จะเกิดอะไรขึ้นหากโลกขาดออกซิเจนไป 5 วินาที?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
614 คำ 190 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอเปรียบเทียบการที่ออกซิเจนในบรรยากาศหายไปห้าวินาทีกับการนำอะตอมออกซิเจนออกจากสารประกอบทุกชนิด และชี้ว่าเหตุใดการตีความตามตัวอักษรจึงทำลายโลก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. what would happen if - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สร้างคำถามสมมติด้วย would และอนุประโยค if แล้วติดตามว่าคำอธิบายกำลังตอบเงื่อนไขในจินตนาการข้อใด 2. take the question literally, - วลีสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: สังเกตการเปลี่ยนจากความหมายทั่วไปไปสู่ถ้อยคำตามตัวอักษร และใช้วลีนี้เพื่อวางกรอบคำถามใหม่ 3. won't be around to witness - สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่า be around หมายถึงยังมีชีวิตหรือยังอยู่ในเหตุการณ์ ไม่ใช่แค่อยู่ใกล้ จึงสื่อว่าไม่มีใครรอดเพื่อเห็นผลลัพธ์

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Oxygen is the third most abundant element in the universe, ไวยากรณ์

0:00

ออกซิเจนเป็นธาตุที่พบมากเป็นอันดับสามในจักรวาล

ไวยากรณ์

the third most abundant element: การจัดอันดับด้วยเลขลำดับ + most

โครงสร้าง the + เลขลำดับ + most + คำคุณศัพท์ + คำนาม ใช้บอกอันดับของสิ่งหนึ่งภายในกลุ่ม เลขลำดับบอกตำแหน่ง ส่วน most ใช้ร่วมกับ abundant เพื่อสร้างเกณฑ์การเปรียบเทียบ ในที่นี้ the third most abundant element หมายถึงออกซิเจนอยู่ในอันดับสามเมื่อเรียงธาตุตามปริมาณที่มีอยู่ในจักรวาล abundant บอกว่ามีปริมาณมากหรือพบมาก ไม่ได้แปลว่า “สำคัญ”

แบบฝึกหัด

ข้อมูลผู้มาเยือนจัดให้ Green Lake Park อยู่ในอันดับสาม เติมประโยคโดยใช้ visit: Green Lake Park is ____ park in the region.

ดูคำตอบ

the third most visited

allowing us to breathe, ไวยากรณ์

0:03

ซึ่งทำให้เราหายใจได้

construct materials,

0:04

สร้างวัสดุต่าง ๆ ได้

and do a lot more than you might realize.

0:06

และทำอะไรได้อีกมากกว่าที่คุณอาจคิด

ไวยากรณ์

allowing us to breathe, construct materials, and do a lot more: การเชื่อมผลลัพธ์ด้วย allowing

Allowing นำอนุประโยคบอกผลที่ใช้ present participle โดยย้อนกลับไปยังข้อเท็จจริงในประโยคหลัก และมีความหมายว่า “ด้วยผลที่ว่าสิ่งนี้ทำให้เราสามารถ...” เป็นวิธีเชื่อมข้อเท็จจริงกับสิ่งที่ข้อเท็จจริงนั้นทำให้เป็นไปได้อย่างกระชับ Allow ใช้โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive เช่น allowing us to breathe โดย to เพียงตัวเดียวใช้ร่วมกับกริยาที่เรียงขนานกันคือ breathe, construct และ do จึงไม่ต้องใส่ to ซ้ำหน้ากริยาทุกตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ allowing เชื่อมผลลัพธ์อย่างถูกต้อง และให้กริยาที่เรียงขนานกันใช้ to ร่วมกัน

  1. The new app saves time, allowing staff to check orders, update records, and answer customer questions faster.
  2. The new app saves time, allowing staff check orders, update records, and answer customer questions faster.
  3. The new app saves time, allowing staff to check orders, to updating records, and answer customer questions faster.
ดูคำตอบ

The new app saves time, allowing staff to check orders, update records, and answer customer questions faster.

So, what would happen if it disappeared from the Earth for 5 seconds? ไวยากรณ์

0:08

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามันหายไปจากโลกเป็นเวลา 5 วินาที?

ไวยากรณ์

What would happen if + เงื่อนไขสมมติ

What would happen if ใช้ถามผลที่จะเกิดจากเงื่อนไขสมมติ ในประโยคนี้ เงื่อนไขคือออกซิเจนหายไปจากโลกเป็นเวลาห้าวินาที และ would แสดงว่าผู้พูดกำลังสำรวจผลลัพธ์เชิงสมมติ ไม่ได้รายงานเหตุการณ์จริง รูปแบบทั่วไปคือ What would happen if + ประธาน + กริยารูปอดีต? รูปอดีตแสดงระยะห่างจากความเป็นจริงในเชิงสมมติ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเวลาในอดีต ในประโยคสมมติมาตรฐาน would จะอยู่ในคำถามหลัก และอนุประโยค if โดยทั่วไปจะไม่ใช้ would

แบบฝึกหัด

เติมกรอบคำถามสี่คำลงในคำถามการทดลองทางความคิดนี้ให้สมบูรณ์: ____ gravity suddenly stopped working?

ดูคำตอบ

What would happen if

If we first look at the loss of atmospheric oxygen,

0:12

หากเรามาดูกรณีที่ออกซิเจนในบรรยากาศหายไปก่อน

as in oxygen in the air, วลี

0:15

หรือก็คือออกซิเจนในอากาศ

you may not want to be traveling. น้ำเสียง/เจตนา

0:17

ตอนนั้นคุณคงไม่อยากเดินทางอยู่แน่ ๆ

วลี

As in สำหรับชี้แจงความหมายที่ต้องการ

ในที่นี้ as in ใช้ขยายความ atmospheric oxygen ว่าผู้พูดหมายถึงออกซิเจนในอากาศ เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมที่หมายถึง “โดยเฉพาะในความหมายว่า” หรือ “กล่าวคือ” ไม่ได้แสดงการเปรียบเทียบหรือเหตุผล ใช้ as in หลังคำหรือวลีที่ความหมายที่ต้องการสื่ออาจไม่ชัดเจน แล้วตามด้วยถ้อยคำที่เฉพาะเจาะจงขึ้นหรือตัวอย่างประกอบ ช่วยให้ผู้ฟังระบุความหมายที่ผู้พูดต้องการได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หมายถึง “โดยเฉพาะในความหมายว่า” ให้ประโยคชี้แจงสมบูรณ์: I mean bank ____ the side of a river, not a financial institution.

ดูคำตอบ

as in

น้ำเสียง/เจตนา

may not want to be traveling ในฐานะคำเตือนทางอ้อม

ในประโยคนี้ may not want to be traveling นำเสนอข้อความในรูปของความเป็นไปได้เกี่ยวกับความต้องการของผู้ฟัง กล่าวคือ การเดินทางอาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฟังอยากทำ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาบริบท สำนวนนี้ทำหน้าที่เป็นคำเตือนที่ลดความตรงลง ไม่ใช่การคาดเดาอย่างเป็นกลางเกี่ยวกับความชอบด้านการเดินทาง ผู้พูดกำลังบอกเป็นนัยว่าการเดินทางภายใต้สภาวะอันตรายเช่นนี้ไม่ใช่ความคิดที่ดี ภาษาอังกฤษมักทำให้คำแนะนำหรือคำเตือนนุ่มนวลลงโดยพูดในแง่ของสิ่งที่ใครบางคนอาจอยากหรือไม่อยากทำ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “With severe storms expected tonight, you may not want to be driving,” ผู้พูดน่าจะกำลังทำอะไรอยู่มากที่สุด

  1. เตือนโดยอ้อมว่าไม่ควรขับรถ
  2. คาดเดาว่าโดยทั่วไปผู้ฟังไม่ชอบขับรถ
  3. บอกว่าตอนนี้ผู้ฟังน่าจะไม่ได้กำลังขับรถ
ดูคำตอบ

เตือนโดยอ้อมว่าไม่ควรขับรถ

Without oxygen,

0:18

หากไม่มีออกซิเจน

the internal combustion engines ไวยากรณ์

0:19

เครื่องยนต์สันดาปภายใน

found in 215 million vehicles in the US alone

0:21

ที่มีอยู่ในยานพาหนะ 215 ล้านคัน เฉพาะในสหรัฐฯ

would be unable to turn heat into the work required

0:24

จะไม่สามารถเปลี่ยนความร้อนเป็นพลังงานกลที่จำเป็น

to push the piston inside.

0:27

ในการดันลูกสูบภายในเครื่องยนต์

ไวยากรณ์

อนุประโยคสัมพัทธ์แบบย่อใน engines found in 215 million vehicles

found in 215 million vehicles เป็นวลีคุณศัพท์ที่ใช้กริยาช่องสามและวางไว้หลัง engines โดยเป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบย่อจาก engines that are found in 215 million vehicles ในที่นี้ found หมายถึง “อยู่หรือมีอยู่ใน” ไม่ใช่ “ถูกค้นพบ” วลีนี้มีหน้าที่เพียงระบุว่ากำลังกล่าวถึงเครื่องยนต์ใด Found ไม่ใช่กริยาหลัก โดยประโยคหลักดำเนินต่อด้วย would be unable การมองเห็นรูปแบบนี้ช่วยให้แยกโครงสร้างนามวลีในงานเขียนที่มีข้อมูลหนาแน่นได้

แบบฝึกหัด

ย่อ that are found in เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The safety features ____ many newer cars can prevent serious injuries.

ดูคำตอบ

found in

Cars would most likely not start,

0:29

รถยนต์ส่วนใหญ่น่าจะสตาร์ตไม่ติด

and if already moving, ไวยากรณ์

0:31

และถ้ากำลังวิ่งอยู่

would stop running immediately. ไวยากรณ์

0:32

ก็จะดับลงทันที

ไวยากรณ์

if already moving: อนุประโยคเงื่อนไข if แบบย่อ

ใน if already moving เงื่อนไขนี้เป็นรูปย่อของ if they were already moving โดยประธานที่ละไว้คือ they ซึ่งอ้างถึง Cars และกริยาที่ละไว้คือ were ส่วน moving บอกถึงสภาวะที่กำลังดำเนินอยู่แล้ว รูปแบบนี้ใช้ย่ออนุประโยค if ได้เมื่อประธานและรูปหนึ่งของ be ชัดเจนจากบริบท โดย if + ประธาน + be + ส่วนเติมเต็ม สามารถย่อเป็น if + ส่วนเติมเต็ม ได้ ในที่นี้ moving ไม่ใช่กริยาหลักตัวใหม่และไม่ได้บอกถึงการเคลื่อนย้ายที่เสร็จสิ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ if they were already moving: The cars might still have power and, ____, could reach the shoulder.

ดูคำตอบ

if already moving

ไวยากรณ์

stop running: ใช้ stop + -ing เพื่อบอกว่ากิจกรรมสิ้นสุดลง

ใน stop running คำว่า stop ตามด้วยรูป -ing คือ running เพื่อบอกว่ากิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่สิ้นสุดลง ในที่นี้ running หมายถึงการทำงานของเครื่อง ดังนั้นเครื่องยนต์หรือระบบของรถจึงหยุดทำงาน ไม่ได้หมายถึงคนกำลังวิ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ stop + -ing เช่น stop working, stop talking และ stop raining กิจกรรมที่ระบุด้วยรูป -ing คือกิจกรรมที่สิ้นสุดลง

แบบฝึกหัด

เติมด้วยรูปอดีตของ stop ตามด้วยรูป -ing ของ run: After the power surge, the generator ____.

ดูคำตอบ

stopped running

Considering that an estimated 100 airplanes ลำดับความ

0:34

เมื่อพิจารณาว่าในแต่ละนาทีมีเครื่องบินราว 100 ลำ

take off or land every minute, กริยาวลี

0:36

ขึ้นบินหรือลงจอด

กริยาวลี

take off or land สำหรับการเคลื่อนไหวของเครื่องบิน

ในบริบทการบิน take off หมายถึงเครื่องบินออกจากพื้น ส่วน land หมายถึงเครื่องบินกลับลงสู่พื้น วลีที่เชื่อมกันนี้รวมการเคลื่อนไหวบนทางวิ่งสองแบบที่ตรงข้ามกัน ในที่นี้ take off เป็นกริยาวลีเกี่ยวกับการบิน ไม่ได้หมายถึง “ถอดเสื้อผ้า” หรือ “ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว” ส่วน land เป็นอกรรมกริยาในประโยคนี้ กล่าวคือเครื่องบินเป็นสิ่งที่ลงจอดเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ take off และ land เพื่อบรรยายการเคลื่อนไหวทางกายภาพของเครื่องบิน

  1. In strong winds, planes may be unable to take off or land safely.
  2. After work, I take off my shoes and land on the sofa.
  3. The comedian's career took off after she landed a television role.
ดูคำตอบ

In strong winds, planes may be unable to take off or land safely.

the loss of oxygen could also cause some early crash landings

0:38

การหายไปของออกซิเจนก็อาจทำให้เครื่องบินบางลำตกในทันที

all over the world.

0:41

ทั่วทุกมุมโลก

ลำดับความ

Considering that + อนุประโยคเพื่อเสนอเหตุผล

Considering that วางข้อเท็จจริงที่ตามมาไว้เป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อสนับสนุนข้อสรุปหลัก ในประโยคนี้ ตัวเลขประมาณการว่าแต่ละนาทีมีการเคลื่อนไหวของเครื่องบิน 100 ครั้งเป็นหลักฐานสำหรับการคาดการณ์ว่าจะมีการลงจอดฉุกเฉินทั่วโลก คำนี้เป็นคำเชื่อมเพื่อเสนอเหตุผล โดยมีความหมายใกล้เคียงกับ “เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่า” และจัดข้อมูลให้หลักฐานมาก่อน ข้อสรุปมาทีหลัง ไม่ได้บรรยายว่ามีใครกำลังคิดพิจารณาอยู่

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่แสดงว่าถนนเป็นน้ำแข็งคือพื้นฐานของการตัดสินใจ: ____ the roads are icy, we should leave early.

ดูคำตอบ

Considering that

Although airplanes already in the air ไวยากรณ์

0:42

อย่างไรก็ตาม เครื่องบินที่อยู่กลางอากาศแล้ว

could probably glide safely until oxygen returned.

0:44

น่าจะยังร่อนต่อไปได้อย่างปลอดภัยจนกว่าออกซิเจนจะกลับมา

ไวยากรณ์

การใช้ Although แสดงความขัดแย้งเชิงยอมรับ

Although ใช้นำข้อมูลที่เป็นการยอมรับข้อเท็จจริงซึ่งขัดกับสิ่งที่คาดไว้ โดยนำเสนออนุประโยคที่ตามมาว่าเป็นจริง แม้ข้อเท็จจริงนั้นดูเหมือนจะชี้ไปยังผลที่ต่างจากอันตรายโดยรวมที่กำลังกล่าวถึง ในที่นี้ คำนี้บอกข้อยกเว้นที่ช่วยลดระดับความเสี่ยง คือเครื่องบินที่อยู่กลางอากาศแล้วอาจร่อนอย่างปลอดภัยได้จนกว่าออกซิเจนจะกลับมา ไม่ได้บอกสาเหตุของอันตราย ในประโยคที่สมบูรณ์ อนุประโยค although เป็นอนุประโยครองและมักใช้ร่วมกับประโยคหลักที่บอกข้อสรุปสำคัญ รูปแบบ “although X, Y” หมายถึง X ทำให้ Y ดูเหนือความคาดหมายมากขึ้น แต่ทั้ง X และ Y สามารถเป็นจริงพร้อมกันได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ although เพื่อนำความหมายเชิงยอมรับได้ถูกต้อง?

  1. Although the roads were icy, so the buses stopped.
  2. Although the roads were icy, the buses kept running.
  3. Although the icy roads.
  4. Although the roads were icy, but the buses kept running.
ดูคำตอบ

Although the roads were icy, the buses kept running.

But would you suffocate?

0:47

แต่คุณจะขาดอากาศหายใจไหม?

Oxygen does play a crucial role โน้ต

0:48

ออกซิเจนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง

in one of the last steps of cellular respiration,

0:50

ในหนึ่งในขั้นตอนท้าย ๆ ของการหายใจระดับเซลล์

ไวยากรณ์

does play ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ในอนุประโยคบอกเล่า สามารถวาง does ไว้หน้ากริยาหลักรูปพื้นฐานเพื่อเพิ่มการเน้นได้ does play หมายถึง “มีบทบาทจริง ๆ” หรือ “มีบทบาทอย่างแน่นอน” ไม่ได้ใช้สร้างคำถามหรือประโยคปฏิเสธ ในที่นี้ ผู้พูดยืนยันอย่างหนักแน่นก่อนว่าออกซิเจนมีบทบาทสำคัญ แล้วจึงเพิ่มข้อจำกัดให้ประเด็นนั้นในภายหลัง เมื่อใช้ does กับประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม กริยาหลักต้องคงเป็นรูปพื้นฐาน: ใช้ does play ไม่ใช่ does plays

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อยืนยันข้อความให้สมบูรณ์: Some people think the old printer is broken, but it ____ work.

ดูคำตอบ

does

วลี

play a crucial role in: อธิบายการมีส่วนสำคัญ

play a crucial role in หมายถึงมีส่วนช่วยอย่างสำคัญมากต่อกระบวนการ ผลลัพธ์ หรือระบบ โดย in จะนำหน้าขอบเขต กิจกรรม หรือกระบวนการที่เกิดบทบาทนั้น ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการแสดงบทบาทเหมือนตัวละคร แต่บอกว่าออกซิเจนเป็นปัจจัยสำคัญในขั้นตอนท้าย ๆ ขั้นตอนหนึ่งของการหายใจระดับเซลล์

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ: Clear communication ___ resolving problems in a team

  1. plays crucial in
  2. plays a crucial role in
  3. plays a crucial role to
  4. does a crucial role in
ดูคำตอบ

plays a crucial role in

but luckily our bodies have alternative pathways

0:53

แต่โชคดีที่ร่างกายเรามีกระบวนการทางเลือก

that help us survive when we temporarily lack oxygen.

0:55

ที่ช่วยให้เรารอดชีวิตเมื่อขาดออกซิเจนชั่วคราว

For example,

0:59

ตัวอย่างเช่น

during intense exercise,

0:59

ระหว่างการออกกำลังกายอย่างหนัก

muscle cells will use up all of their oxygen กริยาวลี

1:01

เซลล์กล้ามเนื้อจะใช้ออกซิเจนจนหมด

กริยาวลี

use up:ใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดจนหมด

ใน use up คำว่า up เพิ่มความหมายว่าใช้ทรัพยากรไปจนถึงส่วนสุดท้าย วลีนี้จึงหมายถึงการใช้หรือบริโภคบางสิ่งจนหมด ไม่ใช่ใช้เพียงบางส่วน ในประโยคนี้ all of their oxygen ทำให้ผลลัพธ์ชัดเจนว่าเซลล์กล้ามเนื้อจะไม่เหลือออกซิเจนที่ใช้ได้ในแหล่งนั้นเลย กริยาวลีนี้แยกตำแหน่งได้ ดังนั้นเมื่อใช้สรรพนาม สรรพนามจะอยู่ระหว่างกริยากับ up เช่น use it up

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่บอกว่าผู้พูดใช้สิ่งนั้นจนหมดและวางสรรพนามได้ถูกต้อง

  1. We used it up before lunch.
  2. We ran out of it before lunch.
  3. We used some of it before lunch.
  4. We saved it for lunch.
ดูคำตอบ

We used it up before lunch.

and switch to a process called lactic acid fermentation, ไวยากรณ์

1:03

แล้วเปลี่ยนไปใช้กระบวนการที่เรียกว่าการหมักกรดแล็กติก

which uses glucose to produce energy.

1:06

ซึ่งใช้กลูโคสในการผลิตพลังงาน

ไวยากรณ์

a process called lactic acid fermentation: คำนาม + called + ชื่อ

ใน a process called lactic acid fermentation คำว่า called อยู่ถัดจากคำนาม process และใช้บอกชื่อของกระบวนการนั้น คือ lactic acid fermentation วลี called lactic acid fermentation ทั้งวลีขยายคำว่า process และไม่ได้เป็นกริยาหลักของประโยค โดยเป็นรูปย่อของ a process that is called lactic acid fermentation โครงสร้าง คำนาม + called + ชื่อ ใช้แนะนำชื่อของคำศัพท์ วิธีการ อุปกรณ์ หรือฟังก์ชันอย่างกระชับ ในที่นี้ called หมายถึง “ที่เรียกว่า” ไม่ได้หมายถึง “โทรศัพท์หา”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างบอกชื่อแบบย่อที่ใช้ called: The lab uses a technique ____ polymerase chain reaction.

ดูคำตอบ

called

Cells lacking oxygen also have been shown to reprogram themselves ไวยากรณ์

1:08

ยังพบด้วยว่าเซลล์ที่ขาดออกซิเจนสามารถตั้งโปรแกรมตัวเองใหม่

ไวยากรณ์

have been shown to reprogram themselves: โครงสร้างรายงานแบบ present perfect รูปถูกกระทำ

ใน have been shown to reprogram themselves วลี have been shown to เป็นโครงสร้างรายงานแบบ present perfect รูปถูกกระทำ: have been + กริยาช่องสาม shown + to-infinitive หมายความว่างานวิจัยหรือหลักฐานที่มีจนถึงปัจจุบันบ่งชี้ว่าเซลล์ปรับโปรแกรมของตัวเองใหม่ เซลล์เป็นประธานของข้อค้นพบ ไม่ใช่ฝ่ายที่แสดงบางสิ่งให้ผู้อื่นดู Themselves ย้อนกลับไปหมายถึง Cells และบอกว่าเซลล์เปลี่ยนกิจกรรมของตัวเอง ถ้อยคำนี้รายงานข้อสรุปที่มีหลักฐานสนับสนุนโดยไม่ระบุนักวิจัยหรือการทดลอง ส่วน shown to แสดงว่ามีหลักฐานสนับสนุน ไม่ใช่การรับประกันว่าจะเป็นจริงในทุกกรณี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างรายงานแบบ present perfect รูปถูกกระทำ: These plants ____ protect themselves during drought.

ดูคำตอบ

have been shown to

to prioritize and make the most necessary proteins first.

1:12

เพื่อให้ความสำคัญกับการสร้างโปรตีนที่จำเป็นที่สุดก่อน

All in all, ลำดับความ

1:15

สรุปแล้ว

if you can hold your breath for 5 seconds, วลี

1:16

ถ้าคุณกลั้นหายใจได้ 5 วินาที

วลี

hold your breath: กลั้นหายใจ

Hold your breath เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงตั้งใจหยุดหายใจชั่วครู่ ในประโยคนี้หมายถึงการหยุดหายใจสั้น ๆ อย่างควบคุมได้ ไม่ใช่การใช้มือจับวัตถุ โครงสร้างคือ hold + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + breath เช่น hold my breath, hold your breath หรือ hold her breath ให้เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของตามคนที่กลั้นหายใจ

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งว่ายน้ำด้วยสำนวนตายตัว: Take a deep breath, then ____ before you go underwater.

ดูคำตอบ

hold your breath

then you'll most likely survive the atmospheric oxygen apocalypse.

1:17

คุณก็น่าจะรอดจากวันสิ้นโลกที่เกิดจากออกซิเจนในบรรยากาศหายไป

ลำดับความ

All in all, ในฐานะเครื่องหมายสรุป

All in all ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังสรุปภาพรวมจากข้อมูลที่พิจารณาไปแล้ว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวปิดคำอธิบายก่อนหน้าและนำเข้าสู่ผลสรุปโดยรวม ไม่ได้เพิ่มหลักฐานใหม่ โดยทั่วไปวลีนี้จะอยู่ก่อนข้อความสรุป และเมื่ออยู่ต้นประโยคจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค แนวคิดที่นำไปใช้ต่อได้คือ เมื่อพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งหมดร่วมกันแล้ว นี่คือข้อสรุป

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่นำเข้าสู่ข้อสรุปภาพรวมได้ถูกต้อง: We compared the price, battery life, and camera. _____, this phone offers the best value.

  1. All in all
  2. After all
  3. In all
ดูคำตอบ

All in all

But when we take the question literally, วลี

1:21

แต่ถ้าเราตีความคำถามนี้ตามตัวอักษร

as in what would happen if we lost the oxygen atom completely,

1:23

คือถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากอะตอมออกซิเจนหายไปโดยสิ้นเชิง

obliterating it from compounds like water, quartz, and ozone,

1:27

จนออกซิเจนถูกลบหายจากสารประกอบอย่างน้ำ ควอตซ์ และโอโซน

then the results become more devastating.

1:31

ผลลัพธ์ก็จะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

วลี

take the question literally, ...: ตีความตามถ้อยคำอย่างตรงตัว

การตีความคำถามตามตัวอักษรหมายถึงการใช้ความหมายตรงและความหมายตามถ้อยคำของคำถาม แทนการตีความแบบกว้างหรือแบบอุปมา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าการอธิบายกำลังเปลี่ยนจากความเข้าใจทั่วไปของสมมติฐานไปสู่การยึดตามถ้อยคำอย่างเคร่งครัด ในที่นี้ ผู้พูดกำลังถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากนำอะตอมออกซิเจนออกจากสารประกอบทั้งหมด ไม่ใช่แค่นำออกซิเจนออกจากอากาศเท่านั้น คำว่า take ในที่นี้หมายถึงการตีความหรือพิจารณาคำถาม ไม่ได้หมายถึงการหยิบคำถามออกไปจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง take the question literally หมายความว่าอย่างไร

  1. ใช้ความหมายตรงของคำในคำถาม
  2. ถือว่าคำถามสำคัญแม้คำถามจะเป็นเชิงเปรียบเทียบ
  3. นำคำถามออกจากประโยคจริง ๆ
ดูคำตอบ

ใช้ความหมายตรงของคำในคำถาม

If we consider non-living things alone, ลำดับความ

1:33

หากพิจารณาเฉพาะสิ่งไม่มีชีวิต

then nearly everything in the material world

1:35

แทบทุกอย่างในโลกแห่งวัตถุ

would turn into a metallic dust once oxygen is done. กริยาวลี

1:37

จะกลายเป็นฝุ่นโลหะเมื่อออกซิเจนหมดสิ้นไป

ลำดับความ

If we consider non-living things alone, then ...: การจำกัดขอบเขต

โครงสร้าง If we consider X alone, then ... จะจำกัดหัวข้อให้เหลือเพียง X ก่อน โครงสร้างนี้บอกผู้ฟังว่าข้อสรุปถัดไปไม่ได้หมายถึงทุกสิ่งที่กำลังพูดถึง ในประโยคนี้ X คือ non-living things และ then ใช้นำเสนอผลลัพธ์สำหรับกลุ่มที่ถูกจำกัดนั้น alone หมายถึงการตัดหมวดหมู่อื่นออก ไม่ได้บอกว่าวัตถุรู้สึกโดดเดี่ยว

แบบฝึกหัด

โครงสร้างเปิด If we consider non-living things alone, then ... ทำหน้าที่อะไรในเหตุผลนี้

  1. จำกัดการอภิปรายไว้ที่สิ่งไม่มีชีวิตและนำเสนอผลลัพธ์สำหรับกลุ่มนั้น
  2. บอกว่าสิ่งไม่มีชีวิตรู้สึกโดดเดี่ยว
  3. บอกว่าผลลัพธ์ใช้ได้กับทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตทุกชนิด
ดูคำตอบ

จำกัดการอภิปรายไว้ที่สิ่งไม่มีชีวิตและนำเสนอผลลัพธ์สำหรับกลุ่มนั้น

กริยาวลี

turn into ในรูปแบบการเปลี่ยนแปลง X turns into Y

ในประโยคนี้ turn into หมายถึง “เปลี่ยนแปลงและกลายเป็นสิ่งที่ต่างออกไป” nearly everything คือสิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลง และ a metallic dust คือสภาพที่ได้หลังการเปลี่ยนแปลง รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ ประธาน + turn into + ผลลัพธ์ หรือ X turns into Y ในที่นี้เป็นการใช้แบบอกรรมกริยา จึงไม่มีกรรมอยู่ระหว่าง turn กับ into และใช้บอกการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ การเปลี่ยนแปลงของบุคคล หรือการเปลี่ยนแปลงเชิงนามธรรมได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “เปลี่ยนแปลงและกลายเป็น”: In the fairy tale, the prince will ____ a frog at midnight.

ดูคำตอบ

turn into

This includes buildings, cars, roads, clothes, furniture, and more,

1:41

ซึ่งรวมถึงอาคาร รถยนต์ ถนน เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และอีกมากมาย

as all our materials like concrete, wood, glass, stone, brick, and cotton,

1:45

เพราะวัสดุต่าง ๆ ของเรา เช่น คอนกรีต ไม้ แก้ว หิน อิฐ และผ้าฝ้าย

all contain or are made up of an oxygen-based compound. โน้ต

1:49

ล้วนมีสารประกอบที่มีออกซิเจน หรือสร้างขึ้นจากสารประกอบเหล่านั้น

กริยาวลี

are made up of สำหรับบอกว่าส่วนใดประกอบกันเป็นองค์รวม

ในประโยคนี้ are made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” ประธานกล่าวถึงสิ่งที่เป็นองค์รวม คือวัสดุต่าง ๆ และวลีนี้นำเข้าส่วนประกอบที่อยู่ในวัสดุเหล่านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ องค์รวม + be made up of + ส่วนหรือองค์ประกอบ แม้จะมีคำว่า made อยู่ด้วย แต่ในที่นี้วลีกล่าวถึงองค์ประกอบ ไม่ใช่การผลิตสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีที่หมายถึง “ประกอบด้วย”: The committee ____ twelve volunteers from different neighborhoods.

ดูคำตอบ

is made up of

การใช้คำ

คำคุณศัพท์ประสม oxygen-based และรูปแบบ X-based

“Oxygen-based” เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย compound ในรูปแบบที่สร้างคำใหม่ได้อย่าง X-based นั้น X ระบุวัสดุ หลักการ หลักฐาน ระบบ หรือรากฐานสำคัญที่สิ่งหนึ่งยึดถือหรือใช้เป็นศูนย์กลางในการจัดระบบ ส่วน based ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการตั้งอยู่ที่ฐานแห่งหนึ่งจริง ๆ เมื่ออยู่หน้าคำนาม ทั้งสองส่วนมักคงเครื่องหมายยัติภังค์ไว้เพื่อให้ผู้อ่านมองว่าเป็นคำขยายชุดเดียวกัน เช่น an oxygen-based compound รูปแบบเดียวกันนี้ยังสร้างสำนวนอย่าง plant-based food และ evidence-based policy ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ประสมมาตรฐานที่หมายถึง “ใช้หลักฐานเป็นแนวทาง” ให้สมบูรณ์: The committee made an ____ decision.

ดูคำตอบ

evidence-based

Without the oxygen bond, ไวยากรณ์

1:52

หากไร้พันธะกับออกซิเจน

many of these compounds would be left with their elements unbound วลี

1:54

สารประกอบเหล่านี้จำนวนมากจะเหลือเพียงธาตุที่ไม่ยึดเหนี่ยวกัน

and in their simplest form.

1:57

และอยู่ในรูปแบบที่เรียบง่ายที่สุด

ไวยากรณ์

Pola hipotesis Without X, ... would be left ...

Without the oxygen bond เป็นวลีบุพบทที่ตั้งเงื่อนไขสมมุติว่าบางสิ่งขาดหายไป เนื่องจาก without ทำหน้าที่เป็นบุพบทในที่นี้ จึงตามด้วยนามวลี the oxygen bond ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์ อนุประโยคหลักใช้ would เพื่อบอกผลลัพธ์เชิงสมมุติ Would be left with หมายถึงจะยังคงอยู่หรือลงเอยในสภาพหนึ่ง ดังนั้นธาตุต่าง ๆ จึงจะยังคงไม่เกิดพันธะ ส่วน would ในที่นี้ไม่ได้บอกอดีตกาลธรรมดา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Without + นามวลี, ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมสองคำเพื่อสร้างรูปแบบสมมุติ Without X, ... would ...: ____ a map, we ____ get lost in the forest.

ดูคำตอบ

Without · would

วลี

be left with: ลงเอยด้วยการมีสิ่งที่เหลืออยู่

be left with + นามวลี หมายถึง ลงเอยด้วยการมี ต้องเผชิญ หรือยังคงมีบางสิ่ง หลังจากการเปลี่ยนแปลงตัดความเป็นไปได้อื่นออกหรือเปลี่ยนสภาพเดิม left ในที่นี้เป็นรูป past participle ของ leave ไม่ใช่คำบอกทิศทางว่า “ซ้าย” และรูป passive ก็ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ามีใครจงใจทิ้งสิ่งนั้นไว้ ในประโยคนี้ สารประกอบเหล่านั้นจะลงเอยในสภาพที่ธาตุของมันไม่ยึดจับกันอีกต่อไป หลัง with นามวลี their elements ระบุสิ่งที่เหลืออยู่ ส่วน unbound และ in their simplest form บรรยายสภาพผลลัพธ์ของธาตุเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ลงเอยด้วยการมีเพียงสิ่งที่เหลืออยู่”: After every safer plan failed, we were ____ one risky option.

ดูคำตอบ

left with

And while all your favorite stores and possessions turn to dust, สำนวน

1:58

และขณะที่ร้านโปรดและข้าวของทั้งหมดของคุณกลายเป็นฝุ่น

สำนวน

turn to dust: สลายเป็นฝุ่นอย่างสมบูรณ์

turn to + นาม สามารถบอกการเปลี่ยนเป็นสสารหรือสภาพที่นามนั้นระบุ turn to dust หมายถึง กลายเป็นฝุ่นหรือสลายตัวอย่างสมบูรณ์จนแทบไม่เหลือสิ่งที่จำได้ วลีนี้มักใช้เชิงเปรียบเทียบและให้ภาพรุนแรง เพื่อสื่อถึงความพินาศหรือการหายไปโดยสิ้นเชิง ในสถานการณ์ทางกายภาพสมมตินี้ ยังทำให้นึกถึงร้านค้าและข้าวของที่พังเป็นฝุ่นจริง ๆ ด้วย โดย turn ไม่ได้หมายถึงการหมุนหรือหันไปทางฝุ่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเชิงภาพที่หมายถึง “สลายตัวอย่างสมบูรณ์”: In the fantasy story, the ancient map will ____ at sunrise.

ดูคำตอบ

turn to dust

they'll be simultaneously collapsing into the center of the Earth

2:01

ทุกอย่างก็จะพังถล่มลงสู่ใจกลางโลกพร้อมกัน

to be burned in a fiery oblivion.

2:05

เพื่อถูกเผาจนสูญสิ้นในกองเพลิง

As oxygen makes up 46% of the Earth's crust, โน้ต

2:07

เนื่องจากออกซิเจนคิดเป็น 46% ของเปลือกโลก

กริยาวลี

makes up ในความหมายว่า “ประกอบเป็นหรือคิดเป็น”

ในข้อความที่บอกสัดส่วนนี้ makes up หมายถึง “ประกอบเป็น” หรือ “คิดเป็น” ออกซิเจนคือองค์ประกอบ และ 46% คือสัดส่วนของออกซิเจนในเปลือกโลก รูปแบบประโยคกรรมวาจกคือ “องค์ประกอบ + make up + ร้อยละ/ส่วนหนึ่งของทั้งหมด” ส่วนรูปแบบถูกกระทำที่เกี่ยวข้องจะเปลี่ยนมุมมองไปยังสิ่งทั้งหมด คือ “สิ่งทั้งหมด + be made up of + องค์ประกอบ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ make up ในความหมายว่า “ประกอบเป็นหรือคิดเป็น”: In this survey, teenagers ____ 40% of the respondents.

ดูคำตอบ

make up

the ground beneath us would cease to exist. การใช้คำ

2:10

พื้นดินใต้เท้าของเราก็จะไม่เหลืออยู่อีกต่อไป

ไวยากรณ์

As ที่มีความหมายว่า “เนื่องจาก”

ในที่นี้ As ใช้เกริ่นเหตุผลของผลลัพธ์ในประโยคหลัก โดยมีความหมายใกล้เคียงกับ because กล่าวคือ สัดส่วนออกซิเจนที่สูงในเปลือกโลกถูกใช้เป็นเหตุผลรองรับคำกล่าวว่าพื้นดินจะหายไป เมื่ออยู่ต้นอนุประโยค as อาจหมายถึง while หรือ when ได้เช่นกัน จึงต้องพิจารณาความสัมพันธ์เชิงตรรกะระหว่างอนุประโยค ในที่นี้มีการบอกข้อเท็จจริงก่อนแล้วจึงบอกผลที่ตามมา จึงต้องตีความว่าเป็นเหตุผล

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'As oxygen makes up 46% of the Earth's crust, the ground beneath us would cease to exist,' As ทำหน้าที่อะไร?

  1. เปรียบเทียบพื้นดินกับออกซิเจน
  2. แสดงว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
  3. ใช้เกริ่นเหตุผลของผลลัพธ์
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นเหตุผลของผลลัพธ์

การใช้คำ

cease to exist: ยุติการมีอยู่โดยสิ้นเชิง

ในประโยคนี้ cease to exist หมายถึง “ยุติการมีอยู่โดยสิ้นเชิง” พื้นดินไม่ได้เพียงถูกบังหรือเคลื่อนย้าย แต่ถูกนำเสนอว่าจะไม่เหลืออยู่เลย โครงสร้างคือ cease to + คำกริยารูปพื้นฐาน สำนวนนี้ทำให้ผลลัพธ์ฟังดูแม่นยำและเป็นทางการ และใช้กับสถาบัน สายพันธุ์ ระบบ หรือวัตถุทางกายภาพได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่หมายถึง “ยุติการมีอยู่โดยสิ้นเชิง”: If the legal protection is removed, the program could ____.

ดูคำตอบ

cease to exist

The ocean, ไวยากรณ์

2:13

ส่วนมหาสมุทร

which covers about 70% of the Earth,

2:13

ซึ่งปกคลุมพื้นผิวโลกราว 70%

would evaporate and become hydrogen gas,

2:15

จะระเหยกลายเป็นก๊าซไฮโดรเจน

ไวยากรณ์

The ocean, which ...: การเพิ่มข้อมูลเสริม

อนุประโยค which covers about 70% of the Earth เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ โดยเพิ่มข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ the ocean ซึ่งระบุชัดอยู่แล้ว ไม่ได้ใช้เลือกมหาสมุทรหนึ่งแห่งจากหลายแห่ง เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าอนุประโยคนี้เป็นข้อมูลเสริม หากตัดออก โครงสร้างหลักยังคงเป็น The ocean would evaporate and become hydrogen gas คำกริยา covers อยู่ในอนุประโยคสัมพันธ์ ส่วน would evaporate and become อยู่ในประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเพิ่มข้อเท็จจริงที่ไม่จำเป็นเกี่ยวกับสถานที่สำคัญที่ระบุชัดอยู่แล้วได้อย่างถูกต้อง

  1. The Eiffel Tower that opened in 1889 attracts millions of visitors.
  2. The Eiffel Tower, that opened in 1889, attracts millions of visitors.
  3. The Eiffel Tower, which opened in 1889, attracts millions of visitors.
ดูคำตอบ

The Eiffel Tower, which opened in 1889, attracts millions of visitors.

and upon the return of oxygen 5 seconds later, การใช้คำ

2:18

และเมื่อออกซิเจนกลับมาในอีก 5 วินาที

the reaction between hydrogen and oxygen would release mass amounts of heat

2:20

ปฏิกิริยาระหว่างไฮโดรเจนกับออกซิเจนจะปลดปล่อยความร้อนมหาศาล

as water is produced again.

2:24

เมื่อน้ำก่อตัวขึ้นอีกครั้ง

การใช้คำ

upon the return of: การบอกเวลาแบบเป็นทางการด้วย upon + คำนาม

ในประโยคนี้ upon the return of oxygen หมายถึง “ในขณะที่ออกซิเจนกลับมา” upon ใช้นำเหตุการณ์ที่กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาหรือเกิดขึ้นทันทีก่อนปฏิกิริยา โดย return ในที่นี้เป็นคำนามและตามด้วย of oxygen นี่เป็นวิธีจัดข้อมูลด้านเวลาอย่างกระชับด้วยโครงสร้างคำนาม โดยมักขยายเป็นโครงสร้าง when + ประธาน + กริยาได้ เช่น when oxygen returns

แบบฝึกหัด

หลังจากการจ่ายออกซิเจนหยุดชั่วคราว ให้เติมประโยคด้วยวลีที่เป็นทางการซึ่งหมายถึง “เมื่อออกซิเจนกลับมา”: ____ oxygen, the emergency system restarted.

ดูคำตอบ

upon the return of

So, the world would end all around us,

2:25

ดังนั้น โลกทั้งใบก็จะดับสูญไปรอบตัวเรา

but that's okay. น้ำเสียง/เจตนา

2:28

แต่ก็ไม่เป็นไร

น้ำเสียง/เจตนา

but that's okay: การพูดลดทอนเชิงประชดแบบหน้าตาย

ในบริบทนี้ but that's okay ไม่ใช่คำปลอบใจอย่างจริงใจ but นำเสนอ that's okay ให้เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับการที่โลกถึงจุดจบ แต่คำประเมินเชิงบวกนี้ขัดกับสถานการณ์อย่างน่าขัน ผู้ฟังจึงอนุมานได้ว่าผลลัพธ์นั้นไม่ okay อย่างเห็นได้ชัด ถ้อยคำที่สงบและสบาย ๆ นี้เป็นการพูดลดทอนแบบหน้าตาย ทำให้เกิดอารมณ์ขันมืดมนแทนที่จะปลอบใจ โดยทั่วไป ความขัดแย้งอย่างชัดเจนระหว่างบริบทกับวลีที่ดูเป็นบวกอาจเป็นสัญญาณของการประชด

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The world would end all around us, but that's okay,” วลี but that's okay สื่อความหมายอะไร?

  1. เป็นการพูดลดทอนเชิงประชด ผลลัพธ์นั้นไม่ใช่เรื่องที่ okay อย่างเห็นได้ชัด
  2. เป็นคำปลอบใจอย่างจริงใจที่บอกว่าผลลัพธ์ไม่เป็นอันตราย
  3. แสดงความไม่แน่ใจว่าผลลัพธ์นั้นสำคัญหรือไม่
ดูคำตอบ

เป็นการพูดลดทอนเชิงประชด ผลลัพธ์นั้นไม่ใช่เรื่องที่ okay อย่างเห็นได้ชัด

You probably won't be around to witness any of this สำนวน

2:29

คุณคงไม่ได้อยู่เห็นเหตุการณ์เหล่านี้หรอก

สำนวน

won't be around to witness: การกล่าวถึงความตายโดยอ้อม

ในบริบทนี้ won't be around to witness สื่ออย่างนุ่มนวลว่า เมื่อเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเกิดขึ้น ผู้ฟังคงไม่ได้มีชีวิตอยู่แล้ว witness หมายถึงเห็นหรือประสบเหตุการณ์ด้วยตนเอง be around อาจหมายถึงยังคงมีอยู่หรือยังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้หมายถึงอยู่ใกล้ ๆ เท่านั้น รูปปฏิเสธในอนาคต won't ร่วมกับกรอบเวลาที่ไกลมากทำให้เกิดนัยเรื่องความตาย โดยไม่พูดตรง ๆ ว่า you will be dead

แบบฝึกหัด

ในการพูดถึงเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาที่มนุษย์จะมีชีวิตรอดได้ไปนานมาก won't be around to witness สื่อความหมายใดอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. บุคคลนั้นน่าจะไม่ได้มีชีวิตอยู่จนได้เห็นเหตุการณ์เหล่านั้น
  2. บุคคลนั้นได้เห็นเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว
  3. บุคคลนั้นน่าจะชมเหตุการณ์เหล่านั้นจากสถานที่ใกล้เคียง
ดูคำตอบ

บุคคลนั้นน่าจะไม่ได้มีชีวิตอยู่จนได้เห็นเหตุการณ์เหล่านั้น

as all our living cells contain water and will,

2:31

เพราะเซลล์ที่มีชีวิตทุกเซลล์ในร่างกายเรามีน้ำอยู่ และจะ

like the ocean,

2:33

เช่นเดียวกับมหาสมุทร

evaporate into space as hydrogen gas.

2:34

ระเหยออกสู่อวกาศในรูปก๊าซไฮโดรเจน

The rest of us would be dead dust as well.

2:37

ส่วนที่เหลือของเราก็จะกลายเป็นฝุ่นไร้ชีวิตเช่นกัน

With oxygen and hydrogen gone, ไวยากรณ์

2:39

เมื่อออกซิเจนและไฮโดรเจนหายไป

we've lost 75% of our elemental makeup, การใช้คำ

2:41

เราก็สูญเสียธาตุที่ประกอบเป็นร่างกายไป 75%

การใช้คำ

“elemental makeup” ในความหมายว่าองค์ประกอบธาตุ

ในที่นี้ makeup เป็นคำนามที่หมายถึงส่วนหรือสารต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นสิ่งหนึ่ง ดังนั้น elemental makeup จึงหมายถึงองค์ประกอบของร่างกายในแง่ของธาตุเคมี วลีนี้มองว่าออกซิเจนและไฮโดรเจนเป็นส่วนประกอบของสิ่งที่เป็นองค์รวม การสูญเสีย makeup ไป 75% จึงหมายถึงการสูญเสียธาตุที่คิดเป็นประมาณสามในสี่ขององค์ประกอบธาตุในร่างกาย ไม่ใช่การสูญเสีย makeup ในความหมายว่าเครื่องสำอาง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ elemental makeup หมายถึงอะไร?

  1. กระบวนการแต่งรายชื่อธาตุขึ้นมา
  2. เครื่องสำอางที่ทำจากธาตุเคมี
  3. ธาตุเคมีที่ประกอบกันเป็นร่างกาย
ดูคำตอบ

ธาตุเคมีที่ประกอบกันเป็นร่างกาย

and only a pile of carbon, nitrogen, calcium,

2:44

และมีเพียงกองคาร์บอน ไนโตรเจน แคลเซียม

phosphorus, and other trace elements

2:46

ฟอสฟอรัส และธาตุอื่น ๆ ที่มีอยู่ในปริมาณน้อย

would be what's left of our bodies. วลี

2:48

ที่จะหลงเหลือจากร่างกายของเรา

ไวยากรณ์

With oxygen and hydrogen gone: with + นามวลี + ส่วนเติมเต็ม

With oxygen and hydrogen gone เป็นโครงสร้างอิสระที่ขึ้นต้นด้วย with โดยมีรูป with + นามวลี + ส่วนเติมเต็ม gone เป็นส่วนเติมเต็มที่บอกสภาพผลลัพธ์ของ oxygen and hydrogen ไม่ใช่กริยาแท้ จึงไม่เติม are หลังนามวลี เมื่อวางไว้หน้าประโยคหลัก โครงสร้างนี้จะสรุปเงื่อนไขพื้นหลังที่เกิดขึ้นแล้วอย่างกระชับ ในประโยคนี้ เงื่อนไขดังกล่าวนำไปสู่ผลลัพธ์ที่กล่าวด้วย we've lost

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ With + นามวลี + gone โดยใช้ all phone service เป็นนามวลี: ____, we used the radio to call for help.

ดูคำตอบ

With all phone service gone

วลี

“what's left of X” สำหรับส่วนที่เหลือหลังการเปลี่ยนแปลงหรือการสูญเสีย

ใน what's left of our bodies คำว่า what ใช้นำอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและหมายถึง “ส่วนที่ยังเหลืออยู่” อนุประโยคนี้เป็นส่วนเติมเต็มหลัง would be กล่าวคือ กองธาตุนั้นจะเป็นส่วนที่เหลืออยู่ของร่างกาย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ what's left of X ซึ่งระบุส่วนที่เหลือของ X หลังจากการสูญเสีย การใช้ไป ความเสียหาย หรือการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ในที่นี้ left เป็นรูป past participle ของ leave และหมายถึง “ที่ยังเหลืออยู่” ไม่ใช่ทิศทางที่ตรงข้ามกับขวา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง what's left of ตามที่กำหนด: After the move, this box is ____ my old book collection.

ดูคำตอบ

what's left of

Without oxygen,

2:51

หากไม่มีออกซิเจน

it's safe to say you wouldn't feel so good. น้ำเสียง/เจตนา

2:52

บอกได้เลยว่าคุณคงรู้สึกไม่ดีนัก

น้ำเสียง/เจตนา

“it's safe to say”: ข้อสรุปที่มีหลักฐานรองรับอย่างมาก

“It’s safe to say” ใช้นำเสนอข้อสรุปที่ผู้พูดเห็นว่ามีหลักฐานรองรับอย่างมากและแทบไม่มีใครโต้แย้งได้ ในที่นี้ safe หมายถึงการสรุปเช่นนั้นเป็นเรื่องสมเหตุสมผล ไม่ได้หมายถึงความปลอดภัยทางร่างกาย สำนวนนี้ลดความเด็ดขาดลงเล็กน้อย แทนที่จะประกาศว่าเป็นข้อเท็จจริงโดยสมบูรณ์ ผู้พูดนำเสนอว่าเป็นการตัดสินที่ชัดเจนและสมเหตุสมผล จากนั้นคำพูดเบา ๆ อย่าง “wouldn’t feel so good” ก็จงใจกล่าวถึงผลลัพธ์ที่ร้ายแรงกว่ามากให้ดูเล็กน้อยลงเพื่อสร้างอารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

ใน “After ten straight wins, it's safe to say the team is in excellent form.” คำว่า “it's safe to say” แสดงถึงอะไร

  1. ผู้พูดไม่มีหลักฐานและกำลังคาดเดาเท่านั้น
  2. ข้อสรุปนี้มีหลักฐานรองรับอย่างชัดเจน
  3. การพูดคำเหล่านี้จะป้องกันอันตรายทางร่างกาย
ดูคำตอบ

ข้อสรุปนี้มีหลักฐานรองรับอย่างชัดเจน

Thank you guys so much for watching.

2:55

ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่รับชม

If you love to hear about apocalypse type scenarios,

2:56

ถ้าคุณชอบฟังเรื่องราวเกี่ยวกับสถานการณ์วันสิ้นโลก

then make sure to check out our newest podcast called Sidenote.

2:59

อย่าลืมลองฟังพอดแคสต์ใหม่ล่าสุดของเราที่ชื่อ Sidenote

It's about human extinction

3:02

พอดแคสต์นี้พูดถึงการสูญพันธุ์ของมนุษย์

and whether or not the world is ending and taking humanity with it. โน้ต

3:04

และตั้งคำถามว่าโลกกำลังจะถึงจุดจบพร้อมพามนุษยชาติสูญสิ้นไปด้วยหรือไม่

ไวยากรณ์

“whether or not”: ระบุความเป็นไปได้ทั้งสองด้านอย่างชัดเจน

“Whether or not” ใช้นำคำถามทางอ้อมที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ และระบุผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทั้งสองทางอย่างชัดเจน คือโลกกำลังสิ้นสุดลงพร้อมพามนุษยชาติไปด้วย หรือไม่ได้เป็นเช่นนั้น “Or not” ไม่ได้เพิ่มการปฏิเสธอีกชั้น แต่ระบุความเป็นไปได้ที่ตรงข้ามกัน ในประโยคนี้ อนุประโยค whether ทั้งหมดวางขนานกับ “human extinction” โดยเป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่ตามหลัง “about” โดยทั่วไปใช้ whether (or not) เพื่อเปลี่ยนคำถามแบบใช่หรือไม่ให้เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม โดยเฉพาะหลังคำบุพบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่ระบุความเป็นไปได้ทั้งสองด้านอย่างชัดเจนหลังคำบุพบท: The article is about ____ the new policy will reduce costs.

ดูคำตอบ

whether or not

วลี

พามนุษยชาติไปสู่จุดจบด้วย

ใน taking humanity with it คำว่า it ย้อนกลับไปหมายถึงโลกที่กำลังจะสิ้นสุดลง ในประโยคนี้ โลกเป็นเหตุการณ์หลักที่กำลังจบลง ส่วน humanity คือกลุ่มที่ต้องถูกทำลายหรือพบจุดจบเดียวกันตามมา ที่นี่ take X with it เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ เมื่อภัยพิบัติ การล่มสลาย หรือจุดจบใด ๆ takes X with it หมายความว่า X ได้รับผลลัพธ์อันเลวร้ายเดียวกัน จุดสำคัญคือผลกระทบที่เกิดพ่วงกัน ไม่ใช่การพา X ไปทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ taking humanity with it หมายความว่าอะไร

  1. ช่วยให้มนุษยชาติหนีจากจุดจบ
  2. พามนุษยชาติร่วมเดินทางไปด้วย
  3. ทำให้มนุษยชาติต้องพบจุดจบเดียวกัน
  4. พามนุษยชาติไปยังสถานที่จริงแห่งใหม่
ดูคำตอบ

ทำให้มนุษยชาติต้องพบจุดจบเดียวกัน

I'll put a link in the description so you can listen to that.

3:08

เดี๋ยวจะใส่ลิงก์ไว้ในคำอธิบายให้คุณเข้าไปฟังได้

You can find out whether we are optimistic

3:10

คุณจะได้รู้ว่าเรามองโลกในแง่ดี

or whether or not we think things aren't looking so good.

3:12

หรือเราคิดว่าทุกอย่างดูท่าไม่ค่อยดีนัก

Make sure you subscribe on YouTube for more weekly videos,

3:14

อย่าลืมกดติดตามช่องของเราบน YouTube เพื่อชมวิดีโอใหม่ทุกสัปดาห์

and we'll see you next week.

3:17

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า

See you.

3:18

แล้วเจอกัน