ความเหงาสามารถฆ่าคุณได้หรือไม่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
600 คำ 185 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ:วิดีโอนี้เชื่อมความเหงากับแรงจูงใจทางสังคม โรค ระบบรางวัลของสมอง การอักเสบ และการอยู่รอด ก่อนเสนอการสบตาเป็นสิ่งที่ทำได้จริง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “seek out” — กริยาวลี: หมายถึงตั้งใจค้นหาคน ความช่วยเหลือ ข้อมูล หรือโอกาสอย่างกระตือรือร้น ไม่ใช่เพียงเห็นสิ่งที่อยู่ใกล้ 2. “wreaks havoc on” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เน้นว่าสิ่งหนึ่งสร้างความเสียหายร้ายแรงในวงกว้าง โดยไม่ตีความ “havoc” เป็นการกระทำตามตัวอักษร 3. “may be related to” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้กริยาช่วยร่วมกับรูปถูกกระทำเพื่อเชื่อมหลักฐานกับสาเหตุที่เป็นไปได้ โดยไม่อ้างว่าเหตุและผลได้รับการพิสูจน์แล้ว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Our planet may be more connected than ever, โน้ต

0:00

โลกของเราอาจเชื่อมโยงถึงกันมากกว่าที่เคย

ไวยากรณ์

more connected than ever: รูปเปรียบเทียบขั้นกว่า + than ever

รูปแบบ comparative + than ever หมายความว่า ณ เวลาปัจจุบันหรือจุดอ้างอิงที่ระบุ คุณลักษณะหนึ่งมีระดับสูงกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้าในกรอบเวลาที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ more connected than ever เปรียบเทียบระดับการเชื่อมโยงในปัจจุบันกับทุกช่วงเวลาก่อนหน้า ไม่ได้เปรียบเทียบกับอีกสิ่งหนึ่ง โครงสร้างนี้เพิ่มมิติทางเวลาให้กับข้อความ โดย more connected ระบุระดับที่เพิ่มขึ้น และ than ever ขยายขอบเขตการเปรียบเทียบไปยังเวลาทั้งหมดในอดีต จึงให้ความหมายที่หนักแน่นและเน้นเวลามากกว่าการพูดเพียงว่า very connected

แบบฝึกหัด

ใช้คำคุณศัพท์ reliable เติมประโยคตามรูปแบบ comparative + than ever: After the upgrade, the network is ____; it has never performed this consistently.

ดูคำตอบ

more reliable than ever

but loneliness has doubled in America since the '80s ไวยากรณ์

0:02

แต่จำนวนคนที่รู้สึกเหงาในอเมริกาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านับตั้งแต่ยุค 80

ลำดับความ

may ... but ...: การสร้างความขัดแย้งที่น่าประหลาดใจ

ประโยคนี้เริ่มด้วยภาพที่กล่าวอย่างระมัดระวังว่า โลกอาจเชื่อมโยงถึงกันมากกว่าช่วงเวลาใด ๆ ในอดีต may แสดงว่านี่เป็นข้อสรุปที่เผื่อความแน่นอนไว้ ไม่ใช่คำยืนยันแบบเด็ดขาด จากนั้น but เปลี่ยนไปสู่ผลลัพธ์ที่สวนทางกัน คือความเหงาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า การวางแนวโน้มที่ดูเป็นบวกไว้ก่อนข้อเท็จจริงเชิงลบทำให้เกิดบทนำคล้ายปริศนาขัดแย้ง และส่งสัญญาณว่าเนื้อหาต่อไปจะอธิบายว่าทำไมการเชื่อมโยงที่มากขึ้นจึงไม่ช่วยลดความเหงา

แบบฝึกหัด

รูปแบบ may ... but ... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. อนุญาตให้ความเหงาเพิ่มขึ้น
  2. แจกแจงการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่สนับสนุนข้อสรุปเดียวกัน
  3. นำเสนอแนวโน้มที่ดูเป็นบวกอย่างระมัดระวัง แล้วตามด้วยแนวโน้มเชิงลบที่ขัดแย้งกัน
ดูคำตอบ

นำเสนอแนวโน้มที่ดูเป็นบวกอย่างระมัดระวัง แล้วตามด้วยแนวโน้มเชิงลบที่ขัดแย้งกัน

ไวยากรณ์

has doubled ... since the '80s: การเปลี่ยนแปลงจากจุดหนึ่งในอดีตจนถึงปัจจุบัน

รูป present perfect ใน has doubled บอกถึงการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ช่วงหนึ่งในอดีตจนถึงปัจจุบัน กล่าวคือ ระดับความโดดเดี่ยวในขณะนี้เป็นสองเท่าของระดับเดิม ประเด็นสำคัญคือผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จบสิ้นในช่วงอดีตที่สิ้นสุดไปแล้ว Since the '80s ระบุจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาดังกล่าว คือทศวรรษ 1980 ใช้ present perfect + since + จุดเวลาในอดีต เพื่อรายงานพัฒนาการที่เชื่อมโยงจุดนั้นมาถึงปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ double และคำบุพบทที่ใช้บอกจุดเริ่มต้น: Online enrollment ____ ____ 2015.

ดูคำตอบ

has doubled · since

with more than 40% of adults saying they are lonely.

0:05

โดยผู้ใหญ่มากกว่า 40% บอกว่าตนเองรู้สึกเหงา

So, should you be worried if you feel the same?

0:08

ดังนั้น ถ้าคุณรู้สึกแบบเดียวกัน คุณควรกังวลไหม?

Can loneliness kill you?

0:11

ความเหงาฆ่าคุณได้ไหม?

Loneliness is a psychological mechanism designed to motivate you to seek out social interactions, โน้ต

0:13

ความเหงาเป็นกลไกทางจิตวิทยาที่มีไว้กระตุ้นให้คุณออกไปมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม

ไวยากรณ์

designed to: การระบุหน้าที่ของกลไก

Designed to เป็นวลี past participle ที่ขยายคำว่า mechanism สามารถขยายเต็มได้เป็น that is designed to ส่วน to motivate เป็น infinitive ที่บอกหน้าที่หรือจุดประสงค์ของกลไกนั้น ในที่นี้ designed ไม่ได้หมายความว่าต้องมีบุคคลใดจงใจประดิษฐ์ความโดดเดี่ยวขึ้นมา ในคำอธิบายระบบทางชีววิทยาหรือจิตวิทยา be designed to สามารถบรรยายหน้าที่ที่กลไกได้พัฒนาขึ้นหรือทำหน้าที่อยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย past participle ของ design แล้วตามด้วยเครื่องหมาย infinitive: The privacy screen is ____ protect sensitive information.

ดูคำตอบ

designed to

วลี

motivate you to + คำกริยารูปพื้นฐาน

motivate you to ระบุบุคคลที่ได้รับแรงจูงใจก่อน คือ you แล้วใช้ to + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกการกระทำที่ต้องการให้เกิดขึ้น คือ seek out social interactions โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ motivate + someone + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ designed to motivate นำเสนอความเหงาว่าเป็นกลไกที่ผลักดันให้คนลงมือทำ ไม่ได้หมายเพียงว่าคนนั้นเริ่มสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้ motivate + person + to + base verb เติมประโยคให้สมบูรณ์: The scholarship program was designed to ____ apply to university.

ดูคำตอบ

motivate students to

กริยาวลี

seek out: พยายามอย่างตั้งใจเพื่อค้นหา

Seek out หมายถึงการพยายามอย่างตั้งใจเพื่อค้นหาหรือเข้าหาบุคคล สิ่งของ หรือโอกาส ในประโยคนี้ ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่คนเหงาพยายามแสวงหาอย่างกระตือรือร้น ไม่ใช่สิ่งที่พบโดยบังเอิญ Seek เป็นคำกริยา และ out เป็นคำอนุภาค โดย out ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ข้างนอก” กริยาวลีเดียวกันนี้ใช้กับความช่วยเหลือ ข้อมูล บริการ ผู้เชี่ยวชาญ และโอกาสได้

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาวลีที่หมายถึง “พยายามอย่างตั้งใจเพื่อค้นหา”: If you need legal advice, ____ a qualified lawyer.

ดูคำตอบ

seek out

but it's highly subjective. วลี

0:18

แต่ก็เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของแต่ละคนอย่างมาก

วลี

Highly subjective: ขึ้นอยู่กับการตัดสินส่วนบุคคลอย่างมาก

Highly ทำหน้าที่เน้นระดับของ subjective เมื่อรวมกัน highly subjective หมายถึง การตัดสินนั้นขึ้นอยู่กับความรู้สึก ความชอบ หรือมุมมองของแต่ละบุคคลอย่างมาก แทนที่จะอิงเกณฑ์ภายนอกเพียงเกณฑ์เดียวที่วัดได้ Subjective ไม่ได้แปลว่าเป็นเท็จหรือไม่ซื่อสัตย์ คนแต่ละคนอาจตัดสินแตกต่างกันอย่างจริงใจ เพราะกำลังประเมินเรื่องนั้นจากมุมมองส่วนบุคคล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ขึ้นอยู่กับการตัดสินส่วนบุคคลอย่างมาก”: Choosing the most beautiful design is ____.

ดูคำตอบ

highly subjective

In other words, if you feel lonely, ลำดับความ

0:20

พูดอีกอย่างคือ ถ้าคุณรู้สึกเหงา

ลำดับความ

In other words: นำเข้าสู่การกล่าวความเดิมใหม่ให้ชัดเจนขึ้น

เมื่ออยู่ต้นประโยค In other words จะย้อนอ้างถึงข้อความก่อนหน้าและบอกผู้ฟังว่า ข้อความต่อไปจะสื่อแนวคิดหลักเดิมให้ชัดเจนหรือตรงไปตรงมามากขึ้น ในที่นี้ อนุประโยคถัดไปเปลี่ยนคำกล่าวเชิงนามธรรมเรื่องความเป็นอัตวิสัยให้เป็นเกณฑ์เชิงปฏิบัติที่อิงจากความรู้สึกของบุคคล สำนวนนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้ให้เหตุผลใหม่หรือเปลี่ยนหัวข้อ เมื่อใช้เพื่อนำเข้าสู่การกล่าวความเดิมใหม่ โดยปกติจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ In other words เพื่อกล่าวประโยคแรกใหม่ แทนที่จะเพิ่มข้อมูลใหม่

  1. The software is free. In other words, it also has a dark mode.
  2. The software is free. In other words, I downloaded it yesterday.
  3. The software is free. In other words, you do not have to pay for it.
ดูคำตอบ

The software is free. In other words, you do not have to pay for it.

then you are lonely.

0:22

นั่นก็แปลว่าคุณกำลังเหงา

And it doesn't necessarily mean you're a loner or have no friends. โน้ต

0:24

และไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคนสันโดษหรือไม่มีเพื่อนเสมอไป

ไวยากรณ์

doesn't necessarily mean: ปฏิเสธข้อสรุปที่ด่วนอนุมาน

doesn't necessarily mean ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่สังเกตเห็นกับข้อสรุปไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ตายตัว ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าการรู้สึกเหงาไม่ได้พิสูจน์โดยอัตโนมัติว่าคนคนนั้นเป็นคนชอบอยู่ลำพังหรือไม่มีเพื่อน necessarily หมายถึง “ในฐานะผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หรือจำเป็นตามเหตุผล” เมื่อใช้กับ doesn't ข้อสรุปนั้นอาจจริงในบางกรณี แต่ไม่ได้รับประกันว่าเป็นจริงเสมอ รูปนี้เปิดทางให้คำอธิบายอื่นมากกว่า doesn't mean ซึ่งปฏิเสธหนักแน่นกว่า

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ปฏิเสธข้อสรุปโดยอัตโนมัติ แต่ไม่ได้บอกว่าข้อสรุปนั้นเป็นไปไม่ได้: A quiet audience ____ that the presentation failed.

ดูคำตอบ

doesn't necessarily mean

การใช้คำ

loner: รูปแบบทางสังคมที่เป็นนิสัย ไม่ใช่ความรู้สึกชั่วคราว

loner เป็นคำนามนับได้ที่ใช้เรียกคนซึ่งมักใช้เวลาอยู่คนเดียวมาก หรือไม่ค่อยแสวงหาการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ในประโยคนี้ you're a loner เป็นการจัดคนคนหนึ่งไว้ในประเภทหรือรูปแบบการเข้าสังคมที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่การบรรยายเพียงช่วงเวลาเดียว คำนี้อาจสื่อว่าคนนั้นชอบความสันโดษ แต่ก็อาจสื่อถึงการถอนตัวจากสังคมได้เช่นกัน ตัวคำเองไม่ได้บอกว่าคนนั้นมีความสุขหรือไม่มีความสุขกับการอยู่คนเดียว

แบบฝึกหัด

เติมคำนามเป้าหมายที่บรรยายรูปแบบการใช้เวลาอยู่คนเดียวเป็นนิสัย ไม่ใช่ความรู้สึกชั่วคราว: Theo has always been a ____, although he does have a few close friends.

ดูคำตอบ

loner

It just means that the social interactions that are necessary to you are not being met. ไวยากรณ์

0:27

เพียงแต่ความต้องการด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของคุณยังไม่ได้รับการเติมเต็ม

ไวยากรณ์

are not being met: รูปถูกกระทำของ present continuous

ใน are not being met โครงสร้าง are + being + คำกริยาช่องที่ 3 met เป็นรูปถูกกระทำของ present continuous สิ่งที่ได้รับผลคือ social interactions ประโยคไม่ได้ระบุผู้กระทำ และเน้นผลที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ในที่นี้ meet หมายถึง ‘ตอบสนองหรือทำให้ความต้องการ ข้อกำหนด หรือความคาดหวังเป็นจริง’ ไม่ได้หมายถึง ‘พบใครสักคน’ รูปถูกกระทำแบบกำลังดำเนินอยู่แสดงว่าการไม่ตอบสนองความต้องการเหล่านั้นยังคงเกิดขึ้นในช่วงนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธแบบไม่ย่อของรูปถูกกระทำ present continuous ของ meet: During the renovation, several safety requirements ____ by the temporary setup.

ดูคำตอบ

are not being met

We often think of loneliness as something that affects the elderly, วลี

0:32

เรามักคิดว่าความเหงาเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อผู้สูงอายุ

วลี

think of loneliness as something: โครงสร้าง think of A as B

ใน think of A as B นั้น A คือบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดที่กำลังพิจารณา ส่วน B คือคำอธิบายหรือประเภทที่กำหนดให้ A ในประโยคนี้ A คือ loneliness และ B คือ something that affects the elderly โครงสร้างนี้แสดงวิธีมองหรือจัดประเภทสิ่งใดสิ่งหนึ่ง as ใช้เพื่อนำเสนอมุมมองนั้น ไม่ได้หมายถึง ‘ขณะที่’ และไม่ได้นำหน้าประโยคย่อยบอกเวลา often อาจบ่งชี้ว่านี่คือความเชื่อทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมสองส่วนที่หายไปของโครงสร้าง think of A as B ให้ประโยคสมบูรณ์: Many people ____ a passport ____ more than just a travel document.

ดูคำตอบ

think of · as

but a recent study found that young people aged 16 to 24 felt lonely more than any other group of adults. ไวยากรณ์

0:35

แต่งานวิจัยล่าสุดพบว่า คนหนุ่มสาวอายุ 16 ถึง 24 ปีรู้สึกเหงามากกว่าผู้ใหญ่กลุ่มอื่น ๆ

ไวยากรณ์

people aged 16 to 24: ส่วนขยายอายุแบบกระชับ

ใน people aged 16 to 24 ส่วน aged 16 to 24 อยู่หลัง people และระบุว่าหมายถึงคนกลุ่มใด โดยหมายถึงคนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ถึง 24 ปี และโดยปกติรวมทั้งอายุ 16 และ 24 ปีด้วย โครงสร้างนี้เป็นอนุประโยคขยายคำนามแบบย่อ โดย people aged 16 to 24 เป็นรูปที่กระชับของ people who are aged 16 to 24 ในที่นี้ aged ใช้บรรยายคน ไม่ใช่คำกริยาเชิงกระทำที่หมายความว่าคนเหล่านั้นทำให้บางสิ่งแก่ลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีอายุแบบกระชับที่ใช้ aged และหมายถึง 'ผู้ที่มีอายุ 12 ถึง 15 ปี': The club is open to students ____.

ดูคำตอบ

aged 12 to 15

ไวยากรณ์

more than any other group: การเปรียบเทียบที่มีความหมายใกล้ขั้นสูงสุด

more than any other group of adults เปรียบเทียบคนหนุ่มสาวกลุ่มนี้กับกลุ่มผู้ใหญ่ที่เหลือทีละกลุ่ม คำว่า other ตัดกลุ่มของคนหนุ่มสาวเองออกจากขอบเขตการเปรียบเทียบ ดังนั้นข้อความนี้จึงหมายความว่าไม่มีกลุ่มผู้ใหญ่อื่นที่รู้สึกเหงามากกว่าหรือบ่อยกว่า โครงสร้าง ขั้นกว่า + than any other + คำนามนับได้เอกพจน์ มักมีความหมายใกล้กับขั้นสูงสุด คือสมาชิกหนึ่งรายเหนือกว่าสมาชิกอื่นทุกคนในประเภทเดียวกัน ใช้ other เมื่อประธานเองก็อยู่ในประเภทนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่า Lake Aurora เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในภูมิภาคนี้

  1. Lake Aurora is deeper than any lake in the region.
  2. Lake Aurora is deeper than any other lake in the region.
  3. Lake Aurora is as deep as any other lake in the region.
ดูคำตอบ

Lake Aurora is deeper than any other lake in the region.

In one painful study,

0:41

ในงานวิจัยสุดทรมานชิ้นหนึ่ง

scientists found that being lonely made cold symptoms worse. ไวยากรณ์

0:42

นักวิทยาศาสตร์พบว่าความเหงาทำให้อาการหวัดแย่ลง

ไวยากรณ์

being lonely made cold symptoms worse: make + กรรม + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า

Being lonely เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่บอกสาเหตุ โครงสร้างหลักคือ “สาเหตุ + make + กรรม + คำคุณศัพท์” ได้แก่ being lonely + made + cold symptoms + worse ในที่นี้ worse เป็นส่วนเติมเต็มที่บอกผลลัพธ์ว่า cold symptoms เปลี่ยนไปอย่างไร ไม่ได้ขยายกริยา made ประโยคนี้จึงหมายความว่าความโดดเดี่ยวทำให้อาการรุนแรงขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make + กรรม + คำคุณศัพท์ขั้นกว่าได้ถูกต้อง เพื่อบอกว่าสภาวะหนึ่งทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น

  1. The lack of sleep made my headache worse.
  2. The lack of sleep made worse my headache.
  3. The lack of sleep made my headache badly.
ดูคำตอบ

The lack of sleep made my headache worse.

Hundreds of healthy people completed a loneliness scale test

0:46

คนสุขภาพดีหลายร้อยคนทำแบบประเมินระดับความเหงา

and then were given nasal drops containing the common cold virus.

0:49

จากนั้นก็ถูกหยอดจมูกด้วยสารที่มีไวรัสหวัดอยู่

Ugh.

0:53

อี๋

At this point, these poor sick-induced participants were quarantined in hotel rooms for 5 days, ลำดับความ

0:54

จากนั้น ผู้เข้าร่วมที่น่าสงสารซึ่งถูกทำให้ป่วยต้องถูกกักตัวในห้องพักโรงแรมเป็นเวลา 5 วัน

ลำดับความ

At this point ในฐานะคำบอกขั้นตอน

At this point บอกผู้ฟังว่าเรื่องราวหรือคำอธิบายดำเนินมาถึงจุดใด นั่นคือขั้นตอนปัจจุบันของกระบวนการหรือลำดับเหตุการณ์ วลีนี้ทำให้ขั้นตอนก่อนหน้าเป็นข้อมูลพื้นหลังและเตรียมผู้ฟังสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ในที่นี้ point ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง และวลีนี้ไม่จำเป็นต้องระบุเวลาที่แน่นอน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าการทดลองดำเนินมาถึงขั้นตอนที่ผู้เข้าร่วมถูกกักตัว

แบบฝึกหัด

กรอกแบบฟอร์มเสร็จแล้วและกำลังจะเริ่มการสัมภาษณ์ วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับระบุขั้นตอนปัจจุบันโดยไม่เน้นว่าบางสิ่งเสร็จสิ้นไปก่อนหน้านั้น

  1. At first
  2. At this point
  3. By this point
ดูคำตอบ

At this point

and those who reported being more lonely prior to the test also reported more significant cold symptoms. โน้ต

1:00

และคนที่รายงานว่ารู้สึกเหงามากกว่าก่อนการทดสอบ ก็รายงานว่ามีอาการหวัดรุนแรงกว่าด้วย

วลี

reported being + คำคุณศัพท์

ใน reported being more lonely คำว่า report ตามด้วยอนุประโยค -ing ส่วน being เชื่อมบุคคลเหล่านั้นเข้ากับคำคุณศัพท์ more lonely ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าพวกเขาพูดหรือระบุว่าตนเองรู้สึกเหงามากกว่า รูปแบบย่อนี้พบได้บ่อยเมื่อแบบสำรวจหรืองานวิจัยกล่าวถึงประสบการณ์ที่ผู้เข้าร่วมรายงานด้วยตนเอง: บุคคล + report + อนุประโยค -ing ประธานโดยนัยของ being คือคนเดียวกับประธานของ reported

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสองคำ report + being: Several employees ____ exhausted after the night shift.

ดูคำตอบ

reported being

การใช้คำ

prior to + คำนามหรือรูป -ing

Prior to หมายถึง before หรือ “ก่อน” ในประโยคนี้ prior to the test ระบุว่าความรู้สึกเหงาที่รายงานนั้นอยู่ในช่วงเวลาก่อนการทดสอบ Prior to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยกลุ่มคำนาม เช่น prior to the test หรือรูป -ing เช่น prior to entering และมีความเป็นทางการมากกว่า before

แบบฝึกหัด

ใช้วลีทางการสองคำที่หมายถึง “ก่อน” เพื่อเติมประโยค: All safety checks must be completed ____ launch.

ดูคำตอบ

prior to

Have you ever noticed that food tastes better when you're hungry? ไวยากรณ์

1:05

คุณเคยสังเกตไหมว่าอาหารอร่อยขึ้นตอนที่หิว?

ไวยากรณ์

Have you ever noticed that ...? เพื่อชวนให้นึกถึงข้อสังเกต

Have you ever noticed that ...? ใช้ present perfect ในโครงสร้าง have + you + ever + noticed โดย ever หมายถึง “เวลาใดเวลาหนึ่งจนถึงปัจจุบัน” และอนุประโยค that ระบุรูปแบบที่ผู้ฟังอาจเคยสังเกต คำถามนี้ไม่ได้ถามถึงช่วงเวลาเฉพาะในอดีต เมื่อใช้เป็นคำถามเปิดเรื่อง ผู้พูดจะชวนให้ผู้ฟังย้อนนึกถึงประสบการณ์ของตนก่อนเริ่มอธิบายหรือเปรียบเทียบ จึงทำให้ข้อสังเกตทั่วไปมีลักษณะโต้ตอบมากกว่าการบอกตรง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยสำนวนที่ชวนให้อีกฝ่ายย้อนนึกถึงสิ่งที่เคยสังเกตจนถึงปัจจุบัน: “____ a short break can improve your concentration?”

ดูคำตอบ

Have you ever noticed that

Scientists have actually seen the same phenomenon with loneliness.

1:08

จริง ๆ แล้ว นักวิทยาศาสตร์พบว่าความเหงาก็ก่อให้เกิดปรากฏการณ์แบบเดียวกัน

When hooked up to fMRI machines and shown either an image of a loved one or a stranger, โน้ต

1:12

เมื่อผู้เข้าร่วมถูกเชื่อมต่อกับเครื่อง fMRI และได้ดูภาพของคนที่รักหรือคนแปลกหน้า

ไวยากรณ์

When hooked up ... and shown: อนุประโยคถูกกระทำแบบลดรูป

When hooked up to fMRI machines and shown ... เป็นอนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ลดรูป รูปเต็มคือ When the participants were hooked up to fMRI machines and were shown .... เนื่องจากประธานที่เข้าใจได้เป็นประธานเดียวกับประธานของประโยคหลักที่ตามมา จึงละประธานและ were ได้ Hooked up และ shown เป็นกริยาช่องสามที่วางขนานกัน ทั้งสองคำอธิบายเงื่อนไขที่เกิดกับผู้เข้าร่วม กล่าวคือผู้เข้าร่วมเป็นผู้รับการกระทำทั้งสอง ไม่ใช่ผู้ลงมือทำเอง รูปแบบย่อนี้พบได้บ่อยในการสรุปขั้นตอนการวิจัย

แบบฝึกหัด

ลดรูปอนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำโดยใช้ hook up และ show: “When ____ to the scanner and ____ two images, the participants stayed still.”

ดูคำตอบ

hooked up · shown

กริยาวลี

hooked up to: เชื่อมต่อกับอุปกรณ์

Hook someone or something up to a machine หมายถึงเชื่อมต่อหรือจัดตำแหน่งคนหรือสิ่งของเข้ากับอุปกรณ์ เพื่อให้อุปกรณ์ทำงาน รับข้อมูล หรือติดตามตรวจวัดได้ ในที่นี้ hooked up to fMRI machines หมายถึงผู้เข้าร่วมถูกเชื่อมต่อกับเครื่องสแกนหรือจัดให้อยู่ในตำแหน่งสำหรับการสแกนในการทดลอง ประโยคนี้ใช้อนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อ โดย When hooked up ... มีความหมายเท่ากับ When they were hooked up .... คำกริยาช่องสาม hooked บอกสิ่งที่ผู้อื่นทำต่อผู้เข้าร่วม ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เข้าร่วมทำเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ hooked up to: Before the test, the patient was ____ the heart monitor.

ดูคำตอบ

hooked up to

วัฒนธรรม

fMRI machines: อุปกรณ์สแกนสมอง

fMRI ย่อมาจาก functional magnetic resonance imaging หรือการสร้างภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเชิงหน้าที่ เครื่อง fMRI เป็นเครื่องสแกนที่ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของระดับออกซิเจนในเลือดและการไหลเวียนของเลือดที่เกี่ยวข้อง นักวิจัยใช้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นสัญญาณทางอ้อมของกิจกรรมในบริเวณต่าง ๆ ของสมอง ในประโยคนี้ ผู้เข้าร่วมได้รับการสแกนขณะดูภาพ ดังนั้น response ที่กล่าวถึงในการทดลองจึงหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่เห็นในข้อมูลการสแกนสมอง ไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบที่พูดออกมา fMRI ไม่สามารถอ่านความคิดของคนได้โดยตรง

แบบฝึกหัด

ในการทดลองนี้ เครื่อง fMRI วัดสิ่งใดโดยตรงที่สุด

  1. คำตอบด้วยวาจาของผู้เข้าร่วมต่อภาพแต่ละภาพ
  2. การเปลี่ยนแปลงของระดับออกซิเจนในเลือดและการไหลเวียนของเลือดที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมสมอง
  3. ความคิดส่วนตัวที่แน่นอนของผู้เข้าร่วม
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงของระดับออกซิเจนในเลือดและการไหลเวียนของเลือดที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมสมอง

those who tested higher on the UCLA loneliness scale วลี

1:17

ผู้ที่ได้คะแนนสูงกว่าในแบบประเมินความเหงาของ UCLA

วลี

tested higher on the UCLA loneliness scale: ได้ผลลัพธ์สูงกว่าบนมาตรวัด

ในประโยคนี้ tested higher on the UCLA loneliness scale หมายถึง “ได้ผลลัพธ์ที่สูงกว่าเมื่อวัดด้วยมาตรวัดนี้” ในที่นี้ test เป็นกริยาอกรรม กล่าวคือผลของคนเหล่านั้นอยู่ในระดับที่สูงกว่าบนมาตรวัด ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเป็นผู้ทำการทดสอบให้ผู้อื่น สำหรับมาตรวัดนี้โดยเฉพาะ ผลลัพธ์ที่สูงกว่าหมายถึงความเหงาที่รายงานด้วยตนเองมากกว่า รูปแบบที่นำไปใช้กับบริบทอื่นได้คือ test higher/lower on a scale ซึ่งใช้รายงานว่าผลการวัดของบุคคลอยู่ตรงตำแหน่งใดบนมาตรวัด โดยมักเทียบกับอีกกลุ่ม ผลก่อนหน้า หรือระดับอ้างอิง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสามคำสำหรับรายงานผลการประเมินที่อธิบายไว้ในบทเรียน: Compared with the control group, the participants ____ the anxiety scale.

ดูคำตอบ

tested higher on

showed a bigger response in the reward system of the brain when shown a picture of a loved one,

1:20

มีการตอบสนองในระบบรางวัลของสมองมากกว่าเมื่อได้เห็นภาพคนที่รัก

while those who were not very lonely had a similar response between the loved one and stranger. ไวยากรณ์

1:25

ส่วนผู้ที่ไม่ได้รู้สึกเหงามากนักมีการตอบสนองต่อคนที่รักและคนแปลกหน้าใกล้เคียงกัน

ไวยากรณ์

while ในฐานะคำเชื่อมแสดงความเปรียบต่าง

ในที่นี้ while นำเสนอผลลัพธ์ที่แตกต่างจากผลที่เพิ่งกล่าวถึง กล่าวคือผู้เข้าร่วมที่เหงาน้อยกว่าตอบสนองต่อคนที่รักและคนแปลกหน้าในลักษณะใกล้เคียงกัน ซึ่งต่างจากกลุ่มที่เหงามากกว่า ความหมายจึงใกล้กับ whereas หรือ “ในทางตรงกันข้าม” ไม่ใช่ “ในระหว่างที่” while ที่แสดงความเปรียบต่างใช้จัดวางอนุประโยคหรือข้อความที่อยู่ใกล้กันโดยเน้นความแตกต่างที่มีความหมาย เหตุการณ์ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นพร้อมกัน ความสัมพันธ์สำคัญคือการเปรียบเทียบข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

while แสดงความหมายใดในประโยคนี้: “City residents used the bus more, while rural residents drove more often.”

  1. ระยะเวลาของการเดินทางด้วยรถโดยสาร
  2. ความแตกต่างระหว่างสองกลุ่ม
  3. การกระทำสองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ดูคำตอบ

ความแตกต่างระหว่างสองกลุ่ม

This helps us see that it's not that lonely individuals lack close relationships, ไวยากรณ์

1:29

สิ่งนี้ทำให้เราเห็นว่า ไม่ใช่ว่าคนที่เหงาขาดความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด

but rather that they long for greater social interaction. วลี

1:33

แต่พวกเขาโหยหาปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่มากขึ้นต่างหาก

ไวยากรณ์

It's not that A, but rather that B: ไม่ใช่ว่า A แต่ที่จริงแล้วคือ B

โครงสร้าง “it's not that A, but rather that B” ปฏิเสธ A ก่อนว่าไม่ใช่คำอธิบายที่ดีที่สุด แล้วจึงเสนอ B ว่าเป็นคำอธิบายที่แม่นยำกว่า ในประโยคนี้ A คือความคิดที่ว่าคนที่โดดเดี่ยวขาดความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ส่วน B คือพวกเขาต้องการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมากขึ้นอย่างแรงกล้า rather ทำให้อนุประโยคที่สองมีหน้าที่แก้ความเข้าใจและเน้นย้ำ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ก่อนหน้านี้” โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อการปฏิเสธอย่างเดียวไม่สมบูรณ์ เพราะผู้พูดต้องการแทนที่การตีความหนึ่งด้วยอีกคำอธิบายหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างแก้ความเข้าใจสองส่วนตามที่เน้นไว้ในบทเรียนทุกคำ: ____ the team lacks talent, ____ it needs clearer priorities.

ดูคำตอบ

It's not that · but rather that

วลี

Long for: โหยหาอย่างลึกซึ้งและต่อเนื่อง

To long for someone or something หมายถึงการมีความปรารถนาทางอารมณ์ที่แรงกล้าและมักต่อเนื่องต่อใครบางคนหรือบางสิ่ง โดยเฉพาะเมื่อบุคคลหรือสิ่งนั้นไม่อยู่ อยู่ห่างไกล หรือได้มายาก ในประโยคนี้ บุคคลเหล่านี้ปรารถนาปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่มากขึ้นอย่างลึกซึ้ง ในที่นี้ long เป็นคำกริยาและตามด้วย for มีน้ำหนักแรงและมีอารมณ์มากกว่า want ที่เป็นกลาง และไม่ได้บรรยายความยาวทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ long for เพื่อแสดงความปรารถนาอย่างลึกซึ้งและต่อเนื่องต่อสิ่งที่มีความหมายทางอารมณ์

  1. After months of isolation, Maya longed for an unhurried conversation with a close friend.
  2. Maya wanted the receipt after paying for lunch.
  3. Maya looked forward to the meeting scheduled for Friday.
ดูคำตอบ

After months of isolation, Maya longed for an unhurried conversation with a close friend.

Chronic loneliness can also change your body on a cellular level. วลี

1:37

ความเหงาเรื้อรังยังเปลี่ยนแปลงร่างกายของคุณได้ถึงระดับเซลล์

วลี

on a cellular level: การระบุระดับของข้อความ

on a cellular level หมายถึงการพิจารณาร่างกายในระดับของเซลล์ วลีนี้จำกัดขอบเขตของการเปลี่ยนแปลง โดยประโยคระบุว่าความเหงาอาจส่งผลต่อกระบวนการทางชีวภาพในเซลล์ ไม่ใช่เพียงความรู้สึกหรือพฤติกรรมของบุคคลเท่านั้น โครงสร้าง on a(n) + adjective + level สามารถนำกลับมาใช้เพื่อระบุระดับหรือมุมมองที่ข้อความหนึ่งใช้ได้ เช่น on a practical level หรือ on a personal level ในที่นี้ cellular หมายถึงเกี่ยวกับเซลล์ ไม่ใช่เกี่ยวกับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง on a ... level และคำคุณศัพท์ cellular เติมประโยคให้สมบูรณ์: The treatment changes how the body functions ____.

ดูคำตอบ

on a cellular level

Research has found that lonely people have 209 different gene expressions in some of their white blood cells, ลำดับความ

1:40

งานวิจัยพบว่า ในเซลล์เม็ดเลือดขาวบางส่วนของคนที่เหงา มียีนที่แสดงออกแตกต่างไป 209 ยีน

ลำดับความ

Research has found that...: การนำเสนอหลักฐานจากงานวิจัย

Research has found that ใช้นำอนุประโยคถัดไปในฐานะผลที่มีงานวิจัยสนับสนุน การวางแหล่งที่มาของหลักฐานไว้ก่อนทำให้ข้อความถูกนำเสนอเป็นข้อค้นพบจากงานวิจัย ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้พูด research เป็นคำนามนับไม่ได้ในการใช้นี้ จึงใช้ has ในรูปเอกพจน์ ไม่ใช่ have รูป present perfect คือ has found แสดงว่าข้อค้นพบเกิดขึ้นก่อนหน้านี้และยังเกี่ยวข้องในปัจจุบัน โครงสร้างนี้รายงานหลักฐาน แต่ไม่ได้แสดงด้วยตัวเองว่าปัจจัยหนึ่งทำให้เกิดอีกปัจจัยหนึ่งหรือว่าผลนั้นเป็นจริงในทุกกรณี

แบบฝึกหัด

ใช้ research และรูป present perfect ของ find เติมโครงสร้างนำเสนอหลักฐานให้สมบูรณ์: ____ regular exercise can improve sleep quality.

ดูคำตอบ

Research has found that

including increased activity of pro-inflammatory transcription factor.

1:46

รวมถึงการทำงานที่เพิ่มขึ้นของปัจจัยการถอดรหัสที่ส่งเสริมการอักเสบ

Now, inflammation is an important response to injury,

1:50

การอักเสบเป็นการตอบสนองที่สำคัญต่อการบาดเจ็บ

but chronic inflammation wreaks havoc on your body. สำนวน

1:53

แต่การอักเสบเรื้อรังสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับร่างกาย

สำนวน

wreaks havoc on: ก่อความเสียหายอย่างกว้างขวางและรุนแรง

ในที่นี้ wreaks havoc on your body หมายถึงการอักเสบเรื้อรังสร้างความเสียหายอย่างกว้างขวางและรุนแรงต่อร่างกาย เป็นสำนวนที่มีน้ำหนักและไม่ใช่ความหมายตรงตัว โดย havoc หมายถึงความเสียหายหรือความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การกระทำอีกอย่างหนึ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ wreak havoc on + บุคคล สิ่งของ หรือระบบ ประธานคือสิ่งที่ก่อความเสียหาย และกรรมหลัง on คือสิ่งที่ได้รับความเสียหาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนตายตัวที่หมายถึงก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง: The cyberattack ____ the hospital's computer network.

ดูคำตอบ

wreaked havoc on

As a result, ลำดับความ

1:56

ผลก็คือ

ลำดับความ

As a result, สำหรับเกริ่นผลที่เกิดขึ้น

As a result บอกว่าข้อมูลที่ตามมาเป็นผลจากสิ่งที่อธิบายไว้ก่อนหน้า เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลอย่างชัดเจน วลีนี้ช่วยจัดลำดับเหตุผล ไม่ได้ระบุสาเหตุด้วยตัวเอง โดยสาเหตุอยู่ในข้อความก่อนหน้า ส่วนอนุประโยคถัดไปบอกผลลัพธ์ เครื่องหมายจุลภาคแยกคำเชื่อมต้นประโยคออกจากประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมที่ตรงกับบทเรียนนี้: The server overheated. ____, it shut down automatically.

ดูคำตอบ

As a result

we see that poor social relationships show a 29% increase in coronary heart disease วลี

1:57

เราพบว่าความสัมพันธ์ทางสังคมที่ไม่ดีสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจที่เพิ่มขึ้น 29%

วลี

a 29% increase in + ตัวชี้วัดที่เพิ่มขึ้น

รูปแบบ a + เปอร์เซ็นต์ + increase in + ตัวชี้วัด ใช้บอกว่าตัวชี้วัดนั้นเพิ่มขึ้นจากค่าฐานมากเท่าใด ในที่นี้ a 29% increase in นำเข้าสู่ตัวชี้วัดหรือผลลัพธ์ที่เพิ่มขึ้น หากเขียนให้ชัดเจนทางสถิติมากขึ้น ตัวชี้วัดนั้นอาจเป็นอุบัติการณ์หรือความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ การเพิ่มขึ้น 29% เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงสัมพัทธ์ กล่าวคือ หากความเสี่ยงฐานอยู่ที่ 10% เมื่อเพิ่มขึ้น 29% จะกลายเป็น 12.9% ไม่ใช่ 39% และไม่ได้หมายถึงการเพิ่มขึ้น 29 จุดเปอร์เซ็นต์

แบบฝึกหัด

อัตราหนึ่งเพิ่มจาก 10% เป็น 12.9% ประโยคใดรายงานการเปลี่ยนแปลงเชิงสัมพัทธ์ได้ถูกต้อง

  1. There was a 29-percentage-point increase in the rate.
  2. There was a 29% increase in the rate.
  3. There was a 2.9% increase in the rate.
ดูคำตอบ

There was a 29% increase in the rate.

and 32% increase of a stroke.

2:03

และความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองที่เพิ่มขึ้น 32%

Overall, people with strong social relationships

2:05

โดยรวมแล้ว คนที่มีความสัมพันธ์ทางสังคมที่แน่นแฟ้น

have a 50% increased likelihood of survival overall. วลี

2:08

มีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น 50%

วลี

increased likelihood of + ผลลัพธ์หนึ่ง

Increased likelihood of หมายความว่าผลลัพธ์หนึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับอีกกลุ่ม เงื่อนไข หรือค่าฐาน ในประโยคนี้ survival คือผลลัพธ์ที่มีความน่าจะเป็นสูงขึ้น แต่สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะรอดชีวิตอย่างแน่นอน Likelihood เป็นคำนาม ดังนั้น of จึงใช้เชื่อมเข้าสู่ผลลัพธ์ หลัง of อาจเป็นนามวลีอย่าง survival หรือรูป -ing อย่าง developing complications

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายลงในประโยคภาษาอังกฤษ: The forecast indicates an ____ flooding during the winter.

ดูคำตอบ

increased likelihood of

That means they are much less likely to die over the same period of time, ไวยากรณ์

2:12

นั่นหมายความว่าในช่วงเวลาเท่ากัน พวกเขามีโอกาสเสียชีวิตน้อยกว่ามาก

ไวยากรณ์

much less likely to + คำกริยา

“much less likely to + คำกริยา” หมายความว่าโอกาสที่การกระทำหรือผลลัพธ์หนึ่งจะเกิดขึ้นนั้นต่ำกว่าเกณฑ์ที่นำมาเปรียบเทียบอย่างมาก ในที่นี้ much ขยายวลีเปรียบเทียบ less likely ไม่ได้ขยาย likely เพียงคำเดียว to ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐานที่ระบุผลลัพธ์ซึ่งกำลังถูกเปรียบเทียบด้านความน่าจะเป็น เกณฑ์เปรียบเทียบอาจระบุไว้ใกล้ ๆ หรือเข้าใจได้จากบริบท แต่ less แสดงการเปรียบเทียบเสมอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “มีโอกาสเกิดขึ้นต่ำกว่ามาก”: After the safety upgrade, passengers are ____ be injured in an accident.

ดูคำตอบ

much less likely to

making loneliness as deadly of a risk factor as smoking 15 cigarettes a day, การใช้คำ

2:17

ทำให้ความเหงาเป็นปัจจัยเสี่ยงร้ายแรงถึงชีวิตพอ ๆ กับการสูบบุหรี่วันละ 15 มวน

การใช้คำ

risk factor: ความน่าจะเป็นเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ความแน่นอน

“Risk factor” หมายถึงลักษณะ การสัมผัส หรือภาวะที่สัมพันธ์กับความน่าจะเป็นที่สูงขึ้นของผลลัพธ์อันไม่พึงประสงค์ คำนี้บอกว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ไม่ได้บอกว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในการรายงานด้านสุขภาพ การเรียกบางสิ่งว่า risk factor เป็นข้อกล่าวอ้างที่เบากว่าและแม่นยำกว่าการเรียกว่าเป็นสาเหตุโดยตรง เพราะบุคคลหนึ่งอาจมีปัจจัยนั้นแต่ไม่เกิดผลลัพธ์เลยก็ได้ ความหมายที่อิงกับความน่าจะเป็นนี้ยังใช้ต่อในสาขาอย่างการเงินและความปลอดภัยได้

แบบฝึกหัด

ในการรายงานด้านสุขภาพ risk factor หมายถึงอะไร?

  1. สิ่งที่เพิ่มความน่าจะเป็นของผลลัพธ์โดยไม่รับประกันว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้น
  2. สิ่งที่รับประกันว่าทุกคนที่สัมผัสจะเกิดผลลัพธ์
  3. เฉพาะเหตุการณ์สุดท้ายที่เกิดขึ้นทันทีก่อนผลลัพธ์
ดูคำตอบ

สิ่งที่เพิ่มความน่าจะเป็นของผลลัพธ์โดยไม่รับประกันว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้น

lack of exercise, or obesity.

2:21

การไม่ออกกำลังกาย หรือโรคอ้วน

So, yes, loneliness can increase your chance of death, โน้ต

2:24

ดังนั้น ใช่แล้ว ความเหงาเพิ่มโอกาสเสียชีวิตได้

ลำดับความ

“So, yes,” ในฐานะข้อสรุปที่อิงหลักฐาน

ใน “So, yes,” คำว่า “so” แสดงว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปเป็นข้อสรุปจากหลักฐานที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน “yes” ตอบคำถามที่ต้องตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ก่อนหน้านี้โดยตรง เมื่อใช้ร่วมกัน วลีนี้จึงปิดคำอธิบายที่ยาวกว่าด้วยคำตอบที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม คำตอบยังถูกจำกัดด้วย “can” กล่าวคือ ผู้พูดสรุปว่าความเหงาอาจเพิ่มความเสี่ยง ไม่ได้บอกว่าความเหงาจะทำให้เสียชีวิตอย่างแน่นอนในทุกกรณี

แบบฝึกหัด

“So, yes,” ทำหน้าที่ด้านการเรียบเรียงข้อความอย่างไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้แสดงความแน่ใจว่าความเหงาทำให้เสียชีวิตเสมอ
  2. วลีนี้เปลี่ยนหัวข้อก่อนให้ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. วลีนี้นำเข้าสู่ข้อสรุปเชิงยืนยันที่อาศัยหลักฐานก่อนหน้า
ดูคำตอบ

วลีนี้นำเข้าสู่ข้อสรุปเชิงยืนยันที่อาศัยหลักฐานก่อนหน้า

วลี

“increase your chance of” + คำนามหรือรูป -ing

“increase your chance of” หมายถึงทำให้ผลลัพธ์อย่างหนึ่งมีแนวโน้มเกิดขึ้นมากขึ้น โครงสร้างคือ increase + someone’s chance of + คำนามหรือรูป -ing เช่น “increase your chance of success” หรือ “increase your chance of getting hired” ในประโยคนี้ “death” คือผลลัพธ์ และ “can” ทำให้ข้อความยังคงสื่อถึงความน่าจะเป็น กล่าวคือ ความเหงาอาจเพิ่มความน่าจะเป็นนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าความตายจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ “increase your chance of” และคำกริยา “recover”: Following the treatment plan can ____ quickly.

ดูคำตอบ

increase your chance of recovering

and the increased number of lonely people may be related to shifts in our culture. ไวยากรณ์

2:27

และจำนวนคนที่รู้สึกเหงาที่เพิ่มขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของเรา

ไวยากรณ์

ใช้ may be related to เพื่อบอกความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้อย่างระมัดระวัง

may be related to ประกอบด้วยคำกริยาช่วย may กับโครงสร้าง be + คำกริยาช่องสาม related + to ในประโยคนี้ ผู้พูดเสนอว่าการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมเป็นปัจจัยที่อาจสัมพันธ์กับจำนวนคนที่โดดเดี่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยยังคงเปิดไว้ว่าไม่แน่นอน วลีนี้บอกถึงความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลที่พิสูจน์แล้ว เหมาะเมื่อหลักฐานสนับสนุนว่ามีความเกี่ยวข้องกัน แต่ยังไม่เพียงพอให้กล่าวว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดอีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “อาจเกี่ยวข้องกับ” ไม่ใช่ “อาจเกิดจาก”: The sudden drop in attendance ____ changes in the bus schedule.

ดูคำตอบ

may be related to

Global capitalism and its focus on the individual

2:31

ระบบทุนนิยมโลกและการให้ความสำคัญกับปัจเจกบุคคล

has changed our ability to access social connection.

2:34

ได้เปลี่ยนแปลงความสามารถของเราในการเข้าถึงสายสัมพันธ์ทางสังคม

If you're feeling lonely,

2:37

ถ้าคุณกำลังรู้สึกเหงา

know that you're, well, not alone. น้ำเสียง/เจตนา

2:39

ขอให้รู้ไว้ว่าคุณ เอ่อ ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ not alone เพื่อปลอบใจทางอารมณ์

ในประโยคนี้ not alone ใช้ปลอบใจผู้ฟังด้วยการบอกว่าคนอื่นก็เคยรู้สึกเหงาหรือเคยผ่านความลำบากคล้ายกัน ความหมายคือ “ไม่ได้มีเพียงคุณคนเดียวที่รู้สึกเช่นนี้” ไม่ใช่แค่ “มีใครบางคนอยู่ข้าง ๆ คุณจริง ๆ” การใช้คำว่า alone ซ้ำทำให้ความหมายพลิกไปอีกด้านหนึ่ง แม้คนคนหนึ่งอาจรู้สึกโดดเดี่ยว แต่ประสบการณ์นั้นมีคนอื่นร่วมเผชิญด้วย รูปแบบนี้ช่วยยอมรับความรู้สึกที่ยากลำบากและแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า “I feel embarrassed because I get nervous when I speak in class.” คำตอบใดใช้ not alone เพื่อปลอบใจ?

  1. You're not alone; many people feel nervous when they speak in class.
  2. You're not alone in the room; your teacher is standing nearby.
  3. You should not feel nervous because speaking is easy.
ดูคำตอบ

You're not alone; many people feel nervous when they speak in class.

น้ำเสียง/เจตนา

well, ในฐานะคำแสดงการหยุดและช่วยลดความแข็งของน้ำเสียง

well ในที่นี้เป็นคำบอกหน้าที่ในการดำเนินบทสนทนา ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “สุขภาพดี” หรือคำวิเศษณ์ที่หมายถึง “อย่างดี” คำนี้สร้างช่วงหยุดสั้น ๆ ที่แสดงว่าผู้พูดตระหนักถึงวิธีเลือกคำของตนก่อนพูด not alone ช่วงหยุดนั้นช่วยเกริ่นถ้อยคำปลอบใจและการเล่นคำเล็กน้อยอย่างนุ่มนวล คนที่รู้สึกโดดเดี่ยวอาจได้รับการบอกว่าคนอื่นอีกมากก็มีประสบการณ์เดียวกัน ดังนั้นเขาจึง “ไม่ได้อยู่ลำพัง” ในการรู้สึกโดดเดี่ยว โดยทั่วไป well ที่ต้นประโยคสามารถช่วยจัดการความลังเล ทำให้คำตอบนุ่มนวลขึ้น หรือช่วยเปลี่ยนไปยังประเด็นถัดไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Well, I’m not sure that plan will work,” well ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกถึงการเปลี่ยนเข้าสู่ความเห็นต่างที่อาจเกิดขึ้นอย่างระมัดระวัง
  2. หมายความว่าผู้พูดมีสุขภาพดี
  3. หมายความว่าแผนดังกล่าวดำเนินการสำเร็จแล้ว
ดูคำตอบ

บอกถึงการเปลี่ยนเข้าสู่ความเห็นต่างที่อาจเกิดขึ้นอย่างระมัดระวัง

It isn't usually a reflection of your likeability, สำนวน

2:41

โดยทั่วไปแล้ว มันไม่ได้สะท้อนว่าคุณน่าคบมากน้อยแค่ไหน

สำนวน

a reflection of ในความหมายว่า “สิ่งบ่งชี้ถึง”

ในที่นี้ a reflection of หมายถึง “สิ่งที่แสดงหรือบ่งบอกคุณลักษณะหรือสภาวะบางอย่าง” ประโยคนี้บอกว่าการรู้สึกเหงามักไม่ได้แสดงว่าคนคนนั้นเป็นคนที่ผู้อื่นชอบได้ยาก โครงสร้าง X is a reflection of Y มองว่า X เป็นหลักฐานที่บอกว่า Y เป็นอย่างไร ส่วน isn't usually ช่วยลดความเด็ดขาด โดยปฏิเสธข้อสรุปทั่วไปแต่ยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น จึงไม่ใช่ never แบบสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “สิ่งบ่งชี้ถึง”: One poor grade is not necessarily ____ your overall ability.

ดูคำตอบ

a reflection of

and one small step you can make today to feel more connected,

2:44

และก้าวเล็ก ๆ อย่างหนึ่งที่คุณทำได้วันนี้เพื่อให้รู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่นมากขึ้นก็คือ

try to make more intentional eye contact, วลี

2:47

ลองตั้งใจสบตาผู้อื่นให้มากขึ้น

วลี

Make more intentional eye contact: สบตาอย่างตั้งใจมากขึ้น

make eye contact เป็นคำที่ใช้คู่กันตามธรรมชาติเพื่อสื่อถึงการสบสายตากับอีกคนอย่างตั้งใจ ในที่นี้ more intentional หมายถึงการสร้างความเชื่อมโยงทางสายตาอย่างมีจุดมุ่งหมายมากกว่าเดิม แทนที่จะปล่อยให้เกิดขึ้นเพียงโดยบังเอิญ วลีนี้สื่อถึงการสบตาสั้น ๆ อย่างมีจุดมุ่งหมาย ไม่ใช่การจ้องอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ make + eye contact และอาจเติมคำคุณศัพท์อย่าง intentional เมื่อต้องการเน้นความตั้งใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “สร้างความเชื่อมโยงทางสายตาอย่างตั้งใจ”: During the interview, try to ____ with each interviewer.

ดูคำตอบ

make intentional eye contact

whether with those you know or even a passerby on the street. ไวยากรณ์

2:50

ไม่ว่าจะเป็นคนที่คุณรู้จัก หรือแม้แต่คนที่เดินผ่านไปมาบนถนน

ไวยากรณ์

Whether ... or even: ครอบคลุมทั้งสองทางเลือกและเน้นทางเลือกหลัง

whether ... or ... ใช้เสนอทางเลือกที่ล้วนอยู่ภายใต้ข้อความเดียวกัน ไม่ได้ถามให้ผู้ฟังเลือกหรือบอกว่าข้อใดเป็นจริง ในที่นี้หมายความว่าคำแนะนำใช้ได้กับทั้งสองกรณี การกระทำมาจากอนุประโยคก่อนหน้า และเข้าใจว่า with ใช้กับทั้งสองทางเลือก: with those you know or (with) a passerby ส่วน even นำเสนอคนที่เดินผ่านมาว่าเป็นการขยายขอบเขตที่คาดไม่ถึงกว่า รูปแบบ whether A or even B ครอบคลุมทั้งสองกรณี พร้อมเน้น B ว่าเป็นกรณีปลายขอบที่น่าประหลาดใจกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนเพื่อแสดงว่าครอบคลุมทั้งสองกรณีและกรณีที่สองน่าประหลาดใจกว่า: The advice applies ____ you're talking to a friend ____ a complete stranger.

ดูคำตอบ

whether · or even

Studies have found that eye contact is a gesture

2:53

งานวิจัยพบว่าการสบตาเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่ง

that makes both parties involved feel more in touch with humankind. โน้ต

2:56

ที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกใกล้ชิดกับเพื่อนมนุษย์มากขึ้น

การใช้คำ

both parties involved: สองฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ในประโยคนี้ both parties หมายถึงคนสองคนหรือสองฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการสบตา ในที่นี้ party เป็นคำนามแบบเป็นทางการที่หมายถึงบุคคลหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม ข้อตกลง หรือข้อพิพาท ไม่ได้หมายถึงงานเลี้ยงหรือองค์กรทางการเมือง involved วางไว้หลัง parties เพื่อระบุว่าหมายถึงฝ่ายใด โดยมีความหมายเท่ากับ both parties who are involved ส่วน both แสดงว่ากำลังพูดถึงสองฝ่ายพอดี

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The mediator listened to both parties involved,” คำว่า both parties involved หมายถึงอะไร

  1. งานสังสรรค์สองงานที่กำลังจัดขึ้น
  2. คนสองคนหรือสองฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
  3. องค์กรทางการเมืองสององค์กร
ดูคำตอบ

คนสองคนหรือสองฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

สำนวน

in touch with humankind: รู้สึกเชื่อมโยงกับมวลมนุษย์

in touch with ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ feel in touch with humankind หมายถึงรู้สึกเชื่อมโยงทางใจกับมนุษยชาติโดยรวมหรือตระหนักว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนมนุษย์ที่กว้างขึ้น ไม่ได้หมายถึงการสัมผัสทางกาย โครงสร้างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ feel หรือ be in touch with + บุคคล กลุ่ม ความรู้สึก หรือแง่มุมหนึ่งของชีวิต ซึ่งใช้แสดงความเชื่อมโยงทางอารมณ์หรือการตระหนักรู้ เมื่อกรรมเป็นแนวคิดนามธรรมอย่าง humankind ความหมายมักเป็นความเชื่อมโยง ไม่ใช่การสื่อสาร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “เชื่อมโยงกันทางใจ”: Volunteering helped Maya feel more ____ her community.

ดูคำตอบ

in touch with

If you guys don't already know, การใช้คำ

3:00

ถ้าพวกคุณยังไม่รู้

การใช้คำ

you guys ในฐานะคำเรียกคนหลายคนแบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ you guys เป็นการเรียกผู้ชมของช่องโดยตรงในฐานะกลุ่มหนึ่ง คำว่า guys ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงผู้ชายเท่านั้น ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการยุคปัจจุบัน วลีทั้งวลีสามารถใช้เรียกกลุ่มที่มีหลายเพศได้ วลีนี้สร้างความรู้สึกเป็นกันเองระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ you guys + ข้อความที่พูดกับคนหลายคน เช่น Are you guys ready? แต่ผู้ฟังจะรู้สึกว่าวลีนี้ครอบคลุมทุกคนหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

พิธีกรพูดว่า "If you guys have questions, leave a comment." ในที่นี้ you guys หมายถึงอะไร?

  1. ผู้ชมทั้งกลุ่ม ไม่ว่าสมาชิกทั้งหมดจะเป็นผู้ชายหรือไม่
  2. ผู้ชมคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ
  3. เฉพาะสมาชิกผู้ชายในกลุ่มผู้ชม
ดูคำตอบ

ผู้ชมทั้งกลุ่ม ไม่ว่าสมาชิกทั้งหมดจะเป็นผู้ชายหรือไม่

we actually just relaunched the Greg and Mitch channel.

3:01

จริง ๆ แล้ว เราเพิ่งเปิดช่อง Greg and Mitch ขึ้นมาใหม่

We actually had a complete drag transformation for the first time. วัฒนธรรม

3:03

เราได้แปลงโฉมเป็นแดร็กควีนแบบจัดเต็มกันเป็นครั้งแรกด้วย

วัฒนธรรม

drag transformation ในสื่อบันเทิง

ในที่นี้ drag transformation หมายถึงการเปลี่ยนรูปลักษณ์และตัวตนในการแสดงของคนคนหนึ่งผ่านการแต่งสไตล์ drag ซึ่งมักใช้การแต่งหน้า ทรงผม เสื้อผ้า วัสดุเสริมรูปร่าง และการนำเสนอบนเวที Drag หมายถึงขนบทางศิลปะและความบันเทิงที่ใช้การนำเสนอเพศภาวะแบบจงใจสร้างสไตล์ ไม่ได้หมายถึงการลากหรือเคลื่อนย้ายวัตถุ วลีนี้อธิบายการแปลงโฉมเพื่อการแสดง ไม่ใช่หลักฐานเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางเพศหรือการเปลี่ยนผ่านทางเพศของบุคคล ในชื่อเรื่องและคำบรรยายของสื่อ วลีนี้มักหมายถึงทั้งกระบวนการแปลงโฉมเบื้องหลังและตัวตนแบบ drag ที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ในบทความบันเทิง ข้อใดตีความ "They documented her drag transformation" ได้แม่นยำที่สุด?

  1. บทความติดตามการเปลี่ยนแปลงของเธอไปสู่รูปลักษณ์และตัวตนในการแสดงแบบ drag
  2. บทความยืนยันว่าเธอกำลังเปลี่ยนอัตลักษณ์ทางเพศของตน
  3. บทความแสดงภาพเธอลากอุปกรณ์หนักไปยังเวที
ดูคำตอบ

บทความติดตามการเปลี่ยนแปลงของเธอไปสู่รูปลักษณ์และตัวตนในการแสดงแบบ drag

If you want to watch that video,

3:06

ถ้าคุณอยากดูวิดีโอนั้น

it's really fun.

3:08

มันสนุกมากจริง ๆ

Check it out over there. กริยาวลี

3:08

ไปดูกันได้ตรงนั้นเลย

กริยาวลี

Check it out: ไปดู ชม หรือสำรวจบางสิ่ง

ในประโยคนี้ Check it out เป็นคำชวนแบบไม่เป็นทางการให้ไปดู ชม หรือสำรวจสิ่งที่ผู้พูดแนะนำ ไม่ได้หมายถึงตรวจหาปัญหา แต่ในที่นี้เป็นการชี้ความสนใจของผู้ฟังไปที่วิดีโอในลิงก์ ในกริยาวลีแบบแยกได้ check something out ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง check กับ out เช่น check it out หรือ check them out แต่ถ้ากรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง check out the video และ check the video out

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีในประโยคแนะนำโดยวางคำสรรพนามให้ถูกตำแหน่ง: “That new science channel is excellent—you should ____.”

ดูคำตอบ

check it out

Also, we started a weekly podcast.

3:09

นอกจากนี้ เรายังเริ่มทำพอดแคสต์รายสัปดาห์ด้วย

It's called Sidenote.

3:12

ชื่อว่า Sidenote

It comes out on Wednesdays, กริยาวลี

3:13

ออกทุกวันพุธ

กริยาวลี

comes out: เผยแพร่หรือเปิดให้เข้าถึง

ในบริบทเกี่ยวกับสื่อนี้ comes out หมายถึง “ได้รับการเผยแพร่” หรือ “เปิดให้สาธารณชนเข้าถึง” ประธานคือพอดแคสต์ ดังนั้นวลีนี้พูดถึงการเผยแพร่ ไม่ใช่การเคลื่อนที่ออกมาจากสถานที่หนึ่ง รูป present simple ใน It comes out ใช้อธิบายกำหนดการ เมื่อใช้ร่วมกับ on Wednesdays จะหมายถึงมีตอนใหม่เผยแพร่ทุกวันพุธ ไม่ใช่เฉพาะวันพุธวันใดวันหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ come out ในรูป present simple: “A new episode ____ every Friday.”

ดูคำตอบ

comes out

and we discuss and debate controversial subjects, การใช้คำ

3:14

เราจะพูดคุยและถกกันในหัวข้อที่เป็นที่ถกเถียง

การใช้คำ

discuss and debate controversial subjects: พูดคุยและถกเถียงหัวข้อที่เป็นข้อขัดแย้ง

เมื่อใช้คู่กัน discuss หมายถึงการสำรวจหัวข้อด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวคิด ส่วน debate หมายถึงการพิจารณาหัวข้อนั้นผ่านจุดยืนหรือข้อโต้แย้งที่แข่งขันกัน การใช้กริยาทั้งสองคำสื่อว่ารายการไม่ได้เพียงนำเสนอข้อเท็จจริง แต่ยังนำมุมมองที่แตกต่างมาพิจารณาร่วมกันด้วย Controversial subjects คือหัวข้อที่มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดความเห็นต่างอย่างมาก โดย controversial ไม่ได้หมายความว่าหัวข้อนั้นต้องห้ามหรือสร้างความไม่พอใจเสมอไป

แบบฝึกหัด

คณะอภิปรายจะแบ่งปันงานวิจัยก่อน แล้วจึงเปรียบเทียบจุดยืนที่ตรงข้ามกัน ประโยคใดอธิบายแผนนี้ได้ดีที่สุด

  1. We will discuss about the proposal.
  2. We will discuss and debate the proposal.
  3. We will have a hostile argument no matter what.
ดูคำตอบ

We will discuss and debate the proposal.

and then we splice in all the science throughout. กริยาวลี

3:17

แล้วสอดแทรกเนื้อหาวิทยาศาสตร์ไว้ตลอดรายการ

กริยาวลี

splice in: ตัดต่อเนื้อหาแทรกเข้าไปในสิ่งที่มีอยู่แล้ว

Splice in เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ หมายถึงการตัดต่อหรือเชื่อมส่วนหนึ่งของเนื้อหาเข้าไปในสิ่งที่มีอยู่แล้ว ในประโยคนี้ คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ถูกแทรกไว้หลายจุดในการสนทนา แทนที่จะรวมไว้เป็นช่วงแยกเพียงช่วงเดียว Throughout ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกริยาวลี แต่เพิ่มความหมายว่าคำอธิบายที่แทรกไว้นั้นกระจายอยู่ทั่วทั้งรายการ

แบบฝึกหัด

ใช้ splice in และวางคำสรรพนามให้ถูกตำแหน่ง: The interview clip is useful, so let's ____ it ____ after the introduction.

ดูคำตอบ

splice · in

So, in the description,

3:18

เพราะฉะนั้น ในคำอธิบายวิดีโอ

we'll leave the Apple iTunes link.

3:19

เราจะใส่ลิงก์ Apple iTunes ไว้ให้

Make sure you subscribe, วลี

3:21

อย่าลืมกดติดตาม

วลี

Make sure + อนุประโยค สำหรับการย้ำเตือนโดยตรง

“Make sure” ใช้ขึ้นต้นคำย้ำเตือนในรูปคำสั่ง ใน “Make sure you subscribe,” ประธานที่ละไว้ของประโยคหลักคือ “you” ผู้พูดไม่ได้เพียงให้ผู้ชมคิดเรื่องการกดติดตาม แต่กำชับให้แน่ใจว่าได้ทำจริง โครงสร้างคือ make sure (that) + อนุประโยค โดยมักละ “that” ได้เหมือนในประโยคนี้ และ “you subscribe” คืออนุประโยค ใช้โครงสร้างนี้เมื่อไม่ควรพลาดผลลัพธ์ ขั้นตอน หรือการจัดเตรียมบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่เน้นการตรวจสอบผลลัพธ์เพื่อให้คำย้ำเตือนโดยตรงสมบูรณ์: “____ you back up the document before updating the software.”

ดูคำตอบ

Make sure

and we will see you next Thursday for some new science videos.

3:22

แล้วพบกันวันพฤหัสบดีหน้ากับวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ

See you.

3:25

แล้วเจอกัน