นี่ไม่ใช่สีเหลือง: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Vsauce
คำอธิบาย: หน้าจอใช้แสงแดงและเขียวสร้างภาพสีเหลือง จากนั้นเป็นศิลปะที่ใช้ไฟจากมะนาวและภาพลวงตา ก่อนจบด้วยกราฟ XKCD ว่าความทรงจำร่วมทางประวัติศาสตร์ค่อย ๆ หายไปอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "kind of disturbing" — วัจนปฏิบัติศาสตร์และท่าที: เข้าใจว่า kind of ลดความแรงของคำตัดสินเชิงลบ เพื่อสื่อความไม่สบายใจโดยไม่ฟังดูเด็ดขาด 2. "let's frame it this way." — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เห็นทั้งความหมายของการเสนอแนวคิดในกรอบใหม่ และมุกภาพเมื่อเปลี่ยนไปสู่งานที่ใช้กรอบจริง 3. "fewer and fewer" — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ซ้ำคำขั้นกว่าเพื่อบอกการลดลงต่อเนื่อง เช่น จำนวนคนที่ยังจำเหตุการณ์ในอดีตได้น้อยลงเรื่อย ๆ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Using GPS, these trails represent pizza delivery in Manhattan on a typical Friday night.
0:00เส้นทางที่บันทึกด้วย GPS เหล่านี้แสดงการส่งพิซซ่าในแมนฮัตตันในคืนวันศุกร์ทั่ว ๆ ไป
This lemon looks yellow to me, and it probably looks yellow to you as well, วลี
0:17เลมอนลูกนี้ดูเป็นสีเหลืองสำหรับผม และสำหรับคุณก็น่าจะดูเป็นสีเหลืองเหมือนกัน
ดูเป็นสีเหลืองสำหรับฉัน……สำหรับคุณก็ดูเป็นสีเหลืองเหมือนกัน
ในที่นี้ look หมายถึง “ดูเหมือนหรือปรากฏแก่สายตา” และทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม โครงสร้างคือ something + look(s) + adjective + to + person ดังนั้น looks yellow to me จึงบอกว่ามะนาวดูเป็นอย่างไรในสายตาของฉัน ส่วน to me ระบุคนที่มีความรู้สึกเช่นนั้น ไม่ได้บอกทิศทาง ส่วนที่สองใช้โครงสร้างเดียวกันกับ you และเติม as well ซึ่งแปลว่า “ด้วย” ทั้งสองส่วนรวมกันบอกว่าคนสองคนมีภาพที่เห็นเหมือนกัน นี่เป็นการบอกการรับรู้ส่วนบุคคล ไม่ใช่กฎว่าทุกคนต้องเห็นเหมือนกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Maya กับฉันมองเห็นกำแพงในลักษณะเดียวกัน
- To me, the wall looks blue, and it looks blue to Maya as well.
- Maya looks at the blue wall, and I look at it as well.
- The blue wall is closer to Maya than it is to me.
ดูคำตอบ
To me, the wall looks blue, and it looks blue to Maya as well.
You see ที่ใช้เพื่อนำเข้าสู่คำอธิบาย
ในที่นี้ You see ไม่ได้ขอให้อีกฝ่ายใช้ตามอง แต่เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมที่บอกผู้ฟังว่ากำลังจะมีคำอธิบายตามมา สำนวนนี้ช่วยจัดข้อมูล โดยกล่าวข้อความหรือประเด็นที่น่าแปลกใจก่อน แล้วใช้ You see เพื่อนำเข้าสู่เหตุผลหรือรายละเอียดที่ช่วยให้ประเด็นนั้นชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้เครื่องหมายทางวาทกรรมสองคำจากบทเรียนเพื่อนำเข้าสู่คำอธิบาย: ____, I took the side road because the bridge was closed.
ดูคำตอบ
You see
subtractively yellow: สีเหลืองที่เกิดจากการดูดกลืน
ในประโยคนี้ subtractively ขยายคำว่า yellow โดยบอกว่ามะนาวดูเป็นสีเหลืองเพราะผิวของมันดูดกลืนแสงที่ตกกระทบบางช่วงคลื่น แล้วสะท้อนแสงสีเหลืองที่เหลือมายังผู้มอง คำนี้ไม่ได้หมายถึงเหลืองน้อยลงหรือเหลืองแบบจาง ๆ แต่ระบุกลไกการเกิดสีแบบลบ ซึ่งต่างจากการสร้างสีด้วยการรวมแสงที่แหล่งกำเนิดปล่อยออกมา
แบบฝึกหัด
บริเวณสีเหลืองบนหน้ากระดาษพิมพ์ดูเป็นสีเหลืองเพราะหมึกดูดกลืนบางช่วงคลื่นและสะท้อนช่วงคลื่นอื่น ประโยคใดระบุกลไกนี้ได้ถูกต้อง
- It is slightly yellow.
- It is subtractively yellow.
- It is additively yellow.
ดูคำตอบ
It is subtractively yellow.
It absorbs all visible wavelengths of light except for yellow light, ไวยากรณ์
0:31มันดูดซับทุกความยาวคลื่นของแสงที่มองเห็นได้ ยกเว้นแสงสีเหลือง
all ... except for ...: ยกเว้นหนึ่งรายการ
โครงสร้าง all X except for Y กล่าวถึงกลุ่มทั้งหมดก่อน แล้วจึงตัด Y ออกเป็นข้อยกเว้น ในประโยคนี้ absorbs ใช้กับความยาวคลื่นที่มองเห็นได้ทุกช่วงยกเว้นแสงสีเหลือง กล่าวคือแสงสีเหลืองไม่ถูกดูดกลืน ใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกกฎที่ครอบคลุมโดยระบุสิ่งที่อยู่นอกกฎนั้นไปพร้อมกัน นามวลีหลัง except for ถูกตัดออกจากขอบเขตของข้อความที่ใช้ all
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่ใช้ตัดห้องจัดแสดงฝั่งตะวันตกออก: All museum rooms ____ the west gallery are open today.
ดูคำตอบ
except for
But the screen that you are using to watch this video doesn't produce yellow light at all. วลี
0:37แต่หน้าจอที่คุณใช้ดูวิดีโอนี้ไม่ได้สร้างแสงสีเหลืองเลย
doesn't ... at all: การปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
ในอนุประโยคปฏิเสธ doesn't produce yellow light at all คำว่า at all ช่วยเน้นการปฏิเสธ เมื่ออยู่ภายใต้รูปปฏิเสธ สำนวนนี้หมายถึง “ไม่ว่าในระดับใด” ดังนั้นทั้งอนุประโยคจึงหมายความว่าหน้าจอไม่ได้สร้างแสงสีเหลืองเลยแม้แต่น้อย วาง at all หลังกลุ่มคำกริยาหรือสิ่งที่ถูกปฏิเสธ: not/doesn't + ... + at all รูปนี้ทำให้ข้อความปฏิเสธหนักแน่นกว่าการใช้เพียง not หรือ doesn't
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่ทำให้รูปปฏิเสธหมายถึง “ไม่เลย”: The flashlight doesn't work ____.
ดูคำตอบ
at all
In fact, it can only produce red, blue, or green light. ลำดับความ
0:44ที่จริงแล้ว มันสร้างได้เพียงแสงสีแดง สีน้ำเงิน หรือสีเขียว
In fact: การเสริมหรือชี้แจงข้อความ
In fact เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะให้ข้อเท็จจริงที่ช่วยเสริม แก้ไข หรือทำให้ข้อความก่อนหน้าแม่นยำขึ้น ในที่นี้ เนื้อหาเคลื่อนจากคำกล่าวที่น่าประหลาดใจว่าหน้าจอไม่สร้างแสงสีเหลือง ไปสู่ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่าหน้าจอสร้างได้เพียงแสงสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว ผู้อ่านควรเชื่อมประโยคหลัง In fact เข้ากับสิ่งที่กล่าวมาก่อน ประโยคนี้ไม่ได้เปิดหัวข้อใหม่ แต่ให้ข้อมูลสนับสนุนที่หนักแน่นหรือเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้นแก่ประเด็นก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่เหมาะสมที่สุด: Many people think bats are blind. ___, they can see, although many also use echolocation.
- For example
- As a result
- In fact
ดูคำตอบ
In fact
The really cool but kind of disturbing thing about this is that here in the room, โน้ต
0:48สิ่งที่เจ๋งมากแต่ก็ชวนไม่สบายใจนิด ๆ ก็คือ ตรงนี้ในห้องนี้
kind of disturbing: การลดความแรงของการประเมินเชิงลบ
ใน kind of disturbing คำว่า kind of เป็นคำลดระดับแบบไม่เป็นทางการ มีความหมายว่า “somewhat” หรือ “a little” โดยช่วยลดความแรงของ disturbing ทำให้ผู้พูดแสดงความไม่สบายใจจริง ๆ ได้โดยไม่ตัดสินอย่างเด็ดขาดและรุนแรงมาก ในที่นี้ kind of ขยายคำคุณศัพท์ disturbing ไม่ได้ใช้จัดสิ่งใดให้อยู่ในประเภทหรือหมวดหมู่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดเติมประโยคให้เป็นการประเมินเชิงลบแบบไม่เป็นทางการและลดความแรง? The ending was ____ disturbing.
- a kind of
- absolutely
- kind of
ดูคำตอบ
kind of
โครงสร้างจัดข้อมูล The ... thing about X is that ...
โครงสร้าง The + คำประเมิน + thing about X + is that + อนุประโยค ช่วยให้ผู้พูดประเมินหัวข้อก่อน แล้วจึงบอกข้อเท็จจริงหรือความคิดที่ทำให้เกิดการประเมินนั้น ในประโยคนี้ “really cool but kind of disturbing” คือคำประเมิน “this” คือหัวข้อ และอนุประโยคหลัง that เป็นข้อมูลหลัก ในโครงสร้างนี้ that เป็นคำที่ใช้นำหน้าอนุประโยค ไม่ใช่คำชี้เฉพาะที่แปลว่า “สิ่งนั้น” ผู้ฟังต้องฟังอนุประโยคหลัง that ให้จบจึงจะรู้ว่าอะไรทั้งเจ๋งและน่ากังวล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างจัดข้อมูลให้ครบถ้วน: The most useful ____ it works without an internet connection.
ดูคำตอบ
thing about this app is that
real yellow light ... fake yellow ในฐานะความแตกต่างที่ชัดเจน
ป้ายคำที่วางคู่ขนานกันคือ real yellow light และ fake yellow อยู่คนละด้านของ but รูปแบบคู่ขนานนี้เปลี่ยนคำอธิบายที่ซับซ้อนให้เป็นความแตกต่างสองส่วนที่เข้าใจง่าย และทำให้ประเด็นสำคัญของผู้พูดจดจำได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ real หมายถึงแสงสีเหลืองเดินทางมาถึงดวงตาจริง ๆ ส่วน fake เป็นป้ายคำที่ตั้งใจทำให้ง่ายสำหรับประสบการณ์การเห็นสีเหลืองซึ่งเกิดจากหน้าจอใช้แสงสีแดงและสีเขียว ไม่ได้หมายความว่าประสบการณ์ด้านสีของผู้ดูเป็นเพียงจินตนาการ
แบบฝึกหัด
ความแตกต่าง real yellow light ... fake yellow ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- พิสูจน์ว่าหน้าจอไม่สามารถแสดงสิ่งใดที่ดูเป็นสีเหลืองได้
- กล่าวหาว่าผู้ดูกำลังแกล้งทำเป็นเห็นสีหนึ่ง
- ทำให้ความแตกต่างทางกายภาพที่ซับซ้อนกลายเป็นป้ายคำตรงข้ามสองคำที่จดจำง่าย
ดูคำตอบ
ทำให้ความแตกต่างทางกายภาพที่ซับซ้อนกลายเป็นป้ายคำตรงข้ามสองคำที่จดจำง่าย
Absolutely no yellow is coming off of your screen and falling on your retina. กริยาวลี
0:59ไม่มีแสงสีเหลืองแม้แต่นิดเดียวออกจากหน้าจอแล้วตกกระทบจอประสาทตาของคุณ
coming off of: การเคลื่อนออกห่างจากแหล่งกำเนิด
ในประโยคนี้ coming off of แสดงการเคลื่อนที่ทางกายภาพออกห่างจากแหล่งกำเนิด กล่าวคือ แสงจะออกจากผิวหน้าจอและเดินทางไปยังดวงตา off บอกการเคลื่อนออกห่าง ส่วน of เชื่อมการเคลื่อนที่นั้นกับแหล่งกำเนิดคือ your screen นี่คือการใช้ come off of ตามความหมายตรงและทางกายภาพ ไม่ใช่สำนวน come off as ซึ่งหมายถึงการทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าเป็นแบบใดแบบหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียน: The sticker is ____ the glass.
ดูคำตอบ
coming off of
But it still looks yellow because it's quite easy to lie to the brain. สำนวน
1:04แต่มันก็ยังดูเป็นสีเหลือง เพราะการหลอกสมองนั้นค่อนข้างง่าย
คำเปรียบเทียบ lie to the brain
ในประโยคนี้ lie to the brain เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงสัญญาณภาพสามารถทำให้สมองสร้างการรับรู้ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงทางกายภาพได้ หน้าจอไม่ได้ตั้งใจพูดโกหก และไม่ได้มองว่าสมองเป็นคนจริง ๆ คำอธิบายวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไปมักใช้ lie to หรือ trick the brain เพื่อให้เข้าใจการรับรู้ได้ง่ายขึ้น แนวคิดที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ ข้อมูลจากประสาทสัมผัสที่ชวนให้เข้าใจผิดอาจสร้างการตีความที่น่าเชื่อแต่ไม่ถูกต้อง
แบบฝึกหัด
lie to the brain ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ทำให้สมองหยุดรับสัญญาณภาพทั้งหมด
- พูดกับสมองอย่างไม่ซื่อสัตย์ราวกับสมองเป็นคน
- ทำให้สมองสร้างการรับรู้ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงทางกายภาพ
ดูคำตอบ
ทำให้สมองสร้างการรับรู้ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงทางกายภาพ
Our retinas contain three different types of cone cells that are receptive to color, วลี
1:09จอประสาทตาของเรามีเซลล์รูปกรวยที่ไวต่อสีอยู่สามชนิด
โครงสร้าง receptive to color
Receptive to หมายถึงสามารถรับหรือตอบสนองต่อบางสิ่งได้ ในที่นี้ใช้บรรยายความสามารถทางชีววิทยา คือเซลล์รูปกรวยตอบสนองต่อสัญญาณแสงที่เกี่ยวข้องกับสี เมื่อใช้กับคน โครงสร้างเดียวกันนี้อาจหมายถึงยินดีพิจารณาความคิดหรือข้อเสนอแนะ ในทั้งสองความหมาย receptive ตามด้วย to ส่วนบริบทจะบอกว่าเป็นการรับทางกายภาพหรือการเปิดใจทางความคิด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบุพบทตายตัวที่ตามหลัง receptive: These sensors are receptive ____ changes in light.
ดูคำตอบ
to
and each one is best suited to detect a certain color. วลี
1:14และแต่ละชนิดเหมาะที่สุดสำหรับตรวจจับสีใดสีหนึ่ง
best suited to detect: เหมาะที่สุดสำหรับการตรวจจับ
โครงสร้าง be best suited to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมหรือมีประสิทธิภาพที่สุดในการทำสิ่งหนึ่ง” ในประโยคนี้ เซลล์รูปกรวยแต่ละชนิดเหมาะเป็นพิเศษสำหรับการตรวจจับช่วงสีหนึ่ง ๆ ในโครงสร้างนี้ to ใช้นำหน้ารูป infinitive ดังนั้น detect จึงคงเป็นคำกริยารูปพื้นฐาน ประธานอาจเป็นคน เครื่องมือ วิธีการ หรือสิ่งมีชีวิตที่มีคุณสมบัติเหมาะกับงานนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: Of all the applicants, Maya is ____ lead a team of young children.
ดูคำตอบ
best suited to
One ... the other ... the third สำหรับการเรียงรายการสามส่วน
ชุดคำอ้างอิงสามส่วน One ... the other ... the third ชี้กลับไปยังสามหมวดหมู่ที่กล่าวถึงแล้ว One ระบุหมวดหมู่แรก the other ระบุหมวดหมู่ถัดไปที่ผู้ฟังรู้จัก และ the third ระบุหมวดหมู่สุดท้าย จึงไม่ต้องกล่าวชื่อหมวดหมู่ซ้ำ ชุดคำนี้จัดลำดับการเปรียบเทียบอย่างสม่ำเสมอ วลีแสดงลำดับ the third ยังยืนยันว่าชุดดังกล่าวมีสามสมาชิกและใช้ปิดท้ายรายการ
แบบฝึกหัด
เติมชุดคำอ้างอิงตามลำดับสำหรับแผนสามแผนที่ทราบอยู่แล้ว: ____ is the cheapest, ____ is the fastest to build, and ____ is the easiest to maintain.
ดูคำตอบ
One · the other · the third
Notice that there's no individual cell looking for yellow. ไวยากรณ์
1:23สังเกตว่าไม่มีเซลล์เฉพาะที่คอยมองหาสีเหลือง
cell looking for yellow: วลี -ing หลังคำนาม
วลี -ing “looking for yellow” อยู่หลัง “cell” เพื่อระบุว่ากำลังพูดถึงเซลล์แบบใด วลีนี้เป็นรูปย่อของอนุประโยคขยายคำนาม โดย “a cell looking for yellow” มีความหมายใกล้เคียงกับ “a cell that looks for yellow” ในที่นี้ “look for” เป็นการใช้ภาษาราวกับว่าเซลล์ทำแบบมนุษย์ เพื่ออธิบายหน้าที่ในการตรวจจับ ไม่ได้หมายความว่าเซลล์ใช้ตามองหรือค้นหาอย่างมีสติจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ใช้วลี -ing หลังคำนามเพื่อรวมใจความต่อไปนี้: “The technician is monitoring the screen. The technician noticed the error.” เติมประโยคให้สมบูรณ์: The technician ____ noticed the error.
ดูคำตอบ
monitoring the screen
So, the way we actually see yellow happens like this.
1:27ดังนั้น วิธีที่เราเห็นสีเหลืองจริง ๆ จึงเป็นแบบนี้
The wavelength of yellow light falls between the wavelengths of red and green.
1:31ความยาวคลื่นของแสงสีเหลืองอยู่ระหว่างความยาวคลื่นของแสงสีแดงกับสีเขียว
And so, when an object reflects yellow light onto your retina,
1:37ดังนั้น เมื่อวัตถุสะท้อนแสงสีเหลืองเข้าสู่จอประสาทตาของคุณ
both the green and the red cones are slightly activated,
1:40เซลล์รูปกรวยที่รับสีเขียวและสีแดงจะถูกกระตุ้นเล็กน้อยพร้อมกัน
"Well, that's what happens when something's yellow, so it must be yellow." ไวยากรณ์
1:45“อืม แบบนี้แหละที่เกิดขึ้นเมื่ออะไรบางอย่างเป็นสีเหลือง เพราะฉะนั้นมันต้องเป็นสีเหลือง”
must be yellow: must ที่แสดงการอนุมานอย่างมั่นใจ
ในประโยคนี้ “must be yellow” แสดงข้อสรุปที่มั่นใจมากจากหลักฐาน รูปแบบที่สังเกตได้ทำให้ผู้พูดสรุปว่าสิ่งนั้นเป็นสีเหลือง ความหมายคือหลักฐานทำให้สีเหลืองเป็นคำอธิบายเดียวที่สมเหตุสมผล “Must” ใช้บอกข้อบังคับได้เช่นกัน แต่บริบทเป็นตัวกำหนดความหมาย ในที่นี้ หลักฐานและการให้เหตุผลอย่าง “that’s what happens when...” ชี้ว่าเป็นการอนุมาน ไม่ใช่กฎที่บังคับให้บางสิ่งต้องเปลี่ยนเป็นหรือคงเป็นสีเหลือง
แบบฝึกหัด
หลังจากการตรวจในห้องปฏิบัติการที่ให้ผลชัดเจน มีคนพูดว่า “The sample must be copper.” คำว่า “must” ในที่นี้หมายถึงอะไร
- มีกฎกำหนดให้ตัวอย่างเปลี่ยนสี
- ผู้พูดคิดว่าทองแดงเป็นเพียงความเป็นไปได้ที่ไม่แน่นอน
- หลักฐานนำไปสู่ข้อสรุปที่มั่นใจมาก
ดูคำตอบ
หลักฐานนำไปสู่ข้อสรุปที่มั่นใจมาก
All a computer monitor or mobile phone screen has to do to make you think you're seeing yellow ไวยากรณ์
1:50สิ่งเดียวที่จอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอโทรศัพท์มือถือต้องทำเพื่อให้คุณคิดว่ากำลังเห็นสีเหลือง
make you think (that) you're seeing yellow: ทำให้คุณคิดว่ากำลังเห็นสีเหลือง
ใน 'make you think you're seeing yellow' คำว่า make เป็นกริยาแสดงการทำให้เกิดผล โดยใช้โครงสร้าง make + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน แสงจากหน้าจอทำให้คุณเกิดความคิดบางอย่าง ดังนั้นหลัง you จึงใช้ think โดยไม่มี to 'You're seeing yellow' คือเนื้อหาของสิ่งที่ think สามารถขยายเป็น 'make you think that you're seeing yellow' ได้ โดยประโยคเดิมละ that ไว้ โครงสร้างนี้บอกถึงการรับรู้หรือการตัดสินที่ถูกทำให้เกิดขึ้น ไม่ได้บอกว่าหน้าจอสร้างแสงสีเหลืองจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน think เพื่อเติมโครงสร้าง make + คน + กริยา: The edited photo made everyone ____ the sky was purple.
ดูคำตอบ
think
is send a little bit of red and a little bit of green light at you.
1:56คือส่งแสงสีแดงนิดหน่อยกับแสงสีเขียวนิดหน่อยมาหาคุณ
All X has to do ... is + คำกริยารูปพื้นฐาน
โครงสร้าง 'All X has to do to achieve Y is + คำกริยารูปพื้นฐาน' นำเสนอการกระทำหนึ่งอย่างว่าเป็นสิ่งเดียวหรือสิ่งขั้นต่ำที่ต้องทำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ในประโยคนี้ ส่วนประธานยาวไปจนถึง 'to make you think you're seeing yellow' และ 'is send' ทำให้โครงสร้างสมบูรณ์ กล่าวคือ แค่ส่งแสงสีแดงและสีเขียวก็เพียงพอแล้ว 'all' ในที่นี้หมายถึงทุกสิ่งที่หน้าจอต้องทำ ไม่ได้หมายถึงจำนวนหน้าจอ หลัง 'is' โครงสร้างนี้มักใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น 'is send'
แบบฝึกหัด
เติมคำที่แสดงว่าการกระทำง่าย ๆ เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ: All you have to do to restart the tablet ____ the power button once.
ดูคำตอบ
is press
As long as the pixels and the little subpixels on them are small enough that you can't distinguish them individually, ไวยากรณ์
1:59ตราบใดที่พิกเซลและพิกเซลย่อยเล็ก ๆ ในนั้นมีขนาดเล็กจนคุณแยกแต่ละจุดไม่ออก
small enough that: ถึงระดับเกณฑ์ที่ทำให้เกิดผล
ใน are small enough that you can't distinguish them individually คำว่า enough อยู่หลังคำคุณศัพท์ small และแสดงว่าได้ถึงระดับเกณฑ์หนึ่งแล้ว ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลที่สังเกตได้ คือผู้ชมไม่สามารถแยกพิกเซลหรือพิกเซลย่อยแต่ละอันออกจากกันได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be + คำคุณศัพท์ + enough + that + อนุประโยค ซึ่งหมายความว่าคุณสมบัติหนึ่งมีระดับถึงจุดที่จำเป็นต่อผลในอนุประโยค that ส่วน individually หมายถึง “แยกกัน ทีละอัน”
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเกณฑ์และผลด้วยคำที่แสดงความเพียงพอ: The text was clear ____ that I could read it from the back row.
ดูคำตอบ
enough
"Well, I'm receiving some red and some green.
2:06“อืม ฉันได้รับแสงสีแดงนิดหน่อยกับแสงสีเขียวนิดหน่อย
As long as: เงื่อนไขที่เพียงพอ
ในประโยคนี้ As long as ใช้นำเงื่อนไขที่เพียงพอให้ผลในประโยคหลักเกิดขึ้น กล่าวคือ หากพิกเซลเล็กจนแยกออกจากกันไม่ได้ สมองก็จะตีความสัญญาณที่รวมกันเป็นสีเหลือง โครงสร้าง As long as + อนุประโยค, ประโยคหลัก หมายความว่าเนื้อหาในประโยคหลักเป็นจริงเมื่อทำตามข้อกำหนดที่ระบุ ในที่นี้หมายถึง “ตราบใดที่” ในเชิงเงื่อนไข ไม่ได้หมายถึง “เป็นเวลานานเท่ากัน”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ As long as เพื่อระบุเงื่อนไขสำหรับการอนุญาต
- While everyone wears a helmet, the children may ride their bikes in the park.
- Because everyone wears a helmet, the children may ride their bikes in the park.
- As long as everyone wears a helmet, the children may ride their bikes in the park.
ดูคำตอบ
As long as everyone wears a helmet, the children may ride their bikes in the park.
ใช้ “Even though it actually is not.” หักล้างข้อสรุปในภายหลัง
ผู้พูดให้ข้อสรุปอย่างรวดเร็วก่อนว่า “it must be yellow” จากนั้นหลังจากเว้นจังหวะ จึงวางส่วนที่ขึ้นต้นด้วย Even though แยกตามหลังมาเพื่อหักล้างข้อสรุปนั้น ลำดับแบบนี้ทำให้เราได้ยินการคาดเดาก่อน แล้วจึงได้ยินคำแก้ที่น่าประหลาดใจ ถ้าเขียนเต็ม สามารถเป็น “It must be yellow, even though it actually is not yellow.” ในส่วนของภาษาพูด คำว่า yellow หลัง is not ถูกละไว้เพราะความหมายชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนที่เป็นประโยคไม่สมบูรณ์นี้ตั้งใจใช้ ไม่ใช่ความผิดพลาดจากการพูดค้างไว้
แบบฝึกหัด
ประโยคที่แยกเดี่ยว “Even though it actually is not.” หลัง “It must be yellow.” ทำหน้าที่อะไร
- เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสี
- เว้นคำแก้ไว้ชั่วครู่ แล้วจึงหักล้างข้อสรุปก่อนหน้า
- ให้เหตุผลที่สองว่าเหตุใดแสงจึงต้องเป็นสีเหลือง
ดูคำตอบ
เว้นคำแก้ไว้ชั่วครู่ แล้วจึงหักล้างข้อสรุปก่อนหน้า
A little bit of zinc, a little bit of copper, and boom, you're moving electrons around. ลำดับความ
2:19สังกะสีนิดหน่อย ทองแดงนิดหน่อย แล้วปุ๊บ อิเล็กตรอนก็เคลื่อนที่
ใช้ A little bit of ... a little bit of ... and boom เพื่อบอกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทันที
วลีที่มีรูปแบบเหมือนกันสองวลีคือ A little bit of zinc และ A little bit of copper ทำหน้าที่เป็นการปูเรื่องสั้น ๆ การพูด A little bit of ซ้ำทำให้ส่วนประกอบฟังดูมีเพียงเล็กน้อยและเติมได้ง่าย And boom ข้ามจากการปูเรื่องไปสู่ผลลัพธ์ทันที boom ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการระเบิด แต่เป็นสัญญาณในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ผลลัพธ์ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน” รูปแบบปูเรื่องแล้วไปสู่ผลลัพธ์นี้ทำให้คำอธิบายฟังดูรวดเร็วและน่าตื่นเต้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบอกผลลัพธ์แบบไม่เป็นทางการสองคำจากบทเรียน: We added the final piece, ____, the machine started.
ดูคำตอบ
and boom
not that many: การแก้จำนวนที่นับได้ซึ่งถูกพูดเกินจริง
ในคำตอบนี้ not that many หมายถึง “น้อยกว่าจำนวนที่เพิ่งกล่าวถึงหรือที่คิดไว้” วลีนี้ช่วยแก้ความเข้าใจที่ว่ามีอิเล็กตรอนจำนวนมากกำลังเคลื่อนที่อย่างนุ่มนวล that ในที่นี้บอกระดับ ไม่ได้หมายถึง “เหล่านั้น” ส่วน many ใช้เดี่ยว ๆ ได้ เพราะเข้าใจจากบริบทอยู่แล้วว่าหมายถึงคำนามนับได้ electrons จึงไม่ต้องพูดคำนามนั้นซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบของ B ด้วยวลีที่แก้จำนวนซึ่งมากเกินจริงโดยไม่พูด tickets ซ้ำ A: “Did you sell fifty tickets?” B: “No, ____—only eight.”
ดูคำตอบ
not that many
You could run an LCD, but even a potato could do that. น้ำเสียง/เจตนา
2:27คุณทำให้จอ LCD ทำงานได้ แต่แม้แต่มันฝรั่งก็ทำได้
even a potato could do that: การใช้เกณฑ์เปรียบเทียบที่ต่ำ
Even เน้น a potato เป็นพิเศษในฐานะเกณฑ์เปรียบเทียบที่ต่ำอย่างคาดไม่ถึง เมื่อบอกว่าแม้แต่มันฝรั่งก็ทำให้จอ LCD ทำงานได้ ความสามารถที่กล่าวไว้ก่อนหน้าจึงฟังดูธรรมดาแทนที่จะน่าประทับใจ could ในที่นี้แสดงความสามารถทั่วไป และ do that หมายถึง “ทำให้จอ LCD ทำงาน” รูปแบบ but even X could do that มักใช้ลดคุณค่าของคำกล่าวก่อนหน้า โดยแสดงให้เห็นว่าตัวอย่างที่ดูไม่น่าเป็นไปได้หรือไม่น่าประทับใจก็ทำผลลัพธ์เดียวกันได้
แบบฝึกหัด
even เพิ่มการประเมินแบบใดให้กับตัวอย่างนี้
- มันฝรั่งเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบที่ต่ำอย่างคาดไม่ถึง ดังนั้นการทำให้จอ LCD ทำงานได้จึงไม่น่าประทับใจนัก
- มีเพียงมันฝรั่งเท่านั้นที่ทำให้จอ LCD ทำงานได้
- มันฝรั่งเพิ่มพลังงานให้จอ LCD
ดูคำตอบ
มันฝรั่งเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบที่ต่ำอย่างคาดไม่ถึง ดังนั้นการทำให้จอ LCD ทำงานได้จึงไม่น่าประทับใจนัก
If you wanted to run a flashlight bulb, that would take 3,000 lemons. ไวยากรณ์
2:31ถ้าคุณอยากเปิดหลอดไฟฉาย ก็ต้องใช้เลมอน 3,000 ลูก
การประมาณแบบสมมติด้วย If you wanted to ... that would take ...
ใน If you wanted to ... คำว่า wanted อยู่ในรูปอดีต แต่ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงความต้องการในอดีต รูปนี้ทำให้แผนเป็นเพียงสถานการณ์สมมติ ผู้พูดกำลังจินตนาการว่าต้องใช้อะไร ไม่ได้แนะนำให้ทำจริง That would take ... บอกผลลัพธ์โดยประมาณของเงื่อนไขสมมตินั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ If + ประธาน + กริยารูปอดีต, ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน โดย wanted จับคู่กับ would take
แบบฝึกหัด
เติมรูปกริยาที่จับคู่กันให้การประมาณแบบสมมติสมบูรณ์: If you ____ to count every grain of rice in the bag, that ____ take a very long time.
ดูคำตอบ
wanted · would
And if you wanted to run a halogen bulb, well, that would take 37,000 lemons.
2:36และถ้าอยากเปิดหลอดฮาโลเจน ก็ต้องใช้เลมอนถึง 37,000 ลูก
He spent 11 hours hammering nails into 300 living apples hanging on trees. ไวยากรณ์
2:45เขาใช้เวลา 11 ชั่วโมงตอกตะปูลงในแอปเปิล 300 ลูกที่ยังมีชีวิตและห้อยอยู่บนต้น
spent 11 hours hammering: spend + เวลา + กริยา-ing
Spent 11 hours hammering หมายความว่าเขาใช้เวลา 11 ชั่วโมงไปกับการตอก spent เป็นรูปอดีตของ spend, 11 hours คือระยะเวลา และ hammering คือกิจกรรมที่ทำอยู่ตลอดช่วงเวลานั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + spend + จำนวนเวลา + กริยา-ing หลังคำบอกเวลา กิจกรรมต้องอยู่ในรูป -ing ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐานหรือ to + กริยา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ sort: The volunteers spent three hours ____ donated books for the library sale.
ดูคำตอบ
sorting
to capture this image with a 4-hour exposure. การใช้คำ
2:57จนถ่ายภาพนี้ได้ด้วยการเปิดหน้ากล้องนาน 4 ชั่วโมง
By connecting them ...: แสดงว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นได้อย่างไร
“By connecting them to a household lamp” เป็นวลีบอกวิธีที่วางไว้ต้นประโยค รูป By + verb-ing ตอบคำถามว่า “ทำอย่างไร” การเชื่อมต่อคือการกระทำที่ทำให้ผลลัพธ์ต่อมาเกิดขึ้นได้ โดยปกติ ผู้ทำกริยา -ing จะเป็นคนเดียวกับประธานของประโยคหลัก ในที่นี้ he เป็นทั้งผู้เชื่อมต่อและผู้ที่ทำให้โคมไฟส่องแสงได้
แบบฝึกหัด
ใช้ press เติมประโยคด้วยวลีบอกวิธีแบบ By + verb-ing: ____ the reset button, Mia restarted the tablet.
ดูคำตอบ
By pressing
just dimly enough to capture: ถึงระดับที่ต้องการอย่างฉิวเฉียด
ใน just dimly enough to capture คำว่า dimly บอกว่าแสงนั้นสลัว enough อยู่หลังคำกริยาวิเศษณ์และบอกว่าแสงอ่อนนี้ยังถึงระดับต่ำสุดที่จำเป็นสำหรับการกระทำถัดไป คือการถ่ายภาพ just เน้นว่ามีส่วนเผื่อน้อยมาก แสงเพียงแค่พอ ไม่ได้สว่างอย่างเหลือเฟือ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำกริยาวิเศษณ์ + enough + to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น slowly enough to follow
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่หมายความว่าเสียงของผู้นำทางดังถึงระดับต่ำสุดที่ทุกคนต้องได้ยิน: The guide spoke ___ for the whole group to hear.
- too quietly
- loudly enough
- enough loudly
ดูคำตอบ
loudly enough
4-hour exposure ในการถ่ายภาพ
ในการถ่ายภาพ exposure คือกระบวนการรวบรวมแสงเพื่อบันทึกภาพ ส่วนระยะเวลาที่ระบุจะบอกว่าเซนเซอร์หรือฟิล์มของกล้องรับแสงนานเท่าใด ในที่นี้ a 4-hour exposure หมายถึงกล้องรวบรวมแสงเป็นเวลาสี่ชั่วโมงเพื่อสร้างภาพหนึ่งภาพ ไม่ได้หมายถึงการเปิดเผยทางกายภาพทั่วไป การเป็นข่าว หรือการสัมผัสอันตราย 4-hour ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำขยายประสมที่บอกว่า exposure ใช้เวลานานเท่าใด
แบบฝึกหัด
ใช้ตัวเลข 4 เติมวลีทางการถ่ายภาพที่มีขีดกลางและหมายถึง “การเปิดรับแสงที่นานสี่ชั่วโมง” ให้สมบูรณ์: The faint stars required a ____.
ดูคำตอบ
4-hour exposure
Less alive and more frightening are Steve Shaheen's sculptures, ไวยากรณ์
3:01ส่วนประติมากรรมของ Steve Shaheen นั้นดูมีชีวิตน้อยกว่าและน่ากลัวกว่า
Less alive and more frightening are ...: การกลับลำดับโดยนำส่วนเติมเต็มขึ้นหน้า
ลำดับคำปกติคือ “Steve Shaheen's sculptures are less alive and more frightening.” ในคำบรรยายนี้ ส่วนเติมเต็มประธานเชิงเปรียบเทียบ less alive and more frightening ถูกย้ายมาไว้ต้นประโยค และกริยาเชื่อม are อยู่ก่อนประธาน Steve Shaheen's sculptures นี่คือการกลับลำดับในประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม การนำคำบรรยายขึ้นต้นสร้างการเปลี่ยนเรื่องที่เด่นชัด โดย less alive เชื่อมกลับไปยังงานศิลปะชิ้นก่อน ส่วน more frightening เริ่มเสนอการประเมินประติมากรรม เมื่อพบรูปแบบนี้ ให้หาประธานที่ถูกเลื่อนไปไว้ด้านหลัง แล้วเรียงในใจกลับเป็น ประธาน + be + ส่วนเติมเต็ม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดมีความหมายพื้นฐานเหมือนกับ “Less alive and more frightening are Steve Shaheen's sculptures”
- Steve Shaheen's sculptures are less alive and more frightening.
- Are Steve Shaheen's sculptures less alive and more frightening?
- Steve Shaheen's sculptures make other things less alive and more frightening.
ดูคำตอบ
Steve Shaheen's sculptures are less alive and more frightening.
little dudes with bulb heads desperately trying to plug themselves in. กริยาวลี
3:06เป็นเจ้าตัวจิ๋วหัวหลอดไฟที่พยายามสุดชีวิตจะเสียบตัวเองเข้ากับเต้ารับ
plug themselves in: ตำแหน่งของคำสรรพนามสะท้อน
ในที่นี้ plug themselves in หมายถึง “เชื่อมต่อตัวเองเข้ากับแหล่งจ่ายไฟ” คำสรรพนามสะท้อน themselves ย้อนกลับไปหาประธานพหูพจน์ little dudes และเน้นว่าพวกเขาทำการกระทำนั้นกับตัวเอง Plug in เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่าง plug กับ in: plug themselves in รูปแบบนี้ใช้กับ plug it in, plug them in และ plug yourself in ได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ plug ... in และคำสรรพนามสะท้อนสำหรับประธานพหูพจน์: The delivery robots return to the dock and ____ every night.
ดูคำตอบ
plug themselves in
never dies: การใช้บุคลาธิษฐานเชิงเปรียบเทียบ
Never dies เป็นการใช้บุคลาธิษฐาน โดยปกติ die ใช้อธิบายการสิ้นสุดชีวิตของสิ่งมีชีวิต แต่ในที่นี้นำมาใช้กับวัตถุ ไม่ได้หมายความว่าวัตถุนั้นเป็นอมตะตามตัวอักษร ในบริบทนี้ ผลงานสามารถพลิกกลับและสร้างวงจรใหม่ได้เมื่อขี้ผึ้งเปลี่ยนไป ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าวงจรของผลงานดูเหมือนจะดำเนินต่อโดยไม่มีจุดจบสุดท้าย โดยทั่วไป never dies ยังใช้บรรยายความคิด รูปแบบ ความทรงจำ หรือผลงานสร้างสรรค์ที่กลับมาเรื่อย ๆ หรือยังคงมีอิทธิพลได้อย่างมีชีวิตชีวา
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ never dies สื่ออะไรเกี่ยวกับ Revitalizer?
- ผลงานนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นอมตะทางชีววิทยา
- ผลงานนี้หยุดทำงานอย่างถาวรแล้ว
- วงจรของผลงานสามารถเริ่มใหม่ได้ จึงดูเหมือนดำเนินต่อโดยไม่มีจุดจบสุดท้าย
ดูคำตอบ
วงจรของผลงานสามารถเริ่มใหม่ได้ จึงดูเหมือนดำเนินต่อโดยไม่มีจุดจบสุดท้าย
and drips into a special container in all kinds of weird new shapes.
3:19และหยดลงในภาชนะพิเศษ กลายเป็นรูปร่างใหม่แปลก ๆ สารพัดแบบ
whenever you want: เลือกเวลาใดก็ได้
ในประโยคนี้ whenever you want หมายถึง “เวลาใดก็ตามที่คุณเลือก” ผู้ฟังมีอิสระที่จะตัดสินใจว่าจะพลิกสิ่งของเมื่อไร โดยไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอน whenever ในที่นี้ใช้บอกเงื่อนไขด้านเวลาที่เปิดกว้าง ไม่ได้ใช้ถามให้ผู้ฟังระบุเวลาที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
ผู้นำชมพิพิธภัณฑ์พูดว่า “You can leave whenever you want.” เขาหมายความว่าอย่างไร?
- คุณต้องออกไปตามเวลาที่กำหนดไว้
- คุณออกไปเมื่อไรก็ได้ที่คุณเลือก
- ผู้นำชมกำลังถามว่าคุณจะออกไปกี่โมง
ดูคำตอบ
คุณออกไปเมื่อไรก็ได้ที่คุณเลือก
so that ... is at the top: บอกผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้
ในคำแนะนำแบบเต็ม so that ใช้บอกผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดจากการพลิกสิ่งของ นั่นคือให้ขี้ผึ้งที่เย็นตัวแล้วมาอยู่ด้านบน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำ + so that + ประธาน + กริยา รูปแบบนี้เชื่อมสิ่งที่คนทำเข้ากับจุดประสงค์หรือผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ ในที่นี้ wax เป็นประธานของอนุประโยคที่บอกผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสองคำที่ใช้บอกผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ในคำแนะนำนี้: Move the lamp closer ____ you can read the small print.
ดูคำตอบ
so that
But my favorite is the Fukusada Wooden Lightbulb.
3:28แต่ชิ้นโปรดของผมคือ Fukusada Wooden Lightbulb
It looks like a solid block of wood, but it's actually hollow and chipped to a nearly paper-thin width. โน้ต
3:31มันดูเหมือนท่อนไม้ตัน แต่จริง ๆ แล้วข้างในกลวงและถูกกะเทาะจนบางเกือบเท่ากระดาษ
looks like ... but it's actually ...: ดูเหมือนว่า... แต่จริง ๆ แล้ว...
โครงสร้าง looks like X, but it is actually Y บอกความรู้สึกแรกที่เห็น แล้วแก้ด้วยข้อเท็จจริง ในประโยคนี้ วัตถุดูเหมือนท่อนไม้ตัน แต่ hollow บอกโครงสร้างจริงว่าข้างในกลวง Look(s) like ใช้นำสิ่งที่บางอย่างดูเหมือนจะเป็น ส่วน actually บอกว่าข้อมูลต่อมาเป็นการแก้ความเข้าใจแรก ไม่ได้มีไว้แค่เน้นคำพูด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง looks like ... but ... actually ...: This toy ____ a real camera, but it's ____ made of cardboard.
ดูคำตอบ
looks like · actually
paper-thin: บางเหมือนกระดาษ
Paper-thin เป็นคำคุณศัพท์ประสม หมายถึงบางเหมือนกระดาษ หรือใช้ในความหมายกว้าง ๆ ว่าบางมาก คำนี้บอกความหนา ไม่ได้หมายความว่าวัสดุทำจากกระดาษ Nearly paper-thin หมายถึงเกือบบางขนาดนั้น แต่ไม่ใช่เท่ากันพอดี Paper เป็นสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ส่วน thin บอกลักษณะ เมื่อวางคำประสมนี้ไว้หน้าคำนาม ให้คงเครื่องหมายยัติภังค์ไว้ เช่น a paper-thin screen
แบบฝึกหัด
ใช้คำคุณศัพท์ประสมที่หมายถึงบางเหมือนกระดาษเติมประโยคให้สมบูรณ์: The artist cut a ____ sheet of metal.
ดูคำตอบ
paper-thin
When you turn it on, you can see the light coming from inside.
3:39เมื่อเปิดไฟ คุณจะเห็นแสงที่ส่องออกมาจากข้างใน
Artist Tang Yau Hoong blew my mind this week. สำนวน
3:45สัปดาห์นี้ ศิลปิน Tang Yau Hoong ทำให้ผมทึ่งมาก
Blew my mind: ความประหลาดใจอย่างมาก
Blew my mind เป็นรูปอดีตของ blow someone's mind ในที่นี้หมายถึง “ทำให้ฉันประหลาดใจหรือประทับใจอย่างมาก” ไม่ได้หมายถึงมีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายจริง ๆ สำนวนนี้บอกถึงปฏิกิริยาที่รุนแรงมากต่อสิ่งที่น่าประหลาดใจ ชาญฉลาด หรือยากจะลืม ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้เพื่อเกริ่นถึงศิลปินด้วยคำชมอย่างกระตือรือร้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงรู้สึกทึ่งอย่างมาก: The planetarium show ____.
ดูคำตอบ
blew my mind
You can always paint yourself some light or just swing on some light.
4:05คุณจะวาดแสงให้ตัวเองหรือจะแกว่งชิงช้าบนแสงก็ได้เสมอ
Let's frame it this way: นำเสนอมุมมองใหม่
Let's frame it this way หมายถึง “มาจัดระเบียบหรือนำเสนอความคิดจากมุมนี้กัน” frame มองสถานการณ์เหมือนภาพที่เราเลือกขอบเขตและมุมมองได้ ส่วน this way ชี้ไปยังถ้อยคำหรือมุมมองใหม่ที่ผู้พูดกำลังจะเสนอ ในที่นี้ frame ยังสื่อถึงกรอบรูปจริง ๆ ในผลงานภาพที่จะปรากฏต่อไป ผู้พูดใช้ความหมายสองชั้นนี้เพื่อเปลี่ยนเรื่องอย่างลื่นไหลและสนุกสนาน แต่โดยทั่วไปวลีนี้หมายถึงวิธีนำเสนอความคิด ไม่ใช่การนำวัตถุใส่กรอบ
แบบฝึกหัด
frame it this way หมายถึงอะไรในประโยคนี้: “Let's frame it this way: the delay gave us time to improve the design.”
- นำสถานการณ์ใส่ไว้ในกรอบรูปจริง ๆ
- นำเสนอสถานการณ์จากมุมมองนี้
- กล่าวหาใครบางคนอย่างผิด ๆ ว่าเป็นต้นเหตุของความล่าช้า
ดูคำตอบ
นำเสนอสถานการณ์จากมุมมองนี้
This fitness club in Japan uses frames and other pretty interior elements to create a decidedly less rugged climbing wall. การใช้คำ
4:14ฟิตเนสคลับแห่งนี้ในญี่ปุ่นใช้กรอบรูปและของตกแต่งภายในสวย ๆ อื่น ๆ เพื่อสร้างกำแพงปีนผาที่ดูไม่สมบุกสมบันเอาเสียเลย
decidedly less rugged: งานออกแบบที่ดูสมบุกสมบันน้อยลงอย่างชัดเจน
ใน decidedly less rugged คำว่า less ลดระดับของ rugged จึงทำให้ผนังดูขรุขระ เป็นธรรมชาติ และมีบรรยากาศกลางแจ้งน้อยลง ส่วน decidedly เน้นการเปรียบเทียบว่าความแตกต่างนั้นชัดเจน ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย rugged ในที่นี้บรรยายรูปลักษณ์ของงานออกแบบ ไม่ได้หมายความว่าผนังไม่แข็งแรงหรือไม่ปลอดภัย
แบบฝึกหัด
decidedly less rugged ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ผนังถูกตัดสินอย่างเป็นทางการว่าไม่ปลอดภัย
- ผนังมีรูปลักษณ์ที่ขรุขระและให้ความรู้สึกกลางแจ้งน้อยลงอย่างชัดเจน
- ผนังดูสมบุกสมบันมากขึ้นเพราะใช้กรอบรูป
ดูคำตอบ
ผนังมีรูปลักษณ์ที่ขรุขระและให้ความรู้สึกกลางแจ้งน้อยลงอย่างชัดเจน
Thanks to LEGO, here are their bricks arranged to represent famous characters. วลี
4:25ด้วย LEGO นี่คือตัวต่อที่นำมาเรียงให้เป็นตัวละครชื่อดัง
Thanks to LEGO: การบอกสาเหตุในแง่บวก
Thanks to LEGO หมายถึง “เพราะ LEGO” หรือ “โดยมี LEGO ช่วยทำให้สิ่งนี้เป็นไปได้” วลีบุพบทตายตัวนี้เชื่อม LEGO เข้ากับผลลัพธ์ที่ตามมา และมักนำเสนอสาเหตุในแง่บวก ในที่นี้ to นำหน้าคำนาม LEGO ซึ่งเป็นสาเหตุ และเป็นส่วนหนึ่งของวลี thanks to
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตายตัวสองคำที่ขึ้นต้นด้วย Thanks และหมายถึง “เพราะ”: ____ LEGO, we finished the model before lunch.
ดูคำตอบ
Thanks to
Here's a cute couple, but can you see in this very same image the baby they will soon have?
4:48นี่คือคู่รักน่ารักคู่หนึ่ง แต่คุณมองเห็นทารกที่พวกเขากำลังจะมีในภาพเดียวกันนี้ไหม?
ใช้ How about these zebras? เพื่อเปลี่ยนไปยังอีกตัวอย่าง
ในที่นี้ how about these zebras? เป็นการเสนออีกตัวอย่างหนึ่งและดึงความสนใจของผู้ฟังไปที่ตัวอย่างนั้น ผู้พูดไม่ได้ถามถึงสุขภาพหรือสภาพของม้าลาย รูปแบบ How about + นามวลี? ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากตัวเลือก หัวข้อ หรือตัวอย่างหนึ่งไปยังอีกสิ่งหนึ่ง พร้อมชวนให้ผู้ฟังพิจารณาสิ่งใหม่
แบบฝึกหัด
ใน “We have seen the blue design. How about the green one?” วลี “How about the green one?” ทำหน้าที่อะไร?
- ระบุว่าแบบสีเขียวดีกว่า
- ถามว่าแบบสีเขียวอยู่ในสภาพดีหรือไม่
- เสนอแบบสีเขียวเป็นสิ่งถัดไปที่ควรพิจารณา
ดูคำตอบ
เสนอแบบสีเขียวเป็นสิ่งถัดไปที่ควรพิจารณา
Billboards can be clever, but here's a great one that makes it look like someone is pushing out a section of the building. ไวยากรณ์
5:01ป้ายโฆษณาก็ฉลาดได้ แต่นี่คือตัวอย่างชั้นเยี่ยมที่ทำให้ดูเหมือนมีใครกำลังดันส่วนหนึ่งของอาคารออกมา
makes it look like + อนุประโยค เพื่อสร้างความรู้สึกทางสายตา
ในประโยคนี้ makes it look like หมายถึง “สร้างความรู้สึกทางสายตาว่า” การออกแบบป้ายโฆษณาทำให้ผู้ชมเห็นภาพราวกับว่ามีใครบางคนกำลังดันส่วนหนึ่งของอาคารออกมา แต่ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง ในโครงสร้าง make it look like + อนุประโยค คำว่า make แสดงเหตุหรือผลที่เกิดขึ้น it เป็นกรรมเชิงรูปแบบในโครงสร้าง และอนุประโยคหลัง like บอกสถานการณ์ที่ดูเหมือนเกิดขึ้น โครงสร้างนี้ใช้บรรยายภาพลวงตา การออกแบบ การจัดฉาก หรือหลักฐานทางสายตาได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “สร้างความรู้สึกทางสายตาว่า”: The special lighting ____ the stage is floating.
ดูคำตอบ
makes it look like
remember seeing it: การนึกถึงประสบการณ์ก่อนหน้านี้
remember + คำกริยารูป -ing หมายถึงจำการกระทำหรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ ใน remember seeing it คำว่า seeing คือประสบการณ์ที่ถูกนึกถึง การกระทำในรูป -ing เกิดขึ้นก่อน แล้วจึงเกิดการจำ ในประโยคนี้ ผู้พูดมองไปในอนาคตและถามว่าภายหลังผู้คนจะยังเก็บความทรงจำว่าเคยเห็นมันไว้หรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย remember และรูปที่ถูกต้องของ visit เพื่อแสดงความทรงจำเกี่ยวกับประสบการณ์ในอดีต: I ____ this museum with my parents when I was six.
ดูคำตอบ
remember visiting
that means that every year there are fewer and fewer people alive who remember experiencing recent historical events. ไวยากรณ์
5:18นั่นหมายความว่าในแต่ละปีจะมีคนที่ยังมีชีวิตและจำได้ว่าเคยผ่านเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เมื่อไม่นานมานี้น้อยลงเรื่อย ๆ
If we assume that ... that means that: จากข้อสมมติสู่ข้อสรุป
If we assume that ใช้เกริ่นข้อสมมติที่ผู้พูดยอมรับไว้ชั่วคราวเป็นจุดเริ่มต้นของการให้เหตุผล โดย that หลัง assume ใช้นำเสนอเนื้อหาของข้อสมมตินั้น That means that ใช้ประกาศข้อสรุป โดย that ตัวแรกชี้กลับไปยังข้อสมมติทั้งหมดก่อนหน้า ส่วน that ตัวสุดท้ายนำเสนอข้อสรุป คู่สำนวนนี้จึงจัดลำดับข้อมูลอย่างชัดเจนว่าเริ่มจากข้อสมมติแล้วตามด้วยผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบคู่ If we assume that ... that means that: ____ every box contains ten books, ____ five boxes contain fifty books.
ดูคำตอบ
If we assume that · that means that
fewer and fewer: การลดลงอย่างต่อเนื่องของสิ่งที่นับได้
ในประโยคนี้ fewer and fewer ขยายคำว่า people ซึ่งเป็นคำนามพหูพจน์ที่นับได้ การใช้รูปขั้นกว่าแบบซ้ำแสดงว่าจำนวนไม่ได้แค่น้อย แต่กำลังลดลงอย่างต่อเนื่องและค่อยเป็นค่อยไปตามเวลา โครงสร้าง fewer and fewer + คำนามพหูพจน์ที่นับได้ ใช้อธิบายแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และใช้ได้กับคน โอกาส เหตุการณ์ หรือสิ่งอื่นที่นับจำนวนได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปขั้นกว่าแบบซ้ำที่แสดงว่ากลุ่มซึ่งนับได้กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง: As the bus route becomes less reliable, ____ commuters use it each month.
ดูคำตอบ
fewer and fewer
more than half of living Americans will not remember being alive when certain things happened.
5:33หรือก็คือชาวอเมริกันที่ยังมีชีวิตอยู่มากกว่าครึ่ง จะจำไม่ได้ว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ตอนที่บางเหตุการณ์เกิดขึ้น
the majority, more than half: การกล่าวซ้ำคำศัพท์ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
ในที่นี้ more than half กล่าวซ้ำความหมายของ the majority ทันทีด้วยภาษาตัวเลขที่ชัดเจนกว่า ทั้งสองสำนวนหมายถึงเกณฑ์และกลุ่มเดียวกัน โดย more than half ไม่ใช่ประธานอีกตัวหนึ่งหรือข้อมูลสถิติเพิ่มเติม การวางคำอธิบายที่เข้าใจง่ายไว้หลังคำศัพท์ และคั่นด้วยจุลภาค ขีดยาว หรือจังหวะหยุดในการพูด ช่วยให้ผู้ฟังประมวลข้อมูลได้โดยไม่ต้องหยุดประโยค จากนั้นประโยคยังคงดำเนินต่อในทางไวยากรณ์โดยมี the majority เป็นนามวลีหลัก
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ “A majority of the committee, more than half of its members, supported the plan,” วลี “more than half of its members” ทำหน้าที่อะไร?
- กล่าวซ้ำและอธิบาย “a majority of the committee” ให้ชัดเจน
- แก้ไข “a majority” ด้วยการให้ความหมายตรงกันข้าม
- นำเสนอกลุ่มที่สองซึ่งสนับสนุนแผนนี้เช่นกัน
ดูคำตอบ
กล่าวซ้ำและอธิบาย “a majority of the committee” ให้ชัดเจน
For instance, he calculated using data from the U.S. Census Bureau โน้ต
5:39ตัวอย่างเช่น เขาคำนวณโดยใช้ข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ
การใช้ For instance, เพื่อยกตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง
For instance ใช้เกริ่นตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงหนึ่งตัวอย่างหลังจากกล่าวถึงแนวคิดกว้าง ๆ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวบอกผู้ฟังว่าการคำนวณโดยใช้ข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ เป็นตัวอย่างที่สนับสนุนคำอธิบายโดยรวม คำนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล ไม่ได้หมายถึง because และไม่ได้บอกสาเหตุของการคำนวณ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ For instance บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?
- กำลังจะมีตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง
- กำลังจะมีการบอกเหตุผล
- หัวข้อนี้จบแล้ว
ดูคำตอบ
กำลังจะมีตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง
the U.S. Census Bureau ในฐานะแหล่งข้อมูลทางการ
สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ เป็นหน่วยงานทางการของรัฐบาลกลางที่นับจำนวนประชากรและเผยแพร่สถิติด้านประชากร เช่น อายุและที่อยู่อาศัย ในประโยคนี้ การระบุชื่อหน่วยงานช่วยบอกว่าข้อมูลมาจากที่ใดและชี้ว่าเป็นแหล่งข้อมูลประชากรอย่างเป็นทางการ ในที่นี้ bureau หมายถึงหน่วยงานหรือส่วนงานของรัฐบาล ไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ ส่วน census หมายถึงการนับประชากรอย่างเป็นระบบและเป็นทางการ ไม่ใช่แบบสำรวจทั่วไปทุกชนิด
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the U.S. Census Bureau คืออะไร?
- แหล่งข้อมูลประชากรสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ
- โต๊ะที่ใช้เก็บแบบฟอร์มสำมะโนประชากร
- แบบสอบถามความคิดเห็นอย่างไม่เป็นทางการชนิดใดก็ได้
ดูคำตอบ
แหล่งข้อมูลประชากรสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ
very ใน “this very year”
ใน this very year คำว่า very วางอยู่หน้าคำนาม year โดยตรง และหมายถึง “ปีนี้นี่เอง” หรือ “ปีนี้โดยเฉพาะ” ไม่ได้หมายถึง “อย่างมาก” วลีนี้เน้นปีที่ผู้พูดกำลังพูดอยู่ ซึ่งก็คือปี 2012 รูปแบบนี้ใช้เน้นบุคคล สิ่งของ เวลา หรือสถานที่ที่เฉพาะเจาะจงได้ เช่น this very moment และ the very same book
แบบฝึกหัด
ใน “We must act this very day,” คำว่า “this very day” หมายถึงอะไร?
- วันที่ดีมากวันหนึ่ง
- วันนี้โดยเฉพาะ
- วันใดวันหนึ่งในภายหลังที่ไม่ได้ระบุ
ดูคำตอบ
วันนี้โดยเฉพาะ
fewer than half of living Americans remember being alive in the 1970s. ไวยากรณ์
5:50ชาวอเมริกันที่ยังมีชีวิตอยู่น้อยกว่าครึ่งจำได้ว่าตัวเองเคยมีชีวิตในทศวรรษ 1970
“Fewer than half of living Americans” กับกลุ่มที่นับได้
Fewer than half of living Americans หมายความว่า ชาวอเมริกันที่ยังมีชีวิตอยู่ในเวลานั้นไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์เป็นกลุ่มที่ส่วนที่เหลือของประโยคกล่าวถึง ในที่นี้ living ขยาย Americans และหมายถึง “ยังมีชีวิตอยู่” ไม่ได้หมายถึง “อาศัยอยู่ในสถานที่หนึ่ง” ใช้ fewer than half of หน้ากลุ่มพหูพจน์ที่นับได้ เช่น fewer than half of the voters, books หรือ visits คำว่า fewer ใช้กับคนหรือสิ่งของที่นับแยกเป็นคนหรือชิ้นได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบคำนามนับได้อย่างรอบคอบตามที่เรียนในที่นี้ได้ดีที่สุด?
- Fewer than half of the water was used.
- Fewer than half of the 100 families owned a bicycle.
- Less than half of the 100 families owned a bicycle.
ดูคำตอบ
Fewer than half of the 100 families owned a bicycle.
By 2041, most of us won't remember a time when Pluto was actually called a planet. โน้ต
5:57ภายในปี 2041 พวกเราส่วนใหญ่จะจำช่วงเวลาที่ Pluto ยังถูกเรียกว่าเป็นดาวเคราะห์ไม่ได้
By 2041: ไปถึงสภาวะหนึ่งภายในเส้นตายในอนาคต
By + จุดเวลาในอนาคตใช้กำหนดเส้นตายหรือขอบเขตเวลา ในที่นี้ By 2041 หมายความว่าอย่างช้าที่สุดเมื่อถึงปี 2041 สภาพที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งก็คือคนส่วนใหญ่จะจำยุคที่ดาวพลูโตถูกเรียกว่าเป็นดาวเคราะห์ไม่ได้แล้ว จะเกิดขึ้นเป็นจริงเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งภายในปี 2041 วลีนี้มุ่งไปที่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้วเมื่อถึงจุดเวลานั้น ซึ่งมักเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึงอย่างช้าที่สุดภายในปี 2035 ให้สมบูรณ์: The city plans to make every bus electric ____.
ดูคำตอบ
by 2035
remember a time when: ระลึกถึงช่วงเวลาหนึ่งในอดีต
Remember a time when + อนุประโยค หมายถึงการมีความทรงจำเกี่ยวกับช่วงเวลาในอดีตที่มีลักษณะตามสถานการณ์ในอนุประโยค when ในที่นี้ a time หมายถึงยุคหรือช่วงหนึ่ง ส่วน when Pluto was actually called a planet อธิบายว่าสิ่งใดเป็นจริงในช่วงนั้น กรอบประโยคนี้เหมาะสำหรับพูดถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เทคโนโลยี หรือชีวิตส่วนตัว เพราะเปรียบเทียบสถานการณ์ที่เคยเป็นเรื่องปกติในอดีตกับสถานการณ์ภายหลัง ความหมายกว้างกว่าการจำเหตุการณ์เพียงเหตุการณ์เดียว
แบบฝึกหัด
เติมกรอบสี่คำที่ขึ้นต้นด้วย remember และใช้กล่าวถึงช่วงเวลาในอดีตให้สมบูรณ์: Older employees ____ every report had to be printed, but new staff have never worked that way.
ดูคำตอบ
remember a time when
ดาวพลูโตเคยถูกเรียกว่าเป็นดาวเคราะห์จริง ๆ
เป็นเวลาหลายปีหลังจากถูกค้นพบในปี 1930 ดาวพลูโตถูกจัดประเภทและกล่าวถึงโดยทั่วไปว่าเป็นดาวเคราะห์ ในปี 2006 สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลได้จัดประเภทดาวพลูโตใหม่ให้เป็นดาวเคราะห์แคระ ใน was actually called a planet คำว่า called หมายถึงชื่อประเภทที่ใช้กันในเวลานั้น ส่วน actually เน้นความแตกต่างที่น่าประหลาดใจกับชื่อประเภทที่ใช้ในภายหลัง ดาวพลูโตไม่ได้หายไปหรือเลิกเป็นวัตถุท้องฟ้า
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Pluto was actually called a planet หมายความว่าอะไร
- ในอดีตดาวพลูโตเคยถูกจัดประเภทและเรียกว่าเป็นดาวเคราะห์
- ดาวพลูโตหายไปหลังปี 2041
- ผู้คนเพียงแค่ตั้งชื่อเล่นอย่างไม่เป็นทางการให้ดาวพลูโต
ดูคำตอบ
ในอดีตดาวพลูโตเคยถูกจัดประเภทและเรียกว่าเป็นดาวเคราะห์
By 2043, most of us alive won't remember living during George W. Bush's presidency.
6:02ภายในปี 2043 พวกเราส่วนใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่จะจำไม่ได้ว่าเคยอยู่ในยุคที่ George W. Bush เป็นประธานาธิบดี
And by 2047, more than half of living Americans
6:09และภายในปี 2047 ชาวอเมริกันที่ยังมีชีวิตอยู่มากกว่าครึ่ง
will not have been alive to have remembered anything that you did today. ไวยากรณ์
6:14จะเป็นคนที่วันนี้ยังไม่เกิด จึงจำสิ่งที่คุณทำในวันนี้ไม่ได้เลย
will not have been alive to have remembered: ในตอนนั้นยังไม่ได้เกิด จึงไม่อาจจำได้เมื่อมองจากอนาคต
Will not have been alive ใช้ future perfect ผู้พูดยืนอยู่ที่จุดหนึ่งในอนาคต คือปี 2047 แล้วมองย้อนกลับมายังวันนี้ คนที่กล่าวถึงยังไม่ได้มีชีวิตอยู่ในเวลาก่อนหน้านั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเสียชีวิตแล้วในปี 2047 To have remembered เป็น perfect infinitive ซึ่งวางความเป็นไปได้ที่จะจำไว้ก่อนจุดอ้างอิงในอนาคต และบอกว่าการจำนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะคนเหล่านั้นไม่มีประสบการณ์โดยตรงที่จะก่อให้เกิดความทรงจำ เมื่อรวมกัน โครงสร้างนี้หมายความว่า เมื่อถึงวันที่ในอนาคตนั้น คนเหล่านั้นซึ่งยังมีชีวิตอยู่จะไม่สามารถจำเหตุการณ์ของวันนี้ได้ เพราะพวกเขายังไม่เกิดตอนที่เหตุการณ์เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยเน้นฟังชุดคำ will not have been
- By 2060, many people will not be alive to remember the town before the 2025 flood.
- By 2060, many people will have been alive to remember the town before the 2025 flood.
- By 2060, many people will not have been alive to have remembered the town before the 2025 flood.
ดูคำตอบ
By 2060, many people will not have been alive to have remembered the town before the 2025 flood.
Like when you made that funny face in the yearbook. วัฒนธรรม
6:19อย่างตอนที่คุณทำหน้าตลก ๆ แบบนั้นในหนังสือรุ่น
Yearbook: หนังสือความทรงจำประจำปีของโรงเรียน
yearbook คือสิ่งพิมพ์ที่โรงเรียนจัดทำขึ้นทุกปี และพบได้บ่อยเป็นพิเศษในวัฒนธรรมโรงเรียนของอเมริกาเหนือ โดยทั่วไปจะรวบรวมรูปถ่ายนักเรียน รูปชั้นเรียนหรือชมรม กิจกรรมของโรงเรียน และบางครั้งก็มีข้อความจากเพื่อนร่วมชั้น ในที่นี้ หน้าตลกถูกบันทึกไว้ในรูปของ yearbook ทำให้ช่วงเวลาขำ ๆ เพียงชั่วครู่กลายเป็นความทรงจำในโรงเรียนที่คงอยู่และย้อนกลับมาดูได้ในอีกหลายปีต่อมา yearbook ไม่ใช่ปฏิทินหรือสมุดวางแผนการเรียน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ yearbook คืออะไร?
- สมุดสำหรับจดการบ้านประจำวัน
- สิ่งพิมพ์ประจำปีของโรงเรียนที่มีรูปถ่ายและความทรงจำ
- ปฏิทินสำหรับวางแผนปีการศึกษา
ดูคำตอบ
สิ่งพิมพ์ประจำปีของโรงเรียนที่มีรูปถ่ายและความทรงจำ
No, no, no ... that funny face: การแก้ไขแบบขี้เล่น
การพูด No ซ้ำสามครั้งในที่นี้ไม่ได้เป็นการปฏิเสธคำขอ แต่เป็นการหยุดตัวเลือกแรกของผู้ชมและสร้างจังหวะตลก กล่าวคือ ผู้พูดกำลังรีบแก้ให้รู้ว่าควรมองใบหน้าไหน that ชี้ไปยังใบหน้าหนึ่งโดยเฉพาะซึ่งระบุได้จากบริบทของภาพ เมื่อใช้ No, no, no ร่วมกับ that ความสนใจจึงเปลี่ยนจากใบหน้าหนึ่งไปยังอีกใบหน้าหนึ่ง และการพูดซ้ำทำให้การแก้ไขดูมีชีวิตชีวาและขี้เล่นกว่าการพูด no เพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยประโยค No, no, no, that funny face?
- บอกว่าหน้าตลกทุกแบบผิด
- ปฏิเสธคำขอให้ทำหน้าตลกอย่างหนักแน่น
- แก้อย่างขี้เล่นว่าผู้ชมควรมองใบหน้าไหน
ดูคำตอบ
แก้อย่างขี้เล่นว่าผู้ชมควรมองใบหน้าไหน
If you're not following @tweetsauce, you are missing out on daily Vsaucy content, กริยาวลี
6:25ถ้าคุณไม่ได้ติดตาม @tweetsauce คุณกำลังพลาดคอนเทนต์สไตล์ Vsauce รายวัน
Be missing out on something: พลาดสิ่งที่มีคุณค่า
Be missing out on + คำนาม หมายถึงไม่ได้รับ ไม่ได้เพลิดเพลิน หรือไม่ได้สัมผัสสิ่งที่มีคุณค่า เพราะไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ใส่ใจ ในประโยคนี้ การไม่ติดตามบัญชีหมายถึงการพลาดเนื้อหารายวันของบัญชีนั้น กรรมจะตามหลัง on เช่น missing out on content, an opportunity หรือ an experience วลีนี้เน้นการเสียประโยชน์หรือประสบการณ์ที่ควรจะได้รับ ไม่ได้หมายถึงการยิงหรือปาไม่โดนเป้าหมายจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่หมายถึงพลาดโอกาสที่จะเพลิดเพลินกับบางสิ่ง: If you leave before the finale, you'll ____ the best part of the show.
ดูคำตอบ
miss out on
Most of which ในอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ
Most of which ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ Which ย้อนกลับไปอ้างถึง daily Vsaucy content และ most of หมายถึงเนื้อหาส่วนใหญ่ อนุประโยค most of which never makes it to a video เพิ่มข้อมูลโดยไม่ต้องกล่าวคำนามซ้ำ เมื่อกล่าวถึงสิ่งของหรือกลุ่ม โครงสร้างคือ จุลภาค + คำบอกปริมาณ + of which + กริยา โดยต้องมี of ในโครงสร้างที่บอกสัดส่วนนี้ เนื่องจาก content ในที่นี้เป็นคำนามเอกพจน์นับไม่ได้ อนุประโยคจึงใช้ makes ไม่ใช่ make
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ใช้ most เพื่อย้อนกลับไปอ้างถึง books: The library added twenty new books, ____ are available as e-books.
ดูคำตอบ
most of which
makes it to a video: ไปถึงขั้นสุดท้ายที่ได้รับการนำไปใส่ในวิดีโอ
ในประโยคนี้ makes it to a video หมายถึง “ไปถึงขั้นที่ได้รับการนำไปใส่ในวิดีโอที่เสร็จสมบูรณ์ได้สำเร็จ” make it to + สถานที่ งาน หรือขั้นตอน ใช้สื่อถึงการไปถึงหรือก้าวหน้าได้สำเร็จ ซึ่งมักมีนัยว่าต้องผ่านอุปสรรคหรือการคัดเลือก ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่มีสิ่งใดเดินทางจริง ๆ และ make ไม่ได้แปลว่า “สร้าง”
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนสามคำที่หมายถึง “ไปถึงได้สำเร็จ” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Despite the delay, our photo ____ the final exhibition.
ดูคำตอบ
made it to
leave you with: นำเสนอสิ่งสุดท้ายหนึ่งอย่าง
ในประโยคปิดท้ายนี้ leave you with another combo หมายถึง “นำเสนอชุดผสมสุดท้ายให้คุณดูหรือนำไปคิดก่อนวิดีโอจะจบ” leave someone with + คำนาม สามารถใช้เป็นวิธีปิดท้ายได้ โดยผู้พูดจบด้วยการมอบแนวคิด ภาพ คำถาม หรือคำแนะนำสุดท้ายให้ผู้ชม ไม่ได้หมายถึงการทิ้งผู้ชมไว้ตามลำพัง ในที่นี้ leave อธิบายถึงสิ่งที่ยังคงอยู่ในความสนใจของผู้ชมหลังจากผู้พูดจบแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคปิดท้ายของผู้ดำเนินรายการด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียน: Before we finish, let me ____ one question.
ดูคำตอบ
leave you with
a tessellation while you listen to Jake Chudnow's Flan.
6:36เป็นภาพเทสเซลเลชันที่คุณดูไปพร้อมกับฟังเพลง Flan ของ Jake Chudnow
He made a music video for this song over on his channel, so check that out.
6:40เขาทำมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ไว้ในช่องของเขา ไปดูกันได้