คำนวณรายได้ของการเป็นคนขับ Lyft: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Vox
แนะนำวิดีโอ: ผู้สื่อข่าวขับรถให้ Lyft หนึ่งสัปดาห์เพื่อตรวจสอบค่าตอบแทนที่โฆษณาและรายได้จริงของคนขับ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. works out to — กริยาวลี: เข้าใจว่าวลีนี้บอกผลคำนวณ ในที่นี้คือการแปลงรายได้รวมเป็นอัตราต่อชั่วโมง และใช้รายงานต้นทุนหรือค่าเฉลี่ยได้โดยไม่แปล work ตรงตัว 2. independent contractor — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจสถานะผู้รับจ้างอิสระที่ต่างจากลูกจ้างเงินเดือน และเหตุผลที่คนขับต้องรับภาระเวลารอโดยไม่ได้ค่าจ้าง ความต้องการที่ผันผวน และรายได้ไม่แน่นอน 3. throw a lot of money at — สำนวนและการเปรียบเปรย: แยกแยะคำเปรียบว่าทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อเป้าหมาย ไม่ใช่โยนเงินจริง และใช้วิจารณ์กลยุทธ์การเติบโตที่มีต้นทุนสูงได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
it says drivers can make $35 per hour. วลี
0:02คุณจะเห็นว่าคนขับสามารถทำเงินได้ชั่วโมงละ 35 ดอลลาร์
make $35 per hour: การบอกอัตรารายได้ต่อชั่วโมง
ใน “make $35 per hour” คำว่า make หมายถึง “หาเงินได้” ไม่ใช่ “สร้าง” โครงสร้าง make + จำนวนเงิน + per + หน่วยเวลา ใช้บอกอัตรารายได้ ซึ่งในที่นี้คือ 35 ดอลลาร์ต่อหนึ่งชั่วโมงที่ใช้เป็นหน่วยคำนวณ ในประโยคนี้ can make กล่าวถึงรายได้ที่อาจเป็นไปได้ตามที่เว็บไซต์โฆษณา ไม่ได้รับประกันว่าคนขับทุกคนจะได้รับ 35 ดอลลาร์พอดีสำหรับทุกชั่วโมงที่ทำงาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาเป้าหมายที่หมายถึง “หาเงินได้”: The tutoring platform says experienced teachers can ____ 30 dollars per hour.
ดูคำตอบ
make
I spent a week driving for Lyft to find out. กริยาวลี
0:07ผมใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ขับรถให้ Lyft เพื่อหาคำตอบ
find out: การได้รู้หรือค้นพบข้อมูล
find out หมายถึงการได้รู้หรือค้นพบข้อมูล โดยปกติผ่านการตรวจสอบ การถาม การสืบค้น หรือการลองทำด้วยตนเอง ในประโยคนี้ ผู้พูดขับรถเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เพื่อดูว่าคำกล่าวอ้างเรื่องรายได้ก่อนหน้านั้นเป็นจริงหรือไม่ ประโยคละกรรมไว้ เพราะสามารถเข้าใจคำถามที่ต้องการหาคำตอบได้จากบริบทก่อนหน้า ภาษาอังกฤษมักใช้ find out โดยไม่ระบุกรรมเมื่อผู้ฟังรู้อยู่แล้วว่ากำลังตรวจสอบเรื่องใด
แบบฝึกหัด
ใน “I called the clinic to find out whether they were open” คำว่า find out หมายถึงอะไร
- แต่งคำตอบขึ้นมาโดยไม่ตรวจสอบ
- หาตำแหน่งที่ตั้งจริงของคลินิก
- รับข้อมูลด้วยการถามหรือตรวจสอบ
ดูคำตอบ
รับข้อมูลด้วยการถามหรือตรวจสอบ
it is 12:30 and I'm logging in to my Lyft app กริยาวลี
0:11ตอนนี้เวลา 12:30 น. และผมกำลังล็อกอินเข้าแอป Lyft
logging in และโครงสร้าง log in to + แพลตฟอร์ม
ในประโยคนี้ logging in หมายถึงการเข้าถึงแอป Lyft ผ่านบัญชีเพื่อให้แอปพร้อมใช้งาน รูป -ing ใช้ร่วมกับ I'm ซึ่งหมายถึง I am เพื่อบอกว่าการกระทำนั้นกำลังดำเนินอยู่ ในโครงสร้าง log in to + แพลตฟอร์ม คำว่า log in เป็นกริยาวลีสองคำ ส่วน to ใช้นำหน้าบัญชี เว็บไซต์ แอป หรือระบบที่เข้าใช้งาน โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้ใน log in to an account, log in to a website และ log in to a work platform
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกริยาสามคำที่สร้างจาก log in: Before you can view the schedule, ____ the staff portal.
ดูคำตอบ
log in to
so far สำหรับช่วงเวลาจนถึงปัจจุบัน
ในประโยคนี้ so far หมายถึงตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เกี่ยวข้องจนถึงเวลาปัจจุบัน โดยกำหนดกรอบเวลาให้กับ nothing is happening และ far ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงระยะทางทางกายภาพ เนื่องจากช่วงเวลานั้นดำเนินมาถึงปัจจุบันแต่ไม่ได้ถูกกล่าวว่าสิ้นสุดแล้ว so far จึงรายงานผลชั่วคราวและมักสื่อว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงภายหลังได้ เหมาะสำหรับรายงานความคืบหน้า ผลลัพธ์ในปัจจุบัน และเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “So far, the test results look normal,” คำว่า so far สื่อความหมายใด?
- จนถึงปัจจุบัน แต่ผลในภายหลังยังอาจแตกต่างได้
- หลังจากการทดสอบทั้งหมดสิ้นสุดลงอย่างถาวรเท่านั้น
- อยู่ห่างจากสถานที่ทดสอบเป็นระยะทางไกลมาก
ดูคำตอบ
จนถึงปัจจุบัน แต่ผลในภายหลังยังอาจแตกต่างได้
just under + ตัวเลข: ต่ำกว่าเล็กน้อย
ในประโยคนี้ just under $600 หมายถึงจำนวนเงินที่ต่ำกว่า 600 ดอลลาร์เล็กน้อย คำว่า just จำกัดความหมายของ under ให้แคบลง คือยอดเงินไม่ถึง 600 ดอลลาร์ แต่ใกล้เคียงมาก ใช้ just under หน้าตัวเลขหรือหน่วยวัดเมื่อรู้ทั้งทิศทางและระดับความใกล้เคียงของค่าประมาณ เช่น just under two hours และ just under ten miles ในที่นี้ just ไม่ได้แปลว่า “เพิ่ง” หรือ “เพียงแค่”
แบบฝึกหัด
รายงานบอกว่าการเดินทางใช้เวลา 30 นาที แต่เวลาจริงคือ 29 นาที ประโยคใดสื่อความหมายได้แม่นยำที่สุด
- The trip took just over 30 minutes.
- The trip took just under 30 minutes.
- The trip took exactly 30 minutes.
ดูคำตอบ
The trip took just under 30 minutes.
works out to + ผลลัพธ์จากการคำนวณ
ในที่นี้ works out to ใช้เกริ่นผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ กล่าวคือ เมื่อนำรายได้รวมมาแปลงเป็นอัตราต่อชั่วโมง จะได้ประมาณ 12 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง โครงสร้างคือ X works out to Y โดย Y คือจำนวนเงิน ค่าเฉลี่ย อัตรา หรือสัดส่วนที่คำนวณได้ นี่คือความหมายด้านการคำนวณของ work out ไม่ใช่ความหมายว่าออกกำลังกาย บุพบท to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่ใช้บอกผลลัพธ์ และผลลัพธ์จะตามหลัง to
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่ขึ้นต้นด้วย works และใช้เกริ่นผลการคำนวณ: A six-month subscription costs $90 in total, so it ____ $15 a month.
ดูคำตอบ
works out to
before subtracting: ระบุตัวเลขก่อนหักค่าใช้จ่าย
ในประโยคนี้ before subtracting ขยายตัวเลขรายได้ที่กล่าวถึง โดยหมายความว่าจำนวนดังกล่าวคำนวณในขั้นที่ยังไม่ได้หักค่าน้ำมัน Subtracting อยู่ในรูป -ing เพราะ before สามารถทำหน้าที่เป็นคำบุพบทและตามด้วยวลี gerund ที่ทำหน้าที่คล้ายคำนามได้ รูปแบบ amount/result + before + -ing ใช้บอกเกณฑ์ของการคำนวณได้ โดยสื่อว่าการปรับตัวเลขในภายหลังอาจทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย before + -ing โดยใช้ subtract: The estimated profit is $500 ____ transaction fees.
ดูคำตอบ
before subtracting
A big reason for my lower earnings was that I spent a lot of time waiting around. โน้ต
0:32สาเหตุสำคัญที่ทำให้รายได้ผมต่ำคือ ผมเสียเวลาไปกับการนั่งรอมาก
A big reason for ... was that ...: เชื่อมผลลัพธ์เข้ากับสาเหตุ
ประโยคนี้ใช้ A big reason for + นามวลี เพื่อระบุผลลัพธ์ที่ต้องการอธิบาย คือ my lower earnings แล้วตามด้วย was that + อนุประโยค เพื่อบอกสาเหตุ คือ I spent a lot of time waiting around คำว่า for นำสิ่งที่ต้องการคำอธิบายมา ส่วน that นำอนุประโยคสมบูรณ์ที่ให้คำอธิบายนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ A reason for X is/was that Y เนื่องจาก A reason เป็นเอกพจน์ จึงใช้ is หรือ was ตามช่วงเวลา โครงสร้างนี้จัดข้อมูลโดยเสนอผลลัพธ์ก่อนแล้วจึงบอกสาเหตุ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสองส่วนของรูปแบบการบอกเหตุผลเป้าหมาย: A big ____ the delay ____ the server had crashed.
ดูคำตอบ
reason for · was that
spend time doing something: ใช้เวลาไปกับการทำบางสิ่ง
ใช้โครงสร้าง spend + คำบอกระยะเวลา + กริยารูป -ing เพื่อบอกว่าคนหนึ่งใช้เวลาทำกิจกรรมอะไร ในที่นี้ spent a lot of time waiting หมายถึงเวลาส่วนใหญ่ของผู้พูดหมดไปกับการรอ spent เป็นรูปอดีตของ spend, a lot of time คือปริมาณเวลา และ waiting คือกิจกรรม โครงสร้างนี้ใช้รูป -ing ไม่ใช่ infinitive: ใช้ spent time waiting ไม่ใช้ spent time to wait
แบบฝึกหัด
เติมรูป -ing ของ study เพื่อให้ประโยคเป็นไปตามโครงสร้าง spend time doing: Maya spent two hours ____ for the exam.
ดูคำตอบ
studying
wait around: นั่งรอเฉย ๆ โดยไม่มีอะไรทำ
ใน wait around คำว่า around ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่เป็นวงกลม กริยาวลีนี้หมายถึงการอยู่ในสถานที่หนึ่งหรือเตรียมพร้อมรออยู่ ทั้งที่ไม่มีสิ่งที่เป็นประโยชน์เกิดขึ้น เมื่อเทียบกับ wait ธรรมดาแล้ว คำนี้มักสื่อถึงการอยู่เฉย ๆ ความล่าช้า หรือเวลาที่เสียไป ในประโยคนี้ผู้พูดพร้อมรับงานจากผู้โดยสาร แต่ต้องรอเป็นเวลานานโดยไม่มีรายได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าคนหนึ่งอยู่รอโดยแทบไม่มีอะไรทำและรู้สึกว่าเวลาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
- We waited outside the office until it opened.
- We waited around outside the office for an hour with no updates.
- We walked around the office for an hour.
ดูคำตอบ
We waited around outside the office for an hour with no updates.
salaried position: ตำแหน่งที่จ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนคงที่
ใน salaried position คำว่า salaried ใช้อธิบายตำแหน่งที่กำหนดค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน โดยทั่วไปจะระบุเป็นจำนวนเงินต่อปีและจ่ายเป็นงวดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งต่างจากค่าตอบแทนที่คำนวณแยกตามแต่ละชั่วโมงหรือแต่ละงาน คำนี้บอกวิธีจ่ายค่าตอบแทนของตำแหน่ง ไม่ได้บอกว่าจะต้องทำงานกี่ชั่วโมง ตำแหน่งในบริษัทไม่ได้เป็นแบบรับเงินเดือนทุกตำแหน่ง เพราะพนักงานบางคนได้รับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ salaried position มากที่สุด
- ตำแหน่งที่ได้รับเงินเดือนตามจำนวนที่กำหนดเป็นงวด แทนที่จะคิดค่าตอบแทนตามแต่ละงานหรือแต่ละชั่วโมง
- งานทุกอย่างที่ทำให้บริษัท รวมถึงงานรายชั่วโมงและงานที่รับเป็นครั้ง ๆ
- ตำแหน่งที่รับประกันว่าพนักงานจะทำงานเป็นจำนวนชั่วโมงเท่าเดิมเสมอ
ดูคำตอบ
ตำแหน่งที่ได้รับเงินเดือนตามจำนวนที่กำหนดเป็นงวด แทนที่จะคิดค่าตอบแทนตามแต่ละงานหรือแต่ละชั่วโมง
and it's the company's job to make sure that you have enough work ไวยากรณ์
0:40และเป็นหน้าที่ของบริษัทที่ต้องทำให้แน่ใจว่าคุณมีงานมากพอ
it's X's job to make sure that...: การระบุว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ
โครงสร้าง it's X's job to... ใช้ระบุว่าความรับผิดชอบเป็นของ X โดย job ในที่นี้หมายถึงหน้าที่ ไม่ใช่ตำแหน่งงานว่างหรืองานชิ้นหนึ่ง ในประโยคนี้ บริษัทถูกระบุว่าเป็นฝ่ายที่รับผิดชอบ make sure that ใช้นำเข้าสู่ผลลัพธ์ที่ X ต้องรับรองหรือตรวจสอบ โครงสร้างโดยรวมจึงเน้นภาระหน้าที่ตามบทบาท แทนที่จะเป็นเพียงการสั่งให้ใครทำอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้รูปแบบ It's X's job to make sure that และกำหนดให้ทีมดูแลอาคารเป็นผู้รับผิดชอบ: "____ the exits remain clear."
ดูคำตอบ
It's the facilities team's job to make sure that
independent contractor ในฐานะสถานะการทำงาน
independent contractor คือบุคคลหรือธุรกิจที่ได้รับการว่าจ้างให้ให้บริการโดยไม่ได้เป็นพนักงานแบบดั้งเดิม ในที่นี้ independent ระบุสถานะด้านการทำงานและกฎหมาย ไม่ได้บรรยายบุคลิกของคนขับ ในการทำงานลักษณะนี้ ผู้รับจ้างมักต้องหาหรือรับงานเอง และรับผิดชอบมากขึ้นต่อช่วงที่ไม่มีรายได้ ค่าใช้จ่าย และภาษี สิทธิและหน้าที่ที่แน่นอนขึ้นอยู่กับกฎหมายท้องถิ่นและลักษณะการทำงานจริง ไม่ใช่เพียงชื่อที่ระบุในสัญญา
แบบฝึกหัด
เติมคำศัพท์สองคำเกี่ยวกับสถานะการทำงานจากบทเรียน: A web designer is hired per project, is not on the client's payroll, and handles her own taxes. She is an ____.
ดูคำตอบ
independent contractor
on my own: ไม่มีการสนับสนุนและต้องพึ่งตนเอง
On my own หมายถึงฉันต้องลงมือหรือจัดการสถานการณ์โดยไม่มีความช่วยเหลือ การสนับสนุน หรือการคุ้มครองจากผู้อื่น ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องรับผิดชอบหางานและรับความเสี่ยงเอง โดยไม่มีบริษัทรับประกันว่าจะให้การสนับสนุน วลีนี้อาจหมายถึงการอยู่คนเดียวทางกายภาพได้เช่นกัน แต่ต้องดูความหมายจากบริบท ที่นี่หมายถึงการขาดการสนับสนุนด้านงาน ไม่ใช่เพียงการเป็นคนเดียวที่อยู่ในสถานที่นั้น
แบบฝึกหัด
Mina ต้องหาลูกค้าเองและรับความเสี่ยงทางธุรกิจโดยไม่มีการสนับสนุนจากบริษัท ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด?
- Mina is on her own.
- Mina is alone in the office.
- Mina owns the company.
ดูคำตอบ
Mina is on her own.
If I, you know, sit here for the next 5 or 6 or 7 hours
0:47ถ้าผม เอ่อ นั่งอยู่ตรงนี้ไปอีก 5, 6 หรือ 7 ชั่วโมง
I'm just out that money: การใช้ be out + จำนวนเงิน
ในประโยคนี้ be out + จำนวนเงินหรือคำที่หมายถึงเงิน หมายถึงเสียเงินจำนวนนั้นไปหรือพลาดโอกาสที่จะได้รับเงินนั้น ผู้พูดจึงไม่มีเงินส่วนนี้ และโดยทั่วไปเอาคืนมาไม่ได้ just ในที่นี้หมายถึง “ก็แค่” ช่วงเวลาที่ไม่มีผู้โดยสารไม่ก่อให้เกิดรายได้ ผู้พูดจึงบอกว่าตนเสียเงินส่วนนั้นไป รูปแบบเดียวกันใช้กับจำนวนเงินเฉพาะได้: I'm out fifty dollars.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดจะเสียเงิน 80 ดอลลาร์ ไม่ใช่ว่าไม่มีเงินเหลือเลย
- I'm out of money.
- I'm taking out eighty dollars.
- I'm out eighty dollars.
ดูคำตอบ
I'm out eighty dollars.
I drove for about 3 hours and didn't get a single passenger. ไวยากรณ์
0:53ผมขับรถอยู่ประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ไม่ได้ผู้โดยสารเลยแม้แต่คนเดียว
didn't get a single passenger: กริยาปฏิเสธ + a single + คำนามเอกพจน์
ในประโยคปฏิเสธ a single + คำนามนับได้เอกพจน์ ใช้เน้นว่าจำนวนเป็นศูนย์ didn't get a single passenger หมายถึงผู้พูดไม่ได้ผู้โดยสารเลยแม้แต่คนเดียว โดยมีน้ำเสียงเน้นที่อาจแสดงความผิดหวังหรือประหลาดใจ single ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของวลีบอกจำนวนเพื่อเน้น ไม่ได้บอกว่าผู้โดยสารเป็นโสดหรือเดินทางคนเดียว หลัง a single ต้องใช้คำนามเอกพจน์: a single passenger, a single reply.
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่เน้นความหมายว่า “แม้แต่หนึ่งก็ไม่มี” ให้สมบูรณ์: We checked every page but didn't find ____ error.
ดูคำตอบ
a single
For one thing, เพื่อเกริ่นเหตุผลข้อแรก
For one thing เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่ใช้เกริ่นเหตุผลหนึ่งข้อภายในคำอธิบายที่กว้างกว่า ในที่นี้ คำนี้จัดให้สัดส่วนเวลาที่มีผู้โดยสารเป็นเหตุผลข้อแรกที่ทำให้วันเสาร์มีรายได้ดีที่สุด และคำว่า Second ที่ตามมายืนยันว่าจะมีเหตุผลอื่นต่อไป คำนี้ไม่ได้หมายถึง “เพื่อสิ่งของหนึ่งชิ้น” ใช้เพื่อแยกและเรียงลำดับเหตุผลสนับสนุน เพื่อให้ผู้ฟังติดตามข้อโต้แย้งได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมที่ใช้เกริ่นเหตุผลข้อแรกจากหลายข้อและมีคำว่า thing: “____, the apartment is closer to work; it is also cheaper.”
ดูคำตอบ
For one thing
a higher percentage than any other day: สัดส่วนที่สูงกว่าวันอื่นทุกวัน
โครงสร้างคำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than any other + คำนามนับได้เอกพจน์ ใช้เปรียบเทียบสมาชิกหนึ่งรายกับสมาชิกที่เหลือทุกคนหรือทุกสิ่งในกลุ่มเดียวกัน ในที่นี้ a higher percentage than any other day หมายความว่า 35% ของวันเสาร์สูงกว่าสัดส่วนของวันอื่นแต่ละวันในสัปดาห์นั้น Other ตัดวันเสาร์ออกจากกลุ่มสมาชิกที่เหลือซึ่งนำมาเปรียบเทียบ และ day ยังคงเป็นเอกพจน์หลัง any other ดังนั้นโครงสร้างนี้จึงสื่อค่าสูงสุดในกลุ่มโดยไม่ใช้รูปขั้นสูงสุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย than any other student in his class เพื่อแสดงว่า Leo ได้คะแนนสูงที่สุดในชั้น: “Leo earned a higher score ____.”
ดูคำตอบ
than any other student in his class
where passengers are charged a premium of 25 to 100%. วลี
1:16ซึ่งผู้โดยสารจะถูกคิดค่าบริการเพิ่ม 25 ถึง 100%
prime time bonuses: รางวัลเที่ยวรถของ Lyft ในช่วงที่มีความต้องการสูง
prime time bonuses เป็นชื่อผลิตภัณฑ์ที่ Lyft ใช้ในช่วงเวลาของวิดีโอนี้เพื่อเรียกรายได้เพิ่มเติมของคนขับจากเที่ยวที่มีความต้องการสูง อนุประโยค where ที่ตามมาอธิบายกลไกว่า ผู้โดยสารจ่ายมากกว่าค่าโดยสารปกติ 25% ถึง 100% ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้คนขับ prime time ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อฟีเจอร์บนแพลตฟอร์มเรียกรถ ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาที่มีผู้ชมโทรทัศน์มากที่สุดตามความหมายทั่วไป เมื่อพบคำที่เป็นชื่อทางการค้าแบบนี้ ให้ใช้คำอธิบายเรื่องราคาในบริบทเพื่อช่วยตีความ
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง prime time bonuses หมายถึงอะไร
- รายได้เพิ่มเติมของคนขับที่เกี่ยวข้องกับราคาที่ผู้โดยสารจ่ายสูงขึ้นในช่วงที่มีความต้องการสูง
- โบนัสที่จ่ายทุกครั้งเมื่อมีการเดินทางในตอนเย็น
- รางวัลสำหรับคนขับที่โฆษณารายการโทรทัศน์
ดูคำตอบ
รายได้เพิ่มเติมของคนขับที่เกี่ยวข้องกับราคาที่ผู้โดยสารจ่ายสูงขึ้นในช่วงที่มีความต้องการสูง
are charged a premium: รูปถูกกระทำสำหรับการเรียกเก็บเงินเพิ่ม
are charged a premium เป็นรูปถูกกระทำของ charge someone a premium โดย passengers คือผู้ที่ถูกเรียกเก็บเงิน จึงไม่จำเป็นต้องระบุบริษัทหรือแพลตฟอร์มที่เป็นผู้กำหนดราคา ในที่นี้ a premium หมายถึงจำนวนเงินที่สูงกว่าราคาปกติ ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงหมายความว่าผู้โดยสารต้องจ่ายเพิ่ม 25% ถึง 100% ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาได้รับบริการคุณภาพพรีเมียม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าโรงแรมเรียกเก็บเงินจากแขกสูงกว่าค่าห้องปกติ
- Guests are charged a premium for rooms during the festival.
- Guests are paid a premium for rooms during the festival.
- Guests are charged premium rooms during the festival.
ดูคำตอบ
Guests are charged a premium for rooms during the festival.
Still, ที่ต้นประโยคเพื่อแสดงการยอมรับก่อนหักมุม
Still ที่ต้นประโยคเป็นคำวิเศษณ์เชื่อมความซึ่งยอมรับประเด็นเชิงบวกก่อนหน้า แล้วจึงนำเสนอข้อจำกัดหรือการประเมินในทางตรงข้าม ในที่นี้ผู้พูดยอมรับได้ว่าผลลัพธ์ของวันเสาร์ค่อนข้างดี พร้อมกับเน้นว่า 14 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงยังคงเป็นอัตราที่ไม่น่าพอใจ รูปแบบนี้จัดลำดับเหตุผลว่า ประเด็นนั้นเป็นความจริง แต่ถึงอย่างนั้น ข้อสงวนนี้ก็ยังคงอยู่ Still ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอยู่นิ่ง และไม่ได้บอกว่าการกระทำหนึ่งยังดำเนินต่อไปตามเวลา
แบบฝึกหัด
Still, ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าอัตรารายชั่วโมงไม่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา
- บรรยายว่าถนนหรือคนขับอยู่นิ่ง
- ยอมรับประเด็นก่อนหน้าและนำเสนอข้อจำกัดเชิงลบ
ดูคำตอบ
ยอมรับประเด็นก่อนหน้าและนำเสนอข้อจำกัดเชิงลบ
the roads are crowded with people offering rides.
1:28บนท้องถนนเต็มไปด้วยคนที่ให้บริการรับส่งผู้โดยสาร
The fundamental issue is that + อนุประโยค
โครงสร้าง The fundamental issue is that บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากรายละเอียดหรืออาการที่เห็นอยู่ ไปสู่สิ่งที่ตนมองว่าเป็นปัญหาที่ลึกที่สุด ในที่นี้อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ให้ข้อวินิจฉัยว่า มีคนให้บริการรับส่งมากเกินไป ความต้องการจึงถูกแบ่งไปยังคนขับจำนวนมากขึ้น ในทางไวยากรณ์ The fundamental issue is that ต้องตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ โครงสร้างนี้ช่วยแยกสาเหตุพื้นฐานหรือข้อกังวลหลักออกจากหลักฐานที่อยู่เพียงผิวเผิน fundamental ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่เป็นพื้นฐานของปัญหาทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงง่าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่นำเสนอปัญหาหนึ่งว่าเป็นประเด็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด: ____ the database was designed for a much smaller workload.
ดูคำตอบ
The fundamental issue is that
การกล่าวอย่างระมัดระวังและจำกัดอยู่ที่ปัจจุบันด้วย right now, at least,
Right now จำกัดคำกล่าวให้อยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน แทนที่จะนำเสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงถาวร at least ที่แทรกเข้ามาช่วยจำกัดระดับความมั่นใจของผู้พูด กล่าวคือ นี่เป็นข้อสรุปขั้นต่ำที่หลักฐานเท่าที่มีอยู่สนับสนุนได้ ในที่นี้ at least เป็นการสงวนท่าทีในเชิงวาทกรรม ไม่ใช่การระบุจำนวนขั้นต่ำ เมื่อใช้ right now, at least, ร่วมกัน ข้อสรุปจึงมีทั้งความหมายชั่วคราวและน้ำเสียงระมัดระวัง
แบบฝึกหัด
right now, at least, ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าถนนแออัดอย่างถาวร
- นำเสนอว่าถนนที่แออัดเป็นข้อสรุปอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน
- ระบุจำนวนขั้นต่ำของผู้ที่เสนอบริการรับส่ง
ดูคำตอบ
นำเสนอว่าถนนที่แออัดเป็นข้อสรุปอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน
Now that: เหตุผลที่เพิ่งมีความเกี่ยวข้อง
Now that ใช้นำเหตุผลที่อิงกับสถานการณ์ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นจริงหรือเพิ่งมีความเกี่ยวข้อง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังมองไปรอบ ๆ ส่วนประโยคหลัก I'm noticing... แสดงการตระหนักรู้ที่เกิดขึ้นเป็นผลตามมา ให้เข้าใจ now that เป็นคำเชื่อมสองคำที่มีความหมายโดยประมาณว่า “เนื่องจากตอนนี้สถานการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว” ไม่ใช่คำบอกเวลาสองคำที่แยกจากกัน คำเชื่อมนี้มักเชื่อมสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเข้ากับผลลัพธ์ในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่หมายความว่าสถานการณ์ใหม่เป็นจริงแล้วในตอนนี้: ____ I've reviewed the revised schedule, I understand the delay.
ดูคำตอบ
Now that
That's partly because both Lyft and Uber are aggressively recruiting drivers. ลำดับความ
1:36ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทั้ง Lyft และ Uber กำลังเร่งรับสมัครคนขับอย่างหนัก
That's partly because ...: บอกสาเหตุเพียงบางส่วน
That's partly because ใช้เพื่อบอกเหตุผลประการหนึ่งของสถานการณ์ที่กล่าวถึงไปแล้ว partly จำกัดขอบเขตของคำกล่าวนี้ การรับสมัครคนขับอย่างจริงจังช่วยอธิบายสถานการณ์ได้ แต่ไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นคำอธิบายทั้งหมด That's ชี้ย้อนกลับไปยังข้อเท็จจริงก่อนหน้า ไม่ได้ใช้เรียกสิ่งใหม่ ใช้รูปแบบนี้เพื่อเชื่อมผลลัพธ์ก่อนหน้ากับสาเหตุหนึ่งที่มีส่วนทำให้เกิดผลนั้น โดยไม่ทำให้สาเหตุดังกล่าวดูเหมือนเป็นสาเหตุเดียว
แบบฝึกหัด
รายงานหนึ่งกล่าวว่างานนี้ประสบความสำเร็จด้วยเหตุผลหลายประการ ประโยคใดแสดงว่าเหตุผลที่กล่าวถึงเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนช่วย?
- The event succeeded only because local volunteers promoted it.
- The event succeeded because local volunteers promoted it.
- The event succeeded partly because local volunteers promoted it.
ดูคำตอบ
The event succeeded partly because local volunteers promoted it.
running a promotion: จัดโปรโมชัน
ในที่นี้ running ไม่ได้หมายถึงการวิ่ง แต่หมายถึงการจัดและดำเนินกิจกรรม ส่วน promotion หมายถึงข้อเสนอพิเศษหรือแคมเปญทางการตลาด ดังนั้น running a promotion จึงหมายถึงการจัดโปรโมชันหรือดำเนินแคมเปญส่งเสริมการขาย ในประโยคนี้ Lyft กำลังเสนอสิ่งจูงใจแบบมีระยะเวลาให้คนขับรถ ควรเข้าใจทั้งวลีว่า “ดำเนินแคมเปญส่งเสริมการขาย” โดยรายละเอียดของข้อเสนอขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
แอปส่งของกำลังจัดข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ใช้ใหม่ วลีใดอธิบายการกระทำนี้ได้ดีที่สุด
- run a promotion
- run a marathon
- get a promotion
ดูคำตอบ
run a promotion
that guaranteed drivers would make at least $30 an hour. ไวยากรณ์
1:43โดยรับประกันว่าคนขับจะทำเงินได้อย่างน้อยชั่วโมงละ 30 ดอลลาร์
While ...: แสดงความเปรียบต่าง ไม่ใช่เวลา
ในประโยคนี้ While อยู่ต้นอนุประโยคแรกและนำมาเปรียบต่างกับอนุประโยคหลัก ผู้พูดเปรียบเทียบการมีรายได้จากลูกค้าเพียงประมาณ 600 ดอลลาร์กับโปรโมชั่นของ Lyft ที่รับประกันว่าคนขับจะมีรายได้อย่างน้อยชั่วโมงละ 30 ดอลลาร์ ข้อเท็จจริงส่วนหลังจึงถูกนำเสนอว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเมื่อเทียบกับส่วนแรก ในการใช้แบบนี้ While หมายถึง แม้ว่า หรือ ถึงแม้ว่า ไม่ได้หมายถึง ในช่วงเวลาที่ ความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดทั้งสองบอกให้เราเข้าใจว่าเป็นการเปรียบต่าง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ While เพื่อนำเสนอการเปรียบต่าง ไม่ใช่ความสัมพันธ์ด้านเวลา
- While I was walking home, I called my sister.
- While the soup was simmering, I set the table.
- While the room is small, it gets plenty of sunlight.
ดูคำตอบ
While the room is small, it gets plenty of sunlight.
guaranteed drivers would make:รับประกันว่าคนขับจะมีรายได้
หลัง guarantee สามารถวางบุคคลหรือกลุ่มที่ได้รับการรับประกัน ซึ่งก็คือ drivers แล้วตามด้วยผลลัพธ์ที่รับประกัน คือ would make at least $30 an hour โครงสร้างเต็มคือ guaranteed (that) drivers would make... โดยมักละ that หลัง guarantee that ที่อยู่ต้นประโยคทำหน้าที่เชื่อมอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยายคำว่า promotion ไม่ใช่ that ที่ละไว้หลัง guarantee ส่วน would ในที่นี้ใช้มองผลลัพธ์ในอนาคตจากจุดเวลาในอดีต จึงเป็นการรายงานสิ่งที่รับประกันไว้ ไม่ใช่เงื่อนไขสมมติล้วน ๆ เมื่อใช้กับจำนวนเงินต่อชั่วโมง make หมายถึง “หาเงินได้” ไม่ใช่ “สร้าง”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง guarantee + บุคคล + would + ผลลัพธ์แบบเดียวกับสำนวนเป้าหมาย
- The contract guaranteed that tenants would get their deposit back within two weeks.
- The contract guaranteed tenants would get their deposit back within two weeks.
- The contract said tenants would get their deposit back within two weeks.
ดูคำตอบ
The contract guaranteed tenants would get their deposit back within two weeks.
So, Lyft paid me another $900 out of their own pocket. สำนวน
1:46ดังนั้น Lyft จึงควักเงินตัวเองจ่ายเพิ่มให้ผมอีก 900 ดอลลาร์
out of their own pocket: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
out of their own pocket ในที่นี้หมายความว่า Lyft ใช้เงินของบริษัทเองจ่ายเพิ่มอีก 900 ดอลลาร์ แทนที่จะเรียกเก็บจากผู้โดยสารหรือรับเงินจากแหล่งอื่น คำว่า pocket เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ แม้ผู้จ่ายจะเป็นบริษัทก็ตาม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ pay, cover หรือ fund something out of + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + own pocket คำแสดงความเป็นเจ้าของบอกว่าเป็นเงินของใคร ส่วน own เน้นว่าบุคคลหรือองค์กรนั้นเป็นผู้จ่ายหรือรับภาระค่าใช้จ่ายเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง out of one's own pocket: The company would not reimburse Maya, so she paid for the hotel ____.
ดูคำตอบ
out of her own pocket
As Uber and Lyft throw a lot of money at drivers to drive, โน้ต
1:49เมื่อ Uber และ Lyft ทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อจูงใจให้คนขับออกมาขับรถ
throw a lot of money at: ทุ่มเงินจำนวนมากให้กับบางสิ่ง
Throw a lot of money at something หมายถึงการใช้เงินจำนวนมากกับบุคคล ปัญหา หรือเป้าหมาย เพื่อพยายามทำให้เกิดความคืบหน้า ในประโยคนี้ เงินถูกเสนอให้คนขับเพื่อจูงใจให้พวกเขาขับรถให้แพลตฟอร์ม ไม่ได้หมายถึงการโยนเงินสดจริง ๆ สำนวนนี้มักสื่อถึงวิธีแก้ปัญหาที่ตรงไปตรงมาแต่มีค่าใช้จ่ายสูง คือใส่เงินเพิ่มเข้าไปโดยไม่ได้แสดงว่าจะจัดการกับต้นเหตุของปัญหาได้ สำนวนนี้ไม่ได้บอกเองว่าการใช้เงินจะได้ผล
แบบฝึกหัด
บริษัทแห่งหนึ่งเสนอเงินโบนัสสูงผิดปกติเพื่อดึงดูดคนงาน หากรายงานบอกว่า “It threw a lot of money at drivers” สำนวนนี้สื่อว่าอย่างไร
- โยนเงินสดไปทางคนขับจริง ๆ
- ใช้เงินจำนวนมากเป็นวิธีที่ทรงพลังและอาจตรงเกินไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
- นำเงินไปใส่ไว้ในบัญชีลงทุนระยะยาวอย่างระมัดระวัง
- ขอให้คนขับทิ้งเงิน
ดูคำตอบ
ใช้เงินจำนวนมากเป็นวิธีที่ทรงพลังและอาจตรงเกินไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
As ที่แสดงเหตุผลหรือเงื่อนไขที่กำลังพัฒนา
As ในที่นี้นำเข้าสถานการณ์ที่อธิบายว่าทำไมจำนวนคนขับจึงเพิ่มขึ้น นั่นคือ Uber และ Lyft กำลังเสนอแรงจูงใจทางการเงินจำนวนมาก ความหมายใกล้เคียงกับ because และยังสื่อว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งสองกำลังเกิดขึ้นควบคู่กัน as ที่ต้นประโยคอาจแสดงเหตุผล เวลา วิธีการ หรือบทบาท ต้องดูความสัมพันธ์ระหว่างอนุประโยคเพื่อเลือกความหมาย ในที่นี้ หากเข้าใจเพียงว่าเป็น when จะพลาดความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล และ as ก็ไม่ได้หมายถึง “ในบทบาทของ”
แบบฝึกหัด
อ่านประโยค: As demand for deliveries grew, the company hired more drivers. As ในที่นี้ทำหน้าที่อะไร?
- นำเข้าเหตุผลหรือเงื่อนไขที่กำลังเปลี่ยนแปลงซึ่งเกี่ยวข้องกับการจ้างงาน
- หมายความว่าบริษัทกำลังทำหน้าที่ในบทบาทของความต้องการ
- แสดงการเปรียบเทียบว่ามีระดับเท่ากัน
ดูคำตอบ
นำเข้าเหตุผลหรือเงื่อนไขที่กำลังเปลี่ยนแปลงซึ่งเกี่ยวข้องกับการจ้างงาน
That means ... and so: ลำดับเหตุและผลสองขั้น
That means ใช้เพื่อแนะนำข้อสรุปหรือความหมายที่อนุมานจากข้อเท็จจริงที่เพิ่งกล่าวถึง และบอกผู้ฟังว่าควรเข้าใจสิ่งที่ that อ้างถึงอย่างไร จากนั้น and so จะเชื่อมความเข้าใจนั้นไปยังผลลัพธ์ถัดไป ในประโยคนี้ เหตุผลเดินจากการมีคนขับมากขึ้น ไปสู่การรอที่นานขึ้น และสุดท้ายคือรายได้ต่อคนขับที่ลดลง คำเชื่อมเหล่านี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเพิ่มข้อมูล That means ทำเครื่องหมายข้อสรุปแรก ส่วน and so ผลักการให้เหตุผลไปข้างหน้าอีกหนึ่งขั้น และ actually เน้นว่าผลลัพธ์สุดท้ายเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้คำเชื่อมทั้งสองคำที่เน้นไว้เพื่อสร้างลำดับเหตุและผลสองขั้นอย่างชัดเจน
- Fewer buses are running. That means passengers will wait longer, and so some may choose to walk.
- Fewer buses are running. That is, passengers will wait longer, and some may choose to walk.
- Fewer buses are running. That means passengers will wait longer, but some may choose to walk.
- Fewer buses are running. In other words, passengers will wait longer, so some may choose to walk.
ดูคำตอบ
Fewer buses are running. That means passengers will wait longer, and so some may choose to walk.
They need to grow quickly in order to compete with Uber ไวยากรณ์
1:59พวกเขาต้องเติบโตอย่างรวดเร็วเพื่อแข่งขันกับ Uber
in order to + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกจุดประสงค์
in order to ใช้นำเข้าจุดประสงค์ของการกระทำและตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ การเติบโตอย่างรวดเร็วคือการกระทำ และการแข่งกับ Uber คือเป้าหมาย วลีนี้ทำให้ความสัมพันธ์ด้านจุดประสงค์ชัดเจน กล่าวคือ พวกเขาต้องเติบโตอย่างรวดเร็วเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ วลีนี้ไม่ได้บอกลำดับที่การกระทำเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์สามคำที่เรียนในบทนี้ให้ตรงทุกคำ: The team hired another developer ____ finish the app on time.
ดูคำตอบ
in order to
a ton of money: เงินจำนวนมากในภาษาไม่เป็นทางการ
a ton of เป็นสำนวนบอกปริมาณแบบไม่เป็นทางการและเป็นเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงจำนวนที่มากมาก ใน a ton of money ไม่ได้หมายถึงการชั่งเงินตามน้ำหนัก แต่ผู้พูดกำลังเน้นว่ามีการใช้จ่ายสูงมาก โครงสร้าง a ton of + คำนาม ใช้อธิบายปริมาณหรือจำนวนมากในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการได้ เช่น a ton of work หรือ a ton of messages
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการสี่คำที่เรียนในบทนี้ให้ตรงทุกคำ: Their new advertising campaign cost ____.
ดูคำตอบ
a ton of money
They both have raised hundreds of millions of dollars in venture capital โน้ต
2:03ทั้งสองบริษัทระดมเงินร่วมลงทุนได้หลายร้อยล้านดอลลาร์
ระดมเงินร่วมลงทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์
raise ในที่นี้หมายถึงการหาเงินจากนักลงทุนภายนอกให้บริษัทหรือโครงการ โครงสร้าง raise + amount + in + funding type บอกทั้งจำนวนและประเภทของเงินทุน กล่าวคือ ทั้งสองบริษัทระดมเงินได้หลายร้อยล้านดอลลาร์ โดยเป็นเงินร่วมลงทุนโดยเฉพาะ have raised เป็น present perfect การระดมทุนเกิดขึ้นก่อนเวลาปัจจุบัน แต่ยังเกี่ยวข้องกับสถานะปัจจุบันของบริษัท เงินนี้ได้มาจากนักลงทุน และไม่ได้หมายความว่าเป็นรายได้ที่บริษัททำจากลูกค้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ raise: The company has ____ $80 million in venture capital to expand its network.
ดูคำตอบ
raised
venture capital หรือเงินร่วมลงทุน
Venture capital คือการจัดหาเงินทุนแบบแลกกับส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งนักลงทุนมืออาชีพมอบให้บริษัทเอกชนอายุน้อยที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยปกติแลกกับสิทธิความเป็นเจ้าของบางส่วน เนื่องจากผลตอบแทนขึ้นอยู่กับความสำเร็จของบริษัท นักลงทุนจึงยอมรับความเสี่ยงสูง ในประโยคนี้ in venture capital ระบุว่าเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์เป็นเงินทุนประเภทใด หมายถึงเงินลงทุนที่ทั้งสองบริษัทได้รับจากนักลงทุน ไม่ใช่รายได้ที่ได้จากค่าโดยสาร
แบบฝึกหัด
แหล่งเงินทุนข้อใดอธิบายได้ตรงกับ venture capital มากที่สุด
- การลงทุนแบบถือหุ้นในสตาร์ตอัปที่เติบโตสูงโดยกองทุนลงทุนมืออาชีพ
- เงินกู้ธนาคารที่ต้องชำระคืนพร้อมดอกเบี้ย
- เงินที่ได้จากลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัท
ดูคำตอบ
การลงทุนแบบถือหุ้นในสตาร์ตอัปที่เติบโตสูงโดยกองทุนลงทุนมืออาชีพ
and they are spending that to build out their networks as quickly as possible. กริยาวลี
2:06และกำลังนำเงินนั้นไปขยายเครือข่ายให้เร็วที่สุด
build out: พัฒนาและขยายเครือข่ายให้ถึงขนาดที่สมบูรณ์
ในประโยคนี้ build out เป็นกริยาวลีแบบสกรรมกริยา หมายถึงการเพิ่มบุคลากร พื้นที่ครอบคลุม โครงสร้างพื้นฐาน และขีดความสามารถที่จำเป็น เพื่อให้เครือข่ายสมบูรณ์ขึ้นและดำเนินงานได้ในขนาดที่ต้องการ their networks หมายถึงเครือข่ายคนขับและพื้นที่ให้บริการของแพลตฟอร์ม ไม่ได้หมายถึงเพียงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คำว่า out เป็นส่วนหนึ่งของกริยา โดยสื่อถึงการพัฒนาให้ครอบคลุมและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ไม่ได้หมายถึงการก่อสร้างกลางแจ้ง กรรมอาจอยู่หลังวลี (build out the network) หรืออยู่ระหว่างสองส่วน (build the network out) ก็ได้ ส่วนกรรมที่เป็นคำสรรพนามมักต้องอยู่ตรงกลาง (build it out)
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “พัฒนาและขยายจนมีพื้นที่ครอบคลุมอย่างสมบูรณ์” ลงในประโยค: The company has launched in two cities and now plans to ____ its delivery network nationwide.
ดูคำตอบ
build out
in the short run: กรอบเวลาวิเคราะห์ระยะใกล้
in the short run เป็นวลีบุพบทที่ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึงภายในช่วงเวลาทันทีหรือช่วงระยะใกล้ที่กำลังกล่าวถึง วลีนี้ทำให้การใช้เงินจำนวนมากถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ระยะสั้นชั่วคราว ซึ่งมักเข้าใจโดยเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ในภายหลังหรือระยะยาว run ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวหรือการวิ่ง short run เป็นสำนวนเชิงวิเคราะห์ที่ใช้เรียกกรอบเวลาหนึ่งช่วง ความยาวที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท จึงอาจหมายถึงหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือช่วงอื่นที่ค่อนข้างสั้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีสี่คำที่หมายถึงกรอบเวลาวิเคราะห์ระยะใกล้ลงในประโยค: The tax cut may reduce revenue ____, but supporters expect growth to offset it later.
ดูคำตอบ
in the short run
Somebody who ..., this is ... for you: คำแนะนำแบบยกหัวข้อขึ้นก่อน
นามวลีเปิดประโยค Somebody who needs a steady paycheck เป็นหัวข้อที่แยกออกมา โดยระบุว่าผู้พูดกำลังจะพูดถึงคนประเภทใด วลีนี้ไม่ใช่ประธานทางไวยากรณ์ของ is เพราะประธานของประโยคหลักคือ this ซึ่งหมายถึงงานหรือทางเลือกด้านรายได้ที่กำลังพูดถึง วลี for you เชื่อมคำแนะนำกลับไปยังทุกคนที่ตรงกับคำอธิบายนั้น รูปแบบที่ยกหัวข้อขึ้นมาก่อนเช่นนี้พบได้บ่อยในภาษาพูดแบบเป็นธรรมชาติ โดยผู้พูดเอ่ยถึงกลุ่มเป้าหมายหรือหัวข้อก่อน แล้วจึงเติมความคิดเห็นหรือคำแนะนำที่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ใน “Somebody who needs a steady paycheck, this is probably not a good choice for you” วลีเปิดประโยคทำหน้าที่อะไร?
- วลีนี้เป็นประธานทางไวยากรณ์ของ “is probably not a good choice.”
- วลีนี้หมายถึงบุคคลเฉพาะเพียงคนเดียวที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
- วลีนี้ระบุว่ากำลังพูดถึงคนประเภทใด แล้วประโยคหลักจึงให้คำแนะนำแก่คนประเภทนั้น
ดูคำตอบ
วลีนี้ระบุว่ากำลังพูดถึงคนประเภทใด แล้วประโยคหลักจึงให้คำแนะนำแก่คนประเภทนั้น
a steady paycheck: รายได้ประจำที่มั่นคงและคาดการณ์ได้
A steady paycheck หมายถึงรายได้จากค่าจ้างหรือเงินเดือนที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอ เชื่อถือได้ และคาดการณ์ได้ในระยะยาว steady เน้นความต่อเนื่องและความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่จำนวนเงินของการจ่ายแต่ละครั้ง ในประโยคนี้ การต้องการ a steady paycheck สื่อว่าบุคคลนั้นไม่สามารถพึ่งพารายได้ที่เปลี่ยนไปทุกสัปดาห์ได้อย่างสบายใจ paycheck สามารถหมายถึงรายได้จากการจ้างงานประจำโดยทั่วไป แม้จะไม่ได้รับเป็นเช็คกระดาษก็ตาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงรายได้จากค่าจ้างที่เชื่อถือได้และคาดการณ์ได้: After years of irregular freelance work, Lena wanted ____ from a full-time job.
ดูคำตอบ
a steady paycheck
because we really don't know what the long-term future is gonna be โน้ต
2:17เพราะเราไม่รู้จริง ๆ ว่าอนาคตระยะยาวจะเป็นอย่างไร
gonna ในฐานะรูปไม่เป็นทางการของ going to
ในที่นี้ gonna เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ going to ใน is gonna be คำนี้แสดงความคาดหมายเกี่ยวกับอนาคต กล่าวคือ ผู้พูดไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ให้เข้าใจ gonna ว่าเป็น be going to ที่อยู่หน้ากริยารูปพื้นฐาน โดยมีโครงสร้าง am/is/are + gonna + กริยา รูปของ be ยังคงเปลี่ยนตามประธาน เช่น I'm gonna leave และ They're gonna wait
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาพูดนี้ด้วยรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ going to: We're ____ leave after lunch.
ดูคำตอบ
gonna
ลำดับคำใน what the long-term future is gonna be
ในประโยคนี้ what the long-term future is gonna be เป็นอนุประโยคคำถามแบบฝังตัวที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ don't know โดยถามถึงลักษณะหรือผลลัพธ์ของอนาคตที่ยังไม่รู้ โดยไม่ได้สร้างเป็นคำถามตรงที่แยกต่างหาก คำถามแบบฝังตัวใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า โดยประธาน the long-term future มาก่อน is รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำแสดงคำถาม + ประธาน + กริยา เช่นใน We can't predict what the result will be.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำถามแบบฝังตัวหลัง don't know ได้ถูกต้อง?
- We don't know what is the long-term future going to be.
- We don't know what the long-term future is going to be.
- We don't know what will the long-term future be.
ดูคำตอบ
We don't know what the long-term future is going to be.
from week to week: ความเปลี่ยนแปลงระหว่างสัปดาห์
ในประโยคนี้ from week to week หมายถึง “จากสัปดาห์หนึ่งไปยังสัปดาห์ถัดไป” สื่อว่าปริมาณอาจเปลี่ยนแปลงในช่วงสั้น ๆ รายสัปดาห์ จึงไม่คงที่พอที่จะคาดการณ์ได้ เมื่อใช้หน่วยเวลาซ้ำกัน รูปแบบ from X to X สามารถเปรียบเทียบช่วงเวลาหนึ่งกับช่วงถัดไป เช่น from day to day, from month to month ไม่ได้หมายเพียงว่า “เป็นเวลาหลายสัปดาห์”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “จากสัปดาห์หนึ่งไปยังสัปดาห์ถัดไป”: The number of customer orders changes ____.
ดูคำตอบ
from week to week
This isn't just something that people do as a full-time job.
2:22งานนี้ไม่ได้มีเฉพาะคนที่ทำเป็นงานเต็มเวลา
There are a lot of people that do it as a supplement to some other job. วลี
2:25หลายคนทำงานนี้เป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานอื่น
as a supplement to: เพิ่มเติมโดยไม่แทนที่
ใน as a supplement to คำว่า supplement เป็นคำนาม หมายถึงแหล่งหรือสิ่งที่เพิ่มเข้ามา วลีทั้งหมดแสดงว่ากิจกรรมหรือทรัพยากรหนึ่งถูกเพิ่มเข้าไปในอีกสิ่งหนึ่ง ไม่ได้เข้าไปแทนที่ รูปแบบคือ as a supplement to + คำนามหรือกลุ่มคำนาม ในที่นี้ งานขับรถให้รายได้เพิ่มเติมควบคู่กับงานอีกงานหนึ่ง ซึ่งยังคงเป็นงานหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “เป็นสิ่งเพิ่มเติม ไม่ใช่สิ่งทดแทน”: Maya uses her weekend tutoring income ____ her full-time salary.
ดูคำตอบ
as a supplement to
feel like ... not working: รู้สึกไม่อยากทำงาน
ในประโยคนี้ feel like นำเข้าสิ่งที่ผู้พูดกำลังมีอารมณ์อยากทำในขณะนั้น โดยตามด้วยรูป -ing: feel like + working ตรงนี้ not เป็นส่วนหนึ่งของส่วนเติมเต็มรูป -ing ดังนั้น feel like not working จึงหมายถึงรู้สึกอยากไม่ทำงานหรือไม่อยากทำงาน คำแทรกในภาษาพูด you know คั่นอยู่กลางวลี แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างไวยากรณ์ เวลาทำความเข้าใจให้ตัดคำนี้ออกชั่วคราว จะเห็นโครงสร้าง feel like ... not working
แบบฝึกหัด
ใช้ feel like + not + -ing และคำกริยา work เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: This afternoon, I ____.
ดูคำตอบ
feel like not working
take the day off: หยุดงานตลอดวันที่ระบุไว้
Take the day off หมายถึงไม่ทำงานหรือไม่ทำหน้าที่ตามปกติตลอดทั้งวัน Take กับ off รวมกันเป็นสำนวนที่ใช้เป็นแบบแผน ไม่ได้หมายถึงการหยิบเอาวันหนึ่งไปจริง ๆ คำนำหน้านามชี้เฉพาะ the ชี้ไปยังวันที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเข้าใจได้จากบริบท ในที่นี้คือวันนี้ โครงสร้างนี้ปรับใช้กับช่วงเวลาอื่นที่ระบุได้จากบริบท เช่น take the morning off หรือ take the week off
แบบฝึกหัด
ใช้ take, day และ off พร้อมเติมคำนำหน้านามสำหรับวันที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเข้าใจกันจากบริบท: My appointment will last until evening, so I'll ____ tomorrow.
ดูคำตอบ
take the day off
isn't for everyone, but for some people: ข้อสรุปที่จำกัดขอบเขต
ประโยคนี้จัดวางข้อสรุปที่จำกัดขอบเขตด้วยการเปรียบต่างสองส่วน This model isn't for everyone จำกัดขอบเขตของข้อสรุปว่า ตัวเลือกนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่ยังอาจเหมาะกับบางคน ไม่ได้หมายความว่าไม่เหมาะกับใครเลย but เปลี่ยนไปเน้นด้านบวก และ for some people จำกัดกลุ่มที่สิ่งนี้จะเป็นโอกาสที่ดีให้อย่างชัดเจน โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการรีวิวและให้คำแนะนำ เพราะยอมรับข้อเสียโดยไม่ตัดสินในแง่ลบแบบเหมารวม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดให้คำแนะนำอย่างสมดุล โดยจำกัดก่อนว่าตัวเลือกนั้นเหมาะกับใคร แล้วจึงระบุกลุ่มที่อาจได้รับประโยชน์
- Remote night work isn't for anyone, even people who prefer quiet hours.
- Remote night work is a great fit for people who prefer quiet hours.
- Remote night work isn't for everyone, but for people who prefer quiet hours, it can be a great fit.
ดูคำตอบ
Remote night work isn't for everyone, but for people who prefer quiet hours, it can be a great fit.