าแบบทรานส์ (trans)

วัฒนธรรม

เรียกว่า cis ... เรียกว่า trans: โครงแบบด้านเดียวกันและคนละด้าน

ในบริบททางเคมีนี้ cis และ trans เป็นชื่อของการจัดเรียงสัมพัทธ์สองแบบรอบส่วนของโมเลกุลที่หมุนได้ไม่อิสระ เช่น พันธะคู่ ในภาพ cis หมายถึงหมู่ที่เกี่ยวข้องอยู่ด้านเดียวกัน ส่วน trans หมายถึงอยู่คนละด้าน นี่คือพื้นฐานที่ช่วยอธิบาย trans ในคำว่า trans fats โดย trans หมายถึงการจัดเรียงของโมเลกุล คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าสารนั้นดีต่อสุขภาพหรือไม่ และในที่นี้ไม่ได้ใช้ในความหมายเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางสังคม

แบบฝึกหัด

ในบริบททางเคมีนี้ trans บอกอะไร?

  1. สารนี้ไม่มีอะตอมคาร์บอน
  2. สารนี้ดีต่อสุขภาพเสมอ
  3. หมู่ที่เกี่ยวข้องอยู่คนละด้าน
ดูคำตอบ

หมู่ที่เกี่ยวข้องอยู่คนละด้าน

and you probably have heard of trans fats before.

2:22

และคุณอาจจะเคยได้ยินเรื่องไขมันทรานส์มาก่อน

น้ำเสียง/เจตนา

you've probably never heard of ... you probably have heard of: ชี้นำความคาดหมายของผู้ฟัง

สองอนุประโยคนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าผู้ฟังอาจรู้อะไร ผู้พูดนำเสนอ cis ว่าน่าจะเป็นข้อมูลที่ไม่คุ้นเคย แล้วเชื่อม trans เข้ากับคำว่า trans fats ที่ผู้ฟังน่าจะคุ้นเคยกว่า วิธีนี้ทำให้คำอธิบายเคลื่อนจากข้อมูลใหม่ไปสู่ความรู้ที่อาจมีร่วมกัน และดึงความสนใจไปที่ trans fats probably ทำให้ทั้งสองข้อความเป็นเพียงการคาดคะเน แทนที่จะถือว่าประสบการณ์ของผู้ฟังทุกคนเป็นเรื่องแน่นอน heard of หมายถึง “รู้ว่าบางสิ่งมีอยู่หรือจำชื่อได้” ไม่ใช่ “ได้ยินเสียง”

แบบฝึกหัด

ผู้พูดใช้อนุประโยคสองส่วนที่มี probably ... heard of เพื่อทำอะไรเป็นหลัก?

  1. อธิบายวิธีออกเสียง cis และ trans
  2. เชื่อมคำที่ไม่คุ้นเคยกับสิ่งที่ผู้ฟังอาจรู้อยู่แล้ว
  3. ยืนยันว่าผู้ฟังทุกคนเคยเรียนคำทั้งสองคำ
ดูคำตอบ

เชื่อมคำที่ไม่คุ้นเคยกับสิ่งที่ผู้ฟังอาจรู้อยู่แล้ว

They don't go rancid, ลำดับความ

2:24

พวกมันไม่เหม็นหืน

they're more stable during deep frying, วลี

2:26

มีความเสถียรมากกว่าเมื่อนำไปทอดแบบน้ำมันท่วม

วลี

more stable during deep frying: ความคงตัวภายใต้สภาวะการปรุงเฉพาะ

ในบริบทวิทยาศาสตร์อาหาร stable ใช้อธิบายสารที่ต้านทานการเปลี่ยนแปลงภายใต้สภาวะเฉพาะ ในที่นี้ more stable หมายความว่าไขมันทรานส์มีแนวโน้มที่จะสลายตัว ทำปฏิกิริยา หรือเปลี่ยนคุณสมบัติระหว่างการให้ความร้อนน้อยกว่าไขมันที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงสภาวะทางอารมณ์ during deep frying ระบุสภาวะที่ความคงตัวนี้เกิดขึ้น deep frying หมายถึงการปรุงอาหารโดยให้อาหารจมอยู่ในน้ำมันร้อนปริมาณมากโดยเฉพาะ จึงมีความหมายแคบกว่า frying โดยทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ they're more stable during deep frying หมายความว่าอะไร?

  1. ไขมันเปลี่ยนแปลงหรือสลายตัวน้อยลงขณะปรุงอาหารโดยให้อาหารจมอยู่ในน้ำมันร้อน
  2. ไขมันจะดีต่อสุขภาพมากขึ้นทุกครั้งที่นำไปให้ความร้อนในกระทะชนิดใดก็ตาม
  3. ไขมันทำให้ผู้ปรุงรู้สึกสงบขึ้นระหว่างการทอด
ดูคำตอบ

ไขมันเปลี่ยนแปลงหรือสลายตัวน้อยลงขณะปรุงอาหารโดยให้อาหารจมอยู่ในน้ำมันร้อน

and they can change the texture of foods วลี

2:28

และสามารถเปลี่ยนเนื้อสัมผัสของอาหารได้

in ways that other fats just can't.

2:29

ในแบบที่ไขมันชนิดอื่นไม่สามารถทำได้

ลำดับความ

don't go rancid ... more stable ... change the texture: การไล่เรียงข้อดีด้านการแปรรูปสามประการ

ประโยคนี้ใช้อนุประโยคที่เชื่อมแบบขนานสามส่วนเพื่อสร้างรายการเดียว ได้แก่ ไขมันทรานส์ไม่เหม็นหืน มีความคงตัวมากกว่าเมื่อทอดแบบน้ำมันท่วม และเปลี่ยนเนื้อสัมผัสของอาหารได้ เมื่อรวมกัน ทั้งสามส่วนอธิบายว่าเหตุใดไขมันทรานส์จึงมีประโยชน์ในการแปรรูปอาหาร สิ่งเหล่านี้เป็นข้อดีด้านการเก็บรักษา การแปรรูปด้วยความร้อนสูง และเนื้อสัมผัส ไม่ใช่คำกล่าวอ้างว่าดีต่อสุขภาพ การนำเสนอประโยชน์ในการใช้งานก่อนช่วยให้เข้าใจเหตุผลที่มีการใช้ไขมันทรานส์ และปูทางไปสู่การเปรียบต่างกับความเสี่ยงต่อสุขภาพในภายหลัง

แบบฝึกหัด

อนุประโยคที่เชื่อมแบบขนานสามส่วนในประโยคนี้มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. ส่วนเหล่านี้แสดงว่าไขมันทรานส์ดีต่อสุขภาพเพราะใช้ปรุงอาหารได้ดี
  2. ส่วนเหล่านี้อธิบายไขมันสามชนิดที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  3. ส่วนเหล่านี้ลำดับข้อดีของไขมันทรานส์ในการแปรรูป และปูทางไปสู่การเปรียบต่างกับความเสี่ยงต่อสุขภาพในภายหลัง
ดูคำตอบ

ส่วนเหล่านี้ลำดับข้อดีของไขมันทรานส์ในการแปรรูป และปูทางไปสู่การเปรียบต่างกับความเสี่ยงต่อสุขภาพในภายหลัง

วลี

change the texture of foods: เปลี่ยนเนื้อสัมผัสของอาหาร

เมื่อพูดถึงอาหาร change the texture of foods หมายถึงการเปลี่ยนความรู้สึกทางกายภาพของอาหารตอนกัด เคี้ยว หรือสัมผัส เช่น ทำให้กรอบขึ้น เนียนขึ้น นุ่มขึ้น หรือเหนียวหนึบขึ้น ในที่นี้ texture ไม่ได้หมายถึงแค่ลวดลายบนพื้นผิวที่มองเห็นได้ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ change the texture of + อาหาร ซึ่งบอกถึงผลต่อโครงสร้างทางกายภาพหรือความรู้สึกในปาก ส่วนการเปลี่ยนแปลงนั้นดีหรือไม่ต้องดูจากบริบท

แบบฝึกหัด

การเปลี่ยนแปลงข้อใดอธิบายได้ดีที่สุดว่าเป็นการเปลี่ยนเนื้อสัมผัสของอาหาร?

  1. น้ำผลไม้มีกลิ่นส้มแรงขึ้น
  2. ซุปมีรสเค็มขึ้น
  3. แครกเกอร์กรอบขึ้น
ดูคำตอบ

แครกเกอร์กรอบขึ้น

They're also terrible for your health,

2:32

แต่พวกมันก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณอย่างมากเช่นกัน

by far worse than saturated fat, วลี

2:34

แย่กว่าไขมันอิ่มตัวอย่างเทียบไม่ติด

even though technically they're a type of unsaturated fat. ไวยากรณ์

2:36

แม้ว่าในทางเทคนิคแล้วพวกมันจะเป็นไขมันไม่อิ่มตัวประเภทหนึ่งก็ตาม

วลี

by far worse than saturated fat: แย่กว่าไขมันอิ่มตัวอย่างมาก

By far ใช้เพิ่มน้ำหนักให้คำขั้นกว่า worse โดย by far worse than saturated fat หมายถึงแย่กว่าไขมันอิ่มตัวอย่างมาก ไม่ใช่แย่กว่าเพียงเล็กน้อย รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ by far + คำขั้นกว่า + than เช่น by far safer than และ by far more expensive than ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นอย่างชัดเจนว่าความเสี่ยงต่อสุขภาพแตกต่างกันมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ by far รูปขั้นกว่าของ reliable และ than: This backup system is ____ the old one.

ดูคำตอบ

by far more reliable than

ไวยากรณ์

even though technically ...: ยอมรับข้อเท็จจริงตามการจัดประเภทแต่ยังคงข้อสรุปตรงกันข้าม

even though ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่อาจดูเหมือนสนับสนุนข้อสรุปตรงกันข้าม ในที่นี้ ไขมันทรานส์อยู่ในประเภทไขมันไม่อิ่มตัว แต่ใจความหลักยังคงบอกว่ามันแย่ต่อสุขภาพมากกว่า t​echnically ในที่นี้หมายถึง “ตามคำจำกัดความหรือการจัดประเภทอย่างเคร่งครัด” ไม่ได้หมายถึง “ในลักษณะที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี” โครงสร้าง even though technically X ใช้ยอมรับป้ายประเภทหรือข้อเท็จจริงตามกฎ พร้อมกับชี้ว่าข้อสรุปในทางปฏิบัติแตกต่างออกไป

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างที่เน้นไว้เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The app is not suitable for children, ____ it is rated for all ages.

ดูคำตอบ

even though technically

Now, I know that seems crazy, น้ำเสียง/เจตนา

2:40

ฉันรู้ว่ามันฟังดูบ้ามาก

but your body doesn't care what a molecule looks like on paper. สำนวน

2:41

แต่ร่างกายของคุณไม่ได้สนใจว่าโมเลกุลในกระดาษจะหน้าตาเป็นอย่างไร

น้ำเสียง/เจตนา

I know that seems crazy: คาดและยอมรับความสงสัยของผู้ฟัง

I know that seems crazy ใช้คาดไว้ก่อนว่าผู้ฟังอาจรู้สึกว่าแนวคิดหนึ่งเชื่อได้ยาก ผู้พูดแสดงก่อนว่าเข้าใจปฏิกิริยานั้น แล้วจึงใช้ but เพื่อเข้าสู่คำอธิบายหรือการแก้ความเข้าใจ crazy ในที่นี้เป็นภาษากันเอง หมายถึง “น่าประหลาดใจมากหรือฟังดูไม่สมเหตุสมผล” ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ คำว่า seems ช่วยลดความแรงของคำพูด คือแนวคิดนี้ดูไม่น่าเชื่อในตอนแรก แต่ผู้พูดไม่ได้บอกว่ามันไร้เหตุผลจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดยอมรับได้เหมาะสมที่สุดว่าแนวคิดหนึ่งฟังดูไม่น่าเชื่อ ก่อนจะให้คำอธิบาย?

  1. I know the answer, and nobody should question it.
  2. I know that seems crazy, but there is a simple reason for it.
  3. That idea is crazy, so there is no reason to explain it.
ดูคำตอบ

I know that seems crazy, but there is a simple reason for it.

สำนวน

การใช้บุคลาธิษฐานใน your body doesn't care ... on paper

ในที่นี้ your body doesn't care เป็นการใช้บุคลาธิษฐาน ร่างกายไม่ได้คิดหรือรู้สึกใส่ใจจริง ๆ แต่หมายความว่าการตอบสนองทางกายภาพของร่างกายไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิธีที่คนวาดโมเลกุลนั้น on paper หมายถึงแผนภาพแบบแบนหรือการแสดงในเชิงทฤษฎี ประเด็นคือภาพแทนไม่ได้เท่ากับพฤติกรรมสามมิติที่แท้จริงของโมเลกุลในร่างกาย

แบบฝึกหัด

ประโยคที่เน้นไว้หมายความว่าอย่างไรในบริบทนี้

  1. ร่างกายตัดสินว่าแผนภาพของโมเลกุลวาดได้เรียบร้อยหรือไม่
  2. ร่างกายตอบสนองเฉพาะต่อโมเลกุลที่พิมพ์อยู่บนกระดาษ
  3. การตอบสนองทางกายภาพของร่างกายขึ้นอยู่กับพฤติกรรมจริงของโมเลกุล ไม่ใช่แผนภาพบนกระดาษ
ดูคำตอบ

การตอบสนองทางกายภาพของร่างกายขึ้นอยู่กับพฤติกรรมจริงของโมเลกุล ไม่ใช่แผนภาพบนกระดาษ

All that matters is the 3D shape, ไวยากรณ์

2:44

สิ่งเดียวที่สำคัญคือรูปร่าง 3 มิติ

where the molecule fits, where it doesn't, ลำดับความ

2:46

บริเวณที่โมเลกุลเข้าไปได้ บริเวณที่เข้าไม่ได้

and what pathways it interferes with. การใช้คำ

2:48

และกลไกใดที่มันจะเข้าไปรบกวน

ไวยากรณ์

All that matters is ... เพื่อระบุปัจจัยสำคัญ

All that matters is ... หมายถึง “สิ่งเดียวที่สำคัญคือ...” ในโครงสร้างนี้ that matters ขยาย all โดยคำว่า All that matters รวมกันทำหน้าที่เป็นประธาน และ is เชื่อมประธานนี้กับข้อมูลสำคัญที่ตามมา โครงสร้างนี้จำกัดความสนใจไว้ที่ปัจจัยชี้ขาดและวางรายละเอียดอื่นไว้ข้าง ๆ ในที่นี้โครงสร้างชี้ไปที่รูปร่างสามมิติของโมเลกุลก่อน แล้วจึงเพิ่มข้อมูลว่าโมเลกุลเข้ากับที่ใดและส่งผลต่ออะไร

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างสี่คำจากตัวอย่างซึ่งขึ้นต้นด้วย All เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ that we did our best.

ดูคำตอบ

All that matters is

ลำดับความ

where ..., where ..., and what ...: กรอบข้อมูลแบบขนาน

อนุประโยคทั้งสามสร้างรายการแบบขนานของประเด็นที่ใช้อธิบายพฤติกรรมของโมเลกุล ได้แก่ มันเข้ากันได้ที่ไหน เข้ากันไม่ได้ที่ไหน และรบกวนวิถีใด การใช้ where ซ้ำแล้วเปลี่ยนเป็น what ช่วยให้ติดตามทั้งสามประเด็นได้ง่ายในประโยคสรุปที่ยาว where ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่ทางภูมิศาสตร์ แต่ชี้ถึงตำแหน่ง โครงสร้าง หรือสภาพแวดล้อมที่โมเลกุลเข้ากันได้หรือไม่ได้ ส่วน what นำเข้าสู่วิถีที่ได้รับผลกระทบ

แบบฝึกหัด

โครงสร้างแบบขนานที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. โครงสร้างนี้บอกสถานที่ทางภูมิศาสตร์สามแห่งที่พบโมเลกุล
  2. โครงสร้างนี้บอกว่ารูปร่างของโมเลกุลสำคัญ แต่ผลกระทบของมันไม่สำคัญ
  3. โครงสร้างนี้จัดพฤติกรรมของโมเลกุลสามด้านไว้ในรายการเดียว
ดูคำตอบ

โครงสร้างนี้จัดพฤติกรรมของโมเลกุลสามด้านไว้ในรายการเดียว

การใช้คำ

pathways it interferes with: กระบวนการทางชีวภาพที่ถูกรบกวน

ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ pathways หมายถึงลำดับเหตุการณ์ทางชีวภาพหรือเคมีที่เชื่อมโยงกัน ไม่ใช่ทางเดินจริง interfere with หมายถึงรบกวนหรือขัดขวางการทำงานตามปกติของกระบวนการเหล่านั้น ใน pathways it interferes with คำว่า pathways เป็นกรรมของ with รูปเต็มคือ pathways that it interferes with โดยละคำเชื่อมสัมพันธ์ that และ it หมายถึงโมเลกุล

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หมายถึง “รบกวนการทำงานตามปกติของ” ให้สมบูรณ์: This chemical ____ an important biological pathway.

ดูคำตอบ

interferes with

So, how do you know if a food has trans fat in it? ลำดับความ

2:50

แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าอาหารนั้นมีไขมันทรานส์อยู่หรือไม่?

ลำดับความ

So, how do you know if ...?: การเปลี่ยนไปสู่คำแนะนำที่ใช้ได้จริง

ในที่นี้ So เชื่อมคำถามเข้ากับคำอธิบายก่อนหน้า ส่วน How do you know if ...? เปลี่ยนการพูดจากข้อเท็จจริงและเหตุผลไปสู่คำถามเชิงปฏิบัติว่าเราจะสังเกตสิ่งนั้นได้อย่างไร ผู้พูดไม่ได้เพียงรอคำตอบจากผู้ชม คำถามแบบนี้ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางของเนื้อหา โดยบอกล่วงหน้าว่าส่วนถัดไปจะให้วิธีหรือแนวทางในการตรวจสอบ

แบบฝึกหัด

คำถามนี้มีหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดลำดับเนื้อหา

  1. เปลี่ยนจากคำอธิบายไปสู่วิธีตรวจสอบที่นำไปใช้ได้จริง
  2. บอกว่าหัวข้อนี้จบลงแล้ว
  3. ขอให้ผู้ชมให้คำจำกัดความของคำว่า trans fat
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากคำอธิบายไปสู่วิธีตรวจสอบที่นำไปใช้ได้จริง

Well, the only sure way to know วลี

2:53

เอาล่ะ วิธีเดียวที่แน่ใจได้

is if you see the words partially hydrogenated วัฒนธรรม

2:54

คือถ้าคุณเห็นคำว่า เติมไฮโดรเจนบางส่วน (partially hydrogenated)

in the ingredients list.

2:57

ในรายการส่วนผสม

วลี

the only sure way to know: วิธีเดียวที่เชื่อถือได้

the only sure way to know หมายถึง “วิธีเดียวที่เชื่อถือได้ในการหาคำตอบ” ในที่นี้ way หมายถึง “วิธี” ไม่ใช่ถนนจริง ๆ และ sure หมายถึง “เชื่อถือได้” วลีนี้ใช้เกริ่นถึงสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้ได้คำตอบที่เชื่อถือได้ รูปแบบที่พบบ่อยคือ the only sure way to know is to + คำกริยา ส่วนในคำบรรยายนี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if บอกเกณฑ์ตรวจสอบ นั่นคือการเห็นคำว่า partially hydrogenated ในรายการส่วนผสม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “วิธีเดียวที่เชื่อถือได้”: After the storm, ____ whether the pool is open is to call the front desk.

ดูคำตอบ

the only sure way to know

วัฒนธรรม

partially hydrogenated ในรายการส่วนผสม: เบาะแสของไขมันทรานส์

ในประโยคนี้ partially hydrogenated คือข้อความที่ต้องมองหาใน ingredients list หรือรายการส่วนผสมที่พิมพ์อยู่บนบรรจุภัณฑ์อาหาร คำว่า partially บอกว่าน้ำมันผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน แต่ไม่ได้เติมอย่างสมบูรณ์ ในอดีต น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นแหล่งสำคัญของไขมันทรานส์จากกระบวนการอุตสาหกรรม ดังนั้นข้อความนี้จึงเป็นเบาะแสเตือนที่ใช้ได้จริง โดยระบุชนิดส่วนผสมและกระบวนการผลิต ไม่ได้ระบุจำนวนกรัมที่แน่นอนในอาหาร

แบบฝึกหัด

เติมข้อความบนฉลากที่เรียนมาให้คำแนะนำสมบูรณ์: Look for the words ____ in the ingredients list.

ดูคำตอบ

partially hydrogenated

Don't let nutrition labels or advertising fool you. น้ำเสียง/เจตนา

2:59

อย่าปล่อยให้ฉลากโภชนาการหรือโฆษณาหลอกคุณได้

น้ำเสียง/เจตนา

Don't let ... fool you: เตือนไม่ให้ถูกทำให้เข้าใจผิด

โครงสร้าง Don't let + คำนามหรือคำสรรพนาม + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าอย่าปล่อยให้คนหรือสิ่งนั้นก่อให้เกิดผลตามที่กล่าว ในประโยคนี้ nutrition labels or advertising อยู่หลัง let และ fool ใช้รูปพื้นฐานโดยไม่มี to ในที่นี้ fool you หมายถึงทำให้คุณเชื่อสิ่งที่ผิดหรือไม่ครบถ้วน ไม่ได้หมายถึงทำให้หัวเราะหรือเล่นมุก ผู้พูดกำลังเตือนโดยตรงว่าให้ตรวจสอบมากกว่าความประทับใจที่ฉลากหรือโฆษณาสื่อออกมา

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยโครงสร้างจากบทเรียน: ____ a low price ____.

ดูคำตอบ

Don't let · fool you

The FDA allows manufacturers to claim วัฒนธรรม

3:02

FDA อนุญาตให้ผู้ผลิตอ้างสิทธิ์ได้

that their products contain quote 0 g of trans fat

3:04

ว่าผลิตภัณฑ์ของตนมี "ไขมันทรานส์ 0 กรัม"

even if they actually have up to half a gram per serving. โน้ต

3:08

แม้ว่าจริงๆ แล้วอาจจะมีมากถึงครึ่งกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภคก็ตาม

วัฒนธรรม

The FDA allows manufacturers to claim: การอนุญาตตามกฎการติดฉลาก

FDA คือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลกลางที่กำกับฉลากอาหารหลายประเภท ในที่นี้ The FDA allows manufacturers to claim หมายความว่ากฎอนุญาตให้ผู้ผลิตใส่ข้อความที่ตามมาบนฉลากได้ allows สื่อถึงการอนุญาตตามกฎหมายหรือกฎระเบียบ ไม่ใช่การรับรองทางศีลธรรมหรือหลักฐานว่าตัวเลขนั้นตรงตามตัวอักษรในทุกหน่วยบริโภค โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ allow + บุคคลหรือองค์กร + to + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ The FDA allows manufacturers to claim หมายความว่าอย่างไร

  1. กฎอนุญาตให้ผู้ผลิตระบุข้อความนี้บนฉลาก
  2. FDA รับรองว่าทุกหน่วยบริโภคมีไขมันทรานส์เป็นศูนย์พอดี
  3. FDA บังคับให้ผู้ผลิตระบุข้อความนี้บนฉลาก
ดูคำตอบ

กฎอนุญาตให้ผู้ผลิตระบุข้อความนี้บนฉลาก

ไวยากรณ์

even if ...: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

even if ใช้นำเงื่อนไขแบบยอมรับข้อขัดแย้ง โดยผลหลักยังคงเป็นจริงไม่ว่าเงื่อนไขนั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ในที่นี้ ผลิตภัณฑ์อาจมีไขมันทรานส์จริงมากถึงครึ่งกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค แต่ความเป็นไปได้นี้ไม่เปลี่ยนข้อความก่อนหน้าที่ว่าฉลากอาจระบุ 0 g ได้ even if ไม่ได้บอกเหตุผล โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ผลหลัก + even if + เงื่อนไข โดยปกติเงื่อนไขนั้นอาจดูเหมือนขัดขวางผลได้ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้ขัดขวาง

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นจะไม่เปลี่ยนผลลัพธ์: The game will continue ____ it starts to rain.

ดูคำตอบ

even if

วลี

up to half a gram per serving: สูงสุดครึ่งกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

ในประโยคนี้ up to half a gram บอกปริมาณสูงสุด ปริมาณจริงในหนึ่งหน่วยบริโภคอาจน้อยกว่านี้ได้ แต่ต้องไม่เกินครึ่งกรัม ไม่ได้หมายความว่าทุกหน่วยบริโภคจะมีครึ่งกรัมพอดีเสมอ per serving บอกหน่วยที่ใช้คำนวณขีดจำกัดนี้ ตัวเลขดังกล่าวใช้กับแต่ละหน่วยบริโภคตามที่ระบุไว้ ไม่ได้หมายถึงปริมาณรวมของทั้งบรรจุภัณฑ์โดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ฉลากระบุว่า "This drink contains up to 5 grams of sugar per serving." ข้อความนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. แต่ละหน่วยบริโภคอาจมี 5 กรัมหรือน้อยกว่า
  2. แต่ละหน่วยบริโภคมี 5 กรัมพอดี
  3. ทั้งขวดมีไม่เกิน 5 กรัม
ดูคำตอบ

แต่ละหน่วยบริโภคอาจมี 5 กรัมหรือน้อยกว่า

But there are no hard and fast rules สำนวน

3:12

แต่ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว

about how small a serving can be,

3:14

ว่าขนาดหนึ่งหน่วยบริโภคจะเล็กได้แค่ไหน

สำนวน

But there are no hard and fast rules: ไม่มีมาตรฐานที่ตายตัว

hard and fast เป็นสำนวนที่หมายถึงสิ่งที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน ชัดเจน และไม่เปิดให้เปลี่ยนแปลง ดังนั้น there are no hard and fast rules จึงหมายความว่าไม่มีกฎเข้มงวดชุดเดียวที่ต้องทำตามเสมอ และยังมีความยืดหยุ่นอยู่ ในประโยคนี้ But ใช้แสดงความขัดแย้งกัน แม้ตัวเลขต่อหนึ่งหน่วยบริโภคอาจดูแน่นอน แต่ไม่มีกฎตายตัวที่กำหนดว่าหนึ่งหน่วยบริโภคจะเล็กได้แค่ไหน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงไม่มีข้อกำหนดที่ตายตัวและเปลี่ยนแปลงไม่ได้: There are no ____ about how long the presentation must be.

ดูคำตอบ

hard and fast rules

and that means you'll have to rely on seeing those keywords, วลี

3:15

และนั่นหมายความว่าคุณจะต้องพึ่งพาการมองหาคำสำคัญเหล่านั้น

partially hydrogenated,

3:19

เติมไฮโดรเจนบางส่วน (partially hydrogenated)

because that's how trans fats are made, ลำดับความ

3:20

เพราะนั่นคือวิธีที่สร้างไขมันทรานส์ขึ้นมา

by partially hydrogenating unsaturated fats.

3:22

โดยการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเข้าไปในไขมันไม่อิ่มตัว

วลี

have to rely on seeing ...: ใช้สิ่งที่มองเห็นเป็นหลักในการตัดสินใจ

have to แสดงความจำเป็น ส่วน rely on หมายถึงใช้บางสิ่งเป็นหลักในการตัดสินใจ ในที่นี้ต้องมองหาคำว่า partially hydrogenated โดยใช้คำสำคัญนี้เป็นหลักฐานในการสังเกตว่าเป็นไขมันทรานส์ หลัง rely on ใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เพื่อบอกสิ่งหรือการกระทำที่พึ่งพา ดังนั้นจึงใช้ rely on seeing ไม่ใช่ rely on see

แบบฝึกหัด

ใช้ rely on และรูปที่ถูกต้องของ check เติมประโยคให้สมบูรณ์: When product details are unclear, we have to ____ the ingredient list.

ดูคำตอบ

rely on checking

ลำดับความ

because that's how ... are made, by ...: เชื่อมเหตุผลเข้ากับวิธีการ

because เชื่อมคำอธิบายนี้กับคำแนะนำก่อนหน้า โดยบอกเหตุผลว่าทำไมคำว่า partially hydrogenated จึงเป็นเบาะแสที่มีประโยชน์ ส่วน that's how trans fats are made สรุปกระบวนการผลิตโดยรวมก่อนที่ประโยคจะระบุวิธีอย่างเจาะจง จากนั้นวลีที่ขึ้นต้นด้วย by จะให้วิธีที่เฉพาะเจาะจง คือ by partially hydrogenating unsaturated fats ในที่นี้ by + -ing ตอบคำถาม "How are they made?" และอธิบาย how โดยตรง จึงไม่ใช่รายละเอียดเสริมที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

ใช้ by และรูปที่ถูกต้องของ trap เติมคำอธิบายให้สมบูรณ์: That's how the filter cleans the air, ____ dust and pollen.

ดูคำตอบ

by trapping

So, let's go back to our olive oil ลำดับความ

3:26

เอาล่ะ เรามากลับไปที่น้ำมันมะกอก

and pancake mix from before.

3:27

และแป้งแพนเค้กสำเร็จรูปจากตอนต้นกัน

ลำดับความ

ใช้ Let's go back to ... from before เพื่อกลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า

So เป็นสัญญาณว่าคำอธิบายกำลังเข้าสู่ขั้นถัดไป Let's go back to X ใช้ดึงความสนใจของผู้ฟังกลับไปยังหัวข้อหรือตัวอย่างที่พูดถึงแล้ว ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเดินทางกลับไปยังสถานที่จริง From before ระบุว่า X เป็นสิ่งที่แนะนำไปแล้ว วลีทั้งหมดช่วยจบคำอธิบายเสริมและกลับมาพูดถึงตัวอย่างก่อนหน้า เพื่อให้ผู้ฟังเชื่อมโยงแนวคิดต่าง ๆ ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเชื่อมด้วย go back to ... from before: Let's ____ the science question ____.

ดูคำตอบ

go back to · from before

Olive oil is 100% fat.

3:29

น้ำมันมะกอกเป็นไขมัน 100%

Pancake mix is only 11% fat.

3:31

แป้งแพนเค้กสำเร็จรูปเป็นไขมันเพียงแค่ 11%

But olive oil is mostly unsaturated fat, วลี

3:34

แต่น้ำมันมะกอกส่วนใหญ่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว

and it has no trans fat at all.

3:37

และไม่มีไขมันทรานส์เลยแม้แต่น้อย

วลี

Mostly ... และ no ... at all สำหรับสัดส่วนสูงและปริมาณศูนย์

Mostly หมายถึง “เป็นหลัก” หรือ “เป็นส่วนใหญ่” Mostly unsaturated fat บอกว่าไขมันไม่อิ่มตัวมีสัดส่วนสูง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกส่วนเป็นไขมันไม่อิ่มตัว No trans fat at all หมายถึงมีไขมันทรานส์เป็นศูนย์ At all ช่วยเน้นคำปฏิเสธ no ทั้งสองส่วนจึงเปรียบเทียบระหว่างสัดส่วนที่สูงกับการไม่มีอยู่เลย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผักมีสัดส่วนสูงแต่ไม่จำเป็นต้องเป็น 100% และอาหารมื้อนั้นไม่มีเนื้อเลย

  1. The meal is mostly vegetables and has no meat at all.
  2. The meal is mostly vegetables and has hardly any meat.
  3. The meal is all vegetables and has no meat at all.
ดูคำตอบ

The meal is mostly vegetables and has no meat at all.

On the other hand, ลำดับความ

3:39

ในทางกลับกัน

more than half the fat in pancake mix ไวยากรณ์

3:40

มากกว่าครึ่งหนึ่งของไขมันในแป้งแพนเค้กสำเร็จรูป

is either saturated or trans fat.

3:43

ไม่เป็นไขมันอิ่มตัวก็เป็นไขมันทรานส์

ลำดับความ

On the other hand: การนำเสนออีกด้านที่แตกต่างกัน

On the other hand เป็นคำเชื่อมที่พาจากประเด็นหนึ่งไปสู่อีกด้านที่แตกต่างกันของเรื่องเดียวกัน ในที่นี้ คำนี้ส่งสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากข้อมูลก่อนหน้าเกี่ยวกับน้ำมันมะกอกไปสู่องค์ประกอบไขมันที่ต่างออกไปของส่วนผสมแพนเค้ก คำนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงมือจริง ๆ เมื่อได้ยินคำนี้ ให้คาดว่าข้อมูลถัดไปจะแตกต่างจากข้อมูลก่อนหน้า หรือช่วยจำกัดความหมายของข้อมูลนั้น

แบบฝึกหัด

เส้นทางแรกสั้นกว่า แต่เส้นทางที่สองปลอดภัยกว่า คำเชื่อมใดเหมาะที่สุดสำหรับนำเสนอเส้นทางที่สองในฐานะอีกด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบ

  1. In addition
  2. On the other hand
  3. On the contrary
ดูคำตอบ

On the other hand

ไวยากรณ์

more than half ... is either ... or ...: สัดส่วนร่วมกับการจำแนกประเภท

More than half + กลุ่มคำนาม หมายความว่า มากกว่า 50% ของกลุ่มหรือปริมาณที่กล่าวถึงมีคุณสมบัติตามที่ระบุ ในประโยคนี้ คำนามหลัก fat เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้กริยาเอกพจน์ is Either A or B จัดไขมันในปริมาณนั้นไว้ในสองประเภท ได้แก่ ไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ในการสรุปตามประเภทเช่นนี้ ส่วนผสมอาจมีไขมันจากทั้งสองประเภทในปริมาณต่าง ๆ กัน ประโยคไม่ได้บอกว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมีไขมันเพียงประเภทเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้างบอกสัดส่วนและการจำแนกประเภทที่ตรงกับบทเรียน: ____ the furniture is ____ wooden ____ metal.

ดูคำตอบ

More than half · either · or

And so, even though olive oil ไวยากรณ์

3:45

ดังนั้น ถึงแม้น้ำมันมะกอก

has 10 times as much fat as pancake mix, ไวยากรณ์

3:46

จะมีไขมันมากกว่าแป้งแพนเค้กสำเร็จรูปถึง 10 เท่า

ไวยากรณ์

10 times as much fat as ...: การเปรียบเทียบปริมาณที่นับไม่ได้

รูปแบบ ตัวคูณ + as much + คำนามนับไม่ได้ + as ใช้เปรียบเทียบปริมาณ ใน 10 times as much fat as pancake mix คำว่า fat ถูกมองเป็นสารที่นับไม่ได้ จึงใช้ much วลีนี้หมายความว่าปริมาณไขมันในน้ำมันมะกอกเป็นสิบเท่าของปริมาณในแป้งแพนเค้กสำเร็จรูป ต้องคง as ไว้ทั้งสองตำแหน่ง หากใช้กับคำนามนับได้รูปพหูพจน์ ให้ใช้ as many ... as แทน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ as much ... as เพื่อให้หมายความว่าถังนี้จุน้ำได้เป็นสี่เท่าของถังใบเล็ก: This tank holds ____ the small tank.

ดูคำตอบ

four times as much water as

it's healthy for you,

3:49

แต่มันก็ดีต่อสุขภาพของคุณ

whereas pancake mix is not. ลำดับความ

3:50

ในขณะที่แป้งแพนเค้กสำเร็จรูปนั้นไม่

ไวยากรณ์

even though ...: ยอมรับข้อเท็จจริงก่อนบอกผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย

even though ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริง คือเสนอข้อเท็จจริงที่โดยปกติอาจทำให้คาดหวังผลลัพธ์ตรงกันข้าม ในประโยคนี้ ปริมาณไขมันที่มากกว่ามากคือข้อเท็จจริงที่ผู้พูดยอมรับ ส่วนประโยคหลักยังคงบอกว่าน้ำมันมะกอกดีต่อสุขภาพ ให้มองอนุประโยค even though เป็นอุปสรรคที่ขัดกับข้อสรุป ไม่ใช่สาเหตุของข้อสรุป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Even though A, B ซึ่งหมายถึง A เป็นจริง แต่ B ก็ยังเป็นจริงอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงสองคำจากบทนี้: ____ the trail was steep, we reached the top before noon.

ดูคำตอบ

Even though

ลำดับความ

whereas ... is not: แสดงความแตกต่างอย่างชัดเจน

Whereas เชื่อมข้อความก่อนหน้ากับข้อความที่ให้ข้อสรุปตรงกันข้าม ในที่นี้สิ่งหนึ่งดีต่อสุขภาพ แต่แป้งแพนเค้กสำเร็จรูปไม่เป็นเช่นนั้น คำนี้บอกให้ผู้ฟังเปรียบเทียบข้อสรุปทั้งสองโดยตรง คำว่า is not ใช้แทน is not healthy for you ที่กล่าวไปแล้ว จึงไม่ต้องพูดคำอธิบายทั้งหมดซ้ำ ในที่นี้ whereas ทำหน้าที่จัดข้อมูลที่ขัดแย้งกัน ไม่ได้หมายถึงสถานที่หรือเวลา

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The library is quiet, whereas the café is lively,” คำว่า whereas ทำหน้าที่อะไร

  1. คำนี้บอกว่าห้องสมุดเงียบลงเมื่อใด
  2. คำนี้อธิบายว่าทำไมคาเฟ่จึงคึกคัก
  3. คำนี้นำลักษณะสองอย่างที่ต่างกันมาเปรียบเทียบโดยตรง
ดูคำตอบ

คำนี้นำลักษณะสองอย่างที่ต่างกันมาเปรียบเทียบโดยตรง

Now, I'm not trying to pick on pancake mix. น้ำเสียง/เจตนา

3:52

แต่ฉันก็ไม่ได้พยายามจะจับผิดแป้งแพนเค้กสำเร็จรูปหรอกนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm not trying to pick on ...: ทำให้คำวิจารณ์นุ่มนวลลง

I'm not trying to pick on ... หมายความว่าผู้พูดไม่ได้ตั้งใจจะมุ่งตำหนิใครหรือสิ่งใดอย่างไม่เป็นธรรม หรือวิจารณ์ซ้ำ ๆ ในที่นี้ผู้พูดกำลังบอกว่าแป้งแพนเค้กสำเร็จรูปเป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่เป้าหมายของการโจมตีเป็นการส่วนตัว ประโยคนี้ใช้ชี้แจงก่อนหรือหลังคำวิจารณ์ โดยช่วยลดการตั้งรับด้วยการอธิบายเจตนาของผู้พูดให้ชัดเจน Pick on เป็นกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เลือก

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีจากบทนี้ที่หมายถึง “มุ่งเป้าอย่างไม่เป็นธรรม” ให้สมบูรณ์: I'm not trying to ____ this one company; it is only an example.

ดูคำตอบ

pick on

There are lots of foods with this type of fat profile. การใช้คำ

3:54

มีอาหารมากมายที่มีลักษณะไขมันรูปแบบนี้

การใช้คำ

fat profile: สัดส่วนของไขมันชนิดต่าง ๆ

ในบริบทโภชนาการ fat profile หมายถึงภาพรวมของชนิดไขมันต่าง ๆ ในอาหารและปริมาณโดยเปรียบเทียบของไขมันแต่ละชนิด ในที่นี้ this type อ้างถึงรูปแบบของไขมันที่กล่าวไว้ก่อนหน้าประโยคนี้ ในความหมายนี้ profile คือภาพรวมของลักษณะสำคัญหรือรูปแบบหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงบัญชีส่วนตัวหรือหน้าโซเชียลมีเดีย และ fat profile ก็ไม่ใช่ปริมาณไขมันทั้งหมดในอาหาร

แบบฝึกหัด

ในประโยค "This snack has a healthier fat profile," คำว่า fat profile หมายถึงอะไร?

  1. ภาพรวมของไขมันชนิดต่าง ๆ
  2. หน้าโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับขนม
  3. น้ำหนักรวมของขนม
  4. รูปร่างของบรรจุภัณฑ์อาหาร
ดูคำตอบ

ภาพรวมของไขมันชนิดต่าง ๆ

The point is this. ลำดับความ

3:57

ประเด็นก็คือ

It's not how much fat you eat, ไวยากรณ์

3:58

ไม่ใช่ว่าคุณกินไขมันไปมากแค่ไหน

it's what kind of fat.

4:00

แต่อยู่ที่ชนิดของไขมัน

ลำดับความ

The point is this. It's not ..., it's ...: ชี้จุดสำคัญที่แท้จริง

The point is this บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะสรุปประเด็นหลัก โดยรวบคำอธิบายก่อนหน้านี้ให้เป็นข้อความสำคัญหนึ่งอย่างที่ควรใส่ใจ จากนั้น It's not A, it's B จะปฏิเสธ A ซึ่งอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นจุดสำคัญ และแทนที่ด้วย B ซึ่งเป็นจุดที่ผู้พูดต้องการเน้น ในประโยคนี้ การเปรียบต่างย้ายความสนใจจากปริมาณไขมันไปยังชนิดของไขมัน

แบบฝึกหัด

โครงสร้าง "The point is this. It's not A, it's B" จัดระเบียบข้อความอย่างไร?

  1. บอกข้อสรุป ปฏิเสธ A ว่าเป็นจุดสนใจที่ผิด และแทนที่ด้วย B
  2. เริ่มเรื่องใหม่และเรียงเหตุการณ์ตามลำดับเวลา
  3. แสดงว่า A และ B เป็นรายละเอียดรองที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  4. กล่าวคำขออย่างสุภาพแล้วจึงขอโทษ
ดูคำตอบ

บอกข้อสรุป ปฏิเสธ A ว่าเป็นจุดสนใจที่ผิด และแทนที่ด้วย B

ไวยากรณ์

It's not A, it's B: เปลี่ยนจุดเน้นไปยังสิ่งสำคัญ

รูปแบบ It's not A, it's B ใช้แก้จุดเน้นของเรื่อง โดยผู้พูดบอกว่า A ไม่ใช่ประเด็นหลัก แล้วชี้ว่า B คือสิ่งสำคัญ ในประโยคนี้ how much fat you eat เน้นปริมาณ ส่วน what kind of fat เน้นชนิด ในแต่ละอนุประโยค it เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างไวยากรณ์ที่ใช้ชี้จุดเน้น ไม่ได้อ้างถึงสิ่งของใดโดยเฉพาะ อนุประโยคหลังละคำที่ซ้ำไว้ และเข้าใจได้เต็ม ๆ ว่า it's what kind of fat you eat

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบแก้จุดเน้น: It's ____ how quickly you finish, ____ how carefully you work.

ดูคำตอบ

not · it's

And what makes a particular fat healthy or unhealthy ไวยากรณ์

4:02

และสิ่งที่ทำให้ไขมันชนิดหนึ่งดีต่อสุขภาพหรือไม่ดีต่อสุขภาพ

is its shape.

4:05

ก็คือรูปร่างของมัน

ไวยากรณ์

What makes X + adjective is Y: ระบุปัจจัยชี้ขาด

โครงสร้าง what makes X + adjective is Y หมายความว่า ปัจจัยที่ทำให้ X มีคุณสมบัตินั้นคือ Y ในที่นี้ X คือ a particular fat ส่วน healthy or unhealthy คือคุณสมบัติที่เป็นไปได้ และ Y คือ its shape make ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ผลิต” ในโครงสร้าง make X + adjective คำนี้หมายถึงทำให้ X เป็นหรือกลายเป็นสภาพนั้น what-clause ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน และส่วนเติมเต็มหลัง is ระบุคำตอบหรือปัจจัยชี้ขาด

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: What ____ this backpack comfortable ____ its padded straps.

ดูคำตอบ

makes · is