พยาบาลฮีโร่ช่วยชีวิตนักซอฟต์บอลกลางการแข่งขัน: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Inside Edition

ความยากในการเรียน
351 คำ 194 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ในสนามแข่งของลูก พยาบาลนอกเวลางานทำ CPR ให้ชายที่ไม่มีชีพจร ผู้ช่วยเหลืออีกคนรับช่วงต่อ และชายที่ฟื้นตัวได้ขอบคุณเธอ ประเด็นภาษาอังกฤษที่สำคัญ: 1. 'happened to be' อยู่ในหมวดไวยากรณ์และรูปแบบประโยค หมายถึงบังเอิญอยู่ในสถานที่หรือสภาวะหนึ่ง ใช้ชี้การปรากฏตัวที่ไม่คาดคิดแต่สำคัญ ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ที่ happened หรือเกิดขึ้น 2. 'took over' อยู่ในหมวดกริยาวลี หมายถึงรับงานของอีกคน ใช้กับการผลัดทำ CPR การเปลี่ยนกะ และการส่งมอบงานในทีม ไม่ใช่การเคลื่อนที่ตามคำว่า over 3. 'get kind of choked up.' อยู่ในหมวดสำนวนและภาษาภาพพจน์ หมายถึงอารมณ์ทำให้จุกคอและพูดยาก ส่วน kind of ลดระดับความหนักแน่น จึงหมายถึงซาบซึ้ง ไม่ใช่สำลักตามตัวอักษร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

It's a nail biting moment. สำนวน

0:00

นี่เป็นช่วงเวลาที่ลุ้นจนแทบหยุดหายใจ

สำนวน

“Nail biting” / “nail-biting” สำหรับช่วงเวลาที่ตึงเครียดและน่าลุ้นระทึก

ในประโยคนี้ “nail biting” บรรยายช่วงเวลาที่ตึงเครียดหรือลุ้นระทึกมากจนผู้คนเฝ้ารออย่างกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นการใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกว่ามีใครกำลังกัดเล็บจริง ๆ ในที่นี้สำนวนดังกล่าวทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ประสมขยาย “moment” ในงานเขียนภาษาอังกฤษที่ผ่านการเรียบเรียงอย่างเป็นมาตรฐาน เมื่อวางหน้าคำนามมักเขียนโดยมีเครื่องหมายยัติภังค์เป็น “a nail-biting moment”

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนในรูปมาตรฐานที่มีเครื่องหมายยัติภังค์: The championship ended in a ____ finish.

ดูคำตอบ

nail-biting

Emergency CPR is being performed in the middle of the ball field ไวยากรณ์

0:01

กำลังมีการทำ CPR ฉุกเฉินอยู่กลางสนาม

ไวยากรณ์

“Is being performed”: รูปถูกกระทำของ present continuous

“is being performed” คือรูปถูกกระทำของ present continuous สร้างด้วย is + being + กริยาช่องที่สาม “performed” และบอกว่าการกระทำนั้นกำลังดำเนินอยู่ในขณะที่กล่าวถึง รูปถูกกระทำทำให้ “Emergency CPR” เป็นจุดเน้นและไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ช่วยเหลือ โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อขั้นตอนที่กำลังเกิดขึ้นสำคัญกว่าตัวผู้กระทำ

แบบฝึกหัด

เติมรายงานด้วยรูปถูกกระทำของ present continuous ของ “inspect”: Right now, the damaged bridge ____ by engineers.

ดูคำตอบ

is being inspected

and the woman sure looks like she knows what she's doing. วลี

0:05

และผู้หญิงคนนั้นก็ดูรู้ดีจริง ๆ ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

วลี

sure looks like: การตัดสินอย่างมั่นใจจากสิ่งที่เห็น

ในประโยคนี้ sure ขยาย looks like และทำให้ข้อสังเกตหนักแน่นขึ้น กล่าวคือ การกระทำของผู้หญิงทำให้ผู้พูดค่อนข้างมั่นใจว่าเธอมีความสามารถ อย่างไรก็ตาม วลีนี้ยังคงบอกว่าข้อสรุปมาจากสิ่งที่เห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + sure + look/looked like + อนุประโยค ใช้เมื่อหลักฐานที่มองเห็นหรือได้ยินบ่งชี้บางอย่างอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงการตัดสินอย่างมั่นใจจากหลักฐานที่มองเห็น โดยไม่กล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

  1. Judging by her smooth landing, she sure looks like she has years of experience.
  2. She is sure to gain years of experience.
  3. Her smooth landing proves that she has years of experience.
ดูคำตอบ

Judging by her smooth landing, she sure looks like she has years of experience.

วลี

knows what she's doing: ความสามารถและประสบการณ์

knows what she's doing เป็นสำนวนที่หมายความว่าผู้หญิงคนนั้นมีความสามารถ มีประสบการณ์ และจัดการงานได้อย่างถูกต้อง อนุประโยค what ที่แทรกอยู่ไม่ได้เพียงบอกว่าเธอกำลังทำอะไร แต่ know what one is doing ทั้งชุดใช้ประเมินทักษะ คำสรรพนามและกาลเปลี่ยนได้ เช่น I know what I'm doing, they knew what they were doing โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการแสดงความเชื่อมั่นในความสามารถเชิงปฏิบัติของใครบางคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายรูปสี่คำ เพื่อแสดงว่า Priya มีความสามารถและประสบการณ์: You can trust Priya with the controls; she ____.

ดูคำตอบ

knows what she's doing

Registered nurse Danya Topham happened to be in the stands watching her sons play ไวยากรณ์

0:09

Danya Topham พยาบาลวิชาชีพ บังเอิญนั่งอยู่บนอัฒจันทร์เพื่อดูลูกชายของเธอลงแข่ง

ไวยากรณ์

“happened to be”: บังเอิญอยู่ในสถานที่หรือสภาพหนึ่ง

ในประโยคนี้ happened to be หมายถึง “บังเอิญอยู่ที่นั่น” โครงสร้าง happen to + กริยารูปพื้นฐาน บอกว่าคนหนึ่งทำบางอย่างหรืออยู่ในสภาพหนึ่งโดยไม่ได้วางแผนหรือคาดไว้ ในที่นี้ be เชื่อม Danya เข้ากับตำแหน่งของเธอบนอัฒจันทร์ ส่วน happened ไม่ได้หมายความว่ามีเหตุการณ์หนึ่ง “เกิดขึ้น” โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการเกริ่นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญและมีความสำคัญในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “บังเอิญอยู่ที่นั่น”: Maya was not on duty, but she ____ nearby when the alarm sounded.

ดูคำตอบ

happened to be

when she heard someone yell call 911. โน้ต

0:13

ตอนที่เธอได้ยินใครบางคนตะโกนว่า “โทร 911!”

ไวยากรณ์

“heard someone yell”: hear + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to

เมื่อใช้กริยารับรู้เช่น hear โครงสร้าง hear + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to จะนำเสนอการกระทำที่รับรู้ว่าเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ครบถ้วน ใน heard someone yell คำว่า someone เป็นกรรมของ heard ส่วน yell เป็นกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to จึงไม่เติม to คำว่า call 911 คือเนื้อหาที่คนนั้นตะโกน ประโยคนี้หมายความว่าเธอได้ยินคนหนึ่งตะโกนด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพียงมาทราบเรื่องในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตที่ถูกต้องของ hear + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to เพื่อบรรยายเสียงตะโกนที่ครบถ้วนหนึ่งครั้ง: From the kitchen, I ____, “Dinner is ready!”

ดูคำตอบ

heard someone yell

วัฒนธรรม

Call 911: การขอความช่วยเหลือฉุกเฉินในสหรัฐฯ

ในประโยคนี้ call 911 เป็นคำสั่งเร่งด่วน กล่าวคือ มีคนสั่งให้อีกคนโทรไปยังหมายเลขฉุกเฉิน เพื่อให้ส่งตำรวจ นักดับเพลิง หรือหน่วยแพทย์ฉุกเฉินมา ไม่ได้หมายถึงให้โทรหาบุคคลหรือธุรกิจทั่วไป 911 เป็นหมายเลขฉุกเฉินมาตรฐานในสหรัฐอเมริกาและบางพื้นที่อื่น ๆ ในอเมริกาเหนือ แนวคิดที่นำไปใช้กับที่อื่นได้คือ “โทรหาหมายเลขฉุกเฉินในพื้นที่” ผู้เดินทางไม่ควรคิดว่า 911 ใช้ได้ทุกแห่ง

แบบฝึกหัด

ตัดสินการตีความต่อไปนี้: ในสหรัฐอเมริกา หากมีคนหมดสติและไม่หายใจ “Call 911” หมายถึงให้ติดต่อบริการฉุกเฉินทันที

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ถูก

I immediately looked out

0:16

ฉันรีบมองออกไปทันที

and I had that straight shot right down to where Darren was laying. โน้ต

0:18

และมองตรงลงไปเห็น Darren นอนอยู่พอดี

การใช้คำ

Straight shot: เส้นทางตรงที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง

ในที่นี้ a straight shot เป็นนามวลีแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงเส้นทางตรงหรือแนวที่โล่งจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยแทบไม่ต้องเลี้ยวหรือไม่มีสิ่งกีดขวาง shot ไม่ได้หมายถึงปืนหรือกล้อง ในประโยคนี้ right down to where Darren was laying เน้นว่าเส้นทางหรือแนวสายตาที่โล่งทอดไปถึงจุดที่ Darren อยู่ โดยทั่วไปแล้ว สำนวนนี้ช่วยให้ผู้พูดบอกว่าการเข้าถึงหรือการมองเห็นเป็นไปโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เส้นทางตรงที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง”: After the tunnel, it's a ____ to the beach.

ดูคำตอบ

straight shot

ไวยากรณ์

was laying กับ was lying เมื่อหมายถึงคนกำลังนอนอยู่

ในประโยคนี้ was laying เป็นการใช้แทน was lying แบบไม่เป็นมาตรฐานที่พบได้บ่อยในภาษาพูด Darren อยู่ในท่านอนหรือล้มอยู่ ไม่ได้กำลังวางสิ่งของใด ๆ ในภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐาน lie เป็นกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม และรูปกำลังกระทำคือ lying: Darren was lying on the court. ส่วน lay โดยปกติหมายถึง “วาง” และต้องมีกรรม: She was laying a towel on the ground.

แบบฝึกหัด

ใช้รูปมาตรฐานของ lie เติมประโยคให้สมบูรณ์: After the fall, Darren was ____ on the court.

ดูคำตอบ

lying

And so I jumped up

0:22

ฉันเลยลุกพรวดขึ้น

and then I just booked it out there. การใช้คำ

0:24

แล้วรีบวิ่งสุดแรงไปตรงนั้น

การใช้คำ

booked it: ออกไปหรือเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วมาก

Booked it เป็นสำนวนไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน หมายถึงเคลื่อนที่หรือออกไปอย่างรวดเร็วมาก และมักสื่อถึงการวิ่ง ในประโยคนี้ผู้พูดรีบไปยังสถานที่ที่ out there ระบุทันที ในสำนวนนี้ it เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว book it ไม่ได้หมายถึงการจองหรือสิ่งของใดโดยเฉพาะ รูปอดีต booked it บอกว่าการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วนั้นเกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยค When the fire alarm rang, we booked it out of the building. คำว่า booked it หมายความว่าอย่างไร?

  1. จองที่ไว้ในอาคาร
  2. ออกจากอาคารอย่างรวดเร็วมาก
  3. หยุดอ่านหนังสือภายในอาคาร
ดูคำตอบ

ออกจากอาคารอย่างรวดเร็วมาก

It was life or death. สำนวน

0:25

เป็นนาทีชี้เป็นชี้ตาย

สำนวน

life or death: อันตรายถึงชีวิตจริงหรือการพูดเกินจริง

life or death เป็นสำนวนตายตัวสำหรับสถานการณ์ที่ผลลัพธ์อาจตัดสินว่าใครคนหนึ่งจะรอดชีวิตหรือไม่ ในประโยคนี้ชายคนนั้นไม่มีชีพจร ความหมายจึงเกือบเป็นไปตามตัวอักษร เพราะการลงมือช่วยทันทีอาจตัดสินว่าเขาจะอยู่หรือเสียชีวิต สำนวนนี้ยังใช้เน้นเรื่องทั่วไปโดยทำให้ฟังดูสำคัญอย่างยิ่งได้ด้วย ต้องดูบริบทว่าสื่อถึงอันตรายถึงชีวิตจริง ๆ หรือเป็นการพูดเกินจริงโดยเจตนา

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า Choosing a notebook color isn't life or death. ตรงนี้ life or death น่าจะใช้ตามความหมายตรงหรือไม่?

  1. ใช่ เป็นการกล่าวถึงความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจริง
  2. ไม่ใช่ เป็นการพูดเกินจริงว่าสิ่งนั้นสำคัญ
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ เป็นการพูดเกินจริงว่าสิ่งนั้นสำคัญ

The man didn't have a pulse. วลี

0:27

ชายคนนั้นไม่มีชีพจร

วลี

didn't have a pulse: การรายงานว่าสัญญาณชีพหายไป

have a pulse เป็นกลุ่มคำที่ใช้กันทั่วไปเพื่อบอกว่าสามารถตรวจพบจังหวะการเต้นในหลอดเลือดแดงที่เกิดจากหัวใจได้ didn't have a pulse หมายความว่าตรวจไม่พบชีพจร โดย pulse ในที่นี้เป็นสัญญาณชีพ ไม่ใช่จังหวะดนตรีหรือสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ในการบรรยายเหตุฉุกเฉิน ผู้ป่วยเป็นประธานของ have a pulse ส่วนผู้ช่วยเหลือสามารถใช้ check, take, feel หรือ find the patient's pulse ได้

แบบฝึกหัด

เติมรายงานเหตุฉุกเฉินด้วยกลุ่มคำมาตรฐานที่หมายถึงตรวจไม่พบชีพจร: The patient did not ____, so we began CPR.

ดูคำตอบ

have a pulse

Danya, who was still in her scrubs การใช้คำ

0:29

Danya ยังสวมชุดสครับอยู่

การใช้คำ

in her scrubs: สวมชุดทำงานทางการแพทย์อยู่

Scrubs คือชุดทำงานแบบเสื้อและกางเกงที่บุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากสวมใส่ ในที่นี้ in her scrubs หมายความว่า Danya ยังคงสวมชุดทำงานทางการแพทย์ของเธออยู่ เมื่อ scrubs เป็นคำนามที่หมายถึงเสื้อผ้า ปกติจะใช้รูปพหูพจน์ โครงสร้าง be in + เสื้อผ้า หมายถึงกำลังสวมเสื้อผ้านั้นอยู่

แบบฝึกหัด

in her scrubs หมายความว่าอะไรในประโยคนี้: "Maya came straight from the hospital in her scrubs."

  1. เธอกำลังทำความสะอาดเสื้อผ้าของตน
  2. ผิวหนังของเธอได้รับบาดเจ็บ
  3. เธอสวมชุดทำงานทางการแพทย์อยู่
ดูคำตอบ

เธอสวมชุดทำงานทางการแพทย์อยู่

because she just left her shift at Intermountain Medical Center in Murray City, Utah,

0:31

เพราะเธอเพิ่งเลิกกะที่ Intermountain Medical Center ในเมืองเมอร์เรย์ รัฐยูทาห์

immediately began chest compressions right on the field. การใช้คำ

0:35

เธอจึงเริ่มกดหน้าอกทันทีตรงกลางสนาม

การใช้คำ

chest compressions: การกดหน้าอกซ้ำ ๆ ระหว่าง CPR

Chest compressions คือการกดลงซ้ำ ๆ บริเวณกึ่งกลางหน้าอกของผู้ป่วยระหว่างการทำ CPR การกดนี้ช่วยให้เลือดยังคงไหลเวียนเมื่อหัวใจไม่สามารถสูบฉีดได้ตามปกติ รูปพหูพจน์ compressions แสดงว่าผู้ช่วยเหลือกดต่อเนื่องหลายครั้ง ไม่ใช่เพียงครั้งเดียว Chest compressions เป็นศัพท์ปฐมพยาบาลมาตรฐานสำหรับการกระทำนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยศัพท์ปฐมพยาบาลมาตรฐานสองคำ: During CPR, the rescuer began ____ to help keep blood moving.

ดูคำตอบ

chest compressions

It was frightening.

0:39

มันน่ากลัวมาก

I don't have my doctors, ลำดับความ

0:40

ฉันไม่มีหมออยู่ข้าง ๆ

I don't have my nurses,

0:41

ไม่มีพยาบาล

I don't have oxygen,

0:42

ไม่มีออกซิเจน

I don't have medications,

0:43

ไม่มียา

I had nothing.

0:44

ฉันไม่มีอะไรเลย

ลำดับความ

I don't have ... I had nothing: สะสมแรงกดดันและสรุปสถานการณ์

กรอบประโยค “I don't have ...” ที่พูดซ้ำช่วยจัดเรื่องเล่าให้เป็นรายการที่สะสมขึ้นเรื่อย ๆ โดยบุคลากรหรืออุปกรณ์ที่ขาดไปแต่ละอย่างทำให้สถานการณ์ยากขึ้นอีกระดับ การพูดซ้ำทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าแรงกดดันกำลังเพิ่มขึ้น แทนที่จะมองรายละเอียดเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ข้อความสั้น ๆ ตอนจบว่า “I had nothing” ปิดรายการทั้งหมดด้วยข้อสรุปโดยรวม รูปปัจจุบัน “don't have” ทำให้เหตุฉุกเฉินกลับมามีชีวิตเหมือนความรู้สึกในขณะนั้น ส่วน “had” ถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อสรุปสถานการณ์ในอดีตนั้น ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ผู้พูดมีหรือไม่มีอย่างถาวร

แบบฝึกหัด

การพูด “I don't have ...” ซ้ำ ๆ แล้วตามด้วย “I had nothing” ทำหน้าที่อะไรในเรื่องเล่านี้?

  1. เพิ่มแรงกดดันด้วยการบอกทรัพยากรที่ขาดไปทีละอย่าง แล้วสรุปสถานการณ์ทั้งหมด
  2. แก้ไขคำกล่าวก่อนหน้าทีละประโยคด้วยการเปลี่ยนจากปัจจุบันเป็นอดีต
  3. ระบุทรัพยากรที่ผู้พูดปฏิเสธจะมีอย่างถาวร แล้วบอกความชอบส่วนตัว
ดูคำตอบ

เพิ่มแรงกดดันด้วยการบอกทรัพยากรที่ขาดไปทีละอย่าง แล้วสรุปสถานการณ์ทั้งหมด

When I got out of the car,

0:45

พอลงจากรถ

Danya was on top of him performing CPR.

0:47

ก็เห็น Danya กำลังก้มคร่อมเขาเพื่อทำ CPR อยู่

And I could tell that she was tired วลี

0:50

และดูออกว่าเธอเหนื่อยแล้ว

วลี

could tell that: อนุมานจากสัญญาณ

ใน “could tell that she was tired” วลี “could tell that” หมายถึง “สามารถสังเกตออกหรืออนุมานได้” จากสัญญาณที่มองเห็นได้ ไม่จำเป็นต้องมีใครบอกข้อเท็จจริงนั้นโดยตรง เพราะผู้พูดได้ข้อสรุปจากการสังเกตสภาพของเธอ “tell” ในที่นี้หมายถึง “แยกแยะ” หรือ “สังเกตออก” ไม่ใช่ “บอกบางอย่างแก่ใคร” ส่วน “Could” วางความสามารถนี้ไว้ในสถานการณ์อดีต และอนุประโยค that ที่ตามมาระบุข้อสรุป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “สังเกตได้จากสัญญาณที่มองเห็น”: From the way Maya kept rubbing her eyes, I ____ she was exhausted.

ดูคำตอบ

could tell that

and so I took over CPR from there. กริยาวลี

0:52

จึงรับช่วงทำ CPR ต่อจากเธอ

กริยาวลี

การใช้ “took over” เพื่อรับช่วงความรับผิดชอบจากผู้อื่น

ในประโยคนี้ took over หมายถึงผู้พูดเข้ามาแทน Danya และทำ CPR ต่อ ความรับผิดชอบเปลี่ยนไปอยู่กับอีกคนหนึ่ง แต่การทำ CPR ไม่ได้หยุดลง โครงสร้าง take over from someone หมายถึงรับช่วงงานหรือความรับผิดชอบต่อจากคนนั้น มักใช้เมื่อผู้คนผลัดเปลี่ยนกันทำงาน เข้าเวร หรือร่วมมือกันในสถานการณ์ฉุกเฉิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วย phrasal verb สองคำที่หมายถึง “เข้ามาแทนเธอและทำงานนั้นต่อ”: When Ana became tired during the night shift, Ben ____ from her.

ดูคำตอบ

took over

Danya was almost certain the stricken man wasn't going to make it. สำนวน

0:54

Danya แทบจะแน่ใจว่าชายที่ล้มลงคนนั้นคงไม่รอด

สำนวน

“Make it” ในความหมายว่ารอดชีวิต

ในบริบทที่เป็นอันตรายถึงชีวิตนี้ wasn’t going to make it หมายถึงคาดว่าเขาจะไม่รอด สำนวนนี้เป็นวิธีพูดแบบอ้อมและเป็นภาษาสนทนาเกี่ยวกับการมีชีวิตรอดผ่านภาวะวิกฤต ความหมายของ make it เปลี่ยนไปตามบริบท และยังอาจหมายถึงไปถึงหรือประสบความสำเร็จได้ด้วย เบาะแสอย่าง stricken man และสถานการณ์ฉุกเฉินทำให้คำนี้หมายถึงรอดชีวิตในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “The climber was badly injured, and the rescue team feared he wouldn't make it,” คำว่า make it หมายถึงอะไร?

  1. ไปถึงตรงเวลา
  2. รอดชีวิต
  3. ประสบความสำเร็จ
ดูคำตอบ

รอดชีวิต

My eyes were just filled with with tears

0:58

น้ำตาฉันเอ่อคลอ

and I was so

1:01

และฉันก็

just sad

1:03

เศร้ามาก

because I really didn't think he had a chance.

1:05

เพราะฉันคิดจริง ๆ ว่าเขาคงไม่มีโอกาสรอด

Then more help arrived.

1:08

จากนั้นก็มีคนมาช่วยเพิ่ม

Paramedics used a defibrillator to shock the dying man's heart. การใช้คำ

1:10

เจ้าหน้าที่กู้ชีพใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าเพื่อช็อกหัวใจของชายที่กำลังจะเสียชีวิต

การใช้คำ

ความหมายทางการแพทย์ของ “shock the dying man's heart”

ในที่นี้ shock เป็นคำกริยาทางการแพทย์ หมายถึงหน่วยแพทย์ฉุกเฉินใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าส่งกระแสไฟฟ้าที่ควบคุมแล้วผ่านหัวใจของชายคนนั้น เพื่อพยายามทำให้หัวใจกลับมามีจังหวะที่มีประสิทธิภาพ ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงทำให้ประหลาดใจหรือสะเทือนใจ โครงสร้าง shock + someone's heart ใช้บรรยายการรักษาฉุกเฉินนี้ได้ อุปกรณ์และบริบททางการแพทย์เป็นตัวบ่งชี้ความหมายเฉพาะทาง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The rescue team shocked the patient's heart,” คำว่า shocked หมายถึงอะไร

  1. บอกข่าวที่น่าประหลาดใจแก่ผู้ป่วย
  2. ใช้ไฟฟ้าช็อกแบบควบคุมเพื่อพยายามแก้ไขจังหวะการเต้นของหัวใจ
  3. ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสะเทือนใจ
ดูคำตอบ

ใช้ไฟฟ้าช็อกแบบควบคุมเพื่อพยายามแก้ไขจังหวะการเต้นของหัวใจ

It worked.

1:13

มันได้ผล

And here's the proof. ลำดับความ

1:15

และนี่คือข้อพิสูจน์

ลำดับความ

การใช้ “And here's the proof” เพื่อแสดงหลักฐานที่มองเห็นได้

And เชื่อมประโยคนี้กับข้อกล่าวอ้างที่เพิ่งพูดไป จากนั้น Here's the proof ประกาศว่ากำลังจะมีการแสดงหลักฐาน ทำให้ผู้ฟังเปลี่ยนจากข้อกล่าวอ้างไปสู่ผลลัพธ์หรือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม proof ในที่นี้ใช้เชิงวาทศิลป์ บุคคลหรือผลลัพธ์ที่มองเห็นได้ช่วยสนับสนุนข้อกล่าวอ้างอย่างมาก ไม่ได้หมายถึงการพิสูจน์อย่างเป็นทางการในทางกฎหมายหรือคณิตศาสตร์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปลี่ยนจากข้อกล่าวอ้างไปสู่หลักฐานที่มองเห็นได้อย่างเหมาะสมที่สุด

  1. The repair worked, and here's why: the screen is on again.
  2. The repair worked, and here's an example: the screen is on again.
  3. The repair worked, and here's the proof: the screen is on again.
ดูคำตอบ

The repair worked, and here's the proof: the screen is on again.

Meet 57-year-old Darren Ewell. ลำดับความ

1:16

มารู้จักกับ Darren Ewell วัย 57 ปีกัน

ลำดับความ

Meet + บุคคล สำหรับแนะนำบุคคลต่อผู้ชม

ในคำบรรยายนี้ Meet 57-year-old Darren Ewell. ไม่ได้ขอให้ผู้ชมจัดการพบกันจริง ๆ รูปคำสั่ง Meet ใช้แนะนำ Darren ต่อผู้ชมเป็นครั้งแรก โดยทำหน้าที่ใกล้เคียงกับ Here is Darren Ewell หรือ Let us introduce him ข่าว สารคดี และวิดีโอที่มีผู้ดำเนินรายการใช้ Meet + บุคคล เพื่อส่งสัญญาณว่าข้อมูลต่อไปจะเน้นที่บุคคลนั้น สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับเรื่องโดยย้ายความสนใจไปยังตัวละครที่เพิ่งได้รับการแนะนำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้แนะนำบุคคลต่อผู้ชมอย่างเป็นธรรมชาติ แทนที่จะเป็นการนัดพบกันจริง ๆ

  1. Please schedule a meeting with Aisha Khan for Tuesday.
  2. Meet Aisha Khan, the student who designed this robot.
  3. I met Aisha Khan outside the station yesterday.
ดูคำตอบ

Meet Aisha Khan, the student who designed this robot.

Turns out he had suffered a massive heart attack on the field โน้ต

1:18

ปรากฏว่าเขาเกิดภาวะหัวใจวายรุนแรงในสนาม

ลำดับความ

Turns out + อนุประโยค เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงที่เพิ่งทราบ

Turns out ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่เพิ่งทราบในภายหลัง หรือแก้ไขความเข้าใจก่อนหน้าที่ยังไม่ครบถ้วน ในที่นี้ใช้เปิดเผยคำอธิบายทางการแพทย์ของเหตุการณ์ นั่นคือเขาเกิดอาการหัวใจวายรุนแรง หลังสำนวนนี้ต้องตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ในรูป Turns out + ประธาน + กริยา สำนวนนี้ใช้เปิดเผยข้อมูลในเรื่องเล่าแบบไม่เป็นทางการ มีความหมายใกล้กับ It turns out that ... โดยรูปสนทนาแบบสั้นละประธาน it และคำเชื่อม that

แบบฝึกหัด

เติมการเปิดเผยข้อมูลแบบไม่เป็นทางการด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียน: ____ Maya had saved a copy of the file.

ดูคำตอบ

Turns out

วลี

suffered a massive heart attack: เกิดภาวะหัวใจวายอย่างรุนแรง

suffer a heart attack เป็นกลุ่มคำที่ใช้คู่กันตามธรรมชาติ หมายถึงประสบภาวะหัวใจวาย ในที่นี้ suffered เป็นสกรรมกริยา จึงตามด้วย a massive heart attack โดยตรงโดยไม่ใช้ from Massive ขยายว่าภาวะหัวใจวายนั้นรุนแรงหรือส่งผลกว้างขวางอย่างยิ่ง ไม่ได้หมายความว่าหัวใจมีขนาดใหญ่มาก

แบบฝึกหัด

เติมรายงานข่าวโดยใช้รูปอดีตของ suffer และคำเน้นความรุนแรง massive: During the match, the coach ____ and was taken to the hospital.

ดูคำตอบ

suffered a massive heart attack

that required four heart stents.

1:22

จนต้องใส่ขดลวดค้ำยันหลอดเลือดหัวใจถึงสี่ตัว

The doctor told me if I had my heart attack at any other place, ไวยากรณ์

1:24

หมอบอกผมว่าถ้าผมเกิดหัวใจวายที่อื่น

including possibly home,

1:26

แม้แต่ที่บ้านก็ตาม

I'd be dead.

1:27

ผมคงตายไปแล้ว

ไวยากรณ์

if I had ... I'd be dead: เงื่อนไขในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริงกับผลในปัจจุบัน

อนุประโยค if สมมติสถานที่ในอดีตที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เขาไม่ได้เกิดหัวใจวายในสถานที่อื่น ส่วนผลลัพธ์ I'd be dead หมายถึง I would be dead now ดังนั้นประโยคนี้จึงเชื่อมสถานการณ์ในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริงกับผลในปัจจุบัน ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่รอบคอบ ประโยคเงื่อนไขผสมนี้ปกติจะเป็น If I had had my heart attack anywhere else, I'd be dead ผู้พูดใช้รูปอดีตที่ง่ายกว่าอย่าง if I had my heart attack ในการพูดสด แต่บริบทยังทำให้ความหมายที่ตรงข้ามกับข้อเท็จจริงชัดเจน including possibly home เป็นเพียงตัวอย่างสถานที่อื่นที่แทรกเข้ามา ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโครงสร้างเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ ผู้พูดหมายความว่าอย่างไร?

  1. อาการหัวใจวายเกิดขึ้นในที่ที่มีความช่วยเหลือ และเขาเชื่อว่าถ้าเกิดที่อื่น ตอนนี้เขาคงเสียชีวิตแล้ว
  2. เขาเกิดหัวใจวายเป็นประจำตามสถานที่ต่าง ๆ แต่รอดชีวิตทุกครั้ง
  3. เขากำลังทำนายว่าอาการหัวใจวายครั้งต่อไปจะเกิดที่บ้านอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

อาการหัวใจวายเกิดขึ้นในที่ที่มีความช่วยเหลือ และเขาเชื่อว่าถ้าเกิดที่อื่น ตอนนี้เขาคงเสียชีวิตแล้ว

But I had it right there

1:28

แต่ผมกลับเกิดหัวใจวายตรงนั้นพอดี

in front of a nurse who just barely arrived at the ball field การใช้คำ

1:30

ต่อหน้าพยาบาลที่เพิ่งมาถึงสนาม

การใช้คำ

just barely arrived: มาถึงก่อนหน้าเพียงไม่กี่อึดใจ

ในอนุประโยคนี้ just barely arrived หมายความว่าพยาบาลมาถึงจริง แต่เพิ่งมาถึงก่อนเหตุการณ์เพียงไม่นาน just ทำให้ช่วงเวลาแคบลง ส่วน barely เพิ่มความรู้สึกว่าแทบไม่มีเวลาเหลือเลย วลีนี้เน้นความบังเอิญที่โชคดีและชวนลุ้น ไม่ได้หมายความว่าเธอมาไม่ถึง เมื่อใช้ barely กับ arrived จะสื่อว่าการมาถึงที่เกิดขึ้นแล้วนั้นเกือบจะสายเกินไป

แบบฝึกหัด

ใน “Nina just barely arrived before the gate closed,” คำว่า just barely arrived หมายความว่าอย่างไร?

  1. เธออยู่ใกล้แล้วแต่ยังมาไม่ถึง
  2. เธอมาถึงโดยแทบไม่มีเวลาเหลือ
  3. เธอรออยู่ที่นั่นมานานแล้ว
ดูคำตอบ

เธอมาถึงโดยแทบไม่มีเวลาเหลือ

and she saved my life.

1:32

และเธอก็ช่วยชีวิตผมไว้

You saved my life.

1:33

คุณช่วยชีวิตผมไว้

We were there as Darren,

1:35

เราอยู่ที่นั่นตอนที่ Darren

who plays in an adult softball league,

1:36

ซึ่งเล่นอยู่ในลีกซอฟต์บอลสำหรับผู้ใหญ่

got to thank nurse Danya. ไวยากรณ์

1:38

ได้กล่าวขอบคุณพยาบาล Danya

ไวยากรณ์

got to thank: ได้รับโอกาสให้ทำบางสิ่ง

Got to thank เป็นรูปอดีตของ get to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้หมายถึง “มีโอกาสหรือได้รับเกียรติให้กล่าวขอบคุณ” ดังนั้น Darren จึงได้แสดงความขอบคุณด้วยตนเอง Get to มักนำเสนอการกระทำว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดี พิเศษ หรือควรค่าแก่การซาบซึ้ง ไม่ใช่ความหมายเชิงหน้าที่ของ had to และ got ในโครงสร้างนี้ก็ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่หรือการมาถึง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get to ตามด้วย thank เพื่อแสดงถึงโอกาสที่มีคุณค่า: After recovering, Leo ____ the paramedic in person.

ดูคำตอบ

got to thank

Every time I watch this video, ไวยากรณ์

1:40

ทุกครั้งที่ผมดูวิดีโอนี้

I literally get teary-eyed วลี

1:42

น้ำตาผมจะคลอจริง ๆ

ไวยากรณ์

Every time I watch...: เชื่อมสิ่งกระตุ้นที่เกิดซ้ำกับผลลัพธ์

ใน Every time I watch this video คำว่า every time นำอนุประโยคบอกเวลาที่ระบุสิ่งกระตุ้นซึ่งเกิดซ้ำ นั่นคือทุกครั้งที่ผู้พูดดูวิดีโอ ส่วนประโยคหลักบอกปฏิกิริยาที่มักเกิดตามมา เมื่อกล่าวถึงรูปแบบที่เกิดซ้ำ ปกติทั้งสองอนุประโยคในที่นี้ใช้ present simple: Every time I watch..., I get.... ไม่ใช้ will watch เพียงเพราะการดูกิดขึ้นก่อนปฏิกิริยา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อสถานการณ์เดิมเกิดซ้ำได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Every time I hear that song, I smile.
  2. The next time I hear that song, I will smile.
  3. Every time I will hear that song, I smile.
ดูคำตอบ

Every time I hear that song, I smile.

วลี

get teary-eyed: เข้าสู่สภาวะซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ

get teary-eyed หมายถึงเริ่มมีน้ำตาคลออยู่ในดวงตา มักเกิดจากอารมณ์ที่เข้มข้นขึ้น ในที่นี้ get เป็นกริยาเชื่อมที่แสดงการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะซึ่งอธิบายด้วยคำคุณศัพท์ teary-eyed วลีนี้มีความหมายเฉพาะกว่า cry เพราะคนหนึ่งอาจ get teary-eyed โดยน้ำตายังคงคลออยู่และไม่ไหลออกมาเลย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าผู้พูดซาบซึ้งมาก ไม่ได้แปลว่ากำลังร้องไห้อย่างเห็นได้ชัดเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนเป้าหมายจากบทเรียนนี้: I always ____ during that graduation speech.

ดูคำตอบ

get teary-eyed

and get kind of choked up. สำนวน

1:44

และรู้สึกตื้นตันจนพูดไม่ออก

สำนวน

get kind of choked up: ตื้นตันจนพูดไม่ค่อยออก

ในที่นี้ get choked up หมายถึงรู้สึกสะเทือนอารมณ์มากจนแน่นคอและพูดได้ยาก อาจเกิดจากความซาบซึ้ง ความสุข หรือความเศร้า นี่เป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์ ไม่ได้หมายถึงมีอาหารอุดกั้นทางเดินหายใจ kind of ช่วยลดระดับความหนักแน่นของคำพูด มีความหมายว่า “ค่อนข้าง” หรือ “นิดหน่อย” ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าปฏิกิริยานั้นไม่รุนแรงหรือเกิดขึ้นเพียงบางส่วน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “รู้สึกสะเทือนอารมณ์เล็กน้อยจนพูดได้ไม่คล่อง”: Whenever I thank the nurse who saved me, I ____.

ดูคำตอบ

get kind of choked up

It's an amazing recovery.

1:46

นี่คือการฟื้นตัวที่น่าทึ่งมาก

Darren is even ready to play ball.

1:48

Darren ถึงกับพร้อมกลับไปเล่นซอฟต์บอลแล้ว

Haven't played since my heart attack. ไวยากรณ์

1:50

ผมยังไม่ได้เล่นอีกเลยตั้งแต่หัวใจวาย

ไวยากรณ์

Haven't played since my heart attack: ไม่ได้เล่นอีกเลยตั้งแต่หัวใจวาย

have not played เป็นรูปปฏิเสธของ present perfect เมื่อใช้กับ since my heart attack จะหมายความว่าผู้พูดไม่ได้เล่นเลยตั้งแต่เหตุการณ์หัวใจวายในอดีตจนถึงตอนนี้ since ในที่นี้แสดงจุดเริ่มต้น ไม่ได้แสดงเหตุผล ในคำตอบสั้น ๆ แบบสนทนานี้ มีการละประธาน I ซึ่งเข้าใจได้จากบริบท ประโยคเต็มคือ I haven't played since my heart attack. ควรใส่ I เมื่อเขียนเป็นประโยคเดี่ยวตามปกติหรือในงานเขียนที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมรูป present perfect ปฏิเสธแบบย่อของ play ผู้พูดหยุดเล่นหลังการผ่าตัดและยังไม่ได้กลับมาเล่นอีก: I ____ since my heart surgery.

ดูคำตอบ

haven't played

So I'm pretty excited about this. การใช้คำ

1:52

ผมเลยตื่นเต้นกับเรื่องนี้มาก

การใช้คำ

pretty excited: pretty ที่เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ

ใน pretty excited คำว่า pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” โดยเพิ่มระดับของ excited และไม่ได้หมายความว่าสิ่งใดดูสวยงาม รูปแบบคือ pretty + adjective ระดับที่แน่นอนขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท แต่ในที่นี้แสดงถึงความตื่นเต้นอย่างชัดเจนโดยไม่รุนแรงสุดขั้วเท่ากับ absolutely thrilled

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I'm pretty nervous about tomorrow,” คำว่า pretty หมายถึงอะไร

  1. อย่างสวยงาม
  2. ค่อนข้างหรือทีเดียว
  3. ดูน่าดึงดูด
ดูคำตอบ

ค่อนข้างหรือทีเดียว

She is my

1:53

เธอคือ

guardian angel สำนวน

1:54

นางฟ้าผู้พิทักษ์ของผม

because she saved my life

1:55

เพราะเธอช่วยชีวิตผมไว้

สำนวน

guardian angel: คำเปรียบเทียบถึงผู้ที่ช่วยชีวิตหรือปกป้อง

ในประโยคนี้ guardian angel เป็นคำเปรียบเทียบถึงคนที่ปกป้องผู้พูดและช่วยชีวิตเขาไว้ เป็นการแสดงความขอบคุณและชื่นชมอย่างมาก โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าคนนั้นเป็นเทวดาเหนือธรรมชาติจริง ๆ ในความหมายที่กว้างขึ้น คุณสามารถเรียกคนที่ปรากฏตัวในช่วงเวลาสำคัญหรือคอยดูแลคุณอยู่เสมอว่า guardian angel ได้

แบบฝึกหัด

หลังจากโค้ชช่วยเด็กให้ผ่านสถานการณ์อันตรายอย่างปลอดภัย เด็กพูดว่า “You were my guardian angel.” เด็กหมายความว่าอย่างไร

  1. คุณปกป้องฉันตอนที่ฉันต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก
  2. คุณช่วยเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวันให้ฉัน
  3. คุณเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติจริง ๆ
ดูคำตอบ

คุณปกป้องฉันตอนที่ฉันต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก

and I would love to give her a hug right now. โน้ต

1:57

และตอนนี้ผมอยากกอดเธอมาก ๆ

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ would love to แสดงความปรารถนาอย่างอบอุ่นและสุภาพ

Would love to ในที่นี้หมายถึง “อยากทำมาก ๆ” ผู้พูดกำลังแสดงความปรารถนาอย่างจริงใจในตอนนี้ว่าอยากกอดเธอ โดย would ช่วยให้คำพูดนุ่มนวลและอบอุ่นขึ้น ไม่ได้บอกว่าเป็นเงื่อนไขที่ไม่เกิดขึ้นจริง โครงสร้างคือ would love to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น would love to give, would love to meet และ would love to help ใช้ได้เมื่อต้องการบอกความปรารถนาอย่างอบอุ่น เสนอตัวช่วยด้วยความเต็มใจ หรือตอบรับคำเชิญอย่างกระตือรือร้น

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยวลีเป้าหมายที่แสดงความปรารถนาอย่างอบอุ่นและกระตือรือร้น: “Thanks for inviting me. I ____ come.”

ดูคำตอบ

would love to

วลี

Give her a hug: โครงสร้าง give + คน + a hug

Give her a hug หมายถึง “กอดเธอ” ในที่นี้ give ไม่ได้หมายถึงการยื่นสิ่งของให้ใคร แต่เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนทั่วไปที่ใช้บอกการกอดซึ่งเป็นการแสดงความรักและความอบอุ่น โครงสร้างคือ give + คน + a hug โดยวางคนไว้หน้า a hug เช่น give me a hug, give your dad a hug และ give them a hug ภาษาอังกฤษยังใช้ hug + คน ได้ด้วย แต่โครงสร้างที่ใช้ give เป็นกลุ่มคำตายตัวที่มีประโยชน์มาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ give + person + a hug อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสื่อความหมายว่า “กอดคุณ”?

  1. Let me give you a hug.
  2. Let me give you to a hug.
  3. Let me give a hug you.
ดูคำตอบ

Let me give you a hug.

Thank you so much.

1:59

ขอบคุณมากครับ