มีความจริงใดๆ ในตำนานกษัตริย์อาเธอร์หรือไม่? - Alan Lupack: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
738 คำ 148 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของกษัตริย์อาเธอร์ จากบุคคลที่ไม่อาจยืนยันตัวตนได้ในบทกวีเคลต์ยุคแรก สู่กษัตริย์ในตำนานที่ผู้คนรู้จักในปัจจุบัน พร้อมอธิบายว่านักเขียนยุคกลางนำหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีอยู่น้อยนิดมาผสมกับตำนาน ความรัก ศาสนา และความสนใจของผู้ชมแต่ละยุคอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. has its roots in — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เรียนรู้การใช้อุปมาเรื่อง “ราก” เพื่อระบุต้นกำเนิดทางประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรมที่ฝังลึกของตำนาน ธรรมเนียม สถาบัน หรือปัญหา แทนที่จะเพียงบอกว่าสิ่งนั้นเริ่มขึ้นที่ใด 2. cobbled together fragments — กริยาวลี: เข้าใจว่าวลีนี้หมายถึงการนำชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายมาประกอบเป็นเรื่องเดียวกัน และมักมีนัยวิจารณ์ว่าประวัติศาสตร์ คำอธิบาย หรือข้อโต้แย้งที่ได้อาจถูกทำขึ้นแบบปะติดปะต่อหรือไม่รัดกุมเพียงพอ 3. to reflect the concerns of his chroniclers and their audiences. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตวิธีที่บทวิเคราะห์วัฒนธรรมเชื่อมการเปลี่ยนแปลงของเรื่องเล่าเข้ากับสิ่งที่ผู้บันทึกและผู้ชมในแต่ละยุคให้ความสำคัญ และใช้โครงสร้างนี้อธิบายว่าเหตุใดผลงานจึงถูกปรับใหม่ตามช่วงเวลา

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Here lies Arthur, วลี

0:06

ที่นี่คือที่พำนักของอาเธอร์,

วลี

Here lies: คำขึ้นต้นแบบดั้งเดิมของข้อความรำลึก

“Here lies + ชื่อบุคคล” เป็นรูปแบบดั้งเดิมของคำจารึกบนหลุมศพ หมายความว่าบุคคลนั้นถูกฝังหรือพักสงบอยู่ ณ สถานที่นี้ ใน “Here lies Arthur” คำว่า lies มาจาก lie ที่หมายถึง “นอนราบหรือพักสงบ” ไม่ใช่ lie ที่หมายถึง “พูดสิ่งที่ไม่จริง” การวาง here ไว้ข้างหน้าทำให้เกิดโครงสร้างกลับลำดับที่เป็นทางการ จึงควรมองทั้งวลีว่าเป็นภาษาสำหรับการรำลึก ไม่ใช่ประโยคธรรมดาที่บอกว่าคนหนึ่งอยู่ที่ไหน

แบบฝึกหัด

เติมคำขึ้นต้นแบบดั้งเดิมของคำจารึกบนหลุมศพ: ____ Thomas Reed, a sailor who crossed every ocean.

ดูคำตอบ

Here lies

king who was and king who will be. ลำดับความ

0:08

กษัตริย์ในอดีตและกษัตริย์ในอนาคต

ลำดับความ

king who was ... king who will be: โครงสร้างคู่ขนานระหว่างอดีตกับอนาคต

นามวลีทั้งสองซ้ำกรอบเดียวกัน คือ king + who + รูปหนึ่งของ be คำว่า was ชี้ไปยังอดีต ส่วน will be ชี้ไปยังอนาคต การซ้ำ king และทำให้อนุประโยคสัมพันธ์ทั้งสองสมดุลกัน จัดข้อมูลให้อยู่ในรูปความขัดแย้งที่ชัดเจนระหว่างอดีตกับอนาคต ในถ้อยคำจากตำนานกษัตริย์อาร์เธอร์นี้ ความสมมาตรทำให้ประโยคฟังเหมือนสมญานามหรือคำพยากรณ์ กล่าวคือ อาร์เธอร์เคยเป็นกษัตริย์และถูกคาดหมายว่าจะกลับมาเป็นกษัตริย์อีกครั้ง โครงสร้างนี้ไม่ได้เพียงบอกเวลา แต่ยังสร้างตัวตนในตำนานที่อยู่เหนือกาลเวลา

แบบฝึกหัด

ถ้อยคำคู่ขนานใน “king who was and king who will be” ให้ผลหลักอย่างไร?

  1. แก้ไขการสะกดผิดในสมญานามของอาร์เธอร์
  2. แสดงถึงกษัตริย์สองคนที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  3. ทำให้การเป็นกษัตริย์ในอดีตของอาร์เธอร์สมดุลกับการกลับมาในอนาคตที่ผู้คนคาดหวัง
ดูคำตอบ

ทำให้การเป็นกษัตริย์ในอดีตของอาร์เธอร์สมดุลกับการกลับมาในอนาคตที่ผู้คนคาดหวัง

So reads the inscription on King Arthur's gravestone ไวยากรณ์

0:12

นี่คือคำจารึกบนป้ายหลุมศพของกษัตริย์อาเธอร์

ไวยากรณ์

So reads the inscription: การกลับคำแบบเป็นทางการและ read ในความหมายว่า “เขียนไว้ว่า”

ในที่นี้ So reads the inscription หมายถึง “ข้อความจารึกเขียนไว้เช่นนั้น” คำว่า So ย้อนกลับไปอ้างถึงถ้อยคำที่เพิ่งยกมา ส่วน reads หมายถึง “มีถ้อยคำเหล่านี้เขียนอยู่” ไม่ได้หมายถึงการอ่านและทำความเข้าใจข้อความ ประโยคนี้ใช้การกลับคำแบบเป็นทางการ โดยวาง so ก่อน ตามด้วยกริยา reads แล้วจึงเป็นประธาน the inscription ลำดับนี้เชื่อมข้อความที่ยกมากับแหล่งที่เขียนข้อความนั้น และทำให้น้ำเสียงของการเล่าดูเป็นวรรณกรรม

แบบฝึกหัด

ใน So reads the inscription คำว่า reads หมายถึงอะไร?

  1. ข้อความจารึกมีหรือบอกถ้อยคำเหล่านั้น
  2. มีคนกำลังศึกษาข้อความจารึก
  3. ข้อความจารึกกำลังอ่านบางอย่างออกเสียง
ดูคำตอบ

ข้อความจารึกมีหรือบอกถ้อยคำเหล่านั้น

in Thomas Malory's Le Morte d'Arthur. วัฒนธรรม

0:16

ใน Le Morte d'Arthur ของโทมัส มาลอรี

วัฒนธรรม

Le Morte d'Arthur: ชื่อผลงานและบทบาทในฐานะแหล่งข้อมูลทางวรรณกรรม

Le Morte d'Arthur เป็นชื่อผลงานสำคัญในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ของโทมัส มาลอรี ซึ่งเล่าเรื่องกษัตริย์อาเธอร์และอัศวินโต๊ะกลม ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ ชื่อนี้มักถ่ายทอดว่า The Death of Arthur ในประโยคนี้จึงเป็นชื่อหนังสือ ไม่ใช่ชื่อคนหรือสถานที่ การกล่าวถึงผลงานนี้ระบุแหล่งที่มาทางวรรณกรรมของข้อความจารึกที่ยกมา และทำให้เห็นว่าถ้อยคำเหล่านั้นอยู่ในขนบเรื่องเล่ากษัตริย์อาเธอร์ที่สืบทอดมายาวนาน ไม่ใช่หลักฐานประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่แยกอยู่เพียงลำพัง

แบบฝึกหัด

Le Morte d'Arthur ในประโยคนี้คืออะไร?

  1. ชื่อผลงานสำคัญเกี่ยวกับตำนานกษัตริย์อาเธอร์
  2. อีกชื่อหนึ่งของโทมัส มาลอรี
  3. ชื่อสถานที่ฝังพระศพของกษัตริย์อาเธอร์
ดูคำตอบ

ชื่อผลงานสำคัญเกี่ยวกับตำนานกษัตริย์อาเธอร์

Writing in the 15th century, ไวยากรณ์

0:20

จากการเขียนในศตวรรษที่ 15

Malory couldn't have known how prophetic ไวยากรณ์

0:22

มาลอรีไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าคำจารึกนี้

ไวยากรณ์

couldn't have known: ความเป็นไปไม่ได้ในอดีต

Couldn't have known ใช้โครงสร้าง could not + have + กริยาช่องสาม เป็นการมองย้อนกลับไปยังสถานการณ์ในอดีตและบอกว่าในตอนนั้นไม่มีทางรู้ได้ ส่วน known คือกริยาช่องสามของ know ผู้พูดกำลังตัดสินอดีตจากมุมมองในเวลาต่อมา มาลอรีไม่มีข้อมูลที่จำเป็นต่อการคาดการณ์ผลลัพธ์ ดังนั้นข้อความนี้ไม่ได้พูดถึงสิ่งที่เขารู้ได้หรือไม่ได้ในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของกริยาช่วยแบบสมบูรณ์: Before the letter was discovered, Mia ____ that her grandfather had written it.

ดูคำตอบ

couldn't have known

this inscription would turn out to be. วลี

0:24

จะเป็นดั่งคำพยากรณ์ที่แม่นยำเพียงใด

ไวยากรณ์

Writing in the 15th century: อนุประโยค -ing ต้นประโยค

Writing in the 15th century เป็นอนุประโยคกริยารูปปัจจุบันที่วางไว้ต้นประโยค เพื่อบอกภูมิหลังด้านเวลาให้ข้อความหลัก สามารถขยายเป็น When Malory was writing in the 15th century ได้ ประธานที่ละไว้ของ writing คือประธานของประโยคหลัก ซึ่งก็คือ Malory โครงสร้างแบบกระชับนี้ช่วยให้งานชีวประวัติและงานเขียนประวัติศาสตร์บอกภูมิหลังก่อนนำเสนอใจความหลักได้

แบบฝึกหัด

ในอนุประโยคต้นประโยค Writing in the 15th century ใครคือผู้ที่เข้าใจว่ากำลังเขียนงานอยู่

  1. บุคคลที่ไม่ได้ระบุชื่อกำลังเขียนงาน ขณะที่มาลอรีเฝ้าดู
  2. ข้อความจารึกเป็นผู้เขียนงานในศตวรรษที่ 15
  3. มาลอรีเป็นผู้เขียนงานในศตวรรษที่ 15
ดูคำตอบ

มาลอรีเป็นผู้เขียนงานในศตวรรษที่ 15

วลี

would turn out to be: ผลลัพธ์ภายหลังเมื่อมองจากอดีต

Would turn out to be หมายถึง “ภายหลังจะปรากฏว่าเป็น...” ใช้บอกตัวตนหรือคุณสมบัติสุดท้ายที่ยังไม่มีใครรู้ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น ในที่นี้ turn out กล่าวถึงผลที่ปรากฏ ไม่ได้หมายถึงการออกไปข้างนอกหรือปิดสิ่งใด would แสดงว่าผลนั้นอยู่ในอนาคตเมื่อเทียบกับยุคของมาลอรี ในโครงสร้าง how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + would turn out to be คำว่า prophetic ถูกนำมาไว้ข้างหน้า แต่ยังคงบอกคุณสมบัติของข้อความจารึกที่ปรากฏชัดในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ would turn out to be ในความหมายว่า “ภายหลังจะปรากฏว่าเป็น”

  1. At first, the seed looked ordinary, but it would turn out to be a rare plant.
  2. At first, the seed looked ordinary, but it would turn off a rare plant.
  3. At first, the seed looked ordinary, but it would go outside to be a rare plant.
ดูคำตอบ

At first, the seed looked ordinary, but it would turn out to be a rare plant.

King Arthur has risen again and again in our collective imagination, โน้ต

0:27

กษัตริย์อาเธอร์ได้ฟื้นคืนชีพครั้งแล้วครั้งเล่าในจินตนาการร่วมของเรา

สำนวน

has risen again and again: การหวนคืนทางวัฒนธรรมครั้งแล้วครั้งเล่า

has risen again and again เป็นคำเปรียบเทียบในที่นี้ กษัตริย์อาเธอร์ถูกกล่าวถึงในฐานะบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรมที่กลับมาปรากฏในเรื่องเล่าและได้รับความสนใจจากผู้คนครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ได้หมายความว่าคนคนหนึ่งลุกขึ้นยืนหรือฟื้นคืนชีพจริง ๆ has risen เป็น present perfect ซึ่งเชื่อมการฟื้นกลับมาหลายครั้งในอดีตเข้ากับปัจจุบัน ส่วน again and again เน้นว่าการหวนกลับมานี้เกิดขึ้นหลายครั้ง

แบบฝึกหัด

has risen again and again ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ภาพลักษณ์ของกษัตริย์อาเธอร์กลับมาได้รับความสนใจทางวัฒนธรรมหลายครั้ง
  2. กษัตริย์อาเธอร์ลุกขึ้นยืนจริง ๆ หลายครั้ง
  3. กษัตริย์อาเธอร์ตัวสูงขึ้นในทุกเรื่องเล่า
ดูคำตอบ

ภาพลักษณ์ของกษัตริย์อาเธอร์กลับมาได้รับความสนใจทางวัฒนธรรมหลายครั้ง

วลี

our collective imagination: เรื่องราวและภาพทางวัฒนธรรมที่มีร่วมกัน

“Our collective imagination” หมายถึงคลังเรื่องราว ภาพ สัญลักษณ์ และแนวคิดที่ชุมชนมีร่วมกันในวัฒนธรรมของตน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจินตนาการสิ่งเดียวกันเหมือนกันทุกประการ ในที่นี้ our ชี้ถึงชุมชนทางวัฒนธรรมที่กว้างขึ้นซึ่งรวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง วลีนี้บอกว่ากษัตริย์อาเธอร์ยังคงกลับมาปรากฏในเรื่องเล่าและการรับรู้ของผู้คน ไม่ใช่ว่าพระองค์ฟื้นขึ้นมาในความคิดของผู้คนตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

“our collective imagination” ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ภาพและแนวคิดทางวัฒนธรรมที่ชุมชนมีร่วมกัน
  2. ความฝันส่วนตัวของคนเพียงคนเดียว
  3. ชุดข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่พิสูจน์แล้ว
ดูคำตอบ

ภาพและแนวคิดทางวัฒนธรรมที่ชุมชนมีร่วมกัน

along with his retinue of knights, การใช้คำ

0:31

พร้อมกับเหล่าอัศวินผู้ติดตามของเขา

การใช้คำ

retinue of knights: กลุ่มผู้ติดตามอย่างเป็นทางการ

Retinue หมายถึงกลุ่มผู้ติดตามหรือผู้ช่วยที่เดินทางไปกับบุคคลสำคัญ ดังนั้น a retinue of knights จึงหมายถึงกลุ่มอัศวินที่เดินทางไปกับและรับใช้ผู้นำ โดยสื่อถึงหน้าที่ ความจงรักภักดี และลำดับฐานะ ในโครงสร้าง a retinue of + people วลีหลัง of จะบอกว่าสมาชิกของกลุ่มเป็นใคร Retinue ไม่ใช่คำพ้องที่เป็นกลางของ friends

แบบฝึกหัด

ในวลี “a retinue of knights” คำว่า retinue หมายถึงอะไร?

  1. กองกำลังศัตรูที่กำลังโจมตีกลุ่มอัศวิน
  2. กลุ่มเพื่อนทั่วไปที่นัดพบกันเพื่อความสนุก
  3. กลุ่มผู้ติดตามอย่างเป็นทางการที่เดินทางไปกับบุคคลสำคัญ
ดูคำตอบ

กลุ่มผู้ติดตามอย่างเป็นทางการที่เดินทางไปกับบุคคลสำคัญ

Guinevere,

0:33

กวินิเวียร์

the Round Table,

0:34

โต๊ะกลม

Camelot,

0:35

คาเมล็อท

and of course,

0:36

และแน่นอน

Excalibur.

0:37

ดาบเอกซ์แคลิเบอร์

But where do these stories come from? ลำดับความ

0:39

แต่เรื่องราวเหล่านี้มาจากไหนกัน?

ลำดับความ

But where do these stories come from? — คำถามนำเข้าสู่การค้นหาต้นกำเนิด

คำถามทั้งประโยคทำหน้าที่เป็นคำถามนำในการอธิบาย But แสดงการเปลี่ยนประเด็น หลังจากแนะนำเรื่องราวที่คุ้นเคยแล้ว ผู้พูดก็เปลี่ยนความสนใจไปยังจุดเริ่มต้นของเรื่องราวเหล่านั้น ผู้พูดไม่ได้กำลังเริ่มบทสนทนาทั่วไปหรือขอให้ผู้ชมตอบทันที คำถามนี้ปูทางไปสู่การค้นคว้าแหล่งข้อมูลและต้นกำเนิดในส่วนถัดไป ในการอธิบาย เราสามารถใช้คำถามเพื่อจัดลำดับข้อมูลและบอกว่าจะสำรวจเรื่องใดต่อไป

แบบฝึกหัด

คำถามนี้ทำหน้าที่อะไรในการอธิบาย

  1. ยุติหัวข้อเพราะเรื่องราวไม่มีต้นกำเนิด
  2. ขอให้ผู้ชมคิดตอนจบใหม่ให้เรื่องราว
  3. เปลี่ยนจากการแนะนำเรื่องราวไปเป็นการค้นหาต้นกำเนิดของเรื่องราว
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากการแนะนำเรื่องราวไปเป็นการค้นหาต้นกำเนิดของเรื่องราว

And is there any truth to them? วลี

0:41

และมีความจริงใดซ่อนอยู่ในนั้นหรือไม่?

วลี

any truth to them? — ถามว่ามีมูลความจริงหรือไม่

ใน is there any truth to them? วลี any truth to ใช้ถามว่าเรื่องราวเหล่านั้นมีมูลความจริงหรือมีข้อเท็จจริงรองรับบ้างหรือไม่ Them หมายถึงเรื่องราวที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ โครงสร้างคือ there is/is there + (some/any) truth to + a claim, story, or rumor ในที่นี้ to เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคำ ไม่ได้แสดงการเคลื่อนที่หรือทิศทาง คำถามนี้เปิดโอกาสให้มีเพียงบางส่วนที่เป็นจริงได้

แบบฝึกหัด

เติมกลุ่มคำมาตรฐานที่ใช้ถามว่าข่าวลือมีมูลความจริงหรือไม่: Is there any truth ____ the rumor?

ดูคำตอบ

to

King Arthur,

0:44

กษัตริย์อาเธอร์

as we know him, วลี

0:45

อย่างที่เรารู้จักกัน

is a creation of the later Middle Ages, วัฒนธรรม

0:46

คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายยุคกลาง

วลี

as we know him: ภาพของบุคคลในแบบที่ผู้คนคุ้นเคย

ในที่นี้ as we know him เป็นวลีแทรกที่หมายถึง “ในรูปแบบหรือภาพลักษณ์ที่ผู้คนรู้จักกันในปัจจุบัน” วลีนี้ขยาย King Arthur ในฐานะภาพบุคคลทางวัฒนธรรม ไม่ได้หมายความว่าเรารู้จักเขาเป็นการส่วนตัว โครงสร้าง X as we know him/her/it ใช้แยกรูปแบบปัจจุบันที่ผู้คนคุ้นเคยออกจากรูปแบบที่เก่ากว่าหรือแตกต่างออกไป คำสรรพนามต้องตรงกับ X: ใช้ him กับ Arthur และใช้ it กับสิ่งของหรือสถาบัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคเกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์ as we know him หมายถึงอะไร?

  1. ภาพที่ผู้คนรู้จักกันในปัจจุบัน
  2. คนที่เราเคยพบเป็นการส่วนตัว
  3. ตามสิ่งที่อาเธอร์เองรู้
ดูคำตอบ

ภาพที่ผู้คนรู้จักกันในปัจจุบัน

but his legend actually has its roots in Celtic poetry สำนวน

0:48

แต่แท้จริงแล้วตำนานของเขามีรากฐานมาจากบทกวีเซลติก

วัฒนธรรม

later Middle Ages: ช่วงหลังของยุคกลาง

The Middle Ages คือช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ของยุโรประหว่างยุคโบราณกับยุคสมัยใหม่ ส่วน the later Middle Ages หมายถึงช่วงหลังของยุคนั้น เป็นคำระบุเวลา ไม่ใช่คำอธิบายอายุของบุคคล ในประโยคนี้ คำระบุเวลาดังกล่าวแสดงว่าภาพลักษณ์ของอาเธอร์ที่ผู้คนคุ้นเคยเกิดขึ้นหลังจากรากเหง้าของตำนานในวัฒนธรรมเคลต์ที่เก่าแก่กว่า นักประวัติศาสตร์อาจแบ่งช่วงปีแตกต่างกันได้ วลีนี้จึงใช้บอกช่วงเวลาโดยกว้างมากกว่าปีที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

the later Middle Ages ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. ช่วงวัยกลางคนของบุคคล
  2. ช่วงหลังของยุคกลางในทางประวัติศาสตร์
  3. อายุเฉลี่ยของกลุ่มคน
ดูคำตอบ

ช่วงหลังของยุคกลางในทางประวัติศาสตร์

สำนวน

has its roots in: การสืบย้อนถึงต้นกำเนิด

ในประโยคนี้ has its roots in หมายถึง “มีต้นกำเนิดจาก” หรือ “สืบย้อนกลับไปได้ถึง” คำว่า roots เป็นคำเปรียบเทียบ กล่าวคือบทกวีเคลต์ถูกนำเสนอว่าเป็นแหล่งที่มาในยุคแรกของตำนาน ไม่ได้หมายถึงสถานที่ที่มีรากพืชจริง ๆ โครงสร้างทั่วไปคือ “ประธาน + has/have + its/their roots in + แหล่งกำเนิด” ประธานเอกพจน์ใช้ has its ส่วนประธานพหูพจน์ใช้ have their

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “สืบย้อนกลับไปได้ถึง”: The neighborhood festival ____ a century-old harvest celebration.

ดูคำตอบ

has its roots in

from an earlier time,

0:52

จากยุคที่เก่าแก่กว่านั้น

the Saxon invasions of Britain. วัฒนธรรม

0:54

ในยุคที่ชาวแซกซอนบุกรุกเกาะบริเตน

วัฒนธรรม

Saxon invasions of Britain: ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์

ในวลีนี้ Saxon เป็นชื่อของกลุ่มชนในประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ชื่อของคนคนเดียว ชาวแซกซอนเป็นหนึ่งในหลายกลุ่มชนที่พูดภาษาเยอรมานิกจากยุโรปภาคพื้นทวีป ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานและต่อสู้แย่งชิงดินแดนในบริเตนหลังการปกครองของโรมันสิ้นสุดลง การรุกรานและความขัดแย้งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของฉากหลังที่เชื่อมโยงกับตำนานกษัตริย์อาเธอร์ยุคแรก ซึ่งนักรบฝ่ายป้องกันอาจกลายเป็นวีรบุรุษคนสำคัญ ภูมิหลังนี้ช่วยให้เข้าใจตำนาน แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกเหตุการณ์ในเรื่องเกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในวลี “the Saxon invasions of Britain” คำว่า Saxon หมายถึงอะไร

  1. นักรบคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Saxon
  2. นักเดินทางชาวบริเตนที่เดินทางไปแซกโซนีอย่างสันติ
  3. กลุ่มชนเจอร์แมนิกที่เกี่ยวข้องกับการรุกรานและการตั้งถิ่นฐานในบริเตน
ดูคำตอบ

กลุ่มชนเจอร์แมนิกที่เกี่ยวข้องกับการรุกรานและการตั้งถิ่นฐานในบริเตน

After the Romans left Britain in 410 CE, วัฒนธรรม

0:57

หลังจากชาวโรมันออกจากบริเตนในปีคริสตศักราช 410

วัฒนธรรม

410 CE: การระบุปีในคริสต์ศักราช

ใน 410 CE คำว่า CE ย่อมาจาก Common Era หรือคริสต์ศักราช ดังนั้นวันที่นี้จึงหมายถึงปี ค.ศ. 410 CE ใช้การนับปีแบบเดียวกับ AD และพบได้บ่อยในงานเขียนทางประวัติศาสตร์และวิชาการที่ใช้ถ้อยคำเป็นกลาง โดยปกติ CE จะวางไว้หลังตัวเลขปี ส่วน BCE ซึ่งใช้คู่กันย่อมาจาก Before the Common Era และใช้ระบุปีที่อยู่ก่อนการเริ่มต้นคริสต์ศักราช

แบบฝึกหัด

410 CE ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. องค์กรโรมันที่ชื่อ CE
  2. ปี 410 ก่อนคริสต์ศักราช
  3. ปีคริสต์ศักราช 410
ดูคำตอบ

ปีคริสต์ศักราช 410

Saxon invaders from what's now Germany and Denmark ไวยากรณ์

1:01

ผู้รุกรานชาวแซกซอนจากเยอรมนีและเดนมาร์กในปัจจุบัน

ไวยากรณ์

what's now Germany and Denmark: ใช้ชื่อปัจจุบันระบุสถานที่ในอดีต

What's now Germany and Denmark เป็นรูปย่อของ what is now Germany and Denmark อนุประโยคทั้งหมดอยู่หลัง from และทำหน้าที่เหมือนนามวลี โดยหมายถึง “พื้นที่ที่ปัจจุบันคือเยอรมนีและเดนมาร์ก” ในที่นี้ what ไม่ได้ใช้เพื่อสร้างคำถาม โครงสร้างนี้ใช้ชื่อสถานที่ในปัจจุบันเพื่อบอกตำแหน่งของสถานที่ในอดีต จึงช่วยป้องกันความเข้าใจผิดว่าประเทศและพรมแดนในปัจจุบันมีอยู่ในรูปแบบเดียวกันทุกประการในเวลานั้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อของ what is now เติมคำบรรยายทางประวัติศาสตร์ให้สมบูรณ์: The traders reached ____ southern Spain.

ดูคำตอบ

what's now

quickly capitalized on the vulnerability of the abandoned territory. วลี

1:04

ได้ฉวยโอกาสจากความอ่อนแอของดินแดนที่ถูกทอดทิ้งอย่างรวดเร็ว

วลี

capitalized on the vulnerability: ใช้สถานการณ์ที่เปราะบางเพื่อสร้างความได้เปรียบ

“capitalized on the vulnerability” หมายถึงใช้สถานการณ์ที่อ่อนแอหรือขาดการปกป้องเพื่อสร้างความได้เปรียบ โครงสร้างคือ capitalize on + โอกาส แนวโน้ม สถานการณ์ หรือจุดอ่อน ส่วน capitalized เป็นรูปอดีต ในประโยคนี้ vulnerability หมายถึงดินแดนที่ถูกทิ้งร้างและขาดการป้องกัน วลีนี้แสดงว่ามีผู้สังเกตเห็นจุดอ่อนแล้วรีบใช้ให้เป็นประโยชน์ ไม่ได้เกี่ยวกับตัวอักษรพิมพ์ใหญ่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ capitalize on: The app became popular overnight, and the company ____ the sudden attention.

ดูคำตอบ

capitalized on

The inhabitants of Britain fought fiercely against the invaders วลี

1:09

ชาวบริเตนได้ต่อสู้อย่างดุเดือดกับผู้รุกราน

through several centuries of turmoil. วลี

1:12

ผ่านความวุ่นวายหลายศตวรรษ

วลี

fought fiercely against the invaders: ต่อต้านผู้รุกรานอย่างดุเดือด

“fought fiercely against the invaders” หมายถึงต่อต้านผู้รุกรานด้วยกำลังและความมุ่งมั่นอย่างมาก fought เป็นรูปอดีตของ fight ส่วน fiercely บอกว่าการต่อสู้หรือการต่อต้านนั้นรุนแรงเพียงใด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ fight fiercely against + คู่ต่อสู้หรืออำนาจที่เป็นภัย โดย against นำหน้าสิ่งหรือฝ่ายที่ถูกต่อต้าน ไม่ใช่สถานที่ที่เกิดการต่อสู้ โครงสร้างนี้ใช้ได้ทั้งกับการรบจริงและการต่อสู้เชิงเปรียบเทียบที่เข้มข้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าชาวบ้านต่อต้านกองทัพผู้รุกรานอย่างรุนแรง?

  1. The villagers fought fiercely against the invading army.
  2. The villagers fought fiercely on the battlefield.
  3. The villagers fought fiercely alongside the invading army.
ดูคำตอบ

The villagers fought fiercely against the invading army.

วลี

through several centuries of turmoil: ดำเนินตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน

ในที่นี้ through ใช้นำหน้าช่วงเวลา ไม่ได้หมายถึงเส้นทางที่ผ่านสถานที่ through several centuries of turmoil หมายถึงในระหว่างและตลอดหลายศตวรรษที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย วลีนี้บอกว่าเหตุการณ์หรือสถานการณ์รอบข้างดำเนินอยู่นานเท่าใด ในงานเขียนทางประวัติศาสตร์ through + ช่วงเวลา มักแสดงว่าบางสิ่งดำเนินต่อไป อยู่รอด หรือยังคงเป็นจริงตลอดช่วงเวลานั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ through เพื่อแสดงว่าบางสิ่งดำเนินต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาหนึ่ง

  1. The village kept the festival alive through decades of change.
  2. The hikers walked through the forest before noon.
  3. The museum closes during the winter.
ดูคำตอบ

The village kept the festival alive through decades of change.

There are hardly any written records from this time, วลี

1:15

แทบไม่มีบันทึกลายลักษณ์อักษรใดๆ จากยุคนี้

วลี

hardly any written records: จำนวนที่ใกล้เคียงศูนย์

Hardly any written records หมายความว่าจำนวนบันทึกที่เป็นลายลักษณ์อักษรใกล้เคียงศูนย์มาก วลีนี้ยังเปิดโอกาสว่าอาจมีอยู่เล็กน้อย แต่เน้นว่าบันทึกเหล่านั้นหายากอย่างยิ่ง โครงสร้างคือ hardly any + คำนามนับได้พหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ เช่น hardly any witnesses หรือ hardly any evidence ในที่นี้ hardly เป็นคำวิเศษณ์ที่มีความหมายเชิงปฏิเสธ ไม่ได้แปลว่า “ด้วยความพยายามอย่างมาก” ความหมายนั้นใช้ hard เช่น work hard

แบบฝึกหัด

ใช้ hardly เพื่อบอกว่าปริมาณเกือบเป็นศูนย์: The survey found ____ useful information.

ดูคำตอบ

hardly any

so it's difficult to reconstruct an accurate history. ไวยากรณ์

1:18

จึงเป็นเรื่องยากที่จะสร้างประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องขึ้นมาใหม่ได้

ไวยากรณ์

it's difficult to reconstruct: it ที่เป็นประธานสมมติและ to-infinitive

ในวลี it's difficult to reconstruct คำว่า it เป็นประธานสมมติและไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ การกระทำที่ถูกประเมินว่ายากจริง ๆ คือ to reconstruct an accurate history โครงสร้าง it + be + adjective + to-infinitive ใช้ประเมินการกระทำโดยไม่ต้องระบุก่อนว่าใครเป็นผู้ทำ ในที่นี้ difficult บอกว่างานสร้างขึ้นใหม่มีความยาก ไม่ได้ใช้บรรยายตัวบุคคล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ it เป็นประธานสมมติได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าการกระทำหนึ่งทำได้ยาก

  1. Without reliable records, it is difficult reconstruct the town's early history.
  2. Without reliable records, it is difficult to reconstruct the town's early history.
  3. Without reliable records, it difficult to reconstruct the town's early history.
ดูคำตอบ

Without reliable records, it is difficult to reconstruct the town's early history.

However,

1:21

อย่างไรก็ตาม

surviving poetry from the era

1:22

บทกวีที่หลงเหลือจากยุคนั้น

gives us some clues. ลำดับความ

1:24

ได้ให้เบาะแสบางอย่างแก่เรา

ลำดับความ

gives us some clues: จากหลักฐานไปสู่การอนุมาน

ในประโยคนี้ gives us some clues ช่วยดำเนินคำอธิบายจากแหล่งหลักฐานไปสู่สิ่งที่อนุมานได้จากหลักฐานนั้น บทกวีที่หลงเหลืออยู่เป็นแหล่งข้อมูล ส่วน clues คือข้อมูลชิ้นเล็ก ๆ ที่มีประโยชน์ ไม่ใช่สิ่งของที่ถูกส่งมอบจริง ๆ คำว่า some จำกัดระดับของข้ออ้าง กล่าวคือข้อมูลชี้ไปยังคำตอบ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์ รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อหลักฐานช่วยสนับสนุนขั้นต่อไปของการให้เหตุผล แต่ยังไม่สามารถยุติคำถามได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ gives us some clues อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเชื่อมหลักฐานกับข้อสรุปที่อาจอนุมานได้

  1. The faint footprints give us some clues about where the hikers went.
  2. The faint footprints give some clues us about where the hikers went.
  3. The faint footprints give us a complete answer about where the hikers went.
ดูคำตอบ

The faint footprints give us some clues about where the hikers went.

One of the poems,

1:26

หนึ่งในบทกวีนั้นคือ

The Gododdin,

1:27

The Gododdin

contains the very first reference to Arthur, วลี

1:28

มีการกล่าวถึงอาเธอร์เป็นครั้งแรก

though Arthur himself doesn't actually appear in it. ไวยากรณ์

1:31

แม้ว่าตัวอาเธอร์เองจะไม่ได้ปรากฏในบทกวีนั้นจริงๆ ก็ตาม

วลี

very first reference to Arthur: การกล่าวถึงอาร์เธอร์ครั้งแรกสุด

ในที่นี้ a reference to Arthur หมายถึงการกล่าวถึง Arthur ในข้อความ คำบุพบท to ใช้นำหน้าคนหรือสิ่งที่ถูกกล่าวถึง โดย reference ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “หนังสืออ้างอิง” very ใช้เน้น first ดังนั้น the very first reference จึงหมายถึงการกล่าวถึงที่เก่าแก่ที่สุด พร้อมเน้นว่าเกิดก่อนครั้งอื่นทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้: This newspaper contains the ____ the new subway line.

ดูคำตอบ

very first reference to

ไวยากรณ์

though Arthur himself doesn't actually appear in it: การยอมรับข้อจำกัดเพิ่มเติม

Though ใช้แสดงการยอมรับข้อจำกัด โดยเพิ่มข้อเท็จจริงที่จำกัดหรือขัดกับข้อความก่อนหน้า มีการกล่าวถึงอาร์เธอร์ แต่ตัวบทไม่ได้ให้อาร์เธอร์ปรากฏเป็นตัวละคร ข้อจำกัดนี้ทำให้ข้อความก่อนหน้าแม่นยำขึ้น ไม่ได้ลบล้างข้อความนั้น Himself เน้นว่าหมายถึงตัวอาร์เธอร์เอง ส่วน actually ชี้ให้เห็นความต่างระหว่างสิ่งที่อาจคาดไว้กับข้อเท็จจริง ทั้งสองคำจึงทำให้ข้อจำกัดชัดเจนเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ though เพื่อเพิ่มข้อจำกัดโดยไม่ลบล้างข้อความหลัก?

  1. The guide is helpful, though a few dates may be wrong.
  2. The guide is helpful because every date has been checked.
  3. The guide is useless, so readers should ignore it.
ดูคำตอบ

The guide is helpful, though a few dates may be wrong.

It says a different warrior named Gwawrddur

1:34

บทกวีกล่าวถึงนักรบอีกคนชื่อกวาร์ดดูร์

was skilled at slaying his enemies, วลี

1:37

ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการสังหารศัตรู

วลี

was skilled at slaying: โครงสร้าง be skilled at + -ing

Be skilled at หมายถึง “มีทักษะหรือเก่งในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง” ในที่นี้ was skilled at slaying บอกว่าบุคคลนั้นเก่งมากในการสังหารศัตรู ในโครงสร้าง be skilled at + กิจกรรม คำว่า at เป็นคำบุพบท หากใช้คำกริยาเพื่อบอกกิจกรรม ต้องใช้รูป -ing เช่น skilled at slaying ไม่ใช่ skilled at slay โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับกิจกรรมอย่าง negotiating และ solving problems ได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ solve: Nina is skilled at ____ complex puzzles.

ดูคำตอบ

solving

but was no Arthur. สำนวน

1:40

แต่เขาก็ไม่ใช่อาเธอร์

สำนวน

was no Arthur: be no + ชื่อที่ใช้เป็นมาตรฐานเปรียบเทียบ

ใน was no Arthur คำว่า no ไม่ได้ปฏิเสธชื่อของบุคคลนั้น แต่ใช้ Arthur เป็นมาตรฐานด้านความสามารถในการต่อสู้ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าเขายังไม่เก่งถึงระดับของอาร์เธอร์ โครงสร้าง be no + บุคคลที่มีชื่อเสียง เป็นการเปรียบเทียบแบบสั้น ๆ โดยบอกว่าประธานไม่มีระดับหรือคุณลักษณะเด่นที่เชื่อมโยงกับบุคคลนั้น ผู้ฟังจึงต้องรู้ว่าชื่อนั้นเป็นตัวแทนของอะไร

แบบฝึกหัด

"Maya is talented, but she is no Serena Williams" หมายความว่าอย่างไร?

  1. ชื่อของเธอไม่ใช่เซเรนา วิลเลียมส์
  2. เธอมีพรสวรรค์เพราะเธอไม่รู้จักเซเรนา วิลเลียมส์
  3. เธอมีพรสวรรค์ แต่ยังไม่ถึงระดับของเซเรนา วิลเลียมส์
ดูคำตอบ

เธอมีพรสวรรค์ แต่ยังไม่ถึงระดับของเซเรนา วิลเลียมส์

That's not much to go on, สำนวน

1:41

นั่นอาจจะไม่ใช่ข้อมูลที่มากมายนัก

สำนวน

That's not much to go on: ข้อมูลน้อยเกินกว่าจะใช้ตัดสิน

That's not much to go on หมายความว่าข้อมูลที่มีอยู่น้อยเกินไปจนยังใช้ตัดสินใจอย่างมั่นใจหรือกำหนดขั้นตอนต่อไปไม่ได้ ในที่นี้ that หมายถึงข้อมูลที่กล่าวถึงไปแล้ว ในสำนวนนี้ go on หมายถึง “ใช้เป็นพื้นฐาน” ไม่ได้หมายถึงการเดินหรือเคลื่อนที่ต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเบาะแสที่คลุมเครือเพียงอย่างเดียวยังไม่พอให้ใช้ตัดสิน?

  1. One vague description isn't much to keep talking about.
  2. One vague description isn't much to go on.
  3. One vague description isn't much to walk on.
ดูคำตอบ

One vague description isn't much to go on.

but whoever this Arthur was, ไวยากรณ์

1:43

แต่ไม่ว่าอาเธอร์ผู้นี้จะเป็นใคร

he must have been the gold standard of warriors. โน้ต

1:45

เขาจะต้องเป็นต้นแบบอันยอดเยี่ยมของเหล่านักรบอย่างแน่นอน

ไวยากรณ์

whoever this Arthur was: ไม่รู้ตัวตนแต่ข้อสรุปไม่เปลี่ยน

Whoever this Arthur was หมายถึง “ไม่ว่าอาร์เธอร์คนนี้จะเป็นใคร” ผู้พูดไม่รู้ตัวตนที่แน่ชัดของอาร์เธอร์ แต่ความไม่แน่นอนนั้นไม่ได้เปลี่ยนข้อสรุปที่ตามมา นี่ไม่ใช่คำถามโดยตรง อนุประโยคนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า this Arthur was ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม was this Arthur และทำหน้าที่เป็นกรอบแสดงการยอมรับเงื่อนไขให้แก่ประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดไม่รู้ตัวตนของผู้มาเยือน แต่ข้อสรุปที่ตามมายังคงเป็นจริง?

  1. Who was the visitor who left the door unlocked?
  2. Who the visitor was remains a mystery.
  3. Whoever the visitor was, they left the door unlocked.
ดูคำตอบ

Whoever the visitor was, they left the door unlocked.

ไวยากรณ์

must have been: การอนุมานอย่างมั่นใจเกี่ยวกับอดีต

must have been ใช้แสดงการอนุมานอย่างมั่นใจเกี่ยวกับสภาวะในอดีต โครงสร้างคือ must + have + กริยาช่อง 3 โดย been เป็นกริยาช่อง 3 ของ be ผู้พูดใช้เบาะแสเพื่อสรุปว่าเขาน่าจะเป็นนักรบที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก ในที่นี้ must ไม่ได้แสดงหน้าที่หรือความจำเป็น จึงไม่ได้หมายความว่าเขาถูกบังคับให้ต้องเป็นนักรบเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย must + รูป perfect ของ be เพื่อแสดงการอนุมานอย่างมั่นใจเกี่ยวกับอดีต: The lights were off and the doors were locked. The family ____ asleep.

ดูคำตอบ

must have been

สำนวน

gold standard of warriors: มาตรฐานสูงสุดในหมู่นักรบ

ในที่นี้ the gold standard of warriors เป็นคำเปรียบเทียบ หมายความว่าเขาคือต้นแบบที่ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินนักรบคนอื่น หรือเป็นนักรบที่ยอดเยี่ยมและใกล้เคียงกับอุดมคติ ไม่ได้หมายถึงทองคำจริง ๆ หรือระบบมาตรฐานทองคำในประวัติศาสตร์ โดยทั่วไป the gold standard for/of ... ในสาขาหนึ่งหมายถึงบุคคล วิธีการ หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการมองว่าเป็นเกณฑ์อ้างอิงที่ดีที่สุดหรือน่าเชื่อถือที่สุดในสาขานั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงเกณฑ์อ้างอิงที่ดีที่สุดและน่าเชื่อถือที่สุด: Many doctors regard this screening method as ____.

ดูคำตอบ

the gold standard

Whether he ruled anyone or even lived at all ไวยากรณ์

1:48

ไม่ว่าเขาจะเคยปกครองใครหรือเคยมีชีวิตอยู่จริงหรือไม่

is unfortunately less clear.

1:51

น่าเสียดายที่เรื่องนี้ยังไม่ค่อยชัดเจนนัก

ไวยากรณ์

Whether ... or even ... at all ในฐานะอนุประโยคประธาน

ส่วนที่เน้นไว้ทั้งหมดเป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย whether และทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค whether นำเสนอประเด็นที่ยังไม่มีข้อสรุป ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ he ruled และ he lived ไม่ใช่ did he rule หรือ did he live or even นำเสนอข้อสงสัยที่สองซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานยิ่งกว่า ประเด็นเปลี่ยนจากว่าเขาเคยปกครองใครหรือไม่ ไปเป็นว่าเขาเคยมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ at all เน้นความไม่แน่นอน โดยในที่นี้มีความหมายประมาณว่า “ไม่ว่าในแง่ใดก็ตาม”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอความเป็นไปได้สองข้อที่ยังไม่มีข้อสรุปได้ถูกต้อง และทำให้ข้อสงสัยที่สองเป็นเรื่องพื้นฐานยิ่งกว่า

  1. Whether the animal escaped or even survived remains unknown.
  2. Whether the animal escaped and certainly survived remains unknown.
  3. If did the animal escape or even survive remains unknown.
ดูคำตอบ

Whether the animal escaped or even survived remains unknown.

Despite this uncertainty, ลำดับความ

1:54

แม้จะมีความไม่แน่นอนนี้

ลำดับความ

Despite this uncertainty: การแสดงความขัดแย้งก่อนนามวลี

Despite this uncertainty เป็นคำเชื่อมความที่แสดงการยอมรับข้อจำกัดก่อน โดยยอมรับความไม่แน่นอนที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ แล้วส่งสัญญาณว่าข้อความถัดไปยังคงเป็นจริงหรือควรค่าแก่การกล่าวถึง จึงจัดข้อมูลในรูปแบบ “ข้อจำกัดก่อน แล้วจึงกล่าวประเด็นต่อไป” despite เป็นคำบุพบท ดังนั้นในที่นี้จึงตามด้วยนามวลี this uncertainty คำว่า this รวบรวมคำถามที่ยังไม่มีข้อสรุปก่อนหน้านี้ให้เป็นคำอ้างอิงสั้น ๆ เพียงคำเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ despite ก่อนนามวลีได้ถูกต้อง

  1. Despite of the heavy rain, the game continued.
  2. Despite the heavy rain, the game continued.
  3. Despite it rained heavily, the game continued.
ดูคำตอบ

Despite the heavy rain, the game continued.

references to Arthur caught the attention วลี

1:56

การกล่าวถึงอาเธอร์ได้ดึงดูดความสนใจ

of an aspiring historian

1:58

ของนักประวัติศาสตร์ผู้ทะเยอทะยาน

hundreds of years later.

2:00

ในอีกหลายร้อยปีต่อมา

วลี

caught the attention of an aspiring historian: ทำให้ใครบางคนสังเกตเห็น

ใน caught the attention of an aspiring historian ข้อความเหล่านั้นทำให้นักประวัติศาสตร์สังเกตเห็นหรือเริ่มสนใจข้อความดังกล่าว caught ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการจับสิ่งของจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ something catches/caught the attention of someone สิ่งที่ทำให้เกิดความสนใจเป็นประธาน ส่วนคนที่สังเกตเห็นจะอยู่หลัง of และ caught เป็นรูปอดีตของ catch

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ catch the attention of: The strange light ____ the pilot.

ดูคำตอบ

caught the attention of

In 1130,

2:02

ในปี 1130

Geoffrey of Monmouth

2:03

เจฟฟรีย์แห่งมอนมัธ

was a lowly cleric with grand ambitions. การใช้คำ

2:05

เป็นนักบวชชั้นผู้น้อยผู้มีความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่

การใช้คำ

a lowly cleric with grand ambitions: ความขัดแย้งระหว่างสถานะกับเป้าหมาย

Lowly บรรยายนักบวชว่าเป็นผู้ที่มีสถานะทางสังคมหรือความสำคัญไม่มาก ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นอยู่ในตำแหน่งต่ำทางกายภาพ ส่วน cleric หมายถึงบุคลากรทางศาสนา จึงระบุบทบาททางศาสนาของบุคคลนั้น With grand ambitions เพิ่มแนวคิดที่ตรงกันข้าม กล่าวคือ แม้สถานะปัจจุบันจะไม่สูง แต่เป้าหมายกลับใหญ่มาก การวาง lowly และ grand ไว้ใกล้กันทำให้เกิดความขัดแย้งที่ชัดเจน และสื่อถึงความต้องการก้าวขึ้นไปไกลกว่าสถานะเดิม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ lowly และ grand เพื่อสร้างความขัดแย้งแบบเดียวกันระหว่างสถานะปัจจุบันกับเป้าหมายในอนาคต

  1. She started as a grand assistant with lowly ambitions.
  2. She started as an assistant on a low floor in a grand building.
  3. She started as a lowly assistant with grand ambitions.
ดูคำตอบ

She started as a lowly assistant with grand ambitions.

Using Celtic and Latin sources,

2:09

เขาใช้แหล่งข้อมูลภาษาเซลติกและละติน

he spent years creating a lengthy chronicle ไวยากรณ์

2:11

ใช้เวลาหลายปีในการสร้างพงศาวดารขนาดยาว

ไวยากรณ์

spent years creating: spend + ระยะเวลา + กริยาเติม -ing

ใน spent years creating คำว่า spent เป็นรูปอดีตของ spend, years บอกระยะเวลาที่ใช้ และ creating บอกกิจกรรมที่ทำ โครงสร้าง spend + ระยะเวลา + กริยาเติม -ing หมายถึงใช้ช่วงเวลานั้นทำกิจกรรมหนึ่ง หลังคำบอกเวลา ต้องใช้รูป -ing เช่น spent two hours reading ไม่ใช้ spent two hours to read โครงสร้างนี้ใช้ได้ทั้งกับระยะเวลาที่เจาะจงและคำบอกเวลาแบบกว้าง ๆ เช่น days, months หรือ years

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ prepare: Lena spent three weeks ____ for the science fair.

ดูคำตอบ

preparing

titled The History of the Kings of Britain. วลี

2:13

ที่มีชื่อว่า ประวัติศาสตร์ของกษัตริย์แห่งบริเตน

วลี

titled The History of the Kings of Britain: การบอกชื่อผลงาน

ในที่นี้ titled The History of the Kings of Britain เป็นวลี past participle ที่บอกชื่ออย่างเป็นทางการของบันทึกเหตุการณ์ วลีนี้วางหลังคำนามที่ขยาย และมีความหมายเท่ากับ "which was titled ..." หรือ "with the title ..." ใช้ titled แล้วตามด้วยชื่อโดยตรง เช่น a book titled River of Stars โครงสร้างนี้ไม่เติม as

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ titled เพื่อบอกชื่ออย่างเป็นทางการของผลงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. She published an essay titled as The Future of Cities.
  2. She published an essay was titled The Future of Cities.
  3. She published an essay titled The Future of Cities.
ดูคำตอบ

She published an essay titled The Future of Cities.

The centerpiece of this tome การใช้คำ

2:17

จุดศูนย์กลางของตำราเล่มนี้

was King Arthur.

2:18

ก็คือกษัตริย์อาเธอร์

การใช้คำ

centerpiece of this tome: ศูนย์กลางของหนังสือ

ในที่นี้ centerpiece of this tome หมายถึงหัวข้อที่สำคัญและโดดเด่นที่สุดในหนังสือเล่มใหญ่ที่มีเนื้อหาจริงจังนี้ กษัตริย์อาเธอร์คือศูนย์กลางของงานเขียน ไม่ใช่ของตกแต่งที่เป็นวัตถุ centerpiece ใช้เรียกส่วนสำคัญของสิ่งที่ใหญ่กว่าได้ เช่น นิทรรศการ แผนงาน ข้อโต้แย้ง หรือกิจกรรม ส่วน tome เป็นคำที่เป็นทางการหรือมีน้ำเสียงหยอกล้อมากกว่า book สำหรับหนังสือเล่มใหญ่และมีเนื้อหาหนักแน่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ส่วนที่สำคัญและโดดเด่นที่สุด”: The new library will be ____ the town's renewal plan.

ดูคำตอบ

the centerpiece of

History is a generous term for Geoffrey's account. น้ำเสียง/เจตนา

2:21

คำว่าประวัติศาสตร์ดูจะเป็นคำที่ใจกว้างเกินไปสำหรับบันทึกของเจฟฟรีย์

น้ำเสียง/เจตนา

History is a generous term: คำวิจารณ์แบบนุ่มนวล

History is a generous term ไม่ใช่คำชมเรื่องความใจกว้าง ผู้พูดหมายความว่าการเรียกเรื่องเล่าของเจฟฟรีย์ว่า history นั้นให้คุณค่าเกินกว่าที่ควรได้รับแล้ว เพราะเรื่องเล่านี้ไม่ได้เชื่อถือได้ทั้งหมด รูปแบบ X is a generous term for Y สื่อว่า Y ไม่ได้มีคุณสมบัติถึงมาตรฐานที่ชื่อ X บอกเป็นนัย ถ้อยคำที่ดูสงบทำให้เกิดคำวิจารณ์แบบนุ่มนวลและมักมีความประชดอยู่ด้วย

แบบฝึกหัด

ผู้พูดสื่อความหมายใดใน “History is a generous term for Geoffrey's account”?

  1. เจฟฟรีย์แจกหนังสือประวัติศาสตร์ให้ผู้อื่นฟรี
  2. คำว่า history เป็นคำบรรยายเรื่องเล่าของเจฟฟรีย์ที่เป็นกลางและแม่นยำ
  3. เรื่องเล่าของเจฟฟรีย์ไม่น่าเชื่อถือพอที่จะสมควรได้ชื่อว่าเป็นประวัติศาสตร์อย่างเต็มที่
ดูคำตอบ

เรื่องเล่าของเจฟฟรีย์ไม่น่าเชื่อถือพอที่จะสมควรได้ชื่อว่าเป็นประวัติศาสตร์อย่างเต็มที่

Writing 600 years after the Saxon invasions,

2:24

การเขียนในช่วงเวลา 600 ปีหลังจากการรุกรานของชาวแซกซอน

he cobbled together fragments of myth and poetry กริยาวลี

2:27

เขาได้ปะติดปะต่อชิ้นส่วนของตำนานและบทกวี

to compensate for the almost complete lack of official records. วลี

2:30

เพื่อชดเชยการขาดหายไปของบันทึกทางการที่แทบจะไม่มีเลย

กริยาวลี

cobbled together fragments: ปะติดปะต่อชิ้นส่วนที่กระจัดกระจาย

ในประโยคนี้ cobbled together fragments หมายถึง “นำชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายมาประกอบให้พอใช้งานได้” ชิ้นส่วนเหล่านี้มาจากตำนานและบทกวี และวลีนี้สื่อว่าแหล่งข้อมูลมีจำกัด ผลลัพธ์จึงอาจไม่เป็นระบบอย่างสมบูรณ์ โครงสร้างคือ cobble together + กรรม ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยใช้บรรยายการทำรายงาน แผน เรื่องราว หรือสิ่งของจากวัสดุที่ไม่สมบูรณ์เท่าที่มีอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ cobble together: The team ____ a working radio from spare parts.

ดูคำตอบ

cobbled together

วลี

compensate for the almost complete lack of official records: ชดเชยการแทบไม่มีบันทึกทางการ

Compensate for หมายถึง “ลดหรือถ่วงดุลผลกระทบจากปัญหา ความสูญเสีย หรือจุดอ่อน” ในที่นี้ ปัญหาที่อยู่หลัง for คือการแทบไม่มีบันทึกทางการ ส่วนการใช้เศษเสี้ยวจากตำนานและบทกวีเป็นความพยายามเติมเต็มช่องว่างนั้น รูป infinitive คือ to compensate for ใช้บอกจุดประสงค์ Almost complete lack หมายถึงมีบันทึกอยู่น้อยมาก แต่ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าไม่มีเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย compensate และคำบุพบทที่จำเป็น: Extra digital materials can ____ the shortage of textbooks.

ดูคำตอบ

compensate for

A few of his sources contained mentions of Arthur ลำดับความ

2:34

แหล่งข้อมูลบางส่วนของเขามีการกล่าวถึงอาเธอร์

and some others were realistic accounts of battles and places,

2:37

และบางส่วนก็เป็นบันทึกที่สมจริงเกี่ยวกับสถานที่และการต่อสู้

but many featured mythic heroes

2:40

แต่หลายเรื่องก็มีวีรบุรุษในตำนาน

fighting long odds with the help of magical swords and sorcery. สำนวน

2:42

ที่ต่อสู้กับอุปสรรคอันยากลำบากด้วยความช่วยเหลือจากดาบวิเศษและเวทมนตร์

ลำดับความ

A few ... some others ... but many: การแบ่งกลุ่มและการเปรียบต่าง

สำนวนเหล่านี้แบ่งแหล่งข้อมูลออกเป็นสามกลุ่มตามปริมาณ ได้แก่ แหล่งข้อมูลจำนวนน้อยที่กล่าวถึงอาร์เธอร์ อีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นบันทึกสมจริง และแหล่งข้อมูลจำนวนมากที่มีเรื่องราวในตำนาน การเรียบเรียงนี้ไม่ได้บอกว่าแต่ละกลุ่มมีจำนวนเท่ากันหรือน่าเชื่อถือในฐานะหลักฐานเท่ากัน คำเชื่อม but นำเสนอกลุ่มที่สามโดยให้ขัดแย้งกับเนื้อหาก่อนหน้าที่ดูเป็นประวัติศาสตร์มากกว่า การวาง but many ไว้ท้ายประโยคเน้นว่าเนื้อหาในตำนานปรากฏในแหล่งข้อมูลจำนวนมากพอสมควร แต่ many เพียงคำเดียวไม่ได้หมายถึง most หรือ “ส่วนใหญ่”

แบบฝึกหัด

A few ... some others ... but many ... ทำหน้าที่อะไรในประโยคเดิม?

  1. เรียงเหตุการณ์สามเหตุการณ์ตามลำดับที่เกิดขึ้น
  2. แบ่งแหล่งข้อมูลเป็นกลุ่มและเน้นว่ามีกลุ่มใหญ่ที่เป็นเรื่องในตำนาน
  3. บอกว่าแหล่งข้อมูลทุกแห่งมีข้อมูลชนิดเดียวกัน
ดูคำตอบ

แบ่งแหล่งข้อมูลเป็นกลุ่มและเน้นว่ามีกลุ่มใหญ่ที่เป็นเรื่องในตำนาน

สำนวน

fighting long odds: ยังต่อสู้แม้มีโอกาสสำเร็จต่ำ

ในที่นี้ odds หมายถึงโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ Long odds คือโอกาสที่ไม่เป็นใจ กล่าวคือยังอาจสำเร็จได้ แต่มีความเป็นไปได้น้อย ดังนั้น fighting long odds จึงแสดงให้เห็นว่าวีรบุรุษยังคงต่อสู้ในสถานการณ์ที่มีโอกาสชนะน้อยมาก สำนวนนี้กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่บุคคลหนึ่งต้องเผชิญ ไม่ได้หมายถึงเลขคี่ และไม่ได้บอกว่าจะล้มเหลวอย่างแน่นอน ประเด็นสำคัญคืออยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างมาก

แบบฝึกหัด

fighting long odds ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร: The small team is fighting long odds to reach the final?

  1. พวกเขายังคงพยายามต่อ แม้โอกาสสำเร็จจะต่ำ
  2. พวกเขากำลังนับเลขคี่ก่อนการแข่งขัน
  3. คาดว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย
ดูคำตอบ

พวกเขายังคงพยายามต่อ แม้โอกาสสำเร็จจะต่ำ

Geoffrey blended them all. การใช้คำ

2:47

เจฟฟรีย์นำเรื่องราวทั้งหมดมาผสมผสานกัน

การใช้คำ

blended them: ผสมผสานแหล่งข้อมูลให้เป็นหนึ่งเดียว

ใน Geoffrey blended them all คำว่า blended them หมายถึงเจฟฟรีย์นำแหล่งข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้มาผสมผสานกัน จนองค์ประกอบต่าง ๆ กลายเป็นเรื่องเล่าใหม่เรื่องเดียว them หมายถึงแหล่งข้อมูลเหล่านั้น ส่วน all แสดงว่ารวมทั้งหมดโดยไม่ขาดสิ่งใด Blend เน้นการผสมผสานให้เป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่แค่วางสิ่งต่าง ๆ ไว้ข้างกัน โครงสร้าง blend A with B สามารถนำไปใช้พูดถึงการผสมวัตถุดิบ รูปแบบ แนวคิด หรือองค์ประกอบอื่น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ารูปแบบสองแบบถูกผสมผสานเป็นงานออกแบบเดียว?

  1. The artist blended folk patterns with modern shapes.
  2. The artist displayed folk patterns beside modern shapes.
  3. The artist separated folk patterns from modern shapes.
ดูคำตอบ

The artist blended folk patterns with modern shapes.

A magical sword called Caledfwlch ไวยากรณ์

2:49

ดาบวิเศษที่ชื่อว่า คาเลดฟูลช์

and a Roman fortress called Caerleon

2:51

และป้อมปราการโรมันที่เรียกว่า คาร์ลีออน

ไวยากรณ์

called Caledfwlch ... called Caerleon: บอกชื่อไว้หลังคำนาม

ใน a magical sword called Caledfwlch วลี called Caledfwlch อยู่หลัง sword และบอกชื่อของดาบ ในทำนองเดียวกัน called Caerleon อยู่หลัง fortress และบอกชื่อของป้อมปราการ called ในที่นี้หมายถึง “มีชื่อว่า” ไม่ใช่ “โทรศัพท์หา” รูปนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ย่อให้สั้นลง เช่น a sword that was called Caledfwlch โครงสร้าง noun + called + name เป็นวิธีกระชับในการแนะนำชื่อของบุคคล สถานที่ หรือสิ่งของ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแนะนำ Greenford ว่าเป็นชื่อของหมู่บ้านได้ถูกต้อง?

  1. They visited a village called Greenford.
  2. They visited a village called to Greenford.
  3. They visited a called village Greenford.
ดูคำตอบ

They visited a village called Greenford.

appeared in his source material.

2:53

ได้ปรากฏอยู่ในแหล่งข้อมูลของเขา

So Geoffrey's Arthur ruled from Caerleon

2:55

ดังนั้นอาเธอร์ของเจฟฟรีย์จึงปกครองจากคาร์ลีออน

and wielded Caliburnus, การใช้คำ

2:58

และกวัดแกว่งดาบคาลิเบอร์นัส

the Latin translation of Caledfwlch. วลี

3:00

ซึ่งเป็นคำแปลภาษาละตินของคำว่าคาเลดฟูลช์

การใช้คำ

wielded Caliburnus: ควบคุมและใช้อาวุธอย่างแข็งขัน

ใน wielded Caliburnus คำว่า wielded เป็นรูปอดีตของ wield เนื่องจาก Caliburnus เป็นดาบ ตรงนี้จึงหมายถึงอาเธอร์ควบคุมและใช้อาวุธนั้นด้วยตนเอง และมักชวนให้นึกถึงการกวัดแกว่งดาบหรือใช้ดาบต่อสู้ Wield ให้ภาพชัดกว่า use และเหมาะกับการเล่าเรื่องแบบวีรบุรุษหรือมหากาพย์ คำนี้ยังใช้เชิงเปรียบเทียบได้ใน wield power หรือ wield influence หมายถึงใช้อำนาจหรืออิทธิพลอย่างมีประสิทธิผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ wielded ได้เป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่ามีการควบคุมอาวุธอย่างแข็งขัน

  1. Maya wielded a sandwich during lunch.
  2. The guard wielded a baton as he approached the gate.
  3. Leo wielded the password to open his account.
ดูคำตอบ

The guard wielded a baton as he approached the gate.

วลี

the Latin translation of Caledfwlch: translation of + เนื้อหาต้นฉบับ

ใน the Latin translation of Caledfwlch คำว่า Latin ระบุภาษาของรูปแบบใหม่ ส่วน of Caledfwlch ระบุชื่อเดิม วลีนี้หมายถึง “รูปแบบภาษาละตินของชื่อ Caledfwlch” โครงสร้าง the [language] translation of X ใช้กล่าวถึงคำแปลของข้อความ ชื่อเรื่อง วลี หรือชื่อได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับเอกสารทั้งฉบับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำนาม translation และบุพบทที่ใช้แนะนำเนื้อหาต้นฉบับ: This is the Spanish ____ the title.

ดูคำตอบ

translation of

Geoffrey even added a wise counselor named Merlin,

3:03

เจฟฟรีย์ยังได้เพิ่มที่ปรึกษาผู้ชาญฉลาดชื่อเมอร์ลิน

based on the Celtic bard Myrrdin, วลี

3:06

ซึ่งอิงจาก เมอร์ดดิน กวีชาวเซลติก

to Arthur's story.

3:08

ลงไปในเรื่องราวของอาเธอร์ด้วย

วลี

based on the Celtic bard Myrrdin: บอกแหล่งที่มาหรือต้นแบบ

ในอนุประโยคแบบย่อ based on the Celtic bard Myrrdin วลี based on ชี้ถึงบุคคลในอดีตที่ถูกใช้เป็นแหล่งที่มาหรือต้นแบบของเมอร์ลิน รูปนี้ย่อมาจาก who was based on ... และขยายที่ปรึกษาชื่อ Merlin ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be based on + แหล่งที่มา ตัวละคร เรื่องราว ข้อกล่าวอ้าง หรือการตัดสินใจอาจอิงจากบุคคล เหตุการณ์ ข้อความ หรือหลักฐานก็ได้ ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่าง ดังนั้น based on จึงไม่ได้หมายถึงสำเนาที่เหมือนกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: The new series is ____ a popular graphic novel.

ดูคำตอบ

based on

If Arthur did live, ไวยากรณ์

3:10

หากอาเธอร์มีชีวิตอยู่จริง

he would likely have been a military leader, ไวยากรณ์

3:12

เขาก็น่าจะเป็นผู้นำทางทหาร

ไวยากรณ์

would likely have been: สภาพที่น่าจะเป็นจริงในอดีตตามสมมติ

would likely have been เป็นการใช้ would ร่วมกับรูป infinitive สมบูรณ์ have been โดยนำเสนอการเป็นผู้นำทางทหารว่าเป็นสภาพในอดีตที่มีความเป็นไปได้สูง ไม่ใช่บทบาทในอนาคต would ทำให้ข้อสรุปนี้อยู่ภายใต้การสมมติที่กล่าวไว้หรือแฝงอยู่ ส่วน likely แสดงว่ามีความเป็นไปได้สูงแต่ไม่แน่นอน โครงสร้างนี้เหมาะกับการใช้หลักฐานที่ไม่สมบูรณ์เพื่อประเมินว่า ภายใต้เงื่อนไขนั้น คนหรือสิ่งหนึ่งน่าจะมีสถานะอย่างไรในอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างระมัดระวังถึงสภาพในอดีตที่น่าจะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ไม่เป็นจริง

  1. If the heater had failed, the cabin would likely have been cold last night.
  2. If the heater had failed, the cabin would likely be cold last night.
  3. If the heater had failed, the cabin will likely have been cold last night.
ดูคำตอบ

If the heater had failed, the cabin would likely have been cold last night.

but a castle-bound king better fit Geoffrey's regal history. โน้ต

3:14

แต่กษัตริย์ที่ประทับในปราสาทนั้นเหมาะกับประวัติศาสตร์อันสง่างามของเจฟฟรีย์มากกว่า

ไวยากรณ์

If Arthur did live: did ที่ใช้เน้นในเงื่อนไขอดีต

ใน If Arthur did live คำว่า did ใช้เพื่อเน้น โดยเพิ่มความหมายว่า “จริง ๆ” หรือ “อย่างแท้จริง” ให้กับ live นี่คือโครงสร้างเน้นในประโยคบอกเล่า do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น live จึงคงรูปพื้นฐานหลัง did อนุประโยค if ทั้งหมดยังคงเสนอว่าการมีตัวตนของอาร์เธอร์เป็นเรื่องไม่แน่นอน การเน้นทำให้ความเป็นไปได้ว่า “ถ้าเขาเคยมีตัวตนอยู่จริง” เด่นขึ้น แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเขามีตัวตนจริง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ do ที่ทำหน้าที่เน้นเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: If the alarm ____ ring last night, a camera may have recorded it.

ดูคำตอบ

did

การใช้คำ

a castle-bound king: กษัตริย์ที่ถูกกำหนดโดยชีวิตในปราสาท

castle-bound เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางไว้หน้า king ในบริบทนี้ คำนี้นำเสนอกษัตริย์ว่าเป็นผู้ที่ถูกจินตนาการให้อยู่ภายในขอบเขตของชีวิตในปราสาท หรือมีภาพลักษณ์ที่ถูกกำหนดโดยชีวิตเช่นนั้น ซึ่งต่างจากผู้นำทางทหารที่เดินทางไปตามที่ต่าง ๆ bound ตรงนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ากษัตริย์ถูกเชือกมัดจริง ๆ ในคำประสมรูป “คำนาม + -bound” คำนามอาจบอกสถานที่หรือสภาพที่จำกัดบุคคล และเครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่าสองคำนี้ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำขยายเดียวหน้าคำนาม

แบบฝึกหัด

a castle-bound king ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. กษัตริย์ที่ถูกนำเสนอว่าถูกจำกัดหรือถูกกำหนดโดยชีวิตในปราสาท
  2. กษัตริย์ที่กำลังเดินทางไปยังปราสาทในขณะนั้น
  3. กษัตริย์ที่ถูกมัดติดกับกำแพงปราสาทจริง ๆ
ดูคำตอบ

กษัตริย์ที่ถูกนำเสนอว่าถูกจำกัดหรือถูกกำหนดโดยชีวิตในปราสาท

วลี

better fit Geoffrey's regal history: fit ในความหมายว่าเหมาะกับจุดประสงค์

ในประโยคนี้ better fit หมายถึง “เหมาะกว่า” หรือ “เข้ากันได้มากกว่า” fit เป็นคำกริยาที่พูดถึงความเหมาะสม ไม่ใช่ขนาดเสื้อผ้า ภาพของกษัตริย์ที่มีชีวิตผูกติดกับปราสาทเหมาะกับประวัติศาสตร์ราชวงศ์แบบที่ Geoffrey ต้องการเขียนมากกว่า better เปรียบเทียบภาพกษัตริย์แบบนี้กับอีกแบบหนึ่งที่เป็นไปได้ เนื่องจากประโยคพูดถึงอดีต fit จึงเป็นรูปอดีต โดยรูปพื้นฐานและรูปอดีตเขียนเหมือนกัน แต่รูปปัจจุบันสำหรับประธานเอกพจน์บุรุษที่สามคือ fits

แบบฝึกหัด

ใช้วลีรูปอดีต better fit เติมประโยคให้สมบูรณ์: In the first draft, the darker ending ____ the mystery's tone than the cheerful ending did.

ดูคำตอบ

better fit

Geoffrey's chronicle got the attention he'd hoped for วลี

3:19

พงศาวดารของเจฟฟรีย์ได้รับความสนใจตามที่เขาหวังไว้

วลี

got the attention he'd hoped for: ได้รับความสนใจที่ต้องการและละคำเชื่อมสัมพันธ์

Got the attention he'd hoped for หมายถึง “ได้รับหรือดึงดูดความสนใจที่เขาต้องการ” ในที่นี้ attention คือสิ่งที่ Geoffrey ต้องการให้บันทึกพงศาวดารของเขาได้รับ วลีนี้ไม่ได้บอกว่าความสนใจทุกแบบเป็นเรื่องดี แต่ความสนใจเฉพาะนี้เป็นสิ่งที่เขาต้องการ He'd hoped for ขยาย attention รูปเต็มคือ the attention that he had hoped for โดยละ that ไว้ he'd หมายถึง he had และ for อยู่ท้ายวลีเพราะคำกริยาที่ใช้เป็นชุดคือ hope for something

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าโปสเตอร์ได้รับความสนใจอย่างที่ผู้ออกแบบต้องการ?

  1. The poster got the attention its designers had hoped for.
  2. The poster got the attention its designers had hoped.
  3. The poster paid attention its designers had hoped for.
ดูคำตอบ

The poster got the attention its designers had hoped for.

and was soon translated from Latin ไวยากรณ์

3:21

และในไม่ช้าก็ถูกแปลจากภาษาละติน

into French by the poet Wace around 1155 CE.

3:23

เป็นภาษาฝรั่งเศสโดยกวีชื่อ เวซ ราวปีคริสตศักราช 1155

ไวยากรณ์

was soon translated from Latin into French: แปลจากภาษาละตินเป็นภาษาฝรั่งเศส

was soon translated เป็นรูปประโยคถูกกระทำ โดยตัวบทเป็นสิ่งที่ได้รับการแปล ส่วนผู้แปลสามารถระบุด้วย by ได้ คำว่า soon เสริมว่าการแปลเกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน โครงสร้าง translate something from A into B แสดงทิศทางของการแปล from ระบุภาษาต้นทาง และ into ระบุภาษาปลายทาง เมื่อใช้รูปประโยคถูกกระทำจะเป็น something was translated from A into B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างอดีตแบบถูกกระทำ was translated from A into B กับภาษาที่กำหนด ต้นทาง: Spanish ปลายทาง: English The handbook ____.

ดูคำตอบ

was translated from Spanish into English

Wace added another centerpiece of Arthurian lore การใช้คำ

3:28

เวซได้เพิ่มจุดเด่นอีกอย่างของตำนานอาเธอร์

to Geoffrey's sword, castle, and wizard,

3:31

เข้ากับดาบ ปราสาท และพ่อมดของเจฟฟรีย์

the Round Table.

3:34

นั่นคือ โต๊ะกลม

การใช้คำ

Arthurian lore: ตำนานและความรู้เกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์

คำคุณศัพท์ Arthurian หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกษัตริย์อาเธอร์ ส่วน Lore คือเรื่องเล่า ความเชื่อ และความรู้เบื้องหลังแบบดั้งเดิมที่รวบรวมเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง ดังนั้น Arthurian lore จึงหมายถึงกลุ่มตำนานทั้งหมดเกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์ ไม่ใช่เพียงเรื่องเดียว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจัดให้โต๊ะกลมเป็นส่วนหนึ่งของขนบตำนานที่ผู้คนรู้จักร่วมกัน

แบบฝึกหัด

Arthurian lore ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. เรื่องสมัยใหม่เรื่องเดียวเกี่ยวกับกษัตริย์ชื่ออาเธอร์
  2. เรื่องเล่าและความรู้ดั้งเดิมที่เกี่ยวข้องกับกษัตริย์อาเธอร์
  3. บันทึกทางการที่ผ่านการตรวจสอบเกี่ยวกับรัชสมัยของกษัตริย์อาเธอร์
ดูคำตอบ

เรื่องเล่าและความรู้ดั้งเดิมที่เกี่ยวข้องกับกษัตริย์อาเธอร์

He wrote that Arthur had the table constructed ไวยากรณ์

3:35

เขาเขียนว่าอาเธอร์สั่งให้สร้างโต๊ะนี้ขึ้นมา

so that all the guests in his court ไวยากรณ์

3:38

เพื่อให้แขกทุกคนในราชสำนักของเขา

would be equally placed,

3:40

ได้รับตำแหน่งที่เท่าเทียมกัน

ไวยากรณ์

had the table constructed: have + กรรม + กริยาช่อง 3

โครงสร้าง have + กรรม + กริยาช่อง 3 หมายถึงประธานจัดให้คนอื่นทำบางอย่างกับกรรมนั้น ใน had the table constructed อาเธอร์จัดให้มีการสร้างโต๊ะขึ้น แต่ถ้อยคำนี้ไม่ได้บอกว่าเขาสร้างโต๊ะด้วยตนเอง กาลจะแสดงที่ have โดย had บอกว่าการจัดการเกิดขึ้นในอดีต กรรม the table ตามด้วย constructed เพราะโต๊ะเป็นสิ่งที่รับการกระทำ โครงสร้างนี้พบได้บ่อยเมื่อว่าจ้างงานหรือใช้บริการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ have + the car + repaired เพื่อแสดงว่า Maya จัดให้มีการซ่อม: After the accident, Maya ____ before driving home.

ดูคำตอบ

had the car repaired

ไวยากรณ์

so that ... would be equally placed: การบอกจุดประสงค์

ในที่นี้ so that นำเข้าสู่จุดประสงค์ของการออกแบบโต๊ะ คือโต๊ะถูกสร้างในลักษณะนี้เพื่อให้แขกทุกคนมีตำแหน่งที่เท่าเทียมกัน ในแนวคิดเรื่องโต๊ะกลม ตำแหน่งที่เท่าเทียมยังสื่อถึงสถานะที่เท่าเทียมด้วย อนุประโยคนี้ไม่ได้เพียงรายงานผลที่เกิดขึ้นภายหลัง Would แสดงการจัดวางที่ตั้งใจไว้จากมุมมองในอดีต ส่วน be placed เป็นรูปถูกกระทำเพราะแขกเป็นฝ่ายได้รับการจัดตำแหน่ง

แบบฝึกหัด

ใน “They arranged the seats so that every guest would have the same amount of space,” อนุประโยค so that ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. ระบุว่าใครเป็นผู้จัดที่นั่ง
  2. บอกว่าพื้นที่เท่ากันอยู่แล้วก่อนจัดที่นั่ง
  3. บอกจุดประสงค์ของการจัดที่นั่ง
ดูคำตอบ

บอกจุดประสงค์ของการจัดที่นั่ง

none could boast that he had the highest position at the table. น้ำเสียง/เจตนา

3:41

จะไม่มีใครสามารถโอ้อวดได้ว่าตนมีตำแหน่งสูงสุดที่โต๊ะ

น้ำเสียง/เจตนา

none could boast: ไม่มีใครโอ้อวดได้ว่าตนเหนือกว่าคนอื่น

ใน none could boast คำว่า none หมายถึง “ไม่มีแม้แต่คนเดียว” และ could boast หมายถึง “สามารถกล่าวอ้างอย่างภาคภูมิใจได้” boast มีน้ำหนักมากกว่า say เพราะสื่อถึงการเน้นสิ่งที่ทำให้ตนดูโดดเด่นอย่างเปิดเผย และอาจฟังเหมือนเป็นการตำหนิได้ สิ่งที่จะนำมาโอ้อวดในที่นี้คือการมีตำแหน่งสูงสุดที่โต๊ะ เนื่องจากไม่มีใครมีสิทธิพิเศษนั้น วลีนี้จึงแสดงว่าไม่มีใครใช้ที่นั่งของตนเพื่อวางตัวว่าสำคัญกว่าคนอื่นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ boast ในความหมายว่าโอ้อวดสถานะที่สูงกว่าอย่างภาคภูมิใจ

  1. Leo said that the front-row seat was near the door.
  2. Leo asked whether the front-row seat was available.
  3. Leo boasted that his front-row seat proved he was the most important guest.
ดูคำตอบ

Leo boasted that his front-row seat proved he was the most important guest.

After reading Wace's translation, ไวยากรณ์

3:46

หลังจากอ่านคำแปลของเวซแล้ว

ไวยากรณ์

After reading Wace's translation: after + -ing สำหรับการกระทำที่เกิดก่อน

After reading Wace's translation เป็นวลีบอกเวลาที่ใช้โครงสร้าง after + -ing โดยวางการอ่านไว้ก่อนการกระทำในประโยคหลัก กล่าวคือ คนหนึ่งอ่านงานแปลก่อน แล้วคนคนเดียวกันจึงทำสิ่งที่ประโยคหลักกล่าวถึง วลีนี้ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ตามลำพัง แต่ทำหน้าที่กำหนดเวลาให้ประโยคหลัก ผู้ที่ทำกริยา reading ซึ่งเข้าใจกันโดยนัยควรเป็นประธานของประโยคหลักตามปกติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ after + -ing ถูกต้อง โดยคนคนเดียวกันเป็นผู้ทำทั้งสองการกระทำ

  1. After reading the report, the meeting started at noon.
  2. After read the report, Maya discussed it with her team.
  3. After reading the report, Maya discussed it with her team.
ดูคำตอบ

After reading the report, Maya discussed it with her team.

another French poet,

3:48

กวีชาวฝรั่งเศสอีกคนหนึ่ง

Chrétien de Troyes,

3:49

เครเตียง เดอ ทรัวส์

wrote a series of romances

3:51

ได้เขียนเรื่องราวโรแมนติกชุดหนึ่ง

that catapulted Arthur's story to fame. สำนวน

3:52

ที่ผลักดันให้เรื่องราวของอาเธอร์โด่งดังขึ้นไปอีก

สำนวน

catapulted Arthur's story to fame: ทำให้มีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว

ในที่นี้ catapulted Arthur's story to fame หมายถึง “ทำให้เรื่องราวของอาเธอร์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและรวดเร็วมาก” เดิมที catapult หมายถึงการเหวี่ยงหรือยิงสิ่งหนึ่งออกไปอย่างแรง คำกริยานี้จึงสร้างภาพของชื่อเสียงที่พุ่งขึ้นอย่างฉับพลันและทรงพลัง ไม่ได้หมายถึงการยิงออกไปจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ catapult + คนหรือสิ่งของ + to fame โดยประธานบอกว่าอะไรเป็นสาเหตุให้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง catapult + คน + to fame: Last year, the breakthrough role ____ the actor ____.

ดูคำตอบ

catapulted · to fame

He introduced tales of individual knights

3:55

เขาได้นำเสนอเรื่องราวของอัศวินแต่ละคน

like Lancelot and Gawain

3:58

อย่างแลนสล็อตและกาเวน

and mixed elements of romance in with adventures. กริยาวลี

4:00

และผสมผสานองค์ประกอบความโรแมนติกเข้ากับการผจญภัย

กริยาวลี

mixed ... in with ...: เติมองค์ประกอบหนึ่งลงในอีกสิ่งหนึ่ง

Mix A in with B หมายถึง “เติม A ลงใน B แล้วผสมเข้าด้วยกัน” ในประโยคนี้ elements of romance หมายถึงองค์ประกอบของความรักหรือเรื่องเล่าอัศวินยุคกลาง และองค์ประกอบเหล่านั้นถูกเติมเข้าไปในเรื่องผจญภัย In แสดงการนำเข้าไปในส่วนรวมที่ใหญ่กว่า ส่วน with นำเสนอสิ่งที่ A ถูกนำไปผสมด้วย โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ mix + A + in with + B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย mix A in with B: Mix the chopped herbs ____ the rice.

ดูคำตอบ

in with

He conceived Arthur,

4:03

เขาสร้างเรื่องราวความรักระหว่างอาเธอร์,

Lancelot, and Guinevere's love triangle. การใช้คำ

4:05

แลนสล็อต และกวินิเวียร์ขึ้นมา

การใช้คำ

love triangle: ความขัดแย้งด้านความรักระหว่างสามคน

love triangle คือรูปแบบความสัมพันธ์ที่มีคนสามคนเกี่ยวข้องกัน โดยความสนใจหรือความสัมพันธ์ด้านความรักของพวกเขาทับซ้อนหรือขัดแย้งกัน คำว่า triangle ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ใช่รูปทรงเรขาคณิต ในประโยคนี้ คำดังกล่าวหมายถึงความสัมพันธ์รักที่ซับซ้อนระหว่างอาเธอร์ แลนสล็อต และกวินิเวียร์ สำนวนนี้ใช้ระบุรูปแบบเนื้อเรื่องเดียวกันในเรื่องแต่งหรือการพูดถึงความสัมพันธ์ในชีวิตจริงได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ love triangle ในความหมายเชิงเปรียบเทียบตามปกติ

  1. The geometry book explains how to draw a love triangle.
  2. The three teammates form a love triangle because they train together.
  3. The novel follows a love triangle among three childhood friends.
ดูคำตอบ

The novel follows a love triangle among three childhood friends.

In addition to interpersonal intrigue, ลำดับความ

4:08

นอกเหนือจากความขัดแย้งระหว่างบุคคลแล้ว

he also introduced the Holy Grail. วัฒนธรรม

4:10

เขายังได้นำเสนอจอกศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย

ลำดับความ

In addition to X: การเพิ่มข้อมูลอีกหนึ่งอย่าง

In addition to X กล่าวถึงสิ่งที่มีอยู่แล้วก่อน แล้วเตรียมให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านรับข้อมูลอีกอย่างหนึ่ง ในประโยคนี้ interpersonal intrigue เป็นองค์ประกอบแรก ส่วนประโยคหลักเพิ่ม the Holy Grail เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่ง to ในโครงสร้างนี้เป็นคำบุพบท ดังนั้น X ต้องเป็นนามวลี คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น in addition to the cost, in addition to that, in addition to waiting สามารถใช้ also ในประโยคหลักเพื่อเน้นได้ แต่ in addition to มีความหมายว่าเพิ่มข้อมูลอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำจากบทเรียนที่ใช้เพิ่มกิจกรรมอีกอย่างหนึ่ง: ____ teaching, Maya writes children's books.

ดูคำตอบ

In addition to

วัฒนธรรม

the Holy Grail: วัตถุศักดิ์สิทธิ์เฉพาะในตำนานกษัตริย์อาเธอร์

the Holy Grail คือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่มีลักษณะเฉพาะในตำนานกษัตริย์อาเธอร์ ไม่ใช่คำภาษาอังกฤษทั่วไปที่ใช้เรียกถ้วยธรรมดา ตำนานรุ่นหลังเพิ่มความหมายทางคริสต์ศาสนาให้สิ่งนี้ เชื่อมโยงกับการตรึงพระเยซูบนไม้กางเขน และมองว่าเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังพิเศษ ภูมิหลังนี้ช่วยให้เข้าใจการกล่าวถึง Grail ว่าเป็น relic ในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the Holy Grail หมายถึงอะไร

  1. วัตถุศักดิ์สิทธิ์ชิ้นหนึ่งในตำนานกษัตริย์อาเธอร์
  2. ถ้วยใด ๆ ที่ใช้ในพิธีทางศาสนา
  3. รูปแบบหนึ่งของถ้วยดื่มน้ำที่มีลวดลายประดับ
ดูคำตอบ

วัตถุศักดิ์สิทธิ์ชิ้นหนึ่งในตำนานกษัตริย์อาเธอร์

Chrétien probably based his Grail's powers วลี

4:14

เครเตียงน่าจะอิงพลังของจอกศักดิ์สิทธิ์ของเขา

on magical objects in Celtic mythology.

4:17

จากวัตถุเวทมนตร์ในตำนานเซลติก

วลี

base A on B: กำหนดพลังของจอกศักดิ์สิทธิ์โดยอิงจากสิ่งของวิเศษ

base A on B หมายถึงใช้ B เป็นพื้นฐาน หลักฐาน หรือต้นแบบของ A ในประโยคนี้ A คือ his Grail's powers และ B คือ magical objects in Celtic mythology กล่าวคือ Chrétien อาจใช้สิ่งของเหล่านั้นเป็นต้นแบบของพลังที่เขามอบให้จอกศักดิ์สิทธิ์ของตน โครงสร้างประธานเป็นผู้กระทำคือ someone bases A on B ส่วนโครงสร้างถูกกระทำคือ A is based on B โดยแหล่งที่มายังคงตามหลัง on

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ base A on B: The designer ____ the hero ____ a famous athlete.

ดูคำตอบ

based · on

He lived in the middle of the Crusades วัฒนธรรม

4:21

เขามีชีวิตอยู่ในช่วงกลางของสงครามครูเสด

วัฒนธรรม

in the middle of the Crusades: ระบุช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์

สงครามครูเสดเป็นชุดการรณรงค์ทางศาสนาและการทหารในยุคกลาง ซึ่งเกี่ยวข้องกับอำนาจจากยุโรปคริสเตียนและภูมิภาคตะวันออกกลาง วลีนี้วางช่วงชีวิตของเขาไว้ในบริบททางประวัติศาสตร์ดังกล่าว และช่วยอธิบายความสนใจทางศาสนาที่เข้มข้นของยุคนั้น ในที่นี้ in the middle of หมายถึงมีชีวิตอยู่ในช่วงที่สงครามครูเสดกำลังเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเขาอยู่ตรงกึ่งกลางของช่วงเวลานั้นอย่างแม่นยำ

แบบฝึกหัด

in the middle of the Crusades ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. วลีนี้บอกว่าเขาเป็นผู้นำการรณรงค์สมัยใหม่เพื่อเป้าหมายบางอย่าง
  2. วลีนี้บอกว่าเขายืนอยู่ตรงกลางสนามรบ
  3. วลีนี้วางช่วงชีวิตของเขาไว้ในยุคประวัติศาสตร์ของสงครามครูเสด
ดูคำตอบ

วลีนี้วางช่วงชีวิตของเขาไว้ในยุคประวัติศาสตร์ของสงครามครูเสด

and others imposed the preoccupations of the time วลี

4:23

และคนอื่นๆ ได้นำเอาความสนใจของยุคสมัยนั้น

on the Grail,

4:26

มาใส่ไว้ในจอกศักดิ์สิทธิ์

casting it as a powerful relic from the crucifixion. การใช้คำ

4:28

โดยให้เป็นสมบัติล้ำค่าอันทรงพลังจากการตรึงกางเขน

วลี

imposed ... on the Grail: ยัดเยียดความสนใจของยุคนั้นให้จอกศักดิ์สิทธิ์

โครงสร้าง impose A on B หมายถึงการนำ A จากภายนอกไปยัดเยียดให้ B มักสื่อว่าสิ่งนั้นไม่เข้ากันโดยธรรมชาติหรือผู้รับไม่มีทางเลือก ในที่นี้ A คือ the preoccupations of the time หรือความสนใจทางศาสนาที่ผู้คนในยุคนั้นให้ความสำคัญ ส่วน B คือ the Grail ผู้เล่าเรื่องในยุคต่อมาจึงตีความจอกศักดิ์สิทธิ์ผ่านความสนใจเหล่านั้น และนำเสนอว่ามันเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ทรงพลังที่เกี่ยวข้องกับการตรึงกางเขน impose มีน้ำเสียงเชิงวิจารณ์ เพราะมองว่าความสนใจเหล่านั้นถูกเติมเข้ามาจากภายนอก ไม่ใช่ความหมายที่จอกศักดิ์สิทธิ์มีมาแต่เดิม คำนี้มีน้ำเสียงแรงและเป็นกลางน้อยกว่า add หรือ apply

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ impose และคำบุพบทที่จำเป็น: The managers ____ their own standards ____ the team.

ดูคำตอบ

imposed · on

การใช้คำ

cast A as B: นำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ทรงพลัง

ในที่นี้ cast A as B หมายถึง “นำเสนอหรือพรรณนา A ว่าเป็น B” สิ่งที่กล่าวถึงคือจอกศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งถูกนำเสนอว่าเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ทรงพลังที่เกี่ยวข้องกับการตรึงกางเขนของพระเยซู นี่คือการสร้างภาพในเรื่องเล่า ไม่ใช่การเลือกนักแสดงมารับบท Casting เริ่มอนุประโยค -ing ที่เสริมวิธีการหรือผลของการกระทำรอบข้าง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ cast + กรรม + as + อัตลักษณ์หรือภาพลักษณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ cast และคำบุพบทที่จำเป็น: The documentary ____ the inventor ____ a lonely genius.

ดูคำตอบ

casts · as

Numerous adaptations in French and other languages

4:32

การดัดแปลงอีกมากมายทั้งในภาษาฝรั่งเศสและภาษาอื่นๆ

followed from Chrétien's work. วลี

4:34

ได้ตามมาจากผลงานของเครเตียง

วลี

followed from Chrétien's: พัฒนาต่อมาจากผลงานของเครเตียง

Follow from หมายถึง “เกิดขึ้น พัฒนาขึ้น หรือสรุปตามเหตุผลจากแหล่งหนึ่ง” ในที่นี้งานดัดแปลงภายหลังเป็นผล ส่วนผลงานของเครเตียงเป็นแหล่งที่มา วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเดินตามบุคคลจริง ๆ รูปแบบการเรียงข้อมูลคือ result + follow from + source ใน Chrétien's รูปแสดงความเป็นเจ้าของชี้ไปยังคำนามที่ละไว้แต่เข้าใจได้ เช่น work หรือ version

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ follow from: This conclusion ____ the evidence presented in the report.

ดูคำตอบ

follows from

In the course of these retellings, ลำดับความ

4:36

ในระหว่างการเล่าขานซ้ำเหล่านี้

ลำดับความ

In the course of these retellings: วางการเปลี่ยนแปลงไว้ในกรอบของเวลา

In the course of these retellings หมายถึง “ในระหว่างที่เรื่องราวถูกนำมาเล่าใหม่ในหลายรูปแบบ” ในที่นี้ course หมายถึงความคืบหน้าหรือช่วงเวลาของกระบวนการ ไม่ได้หมายถึงวิชาเรียน เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะสร้างกรอบเวลาให้กับการเปลี่ยนแปลงที่จะกล่าวต่อไป รูปแบบ in the course of + นามวลีหรือรูป -ing ใช้สรุปสิ่งที่เกิดขึ้นขณะที่กระบวนการหนึ่งกำลังดำเนินไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี in the course of ให้ถูกต้อง: ____ the project, the team solved three major problems.

ดูคำตอบ

In the course of

Caerleon became Camelot

4:38

คาร์ลีออนกลายเป็นคาเมล็อท

and Caliburnus was rechristened Excalibur. การใช้คำ

4:40

และคาลิเบอร์นัสก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเอกซ์แคลิเบอร์

การใช้คำ

was rechristened Excalibur: ได้รับชื่อใหม่อย่างเป็นทางการ

ใน Caliburnus was rechristened Excalibur คำว่า rechristened หมายถึง “ได้รับชื่อใหม่ว่า Excalibur” ในโครงสร้างแบบถูกกระทำ A was rechristened B นั้น A คือสิ่งที่ถูกเปลี่ยนชื่อ และ B คือชื่อใหม่ Christen อาจหมายถึงการตั้งชื่อในพิธีศีลล้างบาปของศาสนาคริสต์ แต่ rechristen มักใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ที่นี่หมายถึงการเปลี่ยนชื่อในงานวรรณกรรม ไม่ใช่พิธีทางศาสนา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย rechristen ในรูปถูกกระทำที่ถูกต้อง: After the renovation, the hall was ____ the Aurora Center.

ดูคำตอบ

rechristened

In the 15th century,

4:44

ในศตวรรษที่ 15

Sir Thomas Malory synthesized these stories การใช้คำ

4:45

เซอร์โทมัส มาลอรี ได้รวบรวมเรื่องราวเหล่านี้

การใช้คำ

synthesized these stories: ผสานเรื่องเล่าหลายเรื่องเป็นองค์รวมเดียว

ในที่นี้ synthesized these stories หมายถึงมาลอรีนำเรื่องราวหลายเรื่องมาใช้เป็นแหล่งข้อมูล แล้วจัดเนื้อหาให้เป็นเรื่องเล่าที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น คำกริยานี้สื่อถึงการเลือกและผสานเนื้อหาอย่างตั้งใจ ไม่ใช่แค่นำเรื่องราวมาวางต่อกัน นอกบริบททางเคมี synthesize มักหมายถึงการรวมข้อมูล หลักฐาน แนวคิด หรือเรื่องเล่า เพื่อสร้างความเข้าใจที่เชื่อมโยงกันหรือสร้างองค์รวมใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ synthesize เพื่อสื่อว่าเนื้อหาจากหลายแหล่งถูกผสานเป็นองค์รวมที่เชื่อมโยงกัน

  1. The report lists the titles of several studies.
  2. The report synthesizes evidence from several studies.
  3. The report summarizes one study in two sentences.
ดูคำตอบ

The report synthesizes evidence from several studies.

in Le Morte d'Arthur,

4:48

ใน Le Morte d'Arthur

the basis of many modern accounts of King Arthur. วลี

4:50

ซึ่งเป็นรากฐานของเรื่องราวกษัตริย์อาเธอร์ในยุคปัจจุบันหลายเรื่อง

วลี

the basis of many modern accounts of King Arthur: พื้นฐานของเรื่องเล่าสมัยใหม่จำนวนมาก

the basis of X หมายถึงพื้นฐานหรือแหล่งที่ X พัฒนาขึ้นมา ในที่นี้หมายความว่าฉบับก่อนหน้าได้มอบเนื้อหาและโครงสร้างสำคัญให้แก่เรื่องเล่าสมัยใหม่เกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์จำนวนมาก ใน accounts of King Arthur คำว่า accounts หมายถึงเรื่องเล่าหรือคำบรรยายเกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์ ไม่ได้หมายถึงบัญชีธนาคาร ส่วน of ใช้นำบุคคลหรือหัวข้อที่กำลังถูกบรรยาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าหนังสือที่เก่ากว่าเป็นพื้นฐานให้การเล่าใหม่หลายฉบับในเวลาต่อมา

  1. That book was based on several later retellings.
  2. That book gave a detailed account of several later retellings.
  3. That book became the basis of several later retellings.
ดูคำตอบ

That book became the basis of several later retellings.

In the 1,000 years since Arthur first appeared in a Celtic poem, ไวยากรณ์

4:53

ในเวลา 1,000 ปีนับตั้งแต่อาเธอร์ปรากฏตัวครั้งแรกในบทกวีเซลติก

ไวยากรณ์

In the years since + เหตุการณ์ในอดีต: จากตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน

กรอบ In the 1,000 years since + เหตุการณ์ในอดีต กำหนดช่วงเวลาที่เริ่มจากเหตุการณ์นั้นในอดีตและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ในที่นี้ Arthur first appeared in a Celtic poem ระบุจุดเริ่มต้น since ในที่นี้บอกเวลา ไม่ได้บอกเหตุผล เหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นมักใช้ simple past ส่วนประโยคหลักที่ตามมามักใช้ present perfect เพื่อสรุปการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาการจนถึงปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมกรอบเป้าหมายด้วย since + อนุประโยค simple past เกี่ยวกับการเปิดห้องสมุด: In the ten years ____, it has welcomed thousands of families.

ดูคำตอบ

since the library opened

his story has transformed over and over วลี

4:57

เรื่องราวของเขาได้ถูกเปลี่ยนแปลงครั้งแล้วครั้งเล่า

วลี

has transformed over and ... over: การเปลี่ยนแปลงซ้ำหลายครั้ง

คำที่เน้นไว้เริ่มต้นส่วน has transformed over and ... และ over ตัวสุดท้ายที่ตามมาทำให้สำนวนตายตัว over and over สมบูรณ์ เมื่อนำมารวมกัน has transformed over and over หมายความว่าเรื่องราวเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง ไม่ใช่เพียงครั้งเดียว has transformed เป็น present perfect ซึ่งแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดซ้ำเกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาหนึ่งในอดีตและมีผลต่อรูปแบบของเรื่องราวในปัจจุบัน ในที่นี้ transform เป็นกริยาอกรรม หมายถึงเรื่องราวเปลี่ยนแปลงด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าแบบงานชิ้นหนึ่งเปลี่ยนแปลงหลายครั้งในโอกาสที่แยกจากกัน และการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน?

  1. The design has been changing continuously without a break.
  2. So far, the design has changed over and over during testing.
  3. The design changed once at the start of testing.
ดูคำตอบ

So far, the design has changed over and over during testing.

to reflect the concerns of his chroniclers ลำดับความ

5:00

เพื่อสะท้อนถึงความสนใจของผู้บันทึกประวัติศาสตร์

and their audiences.

5:02

และผู้ฟังของพวกเขา

ลำดับความ

to reflect the concerns of ...: สะท้อนสิ่งที่กลุ่มหนึ่งให้ความสำคัญ

ในที่นี้ to reflect the concerns of his chroniclers and their audiences เป็นวลี infinitive ที่อธิบายทิศทางและผลของการเปลี่ยนแปลงของตำนาน กล่าวคือ แต่ละฉบับค่อย ๆ แสดงให้เห็นว่าสิ่งใดสำคัญต่อผู้ที่บันทึกหรือเล่าตำนานนั้นใหม่ รวมถึงผู้ที่รับฟังหรืออ่านเรื่องราวนั้น ใน reflect the concerns of a group คำว่า reflect หมายถึง “แสดงให้เห็นหรือสะท้อนออกมา” ไม่ใช่ “สะท้อนภาพกลับ” ส่วน concerns อาจรวมถึงสิ่งที่ให้ความสำคัญ ค่านิยม ประเด็นสำคัญ และความกังวล วลีนี้จึงเชื่อมโยงผลงานหรือการตัดสินใจกับบริบททางสังคม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผลงานชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นประเด็นสำคัญและสิ่งที่กลุ่มหนึ่งให้ความสำคัญ?

  1. The novel was reflected in the shop window.
  2. The novel reflects the concerns of its generation.
  3. The novel concerns a generation of historians.
ดูคำตอบ

The novel reflects the concerns of its generation.

And we're still rewriting and adapting the legend today. ลำดับความ

5:04

และเราก็ยังคงเขียนใหม่และดัดแปลงตำนานเรื่องนี้อยู่ในปัจจุบัน

ลำดับความ

we're still rewriting and adapting ... today: กระบวนการที่ยังดำเนินต่อในปัจจุบัน

still + present progressive เช่นใน we're still rewriting and adapting แสดงให้งานนั้นเป็นกระบวนการที่เริ่มมาก่อนและยังดำเนินอยู่ในขณะนี้ กริยา -ing ทั้งสองคำใช้ we're still ร่วมกัน จึงหมายความว่าทั้ง rewriting และ adapting ยังคงดำเนินต่อไป ในที่นี้ today หมายถึง “ทุกวันนี้” หรือ “ในยุคปัจจุบัน” ไม่ได้หมายถึงวันนี้ตามปฏิทินเท่านั้น ประโยคนี้เชื่อมจากการเปลี่ยนแปลงของตำนานในอดีตมายังการเปลี่ยนแปลงที่ยังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present progressive ของ adapt ร่วมกับ still เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Filmmakers ____ the story for new audiences today.

ดูคำตอบ

are still adapting

Whether or not the man ever lived, ไวยากรณ์

5:08

ไม่ว่าชายผู้นี้จะเคยมีชีวิตอยู่,

loved, reigned, or adventured,

5:10

เคยรัก เคยปกครอง หรือเคยผจญภัยหรือไม่ก็ตาม

it's undeniable that the character has achieved immortality. สำนวน

5:12

เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวละครนี้ได้กลายเป็นอมตะไปแล้ว

ไวยากรณ์

Whether or not ...: ความไม่แน่นอนที่ไม่เปลี่ยนข้อสรุป

Whether or not ใช้นำประเด็นที่คำตอบยังไม่แน่นอน แต่ไม่ส่งผลต่อข้อสรุปหลัก ในที่นี้ ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าชายคนนั้นเคยมีชีวิต รัก ปกครอง หรือออกผจญภัยจริง การกระทำทั้งหมดที่ไล่เรียงมายังไม่ได้รับการยืนยัน เมื่อวางไว้ต้นประโยค อนุประโยค whether or not ทำหน้าที่แสดงการยอมรับเงื่อนไขที่ยังไม่แน่นอน ไม่ว่าความเป็นไปได้ใดจะจริง ข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคก็ยังคงเป็นจริง รูปแบบนี้ช่วยให้ยอมรับประเด็นถกเถียงก่อนจะไปสู่ข้อสรุปที่มั่นคงกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแสดงการยอมรับเงื่อนไข whether or not ที่เน้นไว้: ____ the bus is late, we will leave at eight.

ดูคำตอบ

Whether or not

สำนวน

has achieved immortality: การมีชีวิตอยู่ต่อไปในวัฒนธรรม

Has achieved immortality ใช้คำว่า immortality ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงตัวละครได้มีที่ยืนอย่างยาวนานในเรื่องเล่าและความทรงจำทางวัฒนธรรม ไม่ได้หมายความว่าร่างกายของตัวละครไม่มีวันตายจริง ๆ Present perfect ใน has achieved นำเสนอสถานะที่ยั่งยืนนี้ว่าเป็นผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ บรรลุขึ้นตามกาลเวลาและยังเป็นจริงอยู่ในปัจจุบัน เป็นถ้อยคำที่หนักแน่นและสื่อว่าอิทธิพลยังคงอยู่ข้ามหลายรุ่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ achieved immortality อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืน

  1. The novelist achieved immortality through books that readers still love a century later.
  2. The novelist achieved immortality because her name appeared in today's newspaper.
  3. The novelist achieved immortality by becoming physically unable to die.
ดูคำตอบ

The novelist achieved immortality through books that readers still love a century later.

Do you enjoy sorting fact from fiction? สำนวน

5:17

คุณชอบการแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากเรื่องแต่งหรือไม่?

สำนวน

sorting fact from fiction: แยกข้อเท็จจริงออกจากเรื่องแต่ง

ในวลี sort fact from fiction คำว่า sort หมายถึง “แยกด้วยการพิจารณา” ไม่ใช่ “จัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ” fact หมายถึงสิ่งที่เป็นจริง ส่วน fiction หมายถึงเนื้อหาที่แต่งขึ้นหรือจินตนาการขึ้น โครงสร้าง sort A from B หมายถึงการพิจารณาว่าสิ่งใดอยู่ในกลุ่ม A และสิ่งใดอยู่ในกลุ่ม B เมื่อทั้งสองอย่างอาจปะปนกัน ในประโยคนี้ enjoy ตามด้วยรูป -ing จึงใช้ sorting

แบบฝึกหัด

“sorting fact from fiction” ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. เรียงเรื่องราวตามลำดับตัวอักษร
  2. เปลี่ยนเหตุการณ์จริงให้เป็นเรื่องราวในจินตนาการ
  3. แยกข้อมูลจริงออกจากข้อมูลที่แต่งขึ้น
ดูคำตอบ

แยกข้อมูลจริงออกจากข้อมูลที่แต่งขึ้น

you're in the right place.

5:21

คุณมาถูกที่แล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

If so ... you're in the right place: ถ้าใช่ คุณมาถูกที่แล้ว

If so หมายถึง “ถ้าคำตอบคือใช่” หรือ “ถ้าเรื่องนั้นเป็นจริง” คำว่า so ใช้แทนใจความในคำถามก่อนหน้า ผู้พูดจึงไม่ต้องพูดซ้ำทั้งหมด You're in the right place เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบในที่นี้ คือเนื้อหานี้ตรงกับความสนใจหรือความต้องการของผู้ชม ทั้งประโยคเชื่อมคำถามก่อนหน้าเข้ากับคำชวนอย่างเป็นมิตรให้ดูต่อ

แบบฝึกหัด

เว็บไซต์หนึ่งถามก่อนว่า “Are you looking for beginner guitar lessons?” จากนั้น “If so, you're in the right place” หมายถึงอะไร

  1. ถ้าคำตอบคือใช่ เว็บไซต์นี้มีเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการของคุณ
  2. ถ้าคำตอบคือไม่ เว็บไซต์นี้จะแสดงที่อยู่ที่ถูกต้องให้คุณ
  3. ถ้าคำตอบคือใช่ คุณควรย้ายไปอยู่ด้านขวาของห้อง
ดูคำตอบ

ถ้าคำตอบคือใช่ เว็บไซต์นี้มีเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการของคุณ

Please subscribe to our channel.

5:23

โปรดติดตามช่องของเรา

And if you'd like to help support our mission further,

5:24

และหากคุณต้องการช่วยสนับสนุนภารกิจของเราต่อไป

consider making a small monthly contribution on patreon.com/teded. น้ำเสียง/เจตนา

5:27

ลองพิจารณาการบริจาครายเดือนเล็กน้อยที่ patreon.com/teded

น้ำเสียง/เจตนา

consider making a small monthly contribution: ใช้ consider + -ing เพื่อขออย่างสุภาพ

Consider making a small monthly contribution หมายถึง “ลองคิดถึงการบริจาคจำนวนเล็กน้อยทุกเดือน” ในฐานะทางเลือกหนึ่ง เมื่อ consider หมายถึง “พิจารณาว่าจะทำบางอย่าง” คำกริยาที่ตามมาต้องอยู่ในรูป gerund หรือ consider + -ing ดังนั้น consider making จึงถูกต้อง ไม่ใช่ consider to make ในที่นี้ consider ทำให้คำขอรับการสนับสนุนเป็นคำเชิญชวน ไม่ใช่คำสั่ง ผู้ฟังยังเป็นผู้ตัดสินใจเอง จึงฟังนุ่มนวลกว่า Make a small monthly contribution.

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ bring เพื่อเติมคำแนะนำที่สุภาพให้สมบูรณ์: Consider ____ a reusable bottle on the hike.

ดูคำตอบ

bringing