วัคซีนรักษามะเร็ง ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่ามะเร็งหลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันอย่างไร และวัคซีนมะเร็งชนิด mRNA ที่กำลังพัฒนาอาจฝึกระบบภูมิคุ้มกันใหม่ให้จดจำและโจมตีเซลล์ร้ายได้อย่างไร พร้อมเปรียบเทียบกับการรักษาที่ปลดข้อจำกัดตามธรรมชาติของภูมิคุ้มกัน และระบุว่าสองแนวทางนี้ใช้แยกกันหรือร่วมกันได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. a breakthrough, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่ก้าวข้ามอุปสรรค ไม่ใช่เพียงการค้นพบใหม่ทั่วไป คุณจะสังเกตน้ำหนักของคำที่ใช้เน้นจุดเปลี่ยนในข่าวการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และธุรกิจ และนำไปใช้เมื่อพัฒนาการหนึ่งเปลี่ยนสิ่งที่อาจเป็นไปได้อย่างมีนัยสำคัญ 2. take the brakes off — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ตีความอุปมาเรื่องการปลดเบรกว่าเป็นการยกเลิกข้อจำกัดเพื่อให้ระบบทำงานได้เข้มข้นขึ้น คุณจะเห็นการใช้กับการปลดการยับยั้งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อมะเร็ง และประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงกฎระเบียบ นโยบาย เทคโนโลยี หรือการตัดสินใจขององค์กร 3. whereas vaccines — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้ whereas เพื่อสร้างความเปรียบต่างอย่างชัดเจนและเป็นทางการระหว่างการรักษาที่ปลดล็อกกลไกป้องกันเดิม กับวัคซีนที่ฝึกกลไกนั้นใหม่ให้ระบุมะเร็งได้ คุณจึงเปรียบเทียบสองวิธีได้แม่นยำกว่า but แบบกว้าง ๆ โดยไม่ทำให้เข้าใจผิดว่าสองวิธีนี้ใช้ร่วมกันไม่ได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
this is Six Minute English from BBC Learning English.
0:08นี่คือรายการ Six Minute English จาก BBC Learning English
one in five people will be affected by cancer, ไวยากรณ์
0:14หนึ่งในห้าคนจะได้รับผลกระทบจากโรคมะเร็ง
In our lifetime: กรอบเวลาตลอดช่วงชีวิต
“In our lifetime” กำหนดกรอบเวลาให้ทั้งข้อความว่า ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิตเรา ในประโยคนี้วลีดังกล่าวใช้วางกรอบความเสี่ยงตลอดช่วงชีวิต ไม่ได้ระบุอายุหรือช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งโดยเฉพาะ คำว่า “our” ในที่นี้รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟังอย่างกว้าง ๆ วลีนี้ใช้เกริ่นถึงความเสี่ยง การเปลี่ยนแปลง หรือประสบการณ์ระยะยาวที่ผู้คนอาจเผชิญตลอดชีวิต
แบบฝึกหัด
“In our lifetime” กำหนดกรอบเวลาแบบใดในประโยคนี้
- เวลาที่คนห้าคนต้องใช้เพื่อมาพบกัน
- ช่วงเวลาเฉพาะช่วงหนึ่งในปัจจุบัน
- ช่วงชีวิตของผู้คนที่กำลังกล่าวถึง
ดูคำตอบ
ช่วงชีวิตของผู้คนที่กำลังกล่าวถึง
one in five people: การบอกสัดส่วน
“one in five people” หมายถึงหนึ่งคนจากทุกห้าคน หรือ 20% ของประชากรที่กำลังกล่าวถึง รูปแบบคือ จำนวน + in + จำนวน + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น one in five people และ two in ten households วลีนี้อธิบายสัดส่วนทางสถิติในกลุ่มที่ใหญ่กว่า ไม่ได้หมายความว่าในคนทุกกลุ่มที่มีห้าคนจะต้องมีผู้ได้รับผลกระทบหนึ่งคนพอดีเสมอ
แบบฝึกหัด
ผลสำรวจระบุว่าผู้ใหญ่ 20% สามารถรับส่วนลดได้ จงเติมประโยคภาษาอังกฤษที่มีความหมายเท่ากันโดยใช้ one in + number: ____ adults can claim the discount.
ดูคำตอบ
One in five
will be affected by: กรรมวาจกที่กล่าวถึงอนาคต
ในประโยคนี้ will be affected by เป็นรูปกรรมวาจกที่กล่าวถึงอนาคต โดยมีโครงสร้าง will + be + กริยาช่อง 3 + by ส่วน One in five people เป็นประธานฝ่ายที่ได้รับผล และ by cancer ระบุสาเหตุ ประโยคจึงเน้นคนที่ต้องรับผลที่ตามมา affected ในที่นี้หมายถึง “ได้รับผลกระทบ ได้รับความเสียหาย หรือถูกกระทบ” ไม่ได้หมายถึง “รู้สึกซาบซึ้ง” โครงสร้างกรรมวาจกที่มีน้ำเสียงเป็นกลางนี้พบได้บ่อยในการรายงานผลของปัญหาด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม หรือสังคม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ will และรูปกรรมวาจกของ affect: Coastal towns ____ rising sea levels over the next few decades.
ดูคำตอบ
will be affected by
a disease where cells grow uncontrollably and cause tumors in the body. ไวยากรณ์
0:17ซึ่งเป็นโรคที่เซลล์เติบโตอย่างควบคุมไม่ได้และก่อให้เกิดเนื้องอกในร่างกาย
where cells grow uncontrollably: where กับบริบทเชิงนามธรรม
อนุประโยคขยาย where cells grow uncontrollably ขยายคำนาม disease และอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นภายในโรคนั้น ในที่นี้ where หมายถึง “ซึ่งในนั้น” หรือ “ในบริบทของภาวะนั้น” ไม่ได้ชี้ถึงสถานที่จริง where สามารถตามหลังคำนามที่มองเป็นสถานการณ์หรือบริบทได้ เช่น situation, case, stage หรือ condition จากนั้นจะนำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตนเอง เช่น cells grow
แบบฝึกหัด
where ในประโยคใดหมายถึง “ในสถานการณ์นั้น” อย่างเป็นธรรมชาติ แทนที่จะอ้างถึงสถานที่จริง?
- We visited the office where the meeting was held.
- Where did you put the keys?
- We faced a situation where no easy solution was available.
ดูคำตอบ
We faced a situation where no easy solution was available.
benign ... malignant: เนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็งกับเนื้องอกที่เป็นมะเร็ง
ในประโยคนี้ benign และ malignant ใช้จำแนกเนื้องอกตามว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ เนื้องอก benign ไม่ใช่มะเร็ง ส่วนเนื้องอก malignant เป็นมะเร็งและอาจลุกลามเข้าเนื้อเยื่อใกล้เคียงหรือแพร่ไปยังส่วนอื่นของร่างกาย คำสองคำนี้เป็นการจำแนกทางการแพทย์ ไม่ใช่เพียงการบอกโดยทั่วไปว่าอาการรุนแรงเพียงใด benign ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอันตรายเลย เพราะเนื้องอกชนิดไม่ร้ายก็อาจก่อปัญหาได้จากขนาดหรือตำแหน่งของมัน
แบบฝึกหัด
ใช้ศัพท์ทางการแพทย์สองคำจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: A non-cancerous tumour is ____, while a cancerous tumour is ____.
ดูคำตอบ
benign · malignant
there were an estimated 9.7 million deaths from malignant cancers worldwide. วลี
0:30คาดว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งชนิดร้ายแรงถึง 9.7 ล้านคนทั่วโลก
an estimated 9.7 million: ตัวเลขประมาณการในรายงาน
ใน an estimated 9.7 million คำว่า estimated บอกว่าควรเข้าใจตัวเลขอย่างไร กล่าวคือ 9.7 ล้านเป็นค่าประมาณที่อิงข้อมูล ไม่ใช่จำนวนสุดท้ายที่แม่นยำ คำนี้ขยายจำนวน ไม่ได้ตั้งข้อสงสัยว่าการเสียชีวิตเกิดขึ้นจริงหรือไม่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ an estimated + ตัวเลข + คำนามนับได้พหูพจน์ โดย an อยู่หน้า estimated เช่น an estimated two million visitors
แบบฝึกหัด
ใช้คำสำหรับการรายงานจากบทเรียนเพื่อแสดงว่าตัวเลขเป็นค่าประมาณ: The festival welcomed an ____ forty thousand visitors last year.
ดูคำตอบ
estimated
we'll be focusing on: การประกาศประเด็นสำคัญถัดไป
ในประโยคนี้ we'll be focusing on ใช้บอกหัวข้อที่รายการกำลังจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ focus on ในที่นี้หมายถึง “ทำให้เรื่องหนึ่งเป็นประเด็นหลักของความสนใจหรือการอภิปราย” ไม่ได้หมายถึงการปรับโฟกัสเลนส์กล้องตามตัวอักษร รูปอนาคตกำลังกระทำ will be focusing ทำให้ส่วนถัดไปดูเป็นช่วงรายการที่วางแผนไว้และกำลังจะดำเนินต่อไป เมื่อใช้ร่วมกับ instead จึงช่วยเปลี่ยนความสนใจของผู้ฟังจากภูมิหลังที่จริงจังซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้าไปสู่ข่าวดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปลี่ยนหัวข้อของผู้ดำเนินรายการโดยใช้ focus on ในรูปอนาคตกำลังกระทำ: After a quick review, we'll ____ three practical solutions.
ดูคำตอบ
be focusing on
by making it immune from a certain disease. ไวยากรณ์
0:44โดยทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคใดโรคหนึ่ง
by making it immune from: การอธิบายกลไกด้วย by + -ing
ในประโยคนี้ by making it immune from a certain disease อธิบายว่าวัคซีนปกป้องร่างกายมนุษย์ได้อย่างไร by ในที่นี้หมายถึง “โดยใช้วิธี” และ making เป็นรูป -ing ที่ใช้หลังคำบุพบท by ภายในวลีนี้ make ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย it หมายถึง the human body และ immune บอกสภาวะที่เกิดขึ้น โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการอธิบายวิธีและกลไก: ผลลัพธ์ + by + -ing
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ by + -ing ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นได้อย่างไร
- The filter cleans the water by remove tiny particles.
- The filter cleans the water by removing tiny particles.
- The filter cleans the water by it removes tiny particles.
ดูคำตอบ
The filter cleans the water by removing tiny particles.
a breakthrough: ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ ไม่ใช่แค่การค้นพบ
ในประโยคนี้ a breakthrough หมายถึงความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่ช่วยเอาชนะอุปสรรคสำคัญและทำให้การพัฒนาวัคซีนเดินหน้าต่อไป ความหมายนี้เป็นนามธรรม ไม่ได้หมายถึงการเจาะหรือทะลุสิ่งใดทางกายภาพ วลีคำนาม a breakthrough วางไว้หลัง a sudden and important discovery เพื่อเป็นคำอธิบายซ้ำ โดยเรียกการค้นพบนั้นด้วยอีกคำหนึ่งและเน้นว่าเหตุใดจึงสำคัญ a discovery อาจหมายถึงเพียงการพบสิ่งใหม่ แต่การเรียกว่า breakthrough แสดงว่าผลลัพธ์นั้นอาจเปลี่ยนขอบเขตของสิ่งที่เป็นไปได้
แบบฝึกหัด
เติมคำนามเป้าหมายที่หมายถึงความก้าวหน้าครั้งใหญ่หลังจากเอาชนะอุปสรรคสำคัญ: The team made a major ____ in battery safety.
ดูคำตอบ
breakthrough
could a vaccine for cancer soon become a reality? วลี
0:55วัคซีนต้านมะเร็งอาจจะกลายเป็นความจริงในเร็วๆ นี้ได้หรือไม่?
become a reality: เปลี่ยนจากความเป็นไปได้ให้กลายเป็นความจริง
Become a reality หมายถึงสิ่งที่เดิมเป็นเพียงจินตนาการ แผนการ หรือความเป็นไปได้ ได้เกิดขึ้นจริงหรือเริ่มมีอยู่จริง คำว่า reality ในที่นี้หมายถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่ชีวิตประจำวันในความหมายของ real life ประธานมักเป็นเป้าหมาย ความคิด แผน ความฝัน หรือนวัตกรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ในคำถามนี้ could และ soon แสดงว่าผลลัพธ์เป็นความเป็นไปได้ในอนาคต ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายให้ประโยคสมบูรณ์: After years of fundraising, the community library finally became ____.
ดูคำตอบ
a reality
That's what we'll be finding out as well as learning some useful new words and phrases. โน้ต
0:58นั่นคือสิ่งที่เรากำลังจะค้นหาไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้คำศัพท์และวลีใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์
That's what we'll be finding out: รับช่วงคำถามและนำเข้าสู่เนื้อหาถัดไป
That's what we'll be finding out ย้อนกลับไปกล่าวถึงคำถามที่เพิ่งถามไป ในที่นี้ what แทนคำตอบหรือข้อเท็จจริงที่กำลังถามถึง ส่วน find out หมายถึงค้นหาหรือเรียนรู้คำตอบ ไม่ได้หมายถึงการพบสิ่งของที่เป็นวัตถุ ประโยคนี้ยังช่วยนำทางผู้ฟัง โดยปิดช่วงเกริ่นนำและบอกว่ารายการกำลังจะตรวจสอบคำถามนั้นต่อไป รูปแบบ That's what we'll be finding out ใช้พาผู้ฟังจากคำถามเข้าสู่คำอธิบายในคำบรรยาย พอดแคสต์ หรือบทความได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดรับช่วงจากคำถามได้อย่างเป็นธรรมชาติ และบอกผู้ฟังว่าจะตรวจสอบคำตอบต่อไป
- Can city trees cool a neighborhood? That's what we'll be finding it out today.
- Can city trees cool a neighborhood? That's where we'll be finding today.
- Can city trees cool a neighborhood? That's what we'll be finding out today.
ดูคำตอบ
Can city trees cool a neighborhood? That's what we'll be finding out today.
as well as: เพิ่มกิจกรรมอย่างที่สอง
ในประโยคนี้ as well as เชื่อมกิจกรรมสองอย่าง คือ finding out และ learning โดยมีความหมายว่า “นอกเหนือจาก” และนำเสนอการเรียนรู้คำศัพท์และวลีใหม่เป็นส่วนเพิ่มเติมของรายการ ส่วนที่เชื่อมกันทั้งสองส่วนควรใช้รูปไวยากรณ์ที่สอดคล้องกัน ในที่นี้ will be ของ future progressive ใช้ร่วมกับรูป -ing ทั้งสองคำ: will be finding out as well as learning
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่ใช้เพิ่มกิจกรรมอย่างที่สอง: The after-school club offers chess ____ coding.
ดูคำตอบ
as well as
if you like listening to Six Minute English and want to read along at the same time, วลี
1:05หากคุณชอบฟัง Six Minute English และอยากอ่านตามไปด้วย
read along: อ่านตามข้อความไปพร้อมกับเสียง
ในประโยคนี้ read along หมายถึงการมองบทถอดเสียงและอ่านตามขณะที่เสียงของรายการดำเนินไป คำว่า along เพิ่มความหมายของการตามจังหวะเสียงหรือแหล่งข้อมูลอื่นให้ทัน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงทิศทางของการเคลื่อนที่ไปตามเส้นทาง วลีนี้ไม่ได้บอกเองว่าอ่านในใจหรืออ่านออกเสียง ใจความสำคัญคือการติดตามเนื้อหาอย่างพร้อมกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าอ่านตามข้อความขณะที่เสียงดำเนินไป?
- Open the transcript and read it before you listen.
- Open the transcript and read aloud after the audio ends.
- Open the transcript and read along while you listen.
ดูคำตอบ
Open the transcript and read along while you listen.
at the same time: การกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ในที่นี้ at the same time เชื่อมการฟังและการอ่านให้เป็นสองกิจกรรมที่เกิดขึ้นพร้อมกัน วลีนี้บอกความสัมพันธ์ด้านเวลา โดยกิจกรรมหนึ่งไม่ต้องรอให้อีกกิจกรรมจบก่อน ในบริบทอื่น วลีนี้อาจใช้เกริ่นประเด็นที่สองซึ่งช่วยถ่วงดุลหรือแย้งกับประเด็นแรก โดยมีความหมายคล้าย however แต่ประโยคนี้ไม่ได้ใช้ในหน้าที่เชื่อมความคิดดังกล่าว และกำลังบอกว่าสองกิจกรรมทับซ้อนกันจริงในด้านเวลา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าการฟังและการจดบันทึกเกิดขึ้นพร้อมกัน?
- Leo listened to the lesson and then took notes.
- Leo listened to the lesson and took notes at the same time.
- Leo listened to the lesson before he took notes.
ดูคำตอบ
Leo listened to the lesson and took notes at the same time.
you can find a transcript for the program on our website bbclearningenglish.com.
1:10คุณสามารถค้นหาบทบรรยายของรายการได้ที่เว็บไซต์ของเรา bbclearningenglish.com
but which disease did the first successful vaccine treat? วลี
1:21แต่วัคซีนที่ประสบความสำเร็จตัวแรกถูกใช้รักษาโรคอะไร?
the first successful vaccine: โครงสร้าง first successful + คำนาม
นามวลี the first successful vaccine รวมข้อมูลสองอย่างไว้ในโครงสร้างเดียว successful บอกว่าวัคซีนนั้นได้ผลตามที่ตั้งใจไว้ ส่วน first ระบุว่าเป็นวัคซีนที่เกิดขึ้นก่อนที่สุดตามลำดับเวลาในบรรดาวัคซีนที่ประสบความสำเร็จ first ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าวัคซีนสำเร็จตั้งแต่การใช้ครั้งแรก โครงสร้าง the first successful + คำนาม ใช้ชี้ถึงตัวอย่างแรกสุดที่ประสบความสำเร็จ และพบบ่อยเมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเทคโนโลยี
แบบฝึกหัด
วลีใดหมายถึง “ภารกิจแรกที่ลงจอดบนดาวอังคารได้สำเร็จ” อย่างเป็นธรรมชาติ
- the first successfully mission to land on Mars
- the mission first successful to land on Mars
- the first successful mission to land on Mars
ดูคำตอบ
the first successful mission to land on Mars
I'm going to say... สำหรับตอบแบบยังไม่แน่ใจ
ในเกมตอบคำถามหรือการสนทนา I'm going to say... ใช้เกริ่นคำตอบที่ผู้พูดเลือก มีความหมายใกล้กับ “ฉันเดาว่า...” หรือ “ฉันขอเลือก...” จึงยังแสดงความไม่แน่ใจอยู่ การพูดตรง ๆ ว่า The answer is twelve ฟังดูมั่นใจกว่า ผู้พูดกำลังตอบอยู่ในขณะนั้น ดังนั้น be going to ตรงนี้ไม่ได้เน้นแผนในอนาคต วลีนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบภาษาพูดก่อนคำตอบที่คาดเดา
แบบฝึกหัด
คุณยังไม่แน่ใจคำตอบในเกมตอบคำถาม ประโยคใดใช้เสนอ option B เป็นคำตอบที่คุณคาดเดาอยู่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- I can confirm that option B is correct.
- I'm going to talk option B.
- I'm going to say option B.
ดูคำตอบ
I'm going to say option B.
we'll find out the correct answer at the end of the program. วลี
1:32เราจะมาเฉลยคำตอบที่ถูกต้องกันในช่วงท้ายของรายการ
at the end of + คำนาม: จุดจบของสิ่งที่ระบุชัดเจน
At the end of + นามวลี ใช้ชี้ถึงส่วนสุดท้ายหรือขอบเขตปลายสุดของเหตุการณ์ ช่วงเวลา ข้อความ หรือสถานที่ที่ระบุชัดเจน ในประโยคนี้นามวลีคือ the program จึงหมายความว่าจะเฉลยคำตอบเมื่อรายการดำเนินมาถึงส่วนสุดท้าย ต้องมีคำว่า of เพราะคำนี้เชื่อม end เข้ากับสิ่งที่กำลังกล่าวถึงจุดจบโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวได้ถูกต้องว่าจะตอบคำถามเมื่อบทเรียนหนึ่งจบลง
- We'll answer the questions at the end the lesson.
- We'll answer the questions in the end of the lesson.
- We'll answer the questions at the end of the lesson.
ดูคำตอบ
We'll answer the questions at the end of the lesson.
You might wonder why the body's immune system doesn't fight cancer automatically. ลำดับความ
1:36คุณอาจสงสัยว่าทำไมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายถึงไม่ต่อสู้กับมะเร็งโดยอัตโนมัติ
You might wonder why...: เกริ่นคำถามที่ผู้ฟังน่าจะสงสัย
You might wonder why... ใช้คาดการณ์คำถามที่ผู้ฟังอาจสงสัย แล้วเปลี่ยนคำถามนั้นให้เป็นหัวข้อของคำอธิบายที่จะตามมา ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากแนวคิดหนึ่งไปสู่เหตุผลเบื้องหลังได้อย่างลื่นไหล might ในที่นี้แสดงความเป็นไปได้ ไม่ได้แสดงอดีต จึงช่วยลดความหนักแน่นของการคาดเดาความคิดผู้ฟัง หลัง why ต้องใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า เพราะเป็นคำถามที่ฝังอยู่ในประโยคหลัก จึงใช้ why the body's immune system doesn't... ไม่ใช่ why doesn't the body's immune system....
แบบฝึกหัด
ประโยคใดคาดการณ์คำถามของผู้ฟังอย่างนุ่มนวลและใช้ลำดับคำที่ถูกต้องหลัง why
- You might wonder why the screen goes dark at night.
- You might wonder why goes the screen dark at night.
- You might wonder why does the screen go dark at night.
ดูคำตอบ
You might wonder why the screen goes dark at night.
The reason is that cancer has clever ways of hiding from our natural defenses, โน้ต
1:41เหตุผลก็คือมะเร็งมีวิธีอันชาญฉลาดในการซ่อนตัวจากระบบป้องกันตามธรรมชาติของเรา
The reason is that: การนำเข้าสู่คำอธิบายเหตุผลที่สมบูรณ์
The reason is that ... เป็นกรอบประโยคที่สมบูรณ์สำหรับเริ่มคำอธิบาย The reason ระบุเหตุผลที่กำลังจะกล่าวถึง ส่วน that นำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ที่บอกเหตุผลนั้น เช่น cancer has clever ways .... กรอบนี้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่ตามมาคือคำอธิบาย เหมาะกับการพูดและการเขียนที่เป็นระบบเมื่อต้องการตอบคำถามที่ใช้ why ให้ชัดเจนกว่าการใช้อนุประโยค because เพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายโดยใช้กรอบ The reason is that ให้ครบ: ____ the school is closed for repairs.
ดูคำตอบ
The reason is that
hiding from our natural defenses: อุปลักษณ์บุคลาธิษฐานในคำอธิบายวิทยาศาสตร์
ในที่นี้ hiding from our natural defenses ทำให้มะเร็งมีลักษณะเหมือนบุคคล ราวกับเป็นคู่ต่อสู้ที่ตั้งใจซ่อนตัวได้ ในทางชีววิทยา หมายถึงเซลล์มะเร็งบางชนิดสามารถหลีกเลี่ยงการถูกตรวจพบหรือโจมตีโดยระบบป้องกันที่มีอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน คำอธิบายวิทยาศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไปมักใช้กริยาแสดงการกระทำ เช่น hide, attack และ fight เพื่อให้จินตนาการกระบวนการซับซ้อนได้ง่ายขึ้น อุปลักษณ์นี้อธิบายผลที่เกิดขึ้น ไม่ได้สื่อถึงเจตนาที่มีสำนึก เพราะมะเร็งไม่ได้คิดหรือวางแผน
แบบฝึกหัด
ในประโยควิทยาศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไปนี้ hiding from our natural defenses หมายถึงอะไร
- มะเร็งเลือกสถานที่จริงที่ร่างกายหาไม่พบอย่างมีสำนึก
- เซลล์มะเร็งบางชนิดหลีกเลี่ยงการถูกระบบป้องกันของร่างกายตรวจพบหรือโจมตี
- ระบบป้องกันของร่างกายหายไปโดยสิ้นเชิงเมื่อมะเร็งปรากฏขึ้น
ดูคำตอบ
เซลล์มะเร็งบางชนิดหลีกเลี่ยงการถูกระบบป้องกันของร่างกายตรวจพบหรือโจมตี
explained to BBC World Service program The Inquiry.
1:50ได้อธิบายไว้ในรายการ The Inquiry ของสถานีวิทยุ BBC World Service
There's been a number of studies that have demonstrated โน้ต
1:54มีการศึกษาจำนวนหนึ่งที่ได้แสดงให้เห็นถึง
There's been: รูปย่อของ 'there has been' ที่กล่าวถึงสิ่งที่มีมาจนถึงตอนนี้
There's been เป็นรูปย่อของ there has been โดยใช้ present perfect ในภาษาอังกฤษเพื่อบอกว่าสถานการณ์หนึ่งมีอยู่หรือเกิดขึ้นก่อนตอนนี้และยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ในประโยคนี้ รูปดังกล่าวเกริ่นถึงงานวิจัยที่มีอยู่แล้ว ณ เวลาที่พูด เนื่องจาก been เป็น past participle ดังนั้น 's ในที่นี้จึงหมายถึง has เท่านั้น ไม่ใช่ is เมื่อต้องการตรวจสอบโครงสร้าง ให้ขยายวลีเป็น there has been
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อ present perfect ของ there be: Since Monday, ____ a noticeable improvement in service.
ดูคำตอบ
there's been
a number of studies: งานวิจัยหลายชิ้น
A number of studies หมายถึงงานวิจัยหลายชิ้นหรืองานวิจัยบางส่วน a number of ทำหน้าที่เป็นสำนวนบอกจำนวนและต้องตามด้วยคำนามนับได้รูปพหูพจน์ ดังนั้น studies จึงเป็นรูปที่ถูกต้อง ในภาษาเชิงวิชาการ ข่าว และการสัมภาษณ์ สำนวนนี้ฟังเป็นทางการกว่า some studies เล็กน้อย โดยบอกว่ามีงานวิจัยมากกว่าหนึ่งชิ้นสนับสนุนประเด็นดังกล่าว แต่ไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่างานวิจัยหลายชิ้นสนับสนุนแนวทางใหม่?
- A number of studies supports the new approach.
- The number of studies supports the new approach.
- A number of studies support the new approach.
ดูคำตอบ
A number of studies support the new approach.
to be able to put up signals or proteins essentially on the surface of the cancer cells วลี
2:01เพื่อให้สามารถส่งสัญญาณหรือโปรตีนขึ้นไปบนผิวของเซลล์มะเร็งได้
put up signals: แสดงสัญญาณบนผิวเซลล์
ในประโยคนี้ put up signals หมายถึงทำให้สัญญาณปรากฏหรือแสดงอยู่บนผิวเซลล์เพื่อให้เซลล์อื่นตรวจจับได้ put up ขยายภาพจากความหมายในชีวิตประจำวันที่ว่า “นำบางสิ่งไปไว้ในจุดที่คนสังเกตเห็นได้” มาใช้กับสัญญาณที่เป็นนามธรรม ไม่ได้หมายถึงการสร้างป้ายจริง ๆ คำที่อยู่ใกล้กันอย่าง signals or proteins และ on the surface ชี้ว่าใจความคือการแสดงสิ่งนั้นบนผิวเซลล์ ในภาษาชีววิทยาที่แม่นยำกว่า อาจใช้ display หรือ present กับสัญญาณบนผิวเซลล์ หรือใช้ express กับโปรตีนบางชนิดตามกลไกจริง
แบบฝึกหัด
ในการอธิบายทางชีววิทยานี้ ข้อใดรักษาความหมายของ put up signals ได้ดีที่สุด
- เซลล์สร้างป้ายจริง ๆ บนผิวเซลล์
- เซลล์ปล่อยสัญญาณเข้าสู่เนื้อเยื่อรอบข้าง
- เซลล์แสดงสัญญาณบนผิวเซลล์
ดูคำตอบ
เซลล์แสดงสัญญาณบนผิวเซลล์
there's nothing here to look at: บอกให้อีกฝ่ายเลิกสนใจ
ในบริบทนี้ there's nothing here to look at ไม่ได้เพียงบอกว่าสถานที่นั้นว่างเปล่า เมื่อใช้ร่วมกับ go away ประโยคนี้บอกให้ผู้ฟังหยุดมอง หยุดสนใจ แล้วออกไป ผู้พูดทำให้เซลล์มะเร็งดูเหมือนมนุษย์ ราวกับว่ามันกำลังไล่ระบบภูมิคุ้มกัน สิ่งที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือหน้าที่ของถ้อยคำ กล่าวคือ ประโยคง่าย ๆ ที่บอกว่าไม่มีอะไรให้ดูสามารถใช้เบี่ยงเบนความสนใจหรือซ่อนบางสิ่งที่สำคัญได้
แบบฝึกหัด
there's nothing here to look at ที่ตามหลัง go away ทำหน้าที่ทางการสื่อสารหลักอย่างไร
- พยายามทำให้อีกฝ่ายหยุดสนใจแล้วออกไป
- เชิญให้อีกฝ่ายตรวจดูพื้นที่อย่างละเอียด
- ขอให้อีกฝ่ายอธิบายว่ามองเห็นอะไร
ดูคำตอบ
พยายามทำให้อีกฝ่ายหยุดสนใจแล้วออกไป
it's actually been hijacking these receptors สำนวน
2:12มัน (ภูมิคุ้มกันบำบัด) จึงได้เข้าไปแฮ็กตัวรับสัญญาณเหล่านี้
hijacking these receptors: เข้าควบคุมเพื่อนำไปใช้ในทางที่ก่ออันตราย
ในที่นี้ hijacking these receptors เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ มะเร็งกำลังใช้ประโยชน์จากตัวรับที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันเหล่านี้ เพื่อให้กลไกปกติทำงานเพื่อผลประโยชน์ของมะเร็งเอง ซึ่งช่วยให้มันหลบเลี่ยงหรือชี้นำการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันไปผิดทาง ในความหมายเชิงนามธรรม hijack หมายถึงการเข้าควบคุมหรือใช้ประโยชน์จากระบบ กระบวนการ หรือทรัพยากรเพื่อเป้าหมายของตนเอง คำนี้ยังคงมีนัยเชิงลบอย่างชัดเจนว่าเป็นการควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต การรบกวน หรือการก่ออันตราย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ hijack ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงการเข้าควบคุมระบบหรือทรัพยากรในทางที่ก่อให้เกิดอันตราย
- The designer customised her account after she approved the changes.
- The fake extension hijacked her account and sent messages without permission.
- The app used the camera after she granted permission.
ดูคำตอบ
The fake extension hijacked her account and sent messages without permission.
to kind of take the brakes off and be more aggressive in fighting cancer. โน้ต
2:18ให้ปลดเบรกและต่อสู้กับมะเร็งอย่างดุดันมากขึ้น
kind of ในฐานะคำช่วยลดความหนักแน่นในภาษาพูด
ในประโยคนี้ kind of ไม่ได้หมายถึง “ชนิดหนึ่งของ” แต่เป็นคำช่วยลดความหนักแน่นในภาษาพูด มีความหมายคร่าว ๆ ว่า “ในระดับหนึ่ง” หรือ “อาจพูดได้ว่า” โดยช่วยลดความตรงของคำเปรียบเทียบ take the brakes off และบอกว่านี่เป็นเพียงคำอธิบายโดยประมาณ ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษรหรือที่แม่นยำทุกประการ ผู้พูดมักใช้ kind of เมื่อต้องอธิบายแนวคิดซับซ้อนแบบฉับพลัน คำนี้ลดความหนักแน่นหรือความแม่นยำของถ้อยคำโดยไม่ได้ลบล้างใจความหลัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ kind of เป็นคำช่วยลดความหนักแน่นในภาษาพูด ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของคำบอกหรือคำถามเกี่ยวกับหมวดหมู่
- The plan kind of works, but it still needs a few changes.
- What kind of battery does this device use?
- This is a kind of rechargeable battery.
ดูคำตอบ
The plan kind of works, but it still needs a few changes.
take the brakes off: ปลดข้อจำกัด
Take the brakes off เป็นอุปมาที่มาจากเบรกของยานพาหนะ หมายถึงการยกเลิกการควบคุมหรือข้อจำกัด เพื่อให้คน ระบบ หรือกระบวนการทำงานได้อย่างอิสระ มีพลัง หรือรวดเร็วขึ้น ในประโยคนี้ brakes หมายถึงกลไกที่ยับยั้งการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน การยกเลิกกลไกเหล่านั้นทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีมะเร็งได้อย่างรุกมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงเบรกจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง take the brakes off หมายถึงอะไร?
- หยุดกิจกรรมทั้งหมดเพื่อป้องกันความเสี่ยง
- ยกเลิกข้อจำกัดเพื่อให้บางสิ่งดำเนินการได้อย่างอิสระมากขึ้น
- ติดตั้งอุปกรณ์นิรภัยเพื่อทำให้บางสิ่งช้าลง
ดูคำตอบ
ยกเลิกข้อจำกัดเพื่อให้บางสิ่งดำเนินการได้อย่างอิสระมากขึ้น
That's really allowed a breakthrough with immune therapy over the past decade. วลี
2:23นั่นทำให้เกิดความก้าวหน้าอย่างแท้จริงในการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
over the past decade: ช่วงสิบปีที่ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน
Over the past decade หมายถึงตลอดช่วงเวลาประมาณสิบปีที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ในที่นี้ over ใช้ระบุช่วงเวลา ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่เหนือสิ่งใด เนื่องจากช่วงเวลานี้รวมปัจจุบันด้วย จึงมักใช้ร่วมกับ present perfect เช่น That's allowed ซึ่ง That's หมายถึง That has สำนวนนี้เหมาะสำหรับสรุปการเปลี่ยนแปลง ความก้าวหน้า หรือผลลัพธ์ที่สะสมตลอดช่วงเวลาดังกล่าว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงสิบปีที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน?
- Public transport improved a decade ago.
- Public transport will improve over the next decade.
- Public transport has improved over the past decade.
ดูคำตอบ
Public transport has improved over the past decade.
Dr. McKean says that a number of studies have demonstrated
2:28ดร. แมคคีน กล่าวว่ามีการศึกษาจำนวนหนึ่งได้แสดงให้เห็น
but it also makes her statement more convincing, ไวยากรณ์
2:37แต่มันก็ยังทำให้คำพูดของเธอดูน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย
makes her statement more convincing: โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์
โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้กรรมเปลี่ยนเป็นหรือดูเหมือนอยู่ในสภาพหนึ่ง ใน makes her statement more convincing คำว่า her statement เป็นกรรม และ more convincing เป็นวลีคำคุณศัพท์ที่บอกผลลัพธ์ ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึงถ้อยคำ a number of studies ถ้อยคำนี้ทำให้คำกล่าวดูน่าเชื่อถือมากขึ้น โดย convincing บอกผลที่คำกล่าวมีต่อผู้ฟัง ไม่ได้หมายความว่าคำกล่าวเป็นผู้ลงมือโน้มน้าวเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปขั้นกว่าของ clear: The larger labels make the instructions ____.
ดูคำตอบ
clearer
because of course several studies are better than just one.
2:40เพราะแน่นอนว่าการศึกษาหลายชิ้นย่อมดีกว่าชิ้นเดียว
switch off: ทำให้ระบบหยุดตอบสนอง
ความหมายตามตัวอักษรของ switch off คือปิดอุปกรณ์ แต่ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงเซลล์มะเร็งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันหยุดตอบสนองหรือลดการตอบสนองลงอย่างมาก ไม่ได้มีสวิตช์จริง ๆ แนวคิดหลักที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือการเปลี่ยนจากสภาวะที่ทำงานหรือตอบสนอง ไปเป็นสภาวะที่ไม่ทำงานหรือไม่ตอบสนอง ดังนั้น switch off จึงใช้กับอุปกรณ์ ระบบ กระบวนการ และการตอบสนองได้ นอกจากนี้ คนยังสามารถ switch off ทางความคิด ซึ่งหมายถึงเลิกใส่ใจได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ในประโยค The safety feature switches off the motor when it overheats คำว่า switches off หมายถึงอะไร
- ทำให้มอเตอร์ทำงานด้วยความเร็วสูงขึ้น
- ทำให้มอเตอร์หยุดทำงาน
- ย้ายมอเตอร์ไปยังตำแหน่งอื่น
ดูคำตอบ
ทำให้มอเตอร์หยุดทำงาน
pretending to be: แสดงตัวตนที่ไม่ใช่ความจริง
pretending to be หมายถึงการทำให้ตนเอง หรือในภาษาที่สมมติให้สิ่งอื่นมีพฤติกรรมเหมือนคน หมายถึงการทำให้สิ่งนั้นดูเป็นบุคคล สิ่งของ หรือสภาวะที่ไม่ใช่ความจริง ในที่นี้ healthy cells คือสิ่งที่ถูกเลียนแบบเป็นตัวตน โครงสร้างคือ pretend to be + นามวลีหรือคำคุณศัพท์ ใน by pretending to be... คำว่า by ใช้นำเสนอวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้หมายความว่าเด็กไม่ได้หลับจริง แต่ทำเหมือนกำลังหลับ: The child pretended ____ asleep.
ดูคำตอบ
to be
nothing to see here: บอกผู้อื่นว่าอย่ามองให้ลึกกว่านี้
Nothing to see here เป็นวลีตายตัวที่ใช้บอกคนอื่นว่าไม่มีเหตุผลต้องดูต่อ สนใจต่อ หรือตั้งคำถามต่อ หน้าที่ในการสนทนาของวลีนี้สำคัญกว่าความหมายตรงตัวว่าไม่มีสิ่งใดให้มองเห็น ในคำอธิบายนี้ วลีดังกล่าวเป็นข้อความสมมติจากเซลล์มะเร็งที่ปลอมตัวไปยังระบบภูมิคุ้มกันว่า ให้มองข้ามพวกเราแล้วผ่านไป วลีเดียวกันนี้มักมีน้ำเสียงเสียดสีเมื่อใครบางคนดูเหมือนกำลังลดทอนหรือซ่อนปัญหาที่เห็นได้ชัด
แบบฝึกหัด
ในความคิดเห็นเชิงเสียดสี 'nothing to see here' น่าจะสื่อถึงอะไร
- เป็นการเชิญอย่างเป็นทางการให้ผู้คนตรวจสอบสถานการณ์
- หมายความเพียงว่าสถานที่นั้นมืดเกินกว่าจะมองเห็น
- สื่อว่าผู้คนควรหยุดสนใจหรือตั้งคำถาม
ดูคำตอบ
สื่อว่าผู้คนควรหยุดสนใจหรือตั้งคำถาม
an informal phrase which can be used to encourage people to move or look away from something, ไวยากรณ์
2:52ซึ่งเป็นวลีที่ไม่เป็นทางการที่สามารถใช้บอกให้ผู้คนถอยไปหรือหันมองไปทางอื่น
can be used to: บอกการใช้งานที่เป็นไปได้
Can be used to ประกอบด้วยกริยาช่วย can รูปกรรมวาจก be used และ infinitive ที่ขึ้นต้นด้วย to โดยหมายความว่าสิ่งหนึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการทำบางอย่างได้ โครงสร้างคือ something can be used to + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ ประธานคือวลีไม่เป็นทางการ และ to encourage บอกจุดประสงค์ที่เป็นไปได้ของวลีนั้น used ตรงนี้เป็นรูป past participle ของ use ไม่ใช่โครงสร้าง used to + กริยารูปพื้นฐานที่บอกนิสัยในอดีต
แบบฝึกหัด
ใช้ can รูปกรรมวาจกของ use และ infinitive ที่บอกจุดประสงค์เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This app ____ scan paper documents.
ดูคำตอบ
can be used to
cover something up: จงใจปกปิดปัญหาหรือความจริง
Cover something up หมายถึงจงใจซ่อนปัญหา ความผิดพลาด การกระทำที่ไม่ถูกต้อง หรือความจริง เพื่อไม่ให้คนอื่นค้นพบ คำว่า up ทำให้เกิดความหมายเรื่องการปกปิดนี้ จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการใช้ cover ในความหมายทางกายภาพว่าเอาบางอย่างไปคลุม Cover up เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ กรรมที่เป็นคำนามวางไว้หลังวลีหรือระหว่าง cover กับ up ก็ได้ เช่น cover up the mistake หรือ cover the mistake up แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น cover it up ไม่ใช่ cover up it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย cover up โดยวางคำสรรพนาม it ในตำแหน่งที่ถูกต้อง: The company made a serious error and tried to ____.
ดูคำตอบ
cover it up
move people on: ทำให้ผู้คนออกจากบริเวณหนึ่ง
move people on หมายถึงทำให้หรือบอกให้ผู้คนออกจากจุดที่ยืนอยู่แล้วเคลื่อนไปที่อื่น ในบริบทของตำรวจนี้ หมายถึงให้ผู้ที่มุงดูออกจากสถานที่เกิดเหตุ โดย on เพิ่มความหมายว่าไม่ให้ยืนอยู่ที่เดิมต่อไป โครงสร้างคือ move + คน + on และเป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ดังนั้นคำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง เช่น move them on ไม่ใช่ move on them
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง move ... on และคำสรรพนาม them: The visitors were blocking the doorway, so security had to ____.
ดูคำตอบ
move them on
in other words: ส่งสัญญาณว่ากำลังกล่าวใหม่
in other words เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่บอกผู้ฟังหรือผู้อ่านว่าเนื้อหาถัดไปจะกล่าวแนวคิดก่อนหน้าใหม่ให้เข้าใจง่าย กระชับ หรือชัดเจนขึ้น ในที่นี้ So เชื่อมกลับไปยังสิ่งที่พูดมาก่อน ส่วน in other words ส่งสัญญาณว่าจะมีการสรุป ไม่ใช่ประเด็นใหม่ ปกติจะวางไว้ก่อนข้อความที่กล่าวใหม่ทันทีและคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค เมื่อได้ยิน ให้มองว่าเป็นสัญญาณว่าถ้อยคำต่อไปจะใช้รูปแบบต่างออกไปแต่ยังคงความหมายหลักเดิม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in other words เพื่อกล่าวแนวคิดหลักเดิมใหม่?
- The museum is closed today. In other words, it opened in 1890.
- The museum is closed today. In other words, the coffee shop next door is still open.
- The museum is closed today. In other words, visitors cannot go inside today.
ดูคำตอบ
The museum is closed today. In other words, visitors cannot go inside today.
hijacks healthy cells: ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ hijack
ใน cancer hijacks healthy cells คำว่า hijacks เป็นคำเปรียบเทียบ มะเร็งไม่ได้ลักพาตัวเซลล์จริง ๆ แต่ใช้ลักษณะหรือกลไกตามปกติของเซลล์เพื่อช่วยให้ตัวเองอยู่รอดและได้ประโยชน์ โดยทั่วไป hijack อาจหมายถึงการเข้าควบคุมระบบ กระบวนการ หรือทรัพยากรที่มีอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วเปลี่ยนไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น ถ้อยคำนี้ทำให้กลไกที่ซับซ้อนกลายเป็นภาพที่เข้าใจง่ายของการบังคับยึดอำนาจควบคุม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ hijack ในความหมายเชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกับตัวอย่าง
- Malware hijacks the browser and redirects every search.
- The technician repairs the browser after an update.
- The company rents extra servers for the weekend.
ดูคำตอบ
Malware hijacks the browser and redirects every search.
takes control of: โครงสร้าง take control of + กรรม
Takes control of หมายถึงการได้รับอำนาจในการสั่งการหรือควบคุมบางสิ่ง โครงสร้างคือ take control of + คำนามหรือคำสรรพนาม โดย control เป็นคำนามในที่นี้ จึงต้องใช้ of นำหน้าสิ่งที่ถูกควบคุม Take เน้นการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ ประธานเปลี่ยนจากไม่มีอำนาจควบคุมมาเป็นมีอำนาจควบคุม ในประโยคนี้วลีดังกล่าวอธิบาย hijack ว่าเป็นการยึดสิ่งที่เป็นของผู้อื่นแล้วใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ take control of: When the driver fainted, a passenger ____ the bus and stopped it safely.
ดูคำตอบ
took control of
for its own advantage: เพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์
ในที่นี้ for its own advantage หมายถึง เพื่อให้ตัวเองได้รับประโยชน์หรืออยู่ในสถานะที่ได้เปรียบมากขึ้น คำว่า own ระบุชัดว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์คือใคร นั่นคือตัวผู้ที่นำสิ่งนั้นไปใช้เอง advantage ในที่นี้หมายถึงประโยชน์หรือความได้เปรียบ ไม่ใช่แต้ม หรือการนำในคะแนนกีฬา วลีนี้อธิบายแรงจูงใจที่มุ่งประโยชน์ของตนเอง
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง for its own advantage หมายถึงอะไร
- เพื่อให้ตัวมันเองได้รับประโยชน์
- เพื่อให้มันทำแต้มในการแข่งขันกีฬา
- เพื่อให้กลุ่มอื่นได้รับประโยชน์
ดูคำตอบ
เพื่อให้ตัวมันเองได้รับประโยชน์
change things: เปลี่ยนสถานการณ์โดยรวม
ในคำถามนี้ change things หมายถึง เปลี่ยนสถานการณ์โดยรวม ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น หรือวิธีจัดการกับปัญหา Things ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่จับต้องได้ แต่เป็นคำกว้าง ๆ ที่รวมสภาพการณ์ซึ่งกำลังพูดถึงอยู่ How would X change things? ใช้ถามว่าอะไรจะเปลี่ยนไปหากมีการนำ X มาใช้หรือหาก X เกิดขึ้น would ทำให้คำถามเป็นเชิงสมมุติ ผู้พูดจึงถามถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: How would the new timetable change things for commuters? คำว่า things หมายถึงอะไร
- สถานการณ์โดยรวมของผู้เดินทางไปทำงานและประสบการณ์ที่พวกเขาอาจได้รับ
- เฉพาะนาฬิกาที่ใช้ในสถานีเท่านั้น
- สิ่งของที่ผู้เดินทางไปทำงานเป็นเจ้าของ
ดูคำตอบ
สถานการณ์โดยรวมของผู้เดินทางไปทำงานและประสบการณ์ที่พวกเขาอาจได้รับ
existing treatments like chemotherapy: การรักษาที่มีอยู่แล้ว เช่น เคมีบำบัด
existing treatments หมายถึงวิธีการรักษาที่มีให้ใช้แล้วหรือกำลังใช้อยู่ ในที่นี้ existing หมายถึง “ที่มีอยู่แล้ว” หรือ “ในปัจจุบัน” ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่โดดเด่นหรือมีพลังมาก like chemotherapy ยก chemotherapy ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง โดย chemotherapy เป็นศัพท์ทางการแพทย์ภาษาอังกฤษ หมายถึงการใช้ยาเพื่อทำลายหรือควบคุมเซลล์มะเร็ง หรือ “เคมีบำบัด”
แบบฝึกหัด
existing treatments like chemotherapy หมายถึงอะไรในบริบทด้านสุขภาพนี้
- การรักษาที่โดดเด่นมากแต่ยังไม่มีให้ใช้
- การรักษาที่มีให้ใช้แล้ว โดยมีเคมีบำบัดเป็นตัวอย่าง
- การรักษาที่ผู้ป่วยชอบ โดยเฉพาะเคมีบำบัด
ดูคำตอบ
การรักษาที่มีให้ใช้แล้ว โดยมีเคมีบำบัดเป็นตัวอย่าง
side effects: ผลเพิ่มเติมที่ไม่พึงประสงค์จากการรักษา
side effects เป็นรูปพหูพจน์ของ side effect และเป็นศัพท์ด้านสุขภาพที่ใช้ทั่วไป หมายถึงผลที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมจากผลหลักที่ต้องการของยาหรือการรักษา ในประโยคนี้ unpleasant แสดงชัดว่าผลเพิ่มเติมเหล่านี้ไม่พึงประสงค์หรือทำให้รู้สึกไม่สบาย ในวลีนี้ side ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพหรือ “ด้านข้าง” ควรเข้าใจ side effect เป็นศัพท์ทางการแพทย์หนึ่งคำศัพท์ ไม่ใช่แปลสองคำแยกกัน
แบบฝึกหัด
เติมศัพท์ด้านสุขภาพมาตรฐานสองคำที่หมายถึงผลเพิ่มเติมที่ไม่พึงประสงค์: The medicine is effective, but it may cause ____.
ดูคำตอบ
side effects
retrain the immune system to recognize cancer cells การใช้คำ
3:31จะฝึกระบบภูมิคุ้มกันใหม่ให้จดจำเซลล์มะเร็ง
on the other hand: การนำเสนออีกด้านที่แตกต่าง
on the other hand เป็นตัวเชื่อมเชิงวาทกรรมที่ใช้เสนออีกด้านหนึ่งของหัวข้อซึ่งแตกต่างหรือตรงข้ามกัน ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากผลเสียของเคมีบำบัดไปสู่วิธีการทำงานที่แตกต่างของวัคซีนชนิดใหม่ เมื่อวางแทรกระหว่างประธานกับกริยาและคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้จะช่วยจัดระเบียบการเปรียบเทียบโดยไม่เปลี่ยนไวยากรณ์ของอนุประโยค คำว่า hand ไม่ได้หมายถึงมือจริง ๆ แต่วลีทั้งหมดเชื่อมกลับไปยังด้านหนึ่งที่กล่าวมาแล้วก่อนนำเสนออีกด้านหนึ่ง
แบบฝึกหัด
on the other hand ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่างนี้
- ใช้บอกตำแหน่งของมือจริง ๆ
- ใช้เสนอกลไกที่แตกต่างจากการรักษาที่กล่าวถึงก่อนหน้า
- ใช้ยกตัวอย่างเพิ่มเติมของกลไกที่เหมือนกันทุกประการ
ดูคำตอบ
ใช้เสนอกลไกที่แตกต่างจากการรักษาที่กล่าวถึงก่อนหน้า
retrain the immune system: การเปลี่ยนรูปแบบการตอบสนองที่เรียนรู้มาแล้ว
retrain ประกอบด้วย re- ซึ่งหมายถึง “อีกครั้ง” หรือ “ในแบบใหม่” รวมกับ train การ retrain บุคคลหรือระบบคือการสอนให้ตอบสนองด้วยวิธีที่ต่างออกไป หลังจากที่มีนิสัย ทักษะ หรือรูปแบบเดิมอยู่แล้ว ใน retrain the immune system to recognize cancer cells นั้น the immune system เป็นกรรมที่ได้รับการฝึกใหม่ ส่วน to recognize cancer cells ระบุความสามารถใหม่ คำว่า train ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบที่ใช้สื่อสารเรื่องวิทยาศาสตร์ การรักษาเปลี่ยนการตอบสนองทางชีวภาพ ไม่ใช่ว่าระบบภูมิคุ้มกันเข้าเรียนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย retrain และคำเชื่อมที่ใช้ก่อนความสามารถใหม่: The new course will ____ the staff ____ handle emergency calls.
ดูคำตอบ
retrain · to
those, and only those: จำกัดเป้าหมายอย่างแม่นยำ
ในที่นี้ those ย้อนกลับไปหมายถึงเซลล์มะเร็งที่กล่าวถึงก่อนหน้า วลีแทรก and only those จำกัดขอบเขตให้แคบลง กล่าวคือ การทำงานที่เสนอจะกำจัดเซลล์มะเร็งและไม่กำจัดเซลล์อื่น การกล่าวซ้ำนี้เป็นความตั้งใจ ไม่ใช่คำฟุ่มเฟือย โดยเริ่มจากระบุเป้าหมาย แล้วจึงตัดทุกสิ่งที่อยู่นอกเป้าหมายนั้นออก ทำให้ข้อความมีความแม่นยำอย่างที่มักจำเป็นในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจำกัดขอบเขตแบบกล่าวซ้ำ ซึ่งหมายความว่าไม่มีหน้าอื่นได้รับอนุมัติ: The editor approved the revised pages—____—for publication.
ดูคำตอบ
those and only those
even in patients with: ระบุกลุ่มผู้ป่วยที่เหนือความคาดหมาย
Even เน้นข้อความ in patients with the disease already โดยผู้ฟังอาจคาดว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้จะช่วยได้ยากกว่า หรืออยู่นอกขอบเขตของข้อกล่าวอ้าง แต่ข้อความนี้บอกว่าผลดังกล่าวใช้กับพวกเขาด้วย In patients ระบุกลุ่มผู้ป่วยที่เกิดผลบางอย่าง ส่วน with the disease ขยายความ patients รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ even in patients with + condition ซึ่งหมายความว่าผลนั้นเกิดขึ้นแม้ในกลุ่มผู้ป่วยที่น่าสนใจหรือเหนือความคาดหมาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าการรักษาประสบผลสำเร็จแม้ในกลุ่มผู้ป่วยที่อาจถูกคาดว่าจะรักษาได้ยากกว่า?
- The treatment worked in patients with advanced disease.
- The treatment worked even in patients with advanced disease.
- The treatment worked even patients with advanced disease.
ดูคำตอบ
The treatment worked even in patients with advanced disease.
Here's Professor Eduardo Sanchez of the Anderson Cancer Center in Texas
3:41ต่อไปนี้คือศาสตราจารย์ เอดูอาร์โด ซานเชซ จากศูนย์มะเร็งแอนเดอร์สันในรัฐเท็กซัส
explaining more to BBC World Service's The Inquiry.
3:45ที่จะมาอธิบายเพิ่มเติมในรายการ The Inquiry ของ BBC World Service
don't attack me, don't eat me: การทำให้สัญญาณของเซลล์ดูเหมือนคำพูดของมนุษย์
ในประโยคนี้ ผู้พูดทำให้เซลล์มะเร็งมีเสียงเหมือนมนุษย์ คำสั่งที่ยกมาทั้งสองประโยคแทนสัญญาณที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่โจมตีหรือกลืนกินเซลล์เหล่านั้น เซลล์ไม่ได้พูดจริง ๆ คำสั่งตรงที่มีโครงสร้างขนานกันเปลี่ยนกลไกทางชีววิทยาให้เป็นบทสนทนาสั้น ๆ ในการอธิบายวิทยาศาสตร์ด้วยคำพูด วิธีนี้ช่วยให้ผู้ฟังเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าใครส่งสัญญาณ ใครรับสัญญาณ และสัญญาณนั้นมุ่งให้เกิดผลอะไร
แบบฝึกหัด
คำพูดที่ยกมาในประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร
- รายงานถ้อยคำที่เซลล์มะเร็งพูดจริง ๆ
- บอกผู้ฟังว่าอย่ากินอาหารระหว่างฟังคำอธิบาย
- เปลี่ยนสัญญาณการหลบหลีกภูมิคุ้มกันให้เป็นข้อความแบบมนุษย์ที่เข้าใจง่าย
ดูคำตอบ
เปลี่ยนสัญญาณการหลบหลีกภูมิคุ้มกันให้เป็นข้อความแบบมนุษย์ที่เข้าใจง่าย
has forgotten how to go about recognizing those cancer cells, วลี
3:58ลืมวิธีที่จะจดจำเซลล์มะเร็งเหล่านั้นไปแล้ว
how to go about recognizing: โครงสร้าง go about + -ing
ใน how to go about recognizing โครงสร้าง go about + -ing หมายถึงการรับมือกับงานโดยเลือกหรือทำตามวิธีใดวิธีหนึ่ง ในที่นี้ go ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ โครงสร้างคือ how to go about + รูป -ing ของคำกริยา จึงใช้ recognizing วลี how to ทั้งหมดเป็นส่วนเติมเต็มของ forgotten ดังนั้นสิ่งที่ถูกลืมคือวิธีตรวจจำแนกเซลล์เหล่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ go about และรูปที่ถูกต้องของ solve: We need to decide how to ____ this problem.
ดูคำตอบ
go about solving
becoming blind to recognize those aberrations that cancer cells generate. สำนวน
4:04และมองไม่เห็นความผิดปกติที่เซลล์มะเร็งสร้างขึ้น
blind to recognize: ความหมายที่ต้องการสื่อและโครงสร้างที่เป็นธรรมชาติ
blind ในที่นี้ใช้ในเชิงอุปมา หมายถึงการไม่สังเกตหรือตรวจจับบางสิ่ง ไม่ใช่การสูญเสียการมองเห็นทางกายภาพ ในบริบทนี้ ความหมายที่ต้องการสื่อคือระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถจำแนกลักษณะผิดปกติที่เซลล์มะเร็งสร้างขึ้นได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม blind to recognize ไม่ใช่โครงสร้างภาษาอังกฤษมาตรฐาน ดูเหมือนเป็นการผสมระหว่าง be blind to those aberrations กับ be unable to recognize those aberrations เมื่อต้องการนำไปใช้ ให้เลือกโครงสร้างใดโครงสร้างหนึ่งให้ครบถ้วน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างที่เป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าระบบไม่สังเกตเห็นสัญญาณเตือน
- The system is blind to the warning signs.
- The system is blind to recognize the warning signs.
- The system is blind recognize the warning signs.
ดูคำตอบ
The system is blind to the warning signs.
what we want to do with vaccines is...: เสนอเป้าหมายก่อนแล้วจึงให้คำตอบ
ใน what we want to do with vaccines is... อนุประโยค what ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน มีความหมายว่า “สิ่งที่เราต้องการทำโดยใช้วัคซีน” และใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า we want ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม do we want กริยาเชื่อม is ใช้เปิดคำตอบหรือจุดเน้น ในที่นี้ to re-educate the immune system ระบุเป้าหมาย โครงสร้าง what ... is ... สามารถนำไปใช้เพื่อเสนอหัวข้อหรือเป้าหมายก่อน แล้วจึงบอกการกระทำหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง what ... is ... ใส่หนึ่งคำในแต่ละช่องว่าง: ____ we need to do ____ reduce the risk.
ดูคำตอบ
What · is
re-educate the immune system: ฝึกระบบภูมิคุ้มกันใหม่
ในประโยคนี้ re-educate the immune system หมายถึงการฝึกหรือปรับทิศทางการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันใหม่ เพื่อให้มันสามารถจดจำการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ นี่เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังได้รับการศึกษาในโรงเรียนจริง ๆ คำเติมหน้า re- หมายถึง “อีกครั้ง” หรือ “ใหม่” ในที่นี้ educate ขยายจากความหมายปกติที่ใช้กับการสอนคน โดยนำเสนอว่าระบบทางชีววิทยาสามารถเรียนรู้การตอบสนองแบบใหม่ได้
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางการแพทย์ “re-educate the immune system” มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอะไร
- ให้มันเรียนในห้องเรียนของโรงเรียน
- ฝึกให้มันจดจำและตอบสนองต่อภัยคุกคามด้วยวิธีที่ต่างออกไป
- แทนที่มันด้วยระบบภูมิคุ้มกันใหม่ทั้งหมด
ดูคำตอบ
ฝึกให้มันจดจำและตอบสนองต่อภัยคุกคามด้วยวิธีที่ต่างออกไป
the immune system is blind to cancerous growths. สำนวน
4:18ระบบภูมิคุ้มกันมองไม่เห็นก้อนมะเร็งที่โตขึ้น
be blind to something: ไม่รับรู้บางสิ่ง
Be blind to something เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่หมายถึงไม่สังเกต ไม่รับรู้ หรือไม่เข้าใจบางสิ่ง ในที่นี้หมายถึงระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถจดจำการเจริญเติบโตของมะเร็งได้ ไม่ได้เกี่ยวกับการมองเห็นตามความหมายตรงตัว ในสำนวนนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลี คำสรรพนาม หรืออนุประโยคได้ เช่น blind to the danger, blind to it และ blind to what was happening
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้: The review team was completely ____ the security risk.
ดูคำตอบ
blind to
It completely fails to notice them or be aware of their danger. วลี
4:21มันล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการสังเกตเห็นหรือตระหนักถึงอันตรายของพวกมัน
fails to notice: fail to + คำกริยารูปพื้นฐาน
ในประโยคนี้ fails to notice หมายถึง “ไม่สามารถตรวจพบได้” คำว่า fail ไม่ได้หมายถึงสอบตก ในโครงสร้าง fail to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำนี้บอกว่าการกระทำหรือผลที่คาดไว้ไม่เกิดขึ้น ประธานของประโยคคือระบบภูมิคุ้มกัน และ completely ช่วยเน้นความหมายว่า ระบบนี้ตรวจไม่พบการเจริญเติบโตที่เป็นมะเร็งเลย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ fail to notice: The security system ____ the open window, although detecting it was its job.
ดูคำตอบ
failed to notice
be aware of + คำนามหรือรูป -ing
Be aware of หมายถึง “รู้หรือรับรู้ถึงการมีอยู่ ความสำคัญ หรืออันตรายของบางสิ่ง” ในที่นี้ระบบภูมิคุ้มกันไม่รับรู้ถึงอันตรายจากการเจริญเติบโตที่เป็นมะเร็ง Aware เป็นคำคุณศัพท์ ใช้ be aware of หน้าคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น aware of the risk, aware of it และ aware of being watched คำบุพบท of เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้
แบบฝึกหัด
เติม aware และคำบุพบทที่จำเป็นให้สมบูรณ์: Before you hike, be ____ sudden weather changes.
ดูคำตอบ
aware of
or teaches it to behave in a different way. ไวยากรณ์
4:28หรือสอนให้มันมีพฤติกรรมในรูปแบบที่ต่างออกไป
teaches it to behave: teach + กรรม + to-infinitive
ใน teaches it to behave... คำว่า teaches ตามด้วยกรรม it และ to-infinitive to behave โครงสร้าง teach + กรรม + to-infinitive หมายถึงการสอนหรือฝึกให้คนหรือสิ่งที่กรรมกล่าวถึงทำบางอย่าง ในที่นี้ it หมายถึง the immune system กรรมหลัง teach ไม่จำเป็นต้องเป็นคน ในคำอธิบาย เราสามารถใช้บุคลาธิษฐานกับระบบ เครื่องจักร หรือกระบวนการ โดยพูดราวกับว่าสิ่งนั้นเรียนรู้การตอบสนองแบบใหม่ได้ ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเป็นการพูดอีกแบบเพื่ออธิบาย re-educates ไม่ได้หมายถึงการสอนในห้องเรียนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง teach + กรรม + to-infinitive ได้ถูกต้อง
- The workshop teaches new volunteers use the radio safely.
- The workshop teaches new volunteers to use the radio safely.
- The workshop teaches to new volunteers to use the radio safely.
ดูคำตอบ
The workshop teaches new volunteers to use the radio safely.
To recap: ส่งสัญญาณว่าจะสรุปประเด็นก่อนหน้า
To recap เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่มักวางไว้ต้นประโยค เพื่อส่งสัญญาณว่าจะมีการสรุปข้อมูลที่กล่าวไปแล้วแบบสั้น ๆ คำนี้บอกผู้ฟังว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปเป็นการจัดระเบียบหรือกล่าวย้ำประเด็นก่อนหน้า ไม่ใช่การเสนอประเด็นหลักใหม่ วลี infinitive นี้บอกว่าผู้พูดกำลังทำอะไรอยู่ นั่นคือ to recap what has been said โดยปกติจะคั่นจากเนื้อหาสรุปที่ตามมาด้วยเครื่องหมายจุลภาค
แบบฝึกหัด
เมื่อผู้พูดกล่าวว่า “To recap, ...” ผู้ฟังควรคาดว่าจะได้ยินอะไรต่อไป
- การกล่าวย้ำประเด็นที่พูดถึงไปแล้วแบบสั้น ๆ
- ประเด็นหลักใหม่ที่ไม่เคยกล่าวถึงมาก่อน
- การแก้คำหนึ่งคำที่ผู้พูดเพิ่งออกเสียงผิด
ดูคำตอบ
การกล่าวย้ำประเด็นที่พูดถึงไปแล้วแบบสั้น ๆ
some cancer treatments work by unblocking our blocked natural defenses, ไวยากรณ์
4:32การรักษามะเร็งบางวิธีทำงานโดยการปลดบล็อกระบบป้องกันตามธรรมชาติของเราที่ถูกบล็อกไว้
work by unblocking: อธิบายว่าสิ่งหนึ่งก่อให้เกิดผลได้อย่างไร
ใน work by unblocking คำว่า work หมายถึง “ก่อให้เกิดผล” หรือ “ได้ผล” ไม่ได้หมายถึง “ทำงานเป็นอาชีพ” วลีนี้บอกว่าการรักษาบางวิธีได้ผลผ่านการขจัดสิ่งที่ปิดกั้นกลไกป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ something works by + -ing โดย by ใช้นำหน้าวิธีการหรือกลไก และคำกริยาหลังจากนั้นต้องอยู่ในรูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ work by: The air purifier ____ pulling air through a filter.
ดูคำตอบ
works by
whereas vaccines: นำเข้าสู่อนุประโยคที่สองซึ่งใช้เปรียบต่าง
whereas vaccines นำเข้าสู่อนุประโยคที่สองจากอนุประโยคสองส่วนที่วางขนานกัน whereas ส่งสัญญาณว่ากลไกการรักษาแบบที่สองกำลังถูกนำมาเปรียบต่างกับแบบแรก โดยแบบหนึ่งขจัดสิ่งที่ปิดกั้นกลไกป้องกันตามธรรมชาติ ส่วนวัคซีนฝึกระบบภูมิคุ้มกันใหม่ โครงสร้างคือ clause 1, whereas + clause 2 ในที่นี้ vaccines เป็นประธานของอนุประโยคที่สอง และ retrain เป็นคำกริยา whereas ใช้จัดข้อมูลสองด้านให้เปรียบต่างกัน ไม่ได้มีความหมายเกี่ยวกับสถานที่หรือเวลา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ whereas เพื่อจัดการเปรียบต่างสองด้านได้อย่างชัดเจน?
- This battery charges whereas quickly the other one lasts longer.
- This battery charges quickly, whereas the other one lasts longer.
- This battery charges quickly, whereas lasting longer.
ดูคำตอบ
This battery charges quickly, whereas the other one lasts longer.
Because these two approaches are quite different: บอกเหตุก่อนแล้วจึงบอกผล
Because these two approaches are quite different เป็นอนุประโยคบอกเหตุที่สมบูรณ์และวางไว้หน้าประโยคหลัก โดยให้เหตุผลก่อน ส่วน they can be used together and individually เป็นผลหรือข้อสรุป โครงสร้าง Because + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก ช่วยนำผู้ฟังจากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์ เมื่ออนุประโยค because อยู่ข้างหน้า โดยปกติจะใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นจากประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ because ได้ถูกต้องเพื่อวางอนุประโยคบอกเหตุที่สมบูรณ์ไว้ก่อนผลลัพธ์
- Because of the two methods work differently, they can be combined.
- Because the two methods work differently, so they can be combined.
- Because the two methods work differently, they can be combined.
ดูคำตอบ
Because the two methods work differently, they can be combined.
to answer my original question: กลับไปตอบคำถามก่อนหน้า
to answer my original question เป็นวลี infinitive เปิดประโยคที่บอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปจะทำหน้าที่อะไร หลังจากอธิบายมาระยะหนึ่ง วลีนี้จะดึงความสนใจกลับไปยังคำถามที่ตั้งไว้ตอนต้นและเตรียมเข้าสู่คำตอบหรือข้อสรุปโดยตรง original ในที่นี้หมายถึงคำถามแรกหรือคำถามที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่สร้างสรรค์หรือคิดขึ้นใหม่ วลีนี้ทำหน้าที่จัดลำดับการพูด ไม่ใช่ตัวคำตอบเอง
แบบฝึกหัด
ในการพูด to answer my original question ส่งสัญญาณว่าอะไร
- ผู้พูดกำลังแทนที่คำถามก่อนหน้าด้วยหัวข้อใหม่
- ผู้พูดกำลังย้อนกลับไปยังคำถามก่อนหน้าและกำลังจะตอบโดยตรง
- ผู้พูดกำลังบอกว่าคำถามนี้สร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังย้อนกลับไปยังคำถามก่อนหน้าและกำลังจะตอบโดยตรง
might not be too far away: การคาดการณ์อนาคตอันใกล้อย่างระมัดระวัง
ในที่นี้ far away หมายถึงระยะห่างทางเวลา ไม่ใช่ระยะห่างทางกายภาพ might not be too far away หมายความว่าวัคซีนนี้อาจกลายเป็นจริงในอนาคตที่ค่อนข้างใกล้ วลีนี้เป็นการคาดการณ์ที่มีความหวังแต่ยังระมัดระวัง might แสดงความไม่แน่นอน ส่วน not too far away ทำให้ช่วงเวลายังคงคลุมเครือแทนที่จะรับประกันว่าจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ might not be too far away หมายความว่าอย่างไร? A widely available cure might not be too far away.
- สิ่งนั้นตั้งอยู่ใกล้ในทางกายภาพ
- สิ่งนั้นอาจกลายเป็นจริงในอนาคตอันค่อนข้างใกล้
- สิ่งนั้นมีให้ใช้ได้อย่างแน่นอนแล้วในตอนนี้
ดูคำตอบ
สิ่งนั้นอาจกลายเป็นจริงในอนาคตอันค่อนข้างใกล้
how about your question?: การกลับไปยังหัวข้อที่ยังไม่จบ
ใน How about your question? โครงสร้าง how about + นามวลี นำหัวข้อที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้แต่ยังไม่เสร็จกลับเข้าสู่บทสนทนา ผู้พูดกำลังถามถึงคำถามที่ยังต้องตอบ ไม่ได้ถามว่าคำถามนั้นดีหรือไม่ โครงสร้างนี้สามารถเปลี่ยนความสนใจไปยังบุคคล รายการ หรืองานอื่นได้ หน้าที่ที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท ในที่นี้ประโยคถัดไปขอให้เฉลยคำตอบ จึงทำให้วลีนี้เป็นการเตือนหรือกระตุ้นให้อีกฝ่ายตอบ
แบบฝึกหัด
How about your question? ในประโยคต้นฉบับมีหน้าที่หลักอย่างไร?
- พาบทสนทนากลับไปยังคำถามที่ยังต้องการคำตอบ
- ถามว่าคำถามนั้นเขียนได้ดีหรือไม่
- ขอให้ผู้ฟังคิดคำถามอื่นขึ้นมา
ดูคำตอบ
พาบทสนทนากลับไปยังคำถามที่ยังต้องการคำตอบ
Isn't it time you ...?: การเตือนที่สุภาพแต่มีน้ำเสียงเร่ง
Isn't it time you ...? เป็นคำถามเชิงปฏิเสธที่ใช้เตือนหรือเร่งให้อีกฝ่ายลงมือทำ ผู้พูดเห็นว่าควรทำสิ่งนั้นตอนนี้ และอาจสื่อว่าช้าไปเล็กน้อยแล้ว ในโครงสร้าง it is time + ประธาน ภาษาอังกฤษมักใช้กริยาถัดไปเป็นรูปอดีต เช่น revealed รูปอดีตตรงนี้แสดงว่าสถานการณ์ที่ต้องการยังไม่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้กล่าวถึงเวลาในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนโดยใช้โครงสร้างที่กำหนด Isn't it time you + รูปอดีตของ leave: ____ for the airport?
ดูคำตอบ
Isn't it time you left
I asked which disease was first successfully treated by a vaccine.
4:58ผมถามว่าโรคอะไรที่ได้รับการรักษาสำเร็จเป็นโรคแรกด้วยวัคซีน
I'm afraid: คำช่วยทำให้การแจ้งข่าวร้ายฟังสุภาพขึ้น
I'm afraid ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าผู้พูดกลัว แต่เป็นถ้อยคำสุภาพที่ช่วยลดความตรงในการนำเสนอคำตอบที่ไม่น่ายินดี การแก้ข้อมูล การปฏิเสธ หรือข่าวร้ายอื่น ๆ ในบทสนทนานี้ช่วยให้การบอกว่าอีกฝ่ายตอบผิดฟังไม่แข็งเกินไป เมื่อเนื้อหาที่ไม่น่ายินดีชัดเจนอยู่แล้วจากบทสนทนา สามารถใช้วลีนี้เดี่ยว ๆ ได้ ผู้ฟังจะเติมความหมายที่ละไว้จากบริบท ดังนั้น I'm afraid. จึงมีความหมายโดยประมาณว่า “น่าเสียดายที่เป็นเช่นนั้น”
แบบฝึกหัด
พนักงานต้อนรับพูดว่า “I'm afraid the last train has left.” คำว่า I'm afraid ทำหน้าที่อะไรในที่นี้?
- นำเสนอข่าวที่น่าผิดหวังอย่างสุภาพ
- บอกว่าพนักงานต้อนรับกลัวรถไฟขบวนนั้น
- แสดงว่าข่าวนี้เป็นเพียงการคาดเดา
ดูคำตอบ
นำเสนอข่าวที่น่าผิดหวังอย่างสุภาพ
let's recap the vocabulary we've learned in this program,
5:10เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เรียนรู้กันในรายการนี้
starting with: ใช้เกริ่นรายการแรก
starting with ใช้เกริ่นรายการแรกในการอธิบาย รายการ หรือการทบทวนที่มีลำดับ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกผู้ฟังว่า breakthrough เป็นคำแรกที่จะนำมาทบทวน โครงสร้างคือ starting with + คำนามหรือนามวลี ในที่นี้ with ใช้ระบุจุดเริ่มต้นที่เลือกไว้ ไม่ได้หมายความว่าใครคนหนึ่งเริ่มทำบางอย่างพร้อมกับอีกคนหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดระบุได้อย่างเป็นธรรมชาติว่า safety เป็นหัวข้อแรกในการทบทวน
- We'll review the main points, starting with safety.
- We'll review the main points, starting to safety.
- We'll review the main points, starting by safety.
ดูคำตอบ
We'll review the main points, starting with safety.
a sudden, dramatic, and important discovery.
5:14คือการค้นพบที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน น่าทึ่ง และมีความสำคัญ
add credibility to: ทำให้บางสิ่งน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
add credibility to หมายถึงทำให้คำกล่าวอ้าง รายงาน บุคคล หรือแหล่งข้อมูลดูน่าเชื่อและไว้วางใจได้มากขึ้น ในประโยคนี้ งานวิจัยที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ทำให้ผู้ฟังมีเหตุผลมากขึ้นที่จะเชื่อสิ่งที่คุณพูด โครงสร้างคือ add credibility to + นามวลี กรรมอาจเป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ได้ด้วย เช่น what you say คำว่า credibility เน้นการมีคุณค่าให้น่าเชื่อถือ ไม่ใช่ความนิยม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวได้ถูกต้องว่าหลักฐานทำให้รายงานน่าเชื่อถือมากขึ้น
- Independent evidence can add popularity to the report.
- Independent evidence can add credibility to the report.
- Independent evidence can add credible to the report.
ดูคำตอบ
Independent evidence can add credibility to the report.
is used to discourage people from paying attention วลี
5:26ถูกนำมาใช้เพื่อขัดขวางไม่ให้คนอื่นมาสนใจ
discourage people from paying attention: ทำให้ใครบางคนไม่อยากทำบางสิ่ง
ในที่นี้ discourage people from paying attention หมายถึง “ทำให้ผู้คนอยากให้ความสนใจน้อยลง” discourage สื่อถึงการลดความเต็มใจหรือความมั่นใจของใครบางคนที่จะลงมือทำ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ทำให้คนนั้นเศร้า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ discourage + คน + from + คำกริยา-ing โดยคนคือผู้ที่ได้รับอิทธิพล ส่วนวลีคำกริยา-ing ระบุการกระทำที่ต้องการทำให้คนนั้นไม่อยากทำ
แบบฝึกหัด
ใช้ discourage ในรูปอดีตและคำในวงเล็บเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The safety notice ____ the unstable bridge. (hikers / cross)
ดูคำตอบ
discouraged hikers from crossing
looking too closely at: ตรวจสอบละเอียดเกินกว่าที่ต้องการ
Look closely at หมายถึง “ตรวจสอบหรือสังเกตอย่างละเอียด” closely บอกระดับความใส่ใจ ไม่ได้บอกว่าใครอยู่ใกล้ในทางกายภาพเพียงใด เมื่อเติม too การใส่ใจอย่างละเอียดนั้นจะถูกมองในแง่ลบหรือเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการ looking too closely at something หมายถึงตรวจสอบบางสิ่งละเอียดกว่าระดับที่ใครบางคนเห็นว่าเหมาะสมหรือต้องการ ในบริบทนี้สื่อว่าการตรวจสอบอย่างละเอียดอาจเปิดเผยบางอย่างได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ look too closely at ในความหมายว่า “ตรวจสอบละเอียดกว่าที่ใครบางคนต้องการ”?
- The company grew uneasy when auditors looked too closely at its expense records.
- The editor glanced at the report without checking the details.
- The tourists stood too close to the museum map.
ดูคำตอบ
The company grew uneasy when auditors looked too closely at its expense records.
you use something that doesn't belong to you for your own benefits.
5:33คุณนำสิ่งที่ไม่ใช่ของคุณมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
If you hijack something: if สำหรับให้คำจำกัดความทั่วไป
ในที่นี้ If you hijack something ใช้เปิดเงื่อนไขที่นิยามคำว่า hijack ไม่ได้สมมติเหตุการณ์เฉพาะอย่างหนึ่งในอนาคต แต่บอกสิ่งที่เป็นจริงโดยทั่วไปเมื่อมีคน hijack บางสิ่ง คำจำกัดความและข้อเท็จจริงทั่วไปมักใช้ present simple ในทั้งสองอนุประโยค: If + present simple, present simple อนุประโยค if ระบุเงื่อนไข ส่วนอนุประโยคหลักให้คำจำกัดความหรือผลลัพธ์ทั่วไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ if เพื่อให้คำจำกัดความทั่วไป แทนที่จะคาดการณ์เหตุการณ์เฉพาะในอนาคต
- If a material is waterproof, it does not let water pass through it.
- If the box were waterproof, the books would stay dry.
- If this paint dries before noon, we will add a second coat.
ดูคำตอบ
If a material is waterproof, it does not let water pass through it.
Being blind to something: วลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
Being blind to something เป็นวลี gerund และทั้งวลีทำหน้าที่เป็นประธานของ means วลีนี้ใช้เรียกสภาวะหนึ่งเพื่อให้ประโยคสามารถนิยามหรือพูดถึงสภาวะนั้นได้ ตรงนี้ Being ไม่ได้เป็นส่วนของกริยา present progressive วลีที่สร้างด้วย Being + adjective สามารถทำให้สภาวะหนึ่งกลายเป็นหัวข้อของประโยคได้ ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นแนวคิดเดียว จึงมักใช้กับกริยาเอกพจน์ นี่คือเหตุผลที่ตัวอย่างใช้ means
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี Being + adjective เป็นประธานได้ถูกต้อง
- Being open to feedback it helps a team improve.
- Being open to feedback helps a team improve.
- Being open to feedback are helping a team improve.
ดูคำตอบ
Being open to feedback helps a team improve.
recognize it as: ระบุว่าสิ่งหนึ่งอยู่ในหมวดหมู่ใด
ใน recognize it as a threat คำว่า recognize หมายถึง “ระบุหรือพิจารณาว่าสิ่งหนึ่งมีตัวตน บทบาท หรือคุณสมบัติบางอย่าง” ไม่ได้จำกัดแค่การจำคนหรือสิ่งของที่คุ้นเคยได้เท่านั้น โครงสร้างคือ recognize + กรรม + as + หมวดหมู่หรือคำอธิบาย ในที่นี้ it คือสิ่งที่ถูกประเมิน และ a threat คือหมวดหมู่ที่ใช้จัดสิ่งนั้น โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการจำแนกหลักฐาน ความเสี่ยง อาการ หรือสถานะอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ recognize X as Y เพื่อจำแนกบางสิ่ง?
- The analyst recognized the pattern from an earlier report.
- The analyst recognized her colleague at the conference.
- The analyst recognized the pattern as evidence of fraud.
ดูคำตอบ
The analyst recognized the pattern as evidence of fraud.
in a new or different way: อธิบายการเปลี่ยนแปลงวิธีทำสิ่งหนึ่ง
ในที่นี้ in a new or different way บอกว่าใครบางคนถูกสอนให้คิดหรือประพฤติตัวอย่างไร way หมายถึง “วิธีหรือรูปแบบ” ไม่ได้หมายถึงถนน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ in a/an + คำคุณศัพท์ + way โดยปกติจะวางหลังกลุ่มคำกริยาที่ขยาย เช่น explain it in a simple way, respond in a calm way หรือ think in a different way
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษ 4 คำที่หมายถึง “โดยใช้วิธีที่แตกต่างออกไป”: We need to solve this problem ____.
ดูคำตอบ
in a different way
our six minutes are up: เวลาที่จัดสรรไว้หมดแล้ว
ในประโยคนี้ our six minutes are up หมายความว่าช่วงเวลาหกนาทีของรายการสิ้นสุดลงแล้วและไม่มีเวลาเหลืออยู่ up บอกว่าช่วงเวลาที่มีจำกัดหมดลง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ «สำนวนบอกเวลาที่จัดสรรไว้ + be + up» เมื่อเป็นสำนวนพหูพจน์อย่าง your ten minutes ปกติจะใช้ are: Your ten minutes are up แต่เมื่อใช้คำนามเอกพจน์ time ให้พูดว่า Time is up
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบบอกว่าเวลาหมดจากบทเรียนนี้: The examiner looks at the clock and says: Your two minutes ____.
ดูคำตอบ
are up
hungry for more: อยากได้เนื้อหาหรือประสบการณ์เพิ่มอย่างมาก
ใน hungry for more คำว่า hungry ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าผู้ฟังสนใจมากและต้องการเนื้อหาหรือประสบการณ์เพิ่มเติม ส่วน more หมายถึงสิ่งชนิดเดียวกับที่เพิ่งพูดถึงให้มากขึ้น ไม่ได้หมายถึงอาหาร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ «be hungry for + นามวลี» เช่น hungry for knowledge หรือ hungry for success สำนวนนี้ให้ภาพชัดและแสดงความต้องการที่แรงกว่าการพูดเพียงว่า want
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยคำเปรียบเทียบจากบทเรียน: The short workshop was so interesting that Lena left ____.
ดูคำตอบ
hungry for more
head over to our website bbclearningenglish.com, กริยาวลี
5:54ตรงไปที่เว็บไซต์ของเรา bbclearningenglish.com
head over to: ไปยังหรือเยี่ยมชม
ในที่นี้ head เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ไป” หรือ “มุ่งหน้าไป” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงอวัยวะส่วนศีรษะ Head over to หมายถึง “ไปยัง” จุดหมายหนึ่ง จุดหมายนั้นอาจอยู่ทางออนไลน์ก็ได้ ใน head over to our website วลีนี้เป็นการชวนอย่างเป็นกันเองให้เข้าเยี่ยมชมหรือเปิดเว็บไซต์ ส่วน over ไม่ได้หมายความว่าต้องข้ามสิ่งใดจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ head, over และ to เพื่อสร้างคำเชิญชวนที่เป็นกันเอง: For more details, ____ our information page.
ดูคำตอบ
head over to
where you can find a worksheet for this program, ไวยากรณ์
5:58ซึ่งคุณสามารถค้นหาแบบฝึกหัดสำหรับรายการนี้
where you can find: เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์
Where นำหน้าประโยคย่อยเชิงสัมพันธ์ที่เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ซึ่งกล่าวถึงก่อนบรรทัดนี้ โดยหมายถึง “บนเว็บไซต์นั้น” และ you can find a worksheet for this program อธิบายว่ามีอะไรให้หาได้ที่นั่น ในรูปแบบนี้ website ถูกมองว่าเป็นสถานที่ Where จึงใช้กล่าวถึงได้ทั้งสถานที่จริงและพื้นที่ออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ หน้าเว็บ และแพลตฟอร์ม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ where, you, can และ find: Visit the course page, ____ all the lesson notes.
ดูคำตอบ
where you can find