ตำนานโศกนาฏกรรมของออร์ฟิอุสและยูริดิซี - Brendan Pelsue: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
646 คำ 157 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตำนานเรื่องนี้เล่าถึงออร์ฟิอุสที่เดินทางเข้าสู่แดนคนตายเพื่อพายูริดิซีกลับมา แต่ต้องสูญเสียเธออีกครั้งเพราะหันไปมอง และเปลี่ยนความโศกเศร้าของตนเป็นบทกวีที่ถ่ายทอดทั้งความสุขและความเจ็บปวดของคู่รักทั่วโลก ประเด็นสำคัญในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ: 1. the guests thought. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจว่าวลีบอกมุมมองท้ายประโยคนี้จำกัดข้อความก่อนหน้าให้เป็นเพียงความคิดของแขก ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผู้เล่ายืนยัน คุณสามารถใช้กลวิธีเล่าเรื่องแบบกระชับนี้เพื่อสร้างฉากที่ดูสมบูรณ์แบบ พร้อมกับปูทางอย่างแนบเนียนสู่โศกนาฏกรรมที่จะหักล้างความประทับใจดังกล่าว 2. So couldn't Hades grant her just a few more years on Earth? — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: สังเกตว่าคำถามเชิงปฏิเสธนี้ไม่ได้ถามว่าฮาเดสมีความสามารถหรือไม่ แต่เป็นคำวิงวอนที่เปี่ยมอารมณ์และทำให้ข้อยกเว้นที่ขอดูเล็กน้อยสมเหตุสมผล คุณจะใช้รูปแบบนี้เพื่อรวมการอ้อนวอน แรงกดดันเชิงโน้มน้าว และการชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วยไว้ในคำถามเดียวได้ 3. a new art form, the love poem, was born. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า was born ใช้เชิงอุปมาเพื่อบอกการถือกำเนิดของรูปแบบศิลปะ ไม่ใช่การเกิดตามตัวอักษร คุณสามารถนำรูปแบบเชิงวรรณศิลป์นี้ไปใช้อธิบายว่าความคิด ประเพณี สถาบัน หรือแนวงานสร้างสรรค์เริ่มมีขึ้นได้อย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

It was the perfect wedding, the guests thought. ลำดับความ

0:06

แขกต่างคิดว่ามันคืองานแต่งงานที่สมบูรณ์แบบ

ลำดับความ

ตัวบอกมุมมองท้ายประโยค: the guests thought

อนุประโยค the guests thought วางไว้หลังข้อความที่มันใช้ระบุแหล่งที่มาของการตัดสิน ตรงนี้บอกว่า “งานแต่งงานสมบูรณ์แบบ” เป็นความเชื่อของแขก ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผู้เล่ายืนยันว่าเป็นจริง การบอกผู้ตัดสินความไว้ทีหลังทำให้ผู้อ่านรับคำประเมินเชิงบวกก่อน แล้วจึงตีความใหม่ว่าเป็นมุมมองของตัวละคร การเรียงข้อมูลแบบนี้มีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อเรื่องราวอาจเปิดเผยภายหลังว่ามุมมองนั้นผิด

แบบฝึกหัด

the guests thought ทำหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้

  1. นำเสนอความสมบูรณ์แบบของงานแต่งงานว่าเป็นความเชื่อของแขก
  2. บอกว่าแขกเพิ่งเริ่มคิดหลังจากงานแต่งงานจบลง
  3. ยืนยันว่าผู้เล่ารู้ว่างานแต่งงานนั้นสมบูรณ์แบบจริงโดยปราศจากอคติ
ดูคำตอบ

นำเสนอความสมบูรณ์แบบของงานแต่งงานว่าเป็นความเชื่อของแขก

The groom was Orpheus, the greatest of all poets and musicians. ไวยากรณ์

0:09

เจ้าบ่าวคือออร์ฟิอัส กวีและนักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด

ไวยากรณ์

โครงสร้างขั้นสูงสุด the greatest of all ...

วลี the greatest of all poets and musicians เป็นส่วนขยายแบบวางเคียงที่อธิบาย Orpheus โดยเรียกถึงเขาอีกครั้งพร้อมจัดให้เขาอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของกลุ่มที่กล่าวถึง รูปแบบคือ the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + of all + กลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ ตรงนี้ of all ใช้บอกขอบเขตของการเปรียบเทียบ ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ เนื่องจากวลีนี้ไม่มี one of จึงเป็นการกล่าวที่หนักแน่นกว่าว่าเขาอยู่ในตำแหน่งสูงสุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ the + superlative + of all + group โดยใช้ experienced และ the candidates: Maya was ____.

ดูคำตอบ

the most experienced of all the candidates

The bride, Eurydice, a wood nymph. วัฒนธรรม

0:14

เจ้าสาว ยูริดิซี คือนางไม้

วัฒนธรรม

a wood nymph ในฐานะตัวตนทางตำนาน

a wood nymph ในตำนานกรีกหมายถึงวิญญาณธรรมชาติเพศหญิงที่เกี่ยวข้องกับป่าหรือต้นไม้ ในประโยคนี้ นามวลีดังกล่าวบอกว่า Eurydice เป็นสิ่งมีชีวิตประเภทใด จึงไม่ได้เสนอว่าเธอเป็นเจ้าสาวมนุษย์ธรรมดา วลีนี้เป็นส่วนขยายคำนามแบบวางเทียบ โดยตามหลัง Eurydice และเพิ่มข้อมูลระบุตัวตนโดยไม่ใช้คำกริยา ในเรื่องตำนานหรือแฟนตาซี คำระบุตัวตนอย่าง wood nymph ช่วยวางตัวละครไว้ในโลกเหนือธรรมชาติของเรื่อง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a wood nymph บอกข้อมูลอะไรเกี่ยวกับ Eurydice?

  1. เธอเป็นวิญญาณธรรมชาติเพศหญิงที่เกี่ยวข้องกับป่า
  2. เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาที่ทำงานในป่า
  3. เธอเป็นแมลงระยะตัวอ่อนที่พบบนต้นไม้
ดูคำตอบ

เธอเป็นวิญญาณธรรมชาติเพศหญิงที่เกี่ยวข้องกับป่า

Anyone could tell the couple was truly and deeply in love. วลี

0:17

ใครๆ ก็ดูออกว่าทั้งคู่รักกันอย่างแท้จริงและลึกซึ้ง

วลี

truly and deeply in love: รักกันอย่างจริงใจและลึกซึ้ง

truly และ deeply ขยาย in love ทั้งคู่ โดย truly บอกว่าความรักนั้นจริงแท้ ส่วน deeply บอกว่าความรักนั้นเข้มข้นและลึกซึ้ง เมื่อนำมาใช้ด้วยกันจึงเน้นคนละมิติ ไม่ใช่ย้ำความหมายเดิม คำกริยาวิเศษณ์ที่เชื่อมกันนี้ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงสะเทือนอารมณ์และเป็นเชิงเล่าเรื่อง สามารถนำรูปแบบนี้ไปใช้เมื่อต้องการเน้นทั้งความจริงใจและความลึกซึ้งของความรู้สึก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำจากบทเรียนที่เน้นว่าความรักทั้งจริงแท้และลึกซึ้ง: After decades together, they were still ____.

ดูคำตอบ

truly and deeply in love

Suddenly, Eurydice stumbled, then fell to the ground.

0:22

ทันใดนั้น ยูริดิซีก็สะดุดแล้วล้มลงกับพื้น

By the time Orpheus reached her side, ไวยากรณ์

0:26

กว่าที่ออร์ฟิอัสจะไปถึงตัวเธอ

she was dead,

0:29

เธอก็สิ้นใจแล้ว

ไวยากรณ์

By the time: จุดสิ้นสุดที่ผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้ว

By the time กำหนดเวลาที่เกิดขึ้นภายหลังให้เป็นจุดสิ้นสุด แล้วเน้นสิ่งที่เป็นจริงอยู่แล้วเมื่อถึงเวลานั้น ในประโยคนี้ การที่ออร์ฟิอุสมาถึงข้างกายเธอคือจุดสิ้นสุดดังกล่าว ตอนนั้นเธอเสียชีวิตแล้ว จึงไม่อาจเปลี่ยนผลลัพธ์ได้อีก ในการเล่าเรื่องอดีต อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย by the time มักใช้ simple past ส่วนประโยคหลักมักใช้ past perfect เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เสร็จไปก่อนหน้า หากผลลัพธ์เป็นสภาวะ ก็ใช้ simple past บรรยายสภาวะที่เกิดขึ้นอยู่แล้วได้ เช่น she was dead

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่แสดงได้ดีที่สุดว่าอาคารถล่มก่อนที่นักดับเพลิงจะมาถึง: ___ the firefighters arrived, the building had already collapsed.

  1. Whenever
  2. While
  3. By the time
ดูคำตอบ

By the time

and the snake that had bitten her ไวยากรณ์

0:30

และงูที่กัดเธอ

was slithering away through the grass. วลี

0:32

ก็กำลังเลื้อยหนีไปตามพงหญ้า

ไวยากรณ์

that had bitten her: อนุประโยคสัมพันธ์สำหรับเหตุการณ์อดีตที่เกิดก่อน

that had bitten her เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบเจาะจงที่ขยาย the snake โดย that หมายถึงงูและเป็นประธานของ had bitten ส่วน her เป็นกรรม อนุประโยคนี้ใช้ระบุว่าหมายถึงงูตัวไหน had bitten เป็นรูป past perfect ซึ่งประกอบด้วย had + past participle รูปนี้วางเหตุการณ์ที่งูกัดไว้ก่อนฉากอดีตที่เกิดภายหลังซึ่งบรรยายด้วย was slithering away ทำให้เรื่องเล่าย้อนจากฉากนั้นกลับไปยังเหตุการณ์ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เลือกอนุประโยคสัมพันธ์ที่ระบุว่าเป็นสุนัขตัวไหนและแสดงชัดเจนว่าการกัดเกิดก่อนสุนัขวิ่งหนี: The dog ___ ran away before the owner arrived.

  1. that has bitten the mail carrier
  2. that was bitten by the mail carrier
  3. that had bitten the mail carrier
ดูคำตอบ

that had bitten the mail carrier

วลี

slithering away: ลักษณะการเคลื่อนที่และทิศทางที่ห่างออกไป

ในประโยคนี้ slithering บรรยายว่างูเคลื่อนที่ใกล้พื้นด้วยการบิดลำตัวอย่างลื่นไหล ส่วน away เพิ่มทิศทาง โดยบอกว่างูกำลังเคลื่อนห่างจากจุดที่มันกัดเธอ รูปแบบนี้รวมคำกริยาที่บอกลักษณะการเคลื่อนที่อย่างเฉพาะเจาะจงเข้ากับ away เมื่อเทียบกับ moving away แล้ว slithering away บอกทั้งว่างูเคลื่อนที่อย่างไรและกำลังออกจากบริเวณนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่างูกำลังเคลื่อนที่ด้วยการบิดลำตัวและออกจากบริเวณนั้น?

  1. The snake was moving slowly under the fence.
  2. The snake was curling up under the fence.
  3. The snake was slithering away under the fence.
ดูคำตอบ

The snake was slithering away under the fence.

Following Eurydice's funeral, ลำดับความ

0:34

หลังงานศพของยูริดิซี

ลำดับความ

Following Eurydice's funeral: การเปลี่ยนช่วงเวลาแบบเป็นทางการ

ในที่นี้ Following ใช้เกริ่นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน Following Eurydice's funeral หมายถึงหลังจากงานศพของยูริไดซ์ และเครื่องหมายจุลภาคแสดงจุดจบของวลีบอกเวลาที่อยู่ต้นประโยคก่อนที่เรื่องราวจะดำเนินต่อ ในโครงสร้างนี้ following ทำหน้าที่คล้ายคำบุพบทและตามด้วยนามวลี โดยช่วยจัดลำดับเรื่องราวด้วยการพาผู้ฟังจากเหตุการณ์หนึ่งไปสู่อีกเหตุการณ์หนึ่ง ไม่ได้หมายความว่ามีใครเดินตามงานศพจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Following the storm, the school reopened on Monday,” วลีต้นประโยคหมายความว่าอย่างไร?

  1. หลังพายุผ่านไป
  2. ขณะที่โรงเรียนกำลังตามพายุ
  3. ก่อนเกิดพายุ
ดูคำตอบ

หลังพายุผ่านไป

Orpheus was overcome with a grief สำนวน

0:37

ออร์ฟิอัสถูกความโศกเศร้าครอบงำ

the human world could not contain.

0:39

อย่างที่โลกมนุษย์ไม่สามารถรับไหว

สำนวน

was overcome with a grief ... could not contain: ความเศร้าที่ถาโถมและอติพจน์

was overcome with a grief หมายถึงความโศกเศร้ารุนแรงจนเข้าครอบงำออร์ฟิอุส ในโครงสร้างกรรมวาจกนี้ อารมณ์เป็นฝ่ายกระทำต่อบุคคล ไม่ได้หมายความว่าเขาเอาชนะความเศร้าได้สำเร็จ the human world could not contain เป็นอนุประโยคขยาย grief คำว่า contain ไม่ได้ใช้ตามตัวอักษร แต่จินตนาการให้ความเศร้าเป็นสิ่งที่ใหญ่โตจนแม้แต่โลกมนุษย์ก็ไม่มีที่รองรับ โครงสร้างกรรมวาจกและอติพจน์ร่วมกันสร้างภาพความเศร้าที่รุนแรงระดับตำนาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าความเศร้าเข้าครอบงำ Daniel และใช้ภาพเปรียบเทียบเพื่อทำให้ความเศร้านั้นดูใหญ่โตจนไม่อาจวัดได้

  1. Daniel was overcome with a grief the whole city could not contain.
  2. Daniel overcame his grief with help from people across the city.
  3. Daniel spoke about his grief at a gathering in the city.
ดูคำตอบ

Daniel was overcome with a grief the whole city could not contain.

And so he decided he would journey ลำดับความ

0:42

เขาจึงตัดสินใจเดินทาง

ลำดับความ

And so ในฐานะคำเชื่อมจากเหตุไปสู่ผล

And so บอกว่าสิ่งที่ตามมาเป็นผลจากสถานการณ์ก่อนหน้า กล่าวคือ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น เขาจึงตัดสินใจเช่นนี้ so ทำหน้าที่สื่อความสัมพันธ์แบบเหตุและผล ส่วน and ช่วยให้เรื่องดำเนินอย่างลื่นไหลจากขั้นหนึ่งไปสู่อีกขั้น ในการเล่าเรื่อง คำเชื่อมนี้ช่วยจัดข้อมูลเป็น “เหตุ → ผล” และมักใช้เกริ่นถึงการกระทำถัดไปของตัวละคร ความหมายจึงมากกว่าเพียงบอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดหลังอีกเหตุการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเชื่อมอนุประโยคเหล่านี้ได้ดีที่สุด พร้อมทั้งระบุชัดว่าอนุประโยคที่สองเป็นผลลัพธ์? The alarm failed. The guard did not hear the warning.

  1. and then
  2. and so
  3. but
ดูคำตอบ

and so

to the land of the dead, วัฒนธรรม

0:44

ไปยังดินแดนแห่งคนตาย

วัฒนธรรม

สำนวนเชิงตำนาน to the land of the dead

ในเรื่องปรัมปราและแฟนตาซี the land of the dead หมายถึงอาณาจักรที่เชื่อกันว่าเป็นที่อยู่ของผู้ตาย หรือโลกหลังความตาย คำว่า land ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงประเทศทั่วไปหรือผืนดินจริง ๆ ดังนั้น journey to the land of the dead จึงหมายถึงการออกจากโลกของคนเป็นและเข้าสู่โลกของคนตาย ไม่ใช่การเดินทางธรรมดา

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ journey to the land of the dead หมายถึงอะไร

  1. เดินทางไปยังประเทศธรรมดาที่มีชื่อนี้
  2. เข้าสู่อาณาจักรของผู้ตายในตำนาน
  3. ไปเยี่ยมสุสานในโลกจริง
ดูคำตอบ

เข้าสู่อาณาจักรของผู้ตายในตำนาน

a place from which no living creature ไวยากรณ์

0:46

สถานที่ซึ่งไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตใด

had ever returned to rescue his beloved. การใช้คำ

0:48

ได้กลับมาเพื่อช่วยคนรักของตน

ไวยากรณ์

อนุประโยคสัมพัทธ์แบบเป็นทางการ a place from which ...

From which no living creature had ever returned เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย a place โดย which อ้างถึง place และ from อยู่หน้า which เพราะวลีกริยาพื้นฐานคือ return from a place โครงสร้างนี้สามารถคลี่ออกเป็น no living creature had ever returned from that place การย้ายคำบุพบทมาไว้หน้า which ทำให้เกิดรูปแบบทางการ “คำบุพบท + which” ซึ่งพบได้บ่อยในงานเขียนที่พิถีพิถันและการเล่าเรื่องเชิงวรรณกรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบทางการ “คำบุพบท + which”: This is the harbor ____ the rescue boats departed.

ดูคำตอบ

from which

การใช้คำ

his beloved: beloved ที่ใช้เป็นคำนาม

ใน his beloved คำว่า beloved เป็นคำนามที่หมายถึง “คนที่เขารักอย่างลึกซึ้ง” ในที่นี้หมายถึง Eurydice แม้ beloved มักทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์หน้าคำนาม แต่ในวลีนี้คำดังกล่าวเป็นคำนามได้ด้วยตัวเอง ไม่ได้มีคำนามที่ถูกละไว้ข้างหลัง คำแสดงความเป็นเจ้าของอย่าง my, his หรือ her สามารถวางหน้าการใช้แบบคำนามนี้ได้โดยตรง: my beloved, his beloved, her beloved

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The traveler crossed the mountains to find his beloved,” คำว่า “his beloved” หมายถึงอะไร?

  1. คนที่เขารักอย่างลึกซึ้ง
  2. คนที่รักเขา
  3. สิ่งของชิ้นโปรดของเขา
ดูคำตอบ

คนที่เขารักอย่างลึกซึ้ง

When Orpheus reached the gates of the underworld, วัฒนธรรม

0:52

เมื่อออร์ฟิอัสไปถึงประตูยมโลก

วัฒนธรรม

the gates of the underworld ในฐานะเขตแดนทางเทพปกรณัม

the underworld ในที่นี้หมายถึงดินแดนของผู้ตายในเทพปกรณัมกรีก ส่วน the gates of the underworld คือทางเข้าหรือเขตแดนระหว่างโลกของคนเป็นกับดินแดนนั้น ในเทพปกรณัมและเรื่องแฟนตาซี การมาถึงประตูเช่นนี้มักเป็นสัญญาณว่าตัวละครกำลังจะข้ามไปสู่อีกโลกหนึ่งหรือเผชิญบททดสอบ ในที่นี้ gates ช่วยจัดฉากให้เป็นจุดผ่านแดน ไม่ใช่เพียงทางเข้าอาคารทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในเรื่องเกี่ยวกับ Orpheus ความหมายใดตรงกับ “the gates of the underworld”?

  1. ทางเข้าสู่ดินแดนของผู้ตาย
  2. ทางเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน
  3. สำนักงานใหญ่ของกลุ่มอาชญากรรมแบบองค์กร
ดูคำตอบ

ทางเข้าสู่ดินแดนของผู้ตาย

he began to strum his lyre. วัฒนธรรม

0:56

เขาเริ่มดีดพิณ

วัฒนธรรม

strum his lyre: เครื่องดนตรีและการบรรเลง

lyre คือเครื่องสายโบราณที่เกี่ยวข้องกับบทกวีและตำนานกรีก ใน strum his lyre คำว่า strum หมายถึงเล่นเครื่องดนตรีโดยใช้นิ้วกวาดผ่านสาย วลีนี้แสดงว่าออร์ฟิอุสใช้ดนตรีแทนกำลัง โดยทั่วไป strum บอกวิธีเล่นเครื่องสาย ส่วน lyre เป็นชื่อของเครื่องดนตรี

แบบฝึกหัด

strum his lyre ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ถือกีตาร์สมัยใหม่
  2. เล่นพิณไลร์โดยใช้นิ้วกวาดผ่านสาย
  3. โกหกเกี่ยวกับเครื่องดนตรี
ดูคำตอบ

เล่นพิณไลร์โดยใช้นิ้วกวาดผ่านสาย

The music was so beautiful ไวยากรณ์

0:58

เสียงดนตรีนั้นไพเราะมาก

that Cerberus, วัฒนธรรม

1:00

จนเซอร์เบอรัส

the three-headed dog

1:01

สุนัขสามหัว

who guards the dead,

1:02

ผู้เฝ้าคนตาย

lay down as Orpheus passed.

1:03

ยอมหมอบลงเมื่อออร์ฟิอัสเดินผ่าน

ไวยากรณ์

so beautiful that: การเชื่อมระดับกับผลลัพธ์

วลีนี้ใช้โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยคบอกผล so เน้นระดับของ beautiful ส่วน that นำเข้าสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะดนตรีไพเราะ นั่นคือเซอร์เบอรัสหมอบลง ให้เข้าใจอนุประโยคหลัง that ว่าเป็นผลลัพธ์ ไม่ใช่อนุประโยคที่เพียงเติมความหมายของ beautiful โครงสร้างนี้ใช้บอกผลที่เกิดขึ้นจริงหรือผลที่ตั้งใจเล่าให้ดูน่าตื่นเต้นก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกผลให้สมบูรณ์: The lake was ____ cold ____ nobody wanted to swim.

ดูคำตอบ

so · that

วัฒนธรรม

เซอร์เบอรัส สุนัขสามหัวผู้เฝ้าคนตาย

เซอร์เบอรัสเป็นสุนัขสามหัวในเทพปกรณัมกรีก ทำหน้าที่เฝ้าทางเข้าสู่โลกของคนตาย ข้อความที่อยู่ระหว่างเครื่องหมายจุลภาคบอกลักษณะและหน้าที่ของมัน เพื่ออธิบายว่าชื่อนี้หมายถึงใคร ไม่ได้กล่าวถึงสุนัขอีกตัวหนึ่ง การที่ผู้พิทักษ์น่าเกรงขามตัวนี้หมอบลงขณะออร์ฟิอุสเดินผ่านเน้นให้เห็นพลังอันน่าทึ่งของดนตรีของออร์ฟิอุส ซึ่งทำให้แม้แต่ผู้พิทักษ์ยมโลกสงบลงได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ วลี “the three-headed dog who guards the dead” อธิบายอะไร?

  1. Orpheus มีสามหัว
  2. Cerberus คือผู้พิทักษ์คนตายในตำนานซึ่งเป็นสุนัขสามหัว
  3. มีสุนัขสามตัวกำลังเฝ้า Cerberus
ดูคำตอบ

Cerberus คือผู้พิทักษ์คนตายในตำนานซึ่งเป็นสุนัขสามหัว

Charon, the ferry captain วัฒนธรรม

1:06

ชารอน คนพายเรือ

who charged dead souls การใช้คำ

1:08

ผู้เก็บค่าโดยสารจากวิญญาณ

to cross the River Styx,

1:09

เพื่อข้ามแม่น้ำสติกซ์

วัฒนธรรม

คารอน คนแจวเรือผู้เก็บค่าพาดวงวิญญาณข้ามแม่น้ำสติกซ์

คารอนเป็นคนแจวเรือให้ผู้ตายในเทพปกรณัมกรีก เขาพาดวงวิญญาณของผู้ตายข้ามแม่น้ำสติกซ์ ซึ่งเป็นแม่น้ำที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปยังยมโลก และเก็บค่าข้ามแม่น้ำจากพวกเขา คำอธิบายที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคหลัง Charon บอกหน้าที่ของตัวละครในตำนานผู้นี้ ในที่นี้ ferry captain ไม่ใช่ชื่อตำแหน่งงานสมัยใหม่ทั่วไป แต่เป็นคำอธิบายภาษาอังกฤษแบบตรงไปตรงมาว่าคารอนทำอะไรในตำนาน

แบบฝึกหัด

ตามคำอธิบายหลัง Charon คารอนมีหน้าที่อะไร?

  1. เขาพานักท่องเที่ยวที่ยังมีชีวิตข้ามแม่น้ำธรรมดาในเมือง
  2. เขาเฝ้ายมโลกในร่างสุนัขสามหัว
  3. เขาเก็บเงินจากดวงวิญญาณของผู้ตายเพื่อพาพวกเขาข้ามแม่น้ำสติกซ์
ดูคำตอบ

เขาเก็บเงินจากดวงวิญญาณของผู้ตายเพื่อพาพวกเขาข้ามแม่น้ำสติกซ์

การใช้คำ

charged dead souls to cross: charge ในความหมายว่าเรียกเก็บเงิน

ใน charged dead souls to cross คำว่า charged หมายถึงกำหนดให้ดวงวิญญาณของผู้ตายต้องจ่ายเงิน dead souls คือฝ่ายที่ถูกเรียกเก็บเงิน ส่วน to cross the River Styx ระบุว่าบริการหรือสิทธิ์ที่พวกเขาจ่ายเงินเพื่อรับคือการข้ามแม่น้ำ ให้ดูโครงสร้างรอบคำว่า charge เพื่อเลือกความหมาย หากมีคนตามด้วยกิจกรรมหรือบริการที่ต้องเสียเงิน คำนี้จะหมายถึง “เรียกเก็บเงิน” ไม่ใช่ “กล่าวหาว่าก่ออาชญากรรม” หรือ “ชาร์จแบตเตอรี่”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The ferry charged visitors to take bicycles on board,” คำว่า charged หมายถึงอะไร

  1. จ่ายพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ตัวผู้เข้าชม
  2. กล่าวหาผู้เข้าชมอย่างเป็นทางการว่านำจักรยานขึ้นเรือ
  3. กำหนดให้ผู้เข้าชมจ่ายเงินเพื่อนำจักรยานขึ้นเรือ
ดูคำตอบ

กำหนดให้ผู้เข้าชมจ่ายเงินเพื่อนำจักรยานขึ้นเรือ

was so moved by the music ไวยากรณ์

1:11

ซาบซึ้งในเสียงดนตรีมาก

that he brought Orpheus across free of charge. วลี

1:13

จนเขายอมพาออร์ฟิอัสข้ามไปโดยไม่คิดเงิน

ไวยากรณ์

was so moved by the music that: อารมณ์ที่รุนแรงนำไปสู่ผลลัพธ์

Was moved by the music หมายถึงรู้สึกซาบซึ้งอย่างมากเพราะเสียงดนตรี ในที่นี้ moved บรรยายสภาวะทางอารมณ์ ไม่ได้หมายความว่ามีคนถูกเคลื่อนย้ายไปอีกสถานที่หนึ่งจริง ๆ โครงสร้าง be so + คำคุณศัพท์หรือกริยาช่องสามที่ทำหน้าที่คล้ายคำคุณศัพท์ + that + อนุประโยคผลลัพธ์ เชื่อมสภาวะที่รุนแรงกับผลที่ตามมา ในประโยคนี้ ความซาบซึ้งอย่างมากอธิบายว่าเหตุใดเขาจึงพาออร์ฟิอุสข้ามไปอีกฝั่งโดยไม่เก็บเงิน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าสุนทรพจน์ทำให้ Maya ซาบซึ้งมากจนเธอบริจาคเงิน

  1. Maya was so moving by the speech that she made a donation.
  2. Maya was such moved by the speech that she made a donation.
  3. Maya was so moved by the speech that she made a donation.
ดูคำตอบ

Maya was so moved by the speech that she made a donation.

วลี

free of charge: ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

free of charge เป็นวลีตายตัว หมายถึงไม่ต้องจ่ายเงินหรือค่าธรรมเนียม ในประโยคนี้หมายความว่าออร์ฟิอุสถูกพาข้ามไปโดยไม่ถูกเรียกเก็บค่าเดินทาง ในวลีนี้ charge เป็นคำนาม หมายถึง “จำนวนเงินที่เรียกเก็บสำหรับสินค้าหรือบริการ” วลีทั้งชุดมักทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ตามหลังการกระทำ เช่น provide, deliver, enter หรือ repair

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “โดยไม่ต้องจ่ายเงินใด ๆ” ให้สมบูรณ์: The repair shop checked my brakes ____.

ดูคำตอบ

free of charge

When Orpheus entered the palace

1:16

เมื่อออร์ฟิอัสเข้าไปในปราสาท

of Hades and Persephone,

1:19

ของฮาเดสและเพอร์เซโฟนี

the king and queen of the dead,

1:21

ราชาและราชินีแห่งคนตาย

he began to sing.

1:23

เขาก็เริ่มร้องเพลง

He sang of his love for Eurydice,

1:24

เขาร้องถึงความรักที่มีต่อยูริดิซี

and said she had been taken away too soon. สำนวน

1:27

และบอกว่าเธอถูกพรากไปเร็วเกินไป

สำนวน

had been taken away too soon: คำเลี่ยงสำหรับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ในบริบทที่พูดถึงความตาย had been taken away too soon เป็นคำเลี่ยงที่แฝงความเศร้า หมายถึง “เธอเสียชีวิตเร็วกว่าที่คาดไว้มาก” taken away กล่าวถึงความตายทางอ้อม ราวกับว่าคนนั้นถูกพรากไปจากชีวิต ส่วน too soon เพิ่มความโศกเศร้าและความรู้สึกว่าเป็นการสูญเสียที่ไม่ยุติธรรม

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ had been taken away too soon น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. มีคนลักพาตัวเธอไปชั่วครู่
  2. เธอเสียชีวิตเร็วกว่าที่คาดไว้มาก
  3. เธอออกจากห้องเร็วกว่าที่วางแผนไว้
ดูคำตอบ

เธอเสียชีวิตเร็วกว่าที่คาดไว้มาก

The day would come when she, ไวยากรณ์

1:29

สักวันหนึ่งเธอจะ

like all living creatures,

1:32

เหมือนกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ

dwelled in the land of the dead

1:33

ที่ต้องมาอยู่ในดินแดนแห่งคนตาย

for all eternity. วลี

1:35

ไปตลอดกาล

ไวยากรณ์

The day would come when...: อนาคตที่มองจากอดีต

The day would come when... หมายถึง ช่วงเวลาหนึ่งจะมาถึงในภายหลังอย่างแน่นอนหรือตามที่คาดไว้ ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when บอกว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะเกิดอะไรขึ้น would ในที่นี้แสดงอนาคตที่มองจากจุดหนึ่งในอดีตของเรื่อง ไม่ได้แสดงความเต็มใจ โครงสร้างนี้มักช่วยให้ผู้เล่าเรื่องบอกเป็นนัยล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเล่าเรื่องแบบเป็นทางการด้วยโครงสร้างที่เรียน: ____ the town would need a larger reservoir.

ดูคำตอบ

The day would come when

วลี

for all eternity: วิธีพูดว่า “ตลอดไป” อย่างขรึม

For all eternity หมายถึง “ตลอดไปอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด” ในประโยคนี้ การอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งความตายถูกนำเสนอว่าเป็นสภาวะที่จะไม่มีวันจบลง วลีนี้ให้ความรู้สึกขรึมและเป็นวรรณศิลป์มากกว่า forever ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงสูงส่งแบบที่มักพบในตำนาน ศาสนา คำปฏิญาณ และการเล่าเรื่องเชิงละคร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่ขรึมและเป็นวรรณศิลป์ด้วยวลีสามคำที่เรียน: According to the legend, the guardian will watch the gate ____.

ดูคำตอบ

for all eternity

So couldn't Hades grant her น้ำเสียง/เจตนา

1:36

ดังนั้น ฮาเดสจะไม่ทรงประทานพรให้เธอ

just a few more years on Earth?

1:38

ได้อยู่บนโลกอีกสักไม่กี่ปีหรือ?

น้ำเสียง/เจตนา

Couldn't Hades grant her...? ในฐานะคำถามปฏิเสธเชิงโน้มน้าว

Couldn't Hades grant her...? มีรูปเป็นคำถามปฏิเสธ แต่จุดประสงค์หลักในที่นี้ไม่ใช่การถามว่าฮาเดสมีความสามารถหรือไม่ รูปประโยคนี้เปลี่ยนคำขอให้เป็นคำวิงวอน ผู้พูดหวังว่าฮาเดสจะยอมและสื่อว่าการยอมนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้หรือสมเหตุสมผล just a few more years ทำให้คำขอดูเล็กน้อยและมีขอบเขตจำกัด ถ้อยคำนี้ทำให้การวิงวอนดูไม่เรียกร้องมากเกินไป แต่ก็เพิ่มแรงกดดันทางอารมณ์ไปพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

คำถามปฏิเสธในตัวอย่างมีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. เป็นการบอกว่าฮาเดสได้ให้เวลาเธอเพิ่มไปแล้ว
  2. เป็นเพียงคำถามที่เป็นกลางว่าฮาเดสมีความสามารถหรือไม่
  3. เป็นคำขอเชิงโน้มน้าวที่สื่อว่าฮาเดสควรยอมให้เธอมีเวลามากขึ้น
ดูคำตอบ

เป็นคำขอเชิงโน้มน้าวที่สื่อว่าฮาเดสควรยอมให้เธอมีเวลามากขึ้น

In the moment after Orpheus finished,

1:40

ทันทีที่ออร์ฟิอัสร้องเพลงจบ

all hell stood still. สำนวน

1:43

ทั้งนรกก็หยุดนิ่ง

สำนวน

all hell stood still: การกลับความหมายของ all hell broke loose

all hell stood still มีความหมายตรงตัวว่าทุกสิ่งในยมโลกหยุดเคลื่อนไหวหรือเงียบลง ในฉากตำนานนี้ hell ยังชี้ถึงยมโลกที่อยู่รอบตัวละครตามความหมายตรงตัวด้วย ถ้อยคำนี้เล่นกับสำนวนตายตัว all hell broke loose ซึ่งหมายถึงความโกลาหลอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน การเปลี่ยน broke loose เป็น stood still กลับภาพที่คุ้นเคยให้เป็นตรงกันข้าม กล่าวคือ แทนที่ความวุ่นวายจะปะทุขึ้น ทั้งยมโลกกลับหยุดนิ่ง ผลทางภาษานี้เกิดจากการเข้าใจทั้งสำนวนและฉากตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

all hell stood still ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทุกสิ่งในยมโลกหยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์
  2. เกิดความวุ่นวายอย่างฉับพลันและรุนแรงในยมโลก
  3. ทุกคนหนีออกจากยมโลกทันที
ดูคำตอบ

ทุกสิ่งในยมโลกหยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์

Sisyphus no longer rolled his rock up the hill. วัฒนธรรม

1:45

ซิซิฟัสเลิกกลิ้งหินขึ้นเขา

วัฒนธรรม

ซิซิฟัสไม่ได้กลิ้งก้อนหินขึ้นเนินอีกต่อไป

ในตำนานกรีก ซิซิฟัสถูกลงโทษให้กลิ้งก้อนหินขนาดใหญ่ขึ้นเนินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก้อนหินจะกลิ้งกลับลงมา ทำให้ภารกิจนี้ไม่มีวันเสร็จสิ้น เพราะการกระทำซ้ำ ๆ นี้คือบทลงโทษที่ไม่มีวันจบของเขา no longer rolled his rock จึงแสดงถึงการหยุดชะงักที่ผิดปกติอย่างยิ่ง ในฉากนี้ ดนตรีส่งผลกระทบแม้กระทั่งต่อกิจวัตรที่ไม่เคยเปลี่ยนของยมโลก ไม่ใช่เพียงคนทำงานที่หยุดพัก

แบบฝึกหัด

การที่ซิซิฟัสหยุดลงหมายความว่าอย่างไรในฉากตำนานนี้

  1. เขาเลือกกลิ้งก้อนหินลงเนินแทน
  2. เขาทำงานธรรมดาเสร็จแล้วและพร้อมกลับบ้าน
  3. พลังอันผิดธรรมดาได้ทำให้บทลงโทษที่ไม่มีวันจบหยุดชะงัก
ดูคำตอบ

พลังอันผิดธรรมดาได้ทำให้บทลงโทษที่ไม่มีวันจบหยุดชะงัก

Tantalus did not reach for the water วัฒนธรรม

1:48

แทนทาลัสไม่เอื้อมมือไปตักน้ำ

he would never be allowed to drink.

1:50

ที่เขาไม่มีวันได้รับอนุญาตให้ดื่ม

วัฒนธรรม

แทนทาลัสไม่ได้เอื้อมมือไปหาน้ำที่เขาไม่มีวันดื่มได้

ในตำนานกรีก แทนทาลัสถูกลงโทษให้หิวและกระหายอย่างไม่มีวันสิ้นสุด น้ำอยู่ใกล้ตัวเขา แต่จะถอยห่างออกไปทุกครั้งที่เขาพยายามดื่ม จึงอยู่พ้นมือเขาตลอดไป ในที่นี้ would never be allowed to drink สื่อถึงการถูกพรากน้ำไปอย่างถาวร ไม่ใช่คำสั่งห้ามธรรมดาเพียงครั้งเดียว การที่เขาไม่เอื้อมมือไปหาน้ำจึงผิดปกติอย่างยิ่ง เพราะดนตรีได้ขัดจังหวะแม้กระทั่งความพยายามไม่รู้จบของเขาที่จะดับกระหาย

แบบฝึกหัด

ในฉากตำนานนี้ การที่แทนทาลัสไม่เอื้อมมือไปหาน้ำแสดงถึงอะไร

  1. เขาดื่มน้ำมากพอแล้วและไม่กระหายอีกต่อไป
  2. พลังอันผิดธรรมดาได้ขัดจังหวะการไขว่คว้าหาน้ำที่ไม่มีวันจบของเขา
  3. เขากำลังปกป้องน้ำเพื่อไม่ให้คนอื่นดื่ม
ดูคำตอบ

พลังอันผิดธรรมดาได้ขัดจังหวะการไขว่คว้าหาน้ำที่ไม่มีวันจบของเขา

Even the Furies, วัฒนธรรม

1:52

แม้แต่เหล่าฟิวรีส์

the demonic goddesses of vengeance,

1:54

เทพีปีศาจแห่งการล้างแค้น

วัฒนธรรม

the Furies: เทพีแห่งการล้างแค้นผู้ดุจปีศาจ

the Furies คือเหล่าเทพีที่น่ากลัวในเทพปกรณัมกรีก ผู้ลงโทษการกระทำผิด โดยเฉพาะความผิดร้ายแรง ในที่นี้ Furies เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะ ส่วนวลีนามที่ตามมาอย่าง the demonic goddesses of vengeance เป็นคำอธิบายแบบนามซ้อน โดยเรียก the Furies อีกแบบหนึ่งและบอกว่าเป็นใคร Even แสดงให้เห็นว่าเหล่าเทพีนี้เป็นกรณีสุดขั้วที่คาดไม่ถึง หากแม้แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลงโทษอย่างไร้ความปรานียังสะเทือนใจได้ การเล่าเรื่องก็ยิ่งเน้นพลังทางอารมณ์อันพิเศษของสิ่งที่ส่งผลต่อพวกนาง ในที่นี้ Furies ไม่ได้เป็นเพียงรูปพหูพจน์ของคำนามทั่วไป fury ที่หมายถึง “ความโกรธอย่างรุนแรง”

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้บอกอะไรเราในเรื่องเล่าจากเทพปกรณัมนี้?

  1. Furies คือเทพีแห่งการล้างแค้นในเทพปกรณัม และถูกนำเสนอเป็นตัวอย่างสุดขั้วของผู้ที่ไม่น่าจะสะเทือนใจได้
  2. Furies คือเทพีผู้ร่าเริงซึ่งมีหน้าที่คอยปลอบโยนคนที่โศกเศร้า
  3. Furies คือความรู้สึกโกรธธรรมดาที่คนหลายคนกำลังรู้สึก
ดูคำตอบ

Furies คือเทพีแห่งการล้างแค้นในเทพปกรณัม และถูกนำเสนอเป็นตัวอย่างสุดขั้วของผู้ที่ไม่น่าจะสะเทือนใจได้

wept.

1:56

ก็ยังหลั่งน้ำตา

Hades and Persephone granted Orpheus's plea, วลี

1:57

ฮาเดสและเพอร์เซโฟนียอมรับคำขอของออร์ฟิอัส

but on one condition. วลี

2:00

แต่มีข้อแม้เพียงข้อเดียว

วลี

grant someone's plea: อนุมัติคำวิงวอนอย่างเป็นทางการ

Grant someone's plea หมายถึงการอนุมัติหรือตอบรับคำขอที่จริงจังและมักเร่งด่วนอย่างเป็นทางการ ในที่นี้ grant เป็นกริยาที่ต้องมีกรรมและใช้ตามโครงสร้าง grant + someone's plea ในประโยคนี้ ฮาเดสและเพอร์เซโฟนีมีอำนาจตัดสินใจว่าจะตอบรับคำวิงวอนของออร์ฟิอุสหรือไม่ Plea สื่อถึงความต้องการอย่างจริงใจหรือความเร่งด่วนทางอารมณ์ได้ชัดกว่า request ซึ่งเป็นคำกลาง ๆ เมื่อนำมาใช้กับ grant จึงทำให้การตัดสินใจมีน้ำเสียงเป็นทางการและสูงส่ง เหมาะกับเรื่องเล่าด้านกฎหมาย ทางการ หรือเทพปกรณัม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ grant someone's plea ใน simple past และใช้ her แทน Maya: After hearing Maya's urgent appeal, the judge ____.

ดูคำตอบ

granted her plea

วลี

on one condition: ทำให้การยอมรับขึ้นอยู่กับข้อกำหนดหนึ่งข้อ

ในประโยคนี้ on one condition หมายความว่า ฮาเดสและเพอร์เซโฟนียอมรับคำขอก็ต่อเมื่อมีการปฏิบัติตามข้อกำหนดหนึ่งข้อ But ใช้เพิ่มข้อจำกัดให้กับสิ่งที่ตอนแรกดูเหมือนเป็นการยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข รูปแบบที่พบบ่อยคือ agree to something on one condition หรือ allow something on one condition แล้วตามด้วยข้อกำหนดนั้น นอกจากนี้ยังใช้ on the condition that + อนุประโยคได้ด้วย condition ในที่นี้หมายถึงข้อกำหนด ไม่ใช่สุขภาพของบุคคลหรือสภาพทั่วไปของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ใช้บอกเงื่อนไขจำเป็นหนึ่งข้อในประโยคอนุญาตนี้: You may stay out late ____: text me when you arrive.

ดูคำตอบ

on one condition

As he climbed back out of the underworld, ไวยากรณ์

2:02

ขณะที่เขาปีนกลับขึ้นมาจากยมโลก

ไวยากรณ์

As he climbed...: ใช้ as บอกการกระทำพื้นหลังที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

As ในที่นี้ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคบอกเวลา โดยนำเสนอการปีนออกมาเป็นการกระทำพื้นหลังที่กำลังดำเนินอยู่ ขณะที่เหตุการณ์ในประโยคหลักที่ตามมาเกิดขึ้น ความหมายคือ “ขณะที่เขากำลังปีนกลับขึ้นมาจากยมโลก” ในการใช้นี้ as วางเหตุการณ์สองอย่างไว้บนแนวเวลาเดียวกัน ไม่ได้บอกเหตุผล เครื่องหมายจุลภาคหลังอนุประโยคเปิดช่วยบอกว่าส่วนนี้เป็นข้อมูลพื้นหลัง จึงยังต้องมีประโยคหลักเพื่อให้ใจความสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'As Maya walked home, the streetlights came on,' คำว่า As แสดงอะไร?

  1. ไฟถนนเปิดขึ้นเพราะมายาเดินกลับบ้าน
  2. การเดินเป็นพื้นหลังด้านเวลาของการที่ไฟถนนเปิดขึ้น
  3. มายาเดินกลับบ้านด้วยวิธีเดียวกับคนอื่น
ดูคำตอบ

การเดินเป็นพื้นหลังด้านเวลาของการที่ไฟถนนเปิดขึ้น

he must not turn around น้ำเสียง/เจตนา

2:05

เขาต้องห้ามหันหลังกลับไปมอง

น้ำเสียง/เจตนา

must not turn around: การห้ามอย่างเด็ดขาด

must not turn around หมายถึง “ห้ามหันกลับ” ในที่นี้ must not กำหนดเงื่อนไขที่เคร่งครัด ส่วน turn around ระบุการกระทำที่ห้าม คือการหมุนตัวไปเผชิญด้านหลัง อย่าเข้าใจ must not ว่า “ไม่จำเป็นต้องทำ” ภาษาอังกฤษใช้ do not have to หรือ need not เพื่อบอกว่าไม่มีหน้าที่ต้องทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุว่าห้ามเข้าไปในห้องนี้โดยเด็ดขาด

  1. Visitors should not enter this room.
  2. Visitors do not have to enter this room.
  3. Visitors must not enter this room.
ดูคำตอบ

Visitors must not enter this room.

to see if Eurydice was following behind him. ไวยากรณ์

2:07

ว่ายูริดิซีเดินตามเขามาหรือไม่

ไวยากรณ์

see if Eurydice was following behind him: if ที่หมายถึง “ว่า...หรือไม่”

ใน see if Eurydice was following behind him คำว่า see หมายถึงตรวจสอบหรือหาคำตอบ ส่วน if นำข้อมูลที่ยังไม่แน่นอนมา คือยูริดิซีกำลังตามเขามาหรือไม่ if ตรงนี้ไม่ได้ตั้งเงื่อนไข แต่ใช้เริ่มคำถามทางอ้อมที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ดังนั้นอนุประโยคจึงคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ Eurydice was following ไม่ใช่ was Eurydice following

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ตรวจสอบว่า...หรือไม่”: Let's ____ the library is still open.

ดูคำตอบ

see if

If he did, ไวยากรณ์

2:09

หากเขาทำเช่นนั้น

she would return to the land of the dead forever.

2:11

เธอจะต้องกลับไปดินแดนแห่งคนตายตลอดกาล

ไวยากรณ์

If he did ... she would return: ใช้ did แทนการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

ใน If he did คำว่า did ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ คือ turn around to see whether Eurydice was following ภาษาอังกฤษสามารถใช้กริยาช่วย do แทนการพูดวลีกริยาทั้งหมดซ้ำ ดังนั้น did จึงไม่ได้หมายถึงการกระทำใหม่อีกอย่างหนึ่ง อนุประโยคที่มี if บอกเงื่อนไข ส่วน she would return... บอกผลของเงื่อนไขนั้น ในเรื่องเล่าที่ใช้มุมมองอดีต did และ would แสดงการกระทำที่อาจเกิดขึ้นและผลที่จะตามมาตามลำดับ

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยรูปอดีตที่ใช้แทน cancel the trip: Lena said she might cancel the trip. If she ____, we would stay home.

ดูคำตอบ

did

Orpheus began to climb.

2:14

ออร์ฟิอัสเริ่มปีนขึ้น

With each step, วลี

2:17

ในทุกก้าวที่เดิน

วลี

With each step: เชื่อมขั้นตอนที่เกิดซ้ำกับการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย

With each step หมายถึง “ทุกครั้งที่ก้าวเพิ่มอีกหนึ่งก้าว” ในที่นี้ with ใช้บอกสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปพร้อมกับขั้นตอนที่เกิดซ้ำ ไม่ได้หมายความว่ามีใครเดินไปพร้อมกับ “ก้าว” ในฐานะเพื่อนร่วมทาง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ With each + คำนามนับได้เอกพจน์ แล้วตามด้วยอนุประโยคที่บอกผลซึ่งสัมพันธ์กัน each เน้นแต่ละขั้นทีละขั้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ With each + คำนามเอกพจน์ และคำว่า practice session: ____, her balance improved.

ดูคำตอบ

With each practice session

he worried more and more วลี

2:18

เขายิ่งกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ

about whether Eurydice was behind him. ไวยากรณ์

2:20

ว่ายูริดิซีอยู่ข้างหลังเขาหรือไม่

วลี

more and more: ระดับที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

more and more เป็นสำนวนหนึ่งชุด หมายถึงระดับหรือปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในประโยคนี้ worried more and more หมายถึงความกังวลของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา สำนวนนี้วางหลังคำกริยาได้ เช่น worry more and more หรือวางหน้าคำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ได้ เช่น more and more difficult อย่าแยกตีความ more สองคำออกจากกัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีซ้ำที่หมายถึง “มากขึ้นเรื่อย ๆ” ให้สมบูรณ์: The instructions became ____ confusing.

ดูคำตอบ

more and more

ไวยากรณ์

about whether...: ระบุสิ่งที่ทำให้กังวล

about เชื่อม worry เข้ากับเนื้อหาที่กังวลโดยตรง อนุประโยค whether Eurydice was behind him เป็นคำถามแบบใช่หรือไม่ที่ฝังอยู่ในประโยค เขาไม่รู้ว่าเธออยู่ตรงนั้นหรือไม่ และความไม่แน่นอนนี้คือสิ่งที่เขากังวล หลังคำบุพบท about การใช้ whether เป็นรูปแบบมาตรฐานสำหรับนำคำถามชนิดนี้ อนุประโยคที่ฝังอยู่ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า Eurydice was ไม่ใช่ was Eurydice และ whether ในที่นี้ไม่ได้ตั้งเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ worry about whether... ได้ถูกต้องเพื่อระบุคำถามที่ยังไม่แน่นอน

  1. Jordan worried about whether was the door locked.
  2. Jordan worried whether about the door was locked.
  3. Jordan worried about whether the door was locked.
ดูคำตอบ

Jordan worried about whether the door was locked.

He heard nothing.

2:22

เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

Where were her footsteps?

2:24

เสียงฝีเท้าของเธออยู่ไหน?

Finally,

2:25

ในที่สุด

just before he stepped out of the underworld โน้ต

2:27

ก่อนที่เขาจะก้าวออกจากยมโลก

and into the bright light of day,

2:29

และเข้าสู่แสงสว่างของวัน

ไวยากรณ์

just before: ช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุการณ์เพียงนิดเดียว

just before หมายถึงช่วงเวลาสั้นมากก่อนที่อีกเหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้น ในที่นี้ just ทำให้ช่วงเวลาแคบลง โดยเขาเกือบจะก้าวออกไปสู่แสงสว่างของกลางวันแล้วตอนที่มีบางอย่างเกิดขึ้น ในการเล่าเรื่อง วลีนี้สามารถวางการเปลี่ยนแปลงไว้ในวินาทีสุดท้ายเพื่อสร้างความลุ้นหรือความรู้สึกว่า “เกือบแล้ว” ในการใช้นี้ just ขยาย before และไม่ได้หมายถึง “ยุติธรรม” หรือ “เพียงแค่”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าประตูล็อกก่อนที่คนเหล่านั้นจะไปถึงเพียงไม่กี่อึดใจ

  1. The doors locked long after we reached them.
  2. The doors locked just before we reached them.
  3. The doors had already been locked all morning.
ดูคำตอบ

The doors locked just before we reached them.

วลี

stepped out of ... and into ...: เส้นทางการเคลื่อนที่ที่สมบูรณ์

ใน stepped out of the underworld and into the bright light of day คำว่า out of ระบุสถานที่ที่ออกมา ส่วน into ระบุพื้นที่ใหม่ที่เข้าไป วลีทั้งสองที่เชื่อมกันจึงสร้างเส้นทางที่สมบูรณ์จากยมโลกไปสู่แสงกลางวัน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ กริยา + out of A + and + into B ใช้บรรยายการเคลื่อนที่ระหว่างพื้นที่จริง หรือเมื่อใช้กับคำนามที่เหมาะสม ก็ใช้บรรยายการเปลี่ยนจากสภาวะหรือขั้นหนึ่งไปสู่อีกขั้นหนึ่งได้ ในที่นี้ the bright light of day ยังสื่อถึงโลกของผู้มีชีวิตเบื้องบน ไม่ใช่เพียงโคมไฟหรือบริเวณที่มีแสง

แบบฝึกหัด

เติมเส้นทางด้วย out of และ into: Maya walked ____ the crowded kitchen and ____ the quiet garden.

ดูคำตอบ

out of · into

he gave into temptation. กริยาวลี

2:31

เขาก็พ่ายแพ้ต่อสิ่งล่อใจ

กริยาวลี

gave into temptation: ใช้โครงสร้างมาตรฐาน give in to

ในที่นี้ gave into temptation หมายถึงเขาหยุดต้านแรงกระตุ้นและทำสิ่งที่ล่อลวงใจเขา ควรเข้าใจทั้งสำนวนว่า “ยอมแพ้ต่อสิ่งล่อใจ” ไม่ใช่ตีความ give ตามความหมายทั่วไปว่า “ให้” โครงสร้างมาตรฐานคือ give in to + คำนาม โดย in เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี give in และ to ใช้นำสิ่งที่บุคคลนั้นยอมแพ้ให้ รูปอดีตคือ gave in to temptation แม้ gave into temptation ในคำบรรยายจะพอเข้าใจได้ แต่รูปที่ควรเรียนรู้และใช้คือ give in to

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนรูปอดีตมาตรฐานที่หมายถึง “หยุดต้านแรงกระตุ้น”: I planned to wait until payday, but I ____ and ordered the game.

ดูคำตอบ

gave in to temptation

Orpheus tried to return to the underworld,

2:33

ออร์ฟิอัสพยายามกลับไปในยมโลก

but was refused entry. การใช้คำ

2:36

แต่ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้า

การใช้คำ

was refused entry: โครงสร้างกรรมวาจกแบบเป็นทางการสำหรับการถูกปฏิเสธไม่ให้เข้า

Was refused entry เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่หมายถึงบุคคลหนึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสถานที่ ในที่นี้ entry หมายถึงสิทธิ์หรือการอนุญาตให้เข้า ไม่ได้หมายถึงประตู รายการในบันทึกประจำวัน หรือคำศัพท์ในพจนานุกรม โครงสร้างกรรตุวาจกคือ refuse someone entry เช่น Security refused him entry. เมื่อเปลี่ยนเป็นกรรมวาจก บุคคลที่ถูกปฏิเสธสิทธิ์จะเป็นประธาน เช่น He was refused entry.

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนกรรมวาจกแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า”: The guest ____ because his name was not on the list.

ดูคำตอบ

was refused entry

Separated from Eurydice, ไวยากรณ์

2:38

เมื่อต้องแยกจากยูริดิซี

ไวยากรณ์

Separated from Eurydice: วลี past participle ที่ขึ้นต้นประโยค

Separated from Eurydice เป็นวลี past participle ที่วางไว้ต้นประโยค ใช้บอกสภาพหรือภูมิหลังขณะที่การกระทำหลักเกิดขึ้น และในประโยคเต็มยังช่วยให้เข้าใจเหตุผลของคำสาบานที่ Orpheus กล่าวต่อมา Separated ไม่ใช่กริยาหลัก ประธานโดยนัยของคำนี้ต้องเป็นประธานของประโยคหลักที่ตามมา คือ Orpheus โครงสร้างนี้ย่อประโยคเต็มอย่าง Because Orpheus was separated from Eurydice ให้กระชับขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดทำให้วลี participle ที่ขึ้นต้นประโยคบรรยายประธานของประโยคหลักได้อย่างถูกต้อง

  1. Separated from his family, the empty room felt lonely.
  2. Separated from his family, Leo felt lonely.
  3. Separated from his family, the weather turned cold.
ดูคำตอบ

Separated from his family, Leo felt lonely.

Orpheus swore never to love another woman again. วลี

2:40

ออร์ฟิอัสสาบานว่าจะไม่รักหญิงอื่นอีกเลย

วลี

swore never to love another woman again: การตัดสินใจอย่างหนักแน่นว่าจะไม่ทำอีก

Swore never to love another woman again ใช้โครงสร้าง swear + never + to-infinitive เพื่อบอกการตัดสินใจอย่างจริงจังว่าจะไม่ทำสิ่งใดอีกในอนาคต Swore เป็นรูปอดีตของ swear และในที่นี้หมายถึง “ให้คำมั่นอย่างจริงจัง” ไม่ใช่ “พูดคำหยาบ” Never มีความหมายว่า “ไม่ว่าเวลาใด” อยู่แล้ว ส่วน again เพิ่มแนวคิดเรื่องการทำซ้ำ ดังนั้น never ... again จึงเน้นความหมายว่า “จะไม่ทำอีกเด็ดขาด” และฟังดูเป็นการตัดสินใจที่แน่วแน่ทางอารมณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของ swore never to ... again: After the betrayal, Maya ____ trust him ____.

ดูคำตอบ

swore never to · again

Instead,

2:43

กลับกัน

he sat in a grove of trees

2:44

เขาไปนั่งอยู่ในป่า

and sang songs of lovers.

2:46

และร้องเพลงของเหล่าคู่รัก

There was Ganymede, วัฒนธรรม

2:48

มีแกนีมีด

the beautiful boy

2:50

เด็กหนุ่มรูปงาม

who Zeus made drink bearer to the gods. ไวยากรณ์

2:50

ที่ซุสทำให้เป็นผู้รินถวายเครื่องดื่มแก่ทวยเทพ

วัฒนธรรม

กานีมีด ผู้รินเครื่องดื่มถวายเหล่าทวยเทพ

กานีมีดเป็นตัวละครจากเทพปกรณัมกรีก ไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดาที่เพิ่งถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรก ในตำนาน ซูสพาเด็กหนุ่มรูปงามผู้นี้ไปอยู่กับเหล่าทวยเทพ และให้เขาเป็นผู้รินและถวายเครื่องดื่มแก่เทพเจ้า การเอ่ยชื่อกานีมีดทำให้เรื่องราวนี้เชื่อมโยงกับตำนานที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับความปรารถนาที่ซูสมีต่อเขา ประโยคนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวความรักในเทพปกรณัมหลายเรื่องที่ถูกกล่าวถึงต่อเนื่องกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ระบุว่ากานีมีดเป็นใคร?

  1. เด็กหนุ่มในเทพปกรณัมที่ได้รับหน้าที่ให้ถวายเครื่องดื่มแก่เหล่าทวยเทพ
  2. เทพเจ้าผู้สร้างเครื่องดื่มให้มนุษย์
  3. เด็กหนุ่มธรรมดาที่ขายเครื่องดื่ม
ดูคำตอบ

เด็กหนุ่มในเทพปกรณัมที่ได้รับหน้าที่ให้ถวายเครื่องดื่มแก่เหล่าทวยเทพ

ไวยากรณ์

who Zeus made drink bearer: กรรมและส่วนเติมเต็มที่เป็นคำนาม

คำสรรพนามเชื่อม who อ้างกลับไปถึง Ganymede ภายในอนุประโยคสัมพันธ์ who ทำหน้าที่เป็นกรรมของ made โดย Zeus เป็นประธาน made เป็นกริยา และ who เป็นกรรม หากเขียนเป็นประโยคอิสระ ลำดับคำจะเป็น Zeus made Ganymede drink bearer to the gods. โครงสร้างนี้คือ make + object + noun complement วลีนาม drink bearer ระบุบทบาทที่ Ganymede ได้รับ ดังนั้น made ในที่นี้หมายถึงซูสทำให้หรือแต่งตั้งเขาให้เป็นผู้ถวายเครื่องดื่มแก่เหล่าทวยเทพ

แบบฝึกหัด

ใช้ make + Ava + president ในรูปและลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After a unanimous vote, the club ____.

ดูคำตอบ

made Ava president

There was Myrrha, วัฒนธรรม

2:53

มีเมอร์รา

who loved her father and was punished for it.

2:55

ผู้หลงรักพ่อของตนและถูกลงโทษเพราะเหตุนั้น

วัฒนธรรม

Myrrha ผู้หลงรักพ่อของตน: ความรักต้องห้ามและการลงโทษ

Myrrha เป็นตัวละครในเทพปกรณัมคลาสสิก ในที่นี้ loved her father หมายถึงการมีความรู้สึกเชิงชู้สาวหรือทางเพศต่อพ่อของตนเอง ซึ่งเป็นความรักร่วมสายเลือดที่ถือเป็นข้อห้าม ไม่ใช่ความรักตามปกติของลูกสาวที่มีต่อพ่อ การที่เธอถูกลงโทษทำให้เรื่องนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างโศกนาฏกรรมที่เชื่อมโยงความรักเข้ากับความทุกข์และผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ในเรื่องอ้างอิงจากเทพปกรณัมนี้ loved her father หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอแสดงความรักแบบครอบครัวตามปกติต่อพ่อ
  2. เธอถูกลงโทษเพราะปฏิเสธที่จะรักใครก็ตาม
  3. เธอมีความรู้สึกเชิงชู้สาวต้องห้ามต่อพ่อของตนเอง
ดูคำตอบ

เธอมีความรู้สึกเชิงชู้สาวต้องห้ามต่อพ่อของตนเอง

And Pygmalion, วัฒนธรรม

2:57

และพิกเมเลียน

who sculpted his ideal woman out of ivory,

2:59

ผู้แกะสลักหญิงในอุดมคติจากงาช้าง

then prayed to Venus until she came to life. สำนวน

3:02

แล้วสวดอ้อนวอนวีนัสจนเธอมีชีวิตขึ้นมา

วัฒนธรรม

Pygmalion: แกะสลักหญิงในอุดมคติ…แล้วเธอก็มีชีวิต

Pygmalion เป็นช่างแกะสลักในเทพปกรณัมคลาสสิก เขาแกะสลักหญิงในอุดมคติเป็นรูปปั้นงาช้างและอธิษฐานต่อ Venus เทพีที่เกี่ยวข้องกับความรักและความงาม Venus มอบชีวิตให้รูปปั้นนั้น ดังนั้น sculpted his ideal woman จึงไม่ใช่เพียงการสร้างงานศิลปะธรรมดา ใน until she came to life คำว่า she หมายถึงรูปปั้นงาช้างที่กลายเป็นหญิงมีชีวิต ไม่ได้หมายถึง Venus

แบบฝึกหัด

คำว่า she ใน until she came to life หมายถึงอะไร

  1. หญิงธรรมดาที่เป็นแบบให้ Pygmalion
  2. รูปปั้นงาช้างของหญิงในอุดมคติ
  3. Venus ที่กลายเป็นมนุษย์
ดูคำตอบ

รูปปั้นงาช้างของหญิงในอุดมคติ

สำนวน

came to life: มีชีวิตขึ้นมาหรือมีชีวิตชีวาขึ้น

ในตำนานนี้ she หมายถึงหญิงที่พิกมาเลียนแกะสลักจากงาช้าง She came to life หมายความว่ารูปสลักที่ไม่มีชีวิตกลายเป็นหญิงที่มีชีวิตจริง ๆ ไม่ได้หมายความว่าเธอเข้ามาสู่ชีวิตประจำวัน ในความหมายที่กว้างขึ้น come to life มักหมายถึงมีชีวิตชีวา น่าตื่นเต้น หรือคึกคักขึ้น ตัวละครอาจดูมีชีวิตขึ้นมาในการแสดง และสถานที่เงียบ ๆ อาจคึกคักเมื่อผู้คนมาถึง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ came to life ในความหมายว่าเริ่มมีชีวิตชีวาหรือคึกคักขึ้น

  1. The tour group came to the old town after sunset.
  2. The old town came to life after sunset.
  3. The mayor came to a decision after sunset.
ดูคำตอบ

The old town came to life after sunset.

And there was Venus herself, วัฒนธรรม

3:05

และมีตัววีนัสเอง

whose beautiful Adonis

3:08

ผู้ซึ่งอโดนิสรูปงามของเธอ

was killed by a wild boar.

3:10

ถูกหมูป่าฆ่าตาย

วัฒนธรรม

วีนัสเองกับอะโดนิสผู้รูปงามของนาง

วีนัสเป็นเทพีแห่งความรักและความงามในตำนานโรมัน อะโดนิสคือชายหนุ่มรูปงามที่นางรักในตำนานคลาสสิก และเขาถูกหมูป่าฆ่าตาย ในประโยคนี้ beautiful Adonis หมายถึงตัวละครในตำนานที่มีชื่อนี้โดยเฉพาะ ไม่ใช่ชายรูปงามที่ไม่ทราบว่าเป็นใคร คำว่า herself เน้นว่าแม้แต่เทพีแห่งความรักก็ต้องพบกับการสูญเสีย การอ้างถึงตำนานนี้จึงเชื่อมความรัก ความตายอันรุนแรง และความโศกเศร้าเข้าด้วยกัน พร้อมเพิ่มอีกหนึ่งตัวอย่างที่มีชื่อเสียงของคู่รักที่ถูกความตายพรากจากกัน

แบบฝึกหัด

การอ้างถึงวีนัสและอะโดนิสเพิ่มความหมายใดให้กับประโยคนี้

  1. บอกว่าวีนัสฆ่าหมูป่าขณะออกล่า
  2. ทำให้นึกถึงตำนานที่วีนัสสูญเสียชายหนุ่มที่นางรัก
  3. แนะนำคนเดินทางที่ไม่ทราบว่าเป็นใครและเพียงถูกบรรยายว่ารูปงาม
ดูคำตอบ

ทำให้นึกถึงตำนานที่วีนัสสูญเสียชายหนุ่มที่นางรัก

It was as if Orpheus's own love and loss ไวยากรณ์

3:12

ราวกับว่าความรักและการสูญเสียของออร์ฟิอัสเอง

had allowed him to see into the hearts สำนวน

3:15

ได้ทำให้เขามองลึกเข้าไปในจิตใจ

of gods and people everywhere.

3:17

ของทวยเทพและผู้คนได้ทุกหนแห่ง

ไวยากรณ์

It was as if...: ใช้เกริ่นคำอธิบายเชิงจินตนาการ

It was as if ใช้นำอนุประโยคที่เป็นความรู้สึกหรือคำอธิบายเชิงจินตนาการ ในที่นี้สถานการณ์ดูราวกับว่าความรักและความสูญเสียของออร์ฟิอุสทำให้เขามีความเข้าใจที่ลึกซึ้งเป็นพิเศษ ผู้เล่าไม่ได้ยืนยันตรง ๆ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงลึกลับเกิดขึ้นจริง หรือออร์ฟิอุสได้รับพลังวิเศษจริงตามตัวอักษร โครงสร้างนี้ใช้เปรียบเทียบเพื่ออธิบายความรู้สึก บรรยากาศ หรือผลที่เกิดขึ้น โดยไม่ระบุว่าแนวคิดที่ตามมาเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่เน้นไว้ด้วยคำเชื่อมภาษาอังกฤษสองคำที่แสดงความรู้สึกเชิงจินตนาการ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง: It was ____ the empty house were holding its breath.

ดูคำตอบ

as if

สำนวน

see into the hearts of...: เข้าใจความรู้สึกส่วนลึก

see into the hearts of... เป็นอุปลักษณ์ที่หมายถึงการเข้าใจความรู้สึก แรงจูงใจ หรือความเจ็บปวดที่ลึกที่สุดของผู้คน ในที่นี้ see into หมายถึงการมองเห็นสิ่งที่อยู่ลึกกว่าสิ่งที่ปรากฏ ส่วน hearts หมายถึงโลกทางอารมณ์ภายในของคนเรา ข้อความนี้ชื่นชมความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจเชิงศิลปะของออร์ฟิอุส ไม่ได้หมายถึงการมองเข้าไปในอวัยวะจริง ๆ

แบบฝึกหัด

see into the hearts of หมายถึงอะไรในประโยคนี้?: The poet could see into the hearts of strangers.

  1. ตรวจหัวใจจริงของพวกเขา
  2. จำพวกเขาได้จากระยะไกล
  3. เข้าใจความรู้สึกที่ลึกที่สุดของพวกเขา
ดูคำตอบ

เข้าใจความรู้สึกที่ลึกที่สุดของพวกเขา

For some, however, ลำดับความ

3:20

ทว่าสำหรับบางคน

ลำดับความ

For some, however, — การเปลี่ยนไปสู่มุมมองที่แตกต่างของคนอีกกลุ่ม

For some กำหนดขอบเขตว่าข้อความถัดไปใช้กับคนเพียงส่วนหนึ่ง และนำเสนอสถานการณ์จากมุมมองของคนเหล่านั้น ในที่นี้ for หมายถึง “จากมุมมองของ” ไม่ใช่ “เพื่อประโยชน์ของ” however แสดงความขัดแย้งกับปฏิกิริยาก่อนหน้าซึ่งเป็นภาพรวมมากกว่า เมื่อใช้ร่วมกัน กรอบนี้จะเปลี่ยนการอภิปรายจากปฏิกิริยาโดยทั่วไปไปยังปฏิกิริยาที่ต่างออกไปของคนบางส่วน

แบบฝึกหัด

บทวิจารณ์กล่าวก่อนว่าผู้ชมส่วนใหญ่ชอบภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง “For some, however, the ending felt too sad” ทำหน้าที่อย่างไรในข้อความ

  1. หมายความว่าภาพยนตร์สร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้ชมเพียงไม่กี่คน
  2. แสดงว่าข้อความถัดไปเป็นผลลัพธ์ ไม่ใช่ความขัดแย้ง
  3. เปลี่ยนไปกล่าวถึงผู้ชมบางส่วนที่มีปฏิกิริยาตรงข้ามกับความเห็นของคนส่วนใหญ่
ดูคำตอบ

เปลี่ยนไปกล่าวถึงผู้ชมบางส่วนที่มีปฏิกิริยาตรงข้ามกับความเห็นของคนส่วนใหญ่

poetry was not enough.

3:22

บทกวีก็ยังไม่เพียงพอ

A group of wild women

3:24

กลุ่มสตรีผู้บ้าคลั่ง

called the Maenads วัฒนธรรม

3:25

ที่เรียกว่า เมนาดส์

วัฒนธรรม

the Maenads — ผู้ติดตามในตำนานที่เกี่ยวข้องกับความคลุ้มคลั่งจากภาวะปีติ

the Maenads หรือเหล่าเมนาดส์ คือผู้ติดตามหญิงของ Dionysus ในตำนานกรีก พวกเธอมักถูกบรรยายว่าอยู่ในภาวะปีติและคลุ้มคลั่งทางศาสนา และตำนานบางเรื่องเชื่อมโยงพวกเธอกับการสูญเสียการควบคุมและความรุนแรง ในประโยคนี้ the Maenads เป็นชื่อกลุ่มในตำนานที่ผู้คนรู้จัก ไม่ใช่ชื่อของกลุ่มผู้หญิงธรรมดา ภูมิหลังนี้ทำให้ wild women มีความหมายเชิงตำนานที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับความคลุ้มคลั่งและอันตราย

แบบฝึกหัด

ในบริบทของตำนานนี้ Maenads คือใคร

  1. ผู้ติดตามหญิงของ Dionysus ที่เกี่ยวข้องกับความคลุ้มคลั่งจากภาวะปีติ
  2. เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแลความสงบในนครกรีก
  3. สมาชิกธรรมดาของชมรมสังคมสมัยใหม่
ดูคำตอบ

ผู้ติดตามหญิงของ Dionysus ที่เกี่ยวข้องกับความคลุ้มคลั่งจากภาวะปีติ

could not bear the thought วลี

3:27

ทนความคิดที่ว่าไม่ได้

that a poet who sang so beautifully of love

3:28

ที่กวีผู้ร้องเพลงรักได้อย่างไพเราะถึงเพียงนี้

would not love them.

3:31

จะไม่รักพวกเธอ

วลี

could not bear the thought: ไม่สามารถยอมรับความคิดหนึ่งได้ทางอารมณ์

Could not bear the thought หมายถึงความคิดนั้นยากเกินกว่าจะยอมรับได้ทางอารมณ์ ในที่นี้ bear เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทน” หรือ “อดทนต่อ” ไม่ได้หมายถึงสัตว์ที่เรียกว่าหมีหรือการแบกสิ่งของ หลังคำนาม thought สามารถตามด้วยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เพื่อบอกเนื้อหาของความคิดได้เหมือนในประโยคนี้ อีกรูปแบบที่ใช้บ่อยคือ cannot bear the thought of + คำนามหรือรูป -ing เช่น I can't bear the thought of leaving.

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายสี่คำที่หมายถึง “ไม่สามารถยอมรับความคิดนั้นได้ทางอารมณ์” ให้สมบูรณ์: She ____ that her childhood home might be demolished.

ดูคำตอบ

could not bear the thought

Their jealousy drove them to a frenzy, สำนวน

3:33

ความหึงหวงทำให้พวกเธอคลุ้มคลั่ง

สำนวน

drove them to a frenzy: ทำให้สูญเสียการควบคุมอย่างรุนแรง

Drove them to a frenzy หมายถึงความหึงหวงทำให้พวกเธอกระวนกระวายอย่างรุนแรงและสูญเสียการควบคุม Drive ใช้ตามโครงสร้างเหตุ drive + คน + to + สภาพผลลัพธ์ โดย them คือผู้ที่ได้รับผล และ to a frenzy คือผลที่เกิดขึ้น ในที่นี้ drive ไม่ได้หมายถึงการขับรถ A frenzy คือภาวะตื่นเต้น โกรธ หรือตื่นตระหนกที่รุนแรงและสับสนวุ่นวาย ไม่ใช่ความกระตือรือร้นธรรมดา

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายห้าคำในรูปอดีตที่หมายถึง “ทำให้ Nina กระวนกระวายอย่างรุนแรงและแทบควบคุมตัวเองไม่ได้”: The relentless buzzing ____.

ดูคำตอบ

drove Nina to a frenzy

and they destroyed poor Orpheus.

3:36

และพวกเธอก็ฉีกทึ้งออร์ฟิอัสผู้น่าสงสารจนสิ้นใจ

The birds, nature's singers, สำนวน

3:38

นกน้อย นักร้องแห่งธรรมชาติ

สำนวน

nature's singers: อุปลักษณ์ที่เปรียบนกเป็นนักร้องของธรรมชาติ

nature's singers เป็นนามวลีซ้อนเชิงอุปลักษณ์ที่ใช้เรียก the birds อีกแบบหนึ่ง โดยทำให้นกมีลักษณะเป็นมนุษย์ในฐานะนักร้อง เพราะเสียงนกร้องฟังคล้ายดนตรีของมนุษย์ ไม่ได้หมายถึงอาชีพจริงหรือหมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์ ในเรื่องนี้ ภาพเปรียบดังกล่าวเชื่อมเสียงนกร้องเข้ากับดนตรีของออร์ฟิอุส ทำให้ดูเหมือนว่าโลกธรรมชาติก็ร่วมไว้อาลัยให้เขาด้วย

แบบฝึกหัด

nature's singers ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. นกเหล่านี้อยู่ในกลุ่มทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการที่ใช้ชื่อนี้
  2. นกถูกบรรยายอย่างเป็นกวีว่าเป็นนักร้องเพราะเสียงร้องของมัน
  3. นกเหล่านี้ทำงานเป็นนักแสดงมืออาชีพให้กับธรรมชาติ
ดูคำตอบ

นกถูกบรรยายอย่างเป็นกวีว่าเป็นนักร้องเพราะเสียงร้องของมัน

mourned Orpheus,

3:40

ไว้อาลัยแก่ออร์ฟิอัส

as did the rivers, ไวยากรณ์

3:42

สายน้ำก็เช่นกัน

ไวยากรณ์

as did the rivers: การกลับคำด้วย as เพื่อแสดงการกระทำเดียวกัน

as did the rivers หมายถึง “เหล่าสายน้ำก็โศกเศร้าอาลัยให้ออร์ฟิอุสเช่นกัน” โดย did เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนภาคแสดงอดีตกาล mourned Orpheus จึงไม่ได้บอกการกระทำใหม่ หลัง as กริยาช่วยจะวางไว้หน้าประธาน เป็น as + did + the rivers โครงสร้างกลับคำแบบกระชับนี้เพิ่มประธานอีกกลุ่มที่ทำสิ่งเดียวกับที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกลับคำที่ใช้ as เพื่อบอกว่าพ่อแม่ของเธอก็ชอบคอนเสิร์ตเช่นกัน: Maya enjoyed the concert, ____ her parents.

ดูคำตอบ

as did

who made music as they babbled. สำนวน

3:43

ที่บรรเลงเพลงขณะไหลริน

สำนวน

made music as they babbled: การทำให้เสียงน้ำมีลักษณะเหมือนมนุษย์

อนุประโยคขยายนี้บรรยายแม่น้ำราวกับว่าสามารถบรรเลงดนตรีและพูดได้ made music เปลี่ยนเสียงของแม่น้ำให้เป็นดนตรี ส่วน babbled นำกริยาที่ใช้กับการพูดของมนุษย์มาอธิบายเสียงน้ำไหลที่มีชีวิตชีวาและต่อเนื่อง นี่คือบุคลาธิษฐาน ไม่ใช่การพูดจริง ๆ ในที่นี้ as เชื่อมการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกัน คือแม่น้ำ “สร้างเสียงดนตรี” ขณะที่ส่งเสียงจ้อกแจ้ก โดยทั่วไป งานเขียนบรรยายธรรมชาติมักมอบการกระทำของมนุษย์ให้สิ่งธรรมชาติ เพื่อให้เสียงและการเคลื่อนไหวดูมีชีวิตชีวาขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ babbled เพื่อทำให้เสียงน้ำไหลมีลักษณะเหมือนมนุษย์

  1. The baby babbled from her crib.
  2. The speaker babbled because he was nervous.
  3. The stream babbled over the smooth stones.
ดูคำตอบ

The stream babbled over the smooth stones.

The world had lost two great souls. สำนวน

3:45

โลกได้สูญเสียสองดวงวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่

สำนวน

two great souls: คำเรียกเชิงกวีสำหรับบุคคลที่น่ายกย่อง

ในที่นี้ two great souls หมายถึงบุคคลสำคัญที่น่ายกย่องสองคนซึ่งเสียชีวิตแล้ว Soul ใช้แทนคนทั้งคนและเน้นคุณลักษณะกับคุณค่าภายใน ไม่ได้หมายถึงเพียงวิญญาณที่แยกจากร่างและคล้ายผีเท่านั้น เมื่อเทียบกับ two great people วลีนี้ฟังดูเป็นบทกวี เคร่งขรึม และให้ความเคารพทางอารมณ์มากกว่า จึงเป็นธรรมชาติอย่างยิ่งในถ้อยคำไว้อาลัยหรือยกย่อง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ two great souls มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด

  1. บุคคลที่น่ายกย่องสองคนซึ่งการเสียชีวิตของพวกเขาได้รับการอาลัยอย่างลึกซึ้ง
  2. ผีสองตนที่มีผู้พบเห็นกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในโลก
  3. คนธรรมดาสองคนที่อยู่ในรายงานนับจำนวนแบบเป็นกลาง
ดูคำตอบ

บุคคลที่น่ายกย่องสองคนซึ่งการเสียชีวิตของพวกเขาได้รับการอาลัยอย่างลึกซึ้ง

Orpheus and Eurydice

3:48

ออร์ฟิอัสและยูริดิซี

had loved each other so deeply ไวยากรณ์

3:50

รักกันลึกซึ้งมาก

that when they were separated,

3:52

จนเมื่อพวกเขาต้องแยกจากกัน

Orpheus had understood the pain and joys วลี

3:53

ออร์ฟิอัสก็เข้าใจถึงความเจ็บปวดและความสุข

of lovers everywhere,

3:56

ของคู่รักทุกหนแห่ง

วลี

the pain and joys of lovers everywhere: สองด้านของประสบการณ์เดียว

ในนามวลีนี้ pain กับ joys ถูกเชื่อมแบบขนานเพื่อบอกสองด้านของประสบการณ์ความรัก ได้แก่ ความทุกข์และช่วงเวลาแห่งความสุข โดย pain ใช้เป็นคำนามนับไม่ได้ที่กล่าวถึงความเจ็บปวดโดยทั่วไป ส่วน joys ที่เป็นพหูพจน์ชี้ถึงความสุขหลายแบบหรือหลายช่วงเวลา การนำสองคำนี้มาอยู่ด้วยกันจึงเป็นความตั้งใจ ไม่ใช่ความขัดแย้ง วลี of lovers everywhere ขยายทั้ง pain และ joys คำว่า everywhere ขยายขอบเขตของ lovers ให้หมายถึงคนที่รักกันทั่วโลก ไม่ได้ระบุสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้สรุปประสบการณ์ที่ซับซ้อนได้อย่างกระชับ เช่น the pressures and rewards of teaching

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำนามนามธรรมที่เชื่อมแบบขนานเพื่อสรุปทั้งด้านที่ยากและด้านบวกของประสบการณ์เดียวกัน

  1. After years in the profession, she learned where the teachers lived.
  2. After years in the profession, she understood the pressures and rewards of teaching.
  3. After years in the profession, she discussed the rewards of teaching only.
ดูคำตอบ

After years in the profession, she understood the pressures and rewards of teaching.

and a new art form, สำนวน

3:58

และศิลปะรูปแบบใหม่

the love poem, was born.

3:59

บทกวีรัก จึงได้ถือกำเนิดขึ้น

ไวยากรณ์

had loved each other so deeply that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์

ในที่นี้ so deeply that ใช้โครงสร้าง so + กริยาวิเศษณ์ + that + ผลลัพธ์ โดย deeply ขยาย had loved และบอกระดับความรักของทั้งคู่ ส่วน that นำเข้าสู่ผลที่เกิดจากระดับนั้น ไม่ได้เป็นเพียงคำอธิบายเพิ่มเติมของ deeply ผลลัพธ์ต่อเนื่องไปตลอดช่วงหลังของประโยค กล่าวคือ เมื่อทั้งคู่ถูกพรากจากกัน ออร์ฟิอุสก็เข้าใจความเจ็บปวดและความสุขของเหล่าคนรัก และนำไปสู่การถือกำเนิดของบทกวีรัก โดยทั่วไป so + คำคุณศัพท์/กริยาวิเศษณ์ + that ใช้เชื่อมระดับที่สูงมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะระดับนั้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่เชื่อมระดับกับผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The river was ____ deep ____ we could not walk across it.

ดูคำตอบ

so · that

สำนวน

a new art form ... was born: การถือกำเนิดของสิ่งนามธรรม

ในประโยคนี้ was born ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้มีทารกเกิดขึ้น แต่ศิลปะชนิดใหม่อย่างบทกวีรักเริ่มถือกำเนิด ภาพนี้ทำให้จุดกำเนิดของสิ่งนามธรรมดูเหมือนการเริ่มต้นของชีวิต รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธานที่เป็นนามธรรม + be born เราสามารถใช้ be born กับแนวคิด ประเพณี ขบวนการ หรือรูปแบบศิลปะเมื่อสิ่งนั้นปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก ตรงนี้ the love poem ระบุว่าศิลปะรูปแบบใหม่นั้นคืออะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ be born เพื่อสื่อถึงการเริ่มต้นของสิ่งนามธรรม: From one scientist's question, a bold new theory ____.

ดูคำตอบ

was born

While the world wept, ไวยากรณ์

4:01

ขณะที่โลกร่ำไห้

ไวยากรณ์

While the world wept: เหตุการณ์พื้นหลังที่เกิดพร้อมกันและบุคลาธิษฐาน

While นำหน้าอนุประโยคบอกเวลาที่ทำหน้าที่เป็นพื้นหลังให้ประโยคหลักซึ่งตามมา ในที่นี้หมายถึงในช่วงเวลาเดียวกัน ความโศกเศร้าของโลกยังคงดำเนินอยู่ขณะที่ประโยคหลักบรรยายอีกสถานการณ์หนึ่ง ความตัดกันเกิดจากการวางสองฉากที่เกิดพร้อมกันไว้คู่กัน ไม่ใช่เพราะ while มีความหมายว่า although the world wept เป็นบุคลาธิษฐาน โดยย่อแนวคิดที่ว่าผู้คนทุกหนแห่งกำลังไว้ทุกข์ หรือความเศร้าดูเหมือนปกคลุมไปทั่วโลก ให้กลายเป็นภาพของโลกที่กำลังร้องไห้

แบบฝึกหัด

While มีหน้าที่หลักอะไรในอนุประโยค 'While the world wept,'?

  1. บอกสาเหตุของเหตุการณ์หลัก
  2. นำเสนอเหตุการณ์พื้นหลังที่เกิดขึ้นพร้อมกับเหตุการณ์หลัก
  3. บอกว่าเหตุการณ์หลักเกิดขึ้นหลังจากการร้องไห้สิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น
ดูคำตอบ

นำเสนอเหตุการณ์พื้นหลังที่เกิดขึ้นพร้อมกับเหตุการณ์หลัก

Orpheus found peace and his other half สำนวน

4:03

ออร์ฟิอัสได้พบความสงบและอีกครึ่งหนึ่งของเขา

in the underworld.

4:06

ในยมโลก

สำนวน

his other half: คำเรียกคู่รักอย่างสนิทสนม

his other half เป็นสำนวนที่ใช้เรียกคู่รักหรือคู่สมรสอย่างสนิทสนม ในประโยคนี้หมายถึงยูริดิซี ไม่ได้หมายถึงครึ่งหนึ่งของร่างกายหรือปริมาณ คำเปรียบเทียบนี้มองคนรักที่ผูกพันกันสองคนว่าเป็นสองส่วนของสิ่งเดียวกัน โดยทั่วไป คำแสดงความเป็นเจ้าของอย่าง my, your, his หรือ her ที่อยู่หน้า other half จะบอกว่ากำลังกล่าวถึงคู่รักของใคร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ other half ในความหมายว่าคู่รักได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Jordan brought his other half to the anniversary dinner.
  2. Jordan called a new coworker his other half on their first morning.
  3. Jordan gave the other half of the sandwich to Mia.
ดูคำตอบ

Jordan brought his other half to the anniversary dinner.

There, to this day, วลี

4:07

ที่นั่น จนถึงทุกวันนี้

วลี

to this day: สถานการณ์ที่ดำเนินต่อจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

to this day หมายความว่าบางสิ่งเริ่มต้นหรือเป็นความจริงมาตั้งแต่อดีตและดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน เป็นการบอกผู้ฟังว่าสถานะหรือข้อเท็จจริงที่กล่าวถึงยังคงเป็นจริงอยู่ในตอนนี้ วลีนี้มักใช้เน้นความต่อเนื่องในเรื่องเล่า ความทรงจำ บันทึกทางประวัติศาสตร์ และเหตุการณ์ที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย ในที่นี้ วลีดังกล่าวทำให้ตำนานถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่เล่ากันว่ายังคงเป็นจริงในปัจจุบัน โดย day ไม่ได้หมายถึงวันที่ใดวันที่หนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่แสดงว่าปริศนานี้ยังคงไม่ได้รับการคลี่คลาย: ____, no one knows why the lighthouse went dark.

ดูคำตอบ

To this day

he walks with Eurydice

4:10

เขาเดินเคียงคู่กับยูริดิซี

along the banks of the River Styx. วัฒนธรรม

4:11

ริมฝั่งแม่น้ำสติกซ์

วัฒนธรรม

the banks of the River Styx: ริมฝั่งแม่น้ำในตำนาน

ในวลีนี้ banks หมายถึงพื้นดินริมขอบแม่น้ำ หรือ “ริมฝั่ง” ส่วน of the River Styx ระบุว่าเป็นฝั่งของแม่น้ำสายใด ไม่ได้หมายถึงสถาบันการเงิน River Styx คือแม่น้ำที่เกี่ยวข้องกับยมโลกในเทพปกรณัมกรีก การเอ่ยชื่อนี้ทำให้รู้ว่าฉากอยู่ในยมโลกตามตำนาน ไม่ใช่สถานที่จริงทางภูมิศาสตร์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ bank ในความหมายเดียวกับ banks ในตัวอย่าง

  1. We ate lunch on the bank of the river.
  2. The airplane banked to the left.
  3. She deposited the check at the bank.
ดูคำตอบ

We ate lunch on the bank of the river.

Sometimes, they stroll side by side. วลี

4:13

บางครั้งพวกเขาก็เดินเคียงกันไป

วลี

side by side: เคียงข้างกันหรืออยู่ข้างกัน

ในประโยคนี้ side by side หมายถึงคนสองคนเดินเล่นอยู่ข้างกันและเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันโดยรวม วลีนี้ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายแบบกริยาวิเศษณ์เพื่อบอกว่าพวกเขาเดินอย่างไร ความหมายยังขยายจากตำแหน่งทางกายภาพไปสู่การลงมือทำหรือทำงานร่วมกันได้ และบางครั้งสื่อถึงความเป็นเพื่อนร่วมงานหรือการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงอยู่ข้างกัน: The two runners crossed the finish line ____.

ดูคำตอบ

side by side

Sometimes, she is in front.

4:16

บางครั้งเธอก็อยู่ข้างหน้า

And sometimes, he takes the lead, สำนวน

4:18

และบางครั้งเขาก็เป็นผู้นำ

สำนวน

takes the lead: เดินขึ้นไปข้างหน้าเพื่อนำทาง

ในฉากที่กำลังเดินนี้ takes the lead หมายถึงเขาเดินขึ้นไปข้างหน้าและเป็นคนนำทาง คำว่า lead เป็นคำนามในสำนวนตายตัว take the lead ในบริบทอื่น take the lead อาจหมายถึงการเป็นผู้นำในการแข่งขัน หรือเป็นคนที่เริ่มต้นและนำกิจกรรม แนวคิดร่วมคือการอยู่ในตำแหน่งนำหรือเป็นผู้นำ

แบบฝึกหัด

ในฉากที่กำลังเดินนี้ 'takes the lead' หมายถึงอะไร

  1. เขาอยู่ข้างหลังและเดินตามเธอ
  2. เขาหยิบชิ้นโลหะขึ้นมา
  3. เขาเดินขึ้นไปข้างหน้าและเป็นคนนำทาง
ดูคำตอบ

เขาเดินขึ้นไปข้างหน้าและเป็นคนนำทาง

turning to look back at her

4:21

หันกลับมามองเธอ

as often as he likes. ไวยากรณ์

4:22

บ่อยแค่ไหนก็ได้ตามที่เขาต้องการ

ไวยากรณ์

as often as he likes: เลือกความถี่ได้อย่างอิสระ

as often as he likes แสดงว่าความถี่ขึ้นอยู่กับความต้องการของเขาเอง เขาสามารถหันกลับไปมองเธอกี่ครั้งก็ได้ตามที่ต้องการ ในที่นี้โครงสร้าง as ... as ใช้บอกระดับความถี่ และ often เป็นคำที่แสดงความถี่ ในการใช้นี้ likes หมายถึงต้องการหรือเลือก ไม่ได้หมายถึงชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การกระทำที่ละไว้เข้าใจได้จากบริบท คือ as often as he likes to turn and look back at her

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง as often as ... เพื่อแสดงความถี่ที่ไม่จำกัด: You may review the notes ____.

ดูคำตอบ

as often as you like

TED-Ed is a non-profit.

4:24

TED-Ed เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร

If you value our work,

4:26

หากคุณเห็นคุณค่าในงานของเรา

please consider supporting it on patreon.com/teded.

4:27

โปรดพิจารณาสนับสนุนที่ patreon.com/teded