บลูอี้ ติดใยแมงมุม! 🕸️ 😮 | ฉากเด็ดจากตอน The Creek 💙 | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
220 คำ 148 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บลูอีออกจากสนามเด็กเล่นที่คุ้นเคยเพื่อไปยังลำธาร แม้พุ่มไม้ หนาม แมลง ปลิง และพื้นขรุขระจะทำให้เธอกังวลในตอนแรก แต่การเดินทางก็ทำให้เธอเห็นว่าสภาพธรรมชาติที่คาดเดาได้ยากนั้นมีความงดงามเช่นกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. it's just that — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่าคำเกริ่นนี้ช่วยนำเสนอเหตุผลหรือข้อกังวลอย่างนุ่มนวล สื่อว่า “ไม่ได้ปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผล” แทนการตอบว่าไม่อย่างห้วน ๆ คุณสามารถใช้เมื่อต้องอธิบายข้อจำกัดของตนโดยยังคำนึงถึงความคาดหวังของอีกฝ่าย 2. bush bash. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: จำแนกสำนวนกิจกรรมกลางแจ้งแบบออสเตรเลียนี้ว่าเป็นการลุยผ่านพุ่มไม้หรือพื้นที่ธรรมชาติที่ไม่มีทางจัดไว้ ไม่ใช่การตีต้นไม้ตามความหมายตรง ช่วยให้ติดตามบทสนทนาแนวครอบครัวหรือผจญภัยที่ใช้คำท้องถิ่นบรรยายการแหวกพืชพรรณไปข้างหน้าได้ 3. more uneven than in the playground. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า more + คำคุณศัพท์ + than ใช้เปรียบเทียบคุณสมบัติของสองสภาพแวดล้อม และสถานที่หลัง than ใช้แทนพื้นดินของสถานที่นั้น คุณนำรูปแบบนี้ไปเปรียบเทียบเส้นทาง พื้นผิว สถานที่ หรือประสบการณ์ด้วยคำอย่าง ยาก แออัด หรือคาดเดาไม่ได้ ได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Dad, can you play with us? วลี

0:01

พ่อคะ เล่นกับพวกเราได้ไหม?

วลี

play with us: ชวนคนอื่นมาเล่นด้วยกัน

play with + คน หมายถึงเล่นเกมหรือทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกับคนนั้น ใน play with us คำว่า with นำหน้ากลุ่มคนที่ผู้พูดอยากให้พ่อมาเล่นด้วย เมื่อต้องการระบุคนหรือกลุ่มที่เล่นด้วย ต้องคง with ไว้ เช่น play with me, play with Mia, play with us ส่วน Play us ไม่ได้หมายถึงมาเล่นกับพวกเรา หากรู้อยู่แล้วว่าใครร่วมเล่นบ้าง ก็สามารถใช้ play together ได้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง play with + คน ให้สมบูรณ์: Noah, can you play ____ us?

ดูคำตอบ

with

Yeah, can you play with us, Bluey's dad?

0:13

ใช่ค่ะ คุณพ่อของบลูอี้ เล่นกับพวกเราได้ไหม?

We're bored.

0:16

พวกเราเบื่อแล้ว

Bored?

0:17

เบื่อหรอ?

I thought you kids loved the playground. น้ำเสียง/เจตนา

0:18

พ่อคิดว่าพวกเด็ก ๆ ชอบสนามเด็กเล่นซะอีก

น้ำเสียง/เจตนา

I thought: ความคาดหวังเดิมที่ถูกข้อมูลใหม่ท้าทาย

I thought + อนุประโยค ใช้กล่าวถึงความเชื่อหรือความคาดหวังที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ ในประโยคนี้ ผู้พูดเคยคาดว่าเด็ก ๆ ชอบสนามเด็กเล่นมาก เพราะสถานการณ์ตอนนี้ขัดกับความคาดหวังนั้น I thought จึงสื่อความประหลาดใจด้วยว่า ความเชื่อเดิมอาจไม่ถูกต้องแล้ว ไม่ได้หมายเพียงว่าผู้พูดเคยใช้เวลาคิดเรื่องนี้

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์นี้ I thought น่าจะสื่ออะไร? I thought you liked this game. อีกฝ่ายเพิ่งบอกว่าเกมนี้น่าเบื่อ

  1. ผู้พูดกำลังประกาศแผนในอนาคต
  2. ความคาดหวังเดิมของผู้พูดขัดกับข้อมูลใหม่
  3. ผู้พูดกำลังขออนุญาต
ดูคำตอบ

ความคาดหวังเดิมของผู้พูดขัดกับข้อมูลใหม่

We do, น้ำเสียง/เจตนา

0:20

เราก็ชอบค่ะ

but we've played on all the swings already. ไวยากรณ์

0:21

แต่พวกเราเล่นชิงช้ามาหมดทุกอันแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

We do, but: เห็นด้วยก่อน แล้วค่อยเพิ่มข้อจำกัด

ใน We do คำว่า do ใช้แทนความหมายที่แสดงด้วยกริยาทั่วไป ซึ่งในที่นี้คือ love the playground คำตอบสั้นนี้ยืนยันว่าคำพูดของอีกฝ่ายถูกต้องโดยไม่ต้องพูดวลีกริยาเดิมซ้ำทั้งหมด โดย do ตรงนี้ไม่ได้แปลว่าทำบางอย่าง จากนั้น but ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่จำกัดสิ่งที่เพิ่งเห็นด้วย โครงสร้างคำตอบสั้นแบบบอกเล่า + but ช่วยให้เห็นด้วยก่อน แล้วค่อยอธิบายว่าทำไมการเห็นด้วยนั้นยังไม่เพียงพอที่จะตัดสินสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดกับกลุ่มของคุณว่า “You enjoy this club.” พวกคุณเห็นด้วย แต่ต้องอธิบายว่าอยู่ต่อไม่ได้ คำตอบใดใช้วิธีเดียวกัน คือเห็นด้วยก่อนแล้วค่อยเพิ่มข้อจำกัด?

  1. No, and we have to leave soon.
  2. We do, but we have to leave soon.
  3. We are, but we have to leave soon.
ดูคำตอบ

We do, but we have to leave soon.

ไวยากรณ์

we've played ... already: ประสบการณ์ที่เสร็จแล้วและเชื่อมโยงกับปัจจุบัน

we've played เป็นรูปย่อของ we have played และใช้ present perfect โครงสร้างนี้วางประสบการณ์ไว้ในช่วงเวลาที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ไม่ใช่ในเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีตที่ระบุชัดและจบไปแล้ว all the swings แสดงว่ารวมชิงช้าทุกอันที่มีอยู่ already บอกว่าการกระทำนั้นเสร็จก่อนปัจจุบันแล้ว ในบริบทนี้ ประสบการณ์ที่ทำเสร็จแล้วส่งผลต่อสถานการณ์ตอนนี้ คือไม่มีชิงช้าที่ยังไม่ได้ลองเหลืออยู่ ผู้พูดจึงอยากทำอย่างอื่น

แบบฝึกหัด

ใช้ present perfect ของ play ร่วมกับ already เพื่อบอกว่าเล่นเกมทุกเกมเสร็จก่อนตอนนี้แล้ว: We ____ every game in this box.

ดูคำตอบ

have already played

Well, play on 'em again. การใช้คำ

0:23

งั้น ก็เล่นมันอีกรอบสิ

การใช้คำ

'em: รูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ them

'em เป็นรูปเขียนแบบไม่เป็นทางการที่ใช้แทนการออกเสียง them แบบลดเสียง ในประโยคนี้คำนี้ย้อนกลับไปหมายถึงชิงช้าที่กล่าวถึงก่อนหน้า ดังนั้น play on 'em จึงหมายถึง play on them เครื่องหมายอะพอสทรอฟีทำให้เห็นการลดเสียงนี้ในรูปเขียน กล่าวคือไม่ได้เขียนเสียงช่วงต้นของรูปเต็ม แต่ 'em ยังคงทำหน้าที่เป็นคำสรรพนามกรรมเช่นเดียวกับ them

แบบฝึกหัด

พิมพ์รูปสะกดภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ them: I picked up the toys and put ____ in the box.

ดูคำตอบ

'em

Can you play with us now?

0:32

ตอนนี้พ่อมาเล่นกับพวกเราได้ไหมคะ?

Okay,

0:34

โอเค

it's just that I'm a bit big for all these swings, โน้ต

0:34

เพียงแต่พ่อตัวใหญ่เกินไปสำหรับชิงช้าพวกนี้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

it's just that + อนุประโยค: เกริ่นเหตุผลอย่างนุ่มนวล

it's just that + อนุประโยค ใช้เกริ่นเหตุผลอย่างนุ่มนวลและมีความลังเลเล็กน้อย มักสื่อว่า “ฉันไม่ได้ปฏิเสธคุณหรือความคิดนั้น แต่มีข้อขัดข้องที่ต้องอธิบาย” ในประโยคนี้ผู้พูดใช้โครงสร้างนี้ก่อนอธิบายว่าทำไมชิงช้าจึงไม่เหมาะกับตน ในโครงสร้างนี้ just มีหน้าที่หลักในการทำให้น้ำเสียงนุ่มลง ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าสาเหตุที่ตามมาเป็นข้อเท็จจริงสำคัญเพียงอย่างเดียว ควรบอกเหตุผลให้ชัดเจนในอนุประโยคหลัง that

แบบฝึกหัด

คุณต้องการอธิบายอย่างนุ่มนวลว่าทำไมจึงอยู่ต่อไม่ได้ ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. I'd love to stay, but just that I have to catch the last train.
  2. I'd love to stay, but it's that just I have to catch the last train.
  3. I'd love to stay, but it's just that I have to catch the last train.
ดูคำตอบ

I'd love to stay, but it's just that I have to catch the last train.

ไวยากรณ์

a bit big for: เกินขนาดที่เหมาะไปเล็กน้อย

ในที่นี้ a bit big for หมายความว่าขนาดตัวของผู้พูดใหญ่เกินช่วงที่ดูเหมาะกับชิงช้าเหล่านี้เล็กน้อย a bit ช่วยทำให้การตัดสินฟังนุ่มนวลและไม่เด็ดขาดเกินไป ในโครงสร้าง a bit + คำคุณศัพท์ + for + คน สิ่งของ หรือสถานการณ์ ส่วนหลัง for เป็นเกณฑ์ที่ใช้ตัดสิน ไม่จำเป็นต้องเป็นคนหรือสิ่งที่ได้รับประโยชน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง a bit + คำคุณศัพท์ + for โดยใช้ hard: This puzzle is ____ a young child.

ดูคำตอบ

a bit hard for

mate. การใช้คำ

0:36

เพื่อนตัวน้อย

การใช้คำ

mate: คำเรียกผู้ฟังแบบกันเองท้ายประโยค

ในที่นี้ mate เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรง เครื่องหมายจุลภาคข้างหน้าแสดงว่าคำนี้แยกจากเนื้อหาหลักของประโยค และไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังเป็นเพื่อนของผู้พูดจริง ๆ ในการอธิบายอย่างอ่อนโยนนี้ mate ที่อยู่ท้ายประโยคทำให้น้ำเสียงของผู้พูดต่อเด็กฟังสบาย ๆ และเป็นมิตร

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาแบบสบาย ๆ มีคนพูดว่า “No worries, mate.” ในที่นี้ mate น่าจะทำหน้าที่อะไรที่สุด?

  1. พิสูจน์ว่าผู้ฟังเป็นเพื่อนสนิทของผู้พูด
  2. ทำให้ประโยคเป็นทางการและเป็นราชการ
  3. เป็นการเรียกผู้ฟังอย่างเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

เป็นการเรียกผู้ฟังอย่างเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ

They're for kids.

0:37

พวกมันมีไว้สำหรับเด็กน่ะ

What about we go to the creek, โน้ต

0:38

ถ้าเราไปที่ลำธารล่ะคะ

Bluey's dad?

0:40

คุณพ่อของบลูอี้?

น้ำเสียง/เจตนา

What about we go...: การเสนออย่างไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ What about we go...? เป็นการเสนอให้ทำสิ่งหนึ่งร่วมกัน ผู้พูดกำลังชวนให้ทุกคนไปที่ลำธาร ไม่ได้ถามข้อมูลเกี่ยวกับคำว่า we โครงสร้างที่ใช้คือ What about + we + กริยารูปพื้นฐาน การเสนอความคิดในรูปคำถามทำให้ฟังตรงน้อยกว่าคำสั่ง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อใช้ What about we go...? ในประโยคนี้?

  1. เสนอให้ทุกคนทำบางสิ่งร่วมกัน
  2. ถามว่าคำว่า we หมายถึงอะไร
  3. สั่งให้คนหนึ่งออกไปทันที
ดูคำตอบ

เสนอให้ทุกคนทำบางสิ่งร่วมกัน

การใช้คำ

creek: ทางน้ำธรรมชาติขนาดเล็ก

ในที่นี้ creek หมายถึงทางน้ำธรรมชาติขนาดเล็กที่ตัวละครสามารถไปเยือนได้กลางแจ้ง โดยทั่วไปคำนี้ทำให้นึกถึงทางน้ำที่เล็กกว่า river Creek และ stream อาจหมายถึงสถานที่ชนิดเดียวกัน และไม่มีเกณฑ์ขนาดสากลที่ตายตัวสำหรับแยกสองคำนี้ คำที่นิยมใช้ขึ้นอยู่ส่วนหนึ่งกับภูมิภาคและชื่อสถานที่ในท้องถิ่น

แบบฝึกหัด

creek ใน “We stopped beside a shallow creek in the woods.” น่าจะหมายถึงอะไร?

  1. ทางเดินที่ปูพื้นแล้ว
  2. ทะเลขนาดใหญ่
  3. ทางน้ำธรรมชาติขนาดเล็ก
ดูคำตอบ

ทางน้ำธรรมชาติขนาดเล็ก

Uh,

0:41

เอ่อ

yeah,

0:42

ก็ได้

I'll take you down to the creek. วลี

0:42

พ่อจะพาพวกหนูไปที่ลำธาร

วลี

take you down to the creek: พาใครบางคนไปยังสถานที่หนึ่ง

Take + someone + down to + a place หมายถึงไปพร้อมกับคนนั้นและพาหรือนำทางเขาไปยังจุดหมาย ในประโยคนี้ you คือคนที่ถูกพาไป และ the creek คือจุดหมาย down เพิ่มความรู้สึกว่าเคลื่อนไปตามเส้นทางหรือไปในทิศทางหนึ่ง อาจหมายถึงไปยังที่ต่ำกว่าได้ แต่ในภาษาพูดแบบกันเองอาจเป็นเพียงคำบอกทิศทาง จึงไม่ควรสรุปว่าลำธารอยู่ต่ำกว่าจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง take + you + down to จากบทเรียน: I'll ____ the harbour after lunch.

ดูคำตอบ

take you down to

You squirts keen for that? การใช้คำ

0:43

พวกตัวจิ๋วอยากไปไหม?

การใช้คำ

squirts: คำเรียกเด็กแบบหยอกล้อ

ใน You squirts คำว่า squirts เป็นคำนามแบบกันเองมาก ๆ ที่ใช้เรียกเด็กเล็กอย่างหยอกล้อ มีความหมายประมาณว่าเจ้าตัวเล็กหรือเจ้าตัวแสบ รูป you + คำเรียกพหูพจน์ ใช้เรียกคนทั้งกลุ่ม ไม่ได้หมายความว่ามีบางอย่างกำลังพุ่งหรือฉีดออกมา เมื่อใช้ด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด คำเรียกนี้อาจฟังดูเอ็นดู แต่เพราะเป็นการเน้นว่าผู้ฟังตัวเล็กและยังเป็นเด็ก คำเดียวกันอาจฟังดูวางตัวเหนือกว่าหรือเป็นการดูถูกเมื่อคนแปลกหน้าใช้

แบบฝึกหัด

ในงานโรงเรียนที่เป็นทางการ เหมาะหรือไม่ที่จะทักเด็กที่เพิ่งพบกันด้วย 'you squirts'?

  1. ไม่เหมาะ เพราะอาจฟังดูวางตัวเหนือกว่าหรือไม่สุภาพ
  2. เหมาะ เป็นคำเรียกที่เป็นกลางและให้เกียรติ
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะ เพราะอาจฟังดูวางตัวเหนือกว่าหรือไม่สุภาพ

การใช้คำ

keen for that?: คำถามกันเองแบบออสเตรเลียเพื่อถามว่าอยากเข้าร่วมหรือไม่

ใน keen for that? คำว่า keen หมายถึงสนใจกิจกรรมที่เพิ่งเสนอหรือเต็มใจจะเข้าร่วม ส่วน that ย้อนกลับไปหมายถึงแผนนั้น คำถามแบบเต็มคือ Are you squirts keen for that? ภาษาพูดแบบสบาย ๆ ละ Are ที่ต้นประโยคไว้ ประโยคนี้ยังทำหน้าที่เป็นคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่ไม่ใช่รูปเต็มที่ใช้ในการเขียนอย่างรอบคอบ

แบบฝึกหัด

คำถามแบบเต็มข้อใดเติมรูปของ be ที่ถูกละไว้ได้ถูกต้องและยังคงใช้ keen for?

  1. Do you keen for that?
  2. Are you keen that?
  3. Are you keen for that?
ดูคำตอบ

Are you keen for that?

Yay!

0:45

เย้!

I think.

0:46

หนูคิดว่านะ

This episode of Bluey is called The Creek. ลำดับความ

0:48

Bluey ตอนนี้มีชื่อว่า ลำธาร

ลำดับความ

is called The Creek: การแนะนำชื่อตอน

ใน is called The Creek คำว่า is called เชื่อมโยงตอนกับชื่อของตอน โดย This episode คือสิ่งที่ได้รับการตั้งชื่อ และ The Creek คือชื่อนั้น รูปแบบคือ be called + ชื่อหรือชื่อเรื่อง ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวจัดลำดับข้อมูลของรายการด้วยการระบุตอนก่อน แล้วจึงประกาศชื่อตอน called หมายถึงมีชื่อว่า ไม่ใช่ได้รับโทรศัพท์ และวางชื่อเรื่องตามหลังโดยตรงโดยไม่ใช้ to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be called: This podcast episode ____ A Fresh Start.

ดูคำตอบ

is called

Oh.

0:53

โอ้

Waa!

0:54

หวา!

How do you do that? วลี

0:54

เธอทำได้ยังไงน่ะ?

วลี

ใช้ How do you do that? เพื่อถามวิธีทำ

How do you do that? ใช้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายวิธีหรือทักษะเบื้องหลังการกระทำที่คุณเพิ่งเห็น โดย that ย้อนกลับไปหมายถึงการกระทำนั้น ความหมายตามธรรมชาติจึงเป็น “คุณทำแบบนั้นได้อย่างไร” do ตัวแรกเป็นกริยาช่วยที่ใช้สร้างคำถามใน present simple ส่วน do ตัวที่สองเป็นกริยาหลักที่หมายถึง “ทำ” ประโยคนี้ถามหาคำอธิบายจริง ๆ ไม่ใช่คำทักทาย

แบบฝึกหัด

คุณเห็นเพื่อนทำให้เหรียญหายไปและต้องการถามวิธี คุณควรพูดว่าอะไร

  1. How do you do?
  2. What are you doing?
  3. How do you do that?
ดูคำตอบ

How do you do that?

Don't know. น้ำเสียง/เจตนา

0:56

ไม่รู้สิ

น้ำเสียง/เจตนา

Don't know. กับการละ I ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ

Don't know. เป็นรูปย่อในบทสนทนาของ I don't know. โดยละประธาน I เพราะคำถามก่อนหน้าทำให้ชัดเจนอยู่แล้วว่าใครเป็นคนไม่รู้ การไม่มีประธานไม่ได้เปลี่ยนความหมาย ผู้พูดยังคงบอกว่าตนเองไม่รู้ นี่คือการละคำในบทสนทนา ไม่ใช่รูปกริยาอีกแบบหนึ่ง

แบบฝึกหัด

คำตอบใดละ I แต่ใช้กันทั่วไปในบทสนทนาแบบไม่เป็นทางการ

  1. Don't know.
  2. She doesn't know.
  3. I don't know.
ดูคำตอบ

Don't know.

You just balance.

0:56

ก็แค่ทรงตัวให้ได้

Let's bush bash. วัฒนธรรม

0:58

มาลุยพุ่มไม้กันเถอะ

วัฒนธรรม

bush bash: ลุยพุ่มไม้ในที่ที่ไม่มีทางเดิน

ในที่นี้ bush bash เป็นสำนวนไม่เป็นทางการในบริบทกิจกรรมกลางแจ้งแบบออสเตรเลีย หมายถึงการเดินลุยพุ่มไม้หรือพื้นที่รกที่ไม่มีทางเดินชัดเจน ใน Let's bush bash คำว่า bush bash ทำหน้าที่เป็นกริยาหลัง let's ปกติ bash อาจหมายถึง “ตีอย่างแรง” แต่ที่นี่ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยสื่อถึงการฝ่าหรือหาทางผ่านพืชพรรณที่เดินลำบาก ไม่ได้หมายถึงการตีคน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนออสเตรเลียแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงการลุยพุ่มไม้นอกเส้นทางที่กำหนด: There is no track, so let's ____ to the creek.

ดูคำตอบ

bush bash

Yay!

0:59

เย้!

Uh,

1:01

เอ่อ

actually,

1:01

จริงๆ แล้ว

I might just stay on the playground if that's okay. น้ำเสียง/เจตนา

1:03

หนูขออยู่ที่สนามเด็กเล่นดีกว่า ถ้าไม่เป็นไรนะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

might just stay: ทำให้การเลือกไม่เข้าร่วมฟังดูนุ่มนวลขึ้น

ในประโยคนี้ might just stay ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์อนาคต ผู้พูดมีแนวโน้มว่าจะอยู่ต่อ แต่เสนอทางเลือกนั้นอย่างไม่ฟันธง แทนที่จะปฏิเสธอย่างหนักแน่น Might ลดความแน่นอนและความหนักแน่นของคำพูด ส่วน just ทำให้ทางเลือกนั้นฟังดูเล็กน้อยและไม่เผชิญหน้า เมื่อใช้ร่วมกับ if that's okay วลีนี้จึงเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบกลับได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างนุ่มนวลและไม่ฟันธงที่สุดว่าผู้พูดจะไม่ไปกับคนอื่น?

  1. I might just stay here if that's okay.
  2. I will stay here, and that's final.
  3. I refuse to go with you.
ดูคำตอบ

I might just stay here if that's okay.

น้ำเสียง/เจตนา

if that's okay: ถามอย่างสุภาพว่าอีกฝ่ายยอมรับได้ไหม

ในประโยคนี้ if that's okay วางไว้หลังแผนของผู้พูดเพื่อถามว่าอีกฝ่ายยอมรับได้ไหม อนุประโยค if ตรงนี้ไม่ได้เน้นการตั้งเงื่อนไขเชิงเหตุผล แต่ทำหน้าที่เป็นการขอความเห็นอย่างสุภาพ สำนวนนี้ทำให้แผนฟังดูไม่ใช่ข้อสรุปตายตัว และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเห็นด้วย คัดค้าน หรือเสนอทางเลือกอื่น รูปแบบนี้ใช้ตามหลังคำขอ ตัวเลือก หรือการเปลี่ยนแผนเล็กน้อยได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกแผนส่วนตัวได้เป็นธรรมชาติที่สุด พร้อมทั้งถามอย่างสุภาพว่าอีกฝ่ายยอมรับหรือไม่

  1. I'll take the later train, if that's okay.
  2. I'll take the later train because that's okay.
  3. If that's okay, the later train was delayed yesterday.
ดูคำตอบ

I'll take the later train, if that's okay.

Come on, Bluey. น้ำเสียง/เจตนา

1:05

มาเถอะ บลูอี้

น้ำเสียง/เจตนา

Come on: กระตุ้นให้อีกฝ่ายลงมือทำ

Come on ในที่นี้เป็นคำสั้น ๆ เพื่อให้กำลังใจหรือชักชวน ผู้พูดต้องการให้ Bluey เปลี่ยนใจและเข้าร่วมกิจกรรม ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่า “เดินมาทางฉัน” ระดับความหนักแน่นขึ้นอยู่กับน้ำเสียง น้ำเสียงที่เป็นมิตรอาจหมายถึง “ลองดูเถอะ” ส่วนน้ำเสียงที่แข็งขึ้นอาจฟังดูไม่อดทนหรือไม่เชื่อ ในประโยคนี้ หน้าที่หลักคือค่อย ๆ กระตุ้นให้อีกฝ่ายลงมือทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Come on เพื่อกระตุ้นให้อีกฝ่ายลงมือทำ

  1. Come here and sit beside me.
  2. The bus comes at noon.
  3. Come on, give it a try!
ดูคำตอบ

Come on, give it a try!

The creek is beautiful.

1:06

ลำธารสวยมากนะ

Maybe I should...

1:08

บางทีหนูควรจะ...

Come on.

1:09

มาเถอะน่า

There sure are a lot of bushes. ไวยากรณ์

1:17

ที่นี่มีพุ่มไม้เยอะจังเลย

ไวยากรณ์

There sure are ...: การเน้นอย่างชัดเจนในภาษาพูด

รูปแบบพื้นฐาน there are ... ใช้บอกว่ามีบางสิ่งอยู่หรือปรากฏอยู่ ในประโยคนี้ sure อยู่ระหว่าง there กับ are และช่วยเน้นข้อความทั้งประโยค ผู้พูดสังเกตอย่างชัดเจนว่ามีพุ่มไม้จำนวนมาก sure ในที่นี้มีความหมายใกล้เคียงกับ “จริง ๆ” หรือ “แน่นอน” ไม่ใช่คำตอบเดี่ยวที่หมายถึง “ฉันมั่นใจ” รูปแบบ There sure is/are ... ใช้เพิ่มน้ำเสียงมั่นใจและมักแฝงความประหลาดใจให้กับสิ่งที่สังเกตเห็น

แบบฝึกหัด

sure เพิ่มความหมายอะไรใน There sure are a lot of bushes?

  1. เน้นอย่างมากว่าผู้พูดสังเกตเห็นว่ามีพุ่มไม้จำนวนมาก
  2. บอกว่าตัวพุ่มไม้เองมีความแน่นอนหรือปลอดภัย
  3. ถามว่าพุ่มไม้มีอยู่จริงหรือไม่
ดูคำตอบ

เน้นอย่างมากว่าผู้พูดสังเกตเห็นว่ามีพุ่มไม้จำนวนมาก

Ow!

1:19

โอ๊ย!

Thorns!

1:19

หนาม!

Make sure you watch out for dropbears โน้ต

1:20

ระวังดรอปแบร์กันด้วยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Make sure you ... สำหรับการย้ำเตือนเรื่องสำคัญ

Make sure you + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ต้องทำสิ่งนี้ให้แน่ใจ” หรือ “อย่าลืมทำสิ่งนี้” ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวทำให้ watch out เป็นคำเตือนที่ชัดเจน โดยคาดว่าผู้ฟังจะคอยระวังตัว Make sure ในที่นี้ทำงานเป็นวลีเดียว ไม่ได้แปลตรงตัวว่า “สร้างความแน่นอน” หลัง you ให้ตามด้วยคำกริยาโดยตรง เช่น Make sure you check the time หรือ Make sure you lock the door

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยรูปแบบที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “อย่าลืมทำ”: ____ lock the door before you leave.

ดูคำตอบ

Make sure you

วลี

watch out for + อันตรายที่ระบุชัดเจน

watch out for + คำนามหรือนามวลี หมายถึง “ระวังอันตรายหรือปัญหาที่ระบุชัดเจน” ในประโยคนี้ for นำหน้าสิ่งที่ผู้พูดบอกว่าเป็นอันตราย คือ dropbears ตรงนี้ต้องเข้าใจ watch out for เป็นวลีเดียวกัน watch ไม่ได้แปลว่า “ดู” แต่ทั้งวลีทำหน้าที่เตือน

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “ระวังอันตรายที่ระบุชัดเจน”: ____ loose rocks near the cliff.

ดูคำตอบ

Watch out for

วัฒนธรรม

dropbears: สัตว์ในจินตนาการจากมุกตลกของออสเตรเลีย

dropbears ซึ่งมักเขียนแยกเป็น drop bears คือสัตว์อันตรายในจินตนาการจากมุกตลกของออสเตรเลีย ตามเรื่องเล่า พวกมันซ่อนอยู่บนต้นไม้แล้วตกลงมาใส่ผู้คน ชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อทางสัตววิทยาของสัตว์จริง ในที่นี้ คำเตือนฟังดูจริงจังในตอนแรก แต่ต่อมาผู้พูดยอมรับว่ากำลังล้อเล่น จึงเป็นการแกล้งเด็ก ๆ ไม่ใช่การให้ข้อมูลจริงเกี่ยวกับสัตว์ป่า

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ dropbears หมายถึงอะไร?

  1. คำทั่วไปในออสเตรเลียที่ใช้เรียกหมีทุกชนิด
  2. ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของลูกโคอาลา
  3. สัตว์ในจินตนาการที่ใช้ในมุกตลกของออสเตรเลีย
ดูคำตอบ

สัตว์ในจินตนาการที่ใช้ในมุกตลกของออสเตรเลีย

Dropbears?

1:22

ดรอปแบร์หรอคะ?

Are you joking? น้ำเสียง/เจตนา

1:23

พ่อล้อเล่นหรือเปล่าคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Are you joking? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายพูดจริงหรือไม่

Are you joking? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายหมายความตามที่เพิ่งพูดจริง ๆ หรือแค่พูดเล่น ในประโยคนี้ยังแสดงความสงสัยและความประหลาดใจด้วย เพราะผู้พูดรู้สึกว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นเชื่อได้ยาก ถ้าพูดด้วยน้ำเสียงสงบ จะเป็นการถามยืนยันอย่างจริงใจ แต่ถ้าเน้นเสียงแรง อาจฟังเหมือนแสดงความไม่เชื่อหรือวิจารณ์อีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า "I am going to walk one hundred kilometres today." คุณไม่แน่ใจว่าเพื่อนพูดจริงหรือไม่ คำตอบใดใช้ถามโดยตรงว่าเพื่อนกำลังพูดเล่นหรือเปล่า?

  1. Are you joking?
  2. Do you enjoy walking?
  3. Did you hear a joke?
ดูคำตอบ

Are you joking?

Yeah, yeah,

1:24

ใช่ ๆ

I'm joking.

1:25

พ่อล้อเล่น

But seriously, ลำดับความ

1:26

แต่พูดจริงๆ นะ

ลำดับความ

But seriously ใช้เปลี่ยนจากเรื่องล้อเล่นไปสู่ประเด็นจริงจัง

But seriously เป็นคำเชื่อมในบทสนทนา ใช้บอกผู้ฟังว่าอย่ามองสิ่งที่กำลังพูดเป็นเรื่องล้อเล่นอีกต่อไป และให้เข้าใจสิ่งที่จะตามมาว่าเป็นประเด็นจริง คำเตือน หรือความคิดเห็นที่ผู้พูดต้องการสื่อ but ในที่นี้ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อโต้แย้งข้อเท็จจริง แต่ใช้เปลี่ยนกรอบจากการพูดเล่นไปเป็นข้อมูลจริงจัง ส่วน seriously ชี้ไปยังข้อความถัดไป

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งพูดเล่นไป แต่ตอนนี้ต้องให้คำเตือนด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง ประโยคใดแสดงการเปลี่ยนไปสู่ประเด็นจริงจังอย่างชัดเจน?

  1. Later, we need to check the map before we continue.
  2. But seriously, we need to check the map before we continue.
  3. Perhaps we need to check the map before we continue.
ดูคำตอบ

But seriously, we need to check the map before we continue.

watch out for snakes.

1:26

ระวังงูด้วยล่ะ

Ow!

1:29

โอ๊ย!

There sure are a lot of bugs at the creek.

1:37

ที่ลำธารนี่มีแมลงเยอะจังเลย

Ow!

1:41

โอ๊ย!

Tiny snake!

1:42

งูตัวจิ๋ว!

It's just a leech, น้ำเสียง/เจตนา

1:43

นั่นมันแค่ปลิง

น้ำเสียง/เจตนา

It's just a leech: just ในความหมายว่า “ก็แค่”

ใน It's just a leech คำว่า just หมายถึง “แค่” หรือ “เป็นเพียงเท่านั้น” ผู้พูดบอกว่าสิ่งนั้นคืออะไร และทำให้ฟังดูน่ากลัวน้อยกว่าที่ผู้ฟังคิดไว้ ใช้รูปแบบ It's just + คำนาม เพื่อแก้ความเข้าใจผิดและช่วยลดความกังวล ตรงนี้ just ไม่ได้หมายถึง “เพิ่ง” ในแง่เวลา

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ It's just + คำนาม เพื่อนคนหนึ่งเข้าใจผิดว่าเสื้อโค้ตบนเก้าอี้เป็นคน เติมประโยคปลอบใจให้สมบูรณ์: Don't be scared. ____ coat.

ดูคำตอบ

It's just a

kid.

1:44

เด็กน้อย

Yoink!

1:44

ฉึบ!

Yeah,

1:45

ใช่

don't worry.

1:45

ไม่ต้องห่วงนะ

He just wants to eat your blood.

1:46

มันก็แค่อยากจะกินเลือดของลูกน่ะ

Maybe we should head back. โน้ต

1:49

บางทีเราควรจะกลับกันนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Maybe we should: การเสนอแนะอย่างนุ่มนวลต่อกลุ่ม

Maybe we should + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอแนะอย่างนุ่มนวลแทนการออกคำสั่ง ใน Maybe we should head back ผู้พูดเสนอให้กลับและเปิดโอกาสให้คนอื่นในกลุ่มตอบได้ Maybe ทำให้ข้อเสนอแนะฟังดูนุ่มนวลขึ้น ส่วน we แสดงว่าผู้พูดจะร่วมทำด้วย ตรงนี้ maybe ไม่ได้บอกแค่ความเป็นไปได้ แต่ยังลดความหนักแน่นของข้อเสนอแนะด้วย

แบบฝึกหัด

ใช้ Maybe we should เป็นคำขึ้นต้นเพื่อเติมข้อเสนอแนะที่นุ่มนวลต่อกลุ่มให้สมบูรณ์: The path is getting slippery. ____ turn around.

ดูคำตอบ

Maybe we should

กริยาวลี

head back: กลับไปยังสถานที่เดิม

ในประโยคนี้ head back หมายถึงกลับไปยังสถานที่ที่เคยอยู่ก่อนหน้านี้ Maybe we should ... ทำให้ข้อความนี้เป็นคำเสนอแนะอย่างนุ่มนวลว่าได้เวลาเริ่มเดินทางกลับแล้ว head ในที่นี้เป็นคำกริยาที่หมายถึงมุ่งหน้าไปในทิศทางหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงอวัยวะ “ศีรษะ” ส่วน back เพิ่มความหมายว่ากลับไป หากรู้จุดหมายอยู่แล้วสามารถใช้ head back ได้ลำพัง แต่ถ้าจะระบุจุดหมายให้ใช้ head back to + สถานที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มเดินทางกลับ”: We should ____ to the station before dark.

ดูคำตอบ

head back

Not as many leeches in the playground. ไวยากรณ์

1:51

ที่สนามเด็กเล่นไม่มีปลิงเยอะขนาดนี้

ไวยากรณ์

Not as many + คำนามนับได้พหูพจน์ในประโยคสนทนาแบบละคำ

Not as many + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ หมายความว่าสถานที่หรือกลุ่มหนึ่งมีสิ่งนั้นจำนวนน้อยกว่าอีกแห่งหรืออีกกลุ่มหนึ่ง ในที่นี้หมายความว่าสนามเด็กเล่นมีปลิงน้อยกว่าสถานที่ที่กำลังนำมาเปรียบเทียบ ประโยคนี้เป็นส่วนของประโยคที่ใช้ในบทสนทนา รูปเต็มคือ There are not as many leeches in the playground as there are in the other place. เมื่อบริบทชัดเจน สามารถละ There are และส่วนเปรียบเทียบตอนท้ายได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบสามคำที่หมายถึง “จำนวนที่น้อยกว่า”: There are ____ buses today as there were yesterday.

ดูคำตอบ

not as many

Ooh,

1:53

โอ้

but there's not as many of those either. ไวยากรณ์

1:54

แต่ที่นั่นก็ไม่มีของแบบนั้นเยอะขนาดนี้เหมือนกันนะ

ไวยากรณ์

not as many of those either: การอ้างถึงสิ่งพหูพจน์และการเสริมข้อมูลปฏิเสธ

not as many of those บอกว่าจำนวนของสิ่งที่นับได้เป็นชิ้นและรู้กันว่าหมายถึงกลุ่มใด มีน้อยกว่าจุดที่นำมาเปรียบเทียบหรือที่คาดไว้ those เป็นคำสรรพนามแทนสิ่งของพหูพจน์ที่กล่าวถึงแล้ว มองเห็นอยู่ หรือเข้าใจได้ชัดจากบริบท จึงไม่ต้องกล่าวคำนามซ้ำ เมื่ออยู่ท้ายอนุประโยคปฏิเสธ either หมายถึง “ก็ไม่เหมือนกัน” หรือ “ก็ไม่มีเหมือนกัน” โดยเพิ่มการเปรียบเทียบเชิงปฏิเสธเรื่องที่สองต่อจากข้อมูลเชิงปฏิเสธก่อนหน้า ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งในสองตัวเลือก”

แบบฝึกหัด

ผู้นำทางชี้ไปที่แมลงปอและบอกว่าบ่อนี้มีแมลงปอน้อยกว่าบ่อก่อนหน้า ก่อนหน้านี้เขาได้เปรียบเทียบเชิงปฏิเสธแบบเดียวกันเกี่ยวกับผีเสื้อ ประโยคใดเสริมข้อมูลเกี่ยวกับแมลงปอได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. There isn't as much of those here either.
  2. There aren't as many of those here too.
  3. There aren't as many of those here either.
ดูคำตอบ

There aren't as many of those here either.

Wow!

1:56

ว้าว!

Ow!

1:58

โอ๊ย!

The ground here is more uneven than in the playground. ไวยากรณ์

2:00

พื้นดินที่นี่ขรุขระกว่าที่สนามเด็กเล่นอีก

ไวยากรณ์

more uneven than in the playground: รูปเปรียบเทียบที่ละคำนาม

more uneven than ... ใช้เปรียบเทียบระดับความขรุขระหรือความไม่สม่ำเสมอ Uneven อธิบายพื้นผิวที่ไม่เรียบหรือไม่ราบ และมักสร้างรูปขั้นกว่าด้วย more เป็น more uneven ใน than in the playground มีการละนามวลี the ground เพราะเข้าใจได้ชัดอยู่แล้ว สิ่งที่เปรียบเทียบคือพื้นตรงนี้กับพื้นในสนามเด็กเล่น ไม่ใช่การเปรียบเทียบพื้นกับสนามเด็กเล่นเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบสามคำที่สร้างจาก uneven และมีความหมายว่า “เรียบน้อยกว่า”: The rocky trail is ____ the paved path.

ดูคำตอบ

more uneven than