อากาศหนาวทำให้คุณป่วยได้จริงหรือ?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
552 คำ 211 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอตรวจสอบว่าอากาศหนาวทำให้เป็นหวัดหรือไม่ และแยกการติดเชื้อไวรัสจากผลของฤดูหนาวต่อการพบปะ ภูมิคุ้มกัน และเปลือกไวรัส ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "does stand out." (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค) ใช้ does เน้นข้อความบอกเล่า ผู้เรียนจึงเน้นหลักฐานหรือแก้ความสงสัยได้ 2. "Not so fast." (วัจนปฏิบัติและท่าที) หยุดข้อสรุปที่เร็วเกินไปและส่งสัญญาณถึงหลักฐานโต้แย้ง ผู้เรียนจึงคัดค้านการอนุมานที่รีบร้อนได้โดยไม่พูดถึงความเร็ว 3. "a secret weapon of sorts." (สำนวนและภาษาภาพพจน์) ผสานอุปมาเรื่องอาวุธกับคำลดน้ำหนัก of sorts ผู้เรียนจึงใช้ชื่อเรียกโดยประมาณได้โดยไม่ตีความภาพตามตัวอักษร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Winter is coming,

0:00

ฤดูหนาวกำลังมาเยือน

and we've all been told to put on a jacket outside or you'll catch a cold. โน้ต

0:01

และเราทุกคนคงเคยถูกบอกว่า เวลาออกไปข้างนอกให้ใส่เสื้อแจ็กเก็ต ไม่อย่างนั้นจะเป็นหวัด

ไวยากรณ์

We've all been told to: รูปถูกกระทำของ present perfect

We've เป็นรูปย่อของ we have และ have been told เป็นรูปถูกกระทำของ present perfect ประธาน we เป็นฝ่ายที่ได้รับการบอก ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่า ก่อนถึงตอนนี้มีคนให้คำสั่งหรือคำแนะนำนี้แก่เรามาแล้วหนึ่งครั้งหรือมากกว่า All แสดงว่านี่เป็นประสบการณ์ร่วมกันของทุกคน ผู้ให้คำแนะนำไม่ได้ถูกระบุชื่อ เพราะสารทั่วไปสำคัญกว่า ในบริบทนี้มักหมายถึงพ่อแม่หรือผู้ใหญ่คนอื่น ๆ ส่วน to-infinitive ที่ตามมาบอกการกระทำที่ได้รับคำแนะนำ คือ to put on a jacket

แบบฝึกหัด

ใช้วลีย่อจากบทเรียนตามรูปเดิมทุกประการเพื่อเติมประโยค: Since we were little, ____ wash our hands before eating.

ดูคำตอบ

we've all been told to

วลี

Catch a cold: เป็นหวัด ไม่ใช่รู้สึกหนาว

ใน catch a cold คำว่า catch หมายถึงเริ่มป่วย ไม่ได้หมายถึงใช้มือจับสิ่งของ A cold เป็นชื่อโรคทางเดินหายใจที่พบบ่อยและเป็นคำนามนับได้ ดังนั้นคำนำหน้านาม a จึงเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนปกติ สำนวนนี้อธิบายการเปลี่ยนจากไม่ได้เป็นโรคไปสู่การเป็นโรค เหมาะสำหรับพูดถึงความเสี่ยงหรือจุดเริ่มต้นของการเจ็บป่วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึงเริ่มเป็นหวัด: If you do not rest, you might ____.

ดูคำตอบ

catch a cold

Of course,

0:04

แน่นอนว่า

the common response of today has become,

0:04

คำตอบที่ได้ยินกันทั่วไปในทุกวันนี้คือ

"Don't be silly.

0:06

“อย่าพูดอะไรเหลวไหลน่า

Being cold can't give you a cold."

0:07

แค่หนาวไม่ได้ทำให้เป็นหวัดหรอก”

Or can it? ลำดับความ

0:10

หรือจริง ๆ แล้วความหนาวทำให้เป็นหวัดได้?

ลำดับความ

Or can it? สำหรับการพลิกประเด็นเชิงวาทศิลป์

Or can it? เป็นคำถามสั้น ๆ ที่ย้อนกลับไปตั้งข้อสงสัยกับข้อความก่อนหน้า ในที่นี้ it หมายถึงความเป็นไปได้ที่อากาศหนาวอาจทำให้คนป่วย ซึ่งเพิ่งถูกมองว่าไม่น่าเป็นไปได้หรือไม่จริง การขึ้นต้นด้วย Or เป็นสัญญาณว่าทิศทางของข้อโต้แย้งกำลังเปลี่ยนไป ผู้พูดเปิดความเป็นไปได้นั้นขึ้นมาใหม่และสร้างความสงสัยก่อนนำเสนอหลักฐานเพิ่มเติม คำถามนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การขอข้อมูลอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมการพลิกประเด็นเชิงวาทศิลป์ด้วยสำนวนที่เรียน: วิศวกรกล่าวว่า “This device cannot run on water. ____?”

ดูคำตอบ

Or can it

Who wins in this battle of the beliefs?

0:10

ความเชื่อสองฝ่ายนี้ ฝ่ายไหนจะชนะ?

The correlation between cold weather and sickness does stand out. โน้ต

0:12

ความสัมพันธ์ระหว่างอากาศหนาวกับการเจ็บป่วยนั้นเห็นได้ชัดทีเดียว

วลี

correlation between A and B

Correlation between A and B หมายถึงรูปแบบหรือการเปลี่ยนแปลงของ A มีความสัมพันธ์ทางสถิติกับรูปแบบหรือการเปลี่ยนแปลงของ B ในประโยคนี้ อากาศหนาวและการเจ็บป่วยเกิดร่วมกันบ่อยพอที่จะทำให้มองเห็นความสัมพันธ์ได้ชัด สำนวนนี้จัดวางตัวแปรสองตัวด้วย between ... and ... โดยรายงานความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่า A ทำให้เกิด B ตัวแปรหนึ่งอาจส่งผลต่ออีกตัวแปร หรืออาจมีปัจจัยที่สามส่งผลต่อทั้งสองตัวแปรก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานความสัมพันธ์โดยไม่ได้อ้างว่าเป็นเหตุและผล?

  1. The study proved that late-night screen use causes poor sleep.
  2. The study showed that poor sleep is the only cause of late-night screen use.
  3. The study found a correlation between late-night screen use and poor sleep.
ดูคำตอบ

The study found a correlation between late-night screen use and poor sleep.

ไวยากรณ์

does ที่ใช้เน้นใน “does stand out”

ในประโยคบอกเล่านี้ does ใช้เพิ่มน้ำหนักว่า ความสัมพันธ์นั้นเห็นได้ชัดจริง ๆ จึงให้ความรู้สึกว่าผู้พูดกำลังยืนยันข้อเท็จจริงหรือโต้แย้งข้อสงสัย หลัง does ที่ใช้เน้นความหมาย ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน stand ไม่ใช่ stands: does stand out ในที่นี้ stand out หมายถึง “เห็นเด่นชัดเป็นพิเศษ” ไม่ใช่การยืนอยู่ที่ใดที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง: The yellow sign ____ stand out against the dark wall.

ดูคำตอบ

does

Between 5 to 20% of Americans catch a cold or flu every year ไวยากรณ์

0:15

ในแต่ละปี ชาวอเมริกันประมาณ 5 ถึง 20% เป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่

ไวยากรณ์

รูปแบบบอกช่วงมาตรฐาน: between ... and ไม่ใช่ between ... to

Between 5 to 20% เป็นการผสมรูปแบบบอกช่วงสองแบบเข้าด้วยกัน ภาษาอังกฤษมาตรฐานใช้ between 5 and 20% หรือ from 5 to 20% เมื่อใช้ between ต้องใช้ and เชื่อมค่าปลายทั้งสอง เมื่อใช้ from คำว่า to จะบอกช่วงจากค่าต่ำไปยังค่าสูง ประโยคนี้หมายความว่าเปอร์เซ็นต์ต่อปีอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งในช่วงดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบบอกช่วงที่เป็นมาตรฐาน

  1. From 5 and 20% of customers choose this plan.
  2. Between 5 and 20% of customers choose this plan.
  3. Between 5 to 20% of customers choose this plan.
ดูคำตอบ

Between 5 and 20% of customers choose this plan.

around late fall and winter.

0:19

ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว

Not to mention, ลำดับความ

0:20

แถม

it's called a cold.

0:21

โรคนี้ยังมีชื่อว่า “cold” อีกด้วย

ลำดับความ

ใช้ “Not to mention,” เพื่อเพิ่มเหตุผลสนับสนุน

Not to mention ใช้เกริ่นข้อมูลอีกข้อหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนสิ่งที่เพิ่งพูดไป ข้อมูลที่เพิ่มมาถูกมองว่าชัดเจนหรือหนักแน่นพอที่จะทำให้เหตุผลเดิมยิ่งชัดขึ้น ในที่นี้ ผู้พูดกล่าวถึงชื่อโรค cold จริง ๆ เพื่อใช้เป็นเหตุผลเสริมว่าอากาศหนาวกับโรคนั้นเกี่ยวข้องกัน วลีนี้ไม่ใช่คำสั่งให้เงียบ

แบบฝึกหัด

คุณกำลังอธิบายว่าทำไมทริปหนึ่งจึงเป็นความคิดที่ไม่ดี ประโยคใดเพิ่มเวลาเดินรถเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ

  1. Not to mention, the last bus leaves at six.
  2. For example, the last bus leaves at six.
  3. First of all, the last bus leaves at six.
ดูคำตอบ

Not to mention, the last bus leaves at six.

But there are some important things to consider.

0:23

แต่มีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ต้องพิจารณา

First and foremost, ลำดับความ

0:25

สิ่งแรกและสำคัญที่สุดคือ

colds and the flu are caused by viruses.

0:26

หวัดและไข้หวัดใหญ่เกิดจากไวรัส

ลำดับความ

ใช้ “First and foremost,” เพื่อบอกประเด็นที่สำคัญที่สุด

First and foremost บอกว่าประเด็นถัดไปมีความสำคัญสูงสุด หมายถึง “เป็นข้อแรกและสำคัญที่สุด” ไม่ใช่เพียงสิ่งแรกตามเวลาหรือตามลำดับในรายการ ในที่นี้ วลีนี้บอกให้ผู้ฟังเริ่มจากข้อเท็จจริงพื้นฐานว่าไวรัสทำให้เกิดโรคหวัดและไข้หวัดใหญ่ เพราะข้อเท็จจริงนี้ควรเป็นแนวทางให้คำอธิบายส่วนที่เหลือ

แบบฝึกหัด

โค้ชต้องการบอกสิ่งที่สำคัญที่สุดของทีม ไม่ใช่เพียงขั้นตอนแรก ประโยคใดเหมาะที่สุด

  1. Finally, we need to keep everyone safe.
  2. First and foremost, we need to keep everyone safe.
  3. First, we need to keep everyone safe.
ดูคำตอบ

First and foremost, we need to keep everyone safe.

If there aren't any around, ไวยากรณ์

0:28

ถ้าไม่มีไวรัสอยู่รอบ ๆ

you won't catch a cold,

0:29

คุณก็จะไม่เป็นหวัด

ไวยากรณ์

If there aren't ..., you won't ...: ประโยคเงื่อนไขที่เป็นจริง

นี่คือประโยคเงื่อนไขที่เป็นจริงหรือมีโอกาสเกิดขึ้น โดยบอกเงื่อนไขที่เป็นไปได้และผลที่คาดว่าจะตามมา อนุประโยค if ใช้รูปปัจจุบัน there aren't ส่วนประโยคผลลัพธ์ใช้ will not ที่ย่อเป็น won't ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน catch any ในที่นี้ใช้แทน viruses ที่กล่าวถึงก่อนหน้า และ around หมายถึงมีอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ผลที่ประโยคบอกคือ หากไม่มีไวรัสอยู่ใกล้ ๆ ก็จะไม่เป็นหวัด

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อเติมประโยคเงื่อนไขที่เป็นจริงให้สมบูรณ์: If there ____ any buses after midnight, we ____ get home by public transport.

ดูคำตอบ

aren't · won't

no matter how cold you get. ไวยากรณ์

0:30

ไม่ว่าคุณจะหนาวแค่ไหนก็ตาม

ไวยากรณ์

no matter how cold you get: ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนไม่ว่าระดับใด

no matter how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + กริยา ใช้นำอนุประโยคยอมรับเงื่อนไขเกี่ยวกับระดับ โดยครอบคลุมทุกระดับที่เป็นไปได้และบอกว่าข้อสรุปในประโยคหลักยังคงเป็นจริงตลอดช่วงนั้น ใน no matter how cold you get คำว่า cold เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงอุณหภูมิร่างกายหรือสภาพแวดล้อมที่ต่ำ และ get เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง become ตรงนี้ cold ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงโรคหวัด และ how ก็ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง no matter how เติมประโยคให้สมบูรณ์: The outdoor class will continue ____ the weather gets.

ดูคำตอบ

no matter how cold

It's as simple as that. วลี

0:32

ง่าย ๆ แค่นั้นเอง

วลี

as simple as that: ไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม

as simple as that เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ปิดท้ายคำอธิบาย คำว่า that ในที่นี้ย้อนกลับไปหมายถึงแนวคิดทั้งหมดที่เพิ่งอธิบาย และทั้งวลีบอกว่าไม่มีเงื่อนไขเพิ่มหรือความซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ ใช้วลีนี้เพื่อสรุปกฎหรือข้อสรุปและเน้นว่าคำตอบตรงไปตรงมา ไม่ได้เปรียบเทียบว่าสิ่งของสองอย่างอันไหนง่ายกว่า

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ใช้ปิดท้ายคำอธิบาย: You scan the code, and the door opens. It's ____.

ดูคำตอบ

as simple as that

So,

0:33

ถ้าอย่างนั้น

why the correlation with decreasing temperatures?

0:33

ทำไมจึงมีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิที่ลดลง?

Well,

0:35

คืออย่างนี้

for one, ลำดับความ

0:35

เหตุผลข้อหนึ่งคือ

ลำดับความ

for one: ยกเหตุผลหนึ่งข้อ

for one ใช้ยกเหตุผลหรือปัจจัยหนึ่งข้อจากหลายข้อที่อาจมีได้ ในประโยคนี้ one หมายถึงเหตุผลหนึ่งข้อ ไม่ได้หมายถึงคนหนึ่งคน สำนวนนี้ช่วยจัดข้อมูลในคำตอบด้วยการเปิดประเด็นสนับสนุนข้อแรก และมักสื่อว่ายังมีเหตุผลอื่นอีก แม้ว่าผู้พูดจะไม่ได้ไล่บอกทั้งหมดก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ใช้ยกเหตุผลหนึ่งข้อจากหลายข้อ: I like this park. ____, it has a great playground.

ดูคำตอบ

For one

people tend to stay indoors much more often during the winter, ไวยากรณ์

0:36

ผู้คนมักอยู่ในอาคารบ่อยขึ้นมากในช่วงฤดูหนาว

ไวยากรณ์

การใช้ tend to เพื่อบอกแนวโน้มทั่วไป

tend to ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกสิ่งที่มักเกิดขึ้นหรือสิ่งที่ใครคนหนึ่งทำเป็นประจำ ในที่นี้ people tend to stay indoors นำเสนอแนวโน้มโดยรวมในฤดูหนาวโดยยังยอมรับว่ามีข้อยกเว้นได้ คำกล่าวนี้จึงไม่เด็ดขาดเท่ากับ people always stay indoors

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่แสดงแนวโน้มทั่วไป: On very hot days, people ____ drink more water.

ดูคำตอบ

tend to

which in turn puts them in contact with more people. โน้ต

0:39

ซึ่งทำให้พวกเขาต้องพบปะกับผู้คนมากขึ้น

ลำดับความ

in turn ในฐานะข้อเชื่อมถัดไปของห่วงโซ่เหตุและผล

ในที่นี้ in turn เชื่อมผลลัพธ์หนึ่งเข้ากับขั้นถัดไปของห่วงโซ่เหตุและผล แนวคิดแรกคือการอยู่ในอาคารบ่อยขึ้นในฤดูหนาวถูกมองว่าเป็นขั้นที่ก่อให้เกิดผลถัดไป นั่นคือการสัมผัสกับผู้คนมากขึ้น ในรูปแบบ A นำไปสู่ B และ B in turn นำไปสู่ C คำว่า in turn แสดงว่า B ไม่ได้เป็นเพียงผลของ A แต่ยังเป็นสาเหตุของ C ด้วย ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “ทีละคน” หรือ “ผลัดกัน”

แบบฝึกหัด

ใน “The new schedule reduced waiting time, which in turn improved customer satisfaction,” คำว่า in turn แสดงอะไร?

  1. ตารางเวลาและความพึงพอใจของลูกค้าไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. ลูกค้ารอทีละคน
  3. เวลารอที่ลดลงกลายเป็นสาเหตุของผลลัพธ์ถัดไป
ดูคำตอบ

เวลารอที่ลดลงกลายเป็นสาเหตุของผลลัพธ์ถัดไป

วลี

put someone in contact with: membuat seseorang terhubung atau bersentuhan dengan pihak lain

ในประโยคนี้ puts them in contact with หมายถึง “ทำให้พวกเขาอยู่ใกล้และสัมผัสกับคนอื่นจริง ๆ” คนที่อยู่ในอาคารไม่ได้ตั้งใจติดต่อใครเสมอไป แต่สถานการณ์เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการสัมผัสนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ put + someone/something + in contact with + someone/something กรรมที่ตามหลัง put คือคนหรือสิ่งที่ได้รับผล ส่วน with ใช้นำหน้าคนหรือสิ่งที่พวกเขาไปพบหรือสัมผัส

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ put + someone + in contact with: The careers adviser ____ Nina ____ an engineer who could answer her questions.

ดูคำตอบ

put · in contact with

More people means more exposure opportunities for the pathogens to spread.

0:42

คนยิ่งมาก ก็ยิ่งมีโอกาสสัมผัสเชื้อและทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายมากขึ้น

On top of this, ลำดับความ

0:46

นอกจากนี้

humidity plays a role in the spread of some viruses. วลี

0:46

ความชื้นยังมีบทบาทต่อการแพร่กระจายของไวรัสบางชนิด

ลำดับความ

On top of this ในฐานะคำเชื่อมเพิ่มข้อมูล

On top of this เป็นคำเชื่อมทางข้อความที่ใช้เพิ่มข้อมูล this ย้อนกลับไปอ้างถึงปัจจัยที่กล่าวไว้แล้ว และทั้งวลีส่งสัญญาณว่ากำลังเพิ่มความชื้นเป็นอีกปัจจัยสำคัญในคำอธิบาย วลีนี้ช่วยซ้อนเหตุผลหรือหลักฐานเป็นชั้น ๆ เพื่อให้ผู้ฟังเห็นว่าประเด็นใหม่เพิ่มเข้ามาจากสิ่งที่กล่าวก่อนหน้าและอาจทำให้ผลรุนแรงขึ้น ที่นี่ไม่ได้ใช้ในความหมายเชิงตำแหน่ง จึงไม่ได้หมายความว่าความชื้นอยู่เหนือสิ่งใดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสำหรับเพิ่มข้อมูลที่ตรงกับบทเรียน: The roads are icy. ____, visibility is poor.

ดูคำตอบ

On top of this

วลี

plays a role in: บอกปัจจัยที่มีส่วนช่วย

ในที่นี้ plays a role in หมายถึง “มีส่วนช่วย” หรือ “มีอิทธิพลต่อ” ความชื้นถูกนำเสนอว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่กระจายของไวรัสบางชนิด ไม่ได้หมายความว่าความชื้นเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียวหรือเป็นสาเหตุโดยตรงทั้งหมด รูปแบบคือ X plays a role in Y โดย Y มักเป็นคำนามหรือรูป -ing ที่บอกกระบวนการหรือผลลัพธ์ คำว่า role ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการมีส่วนในการก่อรูปผลลัพธ์ ไม่ใช่บทที่นักแสดงรับแสดง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: Community support ____ a successful recovery after a disaster.

ดูคำตอบ

plays a role in

As the humidity decreases in the winter,

0:49

เมื่อความชื้นลดลงในฤดูหนาว

not only does the virus spread more readily, ไวยากรณ์

0:51

ไวรัสไม่เพียงแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น

but the mucus in your nose dries out. กริยาวลี

0:53

แต่มูกในจมูกของคุณยังแห้งลงด้วย

ไวยากรณ์

not only does ... but ...: การสลับลำดับในอนุประโยคแรก

เมื่อ not only อยู่ต้นอนุประโยค จะทำหน้าที่คล้ายวลีปฏิเสธที่ถูกย้ายมาข้างหน้า และทำให้เกิดการสลับตำแหน่งระหว่างประธานกับกริยาช่วย ใน simple present คำว่า does จะอยู่หน้าประธาน และกริยาหลักคงรูปเดิม: not only does the virus spread But นำเข้าสู่ผลลัพธ์คู่ขนานข้อที่สอง อนุประโยคนี้ใช้ลำดับคำปกติ: but the mucus in your nose dries out สามารถเติม also หลัง but ได้ แต่ในที่นี้ละได้ โครงสร้างนี้เน้นว่าผลลัพธ์ทั้งสองเป็นจริง โดยผลลัพธ์ที่สองมักเพิ่มน้ำหนักให้ข้อความ

แบบฝึกหัด

ใช้ simple present เติมโครงสร้างที่เข้าคู่กันให้สมบูรณ์: Not only ____ the new filter save energy, ____ it also reduces noise.

ดูคำตอบ

does · but

กริยาวลี

dries out: สูญเสียความชื้นและแห้งลง

ในที่นี้ dries out หมายถึง “สูญเสียความชื้นและแห้งลงอย่างเห็นได้ชัด” out เพิ่มความหมายว่ากระบวนการดำเนินไปจนถึงสภาพที่แห้งกว่า ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนจากข้างในออกมาข้างนอก dry out เป็นกริยาวลี ในประโยคนี้ใช้แบบไม่ต้องมีกรรม โดย mucus คือสิ่งที่เปลี่ยนสภาพ ดังนั้น dries จึงผันให้สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ mucus

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “สูญเสียความชื้นและแห้งลงอย่างเห็นได้ชัด”: If you leave the modeling clay uncovered, it will ____.

ดูคำตอบ

dry out

Mucus,

0:56

มูกนั้น

which would otherwise act as a protective barrier to pathogens, โน้ต

0:56

หากไม่แห้งเสียก่อน จะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันเชื้อโรค

ไวยากรณ์

would otherwise: เงื่อนไข “หากไม่เป็นเช่นนั้น” ที่ละไว้

ในประโยคนี้ would otherwise act หมายถึง “จะทำหน้าที่หากสถานการณ์ปัจจุบันต่างออกไป” เงื่อนไขที่ละไว้เข้าใจได้จากบริบท กล่าวคือ ถ้าเมือกไม่แห้ง มันก็จะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน otherwise ในที่นี้หมายถึง “หากไม่เป็นเช่นนั้น” ไม่ใช่ “นอกจากนี้” รูปแบบ would otherwise + กริยารูปพื้นฐาน รวมเงื่อนไขที่ไม่ได้กล่าวออกมาและผลลัพธ์สมมุติไว้ในวลีสั้น ๆ มักใช้เพื่ออธิบายว่าเงื่อนไข การกระทำ หรือมาตรการหนึ่งป้องกันหรือเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ใด

แบบฝึกหัด

ใน “The screen shields plants that would otherwise burn” คำว่า “would otherwise burn” หมายถึงอะไร?

  1. ต้นไม้จะไหม้หากไม่มีฉากกั้นอยู่ตรงนั้น
  2. ต้นไม้กำลังไหม้เพราะมีฉากกั้นอยู่ตรงนั้น
  3. ต้นไม้ไหม้นอกเหนือจากการได้รับการปกป้อง
ดูคำตอบ

ต้นไม้จะไหม้หากไม่มีฉากกั้นอยู่ตรงนั้น

วลี

act as a protective barrier to + คำนาม

act as + บทบาทหรือหน้าที่ หมายถึง “ทำหน้าที่เป็น” หรือ “ทำหน้าที่นั้นจริง ๆ” ในประโยคนี้ เมือกช่วยป้องกันจริง ๆ โดย act ไม่ได้หมายถึงการแสดงบนเวที barrier to + คำนาม ระบุสิ่งที่เกราะกั้นไว้ pathogens คือภัยที่ถูกกั้น ส่วน mucus คือชั้นป้องกัน โครงสร้างที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ X acts as a (protective) barrier to Y.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายหกคำ: The air filter can ____ dust and pollen.

ดูคำตอบ

act as a protective barrier to

finally,

0:59

สุดท้าย

the lack of vitamin D,

1:00

การขาดวิตามินดี

which we get from the sun,

1:01

ซึ่งเราได้รับจากแสงแดด

can affect our immune systems adversely.

1:02

อาจส่งผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกันของเรา

Both being inside more often ไวยากรณ์

1:04

ทั้งการอยู่ในอาคารบ่อยขึ้น

and the fact that winter has shorter days

1:05

และการที่ช่วงกลางวันสั้นลงในฤดูหนาว

makes this a big factor for your health.

1:07

ทำให้การขาดวิตามินดีเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพของคุณ

ไวยากรณ์

Both A and B ใช้ make ไม่ใช่ makes

Both A and B เชื่อมส่วนของประธานสองส่วนเข้าด้วยกัน ดังนั้นประธานทั้งหมดจึงเป็นพหูพจน์ ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน กริยาต้องเป็น make ไม่ใช่ makes คำนาม winter อยู่ภายในส่วนที่สองของประธานและไม่ได้เป็นตัวกำหนดรูปกริยา ให้อ่านประธานทั้งหมดก่อน: Both being inside more often and the fact that winter has shorter days make this a big factor for your health.

แบบฝึกหัด

เขียนรูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ help: Both the teacher and the coach ____ us learn.

ดูคำตอบ

help

So,

1:09

ถ้าอย่างนั้น

you've proven your parents wrong, วลี

1:09

คุณก็พิสูจน์แล้วว่าพ่อแม่ของคุณคิดผิด

right? น้ำเสียง/เจตนา

1:11

ใช่ไหม?

วลี

prove someone wrong: พิสูจน์ว่าการตัดสินของใครบางคนผิด

ใน prove someone wrong คำว่า someone คือคนที่ความเชื่อหรือการคาดการณ์ถูกพิสูจน์ว่าผิด ส่วน wrong เป็นส่วนเติมเต็มของกรรมที่อธิบายคนนั้น โครงสร้างนี้วางคนที่ข้อวินิจฉัยถูกหักล้างไว้ต่อจาก prove โดยตรง: evidence or events prove + person + wrong ในประโยคนี้ ผู้พูดถือไว้ก่อนว่าคำอธิบายเรื่องไวรัสได้หักล้างมุมมองของพ่อแม่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างตายตัวที่หมายความว่าผลลัพธ์แสดงว่าการตัดสินของ Maya ผิด: The results ____.

ดูคำตอบ

proved Maya wrong

น้ำเสียง/เจตนา

right? ท้ายประโยคเพื่อขอคำยืนยัน

right? ที่ท้ายประโยคเป็นคำถามยืนยันสั้น ๆ โดยขอให้ผู้ฟังยืนยันหรือเห็นด้วยกับข้อความที่ผู้พูดนำเสนอว่าน่าจะเป็นจริง ในที่นี้ right ไม่ได้หมายถึงทิศทางและไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ ในประโยคนี้ ผู้พูดทำเหมือนว่าได้ข้อสรุปแล้ว แต่การขอคำยืนยันยังเปิดโอกาสให้ทบทวนข้อสรุปนั้นได้ right? อาจฟังดูจริงใจ ลังเล หรือเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ได้ตามบริบทและทำนองเสียง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “you've proven your parents wrong, right?” คำว่า right? ท้ายประโยคทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกให้ผู้ฟังเลี้ยวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
  2. ขออนุญาตเริ่มทำสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
  3. ระบุว่าพ่อแม่เป็นฝ่ายถูกต้องในทางศีลธรรม
  4. ขอให้ผู้ฟังยืนยันข้อสรุปที่ผู้พูดเห็นว่าน่าจะเป็นจริง
ดูคำตอบ

ขอให้ผู้ฟังยืนยันข้อสรุปที่ผู้พูดเห็นว่าน่าจะเป็นจริง

Not so fast. น้ำเสียง/เจตนา

1:12

อย่าเพิ่งรีบสรุป

น้ำเสียง/เจตนา

“Not so fast.” — หยุดข้อสรุปที่เร็วเกินไป

“Not so fast.” เป็นคำพูดแทรกอย่างหนักแน่นในการสนทนา หมายถึง “เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งตัดสินใจหรือสรุป” คำว่า fast ในที่นี้กล่าวถึงความรวดเร็วในการให้เหตุผลของอีกฝ่าย ไม่ใช่การเคลื่อนที่ สำนวนนี้ยังส่งสัญญาณว่าการโต้แย้งกำลังจะเปลี่ยนทิศทาง กล่าวคือ ข้อสรุปที่ดูเหมือนถูกต้องกำลังจะถูกตั้งคำถามด้วยข้อมูลเพิ่มเติมหรือหลักฐานหักล้าง ในบริบทอื่น สำนวนนี้ใช้หยุดการตัดสินใจหรือการกระทำที่เร็วเกินไปได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนา “The first test worked, so the whole project is guaranteed to succeed.” — “Not so fast. We still need more data.” คำว่า “Not so fast” ทำหน้าที่อะไร?

  1. เห็นด้วยว่าความสำเร็จเป็นสิ่งแน่นอน
  2. คัดค้านข้อสรุปที่เกิดขึ้นเร็วเกินไป
  3. ขอให้ผู้พูดพูดช้าลง
ดูคำตอบ

คัดค้านข้อสรุปที่เกิดขึ้นเร็วเกินไป

While some past studies have shown no correlation to temperature,

1:13

แม้งานวิจัยบางชิ้นในอดีตจะไม่พบความสัมพันธ์กับอุณหภูมิ

recent evidence suggests otherwise. ลำดับความ

1:15

แต่หลักฐานล่าสุดกลับชี้ไปอีกทาง

ลำดับความ

“suggests otherwise” — ย้อนอ้างถึงข้อสรุปที่ตรงกันข้าม

ใน “recent evidence suggests otherwise” คำว่า otherwise ใช้แทน “that is not the case” และย้อนกลับไปอ้างถึงข้อกล่าวอ้างก่อนหน้าที่ว่าไม่มีความสัมพันธ์ สำนวนนี้หมายความว่าหลักฐานที่ใหม่กว่าชี้ว่าข้อกล่าวอ้างเดิมอาจไม่ถูกต้อง โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดคัดค้านแนวคิดก่อนหน้าทั้งหมดได้โดยไม่ต้องพูดซ้ำ และแสดงความขัดแย้งอย่างชัดเจนระหว่างข้อกล่าวอ้างเดิมกับหลักฐานที่ชี้ไปในอีกทางหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสองคำจากบทเรียนซึ่งหมายความว่าข้อกล่าวอ้างก่อนหน้าอาจไม่เป็นความจริง: The website calls the route easy, but the warning map ____.

ดูคำตอบ

suggests otherwise

One study which put test subjects feet into ice water

1:17

งานวิจัยชิ้นหนึ่งให้ผู้เข้าร่วมทดลองแช่เท้าในน้ำผสมน้ำแข็ง

found that they were indeed more likely to develop common cold symptoms ไวยากรณ์

1:20

และพบว่าพวกเขามีแนวโน้มเกิดอาการหวัดมากกว่าจริง ๆ

in the following days than those who didn't.

1:23

ในช่วงหลายวันต่อมา เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้แช่เท้า

ไวยากรณ์

การเปรียบเทียบความเป็นไปได้ด้วย more likely to develop ... than those who didn't

รูปแบบ more likely to + คำกริยา ... than ... ใช้เปรียบเทียบความเป็นไปได้ที่ผลลัพธ์เดียวกันจะเกิดขึ้นกับสองกลุ่ม ในประโยคนี้ กลุ่มแรกมีโอกาสเกิดอาการหวัดมากกว่ากลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ Those หมายถึงผู้คนในกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ ใน those who didn't คำว่า didn't ใช้แทนการกระทำ put their feet into ice water ที่เข้าใจกันแล้วจากบริบท ไม่ได้หมายถึง didn't develop symptoms ภาษาอังกฤษมักละวลีกริยาที่ซ้ำหลังคำกริยาช่วยอย่าง did หรือ didn't

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ more likely คำกริยา report และ than: In the survey, children who skipped breakfast were ____ headaches before lunch ____ those who didn't.

ดูคำตอบ

more likely to report · than

The developing hypothesis behind these results ลำดับความ

1:26

สมมติฐานที่กำลังก่อตัวขึ้นเพื่ออธิบายผลลัพธ์นี้

is that the cold temperatures cause blood vessel constriction,

1:28

คืออุณหภูมิที่หนาวเย็นทำให้หลอดเลือดหดตัว

ลำดับความ

The developing hypothesis behind these results is that ... ในฐานะกรอบภาษางานวิจัย

The developing hypothesis behind these results is that ... เปลี่ยนการอภิปรายจากผลที่สังเกตได้ไปสู่คำอธิบายที่เสนอขึ้น อนุประโยคที่เริ่มด้วย that ระบุกลไกที่นักวิจัยคิดว่าอาจอธิบายผลลัพธ์ได้ แต่ตัวกลไกนั้นไม่ใช่ผลการวิจัยเอง Developing แสดงว่าสมมติฐานยังอยู่ระหว่างการก่อตัว จึงหลีกเลี่ยงการนำเสนอกลไกว่าได้รับการพิสูจน์แล้ว Behind these results หมายถึงการอธิบายหรือเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังเชิงเหตุผลของผลลัพธ์ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

งานวิจัยพบว่านักเรียนมีสมาธิดีขึ้นหลังพักขยับร่างกายสั้น ๆ แต่กลไกยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ประโยคใดนำเสนอกลไกนั้นเป็นคำอธิบายที่กำลังก่อตัวขึ้น

  1. The results prove that short movement breaks reset every student's attention.
  2. The study recorded that students took short movement breaks.
  3. The developing hypothesis behind these results is that short movement breaks help students reset their attention.
ดูคำตอบ

The developing hypothesis behind these results is that short movement breaks help students reset their attention.

which slows the white blood cells from reaching the virus,

1:31

ส่งผลให้เม็ดเลือดขาวเคลื่อนที่ไปถึงไวรัสช้าลง

ultimately inhibiting the immune response. ไวยากรณ์

1:33

และท้ายที่สุดก็ยับยั้งการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน

ไวยากรณ์

ultimately inhibiting the immune response ในฐานะอนุประโยคบอกผล

วลี ultimately inhibiting the immune response ที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคเป็นอนุประโยค participle แบบ -ing ที่บอกผลลัพธ์ โดยเชื่อมโยงในเชิงตรรกะกับกระบวนการทั้งหมดก่อนหน้า กล่าวคือ การหดตัวของหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับความเย็นทำให้เม็ดเลือดขาวเคลื่อนที่ช้าลง และห่วงโซ่เหตุและผลนี้มีผลสุดท้ายคือการยับยั้งการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน ดังนั้น inhibiting จึงไม่ใช่กริยาแท้ตัวใหม่และไม่ได้บอกว่าเม็ดเลือดขาวตั้งใจทำการกระทำนี้ รูปแบบ “อนุประโยคสมบูรณ์ + จุลภาค + คำกริยาวิเศษณ์บอกผล เช่น ultimately + วลี -ing” ช่วยให้งานเขียนทางวิทยาศาสตร์เชื่อมกลไกกับผลที่ตามมาได้โดยไม่ต้องกล่าวประธานซ้ำหรือเพิ่ม and this ultimately inhibits ...

แบบฝึกหัด

ใน ultimately inhibiting the immune response วลี -ing ท้ายประโยคทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อย่างไร

  1. นำเสนอการกระทำอีกอย่างที่เม็ดเลือดขาวตั้งใจทำ
  2. บอกเงื่อนไขที่ต้องเกิดขึ้นก่อนหลอดเลือดจะหดตัว
  3. บอกผลสุดท้ายของกระบวนการเหตุและผลก่อนหน้า
ดูคำตอบ

บอกผลสุดท้ายของกระบวนการเหตุและผลก่อนหน้า

Cortisol levels,

1:35

ระดับคอร์ติซอล

which suppress the immune system,

1:36

ซึ่งกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

are also increased with temperature-induced stress. การใช้คำ

1:38

ยังเพิ่มขึ้นจากความเครียดที่เกิดจากอุณหภูมิด้วย

การใช้คำ

temperature-induced stress: สาเหตุ + -induced

ใน temperature-induced stress คำว่า temperature ระบุสาเหตุ ส่วน induced หมายถึง “เกิดจาก” หรือ “ถูกทำให้เกิดขึ้น” ทั้งสองคำรวมกันเป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีขีดกลางและขยาย stress จึงหมายถึงความเครียดที่เกิดจากอุณหภูมิ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำนามที่บอกสาเหตุ + -induced + คำนาม” เช่น medication-induced nausea คำที่อยู่หน้า -induced ระบุตัวกระตุ้น ส่วนคำนามที่ตามมาระบุภาวะหรือผลที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำประสมที่มีขีดกลางซึ่งหมายถึง “เกิดจากอุณหภูมิ”: The materials showed ____ stress.

ดูคำตอบ

temperature-induced

Furthermore,

1:40

ยิ่งไปกว่านั้น

studies on both mice and human airway cells

1:41

งานวิจัยทั้งในหนูและเซลล์ทางเดินหายใจของมนุษย์

found that immune reaction to the common cold virus

1:43

พบว่าปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันต่อไวรัสหวัด

is in fact temperature-dependent.

1:45

ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิจริง ๆ

Warm infected cells are more likely to undergo programmed cell death

1:47

เซลล์ติดเชื้อในอุณหภูมิอุ่นมีแนวโน้มเข้าสู่การตายของเซลล์แบบมีโปรแกรมมากกว่า

to limit the spread of infection.

1:51

เพื่อจำกัดการแพร่กระจายของเชื้อ

Finally,

1:52

สุดท้าย

studies of the virus itself have revealed a secret weapon of sorts. สำนวน

1:53

การศึกษาไวรัสเองเผยให้เห็นอาวุธลับชนิดหนึ่ง

สำนวน

a secret weapon of sorts: คำเปรียบเทียบที่มีการลดความหนักแน่น

ในประโยคนี้ secret weapon เป็นคำเปรียบเทียบถึงข้อได้เปรียบที่ซ่อนอยู่ กล่าวคือ ชั้นนอกของไวรัสอาจแข็งขึ้นเมื่ออยู่ในอากาศเย็นและช่วยปกป้องไวรัส ไม่ได้หมายถึงอาวุธจริง ๆ Of sorts วางหลังวลีนามเพื่อทำให้คำเรียกนั้นไม่หนักแน่นเกินไป หมายถึง “สิ่งที่คล้ายแบบนั้น แต่ไม่ใช่ตัวอย่างที่สมบูรณ์หรือตรงแบบ” ดังนั้นผู้บรรยายจึงใช้ secret weapon เป็นการเปรียบเทียบเพื่อช่วยให้เข้าใจ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ตัวอย่างที่ไม่สมบูรณ์หรือเป็นเพียงการเรียกคร่าว ๆ”: The old blanket became a tent ____ for the children.

ดูคำตอบ

of sorts

In winter temperatures,

1:56

ที่อุณหภูมิในช่วงฤดูหนาว

the virus's outer layer or envelope การใช้คำ

1:57

ชั้นนอกหรือเยื่อหุ้มของไวรัส

becomes much harder and acts like a shield.

1:59

จะแข็งขึ้นมากและทำหน้าที่เหมือนโล่

การใช้คำ

envelope ในความหมายว่าชั้นนอกของไวรัส

ในที่นี้ envelope เป็นศัพท์ทางไวรัสวิทยาที่หมายถึงเยื่อหุ้มด้านนอกซึ่งล้อมรอบอนุภาคไวรัส ไม่ได้หมายถึงซองจดหมาย คำว่า outer layer or envelope ใช้คำอธิบายทั่วไปก่อน แล้วจึงให้ศัพท์เฉพาะของโครงสร้างเดียวกัน เมื่อคำนามที่ใช้ในชีวิตประจำวันปรากฏในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ให้ใช้การกล่าวซ้ำด้วยคำอื่นที่อยู่ใกล้กันและหัวข้อเป็นเบาะแสในการเลือกความหมายเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Some viruses have a fatty envelope around them,” คำว่า envelope หมายถึงอะไร?

  1. ซองกระดาษสำหรับใส่จดหมาย
  2. เยื่อหุ้มทางชีวภาพด้านนอกที่ล้อมรอบไวรัส
  3. สารพันธุกรรมที่อยู่ภายในไวรัส
ดูคำตอบ

เยื่อหุ้มทางชีวภาพด้านนอกที่ล้อมรอบไวรัส

This allows it to spread from person to person much more easily. วลี

2:02

ทำให้มันแพร่จากคนหนึ่งสู่อีกคนได้ง่ายขึ้นมาก

วลี

From person to person: สายโซ่การส่งต่อจากคนสู่คน

ใน from person to person คำว่า person ตัวแรกคือจุดเริ่มต้น และตัวที่สองคือผู้รับคนถัดไป ในที่นี้วลีนี้แสดงว่าไวรัสเคลื่อนผ่านสายโซ่ของแต่ละบุคคล จึงอธิบายว่ามันแพร่กระจายอย่างไร การใช้ person รูปเอกพจน์ซ้ำมีความหมายแบบแจกแจงเป็นรายคน แต่ละขั้นไปจากบุคคลหนึ่งสู่อีกบุคคลหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงสองคนที่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึงบุคคลหนึ่งส่งบางสิ่งต่อให้บุคคลถัดไป: The rumor spread ____ through the school.

ดูคำตอบ

from person to person

But at warm temperatures,

2:04

แต่เมื่ออุณหภูมิอบอุ่น

this layer is more of a gel, วลี

2:06

ชั้นนี้จะมีสภาพคล้ายเจลมากกว่า

วลี

More of a gel: เป็นหมวดหมู่ที่ใกล้เคียง ไม่ใช่ปริมาณที่มากขึ้น

more of a + คำนาม หมายความว่าคำนามนั้นเป็นคำอธิบายที่เหมาะสมกว่าหรือใกล้เคียงกว่า ในที่นี้ more of a gel บอกว่าเมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่อบอุ่น ชั้นดังกล่าวมีคุณสมบัติคล้ายเจลเป็นหลัก ไม่ได้ยืนยันว่าชั้นนั้นเป็นเจลอย่างสมบูรณ์หรือในความหมายทางเทคนิค more เปรียบเทียบว่าหมวดหมู่นั้นเหมาะสมเพียงใด ไม่ได้เปรียบเทียบว่ามีเจลมากแค่ไหน โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อต้องการจัดประเภทอย่างระมัดระวังหรือแก้ไขความเข้าใจเดิม

แบบฝึกหัด

ในประโยค “At room temperature, the coating is more of a gel,” วลี more of a gel หมายความว่าอย่างไร?

  1. การอธิบายว่ามันเป็นเจลเหมาะสมกว่าการบอกว่าเป็นของแข็งที่คงรูป
  2. มันถูกแบ่งออกเป็นเจลหลายส่วน
  3. มีปริมาณเจลมากกว่าเดิม
ดูคำตอบ

การอธิบายว่ามันเป็นเจลเหมาะสมกว่าการบอกว่าเป็นของแข็งที่คงรูป

which is not quite tough enough ไวยากรณ์

2:07

ซึ่งไม่แข็งแรงพอ

to protect the virus against the elements. สำนวน

2:08

ที่จะปกป้องไวรัสจากปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ

ไวยากรณ์

not quite tough enough to protect: ต่ำกว่าระดับที่ต้องการเล็กน้อย

ใน not quite tough enough to protect วลี tough enough to protect หมายถึง “มีความแข็งแรงตามที่จำเป็นสำหรับการปกป้อง” โครงสร้างคำคุณศัพท์ + enough + to-infinitive เชื่อมคุณสมบัติหนึ่งเข้ากับการกระทำที่คุณสมบัตินั้นทำให้เป็นไปได้ not quite วางระดับความแข็งแรงไว้ต่ำกว่าระดับที่ต้องการเล็กน้อย ทำให้การปฏิเสธนุ่มนวลและละเอียดกว่าการพูดเพียง not tough enough กล่าวคือ เปลือกหุ้มเกือบแข็งแรงพอแล้ว แต่ยังปกป้องได้ไม่เต็มที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้ โดยเปลี่ยน tough เป็น strong: This fabric is ____ keep the rain out.

ดูคำตอบ

not quite strong enough to

สำนวน

the elements: สภาพอากาศและพลังธรรมชาติกลางแจ้ง

the elements เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงพลังธรรมชาติและสภาพอากาศกลางแจ้ง เช่น ลม ฝน ความหนาว ความร้อน และแสงแดด โดยเฉพาะเมื่อคนหรือสิ่งของต้องสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ ในที่นี้ protect the virus against the elements หมายถึงปกป้องไวรัสจากสภาพภายนอกที่อาจเป็นอันตราย คำว่า elements ในวลีนี้ไม่ได้หมายถึงธาตุเคมี

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The tent kept us safe from the elements,” คำว่า the elements หมายถึงอะไร

  1. สารเคมีในตารางธาตุ
  2. ส่วนประกอบแต่ละส่วนของเต็นท์
  3. สภาพอากาศกลางแจ้งและพลังธรรมชาติ
ดูคำตอบ

สภาพอากาศกลางแจ้งและพลังธรรมชาติ

As a result, ลำดับความ

2:11

ด้วยเหตุนี้

its spreading ability is compromised. การใช้คำ

2:11

ความสามารถในการแพร่กระจายของมันจึงลดลง

ลำดับความ

As a result, สำหรับนำเข้าสู่ผลลัพธ์

As a result ใช้บอกว่าข้อความถัดไปเป็นผลที่เกิดจากข้อมูลก่อนหน้า ในประโยคนี้ ความสามารถในการแพร่กระจายลดลงเพราะชั้นนอกของไวรัสทนต่อสภาพแวดล้อมรอบตัวได้น้อยลง สำนวนนี้ช่วยจัดข้อมูลให้เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล ไม่ได้เพียงเพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อหรือบอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นภายหลัง

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดระบุอย่างชัดเจนว่าประโยคที่สองเป็นผลลัพธ์? The storm damaged the power lines. _____, many homes lost electricity.

  1. After that
  2. In addition
  3. As a result
ดูคำตอบ

As a result

การใช้คำ

is compromised: ความสามารถถูกลดทอน

ใน is compromised โครงสร้าง is + compromised เป็นรูปกรรมวาจก ในประโยคนี้หมายความว่าสภาพแวดล้อมทำให้ความสามารถในการแพร่กระจายของไวรัสอ่อนลงหรือเสียหาย ความหมายนี้ใช้บอกว่าหน้าที่หรือการป้องกันลดลง และมักใช้กับคำอย่าง ability, security, health และ system ซึ่งต่างจาก compromise ที่หมายถึงข้อตกลงแบบพบกันครึ่งทางจากการเจรจา

แบบฝึกหัด

was compromised หมายความว่าอะไรในประโยคนี้? After the lock broke, the building's security was compromised?

  1. บรรลุข้อตกลงแบบพบกันครึ่งทาง
  2. ถูกทำให้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  3. ถูกลดทอนหรือตกอยู่ในความเสี่ยง
ดูคำตอบ

ถูกลดทอนหรือตกอยู่ในความเสี่ยง

So,

2:13

ดังนั้น

maybe your parents weren't so wrong after all. ลำดับความ

2:14

บางทีพ่อแม่ของคุณอาจไม่ได้ผิดเสียทีเดียว

ลำดับความ

after all ท้ายประโยค: การปรับข้อสรุปเดิม

ในที่นี้ after all ที่อยู่ท้ายประโยคย้อนกลับไปพิจารณาหลักฐานทั้งหมดและปรับการตัดสินก่อนหน้า ผู้พูดสรุปใหม่ว่าพ่อแม่อาจถูกอยู่บางส่วน แม้ตอนแรกจะดูเหมือนว่าพวกเขาคิดผิด เมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ after all จะแสดงข้อสรุปที่ได้หลังจากทบทวนสถานการณ์ทั้งหมด กล่าวคือ เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว มุมมองสุดท้ายเปลี่ยนไปหรือไม่เด็ดขาดเท่าเดิม

แบบฝึกหัด

after all ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. หมายความว่าพ่อแม่ถูกต้องทั้งหมดมาตั้งแต่แรก
  2. ใช้ปรับการตัดสินก่อนหน้าหลังจากพิจารณาหลักฐาน
  3. ใช้บอกสาเหตุของความคิดเห็นเดิมของพ่อแม่
ดูคำตอบ

ใช้ปรับการตัดสินก่อนหน้าหลังจากพิจารณาหลักฐาน

A happy compromise of going outside more often,

2:16

ทางสายกลางที่ลงตัวคือออกไปข้างนอกให้บ่อยขึ้น

bundled up, กริยาวลี

2:18

พร้อมกับสวมเสื้อผ้าให้อบอุ่น

is likely to get you through the winter unscathed. กริยาวลี

2:19

ซึ่งน่าจะช่วยให้คุณผ่านฤดูหนาวไปได้โดยไม่เจ็บป่วย

กริยาวลี

Bundled up: สวมเสื้อผ้าให้อบอุ่นเพื่อรับมือกับอากาศหนาว

ในประโยคนี้ bundled up บรรยายสภาพของคนขณะออกไปข้างนอก คือสวมเสื้อผ้าหลายชั้นให้อบอุ่นเพียงพอสำหรับอากาศหนาว วลีรูปกริยาช่องสามนี้คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคและเพิ่มสภาพที่เกิดควบคู่กับการออกไปข้างนอก เมื่อประธานเป็นคน bundle up โดยทั่วไปหมายถึงสวมเสื้อผ้าให้อบอุ่น ไม่ได้หมายถึงมัดคนนั้นให้เป็นห่อตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “สวมเสื้อผ้าให้อบอุ่นเพียงพอ”: "It's freezing outside, so ____ before you leave."

ดูคำตอบ

bundle up

กริยาวลี

get you through: ช่วยให้ใครสักคนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ในประโยคนี้ get you through หมายถึงช่วยให้คุณอดทนผ่านฤดูหนาวและไปถึงช่วงสิ้นสุดโดยไม่ได้รับอันตรายร้ายแรง through นำเสนอฤดูหนาวในฐานะช่วงเวลาที่ยากลำบากซึ่งมีจุดสิ้นสุด ไม่ใช่ทางกายภาพที่ต้องเดินผ่าน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ get + someone + through + a difficult period or challenge ประธานอาจเป็นบุคคล ทรัพยากร นิสัย หรือการกระทำที่ให้ความช่วยเหลือมากพอจนคนนั้นเดินหน้าต่อไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ get someone through: Her daily calls ____ the hardest month of my recovery.

ดูคำตอบ

got me through

New to AsapSCIENCE?

2:21

เพิ่งรู้จัก AsapSCIENCE ใช่ไหม?

We've put together a couple playlists กริยาวลี

2:22

เราได้รวบรวมเพลย์ลิสต์ไว้สองรายการ

to make watching our videos a little easier.

2:24

เพื่อให้คุณดูวิดีโอของเราได้ง่ายขึ้นอีกนิด

กริยาวลี

put together: จัดเนื้อหาให้เป็นผลงานที่สมบูรณ์

ในที่นี้ put together หมายถึงเลือก จัดระเบียบ และนำวิดีโอที่มีอยู่มาจัดเป็นเพลย์ลิสต์ เป็นการสร้างผลงานที่จัดไว้เรียบร้อย ไม่ใช่เพียงนำวิดีโอไปวางใกล้กัน รูปแบบ put together + result ใช้ได้เมื่อเตรียมบางสิ่งจากชิ้นส่วนหรือข้อมูล เช่น รายงาน รายการ แผน ทีม หรือกิจกรรม โดยเน้นการสร้างสิ่งที่เป็นองค์รวมและนำไปใช้ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ put together หมายถึงอะไร? We've put together a couple playlists.

  1. ดูเพลย์ลิสต์ทุกชุดพร้อมกัน
  2. เตรียมและจัดเพลย์ลิสต์ให้เป็นชุดที่สมบูรณ์
  3. นำเพลย์ลิสต์ไปวางติดกันทางกายภาพ
ดูคำตอบ

เตรียมและจัดเพลย์ลิสต์ให้เป็นชุดที่สมบูรณ์

The first is a mix of our favorite and most popular videos,

2:25

เพลย์ลิสต์แรกเป็นการรวมวิดีโอที่เราชื่นชอบและได้รับความนิยมสูงสุด

and the other contains every single AsapSCIENCE video in a row, วลี

2:28

ส่วนอีกเพลย์ลิสต์มีวิดีโอ AsapSCIENCE ทุกตอนเรียงต่อกัน

because why not? น้ำเสียง/เจตนา

2:31

ก็ทำไมจะไม่ล่ะ?

วลี

in a row: ลำดับที่ต่อเนื่องโดยไม่ขาดช่วง

“In a row” หมายถึง “ติดต่อกัน” กล่าวคือ สิ่งของหรือเหตุการณ์เกิดขึ้นทีละอย่างต่อเนื่องกัน โดยไม่มีสิ่งของหรือเหตุการณ์อื่นมาคั่นลำดับ ในประโยคนี้ หมายถึงวิดีโอทั้งหมดถูกจัดไว้ในลำดับเดียวที่ต่อเนื่องกัน วลีนี้ใช้ได้ทั้งกับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ เช่น “three wins in a row” และกับสิ่งของที่จัดเรียงตามลำดับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ติดต่อกันโดยไม่ขาดช่วง”: Maya solved five puzzles ____.

ดูคำตอบ

in a row

น้ำเสียง/เจตนา

because why not?: การให้เหตุผลแบบขี้เล่น

“Because why not?” เป็นการให้เหตุผลแบบย่อที่ตั้งใจให้เป็นภาษาพูด คำถามเชิงวาทศิลป์ “why not?” สื่อว่า “ไม่มีเหตุผลที่ดีที่จะไม่ทำ” ดังนั้นทั้งวลีจึงมีความหมายประมาณว่า “ฉันทำเพราะอยากทำและไม่เห็นว่ามีเหตุผลอะไรที่ไม่ควรทำ” ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้วลีดังกล่าวอธิบายแบบขำ ๆ ถึงการเลือกที่ค่อนข้างเกินพอดีในการรวมวิดีโอทั้งหมดไว้ด้วยกัน วลีนี้สื่อถึงความสนุกและความเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ให้เหตุผลที่เป็นข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่า “because why not?” เหมาะที่จะใช้เป็นเหตุผลหลักในรายงานความปลอดภัยที่เป็นทางการหรือไม่

  1. ไม่เหมาะ เพราะเป็นภาษาสบาย ๆ เกินไปและไม่ได้ให้เหตุผลที่เป็นรูปธรรม
  2. เหมาะ เพราะเป็นเหตุผลที่ชัดเจนและเป็นทางการ
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะ เพราะเป็นภาษาสบาย ๆ เกินไปและไม่ได้ให้เหตุผลที่เป็นรูปธรรม

Also,

2:32

นอกจากนี้

make sure you're following us on Facebook,

2:32

อย่าลืมติดตามเราบน Facebook

Twitter,

2:34

Twitter

G+,

2:34

G+

Tumblr,

2:34

Tumblr

Instagram,

2:35

Instagram

Vine,

2:35

Vine

and any other social media you can think of.

2:36

และโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ที่คุณนึกออก

Links in the description.

2:38

ลิงก์อยู่ในคำอธิบาย

As always,

2:39

เช่นเคย

ask away any burning questions and subscribe for more weekly science videos. โน้ต

2:39

ถามคำถามที่คาใจมาได้เลย และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์

กริยาวลี

ask away: อนุญาตอย่างเป็นมิตรให้ถามได้เต็มที่

“ask away” เป็นคำเชิญแบบเป็นกันเองและไม่เป็นทางการ หมายถึง “ถามมาได้เลย” ในประโยคนี้ ผู้พูดอนุญาตให้ผู้ชมส่งคำถามใด ๆ ที่พวกเขาอยากรู้คำตอบมากเป็นพิเศษ “away” ในที่นี้ไม่ได้แสดงการเคลื่อนที่หรือระยะทาง เมื่ออยู่หลังคำกริยาบางคำ มันสามารถสื่อการสนับสนุนให้ทำสิ่งนั้นอย่างอิสระหรือต่อเนื่อง จึงเพิ่มความกระตือรือร้นมากกว่าคำกริยากลาง ๆ อย่าง “ask”

แบบฝึกหัด

มีคนพูดว่า “Can I ask you something?” คำตอบใดอนุญาตให้อีกฝ่ายพูดต่ออย่างเป็นมิตร?

  1. The question is away.
  2. I ask every day.
  3. Ask away.
ดูคำตอบ

Ask away.

สำนวน

burning questions: คำถามที่อยากรู้คำตอบอย่างมาก

ใน “burning questions” คำว่า “burning” เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ burning question คือคำถามที่รู้สึกว่าสำคัญหรือน่าสนใจเป็นพิเศษ และมีคนอยากรู้คำตอบอย่างมาก ในที่นี้หมายถึงคำถามวิทยาศาสตร์ที่ผู้ชมอยากรู้คำตอบมากที่สุด ไม่ใช่คำถามเกี่ยวกับไฟ สำนวนนี้มักเน้นความอยากรู้อยากเห็นอย่างแรงกล้าหรือความต้องการคลี่คลายข้อสงสัย ไม่ได้หมายความว่ามีเหตุฉุกเฉินในทางปฏิบัติเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “burning questions” หมายความว่าอะไร?

  1. คำถามที่ผู้เชี่ยวชาญตอบไปแล้ว
  2. คำถามที่ต้องรับมือทันทีเพื่อความปลอดภัย
  3. คำถามที่ผู้ฟังอยากรู้คำตอบเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ

คำถามที่ผู้ฟังอยากรู้คำตอบเป็นพิเศษ