ประชากรล้นโลก – อธิบายการระเบิดของเผ่าพันธุ์มนุษย์: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
957 คำ 171 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ข้อมูลอดีตอธิบายการพุ่งขึ้นของประชากร การเปลี่ยนผ่านทางประชากร และการชะลอตัวเมื่ออัตราเกิดลดลง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Never before in history have there been: ไวยากรณ์; สังเกตการกลับลำดับหลังวลีปฏิเสธต้นประโยค เพื่อเน้นข้อเท็จจริงที่ไม่เคยเกิดขึ้นในคำอธิบายประวัติศาสตร์หรือข้อมูล 2. the demographic transition.: บริบทจริง; เข้าใจสี่ช่วงที่อัตราตายแล้วจึงอัตราเกิดลดลงเมื่อคุณภาพชีวิตดีขึ้น 3. had a head start.: สำนวน; เข้าใจว่า “เริ่มก่อนจึงได้เปรียบ” และใช้เปรียบเทียบความก้าวหน้าโดยไม่สื่อว่าเหนือกว่าโดยกำเนิด

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Never before in history have there been so many people on Earth as right now. ไวยากรณ์

0:01

ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ที่จะมีผู้คนบนโลกมากมายเท่ากับในตอนนี้

ไวยากรณ์

Never before in history have there been: การกลับลำดับแบบปฏิเสธ

Never before in history หมายถึงไม่เคยเกิดสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนในช่วงเวลาใดเลย การวางวลีบอกเวลาเชิงปฏิเสธนี้ไว้ต้นประโยคช่วยเน้นว่าสถานการณ์นั้นไม่เคยมีมาก่อน เมื่อย้ายวลีมาไว้ข้างหน้า กริยาช่วย have ต้องย้ายมาอยู่หน้า there ในโครงสร้างบอกการมีอยู่ จึงเป็น have there been นี่คือการกลับลำดับแบบปฏิเสธในประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม หากไม่ย้ายวลีมาไว้ต้นประโยค ลำดับพื้นฐานคือ There have never before been so many people on Earth.

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างกลับลำดับของประโยคบอกการมีอยู่รูป present perfect ให้สมบูรณ์: Never before in history ____ so many ways for people to communicate.

ดูคำตอบ

have there been

Our numbers have skyrocketed from 1 billion in 1800 to 2.3 billion in 1940, วลี

0:06

จำนวนของเราพุ่งสูงขึ้นจาก 1 พันล้านคนในปี 1800 เป็น 2.3 พันล้านคนในปี 1940

วลี

skyrocketed from ... to ...: การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

Skyrocketed หมายถึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากและในปริมาณมาก เป็นคำกริยาเชิงเปรียบเทียบที่ให้ภาพชัดเจน ตัวเลขไม่ได้เคลื่อนที่เหมือนจรวดจริง ๆ โครงสร้าง from ... to ... ระบุค่าเริ่มต้นและค่าสุดท้าย ในที่นี้ from นำหน้า 1 billion in 1800 และ to นำหน้า 2.3 billion in 1940 โครงสร้างนี้แสดงทั้งทิศทางและขนาดของการเปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยาที่มีน้ำหนักและโครงสร้าง from ... to ...: After the app went viral, downloads ____ 10,000 ____ 500,000 in one month.

ดูคำตอบ

skyrocketed from · to

3.7 billion in 1970,

0:13

3.7 พันล้านคนในปี 1970

and 7.4 billion in 2016.

0:15

และ 7.4 พันล้านคนในปี 2016

The world population increased fourfold in the last century. การใช้คำ

0:20

ประชากรโลกเพิ่มขึ้นสี่เท่าในศตวรรษที่ผ่านมา

การใช้คำ

“increased fourfold”: เพิ่มขึ้นเป็นสี่เท่าของเดิม

ในที่นี้ increased fourfold หมายถึงเพิ่มขึ้นจนเป็นสี่เท่าของปริมาณเดิม หากตอนแรกมีประชากร 1 พันล้านคน ตอนสุดท้ายก็จะมี 4 พันล้านคน สำนวนนี้บอกตัวคูณ ไม่ได้หมายถึงเพิ่มขึ้นสี่จุดเปอร์เซ็นต์ ปริมาณที่เพิ่มขึ้นคิดเป็น 300% ของปริมาณตั้งต้น ดังนั้นปริมาณสุดท้ายจึงเป็น 400% ของเดิม

แบบฝึกหัด

อ่านสถานการณ์นี้: A town had 10,000 residents. Its population then increased fourfold. ประชากรใหม่มีจำนวนเท่าใด?

  1. ประชากร 10,004 คน
  2. ประชากร 40,000 คน
  3. ประชากร 50,000 คน
ดูคำตอบ

ประชากร 40,000 คน

So, what can we expect for the next century?

0:24

แล้วเราจะคาดหวังอะไรได้บ้างสำหรับศตวรรษหน้า?

And what does population growth mean for our future?

0:27

และการเติบโตของประชากรมีความหมายอย่างไรต่ออนาคตของเรา?

Will there be mass migration,

0:31

จะมีการอพยพครั้งใหญ่,

overcrowded slums and megacities covering continents,

0:33

สลัมที่แออัดและมหานครที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งทวีป,

diseases and pollution,

0:36

โรคระบาดและมลพิษ,

chaos and violence over energy, water, and food,

0:38

ความวุ่นวายและความรุนแรงในการแย่งชิงพลังงาน น้ำ และอาหาร,

and a human species focused only on sustaining itself?

0:41

และสายพันธุ์มนุษย์ที่มุ่งเน้นเพียงแค่การเอาชีวิตรอดไปวันๆ หรือไม่?

Will population growth destroy our way of life,

0:46

การเติบโตของประชากรจะทำลายวิถีชีวิตของเราหรือไม่,

or is this prophecy just ungrounded panic?

0:49

หรือคำทำนายนี้เป็นเพียงแค่ความตื่นตระหนกที่ไม่มีมูล?

In the 1960s, population growth reached an unprecedented rate,

1:03

ในช่วงทศวรรษที่ 1960 การเติบโตของประชากรสูงถึงระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน,

which led to apocalyptic prophecies.

1:07

ซึ่งนำไปสู่คำทำนายถึงวันสิ้นโลก

The poor would procreate endlessly and overrun the developed world. การใช้คำ

1:11

คนยากจนจะแพร่พันธุ์อย่างไม่สิ้นสุดและบุกรุกเข้าสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว

การใช้คำ

“overrun the developed world”: หลั่งไหลเข้าไปเป็นจำนวนมากและครอบงำพื้นที่

ในประโยคนี้ overrun หมายถึงการเข้าไปหรือแพร่กระจายในสถานที่หนึ่งด้วยจำนวนที่มากจนสถานที่นั้นดูเหมือนถูกครอบงำหรือยึดครอง คำนี้ไม่ใช่คำที่มีความหมายเป็นกลางเหมือน move into คำกริยานี้ทำให้คำทำนายมีน้ำเสียงที่ปลุกความกลัวและเป็นปฏิปักษ์ โดยนำเสนอคนยากจนว่าเป็นภัยคุกคามที่ควบคุมไม่ได้ ประโยคนี้กำลังถ่ายทอดเรื่องเล่าที่อาศัยความกลัวดังกล่าว ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The stadium was overrun by rioters. overrun สื่อความหมายอย่างไร?

  1. คนกลุ่มใหญ่บุกเข้าไปและครอบงำสถานที่นั้น
  2. สนามกีฬามีขนาดใหญ่ขึ้น
  3. มีคนบางส่วนย้ายมาอยู่ใกล้ ๆ โดยไม่ได้ก่อความวุ่นวาย
ดูคำตอบ

คนกลุ่มใหญ่บุกเข้าไปและครอบงำสถานที่นั้น

The legend of overpopulation was born. สำนวน

1:16

ตำนานเรื่องประชากรล้นโลกจึงได้ถือกำเนิดขึ้น

สำนวน

ตำนานประชากรล้นโลกถือกำเนิดขึ้น

ในที่นี้ "legend" ไม่ได้หมายถึงเรื่องเล่าดั้งเดิมหรือวีรบุรุษที่มีชื่อเสียง แต่หมายถึงเรื่องเล่าที่เชื่อกันอย่างแพร่หลายเกี่ยวกับประชากรล้นโลก วลี "was born" ใช้การเกิดเป็นอุปมา: ความคิดเชิงนามธรรมถูกปฏิบัติเหมือนสิ่งมีชีวิตที่เริ่มมีอยู่ ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่าเรื่องเล่าเกี่ยวกับประชากรล้นโลกนี้เกิดขึ้นและเริ่มแพร่กระจาย

แบบฝึกหัด

ในวิดีโอ "The legend of overpopulation was born" หมายความว่าอย่างไร

  1. มีบุคคลที่มีชื่อเสียงชื่อประชากรล้นโลกถือกำเนิดขึ้น
  2. แนวคิดเรื่องประชากรล้นโลกเริ่มแพร่กระจาย
  3. เรื่องเล่าดั้งเดิมเกี่ยวกับกษัตริย์และวีรบุรุษเริ่มต้นขึ้น
ดูคำตอบ

แนวคิดเรื่องประชากรล้นโลกเริ่มแพร่กระจาย

But it turns out high birth rates and the population explosion ลำดับความ

1:19

แต่ปรากฏว่าอัตราการเกิดที่สูงและการระเบิดของประชากร

are not permanent features of some cultures or countries, ไวยากรณ์

1:23

ไม่ได้เป็นลักษณะถาวรของบางวัฒนธรรมหรือบางประเทศ

but rather part of a four-step process the whole world is going through, กริยาวลี

1:26

แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสี่ขั้นตอนที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่

ลำดับความ

แต่กลับกลายเป็นว่า

"But it turns out" ส่งสัญญาณการเปลี่ยนจากสิ่งที่เคยเชื่อหรือคาดหวังไปสู่ข้อเท็จจริงใหม่ที่มักน่าประหลาดใจ เชื่อมโยงความคิดก่อนหน้ากับการแก้ไข: หลังจากนำเสนอสมมติฐานเดิม ผู้พูดใช้วลีนี้เพื่อแสดงว่าความจริงแตกต่างออกไป ในประโยคนี้ มันแนะนำข้ออ้างว่าอัตราการเกิดสูงไม่ถาวรแต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการระดับโลก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่แนะนำการแก้ไขที่น่าประหลาดใจ: "But it ____ that the exam was easier than expected."

ดูคำตอบ

turns out

ไวยากรณ์

not permanent ... but rather (ไม่ใช่ ... แต่เป็น)

รูปแบบ "not X, but rather Y" จะปฏิเสธคำอธิบายหรือการจัดประเภทหนึ่งก่อน แล้วจึงนำเสนอทางเลือกที่แม่นยำหรือคาดหวังมากกว่า มันบอกผู้ฟังให้วาง X ไว้ข้าง ๆ ในฐานะสาเหตุที่แท้จริง แล้วมุ่งเน้นไปที่ Y ในประโยคนี้ ผู้พูดกล่าวว่าอัตราการเกิดสูงและการระเบิดของประชากรไม่ใช่ลักษณะถาวรของบางวัฒนธรรม แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสี่ขั้นตอนที่ทั้งโลกกำลังประสบอยู่ "Rather" เสริมความแตกต่าง ทำให้การแก้ไขชัดเจน ความหมายใกล้เคียงกับ "instead" หรือ "more accurately" ไม่ใช่ "somewhat"

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างการเปรียบเทียบ "not ... but rather" ใช้ "not" ในช่องว่างแรกและ "but rather" ในช่องว่างที่สอง The main cause is ____ a lack of money, ____ a lack of planning.

ดูคำตอบ

not · but rather

กริยาวลี

going through (กำลังประสบอยู่)

"go through" เป็นกริยาวลีที่มีความหมายว่า ประสบหรือผ่านกระบวนการ การเปลี่ยนแปลง หรือช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการเดินผ่านสถานที่ทางกายภาพ ในที่นี้ "the whole world" เป็นประธาน และ "a four-step process" เป็นกรรม ผู้พูดหมายความว่าทุกประเทศผ่านขั้นตอนเดียวกัน ไม่ใช่ประเทศต่าง ๆ ตั้งอยู่ในอุโมงค์ทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่ถูกต้องของกริยาวลี "go through" The whole world is currently ____ a four-step demographic process.

ดูคำตอบ

going through

the demographic transition. วัฒนธรรม

1:30

นั่นคือการเปลี่ยนผ่านทางประชากร

วัฒนธรรม

demographic transition: การเปลี่ยนแปลงของประชากรตามเวลา

demographic transition เป็นวลีคำนามเชิงวิชาการที่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงระยะยาวจากอัตราการเกิดและอัตราการตายที่สูงไปสู่อัตราที่ต่ำ demographic หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวกับประชากร ส่วน transition นำเสนอการเปลี่ยนแปลงนี้ว่าเป็นกระบวนการ ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้เรียกรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของประชากรที่กำลังพูดถึง โดยทั่วไปแนวคิดนี้จะอธิบายเป็นลำดับขั้น จึงเน้นว่าอัตราการเกิดและอัตราการตายเปลี่ยนไปอย่างไรตามเวลา

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ demographic transition หมายถึงอะไร

  1. การเปลี่ยนแปลงของประชากรที่เกิดขึ้นภายในคืนเดียว
  2. การเปลี่ยนแปลงระยะยาวจากอัตราเกิดและอัตราตายสูงไปสู่อัตราที่ต่ำ
  3. แผนการย้ายประชากรไปยังประเทศอื่น
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงระยะยาวจากอัตราเกิดและอัตราตายสูงไปสู่อัตราที่ต่ำ

Most developed countries have already made the transition,

1:32

ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ได้ผ่านการเปลี่ยนผ่านนี้ไปแล้ว

while other countries are doing it right now.

1:35

ในขณะที่ประเทศอื่นๆ กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

Let's go back to the 18th century, when the entire world, including Europe, ลำดับความ

1:39

ลองย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 18 เมื่อคนทั้งโลก รวมถึงยุโรป

ลำดับความ

Let's go back to: ย้อนกลับไปยังช่วงเวลาก่อนหน้า

Let's go back to เป็นสำนวนที่ใช้จัดลำดับเนื้อหา โดยนำผู้ฟังกลับไปยังจุดก่อนหน้าในเส้นเวลาหรือในการอภิปราย ในประโยคนี้ to the 18th century ระบุช่วงเวลาในอดีตที่จะเริ่มพูดถึง ไม่ได้ขอให้ใครเดินทางไปที่นั่นจริง ๆ สำนวนนี้ช่วยจัดโครงสร้างคำอธิบายด้วยการออกจากหัวข้อปัจจุบันแล้วเริ่มย้อนมองประวัติศาสตร์ ในบริบทอื่น โครงสร้างเดียวกันนี้สามารถใช้พากลับไปยังหัวข้อก่อนหน้าในการสนทนาได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Let's go back to 2010, when the company first opened.” ผู้พูดกำลังจัดโครงสร้างคำอธิบายทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังเดินทางไปปี 2010

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

was in the first stage of the demographic transition.

1:42

อยู่ในระยะแรกของการเปลี่ยนผ่านทางประชากร

By today's standards, Europe was worse off than a developing region, วลี

1:45

หากประเมินด้วยมาตรฐานในปัจจุบัน ยุโรปในตอนนั้นแย่ยิ่งกว่าภูมิภาคที่กำลังพัฒนา

วลี

By today's standards: ใช้มาตรฐานปัจจุบันเป็นเกณฑ์

By today's standards หมายถึง “เมื่อประเมินตามสิ่งที่ผู้คนในปัจจุบันคาดหวังหรือมองว่าเป็นเรื่องปกติ” ในที่นี้ by ใช้บอกมาตรฐานที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกกำหนดเวลา วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดประเมินสิ่งที่มาจากยุคหรือบริบทอื่นผ่านมุมมองของปัจจุบัน และมักเป็นสัญญาณว่าคำตัดสินต่อไปอาจต่างจากมุมมองของผู้คนในยุคนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “เมื่อประเมินตามความคาดหวังในปัจจุบัน” ให้สมบูรณ์: ____, the phone's camera seems very basic.

ดูคำตอบ

By today's standards

วลี

worse off than: เปรียบเทียบสถานการณ์โดยรวม

Be worse off than หมายถึง “อยู่ในสถานการณ์โดยรวมที่เสียเปรียบกว่า” คำว่า off เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว worse off ดังนั้นในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึง “ออกไป” หรือ “ปิดอยู่” การเปรียบเทียบนี้อาจเกี่ยวกับเงิน สุขภาพ การเข้าถึงบริการ ความปลอดภัย หรือความเป็นอยู่โดยรวม ให้ใช้รูปของ be นำหน้า worse off than เช่น was worse off than หรือ are worse off than

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่หมายถึงการอยู่ในสถานการณ์โดยรวมที่เสียเปรียบกว่า: After the fees rose, small shops were ____ before.

ดูคำตอบ

worse off than

suffering from poor sanitation, poor diet, and poor medicine.

1:49

พวกเขาต้องทนทุกข์จากสุขอนามัยที่ย่ำแย่ โภชนาการที่ไม่ดี และการแพทย์ที่ล้าหลัง

A lot of people were born, but lots of them died just as fast,

1:54

ผู้คนจำนวนมากเกิดมา แต่ก็มีหลายคนที่ต้องตายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

so the population hardly grew.

1:58

ดังนั้นประชากรจึงแทบไม่เติบโตเลย

Women had between four and six children,

2:00

ผู้หญิงมีลูกเฉลี่ยระหว่าง 4 ถึง 6 คน

but only two of them would reach adulthood.

2:03

แต่มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่จะรอดชีวิตจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่

Then the Industrial Revolution happened in the UK วัฒนธรรม

2:06

จากนั้นการปฏิวัติอุตสาหกรรมก็เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร

and brought the greatest change in human living conditions since the Agricultural Revolution.

2:09

และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติเกษตรกรรม

วัฒนธรรม

การปฏิวัติอุตสาหกรรม ... การปฏิวัติเกษตรกรรม

ในที่นี้ การปฏิวัติเกษตรกรรมหมายถึงการเปลี่ยนผ่านในอดีตอันไกลโพ้นไปสู่การทำเกษตรและการตั้งถิ่นฐาน ส่วนการปฏิวัติอุตสาหกรรมหมายถึงการเปลี่ยนผ่านในเวลาต่อมาไปสู่การผลิตด้วยเครื่องจักรและการทำงานในโรงงาน ซึ่งในช่วงแรกมีศูนย์กลางอยู่ที่บริเตน คำว่า since the Agricultural Revolution ใช้การเปลี่ยนผ่านครั้งก่อนเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ และนำเสนอว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ครั้งใหญ่ที่สุดหลังจากนั้น Revolution ในที่นี้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจในวงกว้าง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการลุกฮือทางการเมือง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับบทบาทของชื่อเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั้งสองในประโยคมากที่สุด

  1. ชื่อทั้งสองหมายถึงการลุกฮือทางการเมืองที่เกิดขึ้นพร้อมกันในสหราชอาณาจักร
  2. การปฏิวัติอุตสาหกรรมถูกนำเสนอว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยเทียบกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่เกษตรกรรมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
  3. การปฏิวัติเกษตรกรรมถูกนำเสนอว่าเป็นผลจากการทำงานในโรงงาน
ดูคำตอบ

การปฏิวัติอุตสาหกรรมถูกนำเสนอว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยเทียบกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่เกษตรกรรมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า

People went from being peasants to workers. ไวยากรณ์

2:14

ผู้คนเปลี่ยนจากสถานะชาวนาไปเป็นกรรมกร

ไวยากรณ์

เปลี่ยนจากการเป็นชาวนาไปเป็นคนงาน

โครงสร้าง go from being A to B ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงด้านอัตลักษณ์ บทบาท หรือสภาวะ ในที่นี้ went เป็นรูปอดีตของ go หมายความว่าผู้คนเปลี่ยนจากบทบาทชาวนาไปเป็นบทบาทคนงาน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ระหว่างสถานที่ being ที่อยู่หลัง from ใช้เกริ่นอัตลักษณ์เริ่มต้น ส่วน from ... to ... ที่ใช้เป็นคู่กันระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการเปลี่ยนแปลง ในโครงสร้างแบบย่อนี้จะเข้าใจว่ามี being ตัวที่สองอยู่ด้วย: from being peasants to (being) workers

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง go from being A to B เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: Last year, after retraining, Maya ____ a cashier to a software tester.

ดูคำตอบ

went from being

Manufactured goods were mass produced and became widely available. การใช้คำ

2:18

สินค้าอุตสาหกรรมถูกผลิตเป็นจำนวนมากและหาซื้อได้ทั่วไป

การใช้คำ

were mass produced: การผลิตเชิงอุตสาหกรรมในปริมาณมาก

were mass produced เป็นรูปถูกกระทำของ mass-produce หมายความว่าสินค้าถูกผลิตในปริมาณมาก โดยปกติใช้วิธีอุตสาหกรรมที่เป็นมาตรฐาน ในที่นี้ mass หมายถึงขนาดของการผลิต ไม่ใช่คุณภาพหรือน้ำหนักของสินค้า วลีนี้บอกว่าสินค้าถูกผลิตอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าสินค้านั้นเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพยอดเยี่ยม

แบบฝึกหัด

were mass produced ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร

  1. ถูกตัดสินว่าเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง
  2. ถูกผลิตในปริมาณมากด้วยวิธีอุตสาหกรรม
  3. ถูกสร้างให้เป็นสิ่งของที่หนักผิดปกติ
ดูคำตอบ

ถูกผลิตในปริมาณมากด้วยวิธีอุตสาหกรรม

The sciences flourished and advanced transportation, communication, and medicine.

2:22

วิทยาศาสตร์เจริญรุ่งเรืองและพัฒนาการคมนาคม การสื่อสาร และการแพทย์

The role of women in society shifted and created the conditions for their emancipation. วลี

2:28

บทบาทของผู้หญิงในสังคมเปลี่ยนแปลงไป และสร้างเงื่อนไขสู่การปลดแอกของพวกเธอ

วลี

created the conditions for: ทำให้การเปลี่ยนแปลงภายหลังเป็นไปได้

created the conditions for หมายถึงทำให้สถานการณ์แวดล้อมเอื้อเพียงพอจนทำให้พัฒนาการในภายหลังเป็นไปได้ วลีนี้อธิบายสาเหตุที่ช่วยเอื้อหรือสาเหตุทางอ้อม ไม่ได้รับประกันว่าผลลัพธ์ภายหลังเกิดขึ้นจริง ในประโยคนี้ for นำหน้าคำนาม emancipation และยังสามารถนำหน้ากลุ่มคำนามอื่นหรือรูป -ing ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตกาลของ create the conditions for: The new funding ____ faster scientific progress.

ดูคำตอบ

created the conditions for

Slowly, this economic progress not only formed a middle class, ไวยากรณ์

2:34

ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจนี้ค่อยๆ สร้างชนชั้นกลางขึ้นมา

but also raised standards of living and health care for the poor working population. วลี

2:38

แถมยังยกระดับมาตรฐานการครองชีพและการดูแลสุขภาพของกลุ่มแรงงานที่ยากจนด้วย

ไวยากรณ์

not only ... but also: ไม่เพียงแต่ ... แต่ยัง ...

not only ... but also เชื่อมเนื้อหาสองส่วนที่มีโครงสร้างขนานกัน และเพิ่มน้ำหนักให้ส่วนที่สอง ในประโยคนี้ ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจให้ผลสองอย่าง คือ ก่อให้เกิดชนชั้นกลาง และยกระดับมาตรฐานการครองชีพกับการดูแลสุขภาพ วาง not only ไว้หน้าส่วนแรกที่เชื่อม และ but also ไว้หน้าส่วนที่สอง ในประโยคนี้ formed และ raised เริ่มวลีกริยาอดีตกาลสองส่วนที่ขนานกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมที่จับคู่กับ not only ให้ประโยคสมบูรณ์: The new clinic not only shortened waiting times, ____ improved access to specialist care.

ดูคำตอบ

but also

วลี

standards of living: มาตรฐานการครองชีพ

วลี standards of living หมายถึงระดับความสะดวกสบายทางวัตถุและสภาพชีวิตประจำวันของคนหรือกลุ่มคน โดยทั่วไปครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ เช่น รายได้ ที่อยู่อาศัย อาหาร และการเข้าถึงบริการ ในประโยคนี้ raised standards of living หมายความว่าความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจทำให้สภาพความเป็นอยู่ของประชากรแรงงานดีขึ้น ให้เข้าใจวลีนี้เป็นหน่วยความหมายที่ใช้กันเป็นปกติ ไม่ใช่กฎหรือมาตรฐานเกี่ยวกับวิธีการใช้ชีวิต

แบบฝึกหัด

standards of living หมายถึงอะไรในบริบทนี้

  1. ความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวมของผู้คน รวมถึงความพึงพอใจและความสัมพันธ์
  2. ระดับความสะดวกสบายทางวัตถุและสภาพชีวิตประจำวันของผู้คน
  3. จำนวนเงินที่จำเป็นสำหรับจ่ายค่าใช้จ่ายพื้นฐาน
ดูคำตอบ

ระดับความสะดวกสบายทางวัตถุและสภาพชีวิตประจำวันของผู้คน

The second transition stage started.

2:43

ขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านระยะที่สองเริ่มต้นขึ้น

Better food supplies, hygiene, and medicine meant people stopped dying all the time,

2:46

เสบียงอาหาร สุขอนามัย และยารักษาโรคที่ดีขึ้น ทำให้ผู้คนไม่ต้องล้มตายกันตลอดเวลาอีกต่อไป

especially so at a very young age.

2:50

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเด็ก

The result was a population explosion,

2:53

ผลลัพธ์ที่ได้คือการระเบิดของประชากร

doubling the UK's population between 1750 and 1850. ไวยากรณ์

2:55

ซึ่งทำให้ประชากรของสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าระหว่างปี 1750 ถึง 1850

ไวยากรณ์

doubling the UK's population ในฐานะอนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์

ในประโยคนี้ doubling the UK's population between 1750 and 1850 เป็นอนุประโยค -ing ที่ใช้เสริมผลลัพธ์ โดยบอกผลจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรว่า จำนวนประชากรเพิ่มเป็นสองเท่า Doubling ไม่ใช่กริยาหลักที่ผันรูปอีกตัวหนึ่ง อนุประโยคนี้ขึ้นอยู่กับข้อความก่อนเครื่องหมายจุลภาค และผู้กระทำหรือสาเหตุที่เข้าใจโดยนัยคือ population explosion ในลักษณะเดียวกัน “จุลภาค + อนุประโยค -ing” สามารถเพิ่มผลที่ตามมาให้กับข้อความที่สมบูรณ์แล้วได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์ โดยใช้ double: The town's population grew from 20,000 to 40,000, ____ in ten years.

ดูคำตอบ

doubling

The main reason families used to have lots of children was that only a few of them were likely to survive. ไวยากรณ์

3:00

เหตุผลหลักที่ครอบครัวในสมัยก่อนเคยมีลูกหลายคน ก็เพราะว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีแนวโน้มจะรอดชีวิต

ไวยากรณ์

The main reason ... was that ... สำหรับระบุสาเหตุหลัก

โครงสร้าง The main reason + สถานการณ์ + was that + อนุประโยค ใช้เน้นสาเหตุหนึ่งเป็นหลัก ในที่นี้ families used to have lots of children ระบุสถานการณ์ที่กำลังอธิบาย และอนุประโยคหลัง that บอกสาเหตุสำคัญที่สุด ประโยคนี้มีคำกริยาเชื่อม was เป็นแกน โดยนามวลียาวที่ขึ้นต้นด้วย The main reason เป็นประธาน และอนุประโยค that เป็นส่วนเติมเต็ม That ใช้นำอนุประโยคที่สมบูรณ์ ไม่เหมือนกับการเพิ่มอนุประโยค because แยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกเหตุผลด้วยคำสองคำ: The main reason the match was postponed ____ heavy rain made the field unsafe.

ดูคำตอบ

was that

ไวยากรณ์

used to have: สถานการณ์ในอดีตที่เปลี่ยนไปแล้ว

ใน “families used to have lots of children” โครงสร้าง used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกแบบแผนที่เกิดซ้ำหรือสภาพในอดีตที่ปัจจุบันไม่ได้เป็นแบบเดิมแล้ว ในที่นี้ have หมายถึง “มีลูก” จึงพูดถึงรูปแบบครอบครัวในอดีต ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียวในอดีต ใช้ used to + กริยารูปพื้นฐานเมื่อต้องการเปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบัน แม้การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันจะไปกล่าวไว้ภายหลังแทนที่จะอยู่ในประโยคเดียวกันก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่บอกว่าสถานการณ์นั้นเคยเป็นจริงในอดีตแต่ปัจจุบันไม่เป็นแล้ว: Our town ____ have only one school, but now it has four.

ดูคำตอบ

used to

ไวยากรณ์

were likely to survive: ความเป็นไปได้ในอดีต

ใน “only a few of them were likely to survive” โครงสร้าง be likely to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้แสดงความเป็นไปได้ ประโยคนี้หมายความว่ามีเพียงจำนวนน้อยที่มีโอกาสรอดชีวิตสูง ไม่ได้หมายความว่าจะรอดชีวิตอย่างแน่นอน รูปของ be แสดงความสอดคล้องกับประธานและเวลา Were ใช้กับประธานพหูพจน์และวางความเป็นไปได้นั้นไว้ในอดีต ส่วน survive หลัง to ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตพหูพจน์ของ be likely to: During last summer's heat wave, the young trees ____ die without enough water.

ดูคำตอบ

were likely to

Now that had changed,

3:06

แต่ตอนนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว

so the third stage of the transition was set in motion. สำนวน

3:07

ดังนั้นขั้นตอนที่สามของการเปลี่ยนผ่านจึงเริ่มต้นขึ้น

สำนวน

was set in motion: การเริ่มกระบวนการ

วลี was set in motion หมายถึง “ถูกทำให้เริ่มต้นและเริ่มพัฒนาต่อไป” ในประโยคนี้หมายถึงช่วงที่สามของการเปลี่ยนผ่านได้เริ่มขึ้น ไม่ได้มีสิ่งใดถูกผลักหรือเคลื่อนที่จริง ๆ โครงสร้างนี้เป็นรูปถูกกระทำของ set something in motion รูปถูกกระทำเน้นช่วงที่เริ่มขึ้น มากกว่าบุคคลหรือเงื่อนไขที่กระตุ้นให้เกิดขึ้น และ set ยังคงรูปเดิมเมื่อเป็น past participle

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ set in motion ในรูปถูกกระทำที่ถูกต้อง: The investigation ____ after new evidence appeared.

ดูคำตอบ

was set in motion

Fewer babies were conceived,

3:10

เด็กทารกเกิดน้อยลง

and population growth slowed down.

3:12

และการเติบโตของประชากรก็ชะลอตัวลง

Eventually, a balance emerged.

3:15

ในท้ายที่สุด ความสมดุลก็เกิดขึ้น

Fewer people were dying, and fewer children were born,

3:17

ผู้คนล้มตายน้อยลง และเด็กก็เกิดน้อยลง

so the death rate and birth rate became stable.

3:20

ดังนั้นอัตราการเสียชีวิตและอัตราการเกิดจึงเข้าสู่สภาวะคงที่

Britain had reached the fourth stage of the demographic transition.

3:23

สหราชอาณาจักรได้เข้าสู่ขั้นตอนที่สี่ของการเปลี่ยนผ่านทางประชากร

This didn't only happen in the UK.

3:27

สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในสหราชอาณาจักรเท่านั้น

More and more countries went through the four stages.

3:29

มีหลายประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านทั้งสี่ขั้นตอนนี้

First, many births and many deaths due to bad living conditions. ลำดับความ

3:33

ขั้นแรก มีการเกิดจำนวนมากและการตายจำนวนมากเนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่

Second, better living conditions leading to fewer deaths and a population explosion.

3:36

ขั้นที่สอง สภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนำไปสู่การตายน้อยลงและการระเบิดของประชากร

Third, fewer deaths resulting in fewer births,

3:41

ขั้นที่สาม การตายน้อยลงส่งผลให้การเกิดน้อยลง

and population growth came to an end.

3:45

และการเติบโตของประชากรก็มาถึงจุดสิ้นสุด

ลำดับความ

First, Second, Third: การระบุลำดับอย่างเป็นขั้นตอน

First, Second และ Third เป็นคำบอกลำดับ แต่ละคำบอกจุดเริ่มต้นของขั้นถัดไปตามลำดับ และช่วยแบ่งคำอธิบายที่มีข้อมูลมากออกเป็นส่วนที่มีหมายเลขชัดเจน เมื่อคำเหล่านี้อยู่ต้นอนุประโยคหรือส่วนของประโยค ตามหลักการเขียนทั่วไปจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง หน้าที่ของคำเหล่านี้คือแสดงโครงสร้างและลำดับ ไม่ใช่อธิบายรายละเอียดของแต่ละขั้น

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดนำเสนอสามขั้นตามลำดับได้ชัดเจนที่สุด

  1. First, open the file. Second, check the numbers. Third, save your changes.
  2. Open the file. Also, check the numbers. Maybe save your changes.
  3. Third, open the file. First, check the numbers. Second, save your changes.
ดูคำตอบ

First, open the file. Second, check the numbers. Third, save your changes.

But if birth rates have dropped so much, ไวยากรณ์

3:47

แต่ถ้าอัตราการเกิดลดลงมากขนาดนี้

why is the population still growing so fast?

3:50

ทำไมประชากรถึงยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว?

ไวยากรณ์

ใช้ But if ..., why ...? เพื่อถามถึงความขัดแย้งที่ปรากฏ

รูปแบบ But if X, why Y? เริ่มจากถือว่า X เป็นข้อเท็จจริงที่ยอมรับแล้ว หรือเป็นข้อมูลตั้งต้นที่ผู้พูดยอมรับเพื่อใช้ในการสนทนา ในที่นี้ if มีความหมายใกล้กับ “ในเมื่อ” ไม่ได้แปลว่าผู้พูดคิดว่า X เป็นเรื่องสมมติ But แสดงความขัดแย้งกับสิ่งที่กล่าวมาก่อน ส่วนคำถามที่ใช้ why ชี้ไปยังผลลัพธ์ที่ดูไม่สอดคล้องกับ X ใช้รูปแบบนี้เพื่อชี้ให้เห็นความขัดแย้งที่ปรากฏและถามหาคำอธิบายที่ยังขาดอยู่

แบบฝึกหัด

เวลาเปิดทำการที่ประกาศไว้ยืนยันว่าร้านเปิดอยู่ ประโยคใดยอมรับข้อเท็จจริงนี้และถามถึงความขัดแย้งที่ปรากฏ

  1. If the store opens, we will go inside.
  2. Even though the store is open, the doors are locked.
  3. But if the store is open, why are the doors locked?
ดูคำตอบ

But if the store is open, why are the doors locked?

Well, the children born in the population explosion of the 70s and '80s are having kids themselves now,

3:53

นั่นก็เพราะเด็กๆ ที่เกิดในช่วงที่ประชากรระเบิดในยุค 70 และ 80 กำลังมีลูกของตัวเองในตอนนี้

leading to a noticeable spike in overall population. วลี

3:58

ทำให้จำนวนประชากรโดยรวมพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

วลี

a noticeable spike in: การพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจนและรวดเร็ว

a noticeable spike in + คำนาม ใช้อธิบายปริมาณที่วัดได้ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนและรวดเร็ว โดยปกติเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ค่อนข้างสั้น ในประโยคนี้ ปริมาณที่เพิ่มขึ้นคือ overall population spike ทำให้นึกถึงยอดแหลมบนกราฟหรือการกระโดดขึ้นอย่างฉับพลัน ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มขึ้นทุกชนิด นามวลีทั้งหมดนี้ใช้ตามหลังคำกริยาอย่าง show, see, cause หรือ lead to ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายกราฟที่เกือบจะคงที่ แล้วพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ได้ดีที่สุด

  1. There was a slight drop in website visits.
  2. There was a noticeable spike in website visits.
  3. There was steady growth in website visits.
ดูคำตอบ

There was a noticeable spike in website visits.

But they are having far fewer children on average than their parents. ไวยากรณ์

4:02

แต่พวกเขามีลูกเฉลี่ยน้อยกว่ารุ่นพ่อแม่ของตนมาก

ไวยากรณ์

โดยเฉลี่ยแล้วมีลูกน้อยกว่าพ่อแม่ของตนมาก

ใน far fewer children than ... คำว่า fewer เป็นรูปขั้นกว่าของ few และขยายคำนามพหูพจน์ที่นับได้อย่าง children ส่วน far ทำให้การเปรียบเทียบเข้มขึ้น แสดงว่าความต่างด้านจำนวนมีมาก ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย On average บอกว่าประโยคนี้กล่าวถึงค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ไม่ได้หมายถึงทุกคน ส่วน than their parents เปรียบเทียบจำนวนลูกของคนรุ่นนี้กับจำนวนลูกที่พ่อแม่ของพวกเขาเคยมี โดยละคำที่ซ้ำไว้ให้เข้าใจจากความหมาย

แบบฝึกหัด

ใช้ far + รูปขั้นกว่าของ few เติมประโยคให้สมบูรณ์: The new process produces ____ defective parts than the old one.

ดูคำตอบ

far fewer

The average today is 2.5.

4:05

ค่าเฉลี่ยในปัจจุบันอยู่ที่ 2.5 คน

It was five 40 years ago.

4:07

ซึ่งเมื่อ 40 ปีก่อนอยู่ที่ 5 คน

So, as this generation gets older and fertility declines further, ไวยากรณ์

4:10

ดังนั้นเมื่อคนรุ่นนี้อายุมากขึ้นและภาวะเจริญพันธุ์ลดลงไปอีก

the rate of population growth will keep on slowing.

4:14

อัตราการเติบโตของประชากรจะยังคงชะลอตัวลงเรื่อยๆ

ไวยากรณ์

as ที่เชื่อมการมีอายุมากขึ้นกับการลดลงของอัตราการเจริญพันธุ์

ในที่นี้ as นำการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปสองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ คนรุ่นนี้มีอายุมากขึ้น และอัตราการเจริญพันธุ์ลดลงต่อไป คำนี้ไม่ได้บอกเพียงช่วงเวลา แต่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ยังเป็นสาเหตุเบื้องหลังของผลที่ตามมาด้วย เมื่ออนุประโยค as อยู่ข้างหน้า จึงเป็นการวางเงื่อนไขให้กับผลหลักว่าอัตราการเติบโตของประชากรจะชะลอลงต่อไป โครงสร้างนี้ใช้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่กับผลที่พัฒนาตามไปพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเติมประโยคได้ดีที่สุด โดยนำเสนอการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปสองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันและเป็นสาเหตุเบื้องหลัง? ___ the storm gets closer and the wind grows stronger, flights may be delayed.

  1. As
  2. Although
  3. Unless
ดูคำตอบ

As

This is true for every country.

4:18

เรื่องนี้เป็นความจริงสำหรับทุกประเทศ

In the West, we tend to overlook progress in other regions of the world, วลี

4:20

ในโลกตะวันตก เรามักจะมองข้ามความก้าวหน้าในภูมิภาคอื่นๆ ของโลก

วลี

tend to overlook: มักมองข้าม

ในประโยคนี้ tend to ใช้สรุปอย่างไม่ฟันธงว่า พฤติกรรมนี้เกิดขึ้นบ่อยหรือมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น แต่ไม่ได้เกิดทุกครั้ง จึงทำให้คำกล่าวไม่เป็นข้อสรุปแบบเด็ดขาด Overlook หมายถึงไม่ทันสังเกตหรือไม่ได้ให้ความสนใจมากพอ ในที่นี้ tend to overlook หมายถึงมักไม่ทันสังเกตความก้าวหน้า ไม่ได้หมายถึงมองลงมาจากที่สูง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผู้คนมักไม่ทันสังเกตสัญญาณเตือนเล็ก ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเช่นนั้นทุกครั้ง

  1. People always overlook small warning signs.
  2. People tend to look over small warning signs.
  3. People tend to overlook small warning signs.
ดูคำตอบ

People tend to overlook small warning signs.

but actually most of the world's countries have made it to the fourth stage.

4:24

แต่ในความเป็นจริง ประเทศส่วนใหญ่ในโลกก้าวมาถึงขั้นตอนที่สี่แล้ว

Just look at Bangladesh.

4:28

ลองดูที่บังกลาเทศ

In 1971, the average woman had seven kids,

4:30

ในปี 1971 ผู้หญิงโดยเฉลี่ยมีลูก 7 คน

but 25% of them would die before the age of five.

4:33

แต่ 25% ของเด็กๆ เหล่านั้นต้องเสียชีวิตก่อนอายุครบ 5 ขวบ

In 2015, the mortality rate was down to 3.8%, วลี

4:36

ในปี 2015 อัตราการเสียชีวิตลดลงเหลือ 3.8%

วลี

was down to 3.8%: ลดลงเหลือ 3.8%

เมื่อใช้กับค่าที่เป็นตัวเลข be down to + ค่า หมายถึงค่าดังกล่าวลดลงและมาถึงระดับที่ระบุ ในที่นี้ was down to 3.8% บอกว่า ณ เวลานั้นในอดีต 3.8% คือระดับสุดท้ายที่ลดลงมาแล้ว to แสดงจุดปลายทาง ไม่ใช่ขนาดของการลดลง บริบทที่มีตัวเลขทำให้ down to มีความหมายนี้ แต่ในบริบทอื่น be down to อาจมีความหมายต่างออกไป เช่น บอกว่าบางสิ่งเป็นความรับผิดชอบของใคร

แบบฝึกหัด

อัตราของเสียลดลงจาก 9% และขณะนี้อยู่ที่ 2% ประโยคใดระบุระดับสุดท้ายได้ถูกต้อง

  1. The defect rate is down from 2%.
  2. The defect rate is down by 2%.
  3. The defect rate is down to 2%.
ดูคำตอบ

The defect rate is down to 2%.

and women had only 2.2 kids on average.

4:40

และผู้หญิงมีลูกเฉลี่ยเพียง 2.2 คน

This is the rule, ลำดับความ

4:43

นี่คือกฎเกณฑ์

not an exception.

4:44

ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ลำดับความ

This is the rule, not an exception: เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ในที่นี้ the rule หมายถึงรูปแบบที่เกิดขึ้นตามปกติ ไม่ใช่กฎหรือข้อบังคับอย่างเป็นทางการ ส่วน This หมายถึงการเปลี่ยนแปลงด้านอัตราการเกิดและอัตราการเสียชีวิตของเด็กที่แสดงไว้สำหรับบังกลาเทศ และนำเสนอว่าเป็นแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่กรณีที่พบได้น้อย โครงสร้าง X is the rule, not an exception ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้ง โดยบอกผู้ฟังให้มองว่า X เป็นสิ่งปกติหรือเป็นจริงในวงกว้าง ไม่ใช่หลักฐานที่ใช้ได้เพียงกรณีเดียว

แบบฝึกหัด

เติมข้อความเปรียบต่างด้วย rule และ exception: Across dozens of cases, the same pattern appears. This is the ____, not an ____.

ดูคำตอบ

rule · exception

We're not special,

4:46

เราไม่ได้มีความพิเศษอะไร

we just had a head start. สำนวน

4:47

เราแค่เริ่มต้นได้เร็วกว่า

สำนวน

had a head start: เริ่มก่อนจึงได้เปรียบ

had a head start หมายถึงเริ่มก่อนคนอื่น จึงมีความได้เปรียบอยู่แล้ว had เป็นรูปอดีตของ have ส่วน head start เป็นวลีนามเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการขยับศีรษะจริง ๆ ในประโยคนี้ ผู้พูดปฏิเสธว่าพวกเขาพิเศษมาแต่กำเนิด และอธิบายว่าที่ก้าวหน้าเร็วกว่านั้นเป็นเพราะเริ่มการเปลี่ยนแปลงก่อน จึงมีเวลามากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “เริ่มก่อนและจึงได้เปรียบ”: Because Ana trained for a month before everyone else, she ____.

ดูคำตอบ

had a head start

It took developed countries about 80 years to reduce fertility from more than six children to less than three. ไวยากรณ์

4:48

ประเทศพัฒนาแล้วใช้เวลาประมาณ 80 ปีในการลดภาวะเจริญพันธุ์จากลูกมากกว่า 6 คนให้เหลือน้อยกว่า 3 คน

ไวยากรณ์

It took developed countries about 80 years to reduce ...: การบอกเวลาที่ใช้

ในโครงสร้าง It took + คนหรือกลุ่ม + ระยะเวลา + to + คำกริยา คำว่า It เป็นประธานสมมติ วลี infinitive ที่ขึ้นต้นด้วย to บอกการกระทำจริง ส่วนคนหรือกลุ่มที่อยู่ตรงกลางบอกว่าใครเป็นผู้ทำ ในที่นี้ developed countries คือกลุ่มที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่กรรมทั่วไปของ took ประโยคนี้บอกว่าการลดอัตราการเจริญพันธุ์ลงมาถึงระดับที่ระบุต้องใช้เวลาประมาณ 80 ปี ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการเน้นว่ากระบวนการที่เสร็จแล้วใช้เวลานานเท่าใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้างบอกเวลาที่ต้องใช้และคำทั้งหมดในวงเล็บ: It ____ to finish the report. (our team / three weeks)

ดูคำตอบ

took our team three weeks

ไวยากรณ์

reduce fertility from ... to ...: ค่าเริ่มต้นและค่าสุดท้าย

โครงสร้าง Reduce X from A to B ระบุตัวชี้วัด ระดับเริ่มต้น และระดับสุดท้าย ในที่นี้ X คือ fertility ซึ่งแสดงเป็นจำนวนลูกโดยเฉลี่ยต่อผู้หญิงหนึ่งคน โดยเริ่มจากมากกว่าหกคนและจบที่น้อยกว่าสามคน ค่าหลัง to คือระดับสุดท้าย ไม่ใช่จำนวนที่ลดลง หากต้องการคำนวณขนาดของการลดลง ต้องเปรียบเทียบค่าสองค่า

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทสองคำที่ระบุค่าเริ่มต้นและค่าสุดท้าย: The new process reduced waiting time ____ 40 minutes ____ 15 minutes.

ดูคำตอบ

from · to

Others are catching up fast. กริยาวลี

4:55

ประเทศอื่นๆ กำลังตามมาอย่างรวดเร็ว

กริยาวลี

catching up fast: ลดช่องว่างอย่างรวดเร็ว

ในประโยคนี้ catching up หมายถึงการเข้าใกล้คนหรือประเทศที่เดิมอยู่ข้างหน้ามากขึ้น คำว่า up ทำงานร่วมกับ catch เป็นกริยาวลี catch up ไม่ได้หมายถึงการเอื้อมจับสิ่งที่อยู่ด้านบนจริง ๆ Fast บอกว่าช่องว่างกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว สำนวนนี้ใช้พูดถึงความก้าวหน้าด้านผลงาน การพัฒนา งาน หรืออันดับอื่น ๆ ที่วัดได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ catch up: Mia missed a week of class, but now she is ____ fast.

ดูคำตอบ

catching up

Malaysia and South Africa did it in only 34 years.

4:57

มาเลเซียและแอฟริกาใต้ทำได้ในเวลาเพียง 34 ปี

Bangladesh took just 20.

5:00

บังกลาเทศใช้เวลาเพียง 20 ปี

Iran managed it in 10 years.

5:02

อิหร่านทำสำเร็จใน 10 ปี

All these countries that are catching up didn't have to start from scratch, สำนวน

5:05

ประเทศทั้งหมดนี้ที่กำลังตามมาไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์

สำนวน

start from scratch: เริ่มโดยไม่มีพื้นฐานเดิม

Start from scratch หมายถึงการเริ่มโดยไม่มีผลงาน แผน วัสดุ หรือระบบที่ใช้ได้อยู่ก่อนแล้ว ในที่นี้ scratch ไม่ได้หมายถึงรอยขีดข่วนหรือการเกา ในประโยคนี้ ประเทศเหล่านั้นสามารถใช้ความรู้และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในที่อื่นได้ จึงไม่ต้องสร้างทุกอย่างจากศูนย์ สำนวนนี้ยังใช้กับโครงการ ทักษะ สูตรอาหาร และสถานการณ์อื่นที่ไม่มีพื้นฐานสำเร็จรูปได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย start from scratch: No files or templates survived, so we had to ____.

ดูคำตอบ

start from scratch

and the more support they get, ไวยากรณ์

5:08

และยิ่งพวกเขาได้รับการสนับสนุนมากเท่าไหร่

the faster they catch up.

5:09

พวกเขาก็จะยิ่งตามทันได้เร็วขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

โครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ the more support ..., the faster ...

โครงสร้าง the + comparative ..., the + comparative ... เชื่อมตัวแปรสองอย่างที่เปลี่ยนไปด้วยกัน ในประโยคนี้ การได้รับการสนับสนุนมากขึ้นสัมพันธ์กับการตามให้ทันได้เร็วขึ้น โดย the ในโครงสร้างนี้ไม่ใช่คำนำหน้านามทั่วไป แต่ใช้ทำเครื่องหมายแต่ละส่วนของการเปรียบเทียบแบบคู่ ต้องมีทั้งสองส่วน ส่วนแรกบอกเงื่อนไขหรือการเปลี่ยนแปลง และส่วนที่สองบอกผลหรือการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์นี้อาจเป็นเหตุเป็นผลหรือเป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

ใช้ more และ faster เติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ให้สมบูรณ์: ____ support a new employee gets, ____ they learn the job.

ดูคำตอบ

The more · the faster

This is why programs that help lower child mortality or help poor nations develop are so important. โน้ต

5:11

นี่คือเหตุผลที่โครงการต่างๆ ที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กลง หรือช่วยพัฒนาประเทศยากจนจึงมีความสำคัญมาก

ลำดับความ

This is why: การนำเข้าสู่ผลลัพธ์

This is why ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเท็จจริงหรือเหตุผลที่เพิ่งกล่าวไป แล้วนำเข้าสู่ข้อสรุปหรือผลที่ตามมา ในที่นี้ This หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างการได้รับการสนับสนุนมากขึ้นกับการพัฒนาได้เร็วขึ้น ส่วน why หมายถึง “เหตุผลที่” ไม่ได้ใช้ตั้งคำถามโดยตรง มองลำดับข้อมูลได้ดังนี้: เหตุผลหรือข้อเท็จจริงก่อนหน้า -> This is why + ข้อสรุปที่ตามมา

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งพูดว่า “Regular practice builds confidence.” ประโยคใดนำเข้าสู่ผลได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. This is because the team performs more calmly under pressure.
  2. Why does the team perform more calmly under pressure?
  3. This is why the team performs more calmly under pressure.
ดูคำตอบ

This is why the team performs more calmly under pressure.

ไวยากรณ์

help lower ... / help ... develop: help + กริยารูปพื้นฐาน

หลัง help ภาษาอังกฤษสามารถใช้คำกริยารูปพื้นฐานโดยไม่ต้องมี to ได้ ใน help lower child mortality คำว่า lower เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ลด” ดังนั้นรูปแบบคือ help + กริยารูปพื้นฐาน ใน help poor nations develop คำว่า poor nations เป็นกรรมของ help และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน develop: help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน วลี help สองวลีที่อยู่คนละด้านของ or มีโครงสร้างขนานกัน Help to lower และ help poor nations to develop ก็ถูกหลักไวยากรณ์เช่นกัน แต่ประโยคนี้ละ to ไว้

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยารูปพื้นฐานของ lower และ develop เติมประโยคให้สมบูรณ์: These programs help ____ child mortality and help poor nations ____.

ดูคำตอบ

lower · develop

No matter what your motivation is, ไวยากรณ์

5:17

ไม่ว่าแรงจูงใจของคุณจะเป็นอะไรก็ตาม

ไวยากรณ์

No matter what your motivation is: ส่วนเปิดที่แสดงการยอมรับเงื่อนไข

No matter what your motivation is หมายถึง “ไม่ว่าแรงจูงใจของคุณจะเป็นอะไร” โดยสื่อว่าความแตกต่างของแรงจูงใจไม่สามารถเปลี่ยนข้อสรุปที่ตามมาได้ No matter what ใช้นำหน้าอนุประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไข อนุประโยคนี้วางไว้หน้าประโยคหลักได้และมักตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค: No matter what your motivation is, the same advice applies. อย่าแปล no matter แยกทีละคำว่า “ไม่มีเรื่องใด”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่ากฎเดียวกันยังใช้ได้ไม่ว่าเหตุผลของคนนั้นจะเป็นอะไร

  1. No matter what your reason is, the rule still applies.
  2. No matter what is your reason, the rule still applies.
  3. It doesn't matter what is your reason, the rule still applies.
ดูคำตอบ

No matter what your reason is, the rule still applies.

whether you dream of a world where all people live in freedom and wealth, ไวยากรณ์

5:19

ไม่ว่าคุณจะฝันถึงโลกที่ทุกคนมีชีวิตอย่างมีเสรีภาพและมั่งคั่ง

or you just want fewer refugees coming to your country,

5:22

หรือเพียงแค่ต้องการให้มีผู้ลี้ภัยเข้ามาในประเทศของคุณน้อยลง

ไวยากรณ์

whether you dream of ... or you just want: สองทางเลือกภายใต้ข้อสรุปเดียวกัน

whether ... or ... เชื่อมสถานการณ์หรือแรงจูงใจสองแบบเข้าด้วยกัน ในประโยคนี้ คนหนึ่งอาจหวังให้ทุกคนมีเสรีภาพและความมั่งคั่ง ส่วนอีกคนอาจต้องการเพียงให้มีผู้ลี้ภัยน้อยลง ข้อสรุปของผู้พูดใช้ได้กับทั้งสองกรณี นี่ไม่ใช่คำถามที่ต้องตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ โดย whether เปิดกรอบของทางเลือก และ or นำเสนอความเป็นไปได้ที่สอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วนที่แสดงว่าคำแนะนำใช้ได้ในทั้งสองกรณี: ____ you take the bus ____ walk, leave ten minutes early.

ดูคำตอบ

Whether · or

the simple truth is that it's beneficial to you personally if people on the other side of the globe can live a good life. โน้ต

5:25

ความจริงง่ายๆ ก็คือ มันเป็นผลดีต่อตัวคุณเองโดยตรง หากผู้คนที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งสามารถมีชีวิตที่ดีได้

ลำดับความ

the simple truth is that: วลีที่เน้นข้อสรุปอย่างมั่นใจ

the simple truth is that นำเสนอข้อสรุปหลักของผู้พูดว่าเป็นเรื่องที่ชัดเจนและโต้แย้งได้ยาก ในที่นี้วลีนี้พาจากแรงจูงใจสองแบบไปสู่ข้ออ้างร่วมกันว่า การที่ผู้อื่นมีชีวิตที่ดีก็เป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเอง วลีนี้ทำหน้าที่จัดลำดับข้อโต้แย้ง ไม่ได้พิสูจน์ข้ออ้างด้วยตัวมันเอง simple บอกวิธีที่ผู้พูดนำเสนอข้อสรุป ไม่ได้หมายความว่าปัญหาทั้งหมดเป็นเรื่องง่าย

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง 'the simple truth is that' ทำหน้าที่อะไรในการเรียบเรียงเนื้อหา?

  1. ขอให้ผู้ฟังเลือกระหว่างความเป็นไปได้สองแบบ
  2. บอกว่าปัญหาทั้งหมดแก้ไขได้ง่าย
  3. นำเสนอข้ออ้างที่ตามมาว่าเป็นข้อสรุปหลักที่ชัดเจน
ดูคำตอบ

นำเสนอข้ออ้างที่ตามมาว่าเป็นข้อสรุปหลักที่ชัดเจน

ไวยากรณ์

โครงสร้าง it's beneficial to you personally if ...

ในที่นี้ it's beneficial to you personally หมายถึงตัวคุณเองได้รับประโยชน์ คำบุพบท to ใช้นำหน้าผู้ที่ได้รับประโยชน์ ส่วน personally เน้นว่าผลนั้นส่งถึงตัวบุคคลโดยตรง ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมเท่านั้น อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ระบุเงื่อนไขที่ทำให้เกิดประโยชน์นั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ It is beneficial to + ผู้รับประโยชน์ + if + เงื่อนไข

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมาย beneficial to ... if ให้สมบูรณ์: It ____ Maria personally ____ the flexible schedule cuts her commuting time.

ดูคำตอบ

is beneficial to · if

And we are getting there. สำนวน

5:32

และเรากำลังจะไปถึงจุดนั้น

สำนวน

ความหมายเชิงสำนวนของ we are getting there

ในที่นี้ there ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง แต่หมายถึงเป้าหมายที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากบริบท และ we are getting there หมายถึงเรากำลังก้าวหน้าเข้าใกล้เป้าหมายนั้น รูปกำลังกระทำ are getting แสดงกระบวนการที่ยังดำเนินอยู่ ประโยคนี้ให้ความรู้สึกเชิงให้กำลังใจ แต่ก็สื่อด้วยว่ายังไม่บรรลุเป้าหมายอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งแก้ปัญหาส่วนใหญ่ได้แล้ว แต่ยังเหลืองานอีกเล็กน้อย ประโยคใดใช้รายงานความคืบหน้านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. We are going there.
  2. We are already there.
  3. We are getting there.
ดูคำตอบ

We are getting there.

The percentage of people living in extreme poverty has never been as low as today. ไวยากรณ์

5:34

เปอร์เซ็นต์ของผู้คนที่อาศัยอยู่ในความยากจนข้นแค้นไม่เคยต่ำเท่าวันนี้มาก่อน

ไวยากรณ์

has never been as low as today: ไม่เคยต่ำเท่าทุกวันนี้

Present perfect ใน has been เชื่อมช่วงเวลาในอดีตเข้ากับปัจจุบัน ส่วน never กล่าวถึงช่วงเวลาทั้งหมดนั้นว่า ไม่มีช่วงเวลาก่อนหน้านี้ที่สัดส่วนดังกล่าวต่ำถึงระดับนี้ โครงสร้าง as ... as ใช้ระดับของวันนี้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ เมื่อรวมกันแล้ว has never been as low as today หมายความว่าตัวเลขของวันนี้อยู่ในระดับต่ำที่สุดของช่วงเวลาจนถึงปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุได้ถูกต้องว่าอัตราความผิดพลาดของวันนี้ต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมาจนถึงปัจจุบัน

  1. The error rate has never been so low than today.
  2. The error rate has never been as low as today.
  3. The error rate was never been as low as today.
ดูคำตอบ

The error rate has never been as low as today.

So, the future of global population growth is actually not an apocalyptic prophecy at all. ลำดับความ

5:40

ดังนั้น อนาคตของการเติบโตของประชากรโลกจึงไม่ใช่คำทำนายถึงวันสิ้นโลกเลยสักนิด

It's a promise.

5:44

มันคือคำมั่นสัญญา

ลำดับความ

ไม่ใช่คำพยากรณ์วันสิ้นโลกเลย แต่เป็นความหวัง

ประโยคแรกใช้ not ... at all เพื่อปฏิเสธกรอบความคิดหนึ่งอย่างสิ้นเชิง จากนั้นประโยคสั้นมากอย่าง It's a promise ก็เสนอกรอบความคิดใหม่มาแทน โครงสร้าง not X; it's Y ทำให้เกิดจุดหักมุมที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้ฟังติดตามข้อโต้แย้ง และเน้น Y มากขึ้น ในบริบทนี้ promise หมายถึงความเป็นไปได้ที่ให้ความหวังหรือแนวโน้มอนาคตที่น่ายินดี ไม่ใช่คำสัญญาระหว่างบุคคล

แบบฝึกหัด

ข้อความต่อเนื่องข้อใดใช้วิธีปฏิเสธกรอบเดิมแล้วปรับกรอบใหม่แบบเดียวกัน

  1. This is a promise because I personally guarantee it.
  2. This is a setback, and it is not a chance to improve.
  3. This is not a setback at all. It's a chance to improve.
ดูคำตอบ

This is not a setback at all. It's a chance to improve.

Population growth will come to an end.

5:46

การเติบโตของประชากรจะสิ้นสุดลง

The UN forecasts that the 12th billionth human will never be born at all.

5:49

สหประชาชาติคาดการณ์ว่ามนุษย์คนที่ 12,000 ล้านจะไม่มีวันเกิดมาเลยด้วยซ้ำ

And as the development level of the world rises,

5:54

และเมื่อระดับการพัฒนาของโลกสูงขึ้น

the number of people with a higher education will increase tenfold. การใช้คำ

5:57

จำนวนผู้ที่ได้รับการศึกษาระดับอุดมศึกษาจะเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า

การใช้คำ

will increase tenfold: เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าของค่าเดิม

ในประโยคนี้ tenfold เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยาย increase หากจำนวนเดิมคือ N คำว่า increase tenfold หมายความว่าจำนวนใหม่จะเป็น 10N ข้อความนี้บอกการคูณ ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นสิบจุดเปอร์เซ็นต์ ปริมาณที่เพิ่มขึ้นเท่ากับเก้าเท่าของจำนวนเดิม ส่วนจำนวนสุดท้ายเท่ากับสิบเท่าของจำนวนเดิม

แบบฝึกหัด

เมืองหนึ่งมีประชากร 20,000 คน รายงานระบุว่าประชากร will increase tenfold จำนวนประชากรสุดท้ายที่คาดการณ์ไว้คือเท่าใด

  1. 22,000 คน
  2. 200,000 คน
  3. 20,010 คน
ดูคำตอบ

200,000 คน

Countries who used to be in need will help advance development instead. วลี

6:02

ประเทศที่เคยต้องการความช่วยเหลือ จะหันมาช่วยผลักดันการพัฒนาแทน

วลี

used to be in need: เคยต้องการความช่วยเหลือในอดีต

Used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกสภาพหรือสถานการณ์ที่เกิดซ้ำในอดีตแต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ใน used to be คำว่า be คือคำกริยารูปพื้นฐาน In need เป็นวลีคุณศัพท์ตายตัวที่หมายถึง “ต้องการความช่วยเหลือหรือทรัพยากรจำเป็น” โดยไม่ได้ระบุสิ่งของเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้น used to be in need จึงหมายความว่าประเทศเหล่านั้นเคยต้องการความช่วยเหลือ และสื่อว่าสถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าชุมชนเคยต้องการความช่วยเหลือในอดีต แต่ปัจจุบันไม่ต้องการแล้ว

  1. The community used to be in need.
  2. The community is in need now.
  3. The community is used to being in need.
ดูคำตอบ

The community used to be in need.

More people is going to mean more people able to advance our species. ไวยากรณ์

6:07

จำนวนผู้คนที่เพิ่มขึ้นจะหมายถึงผู้คนที่มีความสามารถในการพัฒนามวลมนุษยชาติให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ไวยากรณ์

X is going to mean Y เพื่อบอกผลที่คาดไว้

ในที่นี้ โครงสร้าง X is going to mean Y นำเสนอ Y ว่าเป็นผลที่คาดว่าจะเกิดจาก X โดย More people ครั้งแรกหมายถึงสถานการณ์โดยรวมที่มีประชากรมากขึ้น ส่วน more people able to advance our species หมายถึง “ผู้คนจำนวนมากขึ้นที่สามารถช่วยพัฒนาเผ่าพันธุ์ของเราได้” ในการเขียนภาษาอังกฤษมาตรฐานอย่างรอบคอบ ควรจัดสถานการณ์ให้อยู่ในรูปอนุประโยคเอกพจน์ว่า Having more people is going to mean.... วิธีนี้คงโครงสร้างเหตุและผลไว้ พร้อมหลีกเลี่ยงความไม่สอดคล้องที่มองเห็นระหว่าง people ซึ่งเป็นพหูพจน์กับ is

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ชัดเจนและเป็นทางการที่สุดว่า การมีทีมที่ใหญ่ขึ้นจะส่งผลให้ทำงานได้มากขึ้น

  1. Having more people is going to mean more tasks can be completed.
  2. More people are going to complete more tasks.
  3. More people are going to mean more tasks can be completed.
ดูคำตอบ

Having more people is going to mean more tasks can be completed.

This video was a collaboration with Max Roser and Our World in Data,

6:15

วิดีโอนี้เป็นการร่วมมือกับ Max Roser และ Our World in Data

where he explores the progress of humanity through research and data visualization.

6:18

ซึ่งเขาสำรวจความก้าวหน้าของมนุษยชาติผ่านการวิจัยและการแสดงข้อมูลในรูปแบบภาพ

Make sure to check it out.

6:23

อย่าลืมไปดูกันนะ

In 2016, we were able to make more and better content than ever before because of your support on patreon.com. ไวยากรณ์

6:25

ในปี 2016 เราสามารถสร้างคอนเทนต์ได้เยอะขึ้นและดีขึ้นกว่าที่เคยมีมาเพราะการสนับสนุนจากคุณบน patreon.com

ไวยากรณ์

more and better... than ever before: มากขึ้นและดีขึ้นกว่าที่เคย

ใน more and better content คำว่า more และ better เป็นคำเปรียบเทียบที่วางขนานกันเพื่อขยายคำนามเดียวกันคือ content โดย more กล่าวถึงปริมาณ และ better กล่าวถึงคุณภาพ วลีนี้จึงบอกว่ามีการพัฒนาสองด้านพร้อมกัน Than ever before กำหนดให้เวลาทั้งหมดก่อนหน้านั้นเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ไม่ใช่เพียงช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านมา ข้อความทั้งหมดจึงบอกว่าทั้งปริมาณและคุณภาพขึ้นไปถึงระดับสูงสุดใหม่เมื่อเทียบกับอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างชัดเจนว่า ทั้งจำนวนและคุณภาพของรายงานสูงกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้านั้น

  1. The lab published more reports than ever before.
  2. The lab published more and better reports than ever before.
  3. The lab published better reports than ever before.
ดูคำตอบ

The lab published more and better reports than ever before.

Thank you so much,

6:32

ขอบคุณมากๆ

and we'll be back in the year 12,017.

6:33

แล้วเราจะกลับมาในปี 12,017